daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Closed Thread
 
Thread Tools
Old June 24th, 2010, 03:52 PM   #621
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

60 ปี 'สงครามเกาหลี'

Dailynews วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน 2553 เวลา 0:00 น


สัมพันธไมตรีสองประเทศยั่งยืน

รุ่งเช้าของวันที่ 25 มิถุนายน ปี ค.ศ.1950 สงครามเกาหลีปะทุขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

ครั้งนั้นประเทศไทยได้รับการยกย่องจากประเทศเกาหลีในฐานะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เข้ามาช่วยเหลือ ประเทศไทยถือเป็นมิตรกับประเทศเกาหลีนับแต่การส่งทหาร 13,000 นาย ร่วมรบในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติโดยทหารไทยได้ร่วมต่อสู้อย่างกล้าหาญเสมือนดั่งปกป้องประเทศของตน จากเหตุการณ์นั้น มีทหารไทยล้มตายและสาบสูญ 136 นาย ซึ่งทุกปีจะมีการ จัดพิธีที่อนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงทหารที่ต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศเกาหลีและแม้สงครามจะล่วงเลยมา 60 ปีแล้ว แต่ร่องรอยการต่อสู้อย่างกล้าหาญของเหล่าทหารไทยสามารถพบเห็นได้ในเกาหลี

ปัจจุบันคนไทยรู้จักเกาหลีในแง่มุมต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ความบันเทิง อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า การกีฬา ฯลฯ โดยกระแสของเกาหลีในประเทศไทยที่กล่าวมามีจุดเริ่มต้นจากความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการในช่วงสงครามเกาหลี

ความสัมพันธ์อีกด้าน ที่เกิดจากสงครามคือ เพลงตำนานรักของทหารหนุ่มไทยที่มีต่อสาวเกาหลี จากหนังและละครโทรทัศน์เรื่อง “อารีดัง” ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เกาหลีในความทรงจำของคนไทย จากการเข้าช่วยปกป้องประเทศเกาหลีของทหารไทยในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติทำให้สองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน นับจากนั้นยังทำให้เกาหลีและไทยได้แลกเปลี่ยนให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา วัฒนธรรมและกีฬา และการเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมประเทศไทยของชาวเกาหลี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นเครื่องแสดงถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่จะคงอยู่และยั่งยืนตลอดไป.

'อารีดังกับพยัคฆ์น้อย'
ระลึก 60 ปีร่วมสงครามเกาหลีของชาติไทย

เมื่อ 60 ปีก่อน เบนจามิน นักแต่งเพลงชาวไทยได้อาสาเข้าร่วมรบในสงครามบนคาบสมุทรเกาหลีจากการรุกรานของประเทศเกาหลีเหนือ เมื่อเขากลับคืนสู่มาตุภูมิประเทศไทยจึงได้แต่งเพลง “อารีดัง” ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างนายทหารชาวไทยกับหญิงสาวชาวเกาหลี เพลงอารีดังได้ถูกขับร้องโดยนักร้องชื่อดัง สมศรี ม่วงศรเขียว ในปี พ.ศ. 2499 และในปี พ.ศ. 2523 ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ภายใต้ชื่อเดียวกันว่า “อารีดัง”

ปีนี้ถือเป็นปีครบรอบ 60 ปีสงครามเกาหลี เมื่อครั้งที่สงครามเกาหลีได้อุบัติขึ้น ประเทศไทยได้ตัดสินใจในทันทีทันใดต่อจากสหรัฐอเมริกาที่จะส่งเสบียงอาหารเข้าไปช่วยเกาหลีใต้ในตอนแรก และจากนั้นได้ส่งกองกำลังทหารเพื่อไปร่วมรบ โดยประเทศไทยได้ส่งทหารกรมผสมที่ 21 รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 6,326 นายไป และจากการส่งทหารไปในครั้งนั้น ทำให้ทหารผู้กล้าชาวไทยเสียชีวิตใน สมรภูมิ 136 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1,100 นาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2495 ในสมรภูมิพ็อคช็อบ ฮิลล์ ที่ ยอนชอน จังหวัดคย็องกีโด ตลอดการสู้รบอย่างกล้าหาญ 10 วัน ทำให้ได้รับชัยชนะ และสามารถขับไล่กองกำลังทหารจีนและทหารเกาหลีออกไปจากพื้นที่ได้ จากการต่อสู้อย่าง กล้าหาญเด็ดเดี่ยวนี้ ทำให้ทหารไทยได้รับสมญานามว่า “พยัคฆ์น้อย (Little Tiger)” และจากการพลีชีพของวีรชนทหารชาวไทยด้วยจิตใจที่พร้อมพิทักษ์ไว้ซึ่งเสรีประชาธิปไตยในครั้งนั้น ได้กลายเป็นเสาศิลาหลักแห่งพันธมิตรทางสายเลือดระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี

ในวาระครบรอบ 60 ปีสงครามเกาหลีในปีนี้ถือเป็นปีที่มีความหมายพิเศษเป็นอย่างยิ่งทั้งแก่วีรชนทหารไทยและแก่ประชาชนชาวเกาหลีใต้เองทุกคนและเพื่อที่จะทำให้อุดมคติและความฝันแห่งมนุษยชาติเป็นจริงเราคงจำเป็นต้องใคร่ครวญใหม่อีกครั้งว่าเพราะเหตุใดเราจำเป็นต้องขยายและแพร่กระจายเสรีประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบการตลาดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยสำนึกในบุญคุณ แม้จวบจนบัดนี้เวลาจะล่วงเลยมา 60 ปีแล้วก็ตาม แต่ชาวเกาหลีทุกคนก็ยังคงไม่ลืมเลือนและรู้สึกขอบคุณทหารผ่านศึกผู้กล้าชาวไทยทุกคน ในปีนี้จึงได้จัดให้มี โครงการทหารผ่านศึกเยือนสาธารณรัฐเกาหลี โดยจะเชิญทหารผ่านศึกที่เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลีกลับมาเยือนเกาหลีมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพื่อแสดงความขอบคุณและสร้างความประทับใจ

และสำหรับบุตรหลานของเหล่าทหารผ่านศึกที่เคยเข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี เราได้จัด โครงการค่ายสันติภาพเพื่อเยาวชน คัดเลือกนักเรียนนักศึกษาปีละ 100 คนเข้าร่วมโครงการ อีกทั้งรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลียังได้สนับสนุน “เงินช่วยเพื่อการศึกษาต่อ” โดยให้ทุนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี 6 ทุน และระดับบัณฑิตวิทยาลัย 2 ทุน ถือเป็นโอกาสในการทัศนศึกษาสาธารณรัฐเกาหลีในนามผู้ได้รับทุนรัฐบาลเกาหลี อีกทั้งสมาคมชาวเกาหลีในประเทศไทยยังได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของทหารผ่านศึกเกาหลีปีละไม่ต่ำกว่า 70 ทุนอีกด้วย

ชาวเกาหลีใต้ได้รับความช่วยเหลือมากมายจากมิตรประเทศเพื่อที่จะสามารถธำรงไว้ ซึ่งสันติสุขของโลกและประสบผลสำเร็จทั้งในด้านการเมืองการปกครอง การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และความมั่งคั่ง แม้จะมีการแบ่งแยกดินแดนและเกิดความขัดแย้งทางแนวคิดของเหนือใต้ก็ตาม หลังจากสงครามเกาหลีได้ยุติลงด้วยจิตใจที่พร้อมหว่านไถบนผืนดินอันแห้งผาก จากความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวดเป็นเวลาหลายสิบปีจนในที่สุดปัจจุบันสาธารณรัฐเกาหลีถือเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอยู่ในลำดับที่ 12 ของโลกเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก ลำดับที่ 10 มีอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญ อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรม ต่อเรือ อุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นต้น

ยิ่งกว่านั้น จากการประสบความสำเร็จในการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของสาธารณรัฐเกาหลี ทำให้เกาหลีได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการเพื่อช่วยเหลือและการพัฒนา (DAC) ขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จาก “ประเทศที่เป็นผู้รับความช่วยเหลือ” กลายเป็น “ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือ” แก่นานาชาติ และในเดือนพฤศจิกายนปีนี้จะมีการประชุม G20 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีจะทำหน้าที่สำคัญเสมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังพัฒนากับประเทศพัฒนาแล้ว จากประสบการณ์ในอดีตของเกาหลีที่เป็นผู้รู้ซึ้งแก่ใจเป็นอย่างดีกับการเป็นผู้รับความช่วยเหลือ สาธารณรัฐเกาหลีพร้อมที่จะร่วมรับรู้ความรู้สึกเช่นนี้กับประเทศที่กำลังได้รับความช่วยเหลือ พร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาประเทศเกาหลี อีกทั้งยังพร้อมที่จะร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ ให้ก้าวไปด้วยกัน

ในวาระครบรอบ 60 ปีสงครามเกาหลี รัฐบาลและประชาชนชาวเกาหลีทุกคนขอขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจของมิตรประเทศ และวีรชนทหารผู้กล้าทุกคนอีกครั้งที่ได้ร่วมรบในสงครามเกาหลี และ ในวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปีสงครามเกาหลีนี้จะมีการจัดงานย้อนรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารชาวไทยที่เสียชีวิตในสงคราม และจัดงานขอบคุณทหารผ่านศึกเกาหลีที่ยังมีชีวิตอยู่ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ จังหวัดชลบุรี

หากปราศจากความช่วยเหลือจากประเทศไทยเมื่อ 60 ปีก่อนแล้วนั้น ณ วันนี้คงไม่เกิดความร่วมมือใด ๆ ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี และก็คงจะไม่เกิดความพยายามเพื่อความมั่งคั่งร่วมกันของมนุษยชาติ ชาวเกาหลีทุกคนขอปฏิญาณว่าจะขอมีจิตที่สำนึกในบุญคุณของวีรชนทหารกล้าชาวไทย ตลอดจนบุตรหลานของทหารกล้าเหล่านั้นไปตลอดกาล ขอขอบคุณประเทศไทย และทหารผ่านศึกเกาหลีครับ.

ชอง แฮ มุน
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี
ประจำประเทศไทย
24 มิถุนายน 2553

Last edited by napoleon; June 24th, 2010 at 04:00 PM.
napoleon no está en línea  

Sponsored Links
 
Old June 25th, 2010, 11:31 AM   #622
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

องค์กรสตรีจี้ คดีขืนใจนปช.ลุงวัย70 แฉถูกยิง สไนเปอร์

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7148 ข่าวสดรายวัน

เหยื่อสไนเปอร์โผล่อีกราย ทวงความยุติธรรม ลุงวัย 70 ปีถูกยิงสาหัส ยังพักรักษาตัวที่ร.พ. เผยวันสลายม็อบออกไปจะกินราดหน้าที่บ่อนไก่ จู่ๆ โดนยิงเข้าที่เอวทรุดฮวบ ยันให้การกับตำรวจไปแล้วว่าทหารเป็นคนยิง เพราะจุดเกิดเหตุมีแต่เสื้อแดง ไม่มีอาวุธสงคราม ระบุกระสุนสไนเปอร์ทะลวงจนลำไส้ขาด ผ่าตัดมาแล้ว 3 ครั้งยังไม่ดีขึ้น จี้รัฐบาลช่วยเหลือด้วย สาวนปช.เหยื่อขืนใจหอบหลักฐานให้พรรคเพื่อไทยอีกรอบ เผยชีวิตรันทดเมื่อเหตุการณ์เลือด 10 เม.ย.ก็โดนเจ้าหน้าที่ทำร้ายจนบาดเจ็บด้วย

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายบุญมี เริ่มสุข อายุ 70 ปี พักอาศัยอยู่ภายในแฟลตชุมชนบ่อนไก่ เหยื่อสไนเปอร์อีกรายที่ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล โดยถูกยิงเข้าบริเวณเอวด้านขวากระสุนฝังอยู่บริเวณสะโพกซ้าย อาการสาหัส เมื่อไปถึงพบนางนันทพร เริ่มสุข อายุ 67 ปี ภรรยากำลังดูแลอย่างใกล้ชิด และยังมีความหวาดระแวง กังวลตลอดเวลาว่าสามีจะถูกฆ่าปิดปากหลังให้ข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ที่มาพบ รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย จึงไม่ยอมกลับบ้าน นั่งเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันเกิดเหตุวันที่ 14 พ.ค.จนถึงปัจจุบัน

นางนันทพรเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณบ่าย 2 โมง ของวันที่ 14 พ.ค. ขณะที่นายบุญมี สามี เดินออกจากแฟลตไปยังหน้าปากซอยบ่อนไก่ เพื่อไปนั่งทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้าร้านประจำบริเวณนั้น ซึ่งไม่ได้เดินออกไปร่วมชุมนุมเลย ทั้งนี้ จากคำบอกเล่าของสามีบอกว่า เมื่อเดินไปถึงบริเวณหน้าปากซอยบ่อนไก่ก็พบเห็นมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงชุมนุมอยู่จำนวนมาก ตอนนั้นยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรง คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมก็ยังเดินกันขวักไขว่ และรถก็ยังวิ่งอยู่ สักพักก็ได้มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนที่ลุงจะล้มลง และทราบว่าถูกยิงบริเวณเอวขวา ก่อนมีคนช่วยนำส่งร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ และรักษาตัวอยู่ที่นั้นตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อ 2 วันก่อน สาเหตุที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เนื่องจากสามีมีประวัติการรักษาโรคหัวใจ และโรคกระเพาะอยู่ที่นี่

นางนันทพรกล่าวต่อว่า จนถึงวันนี้อาการบาดเจ็บของลุงก็ยังไม่ดีขึ้น แพทย์ได้ผ่าตัดไปแล้วถึง 3 ครั้ง อาทิตย์หน้าก็จะต้องเข้าผ่าตัดอีก ส่วนกระสุนที่ฝังอยู่บริเวณสะโพกยังไม่สามารถเอาออกได้เพราะไปกดทับจุดสำคัญ ทั้งนี้ ภายหลังจากที่สามีถูกยิงตนก็ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งที่สำนักพระราชวัง ขณะนี้ได้รับการเยียวยามาแล้ว ยังเหลือที่บ้านราชวิถีซึ่งอยู่ระหว่างรอพิจารณา

"เหตุการณ์ดังกล่าวฉันยืนยันได้ว่าสามีไม่ได้ไปร่วมชุมนุมแน่นอน เพราะสามีจะเดินไปปากซอยเกือบทุกวัน ส่วนครอบครัวมีลูกรวม 4 คน แต่ได้ออกเรือนไปหมดแล้ว เหลือเพียงฉันกับสามีที่อยู่กัน 2 คน และทุกวันนี้ลูกๆ ก็มาเยี่ยมเกือบทุกเย็น ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ฉันอยากให้รัฐบาลช่วยดูแลครอบครัวด้วยเพราะเดือดร้อนมาก รวมทั้งช่วยดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมด้วยซึ่งทราบว่ามีอีกมาก เพราะสงสารครอบครัวเขา" นางนันทพรกล่าว

ส่วนลุงบุญมีเล่าถึงเหตุการณ์วันที่โดนสไนเปอร์ยิง ว่า วันเกิดเหตุวันที่ 14 พ.ค.ช่วงเวลาประมาณบ่าย 2 ได้เดินไปนั่งกินราดหน้าที่ปากซอยบ่อนไก่ ซึ่งเป็นร้านประจำ และเดินออกไปเกือบทุกวัน วันนั้นพบว่ามีผู้ชุมนุมอยู่ตรงนั้นจำนวนมาก จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เพราะไม่มีลางบอกเหตุอะไร พอเดินไปถึงใกล้ร้านราดหน้าก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นชุดใหญ่ ผู้ชุมนุมต่างพากันหลบกระสุนกันวุ่นวาย ขณะนั้นตนไม่ทราบว่าถูกยิงกันกี่คน เพราะต่างวิ่งหลบเอาตัวรอด จู่ๆ ตนก็ล้มฟุบอยู่ตรงนั้น และเริ่มมีอาการชาทั้งตัว ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ก่อนจะมีคนนำส่งโรงพยาบาล และมาทราบว่าถูกยิงบริเวณเอวด้านขวากระสุนฝังอยู่บริเวณสะโพกซ้าย ขณะนี้ยังไม่สามารถผ่าตัดออกได้ โดยได้รับการผ่าตัดไปแล้ว 3 ครั้ง และทางโรงพยาบาลบอกว่าคงต้องผ่าตัดอีกอาทิตย์หน้า

ลุงบุญมีกล่าวต่อว่า ส่วนกระสุนปืนที่ยิงลุงนั้นมาทราบทีหลังว่าเป็นกระสุนสไนเปอร์ ถูกยิงเพียงนัดเดียว แต่กระสุนมีอานุภาพร้ายแรงจึงได้ทะลุทะลวงเข้าร่างกาย ทำให้ลำไส้ฉีกขาดเป็นรูพรุนถึง 7 รู ขณะนี้ทราบว่าแพทย์ได้ผ่าตัดเย็บบาดแผลไปหลายจุดแล้ว ยังไม่หมดจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดอีก นอกจากลำไส้แล้วกระเพาะก็ยังฉีกขาดอีกด้วย ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุตนก็ได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาสอบปากคำ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐไปว่าคนที่ยิงใส่ลุงคือทหารที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเสื้อแดง เพราะจุดที่ลุงอยู่ไม่มีใครมีอาวุธ มีแต่หนังสติ๊ก ยืนยันได้ว่าไม่ได้ไปปรักปรำใคร พูดเรื่องจริงทั้งสิ้น

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่นางเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี สมาชิกกลุ่ม นปช.ที่เข้าแจ้งความตำรวจ สน.ปทุมวัน ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายทหารข่มขืนกระทำชำเราบริเวณหน้าอุเทนถวาย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา นางเอเปิดเผยว่า ในวันนี้ตนได้นำเอกสารหลักฐานไปมอบให้กับทางพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติม พร้อมทั้งสอบถามเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาตน เพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งนี้ ส่วนคดีความคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ในการติดตามหาตัวคนร้าย เพราะตนได้มอบหลักฐานให้กับทางตำรวจ สน.ปทุมวัน ไปหมดแล้ว รวมทั้งภาพสเกตช์ของคนร้ายด้วย

นางเอกล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนคงต้องรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะบอบช้ำมาก ส่วนชีวิตความเป็นอยู่บอกได้ไม่อายว่าลำบากมาก ทุกวันนี้แทบไม่มีเงินซื้อยาแก้อักเสบมารับประทานเอง และยังต้องอาศัยข้าววัดกินประทังชีวิตไปวันๆ อย่างเมื่อเช้าเพื่อนบ้านสงสารนำอาหารจากวัดบางแค ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมาให้กิน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ยังมีหนี้สินเงินกู้นอกระบบอยู่อีกกว่า 5 พันบาท ต้องเสียดอกทุกวัน ไม่รู้จะหาทางที่ ไหนใช้หนี้ อยากให้รัฐบาลช่วยหันมาสนใจผู้ที่บาดเจ็บจากการชุมนุมด้วย เพราะมีหลายคนลำบากมาก

นางเอกล่าวอีกว่า ในอดีตหลายปีก่อนตนไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ ช่วงที่ยังขายอาหารตามสั่ง ตนใส่ทองรวมแล้วกว่า 20 บาท โดยขายอาหารอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านบางแค มีรายได้หลายพันบาททุกวัน กระทั่งเมื่อต้นปี "53 ที่ผ่านมา ตนได้ถูกคนร้ายปล้นทองที่ใส่ทั้งหมดไป โดยคนร้ายมากัน 2 คน โดยขี่รถจักรยาน ยนต์มาจอดหน้าร้านทำทีถามทาง ก่อนจะถีบตนล้ม และใช้มีดคัตเตอร์จี้ ระหว่างนั้นตนสู้เพราะเสียดายทอง คนร้ายเลยใช้มีดปาดหน้า เย็บถึง 14 เข็ม ตั้งแต่วันนั้นชีวิตก็เริ่มลำบาก หมดเนื้อหมดตัว จึงเลิกกิจการขายอาหารไป และออกมาชุมนุมต่อสู้ทางการเมืองจนถึงทุกวันนี้

"โดยเริ่มมาร่วมชุมนุมกับเสื้อแดงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน จนกระทั่งเกิดเหตุสลายบริเวณคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษาฯ ซึ่งฉันก็อยู่ตรงนั้นด้วย และยังถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายทุบตีจนร่างกายบอบช้ำหนัก ก่อนจะย้ายมาเวทีราชประสงค์ ก็มาถูกข่มขืนซ้ำอีก" นางเอกล่าว

สำหรับกรณีนายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 53 ปี ที่ถูกยิงบริเวณบ่อนไก่ จนอัมพาตครึ่งตัว และนอนรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.มเหสักข์นั้น นางวรานิชฐ์ ภรรยาผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า หลังจากที่ข่าวสดนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสามีแล้ว ได้มีหน่วยงานรัฐเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ เมื่อช่วงเช้าได้มีตัวแทนของนายอิสสระ สมชัย รมว. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มาพบ นำกระเช้าและเช็คเงินสดมาช่วยเหลือเบื้องต้น ต้องขอขอบคุณมากที่ช่วยเหลือครอบครัวตนเพราะตอนนี้ลำบากมาก ไม่สามารถหากินได้อีก นอกจากนี้ก็มีตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรมติดต่อให้นำเอกสารมายื่นเช่นกัน เพื่อจะได้จ่ายเงินค่าเยียวยาในฐานะผู้เสียหาย จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

นางวรานิชฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนอาการบาดเจ็บของสามีขณะนี้มีแผลกดทับ ซึ่งแพทย์กำลังให้การรักษาอยู่ ทั้งนี้ ส่วนกรณีทำจดหมายถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้การช่วยเหลือครอบครัวตนนั้น ขณะนี้ตนประสานไปยังทนายความของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทีมทนายประชาธิปัตย์บอกว่าขอให้หยุดไว้ก่อน เนื่องจากจะไปทับซ้อนการช่วยเหลือของ พม. ตนจึงต้องขอระงับไว้ก่อน หากไม่มีความคืบหน้าในการช่วยเหลือก็คงจะต้องดำเนินการส่งไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป

วันเดียวกัน นายจะเด็จ เชาว์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า กรณีนางเอ (นามสมมติ) นปช.ถูกข่มขืน ได้เข้ามาติดต่อกับทางมูลนิธิผ่านคนใกล้ชิดของตัวเอง โดยโทร.มาปรึกษา เนื่องจากผู้เสียหายมีความไม่สบายใจและหวาดระแวงหวาดกลัว ไม่มั่นใจ จึงต้องให้คำปรึกษาด้านจิตใจอย่างมาก ดีที่ผู้เสียหายพูดความจริง มีภาวะจิตใจที่ลุกมาต่อสู้ แม้ถูกมองว่าเป็นความผิด ดังนั้น ต้องเร่งเยียวยาผู้เสียหาย โดยก่อนเจอตนผู้เสียหายได้ไปปรึกษาหลายแห่ง ตนเห็นด้วยจะนำเรื่องไปเผยแพร่ แต่ต้องดูแลผู้เสียหายด้วย โดยเฉพาะจิตใจที่บอบช้ำ ต้องหาที่พักที่ปลอดภัย มีกระบวนการคุ้มครองสิทธิ ดูแลกระบวนการทางศาล กระบวนการเยียวยา หาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยไปตามเรื่อง ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายไปขอให้ใครช่วยไม่รู้ แต่เมื่อเข้ามาหาเราก็มีเครือข่ายดูแลด้านจิตใจ

น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า ได้คุยกับผู้หญิงที่เสียหาย รับรู้เหตุการณ์ตั้งแต่ต้นว่ามีผู้หญิงที่ไปร่วมชุมนุมถูกข่มขืน และได้แจ้งความดำเนินคดี มีการสอบปากคำตั้งแต่แรก เข้าใจว่าขณะนี้ผู้เสียหายหวาดกลัว ตนได้คุยกับร้อยเวรที่สอบปากคำ ก็ทราบว่ามีการดำเนินคดีรวดเร็ว มีการสเกตช์ภาพคนร้าย และศาลอนุญาตออกหมายจับแล้ว ซึ่งยอมรับว่ายากลำบากในการตามหาคนร้าย เพราะขณะก่อเหตุใช้ผ้าปิดหน้า โดยผู้เสียหายระบุว่าลักษณะแต่งกายคล้ายทหาร แต่จำเค้าโครงหน้าได้ ก็น่าจะสามารถดูจากประวัติแฟ้มอาชญากร หรือให้ประชาชนช่วยชี้เบาะแสได้ ทั้งนี้ เราชวนผู้เสียหายมารับการดูแล กับเครือข่ายผู้หญิงที่ถูกกระทำเหมือนกัน จะทราบว่ามีปัญหากังวล กลัวติดเชื้อ แต่ก็ต้องผ่านปัญหาไปให้ได้ ต้องต่อสู้

"เรื่องคดีพรรคเพื่อไทยก็คงดำเนินการ แต่ผู้เสียหายถือว่าเจอเหตุการณ์แล้วแจ้งความทันที แต่ตอนนี้กลัวถูกทำร้าย เราต้องช่วยเยียวยา แต่ทราบว่าผู้เสียหายอยู่กับญาติ ตอนนี้เป็นขั้นตอนการสืบสวน หากใครพบเบาะแสแจ้งได้ที่ สน.ปทุมวัน เพื่อเร่งตามหาคนร้าย ขณะนี้ยังไม่ได้พบกับผู้เสียหายโดยตรง ยังประเมินว่าต้องการอะไรบ้างไม่ได้ แต่ได้ให้เบอร์ไปแล้ว เพื่อให้ติดต่อหากมีปัญหาให้เราช่วยเหลือ" น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าว

หน้า 1

http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dOaTB5TlE9PQ==




ยิงมั่ว - นายบุญมี เริ่มสุข อายุ 70 ปี รักษาตัวในร.พ. ตำรวจ หลังถูกสไนเปอร์ยิงท้องบาดเจ็บสาหัส ระหว่างออกมาหาราดหน้ากินใกล้สนามมวยลุมพินี ช่วงเหตุปะทะที่บ่อนไก่ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.
napoleon no está en línea  
Old June 25th, 2010, 10:10 PM   #623
S.aureus
Newbie!
 
