View Full Version : 'ดูไบ'ทำให้นักลงทุนช็อก ขอหยุดพักชำระห
Narongchai_thi November 26th, 2009, 10:08 PM 'ดูไบ'ทำให้นักลงทุนช็อก ขอหยุดพักชำระหนี้6เดือน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2552 00:30 น.
ดูไบ” ทำให้นักลงทุนรู้สึกช็อกในวันพุธ(25) เมื่อร้องขอให้บรรดาเจ้าหนี้ยอม ระงับการเรียกชำระไถ่ถอนตราสารหนี้ จาก “ดูไบ เวิลด์” ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งคอมปานีแห่งสำคัญที่สุดของรัฐเจ้าอาหรับแห่งนี้ ออกไปก่อนเป็นเวลา 6 เดือน
นอกจากดูไบ เวิลด์ ซึ่งอยู่เบื้องหลังโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลกหลายๆ โครงการ ทว่ากำลังมีภาระหนี้สินรวมทั้งสิ้น 59,000 ล้านดอลลาร์แล้ว คำแถลงของทบวงการเงินรัฐดูไบ ยังขอให้บรรดาผู้ถือครองตราสารหนี้ หยุดการเรียกชำระไถ่ถอนจากบริษัทนากีล อันเป็นกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือของดูไบ เวิลด์ ไปจนกว่าจะถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีหน้าเช่นกัน รวมทั้งยังประกาศทำการปรับโครงสร้างบริษัทโฮลดิ้งคอมปานีแห่งนี้ ซึ่งมีกิจการโดดเด่นที่อยู่ในความดูแลอีกหลายกิจการ ดังเช่น ดีพี เวิลด์ บริษัทดำเนินการด้านท่าเรือ และ อิสติธมาร์ บริษัทเพื่อการลงทุนที่กำลังประสบปัญหาหนัก ทั้งนี้จะมีบริษัทดีลอยต์ กลุ่มกิจการสอบบัญชีระดับโลก เข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือการปรับโครงสร้างทางการเงินของดูไบ เวิลด์
มีรายงานว่าบริษัทโฮลดิ้งคอมปานีแห่งนี้ ได้รับความกระทบกระเทือนหนักจากภาวะสินเชื่อตึงตัวและภาวะเศรษฐกิจถดถอยทรุดต่ำทั่วโลก โดยบริษัทมีกำหนดที่จะต้องชำระคืนตราสารหนี้ที่ครบกำหนดในเดือนหน้า คิดเป็นมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้นยังจะจ่ายอีก 13,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2010 และ 19,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2011
อาการป่วยไข้สาหัสของดูไบ เวิลด์ ยังส่งผลกระทบกระเทือนรัฐดูไบโดยรวมอีกด้วย ทั้งนี้หลังจากที่รัฐแห่งนี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วมา 6 ปี ก่อนจะสะดุดหล่นวูบในครึ่งหลังของปี 2008 แล้วเลยเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่สภาพที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ในดูไบทรุดตัวอย่างรุนแรง
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000144095
Thai01 November 27th, 2009, 12:44 AM they have learnt their lesson :)
Munich dweller November 27th, 2009, 01:48 AM Here goes another bubble ?
ongai November 27th, 2009, 04:11 AM แทบช็อกซีเนม่า! น้ำตาร่วง
HomesickAlienn November 27th, 2009, 05:07 AM this is something that i'm gonna keep eyes on
knrOctober November 27th, 2009, 05:56 AM "ดูไบ"ยันคิดรอบคอบก่อนขอพัก"ชำระหนี้" คาดถึงปฏิกิริยาแล้ว นักวิเคราะห์ห่วงผิดนัดชำระครั้งมโหฬาร
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1259294001&grpid=01&catid=
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชีคอาห์เหม็ด บิน ซาเอ็ด อัล-มัคทูม ประธานคณะกรรมาธิการการเงินสูงสุดของดูไบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกมาแถลงปกป้องข้อเสนอพักชำระหนี้ของรัฐบาลดูไบ สำหรับกลุ่มบริษัท "ดูไบ เวิร์ลด์" ซึ่งเป็นของรัฐบาล
ชีคอาห์เหม็ด บิน ซาเอ็ด อัล-มัคทูม กล่าวว่า ได้มีการวางแผนการอย่างรอบคอบ ก่อนที่รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงเรื่องนี้ และกระทำไปโดยตระหนักดีถึงปฏิกิริยาตอบสนองจากตลาดโลก พร้อมระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในต้นสัปดาห์หน้า
