View Full Version : UDONTHANI - Gateway to IndoChina
KhunWasut October 4th, 2009, 08:00 AM ^^
ว่างๆ ก็มาเที่ยวอุดรได้เสมอครับคุณ phonix ชาวอุดรยินดีต้อนรับครับ ผมก็อยากไปอุบลเหมือนกัน เกือบจะได้ไปอุบลช่วงแห่เทียนแล้วในปีหนึ่ง แต่โรงแรมที่อุบลเต็มหมดเลย เลยไม่ได้ไปครับ :)
อุบลเป็นเมืองบิ๊กโฟว์แห่งอีสานเพียงเมืองเดียวที่ผมยังไม่เคยเห็นยังไม่เคยสัมผัส จะว่าไปแล้วอุบลและอุดรก็มีอะไรคล้ายๆ กันเยอะนะครับอย่าง
1. ชื่อคล้ายกันจนคนหลายคนสับสนอุดรธานีกับอุบลราชธานีก็มี
2. ในประวัติศาสตร์ของเมืองทั้งสองเมือง เกี่ยวข้องกับกรมหลวงประจักษ์ฯ ทั้งสองเมือง
3. อุดรธานีและอุบลราชธานีมีทุ่งศรีเมืองเหมือนกัน
4. เคยเป็นฐานทัพอเมริกันช่วงสงครามเวียดนามเหมือนกัน
ผมว่าอุดรกับอุบลน่าจะเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันนะครับ ระยะทาง 400 กิโลเมตรระหว่างกันไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย :)
KhunWasut October 4th, 2009, 08:35 AM อีกหนึ่งโครงการที่ผมอยากให้เกิดขึ้นมากๆ ผมว่าจะส่งผลดีระดับประเทศด้วย นั่นก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงอุดรธานี - กรุงเทพฯ
ทำไมต้องเป็นอุดรธานี - กรุงเทพฯ ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีประชากรเยอะที่สุดในประเทศ และการที่รถไฟวิ่งจากอุดรธานีถึงกรุงเทพ จะผ่านเมืองใหญ่ของอีสานถึงสามเมืองอย่างอุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา อาจมีจุดจอดที่เขาใหญ่ด้วยเพื่อจับกลุ่มนักท่องเที่ยว และยังผ่านเขตอุตสาหกรรมของภาคกลางอย่างสระบุรีและอยุธยาอีกด้วย ผมว่าเส้นทางรถไฟสายนี้ยังมีความสำคัญเพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับประเทศลาวในอนาคตด้วย และระยะทางแค่ 560 กิโลเมตรจากกรุงเทพมาถึงอุดรธานีผมว่ากำลังพอดีๆ เหมือนจากโตเกียวไปถึงโอซาก้าในญี่ปุ่นเลย ชินกันเซนของเขานั่งจากโอซาก้าสองสามชั่วโมงก็ถึงโตเกียวแล้ว แต่ของเรานี่ล่อไปเกือบครึ่งวัน
และโครงการที่ทางจังหวัดสมควรผลักดันก็คือ ขบวนรถไฟสายอุดรธานี - หนองคาย - เวียงจันทน์ เพราะเป็นการส่งเสริมการคมนาคมระหว่างสามเมืองนี้อย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟหรือรถโดยสารมาลงที่อุดรธานีหรือหนองคายก็ได้ แล้วต่อรถไฟจากอุดรธานีหรือหนองคายไปเวียงจันทน์ หรือหากนั่งเครื่องบินมาลงที่อุดรธานีก็มาขึ้นรถไฟต่อที่อุดรธานีได้เหมือนกัน หากถามว่าแล้วจะไม่เป็นการซ้ำซ้อนกับรถโดยสารอุดรธานี - เวียงจันทน์หรอกหรือ ผมว่ารถไฟกับรถทัวร์น่าจะเจาะตลาดคนละกลุ่มกันนะครับ ผมว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจะชอบเดินทางโดยรถไฟมากกว่ารถทัวร์ เพราะปลอดภัยเชื่อถือได้มากกว่า และมีหน่วยงานรับผิดชอบหน่วยงานเดียว (คือการรถไฟฯ) สามารถซื้อตั๋วได้ไม่ยาก ที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย ส่วนนักเดินทางชาวท้องถิ่นทั้งอุดร หนองคาย หรือชาวลาวเอง ผมว่าจะตรงกับกลุ่มลูกค้าของรถประจำทางปกติมากกว่า ยังไงๆ รถไฟสายหนองคาย - ท่านาแล้ง (เวียงจันทน์) ผมว่าน่าจะขยายต่อมาให้ถึงอุดรธานีด้วยนะครับ จะได้มีการหยุดที่หนองคาย เพื่อให้พี่น้องชาวอุดรที่อยากไปช็อปปิ้งที่ตลาดท่าเสด็จที่หนองคาย หรือชาวหนองคายที่มาเรียนหรือมาเดินเล่นที่เซ็นทรัล - UD Town ที่อุดรไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้นด้วยครับ อุดรกับหนองคายห่างกันแค่ 50 กิโลนิดๆ เท่านั้น ผมว่าไม่น่าจะใข้เวลานานเกิน 2 ชั่วโมงต่อวันในการวิ่งไปกลับอุดร - หนองคายนะครับ
anuchaya October 4th, 2009, 08:38 AM ว่างๆเลยไปถ่ายภาพมาให้ดูเล่น หยิบกล้องไปแต่ดันแบตหมด เลยเอามือถายถ่าย
http://upic.me/i/aj/006666.jpg
http://upic.me/i/15/7g007.jpg
เอ้าท์เล็ตมอลล์ กำลังล้อมคอก
anuchaya October 4th, 2009, 08:42 AM http://upic.me/i/oe/ms001.jpg
http://upic.me/i/xt/002222.jpg
ส่วนโลตัส เอาคอกออกแล้ว
http://upic.me/i/yp/004444.jpg
คาร์ฟูร์ สาขา ยูดี
จริงๆถ่ายมาเยอะกว่านี้แต่ภาพไม่ชัด เอาไว้กล้องพร้อมจริงๆจะมาอัพเดตต่อ
Chad October 4th, 2009, 08:44 AM รออยู่นะครับ :)
mRneOzaPlanet October 4th, 2009, 08:48 AM เรื่องย้ายพ่อค้า แม่ค้า บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลและคุ้มอัยการ มีคำสั่งจากเทศบาลแล้ว คงจะ effective เทอมหน้า หรือปีการศึกษาหน้า ตอนนี้พ่อค้า แม่ค้าก็เริ่มติดต่อขอเช่าพื้นที่หน้าร้านค้าฝั่งตรงข้ามแล้วครับ เตรียมอพยพย้ายฝั่งกันแล้ว
แล้วอย่างนี้ทางเดินในร่มที่เพิ่งสร้างเสร็จที่ยาวจากอุดรพิทย์ไปถึงราชินูจะถูกรื้อไหมเนี่ย
ผมว่าออกจะดูดีนะครับ มีสักกี่แห่งในประเทศกันที่มีทางเดินในร่มเชื่อมยาวทั้งสามโรงเรียนให้นักเรียนคอยหลบแดดหลบฝน
:bash::bash::bash:
KhunWasut October 4th, 2009, 08:54 AM http://www.bloggang.com/data/chuk007/picture/1253702409.jpg
แอบเข้าไปดูห้องหาดใหญ่สงขลาเขาคุยกันเรื่องทางรถไฟสายหาดใหญ่ - สงขลา ซึ่งห่างกันไม่มาก ผมว่าหากจะเอามาใช้กับเส้นอุดร - หนองคาย - เวียงจันทน์ผมว่าไม่เลวนะครับ รัฐบาลเอาเงินมาทุ่มเมื่อไหร่ รางคู่จากเวียงจันทน์ถึงอุดรธานีก็ประมาณไม่เกิน 100 กิโลเมตร ผมว่ามันเกิดขึ้นได้แน่ๆ ครับ แล้วก็ติดระบบไฟฟ้าตลอดเส้นทางจากเวียงจันทน์ถึงอุดรธานี แล้วเอารถไฟแจ่มๆ แบบนี้มาวิ่ง ขอเงินสนับสนุนจากจีนไม่น่าจะยากมาก เพราะจีนก็น่าจะสนใจเชื่อมประเทศตัวเองเข้ากับอาเซียนทางรถไฟ เพื่อเป็นเส้นทางขนสินค้าลงมายังไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์อยู่แล้ว ส่วนเรื่องศุลกากรเพื่อความรวดเร็วในการเดินทางผมเสนอให้ทุกสถานีระหว่างทางมีจุดตรวจหนังสือเดินทางและศุลกากร (เส้นทางที่ผมเสนอนี้ควรจอดที่สามสถานีใหญ่ๆ เท่านั้น คือที่อุดรธานี หนองคาย และเวียงจันทน์) เพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งต่อไปได้หลังส่งผู้โดยสารที่สถานีแล้ว ไม่ต้องจอดรอพิธีการทางศุลกากรและพิธีตรวจคนเข้าเมืองที่ชายแดนให้เสียเวลา
เส้นทางนี้จะทำให้พวกเราพี่น้องจากสามเมืองนี้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของพวกเราทุกเมืองอย่างแท้จริง ลาวได้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจากไทย หนองคายได้นักท่องเที่ยวและชาวอุดรที่หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และอุดรจะได้ขาช็อปจากทั้งลาวและหนองคาย ได้หมดทุกเมืองอย่างแน่นอน รอแต่ผู้ที่กล้าตัดสินใจนี่แหละครับ ผมว่า work แน่ๆ :banana:
mRneOzaPlanet October 4th, 2009, 08:55 AM ผมมีรายชื่อโครงการต่างๆในจังหวัดอุดรมาฝากนะครับ (เฉพาะ อำเภอเมือง พอนะครับไม่งั้นเยอะมาก 5555 ) มีหลาย stage ตั้งแต่
1. เตรียมโครงการ
2. ออกแบบ
3. เตรียมเอกสาร
4. ประมูล
5. ก่อสร้าง
6. ชะลอโครงการ
- ตึกคอม อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- เดอะ มอลล์ อุดรธานี (กรีน โพรเจค) : เตรียมโครงการ
- โครงการหมู่บ้านจัดสรรที่จังหวัดอุดรธานี (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ) : เตรียมโครงการ
- อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 4 : งานก่อสร้าง
- โครงการหมู่บ้านจัดสรรที่จังหวัดอุดรธานี (บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน )) : เตรียมโครงการ
- แฟลกชิป สโตร์ โรบินสัน อุดรธานี : ชะลอโครงการ
- ซุปเปอร์ สปอร์ท สาขา เซ้นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- เอสเอฟ ลานโบว์ลิ่ง เซ้นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- กลุ่มอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี : งานก่อสร้าง
- บ้านพัก คลังวัสดุ และสำนักงาน ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงอุดรธานี 3 : เตรียมเอกสาร
- อาคารเรียน 3 ชั้น โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี : ประมูล
- อาคารเรียน 4 ชั้น 12 ห้อง โรงเรียนเทศบาล 4 วัดโพธิวราราม : ประมูล
- ธนาดร โฮมเพลส : งานก่อสร้าง
- ยูดี ทาวน์ โฮเต็ล : ออกแบบ
- ยูดี ทาวน์ ช๊อปปิ้ง มอลล์ : งานก่อสร้าง
- อุดร พลาซ่า โซน อาคารพาณิชย์ : งานก่อสร้าง
- อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี : ประมูล
- ตกแต่งอาคาร โซนห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ภายในเซ็นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : ออกแบบ
- ปรับปรุง เซ็นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : ออกแบบ
- อาคารศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี : งานก่อสร้าง
- เทสโก้ โลตัส เซ็นเตอร์ สาขาอุดรธานี : งานก่อสร้าง
- อาคารผู้ป่วยในตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี : งานก่อสร้าง
- สิทธารมย์ อุดรธานี : งานก่อสร้าง
- โรงแรม อิมม์ อุดรธานี : ออกแบบ
* ระยะเวลา ปรับปรุงก่อสร้าง Central Plaza Udonthani นานพอสมควรเลยนะครับ ไตรมาศที่ 1 ปี 2553-ไตรมาสที่ 3 ปี 2555.....
**เพิ่มเติม
-outlet mall
-ดาวทาวน์พลาซ่า
-คาร์ฟูสาขา2 @ UDtown
-โรงแรมบูทีคสไตล์สุดล้ำ ประจักษ์ตรา
-โรงแรมขนาดใหญ่ สยามแกรนด์
-อาคารพาณิชย์ไตล์ยุโรปสุดหรูใจกลางเมือง
คุณ chad ได้ข้อมูลมาจากไหนหรอครับ แล้วเชื่อได้มากน้อยขนาดไหน
แต่ถ้ามันคือข้อมูลจริง ผมว่ามันจะเป็น โอเวอร์ซัพพลาย มากมายเลยหล่ะคับ
แล้ววันที่ทุกอย่างเสร็จ อุดรธานีอีก 5 ปีต่อจากนี้คงเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆเลยหล่ะครับ
ลุ้น ต่อไป
KhunWasut October 4th, 2009, 09:01 AM ^^
จะ oversupply หรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ภาษิตโบราณเขาว่า สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ตอนนี้โครงการเหล่านี้ยังไม่เกิดเลย หากเกิดจริงตอนนี้เราก็คงบอกไม่ได้ว่าสถานการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง อย่าเพิ่งพูดให้ร้ายบ้านเกิดเราตอนนี้เลยครับ พอทุกอย่างเสร็จหมดเราคงจะเห็นความจริงทุกอย่างเอง อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดไว้ก็ได้ครับ :)
Nevadaboy October 4th, 2009, 09:09 AM ผมคิดว่า แต่ละโครงการถ้ามันเกินร้อยล้าน คนจะลงทุนเค้าคงรู้เองแหละว่า มันจะโอเวอรืซับพลายไหม เค้าคงมีทีมประเมิน ก่อนแล้ว อีกอย่างเรื่องอย่างงี้วงในมันถึงกันหมด ใครเอาจริงหรือแค่หยั่ง
แต่ถ้าความรู้ ป ปลาอย่างผม ไอ้ที่เตรียมโครงการ ส่วนของห้างต่างๆ มีได้พับแผนแน่ ถ้าเซนมาลงเต็มที่ เพราะอย่างเชียงใหม่ยังกระเทือนถึงกาดสวนแก้วเลย
mRneOzaPlanet October 4th, 2009, 09:20 AM http://www.uppicweb.com/i/ih/cpudf2.jpg
ทำเจ๋ง สวย มาก เลย ครับ มา ซะ ขาว เท่า ดำ เลย หะหะ
ใช้ได้ครับสำหรับรูปแบบนี้ แต่ขาดสิ่งหนึ่งไปนะครับ คือขาดอาคารที่จอดรถ ถ้าพื้นที่ว่างๆโซนด้านหลังขึ้นอีกสักอาคารสำหรับเป็นอาคารที่จอดรดสัก 4-5 ชั้น มันจะแจ่มเลย
^^
555+ :nuts: :lol:
ส่วนคุณ mRneOzaPlanet ออกแบบเซ็นทรัลได้สวย แจ่มไปเลยครับ นับถือๆ:banana:
ออกแบบได้สุดยอดคับ :banana::banana::banana:
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวว่างๆจะเพิ่มอาคารจอดรถและลองออกแบบไฮไลท์ตรงด้านหน้าหัวมุมถนนลองดู
:lol::lol:
anuchaya October 4th, 2009, 09:32 AM จริงๆเฉพาะโครงการที่กำลังก่อสร้างก็เยอะกว่านี้นะครับ
ที่อุดรธานีมีการลงทุนของเอกชนเยอะ ผมว่าคงมีอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากประเทศจีน เอาแค่สินค้าที่ขายส่งในจังหวัดอุดรธานีตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาจากจีนเป็นส่วนมาก และอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าจีนจะเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ระบบคมนาคมขนส่งของจีนจะขยายออกไปทุกทิศ
ให้ผมฟันธง ผมว่ารถไฟความเร็วสูงจากจีนคงจะมาถึงอุดรธานี ก่อน กรุงเทพ-อุดรธานี
esso_oil October 4th, 2009, 09:33 AM แล้วอย่างนี้ทางเดินในร่มที่เพิ่งสร้างเสร็จที่ยาวจากอุดรพิทย์ไปถึงราชินูจะถูกรื้อไหมเนี่ย
ผมว่าออกจะดูดีนะครับ มีสักกี่แห่งในประเทศกันที่มีทางเดินในร่มเชื่อมยาวทั้งสามโรงเรียนให้นักเรียนคอยหลบแดดหลบฝน
:bash::bash::bash:
COVER WAY ที่สร้างตั้งแต่ช่วงอุดรพิทย์จนถึงราชินู คงไม่ถูกรื้อถอนหลอกครับ เพราะอนาคตถ้าจะมีการก่อสร้างสำนักงานอัยการ เขาก็ไม่ได้กินพื้นที่ออกมานอกบริเวณบาทวิถีหลอกครับ สาเหตุที่เขารีบเคลียร์พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอยที่บริเวณดังกล่าว หลักๆคงมาจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ใช้พื้นที่บาทวิถีของ COVER WAY จนเด็กนักเรียนไม่มีทางเดิน นักเรียนส่วนหนึ่งต้องลงมาเดินในท้องถนน ซึ่งไม่เป็นระเบียบและเป็นอันตราย โดยส่วนตัวผม เห็นด้วยที่จะจัดระเบียบบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ในบาทวิถีดังกล่าวนะครับ...เขาส้รางมาให้นักเรียนเดินหลบแดดหลบฝน แต่ไม่ได้ส้รางมาให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ใช้เป็นชายคาแย่งพื้นที่สำหรับขายของนะครับ
wut40470 October 4th, 2009, 10:00 AM http://upic.me/i/oe/ms001.jpg
http://upic.me/i/xt/002222.jpg
ส่วนโลตัส เอาคอกออกแล้ว
http://upic.me/i/yp/004444.jpg
คาร์ฟูร์ สาขา ยูดี
จริงๆถ่ายมาเยอะกว่านี้แต่ภาพไม่ชัด เอาไว้กล้องพร้อมจริงๆจะมาอัพเดตต่อ
รออยู่นะคับ อยากเห็น UD TOWN หลายๆมุมจังเลยคับ ขอบคุณคับสำหรับภาพอัพเดต:banana::banana:
wut40470 October 4th, 2009, 10:03 AM ปี52 -53 ธุรกิจการค้าในบ้านเรากำลังร้อนแรงมากคับ ต่อไปคงแย่งตลาดกันอย่างอุตลุด 555
alpashino October 4th, 2009, 10:46 AM ว่างจัดครับ
แหะๆ
http://www.uppicweb.com/i/ih/cpudf2.jpg
เหนื่อยมาก หลับฝันดีกันทุกคนครับ
:banana::banana::banana:
สวย
ไฮโซ
โก้เก๋
อิอิ ยังคงมีลายไหอยู่ ซึ่งดูดีมาก
เก็บรายละเอียดได้ดีนะครับ ชื่นชม :banana::banana:
sansano October 4th, 2009, 10:47 AM "บั้งไฟพญานาค"
http://udonechamber.com/www2/images/stories/September52/firecracker1.jpghttp://muangthai.com/images/uploads/images/muangthai/travelnewssep17001.jpg
ทุก วันออกพรรษา หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จะเกิดปราฏการณ์ "บั้งไฟพญานาค" หรือ บั้งไฟผี ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกไฟสีชมพู ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง พุ่งขึ้นเหนือลำน้ำโขง มีตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงประมาณ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที โดยจะเกิดปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
บั้งไฟพญานาค เกิดจากก๊าซร้อน คือ ก๊าซที่มีส่วนผสมของก๊าซมีเทน และก๊าซไนโตรเจน เป็นส่วนผสมสำคัญ เมื่อเจอกับความกดดันของน้ำ ความกดดันของอากาศในตอนพลบค่ำ หล่มทรายก็จะไม่สามารถรับแรงดันได้ ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ และมีการฟุ้งกระจายไปบางส่วน โดยเหลือแกนในของก๊าซซึ่งลอยตัวขึ้นสูง เมื่อไปกระทบกับอนุภาพออกซิเจนอะตอมที่มีประจุ ที่มีพลังงานสูง ก็จะเกิดการสันดาปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดวงไฟหลายสี แต่ 95% จะเป็นดวงไฟสีแดงอำพัน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วก็หายไป และทุกตำแหน่งที่เกิดบั้งไฟพญานาคจะอยู่ในระดับ 5-13 เมตร
http://www.chaime.net/forum/attachment.php?aid=2115
แล้ว "ทำไม?ต้องเป็นวันนี้" คำตอบจากผู้สันทัดกรณี นพ.มนัส กนกศิลป์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้ซึ่งลงพื้นที่ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ ในการศึกษาค้นคว้า และวิจัยถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินี้มามากกว่า 14 ปีให้เหตุผลสั้นๆ ว่า
"ใน คืนวันออกพรรษาจะมีออกซิเจน ก๊าซที่ช่วยให้ติดไฟสูงสุดในรอบปี ซึ่งก็เกิดจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงพลังงานรังสีของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก"
เมื่อ "โลกร้อน" จะกระทบไหม?ผอ.รพ.สรรพสิทธิประสงค์ บอกว่า การเกิด "บั้งไฟพญานาค" ไม่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน หรือแม้แต่การเคลื่อนตัวเข้ามาของพายุกิสนาที่ไทยกำลังประสบอยู่ หากแต่เป็นเรื่องดีเสียอีก เพราะการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองจะช่วยให้การเกิดบั้งไฟพญานาคดีขึ้น เนื่องจากความชื้นสัมผัสในอากาศจะสูง จะทำให้ติดไฟดี จากการคาดการณ์ปีนี้ จำนวนลูกไฟ ไม่น่าจะลดน้อยลง ส่วน สิ่งที่จะกระทบต่อการเกิดบั้งไฟพญานาคมีเพียงปัจจัยเดียว คือ ระดับน้ำในแม่น้ำเท่านั้น
โลโก้"บั้งไฟ" ถูกย้ายที่ นพ.มนัส ผู้เป็นเสมือนโลโก้บั้งไฟพญานาค กล่าวว่า ปีนี้อาจจะไม่ได้เดินทางไปดูที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เนื่องจากถูกย้ายมาอยู่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี คาดว่าจะดูอยู่ที่นี้ ที่ อ.โขงเจียม ซึ่งได้มีการพูดคุยกับทางจังหวัด ให้จัดทีมลงตรวจสอบพื้นที่ เรือลาดตระเวน จัดทำแผนที่ ว่ามีจุดใดบ้างที่สามารถดูบั้งไฟได้ เพื่อวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด ซึ่งใน อ. โขงเจียม มีจุดชม 3 แห่ง ที่บ้านกุ่ม บ้านท่าล้ง และบ้านตามุย
"สงสัยตัวเองอยู่ เหมือนกันว่า ไม่รู้เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบั้งไฟพญานาคหรือเปล่าถึงถูกย้ายมาประจำที่ นี้" นพ.มนัสกล่าวท้ิงท้ายอย่างอารมณ์ดี
ร่อง รอยที่เชื่อว่าเป็น "พญานาค" นายยอดยิ่ง ราชตั้งใจ ศิลปินดีเด่นจังหวัดหนองคาย ประธานชมรมนาฏศิลป์ เล่าว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ ก่อนถึงวันออกพรรษา หลังจากที่ครูโรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร เสร็จจากเผาโครงกระดูกอาจารย์ใหญ่ ซึ่งอยู่ภายในห้องศิลปะมีไว้ให้นักเรียนวาดเป็นแบบที่วัดข้างๆ โรงเรียน เมื่อเดินทางกลับพบร่องรอยคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น ร่องรอยพญานาค ปรากฏขึ้นที่บริเวณฝากระโปรงรถ 4 คันรวด
"บั้ง ไฟ" ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำโขงศิลปินดีเด่นจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จากสถิติ 2-3ปีที่ผ่านมา พบว่าปริมาณบั้งไฟมีจำนวนที่น้อยลง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณลดลง ปัจจัยหนึ่งมาจากการสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำโขงฝั่งประเทศลาว ข้อดีคือ น้ำไม่ท่วมพื้นที่ของเกษตร แต่ข้อเสียคือ ปริมาณบั้งไฟจะลดน้อยลง ซึ่งในปีนี้ก็คาดว่าจะมีปริมาณไม่มาก
"หนองคาย" พร้อมต้อนรับ นายยอดยิ่ง เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ มาชมปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ 1 ปี จะมีเพียงหนเดียว โดยจังหวัดได้เตรียมพร้อมต้อนรับแขกที่จะเที่ยวชม ตามนโยบายของผู้ว่าฯ "ชาวบ้านที่ดี" โดยในส่วนของตำรวจได้มีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ทางเทศบาลจัดเตรียมความบันเทิง นอกจากนี้ ทางจังหวัดได้เตรียมที่พักไว้ให้บริการ โดยทางอาสารักษาดินแดน ได้จัดเตรียมเต็นท์ ไว้ที่บริเวณหน้าศาลากลางให้บริการในคืนวันที่ 3-4 ต.ค. เพื่อรองรับนัก ท่องเที่ยวที่ไม่มีที่พัก สามารถมาใช้บริการได้ฟรี
โดย ไทยรัฐออนไลน์
4 ตุลาคม 2552, 08:00 น.
alpashino October 4th, 2009, 10:47 AM ว้าวววว แบนเนอร์ กรุงเทพ เพิ่งเคยเหนของไทยนะเนี่ย
ยิ่งใหญ่มากเลยยยย
samatoy October 4th, 2009, 11:08 AM ผมคิดว่า แต่ละโครงการถ้ามันเกินร้อยล้าน คนจะลงทุนเค้าคงรู้เองแหละว่า มันจะโอเวอรืซับพลายไหม เค้าคงมีทีมประเมิน ก่อนแล้ว อีกอย่างเรื่องอย่างงี้วงในมันถึงกันหมด ใครเอาจริงหรือแค่หยั่ง
แต่ถ้าความรู้ ป ปลาอย่างผม ไอ้ที่เตรียมโครงการ ส่วนของห้างต่างๆ มีได้พับแผนแน่ ถ้าเซนมาลงเต็มที่ เพราะอย่างเชียงใหม่ยังกระเทือนถึงกาดสวนแก้วเลย
อะไรก็เกิดขึ้นได้ที่อุดรธานีนะครับ อย่างรู้ๆ กันอยู่ว่าการลงทุนที่อุดรนั้นหมายถึงเขาจะได้ลูกค้าจากทั้งอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย สกลนคร และ นครเวียงจันทน์ ซึ่งนับรวมประชากรรวมกันแล้วก็มากกว่า 5 ล้านคน ( ครึ่งนึงของ กทม. )
Chad October 4th, 2009, 11:12 AM คุณ กอบชัยบอก เฉพาะ Target ของ Central จาก เวียงจันทร์อย่างเดียวก็ 7 แสนคนแล้วอะครับ
:eek:
samatoy October 4th, 2009, 11:17 AM ปี52 -53 ธุรกิจการค้าในบ้านเรากำลังร้อนแรงมากคับ ต่อไปคงแย่งตลาดกันอย่างอุตลุด 555
อาจจะเป็นเพราะการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของนครหลวงเวียงจันทน์ด้วยนะครับ ใครจะคิดว่าเพียงแค่ 5 ปี เวียงจันทน์จะพัฒนาแบบก้าวกระโดดได้ขนาดนี้ เผลอแป็บเดียวตัวเมืองกว้างกว่าอุดรธานีบ้านเราซะแล้ว แถมรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในเขตนครหลวงเวียงจันทน์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 1600 USD/คน/ปี แล้วด้วย เลยไม่แปลกที่บรรดานักลงทุนจาก กทม. จะต้องหันมาจ้องมองชิ้นปลามันชิ้นนี้ เพราะการที่จะเข้าไปลงทุนในลาวโดยตรงยังถือว่ายุ่งยาก ต้องให้รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นด้วยแล้ว ยังงัยซะลงทุนที่อุดรธานีน่าจะดีกว่า
แถมบรรดาห้างสรรพสินค้าที่กำลังจะเปิดในลาวอยู่ขณะนี้ก็ยังถือว่าไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนลาวรุ่นใหม่ได้เท่าไหร่ ก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นว่าคนลาวยังจะนิยมข้ามมาที่อุดรเหมือนเช่นเคย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อไหร่ที่ลาวลดภาษีนำเข้าสินค้าแล้วทำให้ราคาใกล้เคียงกับเมืองไทยก็อาจจะทำให้คนลาวข้ามมาน้อยลง เพราะสิ่งที่ดึงดูดคนลาวได้ในขณะนี้คือการได้เข้ามาซื้อสินค้าและบริการในราคาถูกๆ ในประเทศไทย
Topazolite October 4th, 2009, 11:38 AM บทความนี้ตั้งแต่เมษาปีที่แล้ว แต่ผมคิดว่ายังทันสมัยอยู่นะครับ นอกจากนี้บทความนี้ก็อาจจะสามารถตอบใครหลายๆคนได้ว่า ทำไมกลุ่มนายทุนทั้งหลายถึงได้สนใจที่จะมาลงทุนที่อุดร หรือหนองคาย
และสามารถตอกย้ำให้ทางภาครัฐได้เห็นว่าดินแดนในแถบนี้มีศักยภาพสูงเพียงใดและเหตุใดควรจะเร่งพัฒนาดินแดนในแถบนี้ ให้เจริญเติบโตควบคู่ไปพร้อมกับนครหลวงเวียงจันทน์เมืองหลวงของลาวครับ
ลองอ่านกันดูนะครับ:cheers:
+++++++++++++++++++++++++++++++
Nongkhai in the Mid of Changing Tide
โดย สุภัทธา สุขชู
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2551)
คำกล่าวที่ว่า "Time and Tide Wait for No Man" ดูจะเป็นสิ่งที่หลายประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตระหนักดี ที่จะต้องเร่งสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อกับ "รถไฟขบวน GMS" ให้ทันการณ์จนหลายประเทศก็ลืมคำนึงไปว่า "Time and Tide Never Return" ก็เป็นวลีเศร้าๆ ที่มาพร้อมกับกระแสความเปลี่ยนแปลง ถ้าหากไม่มีการเตรียมพร้อม
เสียงหวูดรถไฟเคลื่อนตัวจากหัวลำโพง ดังแข่งกับเสียงเซ็งแซ่ของผู้โดยสารในตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 ซึ่งถูกจองเต็มทุกที่นั่งรถไฟ ขบวนนี้เกือบครึ่งที่เป็นชาวต่างชาติ "ผู้จัดการ" จับรถไฟขบวนกรุงเทพฯ-หนองคาย เที่ยวสุดท้าย เพื่อเดินทางไปให้ทันร่วมพิธีการสำคัญอีกหน้าประวัติศาสตร์ระดับอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจะถูกจัดในช่วงเย็นของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551
หากเป็นยามโพล้เพล้กลางสะพานมิตรภาพไทย-ลาวในวันปกติ ทั้งฝั่งหนองคาย และเวียงจันทน์จะดูเงียบสงบสวยงาม ผู้คนริมโขงยังคงชีวิตวิถีดั้งเดิม เช่น เลี้ยงปลากระชังและปลูกผักสวนครัวแปลงเล็กๆ ตามแนวแม่น้ำโขง ขัดกับภาพกลางสะพาน จุดที่ได้ชื่อว่าเป็นพรมแดนระหว่างประเทศ
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่รัฐ นักธุรกิจและสื่อมวลชน ทั้งสองสัญชาตินับหลายชีวิตยืนแออัดอยู่กลางสะพาน ตัวแทนฝั่งลาวนำทีมโดยท่านสมมาตร พลเสนา รัฐมนตรีว่ากระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ท่านอ้วน พรหมจักร เอกอัครราชทูตวิสามัญแห่ง ส.ป.ป.ลาว และดร.สินละวง คุดไพทูน เจ้าครองนครเวียงจันทน์ ส่วนฝ่ายไทยประกอบด้วยชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม วิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียงจันทน์ และเจด็จ มุสิกวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
"การเชื่อมทางรถไฟระหว่าง ส.ป.ป. ลาวและประเทศไทย ณ ที่นี้นับว่ามีความหมายสำคัญ เพราะเป็นนิมิตหมายประวัติศาสตร์เส้นทางรถไฟแห่งพันธมิตรระหว่างลาว-ไทยเส้นนี้จะส่งเสริมการค้า การขนส่ง และการท่องเที่ยวระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ และหนองคาย และจะเป็นเส้นทางหนึ่งของเส้นทางรถไฟอาเซียนที่จะมีความสำคัญยิ่งสำหรับภาคพื้นลุ่มแม่น้ำโขงแห่งนี้ จะอำนวยความสะดวกให้นานาประเทศในภาคพื้นแห่งนี้สามารถไปมาหาสู่และแลกเปลี่ยนสินค้ากันได้ดียิ่งขึ้น การเชื่อมต่อทางรถไฟ ลาว-ไทยครั้งนี้จะพัฒนาให้การคมนาคมขนส่งของนครหลวงเวียงจันทน์มีใบหน้าใหม่และจะส่งเสริมการพัฒนาความเชื่อมต่อของประเทศลาว ประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคนี้ให้ก้าว หน้าขึ้นหลายๆ" คำแถลงของ ดร.สมปอง พลเสนา รองหัวหน้า ห้องการ องค์การรถไฟลาว ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน
พิธีการไม่ใช่การตัดริบบิ้น ไม่ใช่การกดปุ่มเพื่อปล่อยลูกโป่ง แต่เป็นฉากเชื่อมต่อรางรถไฟเพื่อให้ได้ภาพประวัติศาสตร์ที่สื่อถึงความสำคัญของพิธีนี้ เจ้ากระทรวงโยธาธิการฯ ฝั่งลาวและปลัดกระทรวงคมนาคมฝั่งไทย มีหน้าที่แค่จุดไฟร่วมกันพอ เป็นพิธี จากนั้นก็ส่งต่อให้ช่างชาวจีนทำหน้าที่เชื่อมรางเหล็กเข้าด้วยกัน กว่าที่รางจะเชื่อมกันสนิท ผู้ร่วมงานก็ลงสะพานไปฉลองกันต่อเกือบหมดแล้ว
เบื้องต้นทางรถไฟสายนี้จะออกจากสถานีหนองคายไปสิ้นสุดยังสถานีท่านาแล้ง บ้านดงโพสี นครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางเพียง 5.3 กิโลเมตร ถึงแม้จะสั้นแต่ถือเป็นเส้นทาง รถไฟสายแรกของลาว (หากไม่นับรวมทางรถไฟสมัยสงครามอินโดจีนที่ฝรั่งเศสสร้างไว้)
หลังจากนี้ลาวจะสร้างทางรถไฟต่อไปอีก 9 กิโลเมตร เข้าไปถึงสถานีเวียงจันทน์ที่บ้านคำสะหว่าง ด้านหลังสนามกีฬาแห่งใหม่ที่ใช้จัดซีเกมส์ครั้งที่ 25 ซึ่งลาวเป็นเจ้าภาพครั้งแรก รัฐบาลลาวพยายามเร่งให้เสร็จทันก่อน "เวียงจันทน์เกมส์" จะเริ่ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ เหล่านักกีฬาและกองเชียร์ในการเดินทางสู่เมืองหลวง ทั้งทางเครื่องบิน ทางรถยนต์ ทางรถไฟ และทางเรือข้ามฟากแม่น้ำโขง ต่อจากสถานีเวียงจันทน์ ลาวจะสร้างต่อไปถึงหลวงพระบางและบ่อเต็นเพื่อไปเชื่อมกับเส้นทางรถไฟคุนหมิง-สิงคโปร์ในจีน เส้นทางสำคัญที่ครอบคลุมจีนและ 10 ประเทศอาเซียน ซึ่งจีนสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่อีกเส้นทางเลี้ยวขวาไปทางเมืองท่าแขกต่อไปถึงเมืองกิ่วบูยาติดกับชายแดนเวียดนาม แล้วเชื่อมกับทางรถไฟ ของเวียดนามไปออกทะเลที่ฮานอยและดานัง
ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ของประเทศลาว ในการเปลี่ยน Landlock ให้เป็น Landlink เชื่อมกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลาดที่มีประชากรรวมกันร่วม 320 ล้านคน มี GDP รวมกันมากถึง 401 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีราว 1,255 เหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตรการเติบโตของ GDP เฉลี่ยสูงถึง 8.3%
โดยปริยายเส้นทางรถไฟสายสั้นๆ จากสถานีหนองคายจึงหมายถึงการต่อยอดทางรถไฟไปเชื่อมกับจีนและเวียดนามในวันหน้า โดยมีสถานีท่านาแล้งและสถานีเวียงจันทน์เป็น "สปริงบอร์ด"
สำหรับพิธีเปิดเส้นทางรถไฟสายพันธมิตรไทย-ลาว ขบวนปฐมฤกษ์ ทางการไทยและลาวตั้งใจกราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาเป็นประธาน โดยหวังจะจัดพิธีให้ทันในเดือนเมษายน เพื่อเป็นการต่อยอดจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญระดับภูมิภาคเช่นนี้เหมือนกัน ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ 14 ปีก่อน
