View Full Version : MassTransit Controversies


Wisarut
August 15th, 2005, 11:36 AM
ประเมินผลเมกะโปรเจคท์กู้เงิน
แมสทรานซิสเสร็จฟันกำไรกระเป๋าตุง
dailynews-August 15, 2005

นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ทำการประเมินผลการลงทุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจคท์มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาทเพื่อนำมาพิจารณาในการจัดสรรเงินลงทุนในแต่ละโครงการว่าควรระดมทุนด้วยรูปแบบ ใดโดยเฉพาะการกู้เงินจากต่างประเทศโดยพบว่าการลงทุนในแต่ละโครงการนั้นได้ผลตอบแทนทางด้านการเงินเฉลี่ยประมาณโครงการละ 8% ยกเว้นโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่หรือโครงการแมสทรานซิสที่พบว่ามีผลตอบแทนทางด้านการเงินเพียง 1.85%

แม้ว่าโครงการแมสทรานซิสจะมีผลตอบแทนด้านการเงินที่ต่ำแต่หากพิจารณาผลตอบ แทนทางด้านเศรษฐกิจแล้วพบว่าเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดโดยมีผลตอบแทนสูงถึง 20.5% โดยระบบแมสทรานซิสจะสร้างเสร็จภายในปี 53 และมีอายุการใช้งานไปอีก 30 ปี หรือไปจนถึงปี 82 เมื่อประเมินแล้วพบว่าจะทำให้ ลดการใช้พลังงานเป็นจำนวนเงินมากถึง 1.55 ล้านล้านบาท ขณะที่ช่วยลดค่าซ่อมบำรุงยาน พาหนะได้เป็นจำนวนถึง 0.58 ล้านล้านบาท และโครงการนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางเมื่อคำนวณออกมาแล้วช่วยลดต้นทุนได้มากถึง 3.82 ล้านล้านบาท และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมที่ทำให้รัฐประหยัดเงินได้ 0.55 ล้านล้านบาท

ดังนั้นแม้ว่าผลตอบแทนด้านการเงินของระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่จะมีมูลค่าไม่มากเมื่อเทียบกับโครงการอื่น ๆ แต่เมื่อพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วย่อมไม่เกิดการขาดทุนแน่นอนแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจได้เป็นจำนวนมหาศาลทีเดียวจึงถือว่าเป็นระบบที่คุ้มค่าต่อการลงทุน.

ทั้งนี้วงเงินในการลงทุนในระบบแมสทรานซิส 7 สายในช่วงปี 48-52 นั้น จะมีสัดส่วนการลงทุน 24% ของโครงการเมกะ โปรเจคท์ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าการลงทุน 5.55 แสนล้านบาท แยกเป็นการลงทุนในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 4.24 แสนล้านบาท และลงทุนในระบบรถไฟฟ้า 1.31 แสนล้านบาท โดยแนวทางการระดมทุนของแมสทรานซิสนั้นรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระทั้งหมดในเรื่องของ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะใช้เงินงบประมาณ 30% และใช้เงินกู้ 70% ขณะที่ระบบรถไฟฟ้าจะจัดตั้งเป็นโฮลดิ้งคอมปะนีเพื่อลงทุน และบริหารระบบการเดินรถให้เป็นแบบซิงเกิล โอเปอเรเตอร์ หรือจอยทช์ โอนเนอร์ โดยรัฐ และเอกชนจะร่วมลงทุนและบริหารระบบการเดินรถไฟฟ้า.

// ---------------------------------------------------
เมกะโปรเจกต์คุ้มค่า ขนส่งฯช่วยศก.6.5 ล้านล้าน!
Thairath - August 15, 2005

นางพรรณี สถาวโรดม ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ทำการประเมินผลการลงทุน ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาพิจารณาในการจัดสรรเงินลงทุนแต่ละโครงการ ว่าควรระดมทุนด้วยรูปแบบใด โดยเฉพาะการกู้เงินจากต่างประเทศ โดยพบว่า การลงทุนในแต่ละโครงการนั้นได้ผลตอบแทน ทางด้านการเงินเฉลี่ยประมาณโครงการละ 8% ยกเว้นโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ หรือโครงการแมสทรานซิส ที่พบว่ามีผลตอบแทนด้านการเงินเพียง 1.85% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการแมสทรานซิสจะมีผลตอบแทนด้านการเงินที่ต่ำ แต่หากพิจารณาผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจแล้ว พบว่าเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด โดยมีผลตอบแทนสูงถึง 20.5% โดยระบบแมสทรานซิสจะสร้างเสร็จภายในปี 2553 และมีอายุการใช้งานไปอีก 30 ปี หรือไปจนถึงปี 2582 เมื่อประเมินแล้วพบว่าจะทำให้ลดการ ใช้พลังงานเป็นจำนวนเงินมากถึง 1.55 ล้านล้านบาท ขณะที่ช่วยลดค่าซ่อมบำรุงยานพาหนะได้เป็นจำนวนถึง 5.8 แสนล้านบาท และโครงการนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง เมื่อคำนวณออกมาแล้วช่วยลดต้นทุน ได้มากถึง 3.82 ล้านล้านบาท และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมที่ทำให้รัฐประหยัดเงินได้ 5.5 แสนล้านบาท รวมประมาณ 6.5 ล้านล้าน

ดังนั้น แม้ผลตอบแทนด้านการเงินของระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ จะมีมูลค่าไม่มากเมื่อเทียบกับ โครงการอื่นๆ แต่เมื่อพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ย่อมไม่เกิดการขาดทุนแน่นอน แต่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆในระบบเศรษฐกิจ ได้เป็นจำนวนมหาศาล จึงถือว่าเป็นระบบที่คุ้มค่าต่อการลงทุน

“ยอมรับว่าการจัดทำโครงการเมกะโปรเจกต์นั้นอาจทำให้เกิด การขาดดุลการค้าและ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดบ้าง แต่คณะกรรมการกำกับการลงทุนขนาดใหญ่ที่มี ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานนั้น ได้มีการดูแลและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องของการหาแหล่งเงินทุน จึงถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ในขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้คือ การไม่สามารถควบคุม ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ ดังนั้นการลงทุนในระบบแมสทรานซิสจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ไทยต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”

ทั้งนี้ วงเงินการลงทุนในระบบแมสทรานซิส 7 สาย ในช่วงปี 2548-52 นั้นจะมีสัดส่วนการลงทุน 24% ของโครงการเมกะโปรเจกต์ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าการลงทุน 5.55 แสนล้านบาท แยกเป็นการลงทุนในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน 4.24 แสนล้านบาท และลงทุนในระบบรถไฟฟ้า 1.31 แสนล้านบาท โดยแนวทางการระดมทุนของแมสทรานซิสนั้น รัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระ ทั้งหมดในเรื่องของ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะใช้เงินงบประมาณ 30% และใช้เงินกู้ 70% ขณะที่ระบบรถไฟฟ้า จะจัดตั้งเป็นโฮลดิ้งคอมปะนี เพื่อลงทุนและบริหารระบบ การเดินรถให้เป็นแบบ ซิงเกิล โอปะเรเตอร์ หรือจอยทช์ โอนเนอร์ โดยรัฐและเอกชนจะร่วมลงทุนและบริหารระบบการเดินรถไฟฟ้า.

// -----------------------------------------------------------------
คตง.ล้อมคอก"เมกะโปรเจ็คต์" เช็คแผนลงทุนตั้งแต่"ตั้งไข่"
ชี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงไม่คุ้มทุน
Matichon - August 15, 2005

คตง.เตรียมออกระเบียบตรวจสอบความเป็นไปได้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่เริ่มคลอด ช่วยตัดไฟแต่ต้นลมแทนปล่อยให้เกิดทุจริตภายหลัง ชี้ผลตรวจสอบเบื้องต้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงไม่คุ้มลงทุน ด้านเจ้าของโครงการเตรียมทบทวนความเป็นไปได้อีกรอบ รับผลศึกษาทำไว้เมื่อปี 2543

นายบุญรอด โบว์เสรีวงศ์ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) จะออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโครงการเมกะโปรเจ็คต์ต่างๆ โดยระบุให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจที่จะดำเนินโครงการต้องจัดทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ(FEAS) และนำเสนอสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ก่อน เพื่อให้ สตง.พิจารณาความคุ้มค่าของโครงการและความสมเหตุสมผลของเงินลงทุน

นายบุญรอดกล่าวว่า เมื่อ สตง.ได้รับผลการศึกษาดังกล่าวก็จะใช้เวลาในการวิเคราะห์ และนำเสนอความเห็นต่อรัฐบาลและรัฐสภา ว่าโครงการดังกล่าวสมควรดำเนินโครงการหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลมีสิทธิที่จะรับฟังหรือไม่ก็ได้ แต่ สตง.ถือว่าได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบตั้งแต่เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน

"การออกระเบียบดังกล่าวสามารถทำได้ตามอำนาจตามกฎหมายของ คตง. ถือเป็นการตรวจสอบก่อนเกิดการทุจริต(pre-audit) คตง.เคยออกระเบียบในลักษณะนี้มาก่อนแล้ว โดยออกระเบียบมิให้องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ซื้อรถรับรอง และไม่ให้ซื้อรถประจำตำแหน่งราคาแพง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็เห็นชอบและนำไปปฏิบัติใช้ ถือเป็นการป้องกันก่อนที่จะมีการทุจริต ถือว่าดีกว่าปล่อยให้โครงการใหญ่ๆ เกิดขึ้นก่อนแล้วมาตามตรวจสอบการใช้เงินภายหลังเหมือนกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ"

แหล่งข่าวจาก สตง.กล่าวว่า เท่าที่ทราบตัวเลขเบื้องต้นผลการศึกษาโครงการขนส่งมวลชนระบบรางพบว่าโครงการรถไฟฟ้าบางสายมีผลตอบแทนไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เช่น สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ และช่วงบางซื่อ-ราษฎ์บูรณะ เป็นต้น เพราะเป็นการขนคนจากต้นทางไปปลายทางเท่านั้น แต่ระหว่างทางแต่ละสถานีนั้นไม่ผ่านชุมชน จึงไม่มีคนขึ้นระหว่างทาง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้กระทรวงการคลังจะเสนอกรอบเงินกู้สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่(เมกะโปรเจ็คต์)สำหรับปีงบประมาณ 2549 ให้นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา โดยวงเงินลงทุนของปีงบประมาณนี้จะอยู่ที่ 399,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินงบประมาณ 159,000 ล้านบาท และเงินกู้ 118,000 ล้านบาท แต่จะลงในรายละเอียดรายโครงการจะใช้เงินกู้จากแหล่งใด โดยจะเน้นที่โครงการรถไฟฟ้า และพลังงานเป็นหลัก

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้รัฐวิสาหกิจเจ้าของโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายกำลังเร่งทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ(FEAS) ใหม่เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกำกับการลงทุนภาครัฐที่มีนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ให้เสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากโครงการที่ได้มีผลการศึกษาไว้เดิมนั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะเป็นการศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2542-2543 จึงต้องมีการนำมาทบทวนใหม่

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ยอมรับว่าตามผลการศึกษาของรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายนั้นมีบางสายที่อาจจะไม่คุ้มค่าในแง่ของผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่การพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ ต้องมีการพิจารณาในประเด็นด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ผลตอบแทนทางด้านสังคม หรือการลดการใช้พลังงานโดยรวม เป็นต้น

Wisarut
August 15th, 2005, 04:19 PM
สนข.มึนค้าน"ศูนย์ตากสิน" ปรับแผนเวนคืนลดกระแส
Prachachat Thirakij - August 14-17, 2005
http://www.matichon.co.th/newsphoto/prachachart/rea02150848p1.jpg

"ศูนย์คมนาคมตากสิน" เจอของแข็ง ประเดิมชี้แจงและรับฟังความเห็นชาวบ้านแค่ยกแรกก็ถูกรุมต้านหนัก ยื่นเงื่อนไขให้สร้างแต่สถานีรถไฟฟ้า ส่วนรถ บ.ข.ส.ไม่ต้องการให้เข้าไปใช้พื้นที่ สนข.ย้ำต้องเดินหน้า แต่พลิกแผนใหม่เตรียมเสนอ 2 ทางเลือก

1) ย้ายโครงการไปผุดในที่ดินว่างเปล่าย่านกัลปพฤกษ์ หรือ
2) สร้างจุดเดิมแต่แยกท่ารถ บ.ข.ส.ไปอีกต่างหาก ลดปัญหาเวนคืนที่ดิน

นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สนข.คงต้องเดินหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์คมนาคมขนส่งตากสิน
โดยไม่ชะลอโครงการออกไป แม้จะถูกคัดค้านจากประชาชนและเจ้าของที่ดินที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการเร่งด่วนที่รัฐบาลมอบหมายให้ดำเนินการเพื่อรองรับการกระจาย
ความเจริญไปสู่ชุมชนรอบนอกของกรุงเทพ มหานคร (กทม.) และเป็นศูนย์กลางคมนาคมในอนาคต
โดยจะชี้แจงให้ชาวบ้านทราบถึงความจำเป็น และหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะในเรื่อง
ค่าเวนคืนที่ดิน และการจัดสร้างที่อยู่อาศัยรองรับที่ชาวบ้านออกมาคัดค้านโครงการเกี่ยวกับเรื่อง
การเวนคืนที่ดินนั้น ก่อนตนจะไปชี้แจงกับประชาชนเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2548 ที่ผ่านมา ที่เขตจอมทอง
ได้เข้าพบนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งให้นโยบายว่า ในการเวนคืน
ที่ดิน รัฐบาลจะชดเชยให้อย่างเต็มที่ โดยจะใช้ราคาประเมินของกรมที่ดินและราคาซื้อขายในตลาด ถ้าราคา
ไหนสูงก็ใช้ราคานั้น และถ้ายังไม่พอใจ รัฐบาลก็ยินดีจะรับฟัง และหาทางแก้ไขต่อไป

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านออกมาระบุว่าไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบล่วงหน้านั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทางบริษัทที่ปรึกษาได้มีการแจ้งไปแล้ว แต่เนื่องจากโครงการนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนศึกษารายละเอียด จะให้ไปแจ้งกับชาวบ้านว่าจะมีการเวนคืนบริเวณไหนบ้างนั้น คงจะทำไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากโครงการนี้ต้องเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอีกครั้ง เมื่อผลการศึกษาเสร็จเรียบร้อย หากรัฐบาลไม่อนุมัติ ก็ไม่ต้องมีการเวนคืน

"ที่ผ่านมาโครงการนี้ได้ศึกษาความเป็นไปได้มา 3 ปีแล้ว ก่อนที่จะให้บริษัทที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจะมีการสร้างศูนย์คมนาคมด้านใต้ในจุดที่จะมีการเวนคืน"

นายคำรบลักขิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เปลี่ยนจุดก่อสร้าง และไม่อยากให้มีรถโดยสารประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) เข้าไปในศูนย์คมนาคมที่จะก่อสร้างขึ้น ให้มีเพียงแค่สถานีร่วมของรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟสายแม่กลอง (หัวลำโพง-มหาชัย) เท่านั้น

"จากที่ผมได้รับฟังและตรึกตรองดูแล้ว คิดว่าจะเสนอ 2 แนวทางให้ประชาชนพิจารณา ซึ่ง สนข.ได้ศึกษาไว้แล้วก่อนหน้านี้ คือ

1.ย้ายสถานีร่วมรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟสายแม่กลอง ไปสร้างบริเวณที่ว่างที่มีอยู่ บริเวณถนนกัลปพฤกษ์ ซึ่งแนวทางนี้จะกระทบกับประชาชน และมีการเวนคืนที่ดินเพียงแค่ 40 ไร่ เพราะที่ว่างมีเพียงพอ คือมีอยู่ประมาณ 200 ไร่"

นายคำรบลักขิ์กล่าวต่อว่า

สำหรับแนวทางที่ 2 คือ สร้างจุดเดิม แต่ย้ายรถ บ.ข.ส.ไปไว้ที่อื่นแทน เพราะสถานีรถ บ.ข.ส.จำเป็นต้องมี
แนวทางนี้จะใช้พื้นที่ประมาณ 56 ไร่ ซึ่งจะต้องมีการเวนคืนบ้านเรือนและโรงเรียนเช่นเดียวกัน แต่คนที่มาใช้บริการรถ บ.ข.ส.จะต้องเดินทางไกลออกไปอีก อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แนวทางยังจะต้องมีการเวนคืนอยู่ดี
แต่จะลดขนาดพื้นที่ให้เล็กลง จากเดิมต้องใช้พื้นที่ 175 ไร่ มีผู้ถูกเวนคืนประมาณ 1,703 ราย เพื่อให้กระทบ
กับประชาชนในบริเวณดังกล่าวให้น้อยที่สุด โดยจะให้ทางบริษัทที่ปรึกษามาออกแบบเพิ่มเติมภายใน 1 สัปดาห์นี้ และให้ทางชาวบ้านส่งตัวแทนเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย

"ส่วนที่จะให้ยกเลิกหรือชะลอโครงการออกไป คงเป็นไปไม่ได้ เพราะโครงการนี้ช้าไม่ได้ ไม่อยากให้เสียเวลา

ยังไงศูนย์ตากสินจะต้องเกิด เพราะจะต้องมีสถานีร่วมรถไฟฟ้าให้ได้ เพราะโครงสร้างมาถึงแล้ว และเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ปัญหาจราจรที่หนาแน่นในย่านนี้ได้มากด้วย นอกจากนี้ยังจะนำความเจริญเข้ามาในพื้นที่ ทำให้มีการพัฒนาได้มากยิ่งขึ้นไปอีก"

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า บรรยากาศในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่เขตจอมทอง มีประชาชนที่มีส่วนได้เสียเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 1,000 คน โดยส่วนใหญ่คัดค้าน เพราะบริษัทที่ปรึกษาที่ สนข.ว่าจ้างไม่ได้เข้ามาสำรวจความคิดเห็น และชี้แจงข้อมูลให้ทราบมาก่อน จู่ๆ ก็จะเวนคืนที่ดิน

ขณะเดียวกัน ตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอให้ สนข.ยกเลิกโครงการนี้ เพราะไม่ต้องการให้มีศูนย์ตากสินเกิดขึ้น ให้มีเพียงสถานีรถไฟฟ้า โดยเจ้าของโรงเรียนมนตรีวิทยา ยอมให้เวนคืนพื้นที่ติดกับริมทางรถไฟให้ 5 ไร่ และต้องการให้เปลี่ยนแนวไปสร้างบริเวณที่มีพื้นที่ว่างติดกับถนนกัลปพฤกษ์แทน

ซึ่งชาวบ้านเห็นด้วยที่จะมีความเจริญเข้ามา แต่ไม่อยากให้ทำวัฒนธรรมชุมชนและวิถีชีวิตเปลี่ยนไป โดยเห็นว่าจะเวนคืนเพื่อให้คนอื่นมาใช้ประโยชน์นั้นไม่ชอบธรรม และเชื่อว่าเมื่อมีการพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์แล้ว จะทำให้นายทุนที่มีที่ดินในบริเวณดังกล่าวได้รับประโยชน์ จากนั้นจะขับไล่ชาวบ้านไปอยู่ที่อื่น เกรงว่าจะไม่คุ้ม เพราะคงได้ค่าเวนคืนน้อย

Wisarut
August 17th, 2005, 07:02 AM
สนข.นัดชี้แจงศูนย์ตากสิน 3 กลุ่มลุ้นคอนซัลต์ต่อ รฟม.
Thairath -August 17, 2005



รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดประกวดราคาคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง และโครงการส่วนต่อขยายทั้งหมดของ รฟม. และกำหนดให้บริษัทที่สนใจยื่นซองข้อเสนอภายในวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีบริษัทมายื่นซองเอกสารทั้งหมด 3 กลุ่มบริษัท ได้แก่

กลุ่มที่ 1 มี 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทพีบีเอเซีย จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัทเซ้าท์อี๊สเอเซียเทคโนโลยี จำกัด
กลุ่มที่ 2 มี 7 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทไทยดีซีไอ จำกัด บริษัทมอท แมคโดนัลด์ ลิมิเต็ด Electrowatt Infra Ltd. NIPPON KOEI CO., LTD. บริษัทอินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด บริษัทอรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียร์ส จำกัด บริษัทอินฟินิตี้ เซอร์วิส จำกัด และ

กลุ่มที่ 3 มี 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทเอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัทแปซิฟิค คอนซัลแทนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทโชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด DE-Consult Deutsche Eisenbahh-Consulting GmbH ทั้งนี้ จะมีการพิจารณาภายในสิ้นเดือนนี้

รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ในวันที่ 17 ส.ค. นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผอ.สนข. ได้กำหนดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการศูนย์คมนาคมตากสิน ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หลังจากที่การสัมมนาโครงการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนที่สำนักงานเขตจอมทอง ถูกประชาชนในพื้นที่เขตธนบุรีนับพันคนคัดค้านอย่างหนัก จนทำให้การสัมมนาต้องจบลงอย่างทุลักทุเล และไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด อีกทั้งประชาชนที่คัดค้านยังประกาศขอเดินหน้า ต่อต้านโครงการศูนย์คมนาคมตากสินอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดจะไปคัดค้านการสัมมนาของ สนข.ที่จะจัดขึ้นที่สำนักงานเขตบางบอน ในวันที่ 20 ส.ค.นี้.

// ---------------------------------------------------

Expect anotehr revolt at bang Bon on August 20 ...

archstudent
August 18th, 2005, 03:43 PM
ลดขนาดศูนย์ตากสิน ส.ก.เสนอย้ายไปพระราม 2

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาที่มีประชาชนต่อต้านโครงการก่อสร้างศูนย์คมนาคมขนส่งตากสิน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟสายแม่กลอง (หัวลำโพง-มหาชัย) รวมทั้งเป็นศูนย์เดินรถขนส่งสายใต้นั้น สนข.ได้ให้ที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงแผนเพื่อลดผลกระทบ ต่อประชาชนได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว และจะนำรายงานต่อ รมว.คมนาคมพิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดขนาดพื้นที่เวนคืนลงจาก 175 ไร่เหลือประมาณ 50 ไร่ ซึ่งทำให้เหลือเพียงจุดเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟสายแม่กลอง ส่วนสถานีขนส่งสายใต้นั้นจะใช้พื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่น้อยแทนโดยภาพรวมจะทำให้งบประมาณโครงการลดลงประมาณ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากการลดขนาด พื้นที่ลง ทำให้ใช้เงินในการเวนคืนน้อยลง แต่จะต้องต่อขยายแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสให้ยาวไปถึงสายใต้ที่ขยับออกไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพ เขตจอมทอง ได้เป็นตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างโครงการศูนย์คมนาคมขนส่งตากสิน ยื่นหนังสือให้นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม ขอให้พิจารณาทบทวนแผนโครงการ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก และได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน โดยในหนังสือดังกล่าวได้เสนอทางเลือกใหม่ให้กระทรวงคมนาคมเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้าง โครงการเป็นพื้นที่ดินว่างเปล่าริมถนนพระราม 2 ซอยเพชรเกษม 80, 88 และ 92 เนื่องจากพื้นที่นั้นเป็นที่ดินว่างเปล่า เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งกระทรวงน่าจะไปใช้พื้นที่ว่างเปล่ามากกว่าจะมาใช้พื้นที่ชุมชน จะได้ใช้งบประมาณในการเวนคืนที่ดินน้อยกว่าด้วย

ประชาชนในพื้นที่รายหนึ่ง กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวว่ารัฐบาลต้องการสร้างเส้นทาง รถไฟฟ้าสายใหม่ เพื่อแข่งกับรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่นโยบายของโครงการศูนย์คมนาคมตากสิน จะเป็นศูนย์กลางให้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีขนส่งสายใต้ และรถไฟฟ้าสายแม่กลอง มาเชื่อมกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลก็มีนโยบายอีกว่าอาจจะไม่ให้บีทีเอสก่อสร้างส่วนต่อขยายจาก ตากสินมาถึงถนนตากสิน ประชาชนจึงสับสนว่าสุดท้ายศูนย์คมนาคมตากสินนี้จะเป็นศูนย์กลาง เชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสตามแผนเดิมด้วยหรือไม่.

ปีที่ 56 ฉบับที่ 17375 วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2548
www.thairath.co.th

queetz@home
August 19th, 2005, 04:48 AM
Well, I don't understand what you guys are talking about but if you want Mass Transit controvery, go to Vancouver, Canada. Its the single most contentious issue in that city!

Zimoune
August 19th, 2005, 05:00 AM
really? what happen?

Wisarut
August 19th, 2005, 05:02 AM
Well, I don't understand what you guys are talking about but if you want Mass Transit controvery, go to Vancouver, Canada. Its the single most contentious issue in that city!


Khun Wally, It is allabout the land Exapporpriation ... at the prioce well below the market prices ....

Wisarut
August 19th, 2005, 05:21 AM
Khun Zimone', Khun Wally,

Look at the Frontpage of Bangkok Post (August 19, 2005), and you'll see.
This news also mentionsabout anotehr Mass Transit Controversy ->
MRTA Purple Line [Bangsue - bang Yai]:

Cash boost for evicted homeowners

Bid to appease foes of new train line, bus hub
AMORNRAT MAHITTHIROOK
Bangkopk Post - August 19, 2005

The Transport Ministry will push for an amendment to the Land Expropriation Act so as to give people better compensation if they have to be evicted from their land for transport projects.

The move, a result of a meeting to check progress on new mass transit lines yesterday, is aimed at placating opponents of new projects, including residents who will be affected by construction of the Purple Line train line from Tao Pun in Bangkok to Bang Yai district in Nonthaburi and a new southern transport hub.

Still, opponents said the measure did not make them any happier, as money was not the main reason for their opposition to those projects.

Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal, who chaired the meeting, said land valuation methods used by the Land Department to assess compensation were out of date, and the current compensation rates unrealistically low.

Affected people should be paid according to market prices, and get some financial incentive in exchange for their leaving, the minister said.

The ministry will work out details on how much they should be compensated. The issue will be studied by agencies inside the ministry, including the Highways Department.

Once those offices agree on the detail, the ministry will send its proposal to Deputy Prime Minister Visanu Krue-ngarm and the Finance Ministry, which is in charge of compensation. The amendment, however, also needs cabinet approval.

``The plan is to satisfy people affected by state projects and at the same time to make it fair for the state,'' he said.

Prapat Chongsanguan, governor of the Mass Rapid Transit Authority of Thailand, backed the effort, saying compensation for expropriated land should be based on actual prices.

The MRTA, which runs the country's underground train service, will be a key agency dealing with the problem, as it will be responsible for most of the new train lines to be built.

The government agreed in September last year to build an extended underground and elevated train network covering Bangkok and its satellite provinces.

The first one to be built is the Purple Line, where construction is scheduled to begin next year above the ground.

But it is facing opposition from people living along Krungthep-Nonthaburi road. They have put up signs in Tao Pun and nearby areas demanding the train go underground where it passes their homes.

They said some businesses must be closed to pave the way for construction of train stations.

Tao Pun has been designed as an interchange station between the 21km Purple Line and the present underground train service which will be extended one station from Bang Sue to meet the new service.

The MRTA has to buy back land totalling 35 rai from people in Bangkok and Nonthaburi. For the Tao Pun interchange station, 68 plots of land covering nine rai would have to be cleared.

Kittisak Ratprasert, a protester who lives in Tao Pun, said the protest had nothing to do with money.

``The main point is the negative impacts of the project, such as increased air pollution on the street, traffic jams and the risk of fire,'' he said.

Several opponents have expressed concern that the railway structure will trap carbon monoxide, and traffic will be more congested during construction.

The Taksin transport hub in Chom Thong district is another place where area residents will be asked to leave. It is designed as the centre to link a new southern bus terminal to the capital's mass transit system.

Kumropluk Suraswadi, director of the Office of Transport and Traffic Policy and Planning, said the agency may downsize the centre from 175 rai to about 50 rai to keep disruption to residents and businesses to a minimum.

Suthichai Veerakulsoonthorn, a city councillor leading the protest, welcomed the plan to better compensate people forced to move out. But he said compensation must fully satisfy the people forced out because the area where the hub would be built had already been commercially developed.

// -----------------------------------------------------------

However, the localThai press has said anotehr view on Taksin Center Controversy:

MOTC is tellign the Press that They would NEVER cut any singel square inch from the proposed 175 (70 Acre) Rai of land for Taksin center ... to please the local people even though OTP is thinking abotu the downscaliong the project to 50 Rai (20 Acres) of land ... while moving the New Soutehrn bus terminal to somewhare else.

archstudent
August 19th, 2005, 06:50 AM
สนข.แจงสร้างศูนย์ตากสินมีแนวโน้มอยู่ที่เดิม

คมนาคมฟันธงอาทิตย์หน้าได้ข้อสรุป

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมหน่วยงานและติดตามโครงการระบบราง โดยมี นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นายจิตสันติ ธนโสภณ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

นายพงษ์ศักดิ์เปิดเผยว่า เป็นการติดตามการทำงานโครง การเมกะโปรเจคท์ของหน่วยงาน โดยเฉพาะโครงการระบบราง ซึ่งทุกฝ่ายยืนยันว่าจะทำได้ตามแผนที่วางไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี โดยมี ปัญหาบ้างในส่วนของสายสีแดงของ รฟท. บริเวณศูนย์คมนาคมตากสิน ที่มีประชาชนคัดค้านการก่อสร้าง ตนได้ให้ สนข.ไปทำแผนมา 2 ส่วนคือ 1. ถ้าต้องเวนคืนพื้นที่ในจุดเดิมจะต้องไปคิดคำนวณค่าชดเชยให้กับประชาชนในราคาที่เหมาะสม และแนวทางที่ 2 หากต้องปรับแนวสายทางใหม่หรือปรับโดยใช้พื้นที่ให้น้อยลงจะต้องใช้พื้นที่อย่างไรบ้าง โดยให้นำรายละเอียดมาให้พิจารณาในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีความจำเป็นที่ต้องสร้างเนื่องจากต้องรองรับการเดินทางและการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่ยังไม่มีโครงข่ายขนส่งมวลชนที่สมบูรณ์การสอบถามเป็นประชามติจะต้องถามคนส่วนใหญ่ในฝั่งธนฯ ไม่ใช่ฟังเพียงแค่คนกลุ่มเดียว สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัท โฮลดิ้ง เพื่อมาดูแลระบบราง 200 กว่ากิโลเมตรนั้น จะเร่งเจรจากับบีทีเอสที่ได้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าในปัจจุบันให้แล้วเสร็จ ในเงื่อนไขราคาที่เหมาะสม และในส่วนที่ต้องจัดหาขบวนรถจากต่างประเทศนั้น ได้หารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ โดยมีแนวทางในการจัดซื้อให้ใช้ระบบบราเตอร์ เทรด โดยให้บริษัทที่ซื้อสินค้าต้องสนับสนุนซื้อสินค้าเกษตรของไทยด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. นายคำรบลักขิ์ ผู้อำนวยการสำนักนโนบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แถลงข่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ตากสินเช่นกันว่า โครงการนี้อยู่ในขั้นศึกษาออกแบบรายละเอียดและกำลังรับฟังความเห็นจากประชาชน นำมาพิจารณาปรับแก้เพื่อสรุปรายละเอียดของโครงการว่าจะเป็นรูปแบบใด ยังไม่ได้ออกพระกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน แต่ที่มีประชาชนมาคัดค้านการก่อสร้างและตำหนิ สนข. ว่าไม่แจ้งให้ทราบเรื่องการเวนคืนนั้น เป็นเรื่องความเข้าใจผิดทางการสื่อสารของบริษัทที่ปรึกษา ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าจะนัดชาวบ้านที่คัดค้านมาพูดคุยถึงประโยชน์ของโครงการดังกล่าวพร้อมเสนอทางให้เลือกให้แก่ชาวบ้าน รวมถึงเรื่องที่ รมว.มหาดไทยให้นโยบายที่จะต้องปรับแก้ พ.ร.ฎ. ใหม่ให้มีค่าตอบแทนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามแผนที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยจะให้เวลาในการพิจารณารับฟังความเห็นของชาวบ้านภายในเดือน ส.ค. นี้เท่านั้น เพื่อให้โครงการมีข้อสรุปสามารถเดินหน้าประกวดราคาได้ภายในเดือน ธ.ค. นี้ มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี แต่ถ้าการเจรจาไม่สามารถตกลงกับชาวบ้านได้ก็คงต้องเลื่อนเวลาก่อสร้างโครงการต่อไป.

www.dailynews.co.th

archstudent
August 24th, 2005, 04:06 PM
เสนอรมว.คมนาคมสร้างศูนย์ตากสินที่เดิม

ลดเหลือ14ไร่-ย้ายสายใต้ไปถนนกัลปพฤกษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดศูนย์คมนาคมขนส่งตากสิน และทางรถไฟสายแม่กลอง (ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย) โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางการก่อสร้างศูนย์ตากสิน หลังจากมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาร้องเรียน ซึ่งมติที่ประชุมเห็นควรสร้างศูนย์ตากสินในที่เดิม เนื่องจากเป็นจุดที่เหมาะสมมีถนนหลายสายผ่านทั้งกัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ และรัชดาภิเษก ควรเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการคมนาคม

ทั้งนี้ได้เสนอให้มีการลดขนาดลงจาก 175 ไร่ เหลืออย่างน้อยที่สุด 14 ไร่ เพื่อทำเป็นสถานีร่วมระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดง กับสายสีเขียว และเป็นสถานีให้รถเมล์สามารถจอดรับ-ส่งประชาชนได้ โดยให้ก่อสร้างสถานีรับส่งผู้โดยสารสายใต้ที่ถนนกัลป พฤกษ์ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงแทน

นอกจากนี้ที่ปรึกษาได้เสนอทางเลือกถึงการย้ายสถานที่ก่อสร้างใหม่ ไปที่ถนนพระราม 2 เขตจอมทอง บริเวณวงแหวนรอบนอกแทน โดยพื้นที่ดังกล่าวมีที่ดินของทางราชการที่มีอยู่ 100 กว่าไร่ อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีความเห็นว่าในการเวนคืนที่ดิน หากมีความจำเป็นต้องเวนคืนเป็นจำนวนมากก็ควรเวนคืนไปในครั้งเดียว เพราะในอนาคตเมื่อที่ดินดังกล่าวมีความเจริญขึ้น กระจายพื้นที่ก่อสร้างอาจเกิดปัญหา

นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะนำทางเลือกการก่อสร้างเสนอต่อ รมว.กระทรวงคมนาคมพิจารณา โดยในสัปดาห์หน้าจะนำนโยบายจากกระทรวงคมนาคมไปชี้แจงกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป.

www.dailynews.co.th

Wisarut
August 24th, 2005, 05:41 PM
OTP Asking OTP to Cut Down Taksin Center to 14 Rai
Movign Soutehr Bus terminal to Kalaprapruek
Dailynews -August 24, 2005


The meeting at OTP has come upwith the result at 2 PM that:

1) Taksin center must be at the same placesince there is NO better place than
Wutthakart whcih has Klaprapruek, Rajapruek,and Ratchadaphisek intersecting

2) Cutting doen the size from 175 ra to 14 Rai as the interchange between
BTS Skuytrain and Mahachai Commuter line

3) Southern bus terminal shouldbe move to Kalaprapruek road

4) The consultant has come up with the provisional Southern bus terminal at
Rama 2 Highway near Kanachanaphisek outer ring ...on the bureaucrat land of 100 rai

5) Land Exappropriation should be DONE ONLY Once for all ... espthe bureaucrat area at Rama 2.

OTP wouldsubmit the resutl to MOTC by the end of next week,.

The Leather Industry Askign for Chanign Maer Klong Line
Matichon - August 24, 2005

Matichon Editor has received the complains form thsoer who sffer from Taksin center project
and New Mahachai Commuter [HuaLamphong - Mahachai] that the decision to move
the track from Lad Yah road to Charoen rat Road (the former Klong San - Wongwain Yai
section of Mahachai line) is NOT good at all because it HURTS their leather industry and
business ... There are 40-50 shops [includign sweatshops] of leather business and 90%
are the landowners.

However, Team Consultat has replied that the line to Lad Yah has MORE harmful effect on
business and environment that Charoen Rat section, esp the King Taksin Monument at
Wongwian Yai. Thsoe who live in Thonburi would NEVER allow any project that damage King Taksin Monument ..... or they would face the bloody wrath from Thonburi people.

archstudent
August 26th, 2005, 09:12 AM
บอร์ดระดมทุนเสนอรื้อแผนรถไฟฟ้า

ชง"ทักษิณ" ตัดเส้นทาง-ลดลงทุน ปรับรูปแบบ"โฮลดิ้ง"ดึงเอกชนร่วม

เอาแน่! รื้อเมกะโปรเจ็คต์ขนส่งระบบราง บอร์ดชุด "พรชัย นุชสุวรรณ" เตรียมชงนายกฯทบทวนโครงการตั้งแต่ปรับวงเงินลงทุนลดการกู้ สายทางซ้ำซ้อน ระบบผลศึกษาความเป็นไปได้โครงการ 7 เส้นทางเลี้ยงตัวเองได้แค่ 3 จี้จุดอ่อนโฮลดิ้งคอมปะนีเหมาบริหารเบ็ดเสร็จอาจไม่มีประสิทธิภาพ รัฐรับภาระมากเกินไป เสนอดึงเอกชนเดินรถแทน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการเรื่องนวัตกรรมทางการเงิน โดยนายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หนึ่งในคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งองค์กรเพื่อระดมทุนและการบริหารจัดการในการพัฒนาโครงข่ายและเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน (Mass Transit) กล่าวว่า การดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนนั้น ควรจะมีการนำนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ มาใช้แทนการกู้เงิน เช่น การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นหลักทรัพย์(ซีเคียวริไทเซชั่น) และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การกู้เงินควรนำมาใช้ในโครงการทางสังคม เช่น การศึกษา และสาธารณสุขมากกว่า

"ในเดือนนี้คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งองค์กรเพื่อระดมทุนและการบริหารจัดการในการพัฒนาโครงข่ายและเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน (Mass Transit) ที่มีนายพรชัย นุชสุวรรณ เป็นประธาน จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีทบทวนแนวทางการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทั้งในด้านเส้นทางการเดินรถ มูลค่าโครงการ การระดมทุน และการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นภาระกับรัฐน้อยที่สุด"

นายพิชิตกล่าวว่า การลงทุนในด้านระบบรางไม่จำเป็นที่ต้องใช้เงินสูงมากถึงกว่า 5 แสนล้านบาท เพราะหลายเส้นทางมีความซ้ำซ้อนกันและสามารถตัดออกไปได้ หรือใช้ระบบการเดินรถแบบอื่นทดแทน เช่น รถรางหรือรถเมล์ด่วนพิเศษในสายที่ไม่มีความคุ้มค่าทางเงินได้ เนื่องจากการศึกษาความเป็นไปได้โครงการ พบว่าจาก 7 เส้นทางมีจำนวน 3 สายเท่านั้น ที่มีผลตอบแทนทางการเงินเพียงพอเลี้ยงตัวเอง คือ สายที่เดินรถในรอบในเมืองเท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้เลย

นายพิชิตกล่าวว่า ด้านการระดมทุนนั้น ที่ผ่านมามีการกำหนดว่าจะมีการกู้เงินถึง 70% หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท ทั้งที่โครงการนี้มีรายได้ในอนาคตเพียงพอที่จะทำซีเคียวริไทเซชั่นได้ และที่ดินบริเวณมักกะสันที่เชื่อมต่อกับโครงการทางรถไฟเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ(แอร์พอร์ตลิงค์) ที่มูลค่ามหาศาล ควรจะนำมาบริหารให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่า นอกจากนี้สามารถนำภาษีป้าย และภาษีน้ำมันมาใช้ในการลงทุนได้

ส่วนการบริหารจัดการการเดินรถที่รัฐบาลมีแนวคิดจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งขึ้นมาบริหารจัดการขนส่งระบบรางทั้งหมดนั้น ทางคณะกรรมการ จะเสนอความเห็นอีกด้านหนึ่ง คือ การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งขึ้นมาให้ทำหน้าที่ในการบริหารรายเดียว จะมีจุดอ่อนหากไม่สามารถทำให้มีประสิทธิภาพและจะทำให้รัฐบาลต้องรับภาระเม็ดเงินจำนวนมาก อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการเจรจาซื้อคืนจากเอกชน ดังนั้นการบริหารการเดินรถรัฐไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ควรปล่อยให้เอกชนดำเนินการ และสร้างองค์กรกำกับดูแลการบริหารงานและในด้านราคาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะทำให้รัฐประหยัดเงินลงทุนในแง่การเดินรถลงไปได้อีก 131,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เดินทางข้าพบนายกรัฐมนตรี เพี่อหารือเรื่องการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย ซึ่งที่ประชุมมีแนวคิดที่จะทบทวนวงเงินและเส้นทางการเดินรถ และแนวทางการระดมทุนแทนการกู้เงิน เพราะจะทำให้มูลค่าการลงทุนของโครงการลดลงเป็นจำนวนมาก

หน้า 17
www.matichon.co.th

archstudent
August 26th, 2005, 09:14 AM
เด็กทรท.สวน"คุณหญิง"เดินหน้า"ศูนย์ตากสิน"

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร แถลงเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีให้ศึกษาผลกระทบจากโครงการก่อสร้างศูนย์คมนาคมขนส่งตากสินและรถไฟสายแม่กลอง โดยได้เชิญสำนักนโยบายและแผนขนส่ง(สนข.) มาชี้แจงว่ามีแนวทางแก้ไขปัญหา 8 วิธีโดยหนึ่งในนั้นคือการปรับลดขนาดของศูนย์คมนาคมฯจากพื้นที่ 175 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเชื่อมต่อของเส้นทางรถไฟฟ้าและสถานีขนส่งให้เหลือ 50 ไร่ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการเห็นว่าน่าจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก จึงมีมติตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษา มีนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย เป็นประธาน เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยยุราพันธุ์ ประธาน ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย ได้ลงพื้นที่พร้อมระบุว่าจะทำการยกเลิกโครงการก่อสร้างดังกล่าว นายสุวัฒน์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะสิ่งที่ให้สัมภาษณ์เป็นแนวความคิดส่วนตัวหลังจากลงพื้นที่และเป็นเพียงการตัดพื้นที่ในส่วนของสถานีขนส่งออกไป ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกโครงการนี้ทั้งหมด

หน้า 11
www.matichon.co.th

Yappofloyd
August 27th, 2005, 11:41 AM
Whilst it would be a good idea for one agency to be involved in overseeing all aspects of mass transit expansion it would be completely stupid and short sighted of the govt. to adopt the panels recommendations and reduce mass transit lines, and expansion, from 7-3 especially in the current and medium term future of high oil prices. Unfortunately, as there is no Bkk Transport Master Plan covering the next 20-30 years and intergrated into a BKK Planning Master Plan there seems to be no real long term framework in current political decision making (perhaps not unusual).

