View Full Version : Grand Peak, 32 Storey : Sriracha
Chad December 23rd, 2006, 03:14 AM Name : Grand Peak Sriracha
Location : Sriracha City Center
Developer : Siam Zokei
Project Description : 32 Storey Condominium Tower to be tallest in Sriracha
Construction Start : December 2006
Construction Finish : December 2008
Chad December 23rd, 2006, 03:15 AM http://www.siamzokei.com/jp/image/grand_peaks/top_image.jpg
kiku99 December 23rd, 2006, 04:38 AM "32 Storey Condominium Tower to be tallest in Sriracha"
oh wow. Sriacha is another city with potential since there are quite many companies are operating in that area, Eastern Seaboard :) the design is not too bad.
Mosaic December 23rd, 2006, 10:40 AM Great design!!! I like the top part.
Jo December 28th, 2006, 07:51 AM Great for Sriracha, as a place outside of Bkk. It's a relatively modern town and the seaside is nice. This looks to improve standards.
Chad February 1st, 2007, 07:11 PM Siam Zokei builds large condominium in Sri Racha
Project prompted by big wave of Japanese families moving there
The expansion of the Japanese community in Sri Racha has led Siam Zokei president Yasuo Miyazaki to embark on a large-scale residential condominium called Grand Peaks Sri Racha.
The trained architect - who has been developing projects in Bangkok for the last four years - will offer 36,000 square metres of saleable area on a 3-rai 300 square wah plot.
Grand Peaks - housing 597 units in its three towers - is one of Miyazaki's more exciting endeavours.
The largest tower will stand about 30 floors while the other two are 15 and 12 floors high. The buildings all face the sea and the rooms will command views of the bay and Koh Loi.
The sizeable undertaking will require 36 months to complete. Miyazaki is expecting to finish the buildings by the fourth quarter of 2009.
Siam Zokei began modestly with two projects on Sukhumvit, namely The Peaks on Sukhumvit 15 and Twin Peaks on Sukhumvit 17.
The company has also been successful in constructing a condominium in Chiang Mai called Peak Gardens in the central part of the northern capital.
"One of the reasons why we are keen on Sri Racha is the town has proven to be conducive for Japanese residents," he said.
Unlike Pattaya, which is regarded as somewhat reckless, the town of Sri Racha is viewed as relatively unspoilt. "The roads are cleaner, not congested and the climate is lovely' he said, in comparison to Pattaya, which is crowded and noisy.
This is why a Japanese international school, with room for 400 students, will open in Sri Racha in three years time, he said.
Already the hotels and serviced apartments in Sri Racha are getting strong bookings almost daily, he said.
Miyazaki - who lives in Bangkok with his wife Fumika and four children - says his projects there are favoured largely by Japanese. "In Chiang Mai, half the project has been bought by Westerners," he noted. "In Sri Racha, there are more Thai investors, one of whom has asked to purchase the 12-storey tower."
His next undertaking is a 17-rai estate at Kamala Beach in Phuket.
Miyazaki says that much of the success of his undertakings is due to the support he receives from Fumika, an experienced businesswomen who helps him run the company.
"In building residences," he said, "we use international standards for our designs." The rooms, all with fitted bathtubs and sizeable balconies are tailored for a global clientele.
Buyers like them because they possess higher value, and are easy to resell. In contrast, units using local standards often find great difficulty in offloading to foreigners, he said.
Source : THE NATION : ;Feb 2, 2006
BangkokCan February 1st, 2007, 09:49 PM great!
