Chad
May 3rd, 2010, 02:58 PM
Since there are so many new buildings coming up in Chulaongkorn Hospital compound at the moment. I should conclude all of them in one thread except the new Central building (http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=617402&highlight=chulalongkorn).
*This thread has nothing to do with the political unrest situation, so Please DONT start.
MASTERPLAN
http://farm5.static.flickr.com/4046/4574754578_a372a6b3f4_o.jpg
*. Central Building, 30 Storey (http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=617402&highlight=chulalongkorn)
1. Central Residence, 27 Storey
2. Sirinthorn Elderly Hospital, 21 Storey
3. Medical Residence, 20 Storey (there was a thread, deleted&merged)
4. Nursing Dormitory, 15 Storey (there was a thread, deleted&merged)
5. Parking Building #3, 15 Storey
6. IPD Ward Building, 15 Storey
7. Parking Building #2, 12 Storey
8. CSSD Building, 7 Storey
9. Co-Generation Powerplant, 7 Storey
1.
http://farm4.static.flickr.com/3406/4574754580_c297e7bc48.jpg
2.
http://farm5.static.flickr.com/4001/4574754594_3220c5b29b.jpg
3.
http://farm5.static.flickr.com/4012/4574754598_03b4e3610b.jpg
4.
http://farm5.static.flickr.com/4005/4574754606_e5a40209de.jpg
5.
http://farm5.static.flickr.com/4012/4574761024_2594e767a0.jpg
6.
http://farm4.static.flickr.com/3356/4574754604_8a00e568a3.jpg
7.
http://farm5.static.flickr.com/4012/4574761024_2594e767a0.jpg
8.
http://farm5.static.flickr.com/4016/4574761034_d2f30e49af.jpg
9.
http://farm5.static.flickr.com/4043/4574761028_631f965e9d.jpg
Mdaf
May 4th, 2010, 05:00 AM
อนาคตสงสัยจะเป็นคล้ายๆกับกลุ่มตึกที่ศิริราช
Chad
September 3rd, 2010, 07:57 AM
http://farm5.static.flickr.com/4105/4953532430_1f0ffff21a_b.jpg
Ten
September 5th, 2010, 10:32 AM
http://161.200.98.10/english/images/stories/MDCUnews/facultymd.jpg
the drawing of the currently built building.
Ten
September 5th, 2010, 10:40 AM
ประวัติคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ดังได้กล่าวนำไว้แล้ว ผู้ดำเนินการทำให้เกิดการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นรูปธรรมระหว่าง อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ผู้อำนวยการกองบรรเทาทุกข์ และอนามัย สภากาชาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตามบันทึกทางจดหมายเป็นทางการขอนำมา บันทึกไว้อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีบันทึกของข้อตกลงเบื้องต้นของการร่วมมือ และการบริหารจัดการตาม บันทึกต้นฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับจดหมายโต้ตอบอย่างเป็นทางการในการขอความร่วมมือจัดตั้ง การติดต่อประสานงานในเบื้องต้นนี้ นอกจากเป็นการประสานงานภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในทุกส่วนที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ การเตรียมพร้อมทั้งทางด้านกายภาพ อันได้แก่ตึกที่จะจัดทำการสอนนักศึกษาแพทย์ในเบื้องต้น ซึ่งส่วนมากเป็นที่ให้บริการรักษาพยาบาล หรือเป็นที่ใช้การสอนอบรมแก่นักเรียนพยาบาล หรืออาสาสมัครจะเห็นว่าเริ่มแรกไม่มีตึกเรียนของ คณะแพทยศาสตร์เลย เป็นการเริ่มต้นของการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โดยใช้ตึกของโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์เท่านั้น เป็นการจัดตั้งโดยกะทันหันไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนเลย
ในการเตรียมการเพื่อการเรียนการสอน และการดำเนินการเป็นไปอย่างฉุกละหุกทำให้เกิด ความสับสนไม่แน่นอนในยุคแรก ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและปัญหา คณะแพทยศาสตร์แห่งนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ผู้เขียนขอนำคำปราศรัย ของศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิม พรมมาส ซึ่งได้กล่าวไว้ในวันแรกของการเปิดเรียนต่อหน้าคณาจารย์ และนักศึกษาแพทย์ เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งที่สอง เป็นการตอบสนองพระราชประสงค์ที่จะให้มีจำนวนแพทย์มากยิ่งขึ้นและเพิ่มแพทย์ให้เพียงพอ กับความต้องการของประเทศชาติและประชาชนเป็นการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ ประเทศโดยส่วนรวม
เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามพระราชดำรัสและเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ รัฐบาลไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบให้กรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ดำเนินการติดต่อกับกองบรรเทา ทุกข์และอนามัย สภากาชาดไทยในรายละเอียดต่างๆ เพื่อก่อตั้งโรงเรียนแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (จดหมายเริ่มการติดต่อโรงเรียนแพทย์ขึ้นที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2489 ลงนามโดย พระยาสุนทรพิพิธ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข) นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของงบประมาณ แผ่นดินช่วยเหลือสภากาชาดไทย การใช้ทรัพยากร สถานที่การฝึกอบรมพยาบาล เจ้าหน้าที่และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (จดหมายลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2489)
ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดีระหว่างสภากาชาดไทยและฝ่ายรัฐบาล และผู้ที่มีส่วนสำคัญ ที่จะทำให้โรงเรียนแพทย์แห่งที่ 2 เกิดขึ้น คือ อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อ เป็นผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พลตรีนายแพทย์พระยาดำรงแพทยาคุณ พระยาสุนทรพิพิธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พันโทช่วง เชวงศักดิ์สงคราม อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากที่ทำให้เกิดเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2490 โดยมีชื่อว่า “คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกา ประกาศตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2490 ตรงกับ วันวิสาขบูชาและเปิดการศึกษาครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2490 มีนิสิตแพทย์รุ่นที่ 1 จำนวน 67 คน โดยมีพระยาดำรงแพทยาคุณ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณบดีคนแรก ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2502 ได้โอน สังกัดจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี 20 ปี ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2510 มีพระราชกฤษฎีกา ให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และต่อมาได้ ออกพระราชบัญญัติ ให้โอนกิจการต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปเป็นของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเปลี่ยนชื่อเป็นคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกับเปลี่ยน ปริญญาบัตร และครุยวิทยฐานะมาเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2510 เป็นต้นมา จนถึงทุกวันนี้ ส่วนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าสังกัดมหาวิทยาลัยใหม่ คือ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ ชื่อของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เดิมปิดตัวลงโดยปริยาย ผู้บันทึกประวัติศาสตร์โดยสังเขป ในช่วงนี้ เชื่อว่ามีบุคคลอีกหลายท่านมีส่วนร่วม ก่อตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งนี้ แต่ไม่สามารถกล่าวนามได้ครบถ้วน ศิษย์แพทย์จุฬาฯ ผู้ได้รับกุศลกรรมจากโรงเรียนแพทย์แห่งนี้ ขอขอบ พระคุณเป็นอย่างสูง เอกสารสำคัญ อีกชิ้นหนึ่งที่ผู้เขียนพิจารณา แล้วเห็นว่าเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ เห็นควร บันทึกไว้ คือ คำปราศรัยของศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิม พรมมาส ที่ได้กล่าวไว้ในประชุมของ คณะอาจารย์และนักศึกษาแพทย์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียน และเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
กำเนิด เมื่อพุทธศักราช 2489 นั้น เมืองไทยมีโรงเรียนแพทย์แห่งเดียว คือคณะแพทยศาสตร์ ศิริราช ซึ่งตั้งมาได้ 57 ปีการแพทย์แบบตะวันตกหรือเรียกว่าแผนปัจจุบัน ได้รับความนิยม ของหมู่ชาวไทยมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการแพทย์มีเพิ่มขึ้นมาก คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ได้ขยายชั้นเรียนขึ้นหลายเท่าจากนักศึกษาเพียง 97 คนใน 4 ชั้นเมื่อ พ.ศ. 2481 ขึ้นเป็น 532 คนใน พ.ศ. 2492 ชั้นเรียนซึ่งเดิมกะไว้เพียงปีละ 50 คนเท่านั้นก็ได้เพิ่มขึ้นจนกว่า 100 คน และต้อง จัดเรียนเป็นผลัด แม้กระนั้นก็ตามจำนวนแพทย์ที่ผลิตได้ก็ยังปรากฏชัดเจน ว่าไม่พอกับ ความต้องการของประเทศ ในปีนั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาแก่แพทย์และพยาบาล ณ โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า “พระองค์ท่านใคร่จะให้ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ผลิตแพทย์ให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อให้พอกับความต้องการของประเทศชาติ......”
