View Full Version : KRABI - The Andaman Paradise Diamond!!!


Chad
September 6th, 2006, 03:22 AM
STARWOOD EXPANSION

5 new hotels in Kingdom, St. REGIS for Krabi

Group remains upbeat about Thai tourism potential

The Starwood Hotels and Resorts Group plans to open five new hotels in Hua Hin, Chiang Mai, Pattaya, Bangkok and on Samui island by 2010 to tap into Thailand's growing tourism industry.

The new hotel at Hua Hin will open in January under Starwood's Sheraton brand; three hotels in Chiang Mai, Pattaya and Bangkok will operate under its Le Meridien brand in 2008; and another in Krabi will be the first hotel in Thailand to launch its new St Regis brand.

The group, however, did not divulge its total investment.

Tan Jee Hoong, director of sales and marketing of Sheraton Krabi Beach Resorts, a part of the Star-wood Group, said the St Regis hotel is a luxury, high-end hotel decorated in traditional European style.

The group is already operating St Regis hotels in Beijing and Shanghai in China.

He said the five hotels would bring to 16 the number of Starwood hotels and resorts in Thailand.

Tan said the group was likely to open 30 new hotels across Thailand within five years.

Starwood already ranks as the second largest luxury hotel and resort operator here, behind the Accor Group.

Tan said the group was unfazed by the present political uncertainty and economic downturn, as its target clientele is willing to gloss over these negative situations and travel here.

He said Thailand has proved its resilience in the past by tiding over even a huge tragedy like the tsunami. At present, Thailand is the group's biggest market in the Asian region.

Tan said the Sheraton Krabi Beach Resort has witnessed advance room bookings during the high-season from October to November equivalent to 45 per cent of total rooms.

For the peak season from October 21 to January 10, it has 66 per cent advance booking of the total rooms available. A majority of the tourists are from Germany, the UK and Scandinavian countries.

The hotel expects to achieve an average occupancy rate of 57 per cent this year. Currently, 60 per cent of its visitors are leisure travellers, 30 per cent are MICE travellers and the rest are local corporate and film crew.

The hotel is expanding its room capacity. It is constructing four new villas, besides swimming pools which will be three times the size of its current pool, and a 220-seat Thai restaurant that allows customers to pick vegetables from the hotel's garden and cook for themselves.

Tan said the four villas are being decorated in four different styles to test the market before the hotel constructs 40 more villas due to open in 2008. The tariff for the four villas will be higher than the current room rate. The most expensive rooms at present are priced at $390++ (Bt14,600) for suites, while the villas will be priced at $400 to $450++.

Source : THJE NATION : Sep 6, 2006

Chad
September 6th, 2006, 03:23 AM
Krabi plans Bt1-bn marina projects

Krabi is planning to invest about Bt1 billion to build three marinas serving 1,000 yachts by 2008, the president of the Krabi Tourist Association said yesterday.

Ittirit Kinglek said the money would come through a co-investment between the public and private sectors.

The project will include a Bt500-million marina that will be developed by the Krabi Provincial Administration Organisation and foreign investors. It will have the capacity to serve 150-200 yachts.

Krabi Municipality and private investors will build a Bt300-million marina to serve 50 yachts, and other private investors are planning to build a Bt200-million marina.

It is hoped that Krabi will become a major destination for high-end travellers within one to two years. This type of traveller tends to stay at one destination for a long time and spends more than other groups.

Phuket is currently a favourite destination for yacht-owners.

Krabi mayor Keratesuk Phukaoluan said the Bt300-million marina that the municipality hoped to build would require a Bt80-million investment. In addition, the province will have to compete with the nearby province of Phang Nga, which has its own Bt50 million-Bt60 million marina project in the works.

Krabi Municipality's marina will occupy 130 rai on the Krabi River at Thara public park. The Marine Department will handle the construction and the municipality will manage the marina.

Keratesuk said Krabi's marina projects were part of the province's plan to develop itself into one of the most modern of the 14 southern provinces by 2026. Its other developments include plans to improve its fresh-food markets.