Chad May 21st, 2008, 05:24 PM สยาม โซเคอิ เผยยอดขาย “แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา” สุดยอดแกรนด์คอนโดมิเนียม สูงที่สุดในศรีราชา มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท” ฟันยอดกว่า 49% สวนกระแส ตลาดอสังหาฯ
วันที่ 21 พฤษภาคม 2551
http://farm3.static.flickr.com/2144/2511668412_9980c4091b_o.jpg
บริษัทสยาม โซเคอิ จำกัด เผยถึงความคืบหน้าโครงการ “แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา” แกรนด์คอนโดมิเนียมริมทะเล ศูนย์กลางเศรษฐกิจ กลางเมืองศรีราชา ภายใต้คอนเซปท์ “LIVE ABOVE EXPECTATION WITH THE HIGHEST EXCLUSIVE DWELLING IN SRIRACHA” พร้อมความเป็นที่สุดในทุกๆด้าน ของการใช้ชีวิตอย่างลงตัวที่สุด โดย “แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา” สร้างความแกรนด์ด้วยยอดขายสูงถึง 49%
มร.ยาสุโอะ มิยาซากิ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยาม โซเคอิ จำกัด กล่าวว่า “ในขณะ มียอดจองห้องไปแล้วกว่า 49% โดยกลุ่มเป้ามหมายหลักของบริษัท เน้นที่กลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงระดับสูง ผู้ประกอบธุรกิจภายในอำเภอศรีราชาและอำเภอใกล้เคียง ส่วนเป้าหมายรอง บริษัทได้เลือก ชาวต่างชาติที่ต้องการบ้านพักตากอากาศไว้สำหรับพักผ่อนในวันหยุด และชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจในอำเภอศรีราชา ซึ่งมีกำลังซื้อสูง โดยบริษัท หวังว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จเหมือนกับหลายๆโครงการที่ผ่านมาของบริษัท และคาดว่าธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในอำเภอศรีราชาจะมีการแข่งขันที่สูงอย่างแน่นอน โดยแต่ละโครงการของแต่ละบริษัท จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่สำหรับ โครงการ แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา บริษัท ยึดมั่นที่ต้องการให้ท่านได้พบกับความเป็น ที่สุดแห่งคุณภาพ ความเป็นที่สุดแห่งชีวิตทันสมัย ที่สุดแห่งสถานที่ตั้ง”
โครงการ แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา มีจุดเด่นในด้านทำเลที่ตั้ง เพราะถือว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดของชายหาดศรีราชา และจากการออกแบบโครงสร้างของอาคาร ที่ให้ผู้พักอาศัยสามารถมองเห็นความสวยงามของหาดศรีราชาได้แบบมุมกว้างหรือพาโนราม่า พร้อมได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี ซึ่งเห็นได้จากยอดขายของห้อง ที่สามารถมองเห็นวิวทะเล ป็น ตอบสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยที่แตกต่างต่าง และความมีคุณภาพ เพื่อนำมาเป็นจุดเด่น แต่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าพอใจและประทับใจมากที่สุด
สำหรับ โครงการ แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา บริษัทได้นำเอาความเป็นที่สุดแห่งการใช้ชีวิตที่ทันสมัย โดยบริษัทเลือกที่จะใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของโถสุขภัณฑ์ไฮเทคจากประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการฉีดน้ำชำระล้าง พร้อมทั้งมีปุ่มสำหรับปรับระดับความแรงของน้ำและสามารถปรับระดับอุณหภูมิของฝารองนั่งให้อุ่นสบายได้อีกด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการ ของผู้ที่ต้องการรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ทันสมัย ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการยังพร้อมสมบูรณ์ไปด้วยเทคโนโลยี ที่สร้างสรรค์มาเพื่อยกระดับความทันสมัยและความสะดวกของการอยู่อาศัย. มร.ยาสุโอะ กล่าวเสริม
“แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา โครงการคอนโดมิเนียม ไฮไรซ์ ขนาดความสูง 31 ชั้น เป็นคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุด ของชายหาดจังหวัดศรีราชา ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา (1,566 ตารางเมตร) ในการออกแบบที่ทันสมัยของ แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา ที่ได้รับการพิถีพีถัน ด้วยสุดยอดวัสดุระดับคุณภาพ ประกอบไปด้วยห้องจำนวน 570 ยูนิต โดยแบ่งเป็น ห้องแบบสตูดิโอ ขนาด 31.59-40.93 ตางรางเมตร จำนวน 187 ยูนิต ห้องแบบหนึ่งห้องนอน ขนาด 55.00-68.09 ตารางเมตร จำนวน 199 ยูนิต ห้องแบบสองห้องนอน ขนาด 82.45-103.12 ตารางเมตร จำนวน 151 ยูนิต ห้องแบบสามห้องนอน ขนาด 108.70-207.05 ตารางเมตร จำนวน 29 ยูนิต และห้องแบบ PENTHOUSE จำนวน 4 ยูนิต โดยมีราคาเริ่มต้นแค่ 57,000-77,000 บาทต่อตารางเมตร มูลค่าโครงการรวมกว่าทั้งหมดสูงถึง 2,500 ล้านบาท
ซึ่งในขณะนี้โครงการ แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว และจะเสร็จสมบูณ์ภายในปี พ.ศ. 2553 ภายในโครงการประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างมากมาย อาทิเช่น สระว่ายน้ำสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ความกว้างขนาด 25 เมตร พร้อมสนามเด็กเล่นใกล้กับสระว่ายน้ำ ซาวน่า ฟิตเนส ห้องเแอโรบิค ห้องสำหรับเด็ก พร้อมด้วยระบบไฟฉุกเฉินและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่จอดรถภายในอาคารจอดรถมากถึง 351 คัน ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด 24 ชั่วโมง (CCTV) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะคอยดูแลทั้งโครงการ เพื่อความปลอดภัย เหมือนดูแลบ้านให้กับตัวเอง
มร. ยาสุโอะ กล่าวเสริม แม้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการชลอตัวลง ทำให้กระทบหลายค่าย ผู้พัฒนาอสังริมทรัพย์ แต่เนื่องด้วย สยาม โซเคอิ ออกแบบ และวางแผนการตลาดที่ แตกต่าง ทั้งในเรื่อง กลุ่มเป้าหมาย คุณภาพ ของโครงการ และประกอบกับ การร่วมทุนกับ กลุ่ม สหพัฒน์ จึงทำให้ ทางบริษัท จึงสามารถ รักษายอดขาย ในแต่ละโครงการของ บริษัทได้อย่าง ต่อเนื่อง และยังคง มั่นใจ ว่า ยอดขาย แกรนดฺ พีคส์ ศรีราชา จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เชิญท่านร่วมมาเป็นหนึ่งในครอบครัว ในบรรยากาศธรรมชาติ ที่น่าหลงไหล กับเรา ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมห้องตัวอย่างและสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม ติดต่อสำนักงานขาย โทรศัพท์ 038-311-811 หรือ http://www.siamzokei.com
napoleon December 17th, 2008, 11:14 AM สยามโซเคอิ-สหพัฒน์"แตกหักญี่ปุ่นขอเลิกบริษัท
Bangkokbiznews 17/12/2008
บริษัทร่วมทุนอสังหาฯ กลุ่มสหพัฒน์โดยเสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา และ บริษัทสยามโซเคอิ โดยสองนักธุรกิจญี่ปุ่น "ยาสุโอะ-ฟูมิกะ มิยาซากิ" เดินมาถึงจุดแตกหัก
