napoleon
September 24th, 2009, 07:54 PM
http://img17.imageshack.us/img17/536/thailandtrat.png (http://img17.imageshack.us/i/thailandtrat.png/)
|
View Full Version : Trat - Thailand’s eastern-most province napoleon September 24th, 2009, 07:54 PM http://img17.imageshack.us/img17/536/thailandtrat.png (http://img17.imageshack.us/i/thailandtrat.png/) napoleon September 24th, 2009, 07:57 PM R 48 เส้นทางสายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเปิล อนาคตแห่งประชาคมอาเซียน คอลัมน์ เปิดมุมมอง วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4143 ประชาชาติธุรกิจ ช่วงวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2552 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน ที่จังหวัดภูเก็ต ประเด็นหนึ่งที่ได้กล่าวถึงการเป็นประชาคมอาเซียน เหมือนกับที่ยุโรปรวมตัวกันเป็นประชาคมยุโรป ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตร์ของกลุ่มประเทศยุโรปกับกลุ่มประเทศอาเซียนมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือแต่ละประเทศเป็นสมาชิกมีพื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ทั้งทางบก เรือ และอากาศ การเดินทางโดยทางอากาศนั้นไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน จะดำเนินการได้ หากมีสนามบิน เช่น การเดินทางเชื่อมทวีปและหมู่เกาะต่างๆ ซึ่งมีจุดด้อยในด้านค่าใช้จ่ายที่สูงและร่นจากต้นทางไปปลายทาง ส่วนการเดินทางโดยเรือจะได้ประสบการณ์และบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง มีค่าใช้จ่ายต่ำสุด แต่ต้องใช้เวลานานกว่าทางอากาศและทางบก การเดินทางทางบกโดยมีถนนเชื่อมโยงจุดต่างๆ เป็นโครงข่ายถึงกัน นอกจากจะทำให้การคมนาคมสะดวก รวดเร็ว ยังเป็นตัวช่วยให้การค้า การขนส่ง และการท่องเที่ยวเติบโตได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่ต่อพื้นที่ได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ถนน R 48 เส้นทางสายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเปิล รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 300 กิโลเมตร เริ่มต้นจากชายแดนจังหวัดตราดของประเทศไทยเข้าสู่ประเทศกัมพูชาที่เกาะกงไปสิ้นสุดที่สะแรอัมเปิล สามารถเชื่อมต่อเข้ากรุงพนมเปญได้โดยสะดวก และจากสะแรอัมเปิลยังเชื่อมต่อไปประเทศเวียดนามได้ ตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) พัฒนาเส้นทางสาย R 48 ให้เป็นถนนโครงข่ายตามแนวชายฝั่งทะเลด้านใต้ของกัมพูชาเชื่อมต่อระหว่างไทย-กัมพูชา-เวียดนาม เพื่อการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว การคมนาคม และการลงทุนระหว่างกัน เดิม สภาพถนน R 48 เป็นสายสำรองผ่านเชิงเขาและต้องผ่านแม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย Sre Ambel River, Anduang Tock River, Trapeng Roung และ Tatai River ในอดีต การเดินทางไปยังกรุงพนมเปญต้องใช้แพขนานยนต์ขนถ่ายรถยนต์ รถบรรทุก ซึ่งใช้เวลาในแต่ละจุดของการข้ามแม่น้ำร่วมครึ่งชั่วโมง ทำให้การเดินทางไปกรุงพนมเปญจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง เพราะนอกจากจะต้องรอเวลาข้ามแพขนานยนต์ด้วยแล้ว เส้นทางเดิมที่เป็นลูกรังและตัดผ่านเชิงเขาส่งผลให้การเดินทางไม่สามารถทำความเร็วได้ ในอดีต ประเทศกัมพูชาตกอยู่ในภาวะสงครามเป็นเวลานาน หลังจากประเทศสงบตั้งแต่ปี 2533 รัฐบาลกัมพูชาจึงได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกในด้านการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้มีรายได้เข้าประเทศมากขึ้น และเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง ถนน R 48 เป็นโครงการเงินกู้แบบผ่อนปรนที่รัฐบาลไทยได้ให้ความร่วมมือผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) เริ่มดำเนินการก่อสร้างปี 2547 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี โดยมีผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยคือบริษัท สหการวิศวกร จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางจาก National Road No.4 ที่ Camkar Luong กับจังหวัดเกาะกง ที่ทำให้การคมนาคมจากจังหวัดเกาะกงและพนมเปญสะดวกขึ้น อีกประเด็นสำคัญของการปรับปรุงลาดยางถนนสาย R 48 คือการค้าชายแดน เนื่องจากจังหวัดตราดมีเขตชายแดนติดต่อกับกัมพูชาทั้งทางบกและทางทะเลถึง 330.50 กิโลเมตร มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดตราดเท่ากับ 18,000 ล้านบาท อัตราเติบโตร้อยละ 3 ศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวสูง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งได้ดำเนินการผ่าน 2 ช่องทาง คือ - จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก มีการค้าผ่านแดนร้อยละ 80 เมื่อได้ดำเนินการขออนุญาตผ่านด่านศุลกากรคลองใหญ่อย่างถูกต้องแล้ว จะนำสินค้าลงเรือเพื่อขนส่งไปยังกัมพูชา โดยใช้ท่าเทียบเรือเอกชน 2 แห่ง เป็นจุดขนถ่ายสินค้า ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นการนำเข้า-ส่งออกที่จุดผ่านแดนถาวรโดยตรง - จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหมื่นด่าน พื้นที่ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ แต่ปริมาณการค้ายังมีน้อย เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขา การคมนาคมไม่สะดวกเท่าที่ควร ดังนั้นถนน R 48 จึงมีผลประโยชน์อย่างมากมาย นอกจากทำให้การเดินทางจากเกาะกงไปกรุงพนมเปญใช้เวลาสั้นลงอย่างน้อย 4 ชั่วโมง จากที่ต้องใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงแล้ว ผลที่จะได้รับโดยตรง มีดังนี้ 1.เกิดการจับจองและพัฒนาที่ดินในเกาะกง มีการก่อสร้างโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อรองรับผู้มาเยี่ยมเยือน และกำหนดเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 2.การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยสู่พนมเปญและกัมปงโสมสะดวกรวดเร็วขึ้น การประหยัดค่าขนส่งและเวลา เพราะรถตู้คอนเทนเนอร์สามารถวิ่งตรงจากไทยไปยังกรุงพนมเปญได้ 3.สถานที่ท่องเที่ยวของไทยในจังหวัดตราดจะเป็นแหล่งดึงดูดให้ชาวต่างชาติและชาวกัมพูชาได้มาเยี่ยมเยือน โดยใช้ถนน R 48 เป็นเส้นทางคมนาคม 4.การพัฒนาถนนสาย R 48 จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเส้นทางคมนาคมภายใต้โครงการ SEC เส้นทาง Southern Coastal Subcorridor ระยะทางประมาณ 970 กิโลเมตร เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ-ตราด (ไทย)-เกาะกง-สะแรอัมเปิล-กำปอด (กัมพูชา)-ฮาเตียน-Ca Mau-Nam Can (เวียดนาม) เพื่อเชื่อมโยงชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ของไทย แน่นอนว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับต่อไทย-กัมพูชา-เวียดนาม รวมถึงกลุ่มประชาคมอาเซียนในเชิงรูปธรรมจะเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว สำคัญที่สุดคือ สัมพันธภาพและความเข้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนบ้าน เป็นคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินได้เลย หน้า 38 napoleon September 29th, 2009, 11:06 AM เกาะช้างเหม็นขยะตกค้าง500ตัน Posttoday วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 พ่อเมืองตราดจี้เทศบาลตำบลเกาะช้าง จัดการปัญหาขยะล้นเกาะให้แล้วเสร็จ นายวินัย กาวิชัย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีขยะตกค้างใน อ.เกาะช้าง จำนวน 500 ตัน ซึ่งจะต้องขนมาทิ้งบนฝั่ง จ.ตราด แต่บริษัทรับจ้างยังไม่ดำเนินการ เพราะใช้งบประมาณสูง ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีขยะ 12-17 ตัน (ช่วงโลว์) หากเป็นช่วงไฮจะมีสูงถึง 20-27 ตัน ใช้คนงานกำจัดได้ 30 ตัน/วัน แต่ปัจจุบันอุปกรณ์และปริมาณที่สะสมมีมาก จนไม่สามารถดำเนินการได้ วานนี้ นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.ตราด เป็นประธานประชุมแนวทางการจัดการปัญหาขยะและของเสียในแหล่งท่องเที่ยว จ.ตราด ครั้งที่ 1/2552 หลังจากที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ทำหนังสือถึงจังหวัดเพื่อให้แก้ปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยว นายแก่นเพชร กล่าวว่า เทศบาลตำบลเกาะช้างต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน หากไม่แล้วเสร็จจะถือว่าบกพร่อง เพราะที่ผ่านมาเทศบาลตำบลเกาะช้างไม่สามารถบริหารจัดการควบคุมบริษัทรับจ้างให้ดำเนินการตามนโยบายได้ โดยมอบหมายให้นายชลอ ใบเจริญ รองผวจ.ตราด เป็นผู้ควบคุมดูแล หากไม่แล้วเสร็จจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะช้างอย่างมาก napoleon September 29th, 2009, 11:08 AM ค้าชายแดนอีสานใต้พุ่งตราดโกย1.7หมื่นล้าน Posttoday วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 การค้าชายแดนอีสานใต้ทะลุ 1,400 ล้าน ขณะที่ จ.ตราด ฉลุยกว่า 1.7 หมื่นล้าน นายไพรัช เจริญชาศรี นายด่านศุลกากรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า การค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านด่าน ชายแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง และช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ ทะลุกว่า 1,420.38 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกเพียง 1,178.67 ล้านบาท ทั้งนี้ นักธุรกิจ พ่อค้า และประชาชนชาวกัมพูชา ในจังหวัดอุดรมีชัย จังหวัดพระวิหาร และจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งเป็นจังหวัด ที่มีชายแดนติดกับไทยด้าน จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ได้ ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยเข้าไปจำหน่ายให้แก่ประชาชนชาวกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหาร แต่ยอดการค้าขายไม่มีผลกระทบ “ปัจจุบันนักธุรกิจรายใหญ่ รวมทั้งผู้ประกอบการกาสิโน ในฝั่ง โอร์เสม็ด กัมพูชา หันมาซื้อและนำเข้า น้ำมันเชื้อเพลิงจากฝั่งไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า และจำหน่ายให้กับประชาชนกัมพูชา” นายด่านศุลกากรช่องจอมกล่าว นายไพรัช กล่าวอีกว่า ในอนาคตการค้า การลงทุน การขนส่งและการท่องเที่ยวภูมิภาคนี้ มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เนื่องจากจะได้รับอานิสงส์จากที่ประเทศไทยทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท ช่วยกัมพูชา สร้างปรับปรุงถนนหมายเลข 67, 68 ซึ่งเป็นสองเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมโยงภาคเหนือเขมร-นครวัด นครธม กับภาคอีสานใต้ของไทยที่เปิดให้บริการไปแล้ว ทำให้การขนส่งสินค้าสะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ นายกฤษฎา อินทชาติ พาณิชย์ จ.ตราด กล่าวว่า แม้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ไทยจะเกิดความขัดแย้งกับกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร แต่มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด มีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ยอดถึงเดือนก.ย. มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 1.75 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น จากเดือนก.ย. 2551 ที่มีมูลค่า 16,431.67 ล้านบาท napoleon October 3rd, 2009, 08:29 PM ขยะล้นเกาะช้างจวกกันวุ่น ผู้ว่าฯบี้ขีดเส้นเทศบาลแก้ใน10วัน วันที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6883 ข่าวสดรายวัน นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าฯ ตราด เป็นประธานประชุมแนวทางการแก้ปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยว จ.ตราด โดยเฉพาะที่เกาะช้าง เนื่องจากปัจจุบันมีขยะตกค้างจำนวนมากส่งกลิ่นเหม็นและไม่มีผู้จัดเก็บ นายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานพื้นที่พิเศษเกาะช้าง กล่าวว่า ทาง อพท.ได้งบประมาณก่อสร้างโรงกำจัดขยะแบบชีวมวล 50 ล้านบาท ผลิตเป็นก๊าซชีวภาพมาใช้ปั่นเป็นไฟฟ้าได้ และนำดินที่หมักจากขยะมาทำเป็นปุ๋ยได้อีก จากนั้น อพท.ว่าจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการและจัดเก็บขยะเดือนละ 800,000 บาท โดยบริษัท ส.คงทน จำกัด ของนายสุรศักดิ์ อิงประสาน เป็นผู้บริหาร ต่อมาเมื่อหมดสัญญามีการประมูลใหม่ บริษัท รีซอสท์ รีคอฟเวอร์รี่ จำกัด ได้รับเลือกเป็นผู้รับจ้างเดือนละ 500,000 บาท นายวินัย กาวิชัย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะช้าง กล่าวว่า ปัจจุบันมีขยะตกค้างในเกาะช้าง 500 ตัน ซึ่งจะต้องขนมาทิ้งบนฝั่ง จ.ตราด แต่บริษัทรับจ้างไม่ดำเนินการเพราะต้องใช้งบประมาณสูง ในแต่ละวันของช่วงโลว์ซีซั่นจะมีขยะ 12-17 ตัน หากเป็นช่วงไฮจะมีสูงถึง 20-27 ตัน ใช้คนงานกำจัดวันละ 30 ตัน แต่ปัจจุบันอุปกรณ์และปริมาณขยะสะสมมีมากจนไม่สามารถดำเนินการได้ นายสุรศักดิ์ อิงประสาน กล่าวว่า ผู้รับจ้างรายใหม่รับจ้างเดือนละ 500,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ขาดทุน และผู้รับจ้างคิดว่าขยะต้องทิ้งบนเกาะ แต่ในสัญญาระบุว่าต้องทิ้งบนฝั่ง ต้องมีค่าขนส่งเรือเฟอร์รี่เดือนละ 2-3 ครั้ง ค่าทิ้งขยะของศูนย์บำบัดขยะของเทศบาลเมืองตราดตันละ 600 บาท ทำให้ผู้รับเหมาขาดทุน ทำไม่ได้และจะทิ้งงานจนงานเกิดมีปัญหา ขณะที่บริษัทของตนไม่เคยมีปัญหา แม้จะแพงกว่าและการจะแก้ปัญหาขยะ 500 ตันที่อยู่บนเกาะช้างจะต้องใช้เวลากี่วัน ซึ่งอาจจะถึง 3 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ที่ผ่านมาบริษัทของตนใช้วิธีอัดแท่งทำให้ง่ายในการกำจัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการประชุมผู้ว่าฯ ตราดได้มอบหมายให้เทศบาลตำบลเกาะช้างไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันเพราะที่ผ่านมาเทศบาลตำบลเกาะช้างไม่สามารถบริหารจัดการควบคุมบริษัทรับจ้างให้ดำเนินการตามนโยบายได้ ซึ่งตนจะเดินทางไปเกาะช้างในวันที่ 8 ต.ค. หน้า 28 napoleon October 21st, 2009, 06:42 AM ค้าชายแดนตราดเฮ!เห็นแสงสว่าง สะพัดเฉียด1.7หมื่นล้าน-บิ๊กธุรกิจฟันธงปีหน้าโต4% วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4151 ประชาชาติธุรกิจ ค้าชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.ตราดเห็นแสงสว่าง ขยายตัว 2% มูลค่า 16,778 ล้าน ประธานหอฯเผยข้อมูลไม่ผ่านด่านศุลกากรอีกเท่าตัว ฟันธงปีหน้าโต 3-4% ชี้ศักยภาพการขนส่งทางเรือ-ถนนหมายเลข 48 ตัวกระตุ้น ส.ว.ตราดแนะควรพัฒนาและเปิดตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปแทนที่สินค้าส่งออกอันดับหนึ่งน้ำตาลทราย นายประยุทธ มณีโชติ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2552 (ก.ย. 2551-ต.ค. 2552) การค้าชายแดนด้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ระหว่างไทย-กัมพูชาและเวียดนามมีมูลค่ารวม 16,788.2 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2551 (ก.ย. 2550-ต.ค. 2551) ที่มีมูลค่า 16,451.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 แยกเป็นมูลค่าส่งออก 16,735.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่มีมูลค่าส่งออก 16,407.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 เช่นเดียวกัน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 42.8 ล้านบาท ลดลงจากปี 2551 ที่มีมูลค่านำเข้า 45.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.7 โดยสินค้าส่งออกใน 5-6 ลำดับต้น ๆ คือ น้ำตาลทรายร้อยละ 53 นมและอาหารเสริม เหล็กเส้น แผ่นเหล็ก โครงเหล็ก เครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ ขนม และผงชูรส-ผงปรุงรส ส่วนสินค้านำเข้า คือ ไม้แปรรูปร้อยละ 29.5 หวาย มะพร้าวผล ปลาหมึกตากแห้ง ทั้งนี้ปริมาณการนำเข้าที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่นำเข้าทดแทนการขาดแคลน นายกฤษฎา อินทชาติ พาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า ปริมาณมูลค่าการค้าชายแดนด้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ปี 2552 แม้มีปัญหาด้านภาวะเศรษฐกิจโลกและของไทย รวมทั้งปัญหาการเมือง ในประเทศ แต่อัตราการขยายตัวยังเพิ่มขึ้น แม้มีปริมาณไม่มากนักก็ตาม เนื่องจากกัมพูชาอยู่ในช่วงระยะของการลงทุน มีโครงการลงทุนด้านอุตสาหกรรมจากประเทศเกาหลี จีน มาเลเซีย ในเมืองต่าง ๆ รวมทั้งจังหวัดเกาะกงที่ติดชายแดน จ.ตราด คาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 คือ ตุลาคม-ธันวาคม 2552 ปริมาณการค้าน่าจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมาเหมือนทุก ๆ ปี 3 ปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริม คือ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตราด-เกาะกง เปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง ทำให้ไม่มีการต่อต้านหรือขัดแย้งกัน การขนส่งที่สะดวกทั้งทางบกถนนหมายเลข 48 ส่วนทางน้ำสามารถ ส่งสินค้าได้ถึงเวียดนามและทำให้ลดต้นทุน รวมทั้งคุณภาพสินค้าไทยเป็นที่นิยมของตลาดกัมพูชา นายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ภายหลังเปิดใช้ถนนหมายเลข 48 เชื่อมต่อพนมเปญและสีหนุวิลล์ เมื่อกลางปี 2551 สินค้าที่เคยส่งออกทางด้านสระแก้ว จันทบุรี ได้เปลี่ยนมาใช้ทางด้าน จ.ตราด รวมทั้งจังหวัดตราดโดยเฉพาะประเภทผัก ผลไม้ แต่ในขณะเดียวกันการขนส่งทางน้ำยังคงมีปริมาณมากถึง 80-85% โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากค่าขนส่งถูกกว่าและเส้นทางเรือสามารถเชื่อมต่อจากกัมพูชา สีหนุวิลล์ ถึงเวียดนามที่เมืองฮาเตียน นอกจากนี้การขนส่งสินค้าทางเรือเสียภาษีน้อยกว่าทางบก เพราะมีด่านจัดเก็บน้อยกว่าทางบกที่ต้องเสียทุกจังหวัด คาดว่าในปี 2553 ปริมาณการค้าจะเติบโตเพียง 3-4% เช่นเดียวกับปี 2552 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีนัก "มูลค่าการค้าชายแดนจริง ๆ มากกว่าตัวเลขที่ผ่านด่านศุลกากรถึงเท่าตัว เพราะบางอย่างไม่ต้องสำแดงตัวเลข อย่างส่งออกผลไม้ที่ผ่านทางหอการค้าปี 2552 ประมาณเกือบ 2,000 ตัน มูลค่า 30 ล้านเศษ ส่วนปริมาณมูลค่าการค้าที่ลดลงไปส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการส่งออกปูนซีเมนต์ที่เคย ส่งออกทางด้าน จ.ตราดได้เปลี่ยนเส้นทางส่งออกเป็นทาง จ.เพชรบุรีแวะพักที่เกาะกูดและเข้าสีหนุวิลล์โดยตรง" นายประเสริฐกล่าวและว่า จริง ๆ แล้วสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของตลาดกัมพูชา เพียงต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่ผ่านมาหอการค้าทำ MOU กับหอการค้าของกัมพูชา และเดือนมกราคม 2553 นี้รัฐบาลกัมพูชาได้สนับสนุนให้มีการจัดแสดงสินค้าร่วมกันเนื่องในโอกาสฉลองเอกราช จัดให้มีการจำหน่ายสินค้าจาก 20 จังหวัดในกัมพูชาที่จังหวัดเกาะกง โดยเชิญให้ไทยนำสินค้าไปจำหน่ายกว่า 200 บูท จากทั้งหมด 300 บูท ซึ่งจะเป็นช่องทางนำสินค้าไทยไปเผยแพร่ในกัมพูชา ทางด้านนายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา จะมีผลต่อการต่อต้านสินค้าไทย ทำให้สินค้าเวียดนามและจีนอาจเข้ามาแทนที่สินค้าไทยบางอย่าง หรือปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ชาวต่างชาติอาจเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไปสิงคโปร์ มาเลเซียแทน ทั้งนี้ในส่วนของตัวสินค้าไทยเองเป็นสินค้าเดิม ๆ ที่ส่งออกจำนวนมาก เช่น น้ำตาลทราย น่าจะพัฒนาสินค้าการเกษตรอื่น ๆ เพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นบ้าง หน้า 23 sansano October 24th, 2009, 12:32 PM มาเลเซียทึ่งไม้กฤษณา เล็งส่งเสริมเป็นไม้เศรษฐกิจ http://www.thairath.co.th/media/content/2009/10/24/300/41965.jpgรัฐบาลมาเลเซียดูงานไม้กฤษณาจังหวัดตราด เผยไม้กฤษณาเมืองตราดสายพันธุ์ดีที่สุดในโลก เล็งนำความรู้และเทคนิควิธีการ ต่างๆไปใช้ในการส่งเสริมเกษตรกรชาวมาเลเซียให้ปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจของ มาเลเซียต่อไป... วันนี้(24 ต.ค.)ดาโต๊ะอัดุลฮายี รมยี ผู้ว่าการรัฐอะลัดตาจากประเทศมาเลเซีย นำคณะเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกษตร มาศึกษาดูงานการปลูกและแปรรูปไม้กฤษณาในเขตอำเภอบ่อไร่และอำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยมีนายขวัญชัย พูลสระคู นายสำเนา หอยสังข์ ผู้ประสานงานจาก จ.สตูล และ จ.ตราด นำศึกษาดูงานการปลูกไม้กฤษณาในแปลงไม้กฤษณาต่างๆ รวมทั้งเตาต้มกลั่นน้ำมัน กฤษณาในเขตอำเภอบ่อไร่และอำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยเข้าศึกษาแปลงปลูกไม้กฤษณาและโรงงานเตาต้มกลั่นน้ำมันกฤษณา ทั้งโรงงานขนาดเล็กแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนและโรงงานขนาดใหญ่มีเตาต้มกลั่น นับร้อยเตา เพื่อศึกษาข้อมูล เทคนิค วิธการปลุกและแปรรูปต้มกลั่นน้ำมันกฤษณา ไปส่งเสริมการปลูกและแปรรูปน้ำมันกฤษณาในประเทศมาเลเซีย ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานการปลูกและแปรรูปไม้กฤษณาในจังหวัดตราดของรัฐบาล มาเลเซียในครั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดตราดโดยเฉพาะอำเภอบ่อไร่ มีการปลูกไม้กฤษณามาก และมีสายพันธุ์ไม้กฤษณาที่ดีที่สุดในโลก คือ สายพันธุ์เอ ควิลาเรียตราด 1 เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุดเนื่องจากสามารถปรับสภาพแวดล้อมได้ทั่วทุก ภูมิภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตได้ดี สามารถกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาได้ง่ายและคุณภาพดี คุณภาพน้ำมันกฤษณาและผลิตภัณฑ์มีราคาแพง ตลาดต้องการจำนวนมาก ปัจจุบันได้ขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้ว ด้านดาโต๊ะอับดุล ฮายี รมยี ผู้ว่าการรัฐอะลัดตา กล่าวว่า จังหวัดตราดมีไม้กฤษณาที่ดีที่สุดในโลกและมีวิธีการปลูกและกระตุ้นสาร กฤษณา ตลอดจนเทคนิคในการต้มกลั่นน้ำมันกฤษณาจึงต้องการนำความรู้และเทคนิควิธีการ ต่างๆไปใช้ในการส่งเสริมเกษตรกรชาวมาเลเซียให้ปลูกไม้กฤษณา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียกำลังส่งเสริมให้ปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจของมาเลเซีย ต่อไป. sansano October 24th, 2009, 02:38 PM ล่องเรือดูหิ่งห้อย ที่เวนิซเกาะช้าง วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6904 ข่าวสดรายวัน http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2009/10/tou03241052p1.jpg ฤดู ฝนพรำ การเที่ยวเกาะดูไม่มีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ อาจเพราะมุมมองในการท่องเที่ยวทะเลดูไม่สวยงามดังที่ตั้งใจ สายฝนทำลายความสวย งามของผืนน้ำสีคราม จะดำน้ำดูปะการังหรือลงแหวกว่ายท้องทะเลยามฝนพรำก็คงใช่ที่ ขอแนะนำ สำหรับผู้ที่ตั้งใจเที่ยว "เกาะช้าง" จ.ตราด ยามพบเจอเม็ดฝน ให้คงความตั้งใจการท่องเที่ยวเกาะไว้ แต่หักมุมไปลิ้มรสชาติท่องสายน้ำ เลาะป่าชายเลน ในตอนกลางวัน และดูหิ่งห้อย ในตอนกลางคืน อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ทั้งหมดใช้เวลาเพียงวัน เดียว ก็ครบสูตรตามที่ตั้งไว้ ใน ที่นี้ไม่รวมถึงระยะเวลาการเดินทางจากต้นทาง ซึ่งอาจเดินทางด้วยรถโดยสารตั้งแต่สถานีขนส่งเอกมัย ถ.