He said Krabi wanted to attract more luxury travellers by offering more value-added services and maintaining the province's scenic offerings. Ittirit said Krabi currently had 300 hotels and resorts, with 11,000 rooms. Half of the facilities have conference rooms. Most of the new hotels and residences being built there target the luxury market.

The number of visitors to Krabi has almost returned to pre-tsunami levels. The province expects to attract 1.8 million visitors this year and an annual two million in three years, said Keratesuk.

Ittirit said the Krabi Tourist Association also expected to reach out to potential new markets, particularly to travellers from the Middle East, which tend to like to leave their countries during the hot season. In addition, they spend twice as much as European travellers and tend to stay longer.

The Krabi Tourist Association is planning to hold a road show in Dubai and other countries to attract more travellers.

In addition, tourism officials are working on promoting the province's history to attract more cultural tourists.

Source : THJE NATION : Sep 6, 2006

Chad
September 6th, 2006, 03:24 AM
ต่างชาติแห่ลงทุนมารีน่ากว่าพันล้าน

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่ เผยต่างชาติแห่ร่วมลงทุนสร้างมารีน่ามูลค่ากว่าพันล้าน 3 จุด หวังยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมดึงกลุ่มองค์กรเอกชน 80 ราย กระตุ้นตลาดไมซ์ช่วงโลว์ซีซัน ระบุพิษเศรษฐกิจฉุดยอดนักท่องเที่ยวไทยหด 10% ผู้ประกอบการโรงแรมหวั่นปีหน้าขาดบุคลากรหลังโรงแรมใหม่จ่อคิวเปิดเพียบ

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เปิดเผยถึงแผนการลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ว่า ภายในปี 2551 จะมีโครงการสร้างท่าจอดเรือมารีน่า ซึ่งเป็นท่าจอดเรือยอชท์ขนาดใหญ่ จำนวน 3 โครงการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีค่าใช้จ่ายสูง และพักระยะยาว

โดยทั้ง 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการท่าจอดเรือที่ท่าเรือคลองจิหลาด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กับนักลงทุนชาวฝรั่งเศส มูลค่าการลงทุน 500 ล้านบาท โครงการท่าเทียบเรือสวนสาธารณะธารา มูลค่า 300 ล้านบาท โดยเทศบาลเป็นผู้ร่วมทุน และโครงการท่าเทียบเรือที่เกาะลันตา มูลค่า 200 ล้านบาท โดยโครงการทั้งหมดจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2551

นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลได้นำร่องการผลักดันให้จังหวัดกระบี่เป็นที่จอดเรือยอชท์ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกเหนือจากจังหวัดภูเก็ต โดยทางเทศบาลได้กำหนดพื้นที่ในสวนสาธารณะธาราเป็นต้นแบบการก่อสร้างท่าเทียบเรือมารีน่า ซึ่งได้ออกแบบเสร็จแล้วโดยกรมการขนส่งทางน้ำ มูลค่า 80 ล้านบาท รองรับเรือยอชท์ได้ 80 ลำ ขณะนี้อยู่ระหว่างรองบประมาณประจำปี 2550 จากรัฐบาลใหม่ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในต้นปีหน้า โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี

ดึง 80 องค์กรธุรกิจกระตุ้นไมซ์ช่วงโลว์

นายอิทธิฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงวันที่ 1-3 กันยายนที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน ) หรือสสปน. สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย(TICA) หรือทิก้า จังหวัดกระบี่และธุรกิจเอกชนกระบี่ จัดงานส่งเสริมการขาย MICE In Green ที่โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช เพื่อให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว 14 จังหวัดภาคใต้พบปะกับกลุ่มองค์กรธุรกิจ 82 ราย เพื่อดึงกลุ่มประชุมสัมมนาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้