ย้อนไปวันที่ 8 เมษายน 2537 พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่เชื่อมระหว่างหนองคายและเวียงจันทน์ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ หาดจอมมณี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนิน มาเป็นประธานร่วมกับประธานแห่ง ส.ป.ป. ลาว ฯพณฯ หนูฮัก พูมสะหวัน และของ ฯพณฯ พอล คีตติง นายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้สนับ สนุนเงินช่วยเหลือค่าก่อสร้างสะพานแห่งนี้
ในครั้งนั้น พอล คีตติง เป็นผู้อ่านคำกราบบังคมทูลที่มีใจความดังนี้... "สะพานมิตรภาพนับเป็นเส้นทางคมนาคมสายแรกในประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อพรมแดนระหว่าง ไทยกับลาว สะพานฯ จะช่วยให้ลาวมีเส้นทาง ออกทะเลโดยผ่านทางท่าเรือกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันก็จะช่วยให้ไทยมีเส้นทางขนส่งทางบกติดต่อกับเวียดนาม สะพานฯ ยังเป็นการ ประสานเส้นทางขนส่งทางบกสายสำคัญที่เชื่อมต่อตั้งแต่สิงคโปร์ถึงปักกิ่ง ซึ่งจะมีส่วนเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจที่กำลังเจริญรุดหน้าของกลุ่มประเทศในเอเชียอาคเนย์ และตอนใต้ ของประเทศจีน อาจกล่าวได้ว่าคงไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะแสดงถึงการประสานประโยชน์ ของประเทศในภูมิภาคเอเชียได้ดีเท่ากับการก่อสร้างสะพานแม่น้ำโขงในครั้งนี้"
ผลของสะพานมิตรภาพอาจยังไม่ได้ทำให้หนองคายกลายเป็น "ประตูสู่อินโดจีน" หรือ "ประตูสู่ GMS" แต่วันนี้ทางรถไฟบนสะพานตามมาก็นำมาซึ่งเส้นทางรถไฟที่เป็นเหมือน "ก๊อกสอง" ที่จะช่วยทำให้ความหวังในการเป็น "ประตู" เชื่อมกับระดับภูมิภาคแห่งนี้ของหนองคายเป็นจริง
"เดิมมีการคาดหวังเรื่องสะพานมิตรภาพจะเป็นประตูสู่อินโดจีนและจีน แต่ที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการพัฒนาเส้นทางของลาวยังมีข้อจำกัด แต่ ณ เวลานี้เส้นทางต่างๆ ในลาวดีขึ้นเยอะ การเดินทางก็สะดวก ขึ้นเยอะ แนวโน้มการเป็นประตูสู่อินโดจีนก็เป็นไปได้" ผู้ว่าฯ หนองคายกล่าว
ตลอด 14 ปี สะพานมิตรภาพแม้จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็น "ประตูฯ" แต่สะพานฯ ได้ทำหน้าที่เป็นอย่างดีในการเชื่อมเศรษฐกิจของหนองคายและเวียงจันทน์ให้ผูกติดกันราวกับเป็น "เมืองแฝด" ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งและจุดเปลี่ยนของหนองคายทุกวันนี้
"ศักยภาพของหนองคายอยู่ที่อยู่ใกล้เมืองหลวงของประเทศอื่นมากที่สุด แค่ 22 กิโลเมตร" อรัญญา สุจนิล กล่าวในฐานะประธาน หอการค้า จังหวัดหนองคาย เธอคลุกคลีอยู่กับธุรกิจและเศรษฐกิจในหนองคายมาหลายสิบปี
ในโลกนี้คงมีไม่กี่ประเทศที่มีเมืองชายแดน อยู่ตรงข้ามเมืองหลวงของอีกประเทศแค่แม่น้ำกั้น หนองคายเป็นเมืองชายแดนเล็กๆ ทางตอนบนของภาคอีสานติดกับแม่น้ำโขงเป็นระยะทางที่ยาวที่สุดในประเทศ ยาวถึง 320 กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามและห่างจากเวียงจันทน์ไม่ถึง 25 กิโลเมตร และประกบด้วยเมืองใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในภาคอีสานตอนบนอย่างอุดรธานี ซึ่งมีขนาด เศรษฐกิจท้องถิ่นใหญ่เป็นสองเท่าของหนองคาย
ชัยภูมิตรงนี้ถือเป็นจุดขายของหนองคายที่จังหวัดชายแดนอื่นลอกเลียนแบบไม่ได้
แม้เวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงของประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศยากจนที่สุด แต่ศักดิ์ศรี นครหลวงอย่างเวียงจันทน์ ก็คือการเป็นศูนย์การทางการค้าและการคมนาคมขนส่งภายในประเทศ และเป็นศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจของลาวด้วย
ลาวอาจเป็นเพียงประเทศเล็กๆ มีประชากร ทั้งประเทศไม่ถึง 6 ล้านคน เฉพาะเวียงจันทน์มีกว่า 7 แสนคน ลาวได้ชื่อว่าเป็น "แบตเตอรี่แห่งอุษาคเนย์" เพราะมีแร่ธาตุ มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีส่วนของแม่น้ำโขงที่มีศักยภาพ สูงในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และลาวก็มีฐานะเป็น "land-bridge" ที่ขนาบด้วย "ดาวรุ่ง" มาแรงบนเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างจีนและเวียดนาม
หลังจากรัฐบาลลาวใช้ "นโยบายจินตนาการใหม่" ปฏิรูปเศรษฐกิจ มาสู่ระบบการตลาดเสรีเมื่อปี 2529 ประกอบกับมีการลงนามในกรอบความร่วมมือ GMS ประตูเมืองเวียงจันทน์ที่เป็นประตูสู่ลาวก็ถูกเปิดกว้าง เพื่อต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
นอกจากทรัพยากร ค่าแรงและค่าไฟที่ถูก บวกกับสิทธิประโยชน์ ทางภาษี เหล่านี้ดึงดูดให้นักลงทุนจากทั่วโลกกระโจนข้ามพรมแดนแม่น้ำโขงเข้าไปในลาว นัยสำคัญจากทำเลที่ตั้งของหนองคายจึงหมายถึง การเป็น "ประตูสู่เวียงจันทน์" โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนจากไทยที่หลั่งไหลไปสู่ลาวได้ง่ายขึ้นตามเส้นทางสะพานมิตรภาพ
"การลงทุนที่เข้ามาในเวียงจันทน์ อย่างน้อยมันก็ทำให้มีผู้คนไปมา บางคนก็มาเช่าบ้านที่นี่แล้วข้ามไปทำงานมันก็สะดวก กลุ่มคนงานระดับ keyman บางคนก็เข้ามาตีกอล์ฟในหนองคาย หรือมาเที่ยวพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศที่ฝั่งนี้ มาซื้อของมาทานอาหาร ทำให้เศรษฐกิจ ของเราหมุนเวียนได้" อรัญญาอธิบายประโยชน์ทางอ้อมต่อเศรษฐกิจหนองคาย
ระยะแรก สะพานมิตรภาพเป็นเหมือนเส้นทางไหลความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจากฝั่งไทยไปฝั่งลาวเพียงทางเดียว ไทยเคยเป็นประเทศที่ลงทุนในลาวมากเป็นอันดับหนึ่งมาร่วมสิบปี แต่ช่วง 1-2 ปีหลัง ไทยหล่นมาอยู่อันดับ 3 เสียแชมป์ให้กับจีนและเวียดนามตามลำดับ มูลค่า การลงทุนของไทยจนถึงปี 2550 สูงกว่า 1.4 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
เงินลงทุนมหาศาลจากทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้าไปในลาวทำให้ฐานะของคนลาว โดยเฉพาะเวียงจันทน์ดีขึ้น รายได้เฉลี่ยต่อปีต่อหัวของคนลาวในปี 2549 ขยับมาอยู่ที่ 599 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ชาวเวียงจันทน์มีรายได้ฯ สูงกว่า 1,400 เหรียญสหรัฐ อัตราการเพิ่มของ GDP มากกว่า 7% โดยรัฐบาลลาวตั้งเป้าจะทำให้รายได้ต่อปีของคนลาวเพิ่มมาเป็น 800 เหรียญสหรัฐ ในปี 2553 และหลุดพ้นจากกลุ่มประเทศยากจนให้ได้ภายในปี 2563
กระแสเงินบาทที่เข้าไปในเวียงจันทน์เปลี่ยนให้เงินบาทกลายเป็นสกุลเงินยอดนิยม ในตลาดลาว จนรัฐบาลลาวต้องมีมาตรการขึ้นป้าย "อยู่เมืองลาวใช้เงินกีบ" และรณรงค์ให้ติดราคา สินค้าเป็นเงินกีบ เพื่อพยุงค่าเงินกีบที่อ่อนตัวมากเมื่อเทียบกับเงินบาท
แต่ทั้งนี้สะพานมิตรภาพไม่ได้พัดหอบ แค่เงินบาทไปสะพัดในฝั่งลาวเท่านั้น เมื่อชาวเวียงจันทน์เริ่มมีฐานะดีขึ้น ชนชั้นกลางจากเวียงจันทน์ก็เริ่มถ่ายเทความมั่งคั่งย้อนกลับมาทางเดิม
ทิวแถวเลกซัส บีเอ็มฯ แลนด์ครูเซอร์-พราโด สลับด้วยเบนซ์ และซังยองล้วนติดป้าย ทะเบียนรถลาว กำลังรอข้ามด่านหนองคายเพื่อเข้ามาจับจ่ายซื้อของใช้และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ "บิ๊กเจียง" ห้างใหญ่ที่สุดในหนองคาย ลานจอดรถหน้าห้างเต็มไปด้วยรถราจำนวนมาก ยิ่งในวันหยุดต้องใช้เวลาวนอยู่นานกว่าจะได้ที่จอด จำนวนครึ่งต่อครึ่งเป็นรถป้ายทะเบียนลาว ที่เหลือเป็นทะเบียนหนองคาย อุดรธานี และกรุงเทพฯ รวมกัน
"ดูจากสัดส่วนหยาบๆ ครึ่งๆ เป็นคนไทยกับคนลาว เพราะคนลาวเข้ามาซื้อทีละมากๆ ยิ่งพอมีเทสโก้ฯ มีพลาซ่า ทุกอย่างครบ คนลาวก็มาจับจ่ายที่นี่ เม็ดเงินทาง ลาวค่อนข้างสะพัด ยอดขายของห้างก็เลยไม่ตก ถึงกำลังซื้อในประเทศจะชะลอตัวไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา" กิตติพงษ์ สกุลคู กล่าวในฐานะกรรมการบริหารเครือเจียงกรุ๊ป เจ้าของ ห้างบิ๊กเจียง (รายละเอียดในเรื่อง "อาณาจักรเจียงแห่งลุ่มน้ำโขง")
จากธุรกิจเดิมของกลุ่มเจียงฯ ที่เป็นตัวแทนขายรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์มิตซูบิชิ รถเพื่อ การเกษตร และต่อยอดมาทำปั๊มน้ำมัน การกระโดดเข้ามาทำค้าปลีกดูเหมือนไม่ตรงสายความ ชำนาญนัก แต่ด้วยความเป็นนายทุนใหญ่ชาวเมืองพญานาค ประกอบกับสังเกตเห็นว่าคนลาว เป็นกลไกผลักดันเศรษฐกิจที่ท่าเสด็จ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน กิตติพงษ์จึงเปิดบิ๊กเจียง หลังจากสะพานเปิดไม่ถึง 1 ปี เพื่อรองรับความต้องการของคนลาวกลุ่มนี้
ไม่ใช่เพียงนายทุนท้องถิ่น เชนรีเทลยักษ์ใหญ่จากเมืองผู้ดีก็สนใจพื้นที่ในหนองคายเช่นกัน ในยุคที่เทสโก้ฯ เริ่มออกต่างจังหวัดเมื่อ 6 ปีก่อน เทสโกเข้ามาปักธงเตรียมเปิดอาณาจักรค้าปลีกที่เมืองบั้งไฟนี้ แต่กิตติพงษ์ใช้วาทศิลป์เปลี่ยนคู่แข่งรายใหญ่อย่างเทสโก้ฯ มาเป็นคู่ค้า บนเนื้อที่ห้าง 1.5 หมื่นตารางเมตร เป็นพื้นที่ของเทสโก้ฯ ราว 6 พันตารางเมตร
ด้วยยอดรายได้ของเทสโก้สาขาบิ๊กเจียงติดท็อปเท็นสาขาที่ทำรายได้ดีที่สุด เทสโก้ ลงทุนเปิดอีกสาขาในหนองคายที่อำเภอท่าบ่อ อำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและมีเศรษฐกิจดีเป็นอันดับสองรองจากเทศบาลเมือง เศรษฐกิจของท่าบ่อส่วนใหญ่มาจากการทำไร่ยาสูบ การค้าขายชายแดน และรายได้จากชาวท่าบ่อจำนวนมากที่ไปทำงานเมืองนอก
ไม่เพียงรีเทลใหญ่สัญชาติอังกฤษแบรนด์ใหญ่จากอเมริกาก็มีพื้นที่อยู่ที่หนองคาย ในห้างบิ๊กเจียงแห่งนี้ด้วย ดูเหมือนว่า สตาร์บัคส์จะยังเป็นเชนเดียวจากกรุงเทพฯ ที่ลงทุนมาเปิดร้านที่เมืองชายแดนแห่งนี้ ภายในร้านสตาร์บัคส์ นอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่างชาวหนองคาย ชาวอุดรฯ และชาวเวียงจันทน์ ดูผิวเผินก็แทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
"วิธีสังเกตลูกค้าอุดรฯ มักจะพูดภาษา ภาคกลาง ถ้าเป็นคนเวียงจันทน์ เราก็จะเว่าอีสานกับเขา เพราะเขาจะพูดภาษาลาวกับเรา ส่วนคนหนองคายไม่ค่อยมาทาน ลูกค้าประจำ ส่วนใหญ่เป็นคนอุดรฯ และชาวเวียงจันทน์มากกว่า แต่ฝรั่งก็เยอะ" บาริสต้าสาวชาวหนองคายอธิบาย
ก่อนจะสร้างร้านที่สาขาบิ๊กเจียง เวลานั้นผู้บริหารสตาร์บัคส์มีจังหวัดทางอีสานตอนบนอยู่ 3 ตัวเลือก ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น และหนองคาย แม้ว่าขนาดพื้นที่ จำนวนประชากรและเศรษฐกิจของหนองคาย จะสู้อีก 2 จังหวัดไม่ได้ แต่ด้วยศักยภาพทำเล บวกกับความพร้อมของห้างบิ๊กเจียง ผู้บริหาร สตาร์บัคส์จึงตัดสินใจเปิดสาขาที่นี่ หลังจากลองตลาดมากว่าครึ่งปี รายได้จากสาขาหนองคายก็เชิญชวนให้สตาร์บัคส์เตรียมเปิดสาขาที่ อุดรฯ ในปลายปีนี้
เบนซ์สปอร์ตคูเป้ C-204 และ BMW ซีรีส์ 8 ทะเบียนลาวทั้ง 2 คัน ขับประชันกันบนเส้นทางที่มุ่งสู่เมืองอุดรฯ ห่างจากหนองคายเพียง 51 กิโลเมตร ขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
คนเวียงจันทน์นิยมเข้าไปจับจ่ายที่ห้างโรบินสันเจริญศรี ในอุดรฯ ที่มีสินค้าและความบันเทิงให้เลือกมากกว่า ส่วนตัวเมืองอุดรฯ เองก็มีแสงสี "ศิวิไลซ์" มากกว่า บ้างก็ไปใช้บริการ โรงพยาบาลเอกอุดร โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของผู้มีอันจะกินใน 2 จังหวัดกับอีก 1 นคร หลวง บ้างก็เข้าไปใช้บริการหรือไปรอรับญาติมิตรที่มาลงเครื่องที่สนามบินนานาชาติอุดรฯ
นอกจากแรงซื้อจากเวียงจันทน์ที่เข้ามาจับจ่ายในหนองคาย อีกปัจจัยที่หนุนนำเศรษฐกิจ ของหนองคาย ก็คือการค้าชายแดน จากสถิติการค้าชายแดนที่ผ่านมา ไทยยังคงเป็นตลาดหลัก ในการส่งออกและนำเข้าของลาว นับตั้งแต่เปิดสะพานปีแรก การค้าชายแดนก้าวกระโดดจาก 2,713 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2537 เพิ่มขึ้นมาเป็น 5,534 ล้านบาท ในปีถัดมา หรือเพิ่ม 104% และตลอดเวลาร่วม 14 ปีของสะพานนี้ การค้าชายแดนของไทยเพิ่มขึ้นกว่า 320% กระโดดมาอยู่ที่ราว 23,402 ล้านบาทในปี 2550
ตลอดแนวการค้าชายแดนระหว่างไทยและลาว มีสถิติการค้าขายในปี 2550 อยู่ที่ 63,367 ล้านบาท มากเป็นอันดับสองรองจากชายแดนทางภาคใต้ที่มีมูลค่ามากถึง 3.52 แสนล้านบาท เฉพาะในจังหวัดหนองคายคิดเป็น 37% ของการค้าชายแดนระหว่างไทย-ลาวทั้งหมด
สินค้าที่ไทยนำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้า เกษตรและสินค้าพื้นฐาน ขณะที่สินค้าที่ลาวนำเข้าไป นอกจากเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้า ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเครื่อง จักรกลขุดเจาะ เพื่อไปพัฒนาสร้างเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งกำลังจะมีงานใหญ่ถึง 2 วาระ ใน 2 ปีนี้ ในปีหน้า เวียงจันทน์จะเป็นเจ้าภาพ จัดงาน "เวียงจันทน์เกมส์" ส่วนปีถัดไปที่นี่จะมีงานเฉลิมฉลองใหญ่ครบรอบ 450 ปีนครหลวงเวียงจันทน์
หลังจากมีสะพานอาจจะทำให้การขนส่งเปลี่ยนไปใช้เส้นทางบกมากขึ้น แต่ทุกวันนี้ท่าเรือขนถ่ายสินค้าหน้าวัดหายโศกก็ยังคงคึกคักและโกลาหลบ้างเป็นบางเวลา เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าถึงอย่างไรการขนส่งเหนือกระแสน้ำโขงก็ยังไม่หมดความสำคัญไปจากเมืองหนองคาย และทุกวันนี้ภาพเรือขนส่งสินค้าที่ข้ามไปมาวันละหลายรอบก็ยังคงเป็นสีสันของชีวิตลุ่มแม่น้ำโขงของหนองคาย
ไม่เพียงพ่อค้านักลงทุน ลาวยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัสกับ "ความบริสุทธิ์" ในวิถีชีวิตของคนลาวเพิ่มมากขึ้นทุกปี
"นักท่องเที่ยวที่ข้ามด่านหนองคาย ในปีที่ผ่านมามีมากกว่า 2 ล้านคน จาก 8 แสนคนเมื่อปีก่อนเพิ่มมาถึง 2.5 เท่า เป็นคนลาวเข้ามากว่าครึ่งที่เหลือเป็นคนไทยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นมากเพราะการเข้าไปต่อวีซ่าที่เวียงจันทน์ง่าย เดินทางสะดวกเข้าไปแค่ 20 กว่ากิโลเมตร เทียบกับด่านอื่นที่นี่ถือว่าสะดวก มากๆ" วิศวะ ปิติสุขสมบัติ นายด่านศุลกากรหนองคายกล่าว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้รับผิดชอบสะพานมิตรภาพทางฝั่งลาวระบุว่า เฉพาะ 5-6 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาออกวีซ่ากับด่านที่เวียงจันทน์เพิ่มขึ้น จากสัปดาห์ละ 1.2 พันคน เพิ่มเป็น 2 พันกว่าคนเลยทีเดียว
ด้วยเห็นศักยภาพและขนาดของตลาดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจตรงนี้ ไทยแอร์เอเชียทำตลาดเชิงรุกด้วยการใส่ "เวิร์ดดิ้ง" โปรโมตไฟลท์ที่บินตรงอุดรฯ ว่า "กรุงเทพฯ-หนองคาย" เข้าไปด้วย ทั้งที่หนองคายไม่มีสนามบิน หลังจากลงที่สนามบินอุดรฯ ไทยแอร์เอเชียก็ให้บริการเสริมด้วยการนำรถมาส่งผู้โดยสารในตัวเมืองหนองคาย ถือเป็นความตั้งใจที่จะเจาะตลาดนักเดินทางกลุ่มนี้อย่างชัดเจน
ความนิยมข้ามไปเวียงจันทน์ที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทขนส่งไทยและรถเมล์ลาวเปิดให้บริการ รถประจำทางข้ามพรมแดนไทย-ลาว (international bus) ซึ่งมีให้บริการถึง 3 เส้นทาง ทั้งหนองคาย-เวียงจันทน์ วิ่งวันละ 6 เที่ยว อุดรธานี-เวียงจันทน์ วิ่ง 4 เที่ยว และขอนแก่น-เวียงจันทน์ ที่เพิ่งเปิดรอบปฐมฤกษ์วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้การเดินทางเข้าไปลงทุน ไปเที่ยว หรือไปทำงานที่เวียงจันทน์ง่ายขึ้นมาก
วันนี้ลาวกำลังกลายเป็น "ดาวรุ่ง" ด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว หนองคายในฐานะที่เป็นเหมือนเมืองคู่ขนานจึงหันมาปรับตัว หลบความร้อนแรงของลาวและเงินลงทุนที่สะพัดทั่วลาวด้วยการเสนอตัวเป็นเพียง "The Land Second Home" หรือแปลได้ว่า หากเวียงจันทน์หรืออุดรฯ เป็นกรุงเทพฯ หนองคายก็ขอเป็นฝั่งธนฯ
"เราควรทำธุรกิจที่รองรับเวียงจันทน์ มากกว่า พูดตรงๆ ถ้าเราเกาะเวียงจันทน์ได้เราก็สบายแล้ว ผมชอบพูดติด ตลกว่า OTOP ของหนองคายคือเวียงจันทน์ เหมือนเราเป็นประตูสู่เวียงจันทน์ พอไปเวียงจันทน์แล้วคุณจะไปไหนในลาวก็ได้" ผู้ว่าฯ หนองคายกล่าว สรุปทิศทางของหนองคาย
ยกตัวอย่าง "เวียงจันทน์เกมส์" ผู้ว่าฯ เจด็จเชื่อว่าหนองคายจะได้เม็ดเงินจากตรงนี้ไม่น้อย จากคนที่จะมาพักในหนองคาย จากกองเชียร์ที่ไปกลับ พร้อมแนะนำให้โรงแรมทำแพ็กเกจห้องพักบวกการพาไปดูกีฬาและชมเมืองเวียงจันทน์ อีกธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ ก็คือ ธุรกิจขนส่งโดยเฉพาะอาหาร และธุรกิจ นำเที่ยว
คล้ายกับจูเลี่ยน ไรท์ เจ้าของบูติกเกสต์เฮาส์ ในหนองคายซึ่งเปิดมานานกว่า 16 ปี เขาเห็นว่า "หนองคายวันนี้มีโอกาสมากมายและเป็นโอกาสที่มาจากการมีพาร์ตเนอร์ที่ใกล้ชิดอย่างเวียงจันทน์"
นอกจากอยู่ตรงข้ามเวียงจันทน์ ทำเลที่มีแม่น้ำโขงพาดผ่านเป็นระยะทางที่ยาวที่สุด ในฝั่งไทย แม่น้ำโขงได้ชื่อว่าเป็น "ดานูบแห่งบูรพา" ถือเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในเอเชียอาคเนย์ และติดอันดับ 10 ของโลก ความยาวทั้งสิ้น 4,909 กิโลเมตร แม่น้ำโขงมีความ หลากหลายของสิ่งมีชีวิตทางน้ำมากที่สุดในโลกรองจากแม่น้ำอะเมซอน
แม่น้ำโขงหล่อเลี้ยงผู้คนริมสองฝั่งโขงร่วม 100 ล้านคน และหล่อหลอมให้เกิดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย จนต่างชาติยกย่องให้แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยวทั้งทางมิตินิเวศวิทยาและมิติทางวัฒนธรรม... แต่น่าเสียดายที่คนไทย "รู้จัก" แต่เพียงแม่น้ำเจ้าพระยา
ด้วยความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำโขงเช่นนี้ ยิ่งบวกกับเสน่ห์แห่งความลึกลับและความศรัทธาต่อ "พญานาค" ที่ชาวหนองคายเชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งแม่น้ำโขง "เมืองบั้งไฟพญานาค" แห่งนี้ก็น่าจะถูกพัฒนาเป็นเมืองพักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ไม่ยาก หากมีระบบจัดการอย่างดี
ศูนย์กลางย่านธุรกิจการค้าและบริการของจังหวัดหนองคายอยู่บนเส้นถนนริมโขง ถนน มีชัย และถนนประจักษ์ ซึ่งเป็นถนน 3 สายในเทศบาลเมืองที่ขนานไปกับแนวแม่น้ำโขง และมีแนวโน้มที่ตัวเมืองจะขยายไปยังสถานีรถไฟในเร็ววันนี้
บรรยากาศธุรกิจ การจราจรที่ติดขัดในช่วงกลางวันจะอยู่บนถนนประจักษ์ ขณะที่บรรยากาศแห่งการพักผ่อนจะมีอยู่มากกว่าบนถนนริมโขง และที่ริมตลิ่งบนเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงที่ทางจังหวัดหนองคายลงทุนสูงถึง 130 ล้านบาท เพื่อให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการพักผ่อนและ แลนด์มาร์คของเทศบาลเมือง
ฝรั่งสาวนั่งเอกเขนกอ่านหนังสืออย่างสบายใจอยู่ที่ศาลาริมเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ศาลาถัดไปเป็นคู่ฮันนีมูนเกาหลีนั่งชี้ชมทิวทัศน์ฝั่งลาว อีกศาลาเป็นหนุ่มสาวญี่ปุ่นนอนเล่นรับลมถัดไปพ่อแม่ลูกกำลังมีความสุขกับการมานั่งปิกนิกริมโขง ลานตรงกลางมีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่กับ "พญานาค" อย่างสนุกสนาน นักปั่นผมทองขี่จักรยานตามแนวทางเดิน ส่วนฝรั่งสูงอายุกับไม้เท้ากำลังย่างก้าวช้าๆ
ฉากชีวิตบนริมแม่น้ำโขงที่แสนจะเรียบง่ายและเงียบสงบเหล่านี้ ทำให้นึกถึงนิยามเมืองหนองคายที่ฝรั่งหลายคนชื่นชมว่าเป็น "slow-moving town" ที่เหมาะแก่การพักผ่อน
หนองคายไม่ใช่เมืองพักผ่อน "หน้าใหม่" สำหรับฝรั่งสูงวัยที่เคยเกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันที่ประจำการฐานทัพอุดรธานี มีหนองคายเป็นแหล่งท่องเที่ยว อนุสรณ์การท่องเที่ยวจากครั้งนั้นที่ยังเหลือ มาจนวันนี้ก็เช่น โรงแรมขนาดหลายสิบห้อง 3 แห่ง ได้แก่ พงษ์วิจิตร บันเทิงจิตต์ และพูนทรัพย์ และซากโรงหนังเก่าที่เคยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2512 แต่ปิดร้าง ใช้พื้นที่บางส่วนเป็น net cafe เล็กๆ แทน
อานิสงส์จากสงครามเวียดนามทำให้เมืองอุดรธานีถูกพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจจนตัวเมืองอุดรฯ ขยายตัวมาจนวันนี้ หนองคายจึงเหมือนถูกขนาบด้วยเมืองใหญ่ถึงสองทาง แต่นี่ดูจะเป็นจุดแข็งของหนองคายที่ช่วยให้หนองคายมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือการเป็นเมืองพักผ่อน หรือที่ผู้ว่าฯ เจด็จตั้งเป็นสโลแกน "หนองคายเมืองนอน อุดรเมือง เที่ยว"
มีเด็กอุดรฯ จำนวนไม่น้อยที่ย้ายมาอาศัยหนองคายเป็นถิ่นฐาน "น้องเตย" เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่หนองคาย เป็นหนึ่งในนั้น น้องเตยหนีความแออัดและวุ่นวายในตัวเมืองอุดรฯ เข้ามาเรียนทำงานและใช้ชีวิต ริมแม่น้ำโขงอย่างสงบเรียบง่ายและสมถะ
หลายปีก่อนการเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตสมถะเรียบง่ายและเงียบ สงบบวกกับค่าครองชีพถูก และผู้คนมีอัธยาศัยดี ถือเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดชาวต่างชาติโดยเฉพาะผู้สูงวัยให้เข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้นทีละน้อย กระทั่ง The US. Modern Maturity ของ American Association Retired Persons ซึ่งเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร ประกาศว่าหนองคายได้รับเลือกเป็น "เมืองน่าอยู่สำหรับผู้สูงวัย" ลำดับที่ 7 จาก 15 ลำดับ จากการสำรวจสถานที่ 40 แห่งทั่วโลก โดยมีเกณฑ์ชี้วัด 12 ตัว ได้แก่ ภูมิอากาศ ค่าครองชีพ ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ระบบบริการสาธารณสุข สถานที่พักอาศัย การคมนาคม การบริการทางการแพทย์ สภาพแวดล้อม สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ความปลอดภัย ความมั่นคงทางการเมือง และความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี ...ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในหนองคายชัดขึ้น
หลังได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าอยู่ฯ ครั้งนั้น ภาครัฐก็เลือกหนองคายเป็น1 ใน 5 จังหวัดนำร่องเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวแบบ Long Stay
ฝรั่งชราหลายคนตั้งใจเข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลายกับเงินบำนาญหลักหมื่นหลักแสน และแต่งงานใหม่กับสาวอีสาน จนภาพฝรั่งแก่กับ "เมียฝรั่ง" เป็นสิ่งคุ้นตาในหมู่บ้านทางอีสาน ผลวิจัยของอาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เพิ่งเผยแพร่ไม่นาน ระบุว่า "สามีฝรั่งมีส่วนทำให้ GRP ของภาคอีสานเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งสิ้นกว่า 8,666 ล้านบาท สร้างและจ้างงานท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 747,094 คน...
นั่นเป็นเศรษฐกิจอีกส่วนที่ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนสะพัดในหนองคาย ไม่น้อยเช่นกัน
ภรรยาของฝรั่งวัยเกษียณ นอกจากจะหมายถึงพยาบาลชั้นดียามเจ็บป่วย ยังหมายถึงผู้แทนในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับหน่วยราชการ แทนสามีฝรั่ง ส่วนเรื่องธุรกิจโดยมากก็จะเป็นธุระของฝ่ายชาย
"แก้ว" สาวขอนแก่นย้ายมาอยู่หนองคายกับ "โทนี่" สามีวัยเกษียณ ชาวอังกฤษ เช่าตึกทำธุรกิจเกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร รถเช่า และทัวร์ ลูกค้าฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็นญาติมิตร หรือเพื่อนของมิตร หรือมิตรของญาติ โทนี่ยังมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาหรือบางครั้งก็เป็นนายหน้าเรื่องการทำวีซ่า ข้อมูลการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเข้าถึงสิทธิในการทำธุรกิจ ซึ่งก็หมายถึง กระบวนการสรรหาภรรยาคนไทย ถือเป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้ "เมียฝรั่ง" เพิ่มจำนวน
"ผมชอบธรรมชาติที่นี่ ชอบที่นี่ ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ไม่กี่ปี พอครบ กำหนดก็อยู่ต่ออีกนิด นี่ก็นิดหน่อยมาหลายปีแล้ว สำหรับฝรั่ง ที่อีสานผมคิดว่าหนองคายมีชื่อเสียงมากที่สุด"
จูเลี่ยน ไรท์ อดีตนักโฆษณาในบริษัทที่ลอนดอน เป็นหนึ่งในฝรั่งที่มาแต่งงานกับชาวหนองคายเมื่อ 18 ปีก่อน และเปิดบูติกเกสต์เฮาส์ที่ชื่อ "มัดหมี่" อยู่ริมแม่น้ำโขง เกสต์เฮาส์ของเขาอยู่ในหนังสือท่องเที่ยวหลายเล่ม ชาวต่างชาติเกือบทุกคนที่มาหนองคายครั้งแรกมักจะมาใช้บริการของเขา อย่างน้อยเข้าไปขอข้อมูลการท่องเที่ยวในหนองคายและเวียงจันทน์ จนหลายคนแนะนำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาขอข้อมูลจากที่นี่แทน ททท.
แขกของมัดหมี่มีทั้งชาวยุโรป อเมริกัน สิงคโปร์ เกาหลี และญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีการศึกษาดี มีอาชีพที่ดี และมีแนวโน้มสนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทั้งจูเลี่ยนและแขกเห็นตรงกันว่า สะพานมิตรภาพเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เดินทางง่ายขึ้น แต่สิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ไม่ใช่การเดินทางที่ง่าย แต่เป็นประเพณีและวิถีชีวิต
"เราต้องระวังที่จะไม่โยน "คอนกรีต" ใส่เข้ามาในการท่องเที่ยวของหนองคายให้มากกว่านี้ เราไม่จำเป็นต้องดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความเป็นเมืองโมเดิร์น เพราะเขามาจากเมืองที่โมเดิร์นกว่าเรา สิ่งที่หนองคายมีคือฝั่งแม่น้ำโขงที่ต้องรักษาความเป็นธรรมชาติตรงนี้ไว้ และวิถีชีวิตกับวัฒนธรรมที่ดีงาม สองอย่างนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ" ความเปลี่ยนแปลงของเมืองหนองคายทำให้จูเลี่ยน เป็นห่วงเรื่องนี้มาก
จูเลี่ยนเล่าเพิ่มเติมถึงศักยภาพที่หนองคายเป็นที่นิยมของเหล่าฝรั่งสูงวัย ทำให้ ชาวต่างชาติหลายคนสนใจอยากลงทุนเปิด "Retirement Village" ที่นี่ รวมทั้งตัวเขา แต่ที่ยังไม่ลงทุนเพราะความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของรัฐต่อเรื่องนี้ บวกกับ "ฝ่าเท้าที่เร่งรีบขึ้น" ของเมืองหนองคาย
กิจกรรมการลงทุนที่ฝรั่งนิยม นอกจาก เกสต์เฮาส์ ยังมีร้านอาหารและผับบาร์ จากการที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวและตั้งรกรากในหนองคายกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เมือง หนองคายจึงมีร้านอาหารและบาร์หลายสัญชาติ ทั้งอิตาเลียน ออสเตรเลียน เยอรมัน สแกนดิเนเวียน อังกฤษ สเปนิช และเวียดนาม หลายคนไม่ได้เปิดร้านเพื่อรายได้ แต่เพื่อเป็น แหล่งสมาคมกับเพื่อนฝูงที่มักจะบินมาหาทุกๆ ปีมากกว่า บางร้านจึงถูกเปลี่ยนมือไปมา ระหว่างฝรั่งตาน้ำข้าวที่ย้ายเข้าย้ายออก
ระยะหลังยังมีนักลงทุนรายย่อยที่เป็นชาวหนองคายกลับมาลงทุน บ้างก็เป็นคนไทยต่างถิ่นที่เห็นโอกาสเข้าทำธุรกิจกันมากขึ้น โดยเฉพาะเกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร ผับบาร์ และร้านกาแฟ
เทศบาลเมืองหนองคายขึ้นชื่อว่าเป็นเทศบาลที่มีจำนวนวัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในไทยถึง 40 วัด ขณะที่จำนวนผับบาร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจจะทำให้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จำนวนผับบาร์ในเมืองนี้หนาแน่นกว่าวัดก็เป็นได้
วิถีชีวิตของคนเมืองใหญ่ที่ชาวหนองคายได้รับถ่ายทอดมาจากนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เข้ามาลงทุน บวกกับรายได้สะพัดที่หนุนให้ตัวเลข GDP ของหนองคายสูงถึง 13,948 ล้านบาทในปี 2549 ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 5.4% กลายเป็นความเย้ายวนให้ "อิออน" เข้ามากรุยตลาดสินเชื่อในจังหวัดนี้
เมื่อ "ดีมานด์" ที่ดินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทำเลริมน้ำกลางเมือง ราคาที่ดินริมน้ำ บางแห่ง ถูกปั่นสูงจนแทบจะไม่น่าเชื่อว่าอยู่ในหนองคาย ที่ดินติดริมแม่น้ำโขงบางแปลงไม่ถึงครึ่งไร่มูลค่าสูงถึง 10-20 ล้านบาท ว่ากันว่า เจ้าของตั้งราคาแบบไม่ต้องการให้ซื้อแต่ก็ยังมีคนขอซื้อ
แม้ในเมืองหนองคายจะมีทั้งเกสต์เฮาส์เพิ่มมากขึ้น มีห้องพักในโรงแรมหลายห้อง และมีโฮมสเตย์เยอะแยะ แต่ดูเหมือนไม่เคยพอรองรับคลื่นมหาชนที่มารอชม "บั้งไฟพญานาค" ในวันออกพรรษา ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะน่านน้ำโขงในเขตจังหวัดหนองคาย เพียงไม่กี่วันตลอดงานประเพณีนี้ก็สร้างรายได้ให้หนองคายมากถึง 750 ล้านบาทเลยทีเดียว
แต่นอกจากประเพณีชมบั้งไฟฯ หนองคายยังมีเทศกาลอื่นๆ ที่มีมนต์ขลังสะกดนักท่องเที่ยวให้อยากมาชมได้เหมือนกัน เช่น ประเพณีสรงน้ำพระใสในวันสงกรานต์ ว่ากันว่าคนหนองคายจากทั่วเมืองไทยจะดิ้นรนกลับมาร่วมฉลองศรัทธาครั้งนี้ให้ได้
ทุกวันนี้ "เมืองน่าอยู่ฯ อันดับ 7" ยังถูกโปรโมตเป็นจุดขายของหนองคายอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านมาแล้วเกือบ 7 ปี และแม้ช่วง 3-4 ปีหลัง หนองคายจะเปลี่ยนแปลง ไปอย่างมาก ทั้งการจราจรที่ติดขัด ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การเป็นแหล่งพักรถที่ถูกขโมยมาเพื่อเตรียมส่งไปขายต่อชาวเวียงจันทน์ ด่านหนองคายมีสถิติจับยาเสพติดได้ถึง 57 กรณี 4.3 หมื่นเม็ดในปีที่แล้ว กรณีสาวไทยหลอกแต่งงานกับฝรั่งและหนุ่มฝรั่งหลอกสาวไทย หรือข่าววัยรุ่นทุบตีพนักงานร้านสะดวกซื้อเพื่อปล้นเงินและบุหรี่ ฯลฯ
ภาพเหล่านี้เหมือนจะฟ้องว่า "ชีพจรเมืองหนองคาย" กำลังเต้นผิดจังหวะ...(หรือไม่?)
