View Full Version : Our neighbour : China
mikion01 October 3rd, 2011, 09:04 AM http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/8/89/China_administrative.svg/857px-China_administrative.svg.png
China i/ˈtʃaɪnə/ (Chinese: 中国/中华; pinyin: Zhōngguó/Zhōnghuá; see also Names of China), officially the People's Republic of China (PRC), is the most populous state in the world, with over 1.339 billion citizens. Located in East Asia, the country covers approximately 9.6 million square kilometres (3.7 million square miles). It is the world's second-largest country by land area,[14] and the third- or fourth-largest in total area, depending on the definition of total area.[15]
The People's Republic of China is a single-party state governed by the Communist Party of China (CPC).[16] The PRC exercises jurisdiction over 22 provinces, five autonomous regions, four directly-controlled municipalities (Beijing, Tianjin, Shanghai, and Chongqing), and two largely self-governing[17] former European colonies, Hong Kong and Macau, as special administrative regions (SARs). Its capital city is Beijing.[18] The PRC also claims as a 23rd province the island of Taiwan, which is controlled by the Government of Republic of China (ROC). This claim of Taiwan is controversial and related to the complex political status of Taiwan and the unresolved Chinese Civil War.
China’s landscape is vast and diverse, with forest steppes and the Gobi and Taklamakan deserts in the arid north and northwest near Mongolia and Central Asia, and subtropical forests in the wetter south near Southeast Asia. The terrain of western China is rugged and elevated, with the towering Himalaya, Karakorum, Pamir and Tian Shan mountain separating China from South and Central Asia. The world’s apex, Mt. Everest (8,848 m) and the second-highest point, K2 (8,611 m) lie on China's borders, respectively, with Nepal and Pakistan. The country’s lowest and the world’s third-lowest point, Lake Ayding (-154 m), is located in the Turpan Depression. The Yangtze and Yellow Rivers, the third- and sixth-longest in the world, flow from the desolate Tibetan Plateau to the densely-populated eastern seaboard. China’s coastline along the Pacific Ocean, 14,500-kilometre (9,000 mi) in length (the 11th-longest in the world), is bounded by the Bohai, Yellow, East and South China Seas.
zeaza October 3rd, 2011, 09:09 AM ก็ดีครับ ถึงจีนไม่ได้อยู่ในอาเซียนแต่ก็มีบทบาททางด้านการพัฒนาและวัฒนธรรมมากสมควร และก็ไม่ใกล้ไม่ไกลไทยด้วยครับ:):)
nawat001 October 3rd, 2011, 10:33 AM อยู่ในASEAN+3ไงครับ
zeaza October 3rd, 2011, 11:15 AM delete :-)
napoleon October 3rd, 2011, 02:22 PM ข่าวเยอะเกิน ช่วยโพสไม่ไหว เลยไม่ได้ตั้งกระทู้
Goddess October 3rd, 2011, 05:58 PM น่าติดตามให้มากนะครับ ในฐานะหมายเลขหนึ่งทางเศรษฐกิจแทนสหรัฐในอนาคต จีนคงมีผลกับเอเชียและโลกมาก
skypass97 October 3rd, 2011, 07:14 PM เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตามองจริงๆ ครับ
kenos October 14th, 2011, 05:33 PM เชียงใหม่เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ดำเนินกิจกรรมความร่วมมือนครเซียงไฮ้
http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT6P_hw24EuAk2wKtKxTRnr_TrQAQ0CPXhakMVFkbfnFVd-1TfL
เชียงใหม่จัดประชุมพิจารณาหาแนวทางและความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างมหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรับประชาชนจีนกับจังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งประเด็นเรื่อง การแลกเปลี่ยนการตั้งชื่อถนน การแลกเปลี่ยนสิ่งก่อสร้างเชิงสถาปัตยกรรม ความร่วมมือด้านศาสนา และการแลกเปลี่ยนการเยือน
มล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาเป็นประธานการประชุม คณะทำงานวิเทศสัมพันธ์และกิจการต่างประเทศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการร่วมมือกันพิจารณาหาแนวทางและความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมความ ร่วมมือระหว่างมหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนกับจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ อาทิ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานผังเมือง แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 หอการค้า มหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่ ฯลฯ
โดยเนื้อหาการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีความเห็นเกี่ยวกับปัญหาเรื่องวีซ่า เข้าประเทศเป็นอุปสรรคต่อการมาท่องเที่ยวของประชาชนชาวจีนที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ พร้อมเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศพยายามผลักดันเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น
ด้านการแลกเปลี่ยนชื่อถนน ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้หารือนำเสนอถนนบริเวณด้านหน้าของกงสุลจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นชื่อถนนเซี่ยงไฮ้ ก่อนที่ทาง ททท.สำนักงานเชียงใหม่ จะให้ความเห็นว่าถนนต่างๆในบริเวณเขตเมืองเชียงใหม่ล้วนเป็นถนนประวัติศาสตร์ มีที่มาที่ไป จึงนำเสนอให้เป็นถนนสายใหม่ที่กำลังจะสร้าง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นำเสนอถนนที่กำลังจะก่อสร้างระหว่างถนนศิริ มังคลาจารย์ตัดไปถนนนิมานเหมินทร์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างถนนดังกล่าวเพื่อ ระบายปัญหารถติด ในปัจจุบัน ได้นอกจากนี้ นายนพดล อานนท์วิลาศ นายกสมาคมผู้ค้าไทย-จีน แสดงความเห็นเรื่องชื่อถนน ควรจะเป็นถนนสายวงแหวนรอบที่ 3 เนื่องจากเป็นถนนขนาดใหญ่ เหมาะสมแก่ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มอบหมายให้แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ไปดำเนินการเลือกเส้นทาง โดยให้นำข้อมูลมานำเสนอในการประชุมครั้งต่อไปใน 2-3 ทางเลือก
ด้านการแลกเปลี่ยนสิ่งด่อสร้างเชิงสถาปัตยกรรม ได้มีข้อคิดเห็นจากหลากหลาย ซึ่งทาง นายนพดล อานนท์วิลาศ ได้นำเสนอซุ้มประตู บริเวณกาดหลวง ซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของชุมชนชาวจีน โดยอยากให้ปรับปรุงและก่อสร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ในเมืองเชียงใหม่ อีกทั้งประกอบกับบริเวณดังกล่าวสามารถจัดกิจกรรมต่างๆได้มากมาย อีกทั้งชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยในส่วนนี้ทาง นางลัดดา ภู่มาศ ได้ให้ข้อคิดว่าการแลกเปลี่ยนสิ่งก่อสร้างเชิงสถาปัตยกรรม น่าจะเป็นการที่จังหวัดเชียงใหม่เดินทางไปก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และสถานที่ดังกล่าวจะใช้ประโยชน์สำหรับคนไทยในการจัดแสดงนิทรรศการหรือกิจกรรมของจังหวัดเชียงใหม่ที่ประเทศนั้นๆ ในขณะเดียวกัน เมืองเซี่ยงไฮ้น่าจะมาสร้างสถาปัตยกรรมในแบบของประเทศจีนที่จังหวัดเชียงใหม่มากกว่า ซึ่งเป็นความคิดเห็นของหัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางต่างประเทศประจำจังหวัดเชียงใหม่
ส่วนเรื่องความร่วมมือด้านศาสนา มล.ปนัดดา ดิศกุลให้ข้อเห็นว่า เรื่องศาสนา ทางเซี่ยงไฮ้ มีคริสสตางค์อยู่จำนวนมาก ซึ่งไม่น่าเฉพาะเจาะจงแต่เพียงศาสนาพุทธเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ไปดำเนินการนำเสนอทางเลือก
ด้านการแลกเปลี่ยนการเยือน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว การเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ของหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะแขกได้มีมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2543 นับเวลารวม 10 ปี แล้ว ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด
ก่อนจะปิดประชุมในช่วงท้าย ซึ่งจะมีการจัดประชุมเพื่อถามความคืบหน้ากิจกรรมความร่วมมือระหว่างมหานคร เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนกับจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป
kenos October 17th, 2011, 03:03 PM ความร่วมมือจังหวัดเชียงใหม่และนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนด้านการพัฒนาเทคนิค Software
http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSh0j5gONebH4CtdY70pvqJPcp2ivNg7WMzHCIhflFP1CgrUT_w
จังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับและหารือร่วมกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทการลงทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้และคณะ เพื่อแนะนำการพัฒนา Software "สมาร์ทซิตี้" ของมหานครเซี่ยงไฮ้และการนำเทคนิคมาใช้ในการพัฒนาเมืองและการบริหารภาครัฐ
วันนี้ (17 ต.ค.54) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ดร. จู้เว๋ยหมิน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ นายเสิน เหว่ยกั๋ว กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทการลงทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้และคณะ รวม 8 คน ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 14 - 21 ตุลาคม 2554 โดยมีกำหนดเยือนจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 14 – 19 ตุลาคม 2554 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของมหานครเซี่ยงไฮ้และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสวงหาแนวทางความเป็นไปได้ในความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายทางด้าน Software การบริหารภาครัฐ โดยได้แนะนำการพัฒนาเทคนิค Software “สมาร์ทซิตี้” แก่คณะของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย
บริษัทการลงทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ (Shanhai Science & Technology Investment Corporation, Wonders Information Co., Ltd Shanghai Triman Information & Technology Co., Ltd และ Shanghai Shenji Information System Engineering Ltd) ประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนเป็นอย่างมาก เป็นบริษัทที่มีการผลิต Software และการบริหารการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนความเสี่ยงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2535 มีมูลค่าการลงทุนสะสมสูงถึง 9.6 ล้านหยวน มีมูลค่าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการลงทุนถึง 6 เท่า ที่ผ่านมาบริษัทการผลิต Software ทั้ง 3 แห่ง ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่จัดเสนอ Software ด้านการบริหารภาครัฐที่มีชื่อเสียงในมหานครเซี่ยงไฮ้ตลอดจนสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยรวม
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่และมหานครเซี่ยงไฮ้ ได้มีการลงนามความตกลงสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องต่อกัน เมื่อปี ค.ศ.2000 ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยได้มีการกำหนดกรอบการแลกเปลี่ยนความร่วมมือในมติติต่าง ๆ ร่วมกัน อีกทั้งผู้บริหารทั้งสองเมืองทั้งระดับรัฐบาล ระดับท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน ได้มีการเดินทางเยี่ยมเยือนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา การแพทย์ การเกษตร และ Logistic เป็นต้น นอกจากนั้นยังผลักดันกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือและให้เกิดความคุ้นเคยในกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งให้การสนับสนุนในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อประโยชน์แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการธุรกิจเอกชนบนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกันมาโดยตลอด
ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
oliver999 October 17th, 2011, 03:14 PM your neighbour---china, is the most impotence and softness country in the world. china is a crying baby, a coward,every one can shit on his neck, china has no balls. only a tuff guy like putin can save china,to build an empire.