สุขุมวิท หรือสถานีขนส่งหมอชิตก็ได้ แล้วแต่สะดวกราว 4 ชั่วโมง หากมีเวลา น้อยแนะนำให้เลือกซื้อตั๋วโดยสารเที่ยว 23.00-24.00 น. ระหว่างนี้ มีให้เลือกหลายบริษัทโดยสาร เพื่อให้ถึงปลายทางเช้ามืด ก่อนต่อรถสองแถวเล็กไปยังท่าเรือแหลมงอบ ค่าโดยสารคนละ 20 บาท รอเรือโดยสารข้ามเกาะ เสียเวลาอีกราว 45 นาที มุ่งหน้ายังเกาะช้าง หรือ หากไปรถยนต์ส่วนตัวก็เดินทางมุ่งหน้าไปจ.ตราด ตามทางมอเตอร์เวย์หรือสุขุมวิทก็ได้ตามสะดวก ก่อนจะเลี้ยวขวาเพื่อไปยังท่าเรือแหลมงอบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปเกาะช้าง ถึง เกาะช้าง เก็บสัมภาระเข้าที่พักที่เลือกได้ตามอัธยาศัย ก่อนพาร่างอันทะมัดทะแมง พร้อมเพื่อนพ้องและอุปกรณ์คู่กาย เช่น กล้องหรือหมวก มุ่งหน้ายังเป้าหมาย "หมู่บ้านบ้านสลักคอก" ที่อยู่ฝั่งตะวันออกของเกาะ โดยการจ้างเหมารถสองแถวให้ไปส่ง อัตราค่าจ้างเหมาไม่สูงนัก เมื่อเดินทางพร้อมกันหลายคน หรือแล้วแต่จะตกลง http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2009/10/tou03241052p2.jpg "สลัก คอก" เมื่อมองจากทะเลเข้าไปจะไม่เห็นมุมใดๆ ของหมู่บ้านนี้ เพราะเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่หลบเขาไปในช่องแคบๆ หากนับจากทะเลเข้ามา แต่ช่องแคบที่ว่าจะกว้างออกเป็นเวิ้ง สำหรับเรือประมงใช้หลบลม โดยรอบของเวิ้งเป็นป่าชายเลน ไม่มีหาดทรายขาวให้ชม แต่มีสายน้ำสีเขียวสด ผนวกกับพรรณพืชของป่าชายเลนซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่น หากไม่เคยสัมผัส วิถีประมงที่แท้จริง บ้านสลักคอกเป็นคำตอบได้อย่างดี เพราะที่นี่ยังคงสภาพวิถีชาวเลดั้งเดิมและเพิ่มเติมให้ด้วยว่า เป็น มุมที่แน่นอนว่าไม่เคยเห็นในเกาะช้างมาก่อน ชุมชนแห่งนี้สมบูรณ์ที่ สุดในเรื่องของวิถีดั้งเดิมของชาวเล ต่อเมื่อศักยภาพการท่องเที่ยวของเกาะช้างสูงขึ้น วิถีแห่งการปรับเปลี่ยนก็เข้าใกล้ชุมชนมากขึ้น และเพื่อให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นไปอย่างยั่งยืน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) องค์การมหาชน จึงเข้ามามีบทบาทให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน เข้าถึงชาวบ้านอย่างหมู่บ้านสลักคอก หมู่บ้านสลักคอก เป็นที่ตั้งของป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดของเกาะช้าง ผืนป่าราว 670 ไร่ จึงเป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นแหล่งประมงพื้นบ้าน เป็นผืนป่าที่ช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง ต้านความเร็วลม และยังเป็นแหล่งสมุนไพรนานาชนิด ด้วยเหตุผลนี้การจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่ ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วม จุด ที่รถสองแถวรับส่งได้เป็นบริเวณทางเข้าบ้านสลักคอก อันเป็นจุดเริ่มต้นทำกิจกรรมท่องสายน้ำ เลาะป่าชายเลน ซึ่งถัดจุดรับส่งนักท่องเที่ยวมาเป็นสะพานไม้ทอดตัวยาวพุ่งตรงไปสุดทางที่ลำ คลอง บริเวณนั้นเป็นท่าเรือสำหรับล่องเรือชม ป่าชายเลนด้วย "เรือคายัก" และ "เรือมาด" แต่ถึงอย่างไรการล่องเรือชมป่าชายเลนไม่ว่าจะด้วยเรือ คายักหรือเรือมาด ก็ล้วนถูกแสงแดดอย่างแน่นอน เพราะท้องน้ำจะสะท้อน แดดเป็นเงาระยับ ขับสีเขียวใต้ท้องน้ำออกมา ให้ความรู้สึกว่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง เรือทั้งสองแบบ ขึ้นกับความชอบของนักท่องเที่ยว โดยคิดราคาแบบชาวบ้าน เรือคายักมี 2 แบบ คือ พายเรือเองพร้อมอุปกรณ์ชูชีพ ในอัตรา 100 บาทต่อคนต่อชั่วโมง ส่วนมีผู้ช่วยพายและมีอุปกรณ์ชูชีพ สนนราคา 200 บาทต่อคนต่อชั่วโมง ส่วน เรือมาดราคาจะสูงกว่า เพราะมีมาดเหมือนชื่อ เหมาะยิ่งสำหรับคู่รัก เนื่องจากเรือมาดจะจัดโต๊ะอยู่กลาง มีที่นั่งพนักพิง 2 ฟาก นั่งได้ 4 คนหันหน้าเข้าหากัน มีร่มขาวปักไว้กลางโต๊ะ ดูโรแมนติกไม่เบา จนหลายคนเอ่ยปากให้เรือมาด เป็นเรือพายพื้นบ้านของเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี ที่เรียกว่า "เรือกอนโดลา" การเช่าเรือมาดตอนกลางวัน คิดค่าเช่าเป็นรายหัวอยู่ราว 200 ต่อคนต่อชั่วโมง แต่หากเหมารวมอาหารทะเลสดหลากหลายในมื้อกลางวันพร้อมล่องเรือชมป่าชายเลนไป ด้วย ราคาจะสูงขึ้นอีก แต่ถ้ามีเวลาพอค้างคืนแบบโฮมสเตย์ อยากให้เลือกล่องเรือมาดในเวลากลางคืนจะมีเสน่ห์ที่สุด เพราะจะได้ชมแสงอาทิตย์อัสดง ที่ต้องริ้วน้ำบริเวณปากอ่าวจากคลองสู่ทะเลที่หาชมได้ยากยิ่ง เพียงแต่อัตราค่าเช่าเรือมาดพร้อมฝีพาย จะคิดราคาที่ 1,200 บาทต่อคนต่อ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยจะเสิร์ฟพร้อมอาหาร 4 ชนิด พร้อมไวน์ และดนตรีไทยบรรเลงประ กอบการชม จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี ไม่เฉพาะเวลาพลบค่ำต้องแสงอาทิตย์เท่านั้น เป็นบริเวณปากอ่าวสลักคอก อันเป็นจุดที่มีสันทรายนูน ที่แม้จะสัมผัสด้วยตาเห็นได้ว่าเป็นสันทรายที่ค่อนข้างหยาบ แต่ก็จูงใจให้ขึ้นไปเดินเล่นหรือบันทึกภาพเก็บไว้ ทั้งยังเป็นจุดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแนวป่าชายเลนสองแนวที่ทอดยาวมาเกือบ บรรจบบริเวณ จุดนัดพบของทะเลและอ่าวสลักคอก เสร็จสรรพการล่องเรืออัน แสนโรแมนติก รอให้แสงแห่งกลางวันสิ้นสุด จะติดต่อไว้ล่วงหน้า สำหรับการชมหิ่งห้อยในช่วงเวลากลางคืนจะเป็นการดี แต่ด้วยชุมชนยังไม่ทันสมัยนัก การให้บริการนั่งเรือชมหิ่งห้อยจะมีเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ริมคลอง ซึ่งเป็นการบริการพร้อมกับการเสิร์ฟอาหารมื้อเย็น หากต้องการชมเฉพาะหิ่งห้อย ก็สามารถเจรจาค่าใช้จ่ายกับเจ้าของร้านอาหารได้ เพราะ จำนวนนักท่องเที่ยวเกาะช้างที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ หากแบ่งจำนวนนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมาใช้บริการการ ท่องเที่ยวในรูปแบบชาวบ้านที่บริหารและจัดการโดยชาวบ้าน เอง ก็จะดีไม่น้อย เพราะอย่างน้อยก็ถือเป็นการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บนวิถีวัฒนธรรมอย่างแท้จริง สนใจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บนวิถีวัฒนธรรมแห่งชาวเล บนเกาะช้าง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว ท่าโสม อพท. โทร.0-3951-6051-4 มีคำตอบให้ทุกคำถาม sansano November 8th, 2009, 03:17 AM ธุรกิจการค้าชายแดนเขมรส่อพัง สองฝั่งตัดความสัมพันธ์ทางการทูต-"ตราด"ระทึก http://www.tnews.co.th/html/picture/tnews_1253598186_1051.jpg ตราด - จากปัญหาที่รัฐบาลไทยตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา โดยเรียกทูตกลับจากพนมเปญ บรรยากาศที่บริเวณชายแดนบ้านหาดเล็ก จุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชาด้าน จ.ตราด และ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ประชาชนทั้ง 2 ประเทศยังคงเดินทางไปมาอย่างปกติ เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งในเรื่องของการปิดจุดผ่านแดนถาวร นางดวงใจ จันทร เลขาธิการหอการค้าตราด และกรรมการหอการค้าไทยด้านชายแดน เปิดเผยว่า สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้ง 2 อาจกระทบในระยะยาวโดยเฉพาะในเรื่องของการค้าและการลงทุนที่ทั้ง 2 ฝ่าย ทำข้อตกลงกันไว้ โดยเฉพาะการสั่งสินค้าในแต่ละวันที่บริเวณท่าเรือส่งออกของ อ.คลองใหญ่ ที่เป็นท่าเรือที่ส่งสินค้าจากประเทศไทยสู่ประเทศกัมพูชา ที่มีมูลค่ามากกว่า 17,000 ล้านบาทต่อปี อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย "ตอน นี้เรื่องการจัดงานแฟร์ หรืองานแสดงสินค้าที่ จ.เกาะกง ทั้ง 2 จังหวัดเตรียมจัดขึ้นในกลางเดือนม.ค.53 โดย จ.ตราด ตั้งบูธ 400 บูธ เพื่อแสดงสินค้า เมื่อเกิดปัญหาอาจไม่สามารถจัดขึ้นได้ หากทั้ง 2 ประเทศยังเจรจาหาข้อยุติกันไม่ได้ อาจจะต้องสูญเสียยอดการขายสินค้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาในเบื้องต้นไว้ มีมูลค่านับ 100 ล้านบาท" นางดวงใจ กล่าว น.อ.ปริญญา ธรรม พูลพิทักษ์ธรรม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กล่าวว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ยังคงเป็นปกติ แต่สิ่งที่ทางฝ่ายความมั่นคง เตรียมความพร้อมในเรื่องของการเดินทางเข้าออกของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา หากไม่ได้รับความปลอดภัยก็พร้อมที่จะอพยพเข้ามา ขณะที่นายประยุทธ์ มณีโชติ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์การค้าชายแดนไทยกัมพูชายังคงปกติ อย่างไรก็ตาม หากคำสั่งทางรัฐบาลให้ปิดด่าน ตนเองในฐานะหน่วยงานในพื้นที่พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง วันที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ข่าวสดรายวัน sansano November 9th, 2009, 05:53 AM ชาวบ้านปิดเกาะช้าง http://communities.bangpreang.com/bbs/attachments/month_0901/20090110_104fcb1b5dc461911fcaMj2rBJk2Wo5j.jpg ชาวบ้านประกาศปิดเกาะช้างห้ามนักท่องเที่ยว เข้าต่อรองรัฐบาลแก้ปัญหาสิทธิที่ดิน กลุ่มประชาคม อ.เกาะช้าง จ.ตราด ประกอบด้วย นายวันรุ่ง ขนรกุล กำนัน ต.เกาะช้าง นายวัชระ ขนรกุล เจ้าของช้างทองรีสอร์ท นายจักรกฤณณ์ สลักเพชร นายก อบต.เกาะช้างใต้ นายนิมิต แว่นแคว้น อดีตสมาชิกสภา อบต.เกาะช้าง นายโสภณ จันเดิม สมาชิกสภา อบจ.ตราด เขต อ.เกาะช้าง และชาวเกาะช้างอีกจำนวนหนึ่ง ประชุมหารือเกี่ยวกับการผลักดันให้ภาครัฐแก้ปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินในเกาะ ช้าง แต่ปรากฏว่า ภาครัฐไม่ได้สนใจในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ แม้ทางชาวเกาะช้างจะได้มีการเคลื่อนไหวในการผลักดันตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ก็ยังไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะการพิสูจน์สิทธิที่ดินที่มีผลสรุปออกมาแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการออกมา กระทั่งทหารเรือได้มีการออกที่ดินหลวง (นส.ล.) ทับที่ดินของชาวเกาะช้างใน 3 หมู่บ้าน และยังมีเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างด้วย นาย โสภณ จันเดิม กล่าวว่า ประชาชนชาวเกาะช้างได้เคลื่อนไหวในเรื่องนี้มานานกว่า 15 ปี แต่ทางราชการทั้งอุทยานฯ เกาะช้าง, ทหารเรือ, กรมธนารักษ์ รวมทั้ง จ.ตราด เคลื่อนไหวแค่ทำการพิสูจน์สิทธิที่ดินของประชาชนเท่านั้น และเมื่อมีผลพิสูจน์สิทธิออกมา โดยยึดภาพถ่ายดาวเทียมปี 2518 เป็นหลัก เมื่อทำเสร็จแล้วฝ่ายทหารกลับไม่เห็นด้วย และกลับมาใช้ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2510 ทำให้ประชาชนเสียเปรียบ ซึ่งปัจจุบันกองทัพเรือได้ออกเอกสารสิทธิที่ดินหลวงไปหมดแล้ว และได้ประกาศทับที่ดินของประชาชนใน 4 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ 500 ไร่ นาย โสภณ จันเดิม กล่าวอีกว่า ชาวเกาะมีมติชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยจะมีการชุมนุมที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ซึ่งจะมีชาวเกาะช้างกว่า 1,000 คนร่วม และพร้อมจะปิดเส้นทางขึ้น อ.เกาะช้าง เพื่อต่อรองให้แก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินของเกาะช้างซึ่งจะเริ่มในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552. โพสต์ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 10:40 napoleon November 9th, 2009, 09:26 AM นายทุนรุกจี้รัฐ แก้ปัญหาที่ดิน ขู่ปิดเกาะช้าง Posttoday 8/11/2009 ญาติรมต.-นายทุน ขู่ปิดเกาะช้างจี้รัฐแก้ปัญหาสิทธิที่ดิน นายวันรุ่ง ขนรกุล กำนันตำบลเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ที่ประชุมภาคประชาคมชาวเกาะช้างมีมติประกาศชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง พร้อมกับจะปิดเส้นทางขึ้น อ.เกาะช้าง ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ เพื่อต่อรองภาครัฐให้มีการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินบนเกาะช้าง ทั้งนี้ สาเหตุของการชุมนุมประท้วง เพราะที่ผ่านมาภาครัฐไม่แก้ปัญหาที่กองทัพเรือได้ออกเอกสารสิทธิ (ที่ดินหลวง นส.ล.) ทับที่ดินของประชาชนใน 4 หมู่บ้าน พื้นที่ 500 ไร่ และภบท.5 อีกหลายร้อยไร่ โดยกองทัพเรือใช้ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2510 ขณะที่ชาวบ้านต้องการให้ยึดภาพถ่ายดาวเทียมปี 2518 เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ภาคประชาคมเกาะช้างที่ร่วมกันออกประกาศดังกล่าว เช่น นายวัชระ ขนรกุล เจ้าของช้างทองรีสอร์ท นายจักร กฤณณ์ สลักเพชร นายกอบ ต.เกาะช้างใต้ นายนิมิตร แว่นแคว้น สมาชิกสภาอบจ.ตราด napoleon November 11th, 2009, 11:44 AM "อวนพราย"เวียดนามทะลักตราด อำเภอคลองใหญ่เล็งออกกฎคุมหวั่นสัตว์น้ำสูญพันธุ์ วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4157 ประชาชาติธุรกิจ เครื่องมือประมงพันธุ์ใหม่ "อวนพราย" จากเวียดนามทะลักเข้าไทย ชาวประมงตราดแห่ซื้อใช้แทนอวนลาก ชุดละ 4 หมื่นบาท ชี้ประหยัดน้ำมันและจับปลาได้มาก ด้านอำเภอคลองใหญ่เตรียมออกประกาศล้อมคอกป้องกันสัตว์น้ำสูญพันธุ์ นายไชยยันต์ การสมเนตร ประมงจังหวัดตราด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวประมงเรืออวนลากอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ได้หันไปใช้อวนลากดัดแปลงจากเวียดนาม เรียกว่าอวนพราย อวนตาพราย หรืออวนพริกไทย ซึ่งประหยัดน้ำมันและจับปลาได้ปริมาณมากกว่าอวนลากปกติ เนื่องจากลักษณะปากอวนมีขนาดใหญ่กว้างถึง 40 เมตร และถุงอวนมีขนาดตาอวนเล็กมาก ขนาด 0.3 เซนติเมตรเท่านั้น และเป็นถุงซ้อนกันถึง 3 ชั้น ขณะที่อวนลากปกตินั้นตาอวนมีขนาด 2.5 เซนติเมตร ปัจจุบันมีทั้งเรือประมงไทยและเรือประมงกัมพูชาใช้เครื่องมืออวนพรายนี้ ทำให้กลุ่มปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินขนาดเล็กถูกจับขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และกำลังเกิดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ระหว่างกลุ่มชาวประมงที่ทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 อีกด้วย เนื่องจากการทำประมงด้วยเครื่องมืออวนลากดัดแปลงไม่สามารถขออนุญาตทำการประมงได้ นายไชยยันต์กล่าวอีกว่า อวนพรายดัดแปลงมาจากอวนลาก ฐานผลิตอยู่ที่เวียดนาม จำหน่ายชุดละ 40,000 บาท เป็นอวนลากขนาดใหญ่ ความยาว 140 เมตร ปากอวนด้านบนกว้าง 40 เมตร เรือลากจะสามารถลากได้เร็วประมาณ 6-8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถจับสัตว์ขนาดเล็กทั้งปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินได้จำนวนมาก เช่น ปลาทู ปลาสีกุน ปลากะตัก ปลาอินทรี หมึกกล้วย หมึกหอม หากปล่อยให้ใช้เครื่องมือชนิดนี้ จะทำให้สัตว์น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว บางชนิดอาจสูญพันธุ์ ขณะนี้จึงได้หาแนวทางควบคุมห้ามชาวประมงใช้เครื่องมืออวนพรายอย่างเร่งด่วน เพราะจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีเรือประมงที่ใช้เครื่องมือนี้ประมาณ 20 ลำแล้ว โดยอำเภอคลองใหญ่ได้เตรียมออกประกาศห้ามใช้เครื่องมืออวนพรายแล้ว และได้ขอนักวิชาการประมง จากกรมประมง ศึกษาผลกระทบการจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือชนิดนี้แล้ว ด้านนายสมคิด ขันนาค กำนันตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ กล่าวว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่อำเภอคลองใหญ่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากการทำการประมงที่ใช้อวนตาพราย เนื่องจากปลาลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากอำเภอไม่รีบออกประกาศควบคุม สัตว์น้ำขนาดเล็กจะถูกทำลายอย่างรวดเร็วแน่นอน จากการสำรวจข้อมูลเรือประมงบริเวณท่าเรือทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ตำบลหาดเล็ก พบว่ามีเรือประมงไทยที่มีอวนตาพราย 24 ลำ และเรือประมงของกัมพูชาอีก 36 ลำ ซึ่งทางเวียดนามและกัมพูชาได้ห้ามใช้อวนตาพรายทำการประมงแล้ว เพราะปริมาณ สัตว์น้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างประกาศของอำเภอคลองใหญ่ที่เตรียมออกประกาศเร็ว ๆ นี้มีสาระสำคัญ 3 ข้อ คือ 1) ให้ขยายช่องตาอวนก้นถุงจากอวนตาพริกไทย จากขนาด 0.3-0.5 เซนติเมตร ให้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 2.5 เซนติเมตร 2) เรืออวนลากจากต่างประเทศ เช่น กัมพูชาและเวียดนามที่จะเข้ามาจำหน่ายสินค้าในเขตอำเภอคลองใหญ่ ไม่อนุญาตให้นำอวนดัดแปลง (อวนพราย) บรรทุกมาในเรือด้วย และ 3) ให้ผู้ประกอบการอวนลากและชาวประมงในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามประกาศของอำเภอคลองใหญ่โดยเคร่งครัด สำหรับบทลงโทษยังไม่มีกฎหมาย บังคับโดยตรง จะมีการปรับจากใบอนุญาต (อาชญาบัตร) เนื่องจากการใช้เครื่องมือดัดแปลงไม่สามารถขออนุญาตได้ ส่วนเรือประมงกัมพูชาเป็นเรือของต่างชาติ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตำรวจน้ำ หน่วยปราบปรามประมงทะเลเกาะช้าง เป็นต้น หน้า 24 napoleon November 12th, 2009, 10:58 AM เกาะกูดร้างขรก. สั่งเพิ่มเบี้ยกันดาร วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6923 ข่าวสดรายวัน ตราด - นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.ตราด กล่าวว่า เกาะกูดเป็นเกาะสุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศ อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 80 ก.ม. ถ้านั่งเรือจากบ้านด่านเก่า ต.วังกระแจะ อ.เมือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นหน้ามรสุมคลื่นลมในทะเลแรง อาจใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง แม้ปัจจุบันการเดินทางสะดวกขึ้น เพราะมีเรือโดยสารและเรือสปีดโบ๊ต แต่ผู้ที่ไม่เคยชินกับการนั่งเรือ ไม่อยากเดินทางกันเพราะกลัวเมาเรือ นายแก่นเพชร กล่าวว่า ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้เกาะกูดประสบปัญหาไม่ค่อยมีข้าราชการสังกัดหน่วยงานต่างๆ ไปประจำ เช่น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล โรงเรียน จะเหลือเจ้าหน้าที่อยู่ในวันเวลาราชการเพียงไม่กี่คน จึงเห็นว่าสมควรพิจารณาค่าตอบแทนเป็นเงินเพิ่มหรือเบี้ยกันดาร ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบนเกาะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินทางไปทำงานจริงคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนทำงาน และมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการประชาชน หน้า 28 napoleon November 14th, 2009, 05:43 PM กรมชลฯพัฒนาแหล่งน้ำคลองพร้าวแก้ขาดแคลนน้ำจืดที่เกาะช้าง Thannews วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 เวลา 21:18 น. นายอนุวงศ์ วิบูลย์วงศ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกาะช้าง จังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักธุรกิจเข้าไปลงทุนและผู้คนอพยพเข้าไปอยู่อาศัยมากมาย ในขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งยังคงยึดอาชีพการเกษตรหาเลี้ยงชีพ ทำให้เริ่ม เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำจืด กรมชลประทาน จึงได้เข้ามาศึกษาร่วมกับหน่วย ที่เกี่ยวข้อง พบว่าการพัฒนาแหล่งน้ำของเกาะช้างในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นกา รสร้างฝายขนาดเล็ก เก็บน้ำได้ไม่มากและไม่ยั่งยืน พอเข้าหน้าแล้งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ต้องซื้อน้ำในราคาสูงถึงลูกบาศก์เมตรละ 200-300 บาท ซึ่งหากต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จะต้องสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ซึ่งมีพื้นที่เหมาะสมประมาณ 4-5 แห่ง แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือคลองพร้าว ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำคลองพร้าว เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุเต็มที่ 2.35 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ซึ่งจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งระบบ ประกอบ ด้วย ตัวเขื่อน อาคารประกอบ ระบบส่งน้ำ และระบบการเตือนภัย กว่า 440 ล้านบาท กรมชลประทานจะเป็นผู้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบส่งน้ำเข้าพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 1,000 ไร่ ส่วนการประปาส่วนภูมิภาค จะลงทุนก่อสร้างระบบส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคครอบคลุมทั่วทั้งเกาะช้าง ซึ่งจะทำให้มีน้ำประปาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพอเพียงในอนาคต napoleon November 19th, 2009, 07:47 AM ตราดเล็งต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11576 มติชนรายวัน นักอนุรักษ์ผวา"กัมมันตรังสี"รั่ว หวั่น"ทรัพยากร-แหล่งเที่ยว"พัง นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด ให้ความเห็นกรณีกระทรวงพลังงาน เตรียมแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2552-2564 โดยล่าสุดกำหนดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง และสำรวจหาพื้นที่เหมาะสมจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง 2.จ.นครศรีธรรมราช 1 แห่ง 3.ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 1 แห่ง และ 4.จ.นครสวรรค์ 1 แห่งเพื่อคัดเลือกเหลือเพียง 3 แห่ง นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ว่า หากมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในพื้นที่ จ.ตราด จะเกิดปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก จ.ตราด มีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ อีกทั้ง ต.ไม้รูดเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติ มีทรายแก้วมหาศาล มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ "ผมไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้แน่นอน แม้จะมีเทคโนโลยีระดับไหน แต่ไว้วางใจได้แค่ไหนว่าไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมา โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้น้ำเป็นตัวควบคุม น้ำจากทะเลตราดจะไม่สกปรกหรือ หากรั่วไหลออกมาจะสามารถป้องกันได้ทันท่วงทีหรือไม่ ผมว่าตราด ไม่เหมาะสมกับการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์" นายสมเกียรติกล่าว นายสนธยา กล่อมสังข์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า ต.ไม้รูดมีประชากรไม่มากแต่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งทรายแก้ว ป่าชายเลน และสัตว์ทะเล หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำให้เกิดความเสียหาย ทาง อบต.ไม้รูด และประชาชนคงไม่ยินยอมแน่นอน นายเสน่ห์ กุฎีรักษ์ รักษาการพลังงงาน จ.ตราด กล่าวว่า ทางสำนักงานพลังงาน จ.ตราด ยังไม่ได้เตรียมการใด ๆ ในเรื่องนี้ เพราะขั้นตอนยังอยู่อีกไกล ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ต้องมาสำรวจ ตรวจสอบสภาพพื้นที่และสำรวจพื้นที่ทางธุรกิจธรณีวิทยา ดังนั้นทางกระทรวงยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในขณะนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ ทางจังหวัดต้องตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้มาเพื่อรองรับกับสิ่งที่ทางกระทรวงพลังงานที่จะดำเนินการต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนกระทรวงพลังงานคัดเลือกพื้นที่เหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เสนอให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจในเดือนพฤษภาคม 2553 สำหรับการศึกษาความเหมาะสมถูกกำหนดไว้ 5 หัวข้อ 1.การเลือกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2.การเลือกสถานที่ตั้ง 3.การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น 4.การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน 5. การวางแผนพัฒนาบุคลากร ส่วนปัจจัยหลักในการพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งโครงการมี 3 ประเด็นหลักคือ 1.ด้านความปลอดภัย 2.ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ (กรอบบ่าย) หน้า 9 napoleon November 23rd, 2009, 09:49 AM เขมร ประกาศปิดน่านน้ำทะเลติดกับ จ.ตราด ขอเจรจาค่าสัมปทานจับปลาใหม่ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤศจิกายน 2552 15:09 น. ตราด -กัมพูชาประกาศปิดน่านน้ำทะเลติดกับ จ.ตราด ขอเจรจาค่าสัมปทานทำประมงใหม่ ประธานหอฯตราด ชี้ไม่ใช่มีปัญหาทางการเมือง แต่ปรับค่าสัมปทานและเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯใหม่ จากการที่มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ระบุว่ากัมพูชาประกาศปิดน่านน้ำทะเลด้าน จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่ติดกับ อ.เกาะกูด จ.ตราด นั้น ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ในพื้นที่จังหวัดตราดพบว่า มีความเป็นจริงเนื่องจากสมาคมประมง จ.ตราด และผู้ประกอบการประมงในน่านน้ำทะเล จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ได้ยุติการออกทำประมงในพื้นที่น่านน้ำทะเลเกาะกง ประเทศกัมพูชา และในพื้นที่ทับซ้อน เนื่องจากมีเรือตรวจการณ์ทางทะเลของตำรวจน้ำเกาะกง และกองเรือชายแดนของประเทศกัมพูชาปิดน่านน้ำไม่ให้เรือประมงไทยเข้าไปทำประมงตั้งแต่วันเสาร์-อาทิคย์ ( 21-22 พฤศจิกายน 2552) ที่ผ่านมา นายฐิติกร โลหะคุปต์ นายกสมาคมประมง จ.ตราด และกรรมการสมาคม การประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องการปิดน่านน้ำทะเลของประเทศกัมพูชาเป็นเรื่องจริง เนื่องจาก ผู้ว่าราชการ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ได้สั่งการให้มีการปิดน่านน้ำด้าน จ.เกาะกง และในพื้นที่ทะเลทับซ้อน เป็นการชั่วคราว เพื่อจัดระเบียบในเรื่องของการทำประมงในพื้นที่ทะเลน่านน้ำ จ.เกาะกงใหม่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิดปกติ แต่เป็นช่วงที่มีการเจรจาเพื่อต่อสัมปทานการทำประมง (ค่าน้ำ) ในพื้นที่ จ.เกาะกง ใหม่ รวมทั้งมีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงใน จ.เกาะกง จึงทำให้มีการปิดน่านน้ำทะเลในพื้นที่ จ.เกาะกงเป็นการชั่วคราว รอจนกว่าจะมีการเจรจาหาข้อสรุปใหม่ ซึ่งในขณะนี้ตนเองยังไม่สามารถหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุมคณะกรรมการเพราะ ทางกัมพูชาได้ประกาศปิดน่านน้ำก่อนที่จะมีการแจ้งให้ทราบ ในขณะนี้ตนเองยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากกว่านี้ แต่ถ้าหากปิดน่านน้ำเป็นระยะเวลานาน อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำประมงในจ.เกาะกง ของเรือประมงไทยที่มีมากกว่า 200-300 ลำ และมีมูลค่าในการทำประมงมากกว่า 200-300 ล้าน/เดือน ด้านนายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้า จ.ตราด กล่าวว่า การประกาศปิดน่านน้ำของกัมพูชา เป็นเรื่องจริง โดยมีสาเหตุ 2 ประการคือ 1) มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูงของ จ.เกาะกง คือนายยุทธ ภูทอง ผู้ว่าราชการ จ.เกาะกง คนเดิม ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาที่กรุงพนมเปญ และได้แต่งตั้ง นายบุญเลิด นายอำเภอนาเกลือ หรือ สะแรอัมเปิล จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา เป็นผู้ว่าราชการ จ.เกาะกง คนใหม่เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งสัญญาหรือข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทำไว้ในยุคของผู้ว่าฯ ยุทธ ภูทอง จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนหรือทำข้อตกลงกันใหม่ โดยเฉพาะการให้สัมปทานประมงในน่านน้ำทะเลเกาะกง 2) ที่ผ่านมา การเสียค่าน้ำหรือค่าสัมปทานใน พื้นที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา รายได้ส่วนใหญ่ที่มีมูลค่าเดือนละกว่า 100 ล้านบาท จะถูกแบ่งไปให้ทางรัฐบาลจำนวนไม่มาก ทำให้รัฐบาลเสียประโยชน์จากการทำประมงดังกล่าว จึงจำเป็นจะต้องมีการทบทวนข้อตกลงในเรื่องนี้ใหม่ “ผมขอยืนยันด้วยเกียรติของผมและตำแหน่งประธานหอการค้า ว่าการปิดน่านน้ำทะเลในกัมพูชาครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองหรือความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ เพราะเรือขนส่งสินค้าส่งออกทั้งจาก จ.ตราด และ จ.เกาะกง หรือ ในประเทศเวียดนาม ยังสามารถเดินทางขนสินค้าจากทั้ง 2 ประเทศไปมาหาสู่กันได้ หรือจะเป็นเรือประมงขนาดเล็กที่ทำประมงในพื้นที่ชายฝั่ง ก็ยังสามารถทำประมงได้ ผลกระทบอันนี้มีเพียง ธุรกิจประมงของคนไทยในกัมพูชาเท่านั้น หากสามารถตกลงจ่ายค่าสัมปทานได้ตามปกติ ทุกอย่างก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม" สำหรับการทำประมงในน่านน้ำทะเลกัมพูชา มีพื้นที่การทำประมงใน 2 จังหวัดคือ จ.กัมโปงโสม (รวมทั้งกรุงพระสีหนุวิลล์) และ จ.เกาะกง มีเรือประมงของประเทศไทยจาก จ.ตราด จากจังหวัด 3 สมุทร จ.ระยอง และ จังหวัดในภาคใต้ที่จะเข้าไปขอสัมปทานและจ่ายค่าน้ำให้กับทางการ (จ.เกาะกง) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการทำประมงใน 2 จังหวัดของกัมพูชา เป็นเวลา 1 ปี โดยแต่ละคู่ (เรืออวนลากคู่ หมายถึงเรือประมง 2 ลำที่ใช้ อวนขึงเรือทั้ง 2 ลำแล้ววิ่งตีคู่ไปกับทะเลเพื่อลากหาปลา) จะเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 1 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมามีการ จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ประมง จ.เกาะกง ตำรวจน้ำเกาะกง ตำรวจ จ.เกาะกง ทหารเรือ จ.เกาะกง และจังหวัดเกาะกง ในแต่ละส่วนราชการจะนำเงินส่งให้กับทางรัฐบาลกลางตามสัดส่วนที่ได้กำหนดไว้ แต่ผู้ประกอบการประมงคนไทยบางครั้งก็จ่ายไม่ครบหรือเจ้าหน้าที่ของ จ.เกาะกง หรือหน่วยงานของ จ.เกาะกง ส่วนใหญ่จะมีการทุจริต มีการนำเงินส่งราชการน้อย ส่งผลให้เกิดปัญหา และการจับลูกเรือประมงไทยไปเรียกค่าไถ่หรือเป็นตัวประกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการประมงนำเงินไปจ่ายค่าสัมปทาน napoleon November 24th, 2009, 10:26 AM วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 15:34:26 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ครม.อนุมัติให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี(ขน.)ใช้งบประมาณกลางปี 2553 สำหรับก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด วงเงิน 1,295.67 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยปี2553 วงเงิน 259 ล้านบาท ปี2554 วงเงิน 432 ล้านบาทและปี 2555 วงเงิน 605 ล้านบาท sansano November 27th, 2009, 01:31 PM เกาะช้าง กับ AMARI EMERRALD COVE RESORT http://img690.imageshack.us/img690/3218/p1010259.jpg http://img263.imageshack.us/img263/9825/p1010260q.jpg ชายหาดหน้าโรงแรม http://img269.imageshack.us/img269/7434/p1010261q.jpg http://img269.imageshack.us/img269/1281/p1010245e.jpg http://img504.imageshack.us/img504/8064/p1010246m.jpg http://img263.imageshack.us/img263/328/p1010249b.jpg http://img137.imageshack.us/img137/1483/p1010247l.jpg http://img682.imageshack.us/img682/4676/p1010244i.jpg http://img412.imageshack.us/img412/3038/p1010250o.jpg sansano November 27th, 2009, 02:33 PM http://img412.imageshack.us/img412/2047/p1010251b.jpg ระหว่างทางเข้าห้องนอน http://img682.imageshack.us/img682/6472/p1010248x.jpg http://img504.imageshack.us/img504/5218/p1010234i.jpg http://img163.imageshack.us/img163/2175/p1010236g.jpg http://img137.imageshack.us/img137/6299/p1010235v.jpg http://img341.imageshack.us/img341/8508/p1010237.jpg http://img691.imageshack.us/img691/5568/p1010238p.jpg http://img137.imageshack.us/img137/2261/p1010239u.jpg http://img190.imageshack.us/img190/9523/p1010240a.jpg http://img190.imageshack.us/img190/9446/p1010241i.jpg http://img341.imageshack.us/img341/8044/p1010242.jpg http://img341.imageshack.us/img341/3647/p1010243l.jpg sansano November 27th, 2009, 02:47 PM http://img691.imageshack.us/img691/3872/p1010262t.jpg http://img262.imageshack.us/img262/2683/p1010263f.jpg http://img190.imageshack.us/img190/8651/p1010264o.jpg http://img163.imageshack.us/img163/466/p1010265.jpg http://img262.imageshack.us/img262/5850/p1010266l.jpg http://img262.imageshack.us/img262/4223/p1010254i.jpg http://img686.imageshack.us/img686/2171/p1010255.jpg http://img691.imageshack.us/img691/2686/p1010257a.jpg Mr.donut November 27th, 2009, 06:07 PM อมารีน่าพักมาก ๆ ครับคุณ sansano ไม่ทราบว่าชายหาดโอเคมั้ยครับ น่าเล่นรึเปล่า ? sansano November 28th, 2009, 03:52 AM ^^ชายหาดก็โอเคครับแต่ผมไม่ได้ลงไปเล่นหรอกอยู่แต่บริเวณสระน้ำ วันที่ไปพักได้ดูฝนดาวตกด้วยนะ napoleon December 2nd, 2009, 10:20 AM 200 Thai trawlers to seek Cambodian fishing licenses TRAT, Dec 2 (TNA) – Operators of some 200 Thai trawlers on Thursday will seek licences to fish in Cambodian waters at a temporary office opposite Cambodia's Koh Kong Resort, said Thitikorn Lohakup, chairman of the Trat Fisheries Association. Cambodian fisheries concession applications procedures will resume beginning Thursday following finalisation of regulations by the Koh Kong authorities, who agreed Tuesday to allow Thai fishermen to seek and renew their licences. Mr Thitikorn said that the newly-appointed Koh Kong governor set up a committee to be responsible for issuing and renewing the licences. The committee will review relevant details and categorise the type of trawlers as well as the fishing equipment they use. The chief of the Trat fisheries association added that this period is appropriate for fishing. If the procedure is completed quickly, it will be beneficial to Thai fishermen. Last week, Cambodian Defence Minister Gen Tea Banh gave assurances that Cambodia has not closed its waters near Koh Kong as earlier reported. He explained that fisheries concession procedures were being amended and that it would not affect the livelihoods of either Thais or Cambodians. (TNA) napoleon December 8th, 2009, 07:58 AM ประมงไทยแห่ขอสัมปทานจับปลาเขมร Posttoday วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เจ้าของเรือประมงใน จ.ตราด แห่ขอสัมปทานจับปลาในน่านน้ำเขมรกว่า 80 ลำแล้ว นายฐิติกร โลหะคุปต์ นายกสมาคมประมง จังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. มีเรือประมงไทยเกือบ 80 ลำ เข้าไปต่อใบอนุญาตหรือซื้อตั๋วน้ำในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชาแล้ว ซึ่งการต่อใบอนุญาตไม่ประสบปัญหา และง่าย กว่าการต่อใบอนุญาตในคราวก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้มอบสิทธิขาดในการจัดระเบียบให้กับคณะกรรมการชุดเดียว คือนายพัด สุภาภา ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา พล.ร.ต.เตีย โสกา รองผบ.ทหารเรือ และนายบุญเลิด พราหมณ์เกสร ผวจ.เกาะกง เป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดดังกล่าว จะเป็นคนกำหนดพื้นที่ทำประมง คิดค่าตั๋วน้ำ และออกตั๋วน้ำให้กับเรือประมงไทยทุกลำ เพื่อความสะดวก ควบคุมได้ง่าย และป้องกันมิให้หน่วยงานอื่น เช่น ตำรวจน้ำ ประมง ศุลกากร หรือหน่วยงานที่เคยออกตั๋วผีให้กับเรือประมงไทย เพื่อป้องกันการทำทุจริต สำหรับค่าสัมปทานหรือซื้อตั๋วน้ำนั้น คณะกรรมการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า จะคิดตามขนาดของเรือประมง เช่น เรืออวนครอบขนาดต่ำกว่า 8 วา จะคิด 3 หมื่นบาท/30 วัน มากกว่า 8 วา จะคิด 4.5 หมื่นบาท/ 30 วัน ในพื้นที่กำหนด (เป็นล็อก) หากมากกว่านี้ จะต้องคำนวณเพิ่มขึ้นตามอัตรา แต่จะมีส่วนลดให้บ้าง ด้านนายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า การต่อใบอนุญาตเรือประมงไทยเป็นไปด้วยความสะดวก แม้จะติดขัดในเรื่องธุรการบ้างเพราะมีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ในการประสานงาน 3 วันที่ผ่านมามีเรือประมงไทยเข้ามาติดต่อสัมปทานแล้วไม่ต่ำกว่า 80 ลำ และสามารถเข้าไปทำประมงได้ทันที ซึ่งเชื่อว่าจะมีเรือประมงกว่า 300 ลำเข้ามาทำประมงในน่านน้ำกัมพูชา napoleon December 9th, 2009, 04:43 PM ชาวประมงตราดมึน"เกาะกง"เข้มค่าต๋งแถมขีดเส้นแค่11ไมล์ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4165 ประชาชาติธุรกิจ ผู้ว่าฯเกาะกงเข้มใบอนุญาตเรือทุกชนิดและเขตทำประมง หลังไฟเขียวเปิดน่านน้ำ คาด 7-10 วันรู้ผล ชาวประมงรับกฎเกณท์ใหม่ได้หรือไม่ เพราะเขตลดระยะทำการประมงชายฝั่งจาก 12 ไมล์ เหลือ 11 ไมล์ทะเล แถมจำกัดเขตเฉพาะภายในจังหวัดเกาะกง หากเกินเลยเข้าน่านน้ำจังหวัดกัมปงโสม ต้องขออนุญาตอีกทอด นายฐิติกรณ์ โลหะคุปต์ นายกสมาคมประมงจังหวัดตราด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา นายบุญเลิศ พราหมเกษร ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ได้ประกาศอนุญาตให้ออกใบอนุญาตหรือตั๋วเรือให้เรือประมงไทยเข้าไปทำการประมงในกัมพูชาได้ตามปกติ ภายหลังหยุดต่อใบอนุญาตมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ได้ปรับระบบการออกค่าใบอนุญาตเป็นระบบและชัดเจนมากขึ้น คือเรือทุกชนิด ทุกประเภท ต้องขออนุญาตและกำหนดเขตให้ทำการประมงเฉพาะน่านน้ำจังหวัดเกาะกง ในระยะ 11 ไมล์จากเดิม 12 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง และกำหนดโทษการฝ่าฝืนที่รุนแรงโดยจับและปรับในอัตราที่สูง นายฐิติกรณ์เปิดเผยว่า การขออนุญาตจะมีสำนักงานและเจ้าหน้าที่ของฝ่ายกัมพูชามาให้บริการที่บริเวณชายแดนเกาะกง โดยเจ้าของเรือประมงจะต้องนำใบทะเบียนเรือ รูปไต๋เรือ รูปเรือประมงมายื่นขอใบอนุญาตและเสียค่าใบอนุญาตตามกำหนดตามชนิดและขนาดของเรือทำประมงและเครื่องมือทำการประมง ซึ่งระยะเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงแตกต่างกัน เช่น เรืออวนครอบขนาด 8 วา เสียค่าตั๋วเรือลำละ 30,000 บาท ขนาดเกินกว่า 8 วา ค่าตั๋ว ลำละ 45,000 บาท ทำประมงได้ 30 วัน ถ้าเป็นเรืออวนซั้งขนาดใหญ่ มีเรืออวนล้อมปั่นไฟ 4 ลำ ค่าตั๋ว 130,000 บาท ทำประมงได้ 45 วัน ทั้งนี้จับปลาได้เฉพาะเขตน่านน้ำจังหวัดเกาะกงในระยะ 11 ไมล์ทะเล "ตอนนี้มีเรือประมงเริ่มขออนุญาตแล้ว 70-80 ลำ จากเรือทั้งหมดประมาณ 200 ลำ ส่วนเรือที่ขออนุญาตไว้หมดอายุ 25 ธันวาคมมีเล็กน้อย หลังจากนั้นต้องขออนุญาตใหม่เช่นกัน ในระยะ 7 วันต่อจากนี้จะทราบว่าปริมาณปลาที่จับได้ภายใต้การจัดระบบใหม่ ชาวประมงไทยจะอยู่ได้หรือไม่ หรือแน่ใจว่าจะไม่มีการเรียกเก็บภาษีนอกระบบ เพราะการจำกัดเขตพื้นน้ำที่จับปลาปริมาณปลาจะลดลง โดยเฉพาะระยะที่ให้จับปลาลดเหลือ 11 ไมล์ทะเลจาก 12 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง" นายฐิติกรณ์กล่าว ทางด้านนายปัญจะ ไชยศิริ นายกสมาคมประมงคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า กฎระเบียบใหม่ของกัมพูชามีความเข้มงวดมากขึ้นทั้งการขออนุญาตไม่ว่าเรือขนาดเล็กขนาดใหญ่ต้องขออนุญาตทั้งหมด และการลงโทษมีจับและปรับ หากไม่เสียค่าปรับจะไม่ปล่อยเด็ดขาด ทั้งนี้หากมีการทำการประมงล่วงล้ำไปเขตพื้นที่น่านน้ำจังหวัดใกล้เคียงอย่างเช่นกัมปงโสม จะต้องขออนุญาตตั๋วเรือจาก กัมปงโสมใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าขออนุญาตจะเพิ่มขึ้นทุกชนิดและขนาดของเรือทำประมง อย่างอวนลากที่เคยเสีย 60,000 บาท เพิ่มเป็น 70,000 บาท หรือถ้าเป็นอวนล้อมที่จับปลาขนาดเล็ก ๆ จะเสียสูงกว่าปกติ เพราะกัมพูชาถือว่าทำลายพันธุ์ปลา เจ้าของเรือประมงสามารถส่งเอกสารขอจัดทำตั๋วเรือ ได้ที่ท่าเทียบเรือฝั่งไทยด้านบ้านหาดเล็ก เพื่อรวบรวมส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานฝั่งจังหวัดเกาะกง ทางด้านนายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด และผู้เชี่ยวชาญชายแดนตราด-เกาะกง เปิดเผยว่า คาดว่าการปรับระบบการจัดเก็บค่าน้ำไม่มีผลกระทบต่อชาวประมงไทย ค่าใบอนุญาตไม่ได้เพิ่มขึ้น เรือที่ออกไปจับปลาแต่ละเดือนปริมาณปลาที่จับได้จะมีรายได้เป็น 10 เท่าของค่าน้ำ ระบบการทำประมงระหว่างจังหวัดตราด-เกาะกง ที่ไม่เหมือนใคร น่าจะเป็นผลดีต่อชาวประมงไทยเพราะเสียค่าน้ำรายเดือน ชาวประมงจะรู้ว่าช่วงไหนจะจับปลาได้มากน้อย จะเลือกออกเรือในช่วงเวลาที่จับปลาได้มากในแต่ละเดือน หน้า 23 napoleon December 11th, 2009, 08:38 PM มั่นใจสร้างท่าเรือใหญ่ดันสินค้าเพิ่ม Transport Journal Tuesday, 08 December 2009 05:04 หอการค้าตราด มั่นใจท่าเรือคลองใหญ่ สามารถรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต โชว์ตัวเลขค้าชายแดนไทยเกินดุลกัมพูชากว่า 16,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะแนะรัฐขจัดอุปสรรคทางการค้า นายประเสริฐ ศิริ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยขณะธนาคารพัฒนาเอเชีย ได้นำคณะสื่อมวลชนไปดูงานที่ จ.ตราด ว่า ตราดมีศักยภาพทางด้านการค้า ซึ่งตั้งแต่ปี 2539 ไทยได้ดุลการค้ากับกัมพูชามาตลอด โดยช่องทางทางการค้า พบว่าช่วงปี 2543 จนถึงปัจจุบัน การค้ากับประเทศกัมพูชาด้านจังหวัดตราด ได้ทำการค้าโดยผ่านช่องทางการค้าจำนวน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1. จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก พื้นที่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประกาศเปิดจุดผ่านแดนถาวร เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2541 ตรงกันข้ามกับบ้านจามเยี่ยม อ.มณฑลสีมา จ.เกาะกง ของกัมพูชา ลักษณะการค้าผ่านช่องทางนี้ร้อยละ 80 ซึ่งจะนำสินค้าลงเรือเพื่อขนส่งไปยังกัมพูชา โดยใช้ท่าเรือเอกชน 4 แห่ง คือ ท่าเทียบเรือชลาลัย ท่าเทียบเรือกัลปังหา ท่าเรือป.เกษม และท่าเรือ ส.กฤตวรรณ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหาดเล็ก ประมาณ 10 กม. เป็นจุดขนถ่ายสินค้า อีกร้อยละ 20 เป็นการนำเข้าและส่งออกผ่านจุดผ่านแดนถาวรโดยตรง 2. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหมื่นด่าน พื้นที่ ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด ตรงกันข้ามกับบ้านศาลเจ้า อ.สำรุด จ.พระตะบอง ของกัมพูชา แต่ลักษณะการค้าที่ผ่านช่องทางน้ำปริมาณการค้าน้อยมาก เนื่องจากสภาพพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนเป็นเทือกเขา การคมนาคมไม่สะดวกเท่าที่ควร สำหรับการค้าด้าน จ.ตราด ปีงบประมาณ 2552 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ก.ย. 2552 ที่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ณ ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด พบว่า มูลค่าการค้ารวม จำนวน 16,778.23 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2551 พบว่า มูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้น จำนวน 326.71 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.98 มูลค่าการส่งออก จำนวน 16,778.23 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2551 ปรากฏว่า มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 327.45 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 มูลค่าการนำเข้า จำนวน 42.82 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2551 ปรากฏว่ามูลค่าการนำเข้าลดลง 0.74 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.70 ซึ่งทำให้ดุลการค้าเกินดุลจำนวน 16,692.59 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2551 ปรากฏว่าดุลการค้าเกินดุล 328.19 ล้านบาท หรือเกินดุลเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.01 นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ในอนาคตเชื่อว่าการค้าบริเวณจังหวัดตราดกับกัมพูชา จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนก ประสงค์คลองใหญ่ จ.ตราด ในวงเงิน 1,200 ล้านบาท ซึ่งท่าเรือแห่งนี้สามารถรองรับเรือขนาด 500 ตันกรอส โครงการท่าเรืออเนกประสงค์ จ.ตราด เป็นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำ และเป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งทางน้ำมากขึ้น รวมทั้งการขนส่งสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการทำให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจของการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้มูลค่าทางการค้าของ จ.ตราด จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคต่อการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อขยายตัวทางด้านการค้าและการท่องเที่ยวหลายเรื่อง เช่น 1. ขณะนี้ท่าเทียบเรือยังไม่ได้มาตรฐานซึ่งไม่สามารถรองรับเรือขนาด 500 ตันกรอส เพื่องรองรับการส่งออก ดังนั้นการก่อสร้างท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ เป็นเรื่องที่ต้องรีบเร่งรัดดำเนินการซึ่งเรื่องนี้กระทรวงคมมนาคม เป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบ 2. ไม่มีตลาดกลางแสดงและจำหน่ายสินค้าบริเวณชายแดนที่ได้มาตรฐาน ซึ่งตลาดกลางบ้านหาดเล้ ในปัจจุบันมีความอึดอัดมาก ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินการจัดตั้งตลาดกลาง 3. ช่องทางการค้าทางชายแดนยังมีน้อย เห็นว่ากระทรวงมหาดไทย ควรเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มขึ้นอีก 2 จุด ได้แก่ จุดบ้านเขาวง ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และจุดบ้านท่าเส้น อ.เมือง ตรงข้ามกับด้านทมอดา อ.เวียลแวง จ.โพธิสัต ประเทศกัมพูชา 4. เส้นทางการขนส่งทางบกยังไม่สะดวก ต้องขยายเส้นทางบกถนนหมายเลข 318 ตราด-คลองใหญ่ 5. สนามบินไม่สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้ ดังนั้น ควรขยายสนามบินเพื่อรองรับเครื่องบินบรรทุกสินค้าขนาดกลาง 6. ผู้ประกอบการขาดความรู้ด้านการส่งออกต่างประเทศดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ ควรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการด้านการนำเข้าส่งออกสินค้า และภาษาต่างประเทศควรจัดการประชุมเจรจาการค้าระดับประเทศ และตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน ด้านการค้าชายแดน sansano January 8th, 2010, 08:07 AM ค้าชายแดนตราดโตแค่ 1.9% เหตุ ศก.