ในการพิจารณาหาทางเพิ่มการผลิตแพทย์นั้น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้พิจารณาลู่ทางต่างๆ เช่น ขยายศิริราชให้รับนักศึกษาได้มากขึ้น หรือสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ขึ้นใหม่ และในที่สุดได้เห็นว่า “มีอยู่ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลานี้ ให้ดีขึ้นเท่าที่สามารถจะทำได้โดยกะทันหัน โดยเปลือง ค่าใช้จ่ายแต่พอสมควร คือ อาศัยโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่งที่ทันสมัย เป็นสถานการศึกษาแพทย์ขึ้นอีก แห่งหนึ่ง” (จากคำปราศรัยของศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิม พรมมาส ผู้บัญชาการมหาวิทยาลัย แพทยศาสตร์ วันที่ 11 มิถุนายน 2490)
“......ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิม พรมมาส ผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และ พระยาสุนทรพิพิธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น จึงได้ดำเนินการ เพื่อขอตั้งโรงเรียนแพทย์ ขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่ง โดยปรึกษากับพลตรี พระยาดำรงแพทยาคุณซึ่งขณะนั้น เป็นผู้อำนวยการกองบรรเทาทุกข์ และอนามัย สภากาชาดไทย เพื่อขอใช้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นสถานศึกษาสำหรับจัดตั้งโรงเรียน แพทย์แห่งใหม่ เพราะเห็นว่าเป็นการเหมาะสมโดยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีเตียงมากพอแก่การศึกษา และเคยเป็นโรงเรียนแพทย์ทหารบกมาก่อนผู้อำนวยการกองบรรเทาทุกข์และอนามัย จึงนำความ กราบทูลสมเด็จพระพันวสา อัยยิกาเจ้าซึ่งทรงเป็น สมเด็จองค์สภานายิกา สภากาชาดไทยในสมัยนั้น
ก็ทรงเห็นชอบด้วยใน การดำเนินการก่อตั้งนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิม พรมมาส ได้เป็นกำลังสำคัญ พลตรีพระยาดำรงแพทยาคุณ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีคนแรก นายแพทย์มนตรี มงคลสมัย เป็นผู้ติดต่อ ประสานงาน...”
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จึงได้กำเนิดขึ้น เริ่มเปิดทำการสอนในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2490
“...ในการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้ได้มีความเห็นคัดค้านอยู่บ้าง จากวงการแพทย์ โดยเฉพาะจากคณาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชขณะนั้น ด้วยมีความเห็นว่า ควรจะปรับปรุง คณะแพทยศาสตร์แห่งนั้นให้ดีเสียก่อนแทนที่เปิดแห่งใหม่ขึ้น ซึ่งเป็นความคิดที่มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย แม้เมื่อคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้เปิดทำการแล้วก็ยังมีเรื่องเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี สมัยที่นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรีและนายแพทย์เล็ก สุมิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ให้ยุบเลิกคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้ แต่บังเอิญชะตาของคณะแพทยศาสตร์ ยังไม่ขาด เกิดมีรัฐประหารเปลี่ยนรัฐบาลเรื่องจึงระงับไป
จะเห็นได้ว่าเป้าหมายหลักในการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ก็คือการเพิ่ม การผลิตแพทย์ ระยะนั้นเป็นระยะหลังสงครามครั้งที่ 2 ใหม่ๆ เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะตกต่ำ คณะแพทยศาสตร์แห่งนี้จึงเกิดขึ้นโดยมีลักษณะพิเศษ 2 อย่าง คือ “กะทันหัน” และ “เปลืองค่าใช้จ่ายน้อย” โดยปราศจากการช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นพิเศษ ในระยะเริ่มต้นอย่าง คณะแพทยศาสตร์แห่งอื่นๆ เปรียบเสมือนลูกที่เกิดในระยะที่พ่อแม่ยากจน ขาดผู้อุปการะ ยากจึงเกิดมาเพื่อการต่อสู้โดยแท้”
According to http://www.md.chula.ac.th/thai/
kitti
September 6th, 2010, 03:44 PM
คณบดีแพทย์จุฬาฯ ลั่นอีก2ปี คณะแพทย์จุฬาฯ เป็นหนึ่งในอาเซียน