ปัจจุบันจังหวัดกระบี่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการประชุมสัมมนา เนื่องจากมีห้องพักทั้งหมด 1.2 หมื่นห้อง โดยโรงแรมที่มีห้องประชุมที่สามารถรองรับ 200-300 คนมีทั้งหมด 50 โรงแรมจาก 300 โรงแรม โดยเฉพาะในขณะนี้มีโรงแรมเชนต่างประเทศระดับ 5 ดาวที่จะเข้ามาบริหารเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น โรงแรมโซฟิเทล โพคีธารา โรงแรมเซ็นทรัล โรงแรมภูเล บีช ของเบียร์สิงห์ เป็นต้น ในขณะที่ภายในอีก 5 ปีจะมีห้องพักเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ห้อง และท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ยังสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ดี จากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ราคาน้ำมันสูงขึ้น และความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางมายังจังหวัดกระบี่ลดลงประมาณ 10% ปัจจุบันรายได้การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ราว 1.6 หมื่นล้านบาท สิ้นปีนี้คาดว่าสถานการณ์ต่างๆ น่าจะกลับสู่ภาวะปกติหลังจากที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งปี 1.8 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกิดสึนามิที่มีนักท่องเที่ยว 1.7 แสนคน ส่วนค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ 10,000บาท

ด้านนางพัชรา พูลโภคผล ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมอันดามัน ฮอลลี่เดย์ รีสอร์ท กระบี่ และนายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของโรงแรมระดับ 5 ดาว คาดว่าในปีหน้าปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ก็คือ การขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากอาจจะมีการโยกย้ายงานไปยังโรงแรมระดับดาวสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันคนในธุรกิจบริการมีเพียง 6,000-7,000 คนเท่านั้น ซึ่งคาดว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต

Source: Bangkok Business News : Sep 5, 2006

Arewethereyet?
September 6th, 2006, 12:43 PM
It's about time for St.regis.i've been expecting this for a while.For starwood expansion,We still have more room for W hotel.

satit28
September 6th, 2006, 01:20 PM
^^^^ ..........
difinitely....... please come "W".......

Mosaic
September 9th, 2006, 09:42 AM
จับตาทุนหมื่นล้านบุกกระบี่ ปักธงชิงทำเลทองท่องเที่ยว

ใครที่มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ในขณะนี้ แทบจะลืมภาพของความซบเซาของการท่องเที่ยวจากผลพวงคลื่นยักษ์สึนามิได้แทบสนิทในทีเดียว เพราะมองไปทางไหนจะเห็นก็จะเห็นภาพความคึกคักของทัพลงทุนมากมาย ที่ในขณะนี้เริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ทำเลสวยวิวงามผุดโรงแรมใหม่ รวมถึงสนามกอล์ฟ กันเป็นจำนวนมาก

+บิ๊กโปรเจกต์แมริออททุ่ม8พันล้าน

ผุดโรงแรม-สนามกอล์ฟ6ดาว

โดยจากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่าการลงทุนในจังหวัดกระบี่ในปัจจุบันนี้มีนักลงทุนแห่เข้ามาเปิดโรงแรมและสนามกอล์ฟจำนวนหลายสิบแห่ง คาดว่ามีมูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ คือ เครือแมริออทมีแผนที่จะทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8 พันล้านบาทในการเปิดสนามกอล์ฟและโรงแรมระดับ 5 ดาว พร้อมมารีน่าสำหรับจอดเรือยอร์ท บริเวณหาดยาว อ.เหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ในพื้นที่เดียวกันยังมีโรงแรมระดับ 5 ดาวยื่นใบอนุญาตก่อสร้างอีก 2-3 แห่งเลยทีเดียว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2551

ยังไม่นับรวมกับโรงแรมใหม่อีกมาก ที่กำลังเร่งก่อสร้าง เพื่อจะเปิดให้บริการในช่วงไฮซีซันนี้จำนวนมาก อาทิ โรงแรมโซฟิเทล โภคีธารา มูลค่าการลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท และมีแผนจะเปิดสนามกอล์ฟเพิ่ม ,โรงแรมเซ็นทรัล กระบี่เบย์ รีสอร์ท คาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการพฤศจิกายนนี้,โรงแรมเชอราตันกระบี่มีแผนขยายเฟส 2 เป็นต้น

ขณะที่การลงทุนในพื้นที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ก็มีโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก อาทิ โรงแรมรวิวาริน รีสอร์ทแอนด์สปา, โรงแรมชฎา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมลันตา ทวินโลตัส รีสอร์ท ,โรงแรมรามายานะ ,โรงแรมพิมาลัย พูลวิลล่า ซึ่งถือเป็นเฟส 2 มูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เป็นต้น