The govt already wasted nearly 100 billion by subsidising diesal prices and encourage ongoing wasteful practices. Significant delays in commencing construction will most likely increase constructions costs. I wonder if the panel has taken in account all of the other financial costs of not expanding mass transit in their cost benefit calculations. Such as;
1) Inefficency of the workforce and lost productivity due to a lack of mass transport. Has anyone actually costed the lost productivity due to BKKs traffic jams?
2) Health costs due to current pollution levels in Bkk. One should also include a proportion of health costs related to traffic accidents due to high vehicle usuage.
3) Negative impacts on the Bangkok urban environment arising from pollution (remember global warming) and expansion of the road network due to a lack of mass transit,
4) Increased spending on urban roads due to a lack of mass transit,
(This is not meant to be a comprehensive list.)

The govt wants Bangkok to be a world class city with world class infrastructure which I am sure we would all agree means that they have to invest in already overdue mass transit. The current mass transit plans should only be a start with further construction through the next decade once transport patterns and urban expansion is more thoroughly studied once mass transit is in place.

4 of 7 subway routes likely to run at a loss - Megaprojects may be reviewed, rewritten DARANA CHUDASRI - BKK Post 26/08/05

Only three out of seven planned new subway routes in Bangkok are likely to meet costs over a 30-year period, according to Pichit Akrathit, the president of MFC Asset Management. Dr Pichit, who is a member of a senior policy committee reviewing the government's mass transit investment plans, said some of the new routes proposed duplicated others and were not as integrated as they should be.

A study on the feasibility of the different routes showed just three routes meeting investment costs over a 30-year period, based on proposed fares of 10 baht for the first 10 kilometres and 1.20 baht for every additional kilometre. ''Essentially, four routes will not cover costs over a 30-year period,'' Dr Pichit said, adding that the analysis is based on investment costs for rolling stock and train operations, and excluded the infrastructure and civil engineering expenses that the state will bear.

The government plans to invest 563 billion baht on new light rail routes in Bangkok to supplement the existing BTS skytrain and Bangkok subway systems. Of the total investment, 425 billion baht will be in civil works funded by the government, with the remainder comprised of investment in rolling stock and equipment to be jointly funded by the government and private operators.

The investments are part of the government's 1.7 trillion baht in megaproject investment plans. In addition to new mass transit systems, the megaprojects include investments in power, water, transport, education and public health facilities. Dr Pichit said the fact that some rail routes were not necessarily expected to break even did not necessarily mean that they should not be built.

''For these megaprojects, there is still room to adjust the projects to help reduce costs while maintaining the same benefits for society,'' he said, adding that for less commercially viable subway routes, alternatives such as above-ground rail or express bus services were other options to supplement the mass transit system.

The government wants to integrate the new routes with the existing subway and skytrain together into a single operation to help maximise convenience for riders. Authorities have indicated interest in buying out the existing operators of the two rail systems to facilitate the single-operator model. But Dr Pichit said that a single-operation policy might not be the only method of achieving the goal of a single-ticket system for riders. However, a single organisation would have to be established to serve as an intermediary among the different system operators and act as a clearing system to share fares based on the routes taken.

Private operators should also have some leeway to establish their own fare systems, based on approval from a central authority. Dr Pichit said the projects would be best managed if they could stand on their own through internal revenues rather than from state subsidies or debt. A single agency should oversee both operations and financing, to ensure that goals and priorities are harmonised, he added.

The mass transit investment plans are expected to be finalised and submitted to Prime Minister Thaksin Shinawatra by the end of the month, with implementation and planning likely to begin within the month of October with the start of fiscal 2006.

MASS TRANSIT PLAN: Cut back to three routes, panel says
Published on August 26, 2005 One agency should be responsible, it says

The government should streamline its mass transit projects and focus on three routes within the city instead of spreading the investment over six routes, a member of the Mass Transit Committee said yesterday. Pichit Akrathit said three routes would have a good chance of breaking even in 30 years, while prospects for the six-route plan are uncertain and would likely increase the government’s debt burden.

The committee, which directly reports to Prime Minister Thaksin Shinawatra, submitted these and other proposals to the premier for his consideration.Thaksin is expected to present his opinions on the proposals to the panel by the end of the month. In May, Pichit said around Bt280 billion could be raised to cover the construction of six new subway routes. The government earlier planned to build seven new routes but it revised the plan down to six a few months ago.

“There are some ways to cut the cost of building this infrastructure, but the benefit to the people remains the same. The traffic on some routes is too light to generate the expected income and a railway or rapid bus plan would be the best solution to replace the subway plan,” Pichit said. The panel’s proposals include not only a revision of the number of routes to be built, but also the method of raising funds and the management policy. The panel earlier formulated four ways to raise Bt280 billion by adopting securitisation – or bond – plans.

It said Bt90 billion could be raised by launching a property fund and Bt40 billion could be raised by issuing revenue bonds covered by an increased vehicle tax on Bangkok motorists. The government could raise Bt20 billion by floating bonds that would be paid for with rental income proceeds from properties around subway stations, and Bt130 billion could come from the government’s budget and loans from foreign institutions. But the Finance Ministry disagreed with parts of the plan after it reviewed it.

The ministry wants to directly manage the project and plans to cover the expenses by using only government funds and loans. Securitisation could then be used to raise money to repay the debts. The fund, called the Debt Repayment Fund, would be a centre for raising money for repayment through a variety of financial tools. The panel also recommended setting up a single organisation to spearhead fundraising and budget approval.

“The Finance Ministry currently manages the funding, while the Transport Ministry manages construction. When the fundraiser and the budget user are different agencies, the probable result is a budget deficit,” Pichit said. The panel said the centre would be charged with working up a plan to build routes the government can comfortably afford to finance without creating public debt.

Piyarat Setthasiriphaiboon The Nation

archstudent
August 27th, 2005, 12:58 PM
ล้มซื้อคืนรถไฟฟ้าจากเอกชน พงษ์ศักดิ์โยนทักษิณตัดสินใจ

โดย ผู้จัดการรายวัน 27 สิงหาคม 2548 00:40 น.


เผยผลศึกษาเอ็มเอฟซีเสนอล้มโต๊ะเจรจาซื้อคืนรถไฟฟ้าจากเอกชน 2 ราย "พงษ์ศักดิ์"ไม่ตอบ หวั่นล้ำเส้นอ้างรอ"ทักษิณ"แถลงเอง แต่ยอมรับรื้อแนวรถไฟฟ้าใหม่ ปรับใช้ BRT ก่อนระยะแรกลดวงเงินลงทุนจาก 5.5 แสนล้านบาท เหลือ 3.43 แสนล้านบาท ตัดรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ -บางบำหรุ และปรับแนวสายสีม่วงใหม่มาเป็นบางใหญ่-รัตนธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางเขน ใช้รถ BRT รับส่งระยะแรก เชื่อมกับรถไฟฟ้าสีแดงแทน ระบุไม่ใช่หนีปัญหาถูกคัดค้านชี้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าลงทุน ด้านสนข.ยันทำระบบรางตามมติครม.เน้นเชื่อมโครงข่าย ขณะที่ ผู้ว่าฯ รฟม.พร้อมรับนโยบายเตรียมยกเลิกประมูลสายบางใหญ่

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องกับโครงการระบบขนส่งมวลชน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งจากผลการศึกษาของเอ็มเอฟซี เสนอแนะว่า ให้ยกเลิกแนวทางการซื้อกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอสจากบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และโครงการถไฟฟ้าใต้ดิน จากบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม ไม่ปฏิเสธหรือตอบรับเรื่องมีการเสนอให้ล้มแนวทางการซื้อคืนกิจการรถไฟฟ้าจากเอกชน โดยอ้างว่าแนวทางเรื่องนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียด ยังบอกไม่ได้ว่าจะสรุปมาอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะแถลงข่าวเอง ในเบื้องต้นจะมีการตั้ง หน่วยงาน(Regulator) ขึ้นมากำกับการเดินรถของแต่ละ Operatorให้เป็นไปในทิศทางเดียว ซึ่ง Operatorไม่จำเป็นต้องมีรายเดียว

ทั้งนี้ยอมรับว่าได้ปรับปรุงแนวเส้นทางรถไฟฟ้าระยะที่ 1 (2547-2552) ที่ครม.อนุมัติก่อนหน้านี้ใหม่ โดยขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นจาก 274 กม.เป็น 283 กม. ปรับลดงบประมาณโครงการรวมลงจาก 5.5 แสนบ้านบาท เหลือ 3.4 แสนล้านบาท โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ -รัตนาธิเบศร์ -บางซื่อจะปรับมาใช้ระบบรถ BRT หรือรถเมล์เร็วพิเศษ ทดแทนและปรับแนวเส้นทางมาเป็นบางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางเขน เพื่อไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต -มหาชัย) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพราะคาดว่าแนวดังกล่าวน่าจะมีจำนวนผู้โดยสารมากกว่า และผลตอบแทนการลงทุนอยู่ในระดับต่ำมากไม่ถึง 6% ซึ่งที่ผ่านมาศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนระบบรถไฟฟ้าจะมองในภาพรวมทั้งโครงข่ายไม่ได้คำนึงแบบแยกเส้นทาง

"ระยะแรกจะทำเป็นระบบรถ BRT ก่อน และเมื่อมีปริมาณการเดินทางมากขึ้นในอนาคต สามารถนำรางมาวางและนำรถไฟมาวิ่งแทน โดยที่ปรึกษาจะไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ดังนั้นอาจกระทบต่อการประกวดราคาก่อสร้างรถไฟฟ้าบางใหญ่-บางซื่อ ของ รฟม. ในช่วงปลายปี 48 ซึ่งอาจต้องระงับไปก่อน"

นอกจากนี้จะใช้ระบบรถ BRT ในแนวเส้นทาง สะพานพระราม 7-ถนนสามเสน -สนามหลวง และ วงเวียนใหญ่-ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน-ถนนสุขสวัสดิ์-ราษฎร์บูรณะ รวมทั้งมีการต่อขยายเส้นทางช่วงจากบางใหญ่-ถนนกาญจนาภิเษก-บางบอน

นอกจากนี้มีการยกเลิกเส้นทางสายสีส้ม (ช่วงบางกะปิ-สามเสน และส่ามเสน-บางบำหรุ)และเปลี่ยนใช้ระบบบีอาร์ทีในเส้นทางช่วงรามคำแหง จากคลองตัน-บางกะปิ และเพิ่มเติมเส้นทางลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนครินทร์-บางนาตราด หรือสายสีเหลืองเดิม ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นระบบ Light Rail

ส่วนเส้นทางสายสีแดงอ่อน ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ และพญาไท-บางซื่อ-ตลิ่งชัน มีการต่อขยายเส้นทางช่วง ยมราช-ถนนพิษณุโลก-สามเสน-ราชวิถี-ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ซังฮี้-บางบำหรุ ซึ่งเป็นระบบใต้ดิน ส่วนสายสีแดงเข้มรังสิต-มหาชัย ยึดตามแนวเดิม ส่วนสายสีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของบีทีเอสช่วงสยามสแควร์-อ่อนนุช มีการขยายเส้นทางจากอ่อนนุช-สำโรง-สมุทรปราการ-สายลวด และจากสยาม-ราชดำเนิน-ลอดแม่น้ำไปสถานีรถไฟ-พรานนก ซึ่งช่วงราชดำเนิน-ลอดแม่น้ำไปสถานีรถไฟเป็นระบบใต้ดิน สายสีเขียมเข้ม ซึ่งเป็นระบบบีทีเอส ช่วงหมอชิต-สะพานตากสิน จะขยายเส้นทางจากสะพานตากสินไปตามถนนตากสินและถนนเพชรเกษม

ส่วนสายสีน้ำเงินเส้นทางบางซื่อ-หัวลำโพง-ท่าพระ-บางแค จะทำเป็นระบบใต้ดินช่วงหัวลำโพง-ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาตรงสะพานพระปกเกล้า-วงเวียนใหญ่-ท่าพระ และช่วงจากเพชรเกษม-บางแคเป็นลอยฟ้าและเป็นระดับใต้ดินช่วงบางซื่อและทำเป็นยกระดับต่อจากช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระ-จรัญสนิทวงศ์-ท่าพระ

"ยืนยันว่ารถไฟฟ้าทั้งหมดจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด และงบประมาณในการดำเนินโครงการจะลดลงด้วย โดยหลังจากนี้ จะเริ่มดำเนินปรับเส้นทางการเดินรถเมล์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นเส้นทางมีโครงข่ายเป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ"รมว.คมนาคม กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลังจากที่นายมหิดลได้รับมอบนโยบายจากนายพงษ์ศักดิ์ ให้รับผิดชอบงานระบบขนส่งมวลชนและระบบรางนั้น ได้มีการเรียกผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาสรุปข้อมูลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา รวมทั้งเรียกสัญญาสัมปทานที่มีอยู่เข้ามาศึกษา เพื่อหาแนวทางในเรื่องซื้อคืนจากเอกชน ซึ่งข้อมูลการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่ายังไม่เคยมีการเรียกเอกชนมาเจรจาต่อรอง ดังนั้นจะต้องพิจารณารายละเอียดความเป็นไปได้ในแต่ละแนวทาง ก่อนที่จะตัดสินใจซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการยกเลิกแนวทางการเจรจาซื้อคืนหรือไม่
**สนข.เผยการลงทุนควรมองภาพรวม

นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผอ.สนข.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเรื่องการทบทวนโครงการใหม่ ซึ่งการดำเนินการจะต้องฟังความเห็นจากทุกฝ่ายๆและนโยบาย ซึ่งการลงทุนรถไฟฟ้าจะมองแยกออกมาแต่ละสายทางไม่ได้ ต้องมองการลงทุนให้เป็นโครงข่ายทั้งระบบ เพื่อจูงใจให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยประหยัดพลังงาน ส่วนรูปแบบการลงทุนหากไม่ให้มีการจัดตั้งโฮลดิ้งขึ้นมาดูแลจะทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการระดมทุนทั้งระบบคงเป็นไปไม่ได้

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ การลงทุนระบบขนส่งมวลชนไม่คุ้มค่าแน่ จึงต้องขึ้นกับนโยบาย รฟม.พร้อมปฎิบัติตามนโยบายที่ต้องการแก้ปัญหาจราจรและช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก ประหยัดเวลา ส่วนที่เสนอให้ทบทวนโครงการเพราะไม่คุ้มค่าในการลงทุนนั้น ถ้ามองในแง่การบริหารการเงินอาจถูกต้อง ซึ่งขณะต้องรอความชัดเจนของนโยบายส่วนการยกเลิกประมูลสายสีม่วงนั้น จะต้องดูระเบียบว่าต้องคืนเงินยื่นซองประมูลหรือเพราะ รฟม.ได้ออกประกาศไปแล้ว ตามแผนที่ได้รับอนุมัติเดิม

Yappofloyd
August 27th, 2005, 04:00 PM
I would think that the orange line would be a key route given plan from Pinklao area thru Victory to Bangkapi? The last paragraph in the article highlights the social utility and importance of building mass transit.

New mass transit routes under scrutiny Skytrain-subway merger also in doubt AMORNRAT MAHITTHIROOK (BKK Post, 27/08/05)

The government could drop several proposed new Bangkok mass transit routes due to their unlikely prospects for covering their investment costs over the next three decades. Sources said that government plans to take over the BTS skytrain and the Bangkok Metro subway concession under a "single operator" model for future Bangkok mass transit systems could also be scrapped.

On Thursday, Prime Minister Thaksin Shinawatra and Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal met with Pichit Akrathit, the president of MFC Asset Management, to discuss the mass transit investment plans. Dr Pichit, who is leading a study on the feasibility of the seven new light rail routes, said at the meeting that four routes were unlikely to meet costs over a 30-year period, and suggested they be reconsidered. The study calculated potential revenues based on fares of 10 baht for the first 10 kilometres and 1.20 baht for every additional kilometre. Cost analysis is based on rolling stock and train operations, and excludes infrastructure and civil engineering costs to be carried by the state.

The government has announced plans to invest 563 billion baht in new Bangkok mass transit systems to complement the existing skytrain and subway, with 425 billion in infrastructure investment by the state and the rest in rolling stock and civil works to be financed jointly with the private sector. But Dr Pichit said cost reductions to the state could be made by rationalising the route plans and having the private sector serve as the primary operator, with the government taking the role of regulator.

Efforts to take over the BTS skytrain and subway systems should be scrapped in favour of a new regulatory model that would help split rider fares between different operators for passengers crossing different network routes.

Sources said Mr Thaksin had agreed that the mass transit investment plan should be reviewed. Mr Pongsak yesterday declined to comment on the talks, saying that Mr Thaksin would clarify the issue within the next few days. He acknowledged that the seven routes previously approved by the cabinet would be reviewed.

The Bang Yai-Rattanathibet-Tivanon-Bang Sue route may be changed to Bang Yai-Rattanathibet-Pongpet-Bang Khen to connect with the Red Line from Rangsit-Mahachai to serve more passengers. The Yellow Line from Lat Phrao to Samrong may be built as a monorail system, while the Orange Line from Bang Bamru to Bang Kapi and Min Buri could be scrapped due to low projected ridership. Mr Pongsak said mass transit projects would be completed in six years as planned and their adjustment would cut the state's costs.

Kumropluk Suraswadi, director of the Office of Transport and Traffic Policy and Planning, said the agency was continuing work on the plans for the seven routes until directed otherwise. "I will listen to the cabinet. The seven routes of electric trains have undergone careful scrutiny from agencies concerned including the Finance Ministry, the Transport Ministry and the National Economic and Social Development Board," he said. Mr Kumropluk said the light rail systems should not be considered solely on a route-by-route basis, but as an entire network aimed at increasing public use of mass transit.

Prapat Chongsanguan, the governor of the Mass Rapid Transit Authority, said mass transit systems rarely were financially successful without state support.
But the social benefits were considerable, with a successful system able to cut traffic congestion and give the public more convenient transport options. "If the proposed review of the projects show they are financially infeasible, that is correct in terms of financial management but wrong in terms of project administration. Under the government's policy, these projects are intended to serve the public," Mr Prapat said.

Chitsanti Dhanasobhon, the governor of the State Railway of Thailand, agreed, adding that the mass transit routes were designed to operate within a single network and that the benefits from relieving traffic congestion alone would reaffirm their value to the country.

atom
August 28th, 2005, 04:03 AM
"ทักษิณ" สั่งรื้อแผนลงทุนรถไฟฟ้า 7 สาย ศึกษาผลดี -ผลเสียใหม่ พร้อมดูผลกระทบกับชุมชน เบื้องต้นยุบ 1 สายพร้อมเพิ่มอีก 1 เส้นทางใหม่และรัฐจะแบกภาระงบประมาณเพียง 2 ปี ด้านที่ปรึกษาพบ สร้างกำไรเพียง 3 สายเหตุเส้นทางเดินรถทับซ้อน-บางจุดไม่เชื่อมต่อกัน ส่งผลไม่คุ้มค่าการลงทุน พร้อมแนะรัฐไม่ควรลงทุนเอง 100% เหตุแบกรับภาระหนี้ในอนาคตหากดำเนินการแล้วไม่มีกำไร

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งกระทรวงคมนาคม ให้ทบทวนโครงการลงทุนรถไฟฟ้า 7 สายใหม่ พร้อมศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ ใหม่รวมถึงชุมชน ที่รถไฟฟ้าผ่านด้วย นอกจากนั้นศึกษาผลดี ผลเสียของโครงการ ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงด้านเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงทบทวนแนวทางระดมทุน

คำสั่งนายกรัฐมนตรี เกิดขึ้นหลังการหารือร่วมระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพรชัย นุชสุวรรณ ประธานคณะกรรมการระดมทุนระบบขนส่งรถราง หรือ Mass Transit ดร.พิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะคณะกรรมการศึกษาการลงทุน

"ในเบื้องต้น เห็นว่าจะยุบ 1 เส้นทาง เหลือ 6 เส้นทาง ในขณะเดียวกัน จะมีการเพิ่มเส้นทางใหม่ ขึ้นมาอีก 1 เส้นทางเช่นเดียวกัน เนื่องจากบางเส้นทางนั้นพบว่ามีการเก็งกำไรที่ดินกันมาก ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งผลกระทบ และดูแล้วไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงเห็นควรให้ยุบออกไป ซึ่งขณะนี้ยังบอกรายละเอียดไม่ได้"

แหล่งข่าวยังระบุว่า แนวทางระดมทุนนั้น จะเน้นลดภาระรัฐให้มากที่สุด โดยเบื้องต้นภาระงบประมาณ จะแบกแค่ 2 ปี หลังจากนั้นจะมีการจัดเครดิต เพื่อให้รถไฟฟ้า หันมาระดมทุนจากตลาดเงินแทน ที่จะพึ่งพางบประมาณต่อไป

ด้าน ดร.พิชิต เปิดเผยความคืบหน้าข้อสรุปการลงทุนว่า คณะกรรมการ Mass Transit จะเสนอนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ปรับแผนการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจ็ก ทั้งเส้นทางการเดินรถ วิธีการระดมทุน และวิธีการจัดการ

เขากล่าวต่อว่า โดยเฉพาะปัจจัยเส้นทางเดินรถนั้น โดยส่วนมากยังไม่มีจุดเชื่อมต่อกันเท่าที่ควร และบางเส้นทางทับซ้อนกัน จึงเสนอว่าควรมีการปรับปรุงเส้นทางเดินรถใหม่ ที่ยังสามารถรองรับความต้องการ และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้ได้ไม่ต่างจากการเดินรถสายเดิม หรืออาจปรับเปลี่ยนเป็นระบบขนส่งพิเศษ อาทิ ระบบรถราง หรือรถเมล์พิเศษ

เสนอให้หันมาใช้ระบบรถพิเศษ

"จะเสนอให้ปรับเปลี่ยนการลงทุนในเส้นทางที่ไม่คุ้มทุน ให้เป็นระบบรถพิเศษ เช่น รถราง และรถเมล์ โดยอาจจะก่อสร้างทั้งสาย หรือจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินของโครงการเมกะโปรเจ็กเท่านั้น" ดร.พิชิตกล่าว

นอกจากนี้ ดร.พิชิต ยังประเมินอีกว่า เส้นทางเดินรถจำนวน 7 สาย เช่น สายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นวงแหวนเชื่อมต่อกับเส้นทางของ BMCL นั้น มีเพียง 3 เส้นทาง ที่สามารถดำเนินการและมีรายได้ ในระดับที่สามารถดำเนินการได้เองต่อไป และถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 30 ปี ส่วนอีก 4 เส้นทางที่เหลือนั้น ยอมรับว่าอาจจะมีรายได้ไม่มากนัก

"รวมทั้งอาจไม่ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนในการลงทุนร่วมกัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีการลงทุนต่ำไม่ดึงดูดนักลงทุน ซึ่งข้อเสนอนี้จะได้รับการพิจารณาหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี" ดร.พิชิตกล่าว

เขากล่าวว่า การประเมินจุดคุ้มทุนของ 3 เส้นทางดังกล่าว อยู่ภายใต้สมมติฐานการคิดค่าโดยสารที่ 10 บาท บวกด้วยกิโลเมตรละ 1.20 บาท

เขากล่าวต่อว่า คณะกรรมการ MASS TRANSIT จะเสนอการปรับแผนการลงทุนดังกล่าวภายในเดือนนี้ และจะได้ข้อสรุปเรื่องการลงทุนภายในเดือนนี้เช่นกัน

ดร.พิชิต ยังกล่าวถึงวิธีการระดมทุนว่า เงินที่จะนำมาลงทุนในระบบรถรางดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เนื่องจากปัจจุบันมีวิธีการระดมทุน ที่มีต้นทุนต่ำกว่าการกู้เงินอีกหลายวิธี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (Securtization)

เขากล่าวอีกว่า โดยเบื้องต้นได้นำเสนอรูปแบบการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินไป 5 วิธีการ ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ต่างกันที่สัดส่วนความเป็นเจ้าของ อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาลไม่น่าจะลงทุนเองทั้งหมด เนื่องจากมีตัวอย่างจากการลงทุนในการไฟฟ้าแห่งประเทศไทยมาแล้ว

ทั้งนี้ เรื่องแหล่งเงิน แบ่งเป็น 5 วิธีต่างกันไป ประกอบด้วย รัฐบาลลงทุนเองทั้งหมด การตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างเอกชนกับรัฐบาล การแบ่งกันลงทุน และแยกกันดำเนินการระหว่างรัฐบาลและเอกชน การจ้างบริษัทเอกชนให้ดำเนินการ และให้เอกชนลงทุนเองและดำเนินการเองทั้งหมด ผมคิดว่ารัฐบาลคงไม่ลงทุนเองทั้งหมด เนื่องจากเคยลงทุนในการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ ยังคงขาดทุนอยู่จำนวนมาก

"แต่เราจะเสนอแนะให้เอกชนเข้าบริหารโครงการเมกะโปรเจ็กแทนภาครัฐ และให้ระดมทุนด้วยการทำซิเคียวริไทเซชั่นแทนการกู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นวิธีที่มีต้นทุนต่ำกว่าการกู้เงินอีกหลายวิธี"

ดร.พิชิต ยังสะท้อนความคิดส่วนตัวด้วยว่า สำหรับวิธีการซื้อหุ้น BMCL รวมกับหุ้นของ BTS แล้วจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน ไม่น่าเป็นวิธีที่รัฐบาลเลือกใช้ เนื่องจากหากไม่สามารถจัดการได้อาจทำให้รัฐบาลมีภาระหนี้สิน ที่ต้องรับผิดชอบไปอีกจำนวนมากในอนาคต

เขากล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการจัดการนั้น ได้เสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมา เป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว โดยคาดว่าขณะนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ และคาดว่ารัฐบาลน่าจะจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมาอย่างจริงจัง โดยอาจเป็นการจัดตั้งองค์กรหนึ่งขึ้นมาเป็นผู้กำกับดูแล และอีกหนึ่งองค์กรทำหน้าที่ดูแลทั้งโครงการ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและส่วนของการเดินรถ

"การจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมา เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ปัจจุบันนี้มีหลายองค์กรเป็นผู้กำกับดูแลร่วมกัน คือกระทรวงการคลังเป็นผู้หาแหล่งเงินทุน ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดูแลเรื่องการก่อสร้าง ทำให้ไม่มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน" ดร.พิชิตกล่าว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังต้องการให้จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งส์ ซึ่งถือหุ้นโดยภาครัฐและเอกชน เพื่อทำหน้าที่ลงทุนและบริหารเมกะโปรเจ็ก

"แต่แนวคิดใหม่ต้องการให้รัฐบาลเป็นเจ้าของในระบบโครงสร้างพื้นฐาน และให้เอกชนเข้ามาบริหาร หากสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า" ดร.พิชิตกล่าว

เขากล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งส์ อาจมีจุดเสีย หากมีการบริหารจัดการไม่ดี จะสร้างปัญหากับภาครัฐได้ และคณะกรรมการยังมองว่า ควรจัดตั้งองค์กรกลาง มากำกับดูแลโครงการนี้เพื่อความโปร่งใส

สำหรับโครงการลงทุนระบบรางที่จะก่อสร้างในเบื้องต้น ประกอบด้วยโครงการระบบขนส่งมวลชนของกทม. มีระยะทางรวม 39.70 กิโลเมตร มูลค่า 75,820 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.เส้นทางสายอ่อนนุช-สำโรง ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร มูลค่า 15,190 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มต้นการก่อสร้างในปี 2547 แล้วเสร็จในปี 2549 2.สายสำโรง-สมุทรปราการ ระยะทาง 7.9 กิโลเมตร มูลค่า 13,340 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มต้นการก่อสร้างในปี 2547 แล้วเสร็จในปี 2551 3.สายสะพานตากสิน-ถนนตากสิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร มูลค่า 3,420 ล้านบาท คาดว่าเริ่มก่อสร้างและแล้วเสร็จภายในปี 25474. สายถนนตากสิน-เพชรเกษม ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร มูลค่า 7,160 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างได้ในปี 2547 จะแล้วเสร็จในปี 2549

สายที่ 5.ส่วนสายหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 10.7 กิโลเมตร มูลค่า 19,990 ล้านบาท คาดว่าเริ่มต้นก่อสร้างในปี 2547 แล้วเสร็จปี 2550 6.สายพระราม 1-ปิ่นเกล้า-จรัญสนิทวงศ์ ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร มูลค่า 16,720 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างได้ในปี 2547 แล้วเสร็จปี 2552 และสายที่ 7.ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ระยะทาง 23 กม. วงเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท

Bangkokbiznews 26/08/48

Zoowatch
August 28th, 2005, 04:21 AM
Simply Sucks!

this has just confirmed my belief that TRT govt is not committed to mass transit anyway.... just another general election gimmick

1st they threaten to 'bonsai' BTS by obstructing the skytrain extension

2nd they even planned alternative routes to compete / replace BTS extended routes

their commitment to mass transit is very well exhibited by the lack of support for Saphan Taksin - Wong Wian Yai - Phetchakasem route which BMA has already constructed the viaduct

now they are cancelling many of the proposed MRT lines, going to cheap BRT instead...

this is the worst outcome I have feared for a long time....

remember back in 2546 / 2003, MRTA was working on the old masterplan (Blue line: Bang Sue - Saphan Phra Nangklao / Hua Lamphong - Bang Khae) (Orange Line: Bang Kapi - Rat Burana) while BMA was moving on with the BTS extension.

then TRT came in 2547 / 2004, and 'built hopes' around mass transit. They came out with more line, longer extensions, more exentive coverage . This mega project was hyped up and all....

now in 2548 / 2005... half a year after false promises in the Feb general election... TRT now decides to scrap many of its own proposal and drastically cut down on planned routes... (replacing them with BRT, monorail instead)

this is really a short-sighted announcement... my condolences to the TRT government... you sucks big time... Bangkok is never going to permanently solve its traffic problem with such a fickle minded policy...

no extensive heavy rail ass transit = no hope for a city of 12 milion people

archstudent
August 28th, 2005, 05:33 AM
วิเคราะห์การเมือง
รื้อแผนรถไฟฟ้า ชาวบ้านวิ่งตามรัฐบาล


28 สิงหาคม 2548 กองบรรณาธิการ

"ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทาง แต่เป็นการดูเฉยๆ ว่าการศึกษาที่ผ่านมาคุ้มหรือไม่ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการลงทุน อาจเปลี่ยนเป็นลงทุนให้ถูกลง


บางเส้นลงทุนหลายพันล้านก็ปรับเหลือไม่กี่ร้อยล้านบาทเพื่อให้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่งก่อนเสนอให้มติ ครม.พิจารณา" นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวล่าสุดเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากชาวบ้านและนักลงทุนโดยเฉพาะผู้เก็งกำไรราคาที่ดินตื่นตกใจกับความเปลี่ยนแปลงล่าสุดของนโยบายรัฐบาล ตามคอนเซ็ปต์การ "คิดใหม่ ทำใหม่" แม้จะมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2548 ที่บรรจุเรื่อง โครงการการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ (Mega Projects) เป็นวาระแรกในการประชุม และอนุมัติประกาศมติเป็นที่เรียบร้อยชัดเจนพร้อมเผยแพร่ตลอดเวลาที่เว็บไซต์ของรัฐบาล แต่มติ ครม.ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หลังจากผ่านไปเพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น

ย้อนหลังไปยังมติ ครม.วันนั้น โครงการลงทุนระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ (Mass Transit) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมกะโปรเจ็กต์ที่ ครม.อนุมัติลงทุนรวม 1.7 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้เสนอให้ ครม.พิจารณาระบุว่าเป็นโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคม และลดความสูญเสียด้านพลังงาน รวมทั้งพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบด้วยการลงทุนในระบบรถไฟฟ้า 7 สายทาง ระยะทาง 277.41 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 423,430 ล้านบาท ดำเนินงานโดย 3 หน่วยงาน ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร

ครม.มีมติชัดเจนว่ารับทราบแผนการลงทุน กรอบระยะเวลาดำเนินงาน ที่กำหนดไว้ระหว่างปี 2548-2555 พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งบริษัทรวมทุนหรือโฮลดิ้ง คอมพานี เพื่อลงทุนและบริหารระบบรถไฟฟ้าให้เป็นแบบผู้บริหารรายเดียว (Single Operator/Joint Owner) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

มติ ครม.ออกมาชัดเจนระดับหนึ่ง จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดย รฟม.ก็ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อออกแบบแผนการลงทุนทั้งหมดด้วยงบประมาณว่าจ้าง 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ปรึกษาได้ทำงานมาแล้วประมาณ 1 เดือน

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการดูแลการลงทุนโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ มีนายพรชัย นุชสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนรถไฟฟ้าทั้ง 7 สาย

แล้วผลศึกษาก็ออกมาเบื้องต้น โดยนายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าผลการศึกษาพบว่า ภาครัฐไม่ควรลงทุนในระบบรถไฟฟ้าครบทั้ง 7 เส้นทาง เนื่องจากไม่คุ้มค่าในการลงทุน หลังจากข้อมูลพบว่ามีเพียงเส้นทางในบริเวณรอบเมืองและในเมืองจำนวน 3 เส้นทางเท่านั้น ที่มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงตัวเองได้ และอีก 4 เส้นทางที่เหลือนั้นจะกลายเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต

ส่วนทางออกที่คณะกรรมการเสนอคือ การให้ลดปรับลดวงเงินลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าลง ให้ลงทุนเฉพาะเส้นทางที่คุ้มค่าต่อการลงทุนเท่านั้น และให้ก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนพิเศษที่ไม่ใช่รถไฟฟ้าใต้ดินแทน เช่น รถราง หรือรถโดยสารด่วนพิเศษ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายรถไฟฟ้าแทน สำหรับสมมติฐานที่เอ็มเอฟซีใช้ในการคำนวณรายได้คือ ราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท และกิโลถัดไปเพิ่มขึ้น 1.20 บาทต่อกิโลเมตร

จากการศึกษาพบว่า มีรถไฟฟ้าเพียง 3 เส้นทาง คือ เส้นทางที่อยู่รอบเมือง เช่น สายสีน้ำเงิน และเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟฟ้าเดิมคือบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินบีเอ็มซีแอลเท่านั้นที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ส่วนที่เหลือที่เป็นบริเวณชานเมืองนั้นอาจจะสร้างรายได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นที่ปรึกษาจึงเสนอให้ภาครัฐลองทบทวนแผนการลงทุนในโครงการดังกล่าวให้ดี เพื่อที่ลงทุนไปแล้วจะไม่เป็นภาระให้กับรัฐบาลในอนาคต เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับรัฐวิสาหกิจบางแห่ง

นายสมนึก พิมลเสถียร รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ หนึ่งในคณะกรรมการอธิบายเพิ่มเติมย้ำให้เห็นถึงผลการศึกษาที่เน้นว่าหากไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจในเวลานี้ ภาครัฐก็ไม่ควรจะลงทุน เพราะการพิจารณาลงทุนต้องดูความเหมาะสมของช่วงเวลานั้นๆ ด้วย

"การเปลี่ยนแปลงถ้าดีกว่าเดิม ใช้งบน้อยลง ได้ประโยชน์มากขึ้น ก็ควรเปลี่ยนแปลง ผลการศึกษาใหม่มีความชัดเจนว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ คุ้มค่าทางการเงิน โดยใช้จำนวนผู้โดยสารคำนวนแต่ละเส้นทาง และค่าโดยสารที่รับได้ เรื่องนี้ควรจะให้ระดับนโยบายระดับรัฐบาลเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดจะดีกว่า ว่าเส้นทางใดบ้างยังคงเป็นระบบรถไฟฟ้า และเส้นทางใดบ้างปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่นแทน" นายสมนึกกล่าว

หากลงลึกในการระบุถึงความคุ้มค่าในการลงทุนนั้น นายสมนึกชี้แจงว่าระบบเดิมนั้นความคุ้มค่าในการลงทุนต่ำมาก อยู่ที่ประมาณ 5-6% เท่านั้น ซึ่งปกติต่ำกว่า 8-9% ก็ไม่ควรลงทุน แต่ผลการศึกษาใหม่นั้นให้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงขึ้นมากกว่า 10% ขณะเดียวกันค่าโดยสารก็ถูกกว่าเดิมในระดับใกล้เคียงกับรถโดยสารสาธารณะปรับอากาศ ประมาณ 20-30 บาท โดยระยะทาง 8 กิโลเมตรแรกไม่เกิน 20 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่ารถไฟฟ้าปัจจุบันที่ระดับราคาสูงสุดมากกว่า 30 บาท

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอว่าการกำกับดูแลกิจการรถไฟฟ้านั้น ควรจะตั้งองค์กรอิสระ (Regulator) ขึ้นมาดูแล

สำหรับเส้นทางที่ปรับเปลี่ยนนั้น นายพงษ์ศักดิ์ได้ชี้แจงว่า มีเส้นทางดังต่อไปนี้ สายสีม่วง บางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางซื่อ จะเปลี่ยนจากระบบที่มีทั้งรถไฟลอยฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดินมาเป็นรถเมล์เร็วพิเศษ หรือ BRT และปรับเส้นทางมาเป็นบางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางเขน

นอกจากนี้ ยังใช้ระบบบีอาร์ทีในเส้นทางสะพานพระราม 7-ถนนสามเสน-สนามหลวง และสายวงเวียนใหญ่-ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน-ถนนสุขสวัสดิ์-ราษฎร์บูรณะ และต่อเส้นทางไปยังบางใหญ่-กาญจนาภิเษก-บางบอน

ให้ยกเลิกเส้นทางสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-สามเสน และสามเสน-บางบำหรุ และเปลี่ยนไปใช้ระบบบีอาร์ทีในเส้นทางรามคำแหง จากคลองตัน-บางกะปิ และเพิ่มเส้นทางลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนครินทร์-บางนา ตราด หรือสายสีเหลืองเดิม ซึ่งส่วนนี้เป็นระบบ Light Rail หรือระบบรางแทน

นอกจากนี้ ยังมีการต่อขยายเส้นทางสายสีแดงอ่อน ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ และพญาไท-บางซื่อ-ตลิ่งชัน ต่อช่วงยมราช-ถนนพิษณุโลก-สามเสน-ราชวิถี-ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ซังฮี้-บางบำหรุ ซึ่งเป็นระบบใต้ดิน เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดของนโยบายรัฐบาล ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสงสัยถึงความชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ แม้ระดับคนในรัฐบาลจะพยายามชี้แจงว่าไม่ต้องการบอกรายละเอียดเท่าไหร่นัก เพราะไม่ต้องการให้นักเก็งกำไรราคาที่ดินใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่ก็เปลี่ยนแปลงในที่สุด แม้จะแทงกั๊กว่าต้องรอไฟเขียวจากนายกรัฐมนตรีภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่าการที่ชาวบ้านเคยมีความหวังในการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย และอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน และจู่ๆ ก็คิดใหม่ ทำใหม่อีกครั้ง.

www.thaipost.net

Chad
August 28th, 2005, 03:06 PM
สนข.เดินหน้ารถไฟฟ้าสายสีแดง หลังรัฐบาลล้ม 2 เส้นทาง

ผู้อำนวยการ สนข.ยอมรับรัฐบาลล้มโครงการรถไฟฟ้า 2 สายทาง เพราะภาระของประเทศเปลี่ยน และที่ผ่านมา สนข.ทราบดีว่าการเร่งรัดก่อสร้างระบบรถไฟฟ้า 7 สายทาง ใน 5 ปี เป็นเรื่องหนัก โดยหลังจากนี้ สนข.พร้อมเดินหน้าเร่งรัดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ด้านรมว.คมนาคมเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง รฟม. และ สนข.ถกนโยบายระบบรางในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ ปชป.หนุนรัฐบาลลดโครงการสร้างรถไฟฟ้า 2 เส้นทาง


นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะปรับเปลี่ยนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ ) และสายสีส้ม (บางกะปิ-สามเสน-บางบำหร ุ) ไปเป็นใช้รูปแบบการขนส่งอื่น หรือรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit Or BRT) เพื่อลดวงเงินลงทุนในโครงการระบบราง จาก 5.5 แสนล้านบาท เหลือ 3.4 แสนล้านบาท เพื่อนำเงินไปแก้ปัญหาน้ำของประเทศนั้น

สนข.ในฐานะผู้ที่ศึกษาการพัฒนาโครงข่ายระบบรางเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรของประเทศ เข้าใจว่ารัฐบาลมีความจำเป็น เนื่องจากขณะนี้ภาระของประเทศเปลี่ยน และมีปัญหาเร่งด่วนอย่างอื่นที่รัฐบาลต้องดูแล สนข.ในฐานะผู้ปฏิบัติก็พร้อมรับนโยบาย และที่ผ่านมา สนข.ก็ทราบดีว่าการเร่งรัดการก่อสร้างระบบรางระยะทาง 290 กิโลเมตร ในระยะเวลา 5 ปี ถือเป็นเรื่องที่หนักมาก แต่ก็เป็นนโยบายที่รัฐบาลมอบหมายแต่แรก หากรัฐบาลจะเปลี่ยนแปลง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการพร้อมปฏิบัติตาม

“ที่ผ่านมายอมรับว่าเงินลงทุนในการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ทั้งสายสีส้มและสายสีม่วงจะสูงมาก เมื่อเทียบกับปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการ เนื่องจากในสายทางมีบางช่วงที่ผ่านย่านชุมชนที่หนาแน่น ทำให้ต้นทุนค่าเวนคืนสูง ไม่นับรวมปัญหาต่อต้านคัดค้านจากมวลชน” นายคำรบลักขิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สนข.ดีใจที่การปรับลดวงเงินในโครงการดังกล่าวไม่กระทบกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง เส้นทางมักกะสัน-ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาจราจร เพราะเป็นจุดหลักที่จะนำคนเข้าสู่เมือง ซึ่งหากโครงการได้รับผลกระทบจากการลดวงเงิน สนข.คงจำเป็นต้องเจรจากับผู้บริหารกระทรวงคมนาคมอีกครั้งแน่ และหลังจากนี้ สนข.จะเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายดังกล่าวที่ถูกจัดลำดับความสำคัญเป็นโครงการอันดับต้นต่อไป

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เงินในการศึกษาออกแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ดำเนินการไปแล้วกว่า 300 ล้านบาทนั้น ถือว่าไม่สูญเปล่า เพราะเมื่อปริมาณการจราจรในสายทางเพิ่มขึ้น และประชาชนมีความต้องการ ก็สามารถนำร่างการออกแบบที่ทำไว้ออกมาดำเนินการต่อได้

ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนลักษณะการขนถ่ายผู้โดยสารจากระบบรถไฟฟ้าไปสู่การขนส่งระบบอื่นนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ขนถ่ายผู้โดยสารที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ในวงเงินลงทุนที่ต่ำกว่า ส่วนการแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีที่เคยอนุมัติโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าใน 2 สายทางนั้น ก็สามารถดำเนินการได้หากมีความจำเป็น ส่วนการทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.) กระทรวงคมนาคมจะเรียกผู้บริหาร รฟม.และ สนข.มาหารือทำความเข้าใจ

นายกรณ์ จาติกวณิช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วย ทั้งนี้ พรรคได้ให้คำแนะนำรัฐบาลตั้งแต่การอภิปรายนโยบายแล้ว โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีส้มที่ตัดออกไปเป็นการใช้งบประมาณร้อยละ 40 ของงบก่อสร้างทั้งหมด แต่จากการประเมินผลพบว่าจะมีผู้โดยสารเพียงร้อยละ 18 และหากพบว่าเศรษฐกิจไม่แข็งแรงพอและเมื่อเวลาผ่านไป 7 เดือน ก็ดูว่ารัฐบาลจะฟังเรา

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่ายังมีความกังวลในกรณีที่ กทม.มีโครงการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่ง กทม.ได้ขออนุมัติเชื่อมต่อ แต่รัฐบาลยังยืดเยื้อคงเป็นเพราะรัฐบาลอยากซื้อหนี้และหุ้นของภาคเอกชน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลควรอนุมัติโครงการการเชื่อมต่อ โดยอย่าคำนึงว่ามีโครงการดังกล่าวแล้วจะทำให้หนี้และหุ้นของภาคเอกชนหรือบีทีเอสสูงขึ้น.