รายงานข่าวระบุว่า คำแถลงนี้มีขึ้นขณะที่ตลาดหุ้นโลกตกหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นในยุโรป ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดการผิดนัดชำระหนี้อย่างกว้างขวาง ภายหลังที่กระทรวงการคลังดูไบแถลงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า กลุ่มบริษัท "ดูไบ เวิร์ลด์" ซึ่งเป็นของรัฐบาล ได้ขอทำข้อตกลงกับเจ้าหนี้เพื่อพักชำระหนี้นาน 6 เดือน โดยขยายเวลาชำระหนี้ไปอย่างน้อยจนถึง 30 พฤษภาคมปีหน้า รวมถึงหนี้พันธบัตรอิสลามมูลค่า 3,520 ล้านดอลลาร์ ของ"นักฮีล" ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ที่เดิมมีกำหนดชำระคืนใน 14 ธันวาคม ซึ่งนับเป็นมาตรการแรกในความพยายามของรัฐบาลที่จะปรับโครงสร้าง "ดูไบ เวิลด์ "
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวนี้ของรัฐบาลดูไบครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนในตะวันออกกลาง และเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้สาธารณะครั้งมโหฬาร
นายนิค ชามี หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดเกิดใหม่ อาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ต ของแคนาดา กล่าวว่า ดูไบเป็นเครื่องหมายสำคัญของความเฟื่องฟูของสภาพคล่องทั่วโลก การขอเลื่อนเวลาชำระหนี้ครั้งนี้ บ่งบอกว่าอาจมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น ในตลาดเกิดใหม่และทั่วโลก
http://spic.uploadd.com/2032/K75/small/3CCF3FFDF26WRUF5NMMZEQDC[5EXIVshadowppaerial26.jpg (http://www.uploadd.com/imageUpload/image.aspx?img=3CCF3FFDF26WRUF5NMMZEQDC[5EXIV)
....ต้องใช้เศรษฐกิจพอเพียงมั่งนะ ก็สร้างซะขนาดนี้ ไม่เจ๊งไงไหว
mbokudake November 27th, 2009, 06:39 AM เหมือนที่คาดไว้ไม่มีผิด
shrekroma November 27th, 2009, 06:43 AM ถ้าไม่งกเกิน ไม่เจ๊งหรอก ราคาพุ่งเป็นจรวดมา 6 ปีเต็ม ปรับฐานบ้าง ลดสัดส่วนเจ้าของบ้าง เดี๋ยวก็มีคนมารับช่วง รอบหน้าค่อยช้อนซื้อกลับมาใหม่ ธรรมดา ขึ้นๆลงๆตามช่วง
Oasis-Bangkok November 27th, 2009, 07:42 AM เมื่อคืนได้ดูข่าวทาง BBC World เห็นโครงการ the palm jumeirah จุดดอกไม้ไฟกันอย่างยิ่งใหญ่เลยครับ แต่เสียดายหารูปมาให้ดูไม่ได้อ่ะ
http://www.realtyna.com/dubai_real_estate/images/dubai_real_estate/dubai_properties/real_estate_damac_developer_property/property_developers_projects/dubai-zone/palm-jumeirah/palm-jumeirah-map.jpg
http://www.2daydubai.com/pages/dubai-palm-jumeriah.php
napoleon November 27th, 2009, 09:10 AM รอดูจีน มันจะเข้าไปซื้อหมดแบบอเมริการึเปล่า
QVGA November 27th, 2009, 10:39 AM รอดูไทยจะไปฮุปกิจการให้ดู คงอีกรัฐบาลหน้า
Omegadestiny November 27th, 2009, 10:48 AM เล่นสร้างกับเเบบ ฟุ่มเฟื่อย เเบบนี้
สร้างอสังหา เกินตัว ทั้งที่ มีอยู่ไม่กี่คน
พอราคาอสังหาตก ไม่มีใครซื้อ
สุดท้ายเงินมันก็หมดได้
ป. ล มีน้ำมัน ใช่ว่าจะเป็นเจ้าโลกเเหะ
QVGA November 27th, 2009, 12:00 PM ผมว่าาตึงหลังหนึ่งอยู่ไม่ถึง 20 คนเเน่ๆเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
napoleon November 27th, 2009, 12:07 PM http://spic.uploadd.com/2032/K75/small/3CCF3FFDF26WRUF5NMMZEQDC[5EXIVshadowppaerial26.jpg (http://www.uploadd.com/imageUpload/image.aspx?img=3CCF3FFDF26WRUF5NMMZEQDC[5EXIV)
เห็นสถานีรถไฟฟ้าตรงกลางด้วย
NiShiiZ November 27th, 2009, 12:07 PM เล่นสร้างกับเเบบ ฟุ่มเฟื่อย เเบบนี้
สร้างอสังหา เกินตัว ทั้งที่ มีอยู่ไม่กี่คน
พอราคาอสังหาตก ไม่มีใครซื้อ
สุดท้ายเงินมันก็หมดได้
ป. ล มีน้ำมัน ใช่ว่าจะเป็นเจ้าโลกเเหะ
ดูไบ เขามีเงินจากการขายน้ำมันมาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ รายได้จากน้ำมันไม่รู้ถึง 10% หรือป่าว?
ต้องดูท่าทีของ อาบูดาบี ว่าจะทำยังไงกับคู่แข่งที่สำคัญอย่างดูไบ ที่ถึงแม้จะเป็นประเทศเดียวกันก็ตาม
Narongchai_thi November 27th, 2009, 01:49 PM หุ้น-น้ำมัน-ทองดิ่ง! หลัง"ดูไบเวิลด์"ขอพักหนี้ - แบงก์ไทยไม่กระทบ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2552 17:34 น.