+ คาด5ปีห้องพักเพิ่ม8พันห้อง

เร่งสร้างแบรนด์กระบี่ติดตลาดโลก

ต่อเรื่องนี้นายกีรศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดกระบี่มีห้องพักทั้งหมด 1.2 หมื่นห้อง คาดว่าภายใน 5 ปีนี้จะมีห้องทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นห้อง เพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 7 พันห้องเลยทีเดียว จากการขยายตัวของห้องพักที่เพิ่มขึ้นทำให้จังหวัดมีความพร้อมในการผลักดันให้กระบี่เป็นที่รู้จักในตลาดโลกจากเดิมที่นักท่องเที่ยวจะรู้จักแต่เมืองหลักอย่างภูเก็ต-กรุงเทพ-เชียงใหม่เป็นหลักเท่านั้น

โดยที่ผ่านมาคนที่มาเที่ยวภูเก็ตส่วนใหญ่ก็จะเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของกระบี่อยู่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวของกระบี่ ด้วยเหตุนี้จังหวัดกระบี่จึงต้องการที่จะสร้างแบรนด์จังหวัดกระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในตลาดโลก

นายกีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับจุดขายของจังหวัดกระบี่นั้นจะเน้นที่จะชูจุดขายในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นหลัก มุ่งเน้นในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนท์เป็นหลัก โดยจะมีการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยว โดยอาจจะลดจำนวนนักท่องเที่ยวให้ลดลงแต่จะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อให้สูญเสียทรัพยากรให้น้อยที่สุด โดยราคาห้องพักอาจจะอัพถึง 2-3 แสนบาทต่อคืน โดยนักท่องเที่ยวที่มีเงินน้อยแค่ไปท่องเที่ยวเกาะแต่ไม่จำเป็นต้องนอนที่เกาะนอนบนฝั่งก็ได้

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มาเสริมแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้การท่องเที่ยวของกระบี่กระจุกตัวอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเลเป็นหลัก โดยปัจจุบันนี้มีการค้นพบซากมนุษย์โบราณบริเวณเพิงผา หลังโรงเรียนทับปริกมีอายุกว่า 4.3 หมื่นปี บริเวณถ้ำหมอเขียว มีอายุกว่า 2.3 หมื่นปีเป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายรายได้การท่องเที่ยวจากชายทะเลสู่บนฝั่งเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านระยะ 12.15 กิโลเมตรจากฝั่งทะเลที่ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวเท่าไรนัก พร้อมกันนี้ยังเป็นแนวทางในการเพิ่มวันพักเฉลี่ยในการท่องเที่ยวอีกด้วย

ทั้งนี้ในส่วนของแผนพัฒนาเกาะพีพีนั้นตนมีแนวคิดว่าควรจะมีการจัดตั้งบริษัทเกาพีพี ขึ้นมาโดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าของบริษัทและให้ภาคเอกชนที่มีที่ดินแปลงสินทรัพย์เป็นทุนโดยการเป็นหุ้นส่วนบริษัท และมีการันตรีรายได้จากการท่องเที่ยว เพื่อที่จะได้มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับไฮเอนท์ แต่ไม่ควรที่จะนำระบบสาธารณูปโภคอย่างไฟฟ้าน้ำประปาลงไป เพราะยิ่งสะดวกเท่าไรเกาะพีพีก็ยิ่งจะขยายทำให้เกิดการควบคุมลำบาก โดยแนวคิดดังกล่าวนั้นตนได้มีการเสนอกับทางจังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว นายกีรศักดิ์ กล่าวในที่สุด