S.aureus's Avatar
 
Join Date: Jul 2008
Location: Bangkok
Posts: 61
Likes (Received): 6

ลบกระทู้นี้เถ๊อะ
__________________
"Religion without science is blind, Science without religion is lame".....Albert Eistien
S.aureus no está en línea  
Old June 26th, 2010, 11:17 AM   #624
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

ยัดคุกนปช.สาว ลูกน้อยหิวโซ สลดถูกยิงจับขัง หาเป็นมือเพลิง

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7149 ข่าวสดรายวัน

เผยชีวิตสุดลำเค็ญของครอบครัวเสื้อแดงอุบลฯ ย่าวัย 82 ปี ยากจนไม่มีรายได้ต้องอดมื้อกินมื้ออาศัยเบี้ยยังชีพเดือนละ 500 บาท ดูแลหลานตัวน้อย 3 คน ในบ้านไม้ผุๆ พังๆ หลังจากแม่เด็กถูกจนท.ยิงหัวเข่าทะลุเจ็บสาหัส ทั้งยังโดนจับยัดคุกด้วยข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะไปอยู่ในเหตุการณ์เผาศาลากลาง ล่าสุดนายกอบต.แก่งโดมวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือด่วน พร้อมตั้งข้อสงสัยทำไมวันเกิดเหตุ จนท.ไม่ยิงมือเผา แต่กลับมายิงหญิงสาวรายนี้ทั้งๆ ที่ยืนอยู่ห่างจากศาลากลางเกือบ 150 เมตร ด้านสตรีนปช. เหยื่อข่มขืนผวาอันตราย เพราะมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ โทร.เข้าหาหลายสาย

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านชุมชนบ้านใหม่ศรีเจริญ ต.แก่งโดม อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราช ธานี ว่า พบเห็นหญิงชราอายุประมาณ 80 ปี ฐานะยากจนแต่ต้องเลี้ยงดูหลานๆ ถึง 3 คน มีสภาพชีวิตอยู่อย่างน่าเวทนา หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวประสานไปยังนายทวี ปวงสุข นายกอบต.แก่งโดม เพื่อสอบถามเรื่องราวความเป็นมาและหาทางช่วยเหลือ

นายทวี เปิดเผยว่า เด็กทั้ง 3 คนที่อาศัยอยู่กับคุณย่าคนดังกล่าวเป็นลูกของนางศิณีนาถ ชมพูษาเพศ อายุ 29 ปี ประกอบอาชีพชาวนาและเก็บของเก่าขาย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ขณะเกิดเหตุคนเสื้อแดงชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี และมีคนวางเพลิงศาลากลางนั้น ทราบว่านางศิณีนาถถูกเจ้าหน้าที่ยิงทะลุหัวเข่า บาดเจ็บสาหัส และเมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังออกจากโรงพยาบาลเพียงวันเดียว ตำรวจตามมาจับกุมตัวถึงบ้านพักฐานกระทำผิดฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางอุบลราชธานี

นายทวี กล่าวต่อว่า หลังจากนางศิณีนาถต้องติดคุก ลูกทั้ง 3 คน อายุ 6 ขวบ 8 ขวบ และ 10 ขวบ จึงต้องอยู่กับนางหอม ศิลปะ ผู้เป็นย่าวัย 82 ปี ซึ่งอาศัยเบี้ยยังชีพคนชราในการเลี้ยงดูเพียงเดือนละ 500 บาท ลูกสาวคนโตของนางศิณีนาถ ชื่อน้องแก้ม เรียนอยู่ชั้น ป.4 เรียนดี แต่ตัวเล็กและผอมมาก ส่วนสูง 120 ซ.ม. หนักเพียง 21 ก.ก. ย่ามีเงินจ่ายให้ไปโรงเรียนแค่วันละ 7 บาท ในอดีตนางหอมเคยเป็นหมอตำแยประจำตำบล เคยทำคลอดคนเกือบทั้งตำบล แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านยังบอกว่าผมเกิดได้เพราะฝีมือคุณย่าคนนี้

นายทวี เผยด้วยว่า ปัจจุบันนางหอมเดินไม่ค่อยสะดวก อาหารการกินแต่ละมื้อที่ใช้เลี้ยงหลาน 3 คน ส่วนใหญ่จะต้มมาม่าใส่ผักบุ้งเยอะๆ ให้กินแก้หิว บางมื้อซื้อกระดูกไก่ย่างไม้ละ 5 บาท 2 ไม้ แบ่งกันกินสามพี่น้อง ตัวนางหอมเองมักยอมอดเพื่อให้หลานอิ่ม ข้าวสวยบางวันต้องไปขอที่วัดเพราะไม่มีเงินซื้อ และวันไหนที่น้องแก้ม หลานคนโตไปเรียนก็จะอาศัยทานข้าวฟรีที่โรงเรียน และซื้อน้ำหวานดื่ม 3 บาท เหลือ 4 บาท เอามาซื้อขนมทานกับน้องที่บ้าน

นายทวี กล่าวว่า สภาพที่อยู่อาศัยของย่าหลานทั้ง 4 คนชำรุดทรุดโทรมมาก เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นแบบยกสูงเก่าๆ ชั้นบนผุพังจนอยู่ไม่ได้ หลังคารั่วกันฝนกันแดดไม่ได้ และฝาบ้านมีแค่ข้างเดียวทำจากป้ายหาเสียง ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง มีเตียงไม้ไผ่กับมุ้ง 1 หลัง นอนกัน 4 คน ส่วนห้องน้ำเป็นสังกะสีผุๆ มีเตาถ่านแตกๆ อยู่หลังบ้าน ตู้กับข้าวไม่มี และมีข้าวสาร 1 กระสอบที่ทางเจ้าอาวาสวัดให้มา ชาวบ้านผู้ที่ผ่านมาพบเห็นต่างรู้สึกเวทนาสงสารอย่างยิ่งและพยายามช่วยเหลือ ซึ่งตนได้เสนอเรื่องของบประมาณซ่อมแซมบ้านให้กับนางหอมผ่านอบจ. แต่พบว่างบหลวงดังกล่าวถูกใช้หมดแล้ว ล่าสุดมีชาวบ้านพี่น้องคนเสื้อแดงเสนอตัวเป็นแรงงานช่วยซ่อม สร้างบ้าน โดยจะยุบให้เหลือชั้นเดียว เพราะนางหอมขาไม่ดีขึ้นลงบันไดไม่ได้

"หากท่านใดประสงค์บริจาคเงินซ่อมแซมบ้านหลังนี้เพื่อเป็นทุนค่าวัสดุ เช่น ปูน อิฐบล็อก หลังคา ประตู หน้าต่าง ประมาณ 5 หมื่นบาท บริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารธ.ก.ส. สาขาวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เลขที่ 850-201-2896 ชื่อบัญชีนางไรอัน คงสี เมื่อครบ 50,000 บาท แล้วจะปิดบัญชีทันที หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายทวี ปวงสุข นายกอบต. โทร.08-3965-2895" นายทวี วอนผู้ใจบุญ

นอกจากนั้น นายกอบต.แก่งโดม ยังตั้งคำถามถึงเหตุการณ์นางศิณีนาถถูกยิง ว่า เหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ทำให้ตนเกิดข้อสงสัยอยากถามว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยิงคนที่กำลังเผาศาลากลางในวันนั้น แต่กลับมายิงนางศิณีนาถที่อยู่ตรงสนามหญ้าห่างจุดเผาเกือบ 150 เมตร และทำไมเมื่อไฟไหม้ศาลากลางไม่เห็นรถดับเพลิงมาดับไฟ ทั้งๆ ที่รถอยู่ห่างเพียง 500 เมตร และยังสงสัยอีกว่าเมื่อมีการประมูลสร้างศาลากลางใหม่เกิดขึ้น ใครจะได้รับการประมูล

ด้านผู้สื่อข่าวประจำจ.อุบลราชธานี ไปตรวจสอบข้อมูลยังบ้านเลขที่ 32 หมู่ 7 บ้านใหม่ศรีเจริญ ต.แก่งโดม อ.สว่างวีระวงศ์ ที่นางหอมอาศัยอยู่กับหลานๆ จากการสอบถามนางไรอัน คงสี อายุ 45 ปี แม่ของนางศิณีนาถ ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งเดียวกันทราบว่า วันเกิดเหตุเผาศาลากลาง 19 พ.ค. นางศิณีนาถไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงตามปกติ กระทั่งคนเสื้อแดงพังรั้วเข้าไปในศาลากลางและพยายามฝ่าแนวกั้นตำรวจ นางศิณีนาถจึงเข้าไปห้ามปรามผู้ชุมนุมไม่ให้ใช้ความรุนแรง แต่กลับถูกกระสุนปริศนายิงใส่ขาขวาต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ให้นอนรักษาตัว 1 คืน ก่อนปล่อยตัวให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

นางไรอัน กล่าวต่อว่า หลังกลับมานอนพักรักษาที่บ้านได้เพียงวันเดียว ตำรวจก็ตามมาควบคุมตัวไปสอบสวน และส่งตัวไปคุมขังไว้ในเรือนจำกลางจังหวัดเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะเมื่อบุตรสาวถูกจับนายสมบูรณ์ สิมมา สามีของ ลูกสาว ซึ่งทำงานเป็นพนักงานเก็บขยะ อบต. แก่งโดม และเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงกลัวโดนจับซ้ำรอยจึงต้องทิ้งครอบครัวหลบหนีไปอยู่ที่อื่น สภาพความเป็นอยู่ปัจจุบันมีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือแบ่งข้าวให้กินบ้าง ด้านคนเสื้อแดงเข้ามาช่วยเหลือเมื่อ 2 วันก่อน นำปลากระป๋องและข้าวสารมาให้จำนวนหนึ่ง และพานางไรอันไปยื่นเรื่องขอรับค่าชดเชยกรณีได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไม่สงบกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอรายชื่อ ยังไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด

ด้านนายทวี นายกอบต.แก่งโดม ให้สัม ภาษณ์เพิ่มเติมว่า การช่วยเหลือเบื้องต้นจัดสรรงบประมาณอบต. ไปให้ไม่ได้ เพราะไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ แต่โดยส่วนตัว ตนได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้เป็นระยะ พร้อมทั้งรับนางไรอันเข้ามาทำหน้าที่พนักงานเก็บขยะแทนนายสมบูรณ์ ส่วนความคืบหน้าเรื่องคดีความทราบว่า กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมทนายความยื่นขอประกันตัวนางศิณีนาถทันที หลังรัฐบาลประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่

วันเดียวกัน นางเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี สมาชิกกลุ่มนปช. ชาวจ.นครราชสีมา ที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารข่มขืนกระทำชำเราบริเวณหน้าอุเทนถวาย ระหว่างไปร่วมชุมนุมเวทีเสื้อแดงแยกราชประสงค์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าตนไปร.พ.เกษมราษฎร์ บางแค เพื่อขอประวัติผลการตรวจร่างกายเมื่อครั้งถูกคนร้ายปล้นชิงทองคำหนัก 20 บาท เพื่อใช้เป็นหลักฐานแจ้งความตำรวจติดตามคนร้ายรายนี้ ส่วนคดีถูกข่มขืนหน้าอุเทนถวาย ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี คงปล่อยเป็นหน้าที่ตำรวจเพราะมีหลักฐานครบแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังได้เตรียมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดีข่มขืนเพื่อเตรียมยื่นต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม คาดว่าจะยื่นเรื่องภายในสัปดาห์หน้า แต่ช่วงนี้คงต้องเก็บตัวสักระยะเนื่องจากมักมีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ โทร.เข้ามาหา ซึ่งตนไม่กล้ารับสายเพราะกลัวอันตราย