หลังบริษัทเพื่อการลงทุน ดูไบ เวิลด์ ของรัฐบาลดูไบ ซึ่งมีหนี้สินรวมกัน 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้มีการยื่นเรื่องขอพักชำระหนี้ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเวลา 6 เดือน ถือว่า เป็นการผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก จนทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง สร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก ทั้งเอเชียและยุโรป ได้พากันเทขายหุ้นอย่างหนักวันนี้ ฉุดดัชนีหุ้นหลักทั่วโลกร่วงไป 3 - 6% รวมถึงราคาน้ำมันดิบและราคาทองคำร่วงตามด้วย
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดสิงคโปร์ ลดลงไป 3.66 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำตลาดฮ่องกง ร่วงลง 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนวิตกว่า การขอพักชำระหนี้ของดูไบ เวิลด์ อาจบานปลายกลายเป็นวิกฤตสินเชื่อระลอก 2 โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
ล่าสุด เอสแอนด์พี ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของ ดูไบ เวิลด์ ลงสู่สถานะขยะ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะส่งผลถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหม่ของไทย โดยปัญหาของดูไบ เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่เพิ่งปรากฏปัญหาการพักชำระหนี้ เพราะดูไบ เวิลด์ ก่อหนี้ไว้จำนวนสูง ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540
ส่วนนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจของดูไบ ว่า เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก ที่มุ่งการใช้จ่ายและขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทำให้เกิดฟองสบู่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ น้ำมัน ราคาทอง และอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งปัญหาที่เกิดกับดูไบ บ่งชี้ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจวิธีเดิมคงทำไม่ได้อีก
ขณะที่นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ประเมินว่า เมื่อดูไบถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง จะมีผลต่อการระดมเงินทุนในอนาคต ซึ่งหากรัฐบาลดูไบไม่มีเงิน อาจใช้กลไกในการปรับขึ้นราคาน้ำมัน เนื่องจากหลายประเทศนำเข้าน้ำมันดิบจากดูไบจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้ ดูไบ เวิลด์ แสดงความสนใจเข้าร่วมลงทุนในเมกะโปรเจกต์หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท่าเรือชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ส่วนธนาคารพาณิชย์ของไทยที่มีการเข้าไปลงทุนกับกลุ่มดูไบ เวิลด์ มีเพียงธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ไม่กระทบมากนัก เป็นเพียงการลงทุนในตราสารของดูไบ ประมาณ 0.1% และเป็นการปล่อยสินเชื่อให้บริษัทร่วมทุนกับดูไบ ประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมทั้งมีการกู้เงินจากดูไบประมาณ 100 ล้านบาทเท่านั้น
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000144462
Wisarut November 27th, 2009, 03:06 PM ข่าวล่าสุด จาก นักวิเคราะห์เศรษฐกิจประจำ ธนาคาร UBS ของ สวิตเซอร์แลนด์ แจ้งว่า หนี้ ของ ดูไบ ไม่ใช่แค่ 59000 ล้านดอลลาร์สหรัฐซะแล้ว แต่ มันพูนถึง 8-9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และ มีโอกาสพุ่งเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ - ฟองสบู่แตกของจริง เลยหละ ตอนนี้ เจ้านครดูไบ วิ่งโร่ไปหาพี่ใหญ่ (เจ้านครอาบูดาบี) ขอยืมเงิน ราวๆ 170000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ ตอนนี้ เจ้านครอาบูดาบี ขอคิดดูก่อน
SO Far aways November 27th, 2009, 04:03 PM ผมเคยไปดูไบมาครั้งหนึ่งครับ ผมค่อนข้างแปลกใจอย่างมาก กับพวกนักลงทุนว่าึิคิดอะไรกันอยู่
เอาเงินไปลงทุนมโหรานแบบนี้กลางทะเลทราย มันไม่เจ๋ง เงินมันก็คงแห้งตายพอดี
ไม่มีเหตุผลเลย ที่จะทำคอนโดเวอร์ๆ ในประเทศที่ไม่มีอะไรเลย(นอกจากน้ำมันแบบนี้)
ประชากรไม่มี สินค้าไม่มี อุตสาหกรรมไม่มี สามปัจจัยนี้หากมีไม่ครบ สร้างคอนโดไปก็เปลืองปล่าว
กะว่าจะเก็บเงินจากการท่องเที่ยว มีแค่ทะเลทรายจะขายอะไรได้
จริงๆ มีแค่ท่าเรือกับสนามบินก็เพียงพอจะทำให้ประเทศอยู่รอดแล้ว แต่นี้ทำกันแบบว่า ชาติหน้าก็ใช้หนี้ไม่หมดหรอก
นักลงทุนนี้โครตแมงเม่าจริงๆ
NiShiiZ November 27th, 2009, 04:15 PM ข่าวล่าสุด จาก นักวิเคราะห์เศรษฐกิจประจำ ธนาคาร UBS ของ สวิตเซอร์แลนด์ แจ้งว่า หนี้ ของ ดูไบ ไม่ใช่แค่ 59000 ล้านดอลลาร์สหรัฐซะแล้ว แต่ มันพูนถึง 8-9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และ มีโอกาสพุ่งเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ - ฟองสบู่แตกของจริง เลยหละ ตอนนี้ เจ้านครดูไบ วิ่งโร่ไปหาพี่ใหญ่ (เจ้านครอาบูดาบี) ขอยืมเงิน ราวๆ 170000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ ตอนนี้ เจ้านครอาบูดาบี ขอคิดดูก่อน
ดูไบ แย่งซีน อาบูดาบี มานานจนคนคิดว่าเป็นเมืองหลวงของ ยูเออี ไปแล้ว
shrekroma November 27th, 2009, 04:17 PM edit.
SO Far aways November 27th, 2009, 04:18 PM ดูไบ แย่งซีน อาบูดาบี มานานจนคนคิดว่าเป็นเมืองหลวงของ ยูเออี ไปแล้ว
ดูไบเป็นชื่อประเทศไม่ใช่เหรอครับ ฮ่าฮ่าฮ่า
NiShiiZ November 27th, 2009, 04:23 PM ดูไบเป็นชื่อประเทศไม่ใช่เหรอครับ ฮ่าฮ่าฮ่า
Officially ไม่ครับ
SO Far aways November 27th, 2009, 04:25 PM เห็นเวลาถามคนไทยว่าดูไบเป็นอะไร ก็ตอบเป็นประเทศทุกที
kjdphathong November 27th, 2009, 04:34 PM แบบนี้จะเรียกว่า มีเงินแต่ใช้ไม่เป็น ได้รึเปล่า???
SO Far aways November 27th, 2009, 04:36 PM แบบนี้จะเรียกว่า มีเงินแต่ใช้ไม่เป็น ได้รึเปล่า???
สู้เอาเงินของพวกนักลงทุนดูไบ มาทำเกาะแมนฮัตตันตรงบางกะเจ้าดีกว่า ใช้เงินน้อยกว่า คุมกว่าเยอะ ชัวว์!
taelovely November 27th, 2009, 05:09 PM ไม่อยากบอกว่า you deserve it!!!!! หุหุ
ArkinMourad November 27th, 2009, 06:25 PM อยากสมน้ำหน้านะ แต่กลัวจังเลยว่ามันจะเด้งมาถึงไทยเราด้วย ซวยเลยนะทีนี้
เราก็เคยฟองสบู่แตกนะแบบว่ามันแย่มากๆเลยอ่ะ
ArkinMourad November 27th, 2009, 07:06 PM เพื่อนผมหลายคนถามผมเรื่องทำไมดูไบจึงปกป้องทักษิณ
ผมตอบเขาไปว่า ผมไม่แน่ใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างดูไบกับทักษิณนัก แต่ผมรู้ว่า
ทำไมเขาถึงอยู่ดูไบได้ แต่อาศัยอยู่ในอาบูดาบีไม่ได้..........
