PDA

View Full Version : PROJECT : Bangkok Terminal


Chad
June 14th, 2004, 12:55 AM
But venture's legal status still in limbo

Wichit Chantanusornsiri



The Treasury Department wants the original developer of the Mor Chit project to resume operations despite uncertainties about the venture's legal status.

Wisudhi Srisuphan, the department's director-general, said his officials had already proposed allowing Sun Estate, now renamed Bangkok Terminal, to continue work on the project.

Doing so ``appeared to be the least problematic solution in terms of the law'', he said.

But the project still has numerous steps ahead before work can continue, including the need to seek approval from the Finance Ministry and the cabinet, as well as approval from an oversight committee as required under the 1992 joint public-private investment law.

Mr Wisudhi noted that if a new concession tender was called, it was uncertain whether Bangkok Terminal could file suit against the department seeking claims for the original contract.

The Treasury Department has yet to formally terminate its concession contract with Bangkok Terminal, even though the Council of State, the government's legal advisory arm, offered the opinion that the contract was void due to failure to abide by regulations under the public-private law.

The original 30-year contract, awarded in 1996, envisioned the development of the 63-rai plot of land located on Phahon Yothin Road as a new commercial complex and transport hub linking northern bus routes with the BTS Skytrain.

The agreement for the 19-billion-baht project was originally signed by Nibhat Bhukkanasut, then treasury director-general, and Nam Mahitirat, chairman of Sun Estate.

But work was dogged by both corruption allegations and financial troubles following the 1997 economic crisis, with piling work on the site left incomplete over uncertainties over the legal status of the project.



Source : Bangkokpost : June 14, 2004

kiku99
June 15th, 2004, 10:53 PM
i think this is one of the 'must' projects that need to be done soon.

Chad
June 16th, 2004, 01:47 AM
Yes, to complete the Bangkok Transportation masterplan too..

BKKinTO
July 1st, 2004, 02:29 AM
Absolutely !!

Chad
October 6th, 2004, 05:00 PM
The model :

http://img.photobucket.com/albums/v171/chady/bangkokterminal.jpg

kiku99
October 9th, 2004, 03:58 AM
wow, it looks so big. come on Thaksin, make this become reality soon;)

Chad
October 9th, 2004, 04:49 AM
คลังชงครม.ฟื้นโปรเจ็กต์หมอชิต ดันรายใหม่ชิงดำ"ซันเอสเตท"

"วราเทพ รัตนากร" ดันเต็มสูบ พลิกฟื้นโปรเจ็กต์พัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิตเก่า พื้นที่ 63 ไร่ มูลค่า 1.8 หมื่นล้าน รับกระแสอสังหาริมทรัพย์บูม ล่าสุดสั่งกรมธนารักษ์เตรียมข้อมูลเสนอ ครม.อนุมัติแบบเร่งด่วน ผุดโรงแรม ศูนย์การค้า ศูนย์แสดงสินค้า อาคารสำนักงาน สถานี บขส. ด้านกรมธนารักษ์กุมขมับ หวั่นถูก "บางกอกเทอร์มินอล" ฟ้องร้อง โยนคณะกรรมการร่วมทุน ตัดสินใจเปิดทางเอกชนรายใหม่หรือคู่สัญญาเดิมเข้าร่วมประมูล



นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายในเดือนตุลาคม 2547 นี้ จะนำโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิตเก่าของกรมธนารักษ์ มูลค่า 18,000 ล้านบาท เสนอให้คณะรัฐมนตรี ( ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบว่า จะให้ดำเนินการพัฒนาต่อไปหรือไม่ ถ้าได้รับการอนุมัติจาก ครม. ให้ดำเนินการ ก็ต้องทำตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติร่วมทุนรัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 ต่อไป

"ตอนนี้กรมธนารักษ์กำลังดูในรายละเอียด หลังจากที่ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการไปเรียบร้อยแล้ว ว่าให้กรมธนารักษ์พัฒนาต่อไปได้ ปัจจุบันธุรกิจอสังหาริม ทรัพย์พื้นตัวแล้ว เหมาะที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเดินทาง หลังจากที่ปล่อยทิ้งร้างมาหลายปี"

นายวราเทพกล่าวว่า ตามแผนโครงการนี้จะพัฒนาในรูปของคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ มีอาคารที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มีที่จอดรถ ระบบขนส่ง รวมทั้งอาจจะเป็นสถานีขนส่งของบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเอกชน และการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมทุน

สำหรับปัญหากับทางบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด ในเครือซันเอสเตท ของนายน้ำ มหฐิติรัฐ คู่สัญญาเดิมนั้น ถือเป็นคนละส่วนกัน ถ้า ครม.ให้เปิดประมูลใหม่ก็จะถือเป็นการเริ่มโครงการใหม่ จะไม่มีปัญหากับรายเดิมแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในการประกวดราคาครั้งใหม่นี้ ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของทางคณะกรรมการตามพระ ราชบัญญัติร่วมทุนรัฐและเอกชน ว่าจะให้ทาง ซันเอสเตท ผู้ประกอบการรายเดิมดำเนินการ หรือจะเปิดประมูลทั่วไป แต่ตอนนี้รายเดิมยังมีโอกาสที่จะเข้าร่วมประมูลได้

ด้านแหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์เปิดเผยว่า ตอนนี้กรมกำลังเร่งมือปรับแก้รายละเอียดบางส่วนของโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุย่านหมอชิต เพื่อจะเสนอให้ ครม.พิจารณาเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็ดำเนินการตามพระราชบัญญัติร่วมทุนฯซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า จะให้เอกชนรายใหม่หรือรายเก่าพัฒนา อยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมทุน

ถ้าเป็นรายเดิม คือบริษัท บางกอกเทอร์มินอล ก็ต้องใช้รายละเอียดในมาตรฐานเดิมที่เคยเสนอมา ถ้าเป็นรายใหม่ ก็ต้องมีการพิจารณาในรายละเอียดใหม่ ทั้งมูลค่าการลงทุน รูปแบบการพัฒนา และผลตอบแทน ให้สอดรับกับสภาพปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้กรมได้รับผลตอบแทนที่น้อยลงก็ได้

"เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมาก อย่างราคาที่ดิน เดิมเคยประเมินไว้ช่วงแรก อยู่ที่ตารางวาละ 1.5 แสนบาท ปัจจุบันราคาที่ดินอยู่ที่ 7 หมื่นบาทต่อตารางวาเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน แม้ทางกฎกระทรวงผังเมืองกรุงเทพมหานครจะยกเว้นให้พัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ก็ตาม"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แม้ปัจจุบันที่ดินบริเวณดังกล่าว โดยรอบพื้นที่จะมีการพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่มูลค่าที่ดินยังไม่เพิ่มขึ้น แต่ในอนาคตเมื่อมีการพัฒนาตรงนี้แล้ว คาดว่าจะสร้างมูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นอีก ในด้านรูปแบบการลงทุน เอกชนจะลงทุน 100% กรมธนารักษ์จะได้ส่วนแบ่งเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าเช่าที่ดิน ในระยะยาว 30 ปี ซึ่งยังเป็นมาตรฐานเดิมที่รายเก่าเคยเสนอมา แต่ถ้ารายใหม่เข้ามา คณะกรรมการร่วมทุนจะมีการพิจารณาในเรื่องของผลตอบแทนใหม่ตามไปด้วย

ส่วนการพัฒนาที่ราชพัสดุย่านหมอชิตนี้ จะมีพื้นที่ทั้งหมด 63 ไร่ รวมถึงที่ดินบริษัทบีทีเอสซีใช้ประโยชน์อยู่ด้วย จะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ มีโรงแรมขนาด 450 ห้อง พื้นที่ร้านค้าย่อยเพื่อบริการลูกค้า มีศูนย์การแสดงสินค้าขนาดใหญ่พื้นที่ 47,114 ตารางเมตร เป็นสถานีขนส่งรถประจำทางของ บขส. ซึ่งจะย้ายกลับมาที่เดิมบางส่วน ส่วนที่หมอชิต 2 ยังคงไว้ ทำเป็นที่จอดรถ ให้มารับส่งผู้โดยสารที่สถานีแห่งใหม่แทน

นอกจากนี้จะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า ค้าปลีก ค้าส่ง นิทรรศการ ศูนย์กลางสินค้าโอท็อป สถานที่ราชการ โรงเรียนกวดวิชา จะสร้างเป็นตึกสูง จำนวน 5 ตึก ความสูงไม่เกิน 150 เมตร ซึ่งคอนเซ็ปต์การพัฒนายังเหมือนเดิม คือพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ถ้าทางคณะกรรมการร่วมทุนให้เปิดประมูลใหม่โดยทั่วไป และทางบริษัท บางกอกเทอร์มินอล ไม่ได้สัมปทานเหมือนเดิม กรมธนารักษ์อาจจะต้องรับผิดชอบ หากมีการยกเลิกสัมปทาน เพราะทางคู่สัญญาเดิม ต้องชำระค่าก่อสร้างฐานรากให้แก่บริษัทรถไฟฟ้าบีทีเอส วงเงิน 766 ล้านบาท จากมูลค่าตามร่างทีโออาร์กำหนดไว้ 600 ล้านบาท แต่ทางบีทีเอสอยากจะได้ 900 ล้านบาท เพราะลงทุนก่อสร้างไปมาก แต่ตอนนี้ทางกรมธนารักษ์พยายามจะไม่แตะในสัญญาเดิม และการจ้างที่ปรึกษามาศึกษา ก็ไม่ได้ศึกษารายละเอียดของสัญญาเดิม ให้ศึกษาเพียงแค่ว่าจะพัฒนาต่อไปได้หรือไม่เท่านั้น


Source : Prachachat Turakij : Oct 4, 2004

cHemon
October 9th, 2004, 08:41 PM
:okay:

แต่ที่ย้งสงสัยคือ ถ้าเกิดย้ายสถานีขนส่งกลับมาที่ถนนพหลโยธิน ทำจะทำให้รถติดมากขึ้นหรือเปล่าอ่ะ แค่นี้ก็แย่แล้ว

ผมว่าสถานีขนส่งปัจจุบันก็ดีแล้ว ใหญ่ดี ไม่แออัดอ่ะ
แต่มีข้อเสียคือไปยากอ่ะ ไม่มีรถไฟฟ้าเข้าไป

Wisarut
October 10th, 2004, 04:54 AM
จริงอย่างที่คุณ Chemen ว่า และที่แน่ๆคือ บขส. แจ้งว่า "ยังไม่มีความประสงค์ที่จะย้ายกลับเข้าหมอชิต" ด้วย

Pas
October 13th, 2004, 04:50 AM
I hope they build this thing soon. It will be the icing on the cake!!

Imperfect Ending
October 19th, 2004, 02:37 AM
The model :

http://img.photobucket.com/albums/v171/chady/bangkokterminal.jpg

AHHHHHHHHHHHHHHHHH!!!!!! AHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHH! AHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHH!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

Chad
April 11th, 2005, 04:07 AM
ชงครม.ชี้ขาดคอมเพล็กซ์หมอชิต ธนารักษ์เปิด2แนวทางพัฒนาใหม่

กรมธนารักษ์ชง ครม.ชี้ขาด แผนพัฒนาพื้นที่หมอชิตเก่า เนรมิตเป็นคอมเพล็กซ์ยักษ์ ขนาด 63 ไร่ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท หลังผลการศึกษาออกมาแล้ว เหมาะสมเดินหน้าโครงการต่อ รับกระแสตลาดอสังหาริมทรัพย์บูม ส่วนจะให้เจ้าเก่า "ซันเอสเตท" หรือเปิดประมูลใหม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมทุน

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทวงการคลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุบริเวณหมอชิตว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หลังจากที่กรมได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการใหม่แล้ว โดยทางบริษัทที่ปรึกษาเสนอว่า โครงการมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาต่อไป โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 20,000 ล้านบาท

"ถ้า ครม.เห็นชอบที่จะให้กรมพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ต่อไป จากนั้นมาดูวิธีการจะเป็นแบบไหน เพราะต้องทำตามพระราชบัญญัติร่วมทุนรัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 ซึ่งทางกฤษฎีกาตีความมาแล้วว่าโครงการนี้ต้องเข้า และมาพิจารณาว่าจะให้สิทธิเอกชนรายเดิม คือบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด มาพัฒนา ซึ่งต้องดูเงื่อนไขที่เคยยื่นมาก่อน ว่ายังเหมาะสมที่จะพัฒนาหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะสมก็ต้องเปิดประมูลหารายใหม่มาพัฒนาแทน"

นายวิสุทธิ์กล่าวต่อว่า จากการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษามานั้น มีเนื้อหาและรายละเอียดใกล้เคียงกับของเดิมที่เคยศึกษาไว้ ซึ่งในส่วนของกรมจะดูแค่ในส่วนที่เป็นพื้นที่ของหน่วยงานราชการที่จะมาใช้ประโยชน์ มีสัดส่วนแค่ไหน ซึ่งก็ยังคงเป็นรายเดิมที่เคยศึกษาไว้ เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่จะต้องย้ายจากหมอชิตใหม่มาอยู่บริเวณนี้เหมือนเดิม เป็นต้น

"ส่วนการพัฒนาเชิงพาณิชย์นั้น จะต้องมาดูในเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ว่าจะเป็นเท่าไหร่ และสามารถพัฒนาได้แค่ไหน สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือไม่ เพราะทุกอย่างจะถูกจำกัดด้วยพื้นที่อยู่แล้ว"

รายงานข่าวแจ้งว่า จากสภาพของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันที่ฟื้นตัว ทำให้บริษัทที่ปรึกษามีความเห็นว่า โครงการนี้น่าจะพัฒนาต่อไปได้ เพื่อรองรับตลาดตรงนี้ ดีกว่าปล่อยทิ้งร้างไว้เฉยๆ เพราะทำเลเหมาะสม อยู่จุดศูนย์กลางการเดินทาง ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสและใต้ดิน แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นรายเดิมในกลุ่มซันเอสเตทมาพัฒนา หรือให้รายใหม่พัฒนาต่อไป ซึ่งถ้าเป็นรายใหม่ จะต้องมีการประเมินราคาลงทุนใหม่ทั้งหมด เพราะสภาพปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว แต่ถ้าเป็นรายเดิม ยังคงใช้เงื่อนไขเดิมที่เคยยื่นมา ให้อายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี

"กรมไม่ได้แตะในสัญญาเดิม และการที่ให้ที่ปรึกษาศึกษา ก็ไม่ได้ลงไปในรายละเอียดสัญญาเดิม เป็นแค่ดูความเป็นไปได้ของโครงการเท่านั้น ถือเป็นคนละส่วนกัน ส่วนจะสรุปรูปแบบไหน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลและคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ภายในปีนี้คงจะมีอะไรออกมาเป็นรูปธรรมให้เห็น"

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 63 ไร่ รวมถึงที่ดินของบริษัทบีทีเอสซีที่ใช้ประโยชน์อยู่ด้วย จะพัฒนาในรูปแบบของคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ เป็นอาคารสูงไม่เกิน 150 เมตร จำนวน 5 ตึก มีอาคารที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มีที่จอดรถ ระบบขนส่ง สถานีขนส่ง โรงแรมขนาด 450 ห้อง พื้นที่ร้านค้าย่อยเพื่อบริการลูกค้า ศูนย์การแสดงสินค้าขนาดใหญ่พื้นที่ 47,114 ตารางเมตร อาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า ค้าปลีก ค้าส่ง ศูนย์แสดงนิทรรศการ ศูนย์กลางสินค้าโอท็อป สถานที่ราชการ โรงเรียนกวดวิชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เดิมบริษัท ซันเอสเตท จำกัด ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด ของกลุ่มนายน้ำ มหฐิติรัฐ เป็นผู้ชนะการประมูลและได้รับสิทธิจากกรมธนารักษ์ให้เข้าไปพัฒนา แต่เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโครงการดังกล่าวจึงถูกชะลอก่อสร้าง

Source : Matichon/Prachachat : Apr 11, 2005

satit28
April 11th, 2005, 04:59 AM
i think if they build it they should modernise the tower.....
just the outside ...... the tower's shape is pretty good....

Chad
April 11th, 2005, 05:00 AM
I'm not sure that design still be one of the choices.

DD2020
April 11th, 2005, 06:44 PM
"จะพัฒนาในรูปแบบของคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ เป็นอาคารสูงไม่เกิน 150 เมตร จำนวน 5 ตึก"
I don't get it , why they have to specify like that????
"to develop in to large complex with 5 highrises not over 150 meters each"
That's obsolete!!!!!!!!!
In the new era we must do like DUBAI , build only one or two with 300 meters or more higher. :bash:

kiku99
April 13th, 2005, 03:23 AM
i think land price in Bkk is not that expensive enough. so it doesn't worth to build such a high bldg. i guess.