Omegadestiny October 20th, 2011, 07:00 PM รู้สึกว่าคนจีน ที่เล่นเว็ปนี้น้อย กว่าปินส์ อีกนะเนี่ย
napoleon November 7th, 2011, 06:50 PM สื่อจีนประโคมข่าว น้ำท่วมใหญ่ไทย ดึงต่างชาติลงทุนจีนแทน
ทูตพาณิชย์ไทยในจีน เผยสื่อจีนตีข่าวน้ำท่วมใหญ่ในไทย ทำสินค้าฮาร์ดดิสก์-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์-ชิ้นส่วนยานยนต์ ขาดแคลนหนัก ดันราคาในจีนพุ่งเป็นเท่าตัว คาดของขาดตลาดจนถึงต้นปีหน้า แนะรัฐบาลเร่งฟื้นความเชื่อมั่น ก่อนนักลงทุนหนีเตลิด
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว สาธาณรัฐประชาชนจีน ระบุว่า สื่อมวลชนของจีนประโคมข่าวน้ำท่วมใหญ่ในไทยขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการผลิต สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกแล้ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ ที่เกิดความขาดแคลนขึ้นแล้ว เพราะไทยเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่สำคัญของโลก มีสัดส่วนการผลิตสูงถึง 40% และเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดดิสก์อันดับ 2 ของโลก ส่วนตลาดสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ในเมืองกวางโจวได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยราคาฮาร์ดดิสก์พุ่งสูงขึ้นเท่าตัว เพราะสินค้าเริ่มขาดตลาด
นอกจากนี้ ยังมีสินค้ากลุ่มรถยนต์ และกล้องดิจิตอล ที่ผลิตในไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน และคาดราคาจะขยับขึ้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะคาดสินค้าจะขาดแคลนตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ภายหลังโรงงานผลิตหลายแห่งในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 6 แห่งจมน้ำ แต่สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ในจีน ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไทยครั้งนี้ เพราะไทยส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่ และอุปกรณ์ต่างๆ มาจีนไม่มากนัก ขณะเดียวกัน หลายบริษัทต่างชาติที่โรงงานในอยุธยาจมน้ำ ได้หยุดการผลิต และย้ายฐานการผลิตบางส่วนมาจีน และประเทศอื่นๆ แล้ว เช่น โซนี่ ที่้ย้ายฐานการผลิตไปชลบุรี เมืองอู๋ชี มณฑลเจียงซูของจีน และญี่ปุ่น
ทั้งนี้ สำนักงานฯ เห็นว่า น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย เพราะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล ส่วนความเชื่อมั่นของนักลงทุนแทบจะหมดไป ขณะที่ลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มจะหันไปสั่งซื้อสินค้าจากประเทศอื่นทดแทน โดยเฉพาะคู่แข่งของไทย อย่างจีน ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นในการลงทุนกลับคืนมา โดยต้องอาศัยความร่วมมือ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชน ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึงกลางปี 55 กว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลี่คลาย พร้อมกับกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย.
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
7 พฤศจิกายน 2554, 16:34 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/214884
kenos November 11th, 2011, 02:07 AM นครชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งสารแสดงความห่วงใยผู้ประสบภัยพร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ผ่านจังหวัดเชียงใหม่
http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRiBOoDoSyTxUXZSQjhIy-n-XJ4Joys843TlBKek6pC7Tg5UXtlxnnJjTqZ
นายกเทศมนตรีนครชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตัวแทนของชาวนครชิงเต่าส่งสารแสดงความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยชาวไทยพร้อมมอบเงินช่วยเหลือ 100,000 หยวนผ่านจังหวัดเชียงใหม่โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนรับมอบ
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้รับสารแสดงความห่วงใยประชาชนชาวไทยในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจาก นายเซี่ย เกิง นายกเทศมนตรีนครชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ตัวแทนของประชาชนชาวนครชิงเต่า พร้อมทั้งบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นจำนวนเงิน 100,000 หยวน หรือประมาณ 500,000 บาท ผ่านจังหวัดเชียงใหม่โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับนครชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 โดยมีสัมพันธไมตรีและความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การค้า การเกษตร การท่องเที่ยว การศึกษา โดยมีการเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างกันหลายครั้งล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2553 คณะผู้แทนจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย นายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น พร้อมคณะได้เดินทางเยือนนครชิงเต่า เพื่อทำภารกิจการดำเนินการตามกรอบความร่วมมือในการเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับนครชิงเต่าและเป็นการสานต่อกิจกรรมสัมพันธ์ อันนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือ ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา การแพทย์และการค้าพืชผลทางการเกษตร
FrichKazzone November 11th, 2011, 03:38 AM http://www.schoolwithin.net/jh2.jpghttp://www.schoolwithin.net/ht.jpg
http://www.quandulps.info/song2.jpghttp://www.schoolwithin.net/uk.jpg
zeaza November 15th, 2011, 02:18 PM สานสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี
http://www.suratnews.com/news/thumbnail_v.php?im=news_pic/p60785851750.jpg
นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการสานความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องระหว่างเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีโดยจะมีการเจรจาความร่วมมือติดต่อสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อาหาร สินค้าเกษตรอุตสาหกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยคณะผู้บริหารสำนักงานการต่างประเทศกวางสีเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นำโดย Mr.Gu Hang เป็นหัวหน้าคณะเดินทางมาสานความสัมพันธ์กับคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง หรือกวางสีจ้วง ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบแอ่งกระทะ และเทือกเขาขนาดเล็กที่ยาวคดเคี้ยว มีพื้นที่ ๒๓๖,๗๐๐ ตารางกิโลเมตร สภาพอากาศแบบเขตร้อน อุณหภูมิเฉลี่ย ๑๖-๒๓ องศาเซสเซียส มีฝนตกชุกฤดูร้อนยาวกว่าฤดูหนาว ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ๑,๐๐๐-๒,๘๐๐ มิลลิเมตรต่อปี จำนวนประชากร ๔๘,๘๙๐,๐๐๐ คน ชาวกว่างซีจ้วงมีวัฒนธรรมคล้ายลาวและไทยนับถือกบบ้านเรือนมีลักษณะยกพื้นใต้ถุนบ้านเป็นที่เก็บของ นิยมกินข้าวเจ้าและขนมจีนนับถือลัทธิเต๋า คริสต์ อิสลาม และพุทธศาสนาบางส่วน
ข่าวจากประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี
zeaza November 15th, 2011, 02:25 PM กว่างซีจ้วงเยือนสุราษฎร์กระชับสัมพันธ์ เชื่อบูมท่องเที่ยวสร้างรายได้
สุราษฎร์ธานี - คณะกว่างซีจ้วง ชาวจีนเยือนสุราษฎร์ฯ คาดกระชับความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม และความร่วมมือในฐานะบ้านพี่เมืองน้อง เชื่อท่องเที่ยวบูมนำรายได้สู่จังหวัดเพียบ
นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัดให้การต้อนรับ นายโข่ง จูเหล่ย (Kong Zhulei) เจ้าหน้าที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมเยือนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม และความร่วมมือในฐานะบ้านพี่เมืองน้อง เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน
สำหรับการมาเยือนครั้งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีในการพัฒนาความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันดี ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือยังช่วยกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นการนำรายได้เข้าสู่จังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนท่องเที่ยวในประเทศไทย
การมาเยือนของคณะเจ้าหน้าที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงครั้งนี้ ได้นำคณะเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฯ ได้แก่ เขื่อนรัชชประภา “กุ้ยหลินเมืองไทย” อ.บ้านตาขุน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย และล่องเรือชมหิ่งห้อยในบางคลองร้อยสาย อ.เมือง
นายธีระยุทธกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้จังหวัดสุราษฏร์ธานีเคยได้เข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 7 ณ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน ความร่วมมือในการพัฒนาทางด้านการค้า ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนประเพณีวัฒนธรรมอันดีระหว่างกัน โดยนำสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ เข้าร่วมบูธแสดงและจำหน่าย เช่น น้ำมันมะพร้าว สปา นวดแผนไทย และจัดนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวพร้อมกับเผยแพร่เอกสารแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ ของจังหวัดฯ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางบกและทางทะเลให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น
ByMaximum December 6th, 2011, 11:17 AM แพนด้ายักษ์ "เถียนเถียน-หยางกวง"ทูตสันตวไมตรีจากจีน เดินทางถึงบ้านใหม่ในสกอตแลนด์แล้ว
วันที่ 05/12/2554 09:49 มติชนออนไลน์
แพนด้ายักษ์ 2 ตัวเดินทางถึงกรุงเอดินบะระ สกอตแลนด์แล้ว หลังจากการเดินทางนานกว่า 9 ชม.จากประเทศจีน
โดยเที่ยวบินพิเศษ"เฟดเอ็กซ์ แพนด้า เอ้กซ์เพรส" ที่ส่งแพนด้าทั้งสองตัวไปยังสวนสัตว์เอดินบะระ ถึงสนามบินแล้วเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ แพนด้ายักษ์ที่จีนส่งไปยังสกอตแลนด์ครั้งนี้ จะเป็นแพนด้าคู่แรกที่ไปสหราขอาณาจักรในรอบเกือบ 20 ปี โดยทั้งสองจะอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน 17 ปี