โลกแย่สัมพันธ์ไทย-เขมรเสื่อม http://www.tnews.co.th/html/picture/tnews_1253598186_1051.jpg ตราด/ นายประยุทธ มณีโชติ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.คลองใหญ่ ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ในปีงบประมาณ 2553 พบว่า มีมูลค่าการค้าร่วม 16,778.23 ล้านบาท โดยแยกเป็นมูลค่าส่งออก 16,735.41 ล้านบาท ประเทศไทยได้ดุลการค้า 328.19 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2551 ปรากฏว่ามูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 327.45 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.00 มูลค่านำเข้า จำนวน 42.82 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2551 ปรากฏว่ามูลค่านำเข้าลดลง 0.74 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.70 และดุลการค้าเกินดุล จำนวน 16,692.59 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2551 ปรากฎว่าดุลการค้าเกินดุล 328.19 ล้านบาท หรือเกินดุลเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.01 สำหรับสินค้านำเข้าที่ สำคัญคือไม้แปรรูป (กัมพูชา) เครื่องขยายกำลังส่งของเครื่องวิทยุ อุปกรณ์เครื่องวิทยุคมนาคมขณะที่สินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ น้ำตาลทราย นมและอาหารเสริม ขนมต่างๆ เครื่องโทรศัพท์มือถือพร้อมอุปกรณ์ครบชุด ผงชูรส ผงปรุงรส “ที่ผ่านมาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด มีมูลค่าความเติบโตในระดับ 10-15% เป็นอย่างน้อย แต่ในปีงบประมาณ 2552 กลับมีความเติบโตเพียง 1.9% หรือประมาณ 2% เท่านั้น ซึ่งสาเหตุมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชาได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัญหาทางการเมืองระหว่าง 2 ประเทศ เกิดความขัดแย้งขึ้นส่งผลให้นักธุรกิจไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์จึงได้ชะลอการ สั่งซื้อสินค้าออกไปก่อน หรือสั่งก็สั่งเป็นล็อตเล็กๆ มากกว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2 เดือนสุดท้ายปรากฏว่า มีกำลังซื้อสินค้าจำนวนเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่ ประชาชนชาวกัมพูชา จะซื้อสินค้าไปจำหน่ายในช่วงปีใหม่ ทำให้สินค้าอุปโภคและบริโภคถูกสั่งซื้อมากขึ้นกว่า 1 เท่าตัว” นาย ประยุทธ กล่าวอีกว่า ในส่วนปีงบประมาณ 2552 นั้น มูลค่าการค้ายังจะมีความเติบโตเช่นเดิม แต่จะตั้งเป้าหมายไว้เพียง 5% เท่านั้น เนื่องจากสินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายในกัมพูชา ยังคงเป็นน้ำตาลทราย นมและอาหารเสริม และน้ำอัดลม อย่างไรก็ตาม น้ำตาลทรายจะมีคำสั่งซื้อลดลงเนื่องจากโรงงานน้ำตาลทรายที่นายพัด สุภาภา ได้ร่วมลงทุนกับนักธุรกิจ จ.ขอนแก่น และจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2553 นี้ ซึ่งจะทำให้คำสั่งซื้อน้ำตาลทรายจากประเทศไทยลดลงจาก 3,000-4,000 ล้านบาท/ปี อาจจะเหลือแค่ 2,000-3,000 ล้านบาท/ปี ส่วนน้ำอัดลมที่กัมพูชาเคยสั่งซื้อจากประเทศไทยก็อาจจะไม่สามารถส่งไปขายได้ เนื่องจากเจ้าของบริษัทโค้กในกัมพูชาได้ทำเรื่องฟ้องบริษัทของไทยเพื่อไม่ ให้มีการนำน้ำอัดลมจากไทยข้ามเขตไปจำหน่ายในกัมพูชาอีก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 400-500 ล้านบาท/ปีเช่นกัน ส่วนมูลค่าการนำเข้าจะมีมูลค่าสูงขึ้น หลังมีการสั่งกากน้ำตาลจากกระบวนการหีบอ้อยใน จ.เกาะกง เข้ามายังประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข ทางด้านนายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้า จ.ตราด กล่าวว่า มูลค่าการค้าของชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด แม้ปี 2552 จะมีมูลค่าเติบโตลดลงเพียง 2% แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะวิตกกังวลเท่าไร เพราะการค้าในปี 2553 สถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติและจะมีแนวโน้มเติบโตได้เหมือนทุกๆ ปี ซึ่งคาดว่าน่าจะสูงเกิน 17,000 ล้านบาท หรืออาจจะสูงถึง 12,000 ล้านบาท แต่สำหรับชายแดนด้าน จ.ตราด ผลกระทบจะไม่มากนัก และ จ.ตราด กับ จ.เกาะกง มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันและมีความใกล้ชิดเหมือนญาติพี่น้องกัน หากจังหวัดอื่นจะมีการปิดชายแดนก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ จ.ตราด เป็นไปได้ยาก แต่เรื่องมูลค่าการค้าที่เติบโตลดลงเป็นแค่ชั่วคราว ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะกลับมาเติบโตเช่นเดิม นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ทำให้มูลค่าการค้าลดลง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรเร่งสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลกัมพูชาให้กลับมามีความสัมพันธ์ เช่นเดิมจะทำให้การค้าขายเป็นปกติ โดย บ้านเมืองออนไลน์ เมื่อเวลา 8:59:00 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2553 sansano January 11th, 2010, 09:47 AM ตั้งเป้าพัฒนาเกาะช้างหลังออก กม.อีก 9 ฉบับ http://www.southeastasiatour.net/web/myfile/tour/ID_133_main.jpg http://www.southeastasiatour.net/web/myfile/tour/ID_21_main.jpgนายกเกาะช้างตั้งเป้าพัฒนาเกาะช้างหลังออกกฎหมาย 9 ฉบับ พร้อมจัดระเบียบใหม่ ขณะรายได้ตามงบได้แค่ 10-15 ล้าน ระบุได้งบเพิ่มจาก กม.ท้องถิ่นใหม่อีก 10 ล้าน ตราด/ นายศรัณ จิรังศรี นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจากเทศบัญญัติเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลฯ ได้ผ่านสภาเทศบาล ต.เกาะช้าง และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะทำให้เทศบาลเกาะช้างสามารถจัดระเบียบในพื้นที่รับผิดชอบได้ สามารถจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นอีกหลายช่องทาง เช่น การจัดเก็บค่าจอดรถยนต์ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ หรือการได้รับส่วนแบ่งจากภาษีต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น หาดทรายขาว ไก่แบ้ สามารถจัดระเบียบได้ดีขึ้น จากเดิมที่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องได้ ขณะที่ถนนสายท่องเที่ยวที่มักจะมีการจอดรถตลอดทั้งสายและทั้ง 2 ด้าน ทางเทศบาลก็จะสามารถจัดระเบียบการจราจรได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย “ทั้งการจัดการจราจร การจอดรถ ทางเทศบาลสามารถเรียกเก็บค่าจอดได้ ขณะที่ภาษีจากรัฐที่จะแบ่งให้กับท้องถิ่น รวมทั้งการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นที่เทศบาลจะใช้ดำเนินการ และเงินรายได้ที่เทศบาลเก็บได้แค่ 10-15 ล้าน ก็จะมีรายได้สูงขึ้นอีก 15 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ผมจะได้นำเงินเหล่านี้มาพัฒนาทั้งแหล่งท่องเที่ยวและทำโครงการต่างๆ ของเทศบาลเกาะช้างได้มากขึ้น เกาะช้างก็จะดูดีและมีระเบียบมากขึ้น” นา ยศรัณ กล่าวว่าในส่วนของการผลักดันแผนพัฒนาการท่องเที่ยวนั้น คณะผู้บริหารจะใช้แผนของเทศบาลและแผนของ อพท.ที่กำลังดำเนินการอยู่ประยุกต์มาเป็นแผนพัฒนาเกาะช้าง และยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับคุณภาพสมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชั้นนำของประเทศ napoleon January 16th, 2010, 07:28 AM ถล่มเขายายเที่ยง บิ๊กเกาะช้าง ไอซียู Posttoday วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553 โกลาหลกันไปทั่วเกาะช้าง แหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของ จ.ตราด เมื่อเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานทั้งตำรวจอุทยานแห่งชาติ และฝ่ายปกครองนับร้อย ภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของนภดล ศรีสุข ปลัดจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับและดูแลโรงแรมและรีสอร์ต เข้าตรวจโรงแรมและรีสอร์ตบนพื้นที่เกาะช้าง ที่ไม่ได้รับอนุญาตเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นตามคำสั่งของแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.ตราด ที่ให้นโยบายว่าต้องการให้โรงแรม-รีสอร์ต บังกะโลบนเกาะช้าง ปฏิบัติตามกฎหมายโดยให้มีใบอนุญาตถูกต้องทั้งหมด แต่พบว่าโรงแรมบนเกาะช้าง ที่มีกว่า 200 แห่งไม่มีใบอนุญาตมากกว่า 100 แห่ง แม้การตรวจสอบจะดำเนินคดีแก่โรงแรม-รีสอร์ตเพียง 3 ราย หนึ่งในนั้นคือโรงแรมของ เจเน็ต เขียว ดาวตลกหญิงชื่อดัง และโรงแรมของอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด แต่ที่สร้างผลสะเทือนกว่านั้น คือบรรดาผู้ประกอบการโรงแรม-รีสอร์ต “ขาใหญ่” บนเกาะช้างครึ่งเกาะกว่า 100 ราย พากันงดให้บริการปิดประตูไม่รับลูกค้าที่จะเข้าพัก เพื่อเลี่ยงมิให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เพราะใช้วิธีล่อซื้อ โดยทำทีเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปติดต่อที่พัก เมื่อตกลงเข้าพักแล้วจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอดูใบอนุญาต เมื่อผู้ประกอบการเกือบ 100 รายปิดโรงแรมหนี นักท่องเที่ยวที่เข้าพักจึงถูกไล่ออกมา ต้องระเห็จหอบข้าวของสัมภาระหาที่อยู่ใหม่วุ่นวายกันไปทั้งเกาะ ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของเกาะช้างเป็นอย่างยิ่ง โสภณ จันเดิม ประธานชมรมโรงแรมและรีสอร์ตเกาะช้าง กล่าวว่า ปัญหานี้ทางจังหวัดรู้ดีว่าโรงแรมบนเกาะช้างส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องที่ดิน ซึ่งที่ดินบนเกาะช้างส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ โฉนด หรือน.ส.3 ก ส่วนใหญ่จะมี ส.ค.1 หรือ ภบท.5 ซึ่งไม่สามารถนำไปขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมได้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะก่อสร้างไปก่อนแล้วขออนุญาตในภายหลัง ซึ่งเกิดปัญหาตามมาคือไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่เกิดเฉพาะที่ จ.ตราด แต่ทุกจังหวัดก็เกิดในลักษณะเช่นนี้ “การกระทำของจังหวัดครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะช้างอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศหนีอากาศหนาวเย็นมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างเต็มทั้งหมด หากจังหวัดเข้มงวดโรงแรม ทุกแห่งที่ไม่มีใบอนุญาตอาจจะต้องปิดกิจการชั่วคราว” โสภณ กล่าว ปฏิบัติการกวาดล้างโรงแรม-รีสอร์ตซึ่งก่อสร้างบนที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิครั้งนี้ น่าสังเกตว่าเกิดขึ้นก่อนที่สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการชุดนโยบาย ในคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จะเดินทางมาตรวจสอบปัญหาที่ดินเกาะช้างในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ขณะเดียวกันก็เพิ่งผ่านกรณีการครอบครองที่ดิน “เขายายเที่ยง” อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กลุ่มเสื้อแดงยกขึ้นมาเป็นประเด็นการเมือง ว่ารัฐบาลดำเนินการ 2 มาตรฐาน รวมทั้งการเตรียมยกพลไปชุมนุมที่เขาสอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อให้กรมป่าไม้ยกเลิกที่ดินสนามกอล์ฟที่กลุ่มทุนซึ่งใกล้ชิดกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี ได้มาโดยมิชอบเพราะเป็นเขตป่าสงวน ประเด็นที่น่าจับตาคือ การเปิดเกมรุกไล่ผู้ประกอบการโรงแรม-รีสอร์ตเกาะช้างครั้งนี้ จะโยงไปถึงกลุ่มทุนใหญ่ที่มีเส้นสายเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบดีว่า นักการเมือง แกนนำสายอำนาจเก่ามีรีสอร์ตหรูอยู่บนเกาะช้าง และเชื่อมโยงไปถึงเกาะกูดหลายราย งานนี้พ่อเมืองตราดกำหนดเป้าหมายการตรวจสอบไว้ 3 ประเด็น คือ การปลูกสร้างบนที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ การปลูกสร้างรุกล้ำไปในทะเล และการปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นมาตรการที่ฝ่ายรัฐบาลสั่งการมาเพื่อป้องปรามแกนนำและกลุ่มทุนเสื้อแดง แต่การตรวจสอบการถือครองที่ดินก็เข้มข้นขึ้น ดังนั้นหลังการเดินทางมาตรวจสอบกรณีปัญหาที่ดินเกาะช้างของสาทิตย์ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ จึงน่าจับตาอย่างยิ่งว่า จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นตามมาหรือ ไม่!? napoleon February 20th, 2010, 01:53 PM ป.ป.ช.บุกตราดสอบโฉนดที่ดินเกาะช้าง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 19:17:53 น. มติชนออนไลน์ ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมกรรมการ ป.ป.ช. เข้าสอบปากคำนายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายชลอ ใบเจริญ รองผู้ว่าฯตราด นายศักดิ์ประเสริฐ จริญประสิทธิ์ นายอำเภอเกาะช้าง เจ้าพนักงานที่ดินส่วนแยก อ.แหลมงอบ และนายชัยวัฒน์ ศิรุฬารสกุล ธนารักษ์พื้นที่ตราด กรณีมีผู้ร้องเรียนว่ามีการออกโฉนดที่ดินบนเกาะช้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า มีผู้ร้องเรียนว่ามีการออกโฉนดที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายบนเกาะช้าง จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ และมีอดีตข้าราชการระดับสูงของกรมที่ดินหลายคน เชื่อมโยงกับข้าราชการกรมที่ดินและกรมการปกครองในพื้นที่ จ.ตราดเข้ามาเกี่ยวข้อง napoleon April 3rd, 2010, 01:05 PM ค้าชายแดนตราด"ม.ค.-ก.พ."ชะลอ เศรษฐกิจกัมพูชาไม่ดีผนวกนโยบายเข้มงวดการค้า วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4198 ประชาชาติธุรกิจ จับตาค้าชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดตราด เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 เริ่มลดลงจากช่วงปลายปี"52 ระบุสาเหตุเกิดจากภาวะเศรษฐกิจกัมพูชาไม่ดี กำลังซื้อตก และนโยบายเข้มงวดการค้า ผู้ประกอบการหวั่นเสียตลาดสินค้าให้จีน-เวียดนาม ด้านหอฯตราดขอขยายเวลา ปิดด่าน 5 วันช่วงสงกรานต์จัดงานแสดงสินค้าไทยมุ่งเชื่อมสัมพันธ์ ข้อมูลจากด่านศุลกากรคลองใหญ่ จังหวัดตราด พบว่า ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนด้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ระหว่างไทย-กัมพูชาเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ในปีงบประมาณ 2551 มีมูลค่ารวม 16,451.52 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2552 มีมูลค่า 16,788.23 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2552 (ตุลาคม-ธันวาคม) มูลค่าสินค้าส่งออก-นำเข้าได้เติบโตต่อเนื่อง โดยมีการส่งออกสินค้ามูลค่า 5,042.51 ล้านบาท นำเข้าสินค้ามูลค่า 15.41 ล้านบาท ทั้งนี้ ข้อมูลในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 มูลค่าการส่งออก-นำเข้าโดยรวมได้ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับในช่วงเดือนธันวาคม 2552 โดยในเดือนมกราคม 2553 ส่งออกมูลค่า 1,503.58 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2552 มูลค่า 1,689.41 ล้านบาท คิดเป็น 11% ส่วนสินค้านำเข้ามูลค่า 2.34 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2552 มูลค่า 4.38 ล้านบาท สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ส่งออกมูลค่า 1,330.26 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2553 มูลค่า 1,503.58 ล้านบาท คิดเป็น 11.53% และนำเข้า 2.56 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2553 มูลค่า 2.33 ล้านบาท อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังคงได้ดุลการค้ากับกัมพูชามาโดยตลอดเพราะการ นำเข้าสินค้ายังมีจำนวนน้อยกว่าการส่งออก แหล่งข่าวจากศุลกากรคลองใหญ่จังหวัดตราด เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด คือ น้ำตาลทราย แต่ก็ยังมีปัญหาการลักลอบส่งออกน้ำตาล เพราะราคาในตลาดเพื่อนบ้านมีส่วนต่างมากถึงกิโลกรัมละ 7 บาท ขณะที่สินค้าหลายชนิดเริ่มส่งออกลดลง เช่น วัสดุก่อสร้าง เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ ก่อสร้างเสร็จและเดินเครื่องผลิตได้แล้ว เช่น โรงงานน้ำตาลในเกาะกงเฟสแรก ส่วนสินค้าประเภทมอเตอร์ไซค์ น้ำอัดลม ก๊าซ ที่เคยส่งออกจำนวนมาก ขณะนี้มีตัวแทนจำหน่ายโดยตรงอยู่ในกัมพูชา จึงไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าจากด่านชายแดนอีก นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชา เองมีผลทำให้มูลค่าการค้าลดลงในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2553 และคาดว่าในเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงเดือนเมษายนก็น่าจะ ลดลงด้วย เพราะมีช่วงวันหยุดยาวหลายวัน ด้านนางสำราญ ประสิทธิเวช ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดท่าเทียบเรือ ส.กฤตรวัณ เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ภาวะการค้าด้านกัมพูชาไม่ดีนักหากเปรียบเทียบกับช่วงปลายปี 2552 สินค้าที่ส่งออกผ่านท่าเรือ ส.กฤตรวัณ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ลดไปถึง 20% ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชาไม่ดี กำลังซื้อลดลงทำให้สินค้าจีนและเวียดนามที่มีราคาถูกกว่าเข้าไปตีตลาดสินค้าไทย โดยมีการจัดโรดโชว์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไทยไม่มีการจัดโรดโชว์ จึงทำให้สินค้าจีนเข้ามาตีตลาดสินค้าไทยไปอย่างน่าเสียดาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส บะหมี่สำเร็จรูป ผงซักฟอก ฯลฯ นายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า ในช่วงต้นปีเป็นเรื่องปกติที่การค้าจะชะงักลงเล็กน้อย เนื่องจากต้องมีการทำสัญญาค้าขายกันใหม่ ซึ่งทำให้มูลค่าการค้าเดือนมกราคมลดลงเล็กน้อย แต่คาดว่าปีนี้มูลค่าการค้าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และยืนยันว่าความสัมพันธ์ทางชายแดนราบรื่นไม่มีปัญหาทางการเมืองแต่อย่างใด ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดตราดได้เลื่อนการจัดงานแสดงสินค้าที่จังหวัดเกาะกงจากเดือนมกราคมมาจัดงานแสดงสินค้าและเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 6-12 เมษายนนี้ที่วัดเกษมสีมาลา ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยมีการนำสินค้ามาจำหน่าย 110 บูท แบ่งเป็นสินค้าโอท็อป 40 บูท สินค้าทั่วไป 70 บูท โดยได้ขออนุญาตขยายเวลาปิดด่านจากเวลา 20.00 น. เป็นเวลา 24.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชาวกัมพูชาที่จะเดินทางเข้ามาชมงานดังกล่าว ขณะที่นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีสินค้าส่งออกหลายชนิดที่ทางการกัมพูชาห้ามนำเข้า เพราะอนุญาตให้มีการจัดตั้งผู้แทนจำหน่าย หรือทำการผลิตสินค้าในกัมพูชาโดยตรง เช่น รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า น้ำอัดลม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการเข้มงวด นำเข้าสินค้าจากฝั่งไทย แต่คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อการค้าชายแดนของจังหวัดตราด เพราะสินค้าส่งออก 10 อันดับของไทย ยอดขายยังดี เช่น น้ำตาลทราย นมและอาหารเสริม ขนมต่าง ๆ ผงชูรส รวมทั้งยังมีความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ส่วนการขนส่งทางบกตามเส้นทางหมายเลข 48 ถึงกรุงพนมเปญก็มีความสะดวกรวดเร็วกว่าชายแดนด้านอื่น ๆ น่าจะทำให้จังหวัดตราดเป็นทำเลทองในการส่งออกด้านกัมพูชา ซึ่งมูลค่าการค้าโดยเฉลี่ยทั้งปีนี้น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% หน้า 23 napoleon April 10th, 2010, 11:01 AM "กรมเจ้าท่า"ลุยท่าเรือเกาะกูด ปักธงอ่าวสลัดเร่งทำ"EIA-HIA" วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4200 ประชาชาติธุรกิจ กรมเจ้าท่าเดินหน้าโครงการท่าเทียบเรือ "เกาะกูด ซีฟร้อนท์" จ้างบริษัทที่ปรึกษา "ซีคอนซัลท์ฯ-ไทยเอนยิเนียริ่งฯ" เร่งมือ ทำอีไอเอและเอชไอเอให้เสร็จในเดือนธันวาคมนี้ ระบุเลือกจุดก่อสร้างบนที่ราชพัสดุ พื้นที่หมู่ 6 อ่าวสลัด คาดภายใน 2 ปี ลงมือสร้างแน่ กรมเจ้าท่าได้ว่าจ้างบริษัท ซีคอนซัลท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ไทยเอนยิเนียริ่งคอนซัลแตนทส์ จำกัด ศึกษาวิจัยความเหมาะสมทางด้านเศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และออกแบบรายละเอียดท่าเทียบเรือเกาะกูด ซีฟร้อนท์ จังหวัดตราด โดยมีระยะเวลาศึกษาวิจัย 15 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552-ธันวาคม 2553 โดยเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นการประชุมสัมมนา เพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดตราด ครั้งที่ 1 เพื่อนำไปปรับการออกแบบสะพานเพิ่มเติม และจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นที่เกาะกูด ครั้งที่ 3 เดือน พ.ค.