สำหรับรายละเอียดของวงเงินงบประมาณที่ใช้ในโครงการการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้านั้น โครงการสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ ) ระยะทาง 40 กม. งบประมาณ 94,585 ล้านบาท และสายสีส้ม (บางกะปิ-สามเสน-บางบำหร ุ) ระยะทาง 24 กม. งบประมาณ 73,268 ล้านบาท ในขณะที่โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้น ประกอบด้วยสายสีแดงเข้ม (รังสิต-มหาชัย ) ระยะทาง 65 กม. วงเงิน 71,847 ล้านบาท สายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-สุวรรณภูม ิ) /โครงข่ายแอร์พอร์ต ลิ้งค์ (มักกะสัน-สุวรรณภูม ิ) ระยะทางรวม 50 กม. งบประมาณลงทุน 54,111 ล้านบาท


Source : Manager : Aug 28, 2005

Chad
August 28th, 2005, 03:14 PM
So, Cutting out two lines, Purple and Orange line is the insignision of Democrats and Study result from Office of Transport and Traffic Policy and Planning.

I think I agreed with the decision, since the study shows that there would cost a non-profitable future, intimited passenger volume, exaggerrated cost of land expropriation, relocation low-income residences from the area and contraversies from those who considered as expropriator.

Yet, comes to the current economic situation. Cutting out some "unimperative" expenditure might be best.

and I wanna laugh at those who live in Tao-poon..:laugh:

Yappofloyd
August 28th, 2005, 07:56 PM
There is no need for the govt to cut lines given previous plans and commitments. If current govt expenditure is a concern, and funds are required elsewhere, then the govt should just defer certain projects to future fiscal years. Public transport has clear social and environmental benefits which, when costed properly, save expenditure elsewhere. Such infrastructure also promotes development in other areas such as commercial projects and housing. Whilst cities in China, New Delhi and Dubai and others rapidly build or expand existing mass transit, Bangkok yet again engages in confused policy delays in building mass transit infrastructure which will assist making Bangkok a truly well run city and significantly inprove livinf conditions.

This current scaling back of commitments highlights again how the current govt cannot implement major projects in a well planned manner. They went to an election just 7 months ago making a huge point of finally bringing Bangkok into the 21st century with what should be the initial phase of mass transit. Since that time they have been playing politicised games while trying to maximise personal financial gain and their policy on transport nationalisation and intergration of systems has constantly changed. It makes them look very unprofessional. To that end it will be interesting to see how Bangkok residents react at the ballot box when the next opportunity arises.

Mass transit plans may be scaled down Money saved to be spent on water problems By Amornrat Mahitthirook (BKK Post, 28/08/05)

Prime Minister Thaksin Shinawatra has confirmed that the government is considering scaling down mass transit projects worth 550 billion baht. An estimated 200 billion baht will be saved following adjustments, and will instead be spent on tackling water problems nationwide. Speaking on his weekly radio address, Mr Thaksin said certain projects will be revised if they are not economically viable.

''At this stage we're studying whether we will scale down or re-route certain mass transit projects. There might not be enough passengers on a certain line,'' Mr Thaksin said. ''A subway can accommodate 60,000 passengers an hour, but if there are only 20,000 passengers we'll switch to a light rail system or an elevated system.'' Mr Thaksin said the mass transit projects will be operated by a public company in which the government would be the major shareholder. Later in the day, in drought-stricken Nakhon Ratchasima, Mr Thaksin told the provincial governor not to worry about a budget to alleviate water shortages. He said the government was planning to cut mega-project investment costs by 200 billion baht.

''I'll spend this chunk on tackling water problems nationwide. Those in charge of operations had better study the schemes, while executives like me will get them a budget,'' he said. Mr Thaksin's confirmation came two days after his meeting with Pichit Akrathit, the president of MFC Asset Management and a member of a senior policy committee reviewing the government's mass transit investment plans. The meeting was held to discuss mega-project investment plans. After the meeting, there were reports about the government considering scaling down or even scrapping some of the seven new subway routes recently approved by the cabinet to supplement the existing elevated train and subway. Dr Pichit said last week that some of the new subway routes duplicated others and they would not cover the costs over a 30-year period.

Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal said that after revisions, the mass transit system will be increased to 283km from 274km, but costs will be reduced to 340 billion baht from 550 billion baht. Mr Pongsak said he has scrapped the planned bidding for the Purple Line, which would run from Bang Yai to Bang Sue, pending the adjustment.

The economic returns on the line, construction of which was scheduled to begin in October, would be below 6%. The cost-effectiveness analysis was for the entire mass transit network, not individual routes, he said. Mr Pongsak said a section of the Purple Line (Bang Yai-Rattanathibet-Ngam Wong Wan-Bang Khen) will be built as a Bus Rapid Transit (BRT) system. The Orange Line also faces major adjustments, Mr Pongsak said. Two sections (Bang Kapi-Sam Sen and Sam Sen-Bang Bamru) will be scrapped while the section from Khlong Tan to Bang Kapi will be replaced with the BRT, he said.

Five other routes also face adjustments. A section will be added to the Light Red Line (Phaya Thai-Suvarnabhumi Airport) which is also known as the airport link. The additional Phaya Thai-Taling Chan section will be built as a subway. The Light Green Line, a BTS system, will be extended from Onnuj to Samut Prakan, via Samrong, and from Siam Square to Pran Nok via the Chao Phraya river. The Dark Green Line, also a BTS system, will be extended from Taksin bridge to Phetkasem road. The Blue Line _ Hua Lamphong-Bang Khae and Bang Sue-Tha Phra via the Chao Phraya river _ will have both elevated and underground sections. The Dark Red Line from Rangsit in Pathum Thani to Samut Sakhon, via Hua Lamphong station, will not be changed.

Yappofloyd
August 28th, 2005, 08:13 PM
BRT is "small electric trains"!!!?? What are some of these journos on?

MASS TRANSIT: U-turn on buyback plan Sucheera Pinijparakarn The Nation on August 29, 2005

Govt rethinks plan to acquire indebted Skytrain, subway firms; still favours single-operator system with fare subsidies. The government is likely to scrap a plan to buy back two mass transit concessions from Bangkok Mass Transit System Plc (BTS) and Bangkok Metro Plc (BMCL) as it weighs up the huge financial burden which has forced it to abort two other planned routes.

A source at Government House said any decision would be based on a study by the Mass Transit Committee which includes Pichit Akrathit, managing director of MFC Asset Management Co Ltd. “The committee suggested the planned purchase be scrapped as it would entail the huge debts that BTS and BMCL have shouldered. Prime Minister Thaksin Shinawatra apparently favours the idea,” the source said. It is estimated the government would have to spend about Bt70 billion to take over BTS, the Skytrain operator, and Bt22 billion for BMC, which operates the subway.

If the purchase is scrapped, the source said, the single operator concept could still go ahead with the government asking both operators to lower their fares, which would be subsidised. The method of subsidy should be discussed today, the source added. Originally, the government floated the idea of purchasing the two systems in order to create an integrated mass transit system operated through a single system by a single organisation. Scrapping the plan will surprise many observers given the government’s apparent indifference to criticism over the huge sums set aside for mega-projects at a time of lower economic growth.

Traffic and transport agencies will meet today to discuss various revisions and submit a new mass transit network plan to the Cabinet tomorrow. Another source in a traffic agency said potential investors had been worried about the single operator concept because profits would be limited. “The investment does not look attractive at all under this concept, which would allow the single operator to control the fares,” he said. “Exacerbated by economic problems, few investors have shown an interest in this project. The decision [to cancel the purchase and the two new rail routes] should turn around the sentiment,” he said.

Deputy Bangkok Governor Samart Ratchapolsitte said he did not understand why the two lines had to be scrapped despite an extensive study. “Particularly the Purple Line. It will run past densely-populated areas,” he said. Samart urged the Cabinet to quickly revise a resolution that bars Bangkok from jointly investing with private companies in the extended part of the BTS route.

Democrat MP Korn Chatikavanij said the government was on the right track in dropping the plan to buy back the concessions. “And now, it should proceed with the resolution to allow Bangkok to proceed with the BTS extension,” he said. The suggestion to drop the plan was made at a meeting on Thursday chaired by Thaksin. Present at the meeting were Transport Minister Pongsak Ruktapongpisal, Permanent Finance Secretary Suparut Kawatkul, Pornchai Nutsuwan, chairman of the rail transport fund-raising committee, and Pichit.

On Friday, Pongsak announced the government would scrap the two planned mass transit routes – Purple and Orange – as the expected return on investment would be too low. That would save about Bt200 billion and allow the government to spend Bt343 billion on the remaining five routes.

The Purple Line – which would have run between Bang Sue and Bang Yai, and Bang Sue and Rat Burana – was not considered feasible because the return was estimated at less than 6 per cent as most residents along the route travel only in the morning and evening. The Orange Line was to run from Bang Kapi to Sam Sen and Sam Sen to Bang Bamru. Pongsak said the decision could be revised if necessary. A new network plan costing a lot less would still expand the length from 274 kilometres to 283 kilometres, he said.

“We have to admit that previously the government focused more on the overall network, not the returns of each route. Aside from the two lines which are scrapped, others could be revised if the returns are not worth the investment,” he said. Pornchai said yesterday the government would support people along the scrapped routes by adopting the Bus Rapid Transit concept, which relies on smaller electric trains.

The government had spent Bt300 million on designing the Purple Line. Praphat Chongsanguan, governor of the Mass Rapid Transit Authority of Thailand which is in charge of mass transit development, said it was not a waste of money as once traffic along the routes gets heavier, the design could be brushed up in the future. Meanwhile, Kamroblak Suraswadi, director of the Transport and Traffic Policy and Planning Office, is hopeful the two routes will not eventually be dropped and that the government would revise the decision in the future when money is not such a major concern.

kuanteen
August 29th, 2005, 01:05 PM
I guess Korn Chatikavanit can say, "I told you so" to the Transport Minister...

PADTHAI
August 30th, 2005, 12:36 AM
They're just too stupid to get it. Mass transit ONLY ONLY works with a large netwrok. In London not ALL the lines make money, but you can't just drop some of them. It's NOT a normal business. Feeding your children doesn't make any profit, but you accept that it is worth it longer term...

Kalix
August 30th, 2005, 01:21 AM
^
^
he's already said that, dude Kuanteen ;)

-----------------------------

when i saw the news last friday, i gotta admit that i was very upset and angry. :gaah: But after having a long hard thought, tryta sit, cool myself down a bit, i can say that, im now pretty much over it.

we will still be getting "5" not "zero" routes as planned, and the cut-out 2 routes aint completely wasted, part of the route will be modified and established eventually.

plus, we will be getting the cheaper BRT, which is still better than nothing for sure. And hopefully those 5 routes can be pushed and implemented even faster than the initial schedule(can't they?), so we can use them sooner.

in fact, the orange route would be running just right "in front of my soi":wallbash: :bash: i was actually very hopeful and delighted when i heard about this TRT's campaign, and if i was there to vote early this year, i would undoubtedly vote for them. :yes:

also, we gotta admit that we aint rich yet, and it wasnt only us who wants our problems solved. There'r lots of folks in the Isan/Eastern region that desperately in need of better irrigation system as they've been suffering for decades, and seems like no one has seriously looked up to their problems yet. :bash:

on the top of that, Isan/eastern people are "legal tax payers" just like us as well!, i dont wanna ask them to give ALL their tax to build us the subway, which is what they will very little benefit or will get only crap from, and so far, they have sacrificed a lot for us(skytrain, subway, roads, expressway, etc), now they are struggling, i think it's our turn to sacrifice some.:angel:

also, statistically, eastern region's revenue accounts 30% of Thailand's GDP and they also put "high hope" to the present government, as TRT received far far majority votes from ppl in this region, they absolutely deserve something, too. even tho, the water shortage problem has been funded by many gov recently already, but the problem doesn't seem to be picking up at all but worsening. :ohno: who knows where all the fund has gone to? let's give it another shot, and hope this will put an end to the problem.

I'm sure this wasn't planned before, of course, the gov wants to keep all of its promises, why not? But the current (world) economy situation aint so appropriate.

Running a future non-profitable project would financially hurt the country badly, as we aint strong enough to tackle external factors like rising oil price, terrorism, natural disasters etc. Everybody in this country will get hurt from that not only Bangkokians.

also, One thing u gotta keep in mind tho, "Thailand isn't just Bangkok" ;)

anyway, i just hope that the gov can really help those farmers resolving their lingering problem by using our paid tax efficiently, no dodgey business and all. :nono: And i will be more than willing to wait.

Yes, i think i can do that. :angel1: just my :2cents:

PADTHAI
August 30th, 2005, 03:20 AM
I'm delighted they will help the farmers - IF they do. No-one ever does usually.

I'm just sick of their short-sightedness on the importance of transport. So many promises without any analytical thought behind them - and then they have to face up to reality. And public transport is the only way to cut down on oil usage btw... Ironically if they had done all the planning befoer promising last year they could already be building now at a lower cost. Delays = higher costs.

...and if I remember correctly it was just a few weeks ago the govt was saying there was no water crisis too!

Wisarut
August 30th, 2005, 05:02 AM
Well, ... If the government has decided to turn both Purple Line and Ornage Line into BRT .... I think the governemtn has told A BLATANT LIE to the public .... despite of the claim that they promise to convert back to MRT later on ... What about the Section of Purple Line within Ratchada Ring ....

Definitely, the government has BETRAYED and SOLD OUT the people INDEED..
I have NEVER believe that they would keep that promise once they are gone ...



Okay, This is Ai Pheng's Plan

Datails:

1) Purple Line BRT (Bang Yai – Bang Sue - Rat Boorana -> 40 km) down from
94.585 Billion Baht to about 8-9 billion Baht

2) Orange BRT (Bang Kapi - Sam Sen - Bang Bamru -> 24 km) down from
73.268 billion Baht to about 4.8-5 billion Baht

Nevertheless, The Red Line commuter got the budget of 71.847 Billion Baht (Should add Extra 6 billion Baht for Undergroudn track from HuaLamphong to Wong Wian Yai via
Charoen Rat Road)

Onthe other hand, Suvannabhum Airport Link is goign on and they just closed Kamphaeng Phet 7 Road ... with 54.111 billion Baht budget

Now, Even TRT MPs from BKK and Nonthaburi have shown their disgrunty toward
Ai Pheng's Plan to run BRT as a substitute for MRT .... The feel afraid that those in the Cabinate [the Closed Associated with the Leader] would evetually DESTORY their chance for reelection .....

Believing the LIE from those political Euniches would eventaully UNDO
the regime of the leader.

kiku99
August 30th, 2005, 05:18 AM
Prime Minister Thaksin Shinawatra confirmed that the government is considering scaling down mass transit projects worth Bt550bn. An estimated Bt200bn will be saved following adjustments, and will instead be spent on tackling water problems nationwide.
According to Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal, the bidding plan for MRT Purple Line (Bang Yai – Bang Sue), 23 km and worth Bt46bn, has been scrapped as the economic returns on the line would be below 6%. Mr Pongsak said a section of the Purple Line (Bang Yai – Rattanathibet - Ngam Wong Wan - Bang Khen) will be built as a Bus Rapid Transit (BRT) system instead.
The Orange Line, worth Bt82.7bn, also faces major adjustments. Two sections (Bang Kapi - Sam Sen and Sam Sen - Bang Bamru) will be scrapped while the section from Khlong Tan to Bang Kapi will be replaced with the BRT.
Five other routes will also be revised and only minor adjustments are expected. Mass transit projects would still be completed in six years as planned.
Efforts to take over the BTS skytrain and subway systems should also be scrapped

kiku99
August 30th, 2005, 05:19 AM
it's sad to know that you would scrap the purple and orange lines...well...BRT should also be a great system. :)...

anyways, i hope they at least speed up the process of the rest.

archstudent
August 30th, 2005, 07:27 AM
ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นระบบอะไร อยากให้ระบบทั้งระบบมันเชื่อมเป็นระบบเดียวกันก็พอแล้ว เช่นการจะเชี่ยม brt กัน รถไฟฟ้าเป็นต้น ตอนนี้ได้ข่าวว่าสายสีเหลืองก็จะเป็น brt เช่นกัน

Wisarut
August 30th, 2005, 07:27 AM
Now, Premier Thaksin and Cronies have played Shenanigan with that 200 billion Baht budget by redirectign the route to pass the Government House at Phisanuloke road at the expense of thsoe wholive in Nonthaburi-Bang Yai and Ram Khamhaeng-Bang Kapi

Wisarut
August 30th, 2005, 09:25 AM
Now, the presshas foudn the irregularity that the reason for killing Purple line and Orange line is to FUnd the new line that pass PM office!

Such a shenanigan action of the government would eventuallyt UNDO the regime ...

Pas
August 30th, 2005, 10:55 AM
I'm a bit disappointed that the purple and orange lines arent going ahead. Consolation though as they will be replacement BRT lines.
Those 2 lines are definitely needed in the future as the population grow and the area develops to higher density. Bang Yai, Ratburana, Bangbamru, Bankapi are all designated regional centers in the Greater Bangkok master plan - they are supposed to be future 'subcenters' of Bangkok to ease congestion in the central area. I'm sure planners have thought about this through and through and they didn't just pick these names out from a hat.
Anyway building ring roads to connect the outlying centers are ok in the short term but they are not sustainable in the long term from economic and environmental point of view.. mass transit is the solution!

Wisarut
August 30th, 2005, 11:41 AM
They just caredthe vested interst at the Automobileand petroleum Business after the privatization of PTT ... to fill up the party'scoffer at the expenseof the publci well being ...

Sooner or later ... they would facethe nightmare in the General Electionwhen the people have vote to BOOt them out of the Government House.

Hitesh
August 30th, 2005, 05:03 PM
..

Kalix
August 30th, 2005, 06:20 PM
City MPs want answers from Pongsak about electric trains

Pongsak: BRT routes will save money

POST REPORTERS

Fearing that the planned scrapping of some electric train routes will send their political fortunes plummeting, Thai Rak Thai MPs for Bangkok and Nonthaburi will demand explanations from Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal today.

Pimook Simaroj, the Bangkok MP and Thai Rak Thai deputy spokesman, said the planned scrapping of the Purple Line, to have run from Bang Yai to Bang Sue, and the Orange Line from Bang Kapi to Bang Bamru, would be raised at today's party meeting.

Bangkok MPs had received many questions from residents following reports the routes would be scrapped, he said.

During the last election, Thai Rak Thai's campaign focused on the benefits of the planned extended subway and elevated train projects to Bangkok residents.

Mr Pimook said party MPs representing Bangkok wanted to find out a clear policy on the mass transit project during the party's meeting today. If possible, the transport minister would be invited to explain the policy to MPs.

Chalong Riewraeng, a Thai Rak Thai MP for Nonthaburi, admitted the planned scrapping of the elevated train and subway projects would hurt the popularity of local MPs. During the last election, he, Pimpa Chanprasong and Suchart Bandasak had used the mass transit projects as major campaign selling points.

He feared local MPs would be heavily criticised for failing to keep their promises and that their chances of being re-elected in the next poll would be slim.

Phuwanida Khunpalin, another Thai Rak Thai MP, said she wanted explanations from the Office of Transport and Traffic Policy and Planning (OTTP) about its reasons for scrapping the two routes.

Transport Minister Pongsak said the Bang Kapi-Bang Bamru and the Bang Yai-Bang Sue lines would be developed with the Bus Rapid Transit (BRT) system to save state money.

He said the construction of an electric railway would cost the state about three billion baht per kilometre while the BRT could cost as little as 200 million baht a kilometre if built at ground level.

Under the government's current mass transit plan, the combined length of the BRT will be 97.3km while that of the electric railways will be 187km. Construction could start next year, the minister said.

Source: Bangkok Post, August 30, 05

Isan
August 30th, 2005, 10:51 PM
MASS TRANSIT CHANGES: Property projects worth Bt40 billion in doubt

Published on August 31, 2005

Suspension of rail lines wreaks havoc in the market. More than 30 property projects worth almost Bt40 billion in total and heavily advertised as having convenient access to mass transit are in disarray over the government’s abrupt decision to suspend its plans for the Purple and Orange subway-system lines.

A survey by The Nation found that property firms are feeling the pinch from the government’s Bt200-billion cutback of mass-transit funding. The Purple Line (Bang Yai to Bang Sue) and Orange Line (Bang Kapi to Bang Bamru) will not be built as earlier announced, because the government is concerned about the financial implications.

However, Thongma Vijitpongpun, chief executive and managing director of Preuksa Real Estate – the developer for projects on Rattanathibet Road and in Bang Yai – yesterday played down the suspension of the Purple Line, saying it was too early to assess any negative impact.

“Home-buyers who have decided to live in this area won’t change their minds, even if the mass-transit system doesn’t go out there. But investors who bought land to speculate mass transit’s development will be hit hard,” he said.

Land prices on Rattanathibet are certain to drop. Land prices in this fast-growing residential area of North Bangkok have risen 10-15 per cent in the last three years. Thongma predicted that since mass transit was no longer forthcoming, prices would drop 10-20 per cent next year.

An Asia Credit Securities report said speculators would see their fingers burned from the government’s suspension of its plans for the lines. It indicated that Property Perfect would be hit especially hard, since several of its projects based their hard sell on mass-transit access.

Some of Property Perfect’s projects near the Purple Line include Perfect Place Rattanathibet, Maneeya Masterpiece Rattanathibet and Maneerin Park Rattanathibet. The firm’s projects near the Orange Line include Perfect Place 2 Ramkhamhaeng and Perfect Park Ramkhamhaeng.

But Teerachon Manomaiphibul, managing director of Property Perfect, said the government’s policy change would have little impact on his company’s Rattanathibet projects, because the government is starting up a special bus line to replace the railway project.

“This will serve public demand,” he said.

Sopon Pornchokchai, managing director of the Agency for Real Estate Affairs, said that this should be a good case study for speculators who based their decision to buy land on the government’s paper projects.

“When the government alters its paper projects, speculators get hurt,” he said.

Prices for land near the suspended lines have increased 10-100 per cent of its original value, because developers believed home-buyers would take mass transit into consideration when deciding to buy. And home-buyers like the idea of saving on transportation, now that premium petrol is approaching Bt30 a litre, said Sopon.

To make up for putting the lines on hold, the government will launch a Bus Rapid Transit System instead, with buses powered by natural gas to save money.

But some of the property firms with projects from Prachacheun to Bang Sue will suffer a negative impact from the government’s policy change. They will have to convert from condominiums to townhouses or adjust their prices, added Teerachon.

Somluck Srimalee

The Nation

Kalix
September 1st, 2005, 01:48 AM
do u guys know where i can obtain a copy of the BKK's future mass transit project shown in Khun Sorayuth's Tueng Look Tueng Khon program a few days ago? i was kinda lost when they were talking about the new plan.

Pas
September 1st, 2005, 03:15 AM
kalix not sure which one you mean but here's a map published by MRTA

http://www.2bangkok.com/2bangkok/MassTransit/map/futuremasstransit.JPG

Pas
September 1st, 2005, 03:38 AM
Not sure how accurate that map is though. Didn't Mr Suriya proposed to reroute the yellow line?

If the BTS Taksin extension is stalled and the purple line (supposedly a 'priority route') is not going ahead, I can't see how they can get timetable for bidding for the other lines ASAP.

I think the saving grace will be the airport link and red line commuter rail... I feel pity for those people who live out in Bangkapi, Thonburi and those in Muang Nont. but the Taopoon NIMBYs deserved it! Since they did not want any noise impact and air pollution.. govt should bypass that area completely the next time they decide to build any mass transit.

Wisarut
September 1st, 2005, 04:58 AM
Khun Pas, those Tao poon people have become abunch of Pariahs in the eyes of Bangkokians outside Taopoon-Bangson-Tiwanon-Saphan Kwai ....

Kalix
September 1st, 2005, 05:03 AM
Thanks Pas, but it's not this one:)

I mean the one after the modification with all the BRTs and stuff like the one on TV. prolly, it's still not available yet.

Kalix
September 1st, 2005, 05:19 AM
btw, is it true that the Yellow LRT line (Lat Phrao- Bangkapi - Srinakarin - Teparak - Sam Rong) will be scaled down and converted to BRT?

Wisarut
September 1st, 2005, 05:42 AM
Yes, They will do Downsizing despite of the ANGRY response from local people along
Lad Phrao - Sri Nakharin Road ... After all, the government are a OUT of TOPUCH with voters ... who vote for the party ... and their MPs ....

archstudent
September 1st, 2005, 07:58 AM
ยุบศูนย์ ‘ตากสิน’ เพ้งถอยหาที่ใหม่ผุดศูนย์รถไฟฟ้า

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ทางกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า จะยังไม่ได้ยกเลิกโครงการก่อสร้างขนส่งมวลชนระบบรางเพราะ ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ และความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินรถ และระบบรถที่จะนำมาใช้ในโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรางและ ให้สรุปกลับมายังกระทรวงคมนาคมภายในเดือน ก.ย. นี้ ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าในส่วนไหนที่ประชาชนคัดค้านก็จะทำประชาพิจารณ์ก่อน

โดยเฉพาะศูนย์โครงข่ายคมนาคมขนส่งตากสิน ที่มีความเป็นไปได้ในการจะปรับเปลี่ยนรูปแบบ เป็นใต้ดินและ ให้มีขนาดการใช้พื้นที่เล็กลงรวมถึงเป็นเพียงจุดตัดของ รถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟสายสีแดงเท่านั้น ส่วนศูนย์ที่จะเป็นสถานีรถสายใต้ก็จะเปลี่ยนเป็น สถานที่อื่นที่ไกลออกไปเพื่อเวนคืนพื้นที่น้อยสุด

“การที่ปรับเปลี่ยนโดยเฉพาะศูนย์ตากสิน เนื่องจากได้มีกระแสคัดค้านจากประชาชนจำนวนมากซึ่งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่า ควรที่จะมีการทำประชาพิจารณ์กับประชาชนก่อน และนายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบ ที่จะดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ให้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าประชาชนมีความต้องการอย่างไร ส่วนความคิดเห็นของประชาชนจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องมาดูก่อน ซึ่งการดำเนินการจะต้องคำนึงถึงฐานะการลงทุนของประเทศชาติด้วย เพราะถ้าทำรถไฟฟ้าแล้วมีการลงทุนมาก ค่าโดยสารก็อาจจะแพง”

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ได้ให้ สนข.ไปศึกษา ที่จะเปลี่ยนศูนย์โครงข่ายคมนาคมตากสินให้เป็นพื้นที่อื่นที่ไกลออกจากพื้นที่เดิม เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เดิม ขณะนี้ได้มองไว้ประมาณ 2-3 จุดที่มีความเหมาะสม และกระทบต่อประชาชนที่จะถูกเวนคืนน้อยที่สุด แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นพื้นที่ไหน คงต้องรอให้ได้ข้อสรุปก่อน ซึ่งจะเห็นว่า ปัญหาแต่ละปัญหาในขณะนี้เป็นปัญหาที่ยาก แต่ปัญหายากก็จะต้องมีสมการที่จะแก้ ซึ่งมุมมองของการแก้ไขปัญหาจะมีหลายมุมมอง โดยกระทรวงคมนาคมจะทำหลายๆรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้หมดไป

นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาว่าศูนย์ตากสินจะเป็นศูนย์กลาง การคมนาคมขนส่งตามที่มีชุมชนในพื้นที่ออกมาคัดค้านนั้น เรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติและยังอยู่ในขั้นตอนการเปิดรับฟัง ความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ยังไม่มีการเวนคืนที่ดิน ขณะเดียวกันก็มีการพิจารณาหาทางเลือกอื่น ซึ่งมีอีก 2 แห่งที่มีความเป็นไปได้คือ จุดแรกห่างจากศูนย์ตากสินเดิม 1-2 กม.บริเวณถนนกัลปพฤกษ์ ซึ่งมีพื้นที่ว่างประมาณ 100 ไร่ และชุมชนไม่หนาแน่น และอีกจุดอยู่บริเวณถนนพระราม 2 มีพื้นที่ประมาณ 200-300 ไร่ ห่างจากที่เดิมประมาณ 10 กม.

ทั้งนี้ ในส่วนที่จะให้มีการปรับเปลี่ยนเป็นระบบใต้ดินจากหัวลำโพง ไปยังศูนย์คมนาคมขนส่งแห่งใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่าย ในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม สายสีน้ำเงินช่วงตั้งแต่ หัวลำโพง-ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงสะพานพระปกเกล้า-วงเวียนใหญ่-ท่าพระ จะทำเป็นระบบใต้ดิน ระยะทางประมาณ 5 กม. หากต้องต่อไปยังพระราม 2 ระยะทางที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าก่อสร้างสูงขึ้นด้วย เพราะรถไฟใต้ดินค่าก่อสร้างสูงกว่าทางยกระดับแบบ Commuter ถึง 3 เท่า (คือ กม.ละ 3,115 ล้านบาท กับ กม.ละ 995 ล้านบาท) ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายว่า ต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบชุมชนหรือไม่

นายคำรบลักขิ์กล่าวต่อว่า เนื่องจากศูนย์ คมนาคมขนส่งตากสินเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์คมนาคมขนส่งได้ เพราะใกล้เมืองและเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า 3 สายคือ สายสีแดง (รังสิต-หัวลำโพง-มหาชัย) ทำเป็นทางยกระดับตลอดแนว สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง-ท่าพระ-บางแค) ช่วงหัวลำโพง-ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงสะพานพระปากเกล้า-วงเวียนใหญ่-ท่าพระจะทำเป็นระบบใต้ดินระยะทางรวมประมาณ 5 กม. และสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานตากสิน-ถนนตากสิน-เพชรเกษม) เป็นทางยกระดับจึงได้จัดหาพื้นที่ 175 ไร่ พัฒนาเป็นศูนย์ขนส่ง แต่เมื่อชุมชนคัดค้านกันมากก็อาจปรับลดพื้นที่เหลือ 75 ไร่ สำหรับจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าเท่านั้น ส่วนสถานีรถ บขส. ก็อาจย้ายออกไปในพื้นที่ใกล้เคียงแทน

ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ซึ่งเป็นแกนนำยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ รมว.คมนาคม ให้ยกเลิกการก่อสร้างศูนย์คมนาคมขนส่งตากสิน กล่าวว่า หากมีการยกเลิกแผนดังกล่าวจริงเชื่อว่าประชาชน ในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจะพอใจอย่างมาก.


www.thairath.co.th

archstudent
September 1st, 2005, 08:00 AM
จี้สนข.ศึกษาพร้อมเปิดประชาพิจารณ์ ตากสินมุดลงดินเป็นแค่จุดตัดรถบีทีเอส

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินรถและระบบรถที่จะนำมาใช้ในโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบราง โดยให้สรุปเสนอกระทรวงภายในเดือนกันยายนนี้

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นเห็นว่าส่วนไหนที่ประชาชนคัดค้านก็จะทำประชาพิจารณ์ก่อน โดยเฉพาะศูนย์โครงข่ายคมนาคมขนส่งตากสินมีความเป็นไปได้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นใต้ดินและลดขนาดพื้นที่เล็กลงเพราะเป็นเพียงจุดตัดของรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟสายสีแดงเท่านั้น ส่วนศูนย์ที่จะเป็นสถานีรถสายใต้ก็จะเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นแทนที่ไกลออกนอกเมืองเพื่อให้มีปัญหาการเวนคืนพื้นที่น้อยที่สุด ซึ่งมองไว้แล้วประมาณ 2-3 จุดแต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นพื้นที่ไหน

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนสถานีที่เกี่ยวกับศูนย์กลางของระบบขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ตากสินนั้น เพราะมีกระแสคัดค้านจากประชาชนจำนวนมาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นควรทำประชาพิจารณ์ก่อน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เห็นชอบด้วย อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของประชาชนจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องมาดูก่อนเพราะการดำเนินการอะไรจะต้องคำนึงถึงฐานะการลงทุนของประเทศด้วย หากทำรถไฟฟ้าแล้วมีการลงทุนมาก ค่าโดยสารก็อาจจะแพง "ปัญหาแต่ละปัญหาในขณะนี้เป็นปัญหาที่ยาก แต่ปัญหายากก็จะต้องมีสมการที่จะแก้ ซึ่งมุมมองของการแก้ไขปัญหาจะมีหลายมุมมอง โดยกระทรวงคมนาคมจะทำหลายๆ รูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้หมดไป"

www.matichon.co.th

Wisarut
September 1st, 2005, 09:56 AM
Public Angry after the cencelation of Purple Line - Orange Line can be seen here:

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000118322
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9480000118498
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9480000118425
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000118406
http://www.mthai.com/webboard/5/138710.html

This is due to the betrayal they have received from TRT.

The Inner Circle of PM Thaksin still UNDERESTIMATE the Public Angry on this mass Transit Issue ... despite of the fact that TRT MPs around BKK have been BURNT
alive by angry voters ...

After all, those Inner Circle have cornered the price of land along Purple Line/orange Line and then let the prices to tumble down by cancellign the project ... -> Creatign High Expectationand then Refusing to Deliver..... Sooner or Later, those inner circle would be regret that they should NEVER cancel the projects at all.

Yappofloyd
September 1st, 2005, 02:19 PM
The govt. is making shortsighted decisions not based on long term financial sense. The orange and purple lines are important and cancelling or reducing them will affect other property and hosuing investment as The Nation article posted by Khun Isan highlights. All the govt has to do is stick to the plan on which they were re-elected but change the construction timetable. Build the core, inner sections of the orange and purple lines and leave the remainder for later years. In the interim perhaps a semi-BRT route, or upgrade bus routing, could provide the link for the unbuilt sections. I forsee that the govt will lose a lot of support in Bangkok due to this decision and TRT elected members should rightly be worried. I really do not understand how the Orange line serving Bangkapi and Ramkhamaeng to Blue Line and Victory and then cross river could be considered to be not an important link. The Bangkok Post editorial highlights the lies of the TRT around election time.

On the Southern Transport Centre, Taksin interchange, whilst it is good that OTP started to listen to concerns of locals and take into account their issues it seems silly to be moving the Bus Station out near the Ring road so far from other transport options. Surely a smaller Bus TErminal near the REd Line and BTS (we hope) is still the best plan.

Taksin transport hub downsized Mega-project halted by local opposition
AMORNRAT MAHITTHIROOK & SUPAWADEE INTHAWONG (BKK Post, 01/09/05)

The Transport Ministry has yielded to fierce opposition from people facing eviction and decided to downsize its southern transport centre mega-project into an electric train station instead. The decision came yesterday, five days after the ministry announced it would scale down the mass transit project to save state budget amid strong criticism from the opposition Democrat party.
Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal admitted the decision was influenced by strong opposition from people facing eviction to make way for the 18-billion-baht Taksin transport terminal project. Prime Minister Thaksin Shinawatra had ordered him to carefully consider the financial aspect of all projects involving the mass transit system, he said.