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ฝั่งญี่ปุ่นร้องศาลแพ่ง ขอเลิกกิจการ-ชำระบัญชี ลูกค้าคอนโดฯแกรนด์ พีคส์ ศรีราชา กว่า 200 รายป่วน ขอคืนเงินกว่า 120 ล้านบาท ทนายชี้ต้องรอคำสั่งศาลอีกกว่า 6 เดือน ขณะที่ฝั่งสหพัฒน์ปฏิเสธให้ข้อมูล ย้ำเดินหน้าคดีที่ฟ้องฉ้อโกงไปก่อนหน้านี้
หลังจากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีในกิจการร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น ในบริษัท สยามโซเคอิ จำกัด ระหว่าง นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ผู้ถือหุ้น 51% และนายยาสุโอะและนางฟูมิกะ มิยาซากิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นผู้ก่อตั้งบริษัท สยามโซเคอิ จำกัด ซึ่งต่อมาถือหุ้น 49% จากทุนจดทะเบียนก่อตั้ง 100 ล้านบาท โดยนายบุณยสิทธิ์ เป็นฝ่ายฟ้องร้องผู้ถือหุ้นฝ่ายญี่ปุ่น เพื่อยกเลิกสัญญาร่วมทุน หลังมีปัญหาในการบริหารงานร่วมกันมาตั้งแต่กลางปี 2551
ถึงจุดแตกหักการร่วมธุรกิจ
ล่าสุดนายยาสุโอะและนางฟูมิกะ มิยาซากิ ได้ยื่นเรื่องร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2551 ที่ผ่านมาเพื่อร้องขอยกเลิกบริษัท สยามโซเคอิ จำกัด และขอให้ศาลฯมีคำสั่งตั้งผู้ชำระบัญชี นำทรัพย์สินต่างๆ มาขายเพื่อชำระหนี้ เนื่องจากไม่สามารถดำเนินธุรกิจในลักษณะร่วมทุนต่อไปได้
ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทหยุดชะงักการดำเนินธุรกิจ ไม่มีการก่อสร้าง ไม่มีการขาย และต้องเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก จากที่เดิมเคยมีพนักงานประจำที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ราว 70 คน และคนงานก่อสร้างอีกกว่า 100 คน ต้องเลิกจ้างเหลืออยู่ไม่ถึง 20 คน และบริษัทยังมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่มาก โดยเฉพาะภาระหนี้กับเจ้าหนี้เงินกู้ และต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนอีกเกือบ 1,000 ล้านบาท
ตัวแทนด้านกฎหมายจากสำนักงานทนายความธรรมนิติ ของฝ่ายผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า การร้องขอต่อศาลครั้งนี้ เนื่องจากผู้ถือหุ้นทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ และที่ผ่านมาได้มีคดีความฟ้องร้องจากฝั่งสหพัฒน์เข้ามา ในประเด็นว่าฝ่ายญี่ปุ่นฉ้อโกง ซึ่งคดีอยู่ในชั้นศาล ปัญหานี้ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ฝ่ายญี่ปุ่นจึงออกมาร้องต่อศาลแพ่ง ขอเลิกกิจการและชำระบัญชีดังกล่าว
200ลูกค้าป่วนขอคืนเงิน120ล้าน
ผลจากการร้องขอนี้ทำให้กิจการร่วมทุน ต้องเลิกธุรกิจที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโครงการคอนโดมิเนียม ที่อยู่ระหว่างเปิดขายคือ โครงการ "แกรนด์ พีคส์ ศรีราชา" ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ลักษณะอาคารสูง เป็นอาคารคู่แฝดความสูง 32 ชั้น รวมห้องชุดทั้งสิ้น 570 ยูนิต ซึ่งเปิดตัวขายแบบพรีเซล ไปเมื่อกลางปี 2551 ที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างฐานราก
"โครงการที่ศรีราชา คงต้องยกเลิกไป เพราะยังดำเนินการไม่มากนัก และก็คงต้องคืนเงินให้กับลูกค้าที่จองซื้อเข้ามา" ตัวแทนผู้ถือหุ้นฝ่ายญี่ปุ่น กล่าว