จะว่าไป อาบูดาบีเคยเรียกตัวทักษิณไปตักเตือน 2-3 ครั้งแล้วด้วยตามหมายของรัฐบาลไทย
จะว่าไปนอกจากดูไบแล้ว รัฐอื่นๆใน UAE ไม่ค่อยสนใจเขาเท่าไหร่นัก.............
จะว่าไปพักหลัง ทักษิณมีความพยามอย่างมากที่จะเข้าพบ เชคแห่ง อาบูดาบี และถ่ายรูปด้วย
จะว่าไปก็เป็นที่รู้ว่าท่านเองก็หลบเขาเสมอ และให้คนอื่นมารับหน้าแทนเพราะเกรงใจเชคแห่งดูไบ
แต่
สถานภาพที่กำลังเปลี่ยนไปของดูไบ กำลังทำร้ายทักษิณ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจสถาพ อาบูดาบี และ รัฐอื่นๆใน UAE ก่อนนะครับ
ประเทศ UAE ประกอบด้วย 7 รัฐ โดยมี อาบูดาบีใหญ่เป็นอันดับ 1
คำว่าอันดับ 1 หนึ่งอาจไม่ชัด แต่รัฐนี้มีอาณาเขต 80% ของพื้นที่ประเทศ
ครับรัฐที่เหลือรวมกันไม่เกิน 20 % ไม่อยากบอกว่าบางรัฐ ขนาดเล็กกว่าอำเภอในบ้านเราด้วยซ้ำ
ดังนั้น ตำแหน่งประมุขของประเทศหรือประธานาธิบดี ต้องเป็นเจ้าผู้ครองรัฐ อาบูดาบีเสมอ
แล้วยิ่งเกิดการพบน้ำมันในรัฐอีก อาบูดาบียิ่งสำคัญกว่าใครและจะว่าไปหากเขาเลือกจะไล่ทั้ง 6 รัฐออกไป
ตัวเขาเองก็ดำรงความเป็นประเทศได้ด้วยตัวเอง..............
แล้ว รัฐที่ 2 ในUAE ที่เจอน้ำมัน ดูไบ ก็คิดอีกแบบ ดูไบมีน้ำมันไม่มากและไม่อยากเป็นลูกไล่อาบูดาบี
ดูไบจึงเริ่มเอาเงินจากน้ำมันมาพัฒนาตัวเอง และพยามให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางใหม่แห่งตะวันออกกลาง
และการพัฒนาตัวเองนั้นก็สร้างความหงุดหงิดแก่ อาบูดาบี
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม อาบูดาบีอิจฉาหรือ?
ตอบยากครับว่าอาบูดาบีรู้สึกอย่างไร ผมตอบได้แค่อึดอัดมาก
UAE เป็นประเทศขนาดเล็ก ประเทศเดียวในโลกที่มี
2 ตลาดหุ้น อาบูดาบีและดูไบ
2 ตลาดน้ำมัน อาบูดาบีและดูไบ
ฯลฯ
เหมือน 2 ประเทศซ้อนกันอยู่ยังไงยังงั้น
นั้นคือเหตุผลว่า เมื่อไทยขอตัวทักษิณกับ UAE
อาบูดาบีรับ แต่ดูไบไม่รับ
ทักษิณจึงอยู่ได้...............
อาบูดาบีไม่สบายใจกับเรื่องดูไบมานานแล้ว ดูไบเหมือนน้องที่ไม่ฟังพี่ใหญ่และทำอะไรเกินตัว ทำหลายอย่างไม่ไว้หน้าพี่
เมื่อ ศก โลกตก ดูไบที่เคยยิ่งใหญ่ก็ตกไปด้วย
แต่
อาบูดาบีได้รับผลไม่มากนัก เพราะเขาเลือกจะเกินเงินและลงทุนไม่มาก ต่างจากดูไบที่เอาเงินเก็บทั้งหมด และไปกู้เพิ่ม มาลงทุน
ก่อนกลับเมืองไทย ข่าวสุดท้ายที่ผมได้คือ ดูไบกำลังขอยืมเงินจากอาบูดาบี 1.7 Trl $
งง ไหม? Trl หรือ Trillion ล้านล้าน ครับ 1.7 ล้านล้าน ดอลล่า
และ อาบูดาบี ตอบด้วยความหมั่นใส้ว่า............ไม่ให้
วันผมกลับ ดูไบให้เรือสูบทรายที่ถมเกาะปาล์มแห่งที่ 3 Palm Deira กลับประเทศ..............
ดูไบที่ล่มจมวันนี้จึงเกิดจากการลงทุนเกินตัวของดูไบ และอาบูดาบีปล่อยให้เจ็บเพื่อสั่งสอน
และ
เพื่อให้ได้ความเป็นพี่ใหญ่ที่มีอำนาจจริงๆคืนมา
......................................................................................
