Chad
September 7th, 2010, 10:34 AM
บีทีเอสขายที่ดินระดมทุนพัฒนาคอนโด
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,560 26-28 สิงหาคม พ.ศ. 2553
บีทีเอส กรุ๊ป ประกาศขายที่ดินภูเก็ตและย่านราษฎร์บูรณะ รวมกว่า 700 ไร่ ระดมทุนให้ได้ 2,000-3,000 ล้าน ปั้นคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ พร้อมเดินหน้าหาผู้ร่วมทุนขึ้นโครงการทุกสถานี วางเป้า 3-4 ปีขึ้น 30-40 โปรเจ็กต์ ส่วนปลายปีเตรียมเปิดโครงการคอมเพล็กซ์ เจเจ พาร์ค มูลค่า 8,000 ล้าน พร้อมประเดิมขายคอนโดฯ เฟสแรกมูลค่ากว่า 3,000 ล้าน
นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทได้ประกาศขายที่ดินบริเวณหาดกมลา จ.ภูเก็ต ขนาด 455 ไร่ ราคา 1,800 ล้านบาท และที่ดินในย่านราษฎร์บูรณะจำนวน 27 ไร่ ราคา 748 ล้านบาท เพื่อระดมทุนมาใช้พัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ (Abstract) นอกจากนี้ยังจะมีรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการขายในโครงการธนาซิตี้ บางนาด้วย ซึ่งปัจจุบันมีรายได้จากการขายเฉลี่ย 20-30 ล้านบาท
"ตอนแรกจะนำที่ดินดังกล่าวมาพัฒนาเป็นโครงการอสังหาฯ แต่ตอนนี้จะเอามาขายเพื่อระดมทุนให้ได้สัก 2,000-3,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนทำโครงการภายใต้แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ก็จะได้ไม่ต้องกู้เงินจาก ธนาคาร ส่วนที่ดินบริเวณเขาใหญ่ 690 ล้านบาท นั้น คงเก็บไว้ก่อน เพราะซื้อมาเพียง 200 ล้านบาท เท่านั้น คงรอให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และอาจจะทำโรงแรมต่อไปในอนาคต" นายกวิน กล่าวและว่า
ในระยะ 3-4 ปีนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์แอ๊บสแตร็กส์เป็นหลัก ซึ่งวางเป้าหมาย 10 โครงการ รวม 30-40 โครงการ หรือเฉลี่ย 1,000-1,500 ยูนิตต่อปี ในส่วนของการร่วมทุนกับดีเวลอปเปอร์รายอื่นๆ ที่สนใจใช้แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ ส่วนการลงทุนพัฒนาโดยบริษัทเองจะมีเท่าไรนั้น คงขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถซื้อที่ดินที่เหมาะสมมาพัฒนาได้เท่าไร ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโครงการคอมเพล็กซ์เจเจ พาร์ค บนที่ดิน 15 ไร่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีหมอชิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกรูปแบบของโครงการ คาดว่าจะสามารถสรุปรูปแบบโครงการได้ภายในเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนของโครงการดังกล่าว จะใช้เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส ได้แก่ 1.โครงการคอนโดมิเนียม ขนาด 700 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยตารางเมตร 1 แสนบาท 2. อาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งอาจจะมีการพัฒนาเป็นโรงแรมแบรนด์ยู จำนวน 100 ห้องด้วย และ 3. โครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ราคาขายเฉลี่ยตารางเมตรละ 1.5 แสนบาท จำนวน 100-200 ยูนิตนายกวิน กล่าวอีกว่า การพัฒนาโครงการในเฟสแรกน่าจะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,100 ล้านบาท โดยเป็นเงินกู้ประมาณ 60-70% ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายโครงการได้ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และเริ่มก่อสร้างได้ภายในช่วงต้นปีหน้า โดยจะมีการก่อสร้างพื้นที่ส่วนกลางสำหรับกลุ่มลูกค้าของโครงการแอ๊บสแตร็กส์ บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ที่ประกอบด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ห้องออกกำลังกาย ช็อปปิ้งมอลล์ เป็นต้น