คณบดีแพทย์จุฬาฯ ลั่นอีก2ปี คณะแพทย์ -ร.พ.จุฬาฯ เป็นหนึ่งในอาเซียน วาง5 นโยบายผลักดัน เตรียมโครงการเพชรชมพู ผลิตครูแพทย์ที่ดี แก้ปัญหาขาดแคลนครู ย้ำเน้นบุคลากรองค์กรมีความสุข เพื่อจะได้ส่งต่อให้ประชาชนมีความสุขด้วย พร้อมหนุนงานวิจัย สร้างศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่างๆ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ที่ตึกอปร. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดงานแนะนำคณะผู้บริหารชุดใหม่ โดยมี รศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กล่าวถึงการบริหารงานและดำเนินการ ปี2551-2555 ว่าในปี 2555 แพทย์จุฬาฯ จะก้าวเป็นที่หนึ่งในอาเซียน ซึ่งที่หนึ่งในอาเซียนของจุฬาฯ ไม่ใช่หมายความว่าจะเป็นที่หนึ่งในทุกๆเรื่อง แต่จะเป็นที่หนึ่งในเรื่องที่สามารถกระทำได้ เช่น การเป็นศูนย์ผ่าตัดที่ดีที่สุด ผลิตบัณฑิต แพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีเอกลักษณ์ และให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน สร้างความเป็นผู้นำในด้านการบริการทางวิชาการ เพื่อชี้นำสังคม และพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ฯลฯ โดยให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ดีประโยชน์ และทำให้บุคลากรขององค์กรมีความสุข เพราะเมื่อบุคลากรในองค์กรมาความสุข จะผลักดันให้สังคมมีความสุขไปด้วย
รศ.นพ.อดิศร กล่าวอีกว่า นโยบายที่ทางคณะฯจะผลักดันให้เกิดขึ้นนั้น มี 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการผลิตแพทย์ บัณฑิตแพทย์และแพทย์เฉพาะทาง เพราะในขณะนี้ มีเด็กเรียนแพทย์ 2,300 คน จากอดีตมี 1,000 คน ทำให้โรงเรียนแพทย์ ขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ ทางคณะฯ จึงจะจัดตั้งโครงการเพชรชมพู หรือโครงการสร้างนิสิตแพทย์ให้เป็น ครูแพทย์ที่ดี ซึ่งจะเริ่มปีการศึกษา 2551 โดยคัดนักศึกษาแพทย์ที่สนใจอยากเป็นครูแพทย์ 20 คน หลังเลิกเรียนมาฝึกอบรมการเป็นครูแพทย์ที่ดี เพื่อมาเป็นครูแพทย์จุฬาฯ และโรงเรียนแพทย์ต่างๆ
2.ด้านงานวิจัย จะสนับสนุนและดูแลงานวิจัย โดยเฉพาะด้านสหสาขา และศาสตร์ที่กำลังอยู่ในกระแส เช่น สเตมเซลล์ หวัดนก ฯลฯ และพยายามจัดสรรเงินให้เป็นทุนวิจัย 3. ด้านการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลให้เป็นที่หนึ่งในอาเซียน เพราะสถาบันเทียบเคียงในประเทศต่างๆ มีการผลิตบัณฑิตแพทย์ ที่มีความสามารถทางด้านการบริการ การแพทย์ที่ดี 4มุ่งทำให้อาจารย์และบุคลากรอยู่อย่างมีความสุข และ5.หารายได้มาบริหารคณะฯและโรงพยาบาล
คณบดีคณะแพทย์ฯ จุฬาฯ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทางคณะฯได้มีการดำเนินการสร้างศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่างๆ อาทิ ศูนย์การเรียนแพทย์ทางไกล ที่จะมีการสาธิตเทคนิคการผ่าตัดช่องท้องโดยใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด แต่ควบคุมโดยแพทย์ที่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ส่วนปัญหาระหว่างแพทย์กับคนไข้ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ทางคณะฯ ได้มีสอดแทรกจริยธรรม คุณธรรม และจรรยาบรรณในหลักสูตร รวมถึงในเวลาครูแพทย์สอน ล้วนมีเรื่องเหล่านี้แทรกอยู่ทั้งสิ้น
http://www.bangkokbiznews.com
RaySthlm
February 25th, 2011, 08:41 PM
http://farm6.static.flickr.com/5212/5449076173_5da7294afe_o.jpg
TheWestWing
February 5th, 2012, 05:00 PM
I think this is CSSD based on the map.
http://farm8.staticflickr.com/7020/6823409769_64b5390930_z.jpg
http://farm8.staticflickr.com/7167/6823539179_6156060170_b.jpg
http://farm8.staticflickr.com/7147/6823401835_f422b927b1_b.jpg
Taken on February 5, 2012
TheWestWing
February 5th, 2012, 05:04 PM
http://farm8.staticflickr.com/7159/6823369963_71c96017f1_z.jpg
http://farm8.staticflickr.com/7033/6823446355_cd7b2622bb_z.jpg
Actually it's located on Rajchadamri Rd.
Taken on February 5, 2012
dida888
February 6th, 2012, 05:00 AM
big project for medical hub