The Taksin terminal project was originally designed to be built on 175 rai of land in Chom Thong district to accommodate the convergence of three planned electric railways: the BTS skytrain line to be extended from Taksin station to Phetkasem road, the Red Line from Rangsit to Mahachai, and the extended underground train service to Bang Khae, as well as a southern bus terminal. Now it will be downsized into an electric train interchange station to serve the Red Line and the BTS line. Only 75 rai would be needed for its construction at an estimated cost of about six billion baht. The southern bus terminal will be relocated to another land plot further out of town to avoid the need to expropriate a vast area of land.

His subordinate Kumropluk Suraswadi, head of the Office of Transport and Traffic Policy and Planning, said there were two possible other locations for the southern bus terminal _ a 100-rai less populated area on Kalapaphruek road about two kilometres away, and a 200-rai area on Rama II road about 10km away. Mr Pongsak also ordered Mr Kumropluk's office to study if the Red Line could be built underground all the way from Hua Lamphong to Taksin to minimise land expropriation. However, Mr Kumropluk said if the entire line was to go underground, its construction would cost three times more than elevated version _ at about 3.1 billion baht and 995 million baht per kilometre respectively.

Opponents of the original transport hub project yesterday reacted cautiously to the announced change of plan. Suthichai Veerakulsunthorn, a city councillor from Chom Thong district who led the opposition against the transport hub, said the locals would be happy if the change was true. They believed the project would destroy their communited and ways of life, he said, they would not mind if they had no easy access to an electric railway.He said the locals still could find the downsized project unacceptable since about 75 rai would be needed for its construction and many area residents would still be affected.

Talking about the overall mass transit network for Greater Bangkok, the transport minister yesterday said Mr Kumropluk's office would adjust the plan and submit its final decision in three weeks. The proposed adjustment will scrap the Orange Line from Bang Kapi to Bang Bamru and the Purple Line from Bang Yai to Bang Sue. But a Bus Rapid Transit (BRT) line will be built from Bang Yai to Ngam Wong Wan intersection to feed passengers to the Red Line.

The change will reduce the investment cost of the mass transit project to around 550 billion baht, saving 200 billion bath in state budget compared to the original version. Mr Pongsak reiterated that the change was necessary because of rising fuel prices, as the government could not raise oil taxes to pay for the development of all electric railway routes as earlier planned.

However, Korn Chatikavanij, deputy secretary-general of the Democrat party, criticised the government for failing to heed his party's warning that the original plan to build all seven electric train routes would affect the state's financial status. The government should have realised long ago that there would be problems. "The problem is that the goverbment's planning and budgetary management is uncertain and unclear, and therefore could lead to great damage," Mr Korn said.

Yappofloyd
September 1st, 2005, 02:22 PM
EDITORIAL Switching tracks on mass transit (BKK Post, 01/09/05)

The Thaksin Shinawatra administration's decision to abruptly revamp the planned subway routes and replace at least two with the cheaper bus rapid transit system to cut costs, does not just reflect its planning oversight. It shows how such a mega project has been exploited for political ends.

Many of the urban Thai Rak Thai voters may now feel disillusioned. The party campaigned heavily in the last general election on its promise to extend and expand the present 21km subway to Bangkok's suburban communities. Without any warning, the government last week told city residents the bad news: the planned 287km mass transit network which the Thai Rak Thai (TRT) party promised, will be cut to 187kms, with some routes adjusted, shortened or replaced with the express bus service instead.

The government's decision to scale down the project would have been more understandable had it prepared the public for possible downsizing or adjustments. It is normal that an infrastructure of such massive scale may need adjusting to meet economic viability and to cope with unexpected investment factors. The truth is, the government and TRT has gone on an extensive public relations exercise about this project for the past few months before and after the general elections. This went on until very recently, when officials of the Mass Rapid Transit Authority publicly informed residents in the Taopoon area that a section of the mass transit Purple Line in front of their homes would be built as an elevated train route and not as a subway as they had demanded. The residents then learnt only last week that they would not even get the elevated train route. The system that would be built through the community would be the so-called bus rapid transit system, or a bus service that operated in a walled traffic lane. This may prove to be a worse nightmare for Taopoon residents, who want a subway system because they are concerned that an elevated train may worsen traffic congestion and block exhaust fumes. The bus rapid transit system will require an exclusive traffic lane from the road in front of their homes. This would definitely worsen the already bad traffic congestion in their community.

The impression of the general public was that all the planned mass transit routes which had been announced would be built. This led to land speculation and the mushrooming of new residential housing projects along the routes the mass transit system was originally planned to cut through. These real estate investors and the people who have already bought homes from them will definitely suffer. This does not include the people who have already settled along roads leading to and from these new housing projects, who have already experienced worsening traffic congestion caused by the new housing developments.

Some TRT MPs have already sensed the sentiment of the people disappointed by the sudden change in the mass transit routes. TRT MPs for Bangkok and adjoining provinces have come out to express concern over the problem, fearing it would affect their popularity and their political future.

The fact that an infrastructure of such a massive scale could be abruptly cut back soon after the government promised its financial support, indicates the project has already served its political need. Now reality has finally set in. The government promised it would spend 500 billion baht on the project. The cost will now be cut to about 300 billion baht, after having already spent 300 million baht studying the original project.

With the Transport Ministry's latest decision, the city's mass transit system now faces a lot of uncertainty. The government has announced its intention to complete the entire network in four years from 2004-2008. Even without the change last week, it has already failed to meet its deadline to start the bidding contest for the Purple Line between Bang Sue and Bang Yai, originally planned for the middle of this year. Residents of Bangkok and adjoining provinces should consider themselves lucky if they see any of the new mass transit lines up and running during the term of this government _ now that there is no longer any political urgency for TRT to fulfil its promise.

Kalix
September 1st, 2005, 08:54 PM
รื้อใหญ่แผนสร้างรถไฟฟ้า โมเดล'สุริยะ'

ทันทีที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ศึกงานวนกระทรวงคมนาคมได้ระยะเวลาหนึ่งหลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ผลงานที่เป็นชิ้นโบว์แดงก็คือ การรือแผนก่อสร้างโครงการรถไฟ้า 7 สายทาง มูลค่าประมาณ 5.5 แสนล้านบาท ที่กำหนดเป็นโมเดล การลงทุนขึ้นในยุคที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจกำกับดูแล ผลการศึกษาชัดเจนว่า การลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีส้ม 2 ใน 7 สายทางของรับมนตรีก่อนหน้านี้มีผลตอบแทนคุ้มค่าต่ำ อยู่ที่ 6% รัฐบาลมีภาระต้องแบกรับการชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปถึงปีละ 3,000 ล้านบาท จึงมีบทสรุปเป็นนโยบายให้ยกเลิกโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้ม บางกะปิ-บางบำหรุออกไป ส่งผลให้เส้นทางที่เหลืออยู่กลับมีผลตอบแทนที่ดีขั้น สามารถเลี้ยงตัวเองได้ คือที่มาของสาเหตุการหั่นทิ้งโครงการดังกล่าว


ปรับแผนใหม่เป็นบีอาร์ที 9 เส้นทาง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดแถลงการณ์ไขข้อข้องใจในเรื่องการปรับแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 7 เส้นทางค่ากว่า 5 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 29 ส.ค.48 ที่ผ่านมา โดยได้ชี้แจงว่า จากที่ได้ประชุมล่าสุดกับนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาทบทวนการลงทุนเมกะโปรเจก์ ทำให้ต้องมีการปรับลดรูปแบบโครงการ ให้มีขนาด เล็กลง เพอื่ให้มีความคล่องตัวในการลงทุนและการดำเนินงาน

สำหรับแผนงานใหม่ ที่มอบหมายให้ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปคิดเป็นการบ้านมานั้น คือให้ไปพิจารณาว่า การปรับรูปแบบโครงการจากเดิมที่ใช้ระบบรถไฟฟ้า มาเป็นระบบบีอาร์ที

โดยโครงการบีอาร์ทีที่จะมาทดแทนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะประกอบด้วย 3 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางแรก เริ่มจาก บางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางเขน
เส้นทางที่ 2 เริ่มจาก สะพานพระราม 7 –ถนนสามเสน-สนามหลวง
และเส้นทางที่ 3 คือ ช่วงจากวงเวียนใหญ่-ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน-ถนนสุขสวัสดิ์-ราษฎร์บูรณะ


ส่วนบีอาร์ที ที่จะมาทดแทนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ จะเป็นแนวเส้นทางที่เริ่มจาก

คลองตัน-รามคำแหง-บางกะปิ-วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก

นอกจากนี้แล้วในเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ก็ได้มีการปรับรูปแบบระบบรถ จากรถไฟฟ้า มาเป็นรถบีอาร์ทีด้วย โดยจะมี

แนวเส้นทางเริ่มจากลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนครินทร์-บางนาตราด


สำหรับเส้นทางใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา คือ

เส้นทางจากอำเภอบางใหญ่-ถนนกาญจนาภิเษก-บางบอน

โดยทั้งหมดนี้ มีระยะทางรวมกันทั้งสิ้น 97 กิโลเมตร คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนรวม 35,245 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี


ลดเงินลงทุนได้ถึง 2 แสนล้าน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมาได้ชี้แจง เปรียบเทียบตัวเลขการลงทุนด้วยว่า หากปรับรูปแบบการลงทุนจากระบบรถไฟฟ้า มาเป็นรถบีอาร์ที นั้นจะประหยัดงบประมาณในการลงทุน ได้กว่า 200,000 แสนล้านบาท

โดยแจกแจงให้ทราบว่า ด้วยว่าการลงทุนด้วยระบบรถบีอาร์ทีนั้น หากเป็นโครงร้างระดับดิน จะใช้เงินลงทุนรวมเพียง 200 ล้านบาทต่อกิโลเมตร แบ่งเป็น ค่าโครงสร้างพื้นฐาน 50 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ค่าเวนคืน 50 ล้านบาทต่อกิโลเมตร รวมถึงค่าลงทนในระบบล้อเลื่อนและระบบเดินรถ 100 ล้านบาทต่อกิโลเมตร

หากก่อสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับ จะใช้เงินลงทุนรวม 400 ล้านบาทต่อกิโลเมตร แบ่งเป็น ค่าโครงสร้างพื้นฐาน 250 ล้านบาท ค่าเวนคืน 50 ล้านบาท ส่วนค่าลงทุนในระบบล้อเลื่อนและระบบเดินรถจะใช้ประมาณ 100 ล้านบาท

ขณะที่ การลงทุนในระบบรถไฟฟ้าใต้ดินจะต้องใช้เงินลงทุนรวม 3,115 ล้านบาทต่อกิโลเมตร แบ่งเป็น ค่าโครงสร้างพื้นฐาน 2,395 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ค่าเวนคืนและย้ายสาธารณูปโภค 285 ล้านบาทต่อกิโลเมตร รวมถึงค่าลงทุนในระบบล้อเลื่อนและระบบเดินรถอีก 435 ล้านบาทต่อกิโลเมตร

ส่วนระบบรถไฟลอยฟ้าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาทต่อกิโลเมตร แบ่งเป็น ค่าโครงสร้างพื้นฐาน 860 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ค่าเวนคืน 105 ล้านบาทต่อกิโลเมตร และค่าลงทุนในระบบล้อเลื่อน 435 ล้านบาทต่อกิโลเมตร


เร่งสนข.สรุปรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์

ได้มอบหมายให้สนข.ไปทำการบ้านมาส่งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อที่จะนำรายละเอยดทั้งหมดเสนอต่อครม.อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสนข.จะต้องศึกษาแนวเส้นทางว่ามีความเมหาะสมหรือไม่ รุปแบบดีไหม มีความคุ่มค่า คุ้มทุนทางเศรษฐกิจเท่าไร ซึ่งในครั้งนี้จะต้องทำแยกอย่างชัดเจนเป็นแต่ละเส้นทาง เพอื่ให้เริ่มได้อย่างจริงจัง

ส่วนเรื่องของตัวรถที่จะนำมาใช้บริการนั้นจะต้องสึกษาในขั้นตอนต่อไปว่าจะใช้แบบใดจึงจะเหมาสม รวมถึงต้องพิจารณาด้วยว่า จะใช้เป็นรถที่ใช้นำมันเป็นเชื้อเพลิง หรือก๊าซ NGV หรือ ไฟฟ้า จึงจะดีที่สุด


สนข.โล่งใจ เหตุเนื้องานเบาขึ้น

ด้าน นายคำรับลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ได้รับการบ้านจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนคมไปแล้วก็จะเร่งดำเนินการศึกษารายละเอียดอย่างเร่งด่วนคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ก็จะสรุปได้ชัดเจน และจะสามารถนำเสนอเข้าสู่คระรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในช่วงเดือนต.ค.48 นี้

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่ถือเป็นปัญหา หรือข้อหนักใจ แต่เห็นว่าจะเป็นการแบ่งเบาภาระในการทำงาน เนื่องจากแผนงานเเดิมที่ว่างไว้ถือว่ามีเนื้องานที่หนักมากสำหรับแผนการดำเนินงานภายในระยะเวลา 5 ปี แต่หากทำการปรับรูปแบบโครงการแล้วจะสามารถเร่งรัดงานได้เร็วขึ้น แต่ยังคงหลักการเดิมตามนโยบายรัฐบาลไว้ได้

ในส่วนของงานที่ดำเนินการไปแล้ว ถือว่าไม่เสียเปล่า เพราะยังคงนำมาใช้ได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสายสีม่วง เมื่อมีการปรับมาใช้รูปแบบบีอาร์ทีแทนแล้วนั้น ก็อาจจะใช้เวลาดูจำนวนผู้ใช้บริการประมาณ 5-10 ปีเพื่อสรุปความชัดเจนต่อไปว่าควรที่จะปรับขนาดเพิ่มเป็นระบบรถไฟฟ้าหรือไม่ เมื่อถึงตอนนั้นผลการศึกษาก็สามารถนำมาใช้ได้ [/b]


สายสีแดงได้ฤกษ์เกิดก่อนใคร

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ยืนยันตรงกันนั้นคือ โครงการที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างพร้อมเพรียงมากกว่าใครในขณะนี้ คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างทำการศึกษารายละเอียด ที่คาดว่าจะเแล้วเสร็จทั้งหมดได้ภายในสิ้นปี 48 นี้ นั้นคือ สายสีแดงประกอบด้วย สายสีแดงเข้ม (สายเหนือ) ช่วงรังสิต-มหาชัย และสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-มักกะสัน


เป็นที่น่าขบคิดว่าเหตุใด รัฐบาลจึงออกมารื้อใหญ่ แผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ซุ่มดำเนินการมาแล้วกว่า 2 ปี และมีแนวโน้มว่าจะเริ่มก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างจริงจังได้ตั้งแต่ต้นปี 49 เป็นต้นไป ซึ่งการกล่าวอ้างถึงเรื่องความคุ้มค่าทางด้านการลงทุน การไม่ต้องการก่อหนีสาธารระ ดูเป็นเหตุผลที่ยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะเชื่อถือได้ เพราะเรื่องเหล่านี้ควรจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลตระหนักดีมาตั้งแต่เรื่องทำการสึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว และกอ่นหน้านี้ไม่นานรัฐบาลก็ยังยืนกรานว่านโยบายการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ใช้เป็นจุดขายในการสร้างฐานเสียงมาโดยตลอด จะยังคงเดิมหน้าต่อไป แต่ในเมื่อวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และมีหลายจุดที่ยังเป็นที่น่าเคลือบแคลง รัฐบาลคงต้องเร่งออกมาชี้แจงจุดที่น่าสงสัยโดยเร็ว ก่อนที่ประชาชนจะเริ่มสับสน ส่งผลให้เกิดความไม่มั่น ใจต่อคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลเคยประกาศเป็นนโยบายสาธารณะเอาไว้



Source: Thannews (http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=R4720401&issue=2040), Sept 1-3, 05

pon
September 2nd, 2005, 02:59 PM
รื้อใหญ่แผนสร้างรถไฟฟ้า โมเดล'สุริยะ'
โดยโครงการบีอาร์ทีที่จะมาทดแทนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะประกอบด้วย 3 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางแรก เริ่มจาก บางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางเขน
เส้นทางที่ 2 เริ่มจาก สะพานพระราม 7 –ถนนสามเสน-สนามหลวง
และเส้นทางที่ 3 คือ ช่วงจากวงเวียนใหญ่-ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน-ถนนสุขสวัสดิ์-ราษฎร์บูรณะ




The second BRT line is very idiot idea of Mr.Peng!!
From rama7 to Sanaam Luang, the BRT will pass Samsen Rd. which is very narrow road of just 4 traffic lanes in total. The BRT will share this???? :bash:

Or, his plan is to build an elevated way for BRT over Samsen road???
This road is exaxtly in the area of 45 sq.km. where the mass transit systems "must" be underground.
Or.... he is thinking of underground BRT???? :?

kuanteen
September 2nd, 2005, 04:04 PM
Through Rattanakosin, why not build a proper metro?? Develop it its full historical and tourist potential...not waste time and money with stupid buses that will eventually make way for trains anyways...

Yappofloyd
September 2nd, 2005, 04:12 PM
Khun kuanteen, totally agree with you as the part of the purple line from Bang Sue to Wong Wian Yai will be a very important N-S link, especially through the congested Chinatown area, so this at the very least should be built. No BRT can work through this area....

TONG
September 2nd, 2005, 06:08 PM
Maybe AI Peng gonna build the Tunnel for the Fcuking Bus !

Isan
September 2nd, 2005, 09:29 PM
MOMEY, national budget seems inadequated for distribution in average, is the main reason for halt to shift BRT ;)

ONLY be half of fund to be built done rapidly than subway

kuanteen
September 3rd, 2005, 10:57 AM
Fucking idiots, them government ministers, especially the biggest of the lot, Thaksin. The Purple and Orange were most vital in my opinion, especially the one through Rattanakosin.

Wisarut
September 4th, 2005, 02:51 PM
Yep .... Very IDIOT indeed ... Now, TRT HQhas sent the SMS to theri MPs in BKK and Nonthaburi NOT to discusswith theri own people abotu the cancelled mass transit system .... This kind of callous action would NOT just alientate the peopel who vote for TRT, it wouldface thsoe MPs to resign en mass as the protest against such a callous act ...

Wisarut
September 4th, 2005, 08:11 PM
Now, Ai Pheng has come up with Monorail - LRT after gettign very strong DISAPPROVAL from the local people ...

Monorail ... Cast that Gxxxxed Toy away ...
LRT .... Hmmmm Sound better ... but much of the component have to be
interchangable with MRT ...

BTW, BTS Skytrain is NOT LRT ... it is just elevated MRT ....


สั่งถอยBRTแทนสายสีม่วง-ส้ม
Manager Daily - September 5, 2005
โดย ผู้จัดการรายวัน 5 กันยายน 2548 00:00 น.


คมนาคมแย้ม 90% ไม่เอาบีอาร์ทีแทนรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีส้ม หลังกระแสความไม่พอใจของมวลชนที่ไม่ต้องการเมล์ด่วนพิเศษแทนรถไฟฟ้าแรงกว่าที่คิด "เฮียเพ้ง" แก้เกี้ยวสั่งสนข. ศึกษารูปแบบใหม่เทียบโนโนเรล-ไลท์เรล อย่างไหนคุ้มค่ากว่า ด้าน "คำรบลักขิ์" ยันเดินหน้า สายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ก่อนสายแรก พร้อมเปิดประมูลได้ทันปีนี้ ตามด้วยสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ

แหล่งข่าวจากการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลการศึกษารูปแบบการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนทดแทนรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ มีความเป็นไปได้ 90%ที่จะไม่ใช่รถเมล์ด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) แต่อาจจะมีระบบรางประเภทอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า โดยจะเพิ่มงบประมาณไม่มาก แต่ใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าเฮฟวี่ เรล ซึ่งเป็นรูปแบบการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงเดิม

ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงทุนรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีล้ม โดยจะลดขนาดลงเหลือเพียงเป็นรถบีอาร์ทีได้ก่อให้เกิดกระแสไม่พอใจของประชาชนและเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อิงอยู่กับเมกะโปรเจกต์ ขณะเดียวกันในซีกฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลอย่างหนักหน่วงว่าหลอกลวงประชาชน

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษารูปแบบการก่อสร้างใหม่ ว่าจะมีแนวทางใดอีกบ้าง เพื่อให้มีความคุ้มค่ากับการลงทุน โดยให้เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย งบประมาณในการก่อสร้าง งบประมาณในการบริหารจัดการในการเดินรถ โดยให้สนข.ส่งผลการศึกษากลับมาภายใน 3 สัปดาห์นี้

สำหรับรูปแบบการก่อสร้างอื่นที่ สนข. จะต้องไปศึกษาเพื่อมาเปรียบเทียบกับระบบบีอาร์ที คือ รถไฟฟ้าขนาดเบา(โมโนเรล) และรถไฟฟ้าไลท์เรล

ข้อดีของรถโมโนเรลนั้น คือ การก่อสร้างรวดเร็ว เพราะโครงสร้างพื้นฐานไม่ซับซ้อน ขนาดตอม่อไม่ใหญ่นัก ซึ่งทำให้ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วย แต่มีข้อด้อยคือ ต้นทุนตัวรถไฟฟ้าค่อนข้างสูง ใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าที่วิ่งในรางเฮฟวี่ เรล อย่างไรก็ตามหากกระทรวงคมนาคมเลือกแผนการก่อสร้างแบบโมโนเรล คาดว่างบประมาณซึ่งเดิมปรับลดเหลือ 3.43 แสนล้านบาท จะเพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขงบประมาณที่ปรับเพิ่มขึ้นไม่สูงนัก

ขณะที่รถไลท์เรลนั้น มีข้อดี คือ การลงทุนไม่สูงมาก เพราะโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็ก แต่มีข้อด้อย คือการเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าแบบที่ให้บริการในปัจจุบันทำได้ยาก เพราะตัวโครงสร้างพื้นฐานและระบบรางแตกต่างกัน

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว่า การที่รัฐบาลปรับลดขนาดโครงการระบบขนส่งมวลชนให้เล็กลงกว่าเดิม เพื่อใช้งบประมาณน้อยลงนั้น ไม่ใช่มาจากสาเหตุว่าประชาชนที่อาศัยย่านเตาปูน บางซื่อ และ ถ. กรุงเทพ-นนท์ ออกมาประท้วงรูปแบบการก่อสร้างจากรถไฟลอยฟ้า ให้เปลี่ยนเป็นรถใต้ดิน แต่เป็นเหตุผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเดิมรัฐบาลมีนโยบายเดิมจะใช้เงินภาษีน้ำมันเข้ามาอุดหนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่เมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น แผนการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าจึงเปลี่ยนไป

นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า หลังจากการปรับแผนโครงการขนส่งมวลชนใหม่ ทำให้ สนข. ต้องมาพิจารณาด้วยว่ารถไฟฟ้าสายใดจะเริ่มก่อสร้างได้เป็นสายแรก โดยขณะนี้เห็นว่ารถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายเหนือ จะเริ่มก่อสร้างได้เป็นลำดับแรก เนื่องจากรถไฟฟ้าสายดังกล่าวจะออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. นี้ และประมูลได้ภายในปีนี้

"รมว. คมนาคม สั่งให้เร่งเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้แต่ละหน่วยงานเร่งประมูลเมกะโปรเจ็กต์ภายในสิ้นปี ส่วนรถไฟฟ้าสายอื่นๆ หากออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ จะทยอยก่อสร้างตามมาเป็นลำดับ ขณะที่บีอาร์ทีนั้น หากรัฐเลือกที่จะก่อสร้างรูปแบบนี้ จะต้องใช้เวลาศึกษาและออกแบบรายละเอียดประมาณ 4-5 เดือน คงเริ่มก่อสร้างไม่ทันปีนี้ แต่จะดำเนินการควบคู่ไปกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ" นายคำรบลักขิ์ กล่าว

สำหรับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่จะทยอยก่อสร้างตามมา คือ สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หลังจากนั้นจึงเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม และสีเขียวอ่อน ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้รับผิดชอบ มีส่วนที่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้คือ ส่วนต่อขยายบีทีเอส อ่อนนุช-สำโรง และสถานีตากสิน-ถนนตากสิน แต่ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างยื่นเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทย ให้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลงทุน จากเดิมเอกชนลงทุน 100% เป็นขอให้รัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเอกชนลงทุนระบบเดินรถ โดยจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

pon
September 5th, 2005, 09:25 AM
Monorail and LRT is not the answer for Purple and Orange line!!!
I am just wonder what the brain of MR.Peng is made of????

How come the monorail will work well with commuter rail from suburb Bangkok to CBD?
It's run very slow and can carry few number of passengers.
I guess it will take nearly 40min from Bangyai to Bangkaen(or Bangsue) compared to about 20 min. in case of elevated train. And Bangyai people will take more 30 min to Silom again?

LRT sounds better. But it definitely can not cope with the increasing number of passengers in the future.

Wisarut
September 5th, 2005, 09:42 AM
Well, thsoe vested interest aroudn Thaksin want to sell MORE cars and Fuel ... so they have come up with Monorail and they have the vestd interst at Taoppion are as the following mesasage from ThaiRat hasimplied:

"เจ้าของร้านประดับยนต์ ย่านถนนกรุงเทพฯ-นนท์ ชื่อ ไพโรจน์ เถาศิลา อายุ 42 ปี กลับมีความเห็นตรงกันข้าม เขากล่าวประโยคแรก

“ยกมือท่วมหัวเลย เลิกไปเลยดีที่สุด”

ไพโรจน์ไม่เชื่อว่าโครงการรถไฟฟ้าจะแก้ปัญหาจราจรได้ เขาอ้างตัวอย่างจากย่านสะพานควาย ถนนแคบมาก ดูอึดอัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก แดดแทบไม่เจอ อีกหน่อยคนทั้งย่านจะล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ

ที่ตั้งเป้าว่า คนที่ขับรถยนต์ จะจอดรถยนต์ขึ้นรถไฟฟ้า ไพโรจน์ไม่เชื่อ เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบเอารถที่ผ่อนส่ง หรือเพิ่งซื้อมาไปจอด

ถ้าจะแก้ปัญหารถติด ไพโรจน์บอกว่า ควรหาทางแก้ทางอื่น เช่น อย่าเพิ่มจำนวนศูนย์การค้า โรงแรม เพราะคือตัวทำให้รถติด ส่วนโรงเรียนใหญ่ๆ ส่วนราชการ กรมทหารทั้งหลาย ควรย้ายออกไปชานเมือง หรือไปต่างจังหวัด

ไพโรจน์แนะให้ควบคุมจำนวนรถ รัฐบาลปล่อยให้บริษัทผลิตรถยนต์นำรถมาล่อขายมากเกินไป เห็นได้จากการโฆษณาขายรถทางจอทีวี"


Now, Thsoe who live in Bang kapi haswritten the letter lamenting the cancelled Orange Line ... Sening the Angry Messages toward thsoe VESTED interest as Ai Derachan phairote of Taoppon and Ai Phen asfollows:

An open letter from a broken-hearted Bang Kapi resident
Published on September 05, 2005

I am truly, deeply and madly distraught. Over the past few days, I’ve not been able to do anything but listen to that sad old song, “Moon River” while gazing at an old map of the mass-transit system, one that still includes the Orange line.

If you can’t picture this, think of the melancholy scene where Audrey Hepburn stares at the diamonds in the display window in the 1961 film “Breakfast at Tiffany’s”.

But whereas Hepburn realised she could not have the diamond ring, I really believed I would have a new subway line near my house.

As a Bang Kapi resident, I was overjoyed when Prime Minister Thaksin announced the mega-project linking my area to the government’s mass-transit system via the Orange line, which would turn the old neighbourhood into a cosmopolitan zone overnight.

For those unfamiliar with my neighbourhood, Bang Kapi is in northeastern Bangkok. It used to be famous for its shrimp paste, and its well-known Saen Saeb Canal inspired one of the most-read Thai novels, “Plae Kao”, about star-crossed lovers Kwan and Riam.

Today’s Bang Kapi, however, would not inspire anything even resembling romance. Listeners to Jor Sor 100 traffic radio have voted the Lam Salee intersection the most congested. The shophouses, factories and mosques that have sprouted up all along the canal would easily dampen Kwan and Riam’s desire to make love in its waters.

So nothing could have energised the local residents like the news that Thaksin was going to extend mass transit to them. My mother dreamed of the day when she would no longer have to spend two hours on a bus to the Royal Plaza vicinity for her Sunday morning temple visit.

And my sister was glad that she would be able to visit our mother more often by taking the Purple and Orange lines all the way from Nonthaburi. Right now she spends roughly two hours on a total of three buses trying to do so. On one occasion our lunchtime get-together had to be postponed till dinner because she was struck in heavy traffic.

But I must say that I am the most broken-hearted by the sudden change, after I realised I had sacrificed my political ideology for nothing.

Flash back to February, when the election turned into a dead heat between the Democrat Party and Thai Rak Thai, whose populist policies enchanted my mother like Love Potion Number 9.

I had never faced such a crucial dilemma in my whole life. The Democrats were campaigning for checks and balances in the political system, which I admired. On the other hand, who wouldn’t look twice at Skytrain pictures on Thai Rak Thai billboards?

And for your information, I consider myself an upholder of social rights. I’m often telling my friends that I disdain any politician who pushes populism merely for short-term political gain.

I told my friends that going to vote that time was like deciding to get married: would you marry for love or for money? Of course, my friends would answer they would marry for love, causing my eyes to brim full of tears while telling them: “You guys make me so proud.”

But then, who wouldn’t want rapid transit near their home, considering there’s no other efficient means of public transport around? Taxis are too expensive, and many Thai cab-drivers take you on a rather circuitous route, to say the least. And buses are not a smart option, because some of those drivers race with a vengeance in apparent imitation of the movie “Speed”.

No need to tell you which number I ended up crossing off in that election booth. All I can say is that I returned home with dreams of Orange and Purple stripes against a starry backdrop dancing in my head.

I must confess that even though I am not a big Thaksin fan, I loved listening to him rebuke those critics who were against the expensive transit lines. He accused Ammar Siamwalla of being a “pseudo-intellectual”. He dismissed Chalongbhop Sussangkarn by saying Chalongbhop didn’t have all of the facts.

I thought that maybe if I could just have my beloved transit line, a love for Thai Rak Thai might blossom on my part. Maybe Thaksin really was my man after all, following his convictions no matter what his critics said.

But then newly appointed Transport Minister Pongsak Ruktapongpisal dashed my hopes. I was shocked to hear his announcement last week that the Orange and Purple lines would be “suspended” and replaced by a bus route.

The government promised me a luxurious ride, and all I’ll end up getting is a dingy bus. And the melancholy refrain of “Moon River” is no consolation.

Jeerawat Na Thalang

The Nation

Wisarut
September 5th, 2005, 01:03 PM
Look at the Opinion from Ai Khamrublux .... abotu Ornage Line Monorail ...


คลังยืนยันสร้างรถไฟฟ้า 7 สายทางเหมือนเดิม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กันยายน 2548 17:20 น.


กระทรวงการคลังยืนยันมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า 7 สายเหมือนเดิม ตามกรอบเงินลงทุนก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลวงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ที่หารือทบทวนกันอยู่ อาจปรับลดขนาดลงเพื่อให้คุ้มกับการลงทุน

นายสมชัย สัจจพงษ์ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการหารือกับนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า การลงทุนในเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลยังคงวงเงินงบประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท โดยยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายเหมือนเดิม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นว่าการก่อสร้างให้เป็นระบบเดียวกันจะสะดวกต่อการเชื่อมต่อทั้งระบบให้เป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะจะทำให้การขยายเส้นทางในอนาคตสะดวกขึ้น และเป็นรูปแบบเดียวกัน โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ซึ่งทำการทบทวนอยู่นั้น จะต้องลงทุนต่อไป แต่อาจจะลดลงขนาดลง ซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ดูแล

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ชัดเจนทั้งหมดน่าจะสรุปได้ก่อนการชี้แจงนักลงทุน โดยเฉพาะการออกไปโรดโชว์ในประเทศอาเซียน ช่วงปลายเดือนนี้ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนกับเศรษฐกิจไทยก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลก็พยายามเร่งรัดให้เมกะโปรเจกต์เป็นรูปธรรม เนื่องจากมีแหล่งเงินทุนที่ชัดเจนสนับสนุน สำหรับการที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการตั้งโครงการให้มีรูปธรรมมากขึ้น และต้องดำเนินการประมูลให้เสร็จภายในปีนี้นั้น ภายในเดือนตุลาคมนี้ น่าจะเห็นโครงการด้านที่อยู่อาศัย ด้านการศึกษา และสาธารณสุข น่าจะเริ่มตั้งโครงการได้

โดยการลงทุนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. ด้านการลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้าระบบราง ด้านคมนาคม โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 7.52 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนร้อยละ 44 ของวงเงินลงทุน 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 7 สาย ยังมีเหมือนเดิม และการลงทุนในสาขาดังกล่าว นักลงทุนต่างให้ความสนใจมากที่สุด

2. เมกะโปรเจกต์เพื่อสังคม ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ด้านการศึกษา สาธารณสุข มีวงเงินลงทุนประมาณ 4.6 แสนล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 24 ของเงินลงทุนทั้งหมด และ

ส่วนที่ 3 คือ การลงทุนกึ่งทางสังคม คือ การพัฒนาทรัพยากรทางน้ำ ด้านพลังงาน การสื่อสาร และอื่นๆ วงเงินลงทุนรวมกันประมาณ 5.43 แสนล้านบาท ส่วนสัดประมาณร้อยละ 32 ของวงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาเพื่อชี้แจงข้อมูลแก่นักลงทุนให้มีความชัดเจน โดยจัดขี้นที่ รร. อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลชี้แจงเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น

ขณะที่นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข. ) กล่าวภายหลังการประชุมพัฒนาระบบขนส่งมวลชนว่า ตามที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนระบบขนส่งมวลชนสายสีส้มและสีม่วง จากรถไฟฟ้ามาเป็นรถเมล์ด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) นั้น ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะทำข้อเสนอทั้งข้อดีและข้อเสียและรูปแบบที่เห็นควรดำเนินการให้นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายใน 2 สัปดาห์ เป็นผู้ตัดสินใจต่อไป

นายคำรบลักขิ์ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนจากรถไฟฟ้าเป็นรถบีอาร์ทีนั้น ช่วยลดต้นทุนก่อสร้างประมาณ 150,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนสายสีม่วงจากบางใหญ่ - บางเขน หรือบางซื่อ จะมีทางเลือกว่าอาจลดขนาดรถไฟฟ้า ที่เดิมกำหนดรองรับอนาคตไว้ 30 ปี มีความยาว 6 ตู้โดยสาร เหลือ 3 ตู้โดยสารก่อน เพื่อให้เหมาะกับความต้องการโดยสารและเส้นทางให้ไปสิ้นสุดที่บางใหญ่ หรือสะพานพระนั่งเกล้า จากนั้น ต่อเส้นทางด้วยบีอาร์ที ส่วนสายสีม่วง ช่วงล่าง ตั้งแต่วงเวียนใหญ่-ราษฎร์บูรณะ จากการตรวจสอบเห็นสมควรว่าระบบขนส่งมวลชนควรเป็นบีอาร์ที และมีงานส่วนหนึ่งของ กทม. ที่เส้นทางสายสีม่วงจะวิ่งผ่าน ซึ่งในส่วนนี้สามารถใช้ตอม่อร่วมกันได้ โดย กทม. จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งให้พิจารณาด้วย

ส่วนสายสีแดง มี 2 ส่วน คือ ส่วนปรับปรุงต่อจากยมราช-บางบำหรุ มูลค่า 30,000 ล้านบาท จะเสนอรัฐบาลอนุมัติให้มีการออกแบบก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดประมูลได้แน่นอนประมาณเดือนธันวาคมนี้ โดยส่วนแรกที่จะประมูลได้คือ สถานีบางซื่อ รวมทั้งเส้นทางบางซื่อ-รังสิต ซึ่งภายในสัปดาห์หน้า จะประชุมกันเพื่อสรุปตารางงานที่ชัดเจนออกมา สำหรับเส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะเปิดประมูลตามมา ส่วนสายแม่กลอง มีทางเลือกในการก่อสร้างรวม 8 รูปแบบ ที่จะพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะสถานีตากสิน ว่าจะใช้ทางเลือกอะไร และในส่วนของเส้นทางจากสถานีวงเวียนใหญ่-หัวลำโพง ที่ส่งผลกระทบกับประชาชน ก็จะเปลี่ยนเป็นสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินแทน ซึ่งจะใช้งบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท

ส่วนสายสีส้ม ซึ่งมีเส้นทางอยู่ 3 ส่วน คือ บางกะปิ-ห้วยขวาง-อนุสาวรีย์ชัยฯ-บางบำหรุ ซึ่งก่อนจะเข้าวงแหวนสุทธิสาร ไปเชื่อมกับสายสีแดง จะมีการลดขนาด โดยในส่วนของถนนรามคำแหง มีถนนลอยฟ้าทำให้แคบ จึงได้ใช้โมโนเรียล หรือรถไฟรางเดี่ยวมาใช้วิ่งในระยะทางสั้นๆ สามารถขนส่งได้ 1,000 คนต่อทิศทาง

// -----------------------------------------------------

Publ;ic Opinion is here:
ความคิดเห็นที่ 5

ทำเต๊อะ จะทำยังไง จะไปทางไหน ก็ขอเป็นรถไฟฟ้านะ ไม่เอา BRT
: )




ความคิดเห็นที่ 4

อย่าลืม ยิ่งช้ายิ่งแพง
คนมีหลักการ




ความคิดเห็นที่ 3

"โดยในส่วนของถนนรามคำแหง มีถนนลอยฟ้าทำให้แคบ จึงได้ใช้โมโนเรียล หรือรถไฟรางเดี่ยวมาใช้วิ่งในระยะทางสั้นๆ สามารถขนส่งได้ 1,000 คนต่อทิศทาง"

ลงดินไปเลยสิครับ
ขนส่งได้ 1,000 คนต่อทิศทางคืออะไร?
ถ้าใช้ไลท์เรล หรือ โมโนเรล ก็จะไปคอขวดกันตอนเข้าเมืองนะครับ





ความคิดเห็นที่ 2

ถ.กท-นนท์ คนแถวนี้ยังต้องการรถไฟฟ้านะครับ
คน กท-นนท์




ความคิดเห็นที่ 1

สายสีม่วงก็สร้างให้ไปถึงบางใหญ่เหอะครับ ถ้าสร้างแค่นั่งเกล้าอย่าสร้างดีกว่าไม่รู้จะสร้างทำไม แล้วรถไฟก็เอาแบบเฮฟวี่เรลนะครับ อย่าแสดงความโง่เอาโมโนเรลหรือไลท์เรลมาสร้างเพราะมันรองรับคนไม่พอหรอกครับ คิดถึงอนาคตบ้างไม่ใช่คิดแค่4-5ปี

จะทำทั้งทีก็ทำดีๆไปเลย ไม่ใช่มาทำทีหลังตอนคนเยอะๆ
Sebastian

kuanteen
September 5th, 2005, 03:35 PM
็ำั็ำั็ำHey Khun Wisarut, I saw your comment printed on the Nation a few days ago. :-)

archstudent
September 5th, 2005, 05:55 PM
คลังยันสร้างรถไฟฟ้า7 สายทางเหมือนเดิม แต่2สายหลักอาจลดขนาดลง

5 กันยายน 2548 17:23 น.
โฆษกคลัง ยืนยันสร้างรถไฟฟ้า 7 สายเหมือนเดิม เพียงแต่รถไฟฟ้า ทั้ง 2 สาย ที่หารือทบทวนกันอยู่ อาจปรับลดขนาดลงเพื่อให้คุ้มกับการลงทุน เสนอ"พงษ์ศักดิ์"ตัดสิน อีก 2 สัปดาห์รู้ผล

ดร.สมชัย สัจจพงษ์ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการหารือกับนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า การลงทุนในเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลยังคงวงเงินงบประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท โดยยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายเหมือนเดิม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นว่าการก่อสร้างให้เป็นระบบเดียวกันจะสะดวกต่อการเชื่อมต่อทั้งระบบให้เป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะจะทำให้การขยายเส้นทางในอนาคตสะดวกขึ้น และเป็นรูปแบบเดียวกัน โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ซึ่งทำการทบทวนอยู่นั้น จะต้องลงทุนต่อไป แต่อาจจะลดลงขนาดลง ซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ดูแล

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ชัดเจนทั้งหมดน่าจะสรุปได้ก่อนการชี้แจงนักลงทุน โดยเฉพาะการออกไปโรดโชว์ในประเทศอาเซียน ช่วงปลายเดือนนี้ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนกับเศรษฐกิจไทยก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลก็พยายามเร่งรัดให้เมกะโปรเจกต์เป็นรูปธรรม เนื่องจากมีแหล่งเงินทุนที่ชัดเจนสนับสนุน สำหรับการที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการตั้งโครงการให้มีรูปธรรมมากขึ้น และต้องดำเนินการประมูลให้เสร็จภายในปีนี้นั้น ภายในเดือนตุลาคมนี้ น่าจะเห็นโครงการด้านที่อยู่อาศัย ด้านการศึกษา และสาธารณสุข น่าจะเริ่มตั้งโครงการได้

โดยการลงทุนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ด้านการลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้าระบบราง ด้านคมนาคม โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 7.52 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนร้อยละ 44 ของวงเงินลงทุน 1.7 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 7 สาย ยังมีเหมือนเดิม และการลงทุนในสาขาดังกล่าว นักลงทุนต่างให้ความสนใจมากที่สุด 2. เมกะโปรเจกต์เพื่อสังคม ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ด้านการศึกษา สาธารณสุข มีวงเงินลงทุนประมาณ 4.6 แสนล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 24 ของเงินลงทุนทั้งหมด และส่วนที่ 3 คือ การลงทุนกึ่งทางสังคม คือ การพัฒนาทรัพยากรทางน้ำ ด้านพลังงาน การสื่อสาร และอื่น ๆ วงเงินลงทุนรวมกันประมาณ 543,000 ล้านบาท ส่วนสัดประมาณร้อยละ 32 ของวงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาเพื่อชี้แจงข้อมูลแก่นักลงทุนให้มีความชัดเจน โดยจัดขี้นที่ รร. อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลชี้แจงเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น

ขณะที่นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข. ) กล่าวภายหลังการประชุมพัฒนาระบบขนส่งมวลชนว่า ตามที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนระบบขนส่งมวลชนสายสีส้มและสีม่วง จากรถไฟฟ้ามาเป็นรถเมล์ด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) นั้น ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะทำข้อเสนอทั้งข้อดีและข้อเสียและรูปแบบที่เห็นควรดำเนินการให้นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายใน 2 สัปดาห์ เป็นผู้ตัดสินใจต่อไป

นายคำรบลักขิ์ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนจากรถไฟฟ้าเป็นรถบีอาร์ทีนั้น ช่วยลดต้นทุนก่อสร้างประมาณ 150,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนสายสีม่วงจากบางใหญ่ - บางเขน หรือบางซื่อ จะมีทางเลือกว่าอาจลดขนาดรถไฟฟ้า ที่เดิมกำหนดรองรับอนาคตไว้ 30 ปี มีความยาว 6 ตู้โดยสาร เหลือ 3 ตู้โดยสารก่อน เพื่อให้เหมาะกับความต้องการโดยสารและเส้นทางให้ไปสิ้นสุดที่บางใหญ่ หรือสะพานพระนั่งเกล้า จากนั้น ต่อเส้นทางด้วยบีอาร์ที

ส่วนสายสีม่วง ช่วงล่าง ตั้งแต่วงเวียนใหญ่-ราษฎร์บูรณะ จากการตรวจสอบเห็นสมควรว่าระบบขนส่งมวลชนควรเป็นบีอาร์ที และมีงานส่วนหนึ่งของ กทม. ที่เส้นทางสายสีม่วงจะวิ่งผ่าน ซึ่งในส่วนนี้สามารถใช้ตอม่อร่วมกันได้ โดย กทม. จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งให้พิจารณาด้วย

ส่วนสายสีแดง มี 2 ส่วน คือ ส่วนปรับปรุงต่อจากยมราช-บางบำหรุ มูลค่า 30,000 ล้านบาท จะเสนอรัฐบาลอนุมัติให้มีการออกแบบก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดประมูลได้แน่นอนประมาณเดือนธันวาคมนี้ โดยส่วนแรกที่จะประมูลได้คือ สถานีบางซื่อ รวมทั้งเส้นทางบางซื่อ-รังสิต ซึ่งภายในสัปดาห์หน้า จะประชุมกันเพื่อสรุปตารางงานที่ชัดเจนออกมา สำหรับเส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะเปิดประมูลตามมา ส่วนสายแม่กลอง มีทางเลือกในการก่อสร้างรวม 8 รูปแบบ ที่จะพิจารณาร่วมกัน

โดยเฉพาะสถานีตากสิน ว่าจะใช้ทางเลือกอะไร และในส่วนของเส้นทางจากสถานีวงเวียนใหญ่-หัวลำโพง ที่ส่งผลกระทบกับประชาชน ก็จะเปลี่ยนเป็นสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินแทน ซึ่งจะใช้งบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท

ส่วนสายสีส้ม ซึ่งมีเส้นทางอยู่ 3 ส่วน คือ บางกะปิ-ห้วยขวาง-อนุสาวรีย์ชัยฯ-บางบำหรุ ซึ่งก่อนจะเข้าวงแหวนสุทธิสาร ไปเชื่อมกับสายสีแดง จะมีการลดขนาด โดยในส่วนของถนนรามคำแหง มีถนนลอยฟ้าทำให้แคบ จึงได้ใช้โมโนเรียล หรือรถไฟรางเดี่ยวมาใช้วิ่งในระยะทางสั้น ๆ สามารถขนส่งได้ 1,000 คนต่อทิศทาง

www.bangkokbiznews.com

pon
September 5th, 2005, 06:58 PM
Now, I just hope that the purple line will pass Krungthep-nont rd. to Bangsue as the original plan. I believe the original plan had been well studied and the most optimised.
New route idea that Mr.Pheng want the purple line to connect with red line will not the good solution in long term because the route run from suburb to suburb, but I think the good line direction should be the direction that go straight to the city center and cross over each other in the city, not in the suburb like Bang kaen. People will sure feel inconvenient if they have to go to Bang Kaen and change the train to go to Siam.