นี้ นายประพัตร์ กรังพาณิชย์ หัวหน้าแผนกสิ่งแวดล้อม บริษัท ไทยเอนยิเนียริ่งคอนซัลแตนทส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทที่ปรึกษาจะศึกษาสำรวจพื้นที่เหมาะสม และศึกษาข้อมูล 3 ด้าน คือด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม จากนั้นจะมีการออกแบบรายละเอียดให้เหมาะสม ทั้งนี้ให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากจังหวัดตราด 2 ครั้งและที่เกาะกูดอีก 3 ครั้ง ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการมา 5 เดือนแล้ว โดยลงพื้นที่เกาะกูดศึกษาข้อมูลทั้ง 3 ด้าน รวมทั้งสำรวจพื้นที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือ 4 แห่ง แต่พื้นที่เหมาะสมที่สุดคือบริเวณหมู่ที่ 6 อ่าวสลัด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ของกรมธนารักษ์ จำนวน 8 ไร่ มีถนนและอยู่ใกล้ชุมชน ไม่ต้องตัดต้นไม้และพื้นที่ในทะเลมีความลึก ไม่มีการขุดลอกร่องน้ำ ทำให้ความยาวของท่าเทียบเรือสั้น และพื้นทะเลเป็นหินปนทราย สามารถรับน้ำหนักโครงสร้าง ท่าเทียบเรือได้ดี ซึ่งบริเวณนี้ตรงกับโครงการจัดทำแผนแม่บทการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์เคยสำรวจไว้ สำหรับรูปแบบของสะพานที่ออกแบบไว้เบื้องต้นมีความยาว 200 เมตร สะพานกินน้ำลึก 4 เมตร ด้านนางวิลาวัณ ศิริงามเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมเจ้าท่า กล่าวเพิ่มเติมว่า การขออนุมัติงบประมาณก่อสร้างสะพานเกาะกูด ซีฟร้อนท์นั้น ตั้งงบประมาณการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ 8 ล้านบาท และงบฯก่อสร้าง 40 ล้านบาท คาดว่าหลังจากจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) เสร็จในเดือนธันวาคม 2553 น่าจะใช้เวลาอีก 2 ปีเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากสำนักแผนงาน กรมเจ้าท่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องปฏิบัติตามประกาศกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2552 กำหนดให้การก่อสร้างท่าเทียบเรือขนาดเล็กจัดทำรายงานผลกระทบทางสุขภาพ หรือ HIA (Health Impact Assessment) ด้วย ขณะที่นายพรหมกฤต ม่วงมงคล นายอำเภอเกาะกูด กล่าวว่า ปัจจุบันเกาะกูดมีท่าเทียบเรือมาตรฐาน 1 แห่ง คือท่าเทียบเรือคลองหินดำ ที่ผ่านมาไม่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากมีคลื่นลมแรงจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม และขณะนี้อยู่ในสภาพชำรุดอยู่ระหว่างการซ่อมแซมโดยได้รับงบฯจากกรมเจ้าท่า จำนวน 90 ล้านบาท ส่วนท่าเทียบเรือเกาะกูด ซีฟร้อนท์นั้น อยู่ด้านเหนือของเกาะบริเวณอ่าวสลัด ซึ่งอยู่คนละด้านกับท่าเทียบเรือคลองหินดำ สามารถใช้งานได้สะดวกปลอดภัยในช่วงฤดูมรสุม นอกจากนี้ยังสามารถย่นระยะทางและเวลาได้มากกว่าถึงชั่วโมงเศษ เนื่องจากอยู่ใกล้ฝั่งมากกว่า สำหรับการก่อสร้างสะพานหรือสิ่งอื่นๆ บนเกาะกูดนั้นเน้นอนุรักษ์ธรรมชาติจะไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่าเด็ดขาด หน้า 17 richart2532 May 12th, 2010, 02:51 PM ดีครับผมชื่อ ริชาร์ตครับ พอดีเรียนถ่ายรูปที่มหาลัยครับเลยลองเอามาให้ดูเล็กๆน้อย ติชมกันได้ครับเพราะถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ครับ ผมมือใหม่หัดถ่ายครับ ลองๆเองผลงานตัวเองมาให้ชมกันครับhttp://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2046_resize.jpg ฺBTS อโศกครับ http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2036_resize.jpg อาคารInterchange ตรงBTS อโศก http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2064_resize.jpg สยามพารากอน http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2062_resize.jpg สยามพารากอน 2 ครับ http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/CopyofISO200_resize.jpg ลาน ร.6 แยกศาดาแดง http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_1448_resize.jpg ลาน ร.6 แยกศาดาแดง (อีกมุม) http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/ISO200_resize.jpg กลุ่มตึกสูงบริเวณต้นถนนสาธร http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2150_resize.jpg ตึอ AllSeason http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/Fluorescent_resize.jpg สถานีต่อไปสถานีห้วยขวาง Next Station ห้วยขวาง 5555 http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2197_resize.jpg แยกนราธิวาส http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/_resize.jpg ตึก เอมไพร์ พิมพ์ถูกป่าวเนี่ย http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/IMG_2390_resize.jpg กลางแม่น้ำเจ้าพระยาครับ http://i842.photobucket.com/albums/zz341/richart2532/Bangkok_resize.jpg ปิดท้ายด้วย วัดอรุณฯ ครับ สวยไม่สวยบอกกันได้ครับยินดีรับคำติชม ปล. Canon 500D ครับ ถ่ายเองทั้งหมด napoleon May 12th, 2010, 06:35 PM ตราดเจรจาทางการค้ากัมพูชา-เวียด ส่งเสริมการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2553 12:54 น. ตราด - จังหวัดตราดเจรจาทางการค้ากับกัมพูชา และ เวียดนาม ส่งเสริมการค้า, การลงทุนและท่องเที่ยว ขณะนักธุรกิจ 2 ฝ่าย บรรลุข้อตกลงส่งออกผลไม้ตราด 1,500 ตัน วานนี้ (11 พ.ค.) ที่ห้องประชุมโรงแรมเหลายาอินแลนด์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.ตราด นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมต้อนรับคณะจากประเทศกัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งนำโดย นายซกซ้ง รองประธานหอการค้าประเทศกัมพูชาและ นายลีฮง นักธุรกิจค้าส่งออก จาก จ.โฮจิมินท์ ประเทศเวียดนาม ในการประชุมเจรจาทางการค้ากับประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม ภายใต้การส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือ ACMES นายแก่นเพชร กล่าวว่า การประชุมเจรจากับประเทศกัมพูชาและเวียดนามเป็นการประสานงานของ พาณิชย์จังหวัดที่นำผู้ประกอบการของประเทศกัมพูชาและเวียดนามมาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการของจังหวัดตราดซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน มีการแลกเปลี่ยนข้อตกลงทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการบริการระหว่างกัน ที่ผ่านมา จ.ตราด ได้มีการเจรจาด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะจังหวัดเกียงยาง ประเทศเวียดนาม ที่ได้มีการเจรจาเรื่องการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวของ จ.ตราด ได้เดินทางไปสำรวจลู่ทางและเส้นทางการท่องเที่ยวใน จ.เกียงยางมาแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวใน จ.เกียงยาง ก็เดินทางมาที่ จ.ตราด เช่นเดียวกัน การเดินทางมาครั้งนี้ จึงนับเป็นความร่วมมือที่จะสานต่อนโยบายการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้มีการกระชับมากขึ้น นางดวงใจ จันทร เจ้าของบริษัท ไทซิงซิง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ส่งออกผลไม้ของ จ.ตราด ไปยัง 2 ประเทศ เปิดเผยว่า การเจรจาส่งผลไม้ไปยังต่างประเทศมีการดำเนินการแล้ว 80-90% มีพ่อค้าโฮจิมินห์รับซื้อลองกองจำนวน 10 ตัน มังคุด 20 ตัน และมีพ่อค้าสีหนุที่เพิ่งเซ็นสัญญาสั่งซื้อ รวมถึงเซ็น MOU อีก 2 ราย โดยเป็นการปฏิบัติได้จริง และในอนาคตจะมีการขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการค้ากับประเทศกัมพูชาและเวียดนามไม่มีปัญหาอุปสรรค แต่จะมีปัญหาในการส่งไปประเทศมาเลเซียเนื่องจากรถขนส่งไม่มาตามที่ได้ตกลงไว้ และผลไม้ที่ส่งไปแต่ละประเทศจะเป็นไปตามความต้องการของตลาดและกำลังซื้อของประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบการค้ากับปีที่แล้ว ในปีนี้การสั่งซื้อของประเทศกัมพูชาจะลดลงแต่ประเทศเวียดนามกลับเพิ่มขึ้น เพราะพ่อค้าของตลาดโฮจิมินห์ มีความต้องการเงาะและลองกองวันละ 500-700 ตัน และคาดว่า ปริมาณในปีนี้จะไม่เกิน 1,500 ตัน ซึ่งมีมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท napoleon May 15th, 2010, 12:18 PM ชาวสวนเทเงาะขวางถนนร้องราคาตก วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:36:34 น. มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ชาวสวนเงาะ อ.เขาสมิง จ.ตราด กว่า 100 คน นำรถยนต์ปิคอัพบรรทุกเงาะเต็มคันเดินทางมาที่บริเวณด่านบ้านท่าจอด ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จากนั้นปิดถนนสุขุมวิทขาออก พร้อมเทเงาะจำนวนกว่า 5 ตันลง จากนั้นโจมตีการทำงานของส่วนราชการ ส่งผลให้รถยนต์ที่เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯจำนวนมากต้องเลี้ยวกลับไปยัง จ.ตราด ต่อมานายแก่นเพชร ช่วงรังสี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำคณะเข้าเจรจากับกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้จังหวัดเข้ามาแก้ไขราคาผลไม้ตกต่ำโดยตรง แต่การเจรจาไม่ได้ข้อสรุป เกษตรกรไม่พอใจ จึงนำรถยนต์มาปิดถนนสุขุมวิทขาเข้าเมืองตราดอีก 2 เลน พร้อมเทเงาะอีก 1 ตัน ลงบนถนน ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด สั่งการให้ พ.ต.อ.หงษ์ มัชฌิมา ผกก.สภ.เขาสมิง และ อส.อำเภอเขาสมิง จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย นางภัทราวดี แซ่เก๊า ตัวแทนเกษตรกร กล่าวว่า เกษตรกรไม่ต้องการเห็นภาครัฐดูแลพ่อค้ามากกว่าเกษตรกร ที่ผ่านมาราคาผลไม้ตกต่ำจำนวนมาก เงาะในอำเภอเขาสมิงมากกว่า 10,000 ตัน ยังรอขายให้กับพ่อค้า ถ้าหากได้ราคาต่ำกว่า 10 บาท เกษตรกรจะอยู่ไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้เข้ามาแก้ปัญหาให้เกษตรกรโดยด่วน napoleon June 17th, 2010, 07:24 PM บุกจับนายทุนบุกรุกป่าเกาะกูด 3 จุด กว่า 100 ไร่ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มิถุนายน 2553 16:40 น. ตราด - ทหารนาวิกโยธิน ปกครอง และตำรวจประสานจับนายทุนบุกรุกป่าเกาะกูด 3 จุด กว่า 100 ไร่ พบใช้รถแบ็กโฮทำถนนตัดขึ้นเขาปลูกยางพารา แต่จับลูกจ้างมอญ 2 คนเป็นผู้ต้องหา ส่วนนายทุนยังต้องติดตาม วันนี้ (17 มิ.ย.) นายพรหมกฤต ม่วงมงคล นายอำเภอเกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด น.อ.ธรรมวัฒน์ มาลัยสุขริน เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พร้อมกำลังทหารนาวิกโยธินจำนวน 1 กองร้อย อส.เกาะกูด เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เกาะกูด และ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเดินทางไปยัง อ .เกาะกูด หลังจากได้ทราบว่ามีนายทุน 3 ราย บุกรุกที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณบ้านคลองเจ้า ป่าแดง และ บริเวณบ้านง่ามโข ก่อนหน้านี้ น.อ.ธรรมวัฒน์ มาลัยสุขริน ได้ส่งกำลังทหารนาวิกโยธินเดินทางลงพื้นที่ล่วงหน้าไปพร้อมกับ อส.เกาะกูด ในเวลา 08.00 น.แล้ว เพื่อควบคุมพื้นที่การบุกรุก เมื่อเฮลิคอปเตอร์ไปถึงได้ลงจอดที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะกูด แล้วเดินทางไปยังจุดที่ได้มีการควบคุมไว้แล้ว 3 จุด และสำหรับจุดที่ น.อ.ธรรมวัฒน์ และนายอำเภอเกาะกูด เดินทางเข้าไป คือ ที่บริเวณบ้านคลองเจ้า ปรากฏว่า พบแรงงานมอญ 2 คนกำลังแผ้วถางป่าอยู่ จึงได้ควบคุมตัวไว้และตั้งข้อหาบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และเมื่อมีการตรวจพื้นที่พบว่ามีร่องรอยของต้นไม้ถูกตัด และป่าถูกถางเป็นบริเวณกว้าง น.อ.ธรรมวัฒน์ กล่าวว่า พื้นที่ที่มีการบุกรุกมี 3 จุด คือ บริเวณป่าบ้านคลองเจ้าที่เป็นต้นน้ำลำธาร บริเวณป่าแดงที่เป็นยอดเขาสูง มีการสร้างถนนขึ้นไปปลูกยางพารา และบริเวณบ้านง่ามโข่มีการบุกรุกตัดต้นไม้จำนวนหนึ่ง โดยมีการดำเนินการมานาน จะเห็นพื้นที่บุกรุกเป็นพื้นที่โลก มีป่าไม้ล้อมรอบด้าน ทั้งนี้ พื้นที่เกาะกูดเป็นพื้นที่ที่ทหารเรือเป็นผู้ดูแลอยู่ อีกทั้งทหารเรือได้รับพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ให้ดูแลปกป้องป่าไม้ต้นน้ำลำธารจำเป็นต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษ นายพรหมกฤต กล่าวว่า พื้นที่ทั้ง 3 จุดจำนวนกว่า 100 ไร่ ที่มีกลุ่มนายทุนบุกรุกเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ใช้วิธีตัดป่าล้างท้อง แล้วจ้างแรงงานชาวมอญเข้าไปแผ้วถางป่า แล้วทำการปลูกต้นยางพารา การจับแรงงานชาวมอญได้จะต้องนำมาสอบสวนเพื่อสืบหาผู้จ้างวาน อย่างไรก็ตามได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าใครเป็นผู้บุกรุก ทั้งนี้ อำเภอเกาะกูดไม่ต้องการเห็นเกาะกูดถูกทำลายเหมือนเกาะอื่นๆ ในประเทศไทย เนื่องจากป่าไม้เกาะกูดยังมีความอุดมสมบูรณ์ และควรจะรักษาไว้คู่กับเกาะกูด การดำเนินการจับกุมครั้งนี้ รับรู้ว่า มีนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง อาจวิ่งเต้นให้ตนเองย้าย ก็พร้อมที่จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เป็นที่น่าสังเกตว่า การดำเนินครั้งนี้ไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหลายคนที่มีความขัดแย้งกับนายอำเภอเกาะกูดอยู่บ่อยครั้ง อนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินยังได้นำกำลังทหาร จำนวน 1 กองร้อย เข้าสำรวจพื้นที่และเฝ้าระวังพื้นที่ ซึ่งจะได้มีการรายงานผลให้กับทางหน่วยฯ ได้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง http://img690.imageshack.us/img690/7360/84130579.jpg (http://img690.imageshack.us/i/84130579.jpg/) napoleon June 21st, 2010, 07:08 PM นอภ.เกาะกูดไล่ล่านายทุนบุกรุกป่า วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7145 ข่าวสดรายวัน ตราด - นายพรหมกฤต ม่วงมงคล นายอำเภอเกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด น.อ.ธรรมวัฒน์ มาลัยสุขริน เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พร้อมกำลังทหารนาวิกโยธินจำนวน 1 กองร้อย, อส.เกาะกูด เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เกาะกูด และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด เดินทางมายังอ.เกาะกูดหลังจากทราบว่ามีนายทุน 3 ราย บุกรุกที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติบริเวณบ้านคลองเจ้า, ป่าแดง และบริเวณบ้านง่ามโข่ เมื่อเดินทางไปพื้นที่พบแรงงานมอญ 2 คนกำลังแผ้วถางป่า นายพรหมกฤตกล่าวว่า พื้นที่ที่มีกลุ่มนายทุนบุกรุกเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารใช้วิธีตัดป่าล้างท้องแล้วจ้างแรงงานชาวมอญเข้าไปแผ้วถางป่า แล้วปลูกต้นยางพารา ต้องนำมาสอบสวนเพื่อสืบหาผู้จ้างวาน ทางอำเภอเกาะกูดไม่ต้องการเห็นเกาะกูดถูกทำลายเหมือนเกาะอื่นๆ ในประเทศไทย เนื่องจากป่าไม้เกาะกูดยังมีความอุดมสมบูรณ์ควรจะรักษาไว้คู่กับเกาะกูด และการดำเนินการจับกุมครั้งนี้รับรู้ว่ามีนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง อาจวิ่งเต้นให้ตนเองย้ายก็พร้อมที่จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด ด้านน.อ.ธรรมวัฒน์กล่าวว่า พื้นที่ที่มีการบุกรุกมี 3 จุด คือ บริเวณป่าบ้านคลองเจ้าที่เป็นต้นน้ำลำธาร บริเวณป่าแดงที่เป็นยอดเขาสูงมีการสร้างถนนขึ้นไปปลูกยางพาราและบริเวณบ้านง่ามโข่มีการบุกรุกตัดต้นไม้จำนวนหนึ่ง การกระทำความผิดดังกล่าวมีกระทำการมานานจะเห็นพื้นที่บุกรุกเป็นพื้นที่โล่งมีป่าไม้ล้อมรอบด้าน ทั้งนี้ พื้นที่เกาะกูดเป็นพื้นที่ที่ทหารเรือเป็นผู้ดูแลอยู่ หน้า 28 napoleon August 28th, 2010, 03:35 PM ส่งออกด่านตราดเฉียด1.2หมื่นล. สินค้าไทยบุกเวียดนาม-หนุนตั้งกรรมการชายแดน วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4240 ประชาชาติธุรกิจ "ตราด" ค้าชายแดนรุ่ง การค้าครึ่งปีทะลุ 1.2 หมื่นล้าน ไทยได้ดุลการค้ากว่า 1.1 หมื่นล้าน นำเข้าจิ๊บจ๊อยแค่ 32 ล้าน ด้านหอการค้าตราดดันเปิดด่านการค้าบ่อไร่-พระตะบอง รองรับตลาดขยายตัว กำลังซื้อพุ่งทั้งในฝั่งกัมพูชาและเวียดนาม แนะรัฐจริงจังตั้งคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นร่วมมือพัฒนาการค้า ท่องเที่ยว นายประวัติ เอนกพูนสินสุข นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การค้าระหว่างไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดตราด ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 53) มีอัตราการขยายตัวดีขึ้น โดยมีมูลค่า 11,692 ล้านบาท เพิ่มจากในระยะเดียวกับปีที่ผ่านมา ร้อยละ 13.84 (10,298 ล้านบาท) แบ่งเป็นมูลค่าการ ส่งออก 11,659 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.83 (10,271 ล้านบาท) ส่วนการนำเข้า 32.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.29 (26.6 ล้านบาท) ไทยได้ดุลการค้า 11,627.31 ล้านบาท สินค้า ส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับ ได้แก่ น้ำตาลทราย นม อาหารเสริม, ขนมต่าง ๆ, เครื่องดื่ม น้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และผงชูรส สินค้านำเข้า ได้แก่ ไม้แปรรูป, กากน้ำตาล, ปลาทะเล, หวาย และอุปกรณ์เครื่องวิทยุโทรคมนาคม นายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า ความขัดแย้งของการเมืองไทย หรือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ในกรณี เขาพระวิหารที่ผ่านมา ไม่มีผลต่อการค้าระหว่างไทย-กัมพูชาทางด้าน จ.ตราด เนื่องจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างเมืองชายแดนด้วยกัน มูลค่าการส่งออกยังเพิ่มขึ้นตลอด เนื่องจากการขนส่งสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือที่สามารถขนส่งสินค้าไปถึงเวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางที่สะดวก เสียภาษีแบบเหมาจ่ายถูกกว่าทางบก ส่วนทางบกใช้เส้นทางถนนหมายเลข 48 นิยมใช้ขนส่งสินค้าที่เป็นของสด น้ำหนักเบา เพราะระบบการเสียภาษีจะเข้มงวดมากกว่าทางเรือ คาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2553 นี้ การค้าจะเติบโตกว่า 10% หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท (ปี 2552 มีมูลค่า 16,778 ล้านบาท) เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว กัมพูชานิยมใช้สินค้าไทย รวมทั้งตลาด การค้าเชื่อมโยงถึงเวียดนาม ขณะที่การค้าทางด้านเกาะกงก็มีการขยายตัวต่อเนื่อง เพราะเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวร แต่มีปัญหาการค้าชายแดนที่จุดผ่อนปรนด้านอำเภอบ่อไร่-จังหวัดพระตะบอง ซึ่งเปิดให้ทำการค้าได้สัปดาห์ละ 3 วัน คือวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ มีปริมาณการค้าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1 ล้านบาท ดังนั้นจังหวัดตราดควรพัฒนาเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรที่ทำการค้าได้ทุกวัน เนื่องจากจังหวัดพระตะบองมีศักยภาพการค้าสูงมาก มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน และยังเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดโพธิสัตและบันเตียเมียนเจย นายประเสริฐกล่าวอีกว่า เมื่อมีการลงนามบันทึกข้อตกลงกับจังหวัดชายแดนของกัมพูชาแล้ว ได้แก่ เกาะกง, พระตะบอง, โพธิสัต, สีหนุวิลล์ ควรมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่น เพื่อร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยวร่วมกัน แม้ว่าบางครั้งรัฐบาลต่อรัฐบาลมีความขัดแย้งกัน แต่ท้องถิ่นก็สามารถทำการค้ากันได้ตามปกติ ด้านนายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิก วุฒิสภาจังหวัดตราด กล่าวว่า ในช่วงสิ้นปี งบประมาณ 2553 ปริมาณการค้าน่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 15-20% หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมหลัก 3 ด้าน คือจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดทั้งทางน้ำและทางบก ความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีมากว่า 20-30 ปี และวัฒนธรรมการค้าที่เป็นแบบพี่น้อง สะดวกทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ และการขนส่ง สำหรับจุดผ่อนปรนทางการค้าที่ อ.บ่อไร่ ควรได้รับการพัฒนาเป็นจุดผ่านแดนทางการค้าเร็วที่สุด เพราะเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ มีเขตติดต่อกับตราดและจันทบุรีใกล้ที่สุดไม่มีทางออกทะเล 3 จังหวัด คือ พระตะบอง มีประชากรกว่า 1 ล้านคน โพธิสัตและบันเตียเมียนเจย ประชากร 1 ล้านคน แม้แต่เกาะกงทุกวันนี้ทางกัมพูชาทำถนนลาดยางอย่างดีมารอเชื่อมชายแดนแล้ว แต่ทางไทยเหลือระยะทางอีก 1.5 กิโลเมตร ไม่สามารถทำถนนได้ ในฤดูฝนน้ำท่วมถนนใช้ไม่ได้ ทำให้การค้าไม่สะดวก ที่ผ่านมาติดเรื่องความมั่นคง เป็นการเสียโอกาสอย่างยิ่ง ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานระดับรัฐมนตรีจะมอบอำนาจให้ท้องถิ่นดูแล แก้ปัญหาการค้าขายกันเอง โดยจัดตั้งเป็นคณะกรรมการประสานงานชายแดนระดับท้องถิ่น "ภาพประเทศกัมพูชาจากส่วนกลางดู น่ากลัว แต่คนในท้องถิ่นไม่รู้สึกเช่นนั้น ชาวกัมพูชามีกำลังซื้อสูง ดื่มน้ำเปล่าแอเรียนท์ ขวดละ 10 กว่าบาท ใช้เงินดอลลาร์ ทำธุรกิจลงทุน 2-3 ล้านดอลลาร์ มีที่ดิน มีผลผลิตทางการเกษตรที่จะทำคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ควรมองด้วยความเป็นมิตร มองเป็นตลาดการค้า เพราะเป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน" นายสุพจน์กล่าว หน้า 23 napoleon January 12th, 2011, 11:01 AM ค้าชายแดนตราด-กัมพูชาตั้งเป้าทะลุ2หมื่นล. วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4279 ประชาชาติธุรกิจ เศรษฐกิจตราดยังรุ่งหลายสาขา ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ กุ้งขาว ขณะที่การส่งออกเนื้อปูตลาดมะกันหดตัว เจอสองเด้งจากปัญหาบาทแข็ง เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้น ประธานหอฯตราดชี้ อย่ามองข้ามตลาดใกล้เคียง ทั้งกัมพูชา เวียดนาม สำนักงานคลังจังหวัดตราดรายงานภาวะเศรษฐกิจตราดปี 2553 ว่า การส่งออกค้าชายแดนขยายตัวร้อยละ 16 พืชเกษตรยังขยายตัวดี ผลไม้ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กุ้ง ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้ของเกษตรกรสวนยางพาราขยายตัวจากการปรับเพิ่มขึ้นทางด้านราคา จากมูลค่า 3,592.39 ล้านบาท เป็น 4,202.91 ล้านบาท ส่งผลดีต่อยอดการขายรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คนโตตาม ส่วนด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมส่งออกปูทะเล ข้าวโพดได้รับผลกระทบจากพิษเงินบาทแข็งและการเมือง ขณะที่รายงานของด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด สรุปภาวะการค้าชายแดนปี 2553 ในช่วงปีงบประมาณ (ก.ย.2552-ต.ค.53) มีมูลค่า19,602.69 ล้านบาท สูงกว่าปี 2552 ถึงร้อยละ 16.8 ส่งออกมูลค่า 19,545.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.79 นำเข้ามูลค่า 56.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.62 โดยสินค้าส่งออกสำคัญยังคงเป็นน้ำตาลทราย นม อาหารเสริม ขนม เครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน และรถยนต์ ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ ไม้แปรรูป กากน้ำตาล ปลาทะเล และหวาย นายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ในปี 2554 โอกาสการส่งออกของไทยผ่านจังหวัดตราดจะขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าไปพนมเปญ สีหนุวิลล์ และผ่านไปประเทศเวียดนาม จีน สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง มีการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ฮุนไดของเกาหลี ที่ชายแดนเกาะกง จะสามารถส่งออกได้ในปี 2554 การก่อสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าของจีน 2 เขื่อน ที่บ้านตะไต ทำให้มีการพัฒนาเมืองรองรับ มีการใช้แรงงานกว่า 1,000 คน มีการสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยจำนวนมาก เพราะอยู่ใกล้และราคาถูก รวมทั้งการขนส่งทางถนนหมายเลข 48 มีความสะดวกรวดเร็ว "คาดปี 2554 มูลค่าการค้าน่าจะถึง 20,000 ล้านบาท แต่จะขยายตัวไม่มากนัก ประมาณ 10% เพราะปี 2553 ขยายตัวสูงถึง 16% เนื่องจากปี 2552 มีอัตราการขยายตัวต่ำมาก เพียง 2% รวมทั้งต่างประเทศยังมีปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ซึ่งต่อไป กัมพูชาไม่ใช่ประเทศที่ไทยจะมองข้ามได้ โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือสินค้าที่มาจากเวียดนาม มาเลเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของไทย" นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า ปีนี้หอการค้าจังหวัดตราดจะทำงานวิจัยวิธีการค้ากับกัมพูชาให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักลงทุนที่สนใจเข้าไปลงทุนในกัมพูชาได้ศึกษา เพื่อทำการค้า การลงทุน ส่วนด้านการท่องเที่ยวนั้นต้องมองประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะหลังวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา กัมพูชาได้ยกเลิกค่าวีซ่าเข้าประเทศ และอยู่ในกัมพูชาได้ 14 วัน นายสุวิทย์ รอบคอบ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเนี่ยนรับเบอร์โปรดักส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ราคายางพาราพุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี และคาดว่าราคาน่าจะดีต่อเนื่อง เพราะปริมาณการใช้ยางธรรมชาติในอุตสาหกรรมรถยนต์จีนและอินเดียมีสูง ขณะที่ผลผลิตยางในประเทศมีไม่เพียงพอ ประกอบกับผลผลิตยางในภาคใต้ลดลงจากภาวะน้ำท่วมและฝนตก ซึ่งตลาดรับซื้อหลักของไทย คือจีนและอินเดีย มีปริมาณยางจากไทยมากถึง 70-80% ที่เหลือเป็นของเวียดนาม อินโดนีเซีย นายพิพัฒน์ ฤกษ์สหกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ยางพารา ปาล์มน้ำมันราคายังคงพุ่งสูง เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศ ส่วนกุ้งขาวราคาดีเพราะผลผลิตของประเทศเพื่อนบ้านเสียหาย ส่วนสับปะรดกระป๋องและข้วโพดกระป๋องยอดการสั่งซื้อไม่ลดลง ราคาวัตถุดิบสับปะรด ลูกใหญ่ 6 บาท ข้าวโพดกิโลกรัมละ 5-6 บาท ในบางช่วงมีปัญหาวัตถุดิบไม่พียงพอต้องสั่งซื้อจากต่างจังหวัด ซึ่งในภาคเกษตรจะมีปัญหาขาดแคลนแรงงานมากในช่วงฤดูกาลผลไม้ สภาอุตสาหกรรมได้เสนอให้จังหวัดช่วยผ่อนปรนการใช้แรงงานต่างด้าว นายไพสันฑ์ วงษ์บุญ ผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์ โครช คแร็บ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตเนื้อปูบรรจุกระป๋องส่งออก เปิดเผยว่า ปริมาณการส่งออกเนื้อปูไปตลาดสหรัฐอเมริกา ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 จากเดือนละ 40 ตู้คอนเทนเนอร์ กระทั่งมีปริมาณต่ำสุดในปีที่ผ่านมา เหลือเพียงเดือนละ 24 ตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของอเมริกาและค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ไม่มีออร์เดอร์เข้ามา ทุกวันนี้ บริษัทจะผลิตเก็บสต๊อกไว้เพียง 4-5 ตู้ ทั้งนี้ ได้หันมาเพิ่มโปรดักต์ปลาแช่แข็งส่งออกด้วย เช่น ปลานิล ปลาทับทิม เพราะจะทำให้ตลาดรับซื้อกว้างขึ้น เนื่องจากเป็นอาหารที่มีราคาถูก ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม 2554 นี้ บริษัทจะไปออกบูทที่เมืองบอสตัน หน้า 24 throf April 9th, 2011, 01:36 PM เมืองเล็กๆ ที่น่ารัก http://muukatha.blog.so-net.ne.jp/blog/_images/blog/_83f/muukatha/7790584.jpg http://muukatha.blog.so-net.ne.jp/blog/_images/blog/_83f/muukatha/7790585.jpg http://muukatha.blog.so-net.ne.jp/blog/_images/blog/_83f/muukatha/7790586.jpg http://muukatha.blog.so-net.ne.jp/blog/_images/blog/_83f/muukatha/7790587.jpg napoleon May 15th, 2011, 07:15 PM ผู้ว่าฯขึ้นฮ.