หาก อาบูดาบี้มีอิทธิพลเหนือดูไบเมื่อไหร่ ทักษิณก็ไม่ปลอดภัยเมื่อนั้น เพราะเท่าที่ทราบ เชคแห่งอาบุดาบี ท่าน ไม่ชอบใจ เชคแห่งดูไบที่ทำธุรกิจ จนให้ความอนุเคราะห์นักธุรกิจโกงๆหลายคน และดูไบเองก็ได้ชื่อว่าเป็นที่ฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์อีกที่ด้วย
เชคแห่งอาบูดาบีนั้น ไม่ทำธุรกิจ เพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวกับการบริหารประเทศ(คนละอย่างกับทักกี้เลย)
ดังนั้นหากการเข้าควบคุม ดูไบ มาถึง เชื่อว่านักธุรกิจหลายคนจะโดนตรวจสอบ
และนั้นคงหมายรวมถึงทักษิณด้วย
ถามว่าทักษิณรู้เรื่องนี้หรือไม่
คำตอบคือ รู้และพยามอย่างมากที่จะเข้าพบเชคแห่งอาบูดาบีมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เชคท่านก็รู้และไม่ให้เข้าพบ
สังเกตง่ายๆ จนบัดนี้ไม่มีรูปทักษิณและเชคแห่งอาบูดาบี มาแสดงเลย เท่าที่ทราบมีแต่ได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น
เชื่อว่าสงครามสั่งสอน ดูไบ ของ อาบูดาบี ผ่านเศรษฐกิจ ตอนจบจะส่งผลให้นักธุรกิจหลายรายต้องบินออกจากดูไบ
ดังนั้นหนทางเดียวที่จะอยู่ได้ตอนนี้ของทักษิณ คือเข้าหาเชคแห่ง อาบูดาบี เพื่อให้สงครามสั่งสอนนี้ไม่เกิดผลกับตัวเขา
ช่วงนี้ทักษิณอาจหายไปจาก Twitter เพราะต้องไป Abu Dhabi
credit : http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9520000144233
ครั้งนึงตอนไปดูไบเคยอ่านหนังสือที่ผู้นำรัฐให้สัมภาษณ์แนวคิดการสร้างเมือง
เค้าบอกว่าต่อไปในอนาคตคนเราจะใฝ่หาอสังหาริมทรัพย์ที่ติดน้ำมากขึ้น
เค้ามองว่าไอ้ต้นปาล์มนั่นคือวิถีแห่งอนาคตค่ะ
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมพี่แกถึงลงทุนขุดทะเลเข้าเมืองหลายจุด
การจราจรก็จะเลียนแบบแผนที่โลก แต่ในทางปฏิบัติดิชั้นว่าไม่เวิร์กนะ
credit : aether(T-pageant)
anuchaya November 28th, 2009, 04:22 AM เห็นสร้างกันราวกับเนรมิตขึ้น สร้างอยู่คนละตึก
Narongchai_thi November 28th, 2009, 04:46 AM [Home] มติชนรายวัน
วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11585 มติชนรายวัน
"ดูไบ"วิกฤต "ฮานอย"สาหัส สะท้อนภาพ "ศก.โลก"ยังง่อนแง่น
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวการณ์แตกตื่นขึ้นในแวดวงเศรษฐกิจทั่วโลก ถล่มตลาดหุ้นระนาวตั้งแต่ยุโรปเรื่อยมาจนถึงเอเชีย สาหัสขนาดดัชนีของแต่ละประเทศดำดิ่งลงถึงระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนก็มี เหตุการณ์เขย่าขวัญที่ว่านั้นมีตั้งแต่เรื่องใหญ่คับโลกอย่างการประกาศขอเจรจาพักชำระหนี้ของดูไบ หนึ่งใน 7 รัฐอิสระ หรือเอมิเรตส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นภาวะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอุษาคเนย์อย่างเวียดนาม ที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่กำลังกดดันเศรษฐกิจของทั้งประเทศอยู่ในเวลานี้
ทั้ง 2 กรณีน่าสนใจไม่น้อย ไม่เพียงเพราะลักษณะของการเกิดวิกฤตคล้ายคลึงอย่างยิ่งกับวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นเพราะทั้งสองกรณีอาจมีผลผูกพันอย่างยิ่งต่ออนาคตของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเมืองไทย ต่อไปนี้คือความพยายามทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการประเมินผลสะเทือนที่จะเกิดติดตามมา
ทำความรู้จักดูไบ
ดูไบ เป็นหนึ่งใน 7 รัฐที่ประกอบกันขึ้นเป็นยูเออี ประเทศที่มีน้ำมันดิบสำรองอยู่มากเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ทุกรัฐในยูเออีจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าอย่างน้ำมันอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งในรัฐที่ไม่มีน้ำมันอยู่ นั่นทำให้ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคทูม ผู้ปกครองแห่งดูไบ จำเป็นต้องคิดอะไรที่แตกต่างออกไปเพื่อพัฒนาและยกระดับประเทศตน
เป้าหมายของดูไบก็คือ การกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเงินแห่งตะวันออกกลาง หรืออย่างน้อยที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในระนาบเดียวกันกับ สิงคโปร์และฮ่องกง
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือกันว่า ดูไบ "บูม" ถึงขีดสุด ชนิดเกินหน้าเกินตา เอมิเรตส์อื่นๆ แม้กระทั่ง อาบู ดาบี เอมิเรตส์ที่ถือกันว่าเป็น "รัฐบาลกลาง" ของยูเออี การท่องเที่ยวคึกคัก การบริโภคครึกครื้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การลงทุนหลั่งไหลเข้ามาจากต่างประเทศ ด้วยหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งใน "ความมั่งคั่งใหม่" ที่ผุดพรายขึ้นในตะวันออกกลาง ผลลัพธ์ประการหนึ่งของการที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเบ่งบานในดูไบ ก็คือการแย่งกันเกิดของโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ อะไรที่พิเศษพิสดารสามารถเกิดขึ้นได้ในนครรัฐมหัศจรรย์แห่งนี้ ตั้งแต่ตึกสูง 800 เมตร จำนวน 160 ชั้น เรื่อยไปจนถึง การจัดสรรที่ดินในรูป "เกาะ" ที่ถมและสร้างขึ้นเป็นรูปแผนที่โลกและรูปต้นปาล์ม ดึงดูดทั้งลูกค้าระดับอภิมหาเศรษฐีและเซเลบริตี้จากทั่วโลก รวมทั้งดาราดังอย่าง แบรด พิตต์ หรือเอกบุรุษในแวดวงกีฬาฟุตบอลอย่าง เดวิด แบ๊คแฮม