ขึ้นสู่ปีที่ 15 "หน้าตา" ของสะพานมิตรภาพกำลังจะเปลี่ยนไปด้วยทางรถไฟที่พาดผ่าน ขบวนรถไฟที่กำลังจะวิ่งออกจากสถานีหนองคายข้ามไปสถานีท่านาแล้งในเร็ววันนี้ บรรทุกความฝันที่จะเป็น "ประตูสู่ GMS" ของใครหลายคน แต่ก็ขนเอาความกลัวของอีกหลายคนไว้ด้วยเหมือนกัน
"สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ต่อไปทางรถไฟนี้จะทำให้ผู้โดยสารและสินค้าจากกรุงเทพฯ ข้ามหนองคายเข้าไปในเวียงจันทน์โดยตรง เมื่อนั้นก็น่ากลัวว่าหนองคายจะถูกลืม"
ความเป็นห่วงของอรัญญามีสาเหตุเพราะที่ฝั่งท่านาแล้งตอนนี้ทางการลาวกำลังเตรียม การสร้างตลาดชายแดนแห่งใหม่เป็น "free zone" เนื้อที่กว่า 300 ไร่ ที่มีทั้งธุรกิจลอจิสติก ร้านค้า ร้านอาหาร ที่พักแรม และบริการความบันเทิงครบวงจร ขณะที่ทางไทยยังไม่มีความตื่นตัวราวกับจะยอมปล่อยขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมโอกาสและรายได้วิ่งผ่านไปเฉยๆ
ไม่ว่าอย่างไร เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตความหวังของนายกรัฐนตรีคนใหม่ของไทยที่จะพัฒนาระบบรางทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของภาคการขนส่งและแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมัน
และที่สำคัญก็คือ เส้นทางรถไฟนี้เปรียบเหมือน "รถไฟขบวน GMS" ที่คงไม่มีใครอยาก ให้หนองคายต้อง "ตกรถไฟ" ทั้งที่ถือตั๋วอยู่
สิ่งที่น่าจะทำก่อนและหลังขึ้น "รถไฟสาย GMS" นี้ก็คือ การเตรียมความพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะถาโถมมาแรงกว่าเมื่อ 14 ปีก่อน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงครั้งนี้หมายถึงอิทธิพลจากจีนที่จะล่องตามแม่น้ำโขงและเส้นทางรถไฟเข้ามาสู่หนองคายและประเทศไทย
คงถึงเวลาแล้วที่หนองคายจะต้องกลับมาหาจุดยืนที่มาจาก "จุดขาย" ที่แท้จริงของจังหวัด พร้อมกับวางแผนจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงให้พร้อม ก่อนที่ "คุณค่าและความงาม" ของหนองคายจะไหลไปตามแม่น้ำโขงอย่างไม่หวนกลับ
...เช่นเดียวกับเมืองหน้าด่านอื่นๆ ที่กำลังจะถูกเชิญขึ้นมาบน "รถไฟสาย GMS" ในเร็ววันนี้
samatoy October 4th, 2009, 12:08 PM ^^^^^^
จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ ในเมื่อตอนนี้ประเทศเราต้องคำสาป บ้านเมืองเต็มไปด้วยความขัดแย้ง จนแทบจะแยกไม่ออกว่าจะใครที่คิดทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ บ้าง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้เราสะดุดขาตัวเอง เราเสียโอกาสมากมายจะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ยิ่งมาถึงรัฐบาลปัจจุบันที่แทบจะไม่อยากชายตามาเหลียวมองอีสานตอนบนอย่างบ้านเราแล้ว ยิ่งทำให้เหนื่อยใจ
ณ ตอนที่ผมตอบรีพลายอยู่นี้ ตัวผมเองกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟกลางนครโฮจิมินห์ของเวียดนาม ผมไม่เคยคิดว่าเพียงแค่ไม่กี่ปีที่ผมไม่ได้มาที่นี่ จะให้เมืองไซ่ง่อนแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ ร้านค้า แยรนด์เนมต่างๆ เกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะ Louis Vuitton ที่คิดมาคงจะตามมาอีกหลายสาขา ความคึกคักของเมืองนี้แทบจะไม่น้อยไปกว่าสิงคโปร์เสียด้วยซ้ำ จะต่างก็แค่ที่นี้ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่มีเพียงมอเตอร์ไซต์นับล้านคัน
ผมอิจฉาที่นี่จริงๆ ที่มีเมืองใหญ่ๆ อยู่ถึงสองเมืองคือไซ่ง่อน และฮานอย ซึ่งทั้งสองเมืองก็กำลังเจริญเติบโตชนิดที่เราได้แต่มองแล้วน้ำลายไหล ผมสังเกตุคนทั้งสองเมืองใหญ่นี้ก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องความเจริญนะครับ มีแต่คุฯเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องอนาคตทั้งนั้น เลยแทบไม่ต้องนึกเลยว่าอีก 10 ปีข้างหน้า เวียดนามจะยืนอยู่จุดไหนในสังคมโลก
แล้วหันมองย้อนกลับมาที่อุดรธานีและประเทศไทยบ้านเรา....................
Topazolite October 4th, 2009, 12:46 PM ^^
เห็นด้วยครับ นอกจากนั้นพวกนักการเมืองหรือผู้บริหารประเทศของเรากับของเค้ามีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันอย่างมากมายเลยครับ ผมคิดว่าถ้าพวกผู้บริหารระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่นตั้งใจจะพัฒนาบ้านเมืองของเราจริงๆก็สามารถจะทำได้แต่ไม่เคยคิดจะทำหรือไม่เคยคิดที่จะเหลียวแลเลย ถ้าพวกเค้าเปิดใจมองให้กว้างๆกว่านี้ ก็จะทำให้สามารถมองเห็นถึงศักยภาพของแต่ละท้องที่และสามารถพัฒนาได้อย่างตรงจุดและเหมาะสมมากที่สุดครับ และไม่ใช่มองเห็นแต่พวกพ้องหรือคนของตนเอง แล้วแบ่งว่านี่พวกชั้น พวกแก ไม่สามัคคีกัน ไม่ร่วมมือกันพัฒนาชาติบ้านเมือง แล้วอย่างนี้ประเทศชาติบ้านเมืองของเราจะพัฒนาได้อย่างไรล่ะครับ คงจะต้องให้ถึงวันที่เพื่อนบ้านของเราเจริญรุดหน้าไปกว่าเราจนเรามองแทบไม่เห็นฝุ่นมั๊งครับ ถึงจะหันมาร่วมมือกันได้......
ปล.คุณ samatoy ทำงานเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ เห็นอยู่ทั้งเวียงจันทน์ ทั้งโฮจิมินห์ ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องบอกก็ได้นะครับ เพียงแค่สงสัยเท่านั้นน่ะครับ
samatoy October 4th, 2009, 01:45 PM ^^
เห็นด้วยครับ นอกจากนั้นพวกนักการเมืองหรือผู้บริหารประเทศของเรากับของเค้ามีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันอย่างมากมายเลยครับ ผมคิดว่าถ้าพวกผู้บริหารระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่นตั้งใจจะพัฒนาบ้านเมืองของเราจริงๆก็สามารถจะทำได้แต่ไม่เคยคิดจะทำหรือไม่เคยคิดที่จะเหลียวแลเลย ถ้าพวกเค้าเปิดใจมองให้กว้างๆกว่านี้ ก็จะทำให้สามารถมองเห็นถึงศักยภาพของแต่ละท้องที่และสามารถพัฒนาได้อย่างตรงจุดและเหมาะสมมากที่สุดครับ และไม่ใช่มองเห็นแต่พวกพ้องหรือคนของตนเอง แล้วแบ่งว่านี่พวกชั้น พวกแก ไม่สามัคคีกัน ไม่ร่วมมือกันพัฒนาชาติบ้านเมือง แล้วอย่างนี้ประเทศชาติบ้านเมืองของเราจะพัฒนาได้อย่างไรล่ะครับ คงจะต้องให้ถึงวันที่เพื่อนบ้านของเราเจริญรุดหน้าไปกว่าเราจนเรามองแทบไม่เห็นฝุ่นมั๊งครับ ถึงจะหันมาร่วมมือกันได้......
ปล.คุณ samatoy ทำงานเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ เห็นอยู่ทั้งเวียงจันทน์ ทั้งโฮจิมินห์ ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องบอกก็ได้นะครับ เพียงแค่สงสัยเท่านั้นน่ะครับ
ถ้าลองมีคนถามขนาดนี้คงไม่กล้าปฏิเสธหรอกครับ ผมทำงานเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวอยู่ที่ประเทศลาวน่ะครับ เลยอาศัยว่าได้เที่ยวไปเรื่อย อิอิอ
9dejavu October 4th, 2009, 01:45 PM ^^^^^^
จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ ในเมื่อตอนนี้ประเทศเราต้องคำสาป บ้านเมืองเต็มไปด้วยความขัดแย้ง จนแทบจะแยกไม่ออกว่าจะใครที่คิดทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ บ้าง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้เราสะดุดขาตัวเอง เราเสียโอกาสมากมายจะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ยิ่งมาถึงรัฐบาลปัจจุบันที่แทบจะไม่อยากชายตามาเหลียวมองอีสานตอนบนอย่างบ้านเราแล้ว ยิ่งทำให้เหนื่อยใจ
ณ ตอนที่ผมตอบรีพลายอยู่นี้ ตัวผมเองกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟกลางนครโฮจิมินห์ของเวียดนาม ผมไม่เคยคิดว่าเพียงแค่ไม่กี่ปีที่ผมไม่ได้มาที่นี่ จะให้เมืองไซ่ง่อนแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ ร้านค้า แยรนด์เนมต่างๆ เกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะ Louis Vuitton ที่คิดมาคงจะตามมาอีกหลายสาขา ความคึกคักของเมืองนี้แทบจะไม่น้อยไปกว่าสิงคโปร์เสียด้วยซ้ำ จะต่างก็แค่ที่นี้ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่มีเพียงมอเตอร์ไซต์นับล้านคัน
ผมอิจฉาที่นี่จริงๆ ที่มีเมืองใหญ่ๆ อยู่ถึงสองเมืองคือไซ่ง่อน และฮานอย ซึ่งทั้งสองเมืองก็กำลังเจริญเติบโตชนิดที่เราได้แต่มองแล้วน้ำลายไหล ผมสังเกตุคนทั้งสองเมืองใหญ่นี้ก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องความเจริญนะครับ มีแต่คุฯเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องอนาคตทั้งนั้น เลยแทบไม่ต้องนึกเลยว่าอีก 10 ปีข้างหน้า เวียดนามจะยืนอยู่จุดไหนในสังคมโลก
แล้วหันมองย้อนกลับมาที่อุดรธานีและประเทศไทยบ้านเรา....................
อย่าน้อยใจไปเลยครับ จังหวัดอุดรไม่มีนักการเมืองที่เก่ง ไม่มีกลุ่มอำนาจระดับประเทศ ไม่มีการผลักดันจากภาครัฐ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะนักการเมืองไทยไม่เคยใช้แผนพัฒนาประเทศตามความจริง ความเหมาะสม หรือตามที่สภาพัฒน์และนักวิชาการได้กำหนดไว้ แต่ใช้ตามหลักผลประโยชน์(ข้า)มาก่อน (มีอดีตนายกบางคนที่คนอิสานชอบมาก ฉีกแผนพัฒนาชาติ ใช้แนวทางฉันพัฒนาชาติ จนประเทศเกิดความแตกแยกทุกวันนี้) อุดรไม่ใช่เจริญเพราะได้งบจากส่วนกลางเยอะ แต่เมืองอุดรมีสิ่งหนึ่งคือการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ เจริญเพราะคนในพื้นที่ เจริญเพราะสภาพทางยุทธศาสตร์ จึงทำให้เมืองอุดรเป็นเมืองที่มีศักยภาพและพัฒนาตัวเองไปตามความเป็นจริง อุดรมีค้าปลีกท้องถิ่นที่แข็งแกร่งที่สุดสามารถแข่งขันกับห้างต่างชาติได้ อุดรมีตลาดค้าส่งผ้าที่ใหญ่ที่สุด อุดรมีตลาดผลิตผลทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุด(เป็นรองเพียงตลาดไทย) อุดรมีห้างที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานที่เกิดจากทุนของคนท้องถิ่นเอง อุดรมีแรงงานที่นำเงินเข้าประเทศมากที่สุด อุดรมีเขยต่างชาติมากที่สุด และคนอุดรมีความไวต่อกระแสสังคมมากที่สุด มีความแตกต่างของวิถีเดิมกับวิถีใหม่ค่อนข้างมาก (ไม่แปลกที่มีกลุ่มเสื้อเหลืองจำนวนมากในเมือง และกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรับและการปรับทัศนคติต่างๆอย่างรวดเร็ว) สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงถึงพัฒนาการอันรวดเร็วของเมืองอุดร ซึ่งเป็นผลพวงจากคนในพื้นที่ทั้งสิ้น และเมืองอุดรได้แสดงให้คนต่างถิ่นประจักษ์ในศักยภาพของการเจริญเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง จนกลายเป็นทำเลทองหรือยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนให้ความสนใจ และไม่ต้องพึ่งรัฐบาลกลางที่ไม่มีความแน่นอน กรณีคณะกรรมการสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติมีมติเลือกจังหวัดอุดรให้เป็นศูนย์กลางการประชุมภาคอิสานนั้น เป็นนัยสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าในที่สุดศักยภาพของตัวจังหวัดเองจะช่วยผลักดันให้เมืองมีความเจริญเติบโตได้ ยุทธศาสตร์ที่อยู่ใกล้เมืองหลวงของลาว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ ถึงเขตเสินเจิ้น และด้านตะวันออกไปเมืองหลักของเวียดนาม กับด้านล่างคือไทยเอง คำว่าศูนย์กลางการค้าของอินโดจีนไม่ใช่เรื่องไกลเลย อีกสองสามปี เมืองอุดรคงจะคึกคักน่าดู
9dejavu October 4th, 2009, 01:57 PM เมื่อวานมีโอกาสขับรถผ่านไปทาง ม.ราชภัฎอุดร วิทยาเขตสามพร้าว รู้สึกว่ามีรถสวนทางเยอะพอสมควร แต่ก่อนไม่ค่อยมีรถเลย ตอนนี้เห็นเริ่มมีโครงการบ้านจัดสรรทางออกไปแล้ว ว่าแต่ ม.นี่อยู่ไกลนะ เห็นอาคารหลังใหญ่ดูสูงโดดเด่นกลางป่าเลย ไทบ้านเรียกว่าอยู่กลางโคก หุหุ
Hatyaiwalker October 4th, 2009, 01:59 PM ^^
ยุทธศาสตร์เมืองอุดรดีจริง ๆ นะ
ผมไม่เคยมองดูแผนที่ภาคอีสานแบบละเอียด ๆ มาก่อน ตอนแรกคิดว่าขอนแก่นอยู่บนโคราช แล้วอุดรอยู่ด้านขวาของขอนแก่นไปทางประเทศลาว -____-"
พอไปนั่งดูดี ๆ อ้าว ตำแหน่งของจังหวัดอุดรดีจังเป็นเมืองหน้าด่านจริง ๆ ไม่เหมือนที่คิดไว้ตอนแรก ยังไงเอาใจช่วยด้วยครับยุคนี้เป็นยุคของโอกาสแหล่ะ ถึงภาครัฐไม่ดันมากแต่มีศักยภาพจริงสักวันมันก็ไปไกลได้ครับ :banana:
KhunWasut October 4th, 2009, 02:35 PM อย่าน้อยใจไปเลยครับ จังหวัดอุดรไม่มีนักการเมืองที่เก่ง ไม่มีกลุ่มอำนาจระดับประเทศ ไม่มีการผลักดันจากภาครัฐ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะนักการเมืองไทยไม่เคยใช้แผนพัฒนาประเทศตามความจริง ความเหมาะสม หรือตามที่สภาพัฒน์และนักวิชาการได้กำหนดไว้ แต่ใช้ตามหลักผลประโยชน์(ข้า)มาก่อน (มีอดีตนายกบางคนที่คนอิสานชอบมาก ฉีกแผนพัฒนาชาติ ใช้แนวทางฉันพัฒนาชาติ จนประเทศเกิดความแตกแยกทุกวันนี้) อุดรไม่ใช่เจริญเพราะได้งบจากส่วนกลางเยอะ แต่เมืองอุดรมีสิ่งหนึ่งคือการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ เจริญเพราะคนในพื้นที่ เจริญเพราะสภาพทางยุทธศาสตร์ จึงทำให้เมืองอุดรเป็นเมืองที่มีศักยภาพและพัฒนาตัวเองไปตามความเป็นจริง อุดรมีค้าปลีกท้องถิ่นที่แข็งแกร่งที่สุดสามารถแข่งขันกับห้างต่างชาติได้ อุดรมีตลาดค้าส่งผ้าที่ใหญ่ที่สุด อุดรมีตลาดผลิตผลทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุด(เป็นรองเพียงตลาดไทย) อุดรมีห้างที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานที่เกิดจากทุนของคนท้องถิ่นเอง อุดรมีแรงงานที่นำเงินเข้าประเทศมากที่สุด อุดรมีเขยต่างชาติมากที่สุด และคนอุดรมีความไวต่อกระแสสังคมมากที่สุด มีความแตกต่างของวิถีเดิมกับวิถีใหม่ค่อนข้างมาก (ไม่แปลกที่มีกลุ่มเสื้อเหลืองจำนวนมากในเมือง และกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรับและการปรับทัศนคติต่างๆอย่างรวดเร็ว) สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงถึงพัฒนาการอันรวดเร็วของเมืองอุดร ซึ่งเป็นผลพวงจากคนในพื้นที่ทั้งสิ้น และเมืองอุดรได้แสดงให้คนต่างถิ่นประจักษ์ในศักยภาพของการเจริญเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง จนกลายเป็นทำเลทองหรือยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนให้ความสนใจ และไม่ต้องพึ่งรัฐบาลกลางที่ไม่มีความแน่นอน กรณีคณะกรรมการสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติมีมติเลือกจังหวัดอุดรให้เป็นศูนย์กลางการประชุมภาคอิสานนั้น เป็นนัยสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าในที่สุดศักยภาพของตัวจังหวัดเองจะช่วยผลักดันให้เมืองมีความเจริญเติบโตได้ ยุทธศาสตร์ที่อยู่ใกล้เมืองหลวงของลาว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ ถึงเขตเสินเจิ้น และด้านตะวันออกไปเมืองหลักของเวียดนาม กับด้านล่างคือไทยเอง คำว่าศูนย์กลางการค้าของอินโดจีนไม่ใช่เรื่องไกลเลย อีกสองสามปี เมืองอุดรคงจะคึกคักน่าดู
ขอบคุณสำหรับความเห็นนะครับคุณ 9dejavu แต่ผมว่าคุณอย่าวกเข้าไปเรื่องของการเมืองเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงแบบนี้ ในห้องนี้อาจมีหลายท่านที่ชอบอดีตนายกท่านนี้ก็ได้ ถึงคุณจะไม่ชอบอดีตนายกท่านนี้ ผมว่าคุณก็น่าจะให้เกียรติหลายๆ ท่านที่ชอบเขาด้วยเช่นกันครับ
เรามาพูดในมิติของการพัฒนาบ้านเราอย่างเดียวน่าจะดีกว่าครับ นั่นมันเรื่องของการเมืองระดับชาติ ส่วนตัวผมว่าอุดรไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากภาครัฐแค่สมัยเดียว แต่กี่สมัยๆ ที่ผ่านมาตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษฏ์ ก็ไม่มีรัฐบาลไหน มาจากพรรคใดก็ตาม เห็นหัวอุดรธานีเลยแม้แต่รัฐบาลเดียว (นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 40-50 ปีแล้วนะครับ) ผมกล้าพูดได้เต็มปากครับ อย่าโยนความผิดให้คนคนเดียว หากความผิดนั้นเกิดจากหลายๆ คนเป็นผู้ก่อครับ ต้องพูดถึงให้หมดถึงจะยุติธรรมที่สุดครับ
alpashino October 4th, 2009, 02:57 PM ไปดูแข่งเรือที่หนองคายกันครับ
http://www.uppicweb.com/i/iq/174khong02.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=76f3bebdfd22c77b062c2921c6238613)
http://www.uppicweb.com/i/ic/174khong08.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=15840ee3a69f9fe1bf4c6e97d698ccf4)
http://www.uppicweb.com/i/id/174khong07.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=e186c29def645c53c8dc8d7cee078b28)
http://www.uppicweb.com/i/ih/174khong05.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=7aab49b17fabbf08e8bf0907d533ace6)
http://www.uppicweb.com/i/ie/174khong09.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=401bac636f543d7dff6e7de2aa101eaa)
จาก www.udonphoto.com
alpashino October 4th, 2009, 03:09 PM กลับมาอุดรกันมั่ง
หนองประจักษ์
http://www.uppicweb.com/i/id/174npj.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=8540d6d3e7b159747b4e12a032e84e2b)
พาโนรามา พิพิธภัณฑ์อุดรธานี ครับ
http://www.uppicweb.com/i/ie/24nightmuseum_hdr.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=68582c265c1924fbff63211a0d8f47fa)
http://www.uppicweb.com/i/ix/24nightmuseum_panorama1.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=25838cf8d9283121bdbe436804ad012f)
http://www.uppicweb.com/i/ir/24nightmuseum_panorama2.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=6d18ded5ca830ff1776c4caba02020ef)
จากเจ้าเก่าที่เดิม www.udonphoto.com
Dek_Phuket October 4th, 2009, 03:10 PM อยากไปดูบั้งไฟพญานาคจังเลย ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยไปเลยคับ
เห็นว่าปีนี้เยอะมากเลยนี่ ฮือ ๆๆ
Topazolite October 4th, 2009, 03:11 PM ^^
แข่งเรือคนเยอะจังเลย อยากไปๆ แต่ไม่มีโอกาสเลย เหอๆๆ :)
ถ้าลองมีคนถามขนาดนี้คงไม่กล้าปฏิเสธหรอกครับ ผมทำงานเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวอยู่ที่ประเทศลาวน่ะครับ เลยอาศัยว่าได้เที่ยวไปเรื่อย อิอิอ
อย่างนี้ก็ได้เที่ยวตลอดเลยซิครับ น่าอิจฉาจัง :banana:
Hatyaiwalker October 4th, 2009, 03:12 PM อยากไปดูเหมือนกัน แต่ได้ยินเพื่อนกลับมาเล่าว่าสภาพรถติดเป็นยังไง คนเยอะขนาดไหนแล้ว ขอไปช่วงไม่มีคน ไหว้พระสบายใจเฉย ๆ ก็ได้
Topazolite October 4th, 2009, 03:15 PM ^^
ภาพหนองประจักษ์ภาพนี้สวยมากเลยครับ :banana:
Hatyaiwalker October 4th, 2009, 03:18 PM ทุกเมืองมีเสน่ห์ในตัวของมันเองจริง ๆ เนอะ บรรยากาศไม่เหมือนกันเลยสักเมือง น่าไปเที่ยวจัง :banana:
alpashino October 4th, 2009, 03:22 PM มาเที่ยวเยอะ ๆ นะครับ
ยินดีตอนรับ
เดี๋ยวเป็นไกด์ให้ hahaha
ncas October 4th, 2009, 04:00 PM จริงๆเฉพาะโครงการที่กำลังก่อสร้างก็เยอะกว่านี้นะครับ
ที่อุดรธานีมีการลงทุนของเอกชนเยอะ ผมว่าคงมีอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากประเทศจีน เอาแค่สินค้าที่ขายส่งในจังหวัดอุดรธานีตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาจากจีนเป็นส่วนมาก และอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าจีนจะเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ระบบคมนาคมขนส่งของจีนจะขยายออกไปทุกทิศ
ให้ผมฟันธง ผมว่ารถไฟความเร็วสูงจากจีนคงจะมาถึงอุดรธานี ก่อน กรุงเทพ-อุดรธานี
อีกหนึ่งโครงการที่ผมอยากให้เกิดขึ้นมากๆ ผมว่าจะส่งผลดีระดับประเทศด้วย นั่นก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงอุดรธานี - กรุงเทพฯ
แอบเข้าไปดูห้องหาดใหญ่สงขลาเขาคุยกันเรื่องทางรถไฟสายหาดใหญ่ - สงขลา ซึ่งห่างกันไม่มาก ผมว่าหากจะเอามาใช้กับเส้นอุดร - หนองคาย - เวียงจันทน์ผมว่าไม่เลวนะครับ รัฐบาลเอาเงินมาทุ่มเมื่อไหร่ รางคู่จากเวียงจันทน์ถึงอุดรธานีก็ประมาณไม่เกิน 100 กิโลเมตร ผมว่ามันเกิดขึ้นได้แน่ๆ ครับ แล้วก็ติดระบบไฟฟ้าตลอดเส้นทางจากเวียงจันทน์ถึงอุดรธานี แล้วเอารถไฟแจ่มๆ แบบนี้มาวิ่ง ขอเงินสนับสนุนจากจีนไม่น่าจะยากมาก เพราะจีนก็น่าจะสนใจเชื่อมประเทศตัวเองเข้ากับอาเซียนทางรถไฟ เพื่อเป็นเส้นทางขนสินค้าลงมายังไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์อยู่แล้ว
ขอบอกได้เลยว่าแนวคิดทั้งหมดนี่ภายใน5ปีนับจากนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลย
นอกจากจะมีพวกข่าวโคมลอยมาให้ได้ยินให้ตื่นเต้นกระตุ้นราคาที่ดินนายทุนบ้าง
เหตุผลเรื่องรถไฟความเร็วสูงบนรางมาตรฐานยุโรป1.435เมตร ที่จะงได้อย่างต่ำ200อัพ
กิโลนึงอย่างต่ำ500ล้าน
สร้างจากจีนมาจะให้ใครนั่งครับ เที่ยวบินตรงทุกวันนี้ยังไม่มีเลย
และราคาตั๋วรถไฟความเร็วสูงพอๆกับเครื่องบินนั่นแหละ เพราะต้นทุนในการสร้าง ในการเดินรถมันสูงกว่า รถไฟติดไฟฟ้าธรรมดาๆ
แล้วต่อให้สร้างจากกรุงเทพมาอุดรโดยหวังพึ่งเงินกู้จากจีนก็เป็นไปได้ยาก
จีนเค้าก็ยังสร้างรถไฟความเร็วสูงยังไม่ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญทั้งหมดเลย
ตอนนี้ก็เร่งอัดเม็ดเงินเข้าไป ระยะทางจากกรุงเทพมาอุดรหรือหนองคาย
ถ้าตัดทางให้มันลัดขึ้นก็500กว่ากิโล ทำทั้งเส้นเกือบ3แสนล้านได้
ปัญหาไม่ใช่แค่เงิน3แสนล้าน ปัญหาต่อไปสร้างเสร็จแล้วจะมีคนนั่งแค่ไหน
เพราะอย่างที่บอกราคามันไม่ใช่ราคารถไฟรถทัวร์ธรรมดา4-5ร้อย หรือขบวนรถนอนชั้น1
ราคาไม่ถึง1พัน ราคามันเหยียบเท่าตั๋วเครื่องบิน เขยฝรั่งเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีปัญญานั่ง
เพราะคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่ามีเงินมากมายอะไร ผมก็เห็นเยอะแล้วโดนผู้หญิงไทยสูบแป๊ปเดียวหมดตูด
เป็นยาจกไปเลย
แล้วไหนจะสิ้นปีงบ55 หนี้สาธารณะประเทศจะพุ่งเป็น60% คงไม่มีปัญญาไปกู้มาลงทุนทำรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศมูลค่ามากกว่า1ล้านล้านบามหรอก อย่างเก่งก็แค่รัศมี300กิโลจากกรุงเทพ
ส่วนรถไฟฟ้าอุดร-เวียงจันทร์ก็ใช้ว่าจะทำได้ถูกๆ ติดระบบไฟฟ้า ทำรางคู่ ทำรั้วกั้นตลอดทาง
ซื้อขบวนรถใหม่ แค่จากอุดร-หนองคายก็ไม่ต่ำกว่า1.5หมื่นล้านแล้ว สร้างไปเวียงจันทร์ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ได้งบจากต่างประเทศก็คงไม่ได้ทำ เพราะป่านนี้ทางรถไฟธรรมดากิโลละไม่ถึง100ล้านบาท แค่ไม่ถึง10กิโล ยังไม่มีวี่แววจะได้เห็นเลย
ncas October 4th, 2009, 04:06 PM COVER WAY ที่สร้างตั้งแต่ช่วงอุดรพิทย์จนถึงราชินู คงไม่ถูกรื้อถอนหลอกครับ เพราะอนาคตถ้าจะมีการก่อสร้างสำนักงานอัยการ เขาก็ไม่ได้กินพื้นที่ออกมานอกบริเวณบาทวิถีหลอกครับ สาเหตุที่เขารีบเคลียร์พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอยที่บริเวณดังกล่าว หลักๆคงมาจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ใช้พื้นที่บาทวิถีของ COVER WAY จนเด็กนักเรียนไม่มีทางเดิน นักเรียนส่วนหนึ่งต้องลงมาเดินในท้องถนน ซึ่งไม่เป็นระเบียบและเป็นอันตราย โดยส่วนตัวผม เห็นด้วยที่จะจัดระเบียบบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ในบาทวิถีดังกล่าวนะครับ...เขาส้รางมาให้นักเรียนเดินหลบแดดหลบฝน แต่ไม่ได้ส้รางมาให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ใช้เป็นชายคาแย่งพื้นที่สำหรับขายของนะครับ
สำนักงานเค้าไม่สร้างมากินที่อยู่แล้วครับ
เพราะเป็นทางสาธารณะ ใหญ่คับฟ้าแค่ไหนก็สร้างมาล้ำไม่ได้
แต่ปัญหาคือเรื่องภูมิทัศน์ครับว่าโคเวอร์เวย์อาจจะบังตัวอาคารสำนักงานอัยการ
ซึ่งตามหลักสำนักงานอัยการไม่มีสิทธิสั่งรื้ออยู่แล้ว
แต่ไม่รู้ว่าพอถึงเวลาเทศบาลจะเกรงใจรื้ออกเพื่อเปิดให้เห็นภูมิทัศน์ของตัวอาคารหรือไม่
ซึ่งตามหลักก็ควรเปิดออก เพราะไม่มีทางเท้าที่ไหนไนโลกที่จะไปสร้างหลังคาคลุมแล้วไปบดบัง
ทัศนียภาพของอาคารสถานที่
KhunWasut October 4th, 2009, 04:14 PM ขอบอกได้เลยว่าแนวคิดทั้งหมดนี่ภายใน5ปีนับจากนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลย
นอกจากจะมีพวกข่าวโคมลอยมาให้ได้ยินให้ตื่นเต้นกระตุ้นราคาที่ดินนายทุนบ้าง
เหตุผลเรื่องรถไฟความเร็วสูงบนรางมาตรฐานยุโรป1.435เมตร ที่จะงได้อย่างต่ำ200อัพ
กิโลนึงอย่างต่ำ500ล้าน
สร้างจากจีนมาจะให้ใครนั่งครับ เที่ยวบินตรงทุกวันนี้ยังไม่มีเลย
และราคาตั๋วรถไฟความเร็วสูงพอๆกับเครื่องบินนั่นแหละ เพราะต้นทุนในการสร้าง ในการเดินรถมันสูงกว่า รถไฟติดไฟฟ้าธรรมดาๆ
แล้วต่อให้สร้างจากกรุงเทพมาอุดรโดยหวังพึ่งเงินกู้จากจีนก็เป็นไปได้ยาก
จีนเค้าก็ยังสร้างรถไฟความเร็วสูงยังไม่ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญทั้งหมดเลย
ตอนนี้ก็เร่งอัดเม็ดเงินเข้าไป ระยะทางจากกรุงเทพมาอุดรหรือหนองคาย
ถ้าตัดทางให้มันลัดขึ้นก็500กว่ากิโล ทำทั้งเส้นเกือบ3แสนล้านได้
ปัญหาไม่ใช่แค่เงิน3แสนล้าน ปัญหาต่อไปสร้างเสร็จแล้วจะมีคนนั่งแค่ไหน
เพราะอย่างที่บอกราคามันไม่ใช่ราคารถไฟรถทัวร์ธรรมดา4-5ร้อย หรือขบวนรถนอนชั้น1
ราคาไม่ถึง1พัน ราคามันเหยียบเท่าตั๋วเครื่องบิน เขยฝรั่งเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีปัญญานั่ง
เพราะคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่ามีเงินมากมายอะไร ผมก็เห็นเยอะแล้วโดนผู้หญิงไทยสูบแป๊ปเดียวหมดตูด
เป็นยาจกไปเลย
แล้วไหนจะสิ้นปีงบ55 หนี้สาธารณะประเทศจะพุ่งเป็น60% คงไม่มีปัญญาไปกู้มาลงทุนทำรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศมูลค่ามากกว่า1ล้านล้านบามหรอก อย่างเก่งก็แค่รัศมี300กิโลจากกรุงเทพ
ส่วนรถไฟฟ้าอุดร-เวียงจันทร์ก็ใช้ว่าจะทำได้ถูกๆ ติดระบบไฟฟ้า ทำรางคู่ ทำรั้วกั้นตลอดทาง
ซื้อขบวนรถใหม่ แค่จากอุดร-หนองคายก็ไม่ต่ำกว่า1.5หมื่นล้านแล้ว สร้างไปเวียงจันทร์ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ได้งบจากต่างประเทศก็คงไม่ได้ทำ เพราะป่านนี้ทางรถไฟธรรมดากิโลละไม่ถึง100ล้านบาท แค่ไม่ถึง10กิโล ยังไม่มีวี่แววจะได้เห็นเลย
ถึงมันจะไม่มีโอกาสเป็นจริงหรือเป็นไปได้น้อยมาก อย่างน้อยฝันไว้ก่อนก็ดีครับ รุ่นลูกรุ่นหลานเราอาจได้เห็นได้ใช้ก็ได้ครับ ตอนนี้ก็ฝันไปก่อนก็แล้วกันนะครับ :)
anuchaya October 4th, 2009, 04:26 PM ขอบอกได้เลยว่าแนวคิดทั้งหมดนี่ภายใน5ปีนับจากนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลย
นอกจากจะมีพวกข่าวโคมลอยมาให้ได้ยินให้ตื่นเต้นกระตุ้นราคาที่ดินนายทุนบ้าง
เหตุผลเรื่องรถไฟความเร็วสูงบนรางมาตรฐานยุโรป1.435เมตร ที่จะงได้อย่างต่ำ200อัพ
กิโลนึงอย่างต่ำ500ล้าน
สร้างจากจีนมาจะให้ใครนั่งครับ เที่ยวบินตรงทุกวันนี้ยังไม่มีเลย
และราคาตั๋วรถไฟความเร็วสูงพอๆกับเครื่องบินนั่นแหละ เพราะต้นทุนในการสร้าง ในการเดินรถมันสูงกว่า รถไฟติดไฟฟ้าธรรมดาๆ
แล้วต่อให้สร้างจากกรุงเทพมาอุดรโดยหวังพึ่งเงินกู้จากจีนก็เป็นไปได้ยาก
จีนเค้าก็ยังสร้างรถไฟความเร็วสูงยังไม่ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญทั้งหมดเลย
ตอนนี้ก็เร่งอัดเม็ดเงินเข้าไป ระยะทางจากกรุงเทพมาอุดรหรือหนองคาย
ถ้าตัดทางให้มันลัดขึ้นก็500กว่ากิโล ทำทั้งเส้นเกือบ3แสนล้านได้
ปัญหาไม่ใช่แค่เงิน3แสนล้าน ปัญหาต่อไปสร้างเสร็จแล้วจะมีคนนั่งแค่ไหน
เพราะอย่างที่บอกราคามันไม่ใช่ราคารถไฟรถทัวร์ธรรมดา4-5ร้อย หรือขบวนรถนอนชั้น1
ราคาไม่ถึง1พัน ราคามันเหยียบเท่าตั๋วเครื่องบิน เขยฝรั่งเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีปัญญานั่ง
เพราะคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่ามีเงินมากมายอะไร ผมก็เห็นเยอะแล้วโดนผู้หญิงไทยสูบแป๊ปเดียวหมดตูด
เป็นยาจกไปเลย
แล้วไหนจะสิ้นปีงบ55 หนี้สาธารณะประเทศจะพุ่งเป็น60% คงไม่มีปัญญาไปกู้มาลงทุนทำรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศมูลค่ามากกว่า1ล้านล้านบามหรอก อย่างเก่งก็แค่รัศมี300กิโลจากกรุงเทพ
ส่วนรถไฟฟ้าอุดร-เวียงจันทร์ก็ใช้ว่าจะทำได้ถูกๆ ติดระบบไฟฟ้า ทำรางคู่ ทำรั้วกั้นตลอดทาง
ซื้อขบวนรถใหม่ แค่จากอุดร-หนองคายก็ไม่ต่ำกว่า1.5หมื่นล้านแล้ว สร้างไปเวียงจันทร์ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ได้งบจากต่างประเทศก็คงไม่ได้ทำ เพราะป่านนี้ทางรถไฟธรรมดากิโลละไม่ถึง100ล้านบาท แค่ไม่ถึง10กิโล ยังไม่มีวี่แววจะได้เห็นเลย
ที่ผมว่าไปนั้นเป็นคำเปรียบเปรยครับ เพราะรถไฟไทยมันไม่พัฒนา ร.5ให้มายังไงก็แทบจะเหมือนเดิม
เลยบอกว่ารถไฟความเร็วสูงจากจีนคงมาถึงอุดรธานี ก่อน กรุงเทพ-อุดรธานี อีกอย่าง จีนจะเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกต้องใช้เวลาอีก 20 ปี ถึงเวลานั้นจีนคงขยายระบบคมนาคมขนส่งไปทุกทิศทุกทาง ผมไม่ได้หมายถึงไปกู้เงินอะไร เพียงแต่อาจจะได้รับอานิสงค์จากจีนในการขยายระบบคมนาคมของเขา
ส่วนรถไฟไทยนั้นผมไม่เคยหวังอะไรเลยครับ ขอแค่ถึงจุดหมายตรงเวลาก็ดีใจจะตายแล้ว
reQuiem4adream October 4th, 2009, 04:29 PM ^^
คนโคราชโดนหลอกเรื่อง HST มาชาตินึงแล้วครับเห็นทีอุดรต้องทำใจฝันได้ครับแต่ถ้าเบื้องบนไม่เอาด้วยก็จบเห่หล่ะครับ
Gaia October 4th, 2009, 04:37 PM HST สายกรุงเทพ โคราช ทำ Feasibility Study เสร็จแล้ว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ มีเพียงข่าวท้องถิ่นที่ไปขอสัมภาษณ์ เผยความลับเล็กๆ จากผู้ว่า รฟท ซึ่งก็ให้ข่าวว่า ในรายงานสรุปผลการศึกษาชี้ว่าเส้นนี้ยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ณ ปัจจุบัน
Eak October 4th, 2009, 04:54 PM นั่งขบวนรถเร็วไปก่อน
โคราช - กทม. 6 ชม.