หน้า 1


http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dOaTB5Tmc9PQ==




เหยื่อพ.ร.ก. -นางหอม ศิลปะ อายุ 80 ปี ต้องเลี้ยงหลาน 3 คนตามยถากรรม ที่บ้านใหม่ศรีเจริญ ต.แก่งโดม อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลฯ เมื่อแม่ของเด็กถูกเจ้าหน้าที่ยิงบาดเจ็บแล้วจับเข้าเรือนจำกล่าวหาว่าเผาศาลากลาง ตามข่าว
napoleon no está en línea  
Old June 26th, 2010, 11:21 AM   #625
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

ทำบุญครบ100วัน"จ่าเพียร"แจกซีดีทำดี40ปีไม่ได้ย้ายระดับผบภ.ไม่เข้าร่วมงาน ภรรยาบอกเหงาแต่ไม่โดดเดี่ยว

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:18:02 น. มติชนออนไลน์


เมื่อเวลา 10.15 น.วันที่ 26 มิถุนายน ครอบครัวของพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญครบรอบ 100 วัน ของการจากไป ของพล.ต.อ.สมเพียร ที่วัดคลองเปล อ.หาดใหญ่ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 เป็นประธานในพิธี นางพิมพ์ชนา ภูวพงษ์พิทักษ์ ภรรยาของพล.ต.อ.สมเพียรพร้อมบุตรชายทั้ง ญาติ ๆ รวมถึงประชาชนและนายตำรวจ ผู้ใต้บังคับบัญชาจาก สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ยังคงเดินทางมาร่วมกัน แสดงความอาลัย เคารพและศรัทธาในคุณงามความดีของพล.ต.อ.สมเพียรอย่างคับคั่ง โดยผู้เข้าร่วมในพิธีวันนี้ส่วนใหญ่จะสวมใส่เสื้อสีดำ-ขาว"วีรบุรษบันนังสตา"และเสื้อสีขาวที่ระลึกงานทำบุญ 100 วัน ภายในงานได้มีการมีนำภาพถ่ายขนาดใหญ่ของพล.ต.อ.สมเพียร มาวางในในพิธีด้วย


นางพิมพ์ชนากล่าวถึงกรณีการหาคนผิดเหตุที่ทำให้ชื่อของพล.ต.อ.สมเพียรหลุดจากโผโยกย้าย จนกระทั่งต้องพลีชีพว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แต่ทางรักษาการ ผบ.ตร.ก็คงจะดูแลอยู่ ในส่วนตัวตนเองและครอบครัวไม่ได้คาดหวังในเรื่องนี้มากนัก ชีวิตหลังสูญเสียสามีก็เหงา แต่ก็ไม่โดดเดี่ยว ยังคงมีกิจกรรมทำ เดินทางไปไหนมาไหน และเตรียมที่จะก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ และมูลนิธิพล.ต.อ.สมเพียรขึ้นมาด้วย


สำหรับภายในงานทำบุญร้อยวัน พล.ต.อ.สมเพียรในวันนี้ได้มีการนำเสื้อยืดที่ระลึกงานทำบุญครบ 100 วันพล.ต.อ.สมเพียร สีขาวสกรีนลายภาพจ่าเพียร ข้างหลัง มาขายในราคาตัวละ 200 บาท เป็นที่ระลึก พร้อมแจกหมวกกันน็อค ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคจำนวน 300 ใบ หนังสือ นักรบที่แท้จริง พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา และแผ่นซีดีเพลง "จ่าเพียร 100 วัน ผิดพลาดย้ายด่วน 24 ทำดี 40 ปี ไม่ได้ย้าย" โดยชุมพล เอกสมญา บุตรชายคนโตของพล.ต.อ.สมเพียร


นอกจากนั้นยังได้มีประชาชนใน อ.บันนังสตา ที่ได้รวมกลุ่มกันภายใต้ชื่อกลุ่มรักปลายด้ามขวาน นำภาพขนาดใหญ่ ที่มีภาพของพล.ต.อ.สมเพียร พร้อมเขียนข้อความ "วีรบุรุษของเราไม่มีวันตาย" มามอบให้แก่ภรรยาของพล.ต.อ.สมเพียรด้วย


ในขณะที่พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าในวันนี้ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำบุญครบ 100 วันเป็นการส่วนตัวและปฏิเสธที่จะกล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามหาตัวคนผิด ที่ทำให้ชื่อของพล.ต.อ.สมเพียรหลุดจากโผโยกย้าย จนทำให้ต้องประสบเหตุร้ายจนต้องพลีชีพ


พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา กล่าวว่า จากการเดินทางเข้ารับตำแหน่ง และเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่ พบว่า เจ้าหน้าที่รวมถึง ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับรวมถึงให้ความร่วมมืออย่างดี โดยตั้งแต่เดินทางไปรับตำแหน่งและทำงานนั้นสถานการณ์ในพื้นที่ถือว่าในภาพรวมยังดีอยู่ ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงขึ้น โดยในการทำงานนั้นจะยังคงรักษาเจตนารมย์ ของท่าน พล.ต.อ.สมเพียร อดีต ผกก.สภ.บันนังสตาเอาไว้ และจะเติมเต็มในบางส่วนเข้าไป โดยใช้มวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้นพร้อมกับน้อมนำพระราชดำรัสใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา มาใช้ในการทำงาน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในขณะนี้ ประชาชนในพื้นที่กำลังจับตามองว่าตนจะทำหน้าที่ได้เหมือน ผกก.คนเก่าหรือไม่ ซึ่งก็จะพยายามทำอย่างเต็มที่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการทำบุญครบ 100 วันของพล.ต.อ.สมเพียรในวันนี้ ในส่วนของตำรวจนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ยังคงเคารพรักและศรัทธา ส่วนนายตำรวจนั้น มี พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.บันนังสตา จ.ยะลา คนใหม่ พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ ผกก.สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ และคณะผู้ติดตามที่มากับพล.ต.อ.อดุลย์



ขณะที่ พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึง รองผู้บัญชาการภาค พล.ต.ต.ชนสิษฐ์ วัฒนวรางกูร ผบก.ภ.จว.สงขลา และรอง ผบภ.ภ.จว.สงขลา ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมในงานแต่อย่างใด
napoleon no está en línea  
Old June 26th, 2010, 08:32 PM   #626
party_animals
Registered User
 
party_animals's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: Bangkok City~~
Posts: 755
Likes (Received): 80

อยากรู้ข่าวความเป็นไปของกองทัพอ่ะ อาวุธใหม่ๆ การซ้อมรบ หรือแสนยานุภาพของ3เหล่าทัพมากกว่านี้อ่ะ อย่างข่าว gripen ล๊อตแรกจะมาเมื่อไหร่ ติดอาวุธอะไรบ้าง ข่าวที่ว่าจะซื้อเรือดำน้ำอะไรก็ว่าไป......ไม่ใช่ข่าวแบบข้างบนอ่ะ ไม่ได้ความรู้เลย
__________________
~BangKoK, craziest city on planet earth~

"Bangkok has them now..." (The Hangover II)
party_animals no está en línea  
Old June 27th, 2010, 12:47 AM   #627
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

“ป้อม-ป๊อก” ฝันค้าง ฮ.ร่วงกลางเวหา

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 26 มิถุนายน 2553 00:07 น.

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-อำนาจวาสนาในชีวิตราชการและการเมืองของคู่หูดูโอ “บิ๊กป้อม” กะ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กระชั้นชิดเข้ามาทุกที คนหนึ่งยืนโงนเงนบน “รัฐนาวามาร์ค” ที่โคลงเคลงง่อนแง่น อีกคนหนึ่งก็มีเวลาอีกแค่ 2 เดือนกว่าๆ ก็ต้องเกษียนราชการเสียแล้ว

ด้วยเหตุฉะนี้ มีโครงการอะไรที่ยังค้างคาอยู่ ใจก็อยากเร่งรัดรีบเคลียร์ให้จบเร็วๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าถ้างานเสร็จก็มักมีอะไรติดปลายนวมมาด้วยเสมอ อย่างภารกิจตามแผนจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาสำหรับฝึกบิน จำนวน 16 ลำ มูลค่าพันกว่าล้าน รวมไปถึงรถหุ้มเกราะยูเครน 3,000 กว่าล้าน ที่ยังค้างเติ่งมานานปี ปิดบัญชีไม่ลง เนื่องจากจนป่านฉะนี้ยังหาเครื่องยนต์ไม่ได้นั่นอีกโครงการหนึ่งที่ดึงดันมาตั้งนานแต่ยังไม่สำเร็จ

โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ฝึกบิน ของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) หน่วยงานใต้สังกัด “บิ๊กป๊อก” นั้น จะว่าไปแล้ว คล้ายกับว่าสามารถบินขึ้นไปเหินเวหากลางท้องฟ้า อวดสมรรถนะ เอาชนะใจกรรมการได้แล้ว เหลือแค่พาเครื่องลงจอดแล้วชูมือประกาศความสำเร็จเท่านั้น

เพราะโครงการนี้ตั้งลำมาตั้งแต่ปี 2552 และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบผูกพันข้ามปีงบประมาณ ปี 2552 – 2555 ผ่านการเปิดประมูล คัดเลือกผู้ชนะ ผ่านการอนุมัติให้เซ็นสัญญาจาก “บิ๊กป้อม” จวนเจียนจะเซ็นสัญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คือ สิ้นเดือนมิ.ย. 2553 นี้แล้ว

แต่แล้ว คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต หรืออย่างไร? แผนการจัดซื้อ ฮ.จึงต้องหยุดชะงักกลางครันเพราะคำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ให้ระงับการเซ็นสัญญาไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คำสั่งศาลจึงเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงทำเอาฝันสลายกันเป็นแถวๆ

ชีวิตนายทหารใหญ่มาดสุขุมลุ่มลึกช่วงวัยใกล้เกษียณของ “บิ๊กป๊อก” น่าสังเกตว่ามีข่าวอื้อฉาวพัวพันกับการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สังคมกังขาถึงประสิทธิภาพและราคาแพง ไม่ว่าจะเป็น ข่าวคราวเรื่องเครื่องตรวจสารระเบิด จีที 200, “เรือเหาะ” หรือบอลลูนตรวจการณ์ ลามมาถึง ฮ.ฝึกบิน และเรื่องค้างเก่ารถหุ้มเกราะยูเครน

กล่าวเฉพาะการจัดซื้อ ฮ.ฝึกบิน เหตุที่เป็นเรื่องขึ้นมาก็เพราะเกิดข้อร้องเรียนจากบริษัทผู้เข้าร่วมประมูลที่เห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการคัดเลือกผู้ชนะประมูลเป็นไปโดยการใช้ดุลยพินิจไม่สุจริต ไม่ชอบด้วยระเบียบและกฎหมาย

บริษัทสยามเทลเทค จำกัด ตัวแทนบริษัท Schwcizer Aircraft Corp.สหรัฐอเมริกา ที่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ได้ร้องเรียนต่อกองทัพบก ให้พิจารณาผลการประมูลใหม่ พร้อมกันนั้น บริษัทสยามเทลเทค ก็ได้ยื่นเรื่องไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบด้วย

ผลการตรวจสอบของ สตง. ชี้ออกมาว่า คณะกรรมการจัดซื้อ ไม่ได้ตัดสิทธิบริษัท Enstrom ที่ยื่นเสนอราคาประมูลมาให้คณะกรรมการจัดซื้อพิจารณา 3 ราคา ขัดกับหลักการจัดหาพัสดุของรัฐตามระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
ตามระเบียบดังกล่าวกำหนดว่าการจัดหาพัสดุภาครัฐต้องดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทั้งยังอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจงอันเป็นความผิดต่อการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐด้วย

“ประกอบกับคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ได้เคยวินิจฉัยวางหลักการในเรื่องนี้ไว้แล้วว่า ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาเพียงราคาเดียว หากผู้เสนอราคารายใดยื่นเสนอราคาไม่ถูกต้อง คณะกรรมการจัดซื้อฯ ต้องไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น” สตง. ระบุในหนังสือสรุปผลการตรวจสอบ