Chad
April 13th, 2005, 04:23 AM
150 meters limit is due to the distance form the Airforce base and Airport.

DD2020
April 13th, 2005, 01:13 PM
150 meters limit is due to the distance form the Airforce base and Airport.
That's so bad....

Kalix
April 18th, 2005, 02:28 AM
150 M. isnt too bad..because we gonna get 5 of them

Kalix
June 20th, 2005, 02:34 AM
Revival of Mor Chit development sought



The Finance Ministry plans to revive a project to develop the Mor Chit bus station.

Construction of the 20-billion-baht project was halted after the Council of State ruled that the 30-year concession issued to Bangkok Terminal by the Finance Ministry was void.

Chaiyos Sasomsap, a deputy minister, said the cabinet would be asked to consider whether to call new bids or allow Bangkok Terminal, formerly known as Sun Estate, to proceed under the old contract.

The site is now used as a depot for the skytrain system.

Bangkok Post, June 20, 2005

kiku99
June 20th, 2005, 06:54 AM
150 M. isnt too bad..because we gonna get 5 of them
true

satit28
June 20th, 2005, 12:28 PM
hope thats not the official design..............

Chad
July 18th, 2005, 02:25 AM
Mo Chit project revived with larger budget


The Treasury Department has increased the scope of its Mor Chit development project to 21 billion baht from 18 billion.

Wisudhi Srisuphan, the department's director-general, said the increase was justified given the 10-year delay in the project.

Authorities have also expanded the scale of the project slightly to 920,000 square metres from 900,000. At least 110,000 square metres will be reserved for government use.

The Treasury Department in 1996 awarded a 30-year concession contract to Sun Estate to develop a 63-rai plot of land along Phahon Yothin Road. The original project called for the construction of new commercial and retail complexes to be built to expand the site into a new transportation hub linking the Bangkok Skytrain with bus routes running to northern Bangkok.

But development of the site has been stalled due to bribery allegations over the original contract award and questions about whether the original project violated regulations overseeing large-scale public-private investment projects.

Authorities now want to revive the project, and have agreed to increase its overall scope after new studies by outside consultants.

Mr Wisudhi noted that the original 18-billion-baht project included extra cost estimates for land use belonging to the State Railways of Thailand. The original project was also envisioned during the economic boom, resulting in some costs being unnecessarily inflated.

On the other hand, the new project estimates take into account additional expenses from the project expansion, but do not yet factor in additional expenses as a result of rising oil prices over the past two years.

Source : Bangkokpost : Jul 18, 2005

satit28
July 18th, 2005, 10:39 AM
3 more billion????.............

Wisarut
July 18th, 2005, 01:30 PM
Well Smaller project with higher cost due to Baht depreciation form 25 Baht/US$ to
42 Baht/US$

Chad
September 12th, 2005, 02:06 AM
คลังปลุกผีสัมปทาน"คอมเพล็กซ์"หมอชิต1.8หมื่นล.

คลังชง ครม.อนุมัติแผนฟื้นที่ดินหมอชิต 63 ไร่ มูลค่า 18,000 ล้านบาท ล่าสุดอยู่ระหว่างขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กทม. กฤษฎีกา คาดปลายกันยายนนี้ได้ข้อสรุป เผยทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายร่วมทุนรัฐและเอกชน ชี้ "ซัน เอสเตท" ยังมีสิทธิร่วมยื่นข้อเสนอ

กรมธนารักษ์ได้ส่งเรื่องโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิตเก่าไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อรอบรรจุวาระนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวทางการดำเนินการโครงการนี้ต่อไป หลังจากบริษัทที่ปรึกษาได้เสนอแนะว่าโครงการมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไป เนื่องจากตลาดอสังหา ริมทรัพย์ฟื้นตัวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างทำเรื่องสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องถึงความเป็นไปได้ของโครงการ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของ ครม. ประกอบด้วย กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพ มหานคร (กทม.) สำนักงานกฤษฎีกา เป็นต้น

จากนั้นส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรอง ครม. พิจารณาก่อนเสนอให้ ครม.อนุมัติ

ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2535 อยู่ เนื่องจากโครงการมีมูลค่าสูง 18,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ด้วย คาดว่าจะนำเรื่องเข้า ครม.ได้ปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้”

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการลงทุนจะให้เอกชนลงทุนทั้งหมด กรมธนารักษ์จะได้ส่วนแบ่งเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าเช่าที่ดินในระยะยาว 30 ปี ซึ่งจะเปิดให้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ยื่น

ข้อเสนอมา ด้านรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมทุน

ส่วนปัญหากับทางบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด ในเครือซันเอสเตทเป็นคนละส่วนกัน คงจะไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่บริษัทสามารถเข้าร่วมประกวดราคาได้ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

กรมได้ให้ที่ปรึกษาประเมินมูลค่าโครงการใหม่ และจัดทำแผนการพัฒนาโครงการในพื้นที่ 63 ไร่เศษ ซึ่งที่ปรึกษาเสนอแผนมายังคงเป็นเชิงพาณิชย์เหมือนเดิม"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า โดยรูปแบบโครงการจะสร้างเป็นตึกสูง 5 ชั้น จะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ มีโรงแรมขนาด 450 ห้อง พื้นที่ร้านค้าย่อย ศูนย์การแสดงสินค้าขนาดใหญ่พื้นที่ 47,114 ตร.ม. สถานีขนส่งรถประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส ) สำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า ค้าปลีก ค้าส่ง ศูนย์แสดงนิทรรศการ ศูนย์กลางสินค้าโอท็อป สถานที่ราชการ โรงเรียนกวดวิชา เป็นต้น

Source : Matichon/Prachachat : Sep 10, 2005

Chad
November 23rd, 2005, 02:53 AM
เร่งฟื้นแผนพัฒนาที่หมอชิต คาดซันเอสเตทได้สิทธิ์ทำต่อ

"คำรบลักขิ์" รื้อแผนพัฒนาที่ดินหมอชิตเก่า สรุปชัดบขส.ไม่ย้ายเข้าพื้นที่บางกอกเทอร์มินอล แจ้งเหตุที่เดิมไม่ต้องการจ่ายค่าเช่า จี้สนข.ทบทวนโครงการอีกรอบก่อนส่งเรื่องเข้าครม. ส่วน "ไชยยศ" ขอดูรายละเอียดก่อน ด้านธนารักษ์เปิดช่องให้ซันเอสเตททำต่อ แต่ต้องปรับแก้สัญญาใหม่


นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินหมอชิต (เดิม ) เมื่อวันที่ 16 พ.ย.48 ที่ผ่านมา นั้น ในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) จะไม่ย้ายสำนักงานมาอยู่ในที่ดินภายในโครงการบางกอกเทอร์มินอลแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะเห็นว่าพื้นที่ที่ตั้งดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมีความเหมะาสมแล้ว อีกทั้งยังเห็นว่าหากย้ายมาอยู่ที่บางกอกเทอร์มินอลแล้วต้องมีการจ่ายค่าเช่าที่ด้วย ซึ่งจะทำให้มีภาระด้านค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะย้ายมา


อย่างไรก็ดีคณะกรรมการได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปทำการพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่า หากไม่ย้ายบขส.ไปอยู่ในโครงการบางกอกเทอร์มินอลแล้ว พื้นที่ประมาณ 100,000 ตารางเมตรที่จัดไว้จะเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง จะสามารถปรับเป็นที่จอดรถเพิ่มเติมเพือ่เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้หรือไม่ รวมถึงพิจารณาด้วยว่าโครงการที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับกิจการบขส. อาทิทางเข้าออก ถนนยกระดับควรที่จะมีอยู่หรือไม่ หรือควรที่จะตัดทิ้งไปเลย


ทั้งนี้จะเร่งพิจารณาให้ได้ความชัดเจนโดยเร็ว จากนั้นแล้วจะทำรายงานเสนอรายละเอียดเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณา จากนั้นจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารราของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกิน 1 ปี คงจะสามารถทำกากร่อสร้างได้


สำหรับในกรณีปัญหาระหว่างบริษัท ซัน เอสเตท จำกัด หรือบริษัทบางกอกเทอร์มินอล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตนั้น ทางกรมธนารักษ์ชี้แจงว่าทางบริษัทบางกอกเทอร์มินอลยังยืนยันที่จะขอดำเนินการต่อ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมาพิจารณาว่าจะต้องเข้าสู่ขบวนการของพรบ.ร่วมทุนหรือไม่ โดยจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา อีกทั้งต้องดูด้วยว่าทางเอกชนยังจะฟ้องร้องธนารักษ์ต่ออีกหรือไม่


ด้านนายไชยยศ สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงการคลัง กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้ส่งรายละเอียดเรื่องการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีหมอชิต เสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบในเรื่องที่มีการพิจารณาว่าจะไม่ย้ายบขส.มาอยู่ในบริเวณภายในโครงการแล้ว ซึ่งตรงนี้จะต้องไปดูรายละเอียดก่อนว่าจะเป็นกาเรปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงการหรือไม่ ส่วนจะให้เอกชนรายเดิมเข้ามาดำเนินการต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)


ด้านแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์มีแนวคิดว่าควรที่จะดำเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเดิมต่อไป เนื่องจากเห็นว่าด้วยรูปแบบของโครงการที่มีทั้งโรงแรม ศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้า ที่จอดรถขนส่งสายเหนือ จะมีผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 10% อีกทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งเห็นว่าควรจะให้บริษัท ซัน เอสเตทฯ ผู้ชนะการประมูลเดิม เข้ามาดำเนินการต่อเพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน โดยจะมีการพิจารณารูปแบบโครงการ รวมถึงเงื่อนไขในสัญญาใหม่ให้เหมาะสม แต่หากเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จก็จะเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง

Source : Than Sretthakij : Nov 23, 2005

dave_chanh
November 23rd, 2005, 07:46 AM
Sorry, for what I am about to say. I don't think it's wise to revive such project. :runaway:
As, cHemon said the traffic right now in that area is pretty bad. Personally I don't think it will do any good to build such a transport hub their, though I agree to its proposal of other commercial buildings like car parks, office for rent, exhibition centre and a hotel complex, etc.
Since the government plans to build the rail network connection throughout Bangkok, once completed most of the major routes will reach the outskirt of Bangkok anyway, even further more to nearby cities. So why bother building such a bus station inside the city?? To creat more traffic, noise and pollution within the inner city? Instead, they should move it out of the city.
I still remember what it was like when the old Mochit bus terminal was under operation on Phahonyothin Rd. Those buses made a lot of mass on the road, causing traffic deadlocks and the drivers were not polite, etc.
I think they're good at their current location right now, just a lack of efficient link to inner city.

Wisarut
November 23rd, 2005, 08:12 AM
Even Transportation Co.Ltd. REFUSES to go back to Mochit ... Therefore, ONLY commercial Buildign along with Park and Ride would be there instead .... :runaway:

dave_chanh
November 23rd, 2005, 09:45 AM
Here you go, that's more of a better plan!

Zoowatch
November 24th, 2005, 06:11 PM
i think Transport Co. (Bo Ko So) can operate elsewhere...

maybe move into the new transport center at Phahon Yothin?
again... the transport ministry seems to have changed its mind... indicating that the nothern transport center to be move to Chiang Rak...

i think the Sun Estate project can be used for high-rise commercial / office project with plenty of Park & Ride facility... without Mo Chit Bus Terminal it can still serve as a transport hub... Metro / Skytrain / Buses / BMTA Vans...

this will be a good way to go...

Wisarut
January 18th, 2006, 08:01 PM
'ซันเอสเตท'ฟ้องธนารักษ์ เรียกค่าชดเชย 8 พันล้าน
Than Setthakij - Jan 19-21, 2005

"ซันเอสเตท" หรือ "บางกอกเทอร์มินอล" ยื่นฟ้องกรมธนารักษ์ ขอค่าชดเชยความเสียหาย รวม 8,000 ล้าน อ้างเหตุรัฐสั่งชะลองานไม่มีกำหนด ส่งผลให้บริษัทเสียทั้งค่าลงทุนและประโยชน์ที่จะได้หลังสร้างโครงการแล้วเสร็จ ขณะที่คลังขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดก่อน





แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ บริษัท ซัน เอสเตท จำกัด หรือ บริษัท บางกอกเทอร์มินัล จำกัด ได้ยื่นเรื่องเรียกร้องค่าเสียหายจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เป็นวงเงินรวม 8,000 ล้านบาท


อย่างไรก็ตามบริษัทอ้างว่า จากการที่รัฐบาลสั่งระงับการก่อสร้างโครงการบางกอกเทอร์มินอล ส่งผลให้บริษัทบางกอกเทอร์มินอลฯ ได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องขอรับการชดเชย ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการสั่งชะลอการดำเนินโครงการ และค่าชดเชยค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่บริษัทบางกอกเทอร์มินอลฯ ได้จ่ายไปล่วงหน้า รวมเป็นเงิน 4,000 ล้านบาท


นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องขอค่าชดเชยผลประโยชน์ที่บริษัทบางกอกเทอร์มินอลฯ คาดว่าจะได้รับในอนาคต ภายหลังจากก่อสร้างโครงการได้แล้วเสร็จ คิดเป็นจำนวน 4,000 ล้านบาท ซึ่งคิดตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาที่ดินราชพัสดุบริเวณสถานีหมอหมอชิตเดิม


แหล่งข่าวระบุต่อว่า ทางกระทรวงการคลังจะตั้งคณะทำงาน 1 ชุด เพื่อพิจารณารูปคดี ซึ่งดีจากการสอบถามความเห็นจากอัยการสูงสุด ในเบื้องต้นนี้เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดของทางฝ่ายเอกชน ซึ่งได้กระทำผิดสัญญาสัมปทาน ถือว่าเป็นการได้สิทธิสัญญาโดยมิชอบ จากกรณีที่มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับผู้บริหารของกรมธนารักษ์ในอดีต รวมถึงกรณีที่ไม่นำโครงการเข้าสู่ขบวนการตามพรบ.ร่วมทุนด้วย


อย่างไรก็ตาม การตีความของอัยการสูงสุดดังที่กล่าวข้างต้น เป็นเพียงการตีความข้างต้น ยังต้องพิจารณาในรายละเอียดต่ออีก เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทบางกอกเทอร์มินอลฯ ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลการพัฒนาที่ดินราชพัสดุบริเวณสถานีหมอชิตเดิม ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการประมูลงานอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งได้ยื่นข้อเสนอในการตอบแทนผลประโยชน์ให้รัฐบาลอย่างสูงสุดแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้มากพอควรที่ว่ารัฐบาลจะต้องยอมเป็นฝ่ายจ่ายค่าชดเชยให้แก่เอกชนตามที่เรียกร้องมา แต่อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยอนุญาโตตุลาการ เพื่อตัดสินชี้ขาดก่อนจึงจะสรุปรายละเอียดได้ โดยคาดว่าจะมีการนัดพิจารณาคดีกันในเร็วๆ นี้


ขณะที่ นายไชยยศ สะสมทรัพย์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่บริษัทบางกอกเทอร์มินอลฯ เรียกร้องค่าชดเชยจากภาครัฐ เป็นจำนวน 8,000 ล้านบาทนั้น ยังไม่ได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาในการพิจารณา เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานมากพอสมควรแล้ว ในขณะนี้จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าระหว่างรัฐบาล กับเอกชนใครเป็นฝ่ายผิด ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูล และประเด็นที่เอกชนยื่นเสนอมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่สุด จากนั้นจึงจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนการตั้งคณะอนุญาโตตุลาการขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดนั้น เป็นสิทธิที่ทำได้ตามข้อตกลงที่มีอยู่ในสัญญาอยู่แล้ว

Wisarut
February 7th, 2006, 05:35 AM
Now, Trteasury Dept has thought that BVangkok Terminal Project has to be SCRAPPED for good and replaced with the new park and REide Buildign instead due to the strong demands form BTS-MRTA passengers

// -----------------------------------------------------------------------
ตัดใจล้มคอมเพล็กซ์ทำจอดรถแทน
Thairath - Feb 7, 2006



นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้ (7 ก.พ.) กรมธนารักษ์จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้กรมธนารักษ์ดำเนิน โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุตามกลยุทธ์ที่กรมธนารักษ์ได้ กำหนดแนวทางไว้ตามเดิม หลังจากที่ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ได้เสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม.ชุดที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณา เรื่องการขอพื้นที่คืนจากส่วนราชการที่ไม่ได้ทำประโยชน์อย่างเต็มที่จำนวน 10% หรือประมาณ 8 แสนไร่ใน 1 ปี โดยในช่วงแรกจะขอคืนก่อนเป็นจำนวน 5% แต่คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องฯ มีมติให้กรมธนารักษ์กลับไปสำรวจข้อมูลเป็นรายแปลง ให้ชัดเจนและขอคืนพื้นที่จากส่วนราชการ หากขอคืนไม่ได้จึงขอมติ ครม.เป็นรายแปลง

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์เห็นว่าการดำเนินงานของกรมธนารักษ์นั้นเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และแต่ละโครงการ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะโครงการบ้านธนารักษ์ที่นำเอาที่ดินราชพัสดุจากส่วนราชการต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้กับข้าราชการ รวมถึงโครงการรัฐเอื้อราษฎร์ ที่เป็นการนำที่ราชพัสดุมาจัดสรรที่ดินทำกินและสร้างชุมชน ที่ดีให้กับประชาชนที่ขึ้นบัญชีคนจนไว้ และยังมีโครงการอื่นที่จะพัฒนาที่ดินให้เกิดมูลค่าสูงสุด โดยกรมธนารักษ์พร้อมที่จะประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายจัดสรรที่ทำกินของกระทรวงทรัพยากรฯ

สำหรับความคืบหน้าในโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตแห่งเก่านั้น ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ยืนยันให้ทราบชัดเจนแล้วว่าไม่มีแผน ที่จะย้ายสถานีขนส่งหมอชิตแห่งใหม่กลับมาอยู่ที่เดิมแต่อย่างใด ซึ่งในเบื้องต้นแม้ว่าจะไม่มีการย้ายสถานีขนส่งหมอชิตแห่งใหม่กลับมา แต่ก็พบว่าศักยภาพของโครงการยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยอาจสร้างสถานที่จอดรถสำหรับผู้มาใช้บริการต่างๆ ในพื้นที่แทน เป็นต้น เพราะในโครงการนี้ตามแผนเดิมแล้วยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่พัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้วย

“ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาในรายละเอียดของโครงการ หลังกระทรวงคมนาคมได้ให้คำตอบชัดเจนว่าจะไม่ย้ายสถานีขนส่งหมอชิตกลับไปอีก ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอให้ ครม.พิจารณารายละเอียดว่าจะดำเนินโครงการต่อไปหรือไม่ ภายในเดือน มี.ค.นี้”

อย่างไรก็ดี โครงการบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตแห่งเก่าเคยมี นโยบายจะทำเป็นศูนย์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่แต่ก็ติดปัญหา พ.ร.บ.ร่วมทุนจึงตัดสินใจมาทำที่จอดรถเพื่อให้บริการประชาชนแทน.

KENDO
April 20th, 2006, 03:56 AM
"กรมธนารักษ์" ฟื้นที่ดินหมอชิต

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้พิจารณารายละเอียดของโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า พื้นที่รวม 63 ไร่ แล้วเสร็จหลังจากกระทรวงคมนาคมได้แจ้งว่าจะไม่ย้ายสถานีขนส่งหมอชิตแห่งใหม่ตามที่เคยมีการศึกษาไว้เดิม ทั้งนี้สำหรับที่ดินที่เตรียมไว้สำหรับก่อสร้างเป็นสถานีขนส่งรถ บ.ข.ส. รวมเนื้อที่ประมาณ 1 แสนตารางเมตรนั้น ล่าสุดกรมธนารักษ์ได้หารือร่วมกับกระทรงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร และหน่วยงานสิ่งแวดล้อมแล้ว มีความเห็นร่วมกันที่จะปรับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นที่จอดรถเล็ก 4 ล้อ สำหรับประชาชนและรถแท็กซี่ เพื่อรองรับผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งใต้ดิน และบีทีเอส

วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2549
http://www.matichon.co.th/prachachart/

cHemon
April 20th, 2006, 04:06 AM
Just that!!! just a parking lot!!!!???

What a waste of valuable land!!

:(

dave_chanh
April 20th, 2006, 07:38 AM
ฺีิฺBuilding a parking lot is a must there. Though, in order make the space more profitable they should consider adding some commercial venues like small shopping complex, office for rent, a youth hostel or an exhibition hall, etc.

Mosaic
April 20th, 2006, 03:03 PM
^^^That's true. Why don't they think of that?

Chad
July 14th, 2006, 10:13 PM
รื้อสัญญาหมอชิต ชงครม.18ก.ค.นี้ สร้างคอมเพล็กซ์

กรมธนารักษ์เตรียมเสนอครม. 18 ก.ค. 49 เปิดสัมปทานที่ราชพัสดุหมอชิต สร้างเป็นคอมเพล็กซ์มูลค่ากว่า 21,000 ลบ. ภายหลังยืดเยื้อมานาน 10 กว่าปี พร้อมได้ข้อสรุปชัดเจนจากกฤษฎีกาตัดสินเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ คาดบริษัทเอกชนหลายรายสนใจเข้าร่วมลงทุน

แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2549 นี้ กระทรวงการคลังจะนำแผนการพัฒนาโครงการที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายหลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า โครงการดังกล่าวจะต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติร่วมทุน พ.ศ. 2535 ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงนำเรื่องดังกล่าวกลับมาพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำการศึกษาและเปิดประมูลการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวต่อไป และขณะนี้ได้มีบริษัทเอกชนที่แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้วหลายราย รวมถึงกลุ่มเซ็นทรัลที่แสดงความสนในเข้ามาด้วย

"ภายหลังที่กฤษฎีกาตีความว่าเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพราะเป็นโครงการที่มีมูลค่าลงทุนเกินกว่า 5,000 ล้านบาท เราก็ต้องกลับมาพิจารณาเรื่องกันใหม่หมด จากเดิมที่บริษัท ซันเอสเตท ได้รับสัมปทานไปก่อนหน้านี้ แต่หยุดดำเนินการก่อสร้างมานานแล้วนับตั้งแต่ปี 2536 เพราะติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมายนี้ จึงเท่ากับว่าต้องนำเรื่องเสนอเข้าครม.ใหม่ทั้งหมด และในขณะนี้เมื่อเอกชนทราบว่ารัฐจะมีการเปิดสัมปทานที่หมอชิต ก็เริ่มมีการติดต่อเข้ามาบ้างแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัล" แหล่งข่าว กล่าว

ประกอบกับก่อนหน้านี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) ซึ่งเดิมแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมพัฒนาที่ราชพัสดุแห่งนี้ ได้ขอถอนตัวออกไป ทำให้กรมธนารักษ์ต้องกลับมาทบทวนแผนงานทั้งหมดเอง โดยกรมธนารักษ์ได้จ้างให้ บริษัท เทสโก้ ช่วยทำการศึกษาการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วเห็นว่าน่าจะมีมูลค่าโครงการสูงขึ้นกว่าเดิม โดยมูลค่าโครงการน่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 21,000 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ที่จะมีเอกชนเข้าเสนอเข้ามาในการประมูลด้วย เพราะรูปแบบเบื้องต้นน่าจะเป็นการก่อสร้างโครงการประเภทคอมเพล็กซ์

เรื่องดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากรัฐบาลเห็นว่าควรมีการเร่งรัดดำเนินการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะเป็นโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูง และไม่จำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณเข้ามาดำเนินการ แต่จะสามารถมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทางหนึ่ง ดังนั้น นายไชยยศ สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่รับผิดชอบดูแลกรมธนารักษ์ จึงได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์ไปรวบรวมข้อมูลโครงการในที่ราชพัสดุที่ได้มีการอนุมัติให้พัฒนาไปแล้ว แต่ยังติดปัญหาอยู่ ให้นำกลับมาทำแผนการดำเนินการใหม่เพื่อเสนอต่อที่ครม.ให้พิจารณาอีกครั้งหากครม.ให้ความเห็นชอบกับแผนการพัฒนาที่ราชพัสดุดังกล่าว กรมธนารักษ์ก็สามารถจะดำเนินการจัดทำร่างเงื่อนไขประกวดราคา(ทีโออาร์ ) เพื่อหาผู้เข้ามารับสัมปทานต่อไปได้ สำหรับกรณีปัญหาเรื่องข้อสัญญาเดิมที่มีกับซันเอสเตทนั้น เชื่อว่าจะสามารถหาทางออกที่มีความเป็นธรรมกับรัฐและเอกชนได้

Source : Than Sretthakij : Jul 15, 2006

KENDO
July 15th, 2006, 01:12 AM
http://img301.imageshack.us/img301/905/untitledtruecologfhhgkr011ex.jpg (http://imageshack.us)

kiku99
July 15th, 2006, 03:06 AM
nice pic Kendo. the city looks really nice with all these green spaces. :)

archstudent
July 15th, 2006, 07:16 AM
รอมานานแล้ว สมควรรีบสร้างอย่างด่วน

cHemon
July 15th, 2006, 07:29 AM
และขณะนี้ได้มีบริษัทเอกชนที่แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้วหลายราย รวมถึงกลุ่มเซ็นทรัลที่แสดงความสนในเข้ามาด้วย



Central again!!! :eek:

จะใหญ่ไปถึงไหนเนี่ย

:D

napoleon
July 16th, 2006, 06:18 PM
^
^
^

งั้นข่าว ที่การรถไฟ จะไม่ต่อสัญญา ให้เซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็เป็นจริง

เซ็นทรัล ถึงต้องมองหา แหล่งสร้างห้างใหม่

.

pon
July 16th, 2006, 07:40 PM
Central again!!! :eek:

จะใหญ่ไปถึงไหนเนี่ย

:D

โปรเจ็กต์เยอะไปแล้วมั๊งท่านเซนทั่น 555
ไหนจะที่สถานทูตอังกฤษ พระรามเก้า เซนทรัลเวิลด์ แล้วยังมีลุ้นสวนลุมฯกับบางกอกเทอมินัลอีก....
ทำไหวเหรอพี่ :D

cHemon
July 17th, 2006, 03:16 AM
If they can, it's good, isn't it?

:D

Mosaic
July 17th, 2006, 10:35 AM
โปรเจ็กต์เยอะไปแล้วมั๊งท่านเซนทั่น 555
ไหนจะที่สถานทูตอังกฤษ พระรามเก้า เซนทรัลเวิลด์ แล้วยังมีลุ้นสวนลุมฯกับบางกอกเทอมินัลอีก....
ทำไหวเหรอพี่ :D


เอ้ะ ที่พระรามเก้า central จะไปทำอะไรอีกหรือครับ และแถวไหนอะครับ :)

cHemon
July 17th, 2006, 11:18 AM
Central Rama IX, opposite CP Tower (former Fortune Town).

archstudent
July 17th, 2006, 12:07 PM
นึกถึงกลุ่ม the mall น่าจะออกมาเล่นกับเค้าสักหน่อยนะ สงสัยขยันทำ promotion มากไปหน่อย :D

cHemon
July 17th, 2006, 12:11 PM
นึกถึงกลุ่ม the mall น่าจะออกมาเล่นกับเค้าสักหน่อยนะ สงสัยขยันทำ promotion มากไปหน่อย :D

^^ อิอิ อย่าแซวเค้าสิ
เค้าแค่saleแล้วsaleอีก saleมันเกือบทั้งปีเลยอ่ะ
(บ่นทำไมเนี่ย ก็ดีมิใช่หรือ 555 )

napoleon
July 17th, 2006, 02:02 PM
^
^
^

The mall สนที่นี่ มานานแล้วครับ ตั้งแต่ 4 ปีก่อน แต่โครงการไม่เกิดสักที เพราะ

Sun เล่นแง่

ไม่แน่ใจว่า สยามพารากอน เป็นของกลุ่มเดอะมอลล์ รึเปล่า เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน

เดอะมอลล์สน ที่หมอชิต กับห้างใน ที่ดินศูนย์คมนาคม พหลโยธิน

แต่โครงการ ทั้งสองแท้ง เดอะมอลล์เลย ไปกิ๊ก ที่ดินปัจจุบันแทน

.

AcShi
July 17th, 2006, 03:58 PM
^
^
^

The mall สนที่นี่ มานานแล้วครับ ตั้งแต่ 4 ปีก่อน แต่โครงการไม่เกิดสักที เพราะ

Sun เล่นแง่

ไม่แน่ใจว่า สยามพารากอน เป็นของกลุ่มเดอะมอลล์ รึเปล่า เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน

เดอะมอลล์สน ที่หมอชิต กับห้างใน ที่ดินศูนย์คมนาคม พหลโยธิน

แต่โครงการ ทั้งสองแท้ง เดอะมอลล์เลย ไปกิ๊ก ที่ดินปัจจุบันแทน

.


พารากอน มี the mall มาหุ้นด้วยครับ ห้างเลยออกมาอย่างที่เห็น



ถ้าเซนทรัลได้โครงการบิ๊กๆ ทั้งหลาย คงมีเฮ อีกหลายยกเลยครับ

archstudent
July 17th, 2006, 04:54 PM
เจ้าของคงติดลมกับ siam paragon ไม่หายละมั้ง :) :)

pon
July 17th, 2006, 09:18 PM
เจ้าของคงติดลมกับ siam paragon ไม่หายละมั้ง :) :)

จะเรียกว่าติดลมก็คงได้ แต่ผมรู้สึกว่าเค้ากำลังยุ่งอยู่กับการเข็นพารากอนให้เข้าสู่วงโคจรอยู่

วันก่อนไปดูหนังที่พารากอน เดินในห้างบรรยากาศมันเงียบๆยังไงชอบกล
และดูแล้วความเนี้ยบของการตกแต่งไม่ค่อยดีเท่าไรนะ เหมือนเร่งๆทำไปหน่อย
เห็นกระเบื้องปูพื้นแตกตั้งหลายแผ่นแน่ะ :(

Mosaic
July 18th, 2006, 06:41 AM
สงสัยทางห้างคงเตรียมพร้อมรับมือการเปิดตัวของ Central World Plaza ด้วยมั้งครับ เลยต้องเข็นพารากอนให้เข้าสู่วงโคจรหนะ อิอิ

Tony BKK
July 18th, 2006, 07:06 AM
should we be happy with their monopolization??? I would rather wish to have some different group build and manage different malls. Bangkok's mall need to be diversify.

Nongkhai_tong
July 18th, 2006, 07:14 AM
จะเรียกว่าติดลมก็คงได้ แต่ผมรู้สึกว่าเค้ากำลังยุ่งอยู่กับการเข็นพารากอนให้เข้าสู่วงโคจรอยู่

วันก่อนไปดูหนังที่พารากอน เดินในห้างบรรยากาศมันเงียบๆยังไงชอบกล
และดูแล้วความเนี้ยบของการตกแต่งไม่ค่อยดีเท่าไรนะ เหมือนเร่งๆทำไปหน่อย
เห็นกระเบื้องปูพื้นแตกตั้งหลายแผ่นแน่ะ :(


มันเป็นยังไงอะคับ ผมไม่ได้ไปนานแล้วมีแต่ผ่าน ก็เห็นมีคนเยอะอยู่หนิคับ หรือว่า paragon จะเป็นเหมือนพลุที่จะแล้วก็ดับไปเลยหรอ :)

Mosaic
July 18th, 2006, 07:23 AM
^^^ไม่หรอกครับ ห้างก็ยังแน่นและ popular เหมือนเดิมครับ ไปทีไรก็แน่นทุกที

pon
July 18th, 2006, 12:51 PM
พอดีชั้นที่ผมไปคนมันน้อยๆอ่ะครับ
ตรงที่ขายเครื่องไฟฟ้ากับโรงหนัง แล้วก็ร้านอาหารใกล้ๆโดมด้วย
ดูโหลงๆ เดี๋ยววันหลังต้องไปเดินใหม่

Wisarut
July 18th, 2006, 12:52 PM
กรณีสยามพารากอนนั้นคนแน่นทุกวันก็เพราะมีของดีและต่อตรงเข้าสถานีสยามเลย ....