อุดรฯ - โคราช 6 ชม.
Hatyaiwalker October 4th, 2009, 04:56 PM นั่งขบวนรถเร็วไปก่อน
โคราช - กทม. 6 ชม.
อุดรฯ - โคราช 6 ชม.
มีรถนอนปรับอากาศ จะกทม. ไปอุดรมั้ยครับ
pon October 4th, 2009, 05:13 PM HST สายกรุงเทพ โคราช ทำ Feasibility Study เสร็จแล้ว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ มีเพียงข่าวท้องถิ่นที่ไปขอสัมภาษณ์ เผยความลับเล็กๆ จากผู้ว่า รฟท ซึ่งก็ให้ข่าวว่า ในรายงานสรุปผลการศึกษาชี้ว่าเส้นนี้ยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ณ ปัจจุบัน
ผลการศึกษาโครงการใหญ่ของไทยมักจะเป็นแบบนี้เสมอ
ประชาชนทั่วไปจะหารายละเอียดได้ยากมาก ทั้งโครงการทางด่วน รถไฟฟ้า ทางหลวง
อย่างรถไฟฟ้านี่ ก็จะได้แต่ข้อมูลว่ามีสายสีอะไรบ้าง กี่สถานี
แต่ข้อมูลสำคัญที่ประชาชนอยากรู้ เช่น ตำแหน่งสถานีโดยละเอียด ตำแหน่งบันไดขึ้นลง มักจะหาได้ยาก ขนาดว่าในงานรับฟังความเห็นจากประชาชนที่ไปจัดตามชุมชนต่างๆ ผมเคยไปครั้งหนึ่ง ถามว่าตำแหน่งสถานีอยู่ตรงไหน ก็ยังตอบได้แค่คร่าวๆและไม่มีแผนผัง แบบแปลนให้ดู
ถามว่าสถานีอยู่ฝั่งไหนของสี่แยก บางทียังอ้ำๆอึ้งๆไม่ตอบ:ohno:
KhunWasut October 4th, 2009, 05:30 PM มีรถนอนปรับอากาศ จะกทม. ไปอุดรมั้ยครับ
มีนะครับ ขบวนที่ 69/70 ครับ
ขบวนที่ 69 กรุงเทพฯ - หนองคาย ออกจากกรุงเทพฯ 20:45 น. (ไม่แน่ใจตอนนี้เปลี่ยนเวลาออกหรือยัง) ถึงอุดรประมาณแปดโมงเช้าครับ (หรือช้ากว่านั้น พี่ รฟท. ทำได้อยู่แล้ว)
ขบวนที่ 70 หนองคาย - กรุงเทพฯ ออกจากอุดรธานีทุ่มกว่าๆ ถึงกรุงเทพเช้าๆ ครับ
alpashino October 4th, 2009, 06:02 PM ผมคนนึงที่แต่ก่อนใช้รถไฟบ่อย เพราะประหยัดดี ถึงเร็วถึงช้า ก็ถึงเหมือนกัน
มีครั้งนึง เคยขึ้นขบวนรถ 70 หรือ 71 ไม่แน่ใจ
ออกจาก อุดร 19.25 ประมาณนี้ละคับ ถึงซะ กทม (ดอนเมืองนะคับ) เช้าเลย 05.35 พอประมาณ
แปลกใจมากเลย ทำไมถึงมาถึงเรวนัก
เอาแน่เอานอนกะมันไม่ได้จริงๆ
samatoy October 4th, 2009, 06:18 PM อย่าน้อยใจไปเลยครับ จังหวัดอุดรไม่มีนักการเมืองที่เก่ง ไม่มีกลุ่มอำนาจระดับประเทศ ไม่มีการผลักดันจากภาครัฐ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะนักการเมืองไทยไม่เคยใช้แผนพัฒนาประเทศตามความจริง ความเหมาะสม หรือตามที่สภาพัฒน์และนักวิชาการได้กำหนดไว้ แต่ใช้ตามหลักผลประโยชน์(ข้า)มาก่อน (มีอดีตนายกบางคนที่คนอิสานชอบมาก ฉีกแผนพัฒนาชาติ ใช้แนวทางฉันพัฒนาชาติ จนประเทศเกิดความแตกแยกทุกวันนี้) อุดรไม่ใช่เจริญเพราะได้งบจากส่วนกลางเยอะ แต่เมืองอุดรมีสิ่งหนึ่งคือการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ เจริญเพราะคนในพื้นที่ เจริญเพราะสภาพทางยุทธศาสตร์ จึงทำให้เมืองอุดรเป็นเมืองที่มีศักยภาพและพัฒนาตัวเองไปตามความเป็นจริง อุดรมีค้าปลีกท้องถิ่นที่แข็งแกร่งที่สุดสามารถแข่งขันกับห้างต่างชาติได้ อุดรมีตลาดค้าส่งผ้าที่ใหญ่ที่สุด อุดรมีตลาดผลิตผลทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุด(เป็นรองเพียงตลาดไทย) อุดรมีห้างที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานที่เกิดจากทุนของคนท้องถิ่นเอง อุดรมีแรงงานที่นำเงินเข้าประเทศมากที่สุด อุดรมีเขยต่างชาติมากที่สุด และคนอุดรมีความไวต่อกระแสสังคมมากที่สุด มีความแตกต่างของวิถีเดิมกับวิถีใหม่ค่อนข้างมาก (ไม่แปลกที่มีกลุ่มเสื้อเหลืองจำนวนมากในเมือง และกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรับและการปรับทัศนคติต่างๆอย่างรวดเร็ว) สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงถึงพัฒนาการอันรวดเร็วของเมืองอุดร ซึ่งเป็นผลพวงจากคนในพื้นที่ทั้งสิ้น และเมืองอุดรได้แสดงให้คนต่างถิ่นประจักษ์ในศักยภาพของการเจริญเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง จนกลายเป็นทำเลทองหรือยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนให้ความสนใจ และไม่ต้องพึ่งรัฐบาลกลางที่ไม่มีความแน่นอน กรณีคณะกรรมการสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติมีมติเลือกจังหวัดอุดรให้เป็นศูนย์กลางการประชุมภาคอิสานนั้น เป็นนัยสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าในที่สุดศักยภาพของตัวจังหวัดเองจะช่วยผลักดันให้เมืองมีความเจริญเติบโตได้ ยุทธศาสตร์ที่อยู่ใกล้เมืองหลวงของลาว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ ถึงเขตเสินเจิ้น และด้านตะวันออกไปเมืองหลักของเวียดนาม กับด้านล่างคือไทยเอง คำว่าศูนย์กลางการค้าของอินโดจีนไม่ใช่เรื่องไกลเลย อีกสองสามปี เมืองอุดรคงจะคึกคักน่าดู
ผมไม่ได้น้อยใจหรอกนะครับ เพียงแต่รู้สึกสงสารประเทศเรามากกว่า เราอุตส่าห์เดินมาตั้งไกล พัฒนาระบบสาธารณูปโภค จนแทบจะเรียกว่าไม่น้อยหน้าชาติไหนในกลุ่มอาเซียน แต่วันนึงมันก็เหมือนกับเราสะดุดอะไรสักอย่างล้ม โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสลุกขึ้นมายืนและก้าวเดินต่อไปได้อีกเมื่อไหร่
ผมคงไม่โทษเรื่องการเมืองหรอกเพราะมันเป็นเรื่องของความคิด เพียงแต่อยากให้ทุกคนนึกถึงประเทศชาติให้มาก โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าภายใน 3-5 ปี ต่อจากนี้หน้าตาเมืองอุดรก็คงเปลี่ยนไปเยอะนะครับ หลายๆ โครงการที่กล่าวมาก็คงจะมีโอกาสได้เห็นบ้าง แต่อาจจะไม่ครบทุกโครงการ
ทุกวันนี้กลับบ้านก็เห็นว่าเมืองอุดรเราเริ่มมีแสงสี สว่างไสวขึ้นกว่าเดิมเยอะนะครับ จะขาดก็เพียงเรื่องถนนที่ยังดูไม่ค่อยสมหน้าตาของเมืองหลักเท่าไหร่ แต่ก็คงไปโทษกรมทางหลวงอย่างเดียวไม่ได้เพราะคุณพ่อของเพื่อนผมก็เห็นหัวหน้าแขวงการทางอุดรธานีอยู่ ซึ่งก็เข้าใจว่าเราพยายามเสนอโครงการเข้าไปแล้ว แต่ทางส่วนกลางไม่อนุมัตก็ทำอะไรไม่ได้
mRneOzaPlanet October 4th, 2009, 07:34 PM มีรถนอนปรับอากาศ จะกทม. ไปอุดรมั้ยครับ
มีสิครับ เยอะเลยหล่ะ แต่ถ้าเป็นผม ต้อง เจ้าประจำเจ้านี้ ครับ อิอิ
http://www.uppicweb.com/i/iz/07082009002.jpg:banana::banana::banana:http://www.uppicweb.com/i/ie/08082009009.jpg
http://www.uppicweb.com/i/ig/08082009014.jpg:banana::banana::banana:http://www.uppicweb.com/i/ih/008082009015.jpg
:banana::banana:
AUDYMAN October 4th, 2009, 07:35 PM ไปดูบั้งไฟครั้งแรกในชีวิตครับเพิ่งกลับมาครับ ปีนี้คนเยอะมากๆๆๆ รถติดสุดๆๆ กว่าจะเข้าโพนพิสัยผมว่า 2 ชั่วโมงละครับจากหนองคายกว่าจะเข้าได้ได้แทบแย่ เลยขับเลยไปอีกหน่อย 15 โล ถึงบ้านน้ำเป เค้าบอกที่นี่ขึ้นเยอะมาก ปีก่อนขึ้นเกือบ 100 ลูก กะจะเข้าไปดูให้สมกับเสียเวลากับค่าน้ำมันหน่อย ถึง 5 โมงเย็นคนที่นี่เยอะมากไม่แพ้โพนพิสัยเหมือนกัน เพราะที่นี่เคยเกิดปรากฎการณ์ รอยพญานาคบนรถกะบะครับ เมื่อเข้าไปในงาน โหหาที่นั่งลำบากมาก กว่าจะจองที่ได้ยากเหมือนกัน นั่งตั้งแต่ 5โมงครึ่งถึง ทุ่มเกือบจะทุ่มครึ่งละ ผมยังไม่เห็นซักลูกเลย ไหนบอกขึ้นเยอะมากละเนี่ย ไปๆมาๆ โผล่มา 3 ลูก ดันง่วงอีก เค้าก็เฮกัน ผมอดอีกตามเคยได้เห็นแต่บั้งไฟ พลุนี่แระ จนทนไม่ไหวขับรถกลับบ้านดีกว่าก็ยังมาติดตอนกลับอีก เฮ้อ กลุ้มจริงเพิ่งมาถึงอุดรนี่แระ ตอนเกือบเที่ยงคืน แล้วใครได้ไปดูบ้างครับที่อื่นขึ้นเยอะไหม
http://upic.me/i/k6/04j11.jpg
ak October 5th, 2009, 05:14 AM บั้งไฟพญานาค มาตามนัด นักท่องเที่ยวเฮ
นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวัง "บั้งไฟพญานาค" มาตามนัด ชุดแรกผุดกลางลำน้ำโขง เมื่อเวลา 18.43 น. ที่ อ.รัตนวาปี หนองคาย ติดต่อกัน6ลูก ขณะที่ทางวัดไทย ทำพิธีบวงสรวงขอให้เกิดบั้งไฟทั้งคืน ...
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (4 ต.ค.) ว่า บรรยากาศการชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค มีประชาชนนักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามายังพื้นที่ที่เกิดปรากฏการณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.โพนพิสัย, อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถิติการเกิดบั้งไฟพญานาคจำนวนมากเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่ทางวัดไทย ต.จุมพล อ.โพนพิสัย ได้ประกอบพิธีบวงสรวงบูชาพญานาค มีการตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ทั้งบนดินและเตรียมลอยน้ำถวายพญานาค เพื่อแสดงความสักการบูชาความศรัทธาของชาวหนองคายต่อพญานาค พร้อมทั้งขอให้พญานาคพ่นลูกไฟให้นักท่องเที่ยวได้ชม
ส่วนของการจัดการด้านการจราจรนั้น พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.ภ.4 เป็นประธานปล่อยแถวตำรวจ สภ.โพนพิสัย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ซึ่งได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบอำนวยการจราจร ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กว่า 200 นาย พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.ภ.4 กล่าวว่า ประชาชนที่จะมาชมบั้งไฟพญานาคในทุกปีมีปริมาณมาก ทำให้การจราจรติดขัดบนถนนสายหลัก ซึ่งในปีนี้ตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ที่เดินทางมาชมบั้งไฟพญานาค โดยประชาชนที่ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ มาตามถนนมิตรภาพ ผ่าน จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี เมื่อมาถึงเขต อ.เมืองหนองคายแล้ว สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไป อ.โพนพิสัย – อ.บึงกาฬ ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจร ซึ่งได้กำหนดให้มีการเดินรถทางเดียว จาก อ.โพนพิสัย ถึงกิโลเมตรที่ 12 หน้าโรงงานสุรา อ.เมืองหนองคาย ตั้งแต่เวลา 20.00 – 23.00 น.
นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ และตำรวจอาสา เดินตระเวนปะปนไปกับนักท่องเที่ยว เฝ้าสังเกตมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสช่วงคนแออัด ล้วงกระเป๋า ขโมยทรัพย์สินมีค่า หรือหากเกิดเหตุร้ายขึ้นตำรวจจะได้ช่วยระงับเหตุได้ทันท่วงที อีกทั้งยังขอความร่วมมือกับนักท่องเที่ยวอย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมา ขาดสติ ซึ่งจะรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นขณะรอชมบั้งไฟพญานาคและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย
นายสุรชัย ดิ่งสวัสดิ์ กรรมการหอการค้า จ.หนองคาย กล่าวว่า เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-7 ต.ค. ตลอดช่วงการจัดงานทุกพื้นที่ คาดว่ามีเงินสะพัดอย่างน้อย 50 ล้านบาท นักท่องเที่ยวประมาณ 3 แสนคน โดยเฉลี่ยคาดว่านักท่องเที่ยวจะใช้เงินคนละ 1,000 บาท ประกอบกับปีนี้วันออกพรรษาตรงกับวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ก่อนล่วงหน้า ที่พัก โรงแรม รีสอร์ทต่าง ๆ เต็มทุกที่ ล้นไปจนถึงตามวัดต้องจัดสถานที่ให้หลับนอน นอกเหนือจากการกางเต้นท์นอนตามสถานที่ราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 18.43 น. เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้น ที่บ้านท่าม่วง ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย โดยเป็นลูกไฟขึ้นติดต่อกันเป็นชุด 6 ลูก สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับนักท่องเที่ยวที่รอชมอยู่เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี บั้งไฟพญานาค มีลักษณะเป็นลูกไฟสีแดงอมชมพู พุ่งจากแม่น้ำโขง ขึ้นสูงเป็นแนวตรง 50-150 เมตร แล้วหายไป ขนาดตั้งแต่หัวแม่มือถึงฟองไข่ไก่ ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ไม่มีการตกลงมา เดิมชาวหนองคายเรียกว่า "บั้งไฟผี" ส่วนชาวเวียงจันทน์ สปป.ลาว เรียก "ดอกไม้ไฟน้ำ"
ak October 5th, 2009, 05:21 AM วันที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4146 ประชาชาติธุรกิจ
ธุรกิจประกันเฟื่องแห่ขุดทองลาว 3บริษัทดังนำทีมรุกเงียบ-ผุดสาขาเพียบ"หนองคาย"
ธุรกิจประกันแห่ผุดสาขาหนองคาย พุ่งเป้าจับลูกค้าในลาวทำยอดผู้เอาประกัน พุ่ง 80% เผย 3 บริษัทดังรุกเจาะกลุ่มข้าราชการลาวแบบเงียบ ๆ มากกว่า 10 ปี จนติดตลาดประเภทซื้อประกันแบบออมเงินที่มีอัตราการขยายตัวสูงกว่า 30% ต่อปี มาแรงเพราะรัฐบาลบังคับข้าราชการทำประกันชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริษัทประกันชีวิตหลายแห่งได้เข้ามาตั้งสำนักงานสาขาในจังหวัดหนองคาย โดยพุ่งเป้าไปจับกลุ่มลูกค้าใน สปป.ลาวที่มีกำลังซื้อแทน บางแห่งมียอดผู้เอาประกันเป็นลูกค้าชาวลาวมากกว่าลูกค้าในจังหวัดหนองคายมากถึง 80% และมีแนวโน้มมากขึ้น
จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่า ประกันชีวิตบางบริษัทที่เข้ามาตั้งสาขาในหนองคายไม่ได้เน้นในเรื่องของสถานที่ตั้งของสำนักงานว่าจะต้องอยู่ในจุดที่เด่น แต่กลับไปตั้งในถนนเส้นรองหรือตามถนนซอยภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย เหตุผลคือการหาลูกค้าและเน้นการหาแบบตรง ลูกค้ามีทั้งคนไทยและคนลาว หลายบริษัทได้ส่งพนักงานเข้าไปประจำใน สปป.ลาวมาเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งระเบียบกฎหมายของลาวไม่ได้จำกัดในคนลาวทำประกันเฉพาะบริษัทประกันชีวิตใน สปป.ลาวเพียงอย่างเดียว
ที่สำคัญรัฐบาลลาวกำหนดให้ข้าราชการที่บรรจุแต่งตั้งใหม่จะต้องทำประกันชีวิต ทุกคน เนื่องจากไม่มีสวัสดิการเหมือน ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของไทย โดยจะให้อิสระทำกับบริษัทประกันชีวิตใดก็ได้ โดยจะเรียกบริษัทประกันชีวิตประมาณ 3 บริษัทไปเสนอเงื่อนไข ทำให้บริษัทประกันชีวิตของไทยมีลูกค้าในกลุ่มนี้หลายหมื่นคน บางบริษัทมีมากกว่า 80% ของลูกค้าทั้งหมด ซึ่งลูกค้าชาวลาวที่ซื้อประกันส่วนใหญ่เป็นการซื้อประกันชีวิตแบบประกันอุบัติเหตุ เบี้ยประกันไม่สูงมากและเป็นการประกันระยะสั้นแบบปีต่อปี
แหล่งข่าวจากบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทประกันชีวิตที่เข้ามาตั้งสำนักงานสาขาใน จังหวัดหนองคายหลายแห่งได้ให้ความสำคัญกลุ่มลูกค้าชาวลาวมาก เนื่องจากมีกำลังซื้อประกันสูงโดยเฉพาะการประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ การเจาะกลุ่มลูกค้านี้ต้องอาศัยคนที่มีความคุ้นเคยเป็นตัวเชื่อมให้ ก่อนทำประกันจะตรวจสุขภาพในฝั่งไทยทั้งหมด ส่วนการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละปีนั้นก็จะข้ามไปเก็บเองใน สปป.ลาว และเมื่อลูกค้าเจ็บป่วยก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ทั้งใน สปป.ลาวที่มีอยู่ 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลเชษฐาธิราช และคลินิก ดร.บุนสวย หรือจะข้ามมารักษาในไทยได้ทั้งใน จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี ซึ่งบริษัทประกันได้อำนวยความสะดวกหากลูกค้ามีวงเงินประกันมากก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
สำหรับบริษัทประกันชีวิตที่ชาวลาวนิยมทำประกันมากที่สุดมีอยู่ 3 บริษัทประกอบด้วย บริษัทเอไอเอ, บริษัทไอเอ็นจี และบริษัทอยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ฯ ตามลำดับ โดยบริษัทเอไอเอได้เข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าในลาวมาเป็นระยะเวลาประมาณ 15 ปี ส่วนบริษัทไอเอ็นจีเข้าไปเจาะลูกค้ามาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา บริษัทประกันชีวิตของไทยที่เข้าไปหาลูกค้าใน สปป.ลาวได้รุกการ ประกันชีวิตแบบใหม่ที่มีเบี้ยประกันสูงกว่า คือ การประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ระยะเวลาประกันตั้งแต่ 10-25 ปี กลุ่มลูกค้าเป็นนักธุรกิจ, ผู้รับเหมา, ผู้ที่มีชื่อเสียง และ ร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการจ่ายเบี้ยประกันในอัตราที่สูง ประกอบกับการเก็บเงินไว้ที่ธนาคารอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ที่สำคัญหากเจ็บป่วย ก็สามารถข้ามมารักษาพยาบาลใน โรงพยาบาลในไทยที่มีความทันสมัยในการให้การรักษามากกว่าโรงพยาบาลใน สปป.ลาว หรือหากจะรักษาในโรงพยาบาลใน สปป.ลาวก็สามารถเข้ารับการรักษาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทำประกันแบบออมทรัพย์บริษัทประกันชีวิตจะใช้วิธีให้ คนไทยที่ทำธุรกิจใน สปป.ลาวที่มีความ คุ้นเคยกับกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ติดต่อประสาน ให้ ซึ่งได้ผลดีกว่าที่ตนเองจะเข้าไปติดต่อโดยตรง เพราะชาวลาวจะให้ความไว้เนื้อ เชื่อใจคนที่ตนรู้จักมากกว่า ลูกค้าที่ทำประกันจึงเป็นลักษณะเป็นลูกโซ่ ทำให้อัตราการขยายตัวของการประกันชีวิตแบบนี้สูงขึ้น 20-30% ต่อปี
หน้า 24
uno October 5th, 2009, 05:44 AM มีสิครับ เยอะเลยหล่ะ แต่ถ้าเป็นผม ต้อง เจ้าประจำเจ้านี้ ครับ อิอิ
http://www.uppicweb.com/i/iz/07082009002.jpg:banana::banana::banana:http://www.uppicweb.com/i/ie/08082009009.jpg
http://www.uppicweb.com/i/ig/08082009014.jpg:banana::banana::banana:http://www.uppicweb.com/i/ih/008082009015.jpg
:banana::banana:
มันดูดีกว่าชั้นธุรกิจของการบินไทยบนเครื่องบินบางรุ่นอีกน้า (AB6 734)
alpashino October 5th, 2009, 06:43 AM ^
^
^
^
บริษัทไหนอะคับ
บอกหน่อย
....
esso_oil October 5th, 2009, 06:48 AM ไปดูบั้งไฟพญานาค (Mekhong fireball) ปีนี้ที่โพนพิสัย ไม่เห็นขึ้นเลยสักลูก ฟังดูข่าวที่อื่นๆเช่น รัตนวาปี บ้านน้ำเป ลูกไฟก็ขึ้นน้อยมากๆ...เพื่อนๆที่มาจาก กทม เพื่อมารอชมปรากฎการณ์นี้ เลยอดเห็นลูกไฟเลย...ปีหน้าเลยบอกเขาว่า ค่อยมารอดูใหม่ปีหน้า
Kasuya08 October 5th, 2009, 06:51 AM ถ้าเป็นรถไฟก็รถด่วนสาย กทม-หนองคาย ตามรายละเอียดที่คุณ KhunWasut ให้มาครับ
แต่ที่คนอุดรนิยมกันก็รถทัวร์เลยครับ โดยรถที่นอนสบายที่สุดของสาย 22 กทม-อุดร ก็เจ้านี้เลยครับ รุ่งประเสริฐทัวร์
http://www.212cafe.com/boardvip/user_board/scania/picture/01674_0.jpg
:) รถสองชั้น ม.4ข หรือรถปรับอากาศชั้นหนึ่งธรรมดา แต่จัดแบาะแบบรถ vip 24 ที่นั่ง ที่สำคัญเก็บค่าโดยสารเหมือนรถ ป.1 ธรรมดา ราคาแค่ 412 บาทครับ
http://upload.meemodel.com/UploadedFiles/297/70c9a1227249981468144.jpg
:) สภาพภายในของรถ ป.1 ธรรมดาของบริษัทนี้ครับ
http://www.212cafe.com/boardvip/user_board/scania/picture/01674_3.jpg
:) รถ vip 24 ที่นั่ง(คาดชมพู) จะเห็นว่าจัดเบาะเหมือนกับรถสองชั้นด้านบนเลย
http://www.rottourthai.com/attachment.php?attachmentid=16465&stc=1&thumb=1&d=1248166390
:) นี้เป็นสภาพภายในของรถ vip 24 ที่นั่งที่ปรับเอนแล้ว เกือบราบครับ รถ 24 ที่นั่งจะต่างจากรถสองชั้นด้านบนตรงที่เบาะนวดไฟฟ้า ของที่แจก และราคาค่าโดยสารครับ คันนี้ 641 บาทครับ
ปล. ภาพจาก rottourthai ครับ http://www.rottourthai.com ขอบคุณครับ :)
Hatyaiwalker October 5th, 2009, 07:46 AM ^^
หรูกว่าการบินไทยอีก :nuts: :nuts: :nuts:
แต่ผมไม่ชอบนั่งรถบัสครับ กลัวการจราจร อุบัติเหตุ ฯลฯ
เลยอยากนั่งรถไฟมากกว่า ได้บรรยากาศดีด้วย :banana:
Kasuya08 October 5th, 2009, 08:30 AM ^
^
^
^
บริษัทไหนอะคับ
บอกหน่อย
....
ภาพที่เห็นเป็นรถของบริษัทชาญทัวร์ครับ เป็นรถ First Class ราคาค่าโดยสารแพงกว่าชาญทัวร์เที่ยวอื่นๆครับ 481 บาท เที่ยวอื่นๆ 412 บาทครับ
http://vip.212cafe.com/user_board/scania/picture/03806_23.jpg
http://vip.212cafe.com/user_board/scania/picture/03668_1.jpg
http://vip.212cafe.com/user_board/scania/picture/03806_21.jpg
http://vip.212cafe.com/user_board/scania/picture/03668_5.jpg
http://vip.212cafe.com/user_board/scania/picture/03668_6.jpg
ปล.ภาพจาก OK Bus ขอบคุณครับ
perawat October 5th, 2009, 08:34 AM เห็นภาพรถทัวร์แล้ว ผมนึกถึงการโปรโมตอุดรให้เป็นที่รู้จักอีกทางหนี่ง เพราะหลายท่านที่อยู่ต่างจังหวัดยังไม่รู้เลยว่าบ้านเราเจริญมาก
perawat October 5th, 2009, 08:57 AM เห็นภาพรถทัวร์แล้ว ผมนึกถึงการโปรโมตอุดรให้เป็นที่รู้จักอีกทางหนี่ง เพราะหลายท่านที่อยู่ต่างจังหวัดยังไม่รู้เลยว่าบ้านเราเจริญมาก
ผมอยากให้ทางจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หอการค้า หรือหน่อยงานอื่น ๆ ไปร่วมมือกับ บ.ทัวร์ในอุดร เช่น 407 พัฒนา แอร์อุดร โดยให้ทางจังหวัดจัดทำ VCD ขึ้นมาชุดนึงที่รวบรวมภาพอุดรในมุมต่าง ๆ และรวมภาพแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญในอุดร เช่น บ้านเชียง ภูพระบาท เซ็นทรัล ภูฝอยลม หนองประจักษ์ ฯลฯ และใน VCDชุดนี้ จะมีการบรรยายประกอบภาพ อาจจะใช้ความยาวทั้งหมดแค่ 10 นาทีก็พอ บรรยายเพียวคร่าว ๆ ไมต้องลงรายะเอียดมาก
แล้วนำ VCD ชุดนี้ ไปให้กับ บ.ทัวร์ เพื่อให้เขาเปิดในรถทัวร์ให้ผู้โดยสารฟัง ซึ่งจะเป็นการ
โปรโมตอุดรได้อย่างดี เช่น รถทัวร์สาย กทม-อุดร ที่วิ่งจากกรุงเทพ พอมาถึงโนนสูงก่อนเข้าตัวเมืองอุดร เราก็เปิด VCD ชุดนี้ให้ผู้โดยสารฟัง รับรองเลยว่าจะเป็นการสร้างความสนใจให้เขาได้มากทีเดียว
หรือ รถสาย นครพนม-สกล-อุดร บางคนนั่งรถจากนครพนมเพื่อที่จะมาแค่สกล พอใกล้เข้าตัวเมืองสกล เราก็เปิด VCD ชุดนี้ให้ผู้โดยสารฟัง เขาก็จะได้รู้จักอุดรมากขึ้น พอเขาเห็นภาพอุดรในมุมต่าง ๆ และแหล่งท่องเที่ยว แม้เขาจะมาถึงแค่สกลนครก็ตาม แต่วันข้างหน้าเขาก็อาจจะมาเที่ยวบ้านเราก็ได้ พอออกจากสกลมุ่งหน้ามาอุดร ใกล้เข้าตัวเมืองอุดร เราก็เปิดอีกทีนึง (ผู้โดยสารคงไม่รำคาญ เพราะ VCD ชุดนี้มีความยาวแค่ 10 นาทีนะครับ)
ส่วนตัวรถทัวร์ด้านนอก ควรจะนำภาพ บ้านเชียง หนองประจักษ์ ภูพระบาท ภูฝอยลม ฯลฯ มาติดไว้ เหมือนกับภาพโฆษณบนรถเมล์ใน กทม. เพื่อให้คนที่เห็นภาพเกิดความสนใจ คิดดูสิครับ หากรถทัวร์บ้านเราวิ่งเข้าหมอชิต ผู้โดยสารที่หมอชิตจำนวนมหาศาลเห็นภาพที่ติดบนรถ จะเป็นอย่างไร แม้บางคนอาจจะเฉย ๆ แต่อย่างน้อยเราก็ได้โปรโมตให้เขาได้รู้จักอุดรมากขึ้น แต่หากมีคนสนใจ มันก็จะเป็นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้อุดรมากขึ้น เพิ่มรายได้ให้กับรถทัวร์อีกด้วย
แต่ไม่รู้จะทำได้หรือป่าว เพราะ บ.ทัวร์ต่าง ๆ อาจจะคิดว่ารัฐเข้าไปแทรกแซงกิจการของเขาหรือป่าว แต่ผมก็คิดว่าต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้นนะครับ แต่จะมีใครคิดที่จะทำหรือป่าวแค่นั้นเอง
ปล.เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ พิมพ์จนเมื่อยมือเลย ไม่เคยโพสอะไรที่ยาวขนาดนี้
เพื่อนชาวอุดรช่วยแสดงความคิดเห็นกับผมได้นะครับ BYE
esso_oil October 5th, 2009, 09:04 AM ^^^
good idea
Nongkhai_tong October 5th, 2009, 09:09 AM ผมใช้บริการชาญทัวร์ประจำเลยครับ แต่ก่อนเป็นอะไรที่ดีหรูหร่ามากพอสมควรแต่ปัจจุบัน นั่งคันไหน รถนวดไฟฟ้าใช้งานไม่ไ้ดซักที -*-
Hatyaiwalker October 5th, 2009, 09:11 AM เคยนั่งรถทัวร์ที่เป็นรถนวดไฟฟ้า ตื่นมาท้องอืดเลย :tongue:
Kasuya08 October 5th, 2009, 09:12 AM เป็นความเห็นที่ดีและน่าสนใจมากครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร เพราะบริษัทรถทัวร์เป็นหน่วยงานเอกชน การทำเช่นนี้ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐจะทำได้ง่าย ดังเช่นในหลายๆสายการบิน ที่มักจะนำเสนอแนะนำประเทศของตัวเอง (สายการบินแห่งชาติ)
ปล. ความคิดด้านโปรโมตเมืองเห็นด้วยครับ แต่มีเห็นแย้งบางคำ คือคำว่า "ไม่รู้ว่าบ้านเราเจริญมาก" ความจริงก็ไม่ได้เจริญมากหรอกครับ แค่เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอีสานที่มีความสะดวกสบายในหลายๆด้าน ถ้ามองในระดับสากลก็ยังจัดว่าเป็นเมืองขนาดกลางค่อนมาทางเล็กและยังต้องการ การพัฒนาอีกมากครับ:)
Hatyaiwalker October 5th, 2009, 09:21 AM เป็นความเห็นที่ดีและน่าสนใจมากครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร เพราะบริษัทรถทัวร์เป็นหน่วยงานเอกชน การทำเช่นนี้ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐจะทำได้ง่าย ดังเช่นในหลายๆสายการบิน ที่มักจะนำเสนอแนะนำประเทศของตัวเอง (สายการบินแห่งชาติ)
ปล. ความคิดด้านโปรโมตเมืองเห็นด้วยครับ แต่มีเห็นแย้งบางคำ คือคำว่า "ไม่รู้ว่าบ้านเราเจริญมาก" ความจริงก็ไม่ได้เจริญมากหรอกครับ แค่เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอีสานที่มีความสะดวกสบายในหลายๆด้าน ถ้ามองในระดับสากลก็ยังจัดว่าเป็นเมืองขนาดกลางค่อนมาทางเล็กและยังต้องการ การพัฒนาอีกมากครับ:)
จริงครับ มองในระดับสากลนี่ กรุงเทพเข้าข่ายเมืองใหญ่ได้ที่เดียว :ohno:
hot_hot999 October 5th, 2009, 09:22 AM เป็นความเห็นที่ดีและน่าสนใจมากครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร เพราะบริษัทรถทัวร์เป็นหน่วยงานเอกชน การทำเช่นนี้ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐจะทำได้ง่าย ดังเช่นในหลายๆสายการบิน ที่มักจะนำเสนอแนะนำประเทศของตัวเอง (สายการบินแห่งชาติ)
ปล. ความคิดด้านโปรโมตเมืองเห็นด้วยครับ แต่มีเห็นแย้งบางคำ คือคำว่า "ไม่รู้ว่าบ้านเราเจริญมาก" ความจริงก็ไม่ได้เจริญมากหรอกครับ แค่เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอีสานที่มีความสะดวกสบายในหลายๆด้าน ถ้ามองในระดับสากลก็ยังจัดว่าเป็นเมืองขนาดกลางค่อนมาทางเล็กและยังต้องการ การพัฒนาอีกมากครับ:)
พูดได้ดีทีเดียวครับ บ้านเรา เป็น กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาครับ
pon October 5th, 2009, 09:36 AM อ้าว เป็นรถของชาญทัวร์เองเหรอ
ดูรูปตอนแรกนึกว่านครชัยแอร์ เพราะเหมือนกันเด๊ะเลย
สงสัยให้บริษัทเดียวกันผลิตรถให้
ถือว่าโอเคมากเลยครับเก้าอี้รุ่นนี้ผมเคยนั่งจากเชียงใหม่มากรุงเทพแล้ว
ทีวีก็เป็นแบบ on demand เลือกหนังเลือกฟังเพลงได้
เสียอย่างเดียวเบาะสูงไปหน่อย นั่งแล้วขาไม่ถึงพื้นอ่ะ :(
เลยไม่แน่ใจว่าเลยทำให้เมื่อยรึเปล่าแม้จะมีที่รองขานะ
Kasuya08 October 5th, 2009, 10:23 AM อ้าว เป็นรถของชาญทัวร์เองเหรอ
ดูรูปตอนแรกนึกว่านครชัยแอร์ เพราะเหมือนกันเด๊ะเลย
สงสัยให้บริษัทเดียวกันผลิตรถให้
ถือว่าโอเคมากเลยครับเก้าอี้รุ่นนี้ผมเคยนั่งจากเชียงใหม่มากรุงเทพแล้ว
ทีวีก็เป็นแบบ on demand เลือกหนังเลือกฟังเพลงได้
เสียอย่างเดียวเบาะสูงไปหน่อย นั่งแล้วขาไม่ถึงพื้นอ่ะ :(
เลยไม่แน่ใจว่าเลยทำให้เมื่อยรึเปล่าแม้จะมีที่รองขานะ
ครับ :)
บริษัทที่ให้บริการรถ First Class ที่มี PTV ทุกที่นั่ง ในประเทศไทยยังมีอยู่แค่ 2 บริษัทครับ คือ นครชัยแอร์และชาญทัวร์
นครชัยแอร์มีวิ่งในเส้นทาง กทม-เชียงใหม่, กทม-ขอนแก่น และ กทม-อุบล
ชาญทัวร์มีวิ่งในเส้นทาง กทม-ขอนแก่น และ กทม-อุดร
ระบบ PTV ของชาญทัวร์จะยังสู้ของนครชัยไม่ได้ครับ มีหนังให้ดูแค่ 3-4 เรื่องเองครับ นอกจากนั้นการบริการนครชัยจะมีมาตรฐานที่สูงกว่ามาก ดีที่ชาญทัวร์เก็บค่าโดยสารถูกกว่า ถ้าใครเน้นนั่งรถ First Class แบบนิ่มๆ Seat Pitch กว้างๆ ราคาประหยัดก็ชาญทัวร์ แต่ใครต้องการ บริการที่ดีมีมาตรฐาน ระบบ PTV ที่สมบูรณ์กว่าก็เลือกนครชัยแอร์ครับ:)
alpashino October 5th, 2009, 10:51 AM ^^
^
^
^
พอทราบราคาปะคับ
ประมาณเท่าไหร่ ของ first class ชาญทัวร์
...