สตง. ยังชี้ว่า บริษัท Enstromฯ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ชนะประมูลนั้น ยังเสนอราคาผิดเงื่อนไขตามที่ ขส.ทบ.ได้กำหนดไว้ กล่าวคือ ตามบัญชีรายการความต้องการอุปกรณ์แบบเหมารวมในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาแบบที่ 2 ข้อ 13 กำหนดไว้ว่า ต้องมีเครื่องมือซ่อมบำรุง 1 ชุดต่อหนึ่งลำ แต่บริษัท Enstrom เสนอเพียง 2 ชุด ต่อเฮลิคอปเตอร์ 16 ลำ จึงเป็นการเสนอราคาที่ไม่ถูกต้องผิดเงื่อนไข

นอกจากนั้นแล้ว คณะกรรมการจัดซื้อฯ ยังเปิดโอกาสให้บริษัท Enstrom ยื่นเอกสารรายการอะไหล่และจำนวนอะไหล่แต่ละรายการเพิ่มเติม หลังจากวันพ้นกำหนดเวลารับซองเอกสารเสนอราคาแล้ว ย่อมเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามหนังสือเชิญชวนฯ ฉบับลงวันที่ 31 ก.ค. 2552 ข้อ 1.2 และไม่ชอบด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม

ไม่นับประเด็นที่ว่า เฮลิคอปเตอร์ Enstrom 480 B ที่กองทัพบกจะซื้อนั้นราคาแพงกว่า รายงานผลสอบของ สตง. ระบุว่า จากการเดินทางไปดูสายการผลิตและทดสอบการบริของกรรมการฯ ท่านหนึ่งที่โรงงานผู้ผลิตของบริษัท Enstrom สหรัฐอเมริกา พบข้อบกพร่องของเฮลิคอปเตอร์ Enstrom 480B หลายประการ

ประกอบกับเมื่อเปรียบเทียบราคาระหว่างเฮลิคอปเตอร์ 333Mของบริษัท Schweizer และเฮลิคอปเตอร์ 480B ของบริษัทEnstrom พบว่า เฮลิคอปเตอร์ 480B ของบริษัทEnstrom มีราคาแพงกว่าเฮลิคอปเตอร์ 333Mของบริษัท Schweizer ถึงลำละ 235,875 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.548 ล้านบาท) หรือเป็นเงิน 3,774,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 120.768 ล้านบาท) ต่อ 16 ลำ

นอกจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ 333Mของบริษัท Schweizer มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า เฮลิคอปเตอร์ 480B ของบริษัทEnstrom ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการและอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง สตง. จึงขอให้กองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ทบทวนการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ครั้งนี้ใหม่

แต่เสียงท้วงติงจาก สตง. ไม่เป็นผล กองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ยังดึงดันจะเอาให้ได้ โดยมีการส่งหนังสือไปถาม กวพ. ด้วยว่า การเสนอราคาของบริษัท Enstrom ตามข้อร้องเรียนที่ว่ามาข้างต้นผิดระเบียบ กวพ.หรือไม่ คณะกรรมการ กวพ.ในยุคนี้ก็ตอบกลับมาทันทีว่า ที่บริษัทเสนอราคามา 2 ราคานั้นไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด

สตง. จึงท้วงไปอีกว่า กวพ. เป็นผู้ออกระเบียบวางหลักเกณฑ์การพิจารณาเรื่องราคาเอาไว้แล้ว ทำไมถึงได้มีข้อวินิจฉัยออกมาเป็นฉะนี้ ตกลง กวพ. ได้พิจารณาบนฐานข้อมูลที่ครบถ้วนหรือไม่ เพราะราคาที่บริษัทเสนอ 3 ราคา กวพ. ยังเข้าใจว่าเป็น 2 ราคา เรื่องนี้บริษัทสยามเทลเทค จึงมีการอุทธรณ์ให้ กวพ. พิจารณาใหม่ ขณะที่ สตง. ก็ยังติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ส่วนฟากของกองทัพบกเมื่อได้คำวินิจฉัยจาก กวพ. แล้ว ก็รีบทำเรื่องเสนอให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กระทรวงกลาโหม เซ็นอนุมัติทันที พร้อมกับส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจร่างสัญญา และประมาณการว่า สิ้นเดือนมิ.ย.นี้จะมีการเซ็นสัญญากันได้

เมื่อกองทัพบกกับกลาโหม ดึงดันกันขนาดนี้ ฝ่ายเอกชนจึงต้องหันหน้าพึ่งศาลปกครองกลาง ฟ้องกราวรูด 9 ราย ไล่ตั้งแต่ กระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, กองทัพบก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, กรมการขนส่งทหารบก, เจ้ากรมขนส่งทหารบก พ่วงด้วยคณะกรรมการจัดซื้ออีก 3 ราย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2553

คำฟ้องกล่าวหาผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดว่าได้ร่วมกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยการใช้ดุลยพินิจโดยไม่สุจริตในการพิจารณาผลการเปิดซองประมูลราคาและซองเทคนิค การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

เมื่อศาลปกครองกลาง รับคำฟ้องก็ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย และพิเคราะห์แล้วรับฟังได้ว่าคดีมีมูล สุดท้ายจึงมีคำสั่งระงับการเซ็นสัญญาชั่วคราวตามคำขอบรรเทาทุกข์ของผู้ฟ้องคดี

ฝันหวาน ฝันอร่อย ของคู่หูดูโอ “บิ๊กป้อม” กะ “บิ๊กป๊อก” จึงกลายเป็นฝันค้าง หลังเจอคำสั่งศาลสอย ฮ.ร่วง กลางเวหา !
napoleon no está en línea  
Old June 27th, 2010, 11:07 AM   #628
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

เผยชีวิตสลด "อีซา"เหยื่อปืน อีกรายแม่ตามหา ลูกหายตอนสลาย

วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7150 ข่าวสดรายวัน


แม่หนุ่มนปช.ศรีสะเกษประกาศตามหาลูกชายหลังหายสาบสูญไปตั้งแต่เหตุการณ์สลายม็อบแดง เผยลูกชายเข้ากรุงทำงานที่สนามม้าแล้วไปร่วมชุมนุมโดยเป็นการ์ดนปช. กระทั่งวันที่ 12 พ.ค.ก็ติดตามลูกชายไม่ได้เลย จนทุกวันนี้ไม่รู้ชะตากรรม เป็นตายร้ายดีอย่างไร บ้านสงเคราะห์ที่"น้องอีซา"เหยื่อ สไนเปอร์วัย 13 ปีเตรียมยื่นขอเงินเยียวยาจากรัฐบาล เผยประวัติน้องอีซา-พี่ชายวัย 15 ปีสุดรันทด พ่อเสียชีวิตเมื่อ 8 ปีก่อน แม่ก็หายสาบสูญ เป็นเด็กเรียนดี ไม่น่าพบจุดจบสุดอนาถ

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านอัซซัยยิดะฮ นะฟีซะฮ ซัมสุ (บ้านสงเคราะห์และฝึกฝนวิชาชีพเด็กกำพร้า) ซอยรามคําแหง 2 เขตหัวหมาก กทม.หลังทราบว่าสถานที่ดังกล่าวเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา หรือ น้องจู อายุ 13 ปีที่เสียชีวิตถูกสไนเปอร์ยิงบริเวณซอยรางน้ำ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา และถูกนําไปฝังที่สุสานสว่างประทีป จ.ชลบุรี โดยน้องอีซา มาอาศัยอยู่กับพี่ชายแท้ๆ คือนายเกรียงไกร โต๊ะสี หรืออาบูลัก อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ มีอาการสมาธิสั้น เมื่อไปถึงพบนายประเสริฐ ทับแล อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา และนายสมศักดิ์ วันแอเลาะ ฝ่ายปกครอง และกลุ่มเพื่อนๆ ของน้องอีซา ส่วนนายเกรียงไกร พี่ชายได้หลบหนีออกจากบ้านไปเมื่อวานนี้

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 8 ปีก่อนได้มีคนนําพี่น้องคู่นี้มาส่งที่บ้านเด็กกำพร้าให้ช่วยเลี้ยงดูแทน เนื่องจากนายสมญา ศรีสุวรรณ อายุ 60 ปี พ่อของเด็กทั้งคู่ ได้เสียชีวิตจากโรคประจําตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ส่วนนางกัญญา โต๊ะลี อายุ 18 ปี แม่ได้หายสาบสูญไปไม่ทราบชะตากรรม ทั้งนี้ ช่วง 1 เดือนแรกที่เรารับเด็กคนนี้เข้ามาอยู่พบว่ามีพฤติกรรมชอบคุ้ยเขี่ยขยะ จึงได้พยายามอบรมและส่งให้ไปเรียนที่โรงเรียนวิจิตรวิทยา ซ.นวลน้อย หลังจากที่พี่น้องคู่นี้ถูกส่งเข้าไปเรียนแล้วก็พบว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนผลการเรียนพอใช้ได้ ซึ่งน้องอีซาเรียนดีกว่านายเกรียงไกร พี่ชายเล็กน้อย ทั้งนี้ ช่วงที่ไปโรงเรียนมาทราบว่านายเกรียงไกรมักจะมีพฤติกรรมแปลกๆ อยู่เสมอ มีอยู่วันหนึ่งได้หนีเรียนออกมาเดินรอบโรงเรียน เหมือนเดินตรวจตราความเรียบร้อย ซึ่งทางโรงเรียนก็รายงานมาให้ทราบ และยังพบว่าพี่น้องคู่นี้ยังมีความจําและสมาธิสั้นด้วย มักทําอะไรไม่นานก็จะเบื่อ และเด็กที่อยู่ภายในบ้านหลังนี้เราจะดูแลจะสอนแบบให้เขาช่วยเหลือตัวเองมากที่สุด เพื่อให้เขาออกไปใช้ชีวิตต่อในสังคมได้ และกลุ่มน้องอีซานี้เป็นเด็กกลุ่มที่ 8 ที่เรารับเลี้ยงดู มีเด็กอยู่ทั้งสิ้น 53 คน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการออกไปชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ทางบ้านไม่ทราบมาก่อนว่าเด็กออกไปร่วมชุมนุม เนื่องจากเด็กมักจะหนีออกไปหลายครั้ง และมีครั้งหนึ่งที่ขบวนผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนขบวนใหญ่ผ่านมาบริเวณปากซอยบ้าน ซ.รามคําแหง 2 มาทราบภายหลังว่านายเกรียงไกรได้กระโดดเกาะร่วมไปกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย โดยนายเกรียงไกรได้มาเล่าให้ฟังทีหลังว่าได้ไปนั่งโบกธงแดงอยู่บนรถปราศรัย ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ได้พยายามบอกว่าอย่าหนีออกไปอีก ต่อมาเมื่อประมาณต้นปีพี่น้องคู่นี้ก็ได้หนีออกไปอีก ไม่ทราบว่าไปไหน และพยายามออกตามหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งมาทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดที่ตีแผ่เรื่องราวของเด็กไร้ญาติที่ฝังอยู่ที่สุสานสว่างประทีป จ.ชลบุรี จึงได้หาข้อมูลและนําภาพที่ข่าวสดลงไปให้หลายๆ คนดูก็จําตําหนิรูปพรรณเด็กได้ คือน้องอีซา จากนั้นก็ได้ประสานไปยังสุสานว่าจะเดินทางไปรับศพ นําเด็กกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ซึ่งก็ได้ดําเนินการไปแล้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวเสริมว่า กรณีที่น้องอีซา เดินทางไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงในครั้งนี้ คงไม่ใช่เพราะชอบเสื้อแดง แต่อาจจะเป็นเพราะความสนุกตามประสาเด็กมากกว่า เพราะช่วงที่อยู่ที่นี้ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องชุมนุมเลยเป็นเด็กที่ร่าเริง สนุกสนาน อยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ในบ้านได้ดี และเป็นเด็กที่เรียนดีพอสมควรดีกว่าพี่ชาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางบ้านกำลังจัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นส่งไปยังพรรคเพื่อไทย เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาล ซึ่งเงินจํานวนดังกล่าวทางบ้านได้หารือกันแล้วหากได้มาก็จะนํามาปรับปรุงที่พักของเด็กๆ เหล่านี้ให้ดีขึ้น เพราะขณะนี้เริ่มทรุดโทรมมาก ทั้งนี้ หากผู้ใดต้องการช่วยเหลือเด็ก สามารถติดต่อมายังบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ได้ ตั้งอยู่เลขที่ 87/2 รามคําแหง 2 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.หรือโทร 02-7172045

