Chad
November 17th, 2004, 08:36 AM
เที่ยวบินทะลักพีกซีซันกระหึ่ม!
ท่องเที่ยวไทยโค้งสุดท้ายสุดคึกคัก ไม่ยีหระหวัดนก ไฟใต้ "ชัยศักดิ์"คนโตแห่งของ ยิ้มแก้มปริ เผยล่าสุด 700 เที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟล์ตจากรัสเซียและยุโรป แห่ขนทัวร์ริสเข้ากว่า 1.7 แสนคน ขณะที่ 89 สายการบินประจำประกาศขยายความถี่เพิ่มเป็น 900 เที่ยวบินต่อสัปดาห์รับไฮน์ซีซัน ด้านธุรกิจโรงแรมตีปีกห้องพักล้น ภูเก็ต- กระบี่- พัทยา -เชียงใหม่ สุดฮอต
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ( ขอ.)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทย พบว่า มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากในขณะนี้มีสายการบินขอสิทธิการบินเพื่อเปิดบินในลักษณะประจำและทำการบินแบบชาร์เตอร์ไฟล์ตหรือเช่าเหมาลำเข้ามาเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะในส่วนของเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ขอ.ได้อนุมัติไปแล้วจำนวน 747 เที่ยวบิน ซึ่งสายการบินเหล่านี้จะใช้เครื่องบินขนาดจุผู้โดยสารได้ 70 ที่นั่งไปจนถึง410ที่นั่ง ทำให้ขอ.สามารถประมาณการณ์ได้ว่าจะมีผู้โดยสารจากยุโรปตะวันออกและรัสเซีย เดินทางมาเที่ยวไทยราว 170,810 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ามาจำนวน 679 เที่ยว และขนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวไทย 157,965 คน
สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ที่จะเปิดบินเข้าไทยมีจำนวน 18 สายการบิน ประกอบด้วย 1. แอร์มัณฑะเลย์ เปิดบินจากย่างกุ้งเข้าเชียงใหม่ จำนวน 31 เที่ยวบิน และเปิดบินในเส้นทางย่างกุ้ง-เชียงใหม่-มัณฑะเลย์ 31 เที่ยวบิน 2.แอร์ ฟินแลนด์ เปิดบินเส้นทางเฮลซิงกิ-กรุงเทพ 23 เที่ยวบิน และเฮลซิงกิ-ภูเก็ต 46 เที่ยวบิน 3.แอร์ สโลวาเกีย เปิดบินเส้นทางบราติสลาฟ-ดูไบ-กรุงเทพฯ 14 เที่ยวบิน 4.อาเซียนา แอร์ไลน์ส เปิดบินเส้นทางอินชอน-ภูเก็ต 10 เที่ยวบิน 5.สายการบินARKIA เปิดบินเส้นทางเทลอาวีฟ-เชียงใหม่ และเทลอาวีฟ-ภูเก็ต รวม 12 เที่ยวบิน 6.ออสเตรเลียน แอร์ไลน์ เปิดบินซิดนีย์-ภูเก็ต 6 เที่ยวบิน 7.สายการบินBERJAYA เปิดบินเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-สมุย รวม 48 เที่ยวบิน 8.สายการบินBELGUIMEXEL เปิดบินบรัสเซลส์-กรุงเทพฯ รวม 22 เที่ยวบิน 9.ฟินแอร์ เปิดบินเฮลซิงกิ-อู่ตะเพา 13 เที่ยวบิน และเส้นทางเฮลซิงกิ-ภูเก็ต 98 เที่ยวบิน
ตามด้วย 10.สายการบินKRANSNOYARSK เปิดเส้นทางมอสโก-กรุงเทพฯ 11 เที่ยวบิน เส้นทางยาครุตส์-กรุงเทพฯ-โนโวลิเบอร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางโนโวเบอร์ค-กรุงเทพฯ-แคทเทอรินเบอร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางแคทเทอรินเบอร์ค-กรุงเทพฯ-มอสโก 11 เที่ยวบิน เส้นทางมอสโก-กรุงเทพฯ-คราสโนยาร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางโนโวสิเบอร์ค-กรุงเทพฯ-คราสโนยาร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางคราสโนยาร์ค-กรุงเทพฯ-มอสโก 10 เที่ยวบิน และเส้นทางคราสโนยาร์ค-กรุงเทพฯ-โนโวสิเบอร์ค 11 เที่ยวบิน 11.สายการบินเลาด้าร์ แอร์ เส้นทางเวียนนา-ซูริค-ภูเก็ต 21 เที่ยวบิน 12.สายการบินMYTRAVEL A/W เส้นทางออสโล,สต็อคโฮล์ม,โกเด็นเบอร์ค,โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต รวม 123 เที่ยวบิน