pon October 5th, 2009, 11:27 AM ราคาfirst class เชียงใหม่-กรุงเทพ 806 บาท
ไม่ถูกไม่แพงเกินไป สูสีกับรถนอนชั้น2ของรถไฟเลย (แต่รถไฟนอนสบายกว่า)
IFEของนครชัยแอร์ เท่าที่เคยดูมาจะมีหนัง10กว่าเรื่อง
มีการ์ตูน10กว่าเรื่อง โดยเฉพาะโดราเอม่อนของโปรด มีให้ดูประมาณ10เรื่อง
แต่ละเรื่องก็มีหลายตอนมากเลยครับ ชอบจัง
เสียดายที่ส่วนฟังเพลงไม่มีเพลงลูกทุ่ง มีเมนูให้เลือกแต่กดไปกลายเป็นเพลงฝรั่งไปซะงั้น
Kasuya08 October 5th, 2009, 11:42 AM ความจริงรถ First Class ของชาญทัวร์ถือเป็นรถ vip 24 ที่นั่งแบบของรุ่งประเสริฐ แต่เนื่องจากชาญทัวร์ไม่ได้สัมปทานรถมาตรฐาน ก (ม.1ก ม.4ก) หรือรถ 24 ที่นั่งที่คาดชมพู จึงไม่สามารถเก็บค่าโดยสารเต็มเพดานได้ จึงเก็บค่าโดยสารในระดับ ข(พ) ที่เขาสัมปทานไว้ คือ 481 บาทครับ อีกอย่างเป็นโปรโมชั่นของเขาด้วยที่เก็บค่าโดยสารถูกกว่าความเป็นจริง
ระดับรถทัวร์ครับ (ราคาค่าโดยสาร กทม-อุดร)
1.ระดับดีสุด First Class มีPTV ทุกที่นั่ง ค่าโดยสาร 641 (นครชัยมี 21 ที่นั่ง)
2.มาตรฐาน ก (ม.1ก ม.4ก) หรือรถ 24 ที่นั่ง รถสีฟ้าขาวคาดชมพู ค่าโดยสาร 641
3.มาตรฐาน ข(พ) หรือรถ 32 ที่นั่ง รถสีฟ้าขาวคาดเหลือง ค่าโดยสาร 481
4.มาตรฐาน ข หรือรถ ป.1 ธรรมดา รถสีฟ้าขาว ค่าโดยสาร 412
5.มาตรฐาน ค หรือรถ ป.2 รถสีฟ้าขาวคาดส้ม ค่าโดยสาร 321
:) เนื่องจากเกรดสูงสุดตามที่รัฐกำหนดคือ มาตรฐาน ก ดังนั้นจึงเก็บค่าโดยสารสูงสุดได้เท่านี้ แต่ชาญทัวร์เก็บค่าโดยสารเท่าข้อ 3
ปล. เนื่องจากสายนี้มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการจึงแข่งขันกัน วางเบาะขนาดใหญ่และมีระบบนวดไฟฟ้า เพราะฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่ว่ารถมาตรฐานอะไรก็วางเบาะเหมือนกันหมดเลย จึงเป็นสิ่งที่โชคดีของชาวอุดรอย่างหนึ่งที่ได้นั่งรถ vip 24 ที่นั่ง ในราคาประหยัดเท่ารถทัวร์ธรรมดา ถ้ารู้จักเลือกก็จะได้นั่งรถ vip ในราคาประหยัดๆ ครับ
alpashino October 5th, 2009, 01:47 PM ควันหลง ออกพรรษาเมื่อคืนนี้ ที่วัดโพธิสมภรณ์
http://www.uppicweb.com/i/ix/znrw1.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=a09a78fd21298a4154631e8ffc0dfeaf)
http://www.uppicweb.com/i/ib/71il2.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=3499dcfe8bc6fbf9fe66fa1af34cd324)
http://www.uppicweb.com/i/io/5jdb3.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=178c5f49702f2e2f010d961b302a1e09)
http://www.uppicweb.com/i/iv/6q9p4.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=08d6f16a043c0e82e2975b8d39270378)
http://www.uppicweb.com/i/ii/v6n25.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=13f83de856c5223fd40fed54e79303cc)
alpashino October 5th, 2009, 01:51 PM http://www.uppicweb.com/i/im/gqmi6.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=7d596ac25518bb2cbacc1e3e52387ede)
http://www.uppicweb.com/i/il/ilvm7.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=8bb2fb0935071b88c95dc4e7738398b5)
http://www.uppicweb.com/i/ix/p4wg8.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=5b4d57208544fad1e96e647e220b1e92)
http://www.uppicweb.com/i/im/gbgv9.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=49042d79ca1399cf73311813d1e77c48)
http://www.uppicweb.com/i/id/2rg10.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=3cb75e60a414b3104cc3ab87dedff1a2)
by www.udonphoto.com
hot_hot999 October 5th, 2009, 01:59 PM มองไปทางทุ่งศรีเมือง ในเมืองสว่างจ้ามากๆ เมื่อคืนวันออกพรรษา คุณแม่นกน้อย ทำการแสดง ที่ทุ่งศรีเมือง อลังการมาก น่าจะมีคนถ่ายรูปมาดูนะครับ เสียดายจัง
คนมาดูคุณแม่นกน้อยตรึมเลย
tana_2009 October 5th, 2009, 02:18 PM เห็นภาพรถทัวร์แล้ว ผมนึกถึงการโปรโมตอุดรให้เป็นที่รู้จักอีกทางหนี่ง เพราะหลายท่านที่อยู่ต่างจังหวัดยังไม่รู้เลยว่าบ้านเราเจริญมาก
ผมอยากให้ทางจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หอการค้า หรือหน่อยงานอื่น ๆ ไปร่วมมือกับ บ.ทัวร์ในอุดร เช่น 407 พัฒนา แอร์อุดร โดยให้ทางจังหวัดจัดทำ VCD ขึ้นมาชุดนึงที่รวบรวมภาพอุดรในมุมต่าง ๆ และรวมภาพแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญในอุดร เช่น บ้านเชียง ภูพระบาท เซ็นทรัล ภูฝอยลม หนองประจักษ์ ฯลฯ และใน VCDชุดนี้ จะมีการบรรยายประกอบภาพ อาจจะใช้ความยาวทั้งหมดแค่ 10 นาทีก็พอ บรรยายเพียวคร่าว ๆ ไมต้องลงรายะเอียดมาก
แล้วนำ VCD ชุดนี้ ไปให้กับ บ.ทัวร์ เพื่อให้เขาเปิดในรถทัวร์ให้ผู้โดยสารฟัง ซึ่งจะเป็นการ
โปรโมตอุดรได้อย่างดี เช่น รถทัวร์สาย กทม-อุดร ที่วิ่งจากกรุงเทพ พอมาถึงโนนสูงก่อนเข้าตัวเมืองอุดร เราก็เปิด VCD ชุดนี้ให้ผู้โดยสารฟัง รับรองเลยว่าจะเป็นการสร้างความสนใจให้เขาได้มากทีเดียว
หรือ รถสาย นครพนม-สกล-อุดร บางคนนั่งรถจากนครพนมเพื่อที่จะมาแค่สกล พอใกล้เข้าตัวเมืองสกล เราก็เปิด VCD ชุดนี้ให้ผู้โดยสารฟัง เขาก็จะได้รู้จักอุดรมากขึ้น พอเขาเห็นภาพอุดรในมุมต่าง ๆ และแหล่งท่องเที่ยว แม้เขาจะมาถึงแค่สกลนครก็ตาม แต่วันข้างหน้าเขาก็อาจจะมาเที่ยวบ้านเราก็ได้ พอออกจากสกลมุ่งหน้ามาอุดร ใกล้เข้าตัวเมืองอุดร เราก็เปิดอีกทีนึง (ผู้โดยสารคงไม่รำคาญ เพราะ VCD ชุดนี้มีความยาวแค่ 10 นาทีนะครับ)
ส่วนตัวรถทัวร์ด้านนอก ควรจะนำภาพ บ้านเชียง หนองประจักษ์ ภูพระบาท ภูฝอยลม ฯลฯ มาติดไว้ เหมือนกับภาพโฆษณบนรถเมล์ใน กทม. เพื่อให้คนที่เห็นภาพเกิดความสนใจ คิดดูสิครับ หากรถทัวร์บ้านเราวิ่งเข้าหมอชิต ผู้โดยสารที่หมอชิตจำนวนมหาศาลเห็นภาพที่ติดบนรถ จะเป็นอย่างไร แม้บางคนอาจจะเฉย ๆ แต่อย่างน้อยเราก็ได้โปรโมตให้เขาได้รู้จักอุดรมากขึ้น แต่หากมีคนสนใจ มันก็จะเป็นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้อุดรมากขึ้น เพิ่มรายได้ให้กับรถทัวร์อีกด้วย
แต่ไม่รู้จะทำได้หรือป่าว เพราะ บ.ทัวร์ต่าง ๆ อาจจะคิดว่ารัฐเข้าไปแทรกแซงกิจการของเขาหรือป่าว แต่ผมก็คิดว่าต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้นนะครับ แต่จะมีใครคิดที่จะทำหรือป่าวแค่นั้นเอง
ปล.เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ พิมพ์จนเมื่อยมือเลย ไม่เคยโพสอะไรที่ยาวขนาดนี้
เพื่อนชาวอุดรช่วยแสดงความคิดเห็นกับผมได้นะครับ BYE
เป็นความคิดที่ดีมากครับ ถ้าหากทำได้ เราก็จะเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยล่ะมั๊งที่ทำแบบนี้
จริงอย่างที่หลายคนพูดครับ คนส่วนใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัดยังไม่รู้เลยว่าอุดรเป็นเมืองใหญ่ ผมเคยได้ยินเพื่อนที่กรุงเทพที่เขาเคยมาอุดรพูดว่า อุดรมีที่เที่ยวเยอะ น่าเที่ยว เมืองก็ใหญ่โต มีทุกอย่างเหมือนกรุงเทพ แต่ขาดการโปรโมต หากเขาไม่เคยไปอุดรมาก่อนเขาก็จะคิดว่าอุดรคงไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พอเขาได้มาอุดรแค่ครั้งเดียว เขาก็เปลี่ยนความคิดทันทีที่ว่าอีสาน..........เพราะในอีสาน มันไม่ใช่ทุกจังหวัด
Topazolite October 5th, 2009, 02:34 PM ไม่ทราบว่า พี่alpashino เอาภาพนี้ลงยัง ถ้าลงซ้ำก็ขออภัยครับ ไปชมกันเลยครับ ภาพมุมสูงของวัดโพธิสมภรณ์ครับ
http://www.uppicweb.com/i/ik/udonview_05.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=8e7fe56669ae81a483bfd11340a9b4bf)
Thanks: www.udonphoto.com (http://www.udonphoto.com )
http://www.uppicweb.com/i/id/udonview_06.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=ef7fb9aca7593ff6169066b40faea780)
Thanks: www.udonphoto.com (http://www.udonphoto.com )
:)
tana_2009 October 5th, 2009, 02:54 PM ผมมีรายชื่อโครงการต่างๆในจังหวัดอุดรมาฝากนะครับ (เฉพาะ อำเภอเมือง พอนะครับไม่งั้นเยอะมาก 5555 ) มีหลาย stage ตั้งแต่
1. เตรียมโครงการ
2. ออกแบบ
3. เตรียมเอกสาร
4. ประมูล
5. ก่อสร้าง
6. ชะลอโครงการ
- ตึกคอม อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- เดอะ มอลล์ อุดรธานี (กรีน โพรเจค) : เตรียมโครงการ
- โครงการหมู่บ้านจัดสรรที่จังหวัดอุดรธานี (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ) : เตรียมโครงการ
- อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 4 : งานก่อสร้าง
- โครงการหมู่บ้านจัดสรรที่จังหวัดอุดรธานี (บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน )) : เตรียมโครงการ
- แฟลกชิป สโตร์ โรบินสัน อุดรธานี : ชะลอโครงการ
- ซุปเปอร์ สปอร์ท สาขา เซ้นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- เอสเอฟ ลานโบว์ลิ่ง เซ้นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- กลุ่มอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี : งานก่อสร้าง
- บ้านพัก คลังวัสดุ และสำนักงาน ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงอุดรธานี 3 : เตรียมเอกสาร
- อาคารเรียน 3 ชั้น โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี : ประมูล
- อาคารเรียน 4 ชั้น 12 ห้อง โรงเรียนเทศบาล 4 วัดโพธิวราราม : ประมูล
- ธนาดร โฮมเพลส : งานก่อสร้าง
- ยูดี ทาวน์ โฮเต็ล : ออกแบบ
- ยูดี ทาวน์ ช๊อปปิ้ง มอลล์ : งานก่อสร้าง
- อุดร พลาซ่า โซน อาคารพาณิชย์ : งานก่อสร้าง
- อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี : ประมูล
- ตกแต่งอาคาร โซนห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ภายในเซ็นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : ออกแบบ
- ปรับปรุง เซ็นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : ออกแบบ
- อาคารศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี : งานก่อสร้าง
- เทสโก้ โลตัส เซ็นเตอร์ สาขาอุดรธานี : งานก่อสร้าง
- อาคารผู้ป่วยในตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี : งานก่อสร้าง
- สิทธารมย์ อุดรธานี : งานก่อสร้าง
- โรงแรม อิมม์ อุดรธานี : ออกแบบ
* ระยะเวลา ปรับปรุงก่อสร้าง Central Plaza Udonthani นานพอสมควรเลยนะครับ ไตรมาศที่ 1 ปี 2553-ไตรมาสที่ 3 ปี 2555.....
งั้นข่าวที่ออกมาว่า โลตัส เซ็นเตอร์ กำลังสร้างแห่งแรกของประเทศไทย ก็อยู่ที่อุดรสิครับ ทำไมโลตัสมีหลายประเภทจังเลยครับ อย่างโลตัส พลัส ที่ศรีนครินทร์ก็เพิ่งมีแห่งเดียวในไทย ก็มีโลตัสเซ็นเตอร์ออกมาอีกแล้ว มากกว่าที่เราชาวอุดรคิดไว้ซะอีกนะครับ คิดว่าจะเป็นโลตัสพลัสแห่งที่ 2 ของประเทศ แต่ที่ไหนได้เป็นโลตัส เซ็นเตอร์ แห่งแรกของโลกเลยยยยย เพราะที่อังกฤษเจ้าของโลตัสก็ยังไม่มีเลย
แล้วเดอะมอลล์เนี่ย มาจริงๆ เหรอครับ หากมาจริง ๆ ผมอยากให้สร้างบริเวณใกล้ ๆ เมืองหน่อยก็ดีหน่อยนะครับ ไม่งั้นคงสู้กับเซ็นทรัลได้ยาก
tana_2009 October 5th, 2009, 03:00 PM ซุปเปอร์ สปอร์ท สาขา เซ้นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
- เอสเอฟ ลานโบว์ลิ่ง เซ้นทรัล พลาซ่า อุดรธานี : เตรียมโครงการ
ซุปเปอร์ สปอร์ต ก็เปิดแล้วไม่ใช่เหรอครับ อยู่เซ็นทรัลชั้น 2 และ 3 ฝั่งโรบินสันด้านในสุด และก็ชั้น 4 ฝั่งเมเจอร์ก็มี
เอสเอฟ ถ้ามาก็คงชนกับเมเจอร์ที่อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว คุณChad เอาข้อมูลมาจากไหนครับ อยากรู้
Kasuya08 October 5th, 2009, 03:03 PM ไม่ทราบว่า พี่alpashino เอาภาพนี้ลงยัง ถ้าลงซ้ำก็ขออภัยครับ ไปชมกันเลยครับ ภาพมุมสูงของวัดโพธิสมภรณ์ครับ
http://www.uppicweb.com/i/id/udonview_06.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=ef7fb9aca7593ff6169066b40faea780)
Thanks: www.udonphoto.com (http://www.udonphoto.com )
:)
ผมชอบภาพนี้มากๆเลยครับ ดูเมืองเป็นระเบียบสวยงามมากๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาคารในวัด และกลุ่มอาคารของโรงพยาบาล และมีหนองประจักษ์อยู่เบี้องหลัง สวยจริงๆภาพนี้:banana:
ปล. ที่มุมซ้ายของภาพ ตรงหัวมุมสี่แยกมีร้านอาหารอร่อยที่ชื่อ VT แหนมเนืองอยู่ด้วย
Topazolite October 5th, 2009, 03:16 PM ^^
ทีแรกตัวผมเองที่เห็นภาพนี้พูดตรงๆเลยครับ ผมไม่คิดว่าเป็นอุดร แต่พอมองดูดีๆ เห็นวีทีแหนมเนืองด้วย เฮ้ย!!! นี่มันอุดรนี่หว่า ผมประทับใจแล้วก็ประหลาดใจสุดๆครับ สำหรับภาพนี้ สวยมากๆจริงๆนั่นแหละครับ:banana:
alpashino October 5th, 2009, 04:02 PM คงลงแล้วละครับ คุ้นๆ
แต่ยังไงก็ดูดีอะคับ
ชอบภาพมุมสูงของอุดรทุกรูปเลยยย
Topazolite October 5th, 2009, 04:11 PM ^^
อ้าววว เหรอครับ แหะๆๆ :nuts:
hot_hot999 October 5th, 2009, 04:21 PM เหมือนจะเคยเห็นพูดกันเรื่องที่จอดรถใต้อาคาร ของโลตัส สาขา นาดี (สาขา 2)
มีที่จอดรถใต้อาคารครับ ออกแบบมาคล้ายๆ บิ๊กซีอุดรธานีเลย แต่ ใหญ่กว่า เหมือนๆ กันเลย
ไปดูมาวันนี้
alpashino October 5th, 2009, 04:23 PM ^
^
^
^
น่าจะมาแปะซัก 2 -3 รูปนะคับ
แหะๆๆๆ
samatoy October 5th, 2009, 04:25 PM คงลงแล้วละครับ คุ้นๆ
แต่ยังไงก็ดูดีอะคับ
ชอบภาพมุมสูงของอุดรทุกรูปเลยยย
อยากเห็นอ่ะครับ ใครมีรูปถ่ายบ้าง ไม่ได้กลับอุดรมาเดือนกว่าแล้ว คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆๆ
Hatyaiwalker October 5th, 2009, 04:29 PM ^^
ชอบวัดโพธิสมภาร จัง แปลนดูลงตัว ตึกก็สวยกำลังดี :banana:
Topazolite October 5th, 2009, 04:46 PM ^^
โพธิสมภรณ์ครับ ไม่ใช่ โพธิสมภาร :nuts: :)
Kasuya08 October 5th, 2009, 05:09 PM ^^
ชอบวัดโพธิสมภาร จัง แปลนดูลงตัว ตึกก็สวยกำลังดี :banana:
ขออนุญาตแซวนิดหนึ่งนะครับ ขำๆ พระที่วัดโพธิสมภรณ์ เป็นสมภารไม่กินไก่วัดครับ:lol:
วัดนี้มองจากมุมสูง ผังลงตัวดีจริงๆ ยิ่งมีพระเจดีย์อยู่ตรงกลางด้วย แหล่มเลย
Hatyaiwalker October 5th, 2009, 05:12 PM ขออนุญาตแซวนิดหนึ่งนะครับ ขำๆ พระที่วัดโพธิสมภรณ์ เป็นสมภารไม่กินไก่วัดครับ:lol:
วัดนี้มองจากมุมสูง ผังลงตัวดีจริงๆ ยิ่งมีพระเจดีย์อยู่ตรงกลางด้วย แหล่มเลย
^^
โพธิสมภรณ์ครับ ไม่ใช่ โพธิสมภาร :nuts: :)
เข้ามาห้องอุดร ปล่อยไก่ตลอดเลย :cry:
Dek_Phuket October 5th, 2009, 05:25 PM เข้ามาห้องอุดร ปล่อยไก่ตลอดเลย :cry:
อิอิอิ เด็กสงขลาทำตัวเปิ่นตลอดเล้ย :nuts::nuts::nuts:
anuchaya October 5th, 2009, 05:26 PM ^^
ชอบวัดโพธิสมภาร จัง แปลนดูลงตัว ตึกก็สวยกำลังดี :banana:
สมภารไม่กินไก่วัด เลยปล่อยไก่วัดซะน่ารักเลย:lol::lol::rofl::rofl:
manjoonu October 5th, 2009, 05:49 PM ดูรายการโฮมตอนนี้ นายกเทศมนตรี บอกว่าถนนตรง UD Barzaa ขยายถึง โรงเรียนเลยนิ แล้วร้านค้าจะย้ายออกตอนไหนล่ะเนี่ย เพราะฝั่ง barzaa ทำไปเยอะแล้ว
aun0029 October 5th, 2009, 10:17 PM ผมพึ่งสมัครใหม่มาสดๆเลนอ่ะครับ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยแล้วกันนะครับ
คือผมอยากทราบความคืบหน้าของการก่อสร้าง ม.ราชภัฏวิทยาเขตสามพร้าวอ่ะครับ
ใครพอมีข้อมูลหรือรูปถ่ายในปัจจุบันช่วยบริจาคให้ผมหน่อยแล้วกันนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าเลยแล้วกัน
ปล.สิงอยู่ในเวปนี้มาได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว พึ่งหาที่สมัครเจอ^^
trin@ud October 5th, 2009, 10:21 PM ผมพึ่งสมัครใหม่มาสดๆเลนอ่ะครับ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยแล้วกันนะครับ
คือผมอยากทราบความคืบหน้าของการก่อสร้าง ม.ราชภัฏวิทยาเขตสามพร้าวอ่ะครับ
ใครพอมีข้อมูลหรือรูปถ่ายในปัจจุบันช่วยบริจาคให้ผมหน่อยแล้วกันนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าเลยแล้วกัน
ปล.สิงอยู่ในเวปนี้มาได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว พึ่งหาที่สมัครเจอ^^
คงจะแอบส่องมานาน
ดีแล้วครับมีไรก็มาอัำำพเดทนะครับ
mRneOzaPlanet October 6th, 2009, 12:52 AM เย้ๆๆๆๆ ในที่สุดก็ถึงบ้านแล้วครับบบบบ :banana::banana::banana:
http://www.uppicweb.com/i/iz/07082009002.jpg
กลับมาด้วยเจ้าคันนี้ครับ ในราคา สบ๊าย สบาย
จากราคา 512 เหลือ 491 บาทโดยใช้ส่วนลดจากเจ้าบัตรนี้
http://www.uppicweb.com/i/iy/x0144.jpg
เที่ยวนี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะโทรศัพท์แบตหมด ซะงั้น :ohno::ohno::ohno:
ขอตัวไปนอนก่อนครับ หลับฝันดีกันทุกคน รวมทั้งสมาชิกใหม่ด้วยครับ ยินดีต้อนรับครับ
reQuiem4adream October 6th, 2009, 01:23 AM ผมพึ่งสมัครใหม่มาสดๆเลนอ่ะครับ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยแล้วกันนะครับ
คือผมอยากทราบความคืบหน้าของการก่อสร้าง ม.ราชภัฏวิทยาเขตสามพร้าวอ่ะครับ
ใครพอมีข้อมูลหรือรูปถ่ายในปัจจุบันช่วยบริจาคให้ผมหน่อยแล้วกันนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าเลยแล้วกัน
ปล.สิงอยู่ในเวปนี้มาได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว พึ่งหาที่สมัครเจอ^^
^^
แอบส่องนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยินดีต้อนรับครับ :lol:
Kasuya08 October 6th, 2009, 03:31 AM ผมพึ่งสมัครใหม่มาสดๆเลนอ่ะครับ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยแล้วกันนะครับ
คือผมอยากทราบความคืบหน้าของการก่อสร้าง ม.ราชภัฏวิทยาเขตสามพร้าวอ่ะครับ
ใครพอมีข้อมูลหรือรูปถ่ายในปัจจุบันช่วยบริจาคให้ผมหน่อยแล้วกันนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าเลยแล้วกัน
ปล.สิงอยู่ในเวปนี้มาได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว พึ่งหาที่สมัครเจอ^^
ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ครับ แสดงว่าก้าวหน้าไปขั้นหนึ่งแล้วที่สามารถสมัครสมาชิก SCC ได้ เพราะหลายๆคนกว่าจะสมัครได้นานเอาเรื่อง มีการโพสถามกันที่เวบบอร์ดอื่นด้วย
ส่วนรูป มรภ คงต้องรอทางคุณ alpashino เจ้าถิ่นสงเคราะห์ให้ครับ
ปล.รูปเด็ก รูปจริงๆเปล่าครับ(เมื่อครั้งยังเยาว์) กวนและน่ารักดี:nuts:
hackmanjkk October 6th, 2009, 03:56 AM เย้ๆๆๆๆ ในที่สุดก็ถึงบ้านแล้วครับบบบบ :banana::banana::banana:
http://www.uppicweb.com/i/iz/07082009002.jpg
กลับมาด้วยเจ้าคันนี้ครับ ในราคา สบ๊าย สบาย
จากราคา 512 เหลือ 491 บาทโดยใช้ส่วนลดจากเจ้าบัตรนี้
http://www.uppicweb.com/i/iy/x0144.jpg
เที่ยวนี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะโทรศัพท์แบตหมด ซะงั้น :ohno::ohno::ohno:
ขอตัวไปนอนก่อนครับ หลับฝันดีกันทุกคน รวมทั้งสมาชิกใหม่ด้วยครับ ยินดีต้อนรับครับ
โอ๊ววววววว รถทัวรึครับนี่ มีทีวีด้วย หรูเวอร์มากเลยครับ ชอบอ่ะ ดูๆไป หรูกว่าการบินไทยอีกนะนั่น คงพอ ๆ กับ A330 ที่มาใหม่เลย 555++ พึ่งรู้นะครับ ว่าเมืองไทยมีรถทัวดี ๆ แบบนี้ จะลองหาโอกาสไปนั่งมั่งละกันครับ:banana:
tagaowa October 6th, 2009, 04:08 AM หายไปสามวัน Update กันไปเยอะเลยนะครับ
^^
ถึงเบาะจะดีนะครับ น่านั่ง แต่เวลารถเบรค จะไถล กันทำให้นอนลำบาก
ต่างกับเครื่องบินตรงที่ไม่ได้เบรคนะครับ จะนอนสบายกว่า
:lol:
anuchaya October 6th, 2009, 04:45 AM ผมใช้บริการแต่รถไฟครับ ช้าแต่ชัวร์(ช้าชัวร์) ขึ้นรถก็ไปนั่งดั๊มเบียร์ที่ตู้เสบียง จิบเบียร์บนรถไฟได้บรรยากาศมากๆ 4-5 ทุ่มก็เข้านอน หลับเป็นตาย ตื่นขึ้นมาก็ถึงพอดี สบายครับ :lol:
อีกอย่างผมว่ารถไฟเข้าไปกรุงเทพ มันเลือกลงได้หลายสถานีตามที่เราสะดวก
KhunWasut October 6th, 2009, 04:52 AM ^^
ตอนผมเรียนอยู่กรุงเทพ เวลากลับบ้านทีไรไม่นั่งรถไฟก็เครื่องบินครับ ไม่นั่งรถทัวร์ เพราะที่บ้านกลัวรถทัวร์มาก (สมัยนั้นชื่อเสียงของรถทัวร์ยังไม่ดีเหมือนตอนนี้ คว่ำบ่อยๆ แถวๆ ปากช่อง ที่บ้านคงกลัวตรงนี้แหละครับ) ส่วนตัวผมก็ชอบรถไฟมากกว่าเหมือนกันนะครับ ถึงจะมาถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่างก็เถอะ เพราะรถไฟนอนสบายครับ (แต่ถ้ามาเจอวันแอร์เสียนี่ก็เซ็งเหมือนกันนะครับ) ผมเคยเจอมาแล้วสองครั้ง จองตู้นอนแอร์กลับมาเจอแอร์เสีย เลยได้ไปรับเงินคืนที่หัวลำโพง 100 บาท ค่าแอร์ วันนั้นสภาพผมดูไม่ได้เลย ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เหงื่อเพราะมันร้อนจริงๆ ร้อนจนผมแทบไม่ได้นอนด้วย แล้วผมมีประชุมกับเพื่อนๆ ที่กระทรวงแห่งหนึ่งในกรุงเทพด้วย และวันนั้นผมลงกรุงเทพแบบไปเช้าเย็นกลับ เพื่อนๆ มันก็ถามผมว่า "มึงไปทำอะไรมาวะ สภาพยังกะ......" (เว้นให้เติมกันเอาเองเพื่อเพิ่มอรรถรสครับ :lol:) ขนาดบางทีจองรถด่วนไม่ได้หรือกลัวไปถึงกรุงเทพไม่ทันเวลา ที่บ้านผมยังคะยั้นคะยอผมให้ผมจองรถดีเซลรางปรับอากาศที่วิ่งช่วงกลางวันแทนเลยครับ ยังไงๆ ก็ไม่เอารถทัวร์เด็ดขาด ทั้งๆ ที่ดีเซลรางปรับอากาศสายหนองคายแย่กว่ารถทัวร์มากๆ แอร์ไม่เย็น เบาะที่นั่งเก่า ฯลฯ ก็นั่งกันจนก้นชา 9 - 10 ชั่วโมงจนถึงกรุงเทพนี่แหละครับ
ส่วนเครื่องบินผมก็มีปัญญาได้นั่งบ่อยขึ้นตั้งแต่สมัยโลว์คอสต์แอร์ไลน์เฟื่องฟูที่อุดรฯ นี่แหละครับ จำได้เลยว่าตอนนั้นจองโปร TAA ได้นี่ผมประทับใจมาก ถูกกว่ารถไฟตู้นอนหลายเท่า แต่ถึงเร็วกว่ากันเหมือนกัน
KhunWasut October 6th, 2009, 05:15 AM ไม่ทราบว่า พี่alpashino เอาภาพนี้ลงยัง ถ้าลงซ้ำก็ขออภัยครับ ไปชมกันเลยครับ ภาพมุมสูงของวัดโพธิสมภรณ์ครับ
http://www.uppicweb.com/i/ik/udonview_05.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=8e7fe56669ae81a483bfd11340a9b4bf)
Thanks: www.udonphoto.com (http://www.udonphoto.com )
http://www.uppicweb.com/i/id/udonview_06.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=ef7fb9aca7593ff6169066b40faea780)
Thanks: www.udonphoto.com (http://www.udonphoto.com )
:)
วิวมุมสูงบริเวณหนองประจักษ์ เป็นอะไรที่สุดยอดสุดๆ ของเมืองอุดรแล้วครับ จะว่าไปแล้วริมหนองเดี๋ยวนี้ก็เต็มเอี๊ยดแล้ว ฝั่งทางเหนือก็มีโรงพยาบาลวัฒนา มีสวนอาหารริมหนองเยอะแยะ แล้วก็ชุมชนบ้านโนน ฝั่งทางตะวันตกก็มีร้านอาหารเล็กๆ ที่มาตั้งบูธขายริมหนองมากมาย เป็นย่านที่คึกคักที่สุดรอบหนองประจักษ์ ฝั่งทางใต้ก็ติดกับเขตประวัติศาสตร์ของเมืองอย่างพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี และฝั่งตะวันตกก็ติดกับโรงพยาบาลอุดรฯ มีตลาดและร้านอาหารริมหนองเหมือนกัน ผมว่าหนองประจักษ์เป็นสุดยอดปอดของชาวอุดรอย่างแท้จริง เพราะวันๆ มีผู้คนมากมายมาออกกำลังกาย หรือมาปิกนิกกันยามเลิกงานเลิกโรงเรียน บรรยากาศแบบนี้ผมนึกถึงสวนลุมฯ ที่กรุงเทพเลยครับ คล้ายๆ กันตรงที่เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองเลย แต่หนองประจักษ์เป็นสเกลที่เล็กกว่าแค่นั้นเอง
ว่าแล้วผมก็คิดถึงหนองประจักษ์ครับ ไม่ได้กลับบ้านมานานปีกว่าแล้ว อยากทราบว่าโครงการโรงแรมประจักษ์ตราจากหลายๆ หน้าที่่ผ่านมานี่สร้างบริเวณไหนของหนองประจักษ์เหรอครับ
อยากกลับบ้าน คิดถึงบ้านมากๆ ครับ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเราจริงๆ ปีนี้คงไม่ได้กลับบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว เพราะมีภารกิจที่ต้องทำที่นี่ครับ ตอนนี้ก็ปีกับอีกสองเดือนแล้วที่ผมไม่ได้กลับบ้าน และยังเหลืออีก 8 เดือนกว่าผมจะมีกำหนดกลับบ้านรอบต่อไป ผมเข้าใจแล้วละครับว่าการที่คนเราจากบ้านจากถิ่นฐานนานเป็นปีๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่ยังไงๆ ก็ต้องกลับแน่ครับ ผมจะรอวันนั้น ที่รถไฟเข้าเทียบชานชลาที่สถานีอุดรธานี หรือล้อเครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีอย่างสวัสดิภาพ เมื่อนั้นผมจะได้กลับมาสู่อุดรธานีที่ผมรักอีกครั้งหนึ่งครับ
[PapAKpaO_ObseRVEr] October 6th, 2009, 05:18 AM เพิ่งสมัครใหม่ครับ
เว็บนีดีมาก relax ดี มีข้อมูลข่าวสารอัพเร็วมาก โดยเฉพาะห้องอุดร-หนองคายนี่แหล่มดีครับ เห็นบางห้องทะเลาะกันแระ(สายเลือดแรง) ปกติผมเองก็ได้แต่ด้อมๆมองๆมานานละ ก็เลย look look up ลุกขึ้นมาสมัครซาหน่อย คนอิสานบ้านเฮาฝากเนื้อฝากโตด้วยนะครับบ
ปลน.(ปนลาวนิดหน่อย หุหุ อีสานเราเว้าไทยลาวได้สบายเนอะ อังกิดนิดโหน่ย ไม่ว่ากันนะครับ)
alpashino October 6th, 2009, 06:07 AM ;44162172']เพิ่งสมัครใหม่ครับ
เว็บนีดีมาก relax ดี มีข้อมูลข่าวสารอัพเร็วมาก โดยเฉพาะห้องอุดร-หนองคายนี่แหล่มดีครับ เห็นบางห้องทะเลาะกันแระ(สายเลือดแรง) ปกติผมเองก็ได้แต่ด้อมๆมองๆมานานละ ก็เลย look look up ลุกขึ้นมาสมัครซาหน่อย คนอิสานบ้านเฮาฝากเนื้อฝากโตด้วยนะครับบ
ปลน.(ปนลาวนิดหน่อย หุหุ อีสานเราเว้าไทยลาวได้สบายเนอะ อังกิดนิดโหน่ย ไม่ว่ากันนะครับ)
ยินดีต้อนรับนะครับ
มีข่าวสารอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ
.
.
.