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เดินทางไปถึงพบว่าได้มีบรรดาเด็กกำพร้าจํานวนหลายคนที่รู้ว่ามาทําข่าวเรื่องน้องอีซา ต่างให้ความสนใจและพยายามให้ข้อมูลต่างๆ แต่ไม่มากนักเพราะเด็กส่วนใหญ่ยังห่วงเล่น และต่างบอกว่าน้องอีซาเคยอยู่ที่นี่ เล่นด้วยกันที่นี่และหายไป และบางคนยังบอกว่าเคยฝันเห็นอีซา มาหามาชวนเล่นด้วย แต่พอสอบถามต่อเด็กก็วิ่งหายไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ศรีสะเกษว่า จากกรณีกำลังทหารสลายการชุมนุมของกลุ่มนปช.บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯช่วงพ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมทั้งสูญหายไปจำนวนมาก ในจำนวนผู้สูญหายมีชาวศรีสะเกษ 2 รายที่ญาติยังตามตัวไม่พบคือ 1.นายปัญญา เบิกบาน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 12 บ้านภูมิสวงษ์ ต.หัวเสือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 2.นายจำรูญ ประดิษฐ์ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 273 หมู่ที่ 1 บ้านใจดี ต.ใจดี อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

วันเดียวกัน ที่จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบ้านของนายปัญญา เบิกบาน ที่บ้านภูมิสวงษ์ ต.หัวเสือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ พบนายสมเร็จ เบิกบาน อายุ 49 ปี และนางสมบัน เบิกบาน อายุ 47 ปี บิดามารดานายปัญญาอยู่ในสภาพซึมเศร้าเนื่องจากเป็นห่วงชะตากรรมของลูกชาย

นางสมบันนำรูปถ่ายนายปัญญาสวมเสื้อสีแดง แว่นตาดำ มาให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดตามหาตัว จากนั้นกล่าวว่า ตนมีลูก 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 คน คนโตชื่อนายทัศนา เบิกบาน อายุ 25 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่กรุงเทพฯ คนที่ 2 นายปัญญา อายุ 23 ปี และด.ญ.สุนิสา อายุ 11 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นป.5

นางสมบันกล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ การณ์สลายม็อบคนเสื้อแดง นายปัญญาออกจากบ้านไปหางานทำที่กรุงเทพฯได้ประมาณ 20 วัน โดยได้ทำงานอยู่ที่สนามม้าปทุมวัน ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนปช. ตนทราบข่าวว่าลูกชายกับเพื่อนหลายคนไปเข้าร่วมชุมนุมด้วยที่แยกราชประสงค์ ได้พูดคุยกับลูกล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายปัญญาโทรศัพท์มาว่ากำลังร่วมชุมนุมอยู่กับกลุ่มนปช. โดยทำหน้าที่เป็นการ์ด จากนั้นตนก็ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกชายอีกเลย ไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ที่ผ่านมาตนและสามีพยายามติดต่อกับบรรดาเพื่อนๆของลูกชายที่กรุงเทพฯหลายคน แต่ไม่มีใครทราบว่าลูกชายอยู่ที่ไหนและเป็นอย่างไร

ด้านนายสมเร็จ เบิกบาน อายุ 49 ปี บิดากล่าวว่า ไม่กี่วันที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่อำเภอขุขันธ์มาติดต่อสอบถามว่า นายปัญญาที่หายไปจากการชุมนุมกับกลุ่มนปช.ที่กรุงเทพฯกลับมาบ้านแล้วหรือยัง ตนได้แจ้งไปว่ายังไม่ได้กลับมาบ้าน ทางเจ้าหน้าที่อำเภอแจ้งว่าจะช่วยตามหาอีกทาง นอกจากนี้ครอบครัวได้แจ้งมูลนิธิกระจกเงาเพื่อขอให้ช่วยตามหานายปัญญาอีกทางหนึ่งด้วย แต่จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวของลูกชายแต่อย่างใด อยากบอกผ่านไปกับ"ข่าวสด"ว่าหากลูกชายทราบข่าวนี้ทาง สื่อสารมวลชนแล้ว ขอให้ติดต่อกลับบ้านด่วนด้วย เนื่องจากว่าพ่อแม่และญาติๆ ทุกคนเป็นห่วงมาก

หน้า 1

http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dOaTB5Tnc9PQ==



อาลัยเพื่อน - เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์บ้านอัซซัย ยิดะฮ นะฟีซะฮ ซัมสุ ซอยรามคําแหง 2 โชว์ภาพ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา เพื่อนวัย 13 ปีที่ถูกยิงตายบริเวณซอยรางน้ำวันสลายม็อบนปช. ด้วยความคิดถึง



ลูกหาย - นายสมเร็จและนางสมบัน เบิกบาน ชาวบ้านอ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ร้อง"ข่าวสด" ช่วยตามหานายปัญญา เบิกบาน ลูกชายที่หายสาบสูญไปตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. ระหว่างร่วมชุมนุมคนเสื้อแดงที่เวทีราชประสงค์

Last edited by napoleon; June 27th, 2010 at 11:14 AM.
napoleon no está en línea  
Old June 28th, 2010, 12:04 PM   #629
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

"ดีเจแดง"ร้อง ขวานจามหัว "ลุงเหยื่อปืน"โอด ศอฉ.เรียกสอบ

วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7151 ข่าวสดรายวัน


เปิดตัวเหยื่อเสื้อแดงอีกราย เป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดังภาคเหนือรู้จักกันในนาม "ดีเจ.ปี้น้อย" เผยก่อนหน้านี้มาร่วมชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า-แยกราชประสงค์ พอม็อบเลิกกลับไปอยู่บ้านที่พะเยา ขณะอยู่ในบ้านถูกมือมืดบุกเข้าไปใช้ขวานฟันหัวแบะ อาการสาหัส ต้องย้ายเข้ามารักษาตัวในกทม. เจ้าตัวเปิดใจไม่เคยมีศัตรูที่ไหน สงสัยถูกตามเช็กบิลย้อนหลัง เหยื่อปืนขอนแก่นอีกราย ได้รับจดหมายจากศอฉ.ให้ไปรายงานตัวทั้งๆ ที่ถูกยิงปางตาย

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีญาตินายเมธี เมธาสุข อายุ 40 ปี อดีตดีเจ.ชื่อดังในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นที่รู้จักกันในนามของ "ดีเจ.ปี้น้อย" หรือ "ดีเจ.น้อยหน่า ตะหานเก่า ศิลปะล้านนา" จัดรายการสถานีคลื่น 92.5 และ 105 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแเดง เดินทางเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้นายเมธี เนื่องจากภายหลังเหตุการณ์สงบนายเมธีได้เดินทางกลับบ้านจ.พะเยา แล้วถูกคนร้ายบุกใช้ขวานจามหัวขณะทำงานอยู่ในที่พัก ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.แห่งหนึ่งในกทม. อาการ สาหัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังได้ข้อมูลเบื้องต้นญาติคนดังกล่าวได้พาผู้สื่อข่าวเข้าพบนายเมธี ซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทันที พบนายเมธีนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงคนไข้ ศีรษะมีผ้าก๊อซพันไว้ ซึ่งเจ้าตัวบอกมีอาการปวดศีรษะตลอดเวลา ข้างเตียงคนไข้พบญาติพี่น้องคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ เนื่องจากผู้บาดเจ็บขยับตัวลำบาก แต่พูดจาโต้ตอบได้

นายเมธี เผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ตนเดินทางมาร่มชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงภาคเหนือ ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมทางภาคเหนือ กระทั่งมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และสะพานผ่านฟ้าฯ สาเหตุที่มาชุมนุมเนื่อง จากต้องการมาช่วยนปช.ที่ราชประสงค์ และต้องการนําข่าวสารต่างๆ ที่บรรดาแกนนําขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่ ไปกระจายข่าวให้กับพี่น้องในพื้นที่ภาคเหนือที่ตนเองเป็นดีเจ.อยู่ ประ กอบด้วย จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และน่าน ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง เพราะรัฐบาลปิดหูปิดตาประชาชน ไม่ทราบข่าวสารที่เกิดขึ้น และผู้ที่มาร่วมชุมนุมทุกคนมีความคิดดี อยากช่วยชาติบ้านเมืองให้เกิดความยุติธรรม ไม่เป็นสองมาตรฐานอย่างนี้ และทุกคนที่มาไม่มีค่าจ้าง ขอเพียงข้าว 1 กล่องเท่านั้น

นายเมธี กล่าวต่อว่า พี่น้องเสื้อแดงทุกคน มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใครเจ็บไข้ได้ป่วยจะช่วยหายามาให้กัน เมื่อมีขโมยเข้ามาขโมยของภายในเต็นท์ที่ชุมนุมก็จะช่วยกันดูแล ยืนยันว่าทุกคนไม่มีอาวุธที่จะนํามาต่อสู้กับรัฐบาล มีแต่ตีนตบ ทั้งนี้ ในส่วนของการปรองดองของรัฐบาล อยากให้รัฐบาลจริงใจในการปรองดอง ควรถามประชาชนที่รักประชาธิปไตย ว่าพวกเขาต้องการอะไร ตอนนี้รัฐบาลต้องการปรองดอง แต่ปรากฏว่าไม่รู้ไปแก้อะไรหลายๆ อย่าง ขัดความรู้สึกประชาชน สิ่งที่ประชาชนคลางแคลงใจ คือความเจ็บปวดที่ได้รับจากรัฐบาลคือเรื่องสองมาตรฐาน ต้องไปแก้จุดนั้นถึงจะถูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายเมธี ให้สัมภาษณ์อยู่นั้นเริ่มมีอาการปวดศีรษะมากขึ้น พยาบาลต้องนํายาแก้ปวดมาให้รับประทาน

จากนั้น นายเมธี กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของตนเองว่า ถูกกระทบกระเทือนที่ศีรษะรุนแรงจนกะโหลกยุบ สมองบวม ส่งผลให้ระบบประสาทซีกซ้ายทั้งร่างกายไม่ตอบสนอง ไม่มีแรง มีอาการชาตามแขนและขา และแขนเริ่มลีบเล็กลง นอนหลับยาก ปวดศีรษะตลอดเวลา ทุกวันนี้ต้องทํากายภาพบำบัด 2 เวลาเช้า-เย็น

ดีเจ.เหยื่อกระชับพื้นที่ กล่าวต่อว่า ระหว่างร่วมชุมนุมอยู่และทางรัฐบาลสั่งกระชับพื้นที่ราชประสงค์ มาตั้งแต่ก่อนวันที่ 19 พ.ค.ขณะนั้นตนโดนทั้งแก๊สน้ำตา โดนไล่ยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง หลังจากเข้าไปช่วยพี่น้องภาคเหนือที่ถูกเจ้าหน้าที่กระทํา หลังจากอยู่จนถึงวันสุดท้าย 19 พ.ค. ก็ได้เดินทางกลับเชียงใหม่ ในวันที่ 23 พ.ค .และไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ หมอบอกว่าปอดและระบบทางเดินหายใจอักเสบและมีปัญหาสายตา ตอนนี้อยู่ระหว่างการรักษา

นายเมธี กล่าวถึงวันที่ถูกทําร้ายร่างกายหลังจากเดินทางกลับภาคเหนือ ว่า ตนเองมีอาชีพขายส่งเสื้อผ้ามือสองด้วยเป็นอาชีพเสริมจากการเป็นดีเจ. โดยร้านดังกล่าวเปิดที่ จ.พะเยา ส่วนสถานีวิทยุ อยู่เชียงใหม่ ขณะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะกำลังนั่งทําบัญชีอยู่ที่โต๊ะทํางานที่ จ.พะเยา ลูกน้องกำลังแยกคัดเสื้อผ้าอยู่ชั้นบน ตนได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาจอด และได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา คิดว่าเป็นลูกค้าจึงไม่ได้คิดอะไร เพราะเราไม่มีศัตรูที่ ไหน โดยเฉพาะศัตรูทางการค้าไม่มีแน่นอน เพราะไม่เคยขายตัดราคาใคร คิดว่าน่าจะมาจากเรื่องการเมืองที่ตามมารังควานแน่นอน จากนั้นตนก็ถูกตีจนเลือดอาบและสลบไป มาทราบภายหลังว่าเป็นแผลฉีกขาดฉกรรจ์และสมองยุบ แพทย์บอกว่าดูบาดแผลแล้วคล้ายถูกขวานจาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหัวเตียงของนายเมธี พบว่านายเมธีได้แต่งกลอนไว้ 1 ฉบับ แต่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา หลังจากฟื้นไข้และสามารถพูดจารู้เรื่อง โดยนายเมธี หยิบกลอนดังกล่าวมาอ่านให้ฟัง พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้าว่า