แต่กรณียูเนียนมอลล์ (หรือรวมถึงฟอร์จูนทาวน์) นั้นก็เพราะประเภท เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย คือไม่ยอมออกเงินทำอุโมงค์ต่อตรงเข้าสถานีพหลโยธิน เหมือนกรณีสถานีเคแอลซีซีที่ต้อเขย้ากะทวินทาวเวอร์ ทำให้ไม่คึกคักเท่าที่ควร

กรณีฟอร์จูนทาวน์ดีหน่อยที่เป็นเหมือนห้างพันธุ์ทิพย์เลยไม่มีปัญหา แต่ ญาติผมที่ทำร้านในฟอร์จูนทาวน์เธอบ่นว่า เอาของเข้าสถานีรถใต้ดินลำบาก เพราะไม่มีอุโมงค์ต่อห้างตรงเข้าสถานี เกือบต้องวางมวยกะเจ้าหน้าที่สถานีรถใต้ดินเสียแล้ว :wallbash:

napoleon
July 18th, 2006, 01:48 PM
^
^
^

เพิ่งรู้ นะครับเนี่ย ว่า Union mall ไม่ได้ต่ออุโมงค์ ใต้ดิน

เพราะตอนเข้าโฆษณาใน นสพ. บอกว่าเป็นห้างเดียวในไทย

ที่ต่อใต้ดิน


ผมว่าเข้ามีปัญหาเรื่องเงินมากกว่า

.

Chad
July 23rd, 2006, 06:28 PM
^
^
^

เพิ่งรู้ นะครับเนี่ย ว่า Union mall ไม่ได้ต่ออุโมงค์ ใต้ดิน

เพราะตอนเข้าโฆษณาใน นสพ. บอกว่าเป็นห้างเดียวในไทย

ที่ต่อใต้ดิน


ผมว่าเข้ามีปัญหาเรื่องเงินมากกว่า

.

ไม่จริงอย่างแรง ที่เดียวในกรุงเทพที่จะมีต่อตรงใติดินคือ อโศก คอมเพล็กซ์

Chad
July 23rd, 2006, 06:29 PM
Mor Chit development project all set to ride again

Wichit Chaitrong

The Finance Ministry is to open new bids for land development at the Mor Chit Skytrain terminal, according to a source.

The source said the Treasury Department would propose to the Cabinet in the next two weeks the resumption of construction suspended since the 1997 financial crisis.

Just before that hit the department awarded a 30-year contract to Sun Estate Co, which subsequently changed its name to Bangkok Terminal Co, for the construction and operation of an office building, shopping mall and transport centre worth Bt17 billion.

Though some groundwork was done, there were complications with the project, which was finished off by the impact of the crisis.

A former chief of the Treasury Department was suspected of taking a kickback, and then the State Council, the government's legal advisor, ruled that the contract between Sun Estate and the Treasury Depart was invalid as contravening the 1992 public-private joint-venture law.

The source said the Finance Ministry would restart the project by asking the Cabinet to approve new investments and would then call for bidding.

As the previous contract was illegal, the ministry will treat the project as an entirely new one.

However, the source said the original contractor might sue the Treasury Department and Finance Ministry for compensation, even though it would be illegal to resume the old project.

There will be a fresh investment plan as the Transport Company, an arm of the transport ministry which currently operates the new Mor Chit bus terminal on Kampaengphet Road, is not interested in the project.

The original plan covered 63 rai, of which 40 rai has now been occupied by the BTS terminal.

Source : THE NATION : Jul 24, 2006

pon
July 23rd, 2006, 07:33 PM
Oh this is very good news that Mochit project will revive soon.

napoleon
August 15th, 2006, 07:00 PM
.

ขุนคลังโยนรัฐบาลใหม่ชี้ขาดอนาคตที่ดินหมอชิตเก่า

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 สิงหาคม 2549 19:38 น.


รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันจะไม่เสนอแนวทางการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่าให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยจะรอรัฐบาลใหม่เป็นผู้ตัดสินใจอนาคตแนวทางการพัฒนาที่ดินดังกล่าว แม้จะล่าช้าและไม่มีข้อสรุปมานานกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม

นายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (15 ส.ค.) กระทรวงการคลังไม่ได้เสนอให้พิจารณาเรื่องการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า เนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และมีโครงการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการร่วมงานหรือดำเนินกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 จึงควรรอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินใจมากกว่าหากรัฐบาลรักษาการตัดสินใจใด ๆ ไป อาจทำให้เกิดข้อครหาได้ แม้ว่าโครงการนี้จะล่าช้าและไม่มีข้อสรุปมานานกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม แต่เพื่อความถูกต้องและเหมาะสมจึงควรให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินใจ

ก่อนหน้านี้ กรมธนารักษ์ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า โดยยังยืนยันว่ามีความเหมาะสมที่จะพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะให้ดำเนินการต่อไปหรือไม่ หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็ต้องจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษารายละเอียดของโครงการว่าจะเปิดประมูลโดยให้รายเก่าที่ได้รับสัมปทานหรือรายใหม่ ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

นายทนง กล่าวด้วยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะนำรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการซื้อหุ้นของบริษัท จีอี แคปปิตอล ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา มาเสนอให้พิจารณา โดยต้องศึกษาให้รอบคอบและให้เป็นไปตามกฎหมายมากที่สุด จึงยังไม่สามารถระบุรายละเอียดในขณะนี้ได้ ต้องรอให้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน

.

kongla
October 30th, 2006, 11:49 AM
just waiting for complete. !!

napoleon
November 22nd, 2006, 06:56 AM
.

I can not believe that, the website stills alive, it has somebody upgarding

in the contents.


http://www.bangkokterminal.com


http://www.bangkokterminal.com/frame_set.htm

,

archstudent
November 22nd, 2006, 04:11 PM
ดูข่าวที่ไหนจำไม่ได้บอกเค้าจะเลื่อนไปให้รัฐบาลหน้าชี้ขาดอะ ตอนนี้ "เก็บเข้าลิ้นชัก" ก่อน

napoleon
December 4th, 2006, 07:26 PM
เปิดใจบิ๊กกรมธนารักษ์ วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ บูม "หมอชิต" เชื่อมรถไฟฟ้า

ประชาชาติธุรกิจ 4 Dec 2006

สัมภาษณ์

ธนารักษ์ ได้ชื่อว่าเป็นกรม "แลนด์ลอร์ด" ของประเทศ เป็นหน่วยงานของรัฐที่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินรัฐอยู่ในมือ ภายใต้รัฐบาลเฉพาะกิจ แผนการพัฒนา ที่ดินของรัฐจะเป็นอย่างไร "วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ" อธิบดีกรมธนารักษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและนโยบายทิศทางการดำเนินการไว้อย่างน่าสนใจ

- ที่ดินหมอชิตเก่ามีนโยบายอย่างไร

รมช.คลัง (สมหมาย ภาษี) เพิ่งจะมอบหมายให้ทำเรื่องเสนอขึ้นไปใหม่ โครงการนี้เราพร้อมมานานแล้ว ถือเป็นโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของกรม ตอนนี้กำลังดูตัวเลขนิดหน่อย เรื่องค่าก่อสร้าง อาจจะเพิ่มขึ้นตามสภาวะ ปัจจุบัน แต่มูลค่าโครงการไม่เปลี่ยนแปลง ประมาณ 20,000 ล้านบาท เวลาผ่านไป 10 กว่าปี ดอกเบี้ยยังฟรีซอยู่ที่ 7% ด้านแนวคิดการลงทุน ถ้า ครม.เห็นชอบก็ดำเนินการได้เลย ตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ปี 2535 เนื่องจากโครงการนี้ มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท

จะมีการตั้งคณะการมการขึ้นมาชุดหนึ่งตามกฎหมาย เพื่อมาพิจารณาแนวทางการลงทุนว่าจะเป็นรูปแบบไหน โดยเจรจาผู้ลงทุนรายเดิมคือ บริษัท ซันเอสเตท เพราะมีข้อผูกพันกันอยู่พอสมควร ยังมีเดโป้บีทีเอสและอีกหลายปาร์ตี้ ทั้ง กทม. บีทีเอส ซันเอสเตท แต่ถ้าเจรจาแล้ว ผลตอบแทนไม่เป็นที่พอใจ ไม่ได้เงื่อนไขที่เหมาะสม เดินหน้าโครงการไม่ได้ ก็เปิดประมูลหารายใหม่ได้ และให้รายใหม่รับภาระค่าใช้จ่ายที่พัวพันอยู่ทั้งหมดไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการจะตัดสินใจยังไง

ผมมั่นใจว่าโครงการนี้ถึงแม้จะผ่านมาหลายปีก็น่าจะเดินต่อไปได้ เพราะศักยภาพของพื้นที่มีอยู่สูง ทำเลบริเวณนี้จะมีการเชื่อมโยงกับ ลอจิสติก ทั้งระบบขนส่งมวลชนและขนส่งต่างๆ ประชาชนจะได้ประโยชน์เยอะมาก ถึงแม้ว่า บ.ข.ส. จะไม่กลับมาแล้ว ก็สามารถนำไปพัฒนาอย่างอื่นได้ ให้มีรายได้เข้ามา อย่างเช่น ที่จอดรถที่เกี่ยวข้องกับระบบลอจิสติก เราทำให้เป็นระบบจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

- รูปแบบการพัฒนา

ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พิมพ์เขียวจะมีทั้งโรงแรม คอมเพล็กซ์ สถานที่ราชการ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ลงทุน อาจจะมีการยืดหยุ่นได้บ้าง ให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป

- ผังเมืองบังคับเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน

ใช่ ผมจะขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ จากเดิมเป็นสีน้ำเงินหมายความว่าเป็นสถานที่ราชการ พัฒนาอะไรไม่ได้ จะขอเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่พาณิชยกรรม เพื่อให้สามารถนำมาพัฒนาได้มากขึ้น คงไม่มีปัญหาอะไร

- ที่ดินศูนย์ประชุมสิริกิติ์

ที่ดินตรงนี้เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่อง ความสูง 23 เมตร ตามข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ตอนนี้จึงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ปัจจุบันราคาที่ดินมูลค่าสูงขึ้น เป็น 10,000 ล้านบาท น่าจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับสาธารณะ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ เป็นปอด เพราะที่ดินแปลงใหญ่หลาย ร้อยไร่

ตอนนี้มีทำมาสเตอร์แพลนขึ้นมาใหม่ ปรับรูปแบบการพัฒนาใหม่ เพราะคงจะทำโครงการใหญ่ๆ ไม่ได้แล้ว ฉะนั้น จะทำเป็นสวนสาธารณะเพิ่ม ปรับปรุงและขยายต่อเชื่อมกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ให้ดีขึ้นเพื่อให้สู้กับประเทศสิงคโปร์ได้ ได้ ประสานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวฯเขาก็สนับสนุนเต็มที่เพราะได้

นักท่องเที่ยวเพิ่ม สิ่งที่เราปรับใหม่ ภายในจะมี แกลอรี่ พิพิธภัณฑ์ เธียเตอร์ ที่จอดรถใต้ดิน ดีกว่าจะปล่อยให้เป็นป่า

ประเด็นคือได้ทำสัญญากับกลุ่มบริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมเนจเม้นท์ เป็นผู้บริหารศูนย์ประชุม สิริกิติ์ ตอนนี้ยังไม่หมดสัญญา เมื่อติดปัญหาเรื่องความสูง ทำให้การนับสัญญาทำไม่ได้ เดิมบริษัทเสนอแผนจะขยายมาทำโรงแรมระดับห้าดาว เราบอกให้เขาเปลี่ยนแผนการพัฒนาใหม่ อยากให้เป็นการพัฒนาลักษณะเชิงสังคมมากกว่า

- จะใช้เวลานาน ?

คงไม่นาน คงไม่ช้าเหมือนกับโครงการที่ดินหมอชิต ตอนนี้ผมขายไอเดียมาสเตอร์แพลนไปมากแล้วนะ ผมกำลังคิดอยู่ว่ารูปแบบนี้ ไม่รู้จะ make money ได้แค่ไหน แต่พิจารณาดูแล้ว โรงแรมน่าจะทำเงินได้มาก ถึงยังไงก็ตาม วิธีคิดคือทำเงินได้มากกว่าไม่ทำเงินก็ถือว่าโอเคแล้ว

- แผนพัฒนาที่ดินแปลงอื่นๆ

ที่ดินที่เรามีอยู่เยอะมาก จะพัฒนาเป็นหลายเซ็กเตอร์ ทั้งทำประโยชน์ให้กับราชการและเป็นรายได้เข้ามา ผมกำลังมีแนวคิดและหาแนวร่วมเกี่ยวกับธุรกิจพลังงาน โดยนำที่ดินที่เรามีอยู่ โดยเฉพาะแปลงใหญ่บนเกาะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำพื้นที่มาปลูกต้นไม้โตเร็ว นอกจากจะทำให้คนมีงานทำแล้ว ยังได้เรื่องของพลังงาน win-win กันทั้งคู่ เพราะจะได้พลังงานทดแทนเป็นวัตถุดิบมาทำน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ ซึ่งผมต้องหาแนวร่วม เช่น กระทรวงพลังงาน คมนาคม ท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อให้มีเจ้าภาพมาช่วยกันทำ ผมอาจจะเริ่มในระยะแรก

วิธีการเราจะไม่บังคับกับผู้ที่ถือครองที่ดินเราอยู่ แต่จะใช้แรงจูงใจ โดยให้เขามีส่วนร่วมด้วย จะทำเป็น housing ก็ได้เพราะเรามีโมเดล "บ้านธนารักษ์" อยู่แล้ว ข้อดีวิธีนี้จะช่วยเรื่องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกเป็นผลพลอยได้ เพราะที่ดินของกรมธนารักษ์ทั่วประเทศมีเยอะมากที่ถูกบุกรุก เวลาเราจะพัฒนาโครงการแต่ละครั้งต้องจ่ายค่าชดเชยให้

- มีที่ดินแนวรถไฟฟ้า ?

ก็มีอยู่พอสมควรนะ แต่บอกไม่ได้ว่าที่ไหนบ้าง เพราะบอกไปเดี๋ยวจะหาว่ากรมธนารักษ์ไปยึดที่ดินคืนเป็นข่าวใหญ่โตอีก ซึ่งผมเข็ดเลย...

ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจอยู่ว่ามีตรงไหนบ้าง และแปลงไหนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง แต่ต้องดูก่อนว่ารถไฟฟ้าสายไหนจะเกิดก่อน เพราะการพัฒนาที่ดินธนารักษ์แต่ละแปลงนั้น นโยบายคือจะทำอะไรที่สอดคล้องกัน เช่น พาร์คแอนด์ไรด์ เพราะจะเซฟได้ทุกอย่าง ค่าน้ำมัน พลังงาน อุบัติเหตุ ความสึกหรอ

พอมีชุมชนเล็กๆ เกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้า กรมมีแผนจะสร้างบ้านธนารักษ์ตามแนวรถไฟฟ้า ดูให้สอดคล้องกับศักยภาพของที่ดิน แต่เราคงไม่ได้บังคับเอาจากผู้ที่ครอบครองอยู่ ต้องมีการชดเชยให้เป็นธรรมและมีแรงจูงใจ

หน้า 11

napoleon
February 7th, 2007, 04:46 PM
คลังเตรียมเปลี่ยนแผนพัฒนาหมอชิตเดิมเป็นอาคารพาณิชย์-ที่อยู่อาศัย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2550 19:15 น.


นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมอบนโยบายกับผู้บริหารกรมธนารักษ์ โดยเฉพาะการหารือเกี่ยวกับแผนการพัฒนาสถานีขนส่งหมอชิตเดิม หลังจากบริษัท ซัน เอสเตท ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบริษัท บางกอก เทอร์มินัล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างโครงการมูลค่า 19,000 ล้านบาท ด้วยพื้นที่ 900,000 ตารางเมตร เพื่อจัดทำสถานีขนส่งในบริเวณดังกล่าว แต่หลังจากมีปัญหาการก่อสร้างโดยไม่เข้าข่ายการดำเนินการ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ (พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535) โครงการจึงได้ยุติลง และกรมธนารักษ์ได้ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาพิจารณาสัญญาดังกล่าวแล้ว เห็นว่าสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้วและไม่มีผลผูกพัน ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงได้เตรียมนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาใหม่เพื่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ที่จอดรถและที่อยู่อาศัย โดยใช้พื้นที่ 900,000 ตารางเมตรเท่าเดิม ด้วยมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านบาท เท่ากับโครงการเดิม ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดทำโครงการ จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำหนดเงื่อนไขการประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้าง

โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ประกอบการรายเดิมสามารถยื่นประมูลได้หรือไม่ หรือจะเป็นการเปิดกว้างให้ทุกรายเข้าประมูล หรืออาจจะใช้การจัดจ้างแบบพิเศษ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประชุมของคณะกรรมการชุดดังกล่าว แต่หากผู้ประกอบการรายเดิมจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ก็เป็นสิทธิที่ฟ้องร้อง เนื่องจากบริษัทได้ลงทุนไปแล้ว แต่ในส่วนของกระทรวงการคลัง ก็ต้องเดินหน้าโครงการต่อหลังจากกฤษฎีกาชี้ชัดแล้ว โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า

ส่วนสถานีขนส่งที่อยู่ในปัจจุบันจะไม่ย้ายกลับมา เนื่องจากการหารือกับของคณะรัฐมนตรีวานนี้ เน้นสร้างศูนย์กลางการคมนาคม ขนส่ง บริเวณบางซื่อ เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งทั้งหมด จึงควรตั้งอยู่ในพื้นที่เดิม


......