รู้สึกว่า ช่วงนี้ สมาชิกใหม่ๆ เข้ามาเยอะเลย
ดีดีดี จะได้มีเพื่อนเยอะๆๆ บางทีเห็นเล่นคนเดียว บอร์ดก็เงียบๆๆ
เหงานะคร้าฟฟฟ :lol::lol::lol:
alpashino October 6th, 2009, 06:12 AM กีฬาม.อาเซียน
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 1 ชั่วโมง 43 นาทีที่แล้ว
กีฬาม.อาเซียน
หนีชลบุรีเกมส์
ก.ก.ม.ท. ขยับวันชิงชัยการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งอาเซียน ครั้งที่ 16 ที่ จ.เชียงใหม่ ในปีหน้า จากเดือน ธ.ค. เป็น พ.ย.53 เลี่ยงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “ชลบุรีเกมส์” ขณะที่ มรภ.อุดรธานี สละเจ้าภาพกีฬาปัญญาชนแห่งประเทศไทย ปี 55 เหตุสนามกีฬาไม่พร้อม แต่ได้ ม.สงขลานครินทร์ อ้าแขนรับขอจัดแทน
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ ม.รามคำแหง รศ.คิม ไชยแสนสุข ประธานคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ก.ก.ม.ท.) เป็นประธานในการประชุม ก.ก.ม.ท. สรุปสาระสำคัญดังนี้ ที่ประชุมมีมติเลื่อนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งอาเซียน ครั้งที่ 16 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11-18 ธ.ค.53 เข้ามาเป็นช่วงปลายเดือน พ.ย.53 เนื่องจากระหว่างวันที่ 9-19 ธ.ค.53 จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “ชลบุรีเกมส์”
ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งได้รับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 39 ในปี 2555 นั้น ได้แจ้งทาง ก.ก.ม.ท.ว่า ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ เนื่องจากขาดความพร้อมด้านสนามกีฬา จึงขอเลื่อนการเป็นเจ้าภาพไปในครั้งที่ 40 หรือ 41 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้แทน และที่ประชุมได้รับรองให้ ม.สงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพ
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการจัดแข่งขันกีฬาวีลแชร์ เป็นกีฬาสาธิตสำหรับนิสิตนักศึกษาผู้พิการในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 “แม่โดมเกมส์” ในเดือน ม.ค.53 และต่อยอดให้การแข่งขันครั้งต่อๆ ไป จัดกีฬาสำหรับผู้พิการด้วย
ประธานแจ้งว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 90 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการบูรณาการการศึกษากับการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โดยจะคัดเลือกนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการ 230 คนต่อปี ตามชนิดกีฬาดังนี้ เทควันโด, กอล์ฟ, แบดมินตัน, เทนนิส, เทเบิลเทนนิส, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอลในร่ม-ชายหาด ตามแผนระยะยาว 4 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.52-30 ก.ย.56 และที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณ 2 ล้านบาท เพื่อส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามวยชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลกครั้งที่ 4 ที่ประเทศมองโกเลีย วันที่ 2-12 ต.ค.53 และอนุมัติงบฯ 2.5 ล้านบาทส่งแข่งขันกอล์ฟชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 13 ที่ประเทศสเปน วันที่ 5-13 มิ.ย.53
^^^^^^
:ohno::ohno: เสียดายอย่างสุดซึ้งงงงง
ak October 6th, 2009, 08:26 AM ทุ่มงบ 88 ล้านวาดฝันอุดรฯเกษตรอินทรีย์
วันอังคาร ที่ 06 ตุลาคม 2552 เวลา 0:00 น
ผลักดันข้าวเหนียวหอมพื้นเมืองสู่ตลาดโลก
จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของภาค พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรม โดยมีการปลูกข้าวเหนียวมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศกว่า 1 ล้านไร่ สามารถสร้างรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ทางจังหวัดจึงได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมาก เพื่อมาพัฒนาข้าวเหนียวหอมพื้นเมือง ให้เป็นศูนย์กลางในการผลิตในกลุ่มจังหวัดและภูมิภาค ให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย พร้อมส่งออกสู่ตลาดโลก
นายปวิต ถมยาวิทย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุดรธานีมีโครงการผลิตข้าวเหนียวหอมเพื่อความมั่นคงด้านอาหารและการแปรรูป ปี 2552 ซึ่งเป็นกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาร่วมกันทำงานและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ถึง 13 หน่วยงาน เช่น การหาแหล่งน้ำ ก็เป็นเรื่องของชลประทาน หรือการปรับปรุงคุณภาพดินก็จะ เป็นหน้าที่ของสถานีพัฒนาที่ดิน เป็นต้น เพื่อที่จะให้การขับเคลื่อนโครงการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่ถูกต้องและเหมาะสมให้แก่เกษตรกร กลุ่มเป้าหมายส่งเสริมด้านการวิจัยและรวบรวมพันธุ์ข้าวเหนียวพื้นเมืองอุดรธานีโดยได้รับงบดำเนินงาน จำนวน 33,845,000 บาท
ทั้งนี้เป้าหมายของโครงการก็คือ ต้องการเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าวเหนียวหอมให้สูงขึ้น เพื่อให้ จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางในการผลิตข้าวเหนียวหอมในกลุ่มจังหวัด และของภูมิภาคนี้ โดยจะต้องมีการพัฒนากระบวนการผลิตตั้งแต่ข้าวเหนียวยังอยู่ในไร่นาไปจนถึงโต๊ะอาหารเลยทีเดียวเพื่อให้ผลผลิตได้มาตรฐานและปลอดภัย เน้นด้านการพัฒนาการแปรรูป การบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแพร่หลาย
“สำหรับจังหวัดอุดรธานี ในเวลานี้ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีการผลิตข้าวเหนียวที่สำคัญจังหวัดหนึ่งของประเทศ โดยในแต่ละปีมีผลผลิตข้าวเหนียวปีละ 6.9 แสนตัน มีผลผลิต 428 กก. ต่อไร่ จึงมีโครงการนี้เกิดขึ้นมาโดยมีการปรับเป้าหมายและวิธีการใหม่ระยะการดำเนินการโครงการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-2555 โดยมีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการทั้ง 20 อำเภอ และมี เป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิตจากเดิมเป็น 445 กก./ต่อไร่ ในปี 2555”
นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตรของจังหวัดอุดรธานี มาร่วมกันบูรณาการพัฒนาด้านนี้อย่างจริงจัง ซึ่งทางจังหวัดเองก็พร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดมาให้ โดยในปีนี้ได้รับจัดสรรมาให้ จำนวน 249 ล้านบาท ก็เทงบประมาณลงมาให้ด้านการพัฒนาด้านการเกษตรอินทรีย์ ทั้งหมด 11 โครงการ จำนวน 88 ล้านบาท ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด
ทั้งนี้ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 2 ประการหลักคือ 1.การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของการเกษตรในจังหวัดอุดร ธานี เพราะที่ผ่านมานั้นผลผลิตต่อไร่ของจังหวัดยังถือว่ายังมีอัตราต่ำกว่าหลาย ๆ จังหวัด และนอกจากนี้ก็ยังจัดสรรงบประมาณให้กับพืชหลัก ๆ ของจังหวัดอีก เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา และด้านปศุสัตว์ และ 2.การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ซึ่งต้องทำงานเคียงคู่ไปกับภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การให้ข้าวของจังหวัดอุดรธานี สามารถเข้าไปวางจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ได้ทั่วประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามปัญหาหลักอยู่ที่ตัวเกษตรกรเองด้วย ที่จะต้องมีการพัฒนาด้านการผลิตสินค้าเกษตรกรรมของตนเองให้ได้คุณภาพ และปริมาณที่แน่นอน ซึ่งจะต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน เช่นต้องมีการ ทำสัญญากันในด้านการซื้อขาย การส่งมอบสินค้าที่จะต้องตรงตามเวลาที่สัญญากันเอาไว้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ท้องถิ่นเองก็ได้รับการโอนงบ ประมาณในหลาย ๆ ด้านมาให้แล้ว จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณมาให้การสนับสนุนด้านการเกษตรด้วย เพราะจะทำให้ท้องถิ่นเองก็สามารถที่จะขยายพื้นที่การผลิตและผลผลิตได้อย่างเพียงพอ ต่อความต้องการของภาคเอกชน เพราะทางภาคเอกชนเขาพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว
“ยิ่งโดยเฉพาะข้าวเหนียวถือว่าเป็น พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดอุดรธานี เพราะ มีพื้นที่ปลูกในทุกอำเภอมากกว่า 1 ล้านไร่ สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดถึง 4,000 ล้านบาท การพัฒนาปรับปรุงให้ข้าวเหนียวเป็นข้าวเหนียวหอมถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญด้านการเกษตร จึงได้จัดสรรงบประมาณลงมาให้สูงถึง 33 ล้านบาท เพื่อให้มีการพัฒนาการผลิตข้าวเหนียวหอมอย่างต่อเนื่อง และให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป”
โดยทางจังหวัดจะพาตัวแทนเกษตร กรโครงการข้าวเหนียวหอมเพื่อความมั่นคงด้านอาหารและการแปรรูป ปี 2552, ผู้ บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เกษตรอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปศึกษาดูงานการพัฒนาข้าวอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ โดยจังหวัดสุรินทร์ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของโลก มีพื้นที่ปลูกกว่า 3 ล้านไร่ โดยการปลูกใช้เกษตรอินทรีย์ทั้งหมด มีการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาใช้เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ปี 2542 โดยข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์แตกต่างจากข้าวหอมมะลิอินทรีย์ทั่วไป ทั้งในแง่ของเกษตรกรมีความรู้ ความชำนาญในการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์มาอย่างยาวนาน มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านด้านเกษตรอินทรีย์มากมายที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาการผลิตสืบต่อกันมา จนสามารถผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์คุณภาพดีได้
การทำการเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวลดลง จากเดิมไร่ละประมาณ 600-700 บาท เหลือเพียง 300-350 บาท ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 630 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นข้าวเจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติแข็งแรง มีศัตรูธรรมชาติรบกวนน้อย ข้าวรวงใหญ่ เมล็ดลีบน้อย เมล็ดข้าวมีลักษณะแกร่ง ใส หอม นุ่ม รสชาติดี ระบบนิเวศ และสภาพแวดล้อมก็ดีขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชหมุนเวียนหลัง ฤดูทำนา ซึ่งหลังจากไปดูงานแล้วคาดว่าข้าวเหนียวหอมของจังหวัดอุดรธานี จะมีการพัฒนาให้เทียบเท่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ได้ไม่แพ้กันอย่างแน่นอน.
พิชิต วีระชัย
phonix October 6th, 2009, 08:56 AM ตัวเมืองอุดรสวยดีจังเมื่อถ่ายจากมุมสูง
aun0029 October 6th, 2009, 09:08 AM บ้านผมอยู่ข้างในบขส.2 อ่ะครับ
รถทัวผ่านทุกวัน ส่วนมากผมจะชอบมองรถของชัยประดิษฐ์ทัวอ่ะครับ
เค้าทำลายรถทัวของเค้าสวยมากเลยอ่ะ ลายการ์ตูนลายอะไรต่างๆนาๆ เห็นว่าพึ่งจะซื้อมาเพิ่มอีกคันหนึ่ง
ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าข้างในจะเป็นยังไง แต่ดูภายนอกคลาสสิกมากเลยครับ
ยังไงเดี๋ยวจะถ่ายรูปไว้ให้ดูก็แล้วกันครับ
ว่าแต่เอารูปถ่ายลงยังไงอ่ะ^_^
tagaowa October 6th, 2009, 09:31 AM เอารูปมาฝากครับ ถ่ายเมื่อวันเสาร์ สำหรับคนที่ชอบภาพมุมสูงนะครับ
http://upic.me/i/3b/udcity.jpg
ส่วนมุมนี้น่าจะเห็นเมืองกว้างๆ นะครับ
http://upic.me/i/o2/udcity2.jpg
หวังว่าจะได้เป็น Banner บ้างนะครับ ....
wut40470 October 6th, 2009, 09:42 AM http://www.cvpic.com/uploads/122ff95ec0cab9a3b951c7a1cc4b062d.jpg (http://www.cvpic.com/view.php?c=122ff95ec0cab9a3b951c7a1cc4b062d)
ผมชอบห้างนี้ ตกแต่งสวยทันสมัย :banana::banana:
alpashino October 6th, 2009, 10:39 AM ^
^
^
สวยยย ไม่ได้ไปเดินนานละ
....ไกลซะ
perawat October 6th, 2009, 10:59 AM ผมชอบภาพนี้มากที่สุดครับ สวยมากไม่รู้จะบรรยายยังไง
http://img.thzhost.com/i/k3/nongprajakpanorama3.jpg
aun0029 October 6th, 2009, 11:06 AM เอารูปมาฝากครับ ถ่ายเมื่อวันเสาร์ สำหรับคนที่ชอบภาพมุมสูงนะครับ
http://upic.me/i/3b/udcity.jpg
ส่วนมุมนี้น่าจะเห็นเมืองกว้างๆ นะครับ
http://upic.me/i/o2/udcity2.jpg
หวังว่าจะได้เป็น Banner บ้างนะครับ ....
ภาพเมืองอุดรดูเจริญมากเลยครับ
ชุมชนดูหนาแน่นดีจัง ผมชอบนะรูปนี้
ว่าแต่ตรงใต้รูปแรกที่เป็นหลังคาสีส้ม แล้วมีสนามใหญ่ๆอ่ะครับ
คือตรงไหนหรอ มันดูใหญ่มากเลยครับ
hot_hot999 October 6th, 2009, 11:13 AM ^^^^
น่าจะหมายถึงโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล นะครับ
ถ้าสนามใหญ่ๆ ตรงหลังคาสีส้ม ก็ อพ. ครับ
hot_hot999 October 6th, 2009, 11:18 AM ^^^^
หรือว่าจะหมายถึง สนามใหญ่ๆ ก็คงเป็น ทุ่งศรีเมืองอุดรธานี อ่ะครับ:ohno:
Kasuya08 October 6th, 2009, 11:23 AM ภาพแรกมีรูปหมู่บ้านที่หรูที่สุดในอุดรติดมาด้วย บ้านราคาเริ่มต้น 10 ล้าน
ส่วนตึกหลังคาส้มและมีสนามกว้างๆที่ติดกับขอบภาพด้านล่างไม่น่าใช่ อพ ครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไรเหมือนกัน
ส่วนตัวผม ผมชอบภาพใดก็ได้ที่มีหนองประจักษ์แจมอยู่ด้วยครับ:)
hot_hot999 October 6th, 2009, 11:29 AM อืมม ...ใช่ๆๆ เห็นแล้วที่เป็นสนามหญ้ากว้างๆ นึกไม่ออกจริงๆ คืออะไร จะว่าเทศบาล 8 ก็ไม่น่าใช่ นึกไม่ออก จริงๆ
Topazolite October 6th, 2009, 12:01 PM ^^
พูดถึงคาร์ฟูผมก็ไม่ได้ไปนานแล้ว ตั้งแต่เปิดวันแรกนู้น คนเยอะมากจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้คนจะยังเยอะอยู่หรือเปล่า เพราะมันก็ไกลเกินอ่ะ แต่ในอนาคตถ้าเมืองขยายไปถึงก็คงไม่รู้สึกว่าไกลหรอกมั๊ง แต่ก็ดีที่จะมาเปิดที่ยูดีด้วย คงจะขายดีมากๆเลยล่ะ เพราะย่านนั้นเป็นแหล่งละลายทรัพย์คนเมืองชัดๆ :cheers:
sakuzaa91 October 6th, 2009, 12:12 PM หลังคาสีส้ม น่าจะเป็นหอพักนะครับ ถ้าดูไม่ผิด
mRneOzaPlanet October 6th, 2009, 12:14 PM เอารูปมาฝากครับ ถ่ายเมื่อวันเสาร์ สำหรับคนที่ชอบภาพมุมสูงนะครับ
http://upic.me/i/3b/udcity.jpg
ส่วนมุมนี้น่าจะเห็นเมืองกว้างๆ นะครับ
http://upic.me/i/o2/udcity2.jpg
หวังว่าจะได้เป็น Banner บ้างนะครับ ....
ภาพที่สองทำให้เห็นเมืองอุดรธานีที่มีความกว้างมากๆ แต่ก็ยังเก็บไม่หมดอยู่ดี
-ขาดถนนฝั่งตะวันตกทางโรงแรมนภาลัยซึ่งเป็นถนนที่มีอาคารบ้านเรือนหนาแน่นมากๆเหมือนกัน
-ถนนทหารตลอดทั้งสาย
-ถนนนิตโยโซนตลาดหนองบัวยาวไปถึงบิ๊กซีและไปสกลนครท้งหมด
ถ้าเก็บถาพตัวเมืองได้หมดในความสูงประมาณนี้ก็คงดี
คงจะเห็นความใหญ่ของตัวเมืองอุดรได้หมดจริงๆ
ขอบคุณคุณ tagaowa สำหรับภาพครับ กลับจากเวียดนามแล้วใช่มั๊ยครับ อิอิ :):)
esso_oil October 6th, 2009, 12:15 PM อย่าหยุดที่จะฝัน และสร้างฝันของเราชาวอุดรให้เป็นจริง
กับ Vision "เมืองคู่แฝด" (กำแพงนะคอน-อุดรธานี)
ถึงแม้รัฐบาลและผู้มีอำนาจในบ้านเมือง จะขาด Vision
แต่ขอเอาใจช่วยพ่อแม่พี่น้องชาวอุดร...ทำฝันให้สำเร็จ
Topazolite October 6th, 2009, 12:36 PM กีฬาม.อาเซียน
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 1 ชั่วโมง 43 นาทีที่แล้ว
กีฬาม.อาเซียน
หนีชลบุรีเกมส์
ก.ก.ม.ท. ขยับวันชิงชัยการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งอาเซียน ครั้งที่ 16 ที่ จ.เชียงใหม่ ในปีหน้า จากเดือน ธ.ค. เป็น พ.ย.53 เลี่ยงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “ชลบุรีเกมส์” ขณะที่ มรภ.อุดรธานี สละเจ้าภาพกีฬาปัญญาชนแห่งประเทศไทย ปี 55 เหตุสนามกีฬาไม่พร้อม แต่ได้ ม.สงขลานครินทร์ อ้าแขนรับขอจัดแทน
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ ม.รามคำแหง รศ.คิม ไชยแสนสุข ประธานคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ก.ก.ม.ท.) เป็นประธานในการประชุม ก.ก.ม.ท. สรุปสาระสำคัญดังนี้ ที่ประชุมมีมติเลื่อนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งอาเซียน ครั้งที่ 16 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11-18 ธ.ค.53 เข้ามาเป็นช่วงปลายเดือน พ.ย.53 เนื่องจากระหว่างวันที่ 9-19 ธ.ค.53 จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “ชลบุรีเกมส์”
ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งได้รับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 39 ในปี 2555 นั้น ได้แจ้งทาง ก.ก.ม.ท.ว่า ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ เนื่องจากขาดความพร้อมด้านสนามกีฬา จึงขอเลื่อนการเป็นเจ้าภาพไปในครั้งที่ 40 หรือ 41 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้แทน และที่ประชุมได้รับรองให้ ม.สงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพ
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการจัดแข่งขันกีฬาวีลแชร์ เป็นกีฬาสาธิตสำหรับนิสิตนักศึกษาผู้พิการในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 “แม่โดมเกมส์” ในเดือน ม.ค.53 และต่อยอดให้การแข่งขันครั้งต่อๆ ไป จัดกีฬาสำหรับผู้พิการด้วย
ประธานแจ้งว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 90 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการบูรณาการการศึกษากับการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โดยจะคัดเลือกนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการ 230 คนต่อปี ตามชนิดกีฬาดังนี้ เทควันโด, กอล์ฟ, แบดมินตัน, เทนนิส, เทเบิลเทนนิส, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอลในร่ม-ชายหาด ตามแผนระยะยาว 4 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.52-30 ก.ย.56 และที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณ 2 ล้านบาท เพื่อส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามวยชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลกครั้งที่ 4 ที่ประเทศมองโกเลีย วันที่ 2-12 ต.ค.53 และอนุมัติงบฯ 2.5 ล้านบาทส่งแข่งขันกอล์ฟชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 13 ที่ประเทศสเปน วันที่ 5-13 มิ.ย.53
^^^^^^
:ohno::ohno: เสียดายอย่างสุดซึ้งงงงง
ผมก็รู้สึกเสียดายแทนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีมากๆเลยครับ:cry:
แต่ก็ยังดีนะที่ยังได้จัดไม่ครั้งที่ 40 ก็ครั้งที่ 41 ยังไงก็เอาใจช่วยนะครับ:banana:
alpashino October 6th, 2009, 01:04 PM ^
^
^
sport complex ที่อยู่ ใน มรภ.อุดร ที่ผมเคยว่านั้น
ก็หวังว่าจะเสร็จทันนะครับ อีกตั้งหลายปี
ตอนนี้เกลี่ยดินใกล้เสร็จแล้วละ
Home Hug October 6th, 2009, 01:08 PM เมืองใหญ่ ๆ ของไทย น่าจะมีสนามกีฬามาตรฐาน ขนาดความจุ ไม่ต่ำกว่า 35,000 คน ทุกเมืองนะครับ
ส่วนเมืองเล็ก ก็ไม่ต่ำกว่า 15,000 คน แต่ขอมาตรฐานเดียวกัน
ak October 6th, 2009, 01:08 PM อัพเดทโครงการนิดหน่อย
1. Burj Luang-ta สร้างถึงชั้น 6 แล้ว
http://upic.me/i/aa/05102009003.jpg
2. โรงแรมประจักษ์ตรา ดังที่เห็น
http://upic.me/i/ez/05102009001.jpg
alpashino October 6th, 2009, 01:12 PM อัพเดทโครงการนิดหน่อย
1. Burj Luang-ta สร้างถึงชั้น 6 แล้ว
http://img.zuzaa.com/share.php?id=A80B_4ACB2345
2. โรงแรมประจักษ์ตรา ดังที่เห็น
http://img.zuzaa.com/share.php?id=A6E7_4ACB2345
ภาพสวยๆจากพันทิป
http://img.zuzaa.com/share.php?id=9DA8_4ACB2345
http://img.zuzaa.com/share.php?id=EFA5_4ACB2345
^^^^
เอาโลห์รางวัลมาจากไหนกันเยอะแยะ เห็นมีกันทุกเจ้า??
แว๊กกกกกกกกกก ทำไมรูปไม่ขึ้นน ... :bash::bash:
Chad October 6th, 2009, 01:17 PM Prajaktra looks on-hold :(
mRneOzaPlanet October 6th, 2009, 01:18 PM ^^^^^^
รูปไม่ขึ้นหรือผมไม่เห็นหว่า
anuchaya October 6th, 2009, 01:33 PM อัพเดทโครงการนิดหน่อย
1. Burj Luang-ta สร้างถึงชั้น 6 แล้ว
http://upload.mwake.com/v3.php?id=dg/fPU8m7EtKe.jpg
2. โรงแรมประจักษ์ตรา ดังที่เห็น
http://upload.mwake.com/v3.php?id=dg/bLLpoZ0jSp.jpg
ผมขออนุญาติแก้ให้ครับ ภาพจากคุณ ak
1. Burj Luang-ta สร้างถึงชั้น 6 แล้ว (ชั้น 7 แล้วครับ)
http://upic.me/i/33/3333e.jpg
2. โรงแรมประจักษ์ตรา ดังที่เห็น
http://upic.me/i/zu/3333p.jpg
alpashino October 6th, 2009, 01:35 PM อาคารต่างๆ ใน มรภ.อุดรธานี
เริ่มที่ อาคาร 17 ศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์
http://www.uppicweb.com/i/iw/0ibf1.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=c42ccd0f654d1d6c6d0ff23397444e9d)
มาต่อที่สำนักวิทยบริการ (ห้องสมุด ฯลฯ)
http://www.uppicweb.com/i/ig/gfr12.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=e98a6fc1dfda1b4cb63a3e457469c2a6)
ต่อมา อาคาร 5 อาคารเรียนรวม
http://www.uppicweb.com/i/ij/i5ot3.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=8a8de2c091c99805cf7b33096892b058)
ศูนย์การศึกษานานาชาติ
http://www.uppicweb.com/i/is/78lv4.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=6c7fd76c2a79d4ec335ca0d4e56727a7)
อาคารโรงแรม ข้างขวาก็เป็นอาคาร 1
http://www.uppicweb.com/i/ix/8guy5.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=1b3cec4bacee2e8ab278f9efa007f1ed)
อาคารขุนประสมคุรุการ หรือ วังแดง เป็นอาคารเรียนหลังแรก สมัยเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู มณฑลอุดร
เกือบ 100 ปีแล้วววว
http://www.uppicweb.com/i/ii/ydwa6.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=a4ee734ec6677efab39b96519956197d)
ยังมีอีกหลายอาคาร เค้าคงถ่ายมาแค่นี้
ขอบคุณเจ้าของภาพ จาก www.udonphoto.com คับ
ak October 6th, 2009, 01:36 PM ผมขออนุญาติแก้ให้ครับ ภาพจากคุณ ak
1. Burj Luang-ta สร้างถึงชั้น 6 แล้ว (ชั้น 7 แล้วครับ)
http://upic.me/i/33/3333e.jpg
2. โรงแรมประจักษ์ตรา ดังที่เห็น
http://upic.me/i/zu/3333p.jpg
ปล.ท่าน ak ไปฝากภาพไว้เวปโป๊มันเลยไม่ขึ้น
มิน่าหละ ผมหาโฮสเก่าเจ้าประจำไม่เจอ :lol:
Home Hug October 6th, 2009, 01:39 PM โรงแรมประจักษ์ตรา สร้างเสร็จ คงสวยมาก ๆ นะครับ
ส่วนตัว ถ้าเป็น โรงแรมในอุดร ผมชอบ นาข่า รีสอร์ท ที่สุดครับ
wut40470 October 6th, 2009, 01:41 PM มิน่าหละ ผมหาโฮสเก่าเจ้าประจำไม่เจอ :lol:
ภาพโครงการอัพเดต ตึกแรกคืออะไรคับ^^^^^^:banana::banana:
ak October 6th, 2009, 01:43 PM ภาพโครงการอัพเดต ตึกแรกคืออะไรคับ^^^^^^:banana::banana:
ตึกสงฆ์ โรงบาลศูนย์ครับ
Eak October 6th, 2009, 01:57 PM จากศูนย์กลางการช็อปปิ้งของอุดรฯ(เซ็นทรัล)
ไปยังงี่สุ่น-คาร์ฟู และโลตัสเซ็นเตอร์ เป็นระยะทางกี่ กม. ครับ
mRneOzaPlanet October 6th, 2009, 01:58 PM อัพเดทโครงการนิดหน่อย
1. Burj Luang-ta สร้างถึงชั้น 6 แล้ว
ตึกสงฆ์ โรงบาลศูนย์ครับ
แต่เรียกซะเหมือน ตึกที่กำลังจะสร้างเสร็จที่ดูไบ เลยนะคับ อิอิ
ak October 6th, 2009, 02:07 PM ภาพชุดนี้ถ่ายเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะได้ฤกษ์มาลงใน ssc วันนี้ :cheers:
http://upic.me/i/eh/6212_104063564519_640039519_1951539_415382_n.jpg
http://upic.me/i/g9/6212_104063264519_640039519_1951493_835093_n.jpg
http://upic.me/i/6t/6212_104063284519_640039519_1951496_2809834_n.jpg
http://upic.me/i/bo/6212_104063314519_640039519_1951501_5403673_n.jpg
http://upic.me/i/md/6212_104063319519_640039519_1951502_7040730_n.jpg
http://upic.me/i/x6/6212_104063339519_640039519_1951505_7963298_n.jpg
http://upic.me/i/44/6212_104063354519_640039519_1951508_1548628_n.jpg
http://upic.me/i/gs/6212_104063389519_640039519_1951513_4444676_n.jpg
http://upic.me/i/ai/6212_104063539519_640039519_1951534_7685081_n.jpg
wut40470 October 6th, 2009, 02:12 PM ภาพชุดนี้ถ่ายเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะได้ฤกษ์มาลงใน ssc วันนี้ :cheers:
http://upic.me/i/eh/6212_104063564519_640039519_1951539_415382_n.jpg
http://upic.me/i/g9/6212_104063264519_640039519_1951493_835093_n.jpg
http://upic.me/i/6t/6212_104063284519_640039519_1951496_2809834_n.jpg
http://upic.me/i/bo/6212_104063314519_640039519_1951501_5403673_n.jpg
http://upic.me/i/md/6212_104063319519_640039519_1951502_7040730_n.jpg
http://upic.me/i/x6/6212_104063339519_640039519_1951505_7963298_n.jpg
http://upic.me/i/44/6212_104063354519_640039519_1951508_1548628_n.jpg
http://upic.me/i/gs/6212_104063389519_640039519_1951513_4444676_n.jpg
http://upic.me/i/ai/6212_104063539519_640039519_1951534_7685081_n.jpg
ควันหลงวันปีใหม่:cheers::cheers::nuts::nuts::lol::lol:
wut40470 October 6th, 2009, 02:15 PM อยากกลับบ้านจังเลยคับ มีแต่งาน กับงาน เครียด
esso_oil October 6th, 2009, 02:18 PM จากศูนย์กลางการช็อปปิ้งของอุดรฯ(เซ็นทรัล)
ไปยังงี่สุ่น-คาร์ฟู และโลตัสเซ็นเตอร์ เป็นระยะทางกี่ กม. ครับ
ประมาณ 10 กิโลเมตร เห็นจะได้
alpashino October 6th, 2009, 02:52 PM ^
^
^
^
ผมว่าน่าจะ 7 - 7.5 กม.นะคับ
เพราะบ้านผมแถวค่ายทหาร หนองสำโรง - ราชภัฏ แค่ 6.5 กม เอง *-*
tagaowa October 6th, 2009, 03:52 PM โครงการนี้ก็ใกล้แล้วนะครับ
นานๆ จะ Update ที
http://upic.me/i/92/lapra.jpg
Gaia October 6th, 2009, 03:58 PM ^^ ที่ไหนครับ
KhunWasut October 6th, 2009, 04:12 PM ^^
อุดรเรานี่เสน่ห์เยอะเหมือนกันนะครับ ไหนจะเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ที่คนหลากหลายเชื้อชาติทำมาหากินในอุดรธานีได้โดยไม่แบ่งแยกเขาและเรา ไหนจะเสน่ห์ทางศาสนาและความเจริญทางจิตใจ ที่เรามีเกจิอาจารย์ดังๆ อยู่มาก และศรัทธาของพี่น้องชาวอุดรก็แปรเปลี่ยนมาเป็นสถาปัตยกรรมต่างๆ ทางศาสนาและความเชื่อไม่ว่าจะแบบของไทยหรือจีน เสน่ห์ที่ง่ายๆ สบายๆ แม้จะเป็นเมืองที่มีความเจริญเพียบพร้อมเมืองหนึ่งในอีสาน แต่วิถึชีวิตผู้คนที่นี่ยังไม่ถูกวิถีแห่งสังคมเมืองกลืนไปมากนัก น้ำใจไมตรีของคนอุดรก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ผู้คนไม่เร่งรีบวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ครองโลก มาถึงยุคบ้านเชียง และเมืองอุดรเองที่เกิดจากประวัติศาสตร์ที่สำคัญหน้าหนึ่งของสยาม เสน่ห์แห่งธรรมชาติเราก็มี
ผมว่าผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเราน่าจะส่งเสริมการประชาสัมพันธ์นะครับ จังหวัดเพื่อนบ้านทางใต้เราผมต้องยอมรับว่าเขาประสบความสำเร็จในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะเรื่องสงกรานต์ถนนข้าวเหนียวที่ดังไปทั้งประเทศแล้วตอนนี้ ส่วนถนนข้าวเปียก (เข้าเปียก) และเทศกาลถนนอาหารของบ้านเรา ผมว่ายังเป็นที่รู้จักกันในวงแคบมากๆ ทั้งๆ ที่ผมว่านี่เป็นเทศกาลที่ดี ที่น่าจะได้รับการโปรโมตระดับภาคและประเทศได้ และเขายังขยันดึง Event มาจัดบ้านเขาอีก ทั้งๆ ที่อุดรธานีกับขอนแก่นห่างกันแค่ 120 กิโลเมตร และเมืองอุดรธานีกับเมืองขอนแก่นก็ไม่แตกต่างกันมากในด้านขนาดและธุรกิจที่มีในตัวเมือง แต่ภาพลักษณ์ของคนกรุงเทพต่อขอนแก่นคือเมืองที่ศิวิไลซ์ที่สุดในอีสาน ส่วนอุดรธานีคือเมืองบ้านนอกที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ซึ่งนั่นมันคนละเรื่องกันเลย ผมว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องลบภาพลักษณ์เก่าๆ ของเราออกไป โชว์ของดีของเราให้คนทั้งประเทศรับรู้ ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งทางจังหวัด อบจ. เทศบาลนครอุดรธานีครับ อย่าเอาแต่นิ่งเฉย ทำอะไรซักอย่างบ้างเถอะครับ ถึงเรามีของดีเยอะ แต่เราไม่ประชาสัมพันธ์ตัวเองออกไป แล้วจะมีใครที่ไหนอยากมาดูของดีบ้านเรากันไหมครับ พวกท่านก็คนอุดรเหมือนกันทั้งนั้น ทำอะไรเพื่อบ้านเกิดของพวกท่านและพวกผมด้วยเถอะครับ
ขออภัยก่อนล่วงหน้าครับ ผมไม่ได้มีเจตนาเปรียบเทียบความเจริญระหว่างสองเมืองนี้เลย แค่อยากชี้ให้เห็นถึงความอ่อนด้อยทางการประชาสัมพันธ์ของอุดรธานี ที่กระทบมากต่อภาพลักษณ์ของบ้านเราในระดับประเทศครับ อุดรธานีอาจเป็นเมืองหลักของไทยที่คนรู้จักน้อยที่สุดก็เป็นได้ อาจเป็นเพราะผมเองอัดอั้นมานานก็ได้ เพราะตอนผมอยู่กรุงเทพก็มีแต่คนมองอุดรธานีแบบนี้ตลอด ทั้งๆ ที่ความจริงมันห่างไกลกับความคิดเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง ก็เลยรู้สึกเศร้าใจครับ
สงสัยผมคงต้องมาเป็นนายกเทศมนตรีหรือนายก อบจ. เองซะละมั้ง อิอิ (จริงๆ ผมไม่อยากหรอกครับ :) )
tagaowa October 6th, 2009, 04:14 PM ^^ ที่ไหนครับ
เรื่องชื่อสถานที่ต้องให้คุณ esso_oil บอกนะครับ ผมก็ลืมๆ ไปหน่อย
ส่วนตำแหน่ง ตามที่วงไว้ครับ
http://upic.me/i/17/position.jpg
http://upic.me/i/jf/position2.jpg
เพิ่มเติมในภาพอีกมุม
ที่ผมต้องไปดูเพราะได้บริจาคช่วยสร้างไว้เหมือนกันครับ
http://upic.me/i/wb/cpra2.jpg
ใหญ่มากๆ เลยครับ แต่เพราะศรัทธาทำให้สร้างได้จริงๆ
http://upic.me/i/rh/4pra3.jpg
Gaia October 6th, 2009, 04:40 PM ขอบคุณครับ ^^
ที่ผมถาม เพราะอยากรู้ว่าแถวหนองคายจะมีโครงการสร้างพระพุทธรูปยักษ์ที่ไหนบ้างครับ :)
เนื่องจาก เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า มีคนมาติดต่อบริษัท ที่เขาทำงานอยู่ ให้รวมเป็น consult โครงการทางศาสนา อะไรซักอย่างนึงที่หนองคาย มูลค่า 8 พันล้านบาท โครงการน่าจะมีหลายอย่าง แต่หนึ่งในนั้นที่สำคัญมีพระพุทธรูปสูงสามร้อยเมตร แต่ทางเจ้าของโปรเจ็กต์ ที่ติดต่อเข้ามายังไม่ให้รายละเอียดใดๆ แม้แต่รูปแบบโครงการก็ยังปิดไว้อยู่ครับ คื่อเพื่อนผมเล่าให้ฟังว่าเจ้าของเขากำลังหาทีมต่างๆอยู่ครับ พอบริษัทเพื่อนผมได้รับการติดต่อเข้ามาก็อยากทำงานนี้อย่างมาก
แต่ฟังดูงบประมาณโครงการแล้ว 8 พันล้าน ผมรู้สึกว่ามันเว่อร์มาก แถมความสูงพระพุทธรูปที่เพื่อนผมมันบอกว่าสร้างสูง 300 เมตร ยึ่งรู้สึกว่าเฮ้ยนี่มันสูงเท่าตึกใบหยกเลยนะ มันก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกันได้ฟังรายละเอียดจากในบริษัท มายังงั้น แล้วมันก็รู้แค่เท่าที่เล่าให้ผมมี่แหละ โครงการขนาดนี้ธรรมกายยังอายเลยอ่ะครับ :lol::lol:
มันจริงเท็จประการใด มีเค้ามูลความจริงไม๊ครับ แล้วใครจะเป็นคนสร้างแล้วเอาเงินจากไหนมาสร้าง หรือบริษัทเพื่อนผมจะโดนหลอก :nuts::nuts::lol:
samatoy October 6th, 2009, 06:29 PM Prajaktra looks on-hold :(
I hope it would not be like that, because it is one of the most beatiful building project in Udon Thani now.