เจ้าหน้าที่ของเฟดเอ็กซ์เปิดเผยว่า ระหว่างการเดินทาง "หยางกวง" แพนด้าเพศเมีย เอร็ดอร่อยกับอาหารโปรดของมัน อาทิ ไผ่ แอปเปิล แคร์รอต เค้กที่ทำขึ้นมาพิเศษ และน้ำแร่ โดยมีสัตวแพทย์หนึ่งคน และผู้ดูแล 2 คน จากสวนสัตว์เอดินบะระและศูนย์แพนด้าไป๋เฟงเซี่ย คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
แพนด้าวัย 8 ขวบ คู่นี้ชื่อ เถียน เถียน โดยชื่อของมันแปลว่า "หวาน" และหยางกวง ที่แปลว่า "แสงอาทิตย์" ไผ่รออยู่ที่สนามบินเฉิงตูก่อนออกเดินทาง ซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเอดินบะระมีอุณหภูมิประมาณ 3 องศาฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่ามันจะมีลูกระหว่างที่อยู่ในสวนสัตว์
สมาคมรอยัล ซูโลจิคัล โซไซตี้ ออฟ สกอตแลนด์จะต้องจ่ายค่าเช่าแพนด้าให้จีนกว่าปีละ 600,000 ปอนด์ (29 ล้านบาท) ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการนำเข้าไผ่ซึ่งเป็นอาหารของแพนด้า แพนด้ายักษ์ตัวล่าสุดในอังกฤษอยู่ที่สวนสัตว์ลอนดอนจนกระทั่งปี 1994 จึงส่งตัวกลับจีน ทางการสกอตแลนด์เชื่อว่า แพนด้าทั้งสองจะช่วยทำให้การท่องเที่ยวของประเทศคึกคักขึ้น
ทั้งนี้ บ้านใหม่ของมันที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่มีมูลค่าประมาณ 250,000 ปอนด์ ซึ่งรวมถึงห้องที่สร้างแยกจากกันสองห้อง เมื่อถึงฤดูที่เหมาะสมต่อการผสมพันธุ์ ทั้งสองจะถูกปล่อยให้อยู่ด้วยกัน ที่คาดว่าจะอยู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมปีหน้า
เจ้าหน้าที่จากฝ่ายจีนกล่าวว่า พ่อของหยางกวง สร้างสถิติในการเป็นพ่อพันธุ์ให้แก่ลูกแพนด้าถึง 107 ตัว ขณะที่แม่ของเถียน เถียน ก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่พันธุ์ที่ให้กำเนิดลูกจำนวนมากเช่นกัน
position December 7th, 2011, 07:14 AM ไปถึงไหนแล้ว ฆ่าลูกเรือชาวจีน
แว่วๆมา จีนไม่พอใจมากถึงมากที่สุด อาจถึงขั้นใช้กำลังเลยทีเดียว
แว่วๆมาอีก กองกำลังผาเมือง อาจโดนจีนส่งเครื่องบินมาบอม
แว่วๆมาอีก ใครอ่านภาษาจีนได้ หาข่าวมาให้หน่อย เพราะได้ยินว่าสื่อทางโน้นลงเรื่องจะใช้กำลังกับไทย
lookma December 7th, 2011, 07:30 AM คงไม่ขนาดนั้นมั้งครับบ เพราะทหารพวกนั้นทำกันเอง ไม่ได้มีคำสั่งจากส่วนกลางของเราสักหน่อยย
porjung December 7th, 2011, 08:26 AM เด๋วก็คลี่คลายครับ แต่เขาว่าเรือลำนั้นตอนออกจากท่า ไม่มียาเสพติดนะ คงต้องติดตามต่อไป
ByMaximum December 7th, 2011, 08:33 AM คบกันมาตั้ง 30-40ปี เค้าก็พึ่งช่วยเราเรื่องน้ำท่วมอยู่หยกๆ ไม่ถึงขนาดต้องใช้กำลังมั้งครับ อย่างมากก็เป็นข้ออ้างเพียงพอให้ตั้งกำลังในลำน้ำโขงแค่นั้น
:lol:เรามีหมีแพนด้าเป็นตัวประกันอยู่ตั้ง 3ตัว
playboy191 December 7th, 2011, 08:36 AM เหตุการณ์มันไม่รุนแรงขนาดถึงต้องใช้กำลังจัดการกันหรอกครับ
มีแต่จะทำให้เสียหายกันทั้งสองฝ่าย จีนคงไม่อยากปิดกั้นเส้นทางลำเลียง
สินค้าของตัวเองหรอก ถ้าเค้าจะบุกคงบุกตั้งนานแล้ว
ArkinMourad December 7th, 2011, 09:59 AM เรื่องเงี๊ยบเงียบ ข่าวเสกโลโวยังดังกว่าอีก
Adisorn December 7th, 2011, 10:29 AM จีนน่าติดตามข่าวมากครับ เพื่อนบ้านเราใกล้ๆนี่เอง ถึงไม่ใช่อาเซี่ยน แต่เพื่อนบ้านเราที่ผูกพันธุ์มากๆ
position December 7th, 2011, 11:56 AM ผลการสืบสวนยังไม่สิ้นสุด
hackmanjkk December 7th, 2011, 11:43 PM ไปถึงไหนแล้ว ฆ่าลูกเรือชาวจีน
แว่วๆมา จีนไม่พอใจมากถึงมากที่สุด อาจถึงขั้นใช้กำลังเลยทีเดียว
แว่วๆมาอีก กองกำลังผาเมือง อาจโดนจีนส่งเครื่องบินมาบอม
แว่วๆมาอีก ใครอ่านภาษาจีนได้ หาข่าวมาให้หน่อย เพราะได้ยินว่าสื่อทางโน้นลงเรื่องจะใช้กำลังกับไทย
ไปแว่วๆมาจากไหนหรอครับ ขอแหล่งข่าวหน่อยสิครับ
ByMaximum December 8th, 2011, 08:56 AM http://image.ohozaa.com/i/554/el1TF.JPEG
เอเยนซี - หน่วยคอมมานโดจีน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทหารในกองทัพปลดแอกประชาชน แต่ทว่าการฝึกฝนนั้นหฤโหดยิ่งกว่าทหาร
ทั่วไป เพราะคอมมานโดจะรับเฉพาะคำสั่งพิเศษในปฏิบัติการเสี่ยงเท่านั้น
ขณะนี้จีนมิได้มีเฉพาะชุดคอมมานโดชายเท่านั้น สื่อจีนรวบรวมภาพคอมมานโดหญิงในระหว่างการฝึกซ้อมมาอวดโฉมให้ได้ชมกัน ว่าโหด
ไม่แพ้การฝึกหน่วยรบที่เป็นชายอกสามศอกเลยทีเดียว
http://image.ohozaa.com/i/5c8/eZcnb.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/5eb/5q66A.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/69d/M5w1q.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/2ae/XFYg.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/615/krNeb.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/594/MQ88T.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/62c/k70zR.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/59f/h1Py1.JPEG
http://image.ohozaa.com/i/6a6/0nqNd.JPEG
fas235 December 12th, 2011, 04:31 AM ‘สหรัฐฯ’เร่งดำเนินนโยบายปิดล้อม‘จีน’ (ตอนแรก)
โดย เจี่ยน จวินโป 11 ธันวาคม 2554 01:50 น.
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)
Rivals under the same heaven
By Jian Junbo
30/11/2011
ความพยายามเมื่อเร็วๆ นี้ของคณะรัฐบาลโอบามา ที่จะดำเนินนโยบายปิดล้อมจำกัดเขตจีนอย่างแข็งกร้าวมากขึ้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิเสธอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูของวอชิงตัน ที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญา, ประวัติศาสตร์, ตลอดจนความหวังเกี่ยวกับความก้าวหน้าในอนาคตของจีน วิธีการที่แสดงให้เห็นถึงความขาดไร้วุฒิภาวะเช่นนี้ กำลังประสบความล้มเหลว และยังจะประสบความล้มเหลวต่อไปอีก โดยไม่สามารถทำให้การก้าวขึ้นมาอย่างสันติของจีนต้องเสียกระบวนไป
*ข้อเขียนชิ้นนี้แบ่งเป็น 2 ตอน นี่คือตอนแรก *
ลอนดอน – นโยบายที่สหรัฐฯปฏิบัติต่อจีนในช่วงเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา สามารถที่จะสรุปความได้ว่า คือการแสวงหาความสมดุลระหว่าง การปิดล้อมจำกัดเขต (containment) กับ การมีปฏิสัมพันธ์ด้วย (engagement)
การรุกในทางการทูตของคณะรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า วอชิงตันกำลังทำให้ความสมดุลนี้สูญเสียไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการหันเหเอนเอียงไปทางข้างมุ่งปิดล้อมจำกัดเขตจีน สืบเนื่องจากหงุดหงิดผิดหวังที่ต้องประสบความล้มเหลว หลังจากใช้ความพยายามที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วยและโน้มน้าวให้แดนมังกรยินยอมก้าวเข้าสู่ระเบียบระหว่างประเทศที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำ
ณ การประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation หรือ APEC) ในฮาวายเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน โอบามาได้เรียกร้องว่า จีนจะต้องเล่นตามกฎกติการะหว่างประเทศ และจะต้องแสดงความรับผิดชอบให้มากขึ้นในประชาคมระหว่างประเทศ เนื่องจากแดนมังกรเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขากล่าวอีกว่าจีนควรที่จะเดินหน้าปรับเพิ่มค่าเงินตราของตนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯต่อไป, ลดการได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ, และดำเนินการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ถือว่าก้าวร้าวยิ่งไปกว่าสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้เสียอีก ได้แก่การที่โอบามาได้เริ่มต้นเปิดการเจรจาที่จะนำไปสู่การก่อตั้ง “ข้อตกลงหุ้นส่วนสองฟากฝั่งแปซิฟิก” (Trans-Pacific Partnership หรือ TPP) อันเป็นเขตการค้าเสรีในอาณาบริเวณเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งมีสหรัฐฯเป็นผู้นำ โดยที่ไม่รวมเอาจีนที่มีฐานะเป็นชาติเจ้าของเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก เข้าไปด้วย
ทันทีที่การประชุมสุดยอดกลุ่มเอเปกเสร็จสิ้นลง โอบามาก็เดินทางไปเยือนออสเตรเลีย ชาติพันธมิตรทางการเมืองและการทหารของสหรัฐฯ ที่นั่นเองเขาได้ประกาศว่าทหารอเมริกันจำนวน 2,500 คนจะไปประจำอยู่ในเมืองดาร์วิน (Darwin) เมืองหลวงของดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (Northern Territory) ของออสเตรเลีย เรื่องนี้ได้รับการตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นเครื่องมือใหม่อีกชิ้นหนึ่งในการป้องปรามความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือจีน
จากนั้น ณ การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย สหรัฐฯก็ได้ผลักดันหยิบยกประเด็นเรื่องทะเลจีนใต้เข้าสู่ที่ประชุม ถึงแม้ปักกิ่งได้พยายามคัดค้านแล้ว ทั้งนี้จีนมีจุดยืนที่ยึดมั่นมานานแล้วว่า กรณีพิพาททางดินแดนต่างๆ ในทะเลดังกล่าว จักต้องแก้ไขคลี่คลายด้วยวิธีการเจรจาแบบทวิภาคีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ประเทศอื่นๆ หรือองค์การระหว่างประเทศใดๆ ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
ด้วยเหตุนี้เอง สำหรับปักกิ่งแล้ว การที่วอชิงตันกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเข้ายุ่งเกี่ยว จึงไม่ใช่เพียงแค่เป็นการจุ้นจ้านล่วงละเมิดเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการกระทำซึ่งแสดงถึงความสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อบางประเทศที่มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนอยู่กับจีนเป็นต้นว่า ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม อีกด้วย เรื่องนี้คือการกวนประสาทปักกิ่ง และก็ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยิ่งยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นอีก
เมื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ ทั้งหมดนี้ ตลอดจนการกระทำอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกของคณะรัฐบาลสหรัฐฯในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายหลังจากโอบามาได้ทำการปรับเปลี่ยนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ โดยประกาศว่าอเมริกาจะ “หวนกลับคืนสู่เอเชีย” (return to Asia) แล้ว ก็เป็นการง่ายที่จะมองเห็นว่า นโยบายที่มุ่งจะปิดล้อมจำกัดเขตจีนครั้งใหม่กำลังก่อตัวขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ตัวโอบามาตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเขายังคงปฏิเสธเสียงแข็งเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชนก็ตามที