อยากให้ทุบหมอชิต 2 ไปรวมกับ ศูนย์พหลโยธิน จัง ไม่ใช่ฝังรากแบบนี้

Chad
February 8th, 2007, 03:26 AM
Cabinet to consider reviving Sun Estate development plan

WICHIT CHANTANUSORNSIRI

A petition to revive the decade-old Sun Estate development project will be considered by the cabinet in three weeks, according to Deputy Finance Minister Sommai Phasee.

The project, located on a 63-rai plot of prime land on Phahon Yothin Road and formerly used as the Mor Chit bus terminal, was initiated in the mid-1990s and had an estimated value of 19 billion baht.

But development by the contract winner Sun Estate has been stalled since the 1997 economic crisis due to the company's financial troubles and allegations of corruption surrounding the concession and senior Treasury Department officials.

Mr Sommai, who visited the Treasury Department yesterday, said the project would be revived, although it remained uncertain whether Sun Estate would be allowed to proceed or whether a new contract auction would be called.

The original contract envisioned a commercial complex of 900,000 square metres that would also serve as a transport hub for northern Bangkok. The site is already used as a depot for the BTS skytrain system.

One legal complication is the fact that the Council of State has ruled that the original concession violated the 1992 law on joint public-private contracts. The government in 2005 formally voided the contract with Sun Estate.

Sun Estate, now Bangkok Terminal, has also filed suit against the Treasury Department seeking damages in the case.

Mr Sommai said the cabinet would now be asked to allow the Finance Ministry and the Treasury Department to revive the project under the joint public-private law, which would require the creation of a special committee to review the project's viability and contract terms.

He said the committee would ultimately decide whether to allow Sun Estate to proceed or call for new bidders.

''The fact that [Sun Estate] has filed suit seeking damages [if a new contract is awarded] is their right. We will proceed according to the law,'' he said.

Source : Bangkokpost : Feb 8, 2006

Chad
February 8th, 2007, 03:26 AM
New plan to develop Mo Chit

Wichit Chaitrong

The Treasury Department plans to revive a development project at Mo Chit in Bangkok with an estimated investment of Bt20 billion to build a park-and-ride and residential complex.

It also plans to build public parks, sport clubs, public libraries and art centres around the country, Deputy Finance Minister Sommai Phasee said yesterday.

Sommai said that within three weeks the Finance Ministry would present to the Cabinet a proposal to revive the development project at the Mo Chit Skytrain terminal, which has been delayed for years.

After Cabinet approval, the Treasury Department will establish a committee to look into details of the project and the bidding process, he said.

The development will focus on creating a complex to accommodate residential units and parking areas for commuters.

The cost of the project is estimated to be between Bt19 billion and Bt20 billion, with a total area of 900,000 square metres. The department will also develop another two or three park-and-ride projects in Bangkok along the new mass-transit routes.

The original plan included a bus terminal but the new plan will scrap the proposal, said Sommai.

Sommai also said the Treasury Department would give priority to developing public parks, public libraries, sport playgrounds and cultural centres. It will not directly invest in the projects, but will allocate land to local governments for the purpose, he added.

The department estimates there are about 180 plots that could be utilised for this purpose around the country.

For example, the department could cooperate with the Bangkok Metropolitan Administration to build public parks at Suan Plu, Yannawa and Pinklao.

The Treasury Department will also launch new memorial coins to generate more revenue for government coffers.

Source : THE NATION : Feb 8, 2006

kiku99
February 9th, 2007, 02:15 AM
i really like this plan. please don't take too long to consider.;) but first please approve all the mass transit projects first:)

napoleon
February 12th, 2007, 05:28 AM
"ซันเอสเตท"ฟ้องเรียกค่าเสียหายรัฐ8.3พันล้าน

Bangkokbiznews 12 Feb 2007

คลังชี้ "บางกอกเทอร์มินอล" หรือซันเอสเตท ฟ้องอนุญาโตตุลาการเรียกค่าเสียหายรัฐ 8,300 ล้านบาท กรณีเสียโอกาสเข้าพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุหมอชิตนับตั้งแต่ปี 2539 หลังรัฐระบุสัญญาเดิมไม่มีผลผูกพัน และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่ในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่กรมธนารักษ์ส่งกฤษฎีกาตีความคู่สัญญาเช่าพื้นที่รายเก่า 4 แปลง หลังเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทบางกอกเทอร์มินัลคู่สัญญากับรัฐ ในการเข้าพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุบริเวณขนส่งหมอชิต ได้ขอให้มีการตั้งอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแง่ของสัญญาเข้าพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ หลังจากภาครัฐออกมาระบุว่า สัญญาดังกล่าวไม่มีผลผูกพัน เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐพ.ศ.2535 ขณะเดียวกัน ก็ยังฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากภาครัฐเป็นเงินจำนวน 8,300 ล้านบาท หากรัฐต้องยกเลิกสัญญาดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทบางกอกเทอร์มินัล ซึ่งเดิมใช้ชื่อ บริษัทซันเอสเตท ได้ทำสัญญากับภาครัฐในการเข้าพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี 2539 แต่การก่อสร้างโครงการไม่มีความคืบหน้า เนื่องจาก ภาครัฐระบุว่า ไม่เข้าสู่กระบวนการพ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2535 ขณะที่การทำสัญญาในช่วงนั้น ทางกระทรวงการคลังระบุว่า ไม่จำเป็น เพราะถือว่า ภาครัฐจะมีรายได้จากค่าเช่า แต่ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีความเห็นว่า ต้องปฏิบัติตามกฎหมายพ.ร.บ.ร่วมทุนดังกล่าว เนื่องจาก มูลค่าโครงการเกินกว่า 1 พันล้านบาท ทำให้การเข้าพัฒนาพื้นที่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยภาคเอกชนก็ไม่กล้าลงทุน เพราะภาครัฐยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้

ล่าสุดกระทรวงการคลังมีแผนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี อนุมัติให้ภาคเอกชนร่วมพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุบริเวณดังกล่าวภายใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยการพัฒนาพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 ภายใต้คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาเงื่อนไข และ ข้อตกลงต่างๆ ในการเข้าพัฒนาพื้นที่กับภาคเอกชน จะโดยวิธีการเปิดประมูล หรือ คัดเลือกเอกชนรายใดรายหนึ่งก็ได้ ขณะที่สัญญาที่เคยทำไว้กับคู่สัญญาเดิม คือ บริษัทบางกอกเทอร์มินัล ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความชัดเจนแล้วว่า ไม่มีผลผูกพัน

“แผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับภาคเอกชนที่จะเป็นผู้เสนอ แต่เบื้องต้น ผลการศึกษาระบุว่า ควรพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น ห้างสรรพสินค้า ที่อยู่อาศัย หรือ โรงแรม เป็นต้น โดยมูลค่าโครงการมีจำนวนประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท”

รายงานข่าวกล่าวว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความว่าสัญญญาดังกล่าวไม่มีผลผูกพัน แต่ภาครัฐก็ยังไม่แจ้งบอกเลิกสัญญา เพราะหากบอกเลิกสัญญาในขณะนี้ จะเท่ากับว่า ภาครัฐต้องรับภาระค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคเอกชนทันที เพราะการเข้าสู่พ.ร.บ.ร่วมทุน ถือเป็นภาระของรัฐ ไม่ใช่ความผิดของเอกชน อย่างไรก็ตาม หากภาคเอกชนมีการฟ้องร้องเรียกชดเชยค่าเสียหาย ภาครัฐก็ต้องยอมรับการฟ้องร้อง โดยอาจจะยกประเด็นการติดสินบนเจ้าหน้าที่ในอดีตขึ้นมาเพื่อโต้แย้ง

รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับคู่สัญญาของภาครัฐในการเข้าพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาในการพัฒนาพื้นที่ภาครัฐของภาคเอกชนรายอื่นที่มีมูลค่าโครงการเกินกว่า 1 พันล้านบาทด้วย โดยขณะนี้ กรมธนารักษ์ได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความในข้อสัญญาการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุจำนวน 4 แปลง ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนเกินกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งเดิมได้ทำเป็นสัญญาเช่าที่ราชพัสดุตามปกติ โดยหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องมีการตีความในสัญญาใหม่คือ พื้นที่ชายทะเล บริเวณหัวหิน ซึ่งปัจจุบันได้มีการก่อสร้างเป็นโรงแรมไฮแอทเอราวัณโดยภาคเอกชน

napoleon
April 29th, 2007, 06:55 PM
กรมธนารักษ์เร่งพัฒนาหมอชิตเก่าเชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 เมษายน 2550 16:24 น.

กรมธนารักษ์ เดินหน้าพัฒนาโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายขนส่งสาธารณะบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเดิม คาด สามารถสรุปผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมระบุเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนสูง

นางพันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาเชื่อมโยงเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเดิม เนื่องจากเห็นว่า เป็นโครงการที่มีศักยภาพในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งขณะนี้ได้จ้างที่ปรึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว โดยจะเป็นโครงการรองรับประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าบีทีเอส และแม้จะต้องลงทุนปรับปรุงใหม่ประมาณ 18,000 ล้านบาท แต่มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อการลงทุน หรือ IRR ประมาณ 14-16 เท่า

อย่างไรก็ตาม นางพันธ์ทิพย์ กล่าวว่า เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงสั่งการให้นำโครงการดังกล่าวเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช.) ร่วมพิจารณาด้วย จากนั้นนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา คาดว่า การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจะมีข้อสรุปได้ไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้ สำหรับเอกชนรายเดิมที่ดำเนินโครงการอยู่แล้วมีปัญหา ต้องดูในแง่กฎหมายว่ากรมธนารักษ์สามารถยกเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่พัฒนาโครงการได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังเตรียมนำโครงการอื่นๆ ที่กระทรวงการคลังดำเนินการและมีเงินลงทุนสูง ส่งเรื่องให้ สศช.ร่วมพิจารณาโครงการด้วย เช่น การพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพิ่มเติม

napoleon
May 7th, 2007, 11:09 AM
ธนารักษ์ฟื้นโครงการยักษ์ จ่อหมอชิต-ที่ยาสูบ2หมื่นล.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2550 09:47 น.


กรมธนารักษ์ช่วยภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ เดินหน้าฟื้นโครงการพัฒนาอภิมหาโปรเจกต์ที่ราชพัสดุ 2 โครงการ "หมอชิต-ศูนย์ประชุมสิริกิติ์" มูลค่ากว่า 20,000ล้านบาท ยันยังไม่ปรับราคาที่ดินค่าเช่าที่ราชพัสดุ เหตุเศรษฐกิจไม่ดีไม่อยากซ้ำเติมประชาชน มั่นใจรายได้กรมธนารักษ์ปีนี้เข้าเป้าเกือบ 3,000 ล้านบาท

นางพันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปี 2550 นี้ กรมธนารักษ์วางแผนที่จะผลักดันโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุให้เรียบร้อย 2 โครงการด้วยกัน โดยเชื่อว่าน่าจะมีผลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า วงเงินกว่า 18,000 ล้านบาท และโครงการขยายการลงทุนในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,600 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 21,600 ล้านบาท

โดยเฉพาะในส่วนของศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงการจากเดิมที่จะสร้างอาคารสูง แล้วติดปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ มาเป็นแบบต่อขยายในแนวราบแทน ซึ่งคาดหวังจะทำให้เกิดศูนย์ประชุมนานาชาติที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยการขยายพื้นที่จะกินพื้นที่เข้าไปในส่วนของโรงงานยาสูบด้วย ซึ่งขณะนี้ได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาโครงการตามแนวทางของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าร่วมการงานของภาครัฐ และเอกชน พ.ศ.2535 แล้ว เมื่อเสร็จแล้วก็จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป เนื่องจากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาการบริหารศูนย์ประชุมฯ เดิม

นางพันธ์ทิพย์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์ยังไม่มีนโยบายที่จะปรับค่าเช่าที่ราชพัสดุ โดยจะยังคงยึดหลักเกณฑ์เดิมที่ดำเนินการอยู่ เนื่องจากการปรับขึ้นค่าเช่านั้น จะต้องพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจด้วย ซึ่งหากจะมีการปรับคงต้องมีกระบวนการในการศึกษาผลกระทบก่อน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2550 นี้ จนถึงเดือนเมษายน กรมธนารักษ์สามารถจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุได้แล้วประมาณ 1,900 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของประมาณการรายได้จากค่าเช่าที่ราชพัสดุในปีนี้ที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ 2,930 ล้านบาท

"กรมธนารักษ์ไม่ได้เน้นการหารายได้ แต่จะเน้นที่ว่า การใช้ที่ราชพัสดุให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม ไม่ได้เน้นเชิงพาณิชย์ โดยจะให้เช่าใน 4 กลุ่ม คือ เช่าเพื่ออยู่อาศัย เช่าเพื่อทำมาหากินด้านการเกษตร เช่าเชิงพาณิชย์ และอื่นๆ ซึ่งปกติแล้วค่าเช่าที่ราชพัสดุก็จะต่ำกว่าที่ดินของเอกชน" นางพันธ์ทิพย์ กล่าว

ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ ไปรวบรวมข้อมูลที่ดินราชพัสดุ ที่เคยดำเนินการไปแล้วแต่ยังติดปัญหา เพื่อนำมาทำแผนการดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง อาทิ โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต มูลค่าโครงการ 21,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญและสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับงบประมาณ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า โครงการดังกล่าวจะต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติร่วมทุน พ.ศ.2535 ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงกลับมาพิจารณารายละเอียดของกฎหมายดังกล่าว และได้เสนอแผนต่อคณะกรรมการกลั่นกรอง ชุดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน ซึ่งได้ส่งเรื่องกลับมาให้ทำการศึกษาถึงความคุ้มทุนอีกครั้ง เนื่องจากบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จะไม่เข้าร่วมโครงการด้วย คณะทำงานจึงได้จ้างบริษัท เทสโก้(บริษัทที่ปรึกษา)ทำการศึกษา โดยสรุปว่ายังมีความคุ้มทุนและสามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงเตรียมที่จะเสนอแผนโครงการดังกล่าว ต่อที่ประชุมครม. อีกครั้ง แต่เกิดการประกาศยุบสภาก่อน จึงทำให้โครงการพัฒนาที่ดินหมอชิตติดค้างอยู่ที่กระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงการคลังตัดสินใจที่จะนำแผนการพัฒนาโครงการที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เสนอต่อที่ประชุม ครม.อีกครั้ง เนื่องจากมองว่ารัฐบาลรักษาการตอนนี้ไม่ปกติ ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่มาพิจารณา รวมทั้งมองว่าหากสามารถพัฒนาที่ดินแปลงนี้ได้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้หากที่ประชุมครม. เห็นชอบแผนโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต กระทรวงการคลังก็จะดำเนินการร่างเงื่อนไขประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อหาผู้รับสัมปทานมาดำเนินการต่อ แต่การดำเนินงานดังกล่าวอาจจะติดปัญหาเรื่องสัญญากับผู้รับสัมปทานเดิม คือ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล (บีเคที) หรือชื่อเดิม ซันเอทเตท ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่เชื่อว่าคงจะสามารถแก้ไขได้

ทั้งนี้ การพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าว โดยบริษัทบางกอกเทอร์มินอล(บีเคที) หรือชื่อเดิมซันเอทเตท ผู้รับสัมปทานได้หยุดดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2536 หลังจากที่คณะกรรมการกฎษฎีกาตีความว่ามูลค่าโครงการเกินกว่าพรบ.ร่วมทุนกำหนด หรือมูลค่าเกินกว่า 5,000 ล้านบาท ต้องว่าจ้างที่ปรึกษามาให้ศึกษาโครงการก่อนเปิดประมูล

โดยคิดตามกฎการใช้ประโยชน์พื้นที่ของกทม.ซึ่งจะสามารถก่อสร้างโครงการได้เป็นพื้นใช้สอยรวม 898,667 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 18,924 ล้านบาท เปรียบเทียบกับข้อเสนอของบางกอกเทอร์มินอล ที่เสนอไว้เดิม 888,046 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 18,190ล้านบาท ซึ่งหากเปิดประมูลใหม่คาดว่า มูลค่าโครงการจะสูงกว่าเดิมอีกมาก โดยประมาณการไว้ 21,00 ล้านบาท และพื้นที่ใช้สอยก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะต่ำกว่าเดิมเท่าไหร่เพราะติดกฎหมายของกทม.