Hitesh
September 5th, 2005, 07:48 PM
..

PADTHAI
September 6th, 2005, 02:58 AM
Maybe this will prompt more people to realise that this govt makes it all up as it goes along. They have a road-show for foreign investors in just 10 days time and yet have no clear plan on what they will build yet. And this is after 5 years in power. "Impressive".

Wisarut
September 6th, 2005, 05:55 AM
Because TRT BADLY wants to Please the Automobile vested interests who are
thsoe within the inner circles of the Leader ... at the expense of public well being
...

Now, the Satirical cartoon in manager Daily has shown that Bangkokians want to go across Thai-malay Border to KL for Mass Transit System, a sure protesting sign toward the meddlesome vested interests ...

archstudent
September 6th, 2005, 08:38 AM
บีอาร์ทีสายม่วงไปบางเขนอันตราย สนข.ชี้รภไฟฟ้าดีกว่ารอ’เพ้ง’ตัดสิน

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผอ.สนข. ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมแผนระบบขนส่งมวลชน หลังนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม ได้ให้นโยบายปรับเปลี่ยนรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีส้มเป็นรถเมล์ด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) นายคำรบลักขิ์ กล่าวว่า สายสีม่วง จากบางใหญ่-พระนั่งเกล้า-รัตนาธิเบศร์ ตรงไปต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดงที่บางเขน ต้องยกข้ามทางด่วนคลองประปา ข้ามสะพานแยกพงษ์เพชร และแยกแครายขึ้นไปประมาณ 40 เมตรจากพื้นดิน จึง มี 3 แนวทาง คือ

1. ใช้บีอาร์ที เงินลงทุน 400 ล้าน บาทต่อ กม. ขนคนได้ 10,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง แต่มีปัญหาอยู่ในระดับสูงมากอาจเกิดอันตรายได้ เพราะต้องใช้คนขับ จึงไม่เหมาะสม 2. ใช้ระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา ลงทุน 800 ล้านบาทต่อ กม. ขนคนได้สูงสุด 20,000 คนต่อชั่วโมง จะทำเป็น 3 ตู้ก่อนในช่วงแรก เพิ่มได้ในอนาคต และ 3. ระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก ลงทุน 1,000 ล้านบาทต่อ กม. เป็นรถไฟฟ้าขนาด 6 ตู้ ขนผู้โดยสารได้ 30,000 คนต่อชั่วโมง ส่วนเส้นทางเดิมไปเชื่อมกับสายสีน้ำเงิน ที่บางซื่อ มีทางเลือกโดยใช้รถไฟฟ้าขนาดเบาแทน จะประหยัดงบซึ่งลดขนาดสถานีลงจาก 200 เมตรเหลือ 100 เมตร ได้ 25% เป็นเงิน 150,000 ล้านบาท

นายคำรบลักขิ์ กล่าวต่อว่า สายสีม่วงช่วงล่างจากวงเวียนใหญ่-ราษฎร์บูรณะ เสนอเป็นบีอาร์ที ส่วนสายสีส้ม (บางกะปิ-บางบำหรุ) เดิมเป็นใต้ดิน จากบางกะปิผ่านลำสาลี-ถนนรามคำแหง-ห้วยขวาง- ดินแดง-อนุสาวรีย์ชัยฯ-สวนสัตว์ดุสิต-สามเสน ลอดใต้เจ้าพระยา ไปสิ้นสุดที่บางบำหรุ เปลี่ยนเป็นจากแยกลำสาลี บนถนนรามคำแหง ผ่านถนนพระราม 9 ไปเชื่อมสายสีแดงที่สถานีหัวหมาก เสนอ 2 รูปแบบเป็นบีอาร์ที และรถไฟฟ้าขนาดเบา ทั้งนี้ได้ให้ รฟม. ไปทำรายละเอียดเสนออีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์นี้ เพื่อหาข้อสรุปแต่ละทางเลือกให้รัฐมนตรีตัดสินใจ.

www.dailynews.co.th

Hitesh
September 6th, 2005, 10:31 AM
..

Wisarut
September 6th, 2005, 10:45 AM
Yep, Totally IDIOT because the Leader and the vested interest aroudn the Leader want to copy American Style Transportation system ... esp the LA Example....

This make Bangkokians want to Migrate to KL .... or Singapore

kuanteen
September 6th, 2005, 12:29 PM
Praise the Lord they're so afraid of losing votes that they're now saying its "only downsized".....at least its a notch better of BRT. But I'm still fucking pissed off......urgghh

Wisarut
September 6th, 2005, 02:24 PM
I think the leader and the vested interst is going to activate the Perfect Storm from Hua Hin .... with Thunderbolt from heaven

Hitesh
September 6th, 2005, 07:43 PM
..

archstudent
September 8th, 2005, 07:41 AM
ทักษิณยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเต็มที่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2548 11:03 น.


“ทักษิณ” ยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อใจกลาง กทม.-ปริมณฑล เต็มที่ ยืนยันทั้งหมดเป็น Heavy Rails เชื่อมต่อทั้งระบบ แม้อาจเบี่ยงเส้นทางบ้าง ย้ำไร้ปัญหางบประมาณแน่นอน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเช้าวันนี้ ว่ารัฐบาลยังคงยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเต็มที่ โดยจะเน้นสร้างเป็นรถไฟฟ้ามาตรฐาน (Heavy Rails) ในเมืองจะเป็นระบบรถใต้ดิน ขณะที่นอกเมืองจะเป็นรถบนดิน บางช่วงเป็น loop โดยกำลังพิจารณาระบบ mono-rail, eleveated, หรือ segegrated rails

เขายืนยันว่า เส้นทางสร้างรถไฟฟ้า จะไม่เปลี่ยนจากแผนมาก จะมีป้ายจอดประมาณทุก 2 ตร.กม. เริ่มได้ปีนี้แน่นอน

www.manager.co.th

pon
September 8th, 2005, 06:02 PM
ทักษิณยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเต็มที่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2548 11:03 น.


“ทักษิณ” ยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อใจกลาง กทม.-ปริมณฑล เต็มที่ ยืนยันทั้งหมดเป็น Heavy Rails เชื่อมต่อทั้งระบบ แม้อาจเบี่ยงเส้นทางบ้าง ย้ำไร้ปัญหางบประมาณแน่นอน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเช้าวันนี้ ว่ารัฐบาลยังคงยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเต็มที่ โดยจะเน้นสร้างเป็นรถไฟฟ้ามาตรฐาน (Heavy Rails) ในเมืองจะเป็นระบบรถใต้ดิน ขณะที่นอกเมืองจะเป็นรถบนดิน บางช่วงเป็น loop โดยกำลังพิจารณาระบบ mono-rail, eleveated, หรือ segegrated rails

เขายืนยันว่า เส้นทางสร้างรถไฟฟ้า จะไม่เปลี่ยนจากแผนมาก จะมีป้ายจอดประมาณทุก 2 ตร.กม. เริ่มได้ปีนี้แน่นอน

www.manager.co.th

Thank you.
I fell released when hearing this news. :)

Wisarut
September 9th, 2005, 05:08 AM
Even thouhg Premier Thaksinsaid he would keeps the promiseswith People, Premier Thaksin may have to PUNISH Ai Pheng Derachan who has wrecked HAVOC on the mass transit system ....

Kalix
September 9th, 2005, 05:16 AM
so commuters could have to travel to work in all kinds of transit from bus to monorail to skytrain to subway everyday what an interesting way to travel......welcome to Bangkok Disneyland!


anyway, better than get stuck in the traffic..

Pas
September 9th, 2005, 05:38 AM
ทักษิณยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเต็มที่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2548 11:03 น.


“ทักษิณ” ยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อใจกลาง กทม.-ปริมณฑล เต็มที่ ยืนยันทั้งหมดเป็น Heavy Rails เชื่อมต่อทั้งระบบ แม้อาจเบี่ยงเส้นทางบ้าง ย้ำไร้ปัญหางบประมาณแน่นอน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเช้าวันนี้ ว่ารัฐบาลยังคงยืนยันเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเต็มที่ โดยจะเน้นสร้างเป็นรถไฟฟ้ามาตรฐาน (Heavy Rails) ในเมืองจะเป็นระบบรถใต้ดิน ขณะที่นอกเมืองจะเป็นรถบนดิน บางช่วงเป็น loop โดยกำลังพิจารณาระบบ mono-rail, eleveated, หรือ segegrated rails

เขายืนยันว่า เส้นทางสร้างรถไฟฟ้า จะไม่เปลี่ยนจากแผนมาก จะมีป้ายจอดประมาณทุก 2 ตร.กม. เริ่มได้ปีนี้แน่นอน

www.manager.co.th

Is the PM talking about the red line? or the blue line loop?
There must be a real lack of communication within the party! one person in the party say one thing the other person say another, and it's not the first time this happen. I remember last year min Suriya told everyone that all mass transit system will be nationalised. Then the PM says no.
Similar saga here. Last month they announced the money for orange and purple lines are going to be used to improve water supply. Then someone else say let's build a BRT, then this Pheng guy say lets build a monorail. Are they trying to save face or making policy on the run??

PADTHAI
September 9th, 2005, 07:28 AM
Both. They clearly have no idea what they are doing! And this from the "CEO" prime minister. Lucky for him his businesses are all virtual monpolies or he'd be selling sandwiches fairly soon ;->!!!

Wisarut
September 9th, 2005, 07:48 AM
Well, Those Ministers are actimnkg liek a beating drum without getting beaten by the drummer [a ghost drum] -> กลองดังเอง -> กลองจัญไร .... a word for those who want to get a limelight on theri own without suipprot s from otehr people ...

Even worse, OTP is acting like a lackey for MOTC ... changing the planaccordign to the whim of Ministers.

archstudent
September 9th, 2005, 07:56 AM
สนข.รื้อใหม่โครงการรถไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และกทม. เพื่อหารือเรื่องแผนปรับระบบขนส่งมวลชนในกทม.ว่า การประชุมวันนี้มีสาระสำคัญ 2 เรื่องคือ 1.จัดกรอบวางระบบขนส่งมวลชนที่นำเสนอกับนายกฯ คือปรับระบบจากรถไฟฟ้าไปใช้ระบบรถเมล์ด่วนพิเศษ(บีอาร์ที) การใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็ก แล้วปรับลดขนาดของสถานีลง รวมถึงทำจุดเชื่อมต่อโดยลดเส้นทางที่เป็นรถไฟฟ้าให้สั้นลงแล้วนำรถเมล์บีอาร์ทีมาวิ่งในส่วนที่มีปริมาณผู้โดยสารน้อย แนวทางทั้งหมดจะลดต้นทุนก่อสร้างลงจากเดิม

นายคำรบลักขิ์กล่าวต่อว่า 2.โครงการสายสีแดงเข้ม(รังสิต-มหาชัย) ระยะทาง 65 ก.ม. วงเงิน 71,847 ล้านบาท สายสีแดงอ่อน(ตลิ่งชัน-สุวรรณภูมิ) โครงข่ายแอร์พอร์ต ลิ้งค์(มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) ระยะทางรวม 50 ก.ม. งบประมาณลงทุน 54,111 ล้านบาท ขณะนี้ดำเนินการหารือร่วมกับร.ฟ.ท. เรื่องสัญญาต่างๆ และแนวทางดำเนินงานก่อนนำเสนอกรรมการที่รัฐบาลจัดตั้งเพื่อพิจารณาก่อนนำเรียนนายกฯ ซึ่งวันที่ 9 ก.ย.นี้จะหารือร่วมกับร.ฟ.ท. ถึงโครงการสายสีแดงว่าแนวหลักจะดำเนินการรูปแบบใด

ผอ.สนข.กล่าวอีกว่า สำหรับการศึกษาโครงการสายสีน้ำเงิน(หัวลำโพง-ท่าพระ) ในรูปแบบของรถเมล์บีอาร์ทีพบว่า เมื่อตัดผ่านเส้นทางยกระดับต่างๆ มีปัญหา เพราะเป็นเส้นทางที่ต้องก่อสร้างยกพื้นที่ต่างระดับสูง ขณะเดียวกันได้ศึกษาว่าหากปรับเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดเล็ก แล้วปรับลดขนาดของสถานี ระยะห่างของสถานีจะทำให้สปีดลดลงในระยะทาง 20 ก.ม. ลดลงแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์หรือไม่ โดยทั้งหมดต้องผ่านความเห็นชอบกับทุกฝ่าย ก่อนนำเสนอต่อนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม โดยต้องสรุประบบต่างๆ ให้เสร็จแล้วภายในสัปดาห์หน้า

นายคำรบลักขิ์กล่าวด้วยว่า หากต้องเปลี่ยนแปลงระบบขนส่งมวลชนจากบีอาร์ทีเป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดเล็กแล้ว ต้องได้ข้อสรุปของงบประมาณลงทุนเป็นหลัก ว่าการก่อสร้างระบบใดแล้วให้ประโยชน์แก่ประชาชน และคุ้มต่อการลงทุนมากที่สุด โดยจะต้องสรุปเป็นตารางใช้จ่ายเกี่ยวกับงบที่ใช้ลงทุนด้วย

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

archstudent
September 9th, 2005, 07:59 AM
ขอคุยนายก อนุมัติขยายบีทีเอสฝั่งธนฯไม่รอ มท.




เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ก.ย. พลอากาศเอกคงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย พร้อมคณะเดินทางไปที่ศาลาว่าการ กทม. เพื่อตรวจเยี่ยมการทำงาน โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปการทำงาน พร้อมได้ขอให้ช่วยผลักดันและหาทางแก้ปัญหา 5 เรื่อง คือการจราจร น้ำท่วม หาบเร่แผงลอย การป้องกันปัญหาสาธารณภัย และเด็กเร่ร่อน ซึ่งนายอภิรักษ์ย้ำว่าปัญหาการจราจรเป็นปัญหาใหญ่ อยากให้ช่วยสนับสนุนนำเรื่องส่วนต่อขยายบีทีเอส 2 เส้นทางจากอ่อนนุช-สำโรง และสถานีตากสิน-เดอะมอลล์ ท่าพระ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลงทุนเป็น กทม. ลงทุนโยธาและเอกชนลงทุนการเดินรถ จำเป็นต้องใช้งบประมาณ 9,500 ล้านบาท และอยากขอการสนับสนุนจาก รัฐบาลในอัตรา 50 : 50 ส่วนเรื่องรถเมล์ด่วนพิเศษบีอาร์ทีอยากจะขอให้นำเรื่องเข้า ครม. เพื่อขอใบอนุญาตเส้นทางเดินรถ

รมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ยินดีสนับสนุนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเต็มที่ และรัฐบาลมีโครงการจะจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว และอยากให้ข้อสรุปเรื่องนี้ชัดเจนก่อน ผู้สื่อข่าวแย้งว่า ขณะนี้รัฐบาลเปลี่ยนไปตั้งคณะกรรมการดูแล พลอากาศเอกคงศักดิ์ตอบว่า ตนอยากให้ได้ข้อสรุปจากกระทรวงการคลังและคมนาคมก่อน แต่งบประมาณลงทุนสูงถึง 9,500 ล้านบาท รัฐบาลก็ไม่รู้จะนำเงินมาจากไหน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เป็นเพราะอยู่คนละพรรค ทำให้เรื่องนี้เดินหน้าช้ามาก รมว.มหาดไทยตอบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องทำงานร่วมกัน ตนเพิ่งมารับตำแหน่ง ขอให้ กทม. ทำรายละเอียดกลับมาใหม่

นายอภิรักษ์กล่าวว่า ตนเคยนำเรื่องส่วนต่อขยายบีทีเอสหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า อาจจะต้องเจอกันคุยกันโดยตรงน่าจะทำได้เร็วกว่า แต่ตนไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องของการถ่วงเวลา วันนี้เพิ่งคุยกับพลอากาศเอกคงศักดิ์เป็นวันแรก และยืนยันจะเดินหน้าแน่นอน อาจจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพราะเรื่องนี้สำคัญ โครงสร้างเส้นทางจากสถานีตากสิน-เดอะมอลล์ ท่าพระก็ทำเสร็จตั้งแต่ 2 ปีก่อน หากทำให้รถไฟฟ้าวิ่งได้ จะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนในภาวะน้ำมันแพง ถ้าก่อนหน้านี้ทำไปก็คงได้เปิดใช้แล้ว.

www.thairath.co.th

Wisarut
September 9th, 2005, 08:02 AM
OTP is a sychophant of MOTC after all, they keep meddlign around the plan to please the minister sicne they will received the share of spoils from stealing public money

Yappofloyd
September 11th, 2005, 07:45 PM
Perhaps some sense may prevail afetr all....

Purple and Orange lines not derailed But the projects may become smaller
By Amornrat Mahitthirook, BKK Post (11/09/05)

Transport planners are expected to make a decision next week on two new mass transit routes. The Purple Line between Bang Yai and Bang Sue and the Orange Line between Bang Kapi and Bang Bamru are likely to be maintained as electric trains, with some changes. The project will cost an estimated 370 billion baht.

Transport Minister Pongsak Raktapongpaisal had previously proposed a cheaper bus transport system _ a Bus Rapid Transit (BRT) scheme _ for the planned Purple Line and Orange Line in place of subway trains, to cut their investment costs.The Office of Transport and Traffic Policy and Planning (OTTPP) has put the investment cost for the Purple Line at 110.4 billion baht and the Orange Line at 81.3 billion baht.

The transport minister said the OTTPP will next week finalise its studies on suitable investment, types and routes of all mass transit projects. He will also meet electric train project consultants on Wednesday to draw up a conclusion for forwarding to the prime minister. The minister said major factors that would determine the type of the new mass transit routes would include their projected passenger volumes, their appropriate fares, investment and management methods. "The OTTPP will work out the details of all construction types, systems and the projected passenger volume for use in making the decision. The existing Blue Line now attracts less than 200,000 passengers against the projected 500,000 passengers. So we need to be more accurate in our calculations this time.

"It is clear at this stage that the Bang Kapi-Lat Phrao section of the Orange Line will be built as a monorail, which is most suitable," he added. A source at the OTTPP said the agency would propose a light rail system for the Purple Line and the monorail system for the Orange Line. The cost is expected to be 370 to 380 billion baht, compared to 343 billion baht for the proposed BRT project.

Studies found that the original Purple Line between Bang Yai and Bang Sue should be maintained to link suburban commuters with the main subway system. Without the Purple Line, the government may need to build an elevated train route from Bang Yai in Nonthaburi to Bang Khen in Bangkok to enable connections to the Red Line electric train route. Sections of this Bang Yai-Bang Khen train route will have to be raised 28m from the ground at four intersections and this would pose safety problems.

The Purple Line light rail would be more durable and capable of serving 10,000 to 20,000 passengers per hour per direction compared to the BRT system's capacity to serve 10,000 to 12,000 passengers per hour per direction. To cut investment costs, the government should use smaller trains and reduce the size and the number of stations, the studies found.

shrunkenhead
September 14th, 2005, 09:11 PM
From manager.co.th

พงษ์ศักดิ์"ประกาศปรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มบางกะปิ-บางบำหรุ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2548 19:03 น.


"พงษ์ศักดิ์" ประกาศปรับลดเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม บางกะปิ-บางบำหรุ นำไปรวมกับรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-สุวรรณภูมิ ) ก่อนมอบหมายให้ สนข. ไปศึกษาแผนลงทุนใหม่อีกรอบ ขณะที่มีรายงานข่าวระบุสายทางใหม่นี้ ลดระยะทางกว่าครึ่ง และสามารถลดวงเงินลงทุนจากเดิมกว่า 6 หมื่นล้านบาท

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังหารือร่วมกับหน่วยงานด้านการจัดระบบขนส่ง อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อสรุปรายละเอียดการกำหนดเส้นทางรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายทาง โดยได้ข้อสรุปสำคัญ สำหรับสายสีส้มจากเดิม บางกะปิ-สามเสน-บางบำหรุ มีการปรับเส้นทางให้สั้นลง โดยนำไปรวมกับสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน-สุวรรณภูมิ ทำให้สายสีส้มจะเหลือเพียงช่วงบางกะปิ-มักกะสัน และยมราช-บางบำหรุ เท่านั้น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน และยังสามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารให้สายสีแดงอ่อนได้อีกด้วย

ขณะที่ระบบเดินรถในสายทางดังกล่าวนั้น ระหว่างช่วงจากบางกะปิ- คลองตัน-มักกะะสัน และจากช่วงยมราชไปบางบำหรุนั้น ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะใช้ระบบรถไฟฟ้า หรือรถเมล์ด่วนพิเศษ (BRT`) แต่ในช่วงระยะระหว่างทางที่นำไปรวมกับสายสีแดงอ่อนนั้น ถือเป็นสายทางหลักที่เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างสถานีมักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเป็นระบบรถไฟฟ้าหนักที่ใช้โครงสร้างของเสาโฮปเวลล์ รวมกับระบบทางด่วนและรถไฟชานเมืองแน่นอน

สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางมาก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกสายทางใด ระว่างสายทางจากบางใหญ่ มาบรรจบรถไฟฟ้าสีแดงเข้ม ( รังสิต-มหาชัย ) ที่สถานีบางเขน หรือที่สถานีบางซื่อ และยังไม่ได้ข้อยุติว่า ในสายทางแต่ละจุดนั้นเส้นทางใดจะเป็นระบบรถไฟฟ้า หรือรถบีอาร์ที ในขณะที่ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ที่กระทรวงคมนาคม สั่งให้เดินหน้าออกแบบก่อสร้างทันที พร้อมกับสายสีแดงอ่อนในปลายปีนี้ ในช่วงที่ผ่านเกาะรัตนโกสินทร์ ที่จะปรับระบบรถไฟจากลอยฟ้าลงใต้ดิน เพื่อรักษาทัศนียภาพของเมืองนั้น เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีโบราณสถานสำคัญซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างอาคารเดิมที่ไม่มีฐานรากจำนวนมาก ขอให้ผู้ออกแบบใช้ความระมัดระวังในการขุดเจาะเพื่อไม่ให้เกิดการทรุดตัว

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า การปรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มดังกล่าว ซึ่งเดิมได้ศึกษาไว้ในเส้นทางบางกะปิ-สามเสน-บางบำหรุ ระยะทาง 24 กม. งบประมาณลงทุน 73,268 ล้านบาท ในขณะที่สายทางใหม่นี้ ในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถลดสายทางลงได้เหลือไม่ถึง 10 กม. ไม่นับรวมกับช่วงที่มาบรรจบกับสายสีแดงอ่อน โดยในส่วนของเส้นทางหัวท้าย หากก่อสร้างเป็นระบบรถไฟฟ้าจะสามารถลดวงเงินงบประมาณลงได้กว่าร้อยละ 50 แต่หากมีการก่อสร้างเป็นระบบรถบีอาร์ที ก็จะใช้งบประมาณไม่ถึง 10,000 ล้านบาทเท่านั้น

Yappofloyd
September 17th, 2005, 07:47 AM
Thank you to Khun Wisarut for his tireless translations (below from 2Bangkok.com website)

Finally it seems that sense is prevailing and now decision makers are looking at delaying some projects until later (if this 'inside' information is indeed accurate).

Having a Phase 1 and Phase 2 construction timetable means that no line needs to be shelved and that the core of the network can be built with the remainder of the lines constructed later. So the Purple Line can be built but with some changes but I notice still no info on the Orange line? BTS extensions will hopefully mostly still be built in Phase 1.

Insiders' info about modifications to the seven mass transit lines - translated and summarized by Wisarut Bholsithi from Prachachart Thurakij, September 14-17, 2005
The insiders told the correspondents from Prachachat Thurakij that the consultants has asked the government to keep all the heavy rail systems for economies of scale with a decision to cut down some routes and move those with a lower priority to Phase 2 [start in 2010].
This would cut the cost from 550 billion baht to 241 billion baht for Phase 1 while moving phase 2 to 2010-1017 with a price tag of 254 billion baht.
The first phase for mass transit line (2005-2009) is to function as feeder lines for Red line Commuter/Suvannabhum Airport Link along with the completion of the Blue Ring MRT.

1) Purple Line
Before: Bangsue - Bang Yai - (23 km, 16 stations, 50.709 billion baht - all elevated)
Now: Bangsue - Phra Nang Klao Bridge (12 km, 9 stations 25 billion baht- all elevated)

The list of nine stations along the Purple Line is
1) Taopoon
2) Bang Son [feeder for red line commuter]
3) Wong Sawang
4) Tiwanon
5) Ministry of Public Health [replacement of Rewadee Station]
6) Nonthaburi Center [replacement for Kae Rai Station]
7) Sri Porn Sawan (Central Rattnathibet)
8) Nonthaburi 1 (should be Sanambin Nam if closer to Sanambin Nam intersection)
9) Phra Nang Klao bridge (connecting with Chao Phraya Express boat pier to Ministry of Commerce)

Phra Nangklao-Bangyai section would be done later in Phase 2 since the EIA on that section is not done yet. The reason for Taopoon Station is due to the fact that there are ready passengers for this line at Taopoon and the consultant has come up with the number of passengers for each station along the Purple Line as follows:
Taopoon - 30,000 passengers a day
Ministry of Public Health - 25,000 passengers a day
Tiwanon - 12,000 passengers a day
Wong Sawang - 8,000 passengers a day
Nonthaburi - 3500 passengers a day
Phra Nanklao - 2800 passengers a day
Sri Porn Sawan - 2500 passengers a day
Bang Son - 2100 passengers a day
Nonthaburi 1 (Sanabin Nam) - 1000 passengers a day

Another option is to make a full length of 23 km from Bangsue to Bang Yai but some stations cut due to the sparse number of passengers such as:
1) Nonthaburi [Sanambin Nam] -1000 passengers a day
2) Sai Mah - 1800 passengers a day
3) Bang Rak Yai - 800 passengers a day

Furthermore, the stations along purple line would be smaller than the initial plans so as to use only footpaths instead of land expropriation. This measure would cut the budget by 500 million baht. Further cut is to reduce the number of rolling stock from 24 sets to 18 sets while using only 3-car formation instead of 6-car formation to fit into the new scheme.

Before: Bangsue - Wangboorapha - Rat Boorana (20 km - 64.874 billion baht)
Now: Wang Boorapha - Rat Boorana (12.2 km - 44.874 billion baht)
This line would either connect with Blue Line or have to wait until phase 2 (after 2010)

Before: Bang Kapi - Bang Bumru (24 km 82.688 billion baht)
Now: Bang Kapi - Thailand Cultural Center (12 km - 40 billion baht)
Either connect with Blue Ring at Thailand Cultural center or Shift to Phase 2

NO REDUCTION Plan for Bangsue - Tha Phra Ring Line (13 km - 25.101 billion baht) and
Hua Lamphong - Bang Khae since (14 km - 49.902 billion baht) due to its significance as the main Ring Line.

Rangsit - Mahachai (65 km) - split into two phases to save money
Phase 1: Bangsue - Hua Lamphong (7.5 km -passing Chitladda Palace)
Hua Lamphong - Taksin center (7 km -connecting Mahachai line with the main trunk line)
Bangsue - Talingchan (15 km - going across Chao Phraya)
Bangsue - Phayathai (6 km - the extension of Airport Link)

Phase 2: The rest of the red lien commuter (Bangsue - Rangsit)

BTS:
Phase 1: Onnut - Samrong (8.9 km - 15.190 billion baht)
Phrannok - National Stadium (Pin Klao Extension - 6.8 km - 16.72 billion baht for the tunnel)
Saphan Taksin - Taksin Intersection (2.2 km - 3.42 billion baht)
Taksin Intersection - Phetkasem (4.5 km - 7.16 billion baht)

Phase 2: Samrong - Samut Prakarn (7.9 km - 13.34 billion baht)
Mochit - Saphan Mai (12 km - 19.99 billion baht)

archstudent
September 17th, 2005, 09:42 AM
คมนาคมเร่งสรุปโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระยะที่ 1

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กันยายน 2548 19:37 น.


กระทรวงคมนาคมเดินหน้าพิจารณาแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระยะที่ 1 จันทร์นี้ (19 ก.ย.) ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ จะลดความถี่สถานีลงจากทุกๆ 1 กิโลเมตร เป็นสร้างทุกๆ 2 กิโลเมตร ด้าน รฟท.จะเปิดประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มช่วงรังสิต-บางซื่อ 22.7 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท ในต้นเดือน ธ.ค.นี้

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 26 ก.ย.นี้ จะพิจารณาแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระยะที่ 1 โดยได้เชิญคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชนมาร่วมประชุม รวมทั้งจะขออนุมัติที่ประชุมจัดตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลด้านระบบขนส่ง 4 ชุด สำหรับแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้ายังต้องปรับเปลี่ยนบ้าง เช่น สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ จะลดความถี่สถานีลง โดยสร้างสถานีจะห่างกันเพิ่มขึ้นจากทุกๆ 1 กิโลเมตร เป็นทุกๆ 2 กิโลเมตร สำหรับเขตนอกเมือง ส่วนในเมืองยังคงใช้ความถี่เดิมคือ ก่อสร้างสถานีทุกๆ 1 กิโลเมตร

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาชัย จะก่อสร้างเป็นรถไฟฟ้ายกระดับ ยกเว้นช่วงหัวลำโพง-ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา-วงเวียนใหญ่-ตากสิน รวมระยะทาง 3 กม. จะก่อสร้างเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งจะทำให้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6,000 ล้านบาท และศูนย์คมนาคมตากสิน ที่ตั้งอยู่แนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มลดปัญหาการเวนคืนที่ดินของประชาชน จะลดขนาดสถานีที่บริเวณตากสิน ลงเหลือ 25 ไร่ ทั้งนี้ จะย้ายศูนย์คมนาคมสายใต้ไปก่อสร้างบริเวณบนพื้นที่ว่างใกล้วงแหวนรอบนอก บางบอน คาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 300 ไร่ จะทำให้ค่าเวนคืนที่ดินของสายสีแดงเข้มลดลงจากการเวนคืนที่ใช้เงินลดลงเพราะประชาชนอาศัยอยู่น้อยกว่า

นายจิตต์สันติ ธนะโสภณ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า คาดว่าจะเปิดประกาศคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มช่วงรังสิต-บางซื่อ ระยะทาง 22.7 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท ได้ภายในต้นเดือน ธ.ค.นี้ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และจะคัดเลือกช่วงปลายเดือน ธ.ค. โดยจะเริ่มลงพื้นที่ก่อสร้างได้ต้นปี 2549 และโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท ระยะทาง 6.1 กม. จะเร่งประกวดราคาก่อนสิ้นปีนี้ รวมถึงโครงการเกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าที่มักกะสัน ซึ่งจะใช้เป็นซิตี้เทอร์มินอลเพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย

archstudent
September 17th, 2005, 09:47 AM
สร้างรถไฟใต้ดินไม่สนผ่านย่านโบราณวัตถุ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา BMTD จัดสัมมนา เรื่องวิธีการก่อสร้างสถานีใต้ดินโครงการ รฟม. โดยไม่เปิดหน้าดินเต็มพื้นที่ โดยนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ศึกษาความเหมาะ สม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำเอกสารประกวดราคาของโครงการสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค บางซื่อ-ท่าพระ สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-สามเสน สามเสน-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-สามเสน สามเสน-บางบำหรุ ใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 8 เดือน โดยจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 2549 ขณะนี้อยู่ในช่วงศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่นั้น ทางที่ปรึกษาจะออกแบบรายละเอียดเฉพาะโครงการที่ได้รับการอนุมัติก่อน

นายประภัสร์ กล่าวต่อว่า ได้เชิญผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินจากญี่ปุ่น มาให้ข้อมูลเทคนิคการขุดเจาะอุโมงค์ประสิทธิภาพ เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค มีแนวสายทางผ่าน บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ต้องเจาะแบบห้ามเปิดหน้าดิน ยกเว้นบริเวณที่เป็นทางขึ้นลงสถานี 3 สถานี ได้แก่ สถานีวังบูรพา สนามไชย และผ่านฟ้า ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 4,000 ล้านบาท กิโลเมตรละ 1,000 ล้านบาท จากเดิมโครงการนี้ใช้งบ 48,453 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังออกแบบแล้วเสร็จเดือน มี.ค. 2549 จะเสนอออก พ.ร.ฎ. เวนคืน พร้อมคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้รับเหมา ใช้เวลา 2 เดือน ก่อนประกาศประกวดราคาก่อสร้างต่อไป หากขุดพบโบราณวัตถุที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ ก็จะเรียกกรมศิลปากรมาตรวจสอบจะไม่มีการเปลี่ยนแนวสายทาง.

www.thairath.co.th

Wisarut
September 21st, 2005, 12:55 PM
ญี่ปุ่นสนปล่อยกู้รถไฟฟ้าดอกเบี้ยสุดต่ำ
Matichon - Sept 21, 2005

นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เปิดเผยว่า จากกรณีรัฐบาลจะดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจ็คต์ วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท จำเป็นต้องหาแหล่งเงินจากหลายส่วน ล่าสุดได้รับการติดต่อจากรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อสนับสนุนเงินกู้แล้ว โดยเฉพาะในโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.9% ตั้งแต่ช่วงเวลานี้จนถึงสิ้นปี และคงอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้นาน 20 ปี

อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นปีนี้ไปคาดว่าดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น ดังนั้น แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องในโครงการเมกะโปรเจ็คต์จึงควรเร่งนำเสนอรายละเอียดและความชัดเจน ซึ่งขณะนี้มีหลายกระทรวงนำเสนอข้อมูลเกือบทั้งหมดแล้ว รอเพียงข้อสรุปของโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย จากนั้นจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

นางพรรณีกล่าวว่า กรณีธนาคารโลกและนักลงทุนต่างชาติกังวลปัญหาคอร์รัปชั่นในเมืองไทยจะส่งผลต่อโครงการเมกะโปรเจ็คต์นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องมีมาตรการควบคุมคอร์รัปชั่นที่เข้มงวด อีกทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ต้องมีกระบวนการตรวจสอบซึ่งกันและกันอยู่แล้ว

หน้า 17

Wisarut
September 22nd, 2005, 09:31 AM
สนข.รื้อศูนย์ตากสินลงทุนแค่พันล. ย้ายบ.ข.ส.เฉือนพื้นที่เหลือ25ไร่
Prachachat Thurakij - Sept 22-24, 2005