เพียงเมื่อไม่นานมานี้เอง โอบามาได้อนุมัติให้ขายอาวุธทันสมัย เป็นต้นว่า เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี แก่ไต้หวัน ดินแดนเกาะซึ่งปักกิ่งถือว่าเป็นมณฑลที่ก่อกบฎคิดคดทรยศของจีน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความสงสัยกันว่าด้วยแรงบีบคั้นจากสหรัฐฯนั่นเอง พม่าจึงได้ระงับโครงการที่เป็นการร่วมมือกับฝ่ายจีน ในการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานขึ้นที่มี้ตโสน (Myitsone) โดยที่กรุงเนปิดอใช้ข้อแก้ตัวที่ว่าประชาชนพม่าหวั่นกลัวว่าเขื่อนแห่งนี้อาจทำลายสิ่งแวดล้อม ตัวประธานาธิบดีเต็ง เส่ง (Thein Sein) กล่าวสำทับว่า การก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ทำให้ประชาชนพม่าขุ่นเคืองไม่พอใจ อย่างไรก็ดี เหตุผลเช่นนี้ไม่ได้ทำให้ปักกิ่งเกิดความเชื่อถือ เพราะได้มีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างระมัดระวังมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ก่อนการก่อสร้างจะเริ่มต้นขึ้น ด้วยเหตุนี้ การสั่งะงับโครงการเขื่อนแห่งนี้จึงถูกมองกันอย่างกว้างขวางว่า เป็นของขวัญที่เนปิดอตั้งใจมอบให้แก่วอชิงตัน เป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่สหรัฐฯจะยกเลิกมาตรการลงโทษคว่ำบาตรพม่า วอชิงตันนั้นไม่เคยเป็นสุขเลยที่ได้เห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างจีนกับพม่า มันน่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่หลังจากโครงการสร้างเขื่อนนี้ถูกระงับไปแล้ว ฮิลลารี ร็อดแฮม คลินตัน ก็เดินทางไปเยือนเนปิดอ โดยที่ครั้งนี้คือการไปเยือนพม่าครั้งแรกของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในรอบระยะเวลาครึ่งศตวรรษทีเดียว
นอกจากนั้น เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ระหว่างที่คลินตันเยือนเมืองเจนไน (Chennai) เมืองหลวงรัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) ของอินเดีย ก็ได้เคยกล่าวคำปราศรัยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย “เมตตากรุณา” เสนอแนะว่า อินเดียควรที่จะแสดงบทบาทให้แข็งขันมากยิ่งขึ้นในการ “นำเอเชีย” เรื่องนี้ก็ถูกมองกันโดยทั่วไปว่าคือความมุ่งมาดวาดหวังของวอชิงตันที่จะให้อินเดียกลายเป็นมหาอำนาจที่คอยทัดทานถ่วงดุลการผงาดขึ้นมาของจีน
ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ยังไม่ต้องถึงเรื่องที่สหรัฐฯมีฐานทัพทางทหารอยู่หลายต่อหลายแห่งตามประเทศต่างๆ และตามดินแดนต่างๆ ที่อยู่แวดล้อมใกล้เคียงจีน –ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, เกาะกวม, ฟิลิปปินส์, ไทย, ปากีสถาน, อัฟกานิสถาน, อุซเบกิสถาน, และคีร์กีซสถาน—นอกจากนั้นวอชิงตันยังมีความร่วมมือทางการทหารอยู่กับมองโกเลีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, และอื่นๆ
เมื่อมองดูจากภาพรวมทั้งหมดแล้ว ย่อมไม่มีข้อสงสัยเลยว่า เวลานี้สหรัฐฯกำลังพยายามหาทางดำเนินการอย่างซับซ้อนรอบด้านที่จะปิดล้อมจำกัดเขตจีน ทั้งด้วยวิธีการแบบแข็งกร้าวและวิถีทางอันนุ่มนวล ภายหลังที่วอชิงตันเลือกที่จะปรับเปลี่ยนหันมาใช้ยุทธศาสตร์ “หวนกลับคืนสู่เอเชีย” ของตน และประสบความล้มเหลวในการดึงจีนให้เข้าไปอยู่ในระบบระหว่างประเทศซึ่งนำโดยสหรัฐฯ เฉกเช่นเดียวกับที่คณะรัฐบาลอเมริกันแต่ละชุดตลอดช่วงเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ต่างก็ได้เคยลงแรงใช้ความพยายามเช่นนี้มาแล้วทั้งนั้น เมื่อครั้งที่โอบามาเยือนจีนในปี 2009 เขาพยายามที่จะขายไอเดียใหม่ว่าด้วย “กลุ่ม จี-2” (Group of Two) ซึ่งก็คือสหรัฐฯกับจีน ร่วมมือกันประสานผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ทว่านายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าบอกกับโอบามาอย่างตรงไปตรงมาว่า ปักกิ่งไม่ชอบแนวความคิดเช่นนี้
ในตอนเริ่มแรกเลย โอบามาเคยตั้งความหวังไว้ว่า การใช้หนทางเช่นนี้จะสามารถทำให้จีน “เชื่อง” ได้ นั่นคือไม่ใช่ การปิดล้อมจำกัดเขต หรือ การมีปฏิสัมพันธ์ด้วย เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งตามลำพังเท่านั้น หากแต่อาศัยสิ่งที่บางคนเรียกว่า “กับดักแห่งความเอื้อเฟื้อ” (tender trap) ด้วย อย่างไรก็ดี โอบามายังคงประสบความล้มเหลว หลังจากนั้นแล้ว เราก็สามารถมองเห็นได้ว่าวอชิงตันกำลังเปลี่ยนแปลงนโยบายของตนต่อจีนเสียใหม่ และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ไม่ควรที่จะพิจารณาว่าเป็นเพียง “คำพูดหาเสียงเลือกตั้ง” ชั่วครั้งชั่วคราวของโอบามา เพื่อให้เป็นที่พอใจของชาวพรรครีพับลิกันตลอดจนผู้มีสิทธิออกเสียงสามัญทั่วไป ตรงกันข้าม นี่คือการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับจีนในเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ โดยสอดคล้องไปในทางเดียวกับการปรับเข้าสู่ยุทธศาสตร์ “หวนกลับคืนสู่เอเชีย” ของวอชิงตัน
เมื่อมาถึงตอนนี้ ดูเหมือนวอชิงตันใกล้ที่จะแบไพ่ทุกๆ ใบเกี่ยวกับการปิดล้อมจำกัดเขตจีนอย่างซับซ้อนรอบด้านออกมาให้เห็นกันแล้ว
ในทางการทหาร วอชิงตันกำลังพยายามอย่างสุดฤทธิ์ เพื่อกระตุ้นส่งเสริมความเป็นพันธมิตรที่ตนมีอยู่กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้, กระชับเสริมความแข็งแกร่งของบรรดาฐานทัพทางทหารของตนที่ตั้งอยู่รายล้อมจีน, และเพิ่มความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ที่มีข้อพิพาททางดินแดนอยู่กับจีนในทะเลจีนใต้หรือในที่อื่นๆ
ในทางการเมือง วอชิงตันกำลังหางทางกระตุ้นยุแยงเพื่อนบ้านของจีนบางรายให้ท้าทายปักกิ่ง หรือไม่ก็ยุยงให้เกิดความไม่ลงรอยกัน นอกจากนั้นยังขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน และกระตือรือร้นในการเข้าแทรกแซงกิจการภายในของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นปัญหาอย่างเช่น ทิเบต, ซินเจียง (ซินเกียง), และสิทธิมนุษยชน
ในทางเศรษฐกิจ วอชิงตันกำลังเพิ่มแรงบีบคั้นต่อจีนเพื่อให้ยอมปรับเพิ่มค่าเงินเหรินหมินปี้ (เงินหยวน) และจัดวางเครื่องกีดขวางต่างๆ เพื่อกีดกันการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ตลอดจนการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ
ดร.เจี่ยน จวินโป เป็นรองศาสตราจารย์ของสถาบันการระหว่างประเทศศึกษา (Institute of International Studies Institute of International Studies) แห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) มหานครเซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน ปัจจุบันเขาเป็นผู้เยี่ยมเยียนทางวิชาการ (academic visitor) ณ ลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ แอนด์ โพลิติคอล ซายซ์ (London School of Economics and Political Science) สหราชอาณาจักร
(อ่านต่อตอน 2 ซึ่งเป็นตอนจบ)
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000157413
‘สหรัฐฯ’เร่งดำเนินนโยบายปิดล้อม‘จีน’ (ตอนจบ)
โดย เจี่ยน จวินโป 11 ธันวาคม 2554 01:50 น. Share
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)
Rivals under the same heaven
By Jian Junbo
30/11/2011
ความพยายามเมื่อเร็วๆ นี้ของคณะรัฐบาลโอบามา ที่จะดำเนินนโยบายปิดล้อมจำกัดเขตจีนอย่างแข็งกร้าวมากขึ้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิเสธอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูของวอชิงตัน ที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญา, ประวัติศาสตร์, ตลอดจนความหวังเกี่ยวกับความก้าวหน้าในอนาคตของจีน วิธีการที่แสดงให้เห็นถึงความขาดไร้วุฒิภาวะเช่นนี้ กำลังประสบความล้มเหลว และยังจะประสบความล้มเหลวต่อไปอีก โดยไม่สามารถทำให้การก้าวขึ้นมาอย่างสันติของจีนต้องเสียกระบวนไป
*ข้อเขียนชิ้นนี้แบ่งเป็น 2 ตอน นี่คือตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบ*
(ต่อจากตอนแรก)
ถึงแม้ต้องเผชิญกับความเคลื่อนไหวอันแข็งกร้าวยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ของวอชิงตันที่มุ่งประสงค์จะปิดล้อมจำกัดเขตจีน แต่เท่าที่ผ่านมาปักกิ่งยังคงแสดงความยับยั้งชั่งใจและความอดทน ในเดือนตุลาคม เมื่อวอชิงตันประกาศว่าจะขายอาวุธล็อตใหม่ให้ไต้หวัน ปักกิ่งแสดงปฏิกิริยาตอบโต้อย่างค่อนบ้างเบาบางเท่านั้น ในการเผชิญหน้ากับการรุกคืบในช่วงหลังๆ มานี้ของโอบามา ปักกิ่งก็ยับยั้งไม่แสดงปฏิกิริยาตอบโต้อันรุนแรงใดๆ จนกระทั่งสร้างความประหลาดใจให้แก่พวกนักจับจ้องมองจีนในโลกตะวันตกบางราย
ตัวอย่างเช่น ในที่ประชุมซัมมิตกลุ่มเอเปก ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา เพียงแค่เรียกร้องให้โอบามาเคารพผลประโยชน์แกนกลางอันชอบธรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของจีน เนื่องจากจีนก็ให้ความเคารพผลประโยชน์อันชอบธรรมของอเมริกันในภูมิภาคดังกล่าว นอกจากนั้น หูยังบอกด้วยว่าจีนมีความยินดีต้อนรับการที่สหรัฐฯจะแสดงบทบาทอันสร้างสรรค์ในเอเชีย-แปซิฟิก ส่วนทางด้าน หลิว เหว่ยหมิน (Liu Weimin) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแดนมังกร เมื่อถูกถามเรื่องการที่สหรัฐฯกำลังส่งทหารไปประจำในออสเตรเลีย เขาก็ตอบด้วยภาษาดอกไม้แบบนักการทูตเพียงว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว “น่าจะไม่ค่อยเหมาะสม”
ขณะเดียวกัน เมื่อกำลังต้องเผชิญการท้าทายจากฟิลิปปินส์และเวียดนาม ด้วยการสนับสนุนและการส่งเสริมให้กำลังใจอย่างน่าสงสัยทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมจากสหรัฐฯ บรรดาผู้นำจีนก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความอดทนหรือกระทั่งความสะกดกลั้น ปราศจากความเคลื่อนไหวแบบตาต่อตาฟันต่อฟันใดๆ