อย่างไรก็ดี การคืนเงินให้ลูกค้าคือคำกล่าวอ้างที่ยืนยันในเบื้องต้น ซึ่งข้อมูล ณ ปัจจุบัน โครงการนี้มีลูกค้าที่จองซื้อไว้แล้วกว่า 200 ราย รวมเป็นเงินมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 80% เป็นลูกค้าคนไทย อีก 20% เป็นลูกค้าชาวญี่ปุ่น
ขณะนี้ยังไม่ทำเรื่องชี้แจงลูกค้าอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะต้องชี้แจงให้ลูกค้าทราบในเร็วๆ นี้ เพราะวัตถุประสงค์การขอเลิกบริษัท และชำระบัญชี ก็เพื่อความโปร่งใสในการทำธุรกิจ เมื่อเดินหน้าไม่ได้ก็ต้องยกเลิก
ทั้งนี้ ขึ้นตอนที่จะดำเนินต่อไป คือ ต้องรอให้ศาลแพ่งฯ มีคำสั่งเลิกกิจการ และแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็คงต้องเข้ามาดูรายการทรัพย์สิน หนี้สิน และชำระบัญชีต่อกัน โดยส่วนของลูกค้าถือเป็นเจ้าหนี้ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะได้รับการชำระเงินคืน แต่ขั้นตอนที่ต้องรอจากศาล คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
"ลูกค้าสอบถามเข้ามามากเหมือนกันว่า สยามโซเคอิจะเดินต่อไปอย่างไร เมื่อผู้ถือหุ้นมีปัญหา และหากไม่ก่อสร้างก็ขอเงินคืน เรารับฟังข้อเรียกร้องเข้ามาพอสมควร ก่อนจะตัดสินใจเลิกบริษัทเพื่อความถูกต้อง ขอทำทุกอย่างตามกฎหมาย" ตัวแทนผู้ถือหุ้นฝ่ายญี่ปุ่น ชี้แจง
ศรีราชาเลิกทำ - เชียงใหม่รอโอน
ตัวแทนผู้ถือหุ้นฝ่ายญี่ปุ่น ระบุว่า การยกเลิกจะทำเฉพาะโครงการที่เพิ่งเริ่มต้น คือคอนโดฯที่ศรีราชา ซึ่งเพิ่งก่อสร้างฐานราก แต่โครงการที่ที่ที่เสร็จแล้ว และเกือบแล้วเสร็จอีก 3-4 โครงการที่เชียงใหม่ เช่น พีคส์ ช้างคลาน, พีคส์ มอลล์, พีคส์ การ์เด้น, ทวินพีคส์ ส่วนใหญ่โอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าไปแล้ว และบางส่วนที่ใกล้โอน จะเปิดให้ลูกค้าเลือกว่าจะโอนหรือไม่อย่างไร
ส่วนแผนที่เคยประกาศร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ กับการลงทุนโครงการที่กรุงเทพฯ เดอะพีคส์ กรุงเทพฯ หรือที่ภูเก็ตนั้น จะต้องระงับไปทั้งหมด เมื่อมีการยกเลิกกิจการ
สหพัฒน์ปฏิเสธให้ข้อมูลชี้อยู่ชั้นศาล
อย่างไรก็ดี คดีความที่มีต่อกันนี้ แม้จะเป็นการฟ้องร้องคดีฉ้อโกง ซึ่งฝ่ายสหพัฒน์เป็นผู้ยื่นฟ้อง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ตัวแทนฝ่ายญี่ปุ่น อธิบายว่าเป็นเรื่องของการทำธุรกิจที่เข้าใจไม่ตรงกัน
โดยปัญหาเริ่มต้นภายหลังการร่วมทุนกันเพียง 4 เดือน หลังนายบุณยสิทธิ์ เข้าซื้อหุ้น 51% ใน บริษัท สยาม โซเคอิ จำกัด ซึ่งสองนักธุรกิจญี่ปุ่นก่อตั้งมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2543 โดยเข้าซื้อหุ้นในราคา 127 ล้านบาท แบ่งชำระส่วนแรก 76 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 51 ล้านบาท กำหนดชำระในวันที่ 1 ธ.ค. 2551 ในที่สุดไม่มีการชำระเพิ่ม เพราะฝ่ายไทยได้ฟ้องเป็นคดีฉ้อโกง ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาล
"กรุงเทพธุรกิจ" พยายามติดต่อนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา เพื่อขอคำชี้แจงเรื่องนี้ ได้รับคำตอบจากตัวแทนเพียงสั้นๆ ว่า ฝ่ายสหพัฒน์ ยังไม่พร้อมจะให้ข้อมูลใดๆ เพราะเรื่องเป็นคดีความในชั้นศาล ตามที่ได้มีการยื่นฟ้องผู้ร่วมทุนฝั่งญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว
napoleon February 18th, 2009, 06:56 PM อสังหาฯ"สหพัฒน์-ญี่ปุ่น"ร้าวหนัก สยามโซเคอิป่วนหุ้นส่วนฟ้องกันนัวคดีแพ่ง-อาญา