สนข.หั่นโครงการก่อสร้างศูนย์ตากสินใหม่หมด หวังลดแรงต้านจากม็อบในพื้นที่ ลดขนาดโครงการจาก 175 ไร่ เหลือ 25 ไร่ ทำเฉพาะสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย พร้อมลดขนาดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เผยแผนใหม่ใช้งบฯก่อสร้างลดลง 8 เท่า เหลือไม่ถึง 1 พันล้านบาท จุดเด่นเวนคืนไม่มาก ส่วนสถานีรถร่วม บ.ข.ส.ตัดปัญหาคัดค้าน ย้ายไปใช้พื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯบริเวณจุดตัดถนนวงแหวนรอบนอก-พระรามที่ 2 ขนาด 200 ไร่แทน

แหล่งข่าวสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ สนข.และบริษัทที่ปรึกษา ได้ปรับแบบโครงการศึกษารายละเอียดศูนย์คมนาคมขนส่งตากสินและทางรถไฟสายแม่กลอง (ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย) เสร็จเรียบร้อย และหารือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปบ้างแล้ว ซึ่งทางรัฐมนตรีให้มาจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม

แนวทางที่นำเสนอใหม่ คือ จะยังคงพื้นที่ศูนย์ตากสินที่เป็นสถานีรถไฟฟ้าไว้จุดเดิม แต่ลดขนาดพื้นที่ลงจาก 175 ไร่ เหลือ 25 ไร่ สำหรับทำเป็นสถานีรถไฟฟ้าระหว่างสายสีแดง (หัวลำโพง-มหาชัย) และสายสีเขียวรถไฟฟ้าบีทีเอส (ตากสิน-เพชรเกษม) ที่จะเชื่อมต่อกัน และจะมีการปรับแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสใหม่ จากเดิมที่เป็นทางโค้งจะปรับให้เป็นแนวตรงเนื่องจากต้องลดขนาดพื้นที่ของสถานีลง

นอกจากนี้จะมีการสร้างที่จอดรถอยู่บริเวณพื้นที่ด้านใต้ของทางรถไฟรวมอยู่ด้วยเพื่อรองรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ส่วนสถานีรถร่วม บ.ข.ส. จะย้ายไปใช้ที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริเวณสถานีรถไฟสามแยกและจุดตัดบริเวณที่เป็นอินเตอร์เชนถนนพระรามที่ 2 และถนนวงแหวนรอบนอก ขนาด 200 กว่าไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่โล่ง โดยอาจจะขอใช้พื้นที่กับสำนักงานทรัพย์สินฯหรือเช่าในระยะยาวก็ได้ อย่างไรก็ตาม จะมีการเวนคืนบางส่วนเพื่อทำเป็นทางเข้า เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ไม่มีทางเข้า-ออก

"วิธีนี้จะทำให้ลดการเวนคืนที่ดินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ไปบ้าง จากเดิมที่สำรวจไว้ต้องเวนคืน 1,703 จุด ซึ่งคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่มีการเวนคืน เพราะสถานีรถไฟฟ้าไม่สามารถขยับไปไกลได้อีก แต่เราจะพยายามให้กระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า นอกจากพื้นที่เวนคืนจะลดน้อยลงแล้ว ในส่วนของงบประมาณในการก่อสร้างสถานีจะลดน้อยลงตามไปด้วย โดยในรูปแบบใหม่นี้คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างไม่ถึง 1,000 ล้านบาท จากเดิมในพื้นที่ 175 ไร่ จะใช้งบฯก่อสร้างประมาณ 8,000 ล้านบาท

"ในเชิงนโยบายจะต้องมีการบริหารจัดการงบฯใหม่ โดยงบฯลงทุนที่ตัดลดของศูนย์ตากสินจะมีการนำมาชดเชยกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงหัวลำโพง-มหาชัย ที่มีการปรับแบบการก่อสร้างใหม่ ช่วงหัวลำโพง-ตลาดพลูแทน"

ทั้งนี้ เดิมรถไฟฟ้าเส้นทางสายสีแดงช่วงหัวลำโพง-มหาชัย ระยะทาง 36 กิโลเมตร ประมาณการงบฯลงทุนก่อสร้างทั้งหมด 39,356 ล้านบาท ก่อสร้างเป็นรถไฟลอยฟ้าตลอดสาย ต่อมาได้มีการออกแบบใหม่ โดยรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง-ตลาดพลู ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตรตามแนวถนนเจริญรัถ มีปัญหาว่าเป็นช่วงที่ถนนแคบมากและมีการอยู่อาศัยที่หนาแน่น ถ้าทำแบบรถไฟลอยฟ้ามีปัญหาคือจะต้องเวนคืนเยอะ ดังนั้นจึงตัดสินใจทำเป็นรถไฟใต้ดินแทน ซึ่งจะมีผลให้ค่าก่อสร้างต้องเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเฉลี่ยค่าก่อสร้างกิโลเมตรละ 3 พันล้านบาท คาดว่าจะทำให้งบประมาณในการก่อสร้าง เพิ่มขึ้นอีก
10,000-18,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในส่วนของพื้นที่ที่จะมารองรับกับการทำสถานี บ.ข.ส. จะมีการนำเสนอพื้นที่อื่นมาเปรียบเทียบด้วย คือ บริเวณถนนกัลปพฤกษ์ ช่วงที่เป็นจุดตัดอินเตอร์เชนวิ่งไปถนนเพชรเกษมและถนนกัลปพฤกษ์ ขนาดพื้นที่ประมาณ 90 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชนและจะมีการเวนคืนจำนวนมาก ประมาณ 500-600 ราย อีกพื้นที่เป็นบริเวณถนนกัลปพฤกษ์เช่นกัน แต่เป็นพื้นที่ของหน่วยงานราชการ พื้นที่ขนาด 100 กว่าไร่

"ดูความเป็นไปได้แล้ว เพื่อให้โครงการนี้เกิดได้ น่าจะใช้พื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มากกว่า เพราะไม่ต้องเวนคืนมาก และเป็นที่ดินของหน่วยงานราชการเช่นเดียวกัน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก ขั้นตอนคือ สนข.จะเสนอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณารายละเอียดอีกรอบ หลังจากนั้นจึงจะเสนอให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาตัดสินใจต่อไป" แหล่งข่าวกล่าว

'เพ้ง'ตั้ง3ทีมคุมแผนรถไฟฟ้า ยันสรุปชัดแนวเส้นทาง26ก.ย.
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2046 22 ก.ย. - 24 ก.ย. 2548

คณะกรรมการอำนวยการรถไฟฟ้า สรุปแผนตั้งอนุกรรมการ 3 ชุด ช่วยกำกับด้านเส้นทาง ราคา และการเงินรวมทั้งที่อยู่อาศัย เตรียมตั้ง "เอ็มทีโอ" เป็นองค์กรกลางคุมราคาค่าโดยสาร ดึงเอกชนเข้าร่วมพิจารณากำหนดราคาที่เหมาะสม พร้อมพิจารณาจัดสรรโครงการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ด้าน "พงษ์ศักดิ์" ย้ำแผนก่อสร้างรถไฟฟ้ายังไม่นิ่ง เร่งประชุมใหญ่สรุปความชัดเจน 26 ก.ย.48 นี้

แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชน เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการหารือร่วมกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการฯ ครั้งล่าสุด ได้มีข้อสรุปว่าจะทำการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อช่วยกำกับดูแลแผนการดำเนินงานโครงการระบบขนส่งมวลชน ระบบราง ค่า 5.5 แสนล้าน จำนวน 3 ชุด จากเดิมที่คาดว่าจะตั้ง 4 ชุด

โดยคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด จะประกอบไปด้วย
ชุดที่ 1 คณะอนุกรรมการดูแลด้านการพัฒนาแนวสายทาง ควบคุมการก่อสร้าง และการประกวดราคา
ชุดที่ 2 คือ ชุดที่ 2 คือคณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแล (Regulator) และ
ชุดที่ 3 คือ คณะอนุกรรมการกำกับดูแลด้านการเงิน ซึ่งรวมถึงเรื่องที่อยู่อาศัยด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงระบุต่อว่า ในส่วนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 นั้น จะมีการจัดตั้งองค์กร MTO (Mass Transit Organization) ขึ้นมาจะทำน้าที่กำหนดกรอบและควบคุมการทำงาน และที่สำคัญจะเป็นจะเป็นองค์กรที่ควบคุมเรื่องของราคาค่าโดยสารด้วย โดยจะเจรจาร่วมกับภาคเอกชน เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม โดยจะเปลี่ยนมาใช้ตั๋วร่วมเพื่อให้สะดวกในการใช้บริการ

ส่วนราคาค่าโดยสารนั้นยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ยืนยันว่าจะเป็นราคาที่ถูกกว่าในปัจจุบัน ซึ่งต้องเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ไม่เป็นภาระต่อประชาชน ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุน ผู้รับสัมปทาน เจ้าของสายทาง ร่วมถึงรัฐบาลก็ต้องพอใจด้วย ซึ่งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินที่เปิดให้ใช้บริการอยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะลดราคาด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว คระกรรมการฯ จะพิจารณาด้วยว่าสำหรับแผนการก่อสร้างในอนาคตนั้น แนวเส้นทางใด จะให้เอกชนรายใดเข้าร่วมลงทุน ลงทุนอย่างไร จึงจะเหมาะสม โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อหาข้อสรุปในวันที่ 26 ก.ย.48 นี้ จากนั้นจะนำรายละเอียดทั้งหมเสนอให้นายกรับมนตรีได้รับทราบและพิจารณาต่อไป

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 26 ก.ย.นี้ จะทำการพิจารณาแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระยะที่ 1 โดยได้เชิญคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชนมาร่วมประชุม รวมทั้งจะขออนุมัติที่ประชุมจัดตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลด้านระบบขนส่งด้วย ขณะที่แผนการก่อสร้างและแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้ายังต้องปรับเปลี่ยนบ้าง เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ จะลดความถี่ของสถานี จากเดิมที่กำหนดระยะห่างของแต่ละสถานีไว้ที่ 1 กิโลเมตร จะเพิ่มเป็นทุก 2 กิโลเมตร สำหรับพื้นที่เขตนอกเมือง ส่วนพื้นที่ในเมืองจะใช้ความถี่เดิมคือ ก่อสร้างสถานีทุกๆ 1 กิโลเมตร

Wisarut
September 23rd, 2005, 12:48 PM
OTP New Plan is to Please Ai Pheng
Manager - Sept 23, 2005
Thairath - Sept 23, 2005

OTP has submitted the plan to please MOTC Minsiter

The New plan to cut down the Mass Transit budget from 500 billion Baht to 400 Billion Baht and the savings would go to the nationawide double tracking can be described as follows:

1) Modify the Purple Line route from Bang Sue to Bang Yai to Bangsue to Bang Khen station while keeping Purple Line as Heavy Rail due to strong public demands and to feed the Red line Commuter (Rangsit - Mahachai)

2) Turn yellow Lien LRT to be Yellow Line BRT (Lad Phrao - Bang Kapi - Sri Nakharin - Samrong)

3) Keep the western red lien commuter (Bangsue - Bang son - Taling Chan) INTACT ... ready for bidding in Jan-Feb 2006.... This lien will be extend to Makkasan to fedd Suvasnnabhum AIrport Express.

4) Speed up the Blue Ring that passes Premier Thaksin's Palace to be ready be bidding in early 2006.

5) Modify the Second section of Purple Line to be Hua Lamphong - Rat Boorana for Phase2 investment.

6) Turning Orange Line MRT into Orange Line MONORAIL from Bangkapi to
Ramkham haeng station of Airprot Link near Klogn Tan Intersection ...

7) Approve the New Act to control BMCL and BTSC and set up the committee to deal with private concession holder so they can spend the budget to handle the popular BTS extensions

8) Approve the Ring BRT to run alogn Kanchanaphisek Outer Ring.


Note: even though OTP and MOTC are goign to please the voters from Bangbua Thong areaalogn with those wholvie alogn Blue Ring and BTS, those who live in Lad Phrao and ram Khamhaeng will BOO and HISS toward both OTP and MOTC. TRT MPs expectthat they are going to loss in the district from Lad Phrao - Bang Kapi - Ram Khamhaeng if they call the new election becauseOTP plan have OFFENSED those who live in those areas to such extend that TRT MPs have NO HOPE to be reelected.

pon
September 23rd, 2005, 03:19 PM
Didn't OTP said before(last week?) that the purple line will get more passengers if it feeds for Bangsue blue line than the route to Bangkaen?
:bash:

But! how come they submitted this f..cking plan to Peng?
Is Peng a mass transportation expert?
Why take Peng's idea that serious?
I am afraid Bangkok mass transit system will turn out to be an ugly and inefficient and a money-wasted one if Peng still in the position of decision making.

:ohno: :ohno: :ohno: :ohno:

Wisarut
September 26th, 2005, 04:56 AM
Definitely, the vested interst are TRAMPLING on otehr people rights to satisfy theri PURE Greed!

PADTHAI
September 26th, 2005, 06:11 AM
Is there anyone in this administration who knows what they are doing on transport?

Wisarut
September 26th, 2005, 09:26 AM
They would NOT know what they are doing because they care ONLY the thing that please the vested interests ...

Even worse, the politicians have the nedency to WRECK havoc on the project started by predecessors whcih they are SUPPOSED to carry on because they the mindset that "Anything NOT initiated by ME are NOT worthy to cary on at all!" ...

That kind of metality is the one that MOST people DESPITE and it causes the
collapse of Khmer Empire in the past. Look at Khmer Stone castles, you'll see that they have shown the sign of INCOMPLETENESS because the new king would NOT continue the work of predecessors since they are not comign form the same
family or even share the same goal ... Look at the current political struggle btween each fraction within TRT in many ministries such as

1) MOPH (Khunying Sudarat vs. Khunying Potjaman)
2) MOTC (Suriya vs. Ai Pheng)
....

Wisarut
September 26th, 2005, 09:58 AM
ตูว่าแล้ว ที่สุด, สายแดงก็โดนเพ้งตัดเส้นทางไปให้รางคู่ หรือ โปรเจคอื่น ที่เพ้งชอบ
กะ เค้าด้วย :( แต่ถ้าเอางบที่ตัดขยายไปศาลายา, กรุงศรีอยุธยา คงได้คะแนนเสียง
จากคนฝั่งศาลายา และ คนอยุธยาจมหูเลยครับ :lol:

[Now, Ai Pheng is playing Shenanigan aroudn with the red lien commuter network
... Hope that the 200 billion Baht saving is to extend the line from Rangsit to Ayutthaya and from Talingchan to Salaya which would SECURE the votes for the next election as the compensation for the LOSS of Lad Phrao - Bang Kapi - Ramkhamhaeng]

ก.คมนาคมสั่งตัดงบลงทุนรถไฟฟ้าสายสีแดงอีกเส้นทาง
คมชัดลึก 26 กย. 2548

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งคณะอนุกรรมการพิจารณาเส้นทางเดินรถ
และออกแบบก่อสร้าง ไปศึกษาการปรับลดรางรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงมหาชัย-รังสิต ที่มี
รางซ้ำซ้อน หวังลดเงินลงทุน นำมาขยายเส้นทางรถไฟฟ้าไปชานเมือง พร้อมปรับรูป
แบบเส้นทางรถไฟฟ้า มั่นใจลดเงินลงทุนได้กว่า 2 แสนล้านบาท


นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชน ได้เรียกประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งหาข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายในโครงการเมกะโปรเจกต์ โดยการประชุมจะมีการรายงานผลการศึกษาความคุ้มค่าลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในแต่ละสาย รวมถึงพิจารณาระบบรถไฟฟ้าที่จะนำมาใช้ในแต่ละเส้นทางตามความเหมาะสม

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชน ว่า ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 4 ชุด โดย

ชุดที่ 1.ทำหน้าที่พิจารณาสายทางเดินรถ ออกแบบเส้นทางและก่อสร้างโครงการ
2.ทำหน้าที่พิจารณาจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลการเดินรถ
3.ทำหน้าที่ดูแลจัดการทางการเงิน ซึ่งคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด จะมีนายมหิดล จันทรางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน

สำหรับคณะอนุกรรมการชุดที่ 4.จะมีหน้าที่ประสานเจรจากับ บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ บีเอ็มซีแอล กทม. และบริษัทระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอส โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีนายพรชัย นุชสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการที่ดูแลด้านการออกแบบ บริหารจัดการ
ระบบขนส่ง และดูแลด้านเงินทุน ไปศึกษาปรับรูปแบบการลงทุน โดยในเส้นทาง
รถไฟฟ้าสายสีม่วง(บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) ให้พิจารณาเลือกเส้นทางที่เหมาะสมระหว่าง
เส้นทางบางใหญ่-บางเขน ซึ่งจะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (รังสิต-มหาชัย) ในช่วง
บางเขน หรือ เส้นทางรถไฟฟ้า บางใหญ่-เตาปูน ที่เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ) ตรงเตาปูน โดยให้ใช้ระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือ เฮฟวีเรลเช่นเดิม และจะตัดส่วนที่
เป็นจุดตัดเส้นทางรถไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงเตาปูน-วังบูรพา (สายม่วง) ออก ทั้งนี้คาดว่าการ
ปรับลดเส้นทางดังกล่าวจะทำให้ประหยัดงบประมาณก่อสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้าครบวงจรได้ถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำเงินที่เหลือไปสร้างส่วนต่อขยายเส้นทางในสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-สุวรรณภูมิ) ในช่วงตลิ่งชัน ออกไปยังวงแหวนรอบนอกเชื่อมต่อไปยังจังหวัดนครปฐมได้ด้วย

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการไปศึกษาการปรับลดจำนวนรางรถไฟ
สายสีแดงเข้มช่วงบางซื่อ-รังสิต

ที่เดิมมีรางรถไฟถึง 10 คู่และมีความซ้ำซ้อน ให้ลดลงเหลือไม่เกิน 3 คู่ ซึ่งจะช่วย
ให้วงเงินลงทุนลดลงถึง 5 เท่า ทำให้มีเงินเหลือพอที่จะต่อขยายเส้นทางออกไปยังชานเมือง จนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนสถานีในเส้นทางดังกล่าวให้มากขึ้น เพื่อรองรับการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าว โดยคาดว่าจะสามารถสรุปเส้นทางและลำดับการก่อสร้าง รวมถึงกรอบวงเงินลงทุน ได้ภายใน 2 เดือน ขณะเดียวกันได้สั่งปรับลดการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงโดยให้ไปเจรจากับเอกชนที่รับสัมปทานเดินรถเพื่อใช้ศูนย์ซ่อมร่วมกัน อีกทั้งให้คณะอนุกรรมการฝ่ายการเงินศึกษาการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยรอบโครงการให้พัฒนาได้ในระยะยาว โดยอาจให้กองทุนมาซื้อที่ดินโดยรอบโครงการเพื่อก่อสร้างสวนสาธารณะโรงพยาบาลและโรงเรียน

ทั้งนี้ จะเร่งรัดให้มีการประมูลสายสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วงและสีเขียวให้เร็วที่สุดภาย
ในเดือน ก.พ.2549 ซึ่งคณะอนุกรรมการต้องไปศึกษาเรียงลำดับการประมูลอีกครั้งให้ได้
ข้อสรุปภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการทุกชุดรายงานความคืบ
หน้างานที่ได้มอบหมายดังกล่าวทุก 2 สัปดาห์ด้วย

Wisarut
September 26th, 2005, 10:37 AM
Further Cut on Red Line Commuter by Ai Pheng
Komchadluek - Sept 26, 2005

Ai Pheng is going to make a further cut onred line commuter (Rangsit - Mahachai)
so they can save 200 billion Baht for the followign purposes:

1) Nationawide Double tracking
2) Extension fromTalingchan to Salaya (if NOT Nakhon Pathom) and from
Rangsit to Ayutthaya (if NOt Ban Phachi).

This measure is goign to be handled by 4 subcomittees
1) Route Decisions, Design and Construction headed by Mahidol Jantharangkoon.
2) The New Organization to run the mass transit systems in BKK - to snatch BTS
from the hand of BMA through a legal channel instead of hostile takeover headed by
Mahidol Jantharangkoon.
3) Project Fianancial Scheme headed by Mahidol Jantharangkoon.
4) Negotiators with BMCL, BMA and BTSheaded by Pornchai Nuchsuwan

The first Committee is going modify the Purple line [Bangyai - Bang Khen] while
cutting off Tao Poon - Wang Boorapha out

The further cut is to cut down the number of rail from 10 tracks to 3 tracks
for the redline commuter from Rangsit to Mahachai.

Both cut is to finance the extension from Talingchan to Nakhonpathom
and form rangsit to Ayutthya.

Furthermore, MOTC is asking BTS and BMCL to share the same Maintianace center
to cut down the cost. Fuhe Financial Subcommittee has anotehr duty to
develop the land alogn the routes for the new schools, new hospitals, and new parks.

The final modified routes alogn with investment plan would be within 2 months
while hte bidding for all the line will be done by Feb 2006 with the priprity readjustment in
the next 30 days and the subcommittee s are to report to MOTC everyt 2 weeks.



Note: Now, Even Red Lien Commuter got the cut from Ai Pheng, NOT just Purple Line
which have the section from Bangsue to Wang Boorapha Cut off alogn with the route
modification to Bangkhen station

I Hope that this 200 billion Baht saving is to extend the Red line commuter network to
Ayutthaya and Salaya (if NOT Ban Phachi and Nokhon pathom) ... to please and secure
the voters from Salaya and Ayutthaya as the compensation for the lost voters from
Ram Khamhaeng - Bangkapi - Lad Phrao... Failture to do so would cost Ai Pheng's
Positions dearly.

Note2: Sharing the same Maintianace Center? Ai Pheng, Are You NUT?! - ...
You have deprived the chance for Purple line to bang Yai to share the same
Maintianance Center with Blue Ring by cutting down the Purple Line between
Kae rai to Bangsue. Furthermore, you have deprived the chance for BTS to share
Huay kwang Center with Blue Ring by delaying BTC Taksin Extension which allow
BTS Rollign stock to run into Blue Line tunnel .... Such the act of Hypocrites would
ONLY make you WORTHLESS in the eyes of the Bangkokians.

Wisarut
September 26th, 2005, 12:36 PM
"พงษ์ศักดิ์"สั่งเฉือนงบปรับจำนวนรางรถไฟฟ้าสายสีแดง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 กันยายน 2548 14:29 น.





รมว.คมนาคมสั่งคณะอนุกรรมการพิจารณาเส้นทางเดินรถ และออกแบบก่อสร้าง ไปศึกษาการปรับลดรางรถไฟฟ้าสายสีแดงที่มีรางซ้ำซ้อนเพื่อลดวงบเงินลงทุน เพื่อนำมาขยายเส้นทางออกไปยังชานเมือง คาดจะทำให้ประหยัดงบประมาณก่อสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้าครบวงจรได้ถึง 200,000 ล้านบาท

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชน ได้เรียกประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งหาข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายในโครงการเมกะโปรเจกต์ โดยการประชุมจะมีการรายงานผลการศึกษาความคุ้มค่าลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในแต่ละสาย รวมถึงพิจารณาระบบรถไฟฟ้าที่จะนำมาใช้ในแต่ละเส้นทางตามความเหมาะสม

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชน ว่า ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 4 ชุด โดย

ชุดที่ 1.ทำหน้าที่พิจารณาสายทางเดินรถ ออกแบบเส้นทางและก่อสร้างโครงการ
2.ทำหน้าที่พิจารณาจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลการเดินรถ
3.ทำหน้าที่ดูแลจัดการทางการเงิน

ซึ่งคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด จะมีนายมหิดล จันทรางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน

สำหรับคณะอนุกรรมการชุดที่ 4.จะมีหน้าที่ประสานเจรจากับ บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ บีเอ็มซีแอล กทม. และบริษัทระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอส โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีนายพรชัย นุชสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการที่ดูแลด้านการออกแบบ บริหารจัดการระบบขนส่ง และดูแลด้านเงินทุน ไปศึกษาปรับรูปแบบการลงทุน โดย

1) ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง(บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) ให้พิจารณาเลือกเส้นทางที่เหมาะสมระหว่างเส้นทางบางใหญ่-บางเขน ซึ่งจะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (รังสิต-มหาชัย) ในช่วงบางเขน หรือ
2) เส้นทางรถไฟฟ้า บางใหญ่-เตาปูน ที่เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ) ตรงเตาปูน โดยให้ใช้ระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือ เฮฟวีเรลเช่นเดิม และจะตัดส่วนที่เป็นจุดตัดเส้นทางรถไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงเตาปูน-วังบูรพา (สายม่วง) ออก

ทั้งนี้คาดว่าการปรับลดเส้นทางดังกล่าวจะทำให้ประหยัดงบประมาณก่อสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้าครบวงจรได้ถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำเงินที่เหลือไปสร้างส่วนต่อขยายเส้นทางในสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-สุวรรณภูมิ) ในช่วงตลิ่งชัน ออกไปยังวงแหวนรอบนอกเชื่อมต่อไปยังจังหวัดนครปฐมได้ด้วย

3) นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการไปศึกษาการปรับลดจำนวนรางรถไฟสายสีแดงเข้มช่วง
บางซื่อ-รังสิตที่เดิมมีรางรถไฟถึง 10 คู่และมีความซ้ำซ้อน ให้ลดลงเหลือไม่เกิน 3 คู่ ซึ่งจะช่วยให้วงเงิน
ลงทุนลดลงถึง 5 เท่า ทำให้มีเงินเหลือพอที่จะต่อขยายเส้นทางออกไปยังชานเมือง จนถึง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนสถานีในเส้นทางดังกล่าวให้มากขึ้น เพื่อรองรับการขนส่ง
ผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าว

โดยคาดว่าจะสามารถสรุปเส้นทางและลำดับการก่อสร้าง รวมถึงกรอบวงเงินลงทุน ได้ภายใน 2 เดือน ขณะเดียวกันได้สั่งปรับลดการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงโดยให้ไปเจรจากับเอกชนที่รับสัมปทานเดินรถเพื่อใช้ศูนย์ซ่อมร่วมกัน อีกทั้งให้คณะอนุกรรมการฝ่ายการเงินศึกษาการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยรอบโครงการให้พัฒนาได้ในระยะยาว โดยอาจให้กองทุนมาซื้อที่ดินโดยรอบโครงการเพื่อก่อสร้างสวนสาธารณะโรงพยาบาลและโรงเรียน

ทั้งนี้ จะเร่งรัดให้มีการประมูลสายสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วงและสีเขียวให้เร็วที่สุดภายในเดือน ก.พ.2549 ซึ่งคณะอนุกรรมการต้องไปศึกษาเรียงลำดับการประมูลอีกครั้งให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการทุกชุดรายงานความคืบหน้างานที่ได้มอบหมายดังกล่าวทุก 2 สัปดาห์ด้วย

Ref:http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9480000131738
Ractions:

ความคิดเห็นที่ 28

เชียร์เฮียเพ้งเต็มที่ครับ
ประหยัดดีมากครับ




ความคิดเห็นที่ 27

เฮียปรับเหลือ 3 คู่น่ะดูดี ๆ นะเฮีย ว่ามันจะกระทบกับระบบการเดินรถหรือเปล่า เพราะมันจะต้องมีทั้ง รถไฟฟ้าในเมือง และรถไฟไปสาย เหนือ-ออกเฉียงเหนือด้วย....ชี้แจงประชาชนด้วยครับ ทีอย่างงี้ไม่เห็นถามความคิดเห็นประชาชนเลย ผมว่า เดี๋ยวนี้ประชาชนส่วนใหญ่ก็อยากทราบอยากแสดงความรู้ ความคิดเห็น ตั้งเยอะแยะครับ
000




ความคิดเห็นที่ 26

รอดูข่าวอีกสัก 1-2 อาทิตย์ดูสิ เฮียเพ้ง แกอาจจะตัดงบ ตัดเส้นทางทิ้งอีก หั่นให้เสียค่าสร้าง
น้อยที่สุด สุดท้ายแกคงคำนวณว่าทุกเส้นทาง ไม่คุ้มทุนที่จะลงทุน แกสั่งยกเลิกทั้งหมด แต่เฮียเพ้ง
แกก็เกรงว่าประชาชนจะไม่พอใจ ที่นโยบายเคยหาเสียงไว้ก่อนเลือกตั้ง และเพื่อเป้นการถนอมน้ำใจ หรือกลัวประชาชนจะต่อว่า แกก็ปิ้งไอเดียใหม่ว่า แกจะเอางบที่ยกเลิกรถไฟฟ้าทั้งหมด มาสร้างสวนสนุกแทน แล้วมีรถไฟฟ้า โมโนเรล วิ่งพาชมรอบๆ สวนสนุก เพื่อเป็นการแก้ขัด ที่ยกเลิกการสร้างรถไฟฟ้าแห่งอนาคต ที่รอกันมานานแสนนาน โดยสัญญาว่าสามารถสรุปโครงการสร้างรถไฟฟ้า
โมโนเรลในสวนสนุก ได้เร็ว และสามารถก่อสร้างเสร็จได้เร็ว ภายใน 1 ปีเอง เป็นทางเลือกเพื่อให้ประชาชนได้คลายเครียด ที่อดได้เห็นโครงการรถไฟฟ้าที่ไม่รู้ว่าจะสร้างได้เมื่อไหร่ แทน

อ่านกันพอ ขำ ขำ น่ะ ระหว่างรอโครงการรถไฟฟ้าแห่งอนาคต ในอีก 4 ชาติ ถึงจะสร้างเสร็จ ( ใช้เวลา 1 ชาติเพื่อหาข้อสรูปของเส้นทาง ชาติที่ 2 ประกาศแนวเส้นทางเวรคืนที่ดิน ชาติที่ 3 เปิดประมูล ชาติที่ 4 เริ่มสร้าง และเสร็จสิ้นโครงการ
ขำ ขำ ระหว่างรอโครงการรถไฟฟ้าแห่งอนาคต




ความคิดเห็นที่ 25

รมต. ยุคนี้ คนหนึ่งรถไฟ วนไปวนมา คนหนึ่ง มอเตอร์ไซด์ ซึ่งไปซิ่งมา
งง จริง ๆ




ความคิดเห็นที่ 24

ปรับเปลี่ยนมันทุกวัน สงสารแทนคนกรุงจริงๆ โดนหลอกเต็มๆๆๆๆๆ
1234




ความคิดเห็นที่ 23

สรุปจะสร้างที่ไหนบ้างครับ งงไปหมดแล้ว
คนใช้รถไฟฟ้า




ความคิดเห็นที่ 22

เอาโครงการรถไฟฟ้า มาหาเสียงได้หลายรอบจริง เฮ้อน่าเบื่อ
เสือหนุ่ม



ความคิดเห็นที่ 21

ไปให้ความหวังเค้าอีกแน่ะ ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่าไปเชื่อตามน่ะ เดี๋ยวไปจับจองหมุ่บ้านจัดสรรแถวอยุธยาเสร็จ พี่แกยกเลิกการสร้างอีก

แกปรับเปลี่ยนเส้นทางทุก 1-2 อาทิตย์ ออกข่าวตลอดเรื่องรถไฟฟ้า เปลี่ยนไปเรื่อย แต่มันยักจะลงตัวสักที
คนไรก็ไม่รู้โลเลจัง เปลี่ยนตลอด หยุดให้ข่าวบ้างเถิดเฮีย แล้วโผล่มาออกข่าวอีกทีจะเริ่มสร้างก็แล้วกันน่ะ
เวนคืนไม่กลัว กลัวไม่สร้าง เหนื่อยใจแทนเฮียแกจริงๆ นี่สงสัยว่าเวลาเฮียแกจะไปกินข้าว เฮียแกจะคิดมาก
ขนาดนี้ไหมนี่ ว่ากินไรคุ้มดี กินไรถูกดี ได้คุณภาพในราคาประหยัด มิน่าแกมีกระตังเยอะดี เคยอ่านข่าวเรื่องทรัพย์สินที่เฮียแกมีอยู่

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการไปศึกษาการปรับลดจำนวนรางรถไฟสายสีแดงเข้มช่วง
บางซื่อ-รังสิตที่เดิมมีรางรถไฟถึง 10 คู่และมีความซ้ำซ้อน ให้ลดลงเหลือไม่เกิน 3 คู่ ซึ่งจะช่วยให้
วงเงินลงทุนลดลงถึง 5 เท่า ทำให้มีเงินเหลือพอที่จะต่อขยายเส้นทางออกไปยังชานเมือง จนถึง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้
สร้างสักที เถิดเฮีย




ความคิดเห็นที่ 20

เลื่อนไปเรื่อยๆ เลยนะเฮียเพ้ง คราวก่อยบอกสีแดงประมูลได้แน่ ปลายปี 48

ชาวบ้านเค้าไม่ได้กินหญ้านะโว้ย
ปุ๊ย




ความคิดเห็นที่ 19

อะไรกัน สีแดงที่ว่าแน่ๆ โดนปรับอีกแล้วเหรอ

เพ้ง เลอกปรับรายวันได้แล้ว ทำหน่ะดีกว่าพูดนะ
จะงาบงบศึกษาข้อมูลไปถึงเมื่อไหร่
เพ้งส์




ความคิดเห็นที่ 18

รัฐบาลชุดนี้จะเอาอย่างไรแน่ ทนงพูดแบบหนึ่ง
พงษ์ศักดิ์มาพูดอีกแบบหนึ่ง เดี๋ยวสร้างเดี๋ยวไม่สร้าง
ทรนง




ความคิดเห็นที่ 17

แล้วได้ทครมี่อนุมัติก่อนเลือกตั้งมันอะไรแน่หลอกกันชัดๆๆๆๆเปลียนไปเปลียนมาเมื่อไรจะสร้างสักที่
คนที่เลื่อก ทรท




ความคิดเห็นที่ 16

สีม่วงสร้างแน่ครับ ใจเย็นๆ รออีกนิดนะครับ เช็คที่พวกหมู่บ้านจัดสรรแถวบางใหญ่ บางบัวทองตีมาให้ผมกำลังเคลียร์ลิ่ง ผ่านเมื่อไหร่ ผมสร้างทันที
เพ้งเองฮะ




ความคิดเห็นที่ 15

อยากรู้ประวัติการศึกษาว่าจบจากที่ใด ทำงานอะไรมาบ้าง มีผลงานที่ดีๆอะไรบ้าง (ดูจากหน้าตาแล้วไม่น่าจะรู้เรื่องการบริหารงานเล้ย) ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะ
อยากรู้จัง




ความคิดเห็นที่ 14

อยากรู้ประวัติท่านจังเลย ว่ามีประวัติการศึกษาจากที่ใดบ้าง มีประวัติการทำงานที่ใดบ้าง แล้วก้อมีผลงานที่ดีๆอะไรบ้าง ใครมีช่วยบอกด้วยนะ (หน้าตาไม่น่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับการบริหารเล้ย)
อยากรู้จัง




ความคิดเห็นที่ 13

จะลดให้ไม่เกิน 3 คู่ได้อย่างไร อย่าลืมว่า ระบบรางของรถไฟธรรมดากับรถไฟฟ้ามันคนละขนาดกัน หากจะปรับลดกันจริงๆ จะเหลือได้เต็มที่ไม่เกิน 4คู่ คือ รถไฟฟ้า 2 คู่ รถไฟทั่วไป 2 คู่ เพราะหากใช้ระบบรางแบบรถไฟธรรมดา ระบบรางก็จะไม่เหมือนกับระบบรถไฟฟ้าที่ใช้อยู่คือ BTS, MRT และรถไฟสายสุวรรณภูมิที่เริ่มดำเนินการก่อนสร้าง ทำให้การต่อเชื่อมระบบ หรือการ resource ร่วมกันลำบากครับ ผมเห็นด้วยกับการทบทวนในแง่การลงทุนครับเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ แต่ก่อนให้สัมภาษณ์ใดๆ ควรปรึกษาคนอื่นก่อน
สักนิด




ความคิดเห็นที่ 12

โหๆๆ เปลี่ยน รัฐมนตรีใหม่ ก็เปลี่ยนโครงการใหม่เริ่มใหม่ อย่าบอกนะว่า จะเอานโยบาย เก่ามาคิดใหม่ทำใหม่ เฮ้อ เกิดงวนหน้าเปลี่ยน รัฐมนตรีใหม่สงสัยจะให้กลับไปทำตามแบบเก่าไหมเนี่ยนะ ประเทศไทยใครว่ามีรัฐบาลเดียวยาวนานแล้วมันจะมีสเถียนละภาพ ฟ่ะ มันก็อีกหรอบเดิมหล่ะ ว้า เซ็ง
ชาวโลก




ความคิดเห็นที่ 11

ลาดพร้าว+บางกะปิ+รามคำแหง
มีสภาพเมืองหนาแน่นกว่าบางใหญ่+บางบัวทองเป็นสิบๆเท่า
แต่กลับไม่ได้สร้างรถไฟฟ้าตามสัญญา

นี่คงเป็นเพราะประชาชนแถบนี้ไม่ได้ลุกขึ้นมาประท้วงทวงคำสัญญาล่ะมั้ง??????????

หลักฐานให้ไปดูได้ที่ http://earth.google.com/

ผิดหวังมากๆ
ป่านนี้คงยังอ้างเรื่องศึกษาเส้นทางอยู่เลย
แต่เส้นทางบางใหญ่ที่เขาทวงคำสัญญากันรึ่มๆ...พี่แกศึกษา1-2 วัน บอกว่าสร้างได้ทันที

???????????????
***




ความคิดเห็นที่ 10

เฮียเพ้งที่รักเวลาให้ข่าวเฮียต้องเข้าใจคำว่าจรรยาบรรณของวิศวกรบ้าง
ถ้าเฮียไม่เข้าใจเดี๋ยวอ.เอกสิทธิไปบรรยายให้อย่ามั่วแบบนายที่เป็นตำ
รวจ เพราะเค้าคิดแบบตำรวจไทยไม่เข้าใจถามชูวิทย์
วิศวจุฬา




ความคิดเห็นที่ 9

ถนนลาดพร้าวรถติดทั้งวันทั้งคืนไม่ว่าวันธรรมดาหรือเสาร์อาทิตย์ เพราะเป็นชุมทางของถนนจากรอบนอกวิ่งเข้ามาในเมือง ไม่ว่าจะเป็นจากฉะเชิงเทรา หนองจอก มีนบุรี จากรามอินทรา วัชระพล ประดังประเดมาเข้าที่ถนนลาดพร้าว จึงควรมีรถไฟฟ้าระบบรางเพื่อขนคนเข้าออกในจำนวนมากมหาศาล อย่างสายสีเหลืองที่กำหนดไว้แต่แรก การปรับเปลี่ยนเป็นรถเมล์บี อาร์ ที ไม่น่าจะรองรับได้
บิ๊กเปี๊ยก




ความคิดเห็นที่ 8

จะศึกษากันอีกนานแค่ไหน ครับท่านพงษ์ศักดิ์
เส้นสายสีม่วง บอกว่าจะเสร็จภายในปี 2552 นะครับท่าน
อั๋น




ความคิดเห็นที่ 7

ขำ ขำ

ตกลง เฮียแก เมื่อไรจะมั่ว เส้นทาง รถไฟ เสร็จ

ท่าทาง โครงการ มันมั่วตั้งแต่ หาเสียงเลือกตั้ง

เปิด เทป ตอนหา เสียง แล้ว คงงง ว่า หลอก ไปได้อย่างไร
ทรท ขี้โม้




ความคิดเห็นที่ 6

สรุปที่ผ่านมาจ้างที่ปรึกษา ออกแบบ เสียเวลาผ่าน

มา 4 ปี ใช้งานไม่ได้เหรอ มาวันนี้ให้ไปออกแบบใหม่

วางแผนใหม่หมด ผลัดไปเรื่อยๆ อะไรของแก
ลูกหาบใครรักไทย




ความคิดเห็นที่ 5

คาดว่า ชาติหน้า คงจะได้ใช้
คนนนทบุรี




ความคิดเห็นที่ 4

ท่าทาง คงเอาไว้ใช้เป็นมุขหากินอีก
คำเตือน
หากไม่ลงมือทำ ไม่สร้าง มัวแต่นั่งศึกษา ระวัง ทรท สูญพันธ์ ในกทม
คนเค้าเชื่อ ครั้งเดียว ครั้งหน้าไม่เชื่อแล้ว
มัวแต่นั่งศึกษาอยู่ได้




ความคิดเห็นที่ 3

ไม่เลือกพรรคนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลังจากสมัยนี้ก็พอได้แล้วนะครับท่าน
msn (haroldxu สมาชิก)




ความคิดเห็นที่ 2

คห. 1 ครับ ถึงท่านๆ จะลากยาวจนถึงเลือกตั้งคราวหน้า ผมคนนึงหล่ะครับ ไม่เลือกแล้วครับ
1 ใน 19 ล้านเสียง




ความคิดเห็นที่ 1

หวังว่าจะไม่ลากโครงการรถไฟฟ้าให้ใกล้ๆกับงานเลือกตั้งคราวหน้า เพื่อจะได้มัดมือให้ประชาชนต้องเลือกท่านต่อไปนะครับ
หลานลุงพร

kuanteen
September 26th, 2005, 12:49 PM
Sigh...............