ความยับยั้งชั่งใจและความอดทนเช่นนี้ของปักกิ่ง มีสาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องมาจากกิจการภายในประเทศของแดนมังกรเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดที่จะจัดการประชุมสมัชาผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 18 ขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะมีวาระการเปลี่ยนถ่ายคณะผู้นำระดับสูงสุดของตน สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้วการเตรียมการสำหรับการประชุมสมัชชาถือเป็นเรื่องที่มีลำดับความสำคัญสูงสุดในบรรดาเรื่องที่มีความสำคัญทั้งหลาย ในจังหวะเวลาอันสำคัญยิ่งยวดเช่นนั้น ปักกิ่งไม่ต้องการให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจต้องได้รับผลกระทบกระเทือนจากปัจจัยภายนอกหรือจากกิจการภายนอก การเก็บเนื้อเก็บตัวและการใช้จุดยืนไม่แข็งกร้าวต่อการละเมิดล่วงเกินจากภายนอก ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเมืองภายในเอาไว้ ถึงอย่างไร การเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างมีเสถียรภาพและอย่างสันติ ซึ่งจะมีอิทธิพลอันยาวไกลต่ออนาคตของจีน ย่อมมีความสำคัญยิ่งกว่าชัยชนะชั่วครั้งชั่วคราวในเวทีระหว่างประเทศ
ยิ่งกว่านั้น การที่จีนตอบโต้แบบยับยั้งชั่งใจตนเองเมื่อเผชิญการปิดล้อมจำกัดเขตอย่างเป็นระบบของสหรัฐฯ ยังเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับการดำเนินยุทธศาสตร์แห่งชาติของปักกิ่งอีกด้วย นั่นก็คือ การก้าวผงาดขึ้นมาของจีนจะเป็นไปอย่างสันติ โดยไม่สนใจกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์บางเสียงในโลกตะวันตกที่อยู่ในลักษณะไม่เป็นมิตรหรือกระทั่งแสดงตัวเป็นปรปักษ์ด้วยซ้ำ แน่นอนที่ว่าการก้าวผงาดขึ้นมาอย่างสันติและการใช้ความมานะพยายามเพื่อให้เกิดโลกที่ประสานคล้องจองกันขึ้นมา มิได้หมายความว่าจีนต้องยินยอมตามสหรัฐฯและประเทศตะวันตกอื่นๆ หรือแดนมังกรจะต้องพิสูจน์ให้ได้แน่ๆ ว่าตนเองสามารถที่จะหลีกเลี่ยงจากสงครามชนิดที่เคยบังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในประวัติศาสตร์ ระหว่างช่วงเวลาแห่งการผงาดขึ้นมาของมหาอำนาจรายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในกรณีของ สเปน, อังกฤษ, เยอรมนี, หรือสหรัฐอเมริกา
หากแต่ความมุ่งมั่นผูกพันที่จะก้าวผงาดขึ้นมาอย่างสันติของจีนนั้น มีต้นตอมาจากปรัชญาดั้งเดิมของจีน ตลอดจนความสัมพันธ์ที่แดนมังกรมีอยู่กับพวกมหาอำนาจต่างชาติในอดีตที่ผ่านมา ในฐานะที่แดนมังกรเคยเป็นประเทศกึ่งเมืองขึ้นในช่วงระหว่างช่วงทศวรรษ 1840 จนถึงทศวรรษ 1940 จีนจึงความเข้าใจเป็นอันดีว่าไม่มีประเทศใดเลยที่ชอบให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหรือทำการคุกคามข่มขู่ทางการทหาร ทั้งนี้โดยยังไม่ต้องพูดถึงการเข้ามารุกราน ด้วยทัศนะเช่นนี้เอง การก้าวผงาดขึ้นมาอย่างสันติ จึงไม่เพียงเป็นสิ่งซึ่งแดนมังกรจะสามารถสาธิตให้เห็นจริงว่าประชาชนจีนมีความมุ่งมั่นผูกพันอย่างจริงจังกับโลกโดยรวมเท่านั้น การก้าวผงาดขึ้นมาอย่างสันติยังเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงส่งของชาวจีนต่อบรรพชนของตนเองผู้ซึ่งได้เคยใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาอันน่าเศร้าใจดังกล่าว
นอกจากนั้น จีนยังไม่ได้มีวัฒนธรรมหรือประวัติศาสตร์แห่งการล่าอาณานิคม เป็นความจริงที่ในประวัติศาสตร์ยุคราชวงศ์ของจีนนั้น มีสงครามเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าสงครามดังกล่าวส่วนใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในระหว่างชาวจีนที่เป็นชาวฮั่นด้วยกันเอง หรือระหว่างชาวฮั่นกับชาติพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มน้อย มีบางช่วงบางสมัยเหมือนกัน ราชสำนักแห่งจักรวรรดิจีนได้ส่งกองทัพออกไปรุกรานดินแดนต่างๆ ซึ่งในทุกวันนี้เป็นประเทศเวียดนามและคาบสมุทรเกาหลี โดยที่ในสมัยนั้น ดินแดนเหล่านี้ถือเป็นรัฐเมืองขึ้นในระบบระหว่างประเทศที่มีจีนเป็นศูนย์กลาง สำหรับการรุกรานยุโรปและเอเชียของจักรวรรดิมองโกล ถือได้ว่าเป็นข้อยกเว้นที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่กล่าวมานี้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ในเวลานั้นชาวมองโกลก็มองว่าตนเองมีความเหนือล้ำกว่าชาวจีน และปฏิเสธไม่ยอมรับวัฒนธรรมจีน
ถึงอย่างไรข้อเท็จจริงยังคงมีอยู่ว่า กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อขัดขวางพวกผู้รุกรานที่มาจากดินแดนทะเลทรายและทุ่งหญ้าทางตอนเหนือ ขณะที่กองเรืออันยิ่งใหญ่ของ เจิ้ง เหอ (Zheng He) ก็ไม่ได้เข้าไปยึดครองเอาดินแดนของอนารยชนทั้งหลายมาเป็นอาณานิคม หรือไปปล้นชิงยื้อแย่งทรัพย์สมบัติของผู้คนเหล่านั้น
ในวัฒนธรรมจีนนั้น แนวความคิดเกี่ยวกับ “ใต้หล้า” (Tian Xia) มีความแตกต่างจาก “โลก” (World) ในแนวความคิดของฝ่ายตะวันตก แนวความคิดเรื่องใต้หล้า มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างใต้สวรรค์ลงมามีลักษณะเป็นองค์รวมและมีบูรณาการกัน และแต่ละส่วนสามารถที่จะอยู่ร่วมกันกับส่วนอื่นๆ ได้ ขณะที่ “โลก” (World) หมายถึงการแบ่งแยกเป็น “พวกเรา” และ “พวกเขา” ขณะที่ภายใน “พวกเรา” (us, we) มีการบุรณาการกันและเป็นองค์รวมหนึ่งเดียว ทว่าข้างนอก “พวกเรา” ออกไปนั้น “พวกเขา” (they) เป็นพวกนอกรีตนอกศาสนา เป็นศัตรูที่ควรแม้กระทั่งถูกสังหารไปเสีย ถ้าพาก “พวกเขา” ไม่ยอมรับวัฒนธรรมและคุณค่า “ของเรา”
จากทัศนะมุมมองเช่นนี้เอง จีนจึงเชื่อว่าการก้าวผงาดขึ้นมาของตนสามารถที่จะดำเนินไปได้อย่างสันติและเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายอื่นๆ ได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯในฐานะที่เป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวในปัจจุบัน รวมทั้งส่วนอื่นๆ ของโลกตะวันตกด้วย ต่างก็ดูจะเชื่อว่า จีนซึ่งมีวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป มีระบบการเมืองและระบบสังคมที่ผิดแผกออกไป ตลอดจนไม่มีเจตนารมณ์ที่จะยอมรับคุณค่าและระบบของฝ่ายตะวันตก ควรที่จะถูกปิดล้อมจำกัดเขต และ “ถูกทำให้ถอยลงไป” (taken down) เหมือนอย่างที่ จอน ฮันต์สแมน (Jon Huntsman) อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำจีน ได้พูดเอาไว้ในการให้สัมภาษณ์ทางทีวีครั้งหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อจีนบอกปัดไม่เอาด้วยที่จะหลอมรวมเข้าไปในระบบระหว่างประเทศที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำ ตลอดจนไม่ยอมรับคุณค่าต่างๆ แบบตะวันตก โอมามาก็เริ่มต้นหมดความอดทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนยังคงก้าวผงาดเด่นขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะที่สหรัฐฯกำลังจ่อมจมติดแหง็กอยู่ในวิกฤตทางการเงินและทางเศรษฐกิจอย่างล้ำลึก
แต่การอยู่ร่วมกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯจักเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าหากวอชิงตันยังคงเดินหน้ามุ่งดำเนินนโยบายปิดล้อมจำกัดเขตจีน ขณะที่ปักกิ่งยังต้องคอยแสดงการยับยั้งชั่งใจและอดทน ตลอดจนคอยเก็บเนื้อเก็บตัว
ปัญหาที่ว่า จะบริหารจัดการกับการก้าวผงาดขึ้นมาของจีนกันอย่างไร ถือเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับวอชิงตัน และก็สำหรับปักกิ่งด้วย เป็นเรื่องสำคัญที่สหรัฐฯไม่ควรปฏิบัติต่อจีนเหมือนพวกมหาอำนาจที่ก้าวผงาดขึ้นมาใหม่ทั้งหลายในประวัติศาสตร์ ส่วนทางปักกิ่งก็ควรเสาะแสวงหนทางที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นและใช้ในทางปฏิบัติได้มากขึ้น มารับมือกับการท้าทายของวอชิงตัน
เป็นที่กระจ่างชัดเจนว่า จีนกับสหรัฐฯจำเป็นที่จะต้องร่วมมือประสานงานกันในกิจการระหว่างประเทศทั้งหลาย ไม่เพียงในระดับทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังในระดับภูมิภาคและระดับโลกอีกด้วย การบอกปัดไม่ยอมรับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก้าวผงาดขึ้นมาอย่างสันติของจีน โดยมองว่าเป็นเพียงเรื่องตลกนั้น ไม่ใช่ท่าทีที่ฉลาดหรือแสดงถึงการมีวุฒิภาวะแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อคณะรัฐบาลสหรัฐฯรีบเร่งปิดล้อมจำกัดเขตจีน ภายหลังประสบความล้มเหลวไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่จะเอาแดนมังกรเข้ามาอยู่ในปริมณฑลของตนได้แล้ว ก็มีแต่จะทำให้โอบามาตลอดจนเพื่อนร่วมงานของเขาในวอชิงตันดูกำลังทำตัวเป็นเด็กๆ และหยาบคายดูหมิ่นผู้อื่นเท่านั้น แท้ที่จริงแล้ว หนทางที่ดีที่สุดคือการนั่งลงและทำความเข้าใจถึงความผิดแผกแตกต่างระหว่างอารยธรรมทั้งสอง จากนั้นก็มองหาจุดต่างๆ ที่ร่วมกันได้ของพวกเขา การปิดล้อมจำกัดเขตเป็นหนทางที่เลวร้ายที่สุดและโง่เขลาที่สุดในการรับมือ หรือ ในการบริหารจัดการกับการก้าวผงาดขึ้นมาของจีน
ดร.เจี่ยน จวินโป เป็นรองศาสตราจารย์ของสถาบันการระหว่างประเทศศึกษา (Institute of International Studies Institute of International Studies) แห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) มหานครเซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน ปัจจุบันเขาเป็นผู้เยี่ยมเยียนทางวิชาการ (academic visitor) ณ ลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ แอนด์ โพลิติคอล ซายซ์ (London School of Economics and Political Science) สหราชอาณาจักร
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000157411
fas235 December 12th, 2011, 04:34 AM เพียงเมื่อไม่นานมานี้เอง โอบามาได้อนุมัติให้ขายอาวุธทันสมัย เป็นต้นว่า เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี แก่ไต้หวัน ดินแดนเกาะซึ่งปักกิ่งถือว่าเป็นมณฑลที่ก่อกบฎคิดคดทรยศของจีน
ความจริง แล้ว มันคือ สาธารณรัฐจีน ที่เคยครองจีนแผ่นดินใหญ่แล้วเสียอํานาจการปกครองให้กบฏพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้วพรรคก๊กมินตั๋ง ก็หนีไปที่เกาะไต้หวัน ใช้ชื่อสาธารณรัฐจีนเหมือนเดิม และรอโอกาสว่าสักวันสาธารณรัฐจีนจะได้กลับไปครองจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อไหร่และนานแค่ไหน
ผมเห็นว่ารัฐบาลไทยจะยุคไหนพรรคไหน(ยกเว้นพรรคการเมืองที่ทุจริต) รวมถึงผมควรเดินตามเกมสหรัฐ ให้ดําเนินนโยบายปิดล้อมจีนเช่นกัน และให้เชียงใหม่เป็นฐานทัพทางทหารที่มีกําลังมากที่สุดและทันสมัยที่สุด ส่วนตัวอยากให้รถถังโอพลอต ไปตั้งแถวๆเชียงใหม่
nawat001 December 12th, 2011, 04:44 AM ^^
ตั้งแง่กับจีนเศรษฐกิจพังพอดี อำนาจเงินมันมหาศาล
อีกทั้งจีนเป็นคู่ค้าไม่อันดับ2ก็3ของเรา
fas235 December 17th, 2011, 06:27 AM นาวีสหรัฐฯ อาจส่งเรือรบประจำการในสิงคโปร์-ฟิลิปปินส์-ไทย สู้อิทธิพลจีน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 ธันวาคม 2554 12:13 น.