การลงทุนส่วนใหญ่ในดูไบ เป็นการลงทุนจากกองทุนของรัฐบาลที่เรียกกันว่า กองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งรัฐ (ในทำนองเดียวกับเทมาเสก ของสิงคโปร์) ซึ่งจัดตั้งในชื่อ "ดูไบเวิลด์" ดูไบเวิลด์ เป็นผู้บริหารกิจการหลายอย่าง อาทิ ดูไบ พอร์ต เวิลด์ ผู้บริหารท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ นาคีล ดีเวลลอปเมนต์ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของกิจการ ปาล์ม ไอส์แลนด์ และอื่นๆ ที่ส่วนหนึ่งยังคาราคาซัง ครึ่งๆ กลางๆ อยู่ในเวลานี้
โครงการยักษ์ "ปาล์ม ไอส์แสนด์" หนึ่งในโครงการที่ยังคาราคาซังของ นาคีล ดีเวลล็อปเมนต์ ที่เป็นที่มาของหนี้ก้อนมหึมาของดูไบ จนต้องประกาศพักหนี้อยู่ในเวลานี้
เงินลงทุนทั้งหมดไม่ใช่การใช้เงินสดจากกองทุนเข้ามาทำลงทุน หากแต่เป็นการอาศัยศักยภาพของกองทุนมากู้เงิน ทั้งในรูปของการกู้จริงๆ และในรูปของการกู้โดยการออกพันธบัตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การกู้ทั้งสองรูปแบบค้ำประกันโดยรัฐบาลดูไบทั้งสิ้น
เกิดอะไรขึ้นที่ดูไบ
เบ็ดเสร็จแล้ว ผู้ปกครองแห่งดูไบ กู้เงินจากแหล่งเงินหลากหลายมากกว่า 70 แหล่ง มาเพื่อใช้ในการดำเนินการและพัฒนาโครงการต่างๆ ของประเทศ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นาคีล ดีเวลลอปเมนต์ ระบุเอาไว้ว่า ดูไบ เวิลด์ มีหนี้สินทั้งสิ้น 59,300 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2008 และมีทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่า 99,600 ล้านดอลลาร์ ณ เวลาเดียวกัน
มีผู้ประเมินหยาบๆ เอาไว้ว่า โดยรวมแล้ว หนี้สินทั้งที่เป็นของภาครัฐและเอกชนในดูไบทั้งหมดรวมแล้วมีประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ยากที่จะทำให้นครรัฐดูไบ กลายเป็นประเทศที่ประชากรมีหนี้สินต่อหัวสูงที่สุดในโลก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจไม่เกิดอะไรขึ้นกับพัฒนาการของดูไบ หากไม่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เรียกกันในเวลานี้ว่า แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส ขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ลักษณะพิเศษที่เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของวิกฤตหนนี้ก็คือ ภาวะตกต่ำของราคาอสังหาริมทรัพย์ และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นตามมาจนลุกลามกลายเป็นวิกฤตไปทั่วโลก คือ ภาวะวิกฤตสินเชื่อ ทั้งสองอย่างกระทบเข้าตรงใจกลางสิ่งที่ดูไบเป็นอยู่พอดิบพอดี แหล่งเงินกู้ของดูไบ หายากเย็นมากขึ้นในขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ของตนลดลงมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แถมยังขายไม่ได้อีกต่างหาก
สิ่งที่ผู้ปกครองแห่งดูไบประกาศ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น อุปมาอุปไมยได้กับการที่ นาย ก. กู้เงินจากธนาคารมาสร้างบ้าน แล้วจู่ๆ ก็พบว่า เงินสดที่มาจากรายได้ของตนขาดมือไม่เพียงพอต่อการชำระค่างวดที่กำลังจะมาถึง จึงประกาศบอกกับธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ทั้งหลาย ขอให้เลิกเก็บค่างวดไปอีก 6 เดือน
ความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงก็คือ ดูไบ ไม่ใช่ นาย ก. แต่เป็นประเทศๆ หนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยที่สุด หากเงินสดจะขาดมือจริงต้องมีเค้าลางบอกล่วงหน้า ที่จะทำให้เจ้าหนี้ทั้งหลายเลิกปล่อยกู้ นักลงทุนเลิกลงทุนซื้อพันธบัตร ข้อเท็จจริงก็คือ บรรดานักลงทุนจากต่างชาติประเมินดูไบผิดมาตลอดระยะเวลา 4 ปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำชัดเจนว่า สิ่งที่บรรดานักลงทุนทั้งหลายคิดว่าดูไบ เวิลด์ จะได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาลดูไบ และรัฐบาลดูไบจะได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง
ความน่าเชื่อถือและศักยภาพของโครงการต่างๆ ของดูไบ หายวับไปกับตาก็เพราะเหตุนี้
ผลสะเทือนจากวิกฤตดูไบ
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีอะไรชัดเจนจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น นครรัฐดูไบ เพียงร้องขอให้เจ้าหนี้มาเจรจากับตนเพื่อยืดเวลาชำระหนี้ออกไปอีกอย่างน้อยจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีหน้า แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า รัฐบาลอาบูดาบี ไม่ได้หนุนหลังดูไบอย่างเต็มที่ ทำให้ทุกคนตื่นตระหนก ดูไบมีหนี้สินอยู่เท่าใดกันแน่? ต้องการยืดชำระหนี้ก้อนไหน เป็นจำนวนเท่าใด? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นตามมาอีก? เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และยิ่งก่อให้เกิดความตระหนกแผ่ไปทั่ว
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกประการก็คือ ดูไบเวิลด์ เพิ่งออกพันธบัตรและธนาคารกลางอาบูดาบี เพิ่งกวาดซื้อไปทั้งหมด 10,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่จะมีการประกาศขอพักชำระหนี้ ดูไบเวิลด์ เพิ่งได้เงินกู้จากธนาคาร 2 แห่ง ในอาบูดาบีมา รวมเป็นเงิน 5,000 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังจำเป็นต้องประกาศของพักหนี้ ทำให้นักลงทุนยิ่งขมวดคิ้วนิ่วหน้ามากขึ้นไปอีก
บุคคลทั่วไปไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่า ดูไบเวิลด์ เป็นหนี้ใครอยู่เป็นจำนวนเท่าใดกันแน่ เว้นเสียแต่ว่า เจ้าหนี้หรือลูกหนี้จะประกาศข้อเท็จจริงออกมา จนกว่าจะถึงเวลานั้น วิกฤตดูไบอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องออกไปไม่หยุดยั้ง ยิ่งข่าวสะพัดออกไปว่าหนี้จำนวนหนึ่งถูกแปลงไปอยู่ในรูปของ เครดิต ดีฟอลท์ สว็อป หรือซีดีเอส ความแตกตื่นยิ่งลุกลามไปกันใหญ่
ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ทำให้กรณีนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกก็คือ แม้ว่าในที่สุดแล้ว รัฐบาลกลางของยูเออีก็คงต้องเข้ามาอุ้มโครงการต่างๆ เอาไว้ แต่ก็ต้องเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เป็นที่ยอมรับกันได้ ซึ่งหมายถึงความเจ็บปวดสำหรับเจ้าหนี้ของดูไบในเวลานี้ และจำนวนหนี้สินที่แท้จริงของดูไบนั้นจำเป็นต้องบวกเม็ดเงินที่ต้องทุ่มลงไปเพื่อให้โครงการต่างๆ ที่ยังคาราคาซังแล้วเสร็จ พร้อมออกจำหน่ายเข้าไปด้วยอีกส่วนหนึ่ง
ภายใต้ข้อสันนิษฐานดังกล่าว วิกฤตดูไบน่าจะส่งผลสะเทือนสูงเฉพาะในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งคาดกันว่าส่วนใหญ่จะเป็นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นที่เวียดนาม
ความยุ่งยากของเวียดนาม แตกต่างกันออกไป แรงกดดันที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของเวียดนามเกิดขึ้นจากภายในเองส่วนหนึ่งและจากภายนอกประเทศอีกส่วนหนึ่ง กดดันจนทำให้ธนาคารกลางของเวียดนามประกาศลดค่าเงินด่องของตนเองลงเป็นครั้งแรกในรอบปี ในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นประเทศแรกในอุษาคเนย์ที่ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนทำให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงขึ้นไปอยู่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์แล้ว
ธนาคารกลางของเวียดนามรู้ดีว่า การลดค่าเงินลง ราว 5 เปอร์เซ็นต์นั้น จะส่งผลให้เกิดการปรับค่าเงินด่องในตลาดจริงๆ ราว 10-12 เปอร์เซ็นต์ และจะก่อให้เกิดแรงกดดัน หรือไม่ก็เกิดการเก็งกำไรจากการเดิมพันว่า จะมีการลดค่าเงินลงไปอีกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จำเป็นต้องทำ
เหตุผลประการหนึ่งนั้น เป็นเพราะทางการเวียดนามต้องการแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฮวบฮาบจนถึงระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ที่ 4.35 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนพฤศจิกายน ในขณะเดียวกันกับที่ระดับสินเชื่อก็ขยายตัวมากถึง 34.5 เปอร์เซ็นต์ ใน 10 เดือนแรกของปีนี้ เกินกว่าเป้าทั้งปีที่ทางการตั้งเอาไว้ที่ 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว ในเวลาเดียวกันนั่นเอง ภาวะขาดดุลการค้าและขาดดุลบัญชีเดินสะพัดก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก
ดุลการค้าของเวียดนามขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 1,750 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นจาก 1,600 ล้านดอลลาร์ เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา การส่งออกนับตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเดือนพฤศจิกายน ลดลง 11.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะเดียวกัน เงินทุนไหลออกก็มากกว่าเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าประเทศ ทำให้เกิดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มมากขึ้นในครึ่งแรกของปีนี้เป็น 5,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ทั้งปีของปี 2008 ที่ผ่านมา ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเพียง 1,600 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ประเด็นที่เป็นปัญหาก็คือ การดำเนินการของทางการเวียดนามในเวลานี้ ทำให้เกิดความสับสนและไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาในอนาคตขึ้น เพราะการลดค่าเงินและการขึ้นดอกเบี้ยดูเหมือนจะขัดกันอยู่ในตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลายคนปักใจเชื่อตั้งแต่ตอนนี้แล้วว่า การลดค่าด่องครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
ข้อเท็จจริงของทั้ง 2 กรณี แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนประการหนึ่งว่า ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว สร่างไข้อยู่ในเวลานี้นั้น ทุกอย่างยังเปราะบาง และอ่อนแออย่างยิ่ง ภาวะวิกฤตสินเชื่ออาจเล่นงานใครก็ได้ เมื่อใดก็ได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกันกับปัญหาเรื่องการส่งออกและการไหลเข้า-ออกของเงินทุนจากต่างประเทศ
และน่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานไม่น้อย จนกว่าเหตุปัจจัยพื้นฐานในระบบเศรษฐกิจโลกจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง
jobecob November 28th, 2009, 07:39 AM เรื่องนี้อีกยาว ไม่รู้ว่าจะจบยังไง
แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเค้าปล่อยให้มันเลยเถิดอย่างงี้ได้ยังไง
QVGA November 28th, 2009, 07:57 AM ไม่เชื่อว่าเวียดนามจะประสบปัญหาเศรษฐกิจ ข่าวลวงหรือจริงต้องรอดูกัน
knrOctober November 28th, 2009, 08:57 AM เวียดนามอาการคล้ายๆไทย ตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง คือขาดดุลการค้า ลดค่าเงิน แต่ไม่รู้ว่ามีหนี้ระยะสั้นมากด้วยหรือไม่ ถ้ามีหนี้เยอะอีกละก็ :ohno: อ้อ..อีกอย่าง ขาดไอ่เวร จอร์จ โซรอส ลงมาเล่นด้วยอีกคน
Munich dweller November 28th, 2009, 10:06 AM สงสัยไปๆมาๆ อภิมหาโปรเจคของเวียดนามทั้งหลายทั้งรถไฟฟ้าในฮานอย รถไฟความเร็วสูง สนามบินใหม่ที่จะมาแข่งกับสุวรรณภูมิก็อาจถูกดองเค็มเหมือนกันถ้าวิกฤตนี้เป็นหนักมากขึ้น ....