"สายตาที่กร้าวกล้า บ่งบอกว่าใจยังสู้ จะบอกให้เจ้ารู้ ใจของกูเจ็บปวดร้าว น้ำตารินในอก ดั่งนรกร้อนและหนาว เสียงปืนที่เกรียวกราว ยังแตกร้าวในมโน รอวันเสียงปืนแตก เห็นรอยแรกใหญ่อักโข ดวงไฟอันใหญ่โต จะลุกโชนทั่วแผ่นดิน"

นอกจากกรณีที่เกิดขึ้นกับนายเมธี ยังมีอีกกรณีเกิดกับนายกิตติชัย แข็งขัน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.7 บ้านหินลาด ต.พังทุย อ. น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งถูกยิงที่ท้องได้รับบาดเจ็บ แล้วยังถูกศอฉ.เรียกไปรายงานตัวในวันที่ 28 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ สร้างความงวยงงให้กับนายกิตติชัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากถูกยิงแล้วอาจต้องตกเป็นผู้ต้องหาอีกด้วย

โดยในวันเดียวกันนี้ นายกิตติชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้รับหนังสือจาก ศอฉ. เมื่อตอนบ่ายของวันที่ 26 มิ.ย. ให้ไปรายงานตัวในวันที่ 28 มิ.ย. โดยมีชายคนหนึ่งนำหนังสือมาให้เซ็นรับทราบ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเป็นหนังสือจาก ศอฉ. เมื่อตนเซ็นแล้วชายดังกล่าวได้ฉีกกระดาษที่เป็นส่วนท้ายเอาไป

นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า เมื่อตนเองนำหนังสือฉบับดังกล่าวมาดู ปรากฏว่า หนังสือลงวันที่ 7 เม.ย. แต่หนังสือทำไมเพิ่งจะมาถึงวันนี้ เวลาผ่านมาแล้วตั้งเดือนกว่า ตนดูแล้วก็ยังงงๆ เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ก็จะไปรายงานตัวตามที่ศอฉ. ส่งหนังสือมาตาม แต่จะไปขอคำปรึกษาที่พรรคเพื่อไทยก่อน

นายกิตติชัย ย้อนเหตุการณ์วันถูกยิงว่า ตอนนั้นตนออกจากสตช. หลังจากไปช่วยหลานชายเดินสายไฟในสตช. คิดว่าจะไปหากลุ่มผู้ชุมนุมชาวขอนแก่นเพื่อแวะกินข้าว ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ตอนนั้นเป็นเวลาค่ำแล้ว และแกนนำก็มีการมอบตัวกันหมดแล้ว คิดว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์อะไร พอมาถึงแยกราชประสงค์ มีคนตะโกนบอกให้หลบเข้าไปในวัดปทุมฯ เพื่อความปลอดภัย พอเข้าไปในวัดพักผ่อนอยู่นานพอสมควร ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น และรู้ตัวว่าถูกยิงเข้าที่หลังและฝ่ามือขวา

"ตอนนั้นผมพยายามวิ่งหนีกลับเข้าไปหาพยาบาลเพื่อทำแผล โดยมีทหารร้องบอกให้ถอดเสื้อแล้วยกมือขึ้น ผมก็ทำตามแล้วก็วิ่งไปหาพยาบาล ผมงงจริงๆ เพราะไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ผมถูกยิงวันที่ 19 พ.ค. แล้วทำไมหนังสือลงวันที่ 7 เม.ย. แล้วเพิ่งจะมาถึงในวันที่ 27 มิ.ย. และให้ไปรายงานตัวในวันที่ 28 มิ.ย. หนังสือกว่าจะมาถึงใช้เวลาตั้งเดือนกว่า" นายกิตติชัย กล่าว

หน้า 1

http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dOaTB5T0E9PQ==



เช็กบิล - นายเมธี เมธาสุข ดีเจ.เสื้อแดงภาคเหนือ ถูกคนร้ายบุกใช้ขวานจามหัวในบ้านพัก จ.พะเยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวสงสัยถูกตามเช็กบิล จนญาติต้องพาหนีภัยเข้ามารักษาตัวในกรุงเทพฯ
napoleon no está en línea  
Old June 28th, 2010, 01:56 PM   #630
bluesea
Registered User
 
Join Date: Aug 2009
Posts: 5
Likes (Received): 0

napoleon เป็นอะไรมากป่าวครับ

นี่มันกระทู้ทางการทหารไม่ใช่กระทู้การเมือง อ่านภาษาไทยออกมั้ย

ทำตัวอย่างกับคนเก็บกดเลยอ่ะ
bluesea no está en línea  
Old June 28th, 2010, 04:50 PM   #631
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

Nick Nostitz

http://asiapacific.anu.edu.au/newman...-killing-zone/















napoleon no está en línea  
Old June 28th, 2010, 05:45 PM   #632
chengo
Registered User
 
chengo's Avatar
 
Join Date: Feb 2009
Location: bangkok
Posts: 1,120
Likes (Received): 267

'ไทย-มาเลย์'ซ้อมรบแปซิฟิก'RIMPAC'

ไทยรัฐออนไลน์ * 27 มิถุนายน 2553, 10:15 น.



กองทัพไทยและมาเลเซีย ร่วมภารกิจซ้อมรบระหว่างประเทศทางทะเล ในมหาสมุทรแปซิฟิกนำโดยกองทัพสหรัฐฯ เป็นปีแรก จุดประสงค์การซ้อมรบเพื่อร่วมมือแก้วิกฤติของโลก...

การซ้อมรบ ระหว่างประเทศทางทะเลรายการใหญ่ที่สุดของโลกในมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ “ริมแพค” (Rim of the Pacific Exercise -- RIMPAC) จัดขึ้นทุก 2 ปี นำโดยกองทัพสหรัฐฯ ปีนี้เริ่มตั้งแต่วันพุธ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ บริเวณนอกชายฝั่งรัฐฮาวาย จุดประสงค์การซ้อมรบเพื่อร่วมมือแก้วิกฤติของโลก ไม่ว่าจากปัญหาภัยธรรมชาติหรือปัญหาจากมนุษย์ กองทัพไทยกับมาเลเซียร่วมภารกิจซ้อมรบปีนี้ด้วยครั้งแรก เช่นเดียวกับโคลอมเบียและฝรั่งเศส

ทั้งนี้ กองเรือที่ 3 ของสหรัฐฯ ระบุการซ้อมรบใช้ทหารมากราว 20,000 นาย รวมทั้งทหารจากออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เปรู สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ใช้เครื่องบินร่วมภารกิจมากกว่า 150 ลำ เรือรบ 34 ลำ เรือดำน้ำ 5 ลำ ส่วนบราซิล อินเดียกับนิวซีแลนด์ ร่วมสังเกตุการณ์ การซ้อมรบ “ริมแพค” ปีนี้ รวมถึงภารกิจปราบโจรสลัดบริเวณน่านน้ำช่องแคบมะละกา แต่ไม่เกี่ยวข้องสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลี

การซ้อมรบ “ริมแพค” เริ่มดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 2514 ขณะที่ไทยในฐานะชาติพันธมิตรแนบแน่นกับสหรัฐฯมายาวนาน เพิ่งร่วมภารกิจซ้อมรบ “คอบรา โกลด์” ประจำปีนี้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับมาเลเซีย อยู่ระหว่างเร่งรื้อฟื้นนับตั้งแต่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ โดยมาเลเซียประกาศพร้อมร่วมภารกิจซ้อมรบ “คอบรา โกลด์” กับสหรัฐฯและไทยด้วย.
chengo no está en línea  
Old June 28th, 2010, 05:52 PM   #633
S.aureus
Newbie!
 
S.aureus's Avatar
 
Join Date: Jul 2008
Location: Bangkok
Posts: 61
Likes (Received): 6

Quote:
Originally Posted by bluesea View Post
napoleon เป็นอะไรมากป่าวครับ

นี่มันกระทู้ทางการทหารไม่ใช่กระทู้การเมือง อ่านภาษาไทยออกมั้ย

ทำตัวอย่างกับคนเก็บกดเลยอ่ะ
+ 100,000
เดี๋ยวเขาก็เอามาโพสต์อีกครับ เชื่อสิ
__________________
"Religion without science is blind, Science without religion is lame".....Albert Eistien
S.aureus no está en línea  
Old June 29th, 2010, 09:46 AM   #634
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

รถชนปริศนา การ์ดณัฐวุฒิ อดีตจ่าน้ำหวาน ดีเจ.แดงยังหนัก

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7152 ข่าวสดรายวัน


สาวนปช. เหยื่อจนท.ข่มขืน ยื่นขอความช่วยเหลือจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ หอบหลักฐาน ใบแจ้งความใบรับรองแพทย์ ครวญไม่มีรายได้ เป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบ แถมเครียดหนัก ลูกถูกเพื่อนล้อ ทุกวันนี้ยังผวา นอกจากกลัวแล้วยังแค้น ด้านเมียพ่อค้าถั่วทอดที่ถูกยิงอัมพาต ก็รุดมายื่นอีกราย โวยทั้งน้ำตาต่อหน้ารมว.ยุติธรรม แย่มาก สามีไม่เกี่ยวข้องแต่กลับถูกยิง ขณะที่ "จตุพร" เผย "น้ำหวาน" การ์ด "ณัฐวุฒิ" โดนรถชนตายมีเงื่อนงำ เชื่อถูกเก็บแบบเดียวกับ "อ้วน บัวใหญ่" ส่วนดีเจ.เสื้อแดงภาคเหนือ อาการยังน่าห่วง หลังถูกมือมืดจามหัว คนในครอบครัวต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่หน้าโชว์รูมโตโยต้า สยามสแควร์ ซอย 3 สำนักงานช่วยเหลือทาง การเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จัดตั้งเต็นท์รับเรื่องราวร้องทุกข์ในโครงการยุติ ธรรมเคลื่อนที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ การณ์สลายม็อบเสื้อแดง ปรากฏว่ามีประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย เดินทางมายื่นหนังสือขอรับความช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนดังกล่าว มี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สมาชิกนปช. ที่แจ้งความตำรวจว่าถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ข่มขืนกระทำชำเราในด่านของเจ้าหน้าที่ ก็เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือด้วยเช่นกัน โดยน.ส.เอ นำใบบันทึกประจำวันที่แจ้งความเอาไว้ รวมทั้งใบรับรองจากแพทย์ร.พ.ศิริราช และข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่นำเสนอข่าวดังกล่าว มายื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

น.ส.เอ กล่าวว่า พอใจที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้เท่าไหร่ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีรายได้ แถมยังต้องจ่ายหนี้สินอีกมาก ทั้งของธนาคารออมสิน และหนี้นอกระบบ เงินที่ได้มาจะบรรเทาความเดือดร้อนไปได้มาก แต่คงไม่พอ หลังจากเกิดเรื่องนี้ก็มีผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะลูกที่ไม่ค่อยเข้าใจ เนื่องจากยังเป็นเด็ก เวลาไปโรงเรียนจะถูกเพื่อนล้อเลียน ว่าแม่ไปร่วมชุมนุมเสื้อแดงถูกทหารลากไปข่มขืน และลูกก็กลับมาพูดว่า แม่เป็นแบบนี้หนูอายเขา ทำให้เครียดมาก เพราะลูกๆ จะค่อนข้างรังเกียจ เวลาพูดด้วยเขาก็ไม่ค่อยจะพูดคุยด้วย

สาวเหยื่อความรุนแรงของรัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่แจ้งความไว้ ทางตำรวจบอกว่ากำลังดำเนินการอยู่ ทุกวันนี้เวลาเห็นทหารใส่เครื่องแบบยังมีความกลัวอยู่มาก นอกจากความกลัวแล้ว ก็ยังมีความแค้นมากอีกด้วย ทุกวันนี้นอนไม่ค่อยหลับ มันเจ็บในใจ คิดว่าถ้าไม่มีใครมาช่วยเหลือ คงจะเขียนฎีกาถวาย และคงไม่ไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงอีกแล้ว ถ้าได้รับเงินในครั้งนี้ ก็จะนำไปค้าขาย เพื่อนำรายได้ไปใช้หนี้ เลี้ยงดูแลลูกและแม่