Wisarut
September 27th, 2005, 01:41 PM
The following are the list of public DISAPPROVAL on Aiv Pheng's Plan to Meddle on Mass Transit Ssystem to please the vested interst and the leader who have strong Hatred toward thsoe who lvie in lad Phrao - Ram Khamhaeng.

ความคิดเห็นที่ : 1 โดยคุณ : สุรสิทธิ์ ชลประทิน

♣ ชาตินี้จะได้เห็นการปรับปรุงที่ดี และตรงเวลาของรถไฟไทยที่เหมือนกับต่างประเทศ มั๊ยหนอ ทุกวันนี้นั่งรถด่วนเสียค่าธรรมเนียมแพงยังต้องจอดรอหลีกรถสินค้าเลย การจัดการยังพัฒนาช้ามากเหมือนเต่าเดิน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจะทำ จะทำ แต่ก็เหมือนเดิม เอวังคนประเทศไทย

IP: 203.146.143.220

หน้าที่ : [1]


ความคิดเห็นที่ : 1 โดยคุณ : watana

♣ อย่าเพิ่งคิดไปถึงนาดนั้นเลยครับ

เอาเท่าที่เคยสัญญาไว้แล้วให้เสร็จก่อนเถอะ

IP 202.28.17.6
--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ : 2 โดยคุณ : นี่หรือ รัฐมนตรี

♣ จะแหลก งบ หนะกดิ

..รถไฟฟ้า มันเป็นระบบคมนาคมขนส่งในเมืองโว้ยย

ทำไมไม่ใช้พวกรถ splinter แทน ไม่ใช่มาต่อระบบรถไฟฟ้ากันแบบนี้

ฮ่วย

IP: 202.64.159.46
----------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 17

อย่าแอบอ้างครับ ส่วนต่อขยายที่เห็นจากสะพานสาทรไปนะ ของผู้ว่าคนเก่าเขาทำเอาไว้ ให้เครดิตเขาด้วยนะครับแล้วถ้า กทม.มีเงินน่ะรออะไรอยู่ทำต่อไปเลยครับ หรือรอคิดเรื่องจะต้องให้พรรคพวกตนเองได้งานอะไรบางอย่างออกก่อน เหมือน งบ พี.อาร์ กทม.เอย งบจ้างมหาวิทยาลัยทำโพลล์สำรวจเอย งบเปลี่ยนที่อยู่เลขบ้านเอย (ไร้สาระทั้งนั้น) งบจ้าง สส.สอบตกมาเป็นโฆษกเอย เสียดายเงิน
Bangkokian.com




ความคิดเห็นที่ 16

ที่รู้มาไม่ใช่ กทม ไม่มีเงิน นี่หน่า
แต่เป็นเพราะไม่ต้องการให้เอกชนถือหุ้นหมด ไม่งั้นจะคุมราคาไม่ได้

แล้วเรื่องก็ส่งไปให้ ครม แล้ว แต่ไม่ยอมอนุมัติ เพราะกลัว อภิรักษ์ จะมีฝีมือเกินหน้าเกินตา

คนฝั่งธนเห็นตอค้างไว้ก็รู้แล้ว ว่าไม่ปกติ มีแต่โครง รางยังไม่ออกสักที
พีพี

ความคิดเห็นที่ 15

ถ้าไม่ทำสายสีส้ม ตอนหาเสียงก็อย่าใช้มาเป็นประเด็นหาเสียง อย่างนี้คือหลอกประชาชนชัดๆ
คนใช้สิทธิรู้ไว้ว่าเราปั่นหัวง่ายเอง สัญญาที่ให้ไว้กับชาวลาดพร้าว - บางกะปิ เป็นสิ่งที่ต้องทวงคืน
คนลาดพร้าว


ความคิดเห็นที่ 14

สายสีส้มคนเป็นล้านไม่ทำ พื้นที่นี้มีคนหนาแน่นมาก ไม่ทราบว่าใช้ส่วนไหนคิดครับท่าน พวกเรา
ใครคิดจะเลือก สส สมัยหน้าก็ดูกันเองนะครับว่า ท่านผู้ทรงเกลียด ท่านใดบ้างไม่รักษาสัญญา อย่าไปเลือกมัน
บางกะปิ


ความคิดเห็นที่ 13

เฮียเค้าเกลียดสีส้ม ระวังเลือกตั้งความหน้าให้ดี ส.ส. เขตนี้ วันนี้ไม่เห็นหัวเลยไม่ช่วยเขคที่รถไฟสีส้ม
ผ่านเลย เฮ้อกลุ่มใจ เมืองไทยพอจะเจริญก็มีรัฐมนตรีที่ไม่มีความรู้ไม่มีเคยรู้ว่าสายสีสมมีประชากรเท่าไหร่
jo




ความคิดเห็นที่ 12

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มีไว้ทำไมยุบทิ้งไปซะทีสิ ในเมื่อรัฐบาลกลางไปล้วงลูกเขาไปหมดก้ไม่จำเป็นต้องมีกรมนี้แล้วข้าราชการลูกจ้างสังกัดกรมนี้ไม่มีประโยชน์ก็ไล่ออกให้หมดอยู่ไปเปลืองงบประมาณที่มาจากภาษีตู
เสนอให้คิด




ความคิดเห็นที่ 11

19 ล้านเสียงที่ท่านชอบเอาไปอวดอ้างสมัยหน้าดูซิจะได้มันมาหรือเปล่า โกงกินกันเข้าไป พวกชอบสวิงกิ้ง บางคนขายหอย โอ๊ย อะไรจิปาถะ อนาจนักการเมืองขาดจริยะธรรม มิน่าทุกข์เข็ญจึงเกิดแก่แผ่นดิน อะไรไม่เคยเกิดมันก็เกิด อาทิ แผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ น้ำท่วมหนักเรื่อยๆ "ระวังเวรกรรมตามทัน สักวันไม่มีแผ่นดินอยู่"
เงา




ความคิดเห็นที่ 10

แทรกแซงแย่งงานท้องถิ่นเขาไปหมดช่วงขาลงเนี๊ยะ อพไรก็ทำได้ วันก่อนห้อยก็ออกมาเรื่องจราจร
วันนี้ก้อนหินปากระจกแตกเสียงดัง ก็ออกมาเรื่องระบบขนส่งมวลชน คนอะไรมันจะเก่งกาจอยู่คนเดียว
เบื่อโว๊ย




ความคิดเห็นที่ 9

ใครรู้ช่วยบอกที ว่าจุดต่อระหว่าง บางใหญ่-บางเขน หรือ บางใหญ่-บางซื่อ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ถ้าจะนำคนจากชานเมืองเข้าเมือง ควรจะมีจุดต่อเชื่อมโยงที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรจะต้องวิ่งรอบเมืองต่อสายสีแดง แล้วไปต่อสายสีน้ำเงิน แทนที่จะต่อสายสีน้ำเงินได้เลย สถานีบางซื่อน่าจะเป็นinter-change station ได้ดีกว่าบางเขน
คนบางบัวทอง


ความคิดเห็นที่ 8

เกาเหลา กันระหว่าง กทม กับ รัฐ อย่างงี้ประเทศจะเจริญได้ไง

ไม่กินเส้น
ไม่กินเส้น




ความคิดเห็นที่ 7

รถใต้ดินนะ ราคาควรจะถูกกว่านี้ด้วยซ้ำ ทางรัฐบาลก็ทำให้ แค่จัดหาคัวรถมาเดิน ยังราคาเฉียดกกับเอกชนที่ทำเองทั้งระบบ ถ้าคนใช้รถไฟฟ้าประจำจะรู้ได้เลย ใครกันแน่ที่ถูกกว่า ลองใช้บัตรรายเดือนสิ แล้วจะรู้ว่ามันถูกจิงๆ
IQ


ความคิดเห็นที่ 6

ไม่มีงบบ้าอะไร เค้าสร้างจนจะไปถึงบางแคแล้ว เหลือแต่ วางระบบ กับสร้างสถานนี แล้วก็เอารถมาวิ่ง ถ้าปล่อยให้เค้าประมูลแบบหาคนเอารถมาวิ่งเหมือนใต้ดินป่านนี้ก็คงได้ใช้แล้ว แล้วใครที่บอกว่ารถไฟฟ้าของ กทม แพงกว่าใต้ดิน ราคาไม่เห็นจะต่างกันเลยแถมถ้าใช้เป็นบัตรรายเดือนยังถูกกว่า ยังมีรถชัสเตอร์บัสด้วย เบื่อรัฐบาลนี้ไม่ทำแล้วยังยื่นเท้ามาให้สะดุดอีก
คนฝั่งทน


ความคิดเห็นที่ 5

อยากจะถามท่านผู้รับผิดชอบการตัดสินใจสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งหลายซะหน่อย ว่า เมื่อไหร่จะเลิกกัดกันซะที
คิดถึงคนที่เขารอใช้รถไฟฟ้ากันบ้างหรือป่าว ปากก็บอกจะทำเพื่อประชาชน ประชาชน แต่ไม่เคยคิดเลย คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเองกันทั้งนั้น หรือไม่จริง อย่าลืมสิเงินทั้งหมดที่ท่านๆรับเป็นเงินเดือน แต่ละเดือน เงินที่จะไปลงทุนสร้างรถไฟฟ้า ก็เงินของพวกประชาชนเท่านั้น คิดกันบ้างสิ
อย่ามัวแต่กัดกัน




ความคิดเห็นที่ 4

ใครทำก้อเอาเหอะ ไอ้ส่วนที่เชื่อมจากสาธรมาฝั่งธนช่วยให้เปิดได้ซักที ทำรางมานานแล้วแต่รถไฟฟ้าไม่ข้ามมาซักที ช่วยหน่อย
คนฝั่งธน




ความคิดเห็นที่ 3

ถ้ากทม. ทำแล้วราคาถูกเท่ารถไฟฟ้าใต้ดิน กทม. ก็ทำไปเถอะ แต่ทุกวันนี้กทม.ไม่ชำนาญเรื่องอะไรสักอย่าง แต่อยากทำอยากมีงบ อย่างถนนก็ทำไม่ได้เรื่อง สรุปกทม.ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง
คนกทม.




ความคิดเห็นที่ 2

มัวแต่กั๊กก.ท.ม.อยู่ได้ เขาพร้อมอยู่แล้ว คิดแต่จะทำอันใหม่ๆ
ไอ้ที่ทำได้เลย ลงทุนเพิ่มอีกนิดเดียว ก็ไม่ยอมทำ เลวจริงๆ
พวกมันเลวจริงๆ นโยบายก็มั่ว หรือแกล้งมั่ว
BTS เขาดำเนินการได้ดีอยู่แล้วก็จะขอซื้อของเขา
แน่จริงปล่อยให้เดินรถแข่งกันจะดีกว่า เมื่อไหร่จะเลิกกันท่าเสียที




ความคิดเห็นที่ 1

นสพ ผจก เป็นบ่าง ช่างยุ ยุทั้งวัน บาปกรรมตามทันแน่
999
// ---------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 11


คนราชพฤกษ์

เมืองไทยควรมีระบบขนส่งที่ดี เช่นรถไฟฟ้า จะใต้ดินหรือบนดินดีทั้งนั้น ควรทำให้เร็วๆ ได้แล้ว ที่ต่างประเทศ มีระบบรถไฟฟ้าที่ดีมาก ช่วยขนคนได้มาก และประหยัดด้วย เมืองไทยเรารถติดมาก น้ำมันก็แพง แต่ขนส่งไม่ดี คนที่พอมีก็เลยต้องไปซื้อรถมาใช้ ทำให้เป็นหนี้ แต่ถ้าขนส่งดีสะดวก เชื่อเลยว่าคนต้องหันมาใช้รถของรัฐมากๆ เพราะเวลามีค่ายิ่ง ไม่ควรให้เสียเปล่าบนท้องถนน

27 กันยายน 2548 เวลา 13:50:02

ความคิดเห็นที่ 10


TOY

ต้องการให้รถไฟฟ้าสายสีม่วงคงไว้ตามเดิมครับ 27กันยายน2548 เวลา 10.37.30

27 กันยายน 2548 เวลา 10:27:28

ความคิดเห็นที่ 9


cosmos

ไม่สร้างระบบขนส่งให้พร้อมในขณะที่พอจะทำได้ แล้วไปทำในอนาคตจะไหวหรือ อยากให้ประหยัด
น้ำมันเชื้อเพลิง แต่การกระทำกลับไปกันคนละทางงงจ้า

27 กันยายน 2548 เวลา 09:00:18

ความคิดเห็นที่ 8


คนไทย

ทำไมต้องเปลี่ยน ตอนหาเสียงทำเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ ซื้อบ้านไว้แล้วแถวมหาชัย ไกลมาก หวังว่าจะ
มีรถไฟฟ้า แต่ตอนนี้ แว่ว ๆ จะเปลี่ยนอะไร พระราม 2 รถติดจะตาย ทำไมไม่มีคนมาเหลียวแล

27 กันยายน 2548 เวลา 07:42:44

ความคิดเห็นที่ 7


เฮ้ออ

พยายามให้สายสีม่วงผผ่านบางเขนจริงนะท่านรมต.

27 กันยายน 2548 เวลา 04:38:47

ความคิดเห็นที่ 6

เราก็เปลี่ยนเหมือนกัน

ผมคนหนี่งล่ะเปลี่ยนใจแน่ ไม่ต้องรอให้ครบ 4 ปี เสียดายคะแนนและความศรัทธาที่ตั้งใจมาก
เวลาที่เหลือนี้ถ้าอะไรที่สัญญาไว้ยังไม่เกิดหรอว่าซื้อเวลา ตอนนั้นเราทุกคนขอให้เปลี่ยนใจนะครับ
ดูซิว่าพวกเราจะมีพลังมากพอไหม?

26 กันยายน 2548 เวลา 21:19:32


ความคิดเห็นที่ 4


babe

ตอนหาเสียงไว้ทำไมไม่คิดให้รอบคอบ พอได้เป็นรัฐบาลแล้วผิดสัญญา ที่ให้ไว้กับประชาชน
ระวังตัวไว้ด้วยสมัยหน้าอาจจะไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล งานนี้มีผู้คนเสียอารมณ์เยอะ ทุกคนอยากได้
รถไฟฟ้าผ่านหน้าบ้านทั้งนั้น ปัจจุบันน้ำมันแพงประชาชนไม่ค่อยอยากใช้รถส่วนตัวหรอก

26 กันยายน 2548 เวลา 21:08:12

ความคิดเห็นที่ 3


TS

นโยบายไม่ได้เปลี่ยนหรอกครับ ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่พอเริ่มจะลงมือทำ ปัญหาต่างๆ
ที่หมักหมมมาตลอดโดยคนที่เคยมีอำนาจก็ถูกเปิดออก เหมือนน้ำลดตอผุด ตอนนี้อยู่ในช่วงจัดระเบียบ
ทุกอย่าง สังเกตไหมว่าช่วงก่อนหน่อยงานหลายหน่วยงานออกมาให้ข่าวมีตัวเลขไม่ตรงกัน คนนั้นพูดอย่าง
ตอนนี้พูดอย่าง แต่ตอนนี้พอ รมต พงษ์ศักดิ์ เข้ามา ก็เคลียร์ตัวเลขต่างๆ จัดระเบียบจนใกล้จะเข้ารูปเข้ารอย
แล้ว อดใจรออีกนิด ยังไงผมว่า นายกทักษิณ ต้องดังระบบรถไฟฟ้าทั้งหมดให้ได้ตามสัญญา

26 กันยายน 2548 เวลา 19:17:10

ความคิดเห็นที่ 2


เปลี่ยน

ทำไมแค่เปลี่ยน รมต.คมนาคม นโยบายต่างๆในการสร้างระบบรถไฟฟ้าถึงได้เปลี่ยนไปมาก
ครับท่านนายก (ชักจะเสียดาย 1 เสียงแล้วซิ)

26 กันยายน 2548 เวลา 16:45:20


// ---------------------------------------------------------


marut_the_Jedi บันทึก:
ลุงเพ้งเขาบอกว่าจะหั่นงบสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งมีราง 10 ราง ให้เหลือ 3 ราง ซึ่งเน้นรถไฟฟ้าเป็นสำคัญ 2 ราง แล้วให้มีรางสำหรับรถสินค้าอีก 1 ราง ซึ่งให้ใช้ร่วมกับรถไฟชานเมือง ส่วนรถไฟทางไกล ให้ถ่ายคนขึ้นรถไฟฟ้าที่รังสิต

ส่วนงบที่เหลือจากการหั่น จะเอาไปขยายรถไฟฟ้าไปถึงอยุธยา พัทยา และนครปฐม ซึ่งใช้เขตทางของการรถไฟ ค่าก่อสร้างเพียงกิโลละ 80 ล้าน

แต่ผมสงสัยว่า รถไฟชานเมืองกับรถไฟทางไกลสายเหนือและอิสานช่วงตรงนั้นมันวันละ 60 - 70 ขบวนต่อวัน ซึ่งแออัดพออยุ่แล้ว จับไปยัดไว้ในรางเดียว มันจะวิ่งพอได้อย่างไรกัน

ทางที่ดีน่าจะเป็น 1 รางสินค้า 2 รางทางไกล และ 2 รางรถไฟฟ้า นะ มันกำลังดี

แต่ผมงงว่าทำไมถึงไม่ขยายเส้นทางมหาชัย ไปถึงปากท่อเสียด้วยเลยล่ะ

ป.ล.อยากอ่านข่าวเกี่ยวกับรถไฟ หรือการคมนาคมต่างๆ เชิญที่
http://www.mot.go.th ตรงคอลัมน์ ข่าวหนังสือพิมพ์ นะครับ
-----------------------------------------------------
Doraemon พูด:

10 คู่ 20 ราง ออกแบบไว้ให้รถอะไรวิ่งครับ หรือจะเปิดสนามซิ่งรถไฟ

อือน่านนะดิพี่ ทำทำไมตั้ง10คู่ สงสัยเอาไว้แข่งชิงกันเซน คริๆ ถ้าจะให้พอดีก็น่าจะ4-5คู่นะ
น้อยกว่า3คู่เด๋วแอดอัดกัน นะ บอกไว้ก่อน
_________________

มารุตพูด:

DORAEMON,

อือน่านนะดิพี่ ทำทำไมตั้ง10คู่ สงสัยเอาไว้แข่งชิงกันเซน คริๆ ถ้าจะให้พอดีก็น่าจะ4-5คู่นะ
น้อยกว่า3คู่เด๋วแอดอัดกัน นะ บอกไว้ก่อน


3 คู่ ก็ 6 รางแล้วหนะ
_________________
ขึ้นเขานางเอ มองเลพุมเรียง ยินเสียงพระธรรม เลิศล้ำไข่เค็ม เติมเต็มชีวี..ที่เมืองไชยา

DORAEMON พูด:


ก็เผื่อไว้ในอนาคตอะครับ ไว้หลายๆสายมาบรรจบกัน หรือจะทำเป็นศูนย์คมนาคม ก็ได้ เอ่อ แล้วว่าแต่ศุนย์คมนาคมไม่ทำที่ตากสินแล้วจะทำที่ไหนละเนี้ย
_________________

marut_the_Jedi พูด


อ่านข่าว เขาบอกว่าที่ตากสินจะเหลือแค่สถานีรถไฟฟ้า มี 4 ชานชลา (สายมหาชัยมี
4 ราง) ยังไงๆ ก็ต้องเวนคืน แต่ก็ไม่มาก ประมาณ 20 ไร่ แต่ชาวบ้านนี่สิ ไม่ยอมให้เวนคืน บอกว่า
ไม่เอารถไฟฟ้า แล้วเขตทางแค่ 14 เมตร มันจะไปพอทำที่ไหน

ส่วนสถานีขนส่งของ บขส นั้นจะย้ายไปแถวๆ พระราม 2 หรือไม่ก็ที่ดินว่างแถวๆ กัลปฤกษ์น่ะ
_________________


manutd_eak พูด:


ดูข่าวเมื่อเช้าบอกว่าจะมีโครงงานรถไฟฟ้าใต้ดิน ไปอีก 3 จังหวัด คือ พัทยา อยุธยา อีกจังหวัดจำไม่ได้ น่าจะเป็นนครปฐม

ปล.ไหนว่าไม่มีตังงะ
_________________

marut_the_Jedi พูด:


ลุงเพ้งเขาบอกว่าจะหั่นงบสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งมีราง 10 ราง ให้เหลือ 3 ราง ซึ่งเน้นรถไฟฟ้าเป็นสำคัญ 2 ราง แล้วให้มีรางสำหรับรถสินค้าอีก 1 ราง ซึ่งให้ใช้ร่วมกับรถไฟชานเมือง ส่วนรถไฟทางไกล ให้ถ่ายคนขึ้นรถไฟฟ้าที่รังสิต

ส่วนงบที่เหลือจากการหั่น จะเอาไปขยายรถไฟฟ้าไปถึงอยุธยา พัทยา และนครปฐม ซึ่ง
ใช้เขตทางของการรถไฟ ค่าก่อสร้างเพียงกิโลละ 80 ล้าน

แต่ผมสงสัยว่า รถไฟชานเมืองกับรถไฟทางไกลสายเหนือและอิสานช่วงตรงนั้นมันวันละ
60 - 70 ขบวนต่อวัน ซึ่งแออัดพออยุ่แล้ว จับไปยัดไว้ในรางเดียว มันจะวิ่งพอได้อย่างไรกัน

ทางที่ดีน่าจะเป็น 1 รางสินค้า 2 รางทางไกล และ 2 รางรถไฟฟ้า นะ มันกำลังดี

แต่ผมงงว่าทำไมถึงไม่ขยายเส้นทางมหาชัย ไปถึงปากท่อเสียด้วยเลยล่ะ

ป.ล.อยากอ่านข่าวเกี่ยวกับรถไฟ หรือการคมนาคมต่างๆ เชิญที่
http://www.mot.go.th ตรงคอลัมน์ ข่าวหนังสือพิมพ์ นะครับ
_________________
Daewoo2530-b พูด:

แล้วจะต้องสร้างคร่อมรางรถไฟ ไม่อยากนึกสภาพรถจักรไอน้ำ หรือรถธรรมดาที่ใช้ HID ลาก..........แล้ววิ่งใต้รถไฟฟ้าสีแดงทึบๆ .....................เอาเห๊อะ คิดไปได้นะคนเรา
_________________

marut_the_Jedi พูด:

หรือว่าเราจะใช้วิธีลากเจ้ามิกาโด้ ไปวิ่งบนรางรถไฟฟ้าดี
_________________


Wisarut พูด:


นายมารุต, ที่เจ้าเพ้งมันทำโดยได้รับความเห็นชอบจากท่านผู้นำเนี่ย ทำให้คนย่านลาดพร้าว รามคำแหงเคียดแค้นมาก ขั้นเตรียมเผาหุ่นไล่ขันที แล้วครับ ชาวบ้านในเกาะรัตนโกสินทร์ และ เทเวศร์ ก็เช่นกัน ก็เตรียมโห่ไล่แล้วเพราะเบียดบังเส้นทางสายม่วงแล้วเอาบีอาร์ทีไปแยกยมราชแทน

นอกจากนี้ ก็กลั่นแกล้งบีทีเอสและกทม จนคนฝั่งธนบุรีและบางนา สำโรง สมุทรปราการ
เขาโห่ไล่แล้ว

ร้ายกว่านั้น ท่านก็ยังพูดจาเหมือนคนสิ้นคิดคือ อยากให้ทุกระบบเชื่อมต่อกันเพื่อใช้โรงซ่อมเดียวแต่ กลับเบียดบังไม่ยอมให้สายม่วงต่อกะสายน้ำเงินเพื่อใช้โรงจักรห้วยขวาง และระบบไฟฟ้าสายแดงใช้ 1200 โวลต์ติดหลังคา แต่ สายน้ำเงินใช้750 โวลต์ ราง 3 เห็นเช่นนี้แล้วก็แน่ใจว่ามีวาระซ่อนเร้นเอาใจกลุ่มผลประโยชน์

// --------------------------------------------------------------

thailandstation พูด:


คนมาจากทางไกลๆ มาเหนื่อยๆ ยังจะให้มาเดินต่อรถอีกหรือ
นี่หรือคือสิทธิที่เท่าเทียมกัน อย่าแต่ว่าคนกรุงเทพลำบาก
คนอีสานกับคนเหนือก็ลำบากเหมือนกันนะ
การเดินทางกว่า 600 700 กิโลเมตร จะต้องมายอมแพ้ให้คนที่นั่งแค่ 30 40 กิโลเมตร
จริงหรือ?

คนกว่า 30 40 ล้านคน จะต้องมาอ่อนข้อให้กับคนแค่ 6 ล้านคน จริงหรือ?

นี่หรือรัฐบาลไทย? นี่หรือประเทศที่มีแต่ความสงบ?

คิดจะโกงกินชาวบ้านไม่ว่า!!!


------------------------------------------------------------------------
rodfaithai พูด

เหมือนรองเท้ายังไงก็ไม่รู้แฮะ เพราะ 1 ชุด มันต้องมี 2 ราง อยู่แล้ว
รถไฟรางคู่ แปลว่ามี 4 ข้าง รางรถไฟนี่ควรมีลักษณะนามเป็น อะไรดีหว่า

เฉือนกันง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอเพ่ ไม่ศึกษา ไม่พิจารณา ให้ดีๆ หน่อยหรือ
ถ้าเฉือนได้ง่ายเช่นนี้ แปลว่า คนทำ Feasibility ซี๊ซั้วทำมานะสิ

ว่าแต่ เลิกไอเดีย แก้ปัญหาจราจร กทม โดย ยกราง รฟท ไปตั้ง บน สโตนเฮนจ์
แล้วหรือ เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ

ทางหลวงท่องเที่ยว 1.5 หมื่นล้าน (ที่เอางบฯ แหลมผักเบี้ยมาทำ) นี่ก้อเฟอะฟะ
นะ เฮีย น่าจะโยกงบฯ มาให้ รฟท ดีก่า

// --------------------------------------------------
DORAEMON พูด

อย่างน้อยผมก็หนึ่งคนละที่ไม่พอใจ ไหนบอกว่าจะทำรถไฟฟ้าใต้ดิน ตอนหาเสียงไง ท่านนายก แล้ว มาเปลี่ยนเอาเป็นBRT แล้วล่าสุด ผมไปดูแผนที่ขนส่งมวลชนที่จะสร้างใหม่ ปรากฏว่า ลาดพร้าว ไม่มีระบบขนส่งมวลชนไรสักอย่าง เอาละสิ ท่าน ทำไงดีละเนี้ย
_________________

Wisarut
September 27th, 2005, 03:01 PM
More Details on Ai Pheng's Plan - Quarelling with BMA on BTS Affairs
Manager Daily - Sept 27, 2005
Thairath - Sept 27, 2005
Dailynews - Sept 27, 2005
Bangkok Biznews - Sept 26, 2005

Pheng is goign to push the fopllowing extensions forward bby the end of Feb 2006
if BMA has SURRNEDERED BTS Concession to MOTC

1) Pinklao Extension (National Stadium - Pinklao - Phrannok),
20 Samrong-Paknam extension (Onnut - Samrong - Paknam),
3) Taksin-Phetkasem extension (Saphan Taksin - Bang Wah),
4) Phaholyothin Extension (Mochit - Ratchayothin - Saphan Mai)

Furthermore, MOTC would have to complete the Red line commuter (Rangsit - Mahachai)
as well as Blue Ring (Laksong - Hua lamphong, Tha Phra - Bang Sue). The Purple line has not
been decided wheterh it will go to Bangkhen station or Bangsue station.
If the line goto Bangkhen, the extra 10 billion Baht is NEEDED since some sections
have to be underground.

However, Red Line Commuter would have NOT more than 3 tracks instead of 10 tracks as suggested by Consultant (2 tracks for cargos, 2 tracks for intercity, 2 tracks for commuter,
2 tracks for mass transit system ) with dedicated cargo tracks to Mahachai ... soas to
cut down the budget from 41.242 billion Baht to 28.474 billion Baht. The other 13 billion
would got the extension to Nakhon Pathom,Ayutthaya and even Pattaya(!) in standard gauge (!). This regauging would need extra investment of 80 million Baht/km.


AI pheng has claimed that even Japan does NOT have 10 dedicated tracks as red line
commuter despite of the fact that JR East DID have some sections with 10 tracks.
Even England need 4-5 tracks for the lines to Greater London!

Furthermore, NO Orange Line and Purple line from Bagsue to Rat Boorana

Rama9 Depot is for 750 V third rail while red lien commuter is for 1200 V pantograph ...
very incompatible mode, need several billions Baht for the new depots and modifying
Rama 9 Depot. The deprivation of the Purple line connection with the ring would have
SERIOUS and Detrimental effect on the maintianace.

However, Ai Pheng said he would ask BTSC to close down Mochit Depot and for them
to use Rama 9 Depot instead ... but they need a connection with BLUE Ring at both
Bang Wah and other places in BKK. Otherwise, the new depots at Ayutthaya and
Ban Phachi are NEEDED once Rama 9 Depot has reached the limitation. Ai Pheng still
BELIEVES BTSC and BMCL don't need frequent major maintianance so the small depots
are needed which DEFINITELY FALSE.

BMA City Clerk has retorted to Ai Pheng that BmA has receive the Year 2006
budget for BTS extensions shown as follows:

1) 733 million Baht for Samrong Extension
2) 150 million Baht for Taksin-Phekasem extension
3) 563 million Baht for Phaholyothin extension


Theerfore, BMA has FULL RIGHT to spend the budgget with NO string attached.


Note: Now, Ai pheng has got widespread BOOs from Thai netters due to
His Meddling with BMA with the sanction from The Leader's palace

Furthermore, those who live along Taksin - Suksawat road as well as thsoe who live
in Thewet, Bang Lamphoo, Sri Yan memorail Bridge, Tha Phra as well as those
wholive in Bangkapi - lad Phrao - Ram Khamhaeng have vowed that they would
"NEVER" vote for TRT again after they have broken the promises with people
in such extend that TRT MPs would never hope to get the reelection prospectives:


Note 1: Pheng is trying to grab BTS Extensions by claming that BMA is runnign out
of cash so MOTC will force BMA to give up BTS to MOTC and compell BTS to sign
the new contract with MOTC at Gunpoint.


Note2: Ai Pheng is LYING the public! Thsoe RailwayWorkers know that they are desperated for
10 rails .... Thsoe who run factories in mahachai are desperated for dedicatd tracks to Ladkrabang ICD ... SHAME on Ai Pheng who have such a short sight by cuttign the vital tracks to save a penny
but wasted billions of dollars. The mroe reasonabel cut is 4-5 tracks for trunk line.
Now, thsoe who run cargo business has said that they need at least 4 tracks to ensure that
they would NOT be in conflict with the commuters.

Note3: What aboug Suvannabhum Airport Link? HELL NO if they have to share track with the commuter line and the cargo line ....

NOte4: This kind of Shenanigan in the regauging as well as otehr issues relating with mass
transit system by Ai Pheng with imply his own STUPIDITY INSINCERITY he has in his mind ... STUPIDITY when he deprive those who line in rural area from make direct entering in
BKK Metro area by transshipment due to gauge breaking. Insincerity since he have
deliberately deprived the urban people to have mass transit access ...

The same stupidity of Ai Pheng can be testified on the unconnection between
Purple line (Bang Khen - Bang Yai) and Blue Ring.

Wisarut
September 28th, 2005, 03:09 PM
Oh, the columnist of Than Setthakij (Sept 28, 2005- Oct. 1, 2005) has pointed
out some IRREGULARITIES in the Mass Transit Plan headed by Minister Pheng.

1) Minister Pheng has nominated those highway men such as Dr. Maitri Srinarawat
(the duputy Director of Rural Highway Dept) to run OTP, Director Thoedsak Setthamanop
(Director of Highway Dept.) to run the mass transit committee ...

2) Minister Pheng has KICKED the rail expert like Dr. Khamrobluk Sureatsawadee out
of hte mass transit comittee.

This is a sure sign that Minister Pheng is goign to RUIN the Mass Transit system -
without LISTENING to hte people!


Opinion 3: by Mr. Tiwanon

Ai Pheng is the typical politician who come to


1) DESTROY both Purple Line and Ornage line by claiming that they are UNWORTHY
to construct

2) reallocate the money for mass transit system to Nakhon pathom, Ayutthaya and
Phatthaya to please the rural voters

3) Force the section from Khae Rai to Bang Kheng Underground.

4) Destroy section from Bang Yai to Bangsue to please thsoe NIMBYs from Tao Poon.
Despite of Electrion promise.

Ai Pheng, You have to Answer to the people. We would NEVER Accept your LAME executes
you tell the gullible and greedy presses.

Opinion2:

Premier Thaksin, How can you pick up Ai Pheng (Your CRONY) to run MOTC and
give him a sanction to destroy both Purple Line and Orange Line? Both Lines
would go through the city center to alleviate traffic jam while reducing the car usages.
However, Ai Pheng has given a token compensation by comming upwith the lien from
Bang Yaito Bang Khen as undergroudn track while siphoning hte money for his cronies.

Therfore, I would like to ask Premier Thaksin andMinister Pheng some quick questions.

1) How can you CLAIM that Purple Lien andOrange lien are UNWORTHY to invest while
tellign a LIE to the publci that the extension of red line commuter to Phattaya,
Nakhon Pathom and Ayutthaya are more worthy despite of the fact that there are
fewer people inthsoe area thanthe areas that Purple line and Orange lien have passed?

Very few people would go to Nakhon pathom, Patthaya and Auyutthaya durign the weekdays
while they wold goto thsoe places ONLY durign the holidays and long weekends.

2) What is your rational to move the track from Bang Yai to Bang Sue to bang yai to Bang Khen?
As we have known, the elevated track across the expresswayis very risky so YOU have come
up with undergroudn track to avide that expressway.

You have TOLD a BIG LIE to the public that the line form Bang Yai to Bang Khen is to feed the Red Line commuter at Bang Khen station due to hte followign reasons:

2.1) There must be LOTS of people from Bang Yai to Bang Khen ... so Bang Yai -Bang Khen
line can be a feeder for Red line Commuter ... a cover-up plan to make Red lien commuter
have rosy perspectives despite of the fact that there are fewer people livign alogn red line
commuters.

2.2) The meddling around the mass transit system is REALLY AGAINST the government's
policy to cut down the burden of people on transportation. Forcing the passengers to
make afrequent changes on the mass transit systems would ruin the life of people by
adding extra cost to please your cronies .... even the joint ticket system would NOT
help that much .... You just want to ruinthe mass transit system in the same way
as BMTA has ruined Bangkokians by shortening the bus routes, forcing the frequent transfers
to different lines.

3) The mass transit system are SUPPOSED to be LONG lines passing one corder of the cities
to the otehr corners of the city via City center (or the line from City center to vinciniteis) ...
NOT thsoe short feeder lines heading from Suburbs to City center in the way you are
going to do righrt NOW! Any gllitches on the construction of this project would
DEFINITELY the way to RUIN mass transit system so as to force more people ot buy MORE cars!

4) We have felt convinced that you DID have a hidden agenda to PLEASE the automobile
and while RUINING mass trasit system. Please give us a proof that our conviction is WRONG.

Last but not least, I woudlask Premier Thaksin to REJECT the proposalof Minsiter Pheng if
you still LISTEN to the people rather than the cronies. Failture to do so means the leader would
head to Downfall.

Opinion 1: By Wiz

Ai Pheng, It is pure corruption in the policy.

Wisarut
September 28th, 2005, 03:54 PM
The followign are the opinionsform MThai ... but Icannot make any opinion there sicne they have LOCKEDmy IP Address to prevent me from posting hte Venom on the webboard.

โปรเจครถไฟฟ้าห้าแสนล้านเพื่อคนกรุงฯ กำลังจะกลายเป็นแค่อีกหนึ่งโปรเจคหาเสียง!?