แต่สำหรับดูไบนี่ไม่เคยสงสัยเลยว่าสักวันฟองสบู่มันจะไม่แตก คอยดูมาปีสองปีละ แล้วสุดท้ายมันก็แตก .... เคยไปต่อเครื่องที่การ์ต้า กับที่ดูไบเหมือนกัน มันเป็นที่ที่ไม่มีอะไรเล้ยยยย นอกจากทะเลทรายร้อนๆ 40 องศาสุดลูกหูลูกตา ลมพัดทีก็คลื่นความร้อนกับฝุ่นทรายก็ปลิวมาที แล้วอยู่ๆก็มีกลุ่มตึกสูง 60 ชั้น 70 ชั้นโผล่มากระจุกนึง .... ไม่รู้โผล่มาให้ใครอยู่ ไฮเวย์ใหญ่โตกว้างขวางเหมือนวิภาวดีเราบวกบางนา-ตราด แต่มีรถวิ่งฝั่งละไม่ถึงสิบคัน ... พลเมืองก็มีไม่ถึง 5 ล้านคน อุตสาหกรรมก็ไม่มี การท่องเที่ยวก็ไม่มีจุดขาย มันก็น่าสงสัยมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าเนรมิตขึ้นมาเยอะแยะขนาดนี้จะไปหาลูกค้าจากไหนนักหนามาซื้อมัน ... มองจาก architectural, engineering point of view โปรเจคพวกนี้มันก็สวยงามอลังการดีหรอก ... แต่มองในแง่เศรษฐศาสตร์แล้วนี่ มันเสี่ยงเป็นฟองสบู่จริงๆ
chengo November 28th, 2009, 11:57 AM http://spic.uploadd.com/2032/K75/small/3CCF3FFDF26WRUF5NMMZEQDC[5EXIVshadowppaerial26.jpg
ถ้ามองผ่านๆนี่ ตึกสวยมากเลย
แต่พอมองลงไปดูที่พื้นแล้วไม่น่าอยู่อย่างแรง มีแต่ทราย กับ ทราย
บ้านเราดีกว่าเยอะ มองไปไหนก็เจอสีเขียว
Narongchai_thi November 28th, 2009, 01:38 PM Vietnam Macro Stat in 2008 (from CIA World Factbook):
Inflation Rate 23.1%
Current Account Deficit 10.7 Billion USD
Inter Reserves 24.18 Billion USD
External Debt 25.89 Billion USD
Public Debt 48.8% of GDP
Ch'HWA November 28th, 2009, 05:00 PM ถ้าดูไบทำแบบที่เป็นในปัจจจุบัน ใช้เงินฟุ้งเฟ้อแบนี้ เพียงเพราะคิดว่ามีน้ำมัน
แล้วบรูไน ถ้าเขาจะฟุ้งเฟ้อแบบนี้ได้หรือเปล่าครับ
Omegadestiny November 28th, 2009, 05:02 PM http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=362712
เกี่ยวกับ ดูไบ
143143babe November 30th, 2009, 04:44 AM ตึกเยอะมาก ทำไมเกินตัวนะ เหมือนดูไบ สร้างเพื่อให้คนต่างประเทศซื้อ ประชากรเฉลี่ย น้อยมากที่จะสามารถอยู่ตึกที่สร้างได้ แต่ว่าแต่ อาบูดาบีจะช่วยเหลือหรือป่าว แต่ถ้าไม่ช่วย ก็ดีนะ ให้รู้ซะบ้างว่า การทำไม่ดี ฟอกเงิน มันจะรับกรรมแบบไหน เห้ออ แต่ประเทศเราดูขข่าวเห็นว่า โดนฉุด จีดีพี และการส่งออกปีหน้า อาจจะ - 3 % เลยนิ่นา
Wisarut November 30th, 2009, 09:19 AM ^^^
อาบูดาบีคงจะช่วยในฐานะพี่ใหญ่ แต่ ในฐานะที่ อาบูดาบี ก็เป็นเจ้าหนี้รายหนึ่ง ซึ่งดูไบเองเป็นลูกหนี้นั้น คงต้องให้พี่ใหญ่ Take Over กิจการที่ทำกำไรแลกกับเงินกู้ที่ ช่วยชีวิตหนะนะ และ ต้องให้มีการสอบธุรกรรมที่ เข้าข่ายผิดดกฏหมายฟอกเงิน ด้วย
iLamok November 30th, 2009, 04:27 PM หะหะหะ Serve you right mannnnnnn....
อะไรเยอะๆ ไม่ใช่จะดีเสมอไป
สาธุ ++
EK@PHS December 2nd, 2009, 09:39 AM เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ชอบ สิ่งลวงตาครับ อยากมีนั่นอยากมีนี่ อยากได้อะไรใหญ่ ๆ โต ๆ อลังการ หรูหรา ฟู่ฟ่า แล้วคิดว่าสิ่งนี้คือความเจริญ ความมั่งคั่ง ความล้ำหน้า ทันสมัย
ที่จริง
ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเลย
Ch'HWA December 2nd, 2009, 10:09 AM ไม่ทำสิ่งที่ตัวเองถนัดก่อน แล้วค่อยขยับขยาย
คววรจะจะกลับไปทำท่าเรืออย่างเดิมก่อน ตัวเองเก่งเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ
การจะไล่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ให้ทันมันคงต้องใช้เวลา
|
|