"ปลายปีนี้คงเปิดการขายเฟสแรกได้ เริ่มก่อสร้างต้นปีหน้าซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีกว่า หลังจากนั้นเมื่อมียอดขายประมาณ 70-80% ก็จะเริ่มก่อสร้างอาคารออฟฟิศ ซึ่งต่อไปก็จะเป็นสำนักงานใหญ่ของบีทีเอสกรุ๊ป ที่จะย้ายพนักงานส่วนหนึ่งจากอาคารเดิมมาอยู่ที่ตึกนี้ด้วย ส่วนคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์จะพัฒนาเป็นเฟสสุดท้าย ซึ่งระหว่างโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าสถานีจตุจักรจะมีการสร้างสกายวอล์กเชื่อม ด้วย ระยะทางประมาณ 300 เมตร เงินลงทุน 20-30 ล้านบาท และจะทำทุกสถานีที่มีโครงการแอ๊บสแตร็กส์ขึ้น" นายกวิน กล่าวและว่า
ส่วนความคืบหน้าของการขายโครงการแอ๊บสแตร็กส์ พหลโยธิน และแอ๊บสแตร็กส์สุขุมวิท มียอดขายรวมกว่า 80% คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่การเจรจาการร่วมทุนในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่จะใช้แบรนด์ แอ๊บสแตร็กส์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของโครงการประมาณ 10 ราย ซึ่งพัฒนาโครงการละ 100 ยูนิตมูลค่าการลงทุนโครงการละ 500-600 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดเงื่อนไขการร่วมทุนระหว่างกัน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ แต่จะมีจำนวนเท่าไรนั้นยังไม่สามารถจะบอกได้
สำหรับโครงการธนาซิตี้ เตรียมเปิดให้บริการกอล์ฟคลับ ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ หลังจากที่บริษัทใช้งบประมาณการปรับปรุงกว่า 200 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการปรับปรุงสปอร์ตคลับ เพื่อใช้สำหรับเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมกีฬาและสันทนาการ รวมถึงการประชุมสัมมนาต่างๆ ขององค์กรทั่วไปด้วย คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาสแรกของปีหน้านี้ ส่วนที่ดินเปล่าภายในโครงการที่ยังมีเหลืออยู่กว่า 400 ไร่ บริษัทมีการแบ่งจัดสรรขายส่วนหนึ่งในตารางวาละ 30,000 บาท และยังมีแผนการพัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้วย แต่จะรอให้ระบบการขนส่งขนาดเบาของกรุงเทพมหานคร ที่มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จหรือมีความชัดเจนก่อน จึงจะนำที่ดินดังกล่าวมาพัฒนา รวมถึงอาจจะพัฒนาโครงการคอนโดฯ แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ด้วย
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,560 26-28 สิงหาคม พ.ศ. 2553
บีทีเอส กรุ๊ป ประกาศขายที่ดินภูเก็ตและย่านราษฎร์บูรณะ รวมกว่า 700 ไร่ ระดมทุนให้ได้ 2,000-3,000 ล้าน ปั้นคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ พร้อมเดินหน้าหาผู้ร่วมทุนขึ้นโครงการทุกสถานี วางเป้า 3-4 ปีขึ้น 30-40 โปรเจ็กต์ ส่วนปลายปีเตรียมเปิดโครงการคอมเพล็กซ์ เจเจ พาร์ค มูลค่า 8,000 ล้าน พร้อมประเดิมขายคอนโดฯ เฟสแรกมูลค่ากว่า 3,000 ล้าน
นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทได้ประกาศขายที่ดินบริเวณหาดกมลา จ.ภูเก็ต ขนาด 455 ไร่ ราคา 1,800 ล้านบาท และที่ดินในย่านราษฎร์บูรณะจำนวน 27 ไร่ ราคา 748 ล้านบาท เพื่อระดมทุนมาใช้พัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ (Abstract) นอกจากนี้ยังจะมีรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการขายในโครงการธนาซิตี้ บางนาด้วย ซึ่งปัจจุบันมีรายได้จากการขายเฉลี่ย 20-30 ล้านบาท
"ตอนแรกจะนำที่ดินดังกล่าวมาพัฒนาเป็นโครงการอสังหาฯ แต่ตอนนี้จะเอามาขายเพื่อระดมทุนให้ได้สัก 2,000-3,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนทำโครงการภายใต้แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ก็จะได้ไม่ต้องกู้เงินจาก ธนาคาร ส่วนที่ดินบริเวณเขาใหญ่ 690 ล้านบาท นั้น คงเก็บไว้ก่อน เพราะซื้อมาเพียง 200 ล้านบาท เท่านั้น คงรอให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และอาจจะทำโรงแรมต่อไปในอนาคต" นายกวิน กล่าวและว่า