Chad
May 7th, 2007, 03:29 PM
QSNCC, Mor Chit up for grabs

The Treasury Department plans to call for bids this year for the development of plots at two of the capital's prime sites _ the Mor Chit transport complex and Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC).

Puntip Surathin, the department's director-general, said the auctions could fetch at least 21 billion baht and serve as a stimulus to the economy in their own right.

Plans for the 18-billion-baht Mor Chit complex are currently the subject of a feasibility study by the National Economic and Social Development Board.

However, the Finance Ministry faces a civil suit for 8.3 billion baht from the former project developer.

Development of the 63-rai site on Phahon Yothin Road has been stalled for eight years due to questions over the legality of the original contract awarded to Bangkok Terminal Co, originally known as Sun Estate.

Officials have been considering whether Bangkok Terminal should continue to hold the development concession, albeit with modifications, or new bids should be called.

Opening new bids could expose the government to a legal suit.

Bangkok Terminal has already called for mediation and has filed for damage claims of 8.3 billion baht if its contract with the Treasury Department is formally terminated.

Meanwhile, the expansion of the QSNCC _ also the subject of a decade of talks _ is stalled because the adjacent land required is currently occupied by the Thailand Tobacco Monopoly.

''I will try to resolve the obstacles facing the two projects. We will propose [a solution] to the cabinet when we are ready,'' Mrs Puntip said.

''Development of the two projects will involve auctions for the private sector to compete under the guidelines of the 1992 public-private joint venture act.''

She said the department also planned to promote development on its prime sites in provincial areas, particularly tourism spots such as Koh Samui.

Mrs Puntip said the department expected to meet its revenue target of 2.93 billion baht in 2007, with 900 million baht achieved in the first quarter.

Most of the revenue would come from leasing contracts for commercial and agricultural purposes, she said.

Source : Bangkokpost : May 7, 2007

Pas
May 8th, 2007, 04:45 AM
I can't wait for the old Morchit site to be developed and with underground parking or a new building (like MRTA park & ride building in Lad Prao).

At the moment it looks like a huge car yard ..
http://farm1.static.flickr.com/168/400888373_fb7c632a98_o.jpg

atom
May 8th, 2007, 08:40 AM
It gonna be one of the huge and very interesting projects in Bangkok.
I also agree with the plan to creating a complex to accommodate residential in one of the best location in Bangkok (MRT, BTS, Parks and close to Central Plaza, Jatujak Market, Bus Terminal and Bang Sue Railway Station)

thainotts
May 8th, 2007, 12:07 PM
^^ So its going to be right next to the BTS depot? hmmm at least it'll look better than the current arrangement though.

Zoowatch
May 8th, 2007, 01:28 PM
it will be where the Park & Ride is and also incorporating the existing BTS depot... all into one big complex

atom
May 8th, 2007, 02:26 PM
^^ So its going to be right next to the BTS depot? hmmm at least it'll look better than the current arrangement though.
Yep, as Zoowatch said.

Hitesh
May 10th, 2007, 08:38 AM
is the QSNCC plot theyre talking about phase II of the park that is supposed to be built?

cHemon
May 12th, 2007, 06:31 PM
the site

Flickr

http://farm1.static.flickr.com/95/254946013_a69588ad66_b.jpg

http://farm1.static.flickr.com/91/223631586_5600ce905d_b.jpg

napoleon
May 21st, 2007, 10:49 AM
เสียงสะท้อนจาก "ภาคเอกชน"

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3898

การพิจารณาว่าโครงการไหนที่จะต้องเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและซับซ้อนพอสมควรที่จะฟันธง เพราะมีหลักเกณฑ์มากมายที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่ดูแค่วงเงิน 1,000 ล้านบาทอย่างเดียว

ที่ผ่านมามีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการสะดุดเพราะติดหล่ม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ทำให้โครงการไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ต้นสายปลายเหตุเกิดจากความไม่เข้าใจของหน่วยงาน จึงทำให้โครงการมีปัญหาเกิดขึ้นภายหลังได้

อย่างโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตของกรมธนารักษ์ มูลค่า 18,000 ล้านบาท ที่คาราคาซังมานานหลายปี จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ยังไม่มีบทสรุปชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับบริษัท ซันเอสเตท จำกัด เอกชนที่ประมูลสิทธิในการพัฒนาโครงการได้

หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความออกมาโครงการนี้ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพราะโครงการมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ขณะที่กรมธนารักษ์มีความเข้าใจว่า เป็นการให้เอกชนเข้ามาเช่าที่ราชพัสดุ ไม่จำเป็นต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ทำตาม พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 ของกระทรวงการคลัง จึงเดินหน้าโครงการต่อไป ซึ่งขณะนั้นทางซันเอสเตทได้มีการลงทุนก่อสร้างไปบางส่วนบ้างแล้ว เช่น งานก่อสร้างฐานรากที่จอดรถ

ต่อมาคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความออกมาว่า โครงการนี้ต้องเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ทำให้สัญญาที่กรมธนารักษ์และซันเอสเตททำร่วมกันไม่มีผลผูกพันต่อกัน และกรมธนารักษ์จะต้องทำตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

จากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลให้ซันเอสเตทฟ้องร้องเรียกค่าชดเชย 8,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ ปัจจุบันกรมธนารักษ์เตรียมนำโครงการนี้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพื่อเปิดประมูลใหม่ หลังจากที่ให้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยผลศึกษาออกมาแล้วว่าโครงการมีความเหมาะสมที่จะลงทุนต่อไป ขณะที่คดีกับซันเอสเตทยังไม่จบ

"สมชาย สาโรวาท" กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล กล่าวว่า การที่บริษัทฟ้องเพราะต้องการให้กรมธนารักษ์ทำตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท โดยเรียกค่าชดเชย 8,000 ล้านบาท เพราะถือว่าสัญญายังมีผล ยังไม่มีการเลิกสัญญา ส่วนที่กรมธนารักษ์จะเปิดประมูลใหม่นั้น เป็นเรื่องของกรมธนารักษ์ แต่บอกได้ว่าบริษัทยังมีความตั้งใจและสนใจที่จะพัฒนาโครงการนี้อยู่

โครงการนี้บริษัทเสนอมูลค่าโครงการให้กับกรมธนารักษ์ 18,000 ล้านบาท ออกแบบเป็นสถานีศูนย์กลางเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน มีพื้นที่ 9 แสนตารางเมตร ถือว่าใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายในประกอบด้วยสถานีขนส่ง ที่จอดรถจำนวน 8,000 คัน ทางยกระดับเข้า-ออก 4 ด้าน พื้นที่สำนักงานราชการ จุดขนถ่ายสินค้า ห้องเครื่อง โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ศูนย์ค้าส่งและค้าปลีก ศูนย์ส่งออกและนำเข้าสินค้า ศูนย์ธุรกิจท่องเที่ยวและสถานีในเมือง เพื่อการโดยสารเครื่องบิน ศูนย์ความบันเทิง พื้นที่อาคารสำนักงาน

กรณีโครงการนำเครื่องจำหน่ายสลากแบบอัตโนมัติมาใช้จำหน่ายสลากหรือหวยออนไลน์ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่หน่วยงานคิดว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เนื่องจากเป็นการให้บริการ

"ตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ" กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท จาโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในส่วนของบริษัทมี 2 กรณีที่เกิดปัญหาจาก พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ คือกรณีแรกบริษัทจาโก้ได้เข้าไปประมูลเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์เมื่อปี 2539 และชนะการประมูลและได้มีการลงทุนซื้อเครื่องจำหน่ายสลากมาแล้ว แต่เมื่อนโยบายมีการเปลี่ยนแปลง ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มาบอกเลิกสัญญากับบริษัท

"มาแจ้งว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความออกมาว่า โครงการนี้ต้องเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ทางสำนักงานสลากฯจึงบอกเลิกสัญญา ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย บริษัทจึงได้ยื่นฟ้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการ เรียกค่าเสียหายวงเงิน 2,500 ล้านบาท ซึ่งต่อมาบริษัทเป็นฝ่ายชนะ แต่การต่อสู้กันเรื่อยมาจนปัจจุบันมาถึง ศาลฎีกา"

กรณีที่ 2 บริษัทล็อกซเล่ย์ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันได้เซ็นสัญญากับสำนักงานสลากฯโครงการสลาก 2 ตัว 3 ตัว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 ที่ผ่านมา ทำหน้าที่ให้บริการเทคโนโลยีพิมพ์สลาก โดยบริษัทจะได้รับเงินค่าบริการเป็นงวดๆ ซึ่งทางสำนักงานสลากฯบอกว่า ไม่ต้องเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯและได้มีการสอบถามไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งตีความว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ บริษัทจึงได้ลงทุนติดตั้งเครื่อง 7,000 เครื่องทั่วประเทศ เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาล ชุดปัจจุบันได้ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความ

ผลปรากฏว่าสำนักงานสลากฯไม่มีอำนาจดำเนินการจึงระงับโครงการนี้ไป

หน้า 51

napoleon
August 14th, 2007, 05:24 AM
'คลัง' เดินหน้าพัฒนาหมอชิตเก่า ศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อม-จราจร

Thairath [14 ส.ค. 50 - 05:07]

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่าว่า หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้สรุปผลศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการและเสนอความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาเชิงลึก ด้านการจราจรในพื้นที่ก่อสร้าง ปัญหาสิ่งแวดล้อม และผลตอบแทนการลงทุนแก่ภาครัฐ โครงการดังกล่าวจึงอาจล่าช้าออกไป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนการงานภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2535 และหาก ครม. เห็นชอบโครงการแล้วจะต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกเอกชนเข้าดำเนินโครงการ หลังจากนั้น ต้องว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และผลกระทบในด้านต่างๆ สำหรับมูลค่าโครงการลงทุนยังอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอยรวม 900,000 ตารางเมตร มี 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นอู่จอดและโรงซ่อมรถไฟฟ้า ชั้น 2 เป็นที่จอดรถ และชั้นบนสุดเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม โรงแรม และห้างสรรพสินค้า.

napoleon
October 15th, 2007, 07:05 AM
ยึดที่ราชพัสดุแสนไร่

โพสต์ทูเดย์ 15/10/2007


ธนารักษ์ตั้งเป้าทวงที่ราชพัสดุคืนจากหน่วยงานรัฐ 1 แสนไร่ ประเดิมที่ฐานทัพเรือเกาะกูด

แหล่งข่าวกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ตั้งเป้าวัดผลงานของกรมธนารักษ์ ในปีงบประมาณ 2551 ว่า จะขอคืนที่ราชพัสดุจากหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จำนวน 1 แสนไร่ เพื่อนำมาพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม


ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะเน้นขอคืนจากกระทรวงกลาโหม จำนวน 73 แปลง โดยขณะนี้กองทัพเรือได้เห็นชอบคืนที่ 5 หมื่นไร่ ที่เกาะกูด จ.ตราด ซึ่งเป็นที่อนุรักษ์ มีพื้นที่ติดทะเล แต่มีหาดทรายไม่สวยมาก ซึ่งกรมมีแผนแม่บทการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องของสาธารณูปโภคสำหรับอยู่อาศัยและท่องเที่ยว


“ปัจจุบันมีคนพักอาศัยบนเกาะกูดจำนวน 1.8 พันคน ส่วนหนึ่งเป็นการอยู่อาศัยแบบ บุกรุก โดยกรมธนารักษ์ต้องการให้เช่าอย่างถูกต้อง” แหล่งข่าวเปิดเผย


ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2550 กรมธนารักษ์ได้ขอที่ราชพัสดุคืนจากหน่วยงานราชการ ได้ 1.5 แสนไร่ จากเป้าที่ตั้งไว้ 1.2 แสนไร่ โดยส่วนใหญ่ได้คืนจากกรมราชทัณฑ์ จ.นครราชสีมา 1 แสนไร่ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ถูกบุกรุก ซึ่งกรมดำเนินการให้มีการเช่าอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง


สำหรับที่ราชพัสดุที่ขอคืนได้ส่วนใหญ่ ไม่สามารถนำมาบริหารในเชิงพาณิชย์หา รายได้จำนวนมากได้ เนื่องจากเป็นที่ราชพัสดุ ต่างจังหวัด และมีการบุกรุกอาศัยของชาวบ้านอยู่แล้ว


แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ยังได้สั่งให้กรมธนารักษ์เร่งเสนอโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิตมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติภายในเดือน ต.ค. เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ส่งผลดีกับเศรษฐกิจ


ขณะที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นว่าเป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้ แต่เห็นว่าควรศึกษาผลตอบแทนของโครงการให้ชัดเจน


แหล่งข่าวเปิดเผยว่า โครงการพัฒนาที่ดินหมอชิตมีมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท จะต้องดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐและเอกชนปี 2535 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 เพื่อจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้และกำหนดเงื่อนไขการประมูลของโครงการ


นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง กล่าวว่า ต้องการเร่งโครงการหมอชิต เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอฟื้นตัว และจะได้แก้ปัญหากับเอกชนที่ได้รับสัมปทานโครงการนี้ไปก่อนหน้า แต่ภายหลังกฤษฎีกาตีความว่าสัญญาเป็นโมฆะเพราะไม่ได้ผ่านการพิจารณาตามกฎหมายร่วมทุนรัฐและเอกชนปี 2535

Gaia
October 15th, 2007, 07:15 AM
สภาพัฒน์ฯ ไฟเขียว-ปล่อยธนารักษ์ลุยพัฒนาหมอชิต 1.8 หมื่นล.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 ตุลาคม 2550 10:08 น.