http://pics.manager.co.th/Images/554000016975601.JPEG
เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่เผย กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมตั้งฐานประจำการเรือรบหลายลำในสิงคโปร์ และอาจขยับขยายไปยังฟิลิปปินส์ รวมถึงไทย ในขณะที่ต้องเผชิญกับจีนซึ่งแผ่อิทธิพลมากขึ้น แต่งบประมาณของประเทศกลับฝืดเคืองลง
พลเรือเอกโจนาธาน กรีนเนิร์ต ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการสหรัฐฯ ระบุในบทความวิชาการ ซึ่งคาดการณ์แนวทางของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในปี 2025 ว่า "เราจะประจำการเรือรบชายฝั่ง (littoral combat ship) ใหม่หลายลำในสิงคโปร์"
กรีนเนิร์ตชี้ว่า สหรัฐฯ อาจส่งอากาศยาน เช่น เครื่องบินพี-8เอ โพไซดอน ซึ่งกำลังพัฒนาเพื่อใช้ในการติดตามเรือดำน้ำ ไปประจำการยังประเทศพันธมิตรตามสนธิสัญญาอย่างฟิลิปปินส์ และไทยอีกด้วย
เขาเขียนในเอกสารการประชุมเดือนธันวาคมของสถาบันทหารเรือสหรัฐฯ ว่า กองทัพเรือจำเป็นหาสถานที่ใหม่ๆ ไปทั่วโลก ในการแก้ปัญหาความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในน่านน้ำ ขณะที่ใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างรอบคอบ
กรีนเนิร์ตแจงว่า สหรัฐฯ อาจไม่สามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการเงิน และการทูตของฐานทัพหลักใหม่ๆ ในต่างประเทศได้ ดังนั้น กองเรือในปี 2025 จึงจะพึ่งพาท่าเรือของประเทศเจ้าถิ่น และสถานที่อื่นๆ ที่เรือ เครื่องบิน และลูกเรือของสหรัฐฯสามารถเติมเชื้อเพลิง แวะพัก ซ่อมบำรุงได้ในขณะปฏิบัติการ
เจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ รายนี้ไม่ได้พาดพิงถึงแดนมังกรโดยตรง ตามนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งต้องการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับมหาอำนาจเอเชียที่มีความร่วมมือกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ แสดงออกถึงความกังวลเกี่ยวกับจีนอย่างเปิดเผย โดยในเดือนที่ผ่านมา โอบามาเพิ่งประกาศส่งนาวิกโยธิน 2,500 นายไปประจำการในเมืองดาร์วิน ทางเหนือของออสเตรเลียในปี 2016-2017 ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากแดนมังกร
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000160492&#Opinion
kenos December 17th, 2011, 10:04 AM ^^
เดียวจีนส่งไปประจำแถวอเมริกาใต้บ้าง "ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย"
Goddess December 17th, 2011, 10:25 AM อเมริกาใต้นี่คงอาจจะได้แค่คิวบาอ่ะครับ พวกฮิสแปนิค แองโกลเลือดผสมส่วนใหญ่เค้าคงไม่ยอมให้ลิงเหลืองอย่างแถบเราไปโชว์พาวในถิ่นเค้าหรอก:lol:
hackmanjkk December 18th, 2011, 12:02 AM สงครามเย็นยุคใหม่ได้อุบัติขึ้นแล้วว
Wisarut December 18th, 2011, 04:09 AM อเมริกาใต้นี่คงอาจจะได้แค่คิวบาอ่ะครับ พวกฮิสแปนิค แองโกลเลือดผสมส่วนใหญ่เค้าคงไม่ยอมให้ลิงเหลืองอย่างแถบเราไปโชว์พาวในถิ่นเค้าหรอก:lol:
แต่กรณีบราซิลหละไม่แน่ เพราะ บราซิลเป้นคู่ค้ากะจีน โดยบราซิลขายถั่วเหลืองเป็นหมื่นตัน ให้เมืองจีนแลกกับรถจักร ทั้งๆ ที่ บราซิล นั้นมีบริษัทจีอีมาตั้งโรงงานประกอบรถจักร ให้แล้ว - เวเนซูเอลาที่มีผู้นำจอมซ่าก็ด้วย - รายนี้ขายน้ำมันให้จีนแดงแลกกะรถไฟ แบบ รถดีซลราง (DMU) หรือ รถไฟฟ้าราง (EMU) ก็ไม่แน่ใจ
nawat001 December 18th, 2011, 04:32 AM อีกอย่างพวกอเมริกาใต้ เกลียดUSครับ อาจจะเป็นไปได้
mbokudake December 19th, 2011, 08:23 PM ถ้าเรียนด้านหรือคลุกคลีด้านการต่างประเทศจะรู้ว่า That will NEVER happen.
Economic Relations between Brazil and China: A Difficult Partnership
library.fes.de/pdf-files/iez/global/50190.pdf
China's Relations with Latin America: Shared Gains, Asymmetric Hopes
www.offnews.info/downloads/china-latam.pdf
Brazil Awares Its Relations with China Raises the Risk of "Ducth Disease"
http://en.mercopress.com/2011/04/11/brazil-aware-its-relation-with-china-raises-the-risk-of-dutch-disease
อันนี้ เป็นภาษาโปรตุเกส จากบราซิล
As Relações Econômicas entre Brasil e China: Uma Parceria Difícil
www.observatoriosocial.org.br/download/brasil-china.pdf
As Relações Brasil-China: mais um erro em nossa história
http://riorevolta.wordpress.com/2011/04/18/as-relacoes-brasil-china-mais-um-erro-em-nossa-historia
etc.
ผมเคยคุยกับอดีดทูตสหรัฐฯประจำชิลีด้วย จริงๆนะ
Wisarut December 20th, 2011, 03:59 AM ^^^
ไม่เป็นไรครับ ... ที่รู้ๆก็คือ คนจีนที่ไปลงทุนที่อเมริกาใต้มักบ่นว่าบรรดาลูกจ้างมักขี้เกียจสันหลังยาว ขณะที่ลูกจ้างชาวละตินอเมริกาก็บ่นว่านายจ้างคนจีนั้นโหดร้ายทารุณนัก เพราะ เล่นจะไม่ให้พัก Siasta (นอนกลางวันตอนพักเที่ยง) เอาเสียเลย :ohno:
mbokudake December 20th, 2011, 04:45 AM อันนี้ Lula da Silva ประธานาธิบดีคนก่อนถึงกับออกโรงวิจารณ์ถึงลักษณะการลงทุนจากจีน
The Rise of China and Its Energy Implications
China's Investment in Energy Resources: Comparative Asian Perspectives
bakerinstitute.org/publications/EF-pub-RiseOfChinaMares-120211-WEB.pdf
"In contrast to Venezuela and despite of the size of Chinese investments in Brazil's enegy sector, the Brazilian goverment criticized China's investments for its low contribution to local indistry and employment...While president, Luis Inacio da Silva criticizied the Chinese in Africa because "they bring all these Chinese to work in a mine and this doesn't generate opportunity for work in that country," and Brazil has echoed U.S. concerns about undervaluing of the Chinese currency. (p.40)
จาก leaks
Brazil criticized China Over "Land Grabs" in Africa
www.cablegatesearch.net/cable.php?id=10GENEVA152
อันนี้ ล่าสุดจากการเยือนจีนของ Roussef ปธน.คนปัจจุบัน
Sino-Brazilian Trade
http://csis.org/blog/sino-brazilian-trade
"China has welcomed Brazilian commodities, but limited the importation of Brazilian manufactured goods. Soy highlights this contradiction. While the Chinese buys large quantities of unprocessed soy from Brazil, they refuse to purchase processed soy, effectively denying Brazil of adding value to one of its commodities. Although this was a focus of President Rousseff’s visit, it remains to be seen whether China will yield to Brazilian pressure and increase its purchases of Brazilian value-added products. The fear of an unequal balance of trade between the two countries has only strengthened as the Brazilian real has appreciated 41 percent against the Yuan since the end of 2008,..."
"It has now made the specter of the “deindustrialization” of the Brazilian manufacturing sector a primary concern for the Rousseff government. Brazil’s resentment of imported Chinese goods will not be solved through one trade deal,..."
nawat001 December 20th, 2011, 11:24 AM ^^^
ไม่เป็นไรครับ ... ที่รู้ๆก็คือ คนจีนที่ไปลงทุนที่อเมริกาใต้มักบ่นว่าบรรดาลูกจ้างมักขี้เกียจสันหลังยาว ขณะที่ลูกจ้างชาวละตินอเมริกาก็บ่นว่านายจ้างคนจีนั้นโหดร้ายทารุณนัก เพราะ เล่นจะไม่ให้พัก Siasta (นอนกลางวันตอนพักเที่ยง) เอาเสียเลย :ohno:
ผมว่าก็จริงของเค้านะครับ คนอเมริกาใต้ขี้เกียจจริงๆ
นอนทั้งกลางวัน กลางคืนจะชิวไปไหนเนี่ย :lol:
hackmanjkk December 20th, 2011, 11:53 AM เขาทำงานน้อย แต่โดยรวมแล้วรวยกว่าไทยเราแทบทุกประเทศเลยนะครับ
Wisarut December 22nd, 2011, 01:02 PM จีนอนุญาต ธ.กรุงเทพ ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนบาท-หยวน โดยตรง (http://www.oknation.net/blog/tommychan/2011/12/22/entry-1)
Posted by พัชรวิภาวรรณ เมื่อ 16:02:59 น.