ในระยะ 3-4 ปีนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์แอ๊บสแตร็กส์เป็นหลัก ซึ่งวางเป้าหมาย 10 โครงการ รวม 30-40 โครงการ หรือเฉลี่ย 1,000-1,500 ยูนิตต่อปี ในส่วนของการร่วมทุนกับดีเวลอปเปอร์รายอื่นๆ ที่สนใจใช้แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ ส่วนการลงทุนพัฒนาโดยบริษัทเองจะมีเท่าไรนั้น คงขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถซื้อที่ดินที่เหมาะสมมาพัฒนาได้เท่าไร ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโครงการคอมเพล็กซ์เจเจ พาร์ค บนที่ดิน 15 ไร่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีหมอชิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกรูปแบบของโครงการ คาดว่าจะสามารถสรุปรูปแบบโครงการได้ภายในเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนของโครงการดังกล่าว จะใช้เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส ได้แก่ 1.โครงการคอนโดมิเนียม ขนาด 700 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยตารางเมตร 1 แสนบาท 2. อาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งอาจจะมีการพัฒนาเป็นโรงแรมแบรนด์ยู จำนวน 100 ห้องด้วย และ 3. โครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ราคาขายเฉลี่ยตารางเมตรละ 1.5 แสนบาท จำนวน 100-200 ยูนิตนายกวิน กล่าวอีกว่า การพัฒนาโครงการในเฟสแรกน่าจะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,100 ล้านบาท โดยเป็นเงินกู้ประมาณ 60-70% ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายโครงการได้ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และเริ่มก่อสร้างได้ภายในช่วงต้นปีหน้า โดยจะมีการก่อสร้างพื้นที่ส่วนกลางสำหรับกลุ่มลูกค้าของโครงการแอ๊บสแตร็กส์ บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ที่ประกอบด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ห้องออกกำลังกาย ช็อปปิ้งมอลล์ เป็นต้น
"ปลายปีนี้คงเปิดการขายเฟสแรกได้ เริ่มก่อสร้างต้นปีหน้าซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีกว่า หลังจากนั้นเมื่อมียอดขายประมาณ 70-80% ก็จะเริ่มก่อสร้างอาคารออฟฟิศ ซึ่งต่อไปก็จะเป็นสำนักงานใหญ่ของบีทีเอสกรุ๊ป ที่จะย้ายพนักงานส่วนหนึ่งจากอาคารเดิมมาอยู่ที่ตึกนี้ด้วย ส่วนคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์จะพัฒนาเป็นเฟสสุดท้าย ซึ่งระหว่างโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าสถานีจตุจักรจะมีการสร้างสกายวอล์กเชื่อม ด้วย ระยะทางประมาณ 300 เมตร เงินลงทุน 20-30 ล้านบาท และจะทำทุกสถานีที่มีโครงการแอ๊บสแตร็กส์ขึ้น" นายกวิน กล่าวและว่า
ส่วนความคืบหน้าของการขายโครงการแอ๊บสแตร็กส์ พหลโยธิน และแอ๊บสแตร็กส์สุขุมวิท มียอดขายรวมกว่า 80% คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่การเจรจาการร่วมทุนในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่จะใช้แบรนด์ แอ๊บสแตร็กส์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของโครงการประมาณ 10 ราย ซึ่งพัฒนาโครงการละ 100 ยูนิตมูลค่าการลงทุนโครงการละ 500-600 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดเงื่อนไขการร่วมทุนระหว่างกัน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ แต่จะมีจำนวนเท่าไรนั้นยังไม่สามารถจะบอกได้
สำหรับโครงการธนาซิตี้ เตรียมเปิดให้บริการกอล์ฟคลับ ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ หลังจากที่บริษัทใช้งบประมาณการปรับปรุงกว่า 200 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการปรับปรุงสปอร์ตคลับ เพื่อใช้สำหรับเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมกีฬาและสันทนาการ รวมถึงการประชุมสัมมนาต่างๆ ขององค์กรทั่วไปด้วย คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาสแรกของปีหน้านี้ ส่วนที่ดินเปล่าภายในโครงการที่ยังมีเหลืออยู่กว่า 400 ไร่ บริษัทมีการแบ่งจัดสรรขายส่วนหนึ่งในตารางวาละ 30,000 บาท และยังมีแผนการพัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้วย แต่จะรอให้ระบบการขนส่งขนาดเบาของกรุงเทพมหานคร ที่มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จหรือมีความชัดเจนก่อน จึงจะนำที่ดินดังกล่าวมาพัฒนา รวมถึงอาจจะพัฒนาโครงการคอนโดฯ แบรนด์แอ๊บสแตร็กส์ด้วย