ต่อมา13.โนวา แอร์ไลน์ส ทำการบินจากสต็อคโฮมเข้าไทย 32 เที่ยวบิน 14.สายการบินทรานส์แอร์โรว์ บินจากเซนต์ปีเตอร์เบอร์ค-ภูเก็ต 22 เที่ยวบิน เส้นทางมอสโก-ภูเก็ต 32 เที่ยวบิน เส้นทางแคทเธอรินเบอร์ค-กรุงเทพ 14 เที่ยวบิน 15.สายการบินทราเวล เซอร์วิส บินจากปรากเข้ากรุงเทพฯ18 เที่ยวบิน 16.URAL แอร์ไลน์ส บินเส้นทางแคทเธอรินเบอร์ค-อู่ตะเพา 10 เที่ยวบิน 17.ออสเตรียน แอร์ไลน์ เส้นทางซูริค-ภูเก็ต 20 เที่ยวบิน 18.สายการบินMALEV เปิดบินเส้นทางบูดาเปสต์-กรุงเทพฯ/ภูเก็ต-บูดาเปสต์ 9 เที่ยวบิน และเส้นทางบูดาเปสต์-กรุงเทพฯ 10 เที่ยวบิน เป็นต้น
นายชัยศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีสายการบินประจำจำนวนรวมกว่า 89 สายการบิน ที่ได้รับอนุมัติในการขยายความถี่ของเที่ยวบิน เพื่อทำการบินลงท่าอากาศยานกรุงเทพฯในช่วง 5 เดือนนี้ เพิ่มขึ้นรวม 941 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นเที่ยวบินขนผู้โดยสาร 855 เที่ยวบิน ขนสินค้า 86 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดบินประจำรวม 795 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นเที่ยวบินขนผู้โดยสาร 716 เที่ยวบินและขนสินค้า 79 เที่ยวบิน
อีกทั้งยังมีสายการบินใหม่เปิดบินแบบประจำเข้าไทยเพิ่มขึ้นจำนวน 4 สายได้แก่ สายการบินDOMODEDOVO จากรัสเซีย เปิดบินมอสโก-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินแจลเวย์ จากญี่ปุ่น สายการบินซาอุดิอาระเบียน เปิดบินขนส่งสินค้าจากเมืองเจดดาห์-ฮ่องกง-กรุงเทพฯ-โซลและเส้นทางริยาด-ฮ่องกง-กรุงเทพ รวม 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินทรานทรานส์แอร์โรว์ ทำการบินมอสโก-อู่ตะเพา และมอสโก-ฮ่องกง-อู่ตะเพา รวม 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ดังนั้นจากการเพิ่มจำนวนของเที่ยวบินที่มีมากขึ้น ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก และการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวในช่วงไฮน์ซีซันนี้ โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ อย่าง ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และเมืองพัทยา เนื่องจากมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจากการขยายความถี่ของเที่ยวบินประจำดังกล่าว ส่งผลให้การรองรับที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯค่อนข้างแออัด ดังนั้นทางบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด( มหาชน )จึงได้ทำการเจรจากับกองทัพอากาศ ขอใช้พื้นที่สำหรับรองรับเครื่องบินที่มีความจำเป็นที่ต้องจอดค้างคืนไว้แล้ว นายชัยศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายชัชวาลย์ ศุภชยานนท์ นายกสมาคมท่องเที่ยวไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า ในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้ พัทยามีแนวโน้มในการขยายตัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มกว่า 10% โดยมียอดจองห้องพักเข้ามาแล้วราว 80-90% และในช่วงของเทศกาลคริสต์มาศ-ปีใหม่นี้ คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพัก 100 % แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป 30 % ตลาดเอเชีย 30 %และตลาดคนไทย 40% ส่วนสถานการณ์ไข้หวัดนก ส่งผลกระทบเล็กน้อยสำหรับตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ แต่ในส่วนของตลาดยุโรปขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ สังเกตุได้จากเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่นายโอภาส เนตรอำไพ กรรมการผู้จัดการโรงแรมคลับ อันดามัน บีช รีสอร์ท กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวภูเก็ตว่าในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ โรงแรมมีอัตราการจองห้องพักมาแล้วกว่า 80% และช่วงหลังวันคริสต์มาศ มีอัตราการการจองกว่า 100 % เนื่องจากภูเก็ตมีการเปิดเที่ยวบินเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ตั้งแต่ชาร์เตอร์ไฟต์จากตลาดรัสเซีย ไปจนถึงสายการบินต้นทุนต่ำที่มีเที่ยวบินเข้ามามาก