REF: http://www.mthai.com/webboard/5/148562.html
คิดยังงัยกับเรื่องรถไฟฟ้าทั้ง7สาย รวมทั้งส่วนต่อขยายของเส้นทางที่มีอยู่แล้วกันบ้างครับ ที่ในขณะนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเสร็จไม่ทันตามกำหนดเส้นตายปี2552ตามที่ทั่นทั้กกี้เคยป่าวประกาศไว้แน่นอน สืบเนื่องเพราะหลังจากที่ทั่นรตม.เพ้งว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่เข้ารับหน้าที่
แกก็จัดการรื้อโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังจะยื่นซองประกวดราคาก่อสร้างกันอยู่รอมร่อใหม่หมด! หรือแม้แต่เส้นทางต่อขยายเช่นช่วงสถานีตากสินที่กทม.พร้อมสร้างแล้วเพียงแค่รอคำอนุมัติจากครม.ก็โดนสั่งดีเลย์ออกไปแบบไม่มีกำหนด ด้วยข้ออ้างต่างๆนาๆทั้งจากรมต.คมนาคมเองและรมต.มหาดไทย พล.อ.อ.คงศักดิ์ ซึ่งทั่นผู้นี้เพิ่งเป็นข่าวสั่งปรับเสป็คหน้ากากกันไฟที่ตามกม.ใหม่กำหนดให้ทุกโรมแรมต้องมีให้ผู้เข้าพักห้องละ2ชุด ที่เป็นหน้ากากแบบมาตรฐานสากลกันควันพิษ เปลี่ยนเสป็คใหม่เป็นถุงพลาสติค.!! ซึ่งมีระบุวิธีใช้ข้างถุงไว้ประมาณว่า ครอบหัวแล้วรัดให้แน่น หาทางออกให้เร็วที่สุด.. ปรากฎว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากนำไปใส่ขยะแทน เนื่องจากเข้าใจผิด.. กลับมาที่เรื่องรถไฟฟ้า นอกจากความล่าช้า และความเอาแน่เอานอนไม่ได้ชนิดปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางกันรายวัน ยังมีเรื่องสเปครถไฟจากที่เป็นแบบเฮฟวี่เรลรางคู่ ทั้งบนดินและใต้ดินก็ถูกลดลงมาเป็นแบบรางเดี่ยวในบางเส้นทาง ที่ดูน่าเศร้าใจมากที่สุดเห็นจะเป็นแนวรถไฟใต้ดินและลอยฟ้าส่วนใหญ่ของเส้นทางหลักๆบางเส้น กำลังจะถูกเปลี่ยนเป็นรถเมล์ด่วนบีอาร์ทีแทน เหตุผลเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย(คนละส่วนกับโครงการบีอาร์ทีของกทม.) แต่ในขณะที่ทางด้านวิศวกรรม ได้ยืนยันแล้วว่าค่าก่อสร้างนั้นอาจจะไม่ต่างจากรถไฟฟ้ามากนัก เนื่องจากจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินตามแนวทางวิ่งจำนวนมากเพื่อนำมากั้นเป็นช่องทางพิเศษสำหรับรถเมล์บีอาร์ที และถ้าหากทำตามที่ทั่นเพ้งวางแผนคือ ทำโครงสร้างเผื่อสำหรับอัพเกรดเป็นรถไฟฟ้าในอนาคต ค่าก็สร้างก็แทบจะไม่แตกต่างจากการสร้างรถไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มต้นเลย อาจจะถูกกว่าหน่อยตรงค่าตัวรถ นี่ยังไม่รวมเหตุผลทางด้านความคุ้มค่าในการลงทุน และค่าเสียน้ำใจสำหรับคนกรุงฯอีกนับล้านคน ซึ่งถ้าหากทั้งหมดเป็นจริงตามที่รมต.คมนาคมคนปัจจุบันวางแผนไว้จนถึงปัจจุบัน ค่าก่อสร้างก็จะลดลงจาก5แสนกว่าล้านเหลือเพียง2แสนกว่าล้าน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า สิ่งที่ทำได้ทำไมไม่ทำ สิ่งที่พร้อมแล้วทำไมต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ ถ้าเงินไม่มีหรือกลัวจีดีพีหล่นก็ค่อยๆทำก็น่าจะได้ ส่วนที่เหลือค่อยแบ่งเป็นส่วนต่อขยายทีหลัง นี่ขนาดเพียงแค่เปลี่ยนรมต. ยังไม่มีการเปลี่ยนรัฐบาลยังขนาดนี้ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมสนามบินสุวรรณภูมิจึงใช้เวลาดำเนินโครงการนานถึง45ปี แต่สำหรับผม สุดท้ายโครงข่ายขนส่งมวลชนสำหรับนครหลวงเมืองฟ้าอมรนี้จะกลายเป็นแค่โครงการหาเสียงหรือไม่นั้น ยังต้องลุ้นกันต่อไป ทั้งรักทั้งสงสารประเทศชาติเลยครับ
โดย : iLoVeBKK
อีเมล์ : sunnyseason@msn.com
วันที่ : 2005-09-28 16:46:03








โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
แทรกรูปภาพ : ไม่เกิน 100 K
ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg) ไปให้บริการ Photo2mobile (การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี
ไม่ยินดี

กติกา มารยาท

ความคิดเห็นที่ 17
จะให้คนไทยย้ายประเทศหนีนักการเมืองดี หรือจะให้นักการเมืองแลยำออกไปดี
โดย : เอ่อ เอาสิ วันที่ :2005-09-28 19:58:30 IP :192.165.213.xx

ความคิดเห็นที่ 16
อยากจะถามมันริงๆๆ อายเพ้งนี้มันเป็นใคร ผมว่ามัน่าจะเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู ดีกว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี สงสัยจริงมาเปลี่ยนแปลงอะไรกับโครงการมากมายทำไม หรือมีนัยยะ ซ่อนเร้น เราหล่ะเบื่อจริงๆๆๆ เมื่อไหร่ คนคิดดีๆ ทำเพื่อประเทศไทย จะได้เข้ามทำงานแทน คนพวกนี้จริงๆๆ มีแต่พวกมาหาผลประโยชน์ ถ้าไม่มีคนแบบที่ว่ามา ก็ขอให้เป็นแบบที่ทำงานแล้วหาผลประโยขน์ติดปลายนวมก็ยังดีกว่า รักประเทศไทยนะ แต่เกลียดคนอย่างเพ้ง จังเลย ท่านนายกคร๊าบ จับเพ้งไปขายก๋วยเตี๋ยวเถอะคร๊าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย : นาย น่าเบื่อ วันที่ :2005-09-28 19:54:18 IP :161.246.1.xx

ความคิดเห็นที่ 15
14 กค วันตั้งไทยรักไทย
14 กค ตรงกับวันชาติ ฝรั่งเศส
14 กค ตรงกับวันโค่นล้ม พระเจ้าหลุยส์ที่ 16

มันรู้ มีคนทักท้วง มันบอกว่า วันดี

อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะเช็คข้อมูลที่ถูกต้อง
โดย : แมว วันที่ :2005-09-28 19:45:42 IP :202.133.155.xx

ความคิดเห็นที่ 14
ช่าง..แม่..ง เฮีย....ชิป...หาย.....สา......ด
โดย : ดอ วันที่ :2005-09-28 19:41:34 IP :202.133.155.xx

ความคิดเห็นที่ 13
ตอ...............แห...ล
โดย : ปากตรงกะใจ วันที่ :2005-09-28 19:16:43 IP :202.8.87.xx

ความคิดเห็นที่ 12
ทามมายพูดออกไป แต่ทำไม่ได้ ถ้าคิดว่าประชาชนเลือกแล้วก็ควรจะคิดว่า
ในเมื่อประชาชนเลือกแล้วก็น่าจะคิดว่าที่หาเสียงไปพูดหรือตะโกน ว่าจะทำอันโน้นอันนี้ ถือว่าไม่มีความหมายเรยใช่มั้ย แล้วอีกหน่อย จะมีใครชื่อแล้วก็ไม่มีใครออกมาเลือก หรือหมดศรัทธานั่นเอง
โดย : bkk วันที่ :2005-09-28 19:10:50 IP :58.10.192.xx

ความคิดเห็นที่ 11
รู้ว่าเค้าพูดหาเสียง ยังเลือกเค้าอีก แล้วอย่างนี้ใครผิด
โดย : คว....าย วันที่ :2005-09-28 18:56:08 IP :61.90.93.xx

ความคิดเห็นที่ 10
ขอมองแบบเป็นกลางด้วยคน

เห็นด้วยกับความคิด ที่ 6 นะ ว่า เศรษฐกิจ์ตอนนี้ไม่เหมือนช่วงหาเสียงแล้ว ีทั้งปัจจัยภายในและนอกทำให้การจะลงทุนในโปรเจคใหญ่ ๆๆ ต้องคิดให้รอบคอบ

เราว่าคงไม่ถึงกับไม่สร้างหรอก มันต้องสร้างแน่ๆๆ เพราะ มันเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับคน กทม ซึ่งที่จริงถ้าจะทำเป็นรถด่วนบี อาร์ที หรือแบบรางเดี่ยวในบางเส้นทาง ก้อ ดีออก มันด้อสะดวกเหมือนกัน และลงทุนน้อยกว่ามาก ๆๆ ตามเมืองใหญ่ ๆ ในอเมริกา เราก้อเห็นเค้าใช้กัน มันก้อวิ่ง ผ่า่นตลอด เพราะสามารถทำทางยกระดับ ข้ามแยกได้ ไอ้ที่เอาลงดินมันก้อดี แต่ว่ามัน ค่าใช้สูงมาก อย่าลืมว่า งบประมาณของชาติ ควรต้องจัดสรร ให้ กับส่วนอื่นๆๆ ด้วย ไม่ใช่ แค่ สำหรับคนกทม. อะไร ประหยัดได้ ก้อน่าจะดี

ที่พูดไม่ได้เข้าข้างรัฐบาล แต่ อย่าจ้องจับผิดเค้ามากนัก ควรดูที่เหตผล จะดีกว่า การถอยออกมา สักหน่อย อาจ ดีกว่า ในระยะยาวนะ
โดย : แค่ เนี่ย วันที่ :2005-09-28 18:32:11 IP :151.201.155.xx

ความคิดเห็นที่ 9
เห็นด้วยกับคห6 นะเเต่อย่าลืมซิครับว่าถ้าเราไม่รู้ว่าอนาคตเป็นไงแล้วเสือกทะลึ่งพูดออกมาก่อนได้ไง อย่างนี้เรียกว่าไม่รักษาสัญญาครับ
โดย : soogoodbig วันที่ :2005-09-28 18:13:14 IP :61.90.87.xx

ความคิดเห็นที่ 8
ขออนุญาตเอาข่าวของ หลวงตามหาบัว มาให้ทุกๆคนได้อ่าน
“หลวงตาบัว” ย้ำไม่เคยเล่นการเมืองแต่พูดความจริง สลดสังเวชรัฐบาลเผาบ้านเผาเมือง-ยึดอำนาจทุกหน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจ และตุลาการหวังเปลี่ยนเป็น “ประธานาธิบดี” กดหัวคนทั้งชาติ เตือนทำบาปมหันต์ระวังมีจุดจบเหมือน “เทวทัต” ที่แข่งบุญพระพุทธเจ้าแล้วถูกธรณีสูบ ระบุเคยช่วยเหลือ “ทักษิณ” เต็มเหนี่ยวหวังให้มากอบกู้บ้านเมือง แต่พอเป็นนายกฯก็เปลี่ยนไปเป็นคนลุแก่อำนาจ เห็นแก่พวกพ้อง ท้าพูดผิดเอาไป “ตัดหัว” ได้เลย
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000132575
โดย : tong วันที่ :2005-09-28 17:45:33 IP :58.136.84.xx

ความคิดเห็นที่ 7
ถ้า มันยกเลิก จริง รับรองไม่ได้เป็น นายกอีกรอบแน่ๆ
โดย : vn, วันที่ :2005-09-28 17:43:53 IP :202.142.219.xx

ความคิดเห็นที่ 6
ขอมองแบบเป็นกลางนะครับ

1. สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนช่วงหาเสียงแล้ว เศรษฐกิจช่วงนั้นดีมากประเทศมีเงินมากอยากจะทำอะไรก็ได้ ต่างจากตอนนี้ที่มีทั้งปัจจัยภายในและนอกทำให้ไม่มีเงินมากกว่านั้น

2. อย่าลืมนะครับว่าเมกกะโปรเจค ใช้เงินลงทุนกว่าล้านล้านบาท (เป็นตัวเลขก็ 13 หลัก สมบัติทั้งเครือของชินคอร์ปยังไม่พอเลย) โครงการนี้ต้องนำเข้าสินค้าเป็นจำนวนมาก หากยังดื้อดึงต่อไป จะทำให้เศรษฐกิจเราแย่ยิ่งกว่านี้

3. รื้อโครงการน่ะดีแล้วครับ อย่าลืมนะครับว่าโครงการเหล่านั้นเริ่มขึ้นในสมัยที่นายสุริยะเป็น รมว. คมนาคม นะครับ โครงการ CTX เล็กกว่าตั้งเยอะยังฟาดไปพันกว่าล้าน ถ้าไม่รื้อโครงการนี้จะได้ไปอีกเท่าไหร่ อย่าใจร้อนอยากได้จนเสียสิครับ
โดย : Noom วันที่ :2005-09-28 17:40:38 IP :61.90.236.xx

ความคิดเห็นที่ 5
ความเหมาะสม !? นายกฯถ่วงเวลาลงใต้ - "บินปฐมฤกษ์"ก่อนเวลาอันควร
http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9480000132435
โดย : 911 วันที่ :2005-09-28 17:32:58 IP :202.28.62.xx

ความคิดเห็นที่ 4
กล้าว่าท่านผู้นำหรือ เด๋วก้โดนยิงเป้าหรอกมึง
โดย : hch วันที่ :2005-09-28 17:32:22 IP :210.246.161.xx

ความคิดเห็นที่ 3
แค่ 5แสนล้านขี้ปะติ้ว

เงิน 2500 ล้าน เอาไปโยนให้ใครยังไม่รู้เลย
งานพรรณพืชโลก ที่จะจัดที่เมืองไทย ก็โดนเขา Reject แล้ว เพราะไม่มีความเตรียมพร้อมของพื้นที่ โยนให้จีน รับไปจัดสบายๆ

แต่เงินที่ไอ้ ยี้ห้อยเอาออกไปจัด 2500ล้าน ไม่รู้หายไปไหนหาคืนไม่ได้

โดย : จะเอางัยเนี่ย วันที่ :2005-09-28 17:30:28 IP :58.136.81.xx

ความคิดเห็นที่ 2
สายสีส้มก็แห้ว โกหก หลอกลวงประชาชนตาดำๆๆๆๆๆๆ
ท่านมีรถนั่งสบาย แถมด้วยรถนำขบวนอีกต่างหาก
เฮ้อ ... เมืองไทย ไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน แถมจะล้าหลังในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เพราะมีแต่นักการเมืองที่กินบ้านกินเมือง

เกิดชาติหน้าอย่าได้เกิดเป็นคนไทยอีกเลยเรา......โอ้ พระเจ้า
โดย : บางกะปิ วันที่ :2005-09-28 17:24:21 IP :202.133.131.xx

ความคิดเห็นที่ 1
สายสีส้มก็แห้ว โกหก หลอกลวงประชาชนตาดำๆๆๆๆๆๆ
ท่านมีรถนั่งสบาย แถมด้วยรถนำขบวนอีกต่างหาก
เฮ้อ ... เมืองไทย ไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน แถมจะล้าหลังในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เพราะมีแต่นักการเมืองที่กินบ้านกินเมือง

เกิดชาติหน้าอย่าได้เกิดเป็นคนไทยอีกเลยเรา......โอ้ พระเจ้า
โดย : บางกะปิ วันที่ :2005-09-28 17:20:41 IP :202.133.131.xx

shrunkenhead
September 28th, 2005, 07:49 PM
[QUOTE=Wisarut]The followign are the opinionsform MThai ... but Icannot make any opinion there sicne they have LOCKEDmy IP Address to prevent me from posting hte Venom on the webboard. [QUOTE]

Khun Wisarut- Can you do a release/ renew to optain a new IP address?? I'm wondering if your service provider hand out IP's via DHCP or Statically. If you have a different computer at home or at work, it should have a different IP address and you maybe able to post you comment still.

Kalix
September 28th, 2005, 08:47 PM
god damn it! since this guy Peng stepped in, everything is changing...how can Thaksin let this happen? the plan will always change,every time we have a new minister?

PADTHAI
September 29th, 2005, 01:20 AM
Yes, and nothing will get built. Don't you see the pattern? Then just ahead of the NEXT election there will be another big set of promises...

Wisarut
September 29th, 2005, 07:01 AM
สนข.ศึกษาออกแบบรถไฟสายสีแดงสะดุด
Dailynews - Sept 29, 2005

เหตุคมนาคมออกนโยบายรายวันชี้จำนวนรางรถไฟเหมาะสมแล้ว

รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งให้ปรับแก้จำนวนรางของรถไฟฟ้าสายสีแดงใหม่ จากเดิมที่มีการออกแบบรางไว้ถึง 10 คู่ ให้สำหรับขนส่งสินค้า ขนส่งทางไกล และขนส่งผู้โดยสาร เหลือเพียง 2-3 คู่ ใช้เฉพาะขนส่งมวลชนเพียงอย่างเดียวนั้น น่าจะเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนทางด้านข้อมูล เพราะไม่ทราบว่าราง 10 คู่ ที่ รมว.คมนาคมกล่าวถึงประกอบด้วยส่วนใดบ้าง

แต่ในการออกแบบไม่ได้วางรางไว้มากมายขนาดนั้น โดยในส่วนของสายเหนือ บางซื่อ-รังสิต ออกแบบไว้ 3 ราง จากบางซื่อ-รังสิตแบบสแตนดาร์ดเกรด 2 ราง และเป็นเมตเตอร์เกรดของรถไฟทางไกล ใช้ร่วมกับรถไฟขนส่งสินค้าอีก 1 ราง ซึ่งเป็นรางที่มีขนาดไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถใช้รางร่วมกันได้ เมื่อรวมกับสายสีแดงทั้งหมดทำให้เหมือนมีการก่อสร้างรางเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามแบบเดิมที่เคยออกแบบไว้นั้น มีความจำเป็นสมควรก่อสร้างเพราะเป็นการรวมระบบรถไฟชานเมืองและรถไฟทางไกลไว้ด้วย เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดใกล้เคียงสามารถเดินทางเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ สนข. ยังไม่ได้รับคำสั่งจาก รมว.คมนาคมในการปรับแก้เรื่องดังกล่าวซึ่งคณะทำงานกลั่นกรองด้านเทคนิครถไฟฟ้าสายสีแดงต้องรอนโยบายที่ชัดเจน แต่ขณะเดียวกันได้เร่งเดินหน้าศึกษาสายเหนือ ช่วงบางซื่อ-รังสิต ตามแบบเดิมไปก่อน ให้แล้วเสร็จสามารถประกวดราคาได้ภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.ปีนี้ ตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้หากได้รับคำสั่งให้แก้ไข ก็ต้องแก้ไขตามนโยบายซึ่งจะไม่ใช้เวลาในการแก้ไขมากนัก อย่างไรก็ตามในการออกแบบระบบขนส่งมวลชนนั้น ได้มีการออกแบบโครงสร้างเผื่อการใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้าด้วย หากสายทางมีศักยภาพมากพอสำหรับขนส่งสินค้า ก็จะต้องนำมาใช้ประโยชน์ด้วย จะคำนึงถึงการขนส่งคนอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งหากไม่เริ่มสร้างตั้งแต่วันนี้ อนาคตเมื่อมีความต้องการใช้ก็ต้องมีการก่อสร้างอีก

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังจาก นายพงษ์ ศักดิ์ เข้ามารับตำแหน่งได้มีแนวคิดปรับแก้ ลดเส้นทางรถไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นสายสีม่วง สายสีส้ม สายสีแดง ซึ่งโครงการดังกล่าว สนข.ศึกษารายละเอียดเบื้องต้นเสร็จแล้ว ซึ่งสายสีม่วงและสายสีแดง เตรียมออกแบบรายละเอียดใกล้แล้วเสร็จเตรียมประกวดราคาปลายปีนี้ แต่โครงการต้องชะงักหมด.

Wisarut
September 29th, 2005, 07:02 AM
DATELINEBangkok

Subway plans need careful overseeing



Post Today Editorial, Sept 27 _ Everyone should keep a close watch on the sub-committee appointed by the government to reroute some of the seven new subway lines to be built in Bangkok.

The subway lines are part of the 1.7-trillion-baht mega-projects to be built by the government to stimulate the economy and improve the transportation system in the capital.

The original subway routes will be re-examined because the estimated cost has gone up. The original plans were also not designed to serve the maximum number of city residents, but to serve real estate developers, who plan to build new communities and shopping centres along the routes. Those with large parcels of land near the subway stations could sell their land for a big profit.

The Red Line linking Bang Sue and Rangsit was originally planned to have 10 dual tracks, which would cost a lot of money to build. Based on the number of passengers that will use it, the original Red Line will certainly lose money. This is just one example of poor planning.

Questions remain over who will really benefit from the new subway lines: the big landowners or the people of Bangkok?

We agree with the Transport Ministry that the entire project be overhauled so that the subway lines can better serve Bangkok residents.

After the rerouting is done, the ministry should organise a public hearing so that all the stakeholders can have their say. The opposition parties, academics and non-governmental organisations must monitor the progress of the sub-committee in charge of redesigning the subway routes. Any changes to the original plan must be for the maximum benefit of the people of Bangkok, not any particular group of people with a hidden agenda.

The new subway lines will be built with taxpayer money, and every step towards their implementation must be above board. The government must take the voice of taxpayers and those who will use the subway lines into consideration.

By working together, we can prevent any problems that may crop up in the future. Taxpayer money must be spent for a useful purpose. And because of the huge budget involved in the subway scheme, the government must conduct every procedure with absolute transparency.

Zoowatch
September 30th, 2005, 03:25 AM
every dark cloud has a silver lining... hopefully this news signals a POSITIVE DEVELOPMENT that the BTS SkyTrain extensions will be approved by the cabinet for approval soon....

News article (in Thai) can be found here (http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/bangkok/sep/30/bkk1.php)
Thairath, 29.09.2005

Wisarut
October 5th, 2005, 07:24 AM
ตั้งคณะทำงาน 2 ชุดหาข้อสรุปการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนครบวงจร

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 ตุลาคม 2548 19:20 น.


คณะอนุกรรมการพิจารณาเส้นทางระบบจราจร การออกแบบ และงานก่อสร้าง โครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแบบครบวงจร ตั้งคณะทำงาน 2 ชุด หาข้อสรุปแผนงานการก่อสร้างรถไฟฟ้าครบวงจร แต่ยืนยันยังไม่มีการเพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้าเป็น 10 สาย เพราะจะพิจารณานำงบประมาณมาขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีอยู่และพัฒนาที่อยู่อาศัยในเขตสายทางให้ประชาชนใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเส้นทางระบบจราจร การออกแบบ และงานก่อสร้าง โครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแบบครบวงจรครั้งแรก ที่มีนายมหิดล จันทรางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะมีนายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาและแก้ไขปัญหาเส้นทาง และประสานรายละเอียดการก่อสร้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนที่จะนำมาใช้ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์

ส่วนคณะทำงานชุดที่ 2 จะทำหน้าที่ศึกษาและตรวจสอบมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าให้ได้มาตรฐาน ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะมีนายต่อตระกูล ยมนาค นายกสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เป็นประธาน โดยคณะทำงานทั้ง 2 ชุดจะต้องเร่งดำเนินการประชุมหารือตามภาระที่ได้รับมอบหมายทุกวัน เพื่อเร่งหาข้อสรุปเรื่องการก่อสร้างให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อที่จะเสนอผลการประชุมไปยังคณะกรรมการชุดที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าต่างๆ เพื่อปรับลดงบประมาณการก่อสร้างจากเดิม 550,000 ล้านบาท จะทำให้มีวงเงินเหลือและสามารถนำไปใช้สร้างส่วนต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมทั้ง 7 สาย ให้ครบวงจรมากขึ้น และใช้ในการสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณรอบเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ยังไม่ใช่การพิจารณาว่าจะเพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้า ให้เป็น 10 สาย ส่วนระบบขนส่งมวลชนที่จะนำมาใช้ในเส้นทางรถไฟฟ้าทั้ง 7 สาย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากไม่ต้องการสร้างความสับสน ซึ่งจะรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้เปิดเผยด้วยตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 2

น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ ..
บทสรุปการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนครบวงจร ที่จะแก้ปัญหาการจราจรในเมืองกรุง คงไม่สร้างปัญหาอื่นๆตามมา อาทิ สิ่งแวดล้อม การเวนคืนที่ดิน ผลประโยชน์แอบแฝง ฯลฯ หรอกนะ !!
รีบๆเถอะ จะทำอะไรก็ทำ ก่อนที่ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนครบวงจรจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ แต่อย่าทุจริต ขี้ฉ้อล่ะกัน ..
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยฅน ..




ความคิดเห็นที่ 1

เอาใจช่วยครับ
LLL

Wisarut
October 5th, 2005, 12:09 PM
Look at the lackey like AI Khamroblux is working! Helust helping Ai Pheng to LOOT the treasury by coming up with alternative which many believe that it is a gimmic for saving sothey cansiphon 200 Billipon Baht saving for theri own pet project.

"คำรบลักขิ์" เผยลดเงินลงทุนระบบขนส่งมวลชนเหลือ 200,000 ล้านบาท

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2548 16:12 น.


รองปลัดกระทรวงคมนาคมระบุแผนการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนจะสามารถลดงบประมาณลงทุนจาก 500,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 200,000 ล้านบาทได้ เพราะใช้ทั้งระบบรางบีอาร์ที และทางด่วน คาดหลังระบบขนส่งแล้วเสร็จ คนใช้รถส่วนตัวเตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าใช้ถนนกิโลเมตรละ 3 บาท

นายคำรบลักขิ์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงภาพรวมโครงการขนส่งมวลชนตามแผนของรัฐบาล ว่า ในส่วนของโครงการระบบรางคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณจำนวน 200,000 ล้านบาท แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะลงทุน 500,000 ล้านบาท เนื่องจากจะมีทั้งระบบรถไฟฟ้า ระบบทางด่วน และระบบรถเมล์บีอาร์ที โดยหลังจากระบบทุกอย่างแล้วเสร็จจะส่งผลให้การดำเนินชีวิตของคนกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปจากเดิมที่ใช้รถส่วนบุคคลจำนวนมากมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน เพราะต้นทุนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจะสูงมากจากกรณีค่าจอดรถที่สูงขึ้น และจะมีการคิดค่าใช้ถนนกิโลเมตรละ 3 บาทสำหรับบางโซนด้วย

สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ขนส่งคมนาคมนั้น รองปลัดกระทรวงคมนาคมคาดว่าจะต้องย้ายพื้นที่ โดยศูนย์ฯบางซื่อจะย้ายไปที่เชียงราก มักกะสันจะย้ายไปใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์ตากสินจะย้ายไปวงแหวนรอบนอก เพราะที่ผ่านมามีปัญหาชุมชนเข้าไปอยู่จำนวนมากและมีการคัดค้านโครงการมาก ซึ่งทั้งหมด นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะทำงานพิจารณาความเป็นไปได้ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาเมืองใหม่ในเมืองเก่าโดยพัฒนาพื้นที่หลายแห่งที่ยังไม่มีการพัฒนา เช่น พื้นที่มักกะสัน บางซื่อ บ่อนไก่ และที่ราชพัสดุหลายแห่งให้เป็นเมืองที่มีศักยภาพและมีจุดเข้า-ออกที่สะดวกขึ้น

pon
October 5th, 2005, 01:38 PM
สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ขนส่งคมนาคมนั้น รองปลัดกระทรวงคมนาคมคาดว่าจะต้องย้ายพื้นที่ โดยศูนย์ฯบางซื่อจะย้ายไปที่เชียงราก มักกะสันจะย้ายไปใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์ตากสินจะย้ายไปวงแหวนรอบนอก เพราะที่ผ่านมามีปัญหาชุมชนเข้าไปอยู่จำนวนมากและมีการคัดค้านโครงการมาก

แม่งงงงง....มันเอาหัวxxxอะไรคิดว่ะ!!!
ทำไมคนที่กุมนโยบายเรื่องระบบขนส่งของไทยถึงมีแต่ไอ้พวกสมองกลวง.....
:bash: :bash: :bash: :bash: :bash: :bash: :bash: :bash:

ขอโทษถ้าไม่สุภาพ...

Wisarut
October 5th, 2005, 01:53 PM
ไม่ต้องเกรงใจหรอกหรอก, ใครๆก็เกลียดบรรดาพวกสมองกลวง พรรค์นี้อยู่แล้ว ผมนี่ก็อีกคนที่เห็นการคอรัปชั่นสบั้นหั่นแหลกแบบนี้ :wallbash:

Wisarut
October 5th, 2005, 02:35 PM
The followigns are the resposponse to Ai Pheng and OTP

ความคิดเห็นที่ 4

เมื่อก่อน ไม่ยักพูดแบบนี้สักหน่อย ยังจำได้นะ
คนอ่าน




ความคิดเห็นที่ 3

เอาอีกแล้วคนนี้

เอาที่ไหนมาพูดอีก

โดนย้ายจาก สนข. เข้ากรุ แล้วยังไม่หมดฤทธิ์ ยังจะมาให้ข่าวมั่วๆซั่วๆอีก พอเสียทีเถอะครับ ขอร้อง ตอนอยู่ สนข. ก็พูดมั่วๆทำให้คนสับสนมามากพอแล้ว
ยยย




ความคิดเห็นที่ 2

ตายห่า คิดกิโลละ3 บ แมงบ้าป่าวว่ แค่นี้ก็จะแย่อยู่แล้ว
z




ความคิดเห็นที่ 1

ค่าใช้ถนนกิโลเมตรละ 3 บาท
This is a very good idea
Blah blah blah




ความคิดเห็นที่ 67

นโยบาย ไม้หลักปักขี้เลน กลับไปกลับมา2-3เที่ยวแล้ว พูดไปก็เหม็นขี้ฟันเปล่าๆ ทำให้เห็นผลก่อนแล้วค่อยมาพูดได้แล้ว ชาวบ้านไม่เชื่อน้ำคำอีกต่อไปแล้วครับ
ปริทัศน์




ความคิดเห็นที่ 66

ขายฝันอยู่นั่นแหล่ะ ทำซักทีสิ
ยา




ความคิดเห็นที่ 65

เเล้วสีส้มละครับ...

คนรามคำเเหง บางกะปิ สุขาภิบาล1-2-3 รวมทั้งคนเดินทางมาดูบอลที่หัวหมาก
คนตลอดรายทางหมู่บ้านที่รามฯ เสรี สัมมากร พฤกษชาติ ธารารมย์ เพอเฟคเพลส ฯลฯ
ต่างก็รอเเล้วรอเล่า...คนก็เยอะ ถนนรามก็เเคบ ใจคอไม่โวยก็ไม่ดูดำดูดีกันเลยไช่ไหมครับ....
คนสะพานสูง




ความคิดเห็นที่ 64

รักษาสัญญากันหน่อย ชาวบ้านก็รู้จักคำๆ นี้เหมือนกัน
คนอ่าน




ความคิดเห็นที่ 63

ไม่เชื่อน้ำลายนายเพ้งเด็ดขาดจนกว่าจะได้เริ่มลงมือก่อสร้าง ถึงจะสบายใจ
เพราะพี่แกเปลี่ยนนโยบายง่ายเหมือนเปลี่ยนใจ...คิดเองเออเองตัดสินใจเอง ทั้งๆที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องระบบการขนส่งมวลชนเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างตัดสินใจด้วยความรู้สึกทั้งนั้น
d




ความคิดเห็นที่ 62

ว่าแล้วว่าต้องทำตามเดิม
เชื่อผมไหม ทุกสาย ได้ทำตามเดิมแหละ แต่อาจเบี่ยงเบนนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับเบี่ยงมาก เพราะว่า เขาหาเสียงไว้ แล้วเสียงส่วนใหญ่คือเสียงนักธุรกิจที่มีผลประโยชน์กันอยู่ ถ้าไม่ทำล่ะงวดหน้าไม่ต้องหวังเลยล่ะครับ สอบตกยกกรุงแน่ ส่วนสายอื่นๆก็รอดูๆไปก่อนนะ เพราะบางโซนอาจจะไม่มีกลุ่มผลประโยชน์ไปรอมากเท่าบางใหญ่ก็อาจจะมีลุ้นบ้าง
mryozz สมาชิก




ความคิดเห็นที่ 61

นึกแล้ว จับรถไฟฟ้าไว้เป็นตัวประกันตั้งนาน เพื่อแลกกับคะแนนเสียงนี่เอง
ไพ่ใบสุดท้าย




ความคิดเห็นที่ 60

บอกตรงๆ ผมไม่กล้าเชื่อแล้วล่ะ ผิดหวังมาหลายรอบแล้ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คราวนี้ไม่รู้ชัวร์หรือมั่วนิ่ม ทำใจเผื่อไว้แล้ว จะดีใจสุดๆก็คงเป็นตอนที่ทำผ่านมาหน้าปากซอยบ้านและเปิดใช้แล้ว ..

เรามาช่วยกันเร่งเร้าให้รีบทำกันเถอะครับ...

ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย ทำเลย
ไทรม้า




ความคิดเห็นที่ 59

ย้ายสถานที่ราชการออกมาหมดแล้วเน้อ ทั้ง กระทรวงพาณิชย์, สาธารณสุข อยู่เมืองนนท์กันหมดแล้ว สร้าง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานรองรับมันก็ถูกต้องแล้ว ฟ้าเป็นพยาน อย่าเปลี่ยนอีกหละ ถ้าไม่เปลี่ยน ยังทำตามสัญญาเลือกตั้งคราวหน้า ทรท ก็ สมหวังนะคร้าบบบบ แต่ถ้าไม่คราวหน้า อย่าหวัง....
เพิ่งมาอยู่นนท์




ความคิดเห็นที่ 58

ไอ้ เจ็ก ไม่ควรใช้นะครับ
คนไทย เชื้อสายจีน กระเทือนไปด้วยครับ
100 %




ความคิดเห็นที่ 57

คนเตาปูนไม่ต้องการ เพราะจะมาเวนคืนโดยจ่ายถูกๆ ขอ ตรว.ละ 150,000 ไม่ให้ก็ไม่ต้องสร้าง
คนเตาปูน




ความคิดเห็นที่ 56

...อยากกราบๆ งามๆ ท่านนายก ทักษิณ มาก ขอเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-ท่าพระ-บางแค) ก่อน เถอะ คร๊าบบ ขอเถอะ หรือ รีบๆ เปิดประมูล ให้ ไวๆ วันๆหนึ่ง เดินไปทำงาน และส่งลูกไปเรียน ไม่ไหว แล้ว เจอรถติด ระเบิด ต้องตื้นแต่ตี 5 กว่าๆ ไม่นั้น รถติด หนัก

ขอก่อนนะ ท่านนายกทักษิณ ลงคะแนน ให้ ทรท ทั้งครอบครัวเลย 8 คน 8 คะแนน เลยนะ เสียดาย นะท่าน
เขตบางแค




ความคิดเห็นที่ 55

ประกาศข่าวว่าจะไม่สร้างทีเนี่ย

หุ้นพวกบริษัทที่เกี่ยวข้อง ร่วงระนาว หลาย %

พอเก็บหุ้นจนหน่ำใจ ก็ประกาศสร้างต่อ

หุ้นก็เด้งกลับ
5-10 % ของเงิน 100-200 ล้านเนี่ย มันก็ไม่น้อยนะ

หุหุ
มั่ว




ความคิดเห็นที่ 54

ดีใจจัง สายสีม่วง จะได้สร้างแล้ว

รอมานาน จะได้เดินทางสบายเสียที

ขอบคุณที่เห็นแก่ประชาชนที่จะได้ระบบสาธารณูปโภคดีๆ
เตาปูน




ความคิดเห็นที่ 53

ถ้า ไม่รีบ ก่อสร้างภายใน สิ้นปี นี้ จะออกมา ประท้วงแน่นอน มีพรรคพวก พร้อมออกมาอีกเยอะ

จำไว้เลยนะ มัวมากัดกันอยู่ นั่นแหละ รีบๆประมูล รีบสร้าง ขอให้ไว ด้วย
เซ็ง ๆ




ความคิดเห็นที่ 52

หน้าไหนใครบอกต้องการให้ประชาชนอยู่นอกเมือง จะจัดคมนาคมให้ดีขึ้น พะนะทั่นรบกวนมานั่งรถเมล์กับพวกผมบ้างถ้าผมเจอพะนะทั่นผมจะลุกให้ทั่นนั่งไม่ต้องกลัว ขอให้มาเวลา 8.30-16.30 น. วัน,เวลาราชการบ้าง
จะได้รับรู้ความสึกของพวกผมบ้าง หรือว่าสายนี้เงินมันน้อยไป





ความคิดเห็นที่ 51

พรุ่งนี้มันจะพูดอะไรต่อไป
"ไม่ทำแล้ว ไม่คุ้มทุน"
มะรืน
"มันจำเป็นต้องทำ"
มะเรื่อง
"ไม่คุ้มแล้ว เราไม่เอา"

กลับไปกลับมานะไอ้เจ็ก
พน




ความคิดเห็นที่ 50

แล้วสายที่ข้ามแม่น้ำสร้างเสร็จแล้วทำไมไม่พัฒนาต่อล่ะครับ รออะไรอยู่ เลิกเล่นเกมส์การเมืองเถอะครับ สงสารประชาชนบ้าง
สงสัย@เมืองไทย




ความคิดเห็นที่ 49

สายสีส้มหละครับ
คราวที่แล้วข่าวว่าจะตัดช่วงออกเหลือแค่สั้นๆ
(รวมกับเส้นสุวรรณภูมิฯ)
มาคราวนี้หายไปเลย -*- ทำ/ไม่ทำ...ขอความชัดเจน

กรุงเทพมันก็รถติดทั้งเมืองแหละครับ - -"
ทางตะวันออกของกรุงเทพจะไม่มาเลยเหรอ?
บ้านไกล




ความคิดเห็นที่ 48

แล้ว BTS อ่อนนุช เมื่อไหร่จะอนุมัติ ผ่านเสียทีหละ
จำคำพูดตอนหาเสียงได้ ทุกคำพูด

..อย่าดีแต่พูด (หลอกไปวันๆ ไม่เขื่อแล้ว)
..




ความคิดเห็นที่ 47

แกล้งล่มโต๊ะ
จะงาบเงินใช่ไหม
123




ความคิดเห็นที่ 46

ต้องรอให้สร้างเสร็จก่อนจึงจะมั่นใจ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนหลอกอีก
อยู่นนท์




ความคิดเห็นที่ 45

รามคำแหง สุดติด คนก็เยอะ น่าจะสร้างก่อน
คนเคยอยู่รามคำแหง




ความคิดเห็นที่ 44

ถ้าเสร็จ คงประมาณ 15 ปีมั้ง
Tee




ความคิดเห็นที่ 43

มันหาเสียงไว้ยังไง
พอได้เป็นรัฐบานแล้ว มันจะมาคิดเปลี่ยนคำพูดไว้อีก
นี่แค่เส้นทางกับระบบมันยังเปลี่ยนไปมา กลัวเสียงหายเลยคงระบบเดิมมั้ง

เรื่องราคาคงไม่ได้ 15 บาทตลอดสายอย่างที่หาเสียงล่ะครับ
ไม่ก็ 15 บาทตลอดสาย 1 ปี หลังจากนั้นแบกต้นทุนไม่ไหว คิดตามระยะทาง
มันมีอะไรเชื่อได้บ้างหว่า
พีพี




ความคิดเห็นที่ 42

อยากดูหน้าไอ้ปัญญาอ่อนที่พูดว่ารถไฟสายสีส้มไม่คุ้ม มันเอาหัวอะไรมาพูด อยากบอกว่าเส้นนี้แหละช่วยขนคนชานเมืองเข้ามาในเมืองผ่านย่านจอแจที่สุดและช่วยแก้ปัญหาจราจรดีที่สุด มีแต่ไอ้พวกฟายเทานั้รนที่ออกมาบอกก่อนหน้าว่าไม่คุ้มเพราะคนใช้น้อย
เลือดไทย




ความคิดเห็นที่ 41

เอาให้แน่ ๆ อย่ามัวแต่กัดกัน
อย่าคุย




ความคิดเห็นที่ 40

นี่ไม่มีใครโวยคงยกเลิกไปเลยแน่ๆ คิดได้ไงไม่คุ้ม รัตนาธเบศโคตรติดเลย
ถ้าไม่ชัวร์อย่าเพิ่งพูด




ความคิดเห็นที่ 39

เอาให้แน่นะ ไม่ทำจริงโดนอีกรอบ คราวนี้หนักกว่าเดิม คราวหลังคิดก่อนก็ได้ค่อยผูด เป็นถึงรมต. แล้ว ผูดกลับไปกลับมามันไม่น่าเชื่อถือ
คนแคราย




ความคิดเห็นที่ 38

ตอนแรกออกมาบอกว่าไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุน.....พูดได้งัยหว่า......เค้าศึกษากันมาหลายปีแล้ว หมดเงินค่าศึกษาโครงการกันไม่รู้เท่าไร...จะเอาแต่ตัวเลขทางธุรกิจมาอ้างหรืองัย ทำเป็นบริหารบริษัทไปได้ อันไหนไม่มีกำไร ไม่คุ้มทุนพอ ไม่คิดจะทำเหรอ.....รถเมล์ รถไฟ ขาดทุนอยู่ทุกวันไม่ปิดไปเลยละครับ...หัดมองปัญหาในระยะยาวบ้าง คิดถึงประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลักหน่อยนะครับ...คุ้มค่าทางเศรฐกิจแน่นอนกับโครงการรถไฟฟ้า และใต้ดินทั้งหลายแหล่ ไม่ใช่ว่าจะเอาคืนทุนให้ได้ใน3ปี5ปี...
วันนี้ทำ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ทำอีก จะเอาอะไรก็พูดออกมาจริงๆเลย....
เอาให้แน่นะครับ...




ความคิดเห็นที่ 37

รีบๆๆๆ เดินหน้าก่อสร้างได้แล้ว ว้อยย ช้ามาก เดี๋ยว ถ้ามีใคร ออกมาประท้วง กับลูกน้องคุณสนธิ จะไปกับเขานะ ถ้ารีบก่อนสร้าง ก็ ถือว่าทำงานดี จะอยู่ที่บ้าน เฉยๆ

สู้ๆ รัฐบาล รีบทำงาน รีบก่อสร้าง ไวๆ ดิ น้ำมัน เเม่ง โครต จะแพง ไม่มีเงิน เติมน้ำมันแล้วนะ ว้อยย รอ ขึ้นรถไฟฟ้า ดีกว่า คุ้มค่ามากว่า ถูกมากกว่า
คนรอคอย




ความคิดเห็นที่ 36

สายสีส้มจะสร้างได้เมื่อไหร่/จะโกหกกันไปถึงไหนพวกนักการเมืองหาเสียงพูดอย่างพอได้เป็นรัฐมนตรีพูดอีกอย่าง
คนบางกะปี




ความคิดเห็นที่ 35

ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี "พงษ์ศักดิ์" ที่ใช้เส้นทางเดิม บางชื่อ--บางใหญ่ ตามที่ พรรค ท.ร.ท. หาเสียงและสัญญากกับประชาชนไว้ หวังวาคงไม่กลับคำพูดอีก
ชาวบางชื่อ-บางใหญ่




ความคิดเห็นที่ 34

สายสีสัมจะสร้างใหมท่านรัฐมนตรีรู้ถึงความเดือนร้อนของชาวบางกะปิหน่อยครับ
บางกะปิ




ความคิดเห็นที่ 33

ขอขอบคุณท่าน "รัฐมนตรี "พงษืศักดิ์"ที่ใช้เส้นทางเดิม บางชื่อ--บางใหญ่ ตามที่พรรค ท.ร.ท หาเสียงและสัญญากับประชาชนไว้หวังว่าคงไม่กลับคำพูดอีก!!!!
ชาวบางชื่อ--บางใหญ่




ความคิดเห็นที่ 32

จะทำก็รีบๆ ทำเถอะ อย่าปั่นราคาที่ดิน
ฮ่วย




ความคิดเห็นที่ 31

อืม รถไฟฟ้าเป็นคำตอบสุดท้าย ครับ
ยัง ไงก็ขอให้วาง ผังเดินรถ ดีๆ ก็แล้วกัน
จะได้ เผื่อเส้นทางอนาคต และไปได้ทั่วถึง
คนเมือง




ความคิดเห็นที่ 30

ดีใจจัง...ชาวถ.กท-นนท์ จะได้มีรถไฟฟ้าใช้แล้ว
สัญญาก็เป็นสัญญา
ขอบคุณ นายก...ที่ยังคงสายสีม่วงไม่เปลี่ยนเส้นทาง
กท-นนท์




ความคิดเห็นที่ 29