บินตรวจเกาะกูด-เกาะช้าง พบบุกรุกแผ้วถางปลูกยาง-สั่งสอบบ้านกลางป่า วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7473 ข่าวสดรายวัน ตราด - น.ส.เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วย น.อ.พิสัย สุขวัน รองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายทหาร น.อ.กิตติคุณ นาคสุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เดินทางไปตรวจพื้นที่ป่าไม้และการบุกรุก ที่อ.เกาะกูด และอ.เกาะช้างหลังพบว่ามีการบุกป่าไม้ใน 2 อำเภอ ขณะเดียวกันก็เป็นการตรวจพื้นที่ป่าไม้ตามปกติ โดยน.ส.เบญจวรรณ กล่าวว่า พบว่ามีการบุกรุกทำลายป่าไม้ในพื้นที่ อ.เกาะกูด อยู่บ้าง แต่มองเห็นไม่ชัดเจนว่ามีการบุกรุกที่ดินมากนัก เนื่องจากเป็นจุดเล็กและป่าไม้รกทึบ จำเป็นต้องส่งให้ในระดับพื้นที่ลงไปตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนพื้นที่อ.เกาะช้าง มีร่องรอยการบุกรุกที่นานแล้ว แม้จะมีจำนวนมากกว่าก็ตาม จะได้ให้นายอำเภอทั้ง 2 อำเภอได้เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่โดยละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบ้านปลูกอยู่บนเขาในอ.เกาะกูด ทางฝ่ายทหารจับพิกัดไว้แล้วเพื่อตรวจสอบถึงพื้นที่อีกครั้งว่ามีเอกสารสิทธิในที่ดินหรือไม่ หากไม่มีก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ด้านน.อ.กิตติคุณ กล่าวว่า ทหารนาวิกโยธินมีภารกิจในการช่วยฝ่ายปกครองในการดูแลป่าไม้ใน 2 อำเภอ และในพื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งจ.ตราดและจันทบุรี ที่มีการบุกรุกแผ้วถางเป็นประจำ ในการบินตรวจสอบครั้งนี้พบมีร่องรอยการบุกรุกเกิดขึ้นแต่ตรวจสอบในพื้นอากาศจะไม่ชัดเจน จะต้องลงไปในระดับพื้นที่ ผู้บุกรุกจะใช้วิธีการบุกรุกแผ้วถางแล้วปลูกต้นยางพาราแซมเข้าไป บางครั้งมองในระดับสูงไม่เห็น ต้องตรวจสอบในพื้นที่ แต่หากปล่อยระยะเวลาเนิ่นนานก็จะทำลายได้ยาก ขณะที่ฝ่ายทหารพร้อมดำเนินการป้องกันในเรื่องนี้ หน้า 29 http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNVEUyTURVMU5BPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBeE1TMHdOUzB4Tmc9PQ== napoleon July 14th, 2011, 11:25 AM ค้าชายแดนจ.ตราดฮวบเคนขมรแอนตี้ไทย วันพุธที่ 13 กรกฏาคม 2011 เวลา 10:18 น. ค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราดช่วง 8 เดือนปีงบทรุดฮวบเกือบ 1,400 ล้านศุลกากรคลองใหญ่ ชี้สาเหตุหลักจากผลกระทบการขนส่งทางเรือเจอมรสุม ขณะที่การขนส่งสินค้าทางบกเจอผลจากรัฐบาลกัมพูชามีนโยบายต่อต้านสินค้าไทย เปิดช่องสินค้าเวียดนามเสียบแทนที่ มั่นใจรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์"แก้ขัดแย้งได้ นายกฤษฎา อินทชาติ พาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยถึง มูลค่าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราดช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2554 (ต.ค.53- พ.ค.54) ว่ามีมูลค่าการค้ารวม 14,999.49 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ ปี 2553 มีมูลค่า 16,371.59 ล้านบาท หรือลดลง 1,372.10 ล้านบาท ในจำนวนนี้แยกเป็นการส่งออกของไทยไปกัมพูชามูลค่า 14,936.42 ล้านบาท ต่ำกว่าปีงบประมาณ 2553 ที่มีการส่งออก 16,327.33 ล้านบาท หรือลดลง 1,390.91 ล้านบาท ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 49.45 ล้านบาท ต่ำกว่าปี 2553 ที่มีมูลค่า 56.60 ล้านบาท สำหรับสินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยไปกัมพูชาด้านจังหวัดตราดในช่วงดังกล่าว ได้แก่ น้ำตาลทรายมูลค่า 2,646 ล้านบาท นมและอาหารเสริม 1,172 ล้านบาท และขนมต่าง ๆ 879 ล้านบาท และเครื่องดื่ม น้ำอัดลม และน้ำหวานต่างๆ รวม 554 ล้านบาท และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 514 ล้านบาท ส่วนสินค้านำเข้าของไทยจากกัมพูชา 5 อันดับแรกได้แก่ ไม้แปรรูปมูลค่า 14 ล้านบาท กากน้ำตาล 12 ล้านบาท หอยลายสด 5.7 ล้านบาท ปลาทะเลสด 3.6 ล้านบาท และมะพร้าวผล 3.6 ล้านบาท "มูลค่าการค้าชายแดนด้านจังหวัดตราดที่ลดลง มีสาเหตุหลักจากเส้นทางการขนส่งทางทะเล มีอุปสรรคในเรื่องมรสุมทำให้คลื่นมีขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สะดวกต่อการเดินทาง ส่วนเรื่องความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ก็มีส่วนอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก เพราะจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าใด และทั้งสองฝ่ายก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดี ขณะที่แนวโน้มในอีก 4 เดือนข้างหน้าคาดว่า 1-2 เดือนนี้ยังมีมรสุมอยู่ แต่หลังจากนั้น จะเข้าสู่ปกติ ซึ่งจะทำให้พ่อค้าในกัมพูชา สั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น" ขณะที่นายประเสริฐ ศิริ อดีตประธานหอการค้า จังหวัดตราด และเจ้าของท่าเรือ กัลปังหา ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กล่าวว่า การค้าชายแดนด้านกัมพูชาในช่วงปลายปี 2553 ถึงต้นปี 2554 มีมูลค่าลดลงราว 500-800 ล้านบาท สาเหตุหลักนอกจากคลื่นลมมรสุม ทำให้การขนส่งสินค้าลำบากแล้ว ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศก็มีส่วนทำให้นักธุรกิจกัมพูชา ชะลอการสั่งซื้อสินค้าจากไทย อีกทั้งรัฐบาลกัมพูชามีนโยบายต่อต้านสินค้าไทย เปิดช่องให้สินค้าเวียดนามเข้ามาตีตลาดสินค้าไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4-5 เดือนนี้ คาดว่าการส่งออกของไทยไปกัมพูชาจะเพิ่มขึ้น เพราะการเมืองไทยชัดเจน และรัฐบาลชุดใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา ทำให้มั่นใจว่าการค้าชายแดนกับกัมพูชา ด้านจังหวัดตราดจะดีขึ้นตามลำดับ และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณ 2555 การค้าไทย-กัมพูชาจะทะลุถึง 22,000 ล้านบาท ด้านนายธีระ สถิตถาวร ผู้ช่วยนายด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด รักษาการนายด่านฯ กล่าวว่า ตัวเลขการค้าชายแดนที่ลดลงไปบ้างนั้น มีปัญหาจากราคาน้ำตาลในประเทศที่มีความผันผวน และราคาสูงขึ้นทำให้การส่งออกชะงักไประยะหนึ่ง ระหว่างเดือนเมษายน 2554 และมีมูลค่าส่งออกลดลง แต่ระหว่างเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2554 มีมูลค่าส่งออกในแต่ละเดือนมีมูลค่าสูงถึง 1,800 - 1,900 ล้านบาท/ปี ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2553 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,652 14-16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 Astronomers August 30th, 2011, 05:54 AM ตราดเมืองเล็กๆที่แสนสงบครับ credit : ชมรมร่มบินตราดนะครับ http://upmany.com/2U5k.jpg (http://upmany.com/2U5k) adul_mad_adum August 30th, 2011, 06:22 AM ^^ ผมเคยไปเที่ยวครับ ถึงเมืองจะเล็กแต่น่าอยู่ครับ ที่เี่ที่ยวเยอะด้วย ที่เห็นภูเขาไกลๆน่าจะเป็นเกาะช้างป่าวครับ Mikty t a k August 30th, 2011, 06:43 AM ^^แลเห็นโลตัสอยู่ริบๆ ใหญ่เหมือนกันแห่ะสาขาตราด:) Astronomers August 30th, 2011, 07:18 PM คร๊าบๆ ช่ายเลย ภูเขาข้างหลังคือเกาะช้างครับ napoleon August 31st, 2011, 09:19 PM กรมเจ้าท่า จัดเวทีแจงโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์คลองใหญ่ มูลค่า 1.2 พันลบ.พรุ่งนี้ วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2011 เวลา 19:42 น. (31 ส.ค.) นายพงษ์วรรณ จารุเดชา รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตามที่กรมเจ้าท่า ได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ยูนิค จำกัด ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ จังหวัดตราด เพื่อพัฒนาท่าเทียบเรือเพื่อการขนส่งสินค้า ท่องเที่ยว และโดยสารเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการหันมาใช้การขนส่งทางน้ำมากขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาคมนาคมทางน้ำ สร้างมูลค้าการค้าชายแดนมากยิ่งขึ้น โดยโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์คลองใหญ่ จะเป็นการก่อสร้างสะพานเท่าเรือยาว 2,058 เมตร พร้อมท่าเรือเอนกประสงค์และท่องเที่ยว ท่าเรือตรวจการณ์ ท่าเรือประมง แนวกันคลื่นยาว 1,000 เมตร รวมทั้งก่อสร้างอาคารโกดังสินค้า อาคารตรวจสินค้า อาคารทหารเรือ รวมถึงโรงอาหารและที่พนักเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งมีมูลค่าโครงการถึง 1,295.0 ล้านบาท และใช้เวลานารก่อสร้าง 990 วัน ทั้งนี้บริษัทผู้รับเหมาได้ลงพื้นที่เตรียมดำเนินโครงการแล้ว ทางกรมเจ้าท่าจึงกำหนดจัดประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลของโครงการ แผนงานก่อสร้าง มาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชน ขึ้น ในวันพรุ่งนี้( 1 ก.ย. 54) ระหว่างเวลา 13.00 น. – 15.30 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประชุมชี้แจงในวันและเวลาดังกล่าว http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=81772&catid=176&Itemid=524 napoleon September 25th, 2011, 07:43 PM “ผู้ว่าฯ ตราด” ฟื้นสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา นำร่องค้าชายแดนรับเปิดเสรีอาเซียน โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 22 กันยายน 2554 11:18 น. 5 นโยบายกระชับความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา “ด้านสาธารณสุข-เศรษฐกิจการค้าชายแดนแน่นแฟ้นสุด ” ส่วนความแข็งแกร่งด้านอื่นๆ หลังจากปี'57ตราดเปิดท่าเรือน้ำลึกจะขึ้นแท่นเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ พร้อมเปิดเส้นทางส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศ ฟื้นการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมประมง รองรับการค้ายุคเปิดเสรีอาเซียน ตามที่นโยบายของ รัฐบาลต้องการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกัมพูชา ใน 5 ประเด็นทางด้านความสัมพันธ์ประทศไทย - กัมพูชา คือ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านวัฒนธรรม ด้านการท่องเที่ยว และด้านเศรษฐกิจ ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง “เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง” ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เผยกับ“ ผู้จัดการ 360 องศารายสัปดาห์” ถึงนโยบายด้านสาธารณสุขและด้านอนามัย เป็นสิ่งที่เข้ามาเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และสามารถนำมาต่อยอดได้ทันที เนื่องจากช่วงปี 2549 มีการดำเนินการสร้างความร่วมมือกัน ประเทศไทยให้งบประมาณพัฒนาสถานีอนามัย อันดองตึ๊ก ในชุมชนของจังหวัดเกาะก ง ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 6 ล้านบาท โดยให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าไปดำเนินโครงการก่อสร้างและพัฒนาสถานีอนามัย อันดองตึ๊ก อาทิ การปรับปรุงอาคารโครงสร้างพื้นฐาน ให้ยา เวชภัณฑ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ สนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากร ที่ผ่านมาได้ให้ประเทศกัมพูชา คัดเจ้าหน้าที่ที่รู้ภาษาไทยเข้ามาอบรมความรู้ทางการแพทย์และพยาบาลให้เป็นอาสาสมัคร ปฏิบัติหน้าที่ดูแลด้านสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรคติดต่อตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ ให้กับชาวเกาะกง ในประเทศกัมพูชา รองลงมาเป็นความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจที่มีการนำเข้าสินค้าประเภทอุปโภค - บริโภคและวัสดุก่อสร้างผ่านจุดผ่านแดนชั่วคราว และจุดผ่านแดนถาวร โดยเป็นการแลกเปลี่ยนกันประเทศไทยนำเข้าสินค้าที่เป็นของป่าที่ผลิตได้เองมาขายในประเทศไทยและเทศกัมพูชาซื้อสินค้าไทยกลับไป โดยมูลค่าการค้าที่นำเข้าและส่งออกไปนั้นต่างกันมาก เพราะจากตัวเลขที่ผ่านด่านศุลกากรคลองใหญ่ปี 2554 ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกของประเทศไทยสร้างรายได้ปีละ 1,600 กว่าล้านบาท ส่วนมูลค่านำเข้าประมาณ63 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีนี้รายได้จากการส่งออกสินค้าของจังหวัดตราดจะมีการเติบโตคิดเป็นมูลค่าที่ 20,000 กว่าล้านบาท ทั้งนี้แม้ที่ผ่านมามีความกังวลทางด้านปัญหาความมั่นคง และเศรษฐกิจการค้าขายชายแดนกระทบต่อชายแดนจังหวัดตราดนั้น ทว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ที่มีข่าวกระแสการบอยคอตสินค้าไทย แต่ในข้อเท็จจริงมีการใช้สินค้าอุปโภค-บริโภคจากฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง เส้นทางส่งผลไม้ไปตปท. ขณะเดียวกันการส่งออกของสินค้าประเภทผลไม้ที่จุดผ่านแดนนี้ยังคงมีการขยายตัวอย่างเนื่อง เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านที่สำคัญเมื่อส่งไปที่ประเทศกัมพูชาแล้วยังต่อไปที่ประเทศอื่นๆอีก ทำให้จุดผ่านแดนตราด ถือว่าเป็นตลาดหลักของการส่งออกผลไม้ต่อไปตลาดต่างประเทศ ส่วนปํญหาการส่งออกผลไม้ไปกัมพูชาที่ผ่านมา พบปัญหาเรื่องของการเก็บภาษี อาทิ เมื่อประเทศกัมพูชานำเข้ามะม่วงเข้ามาขายในประเทศไทยที่ยังไม่มีการเก็บภาษี 0% และผลไม้บางอย่างมีการเก็บภาษีที่สูงมากซึ่งมีการขอผ่อนปรนอัตราบางส่วนเป็นการภายใน ไม่เรียกเก็บในราคาปรกติ หรือเจ้าหน้าที่ไปเข้มงวดเก็บในบางจุดผ่านชายแดน อาทิ จัดเก็บภาษีในราคาที่สูง ปัญหามะนาวราคาตกต่ำซึ่งในขณะนั้นส่งผลต่อเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวไปร้องทุกข์กับกระทรวงพาณิชย์ว่า การที่นำเข้ามะนาวกับสินค้าพื้นบ้านบางประเภทเข้ามา ส่งผลกระทบให้ราคามะนาวตกต่ำทำให้กระทรวงพาณิชย์ออกมาแก้ปัญหาโดยมีการเข้มงวดจัดเก็บอัตราภาษีตามกฏหมาย ในจุดเองเองที่ทำให้เป็นข้อขัดแย้งกันไม่ราบรื่น ต่อมามีการตกลงผ่อนผันให้กันได้มากขึ้น ในฤดูกาลผลไม้มีผลผลิตมาก จากเดิมปิดด่านเร็ว ล่าสุดนั้นมีการพูดคุยผ่อนผันเพื่อขอยืดระยะเวลาปิดด่านในเวลา 4 ทุ่ม ประมงถ้อยทีถ้อยอาศัย ส่วนอุตสาหกรรมประมงไทยที่เข้าไปลงทุนในน่านน้ำประเทศกัมพูชา ในปัจจุบันไม่พบปัญหาเพราะ เรื่องของการขัดแย้งประมงในเขตทับซ้อน จากเมื่อก่อนที่มีการล้ำเขตเข้าไปน่านน้ำประเทศกัมพูชาแล้วต้องจ่ายใต้โต๊ะ ปัจจุบันนี้ เรียกว่า สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีการพูดคุยตกลงกันได้ โดยแนวโน้มคาดว่าจะดีขึ้น เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นทำให้ใการปฏิบัติต่อกันมีความเป็นมิตรกันมากขึ้น ในจุดที่ทำให้ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดตราดราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะความสัมพันธ์ของประชาชนที่ด่านชายแดน บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด กับคนที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา มีความเป็นญาติพี่น้องมีเชื้อชาติเดียวกัน และในระดับเจ้าหน้าก็มีถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ขอกันได้ทำให้ไม่มีอุปสรรคมากนัก ปี'57เปิดท่าเรือน้ำลึก จุดผ่านแดนชายแดนไทย-กัมพูชาที่จังหวัดตราด เมื่อเทียบกับชายแดนไทย-กัมพูชาในจังหวัดอื่นๆ มีจุดเด่น เพราะเป็นจุดผ่านแดนถาวรเส้นทางจะออกไปประเทศเวียดนามระยะทางใกล้ เส้นทางคมนาคมสะดวก ที่สำคัญการคมนาคมทางเรือเป็นจุดเด่น เส้นทางจันทบุรีขนส่งทางเรือไม่ได้ จุดนี้ทำให้มูลค่าการส่งออกสูง เพราะมีสินค้าที่ส่งไปทางเรือได้ โดยเฉพาะในปี 2557 ประเทศไทยมีท่าเรือของเอกชน ขนส่งสินค้าส่งออกโดยทางเรือ ซึ่งช่วยลดต้นทุนที่ต่ำ ทำให้มีรายได้จากสินค้าจากที่อื่นส่งผ่านแดนจุดนี้ไปที่ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้หลังโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกมูลค่า 1,300 ล้านบาทแล้วเสร็จ เพื่อมารองรับการขนส่งเรือบรรทุกสินค้าขนาด 500 ตัน ซึ่งจะช่วยให้ความสะดวกในการขนส่งได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ที่มีท่าเรือรองรับเรือขนาดเล็กซึ่งบรรทุกสินค้าได้ไม่มาก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะยกระดับท่าเรือจังหวัดตราดขึ้นมาเป็นท่าเรือระบบโลจิสติกส์ที่สำคัญในการส่งออกไปประเทศต่างๆด้วยเช่นกัน เป็นทางลัดไปประเทศเวียดนาม ประเทศจีนโดยไม่ใช้เวลามากนัก โดยการขนส่งทำให้เรือใหญ่มาขนส่งสินค้าส่งผลต่อต้นทุนที่ต่ำลง อาทิ การขนส่ง น้ำตาลทราย นม อาหารเสริม ขนมขบเคี้ยว ยางรถยนต์ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม ผงชูรส เม็ดพลาสติก รถยนต์นั่งสวนบุคคล น้ำมันหล่อลื่น ของใช้ที่ผลิตจากเมล็ดพลาสติก สินค้าเหล่านี้ติดอันดับการนำเข้า อันดับแรกๆที่ประเทศกัมพูชานำเข้าจากประเทศไทย ฟื้นการท่องเที่ยว ทางด้านความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นจะช่วยเสริมศักยภาพ ผลักดันเศรษฐกิจทางการท่องเที่ยวไทย-กัมพูชาให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากจุดเด่นที่ภาคตะวันออกเป็นเมืองชายทะเล ทำให้สามารถจัดเส้นทางการท่องเที่ยวได้หลากหลายเส้นทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเวียดนาม จากเดิมที่การเดินทางต้องผ่านแดนที่จังหวัดมุกดาหาร ปัจจุบันสามารถเดินทางผ่านประเทศไทย-กัมพูชา-เวียดนามเข้ามาเที่ยวโซนตะวันออกของประเทศไทยได้อีกด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวอีกว่า เส้นทางที่มีการเชื่อมต่อไปประเทศเวียดนาม ถือเป็นการเปิดตลาดที่สำคัญเพื่อไปเจาะกำลังซื้อของคนในประเทศเวียดนามที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงรองรับการเปิดเสรีอาเซียนต่อยอดไปที่ประเทศจีนอีกด้วย แผนรับAEC ด้านแนวทางเพื่อรองรับการเปิดเสรีในเวทีประชาคมอาเซียนของจังหวัดตราด ที่ผ่านเริ่มตื่นตัวโดยให้ความสำคัญกับการศึกษาให้ความรู้กับความหมายของการค้าขายในอาเซียนให้กับผู้ประกอบการ ทั้งด้านภาษาเพื่อนบ้าน ภาษากัมพูชา เวียดนาม ที่สามารถเสริมศักยภาพการทำการค้าชายแดนมีความสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการเปิดรับแรงงานจากประเทศกัมพูชาเข้ามา เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีพรหมแดนติดกัน การสื่อภาษาติดต่อกันได้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นกว่าเดิม “โอกาสอาเซียนของจังหวัดตราด” ในเรื่องของการค้าเอง ในแง่ที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิต แหล่งอาหาร ทางด้านการเกษตร การประมง ดังนั้นในสิ่งเหล่านี้ที่เป็นจุดแข็งจะมีตลาดที่เข้าไปขายได้ง่ายมากขึ้น หรือ การเข้าไปตั้งฐานการผลิตในประเทศการที่มีพื้นที่ใกล้เคียงติดกันนั้นเลย และนำกลับมาเป็นอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งมีหลายทางเลือกให้กับการดำเนินธุรกิจ อุปสรรคอาเซียน ในวันนี้ เมื่อไม่มองว่ามิตรภาพเหล่านี้คือ คู่แข่ง แต่เปลี่ยนภาพว่า ประเทศเพื่อนบ้านเป็นพันธมิตร อาจมีการลงทุนที่ต่างประเทศ และเข้ามาลงทุนในประเทศ ทว่าเมื่อไหร่ที่มองเป็น คู่แข่งจะมีเรื่องอุปสรรค” สำหรับการตอบรับประคมอาเซียนของจังหวัดตราด ในระดับนักธุรกิจเริ่มมีการตื่นตัวกันมากขึ้น ส่วนในระดับชาวบ้านทั่วไปต้องยอมรับว่า มีการตื่นตัวน้อยมาก เรียกว่า ระดับประเทศเอง ก็มีการตื่นตัวน้อยมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับผลสำรวจกับประชาชนของสปป.ลาว ซึ่งต้องเป็นผลจากระบบการศึกษาไทย ให้ความสำคัญในการเรียนรู้ประเทศอเมริกา และประเทศในยุโรปมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านรอบตัวเราเองอีก “การเตรียมรับมือในระดับจังหวัด โดยทางสมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา จังหวัดตราดได้เสนอแนวคิดในการให้การศึกษาความรู้ในประเทศอาเซียนเข้าไปในระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะทางด้านภาษา-ความรู้ความเป็นไปของประเทศเพื่อนบ้านหรือประวัติศาสตร์ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทย ซึ่งในจุดนี้มีโครงการให้นักเรียนจากกัมพูชาเข้ามาเรียนในประเทศไทยด้วย นับว่าเป็นการปลูกฝังความเป็นมิตรประเทศต่อกันที่ดี เพราะแม้มีเส้นแบ่งเขตแดนแบ่ง แต่จิรงแล้วก็รวมเป็นชาติทวีปเดียวกัน ในความเป็นจริง ยังมีการทำการค้าขายไปมาหาสู่กัน” “ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด” กล่าว http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9540000120743 alice006 September 27th, 2011, 03:32 PM เมืองเล็กๆ ไม่วุ่นวายเหมือนบ้านผมเลย จะวุ่นเฉพาะหน้าท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวครับ ส่วนเกาะช้างสมชื่อครับ ขนาดมองไกลๆ ยังขนาดนี้เลยนะ napoleon October 16th, 2011, 08:56 PM จัดสปีดโบ๊ท5ลำข้ามเกาะช้าง แก้เผ็ดท่าเรือยึกยักปรับเงื่อนไข บรรเทาผลกระทบนักท่องเที่ยว น.ท.สมบัติ บุญเกิดพานิช นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า จากการที่ ผู้ประกอบการเรือเฟอร์รี่ข้ามฝาก 2 แห่ง คือ ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์เฟอร์รี่ และท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวและรถยนต์ที่จะข้ามไป อ.เกาะช้าง ทั้งการยกเลิกการขึ้นเรือเฟอร์รี่ของรถยนต์ 4 ล้อ และปรับเปลี่ยนวัน-เวลา กลับ ต้องแจ้ง ทำให้ผู้เป็นสมาชิกและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด และผู้ประกอบการ เรือเร็ว จึงได้ร่วมกันนำเรือเร็วหรือสปีดโบ๊ทมารับส่งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ อ.เกาะช้าง มาเปิดให้บริการ โดยจะใช้ท่าเรืออนุสรณ์สถานฝั่ง อ.แหลมงอบ เป็นที่รับ-ส่ง และฝั่ง อ.