เช่นเดียวกันกับนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ที่ระบุว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในช่วงไตรมาศสุดท้าย พบว่า มีอัตราการจองห้องพักมาแล้วไม่ต่ำกว่า 80% สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 16% และคาดว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไปจะมีอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 90-100% โดยตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดยุโรป สแกนดิเนเวีย เป็นหลัก และปัญหาก่อการร้ายภาคใต้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของกระบี่แต่อย่างใด เพราะตลาดมาเลเซีย ไม่ใช่ตลาดหลักของกระบี่ ขณะที่ตลาดอื่นๆ ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอยู่
อนึ่งจากการสำรวจของ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ พบว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศยังถือว่าคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีสถานการณ์ในเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกและปัญหาเรื่องการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดน ซึ่งก็ส่งผลกระทบเฉพาะตลาดมาเลเซีย ที่เดินทางมาเที่ยวหาดใหญ่ลดลงไปราว 30-50% และเกิดการชลอตัวด้านการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดภาคใต้ อย่างยะลา ปัตตานี นราธิวาสเท่านั้น
Source : Than Sretthakij : Nov 17, 2004
ท่องเที่ยวไทยโค้งสุดท้ายสุดคึกคัก ไม่ยีหระหวัดนก ไฟใต้ "ชัยศักดิ์"คนโตแห่งของ ยิ้มแก้มปริ เผยล่าสุด 700 เที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟล์ตจากรัสเซียและยุโรป แห่ขนทัวร์ริสเข้ากว่า 1.7 แสนคน ขณะที่ 89 สายการบินประจำประกาศขยายความถี่เพิ่มเป็น 900 เที่ยวบินต่อสัปดาห์รับไฮน์ซีซัน ด้านธุรกิจโรงแรมตีปีกห้องพักล้น ภูเก็ต- กระบี่- พัทยา -เชียงใหม่ สุดฮอต
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ( ขอ.)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทย พบว่า มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากในขณะนี้มีสายการบินขอสิทธิการบินเพื่อเปิดบินในลักษณะประจำและทำการบินแบบชาร์เตอร์ไฟล์ตหรือเช่าเหมาลำเข้ามาเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะในส่วนของเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ขอ.ได้อนุมัติไปแล้วจำนวน 747 เที่ยวบิน ซึ่งสายการบินเหล่านี้จะใช้เครื่องบินขนาดจุผู้โดยสารได้ 70 ที่นั่งไปจนถึง410ที่นั่ง ทำให้ขอ.สามารถประมาณการณ์ได้ว่าจะมีผู้โดยสารจากยุโรปตะวันออกและรัสเซีย เดินทางมาเที่ยวไทยราว 170,810 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ามาจำนวน 679 เที่ยว และขนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวไทย 157,965 คน
สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ที่จะเปิดบินเข้าไทยมีจำนวน 18 สายการบิน ประกอบด้วย 1. แอร์มัณฑะเลย์ เปิดบินจากย่างกุ้งเข้าเชียงใหม่ จำนวน 31 เที่ยวบิน และเปิดบินในเส้นทางย่างกุ้ง-เชียงใหม่-มัณฑะเลย์ 31 เที่ยวบิน 2.แอร์ ฟินแลนด์ เปิดบินเส้นทางเฮลซิงกิ-กรุงเทพ 23 เที่ยวบิน และเฮลซิงกิ-ภูเก็ต 46 เที่ยวบิน 3.แอร์ สโลวาเกีย เปิดบินเส้นทางบราติสลาฟ-ดูไบ-กรุงเทพฯ 14 เที่ยวบิน 4.อาเซียนา แอร์ไลน์ส เปิดบินเส้นทางอินชอน-ภูเก็ต 10 เที่ยวบิน 5.สายการบินARKIA เปิดบินเส้นทางเทลอาวีฟ-เชียงใหม่ และเทลอาวีฟ-ภูเก็ต รวม 12 เที่ยวบิน 6.ออสเตรเลียน แอร์ไลน์ เปิดบินซิดนีย์-ภูเก็ต 6 เที่ยวบิน 7.สายการบินBERJAYA เปิดบินเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-สมุย รวม 48 เที่ยวบิน 8.สายการบินBELGUIMEXEL เปิดบินบรัสเซลส์-กรุงเทพฯ รวม 22 เที่ยวบิน 9.ฟินแอร์ เปิดบินเฮลซิงกิ-อู่ตะเพา 13 เที่ยวบิน และเส้นทางเฮลซิงกิ-ภูเก็ต 98 เที่ยวบิน
ตามด้วย 10.สายการบินKRANSNOYARSK เปิดเส้นทางมอสโก-กรุงเทพฯ 11 เที่ยวบิน เส้นทางยาครุตส์-กรุงเทพฯ-โนโวลิเบอร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางโนโวเบอร์ค-กรุงเทพฯ-แคทเทอรินเบอร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางแคทเทอรินเบอร์ค-กรุงเทพฯ-มอสโก 11 เที่ยวบิน เส้นทางมอสโก-กรุงเทพฯ-คราสโนยาร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางโนโวสิเบอร์ค-กรุงเทพฯ-คราสโนยาร์ค 11 เที่ยวบิน เส้นทางคราสโนยาร์ค-กรุงเทพฯ-มอสโก 10 เที่ยวบิน และเส้นทางคราสโนยาร์ค-กรุงเทพฯ-โนโวสิเบอร์ค 11 เที่ยวบิน 11.สายการบินเลาด้าร์ แอร์ เส้นทางเวียนนา-ซูริค-ภูเก็ต 21 เที่ยวบิน 12.สายการบินMYTRAVEL A/W เส้นทางออสโล,สต็อคโฮล์ม,โกเด็นเบอร์ค,โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต รวม 123 เที่ยวบิน
ต่อมา13.โนวา แอร์ไลน์ส ทำการบินจากสต็อคโฮมเข้าไทย 32 เที่ยวบิน 14.สายการบินทรานส์แอร์โรว์ บินจากเซนต์ปีเตอร์เบอร์ค-ภูเก็ต 22 เที่ยวบิน เส้นทางมอสโก-ภูเก็ต 32 เที่ยวบิน เส้นทางแคทเธอรินเบอร์ค-กรุงเทพ 14 เที่ยวบิน 15.สายการบินทราเวล เซอร์วิส บินจากปรากเข้ากรุงเทพฯ18 เที่ยวบิน 16.URAL แอร์ไลน์ส บินเส้นทางแคทเธอรินเบอร์ค-อู่ตะเพา 10 เที่ยวบิน 17.ออสเตรียน แอร์ไลน์ เส้นทางซูริค-ภูเก็ต 20 เที่ยวบิน 18.สายการบินMALEV เปิดบินเส้นทางบูดาเปสต์-กรุงเทพฯ/ภูเก็ต-บูดาเปสต์ 9 เที่ยวบิน และเส้นทางบูดาเปสต์-กรุงเทพฯ 10 เที่ยวบิน เป็นต้น
นายชัยศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีสายการบินประจำจำนวนรวมกว่า 89 สายการบิน ที่ได้รับอนุมัติในการขยายความถี่ของเที่ยวบิน เพื่อทำการบินลงท่าอากาศยานกรุงเทพฯในช่วง 5 เดือนนี้ เพิ่มขึ้นรวม 941 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นเที่ยวบินขนผู้โดยสาร 855 เที่ยวบิน ขนสินค้า 86 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดบินประจำรวม 795 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นเที่ยวบินขนผู้โดยสาร 716 เที่ยวบินและขนสินค้า 79 เที่ยวบิน
อีกทั้งยังมีสายการบินใหม่เปิดบินแบบประจำเข้าไทยเพิ่มขึ้นจำนวน 4 สายได้แก่ สายการบินDOMODEDOVO จากรัสเซีย เปิดบินมอสโก-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินแจลเวย์ จากญี่ปุ่น สายการบินซาอุดิอาระเบียน เปิดบินขนส่งสินค้าจากเมืองเจดดาห์-ฮ่องกง-กรุงเทพฯ-โซลและเส้นทางริยาด-ฮ่องกง-กรุงเทพ รวม 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินทรานทรานส์แอร์โรว์ ทำการบินมอสโก-อู่ตะเพา และมอสโก-ฮ่องกง-อู่ตะเพา รวม 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ดังนั้นจากการเพิ่มจำนวนของเที่ยวบินที่มีมากขึ้น ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก และการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวในช่วงไฮน์ซีซันนี้ โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ อย่าง ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และเมืองพัทยา เนื่องจากมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจากการขยายความถี่ของเที่ยวบินประจำดังกล่าว ส่งผลให้การรองรับที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯค่อนข้างแออัด ดังนั้นทางบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด( มหาชน )จึงได้ทำการเจรจากับกองทัพอากาศ ขอใช้พื้นที่สำหรับรองรับเครื่องบินที่มีความจำเป็นที่ต้องจอดค้างคืนไว้แล้ว นายชัยศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายชัชวาลย์ ศุภชยานนท์ นายกสมาคมท่องเที่ยวไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า ในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้ พัทยามีแนวโน้มในการขยายตัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มกว่า 10% โดยมียอดจองห้องพักเข้ามาแล้วราว 80-90% และในช่วงของเทศกาลคริสต์มาศ-ปีใหม่นี้ คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพัก 100 % แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป 30 % ตลาดเอเชีย 30 %และตลาดคนไทย 40% ส่วนสถานการณ์ไข้หวัดนก ส่งผลกระทบเล็กน้อยสำหรับตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ แต่ในส่วนของตลาดยุโรปขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ สังเกตุได้จากเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่นายโอภาส เนตรอำไพ กรรมการผู้จัดการโรงแรมคลับ อันดามัน บีช รีสอร์ท กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวภูเก็ตว่าในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ โรงแรมมีอัตราการจองห้องพักมาแล้วกว่า 80% และช่วงหลังวันคริสต์มาศ มีอัตราการการจองกว่า 100 % เนื่องจากภูเก็ตมีการเปิดเที่ยวบินเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ตั้งแต่ชาร์เตอร์ไฟต์จากตลาดรัสเซีย ไปจนถึงสายการบินต้นทุนต่ำที่มีเที่ยวบินเข้ามามาก
เช่นเดียวกันกับนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ที่ระบุว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในช่วงไตรมาศสุดท้าย พบว่า มีอัตราการจองห้องพักมาแล้วไม่ต่ำกว่า 80% สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 16% และคาดว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไปจะมีอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 90-100% โดยตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดยุโรป สแกนดิเนเวีย เป็นหลัก และปัญหาก่อการร้ายภาคใต้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของกระบี่แต่อย่างใด เพราะตลาดมาเลเซีย ไม่ใช่ตลาดหลักของกระบี่ ขณะที่ตลาดอื่นๆ ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอยู่
อนึ่งจากการสำรวจของ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ พบว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศยังถือว่าคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีสถานการณ์ในเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกและปัญหาเรื่องการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดน ซึ่งก็ส่งผลกระทบเฉพาะตลาดมาเลเซีย ที่เดินทางมาเที่ยวหาดใหญ่ลดลงไปราว 30-50% และเกิดการชลอตัวด้านการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดภาคใต้ อย่างยะลา ปัตตานี นราธิวาสเท่านั้น
Source : Than Sretthakij : Nov 17, 2004