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4081
ศึกสายเลือดในบริษัทร่วมทุน "สยาม โซเคอิ" ยากสมานฉันท์ นับวันยิ่งบานปลายไร้ทางเยียวยา ล่าสุดทุนญี่ปุ่นยอมหักไม่ยอมงอเดินหน้าฟ้องอาญา บริษัทและบอร์ดบริษัทในกลุ่ม "สหพัฒน์" บัญชีรายชื่อยาวเป็นหางว่าว 24 รายรวด อ้างแจ้งข้อความเท็จ ด้าน "สหพัฒน์" บ่ยั่นพร้อมสู้คดี และเตรียมฟ้องกลับ
ปัญหาความขัดแย้งในบริษัท สยาม โซเคอิ จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่วมทุนระหว่างญี่ปุ่นกับบริษัทในกลุ่มสหพัฒน์ยังบานปลายไม่จบ มีรายงานข่าวจากศาลอาญาว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา นายยาสุโอะ มิยาซากิ และนางฟูมิกะ มิยาซากิ โจทก์ที่ 1 และ 2 ได้ร่วมกันฟ้องบริษัท ไอ.ดี.เอฟ. จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 24 ราย ในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยบริษัท ไอ.ดี.เอฟ. เป็นบริษัทในกลุ่มของตระกูลโชควัฒนา ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม สหพัฒน์ หลังก่อนหน้านี้เคยยื่นฟ้องทางแพ่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกและขอมีคำสั่งตั้ง ผู้ชำระบัญชีบริษัทสยาม โซเคอิ ที่ทุนญี่ปุ่นกับสหพัฒน์ร่วมทุนกันเมื่อปี 2550 ขณะที่ สหพัฒน์ก็ยื่นฟ้องแพ่งทุนญี่ปุ่น ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกสัญญาร่วมทุนเช่นเดียวกัน
โดยในการยื่นฟ้องนอกจากโจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 1-9 ซึ่งเป็นบริษัทนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดแล้ว ยังยื่นฟ้องผู้ถือหุ้นรายบุคคลซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทในกลุ่มสหพัฒน์ ที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท สยาม โซเคอิ เป็นจำเลยที่ 10-24 ด้วย โดยระบุว่าจำเลยทั้ง 24 รายกับพวกได้สมคบกันกระทำผิดต่อกฎหมาย อาศัยคดีอาญาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งโจทก์ที่ 1 และ 2 โดยมอบหมายให้นายสุประดิษฐ์ สอิด ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีอาญากับโจทก์ที่ 1 และ 2 และแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์ที่ 1 และ 2 หลอกลวงจำเลยที่ 1-9 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งบอกให้แจ้งเกี่ยวกับโครงสร้างของบริษัท และปัญหาการก่อสร้างโครงการรวม 8 โครงการของบริษัท
เพื่อให้กลุ่มบริษัทจำเลยที่ 1-9 หลงเชื่อเข้าซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าว จำเลยที่ 1-9 หลงเชื่อว่าโครงการไม่มีปัญหาจึงยอมตกลงซื้อหุ้น หากจำเลยที่ 1-9 ทราบว่าโครงการมีปัญหาติดขัดเกี่ยวกับการก่อสร้าง และปัญหาข้อกฎหมายรวมถึงจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ก็จะไม่ยอมลงทุนซื้อหุ้น แต่โดยข้อเท็จจริงจำเลยทั้ง 24 รายรู้ดีว่าความจริงไม่ได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น และโจทก์ที่ 1 และ 2 ไม่ได้หลอกลวงหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งต่อจำเลย และจำเลยรู้ดีอยู่แล้วว่าแต่ละโครงการมีปัญหาอย่างไรอยู่แล้วก่อนจะซื้อหุ้น ฯลฯ การมอบอำนาจให้นายสุประดิษฐ์ แจ้งต่อพนักงานสอบสวนจึงเป็นข้อความเท็จ จงใจกระทำผิดกฎหมายทำให้โจทก์ที่ 1 และ 2 ได้รับความเสียหาย