+อบจ.-เทศบาล อัดฉีดงบ

ผุดมารีน่า 3 แห่งเปิดปี51

ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เผยว่า สำหรับแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่นั้น ขณะนี้ภาครัฐและภาคเอกชนในกระบี่ได้ร่วมมือกันในการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่อย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยล่าสุดขณะนี้จังหวัดกระบี่ยังมีแผนที่จะก่อสร้างท่าเทียบเรือมารีน่าจำนวน 3 แห่ง มูลค่ากว่าพันล้านบาท แบ่งเป็น แห่งแรกอยู่บริเวณท่าเรือคลองจิหลาด โดยอบจ.กระบี่ร่วมกับบริษัทจากฝรั่งเศส ทุ่มท่าเทียบเรือมารีน่า จำนวน 500 ล้านบาท สามารถจอดเรือได้ 150-200 ลำ คาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปลายปีนี้

ส่วนแห่งที่สองอยู่บริเวณสวนธารา โดยเทศบาลจังหวัดกระบี่ ทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท และแห่งที่สามอยู่บริเวณเกาะลันตา ซึ่งบริษัทเอกชนเป็นคนลงทุนภายใต้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้ง 3 โครงการนั้นจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2551

ในส่วนของแผนการทำการตลาดในอนาคต นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ให้แนวทางไว้ว่า จะเน้นการทำตลาดใหม่ๆ โดยมีแผนที่จะขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวไปยังตลาดตะวันออกกลางเพื่อลดช่องว่าการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน โดยตลาดดังกล่าวนั้นถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5 พันบาทต่อคนต่อวัน มีวันพักเฉลี่ยประมาณ 1 อาทิตย์ ขณะที่ตลาดยุโรป มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2.5 พันบาทต่อคนต่อวันและมีวันพักเฉลี่ยประมาณ 4.5 วันเท่านั้น

รวมทั้งยังได้มีการจัดงาน MICE in GREEN 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 1-3 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในฤดูฝนด้วย พร้อมกันนี้มีแผนที่จะจัดโรดโชว์ไปยุโรปตะวันออก 4 ประเทศ อาทิ สาธารณรัฐเชค เป็นต้น ในระหว่างวันที่ 9-17 กันยายนนี้ ทั้งมีแผนที่จะไปร่วมงานเทรดโชว์ขนาดใหญ่ อาทิ งานไอทีบี งานWTMและงานอาราเบี้ยนทราเวลามาร์ท เป็นต้น

+ผุดไมท์มาร์ทดึงธุรกิจ14 จ.ภาคใต้

บูมท่องเที่ยวฤดูฝนโกย500ล.

ต่อเรื่องนี้นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการฝ่ายตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สำหรับโครงการ MICE in GREEN 14 จังหวัดภาคใต้นั้น ททท.ได้ร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)หรือ สสปน. และสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ(ไทย) หรือ TICA โดยงานนี้มีผู้ซื้อจากบริษัทยักษ์ใหญ่กว่า 80 บริษัทและมีผู้ขายจำนวนกว่า 87 ราย จาก 14 จังหวัดภาคใต้

ทั้งนี้คาดว่าจะมีบริษัทต่างๆเข้ามาจัดงานใน 14 จังหวัดภาคใต้จำนวน 300 คณะ ประเมินว่าจะมีเงินหมุนเวียนประมาณ 500 ล้านบาท อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการนำร่องในการกระตุ้นให้บริษัทต่างๆหันมาจัดประชุมสัมมนาในประเทศแทนการเดินทางไปจัดงานในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว โดยหลังจากนี้จะมีการจัดงานหมุนเวียนไปทุกๆภาคอีกด้วย

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมของสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ซึ่งไม่แปลกที่กลุ่มทุนจะเฮโลเข้าไปลงทุนกันเป็นจำนวนมาก เพราะศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในกระบี่ที่หลากหลายไปด้วยทะเลสวย ภูเขา น้ำตก และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กว่า 4.3 หมื่นปี แถมยังเพิ่งขยายสนามบินใหม่ยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติ ทุกอย่างจึงถือเป็นจุดเด่นที่จะดึงการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดนี้ได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นทำเลทองไปแล้ว และเชื่อว่าจะเนื้อหอมไม่แพ้ภูเก็ตที่การลงทุนในธุรกิจโรงแรมเริ่มอิ่มตัว

Source: ฐานเศรษฐกิจ