OKNation 22 ธันวาคม 2554
ธ.กรุงเทพBBL ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดของไทย เผยว่า
ธ.กรุงเทพ(ประเทศจีน) พร้อมด้วยธนาคารของจีน 6 แห่ง ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีน เปิดให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงิน ระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินหยวน ได้โดยตรง ในตลาดระหว่างธนาคาร(อินเตอร์แบงก์) ในจีน
"จะช่วยให้ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกในประเทศไทยและจีน สามารถลดค่าใช้จ่าย ในการทำธุรกรรม และช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพราะนักธุรกิจสามารถ แลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินหยวนได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านเงินสกุลที่ 3 อีกต่อไป" นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ BBL กล่าวในเอกสารเผยแพร่
ก่อนหน้านี้ การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงิน ระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินหยวน ในตลาดอินเตอร์แบงก์ในจีน จะต้องดำเนินการผ่านสกุลเงินที่ 3 เช่น หากต้องการนำ เงินหยวนไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท ต้องนำเงินหยวนไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐก่อน แล้วจึงนำเงินดอลลาร์สหรัฐ ไปแลกเป็นเงินบาทอีกทอดหนึ่ง
เขา กล่าวว่า การดำเนินการในลักษณะเดิม ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม 2 ต่อ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่มากกว่าปกติด้วย สำหรับธนาคารอีก 6 แห่ง ของจีน ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นธนาคารนำร่อง ในการให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยน เงินบาทกับเงินหยวน ในครั้งนี้ ได้แก่ Industrial
and Commercial Bank of China, Bank of China, Agricultural Bank
of China, China Construction Bank, Bank of Communication และ
Fudian Bank ราคาหุ้น BBL ช่วงบ่าย ลบ 0.32% มาที่ 154.50 บาท
//---------------------------------------------------------------
งานนี้อัตราซื้อและขายระหว่างเงินบาทกะเงินหยวนคงจะ โดนบีบให้แคบลงให้พอๆ กะ อัตราซื้อและขายระหว่างเงินบาท กับ เงินเยน ก็คราวนี้เอง
KONGahxiah January 22nd, 2012, 08:47 PM จีนน่าติดตามข่าวมากครับ เพื่อนบ้านเราใกล้ๆนี่เอง ถึงไม่ใช่อาเซี่ยน แต่เพื่อนบ้านเราที่ผูกพันธุ์มากๆ
ผูกพันมากครับ รู้สึกคนจีนรุ่นใหม่ก็รักและสนใจเมืองไทย ไม่ใช่น้อย
ผมว่าคนไทย บางคนควรเอาอย่างคนจีนเขานะ เช่นความขยัน กตัญญู
ปล.ถ้าใครอยากเที่ยวจีน แบบจีนสุดๆ ต้องไปเองครับ เรียนภาษาจีนซักเดือนสองเดือน แล้วเดินทาง เหมือนที่ฝรั่งมาเที่ยวบ้านเรา แบบชิลล์ๆไม่ต้องพึ่งทัวร์
meji2011 January 23rd, 2012, 04:45 AM เขาทำงานน้อย แต่โดยรวมแล้วรวยกว่าไทยเราแทบทุกประเทศเลยนะครับ
หากเอารายได้ บวกลบกันกับค่าครองชีพของเค้าเนี่ยต่างจากไทยมากหรือเปล่าครับ:)
prince1150 January 23rd, 2012, 04:18 PM เขาทำงานน้อย แต่โดยรวมแล้วรวยกว่าไทยเราแทบทุกประเทศเลยนะครับ
อย่างว่าบ้านเค้าคงทำงานใช้สมอง
ส่วนบ้านเราส่วนมากใช้แรง อ่า
meji2011 January 24th, 2012, 07:27 AM อย่างว่าบ้านเค้าคงทำงานใช้สมอง
ส่วนบ้านเราส่วนมากใช้แรง อ่า
ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่นะครับ จริงอยู่ที่รายได้้
ประชากรเค้าอาจจะมากว่าเราแต่รายจ่ายหล่ะ
เผลอๆการพัฒนาไม่หนีจากเราเท่าไหร่หรอก
ครับ (ไม่ค่อยมีข้อมูลอ่ะ ครับ ถ้่ผิดพลาดขออภัยครับ)
mbokudake January 25th, 2012, 09:21 AM ความตรงต่อเวลาของคนบราซิล เราต้องยกนิ้วเค้าให้ครับ
ถ้านัดเจอพวกเค้าตอน 10 โมงเช้า พวกเค้าจะมากันตอน 11 โมง อันนี้เวลามาตรฐาน เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเจอคนบราซิลตอน 10 โมงให้บอกว่า เรามีนัดตอน 9 โมงนะ
fas235 February 18th, 2012, 04:19 PM กลุ่มสิทธิฯ โสมขาวค้านจีนส่งผู้แปรพักตร์โสมแดงกลับ ปท.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กุมภาพันธ์ 2555 17:57 น.
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของเกาหลีใต้ นำกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้นับร้อยคน รวมตัวที่สถานทูตจีน ในกรุงโซล เพื่อเรียกร้องไม่ให้ทางการจีนส่งชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ และหลบหนีเข้าไปในจีนกลับบ้านเกิด โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่ถูกจีนจับได้จำนวน 33 คน แต่สื่อเกาหลีใต้ระบุว่า มี 24 คน
อดีตผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือคนหนึ่ง เปิดเผยว่า หากจีนส่งผู้แปรพักตร์กลับบ้านเกิดจะเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะพวกเขาจะถูกสังหารต่อหน้าสาธารณชน หรืออาจถูกคุมขังตลอดชีวิต และเรียกร้องให้จีนคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของชาวเกาหลีเหนือ
ทั้งนี้ ทางการจีนและเกาหลีใต้ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อการเคลื่อนไหวครั้งนี้ และที่ผ่านมา ทางการจีนมักส่งตัวผู้แปรพักตร์กลับเกาหลีเหนือ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000022487
Omegadestiny February 21st, 2012, 04:23 AM The People's Republic of Capitalism.
toonnaruk February 21st, 2012, 05:27 PM *ภาษาอังกฤษ : *ภาษาต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของจีนยุคใหม่
ที่ประเทศจีน* ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาต่างประเทศอันดับ 1 ที่ชาวจีนต้องการเรียนรู้มากที่สุดเพราะภาษาอังกฤษถูกมองว่าเป็นประตูสู่การศึกษาในระดับสูง* โอกาสได้งานที่ดีกว่า* โอกาสทางธุรกิจ และการแสดงสถานะทางสังคม*** พนักงานออฟฟิศของประเทศจีนต่างใช้เวลาว่างขวนขวายในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อโอกาสในการเติบโตในหน้าที่การงาน* คนที่มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับดีมากถูกมองว่าเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูงในทุกด้าน*
การที่ จีน เปิดประเทศและการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ทำให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในจีนมากขึ้น* ประกอบกับการที่ จีน จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคปี 2008 ที่ปักกิ่ง และเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิร์ลด์เอ็กซ์โป 2010 ที่เซี่ยงไฮ้* ล้วนมีส่วนกระตุ้นให้ชาวจีนเป็นจำนวนมากหันมาพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อรองรับต่อการเข้าสู่สังคมนานาชาติ* ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ของจีนยุคใหม่
ทุกวันนี้ จีน กลายเป็นประเทศที่คนเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุดในโลก* ข้อมูลปี 2003 - 2004* มีนักเรียนชาวจีนมากกว่า 600 ล้านคนที่เรียนภาษาอังกฤษในระบบการศึกษาของจีน* โดยมีครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นชาวต่างชาติจำนวน 150,000 คน และมากกว่า 1 ล้านคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นชาวจีน* (www.usingenglish.com/esl-in-china/trojan-horse.pdf )
*หากการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศจีนประสบความสำเร็จจนผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้* ก็หมายความว่าในอนาคตอันใกล้นี้* คนจีนจะสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางซึ่งจะทำให้คนจีนมีข้อได้เปรียบที่มากกว่าชนชาติอื่นๆ* เพราะสามารถสื่อสารได้ทั้งสองภาษาที่มีบทบาทและอิทธิพลมากในสังคมโลกยุคปัจจุบัน*
KhimNawa February 28th, 2012, 03:05 AM จีน ผุดสนามบินแห่งใหม่ในปักกิ่ง
จีน เตรียมสร้างสนามบินใหม่ในกรุงปักกิ่งปีนี้ คาดจะมีความคับคั้งแซงหน้าสนามบินสหรัฐที่รับผู้โดยสารได้มากที่สุดในโลก
นิตยสารไคจิง ฉบับออนไลน์ รายงานว่า นครปักกิ่ง จะเริ่มการก่อสร้างสนามบินในปีนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมาแทนที่สนามบินนานาชาติฮาร์ทฟิลด์-แจ๊คสัน ในรัฐแอตแลนตาของสหรัฐในฐานะสนามบินที่มีความคับคั่งมากที่สุดของโลก โดยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสนามบินดังกล่าวอยู่ที่ 3.02หมื่นล้านหยวน (4.80พันล้านดอลลาร์)
ด้านไชน่า เรดิโอ อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า สนามบินแห่งใหม่ที่กำลังจะก่อสร้างนี้ จะมี 9รันเวย์ สามารถรองรับผู้โดยสารมากกว่า 130ล้านคน และรองรับการขนส่งสินค้าได้ราว 5.5ล้านตันต่อปี
ส่วนหนังสือพิมพ์ปักกิ่ง ยูธ เดลี ฉบับออนไลน์ รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของผู้บริหารสายการบินรายหนึ่งว่า สนามบินดังกล่าว ซึ่งยังไม่ได้ตั้งชื่อ จะมีพื้นที่ 2,680เฮกเตอร์ (6,620เอเคอร์)
การก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตต้าซิง ห่างจากจตุรัสเทียนอันเหมิน ไปทางใต้ประมาณ 46กม.นั้นจะแล้วเสร็จในเดือนต.ค.2560 ซึ่งสนามบินที่มีอยู่ 2แห่ง ของกรุงปักกิ่งในปัจจุบัน ได้ให้บริการเต็มขีดความสามารถสูงสุดแล้ว
http://news.voicetv.co.th/global/32223.html
kenos March 4th, 2012, 10:41 AM ลงนามการเป็นบ้านพี่เมืองน้องอย่างเป็นทางการ เชียงใหม่ - ฉงชิ่ง
http://www.chiangmaichamber.com/uploads/c2-14-6-54.JPG http://www.chiangmaichamber.com/uploads/c5-14-6-54.JPG
http://www.chiangmaichamber.com/uploads/c6-14-6-54.JPG http://www.chiangmaichamber.com/uploads/c7-14-6-54.JPG
Wisarut March 16th, 2012, 09:37 PM ธปท.นำทุนสำรองฯซื้อบอนด์หยวน (http://www.thaipost.net/news/170312/54129)
ข่าวเศรษฐกิจ
ไทยโพสต์
17 มีนาคม 2555 - 00:00
ธปท.เตรียมดึงทุนสำรองฯ ลงทุนบอนด์สกุลเงินหยวน หลังทางการจีนเปิดทางสะดวก
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมนำทุนสำรองระหว่างประเทศ ไปลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินหยวนในจีนเร็วๆ นี้ หลังได้รับอนุญาตจากทางการจีน ให้สามารถไปลงทุนได้ 300 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทางการจีนอนุญาตให้ ธปท.สามารถลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนได้ ทั้งหุ้นและตราสาร แต่เนื่องจากกฎหมายไทยอนุญาตให้ ธปท.ลงทุนได้เฉพาะตราสารเท่านั้น นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ทางการจีนยังอนุญาตให้ธปท.ไปลงทุนในตลาดกู้เงินระหว่างสถาบันการเงิน (Inter bank) และตลาดพันธบัตร จำนวน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
“การไปลงทุนในจีน จะทำให้ ธปท.สามารถกระจายเงินสำรองฯ เข้าไปสู่สกุลเงินที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต และเป็นสกุลเงินที่มีความมั่นคง” นายประสาร ระบุ
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ธปท.รายงานทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 9 มี.ค. มีจำนวน 179,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดจากสัปดาห์ก่อน 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 29,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทุนสำรองฯ สุทธิ 208,100 ล้านเหรียญสหรัฐ สินเชื่อให้กับรัฐบาลมีมูลค่า 115,800 ล้านบาท สินเชื่อสภาพคล่อง 3,982,500 ล้านบาท และฐานะสุทธิอยู่ที่ 1,289,300 ล้านบาท.
Bank of Thailand (BOT) has been allowed by People's Bank of China (中国人民银行/中國人民銀行) (http://www.pbc.gov.cn) to invest 300 Million US Dollars on Yuan Denomination Bonds which has been approved a week ago.
Furthermore, People's Bank of China (中国人民银行/中國人民銀行) (http://www.pbc.gov.cn) has allowed BOT to invest on FOREX in from of stock, equity, interbank loans, assets/bonds tradings up to 1,000 million Baht but BOT regulation ALLOWS BOT to invest ONLY at assets/bonds ...