กรมธนารักษ์ลุยเมกกะโปรเจกต์แปลงหมอชิต 1.8 หมื่นล้านบาทกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสภาพัฒน์ฯ ไฟเขียวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรม พร้อมเดินหน้าพัฒนาที่ราชพัสดุทั่วประเทศที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวแปลงแรกเกาะสมุย 30 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 1 พันล้านบาท และศึกษาแนวทางพัฒนามาสเตอร์แพลนเกาะกูดทั้งระบบกว่า 6 หมื่นไร่ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ ระบุเนื้อที่พัฒนาประมาณ 70 ไร่บนจุดสำคัญ 3 จุดหลัก

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์กำลังเดินหน้าเสนอโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมอชิตเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงการคลังอีกครั้งเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบในการดำเนินโครงการ ซึ่งจากเดิมที่ครม.ได้ให้กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)หรือสภาพัฒน์ฯ ว่าจะต้องศึกษาเพิ่มเติมในส่วนใดบ้าง

ซึ่งสศช.ได้มีหนังสือตอบกลับมามาว่าให้กรมธนารักษ์ไปศึกษาเพิ่มเติมตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติร่วมทุนการงานภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2535 หรือพ.ร.บ.ร่วมทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรมธนารักษ์ว่าจะดำเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงหมอชิตในรูปแบบใด โดยกรมธนารักษ์เห็นว่าในประเด็นการศึกษาเพิ่มเติมตามมาตรา 17 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนนั้นกรมธนารักษ์ได้ศึกษามาก่อนหน้านี้โดยละเอียดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมและเสนอให้กระทรวงการคลังเพื่อนำเสนอเข้าสู่ครม.ต่อไป

"เราพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการนี้อยู่แล้วเพราะตามมาตรา 17 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนกรมธนารักษ์ได้ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจึงไม่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งหากคณะรัฐมนตรีเห็นชองโครงการนี้และเปิดประมูลก่อสร้างได้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้มาก และกรมธนารักษ์ได้เสนอให้กระทรวงการคลังรับทราบการดำเนินโครงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายอำนวยกล่าว

สำหรับโครงการนี้ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ 18,000 ล้านบาทซึ่งมีมูลค่าโครงการใกล้เคียงกับเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่มีการริเริ่มโครงการนั้น แม้ว่าค่าก่อสร้างและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จะเพ่มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่กรมธนารักษ์พิจารณาแล้วเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ปัจจุบันอยู่ในอัตราที่ต่ำมูลค่าโครงการที่ 18,000 ล้านบาทจึงเป็นมูลค่าที่เหมาะสม

ทั้งนี้โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ ขนส่งหมอชิต เขตจตุจักร มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท โดยประกอบด้วย อาคารศูนย์การค้า ศูนย์การศึกษาศูนย์บันเทิง ศูนย์อาหารและภัตตาคาร อาคารสำนักงาน อาคารโรงแรม 450 ห้องพัก และอาคารที่พักอาศัย และค่าชดเชยที่ดินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย มูลค่าก่อสร้าง 1.45 หมื่นล้านบาท และพื้นที่สถานีขนส่ง ประมาณ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 770 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยทางราชการ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 202.5 ล้านบาท พื้นที่อาคารเชิงพาณิชย์ยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง และที่จอดรถ 7.88 แสนตารางเมตร สำหรับโครงการใหม่มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 900,000 ตารางเมตร มูลค่าก่อสร้าง 18,000 ล้านบาท

***ดันโปรเจ็กต์เกาะสมุยฟื้นท่องเที่ยว

นายอำนวยกล่าวว่า นอกจากการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงหมอชิตแล้วกรมธนารักษ์ยังมีโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่อยู่บนพื้นที่ของกรมธนารักษ์ในเบื้องต้น 2 โครงการคือ การพัฒนาการท่องเที่ยวเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์พื้นที่เกาะกูดตามแผนแม่บท(MASTER PLAN) พัฒนาพื้นที่เกาะกูด กิ่งอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

โดยการพัฒนาพื้นที่เกาะสมุยนั้นจะเป็นการพัฒนาบนที่ดินของกรมธนารักษ์จำนวน 30 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งการพัฒนาพื้นที่แต่ละแปลงของกรมธนารักษ์นั้นหากโครงการใดสามารถศึกษาและพัฒนาได้ทันทีกรมธนารักษ์ก็จะเริ่มดำเนินการได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามา เพราะทุกโครงการที่กรมธนารักษ์พัฒนาขึ้นมาล้วนแต่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ทั้งสิ้น

ในขณะที่โครงการมาสเตอร์แพลนเกาะกูดซึ่งมีพื้นที่มากถึง 60,000 ไร่นั้น กรมธนารักษ์ได้ทำการศึกษาเพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชีวิตของชุมชนเป็นหลักไม่ใช่การพัฒนาพื้นที่ทั้ง 60,000 ไร่แต่อย่างใด แต่จะเป็นการพัฒนาพื้นที่หลักๆ จำนวน 3 จุด บนพื้นที่ประมาณ 60-70 ไร่ เพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือและจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ

"มาสเตอร์แพลนบนพื้นที่เกาะกูดนั้นส่วนใหญ่จะเน้นการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า ประปา ถนน เตากำจัดขยะและท่าเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและไม่ทำลายวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งหากศึกษาโครงการเกาะสมุยและเกาะกูดแล้วเสร็จเมื่อใดก็จะมีการเปิดประมูลโดยเป็นการยื่นข้อเสนอในด้านต่างๆ ให้กับกรมธนารักษ์ก่อนที่จะศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการต่อไป” นายอำนวยกล่าว

napoleon
November 28th, 2007, 07:01 PM
รัฐสูญโอกาสหมื่นล้านพัฒนาที่ดิน + 'ขนส่งหมอชิต'ซื้อเวลาชงรัฐบาลใหม่ตัดสิน ส่วนศูนย์พระราม9 ติดข้อก.ม.ดิ้นหาทางออกอีกรอบ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2274 29 พ.ย. - 01 ธ.ค. 2550


"กรมธนารักษ์-รฟม." สูญโอกาสพัฒนาที่ดินหารายได้หมื่อล้าน "ฉลองภพ" แหยงตีกลับแผนโครงการคอมเพล็กซ์หมอชิตที่สะดุดมายาวนานนับ 10 ปี ตัดสินใจสั่งพับโครงการรอรัฐบาลใหม่ตัดสิน ขณะที่คมนาคมสกัดแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ของรฟม.หวั่นขัดกฎหมายเวนคืนที่ดิน จี้ทำหนังสือถามกฤษฎีกาอีกคำรบ โปรเจ็กต์นำที่ดินว่างเปล่ารอบสถานี-ศูนย์ซ่อมบำรุงพัฒนาชะงักยาว ด้านรฟม.ยันไม่ขัดกฎหมาย เตรียมฟื้นโครงการ อ้างกรณีจุดพักรถ "เซอรวิส แอร์เรีย" บนมอเตอร์เวย์เป็นกรณีเทียบเคียง ส่วนรศ.มานพพ.ศทัต ชี้ทางออก พัฒนาเป็นส่วนสาธารณะยุติปัญหา


แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่ง จากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากที่กรมธนารักษ์ ได้ทบทวนแผนการพัฒนาโครงการที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต พื้นที่ประมาณ 60 ไร่ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาไปแล้วนั้น ความคืบหน้าในขณะนี้ทางกรมธนารักษ์ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องกลับคืนมายังกรมธนารักษ์ และจะไม่เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีก แต่จะให้กรมธนารักษ์เก็บเรื่องไว้รอนำเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา อย่างไรก็ตามคงต้องรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่งด้วย


ทั้งนี้ในการจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณหมอชิตนั้น เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดินตามระเบียบของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พรบ.ร่วมทุนปี 35 อย่างเคร่งครัด และรอบคอบแล้ว แต่คนที่จะต้องตัดสินใจคงไม่กล้า เนื่องจากโครงการนี้มีมูลค่าในการลงทุนสูง และคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาการเลือกตั้ง


นอกจากนี้ยังยึดติดกับความไม่โปร่งใส กรณีที่นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำผิดวินัย ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ดำเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ โดยไม่ได้ปฏิบัติตามพรบ.ร่วมทุนปี 35 และมีค่าตอบแทนจากการกระทำดังกล่าว 30 ล้านบาท ทำให้ยังไม่มีการพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการโครงการดังกล่าวต่อไป


แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวยืนยันว่า การทบทวนแผนการพัฒนาที่ราชพัสดุฯ ครั้งนี้ ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรายละเอียดที่เสนอให้รัฐบาลพิจารณา ก็เป็นผลการศึกษาที่ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัท เทสโก้ จำกัด ทำการศึกษาทบทวนความเหมาะสมตั้งแต่ช่วงปี 2547 ที่ผ่านมา ซึ่งผลสรุปที่ได้ออกมายังคงเป็นไปตามแผนการพัฒนาที่ไม่ต่างจากเดิม คือยังคงคอนเซปต์การพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ มีทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และจากผลการศึกษาได้ระบุว่าควรเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ เพราะจะคุ้มทุนกว่ารัฐบาลลงทุนเอง และหากสามารถดำเนินการได้จะทำให้ได้รับผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจสูงถึง 26% แต่หากรัฐบาลชุดนี้ไม่พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการ ก็คงต้องชะลอโครงการไว้รายงานให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาตัดสินต่อไป


อนึ่ง โครงการพัฒนาที่ดินบริเวณดังกล่าวนี้ เดิมทีมีบริษัทบางกอกเทอร์มินอล (บีเคที) หรือชื่อเดิมคือซันเอสเตท เป็นผู้ได้รับสิทธิในการเข้าพัฒนาพื้นที่ แต่ได้หยุดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2536 หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตีความว่าสัญญาสัมปทานดังกล่าวเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบของพรบ.ร่วมทุนปี 35 ซึ่งล่าสุดรับบาลชุดปัจจุบันได้ฟื้นแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวอีกครั้ง โดยคาดหวังที่จะใช้เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้


นอกจากนี้จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า นอกจากกรมธนารักษ์ จะประสบปัญหาการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ เนื่องจากติดปัญหาในเรื่องของ แล้วยังมี การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อีกหน่วยงานหนึ่ง ที่มีปัญหาในเรื่องของการนำพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง และพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟาใต้ดินมาพัฒนาด้วยเช่นกัน เนื่องจากติดขัดในข้อกำหนดของการเวนคืนที่ดิน


โดยแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจาก รฟม. เปิดเผยว่า จากที่รฟม. ได้เสนอเรื่องการขออนุมัติในหลักการให้รฟม.สามารถให้ใช้หรือให้สิทธิใดๆ สำหรับพื้นที่บริเวณสถานี ซึ่งเป็นจุดขึ้นลงของทั้ง 18 สถานี และพื้นที่ว่างตลอดแนวสายทางรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล เพื่อนำเรื่องเสนอขอความเห็นชอบจากครม. อีกครั้งนั้น ขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้ส่งเรื่องคืนกลับมาที่ รฟม. พร้อมทั้งได้สั่งให้ รฟม. ทำหนังสือถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาอีกครั้งว่า รฟม. สามารถดำนเนิการได้หรือไม่ เนื่องจากกระทรวงคมนาคมเกรงว่าการนำพื้นที่โดยรอบสถานีและตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินมาพัฒนา จะผิดต่อวัตถุประสงค์ในการเวนคืนที่ดิน จึงต้องการให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง


ทั้งนี้เหตุผลที่ รฟม. ต้องเสนอกรอบภาพรวมแผนการพัฒนาพื้นที่ให้ครม.เห็นชอบนั้น เนื่องจากตามระเบียบของ รฟม. ได้ระบุไว้ว่าหาก รฟม. จะพัฒนาพื้นที่ที่มีมูลค่ารวม 10 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องเสอนเรื่องให้ครม. พิจารณาเห็นชอบก่อนดำนเนการ ซึ่งจากการคำนวณมูลค่าที่ดิน ที่ทำการเวนคืนมาในราคาตารางวาละ 300,000 บาท จะเห็นได้ว่าพื้นที่บางแห่งก็จะมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ขณะที่บางแห่งอาจจะไม่ถึง แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา รฟม.จึงตัดสินใจเสนอขออนุมัติเป็นหลักการภาพรวมในคราวเดียว และเมื่อจะดำเนินการพัมนาพื้นที่ในแต่ละแห่ง ก็จะเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความรอบคอบ


ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าในการนำพื้นที่โดยรอบสถานีมาพัฒนานั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานคระกรรมการกฤษฎีกา จะเคยตีความไว้ว่าไม่สามารถนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากจะผิดต่อพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ที่มีวัตถุประสงค์ในการเวนคืนที่ดินเพื่อนำมาก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชน ห้ามนำไปหาพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้ แต่ทางรฟม. โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาธุรกิจ และคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย ก็ได้พิจารณาทบทวนแล้วและเห็นว่าในพื้นทั้งหมดที่เวนคืนมานั้น ได้มีการก่อสร้างอุโมงค์ และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินไปแล้ว ได้เกิดการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หลักของการเวนคืนที่ดินแล้ว จึงเห็นว่าควรจะนำมาพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้


โดย รฟม. ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาโดยยึดหลักให้สอดคล้องกับประกาศกฎกระทรวงคมนาคม เรื่องเขตความปลอดภัย และกฎการรักษาความปลอดภัยของรฟม. รวมถึงแบบที่ดำเนินการจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางวิศวกรรมด้วย อีกทั้งยังได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วด้วยว่าพื้นที่ที่จะนำมาพัฒนานั้นเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือจากปากทางเข้าออก ปล่องระบายอากาศ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อผู้โดยสารและความปลอดภัย ที่สำคัญการพัฒนาพื้นที่ว่างตลอดแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน รฟม. ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการจัดหารายได้ แต่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างรฟม. และผู้ปรกอบการที่อยู่โดยรอบสถานี รวมถึงยังจะเป็นการเอประโยชน์ต่อผู้โดยสาร ไม่ทำให้สถานีรกร้าง ดูน่ากลัว อีกทั้งยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการบำรุงรักษา ที่ต้องนำเงินงบประมาณมาใช้ทุกปีด้วย ซึ่งตรงนี้จะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ฟม. มีรายได้เข้าองค์กรเพื่อลดภาระการใช้งบประมาณด้วย


อย่างไรก็ดี เพื่อความชัดเจน รฟม.ได้ส่งหนังสือถามไปยังกฤษฏีกาอีกครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการประสานให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามรฟม.ได้เตรียมที่จะชี้แจงยืนยันถึงเหตุผลในการขอนำพื้นที่มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร แต่ทำเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในบางส่วน และเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้โดยสารในทางอ้อม พร้อมทั้งจะขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากรณีของ รฟม. เทียบเคียงกับกรมทางหลวง (ทล.) ด้วย ในกรณีที่มีการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) แล้วก็ได้มีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยทำเป็นจุดพักรถ (Rest Area) ที่ให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่รฟม. จะทำ ว่าขัดต่อวัตถุประสงค์การเวนคืนที่ดินหรือไม่


ขณะเดียวกัน รฟม. ก็เตรียมจะว่าจ้าง บริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบการพัฒนาธุรกิจ โดยจะต้องพิจารณาดูว่าในส่วนของการนำพื้นที่ว่างรอบสถานีและตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน จะทำอย่างไรได้บ้างโดยไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดิน รวมถึงต้องวางแผนการพัฒนาที่เชิงพาณิชย์สำหรับที่ดินว่างรอบสถานีรถไฟฟ้าเส้นทางส่วนต่อขยายและสายใหม่ด้วยว่าควรออกแบบอย่างไร ดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสม ซึ่งจะว่าจ้างในวงเงินประมาณ 10 ล้านบาท โดยคาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามายื่นข้อเสนอได้ประมาณสัปดาห์หน้า


สำหรับพื้นที่ตามแนวสายทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ทั้ง 18 สถานี และทางเข้าออกศูนย์ซ่อมบำรุง ที่มีพื้นที่รวมทั้งหมด 131,650 ตารางเมตร จะมีพื้นที่ที่สามารถนำมาใช้พัฒนาได้ 34,000 ตารางเมตร โดยเบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งพื้นที่เพ่อทำร้านค้าประมาณ 5,000-6,000 ตารางเมตร ส่วนที่เหลืออีกกว่า 20,000 ตารางเมตร จะนำมาพัฒนาในรูปแบบอื่นๆ อาทิ จัดสวน ลานจอดรถ ถนน สวนสาธารณะ เป็นต้น


ส่วนพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) บริเวณห้วยขวาง (พระราม 9) จำนวน 691 ไร่นั้น เดิมมีแนวคิดที่จะนำพื้นที่ว่างบางส่วนมาพัฒนาเชิงพาณิชย์เช่นกัน ซึ่งได้มีการศึกษารูปแบบที่จะพัฒนาไว้แล้ว แต่เนื่องจากขัดต่อวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดิน ทำให้ไม่สามารถแยกพื้นที่บางส่วนมาพัฒนาก่อนได้ จะต้องรอให้มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้วสเร็จก่อน จึงจะพิจารณาว่ามีพื้นที่ส่วนที่เหลือที่สามารถนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่


ด้านรศ.มานพ พงศทัต อาจารย์ประจำภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาที่ดินทั้งสองแปลงเกิดปัญหามานานและเป็นการสูญเสียโอกาสของประเทศ แต่เพื่อไม่ให้เกิดกรณีศึกษาในอนาคต ควรดำเนินการตามข้อกฎหมายกำหนด หรือการพัฒนาเป็นสาธารณูปโภคที่หมายถึงสวนสาธารณะด้วยนั้น จะเป็นทางออกที่ดีกทม.ยังต้องการพื้นที่สวนเพื่อเป็นปอดของเมืองจำนวนมาก ส่วนบางโครงการมีกรณีปัญหาการฟ้องร้องต้องดำเนินการให้จบก่อนดำเนินการใด ๆต่อไป

napoleon
January 2nd, 2008, 03:29 AM
คลังฟื้น‘หมอชิต’ พัฒนาศูนย์สิริกิติ์

โพสต์ทูเดย์ 2/01/2008

กรมธนารักษ์ประเดิมครม.ใหม่ฟื้นโครงการพัฒนา “หมอชิต-ศูนย์ประชุมสิริกิติ์”

นางพันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมจะเสนอให้รัฐบาลใหม่เดินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท และโครงการพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ต่อไป เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น เกาะกูด จ.ตราด และพื้นที่อื่นๆ ประมาณ 10 แปลง ก็จะขอความเห็นชอบในการพัฒนาด้วย


นางพันธ์ทิพย์ กล่าวว่า ในโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต ที่ผ่านมา นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ได้สั่งให้กรมเตรียมแผนพัฒนาโครงการต่อเนื่อง เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาและต้องทำให้ถูกตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งหากรัฐบาลให้เดินหน้าโครงการก็ต้องกลับมาตั้งคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน เพื่อศึกษาร่างเงื่อนไขการประมูลโครงการ


“โครงการหมอชิต ในหลักการ รมว.คลัง ฉลองภพ เห็นด้วยที่จะให้เดินโครงการต่อ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสและประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการขนส่ง” นางพันธ์ทิพย์ กล่าว


สำหรับโครงการพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้น บริษัทที่ปรึกษาโครงการได้เสนอแผนและการจัดแบ่งพื้นที่ของศูนย์ประชุมให้กรมรับทราบและเห็นชอบแล้ว โดยมีแผนที่จะขอแนวนโยบายจากกระทรวงการคลังขอใช้พื้นที่บางส่วน พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์และเครื่องราชอิสริยยศ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่อนุมัติ


ทั้งนี้ ส่วนของโครงการพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมายังมีปัญหาผู้ได้รับสัมปทานไม่สามารถสร้างโรงแรมตามที่เซ็นสัญญาไว้เดิมได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ถูกจำกัดการสร้างอาคารสูง ดังนั้นจะให้เสนอโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม โดยต้องไม่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าเดิม เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีใหม่เห็นชอบและเดินหน้าโครงการต่อไปได้เช่นกัน

napoleon
February 23rd, 2008, 08:23 PM
กทม.ลุยทางยกระดับ อู่BTSเชื่อมวิภาวดี 'แสงโสม'แจ๊กพอต!