alpashino October 6th, 2009, 07:48 PM เอาภาพอินฟาเรด สวยๆ ในมรภ.อุดร มาฝากก่อนเข้านอนคับ :nuts::nuts:
ไม่เหมือนเมืองไทยเลย :lol::lol:
http://www.uppicweb.com/i/io/poc01.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=4b1a44c8e638a10e793001c19fd6d57f)
http://www.uppicweb.com/i/ib/g8h02.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=88ad026ff42c7e09c750f4296e70b3af)
http://www.uppicweb.com/i/ik/19t03.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=e146a5c8298f49da2e205ec6f0f14760)
http://www.uppicweb.com/i/iv/i9m04.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=8492d154ff6fd364f3b3014bd06f287f)
http://www.uppicweb.com/i/iq/oa005.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=e86f1dcf71f3f104f15c7a1c3b8533a9)
http://www.uppicweb.com/i/io/54a06.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=9b4203d7e7bf1dfee9ee8e2742c6f267)
http://www.uppicweb.com/i/ih/19207.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=feb980167bc96b425a0cb7b72d53f87b)
^^
ชอบภาพสุดท้ายมากครับ หน้าอาคารเรียนประจำของผม สวย กิงๆ :banana::banana:
nungclub October 6th, 2009, 08:39 PM ถึงผมเป็นคนอุดร แต่มาเรียนที่ขอนแก่น แต่ผมว่าราชภัฏอุดรสวยมากครับ
nungclub October 6th, 2009, 08:48 PM http://D:\รูป\อุดรธานี\ราชภัฎอุดร
ลองลงรูปครับ ไม่รู้จะขึ้นเปล่า
nungclub October 6th, 2009, 08:49 PM D:\รูป\อุดรธานี\ราชภัฎอุดร
nungclub October 6th, 2009, 08:50 PM http://www.uppicweb.com/i/io/poc01.jpg
สวยดีครับ
nungclub October 6th, 2009, 08:55 PM http://www.uppicweb.com/i/ip/slqu6.jpg
ภาพเก่าครับถ้าซ้ำก็ขออภัยด้วยครับ
aun0029 October 7th, 2009, 12:42 AM http://www.uppicweb.com/i/ip/slqu6.jpg
ภาพเก่าครับถ้าซ้ำก็ขออภัยด้วยครับ
ภาพนี้มันเป็นปัจจุบันรึป่าวครับผม
ถ้าไม่ใช่ผมว่าตอนนี้น่าจะทำได้เยอะกว่านี้แล้วนะ
แต่ถ้าใช่ก็ขออภัยด้วยนะครับ
ยังไงก็ขอบคุณมากเลยนะครับที่นำรูปมาให้ดู:)
anuchaya October 7th, 2009, 03:29 AM จากศูนย์กลางการช็อปปิ้งของอุดรฯ(เซ็นทรัล)
ไปยังงี่สุ่น-คาร์ฟู และโลตัสเซ็นเตอร์ เป็นระยะทางกี่ กม. ครับ
ถ้าใช้เส้นทางปกติ ก็ประมาณ 9-10 กม. ถ้าทางลัด(เข้าซอย)ก็ใกล้กว่านั้นครับ 7-8 กม.
alpashino October 7th, 2009, 04:59 AM http://www.uppicweb.com/i/ip/slqu6.jpg
ภาพเก่าครับถ้าซ้ำก็ขออภัยด้วยครับ
ภาพประมาณ 1-2 เดือน แล้วมั้งครับ
ผมเอามาลงเอง ลองไปหาดู เพราะมันมีอีกรูปหนึ่งที่ถ่ายจากด้านหลัง
ไม่รู้ว่าอยู่หน้าไหนน
ตอนนี้ก็กำลังสร้างหอพักอยู่ครับ
อยู่ด้านหลังงงงง
alpashino October 7th, 2009, 05:09 AM คาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ปตท.สำนักงานใหญ่-อุดรธานี-เวียงจันทน์
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 49 นาทีที่แล้ว
คาราวาน ANGVA Green Highways 2009
ปตท.สำนักงานใหญ่-อุดรธานี-เวียงจันทน์
บริษัท ปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.ได้จัดกิจกรรมโครงการ ANGVA Green Highways 2009 คาราวานสัญจรด้วยรถยนต์ เพื่อประชาสัมพันธ์
รถ NGV สามารถใช้เดินทางได้ทั่วประเทศ และงานประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 3 ที่เมือง
Donhae ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้
ขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ของไทย เริ่มออกเดินทางในแรกวันที่ 16 กันยายน จาก ปตท.สำนักงานใหญ่-อุดรธานี มีกลุ่มสื่อมวลชน และผู้ที่จะร่วม
เดินทางในขบวนคาราวานมาร่วมพลกันที่ ปตท.สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. โดยมี ดร.จิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม
ขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ปตท. ในฐานะนายกสมาคมก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ไทย เป็นประธานในการปล่อยคาราวานรถยนต์ NGV โครงการ ANGVA Green
Highways 2009 จำนวน 13 คัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ NGV ที่ประกอบจากโรงงานโดยตรง หรือที่เรียกว่า รถ OEM ( Original Equipment Manufacture) และรถยนต์ที่ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เป็น NGV จากอู่ติดตั้งมาตรฐานดี ซึ่งประกอบด้วย Toyota Altis จากสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท., Toyota Vigo จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), Toyota Altis จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), รถ Toyota Corolla Advance CNG จาก บริษัท โตโยต้า
มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, TATA Xenon Super CNG 2 คัน จาก บริษัท ทาทา มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, Toyota Vigo (Smart cab), Toyota Vigo (Single cab) จากบริษัท สามมิตรกรีนพาวเวอร์ จำกัด, Volvo V70 จาก บริษัท ก๊าซเทคเอ็นจีเนียริ่ง จำกัด, Toyota Camry Extremo จาก บริษัท เอส. สมาร์ท จำกัด, Toyota Fortuner จาก บริษัท สยามราชธานี คอร์ปอเรชัน จำกัด, Benz S 280 จาก บริษัท วีอาร์พี เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด และ Toyota Vios จาก บริษัท ซุปเปอร์เซ็นทรัลแก๊ส จำกัด
เมื่อเวลา 10.00 น. ขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ทั้ง 13 คัน พร้อมกับธงและสัญลักษณ์ Green Highways จากสมาชิก ANGVA ที่ประเทศไทยรับ ช่วงต่อมาจากประเทศมาเลเซีย ที่ด่านสะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 14 กันยายน ก็เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ของ ปตท.มุ่งสู่ภาคอีสานของ ไทยด้วยถนนวิภาวดีรังสิต โดยเราแวะเติมพลังให้กับรถกันที่จุดแรกที่สถานี NGV แก่งคอย จ.สระบุรี ด้วยระยะทางที่วิ่งมา 111 กม. เมื่อเติมพลังให้กับรถทุกคันขบวน คาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ก็ออกเดินทางต่อ ผ่านปากช่อง ลำตะคอง แล้วก็เข้าไปเติมพลังกันต่อทั้งรถทั้งคนกันที่จุดที่ 2 สถานี NGV ปรุใหญ่ จ. นครราชสีมา ด้วยระยะทางที่วิ่งกันมา 130 กม. และในช่วงรับประทานอาหารกลางวัน เจ้าหน้าที่ของ ปตท.ก็ออกมาโปรโมท ถึงรายการอาหารต่างๆ ว่ามีชื่อเสียงเรียง นามกันว่าอย่างไรกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างแสงอาทิตย์ แต่ก็ไม่สามารถแสดงการย่างได้เพราะฝนก็กำลังจะตก เลยอดเห็นวิธีย่างไก่ด้วยแสงแดด ตามด้วย ผัดหมี่โคราช และส้มตำโคราช แต่ที่ส้มตำที่อยู่ในโต๊ะน่าจะเป็นส้มตำทะเล เพราะมีทั้งปูม้า ปลาหมึก และหอยแมลงภู่
เมื่ออิ่มทั้งคนและรถ ขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ก็ออกเดินทางกันต่อไปจุดที่ 3 สถานี NGV บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ด้วยระยะทาง 160 กม. ซึ่งใน ช่วงระหว่างทางเนวิเกเตอร์ของรถ Toyota Camry Extremo จาก บริษัท เอส.สมาร์ท จำกัด เกิดปวดท้อง ต้องละจากขบวนหาห้องน้ำเข้าอย่างกระทันหัน เมื่อจัดการ กับธุระเสร็จ สมชัย เลตระกูลกิจ หัวหน้าฝ่ายเทคนิค บ.เอส. สมาร์ท ซึ่งรับหน้าที่พลขับก็กดคันเร่งถึง 180 กม./ชม.ตามขบวนไปเข้าอยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างไม่ชักช้า และก็เติมพลังให้กับรถอีกครั้ง พร้อมพักเหนื่อย เมื่อเพิ่มพลังให้กับรถทุกคัน ขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ก็เคลื่อนตัวออกไปยังจุดที่ 4 สถานี NGV บ้านจั่น จ.อุดรธานี ด้วยระยะทาง 152 กม. แล้วขบวนคาราวาน ทั้ง 13 คัน ก็มาถึงเป้าหมายสถานี NGV บ้านจั่น จ.อุดรธานี ก่อนเวลา 18.00 น. และเติมพลังงาน ก๊าซ NGV ให้กับรถทุกคันจนเต็ม ก่อนจะเข้าที่พักกลางเมืองอุดรธานี
ในวันที่ 17 กันยายน ขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 เคลื่อนขบวนออกจากอุดรธานี เข้าหนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีเจ้าหน้าที่ของ สปป.ลาว ให้การต้อนรับ แล้วขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ก็แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เดินทางเข้าไปต่อยังเวียงจันทน์ ซึ่งประกอบด้วย Toyota Altis จากสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท., Toyota Vigo จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), Toyota Camry Extremo จาก บริษัท เอส.สมาร์ท จำกัด และสื่อมวลชนซึ่งย้ายมานั่งอยู่ในรถตู้ ซึ่งมีไกด์ท้องถิ่นอธิบายการท่องเที่ยวอยู่ตลอดเส้นทาง และกลุ่มที่ 2 ที่ ต้องเดินทางกลับประเทศไทยไปตามเส้นทางเดิม โดยก่อนจะแยกย้ายคณะขบวนคาราวาน ก็นำธงและสัญลักษณ์ ANGVA Green Highways 2009 มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกว่า มาถึงประเทศลาวแล้ว ขณะที่กำลังถ่ายภาพตรงด่านพรมแดน เจ้าหน้าที่ทางการของลาว ก็มาบอกว่า ถ่ายแล้วเมียน ถ่ายแล้วเมียน อยู่ตั้งหลายรอบ กว่าคณะคาราวานจะ เข้าใจว่าถ่ายรูปเสร็จแล้วให้ม้วนธงเก็บด้วยเพราะมันผิดกฎหมายของ สปป.ลาว ก็เล่นเอาเหนื่อยใจทั้งเจ้าหน้าที่ทางการของลาว และคณะของคนไทย
ขบวนคาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ได้แยกจากกันตรงด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว กลุ่มที่ 2 เดินทางข้ามแม่น้ำโขงกลับไทย กลุ่มแรกก็เดินทางกัน ต่อเข้าเวียงจันทน์ โดยแวะเติมพลังให้กับทุกคนที่ร้านดอนจันทร์กุ้งเผา อาหารบุฟเฟ่ต์กว่า 40 อย่าง และมีเตาปิ้งย่างเหมือนกับหมูกระทะในประเทศไทย และน่าจะเป็นร้าน ที่ขึ้นชื่อเพราะมีลูกค้าทั้งชาวลาวและชาวต่างชาติมาใช้บริการจนแน่นร้าน ซึ่งในคณะคาราวานบางคนก็สนุกกับการอ่านภาษาลาว และเทียบค่าเงินกีบของลาวกับเงินบาทของ ไทย
เมื่อเติมพลังกันจนเต็มอิ่มคณะคาราวานก็ออกเดินทางกันต่อ โดยแวะนมัสการวัดสีเมือง เป็นวัดแห่งหนึ่งในเวียงจันทน์ ที่มีชาวลาวเดินทางไปสักการะบูชาเป็นจำนวนมากใน แต่ละวัน ภายในวัดเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ซึ่งชาวลาวเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก โดยไกด์ท้อง ถิ่นสาวชาวลาวก็บอกว่า บนบานขอพรได้ทุกอย่าง ทั้งหน้าที่การงาน เงินทอง ชื่อเสียง ยกเว้นก็แต่เรื่องคู่ครองและความรัก ที่ขอกับพระท่านไม่ได้ต้องไปขอกับคนที่รักเอง
ออกจากวัดสีเมืองคณะคาราวานก็เดินทางไปนมัสการพระธาตุหลวง ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของ สปป.ลาว มีความหมายต่อจิตใจชาวลาวอย่างมาก สร้างในสมัยสมเด็จพระ ไชยเชษฐาธิราชเจ้า ด้านหน้าพระธาตุหลวง มีอนุสาวรีย์พระไชยเชษฐาธิราช ผู้ย้ายเมืองหลวงจากอาณาจักรล้านช้าง (หลวงพระบาง) มาอยู่ที่นครเวียงจันทน์ จากพระ ธาตุหลวง คณะคาราวานก็เดินทางมาที่ประตูชัย อนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ และเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของ สปป.ลาว ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะชม ออกจากประตูชัย คณะคาราวานก็แบ่งอีกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกเดินทางกลับเข้าที่พัก อีกฝ่ายออกไป ชมตลาดเช้าของลาว แต่ขายกันจนถึงเย็น ภายในมีร้านค้ามากมายขายสินค้านานาชนิด คล้ายกับตลาดนัดจตุจักรของไทย
วันที่ 18 กันยายน คาราวาน ANGVA Green Highways 2009 ก็ออกเดินทางจากที่พักในเวียงจันทน์ ไปที่ด่านเก่าแจว ประเทศเวียดนาม เพื่อส่งมอบธงและสัญลักษณ์ ANGVA Green Highways 2009 ให้กับประเทศเวียดนาม ขณะที่กลุ่มสื่อมวลชนก็แยกเดินทางกลับประเทศไทย โดยแวะชมหอพระแก้ว ซึ่งแต่เดิมวัดพระแก้วแห่งนี้ เป็นวัด หลวงประจำราชวงศ์ของลาว และเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองหลวง นครเวียงจันทน์ ของ สปป.ลาว
อนึ่งสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ที่เติมก๊าซ NGV ในประเทศไทย มีสถานีบริการให้ตลอดทุก 200 กม.และภายในสิ้นปีนี้ ปตท.จะมีสถานีบริการเอ็นจีวี ถึง 400 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ อีกหนึ่งกับความมั่นใจตลอดทริปการเดินทางจาก กรุงเทพมหานคร ไปหนองคาย ปตท.มีสถานีบริการไว้ตลอดเส้นทาง
esso_oil October 7th, 2009, 05:27 AM ^^ ที่ไหนครับ
พระพุทธรูปใหญ่ ที่กำลังก่อสร้างบนภูเขานั้น สถานที่ตั้งอยู่ที่ เขาช่องชาด บ้านหนองบัวเงิน ต.อุบมูง อ.หนองวัวซอ ครับ พิกัดของภูเขาลูกนี้ จะเป้นภูเขาที่กั้นระหว่าง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู-อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ครับ
และผมก็อยากทราบโครงการแกะสลักพระพุทธรูปหินอ่อนปางปรินิพพาน ที่ อ.นายุง บ้างครับ
Nevadaboy October 7th, 2009, 07:04 AM ผมว่าที่อุดรสละสิทธิกีฬามหาลัย เรื่องสถานที่ไม่น่าจะมีปัญหาหรอก เพราะ ขนาดของงานก็เล็กกว่ากีฬาแห่งชาติ เยอะ แสดงว่า อุดร ไม่มีศักยภาพการจัดกีฬาแห่งชาติ เหรอ (สมมุติจะเสนอ) ผมว่าไม่นะ
แต่ที่ไม่พร้อมจัดน่าจะเป็นเรื่องเงินทุน มากกว่า ที่ ม ราชภัฎจะเงินหนาน้อยกว่า ม ทั่วไปอยู่แล้ว
เสียดายนะครับเนี่ย เราะจัดทีนี่ มหาลัยจะงามขึ้นเยอะเลย
ak October 7th, 2009, 07:42 AM วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4147 ประชาชาติธุรกิจ
ตลาดคอมฯหนองคายเติบโตไม่ยั้ง ลูกค้าลาวขนเงินช็อป-ยักษ์ดีลเลอร์ยิ้มยอดพุ่ง30%
อานิสงส์เจ้าภาพซีเกมส์ยุคทอง ร้านคอมพิวเตอร์หนองคาย ลูกค้า สปป.ลาวข้ามฝั่งซื้อไม่ยั้งลอตใหญ่ ทำยอดขายพุ่งกระฉูด 30% ยักษ์ดีลเลอร์โหมสารพัดโปรโมชั่นมัดใจ ผู้ประกอบการหน้าใหม่เบียดชิงเค้กยาก
จากการที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในช่วงปลายปีนี้ ทำให้ธุรกิจค้าชายแดนด้าน จ.หนองคายได้รับอานิสงส์ไปด้วย มิใช่แค่ธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเดียว ล่าสุดผู้ประกอบการจำหน่ายคอมพิวเตอร์หลายแห่งมียอดขายเพิ่ม 30-40%
นายทศพล เปรมประสพโชค ผู้จัดการ หจก.พีซีมายคอม 1 ใน 4 ร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ไป สปป.ลาว เปิดเผยว่า ร้านเปิดดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ในช่วงแรกกลุ่มอยู่ใน จ.หนองคาย 80% ต่อมาลูกค้าจาก สปป.ลาวเริ่มเข้ามาดูราคาสินค้าต่าง ๆ ในร้าน เมื่อเห็นว่ามีราคาใกล้เคียงและบางอย่างถูกกว่าร้านอื่นใน จ.หนองคาย และ จ.อุดรฯ ก็เริ่มเข้ามาซื้อ เมื่อต่อรองราคาจนพอใจและมีการบริการ ที่ดี กลุ่มลูกค้าลาวก็กลายเป็นลูกค้าประจำ และแนะนำลูกค้าชาวลาวรายอื่น ๆ เข้ามาเป็นลูกค้าจนถึงขณะนี้ลูกค้ากลุ่มหลัก 80% เป็นลูกค้าชาวลาวแทน
นายทศพลเปิดเผยว่า กลุ่มลูกค้าจาก สปป.ลาวเป็นกลุ่มสำคัญเพราะซื้อสินค้าเป็นเงินสดและซื้อสินค้าจำนวนมาก ทำให้มีเงินหมุนเวียนในร้านดีขึ้น ถ้าใช้เครดิตก็เป็นการใช้เครดิตระยะสั้นและไม่ กี่ราย โดยจะให้เครดิตลูกค้าลาวที่มียอด ซื้อสูง ๆ เมื่อจ่ายเงินหรือโอนเงินแล้ว ทางร้านยังมีบริการจัดส่งให้ถึงฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งทางร้านสามารถจัดส่งให้ถึงบ้านหรือ จุดที่ลูกค้าชาวลาวกำหนดได้
"ในช่วงนี้ยอดจำหน่ายให้กับลูกค้าชาวลาวสูงขึ้น 30% เนื่องจากการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เดิมสินค้าประเภทนี้มีการสั่งซื้อจากจีนทั้งหมด แต่เมื่อถึงเวลาที่จะซื้อจริง ๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยเลือกซื้อจากที่ไหนก็ได้ที่เห็นว่าในอนาคตจะได้รับการดูแลดีกว่าการสั่งซื้อคอมพิวเตอร์จากไทย ซึ่งหมายถึงผ่านร้านคอมพิวเตอร์ในจังหวัดหนองคาย ที่ร้านคอมพิวเตอร์ในลาวมีการติดต่อซื้อ-ขายกันมาหลายปีจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีการบริการหลังการขายได้ดีกว่า" นายทศพลกล่าวและว่า
นายทศพลเปิดเผยว่า การสั่งซื้อขณะนี้เป็นลักษณะโครงการใหญ่ หากร้านใดได้ก็จะทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว แต่ละร้านจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ได้ยอดดังกล่าว เช่น ให้เครคิตยาวขึ้นจากเดิมที่ต้องจ่ายสดทันทีที่ได้รับสินค้าก็เป็นจ่าย บางส่วน ที่เหลือก็ให้เครดิต 5-15 วันแล้วแต่กรณีเพื่อความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.หนองคายมีร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์นับสิบร้าน ในจำนวนนี้มีร้านใหญ่ที่ส่งออกไป สปป.ลาวจำนวน 4 ร้านประกอบด้วย ร้านคอมครีเอทีฟ ร้านไอทีช็อป ร้านชาติสยาม และ หจก.พีซีมายคอม ซึ่งทั้ง 4 ร้านต่างก็มีลูกค้าชาวลาวที่เป็นร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ใน สปป.ลาว ซึ่งทำการค้าขายกันมานานหลายปี ขณะเดียวกันมีอีกหลายร้านพยายามจะเข้ามาแย่งชิงลูกค้ากลุ่มนี้ซึ่งค่อนข้างยาก
เนื่องจากลูกค้าจาก สปป.ลาวหากเคยซื้อสินค้าจากร้านใดแล้วจะเกิดความเชื่อมั่นไม่ค่อยเปลี่ยนร้าน โอกาสผู้ประกอบการหน้าใหม่จึงน้อยนอกจากสินค้าที่ตนต้องการซื้อนั้นต้องใช้ด่วน แต่ในร้านที่เคยซื้อไม่มีจึงต้องไปซื้อที่ร้านอื่น และที่สำคัญคือ เมื่อลูกค้าลาวไปพบสินค้าที่ต้องการซื้อในร้านอื่นมีราคาถูกกว่าร้านที่เคยซื้อก็จะไม่ซื้อแต่จะมาบอกร้านที่เคยซื้อให้ลดราคาลงแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อคอมพิวเตอร์ของลูกค้าชาวลาวเหมือนกับชาวไทยเมื่อ 3-4 ปีก่อน คือ คอมพิวเตอร์แบบพีซี ทั้งแบบประกอบและแบบแบรนด์ ส่วนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยังมีน้อย ขณะที่คนไทยมีความต้องการใช้โน้ตบุ๊กมากกว่าคอมพิวเตอร์พีซี
หน้า 23
ak October 7th, 2009, 07:44 AM วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4147 ประชาชาติธุรกิจ
มติหอการค้าอีสานดึง3จังหวัด ร่วมเครือข่ายธุรกิจฯลุ่มน้ำโขง
มติหอฯอีสานตอนบนไฟเขียวหอฯอุดรฯเป็นพี่ใหญ่โครงการเครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมลุ่มน้ำโขง เพิ่ม 3 จังหวัดเป็นกรรมการ
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และอุดรธานี) ที่ จ.หนองคาย โดยมีนายประเสริฐ วิทยาภัทร์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำโครงการ "เครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมลุ่มน้ำโขง" ตามข้อเสนอของหอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดยขอให้หอการค้าจังหวัดอุดรธานีแต่งตั้งคณะอนุกรรมการโครงการเพิ่มเติมอีก 3 จังหวัด คือ หนองคาย หนองบัวลำภู เลย เข้าเป็นคณะอนุกรรมการด้วย
ทั้งนี้โครงการ "เครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมลุ่มน้ำโขง" เป็นโครงการภายใต้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) โดยเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีระบบบริหารงานที่เป็นอิสระจากระบบราชการ มีบทบาทเป็นแกนกลางในการประสานงานและ เชื่อมโยงองค์กรต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี การผลิต การเงิน การลงทุนและการจัดการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ได้จัดทำโครงการ "เครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมลุ่มน้ำโขง" ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมี ดร.อำพล อาวรณ์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) มานำเสนอโดยมุ่งเน้นในภาคเอกชน มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งธุรกิจที่สามารถเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีแนวคิดธุรกิจที่สามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมได้ เช่น การผลิตข้าวแล้วสามารถต่อยอดจากการจำหน่ายข้าวปกติให้มีความพิเศษและเพิ่มมูลค่าได้
นายวีระพงษ์ ไชยเอีย รองประธาน หอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า นวัตกรรมที่เข้าร่วมโครงการนั้นจะแยกเป็น 2 รูปแบบคือ 1.การสรรหานวัตกรรมเพื่อ ส่งเข้าประกวดตามโครงการนวัตกรรม แห่งชาติ ที่จะจัดขึ้นทุกปี และ 2.เป็นโครงการนวัตกรรมที่ผลิตได้จริง และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจาก สนช. เพื่อส่งเข้าโครงการของบประมาณสนับสนุนทางการเงินจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยังได้ติดตามการผลักดันเรื่องอื่นๆ อาทิ โครงการขยายถนนทางหลวงหมายเลข 243 เส้นทางเลย-หล่มสัก, โครงการเส้นทางระหว่างหนองคาย-ปากชม ผลักดันให้มีการเชื่อมต่อจากปากชมไปเชียงคาน, การผลักดันให้เปิดเส้นทางการบินกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เลย หรือเส้นทางเพชรบูรณ์-เลย เพื่อรองรับและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ระหว่างไชยบุรี-หลวงพระบาง และการก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง เป็นต้น
หน้า 24
tagaowa October 7th, 2009, 08:52 AM Update ภาพจากเมืองหนองคายนะครับ ภาพถ่ายตอนเที่ยง เมื่อสักครู่นะครับ
สภาพหลังจากผ่านงานหนักๆ มา สุดท้ายขอแนะนำ ลอดช่องสิงคโปร์ อร่อย เย็นดี
แถวๆ วัดที่จอดรถนะครับ
ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศมาทางนี้บ้าง
http://upic.me/i/ko/nongkai1.jpg
http://upic.me/i/lf/nongkai2.jpg
http://upic.me/i/r0/nongkai3.jpg
http://upic.me/i/05/nongkai4.jpg
http://upic.me/i/7i/nongkai5.jpg
http://upic.me/i/5n/nongkai6.jpg
http://upic.me/i/w0/nongkai7.jpg
http://upic.me/i/af/nongkai8.jpg
http://upic.me/i/c2/nongkai9.jpg
http://upic.me/i/w2/nongkai10.jpg
http://upic.me/i/3t/nongkai11.jpg
[PapAKpaO_ObseRVEr] October 7th, 2009, 09:44 AM Udon Thani is too famuos town about the development and Nong-kai is the classical town in thai. I will go to Udon&Nongkai soon.!!!!
Chad October 7th, 2009, 09:44 AM ประตูเมืองสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
รูปปั้นหน่าเทศบาลก็สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
esso_oil October 7th, 2009, 09:54 AM ประชุมไม่เป็นทางการ Morning Brief (6/10/2009)
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องประชุมอย่างไม่เป็นทางการ Morning Brief ประจำสัปดาห์ที่ 1 ของเดือน ตุลาคม 2552
ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างไม่เป็นทางการ Morning Brief ซึ่งในสัปดาห์นี้ มีประเด็นการประชุมประกอบด้วย การแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำท่วม งานทอดกฐิน รับเสด็จ ที่วัดป่าบ้านตาด งบประมาณ CEO ปีงบประมาณ 2553 การลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้หารือในประเด็นต่างๆกับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมมอบหมายภารกิจ โดยในส่วนของการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำ การพยากรณ์อากาศ อย่างใกล้ชิด ในประเด็นการเตรียมการรับเสด็จและการเตรียมงานกฐินหลวงตาบัว ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 10 ตุลาคม 2552 จังหวัดได้รับแจ้งว่าในวันดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ไม่มีหมายกำนหดการเสด็จ ส่วนประเด็นปํญหาด้านการการจราจรในวันดังกล่าวภายในวัดป่าบ้านตาดจะติดขัดและมีการจราจรที่แออัด เนื่องจากมีคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธาน จึงฝากให้ตำรวจจราจรและอำเภอเมือง ร่วมบริหารจัดการการจราจรให้สะดวก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาทำบุญกับหลวงตา ในประเด็นงบ CEO ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ฝากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสรุปแผนงาน โครงการ รายละเอียดพื้นที่ดำเนินการ เสนอให้ทราบด้วยเพื่อจะเป็นการสะดวกในการเร่งรัด ติดตามตรวจสอบต่อไป ส่วนเรื่องการลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดจะได้นำสมุดลงนามขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 12 ตุลาคม 2552 ที่จะถึงนี้ จึงขอให้สำนักงานจังหวัดเร่งรัดให้ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนรวบรวมสมุดลงนามให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
ข้อมูลจาก :: ศรีภูมิ มุลชาภิรมย์ ส.ปชส.อุดรธานี วันที่ :: 6/10/2552
esso_oil October 7th, 2009, 09:57 AM ผต.นร.ตรวจติดตามปัญหาเหมืองแร่โปรแตซที่จังหวัดอุดรธานี (6/10/2009)
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ประชุมตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
จากการที่นายกรัฐมนตรี มีดำริให้ ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบในการตรวจราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่างๆตามนโยบายรัฐบาย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ตลอดจนรับทราบปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้ ผู้ตรจราชการตรวจติดตามปัญหาความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบเพิ่มเติมด้วย
ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ผู้ตรวราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประจำเขตตรวจราชการที่ 10 ได้เข้าพบ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยข้องเพื่อขอทราบข้อมูล เรื่องการทำเหมืองแร่โปรแตซที่จังหวัดอุดรธานี โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป้องกันจังหวัด ทรัยพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมจังหวัด บริษัท เอเชียแปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ร่วมประชุม ซึ่งผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ซักถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาพื้นฐานที่เกิดขึ้นนำเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป
ข้อมูลจาก :: ศรีภูมิ มุลชาภิรมย์ ส.ปชส.อุดรธานี วันที่ :: 6/10/2552
perawat October 7th, 2009, 01:24 PM โครงการก่อสร้างคอนโด พลาซ่า ฯลฯ ที่อยู่ หลัง AIS สำนักงานภาคอีสานตอนบน ถ.นิตโย มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
nungclub October 7th, 2009, 02:21 PM ภาพนี้มันเป็นปัจจุบันรึป่าวครับผม
ถ้าไม่ใช่ผมว่าตอนนี้น่าจะทำได้เยอะกว่านี้แล้วนะ
แต่ถ้าใช่ก็ขออภัยด้วยนะครับ
ยังไงก็ขอบคุณมากเลยนะครับที่นำรูปมาให้ดู:)
ผมว่าคงจะได้เยอะแล้วละครับ ยากเห็นความคืบหน้าของ ราชภัฏ สามพร้าวอีกครับ
ak October 7th, 2009, 03:21 PM ผู้ว่าอุดรฯ ประธาน ทอดผ้าป่าช่วยหมาจรจัด
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวภูมิภาค
6 ตุลาคม 2552, 22:20 น.
ผู้ว่าอุดรฯ เป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคี หาทุนทรัพย์สมทบทุนค่าใช้จ่ายในสถานสงเคราะห์สุนัขจรจัด ป่วยและพิการในการดูแลรักษา เผยเตรียมก่อสร้างอาคารโรงเรือนเพิ่มเติม รองรับจำนวนสุนัขที่เพิ่มมากขึ้น
ที่สถานสงเคราะห์สุนัข(สู่วัด) บ้านหนองแหลม ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี วันที่ 6 ต.ค. นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนค่าใช้จ่ายในสถานสงเคราะสุนัข(สู่วัด) ที่พระสมฤกษ์ สุทธจิตโต ตั้งขึ้นเพื่อสงเคราะห์สุนัขจรจัด ป่วยและพิการในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและใกล้เคียง โดยมีนายจีระศักดิ์ คำรณฤทธิศร นายอำเภอเมืองอุดรธานี นายเกียรติศักดิ์ อุ่ยรุ่งโรจน์ ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี นายเรวัต ปานมงคล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี นายสมศักดิ์ ถนัดช่าง อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงสุนัขจังหวัดอุดรธานี ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าในครั้งนี้ ได้ยอดบริจาคทั้งสิ้น 330,000 บาท
พระสมฤกษ์ สุทธจิตโต ผู้ดูแลสถานสงเคราะห์สุนัขแห่งนี้ เปิดเผยว่า ในอดีตใช้วิธีฝากสุนัขที่ได้รับการรักษาแล้วกับญาติโยมตามจุดต่างๆ ต่อมาจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงลำบากในการดูแลและรักษาสุขภาพ และยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่เพื่อนบ้านข้างเคียง จึงมีการสร้างสถานสงเคราะห์ขึ้น ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เมตตาอนุเคราะห์ในส่วนของค่าดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงเรือน พร้อมอุปกรณ์จำนวน 1 หลัง และได้รับการสนับสนุนข้าวสารจากบริษัท โรงสีศรีไทยใหม่ จำกัด ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันด้วยดีเสมอมา และบริษัทเอ็ม ที 9999 จำกัด ให้การสนับสนุนอาหารแก่ทางสถานสงเคราะห์
ปัจจุบันสถานสงเคราะห์มีจำนวนสุนัขเพิ่มขึ้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นก็ตามมา เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าเวชภัณฑ์ต่างๆที่จำเป็น และยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีการก่อสร้างอาคารโรงเรือนเพิ่มเติม เพื่อรองรับจำนวนสุนัขที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นสถานสงเคราะห์สุนัข(สู่วัด) จึงเชิญผู้มีจิตเมตตาต่อสัตว์ร่วมเป็นเจ้าภาพทอด ผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนค่าใช้จ่ายในสถานสงเคราะห์สุนัข(สู่วัด) ทอดถวาย ในครั้งนี้ ผู้มีจิตเมตตาสามารถบริจาคเพิ่มเติมได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาอุดรธานี ชื่อบัญชีพระสมฤกษ์ สุทธจิตโตเลขที่ บัญชี 401 095 2180
ak October 7th, 2009, 03:22 PM เทศบาลหนองสำโรงผุดตลาดนัดเปลี่ยน 'ขยะ'
วันพุธ ที่ 07 ตุลาคม 2552 เวลา 0:00 น
เป็นเงิน สร้างรายได้ให้ชาวชุมชนลดมลพิษสิ่งแวดล้อม
ขยะ เป็นปัญหาอันใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อมในบ้านเมือง ที่ปัจจุบันหน่วยงานรับผิดชอบ โดยเฉพาะเทศบาล ต้องให้ความสนใจในการหาวิธีกำจัดขยะให้ได้ เพื่อให้บ้านเมืองมีความสะอาด มีความน่าอยู่ น่าอาศัย และปราศจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ต่าง ๆ นอกจากนั้น เพื่อเป็นการลดมลพิษ รวมทั้งการลดภาวะโลกร้อน เทศบาลเมืองหนองสำโรง อ.เมือง จ.อุดร ธานี มีปริมาณขยะในการจัดเก็บถึง 350 ตันต่อเดือน จึงเป็นภาระอันหนักอกให้กับผู้บริหาร ในการกำจัดขยะเหล่านั้นให้หมดไป ไม่เช่นนั้นจำนวนขยะที่เกิดขึ้นมากมายใน แต่ละวันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใน แต่ละชุมชนในความเป็นอยู่ เช่น ทำให้บ้านเมืองสกปรกทัศนียภาพไม่น่ามอง ขยะตกค้างจะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ เช่น หนู แมลงสาบ ยุง และแมลงวันอันเป็นพาหะของการเกิดโรคระบาด ได้แก่ อหิวา-ตกโรค อุจจาระร่วง บิด โรคระบาดทางผิวหนัง และโรคทางเดินหายใจ ฯลฯ นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น ตะกั่ว ปรอท ลงสู่พื้นดิน และแหล่งน้ำ ทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน อันเป็นเหตุของการเกิดปัญหาน้ำท่วม สร้างความเสียหายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปในแต่ละปีอย่างมหาศาล
สำหรับเทศบาลเมืองหนองสำโรง จ.อุดรธานี ในยุคของผู้บริหาร นายเสกสรรค์ พนาวัฒนวงศ์ นายกเทศมนตรีหนองสำโรง ได้จัดให้มีโครงการพัฒนาศักยภาพในการคัดแยกขยะนำกลับมาใช้ใหม่ หรือนำขยะมารีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะในแต่ละวัน โดยมีการดึงเอาหน่วยงานภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในรูปแบบของ “คณะกรรมการกองทุนขยะรีไซเคิลชุมชน เทศบาลเมืองหนองสำโรง” โดยมีเทศบาลเมืองหนองสำโรงเป็นผู้ให้ การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางกองทุนจัดทำขึ้นมา
นายยุทธศิลป์ วงษ์ธิเบต ประธานกรรมการบริหารกองทุนขยะรีไซเคิลชุมชน เทศบาลเมืองหนองสำโรง กล่าวว่า ในฐานะภาคประชาชนและเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้มองเห็นสภาพและปัญหาที่เกิดขึ้นจากขยะภายใน แต่ละชุมชนแล้ว จึงได้เข้ามาทำงานร่วมกับคณะทำงานที่มีแนวความคิดเดียวกัน โดยการดำเนินงานของคณะกองทุนฯ เริ่มจากการระดมทุนในรูปแบบของหุ้น จำหน่ายในราคาหุ้นละ 100 บาท ซึ่งขณะนี้มีเงินทุนอยู่ประมาณ 2 แสนกว่าบาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ
ขั้นแรกของการดำเนินการภายหลังจากการระดมทุนแล้ว เทศบาลเมืองหนองสำโรงร่วมกับกองทุนฯ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี ได้ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั่วไป ให้ประชาชนได้รับทราบที่มาที่ไปของโครงการฯ หลังจากนั้น ได้จัดโรดโชว์ในชุมชนนำร่อง เช่น ชุมชนหนองแวงพัฒนา ชุมชนแสงทอง ชุมชนบ้านเลื่อม และชุมชนบ่อน้ำ โดย มีกิจกรรมรับสมัครสมาชิกกองทุนขยะ รีไซเคิลรับซื้อขยะรีไซเคิลประเภทต่าง ๆ การเล่นเกมชิงรางวัล พร้อมกิจกรรมสันทนาการก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างดีประชาชนเริ่มตื่นตัว มีผู้สมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และทุกสิ้นปีมีการปันผลทำให้ทางกองทุนฯมีแผนงานขยายโครงการไปทั่วทั้ง 29 ชุมชน ในเขตเทศบาลหนองสำโรง โดยได้ทำในรูปแบบของ “ตลาดนัดขยะ” จัดให้มีจุดรับซื้อขยะแต่ละชุมชนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่สมาชิกฯ นอกเหนือจากจุดรับซื้อที่ทำการศูนย์ฯ
นายกเทศมนตรีหนองสำโรง กล่าวว่าโครงการที่จัดขึ้นเป็นสิ่งที่ดียิ่ง เพราะปัจจุบันนี้ ขยะมูลฝอยเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป จำเป็นที่จะต้องจัดการให้ดี โดยจัดการที่ต้นกำเนิดหรือแหล่งกำเนิดมูลฝอยโดยเฉพาะจากครัวเรือนของประชาชน จากการสำรวจพบว่าปริมาณขยะที่เทศบาลฯจัดเก็บนั้น มีจำนวนมากถึง 350 ตันต่อเดือน แยกเป็นขยะมูลฝอยที่ย่อยสลายได้ ร้อยละ 64 ขยะรีไซเคิลร้อยละ 30 ขยะอันตรายร้อยละ 3 และขยะทั่วไปร้อยละ 3
สำหรับขยะรีไซเคิลแยกเป็นขยะประเภทพลาสติก จำนวน 35 ตันต่อเดือน ถ้าหากมีการคัดแยกแล้วจะสามารถจำหน่ายได้ราคา กก.ละ 2-4 บาท คิดเป็นเงินจะได้ประมาณ 70,000-140,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีขยะประเภทย่อยสลายได้สามารถ นำมาทำปุ๋ยได้ 224 ตันต่อเดือน ซึ่งการนำมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพนี้ ขายได้ในราคากก. ละ 3 บาท โดย มีรายได้ประมาณ 672,000 บาท ต่อเดือนและถ้ามี การจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเทศ บาลจะสามารถลดปริมาณขยะจากเดิมที่ต้องนำไปกำจัดเดือนละ 350 ตัน จะลดลงเหลือเพียงเดือนละ 21 ตันต่อเดือน จะใช้งบประมาณเพียงเดือนละ 4,200 บาท จากเดิมที่ใช้เดือนละ 70,000 บาท สามารถประหยัดงบได้ถึงเดือนละ 65,800 บาท ซึ่งเงินส่วน ที่เหลือนี้ สามารถนำไปพัฒนาสิ่งอื่น ๆ แก่บ้านเมืองได้เป็นอย่างดี
ทุกครั้งที่จะพากันทิ้งขยะ ขอให้หยุดนึกคิดสักนิดว่า นอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณขยะแล้ว เรากำลังจะพากัน “ทิ้งเงิน” ลงไปด้วย มาเปลี่ยนขยะให้เป็น “ทองคำ” กันจะดีกว่า.