The permission to allow BOT to purchase bonds in Yuan denomination is the first step to put Yuan into foreign currency reserves at part with US Dollar, Japanese Yen and Euro.
The reserves on 9 March 2012 (reported on 16 March 2012) held by BOT is 179.1 Billion Dollars - down from the previous week by 0.9 billion Dollar ... while l the Forward FOREX trading is 29 billion Dollars - with the total asset of 208.1 billion Dollars
Loan for the government: 115.8 billion Baht
Loan for the financial liquidity: 3982.5 billion Baht
the current status of cash in the market is 1,289.3 billion Baht
Wisarut March 16th, 2012, 10:35 PM Never underestimate on the power struggle between the Premier who insist the reform who is now cling with Chairman Mao's ideology who used to run Chongqing until he was sacked by the Premier with the final warning from the Premier that:
Comrade Bo Xilai (薄熙來/薄熙来), Accept the the Continuation of the Reform or the Full Scale Civil War comparable to Cultural revolution (文化大革命) (http://en.wikipedia.org/wiki/Cultural_revolution)- Your excellent Red Model to run Chongqing has shown the cracks by Wang Lijun incident (http://en.wikipedia.org/wiki/Wang_Lijun_incident) which comrade Wang Lijun has leaked the information about corruption and collisions you have involved to US Consulate in Cheng Du! What a hell are you doing?! Destroyign the Gain Originated by Comrade Deng and replaced with the Revised Model of Chairman Mao?
http://www.thaipost.net/news/160312/54097
Wisarut March 29th, 2012, 02:02 PM ครม.อนุมัติเปิดสถานกงสุลใหญ่ของจีนประจำจ.ขอนแก่น มีเขตกงสุลคลุม 20จังหวัด (http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=114751:-20-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524)
โดย ณัฐญา เนตรหิน
ข่าวรายวัน - ข่าวในประเทศ
ฐานเศรษฐกิืจ
วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2012 เวลา 15:14 น.
วันนี้ ( 29 มี.ค.55) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในการที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนขอเปิดสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดขอนแก่น โดยมีเขตกงสุลครอบคลุม 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย นครพนม สกลนคร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร มหาสารคาม ชัยภูมิ เลย กาฬสินธุ์ บึงกาฬ ยโสธร ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ
Wisarut March 29th, 2012, 02:17 PM ฺBOT making a clear point to invest 2.3 Billion US Dollars in Yuan - 1.3 Billion Dollar to purchase assets/bonds in Yuan Denomination in Mainland China Money markets and 1.0 Billion Dollars to purchase assets/bonds in Yuan Denomination in Hongkong Money markets.
However, BOT considers Yuan Denomination assets NOT as a part of foreign currency reserves according to the criteria by IMF even though the rising Yuan will soon to become a part of foreign currency reserves as it has shown stability.
http://soclaimon.wordpress.com/2012/03/24/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%98%E0%B8%9B%E0%B8%97-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97/
kenos April 17th, 2012, 06:02 PM ศูนย์สินค้าหัตถกรรมเชียงใหม่ ณ. YUNFANG SOUTHEAST ASIAN SHOPPING MALL นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สปช.จีน
ประธานในพิธีเปิด นายวรการ ยกยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ด้านเศรษฐกิจ
http://www.bloggang.com/data/moonfleet/picture/1307769699.jpg http://www.bloggang.com/data/moonfleet/picture/1307770495.jpg
http://www.bloggang.com/data/moonfleet/picture/1307771769.jpg http://www.bloggang.com/data/moonfleet/picture/1307772162.jpg
Pingsuke April 17th, 2012, 06:07 PM อยากรู้ว่าป้ายของที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทยสาขาเซี่ยงไฮ้ ที่พระเทพฯ พึ่งไปทำพิธีเปิด ถึงมีแค่ภาษาอังกฤษกับจีน ไม่มีภาษาไทย? นี่ถ้าจีนมาเปิดสำนักงานอะไรในไทย แล้วไม่มีภาษาจีนเลยสักตัว คงแปลกพิลึก
kenos April 17th, 2012, 06:09 PM เก้าท่าสิบสองปันนา (Nine Tower & Twelve Walled)
ทุนเชียงใหม่รุกคืบจีน ณ เขตปกครองตนเองเมืองสิบสองปันนา
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/NineXishuang/DSC09014.JPG
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/NineXishuang/DSC09015.JPG
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/NineXishuang/DSC00922.JPG
http://www.oknation.net/blog/akom/2011/02/05/entry-1
Pingsuke April 17th, 2012, 06:12 PM ^^ วัฒธรรมใกล้เคียงกันอยู่นะแถบนั้น ดีไม่ดีเขาเข้าใจผิดไปว่าเป็นศิลปะสิบสองปันนา
kenos April 17th, 2012, 06:29 PM ^^ วัฒธรรมใกล้เคียงกันอยู่นะแถบนั้น ดีไม่ดีเขาเข้าใจผิดไปว่าเป็นศิลปะสิบสองปันนา
คานกันอย่างมีสมดุลดีกว่าครับ สิบสองปันนาอดีตหัวเมืองประเทศราชของอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันก็ยังมีหลบหนีเข้ามาทำงานอยู่ในเชียงใหม่ปริมาณเยอะพอสมควรครับ เคยถามมาแล้วว่าทำไมไม่ทำอยู่ที่บ้านตัวเองละตอนนี้ก็ออกจะเจริญแล้ว เค้าบอกแค่ว่าภาพที่เห็นความจริงในระดับประชาชนไม่ได้เป็นแบบที่เห็น เข้ามาทำงานในเชียงใหม่ได้เงินเยอะกว่า สะดวกสบายกว่าแล้วที่สำคัญคืออิสระเสรีเยอะกว่า แต่เชียงใหม่ปล่อยผ่านพอสมควรแรงงานกลุ่มนี้ครับ ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากแบบพม่าแท้ที่ไม่ใช่ไทเขินจากรัฐฉานเพราะคนไทเขินกับกลุ่มไทลื้อสิบสองปันนานี้จะพูดคำเมืองได้ครับ สื่อสารกับคนเชียงใหม่รู้เรื่องทางพม่าชอบประท้วงมาบ่อยๆว่าเชียงใหม่ชอบให้ความร่วมมือกับพวกนี้มากกว่าทางการพม่า ซึ่งเรื่องของเรื่องมีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์ร่วมกันทั้งนั้นครับ :D
kenos April 25th, 2012, 06:54 PM ประธานสภาจีนเยือนเชียงใหม่
http://www.chiangmainews.co.th/page/show_image_NpAdvMainFea.php?filename=/2012/04/64.jpg&cat=1&pid=86458&cache=false
ประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีนเยือนจังหวัดเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ
นายเจี่ย ชิ่งหลิน (H.E. Mr. Jia Qinglin) ประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมือง แห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะจำนวน 115 คน เดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการและไปนมัสการกราบไหว้วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ โดยมีกลุ่มแม่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับตามประเพณีแบบล้านนา
ทั้งนี้นายเจี่ย ชิ่งหลิน ประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน และบุคคลสำคัญ อาทินายเฉียน อวิ้นลู่ รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการ เมืองแห่งชาติและเลขาธิการสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ นายซุน ก้าน สมาชิกคณะกรรมการประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ มีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมชม สถานที่ต่างๆ ทั้งแหล่งโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอแม่ริม ก่อนที่จะเดินทางกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน
ข่าวโดย : ชีวิน/ ทรงเกียรติศักดิ์
หน่วยงาน : สทท.เชียงใหม่
kenos May 15th, 2012, 12:08 PM เชียงใหม่และสิบสองปันนาแสดงเจตจำนงสถาปนาเมืองพี่เมืองน้อง
http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT6P_hw24EuAk2wKtKxTRnr_TrQAQ0CPXhakMVFkbfnFVd-1TfL
ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน และคณะเดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยการสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ (15 พ.ค.55) ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา (Miss Dao Linyin) มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ซึ่งเดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2555 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสอง ปันนากับจังหวัดเชียงใหม่ ให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องของทั้งสองเมือง และหารือเรื่องการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) และเดินทางไปศึกษาดูงานการผลิตสมุนไพรสบู่ ครีม น้ำมันนวดสมุนไพรในโรงงานผลิตยาสมุนไพรของจังหวัดเชียงใหม่/ลำพูน เพื่อหาแนวทางในการร่วมมือกันในอนาคต
ในการหารือครั้งนี้ ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ได้มีข้อเสนอขอให้ประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เขตปกครองตนเองสิบสองปันนาเป็นประตูเข้าสู่ตลาดจีน ทั้งนี้คนจีนนิยมบริโภคสินค้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผลิตทางการเกษตร ขอให้จังหวัดเชียงใหม่ส่งเสริมการท่องเที่ยว 4 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย และช่วยประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงที่มีวัฒนธรรมหลากหลายคล้ายคลึงกัน และมีประชากร อยู่กันอย่างฉันท์มิตรและเป็นสุข เชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้าไปร่วมลงทุนในเขตอุตสาหกรรมเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลกลางจีนอนุญาตให้ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีและคำแนะนำครบวงจร และขอให้จังหวัดเชียงใหม่เผยแพร่มวยไทย (ไท่ฉวน) ในสิบสองปันนา เป็นการแลกเปลี่ยนกีฬาและวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งสิบสองปันนามีนักท่องเที่ยวไปเยือนประมาณปีละ 5 ล้านคน
ข่าวโดย : ชูโชค ทองตาล่วง
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
kenos May 25th, 2012, 11:42 AM ประธานสภาชาวจีนเมืองผู่เอ๋อ เยือนเชียงใหม่ กระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนด้านการค้าการลงทุน
http://www.prdnorth.in.th/Images/NewsImg/D12/120525110153.gif
ประธานสภาชาวจีนเมืองผู่เอ๋อ มณฑลยูนนาน และคณะ เยือนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนกับจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2555
ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้(25 พ.ค.55) นายขวาง หย่ง ชิง ประธานสภาชาวจีน เมืองผู่เอ๋อ มณฑลยูนนานและคณะ ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนที่เกี่ยวข้องของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สำนักงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และ นายชูโชค ทองตาล่วง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือร่วมกันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการส่งเสริมและขยายความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างเมืองผู่เอ๋อ กับจังหวัดเชียงใหม่ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นของทั้งสองเมืองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ประธานสภาชาวจีนเมืองผู่เอ๋อและคณะ ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2555 และนำคณะนักธุรกิจจีน เข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ “ การจับมือกันร่วมลงทุนเชิงสร้างสรรค์สู่ชัยชนะทางการค้าร่วมกัน” ร่วมกับภาคเอกชนและนักธุรกิจไทยในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนด้านการค้าการ ลงทุนระหว่างกันของสองเมืองซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันอยู่แล้ว
เมืองผู้เอ๋อ เป็นเมืองที่ผลิตชาที่มีชื่อเสียงว่าเป็นชาที่ดีที่สุดของโลก เป็นเมืองที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของมณฑลยูนนาน มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศลาว พม่า และเวียดนาม มีพืชผลทางการเกษตรมากมายเช่นเดียวกับไทย มีชนเผ่า 24 ชนเผ่า และอยู่ใกล้จังหวัดเชียงใหม่ของไทยมากที่สุด
ข่าวโดย : ชูโชค ทองตาล่วง
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
mbokudake May 27th, 2012, 05:33 PM ชาผูเอ่อ (普洱茶) เป็นหนึ่งในสุดยอดของชาจีนครับ ฮ่องกงเรียก โผวเหน๋ฉ่า
|
|