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2299 24 ก.พ. - 27 ก.พ. 2551


กรุงเทพมหานคร ได้ ต่ออายุพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสาย ทางยกระดับเชื่อมระหว่างอาคารอู่จอดรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้ากับถนนวิภาวดีรังสิต ในท้องที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ที่ประกาศใช้เมื่อ วันที่ 25 มีนาคม 2547 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะหมดอายุลง วันที่ 25 มีนาคม 2551 ที่ใกล้จะมาถึง และคาดว่า จะประกาศใช้พ.ร.ฎ.ใหม่ ได้ในราว 6-7 เดือนข้างหน้าหรือ ประมาณ ปลายปี 2551นี้!!

อย่างไรก็ดี โครงการนี้ มีความจำเป็นต้องเร่งก่อสร้าง เนื่องจาก เป็นเส้นทาง เชื่อมเข้าสู่โครงการพัฒนาพื้นที่หมอชิตเก่าของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง มูลค่า 18,000 ล้านบาท ที่จะเนรมิตให้เป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายพาหนะทุกประเภท หลังจากที่ผ่านมา ได้คาราคาซัง สะดุด ติดขัด สารพัดปัญหาข่าว(คาว)ทุจริต มานาน จนกทม. อดรนทนไม่ได้ ต้องยกหู กริ๊ง...กร๊างงง ถามไถ่ กรมธนารักษ์ว่า

ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ กับอภิมหาโปรเจ็กต์นี้ เหตุผลที่ต้องถาม ก็เพราะ ”เราคู่กัน” ถ้า”หมอชิต”ไม่เกิด” ยกระดับ”ก็ไม่รู้จะเกิดทำไม!!! ขณะที่ อายุพ.ร.ฎ.ใกล้สิ้นเต็มที ในที่สุด ก็ ดองกันสำเร็จ “เจ้ากรม” ธนารักษ์ยืนยันเสียงแข็งกับกทม.ว่า “ลุยแน่” (แต่ไม่รู้ตอนไหน) ซึ่ง ความคืบหน้าล่าสุด แผนพัฒนาเวิ้งหมอชิตเก่า อยู่ระหว่างจ่อๆ เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุด”คนรักแมว” ในเร็วๆนี้



เมื่อชัดเจนอย่างนี้แล้วกทม.ก็โล่งอก !!และเตรียมลงพื้นที่สำรวจเขตทางและแนวเวนคืนอีกครั้ง ในเบื้องต้น มี ผู้ได้รับผลกระทบเป็นที่ดิน 35 แปลงและสิ่งปลูกสร้าง21 แปลง ในจำนวนนี้ มี เขตที่ดิน และ รั้ว ของ อาคารเทวินทร์ทรัพย์สิน ของบริษัท ที.ดับบลิวกรุ๊ปอิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ตโฮลดิ้ง จำกัด และ อาคารคลังสินค้า สุราแสงโสม อีกทั้ง เบียร์ช้าง น้ำดื่ม ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน ) ของ นาย”เจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าพ่อน้ำเมา ที่ตั้งอยู่บริเวณซอยวิภาวดีรังสิต 5ระหว่างแยก1และ 2 ที่ใกล้กับ”อาคารแสงโสม” ติดริมถนนวิภาวดีฯ ได้รับแจ๊กพอต


โดยแนวสายทางเริ่มจาก บริเวณปากซอยถนนพหลโยธิน 18/1หรือ ซอยยาสูบติดกับอู่จอดรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่เป็นที่ดินหมอชิตเก่า วิ่งเข้าไปตามแนวซอยยาสูบ1เดิม ที่มีขนาดเล็กกว้างเพียง 6 เมตร จากนั้นผ่านด้านหลังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผ่านช่อง 7 สี ไปทะลุออกซอยวิภาวดี 5แยก1และ 2 เชื่อมถนนวิภาวดี ใกล้กับ อาคารหิรัญกุล และอาคารแสงโสม ปั๊มน้ำมันเชลล์ ระยะทางรวม 600 เมตร


โดยพื้นราบจะขยายเขตทาง ซอยยาสูบ 1 จาก 2 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 6-7เมตรเป็น 20 เมตร ขนาด 4 ช่องจราจร ให้สามารถเชื่อมทะลุ กับ ถนนวิภาวดีฯได้ ส่วนด้านบนจะทำทางยกระดับคร่อมถนนยาสูบ 1 เชื่อมจาก บริเวณอู่รถไฟฟ้าบีทีเอส ตรงไปเชื่อมกับทางยกระดับดินแดง-ดอนเมือง ที่บริเวณถนนวิภาวดีฯ โดยมีระยะทาง 600 เมตรและ 4 ช่องจราจรเท่ากัน มีทางขึ้นลง 3-4 ขา เพื่อเชื่อมพื้นราบและ บนทางยกระดับ ส่วน งบประมาณเวนคืน 210 ล้านบาท งบค่าก่อสร้าง 530 ล้านบาท รวม 710 ล้านบาท อย่างไรก็ดีหากแล้วเสร็จจะช่วยให้การจราจร ลื่นไหลขึ้น ที่จะเป็นเส้นทางลัดจากถนนพหลโยธินออกไปวิภาวดีรังสิต สุทธิสารวินิจฉัย อิมทามระ ซอยร่วมศิริมิตร ซอยยาสูบ 2 ซอยโชคชัยร่วมมิตร ซอยทรงสะอาดเป็นต้น

อีกไม่นานเกินรอ โครงการนี้คงเปิดใช้เส้นทางเพื่อแก้ปัญหาจราจรไปพร้อมๆกับแผนพัฒนาหมอชิตเก่าอย่างแน่นอน หวังว่าคงไม่ต้องรอลุ้น ต่ออายุ พ.ร.ฎ.เป็น หนที่ 3 นะขอรับเจ้านายยย!!!


........


ย้อนความโครงการนี้ คาราคาซังมาตั้งแต่ปี 2537-2538 เพราะชาวบ้านประท้วง

napoleon
March 10th, 2008, 05:15 AM
สั่งธนารักษ์ฟื้นหมอชิต ศูนย์สิริกิติ์

โพสต์ทูเดย์ 10/03/2008

“ระนองรักษ์” มาแล้ว สั่งฟื้นโครงการหมอชิต-ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ มูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ-การลงทุน

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.คลัง ได้สั่งการให้กรมเร่งเสนอโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท และโครงการพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มูลค่า 2,700 ล้านบาท เพราะต้องการเร่งโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ค้างมานาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน


นายอำนวย กล่าวว่า กรมธนารักษ์จะเสนอโครงการพัฒนาทั้งสองภายในเดือนนี้ ซึ่งแต่ละโครงการมีปัญหาด้านกฎหมายทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้


สำหรับกรณีโครงการหมอชิต หยุดการก่อสร้างมานานกว่า 10 ปี เนื่องจากติดปัญหา พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2535 บริษัทผู้รับสัมปทาน คือบริษัทบางกอกเทอร์มินอล หรือซันเอสเตท ก็ได้ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการเรียกค่าเสียหายต่อกรมจำนวน 8 พันล้านบาท แต่ยังไม่ได้มีการตัดสิน


ด้านโครงการพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบปัญหาผู้ได้รับสัมปทาน คือบริษัท เอ็มซีซี ไม่สามารถสร้างโรงแรมได้ตามสัญญาเพราะพื้นที่ถูกจำกัดการสร้างอาคารสูง จากกฎหมายผังเมืองของ กทม. รวมทั้งโรงงานยาสูบยังไม่ย้ายออกไป ดังนั้นจึงคาดว่าจะมีการเสนอให้เปลี่ยนไปเป็นการขยายพื้นที่ศูนย์ประชุมเดิมให้กว้างขึ้น


นอกจากนี้ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ ยังมอบนโยบายให้กรมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำเศษสตางค์ออกมาจับจ่ายใช้ซื้อของ เพื่อแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง

napoleon
May 2nd, 2008, 11:38 AM
ปัดฝุ่นแผนพัฒนาที่ดินหมอชิต

Dailynews 2/05/2008


นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.คลังได้เห็นชอบที่จะผลักดันโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ มูลค่าโครงการ 18,000 ล้านบาทแล้ว โดยขณะนี้ได้เสนอเรื่องไปให้นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พิจารณาเห็นชอบ ทั้งนี้หากได้รับความเห็นชอบ จะเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาอนุมัติในหลักการ จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน เพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป

“หาก รมว.คลังเห็นชอบต้องเสนอครม.อนุมัติในหลักการ จากนั้นจึงจะตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งคณะกรรมการฯ จะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าจะให้เอกชนรายเดิมเข้าทำต่อหรือเปิดประมูลใหม่”.

napoleon
May 7th, 2008, 05:21 PM
คลังฟื้นแผนพัฒนาที่ดินหมอชิต เร่งชงครม.ตั้งก.ก.คุมแผนลงทุนใหม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2320 08 พ.ค. - 10 พ.ค. 2551


กรมธนารักษ์ปัดฝุ่นแผนพัฒนาที่ดินหมอชิต 63 ไร่ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ลุ้น "หมอเลี้ยบ" ตัดสินใจยกสุดท้าย ก่อนชงครม.อนุมัติแผน เตรียมตั้งคณะกรรมการกำหนดรูปแบบลงทุน และชี้ขาดการให้สิทธิเอกชนรายเก่า-รายใหม่ เล็งเปิดพื้นที่ 9 แสนตารางเมตรให้เอกชนเข้าพัฒนา

แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ กรมธนารักษ์ ได้เสนอแผนการพัฒนาโครงการที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต พื้นที่ 63 ไร่ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท ให้ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแล้ว ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว จะเสนอเรื่องขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการ รวมถึงเสนอขอจัดตั้งคณะกรรมการมาตรา 13 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 เพื่อดำเนินการศึกษารายละเอียดของรูปแบบการก่อสร้าง การให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงกำหนดความชัดเจนของวงเงินลงทุนเป็นลำดับต่อไป


ทั้งนี้คาดว่า ขั้นตอนในการดำเนินการของคณะกรรมการมาตรา 13 ตาม


พ.ร.บ.ร่วมทุน นั้น นอกจากจะต้องพิจารณารายละเอียดตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องพิจารณาและกำหนดความชัดเจนด้วยว่าในการให้สิทธิเอกชนเข้ามารับสัมปทานในการดำเนินการนั้น จะให้สิทธิเอกชนรายเดิม คือ บริษัทบางกอกเทอร์มินอลฯ (บีเคที) หรือชื่อเดิมคือซันเอสเตท เป็นผู้ได้รับสิทธิในการเข้าพัฒนาพื้นที่ แต่ได้หยุดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2536 หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตีความว่าสัญญาสัมปทานดังกล่าวเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบของ พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 35 เข้ามารับสิทธิไปเลย หรือจะเปิดประมูลเป็นการทั่วไปเพื่อหาเอกชนรายอื่นมาดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการ 3 เดือน จากนั้นจะเสนอต่อครม. เพื่อขออนุมัติดำเนินการลงทุนและก่อสร้างเป็นลำดับต่อไป


สำหรับรูปแบบการลงทุนที่นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ยังคงยึดตามแนวทางเดิมที่วางไว้ คือมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้เป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายด้านการคมนาคม โดยจะเปิดพื้นที่ขนาด 900,000 ตารางเมตร ให้สิทธิเอกชนเข้ามารับสัมปทานในการลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงาน โรงแรม พื้นที่ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงจัดทำลานจอดรถแล้วจร (Park & Ride) รองรับผู้ใช้บริการระบบขนส่งมวลชน รวมถึงผู้ใช้บริการภายในโครงการด้วย ที่สำคัญจะมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยว่า ผู้ที่จะเข้ามารับสัมปทานนั้น ต้องลงทุนก่อสร้างทางเดิน หรือทางยกระดับเชื่อมต่อกับโครงการระบบขนส่งมวลชนให้ด้วย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อผู้โดยสาร แหล่งข่าวกล่าว

napoleon
May 20th, 2008, 05:21 AM
‘เลี้ยบ’ปัดฝุ่นพัฒนาที่หมอชิต

โพสต์ทูเดย์ 20/05/2008


รมว.คลัง อนุมัติพัฒนาที่หมอชิตรอบใหม่ เตรียมเสนอเข้า ครม.เร็วๆ นี้ ยังไม่สรุปให้ซันเอสเตทเจ้าเก่าทำ หรือเลือกรายใหม่

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง อนุมัติโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเดิมบนพื้นที่ 63 ไร่ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยขณะนี้อยู่ที่เลขาฯ คณะรัฐมนตรี ซึ่งเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายในเร็วๆ นี้


“หาก ครม.เห็นชอบในหลักการก็จะมีการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2535 เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดประมูลใหม่ หรือให้ผู้รับเหมารายเดิมที่ชนะประมูล คือ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล หรือซันเอสเตท ทำต่อ”


สำหรับค่าก่อสร้างปัจจุบันยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้ราคาวัสดุก่อสร้างจะแพงขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยลดลงจากที่เคยประมาณการไว้ 15% ปัจจุบันเหลือเพียง 7-8%


ทั้งนี้ โครงการพัฒนาที่หมอชิต หยุดการก่อสร้างมานานกว่า 10 ปี เนื่องจากติดปัญหา พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2535 และขณะนี้ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล ได้ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการ เรียกค่าเสียหายต่อกรมธนารักษ์ จำนวน 8,000 ล้านบาท หากไม่ได้ดำเนินการต่อ


ด้านโครงการมีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 9 แสนตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารศูนย์การค้า ศูนย์การศึกษา ศูนย์บันเทิง ศูนย์อาหารและภัตตาคาร อาคารสำนักงาน อาคารโรงแรม 450 ห้องพัก และอาคารที่พักอาศัย และค่าชดเชยที่ดินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย มูลค่าก่อสร้าง 1.45 หมื่นล้านบาท


ขณะที่มีพื้นที่สถานีขนส่งประมาณ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 770 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยทางราชการ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 202.5 ล้านบาท พื้นที่อาคารเชิงพาณิชย์ยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง และที่จอดรถ 7.88 แสนตารางเมตร

napoleon
July 25th, 2008, 10:09 PM
โครงการ‘หมอชิต’มูลค่า 1.8 หมื่นล้านคดีเก่ายังไม่เคลียร์ ‘หมอชิต’ ใกล้ความจริงคลังเล็งเข้าครม.

สยามธุรกิจ [ ฉบับที่ 902 ประจำวันที่ 7-6-2008 ถึง 10-6-2008 ]


คลังดันโครงการหมอชิต มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท เข้าครม. 27 มิถุนายนนี้ ด้านเลขาฯ ครม.ตั้งข้อสงสัย 2 ข้อ ศึกษาสิ่งแวดล้อม และคดีเก่าเคลียร์หรือไม่ ส่วนคดีบางกอกเทอร์มินอลเรียกค่าเสียหายธนารักษ์ 8 พันล้านบาทยังคาใจ รอตั้งคณะ กรรมการตามมาตรา 13 ตัดสิน ก่อนหน้านี้สคช. เคย ข้องใจอยู่ 3 ประเด็น ควรให้เอกชนหรือรัฐทำดี ผลตอบแทนและเงื่อนไขการเช่าและศึกษาสิ่&