เกาะช้าง ใช้ท่าเรือบ้านด่านเก่าเป็นที่รับ-ส่ง ซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี การเปิดให้บริการเรือโดยสารข้ามฟากโดยใช้เรือเร็ว หรือเรือสปีดโบ๊ท เป็นการจับมือร่วมทุนกันระหว่างผู้ที่เป็นสมาชิกของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด โดยเฉพาะผู้ที่ เป็นเจ้าของเรือเร็ว ส่วนหนึ่งก็เป็นสมาชิก ที่มีความสามารถในการขับเรือเร็วอยู่แล้วทำให้ ไม่ต้องมีการลงทุนมากนัก ในเบื้องต้นได้เตรียม เรือเร็วไว้คอยบริการ รวมทั้งสิ้น 5 ลำด้วยกัน มีให้เลือกทั้งสองประเภท ทั้ง 15 และ 30 ที่นั่ง อย่างน้อยก็เป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ไม่ได้ใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางและต้องการความสะดวกรวดเร็ว ก็จะมีบริการตลอดทั้งวัน ตามตารางเวลาและในช่วงเวลากลางคืน ก็ยังมีเรือเร็วไว้คอยบริการ http://www.naewna.com/news.asp?ID=284219 Skycamden October 19th, 2011, 11:49 AM TESCO Lotus Trat http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/269632_235308809820233_234209679930146_886934_5143002_n.jpg http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/261452_235308853153562_234209679930146_886936_7957321_n.jpg http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/267327_235308889820225_234209679930146_886938_2221749_n.jpg http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/259807_235308926486888_234209679930146_886940_4731589_n.jpg http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/260132_235308953153552_234209679930146_886941_3771292_n.jpg http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/270752_235308986486882_234209679930146_886943_6222960_n.jpg http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/270227_235309016486879_234209679930146_886944_1776041_n.jpg http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/261727_235309029820211_234209679930146_886945_7814069_n.jpg http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/270117_235309056486875_234209679930146_886946_6623525_n.jpg http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/269607_235309083153539_234209679930146_886947_6250432_n.jpg http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/260542_235309113153536_234209679930146_886948_231143_n.jpg http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/267527_235309143153533_234209679930146_886949_3758577_n.jpg http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/270177_235309209820193_234209679930146_886950_5669822_n.jpg http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/267882_235309273153520_234209679930146_886951_45241_n.jpg http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/262307_235309339820180_234209679930146_886952_4864837_n.jpg http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/260392_235309426486838_234209679930146_886953_4106134_n.jpg http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/264347_235309516486829_234209679930146_886954_6431896_n.jpghttp://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/264347_235309516486829_234209679930146_886954_6431896_n.jpg http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/283863_241032835914497_234209679930146_912668_7432312_n.jpg http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/293335_256850384332742_234209679930146_973832_7840242_n.jpg http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/291954_256850407666073_234209679930146_973833_4285208_n.jpg http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/294044_256850437666070_234209679930146_973834_1026778_n.jpg http://www.facebook.com/PPSGroup?sk=photos napoleon December 7th, 2011, 12:45 PM “เกาะขาม” เละหลังนักลงทุนสร้างเขื่อนกันคลื่นบุกรุกทะเล โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2554 16:18 น. ตราด - “เกาะขาม” ใน อ.เกาะกูด จ.ตราด เละ หลังนักลงทุนสร้างเขื่อนกันคลื่นบุกรุกทะเล เจ้าท่าตราดฟ้องบุกรุกลำน้ำนาน 1 ปี คดีไม่คืบ อบต.เกาะหมาก ยันถูกต้อง นายจักรพรรดิ ตะเวทีกุล นายก อบต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด เปิดเผยว่า จากการที่มีผู้ประกอบการ, นักท่องเที่ยว และทางจังหวัดได้สอบถามถึงการพัฒนาเกาะขามที่เป็นเกาะหนึ่งใน ต.เกาะหมาก ว่า ทำไมมีการก่อสร้างโรงแรมขึ้น และมีการรุกล้ำทะเลอันเนื่องมาจากการทำเขื่อนกันคลื่นและทำหาดทรายเทียมนั้น ทางผู้ประกอบการได้ขออนุญาตในการดำเนินการที่ถูกต้องในการขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมที่จะทำเป็นแบบบังกะโลพูลวิลล่า (มีสระว่ายน้ำในตัว) โดยจะก่อสร้างไม่เกิน 2 ชั้น ลักษณะเดียวกับโรงแรมโซเนวา ใน ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ส่วนเรื่องการถมทะเลเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับ อบต.เกาะหมาก เพราะเป็นเรื่องของเจ้าท่าตราด ซึ่งทราบว่ามีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ลงทุนแล้ว “อบต.เกาะหมาก ได้แจ้งให้นายอำเภอเกาะกูด ได้รับทราบไปแล้วในเรื่องการก่อสร้างทราบว่าทางผู้ลงทุนได้ซื้อทรายขาวจาก ต.อ่าวใหญ่ แล้วขนมาลงในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ ส่วนการรุกล้ำทะเลทางเจ้าท่าตราด ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีจาก ตำรวจ สภ.เกาะกูด” ด้าน นายทรงกลด พึ่งสอนรักษ์ ปลัดฝ่ายปกครองที่ว่าการ อ.เกาะกูด กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว และทาง อบต.เกาะหมาก ที่ทำหนังสือรายงานมาให้ทางอำเภอรับทราบแล้ว แต่ทางอำเภอเกาะกูด ไม่มีอำนาจในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม หากโรงแรมแห่งนี้จะขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ทางอำเภออาจจะไม่ให้ใบอนุญาต เพราะมีการกระทำผิดกฎหมายการก่อสร้างและหากจะดำเนินธุรกิจก็จะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน ส่วนเรื่องที่เจ้าท่าสั่งฟ้องก็ดำเนินการไปตามกฎหมายเจ้าท่าไป สำหรับการฟ้องร้องดำเนินคดีของเจ้าท่าตราด กระทำในสมัยที่ นายสุรชัย บุรพานนทชัย อดีตเจ้าท่าตราดดำรงตำแหน่ง และได้มอบหมายให้ นายประสงค์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ช่วยเจ้าท่าตราด เป็นผู้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในข้อหาบุกรุกลำน้ำแล้ว โดยการสร้างเขื่อนรอบเกาะแล้วใช้ทรายถม ลงไปเพื่อเพิ่มเติมพื้นที่ มีการก่อปูนบริเวณหาดห่างจากเกาะ 1-1.5 เมตร ซึ่งแจ้งความไปแล้วนานกว่า 1 ปี 6 เดือน แต่เรื่องยังไม่ขึ้นศาล จ.ตราด โดยผู้เป็นเจ้าของ เป็นนักธุรกิจร้านอาหาร ใน จ.ชลบุรี http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000155805 napoleon January 28th, 2012, 06:21 PM เกาะกูดวอนปัญหาเอกสารสิทธิ ผู้ว่าฯตราดชี้เหตุใหญ่-ราคาที่ดินสูงล่อใจ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7731 ข่าวสดรายวัน ตราด - นายวิชิต ไทรทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.เกาะกูด กล่าวถึงปัญหาของอำเภอเกาะกูดนั้นมีปัญหาหลายสาเหตุ ซึ่งปัญหาที่สำคัญคือปัญหาทางด้านพื้นที่ทำกินที่ประชาชนในพื้นที่เกาะกูดในหลายพื้นที่ยังคงไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง และปัญหาทางด้านไฟฟ้าตกที่ยังคงมีเป็นบางช่วง และน้ำที่ประชาชนในบางพื้นที่ในช่วงน่าแล้งจะมีปัญหาเป็นอย่างมาก ขอให้ทางจังหวัดเข้าช่วยเหลือ นายเสมอ เป็ดแก้ว อายุ 76 ปี ชาวบ้าน ม.1 ตำบลเกาะกูด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่ชาวบ้านบนเกาะมีปัญหามากที่สุดนั้นคือ ปัญหาพื้นที่ทำกิน ได้ยื่นหนังสือเพื่อให้เข้าสำรวจและช่วยเหลือ ผ่านมาแล้วจำนวน 3 ครั้งแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน หากเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจแล้ว ชาวบ้านไม่มีสิทธิ์เข้ามาทำกินได้ก็ยอมที่จะเช่าที่เพื่อประกอบอาชีพ ด้านนางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า ทางจังหวัดโดยทางธนารักษ์จังหวัดก็เร่งรัดในการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินอยู่ ทยอยออกเอกสารสิทธิไปบ้างแล้วการดำเนินการยังมีปัญหาติดขัดอยู่บ้าง เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ ที่ดินที่ชาวเกาะกูดครอบครองอยู่เป็นที่ดินของตนเองจริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ควรจะยอมรับจะได้หาช่องทางอื่นในการเข้ามาครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย "อยากจะให้ชาวเกาะกูดยอมรับว่าที่ดินที่ทำประโยชน์อยู่มันใช่หรือไม่ใช่ของตัวเอง ถ้าไม่ใช่ก็ขอเช่าจากธนารักษ์จะได้ครอบครองอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่มีปัญหาไปขายสิทธิ์ให้กับนายทุนไปแล้วก็เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไข ราคาที่ดินที่เป็นสิ่งล่อใจ นำที่ดินที่มีอยู่ไปขายให้กับนายทุนเนื่องจากเห็นว่าราคาที่ดินสูง ที่สุดแล้วก็ไม่มีที่ดิน หันไปบุกรุกที่ดินในป่าเพื่อทำกินอีก ป่าไม้เกาะกูดก็จะหายไปอีก ส่งผลกระทบเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศ" หน้า 9 http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNVEk1TURFMU5RPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBeE1pMHdNUzB5T1E9PQ== Mangiang February 14th, 2012, 09:49 AM ครม.อนุมัติกฟภ.ลงทุนเคเบิลใต้น้ำ1.4พันล. ครม.อนุมัติ กฟภ.ลงทุนโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้าด้วยสายเคเบิลใต้น้ำ เกาะกรูด-เกาะหมาก 1.4 พันล้าน ประเมินผลตอบแทนการเงินติดลบ11.45% นายภักดีหาญ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะกูด เกาะหมาก จังหวัดตราด ของโครงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) วงเงินการลงทุน 1,413 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกู้เงินในประเทศ จำนวน 1,059 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันเงินกู้ และใช้รายได้ของ กฟภ. ลงทุนเองจำนวน 354 ล้านบาท ทั้งนี้ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆ ของการกู้เงินตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อการลงทุนโครงการดังกล่าว แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะไม่มีความคุ้มค่าการลงทุน เพราะมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนทางการเงิน -11.45% แต่เมื่อพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการประหยัดค่าสูญเสียทางเศรษฐกิจเนื่องจากไฟฟ้าดับ และการลดปัญหาในด้านการปฏิบัติการและการบำรุงรักษาของระบบไฟฟ้า รวมทั้งโครงการดังกล่าวมีผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ในระดับที่ยอมรับได้ ที่มีอัตราผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ 15.64% ประกอบกับสถานะทางการเงินของ กฟภ.สามารถรองรับการลงทุนได้ http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20120213/435822/ครม.อนุมัติกฟภ.ลงทุนเคเบิลใต้น้ำ1.4พันล..html Astronomers February 15th, 2012, 05:43 AM ดีครับ ไปเที่ยวเกาะกูดทีไร เปิดแอร์แค่ตอนกลางคืนเกือบทุกทีเลย napoleon March 9th, 2012, 06:51 PM "ตราด"สำรวจตึกเลี้ยงนางแอ่น พบผิดสเป๊กอีกเพียบ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7772 ข่าวสดรายวัน ผิดสเป๊ก - สภาพตึกและอาคารใน ต.วังกระแจะ และต.เนินทราย จ.ตราด ที่ใช้เลี้ยงนกนางแอ่นกินรัง พบส่วนใหญ่ดัดแปลงอาคารผิดสเป๊กและไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ยื่นเรื่องไว้กับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ตราด - นายธนากร สงวนพงษ์ วิศวกรโยธาธิการชำนาญงาน สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจากเกิดปัญหาขึ้นจากการขยายตัวของการเลี้ยงนกนางแอ่นกินรัง ผวจ.ตราด จึงสั่งการให้ทางโยธาธิการฯ ตราด เข้าไปตรวจสอบอาคารที่มีการเลี้ยงนกนางแอ่นกินรังพบว่า ผู้ประกอบการจะขออนุญาตจากฝ่ายช่างของเทศบาลเมืองตราดว่าจะต่อเติมอาคารหรือก่อสร้างที่อยู่อาศัยผ เพื่อให้ได้ใบอนุญาตก่อน หลังจากนั้นจะดัดแปลงอาคาร เช่น ช่องที่ทำหน้าต่างหรือช่องวางแทนที่จะเป็นบานใหญ่ก็เป็นบานเล็ก หรือทำเป็นช่องเล็ก ทำท่อและมีเสียงเรียกนก ซึ่งตรวจแล้วพบว่าผิดทุกแห่งเนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ "อาคารที่ทำผิดเหล่านี้ เป็นอำนาจของท้องถิ่นที่ต้องเข้าไปดำเนินการเอาผิดกับผู้ดัดแปลง ส่วนโยธาธิการฯ ตราด ไม่มีอำนาจดำเนินการการทำผิดสเป๊กจากแบบที่ขออนุญาตเดิม โดยกฎหมายที่สามารถเอาผิดได้คือพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2538 ที่ดูแลในเรื่องความรำคาญ เสียง หรือกลิ่น" นายธนากรกล่าว นายธนากรกล่าวอีกว่า ทางที่ดีที่สุดคือการกำหนดพื้นที่เลี้ยงเฉพาะหรือโซนนิ่งขึ้นมาแล้วมีระบบในการควบคุมร ปัญหาก็จะลดลงไป แต่ทุกวันนี้กลับมาแออัดอยู่ในพื้นที่เมือง โดยจากการตรวจสอบพื้นที่ในเทศบาลเมืองตราด ต.วังกระแจะ และต.เนินทราย เป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงลูกนางแอ่นหนาแน่นที่สุด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองตราดถือว่าหนาแน่นมาก หากมีการอนุญาตให้ทำอีกอาจจะเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความเป็นอยู่ของประชาชนในอนาคตได้ หน้า 10 http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNVEV3TURNMU5RPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBeE1pMHdNeTB4TUE9PQ== nco1236 March 9th, 2012, 09:09 PM ใหญ่กว่าสิงห์บุรีอีก Setgabell March 13th, 2012, 03:31 PM ผมกับเพื่อนจะไปเที่ยวเกาะกูดกันในวันที่ 16 นี้อ่ะครับ แต่ตอนนี้มีปัญหาคือ หาที่พักไม่ได้อะครับ พอจะมีที่พักที่ไหนแนะนำบ้างครับ ขอความกรุณาด้วยครับ ไปแบบทริปนักศึกษาอ่าครับประมาณ 4คน ขอบคุณล่วงหน้าครับ joxchiangmaithailand March 14th, 2012, 11:43 AM ภาพสวยๆ ของสนามบินเล็กๆ บนเกาะ ขอขอบคุณ รูปภาพ จากเพจของ สายการบิน Thai Regional https://www.facebook.com/ThaiRegional http://img526.imageshack.us/img526/3056/63470921.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/526/63470921.jpg/) http://img442.imageshack.us/img442/7258/77369295.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/442/77369295.jpg/) http://img405.imageshack.us/img405/6863/81773628.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/405/81773628.jpg/) http://img20.imageshack.us/img20/2436/92609423.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/20/92609423.jpg/) http://img824.imageshack.us/img824/5711/66520638.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/824/66520638.jpg/) http://img828.imageshack.us/img828/8886/32444600.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/828/32444600.jpg/) Uploaded with ImageShack.us (http://imageshack.us) napoleon May 7th, 2012, 08:27 PM ลอบขนก๊าซหุงต้มขายกัมพูชา ทัพเรือ - กรมศุลฯเอาจริง..จับแหลก วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2555 เวลา 00:00 น. จังหวัดตราด เป็นจังหวัดทางภาคตะวันออกมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชาทั้งทางบก และทางน้ำ ซึ่งทางบก มีระยะทาง 165 กิโลเมตร ในส่วนของพื้นที่ติดกับทะเลด้านอ่าวไทย มีระยะทางมากกว่า 160 กิโลเมตร ซึ่ง อ.บ่อไร่ ติดกับ จ.พระตะบอง มีจุดผ่อนปรนการค้า 2 แห่ง คือ บ้านมะม่วง ต.นนทรีย์ และที่บ้านหมื่นด่าน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ และมีช่องทางเข้า-ออกอีกกว่า 4-5 แห่ง เช่น ช่องคลองปูนเปียก ช่องช้างทูน ช่องเนินตากแดด ช่องกระดูกช้าง ส่วนที่ อ.เมืองตราด ติดกับ จ.โพธิสัต มีช่องทางการเข้า-ออกที่เคยเป็นจุดผ่านแดน แต่ปัจจุบันปิดไปแล้ว เช่น ช่องท่ากุม ช่องชำราก ช่องเขาพลู ช่องบ้านท่าเส้น และช่องทางธรรมชาติ เช่น ช่องคลองม่วง ช่องเขาล้าน ช่องบ้านสะพานหิน ส่วนที่ อ.คลองใหญ่ มีจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหาดเล็ก เป็นเส้นทางขนส่งทางบก ส่วนทางน้ำอยู่ที่บ้านคลองสน และที่เคยเป็นจุดผ่านแดน เช่น บ้านตาหนึก บ้านคลองมะนาว บ้านคลองเจ้า และบ้านเขาวงศ์ ปัจจุบันการเดินทางไปมาหาสู่และการค้าขายของทั้ง 2 ประเทศ จะใช้ช่องทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ เป็นหลัก เนื่องจากสะดวกและสามารถทำพิธีทางการค้าส่งออกได้ สำหรับการค้าขายระหว่าง 2 ประเทศ แต่ละปีมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2554 ที่ผ่านมา ระหว่างเดือนตุลาคม 2553-เดือนพฤศจิกายน 2554 มีมูลค่าสูงกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งออกไปทางเรือที่ท่าเรือเพื่อการส่งออกของเอกชน 3 แห่ง คือท่าเรือกัลปังหา ท่าเรือชลาลัย และท่าเรือสำเริง ซึ่งสินค้าที่ส่งไปจำหน่ายยังประเทศกัมพูชาส่วนใหญ่ จะเป็นสินค้าอุปโภค บริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นสินค้าหลัก แต่ที่นอกเหนือจากสินค้าอุปโภค บริโภคแล้ว นั่นคือ “ก๊าซหุงต้ม” ถือเป็นสินค้าอันดับต้น ๆ ที่เป็นความต้องการของชาวเกาะกงในประเทศกัมพูชา เพราะ “ก๊าซหุงต้ม” ในกัมพูชานอกจากราคาแพงกว่าไทย 2-3 เท่าตัวแล้ว ยังหายาก บุคคลที่จะใช้ได้ก็ต้องเป็นผู้ที่มีฐานะ ดังนั้นผู้ประกอบการค้าจาก จ.ตราด บางรายจึงเห็นช่องทางการนำก๊าซหุงต้มไปจำหน่ายใน จ.เกาะกง โดยผ่านท่าเรือทั้ง 3 แห่ง ดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้า “ก๊าซหุงต้ม” ใน อ.คลองใหญ่ ได้นำก๊าซส่งออกไปกัมพูชาโดยสั่งซื้อ “ก๊าซหุงต้ม” จากฝั่งไทยที่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี โดยเฉพาะขนาด 15 กิโลกรัมต่อถัง ไปจำหน่ายในกัมพูชาจำนวนนับ 10,000 ถังต่อเดือน ทำให้การค้าชายแดนด้านตราด กับเกาะกง หากนับรวมการค้านอกระบบแล้วจะมีมูลค่าประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับกลุ่มพ่อค้าที่ทำการลักลอบ ในขณะที่ประเทศไทยต้องแบกภาระค่าชดเชยให้กับชาวกัมพูชา ปีหนึ่งเป็นเงินนับร้อยล้านบาท แหล่งข่าวคนหนึ่งใน จ.ตราด ได้เปิดเผยถึงขบวนการค้า “ก๊าซหุงต้ม” ว่า แม้ชายแดนด้านจังหวัดอื่นจะมีการสู้รบกัน แต่ชายแดนด้าน จ.ตราด ไม่เคยมีผลกระทบ แม้จะมีบางครั้งที่ปิด แต่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากความสัมพันธ์ของทั้ง 2 จังหวัด เหมือนพี่กับน้องและใกล้ชิดกันมา ทำให้ชาวเกาะกงต้องพึ่งพาสินค้าอุปโภค-บริโภคจาก จ.ตราด เพื่อเลี้ยงคนของเขา รวมทั้ง“ก๊าซหุงต้ม” ที่ชาวเกาะกง ต้องพึ่งพาอาศัยจาก จ.ตราด โดยการนำจาก อ.คลองใหญ่ลงเรือที่ท่าเรือบ้านหาดเล็ก,ท่าเรือคลองสน ที่มีท่าเรือของเอกชน 2 แห่ง ซึ่งในขณะนั้นมีปริมาณไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าสัตว์น้ำทะเล กระทั่งปัจจุบัน มีการพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อการส่งออกโดยสมบูรณ์ ซึ่งผู้ค้าจะมีการนำ “ก๊าซหุงต้ม” ขนลงเรือสินค้าติดไปกับเรือ 3-4 ถัง เป็นเรื่องปกติที่มีการนำไปใช้ในครัวเรือน แต่ก็มีการนำเรือขนก๊าซหุงต้มออกไปจำนวนมากตั้งแต่ 50-200 ถังต่อเที่ยว เจ้าของท่าเรือกัลปังหา เปิดเผยอีกว่า จ.เกาะกง มีความจำเป็นที่ต้องพึ่งพา “ก๊าซหุงต้ม” จาก จ.ตราด เนื่องจากราคาก๊าซหุงต้มในกัมพูชามีราคาสูงกว่าประเทศไทย 1-2 เท่าตัว และกัมพูชาก็ไม่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติ จึงต้องพึ่งพาอาศัยจากไทย หรือเวียดนาม รวมทั้งมาเลเซีย แต่ “ก๊าซหุงต้ม” จากประเทศไทยมีความนิยมมากกว่า เนื่องจากมีราคาถูกกว่า และถังก๊าซหุงต้มมีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงกว่า ซึ่งระยะหลังไม่เพียงจะมีการใช้ใน จ.เกาะกง เท่านั้น แต่จะมีการนำไปจำหน่ายในสีหนุวิลล์ และพนมเปญด้วย มีรายงานด้วยว่า ปัจจุบันเกาะกงมีความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมากเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ในกัมพูชา ทำให้มีความต้องการบริโภคสินค้าจากไทยมาก เพราะสินค้าร้อยละ 70-80 เป็นสินค้าจากไทยทั้งสิ้น รวมทั้งก๊าซหุงต้มที่มีความต้องการสูงเพราะสะดวกและคุ้มค่าแม้จะมีราคาแพงแต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งโรงแรม ร้านอาหาร หรือธุรกิจใหญ่ ๆ รวมทั้งชาวเกาะกงเองก็ต้องการมาก โดยในเวลา 1 เดือน ชาวเกาะกงต้องใช้อย่างน้อย 1 หมื่นถัง ถ้านับรวม 1 ปีก็ประมาณ 1-2 แสนถัง จากนั้นได้มีการนำไปที่สีหนุวิลล์ และพนมเปญมากขึ้นด้วย ซึ่งมีพ่อค้ารายใหญ่จำนวน 2 ราย นอกนั้นก็เป็นรายย่อย 3-4 ราย ที่ทำการค้ากันอยู่ โดยผู้ค้าจะมีการติดต่อรับออร์เดอร์จากพ่อค้ากัมพูชาใน จ.เกาะกง แล้วส่งไปทางเรือขนส่งสินค้าที่มานำสินค้าจากท่าเรือ 2 แห่งแล้วนำใส่ท้ายเรือไปคราวละ 40-50 ถัง ขณะที่ราคาในปัจจุบันของไทย ราคา 295-300 บาทต่อถัง แต่ในกัมพูชาราคา 800-900 บาทต่อถัง เป็นอย่างต่ำ ซึ่งมูลค่าตลาด 10,000 ถังต่อเดือน คิดเป็นเงินก็ราว 8-9 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 100 ล้านบาทต่อปี เป็นอย่างน้อยแล้วคนขายจะได้กำไรเท่าไรคิดกันเอาเอง นายธีระ แพสถิตถาวร ผู้ช่วยนายด่านศุลกากรคลองใหญ่ เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการในการควบคุมการลักลอบนำก๊าซหุงต้มออกนอกประเทศตั้งแต่ปลายปี 2550 เป็นต้นมา ทางด่านศุลกากรได้ร่วมมือกับทางอำเภอคลองใหญ่ และทหารนาวิกโยธิน ทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 (บ้านหาดเล็ก) เข้มงวดกวดขันในการควบคุมการลักลอบอยู่อย่างสม่ำเสมอในจุดผ่านแดนหรือช่องทางชายแดนทุกแห่ง โดยเฉพาะจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก (ทางน้ำ) เนื่องจากเป็นจุดที่มีการลักลอบขนออกสู่กัมพูชามากที่สุดในประเทศไทย และในแต่ละเดือนก็มีจำนวนหลายพันถัง เมื่อรู้ว่ามีการขนลงเรือ และออกจากท่าเรือมีทิศทางมุ่งหน้าสู่กัมพูชา ทหารเรือจะนำเรือยางออกติดตาม และจับกุม ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจับได้หลายราย บางรายอ้างว่าจะนำไปที่ อ.เกาะกูด ทำให้ต้องปล่อยไป ซึ่งศุลกากรต้องมีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยส่งให้อัยการไปดำเนินคดีแล้ว แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ถังก๊าซหุงต้มทั้งหมดมาจากประเทศกัมพูชาหรือไม่ ล่าสุด น.อ.นพดล ฐิตวัฒนะสกุล ผบ.ฉก.นย.ตราด พร้อมด้วย น.ท.ธงฉาน บุญระเทพ ผบ.ฉก.นย.ที่ 182 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายธีระ แพสถิตถาวร ผู้ช่วยนายด่านศุลกากรคลองใหญ่ และกำลังทหารนาวิกโยธินได้ร่วมจับกุมเรือประมง พร้อมด้วยของกลางถังแก๊สจำนวนกว่า 500 ถัง ทั้งขนาด 15 กิโลกรัม และขนาด 48 กิโลกรัม โดยมีลูกเรือจำนวน 5 คน 4 คนเป็นชาวกัมพูชา 1 ใน 4 เป็นไต๋เรือ และมีลูกเรือคนไทย 1 คน ขณะกำลังเดินเรือมุ่งหน้าไปยัง อ.