จำเลยทั้ง 24 ราย โดยนายสุประดิษฐ์ ยังได้แจ้งข้อความด้วยว่า จำเลยที่ 1-9 ได้ทราบการหลอกลวง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 ซึ่งเป็นวันจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 ของบริษัทสยาม โซเคอิ ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นจริง เพราะจำเลยที่ 1-9 รู้เรื่องปัญหาของโครงการก่อสร้างทั้ง 8 โครงการ ของบริษัทสยาม โซเคอิ ก่อนวันที่ 25 กันยายน 2550 อันเป็นวันที่รับโอนหุ้นในบริษัทสยาม โซเคอิ หรืออย่างช้าที่สุดเมื่อจำเลยที่ 1-9 ส่งผู้แทนเข้าร่วมบริหารกิจการของบริษัท สยาม โซเคอิ หลังจากนั้นไม่นานซึ่งเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน ก่อนที่จำเลยทั้ง 24 รายจะร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน
การที่จำเลยทั้ง 24 รายแจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวนว่าทราบการหลอกลวง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 ก็เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องอายุความร้องทุกข์ในคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความกันได้ การแจ้งข้อความเท็จดังกล่าวของจำเลยทั้ง 24 ราย เพื่อกลั่นแกล้งให้โจทก์ที่ 1 และ 2 ต้องรับโทษหนักขึ้น เป็นกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ทำให้โจทก์ที่ 1 และ 2 ได้รับความเสียหาย การกระทำ ดังกล่าวถือว่าผิดต่อกฎหมาย และบทบัญญัติมาตรา 83 มาตรา 172 มาตรา 173 และมาตรา 174 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงขอให้ศาลออกหมายไต่สวนมูลฟ้องและเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษาลงโทษ
ด้านแหล่งข่าวจากกลุ่มสหพัฒน์เปิดเผยว่า สหพัฒน์กำลังเตรียมยื่นฟ้องกลับกลุ่มทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เนื่องจากคาดไม่ถึงว่าจะถูกยื่นฟ้องทั้งกรรมการรายบุคคลและบริษัทที่เข้าถือหุ้นในสยาม โซเคอิ แต่จะเร่งดำเนินการและพร้อมจะสู้ข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บริษัทสยาม โซเคอิ เป็นบริษัทอสังหาฯร่วมทุนระหว่างญี่ปุ่นกับกลุ่มสหพัฒน์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ที่ผ่านมาพัฒนาโครงการทั้งในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี อาทิ โครงการทวิน พีคส์ กรุงเทพฯ, เดอะพีคส์ กรุงเทพฯ, ทวิน พีคส์ เชียงใหม่, พีคส์ การ์เด้น เชียงใหม่, พีคส์ มอลล์ เชียงใหม่, พีคส์ มาร์เก็ต เชียงใหม่, พีคส์ อเวนิว, พีคส์ ช้างคลาน, พีคส์ อันดามัน, พีคส์ นอร์ทปาร์ค บิสิเนส เซ็นเตอร์ และแกรนด์ พีคส์ ศรีราชา ทั้งนี้ในส่วนของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลังเกิดกรณีพิพาท ปรากฏว่าลูกค้าที่ซื้อโครงการบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว
หน้า 7
napoleon March 29th, 2009, 08:06 PM สหพัฒน์ค้านยุบ"สยามโซเคอิ" จ่ายคืนหนี้ลูกค้า"แกรนด์พีคส์"
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4092
ตัวแทนกลุ่มสหพัฒน์ยื่นคำร้องคัดค้านกรณีผู้ถือหุ้นชาวญี่ปุ่นขอให้ศาลมีคำสั่งชำระบัญชี "สยาม โซเคอิ" ด้านญี่ปุ่นออกโรงเตือนลูกค้ารีบดำเนินการรักษาสิทธิ เผยบริษัทร่วมทุนทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอผ่อนชำระหนี้ลูกค้าที่ซื้อโครงการแกรนด์พีคส์ ศรีราชา และเจ้าหนี้บริษัทอินเตอร์เซ้าท์ในกลุ่มสหพัฒน์ หากผิดนัดชำระหนี้ยอมให้ยึดทรัพย์บังคับคดีทันที