พีระ วีระชัย
Topazolite October 7th, 2009, 04:37 PM จังหวัดอุดรธานีกำหนดเปิดศูนย์บริการอำเภอยิ้มคาร์ฟูร์ (5/10/2009)
จังหวัดอุดรธานี เตรียมเปิดศูนย์บริการร่วมอำเภอยิ้ม 13 ต.ค.52 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเดินทาง โดยนำบริการหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน และหน่วยงานร่วม 14 หน่วยงานให้บริการ ณ ห้างคาร์ฟูร์สาขาอุดรธานี
ที่ห้องคำชะโนด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายวิเชียร ปิยะวรากร ปลัดจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการเปิดให้บริการศูนย์บริการร่วมอำเภอยิ้ม ณ ห้างคาร์ฟูร์สาขาอุดรธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของจังหวัดอุดรธานี ที่จะขยายช่องทางการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในห้างสรรสินค้า เพื่อเป็นการพัฒนาการบริการเชิงรุก โดยนำงานบริการของส่วนราชการออกไปให้บริการนอกสถานที่
จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับห้างคาร์ฟู จึงได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วมอำเภอยิ้ม ซึ่งเป็นการบูรณการการทำงานของทุกภาคส่วน ในลักษณะของสำนักทะเบียนสาขาอำเภอเมือง โดยนำงานทะเบียนราษฎร งานบัตรประชาชน และงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอื่นๆในจังหวัด ออกไปอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนนอกหน่วยราชการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจัดตั้งจากห้างคาร์ฟูร์ สาขาจังหวัดอุดรธานี 3,113,819 บาท มีหน่วยงานราชการร่วมให้บริการ 18 หน่วยงาน แยกเป็นหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน คืออำเภอเมืองอุดรธานี ให้บริการเรื่องงงานทะเบียน ไปรษณีย์จังหวัดอุดรธานี เทศบาลเมืองหนองสำโรง สรรพากรพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ให้บริการในช่วงเดือนมีนาคมที่มีการเรียกเก็บภาษี และหน่วยงานร่วมในลักษณะฝากคำร้อง/เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 14 หน่วยงาน ประกอบด้วย ศูนย์ดำรงธรรม อุตสาหกรรมจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลอุดรธานี สัสดีจังหวัด ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด สหกรณ์จังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดหางานจังหวัด คลังจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว การไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น โดยจังหวัดกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2552ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป
สำหรับปะชาชนที่จะเดินทางไปให้บริการศูนย์บริการร่วมอำเภอยิ้มจังหวัดอุดรธานี สาขาห้างคาร์ฟูร์ สามารถเดินทางไปใช้บริการได้ทุกวัน โดยวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00-16-30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดให้บริการ 10.00 น.-20.00 น.
ข้อมูลจาก :: ศรีภูมิ มุลชาภิรมย์ ส.ปชส.อุดรธานี วันที่ :: 5/10/2552
Topazolite October 7th, 2009, 06:38 PM ใครรู้บ้างครับว่ามี พิพิธภัณท์ "ลุงโฮ" อยู่ที่ อุดร ด้วย
พอดีผมบังเอิญไปเจอรูปพวกนี้มาอ่ะครับ ในรูปภาพเป็นพิธีการลงนามก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2552 ครับ จากการหาข้อมูลของผมทำให้ทราบว่า โครงการอาคารอเนกประสงค์นี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากธนาคารพาณิชย์ไซ่ง่อน (SCB) จำนวน 5.2 ล้านบาท และจากสมาคมชาวเวียดนามอีกจำนวนหนึ่ง คาดการณ์ว่าปลายปี 2552 จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่ง ณ ตอนนี้ไม่ทราบว่าโครงการนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว เสร็จแล้วหรือยัง แต่ยังไงถ้าใครสนใจก็สามารถแวะไปชมได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้นะครับ (จะให้ดี ถ้าได้แวะไปก็ช่วยอัพเดทรูปโครงการมาให้ชมด้วยนะครับ อิอิ)
ปล.ผมคิดว่าโครงการนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามให้เข้ามาท่องเที่ยวในอุดรได้อีกทางหนึ่งเลยล่ะครับ
ที่อยู่นะครับ
หมู่ 4 บ้านหนองฮาง ถ.อุดร-กุดจับ (ติดกับร.ร.อุดรพิทยานุกูล ๒) ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐
กิจกรรมที่ดำเนินการ ครับ
จัดสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แม้ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้สูญสลายไปหมดแล้ว หากแต่ผู้ก่อตั้งได้จำลองอาคารบ้านพักของลุงโฮ ที่มีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวก่อสร้างแบบง่าย ๆ ฝาเป็นไม้ไผ่ขัดแตะ มุงด้วยจาก สร้างติดพื้นดิน ปูพื้นด้วยกระเบื้องดินเผา ภายในแบ่งพื้นที่เป็นห้องโถงกลาง จัดแสดงโต๊ะประชุม โต๊ะเรียน และห้องครัว มีเตียง มุ้ง โต๊ะทำงาน จัดไว้ให้สภาพเหมือนกับสมัยที่ลุงโฮอาศัยอยู่ ส่วนด้านนอก จำลองเล้าหมู เล้าไก่ ยุ้งข้าว และแปลงผักเอาไว้ ติดกับอาคารบ้านพัก เป็นอาคารชั่วคราวเปิดโล่งที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับ ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดอุดรธานี ภาพถ่ายเก่า รวมไปถึงนิทรรศการ "ลุงโฮในเมืองไทยและจังหวัดอุดร" พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม และเป็นจุดหนึ่งในแผนที่ประวัติศาสตร์อันสำคัญของท่านโฮจิมินห์ในต่างแดน
ภาพเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2552
http://www.uppicweb.com/i/im/img_0617.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=ba853626b364a4ffdd9bf1bb55248a2f)
มีช่อง VTV ของเวียดนามมาถ่ายด้วย อิอิ
http://www.uppicweb.com/i/ik/0img_0568.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=e48d4657fb3859d12ba75d25fd04d56e)
http://www.uppicweb.com/i/if/img_0598.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=9aba5380e203610c66304b9a1e077d1a)
บ้านพักของลุงโฮเมื่อครั้งอดีต(จำลอง)
http://www.uppicweb.com/i/ih/img_0630.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=c7a21ee6594e1039f5be582f65aaff05)
http://www.uppicweb.com/i/ix/img_0634.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=d438d82ce07b338aa0c188e73b1055b0)
http://www.uppicweb.com/i/ip/img_0638.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=b3b0fb9a39986324bc5d3ef425c53485)
http://www.uppicweb.com/i/in/0img_0645.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=f8dc8800592906f88d1513b8ee8288d8)
http://www.uppicweb.com/i/ia/img_0656.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=a7ccf9786ca938242c99f1077c899c81)
http://www.uppicweb.com/i/ih/iimg_0660.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=848899ed2318fd62b3dc4202f9d39077)
อาคารชั่วคราวเปิดโล่งที่ใช้จัดนิทรรศการ
http://www.uppicweb.com/i/ih/iimg_0663.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=d51d33f33205add500123ce3f767e289)
http://www.uppicweb.com/i/it/img_0664.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=5950184d24723259a5f2b45415d43e61)
ชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในชุดอ๋าวหญ่าย
http://www.uppicweb.com/i/ik/img_0692.jpg (http://www.uppicweb.com/show.php?id=f03d064a36741211bfa58db50cba0b88)
Thanks: www.udon108.com (http://www.udon108.com)
www.culture.go.th (http://www.culture.go.th)
www.oknation.net/blog/hochiminh/2007/06/12/entry-3 (http://www.oknation.net/blog/hochiminh/2007/06/12/entry-3)
alpashino October 7th, 2009, 07:06 PM ^
^
^
รู้นะครับ แต่ไม่เคยไปเลยยยยยย หุหุ
.....
esso_oil October 7th, 2009, 07:10 PM ถ้ามองตามจุดยุทธศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิประเทศ ความผูกพันทางเชื้อชาติและการกระจายตัวของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม จีน หรือแม้แต่พี่น้องชาวลาว ที่เข้ามาในพื้นที่ ทั้งติตต่อค้าขาย พบปะเยี่ยมญาติพี่น้องและท่องเที่ยวพักแรม ในพื้นที่จังหวัดอุดร มีอยู่จำนวนมาก...อุดรธานี เหมาะที่จะมีการจัดตั้งสถานกงศุลเวียตนาม ลาว หรือแม้แต่จีน ในพื้นที่...แต่ที่ผ่านๆมา เหมือนรัฐบาลมองการณ์พลาด เลือกที่จะจัดตั้งในจังหวัดข้างเคียง ซึ่งยังเป็นรองในเรื่องตัวชี้วัดดังกล่าว...ดังนั้นก็เลยเป็นเหมือนการยิงนกพลาดเป้า มองการณ์ไม่ทะลุปรุโปร่ง
reQuiem4adream October 7th, 2009, 07:29 PM ^^
พูดไปแปดไพเบี้ย...
KhunWasut October 8th, 2009, 02:19 AM ^^
นิ่งเสียตำลึงทอง :lol:
แอบแวะไปอ่านห้องโคราชบ่อยเหมือนกัน เห็นโคราชมีแท็กซี่ถึง ทข 50 แล้ว ไปไวเหมือนกันนะครับเนี่ย แล้วของอุดรเราตอนนี้มีกี่คันแล้วครับ คลับคล้ายคลับคลาว่าที่ update ครั้งล่าสุดจากที่นี่อยู่ที่ ทข 5 อุดรธานี ครับ
มีใครได้มีโอกาสเดินแว้บๆ เข้าไปในเซ็นทรัลหรือเปล่าครับช่วงนี้ ที่เขาบอกว่า รีโนเวตให้เสร็จทันซีเกมส์ที่เวียงจันทน์นี่ จะเป็นยังไงบ้าง อยากเห็นภายในจริงๆ ว่าเปลี่ยนจากคอมเพล็กซ์เก่ามากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นแค่ "รีโนวัด" เอาพอไปวัดไปวาก่อน แต่ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะปีนี้ทาง CPN คงจำเป็นต้องทุ่มกับสาขาที่จะเปิดตัวใหม่สาขาสุดท้ายของปีนี้ที่ขอนแก่น เลยต้องโหมทำประชาสัมพันธ์สาขานี้อย่างต่อเนื่องครับ ขืนมาเร่งปรับปรุงสาขาอุดรธานีในขณะที่กำลังจะเปิดตัวสาขาขอนแก่นอย่างยิ่งใหญ่นี่สองสาขานี้ก็ตีกันเองสิครับ
แล้วก็ตามที่คุณ Chad โพสไว้ตอนโน้นนน เห็นบอกว่าโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาอุดรธานีจะเสร็จประมาณปี 2555 ก็อีกตั้งสามปี ผมว่าปีหน้าพวกเราคงจะได้เห็นแบบเต็มๆ ของทั้งโครงการว่าจะสวยงามสมกับการรอคอยของพวกเราชาวอุดรหรือเปล่า ตั้งแต่ปีหน้าผมว่าเซ็นทรัลคงไม่ทำแค่ "รีโนวัด" แน่นอน เพราะเปิดตัวสาขาขอนแก่นไปแล้ว ต่อไปก็ต้องมาทุ่มเต็มที่กับสาขาอุดรธานีเหมือนกัน และปี 2555 ก็คงได้ฤกษ์เปิดตัว Central Plaza Udon Thani อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอยครับ แหม เลขสวยจริงๆ 2555 ปีแห่งความสุข 555 :lol: ถึงตอนนั้นเซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานีก็จะไม่ใช่ห้างเก่าโกโรโกโสอีกต่อไป แต่จะเป็นห้างเก่าและใหม่ที่หน้าตาดูทันสมัย (ผมเชื่อมือ CPN ครับ) น่าเดิน และเราก็จะมี Flagship Store ของภาีคอีสานของโรบินสันอีกด้วย (ในโครงการที่คุณ Chad เอามาให้ดูเห็นว่าชะลอโครงการ ผมว่าคงเพื่อรอให้สร้างครบทั้งสองเฟสละมั้งครับ และ Robinson คงได้ขยายพื้นที่ด้วยตอนนั้น ก็หวังว่าผู้บริหาร CPN จะแอบมาอ่านที่นี่บ้าง จะได้ดูว่าพวกเราคนอุดรอยากได้อะไรครับ :) )
KhunWasut October 8th, 2009, 02:33 AM สำหรับ มรภ. วิทยาเขตสามพร้าว ผมว่าในอนาคตน่าจะไปได้ไกล มหาวิทยาลัยท้องถิ่นหลายๆ ที่ก็เกิดมาจากการแยกตัวจากวิทยาเขตหลักทั้งสิ้น อย่าง ม.นเรศวร ที่แยกมาจาก มศว. หรือ มมส. ที่แยกมาจากที่ไหนหน่า....ผมจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าแยกมาจากซักที่นี่แหละครับ มรภ.มหาสารคามหรือเปล่าครับถ้าผมจำไม่ผิด
ถ้าเอาสองกรณีนี้เป็นตัวตั้ง ผมว่าก็มีโอกาสเกิดมหาวิทยาลัยอุดรธานีได้เหมือนกันครับ และบ้านสามพร้าวนี่แหละอาจเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอุดรธานีในอนาคต ดีนะครับที่ไปตั้งที่นั่น เมืองจะได้ขยายออกจากเขตภายในวงแหวนซะที ตอนนี้เมืองอุดรเริ่มจะแออัดเกินไปแล้ว แต่ผมว่าทางจังหวัดน่าจะวางแผนเรื่องถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภคไว้แต่เนิ่นๆ นะครับ วางถนนใหญ่ 4-6 เลนจากตัวมหาวิทยาลัยไปสู่ถนนรอบเมือง ที่จะเป็นตัวระบายรถเข้าออกเมืองอุดรฯ
พูดถึงถนนรอบเมืองอุดรฯ ผมนึกถึงถนนรัชฎาภิเษกที่กรุงเทพฯ เลย เพราะถ้าจำไม่ผิดรัชดาฯ ก็คือวงแหวนชั้นที่ 1 ของกรุงเทพ ที่จริงก็ไม่ต้องรอนานหรอกครับ แค่ตอนนี้บริเวณถนนวงแหวนฝั่งหนองคาย - สกล ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นแล้วละครับ ห้างวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆ ตั้งเรียงราย สวนอาหาร ไหนจะ Outlet Mall อีก มีวิทยาลัยสันตพล และโรงแรมสยามแกรนด์ด้วย ถ้าเมืองขยายเลยวงแหวนรอบนี้ไปเมื่อไหร่ รถเยอะแน่ๆ ผมเสนอว่าเราน่าจะทำสะพานลอยข้ามแยกหรืออุโมงค์ทางลอดตลอดนะครับ (ก็เสนอไปก่อนน่ะแหละครับ ทั้งๆ ที่กว่าจะได้สร้างจริงคงเป็นชาติหน้าก็ตาม) เพราะจากสถิติแล้ว ถนนรอบเมืองของอุดรธานีเป็นเส้นรอบเมืองที่การจราจรหนาแน่นที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะเราไม่มีถนนใหญ่ผ่าเมืองอย่างขอนแก่นหรือโคราชนั่นเอง พอตรงขึ้นมาจากขอนแก่น เลยสี่แยกบ้านจั่น ก็เริ่มเข้าสู่ถนนเทศบาลที่แคบลงจากเดิมมาก และเล็กลงเรื่อยๆ เมื่อพ้นห้าแยกกรมหลวงประจักษ์ฯ เป็นต้นไป รถที่จะวิ่งไปจังหวัดอื่นๆ ทั้งหลายเลยใช้เส้นรอบเมืองแทนเป็นจำนวนมาก
ผมว่าถนนรอบเมืองบ้านเรามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้มากในอนาคตครับ ทำสะพานข้ามหรือทางลอดตลอดทุกแยกไฟแดงได้แล้ว และอุดรธานีต้องมีวงแหวนรอบที่ 2 ครับ เพราะวงแหวนปัจจุบันเริ่มกลายเป็นถนนในเมืองเข้าไปทุกทีๆ แล้วละครับ นี่ขนาดขยายเป็น 6 เลนนะเนี่ย อนาคตถ้าโครงการต่างๆ มาลงทางนี้เยอะ ไม่อยากคิดครับ 6 เลนก็เอาไม่อยู่หรอกครับ
tagaowa October 8th, 2009, 03:12 AM ^^
นิ่งเสียตำลึงทอง :lol:
แอบแวะไปอ่านห้องโคราชบ่อยเหมือนกัน เห็นโคราชมีแท็กซี่ถึง ทข 50 แล้ว ไปไวเหมือนกันนะครับเนี่ย แล้วของอุดรเราตอนนี้มีกี่คันแล้วครับ คลับคล้ายคลับคลาว่าที่ update ครั้งล่าสุดจากที่นี่อยู่ที่ ทข 5 อุดรธานี ครับ
มีใครได้มีโอกาสเดินแว้บๆ เข้าไปในเซ็นทรัลหรือเปล่าครับช่วงนี้ ที่เขาบอกว่า รีโนเวตให้เสร็จทันซีเกมส์ที่เวียงจันทน์นี่ จะเป็นยังไงบ้าง อยากเห็นภายในจริงๆ ว่าเปลี่ยนจากคอมเพล็กซ์เก่ามากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นแค่ "รีโนวัด" เอาพอไปวัดไปวาก่อน แต่ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะปีนี้ทาง CPN คงจำเป็นต้องทุ่มกับสาขาที่จะเปิดตัวใหม่สาขาสุดท้ายของปีนี้ที่ขอนแก่น เลยต้องโหมทำประชาสัมพันธ์สาขานี้อย่างต่อเนื่องครับ ขืนมาเร่งปรับปรุงสาขาอุดรธานีในขณะที่กำลังจะเปิดตัวสาขาขอนแก่นอย่างยิ่งใหญ่นี่สองสาขานี้ก็ตีกันเองสิครับ
แล้วก็ตามที่คุณ Chad โพสไว้ตอนโน้นนน เห็นบอกว่าโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาอุดรธานีจะเสร็จประมาณปี 2555 ก็อีกตั้งสามปี ผมว่าปีหน้าพวกเราคงจะได้เห็นแบบเต็มๆ ของทั้งโครงการว่าจะสวยงามสมกับการรอคอยของพวกเราชาวอุดรหรือเปล่า ตั้งแต่ปีหน้าผมว่าเซ็นทรัลคงไม่ทำแค่ "รีโนวัด" แน่นอน เพราะเปิดตัวสาขาขอนแก่นไปแล้ว ต่อไปก็ต้องมาทุ่มเต็มที่กับสาขาอุดรธานีเหมือนกัน และปี 2555 ก็คงได้ฤกษ์เปิดตัว Central Plaza Udon Thani อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอยครับ แหม เลขสวยจริงๆ 2555 ปีแห่งความสุข 555 :lol: ถึงตอนนั้นเซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานีก็จะไม่ใช่ห้างเก่าโกโรโกโสอีกต่อไป แต่จะเป็นห้างเก่าและใหม่ที่หน้าตาดูทันสมัย (ผมเชื่อมือ CPN ครับ) น่าเดิน และเราก็จะมี Flagship Store ของภาีคอีสานของโรบินสันอีกด้วย (ในโครงการที่คุณ Chad เอามาให้ดูเห็นว่าชะลอโครงการ ผมว่าคงเพื่อรอให้สร้างครบทั้งสองเฟสละมั้งครับ และ Robinson คงได้ขยายพื้นที่ด้วยตอนนั้น ก็หวังว่าผู้บริหาร CPN จะแอบมาอ่านที่นี่บ้าง จะได้ดูว่าพวกเราคนอุดรอยากได้อะไรครับ :) )
:)
ต้องกลับมาดูเรื่องของการบริการประชาชน เช่นการทำบัตร การทำอะไร ที่คนส่วนมากทำ ผมเห็นที่อุดร
ทำได้ดีมาก ๆ เลยละครับ มีทั้งบนห้าง และ ก็ขยายตัวไปยังคาร์ฟูรอีก ตึกทันสมัย ใหม่ มี จทน.สาวๆ อารมย์ดีคอยให้คำแนะนำ อย่างแถวบ้านผม ผมไปขอเพิ่มคนเข้ามาในสำเนา ผมบอกได้เลยว่าสภาพไม่แตกต่างจากศาลานะครับ การบริหารที่ดูภาพรวมแล้วไม่พัฒนา สถานที่เอง หรือคนก็พฤติกรรมไม่อยากบริการเท่าไหร่ บริการเหล่านี้ต่างหากที่บอกว่าเป็นการพัฒนาอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่อง Central ล่าสุด ผมเห็นปรับทาสี และห้องน้ำยังไม่เท่าไหร่ ทำวัดๆ วาๆ นะครับ ส่วนร้านต่างๆ
เริ่มปรับ Look ใหม่บ้าง ล่าสุดที่ปรับไป คือ AIIZ ที่จอดรถใต้อาคารก็ทาสีขาวสว่างไม่ทึมนะครับ
ส่วนอื่นๆ สะอาดขึ้น ดูเป็นระเบียบขึ้น คงต้องรอปีหน้าฟ้าใหม่ ถึงจะเต็มสูบ ผมเข้าใจว่าทาง CPN คงไม่ได้เตรียมงบสาขานี้สำหรับปีนี้เลยเพราะอยู่ ๆ ก็เกิดมา ปีหน้าเขาเตรียมไว้แล้วคงถูกใจนะครับ
ส่วนที่ โลตัสฯ นั้น ผมเห็นช่องด้านล่างจอดรถได้แน่นอน ขนาดใหญ่ จะคล้าย Big C นะครับ
เหมือนที่เพื่อนๆ บอกไว้ก่อนหน้า
anuchaya October 8th, 2009, 03:27 AM ^^
นิ่งเสียตำลึงทอง :lol:
แอบแวะไปอ่านห้องโคราชบ่อยเหมือนกัน เห็นโคราชมีแท็กซี่ถึง ทข 50 แล้ว ไปไวเหมือนกันนะครับเนี่ย แล้วของอุดรเราตอนนี้มีกี่คันแล้วครับ คลับคล้ายคลับคลาว่าที่ update ครั้งล่าสุดจากที่นี่อยู่ที่ ทข 5 อุดรธานี ครับ
มีใครได้มีโอกาสเดินแว้บๆ เข้าไปในเซ็นทรัลหรือเปล่าครับช่วงนี้ ที่เขาบอกว่า รีโนเวตให้เสร็จทันซีเกมส์ที่เวียงจันทน์นี่ จะเป็นยังไงบ้าง อยากเห็นภายในจริงๆ ว่าเปลี่ยนจากคอมเพล็กซ์เก่ามากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นแค่ "รีโนวัด" เอาพอไปวัดไปวาก่อน แต่ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะปีนี้ทาง CPN คงจำเป็นต้องทุ่มกับสาขาที่จะเปิดตัวใหม่สาขาสุดท้ายของปีนี้ที่ขอนแก่น เลยต้องโหมทำประชาสัมพันธ์สาขานี้อย่างต่อเนื่องครับ ขืนมาเร่งปรับปรุงสาขาอุดรธานีในขณะที่กำลังจะเปิดตัวสาขาขอนแก่นอย่างยิ่งใหญ่นี่สองสาขานี้ก็ตีกันเองสิครับ
แล้วก็ตามที่คุณ Chad โพสไว้ตอนโน้นนน เห็นบอกว่าโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาอุดรธานีจะเสร็จประมาณปี 2555 ก็อีกตั้งสามปี ผมว่าปีหน้าพวกเราคงจะได้เห็นแบบเต็มๆ ของทั้งโครงการว่าจะสวยงามสมกับการรอคอยของพวกเราชาวอุดรหรือเปล่า ตั้งแต่ปีหน้าผมว่าเซ็นทรัลคงไม่ทำแค่ "รีโนวัด" แน่นอน เพราะเปิดตัวสาขาขอนแก่นไปแล้ว ต่อไปก็ต้องมาทุ่มเต็มที่กับสาขาอุดรธานีเหมือนกัน และปี 2555 ก็คงได้ฤกษ์เปิดตัว Central Plaza Udon Thani อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอยครับ แหม เลขสวยจริงๆ 2555 ปีแห่งความสุข 555 :lol: ถึงตอนนั้นเซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานีก็จะไม่ใช่ห้างเก่าโกโรโกโสอีกต่อไป แต่จะเป็นห้างเก่าและใหม่ที่หน้าตาดูทันสมัย (ผมเชื่อมือ CPN ครับ) น่าเดิน และเราก็จะมี Flagship Store ของภาีคอีสานของโรบินสันอีกด้วย (ในโครงการที่คุณ Chad เอามาให้ดูเห็นว่าชะลอโครงการ ผมว่าคงเพื่อรอให้สร้างครบทั้งสองเฟสละมั้งครับ และ Robinson คงได้ขยายพื้นที่ด้วยตอนนั้น ก็หวังว่าผู้บริหาร CPN จะแอบมาอ่านที่นี่บ้าง จะได้ดูว่าพวกเราคนอุดรอยากได้อะไรครับ :) )
แท็กซี่ อุดรธานี มี 10 คันแล้วครับ ถึง ทข 10
Garudas October 8th, 2009, 03:45 AM สำหรับ มรภ. วิทยาเขตสามพร้าว ผมว่าในอนาคตน่าจะไปได้ไกล มหาวิทยาลัยท้องถิ่นหลายๆ ที่ก็เกิดมาจากการแยกตัวจากวิทยาเขตหลักทั้งสิ้น อย่าง ม.นเรศวร ที่แยกมาจาก มศว. หรือ มมส. ที่แยกมาจากที่ไหนหน่า....ผมจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าแยกมาจากซักที่นี่แหละครับ มรภ.มหาสารคามหรือเปล่าครับถ้าผมจำไม่ผิด
ถ้าเอาสองกรณีนี้เป็นตัวตั้ง ผมว่าก็มีโอกาสเกิดมหาวิทยาลัยอุดรธานีได้เหมือนกันครับ และบ้านสามพร้าวนี่แหละอาจเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอุดรธานีในอนาคต ดีนะครับที่ไปตั้งที่นั่น เมืองจะได้ขยายออกจากเขตภายในวงแหวนซะที ตอนนี้เมืองอุดรเริ่มจะแออัดเกินไปแล้ว แต่ผมว่าทางจังหวัดน่าจะวางแผนเรื่องถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภคไว้แต่เนิ่นๆ นะครับ วางถนนใหญ่ 4-6 เลนจากตัวมหาวิทยาลัยไปสู่ถนนรอบเมือง ที่จะเป็นตัวระบายรถเข้าออกเมืองอุดรฯ
พูดถึงถนนรอบเมืองอุดรฯ ผมนึกถึงถนนรัชฎาภิเษกที่กรุงเทพฯ เลย เพราะถ้าจำไม่ผิดรัชดาฯ ก็คือวงแหวนชั้นที่ 1 ของกรุงเทพ ที่จริงก็ไม่ต้องรอนานหรอกครับ แค่ตอนนี้บริเวณถนนวงแหวนฝั่งหนองคาย - สกล ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นแล้วละครับ ห้างวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆ ตั้งเรียงราย สวนอาหาร ไหนจะ Outlet Mall อีก มีวิทยาลัยสันตพล และโรงแรมสยามแกรนด์ด้วย ถ้าเมืองขยายเลยวงแหวนรอบนี้ไปเมื่อไหร่ รถเยอะแน่ๆ ผมเสนอว่าเราน่าจะทำสะพานลอยข้ามแยกหรืออุโมงค์ทางลอดตลอดนะครับ (ก็เสนอไปก่อนน่ะแหละครับ ทั้งๆ ที่กว่าจะได้สร้างจริงคงเป็นชาติหน้าก็ตาม) เพราะจากสถิติแล้ว ถนนรอบเมืองของอุดรธานีเป็นเส้นรอบเมืองที่การจราจรหนาแน่นที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะเราไม่มีถนนใหญ่ผ่าเมืองอย่างขอนแก่นหรือโคราชนั่นเอง พอตรงขึ้นมาจากขอนแก่น เลยสี่แยกบ้านจั่น ก็เริ่มเข้าสู่ถนนเทศบาลที่แคบลงจากเดิมมาก และเล็กลงเรื่อยๆ เมื่อพ้นห้าแยกกรมหลวงประจักษ์ฯ เป็นต้นไป รถที่จะวิ่งไปจังหวัดอื่นๆ ทั้งหลายเลยใช้เส้นรอบเมืองแทนเป็นจำนวนมาก
ผมว่าถนนรอบเมืองบ้านเรามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้มากในอนาคตครับ ทำสะพานข้ามหรือทางลอดตลอดทุกแยกไฟแดงได้แล้ว และอุดรธานีต้องมีวงแหวนรอบที่ 2 ครับ เพราะวงแหวนปัจจุบันเริ่มกลายเป็นถนนในเมืองเข้าไปทุกทีๆ แล้วละครับ นี่ขนาดขยายเป็น 6 เลนนะเนี่ย อนาคตถ้าโครงการต่างๆ มาลงทางนี้เยอะ ไม่อยากคิดครับ 6 เลนก็เอาไม่อยู่หรอกครับ
มมส เป็น มศว เก่าครับผม :):)
Nongkhai_tong October 8th, 2009, 05:05 AM http://www.uppicweb.com/i/iy/img_00701%5D.jpg
เอารูปแท็กซี่อุดรมาฝากครับ ตอนแรกเห็นด้านหน้าแต่ถ่ายไม่ทันครับ รูปนี้สด ๆ ร้อน ๆ ถ่ายเมื่อคืนนี้เอง ตรงแยกรังษินา
KhunWasut October 8th, 2009, 05:11 AM ^^
ขอบคุณครับ :) รูปไม่ชัดเท่าไหร่เพราะถ่ายกลางคืน แต่มองๆ ผมว่าน่าจะเป็น ทข 9 อุดรธานีนะครับ
สงสัยช่วงซีเกมส์ที่ลาวคงจะเพิ่มเป็น 30 คันอย่างที่เคยตั้งเป้าเอาไว้แน่ๆ เลยครับ ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ มาอีหรอบเดียวกับที่โคราชเลย ที่เพิ่มแท็กซี่รับซีเกมส์เหมือนกัน
Nongkhai_tong October 8th, 2009, 05:43 AM ลืม resize ใหญ่บะเริ่มเลย
hot_hot999 October 8th, 2009, 05:44 AM ^^^^
:banana::banana::banana::banana::banana:
ak October 8th, 2009, 06:10 AM จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2468 08 ต.ค. - 10 ต.ค. 2552
http://www.thannews.th.com/images/2468/images/M2524681.jpg
หออีสานเข็นจดทะเบียนสกายแลป ผลักดันคมนาคมให้เปิดจดได้ทั่วประเทศหลังรื้อรังมานาน
หอการค้าภาคอีสานรับลูกหอการค้าอุดร ยกระดับปัญหารถสกายแลป เป็นปัญหาระดับชาติ ผลักดันให้สามารถจดทะเบียนได้ทั่วประเทศ พร้อมให้หอการค้าไทยเป็นตัวเชื่อมกระทรวงคมนาคม หาแนวทางแก้ไขปัญหา ด้านหอการค้าอุดรยันเป็นปัญหามวลชนที่แก้ไม่จบ หากไม่เปิดให้จดทะเบียนได้
^^
ทำไมต้องเรียกชื่อสามล้อเครื่องว่า สกายแลป ?
anuchaya October 8th, 2009, 06:13 AM ^^^^^^
เห็นแต่คนจังหวัดอื่นเรียกครับ ผมก็เรียกแต่ 3ล้อเครื่อง เอกลักษณ์เด่นคือเสียงเบรค:lol::lol:
ak October 8th, 2009, 06:14 AM นี่คือภาพถนนเส้นใดของเมืองอุดรธานี ตอบได้ให้ 1 สลึง :lol:
http://upic.me/i/o7/o84076162.jpg
http://upic.me/i/b7/o84076167.jpg
^^
Taxi ป้ายทะเบียน 10 แล้วเด้อ
anuchaya October 8th, 2009, 06:26 AM ^^^^
ถ้าไม่เห็นรถสาย 15 ผมก็ดูไม่ออกนะว่าที่ไหน
เห็นสาย 15 อ่อ กรมหลวงฯข้าง ม.ราชภัฏ นี่เอง:lol:
wut40470 October 8th, 2009, 06:31 AM :)
ต้องกลับมาดูเรื่องของการบริการประชาชน เช่นการทำบัตร การทำอะไร ที่คนส่วนมากทำ ผมเห็นที่อุดร
ทำได้ดีมาก ๆ เลยละครับ มีทั้งบนห้าง และ ก็ขยายตัวไปยังคาร์ฟูรอีก ตึกทันสมัย ใหม่ มี จทน.สาวๆ อารมย์ดีคอยให้คำแนะนำ อย่างแถวบ้านผม ผมไปขอเพิ่มคนเข้ามาในสำเนา ผมบอกได้เลยว่าสภาพไม่แตกต่างจากศาลานะครับ การบริหารที่ดูภาพรวมแล้วไม่พัฒนา สถานที่เอง หรือคนก็พฤติกรรมไม่อยากบริการเท่าไหร่ บริการเหล่านี้ต่างหากที่บอกว่าเป็นการพัฒนาอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่อง Central ล่าสุด ผมเห็นปรับทาสี และห้องน้ำยังไม่เท่าไหร่ ทำวัดๆ วาๆ นะครับ ส่วนร้านต่างๆ
เริ่มปรับ Look ใหม่บ้าง ล่าสุดที่ปรับไป คือ AIIZ ที่จอดรถใต้อาคารก็ทาสีขาวสว่างไม่ทึมนะครับ
ส่วนอื่นๆ สะอาดขึ้น ดูเป็นระเบียบขึ้น คงต้องรอปีหน้าฟ้าใหม่ ถึงจะเต็มสูบ ผมเข้าใจว่าทาง CPN ค |