เกาะกูด จ.ตราด และมุ่งหน้าสู่ จ.เกาะกง กัมพูชา โดยลูกเรือทั้งหมดรับสารภาพว่า จะนำถังแก๊สทั้งหมดไปจำหน่ายใน จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำมา 3 ครั้งมีถังแก๊สกว่า 2,000 ถัง ลำเลียงไป น.อ.นพดล ผบ.ฉก.นย.ตราด กล่าวว่า ได้ร่วมกับด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด ติดตามขบวนการลักลอบนำแก๊สออกนอกประเทศมา 1-2 เดือนแล้ว และสามารถจับกุมได้จำนวน 3 ครั้ง มีถังแก๊สส่งเข้าไปขายในกัมพูชามากกว่า 2,000 ถัง ที่ผ่านมาจับได้ 500-800 ถัง ล่าสุดที่จับได้ 500 ถัง ขบวนการดังกล่าวกระทำมานาน 1-2 ปีแล้ว โดยใช้วิธีการขออนุญาตจดทะเบียนเรือประมงขนแก๊ส จากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด แล้วขนส่งแก๊สไป อ.เกาะกูด แต่ลักลอบไป จ.เกาะกง กัมพูชา ในภายหลัง และเมื่อถูกจับกุมก็จะวิ่งเต้นกับผู้ใหญ่ ทั้งใน จ.ตราด และในส่วนกลาง ดังนั้นการจับกุมครั้งนี้ จึงทำให้ทางกรมศุลกากรชักลากเรือประมงลำดังกล่าวเข้าไปดำเนินคดีในกรุงเทพฯ พร้อมลูกเรือ เพื่อจับตัวนายทุนใหญ่มาดำเนินคดีอย่างจริงจัง และป้องกันมิให้มีการวิ่งเต้นล้มคดี. ทีมข่าวเฉพาะกิจ http://www.dailynews.co.th/thailand/113294 nania May 8th, 2012, 10:02 AM ภาพสวยๆ ของสนามบินเล็กๆ บนเกาะ ขอขอบคุณ รูปภาพ จากเพจของ สายการบิน Thai Regional https://www.facebook.com/ThaiRegional http://img526.imageshack.us/img526/3056/63470921.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/526/63470921.jpg/) http://img442.imageshack.us/img442/7258/77369295.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/442/77369295.jpg/) http://img405.imageshack.us/img405/6863/81773628.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/405/81773628.jpg/) http://img20.imageshack.us/img20/2436/92609423.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/20/92609423.jpg/) http://img824.imageshack.us/img824/5711/66520638.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/824/66520638.jpg/) http://img828.imageshack.us/img828/8886/32444600.jpg (http://imageshack.us/photo/my-images/828/32444600.jpg/) Uploaded with ImageShack.us (http://imageshack.us) โรงแรมสวย แต่สนามบินทำลายป่าไม้รึป่าวอ่ะ ผิดคอนเซปเครือนี้ napoleon June 18th, 2012, 07:36 PM เร่งท่าเรือคลองใหญ่หนุนค้าไทย-เขมร 17 มิถุนายน 2555 เวลา 10:56 น. 7 Share คมนาคมเล็งถกกระทรวงทรัพยากรฯ เดินหน้าท่าเทียบเรือคลองใหญ่ หนุนการค้าไทย-กัมพูชา มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปโครงการของ จ.ตราด ที่จะนำเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 มิ.ย. 2555 ว่า เป็นการติดตามโครงการสร้างถนนและการพัฒนาระบบขนส่งสินค้า เพื่อนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) วันที่ 18 มิ.ย.นี้ สำหรับโครงการสำคัญคือ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ในการดูแลของกรมเจ้าท่า งบก่อสร้าง 1,295 ล้านบาท เพื่อขนส่งสินค้าจากท่าเรือทั้งนำเข้าและส่งออกไปยังกัมพูชา เริ่มก่อ สร้างตั้งแต่ปี 2554 แต่หยุดชะงักลงตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554 เพราะติดปัญหาพื้นที่ก่อสร้างต้องใช้พื้นที่บางส่วนซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1.3 ไร่ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงเตรียมนำเรื่องหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอยกเว้นมติ ครม.ผ่อนผันการใช้พื้นที่ป่าชายเลนสำหรับสร้างท่าเทียบเรือ จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนให้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันท่าเทียบเรือคลองใหญ่สามารถเชื่อมต่อกับเกาะกง กัมพูชา ที่มีมูลค่าส่งออก ระหว่างกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ รมว.คมนาคม ได้ติดตามโครงการลงทุนสำคัญ โดย จ.ตราด ได้เสนอ 9 โครงการ เพื่อให้ ครม.พิจารณา วงเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท เน้นการพัฒนาระบบคมนา คมขนส่งโลจิสติกส์เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน http://www.posttoday.com/ธุรกิจ-ตลาด/160239/เร่งท่าเรือคลองใหญ่หนุนค้าไทย-เขมร napoleon July 11th, 2012, 10:51 AM ตรวจสอบรีสอร์ทหรูเกาะช้างรุกเขตอุทยานฯ วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2555 เวลา 20:51 น. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง นำส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบรีสอร์ทหรูเกาะช้าง เพิ่มเติม หลัง ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบพบข้อมูลมีการออกเอกสารสิทธิ์รุกล้ำเขตอุทยานฯ วันนี้(10 ก.ค.)นายพันธุ์พงษ์ คงเดชอดิศักดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะช้าง เจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราดและกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบภายในบริเวณพื้นที่ริมชายหาดของโรงแรม ซีวิวรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ 4 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ซึ่งได้พบว่ามีการนำหินก้อนขนาดใหญ่จำนวนมากมาวางทับถมเรียงรายบนหาดทรายเป็นแนวยาวจากฝั่งยื่นออกไปในทะเลโดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ทำการวัดพบว่ากองก้อนหินดังกล่าว มีความกว้าง 3 เมตรสูง3เมตรยาว 40 เมตร สำหรับโรงแรมแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งจัดอยู่ในระดับ 5 ดาวของเกาะช้าง สำหรับเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบในครั้งนี้ประกอบด้วย การใช้GPSหาพิกัดจากดาวเทียมบริเวณพื้นที่ที่มีตัวอาคารสิ่งปลูกสร้าง ตามที่ทาง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการของ ป.ป.ท. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านหลังจากได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.55 แล้วพบข้อมูลว่าน่าจะไม่ชอบมาพากล จึงมีคำสั่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของ จ.ตราด ทำการ ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. เลขที่ 45 เลขที่ดิน 8 ปัจจุบันมีเนื้อที่จำนวน 42-2-51 ไร่ ที่ออกเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.49 บางส่วนน่าจะออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะที่ดินดังกล่าวนั้นส่วนหนึ่งเป็นเนินเขามีความลาดชันเกิน 35 องศา อีกทั้งบริเวณที่มีสิ่งปลูกสร้างตัวอาคารของรีสอร์ท ก็เคยเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์ทับเป็นที่เรียบร้อย น่าจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า หลังจากเลขาธิการ ป.ป.ท.ได้แจ้งมาให้ทำการตรวจสอบตนเองก็ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังเจ้าของรีสอร์ท พร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ GPS ตรวจหาพิกัดจากดาวเทียม บริเวณโดยรอบที่ดินที่มีการก่อสร้าง รีสอร์ทและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ โดยเฉพาะส่วนซีกที่เป็นเนินเขาพบว่า สิ่งปลูกสร้างบางส่วนตั้งอยู่ในเขตของอุทยานฯ โดยก่อนหน้านี้ 1 วัน เจ้าหน้าที่อุทยานฯก็ได้ร่วมกับตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าตรวจยึดจับกุม บ้านไม้ขนาด3X4เมตรจำนวน1หลัง สะพานแขวนพื้นไม้ทางเดินเท้าจากรีสอร์ทเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ป่ากว้าง 2 เมตรยาว 45 เมตร ล่าสุดก็ได้เข้าตรวจยึดจับกุมร่วมกับเจ้าท่าฯ กรณีมีการนำก้อนหินขนาดใหญ่มาวางบนชายหาดรุกล้ำไปในทะเลซึ่งทางเจ้าท่าฯ เองจะได้ออกคำสั่งเป็นหนังสือไปยังเจ้าของรีสอร์ทดังกล่าว ให้ทำการรื้อออกไปภายใน 30 วัน และในส่วนความรับผิดชอบของอุทยานฯก็จะรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้างต่อไป ทางด้านพื้นที่ที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.เรียบร้อยแล้วนั้นก็คงต้องมีการเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบย้อนหลังไปว่าน.ส.3 ก.เลขที่ 45 เลขที่ดิน 8 นั้นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร โดยในปัจจุบันทางผู้นำท้องถิ่นและเจ้าของที่ดินเดิมที่ขายเปลี่ยนมือมาเป็นเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ ต่างก็ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับ ป.ป.ท.ไปหมดแล้ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้พบข้อมูลอีกว่าสิ่งปลูกสร้างตัวอาคารของโรงแรมหรูดังกล่าวที่มีความสูงถึง 6 ชั้นในปัจจุบันนั้น ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากทางเทศบาล ต.เกาะช้างให้มีการก่อสร้างแต่อย่างใด http://www.dailynews.co.th/thailand/135360 alice006 July 11th, 2012, 04:44 PM ^^พอลงเครื่องแล้วจะไปยังงัยต่อครับ :? napoleon July 28th, 2012, 10:39 PM ตราดเตรียมพัฒนาพื้นที่ 2 แห่ง สร้างเมืองใหม่ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2555 17:03 น. ตราด- ผังเมืองตราด เตรียมประกาศพัฒนาพื้นที่ 2 แห่ง สร้างเมืองใหม่ บริเวณบ้านหนองบัว และบ้านเนินตาแมว กว่า 3,000 ไร่ หลังเมืองเริ่มขยายตัว วันนี้ (5 ก.ค.) ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลาง จ.ตราด นายประทีป จงสืบธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในการประชุมคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดตราด เพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอาคารพาณิชยกรรม ค้าปลีกค้าส่ง เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการจำนวน 3 คนที่ครบวาระ และเพื่อพิจารณาพื้นที่เป้าหมายการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตผังเมืองรวมของ จ.ตราด จำนวน 2 แปลง สำหรับการคัดเลือกคณะกรรมการ ที่ได้รับการคัดเลือก 3 นาย คือนายสมชัย นิยมธรรมรัตน์, นายสุรศักดิ์ ภูติภัทร์ และนายอัมพรพล ดิลกเดชาพล จากนั้น ที่ประชุมให้พิจารณาพื้นที่เป้าหมายในการจัดรูปที่ดินของ จ.ตราด 2 แปลง คือ พื้นที่บ้านหนองบัว ตั้งแต่วัดหนองบัว-ถนนพัฒนาปลายคลอง มีพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ และพื้นที่บ้านเนินตาแมว พื้นที่ 1,786 ไร่ ตั้งแต่แนวเส้นถนนสายท่าเรือจ้าง และทิศใต้ของถนนเนินตาแมว-ถนนท่าเรือจ้าง โดยที่ประชุมมีมติเห็นด้วย ด้านนายภักดี ศักดิ์พิสิษฐ์ โยธาธิการและผังเมือง จ.ตราด กล่าวว่า พื้นที่ทั้ง 2 แห่งมีความเหมาะสม และเป็นชุมชนที่กำลังเติบโตทางธุรกิจ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย รวมทั้งที่ดินที่กำลังทำประโยชน์อยู่ บางพื้นที่ยังว่างไม่มีการลงทุน ซึ่งการนำมาจัดรูปที่ดินจะสามารถทำเป็นชุมชนเมืองในอนาคต มีความเป็นระเบียบ มีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐาน เช่น ถนน ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ สถานพยาบาล และย่านการค้า และการบริการ โดยคณะกรรมการจะได้มีการประชุม และสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เพื่อเข้าไปจัดรูปที่ดินในพื้นที่เป้าหมายทั้ง 2 แห่งต่อไป http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000082570 bobbi udn July 30th, 2012, 10:37 AM http://img685.imageshack.us/img685/7928/48515660.jpg (http://img685.imageshack.us/i/48515660.jpg/) usm August 27th, 2012, 08:36 AM ′ตราด′ ผลักดันสนามบินสู่อินเตอร์ เตรียมพร้อมด่าน ตม.-รับประชาคมอาเซียน นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ขณะนี้สนามบินจ.ตราด ที่มีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บริหารจัดการอยู่นั้นปัจจุบันได้เป็นสนามบินศุลกากรแล้ว ส่งผลให้เที่ยวจากสายการบินต่างประเทศมาลงที่สนามบินจ.ตราดได้โดยตรงไม่ต้องผ่านสนามบินสุวรรณภูมิอีกแล้ว ขณะนี้ทางกรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมทางด้านเจ้าหน้าที่ในการตรวจคนและสินค้าเข้าออกอยู่ การเป็นสนามบินศุลกากรของสนามบินตราดจะทำให้ตราดเป็นศูนย์กลางของการเดินทางท่องเที่ยว และการค้าระหว่างประเทศได้ในอนาคต อีก 3 ปีข้างหน้าจะก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน สนามบินจ.ตราดจะรองรับการขยายตัวทางการท่องเที่ยวของจ.ตราดได้เป็นอย่างดี ′วันนี้โครงสร้างพื้นฐานของจ.ตราดมีความพร้อมจากการสามารถเดินทางทั้งทางบก ทางอากาศที่มีความสะดวกสบาย หากสนามบินจ.ตราดเป็นสนามบินศุลกากรอย่างเต็มรูปแบบการท่องเที่ยวก็จะขยายตัวอย่างก้าวกระโดด เพราะนอกจากจะเดินทางในประเทศแล้วการเดินทางจากต่างประเทศเพื่อเดินทางมาลงที่สนามบินจ.ตราดก็สามารถทำได้ทันที หรือการที่สายการบินจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น เสียมเรียบ หรือพนมเปญ โฮจิมินห์ก็เดินทางจากสนามบินตราดได้เลย สะดวกกว่าเดิมมาก′ ทางด้านนายปิติกานติ์ พ่วงรอด ผู้จัดการสนามบินจ.ตราด กล่าวว่า หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดคนก่อน ผลักดันให้สนามบินจ.ตราดเป็นสนามบินศุลกากรและล่าสุดผู้ว่าราชการจ.ตราด คนปัจจุบันได้ผลักดันต่อจนสามารถผลักดันจนประสบความสำเร็จและได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทำให้สนามบินจ.ตราดสามารถให้เที่ยวบินจากต่างประเทศลงที่สนามบินจ.ตราดได้โดยตรง ส่วนจะเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำหรือเที่ยวบินปกติก็สามารถดำเนินการได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทางสายการบินเอง ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1346041720&grpid=&catid=00&subcatid=0000) updated: 27 ส.ค. 2555 เวลา 12:10:59 น. napoleon October 23rd, 2012, 08:22 PM นักท่องเที่ยวตื่นแมงกะพรุนหลากสีนับหมื่นเต็มหาด แห่ชม-ถ่ายรูป ห้องพักจองเต็ม วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 19:00 น. ข่าวสดออนไลน์ ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า วันที่ 23 ต.ค. หลังจากเกิดข่าวพบแมงกะพรุนถ้วย หลากสีจำนวนมาก ที่หาดราชการุณย์ ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจอยากเดินทางมาเที่ยวชมในหาดราชการุณย์จำนวนมาก และได้มีการโทรศัพท์มาสอบถามที่เจ้าหน้าที่และนายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผู้จัดการศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทยเขาล้าน เพื่อสอบถามถึงแมงกระพรุนและขอจองห้องพักจนเต็มทั้งหมด ขณะเดียวกันตั้งแต่เช้าวันนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวตราดและต่างจังหวัดที่เดินทางมาที่หาดราชการุณย์ เมื่อทราบข่าวก็ได้ลงไป ในทะเลพบแมงกะพรุนจำนวนมาก ลอยมาบริเวณชายฝั่งในระดับความลึก 50-80 ซม. ซึ่งแมงกระพรุนจะลอยและว่ายน้ำเข้ามาและออกไปตามกระแสของน้าทะเลมีทั้งสีขาว สีน้ำตาล สีเหลือง สีฟ้า สีน้ำเงิน รวมทั้งสีน้ำตาลหางลายแต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวเป็นหลัก สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่เคยพบเห็นและไม่เคยพบเห็น แต่ไม่เคยพบเห็นที่เป้นสีสันเช่นนี้จึงตื่นเต้นกับประสบการณ์ที่ได้พบ นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวรายอื่นเดินลงไปในทะเลและใช้กล้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย นายสุวรรณ กล่าวว่า การพบแมงกะพรุนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเดินทางมาทำโครงการให้กับศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้านเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาและได้ลงเรือที่คลองเขาล้านออกไปเก็บข้อมูลบริเวณหน้าทะเลและพบแมงกะพรุนถ้วยหลากสีจำนวนมากลอยอยู่บริเวณปากคลองหน้าทะเลเขาล้านจำนวนนับหมื่นตัว จึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้เมื่อกลับไปที่กรุงเทพได้โพสภายดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กของตัวเองและปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆทำให้นักท่องเที่ยวสนใจและติดต่อสอบถามมาที่ศูนย์ราชการุณย์ทั้งการสอบถามข้อมูลและการขอจองห้องพักจนขณะนี้เต็มไปทั้งหมดแล้วเหลือเพียงเนื้อที่กางเตนท์ ซึ่งหากนักท่องเที่ยวสนใจก็พร้อมที่จะให้บริการ “แมงกะพรุนถ้วยพวกนี้ผมได้สอบถามชาวบ้านและชาวประมงแล้วพบว่า เป็นเรื่องปกติที่แมงกะพรุนจะออกมาในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ที่เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวและจะมาทุกปีจะมีมากมีน้อยเท่านั้น ส่วนที่เป็นสีฟ้าสีน้ำเงินและสีอื่น ๆ นั้น ทราบว่าอยู่ที่อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนและสายพันธ์ของแมงกะพรุนหลายชนิด แต่ไม่มีอันตรายร้ายแรงอาจะเกิดอาการคันบ้างเมื่อสัมผัส แต่ก็สามารถใช้ผักบุ้งทะเลที่อยู่ตามชายหาดมาบีบคั้นแก้อาการคันได้ โดยทาไปที่บริเวณที่ได้สัมผัสกับแมงกะพรุน” ต่อมาเวลา 13.40 น. นายไชยันต์ การสมเนตร ประมงจังหวัดตราดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เดินทางมาสังเกตการณ์ การพบแมงกะพรุนที่บริเวณหาดราชการุณย์และได้นำแมงกะพรุนขึ้นมาจากน้ำทะเลเพื่อวิเคราะห์ พบว่าเป็นแมงกะพรุนถ้วยที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่มีพิษที่บริเวณสาย http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU1EazVNakExT1E9PQ==&subcatid= napoleon October 27th, 2012, 02:40 PM นักท่องเที่ยวเห่อ"แมงกะพรุนถ้วยหลากสี" จ.ตราด เดินทางมาชมนับพันคน วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 12:52:39 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ อ.เมือง จ.ตราด แมงกะพรุนถ้วยหลากสี ที่หาดราชการุณย์ แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวตราดและต่างจังหวัดจำนวนมาก ทำให้ช่วงวันเสาร์อาทิตย์นักท่องเที่ยวนำรถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาที่หาดราชการุณย์วันละ 1,000-1,500 คนต่อวัน ทำให้ภาคเอกชนได้ติดต่อเรือประมงพื้นบ้านในละแวกข้างเคียงหาดราชการุณย์ เช่น ที่บ้านคลองมะนาว ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ และเรือไฟเบอร์ตกปลาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการุณย์นำมารับ-ส่งนักท่องเที่ยว เพื่อเดินทางไปดูปรากฏการณ์แมงกะพรุนถ้วยหลากสีลอยอยู่เหนือน้ำบริเวณปากคลองเขาล้าน ส่งผลให้บริเวณที่เกิดปรากฏการณ์แมงกะพรุนถ้วยหลากสีมีเรือนำนักท่องเที่ยวนับ 10 ลำ/ครั้ง เข้าไปชมบริเวณปากคลองเขาล้านจนเต็มพื้นที่ซึ่งกว่า 50 คน/ครั้ง น.ส.ชลดา ลี้มงคล อาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคตราด กล่าวว่า ได้รับทราบข่าวจากสื่อในท้องถิ่นว่ามีแมงกะพรุนถ้วยหลากสีลอยอยู่ที่หาดราชการุณย์ จึงชวนเพื่อนๆ อาจารย์ด้วยกันเดินทางมาชมปรากฏการณ์ดังกล่าวและเมื่อเดินทางมาถึงก็พบแมงกะพรุนถ้วยหลากสีอยู่ในหาดราชการุณย์เป็นจำนวนมากกว่าที่พบเป็นข่าว รู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาและได้ใช้มือสัมผัสที่บริเวณส่วนหัวของแมงกะพรุนถ้วยตัวหนึ่ง มีความรู้สึกวุ้นใสๆ นุ่มๆ ตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้สัมผัสและไม่คิดว่าแมงกะพรุนถ้วยหลากสีที่เห็นทั่วสีฟ้า สีน้ำเงิน สีขาวขุ่น สีขาวใส สีน้ำตาล และสีน้ำตาลแก่จำนวนมากจะมาลอยรวมกันที่ผิวน้ำทะเลและรวมกันเป็นชั้นๆ ทำให้รู้สึกว่าจังหวัดตราดมีสิ่งที่มีคุณค่าทางการท่องเที่ยวหลากหลายและเกิดความภาคภูมิใจกับการเป็นชาวตราด และอยากให้ชาวตราดอนุรักษ์รักษาแมงกะพรุนถ้วยหลากสีเหล่านี้ไว้ให้อยู่คู่กับชาวตราดตลอดไป ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยเดินทางมาชมปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคเอกชน ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ราชการุณย์ประสานเรือประมงพื้นบ้านในพื้นที่จำนวนกว่า 10 ลำ มารับจ้างนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปดูแมงกะพรุนถ้วยหลากสีโดยคิดในอัตรา 500 บาท/ลำ ต่อนักท่องเที่ยว 5 คน ซึ่งหลายคนบ่นว่าราคาแพงเกินไปและเป็นการฉวยโอกาส มากกว่าที่จะเป็นการบริการนักท่องเที่ยวซึ่งพบว่าตลอด 3 วันที่ผ่านมาสามารถรับนักท่องเที่ยววันละประมาณ 100 เที่ยว ทำให้มีรายได้มากกว่า 50,000 บาท/วัน อนึ่ง หากนักท่องเที่ยวจะเดินมาชมแมงกะพรุนถ้วยหลากสีที่หาดราชการุณย์ ควรเดินทางมาระหว่างเวลา 07.00-09.00 น. จะพบเห็นแมงกะพรุนถ้วยหลากสีจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่คลื่นลมสงบและมีแสงแดด นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบริเวณหาดใกล้เคียง เช่น หาดพลอยแดง หาดทรายเงิน และหาดคลองกวาง ที่อยู่ก่อนหาดราชการุณย์ ต.แหลมกลัด ติดป้ายประกาศว่ารับจ้างพาชมแมงกะพรุนถ้วยหลากสีแล้วหลายแห่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351317183&grpid=01&catid=&subcatid= nco1236 October 27th, 2012, 05:57 PM ^^พอลงเครื่องแล้วจะไปยังงัยต่อครับ :? สงสัยด้วยคน Astronomers October 30th, 2012, 06:40 AM เค้าจะมีเรือมารับครับ มันเป็นสนามบินเอกชนของรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเกาะกูด บริเวณตรงข้ามสนามบินเลยครับ zeanwin January 28th, 2013, 01:04 PM พูดถึง จังหวัดตราด หลายคนคงนึกภาพของทะเลและเกาะน้อยใหญ่มากมาย ทั้ง เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด ฯลฯ ที่ซุกซ่อนความงดงามรอให้คุณไปสัมผัส และนับตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเล ตราด คลื่นลมกำลังสงบ ท้องฟ้าเข้มเป็นสีคราม น้ำทะเลใสราวแก้วเจียระไน เหมาะกับการชวนเพื่อนฝูง คนรู้ใจ หรือครอบครัว ไปพักผ่อน นั่งเล่นทอดอารมณ์ หรือจะลงไปดำผุดดำว่ายดูแนวปะการังและหมู่ปลา ซึ่งไม่ว่าจะไปเยือนกี่ครั้งก็สุดแสนจะคุ้มค่า สำหรับการรอนแรมไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดของคุณจริงๆ http://p.s1sf.com/tr/0/ud/222/1113232/img_0022.jpg (http://travel.sanook.com/) และด้วยความมหัศจรรย์ของท้องทะเลตราดที่สวยล้ำเกินคำบรรยาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด ร่วมกับ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด จัดกิจกรรม เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ทีเด็ด (http://www.zeanwin.com) ของทะเลตราด ตอน "มหัศจรรย์หมู่เกาะสุดทางบูรพา"(ตราด - เกาะกูด - เกาะหมาก - หมู่เกาะรัง - เกาะกระดาด) ชวนนักท่องไปเที่ยวไปพักผ่อนในราคาทัวร์แบบสุดคุ้มและกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซี ฟ ไม่ว่าจะล่องทะเล ขึ้นเกาะ เล่นน้ำตก ดำน้ำดูปะการัง มีครบทุกรสชาติจริงๆ ลองหาข้อมูลกันดูได้นะครับ เพราะ ตราดมีทั้ง ทะเล แล้วก็ น้ำตก จังหวัดเดียวได้ 2 อย่างเลยครับ Astronomers January 28th, 2013, 03:17 PM ทำไมไม่โพสในกระทู้ตราดละครับ http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=965688 grk-zetsubou January 30th, 2013, 05:38 PM http://www.jobth.com/detailjob.php?gid=0000626832RQXWM รับสมัครพนักงานพีซี โกลบอลเฮ้าส์ตราด |