นายยาสุโอะ มิยาซากิ ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นฝ่ายญี่ปุ่น บริษัท สยาม โซเคอิ จำกัด บริษัทร่วมทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับบริษัทในกลุ่มสหพัฒน์ เปิดเผยว่า วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมาศาลได้พิจารณาคดีที่ตนได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ให้มีคำสั่งและตั้งผู้ชำระบัญชี บริษัท สยาม โซเคอิ เพื่อนำทรัพย์สินออกขายและนำเงินไปชำระให้กับกลุ่มลูกค้า เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของลูกค้าที่ซื้อโครงการของบริษัท หลังผู้ถือหุ้นในบริษัท สยาม โซเคอิ ฝ่ายญี่ปุ่นและกลุ่มสหพัฒน์มีปัญหาขัดแย้งในการบริหารจัดการ ปรากฏว่าตัวแทนของผู้ถือหุ้นในกลุ่มสหพัฒน์ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน ตนจึงขอแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ลูกค้าทราบ และขอให้ลูกค้าดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิ โดยตนพร้อมจะให้ข้อมูล รายละเอียดทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าทราบความเคลื่อนไหวและความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันศาลได้มีคำสั่งให้มีการประนีประนอมยอมความ คดีที่บริษัท อินเตอร์เซ้าท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม สหพัฒน์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท สยาม โซเคอิ จำเลย เรียกชำระหนี้ 15,137,088.22 บาท หลังบริษัท สยาม โซเคอิ ขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล โดยยอมชำระหนี้ตามฟ้องให้แก่โจทก์ ด้วยการผ่อนชำระหนี้ให้เป็นรายงวด งวดละเดือนรวม 12 เดือน เดือนละ 1,263,423.60 บาท ทุกๆ วันที่ 28 ของเดือน จนถึงงวดสุดท้ายวันที่ 28 มีนาคม 2553 หากผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ที่ยังค้างชำระทั้งหมดทุกงวดทันที และให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีในหนี้ที่ค้างทั้งหมดตามสัญญา พร้อมทั้งจำเลยต้องชดใช้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินที่ค้างชำระทั้งหมดตามสัญญานี้นับแต่วันที่ผิดนัดเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมดให้แก่โจทก์จนครบถ้วน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2551 โจทก์คือนางสาวิตร อมรสังข์ ลูกค้ารายหนึ่งที่ซื้อห้องชุดในโครงการแกรนด์พีคส์ ศรีราชา และบริษัท สยาม โซเคอิ จำเลย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล โดยจำเลยยอมชดใช้เงินให้กับโจทก์จำนวน 854,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยจะนำที่ดินที่ตั้งโครงการออกขายเพื่อชำระหนี้โจทก์ และจะนำเงินที่ขายได้มาชำระให้โจทก์ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นของจำเลย โดยขอเวลาขายที่ดินที่ตั้งโครงการภายในเดือนมิถุนายน 2552 และจะนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคม 2552 ถ้าจำเลยชำระเงินให้กับโจทก์ไม่ได้ภายในกำหนด จำเลยจะยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์บังคับคดีได้ทันที
หน้า 13
|
|