ด้านเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ผู้รับเรื่อง กล่าวว่า น.ส.เอ เป็นผู้มาแจ้งเรื่องด้วยตนเอง พร้อมทั้งมีหลักฐานต่างๆ มายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ขั้นตอนต่อไปทางคณะกรรมการจะพิจารณาเรื่องและสรุปสำนวน ในการจ่ายค่าชดเชยต่อไป คิดว่าคงจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน ตามกฎหมายให้เวลาพิจารณาจ่ายเงินชดเชยไว้ไม่เกิน 78 วัน โดย น.ส.เอ จะได้รับเงินค่าตอบ แทนผู้เสียหายในคดีอาญา ตามมาตรา 17 และมาตรา 18 ในหมวด 4 พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 โดยจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลในเบื้องต้นตามใบเสร็จของโรงพยาบาล และยังได้รับชดเชยจากการถูกข่มขืน ประมาณ 30,000 บาท หรือไม่เกิน ตามที่คณะกรรมการพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากน.ส.เอ จะเข้ายื่นหนังสือแล้ว ยังมีนางวรานิชฐ์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 49 ปี ภรรยานายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 53 ปี พ่อค้าขายส่งถั่วทอดย่านบ่อนไก่ ที่ถูกยิงจนกลายเป็นอัมพาต เดินทางมายื่นหนังสือด้วย โดยนำรูปภาพของนายฐานุทัศน์ ขณะนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล มายื่นให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ที่กำลังเดินเยี่ยมผู้ที่มายื่นเรื่องอยู่ภายในเต็นท์ พร้อมทั้งพูดกับนายพีระพันธุ์ ทั้งน้ำตาว่าเป็น การกระทำที่แย่มาก เนื่องจากสามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม แล้วยังมาถูกยิงจนเป็นอัมพาต โดยนายพีระพันธุ์ รับปากนางวรานิชฐ์ ว่าจะให้เจ้าหน้าที่ดูแลให้

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่าการ์ดของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ชื่อนายธนพงษ์แป้นมี หรือรู้จักกันในชื่อว่า "น้ำหวาน" ประ สบอุบัติเหตุขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยถูกรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ สี และทะเบียน พุ่งชนเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 มิ.ย. บริเวณคลองเจ็ด จ.ปทุม ธานี และเสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. คนใกล้ชิดต่างเชื่อว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นฆาตกรรมอำพราง เช่นเดียวกับที่เกิดกับนายศักดิ์นรินทร์ กองแก้ว หรือ อ้วน บัวใหญ่ เสื้อแดง จ.นครราชสีมา เพราะก่อนหน้านี้ นาย ธนพงษ์เคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่าถูกติดตามและหมายเอาชีวิต

เวลา 16.00 น. ที่ศาลา 3 วัดหงษ์ปทุมาวาส ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ญาตินำศพ พ.อ.อ.ธนพงษ์ แป้นมี อายุ 43 ปี หรือน้ำหวาน การ์ดของนายณัฐวุฒิ ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ มาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนๆ เดินทางมาร่วมงาน

นางมาลัย เลิศสลุง อายุ 48 ปี อดีตภรรยา กล่าวว่า ทราบข่าวเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. จากเจ้าหน้าที่ร.พ.ปทุมธานี ว่า พ.อ.อ.ธนพงษ์ ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์เฉี่ยวชน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่ง ร.พ.ปทุมธานี ตนเองและญาติๆ จึงเดินทางมาที่ร.พ. ทราบว่าสาหัสมาก โดยแพทย์บอกว่ากระดูกก้านคอหัก มีรอยช้ำที่ท้ายทอย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อดีตภรรยา กล่าวว่า ทราบว่าอดีตสามี เป็นการ์ดของแกนนำเสื้อแดง และหลังจากม็อบถูกสลาย ก็กลับมาที่บ้านพักย่านคลองเก้า อ.ลำลูก กา จ.ปทุมธานี โทรศัพท์พูดคุยกันตลอด โดยระยะหลังทราบว่าไม่มีเงินใช้ และอยู่เป็นที่ไม่ได้ ต้องหลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุน พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่ากำลังถูกไล่ล่า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ครั้งสุดท้ายที่โทรศัพท์คุยกัน ประมาณ 15 วันที่แล้ว กระทั่งทราบข่าวร้าย

ด้านนายเล็ก ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง กล่าวว่า พ.อ.อ.ธนพงษ์เป็นการ์ดที่อยู่ในความดูแล เป็นนักเรียนจ่าอากาศ รุ่น 29 อยู่หน่วยคอมมานโด ด้วยกัน ก่อนจะลาออกจากราชการเมื่อหลายปีก่อน และเป็นการ์ดที่อยู่ใกล้ชิดกับแกนนำเสื้อแดง ทั้งนายณัฐวุฒิ และนายจตุพร ถ้าใครดูข่าวโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ จะเห็นรูปเขาอยู่ใกล้ชิดกับแกนนำทั้ง 2 คนทุกวัน ส่วนสาเหตุเสียชีวิตยังขัดกับความรู้สึก เพราะตำรวจเจ้าของคดีนั้น ระบุว่าเกิดจากอุบัติเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนแล้วพลิกคว่ำเอง แต่เท่าที่ทราบมีคนบอกว่าถูกรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน ไม่ทราบสี และทะเบียน เฉี่ยวชน ขัดกับที่เจ้าหน้าที่ระบุ

"ผมในฐานะของหัวหน้าชุดการ์ด หลังจากที่ถูกสลายแล้ว ก็พยายามตักเตือนน้องๆ ทุกคนในทีมงานว่าให้ระวังตัว เพราะรู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับการ์ดอย่างพวกเรา โดยศพแรกเกิดขึ้นที่กาญจนบุรี ไปยังพัทยา บัวใหญ่ โคราช จนสุดท้ายมาถึงปทุมธานี แต่เราคงระบุไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ หรือเกิดจากอุบัติเหตุจริง แต่เราคงต้องระวังตัวกันมากขึ้น เพราะมาใกล้ตัวเราแล้ว" การ์ดเสื้อแดงกล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยัง ร.ต.ท. อำนาจ นาควิจิตร ร้อยเวร สภ.ธัญบุรี จ.ปทุม ธานี เจ้าของคดี เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดย ร.ต.ท.อำนาจ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 17.43 น. วันที่ 26 มิ.ย. ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เมื่อไปตรวจสอบพบเพียงรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอย่างข้างถนน ที่ตัวรถไม่พบร่องรอยเฉี่ยวชนใดๆ มีเพียงร่องรอยถลอกที่ท่อไอเสียเท่านั้น ส่วนผู้บาดมี 2 ราย คือ พ.อ.อ.ธนพงษ์ และนายอดุลย์ อินมณี อายุ 33 ปี จึงนำส่งรักษาตัวที่ ร.พ.ธัญบุรี ส่วน พ.อ.อ.ธนพงษ์ อาการสาหัส แพทย์ส่งต่อไปยัง ร.พ.ปทุมธานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ร.ต.ท.อำนาจ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชื่อว่าเกิดจากแฉลบ หรือเสียหลักล้มด้วยตัวเอง เพราะไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน และผู้บาดเจ็บคือนายอดุลย์ ยังให้การว่าขับรถมาดีๆ แล้วล้มแฉลบลงไปเอง ไม่มีใครมาเฉี่ยวชน แต่ที่มีคนแจ้งมายังสถานีตำรวจว่ามีเหตุรถกระบะเฉี่ยวชน ที่ว่าเป็นรถนิสสัน นาวาร่า เฉี่ยวชนนั้น ก็ไม่สามารถติดต่อกลับไปได้ เพราะใช้เบอร์โทรศัพท์สาธารณะ ขอยืนยันว่าไม่มีการเฉี่ยวชนแต่อย่างใด น่าจะเป็นอุบัติเหตุแฉลบ หรือเสียหลักด้วยตนเองตามที่ผู้บาดเจ็บอีกคนให้การไว้

ส่วนกรณี นายเมธี เมธาสุข อายุ 40 ปี หรือ "ดีเจ.ปี้น้อย" หรือ "ดีเจ.น้อยหน่า ตะหานเก่า ศิลปะล้านนา" จัดรายการสถานีวิทยุคลื่น 92.5 และ 105 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกเสื้อแดงภาคเหนือ ถูกคนร้ายบุกใช้ขวานจามหัวในบ้านพัก จ.พะเยา กะโหลกแตกบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยนายเมธีสงสัยว่าถูกตามเช็กบิล หลังเคยไปร่วมชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และแยกราชประสงค์ พอม็อบเลิกก็กลับไปอยู่บ้านที่พะเยา กระทั่งถูกมือมืดลอบทำร้ายปางตาย ตามที่ "ข่าวสด" เสนอข่าวไปตามลำดับแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากญาติของนายเมธี เมธาสุข อายุ 40 ปี ดีเจ.เสื้อแดง ว่านายเมธียังคงสาหัส เนื่องจากสมองยุบทำให้ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ทางทีมแพทย์กำลังประชุมวางแผนเพื่อเตรียมนำนายเมธี เข้าผ่าตัดกะโหลกครั้งที่ 2 แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน ต้องรอดูความพร้อมของผู้ป่วยก่อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางญาตินำเงินที่นายเมธีเก็บสะสมไว้กว่า 200,000 บาท มาเป็นค่ารักษาตัวจนหมดแล้ว และร้านค้าขายส่งเสื้อผ้ามือสองที่ จ.พะเยา ต้องปิดกิจการลง เนื่องจากมีคนแปลกหน้ามักเข้ามาในร้านถามหานายเมธี และคนในครอบครัว จึงต้องย้ายที่อยู่ และอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ

ขณะที่ นายทวี ปวงสุข นายกอบต.แก่งโดม อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.สิณีนาถ ชมภูษาเพศ เป็นชาวนาและมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ที่ถูกยิงบาดเจ็บและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางอุบลราชธานี โดยกล่าวหาว่าเผาศาลากลางจังหวัด ต้องปล่อยให้ลูกน้อยทั้ง 3 คน อยู่ไปตามยถากรรมกับย่า ว่าขณะนี้มีผู้ใจบุญหลายรายติดต่อเข้ามา บอกว่าจะเดินทางมาช่วยเหลือครอบครัวนี้ด้วยตนเอง เพราะอยากเห็นสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริง มีทั้ง ส.ส.ในพื้นที่ และนอกพื้นที่ติดต่อเข้ามาจำนวนมาก และยังมีผู้ใจบุญอีกรายที่อยู่ประเทศอังกฤษ ติดต่อเข้ามาเช่นกัน บอกว่าเป็นชาว จ.อุบลราชธานี เหมือนกัน ทราบข่าวจากอินเตอร์เน็ต จึงอยากช่วยเหลือ แต่ยังไม่ได้นัดหมายว่าจะมาเมื่อไหร่

หน้า 1

http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dOaTB5T1E9PQ==



การ์ดณัฐวุฒิ - นายธนพงศ์ แป้นมี(ในวงกลม) การ์ดที่ดูแลนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. จนถึงนาทีสุดท้ายในวันสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ล่าสุดนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ระบุนายธนพงศ์ถูกรถชนตายอย่างมีเงื่อนงำที่ จ.ปทุมธานี ตามข่าว
napoleon no está en línea  
Old June 29th, 2010, 10:15 AM   #635
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

ยันไทยคมเป็นดาวเทียมพาณิชย์ไม่เอี่ยวความมั่นคง

Thairath 29/06/2010

ผอ.กิจการอวกาศ ไอซีที ยันไทยคมเป็นของคนไทย แต่ให้ชินคอร์ปฯบริหารทางธุรกิจ ย้ำเป็นดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์เท่านั้นไม่เกี่ยวกับความมั่นคง

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร มีนายเจะอามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณากรณีรัฐบาลมีนโยบายซื้อหุ้นของบริษัทไทยคมจำกัด มหาชน จากบริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้ง จำกัด โดยเชิญตัวแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาชี้แจง

โดยนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ผอ.สำนักกิจการอวกาศ กระทรวงไอซีที กล่าวยืนยันว่า ดาวเทียมไทยคมเป็นของคนไทย อยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที โดยมีเอกชน คือ บริษัท ชินคอร์เปอเรชั่น จำกัด มหาชน ได้รับสัมปทานด้านการบริหารจัดการทางธุรกิจ และเป็นดาวเทียมสื่อสารเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพราะเป็นดาวเทียมที่มีข้อจำกัดด้านสัญญาณรบกวน เพราะอยู่ห่างจากพื้นดิน 36,000 กิโลเมตร และหมุนรอบตัวเองเท่ากับการโคจรของโลก และอยู่บนเส้นศูนย์สูตร จึงไม่สามารถถ่ายภาพทางอากาศเพื่อสำรวจแหล่งน้ำมัน แหล่งแร่ หรือดำเนินการอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงได้ เพราะมีดาวเทียมดวงอื่นที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพ เพื่อสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีกระทรวงวิทยาศาสตร์เป็นเจ้าของ สามารถจารกรรมข้อมูลการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงได้

นายเจะอามิง กล่าวว่า จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กลต. มาให้ข้อมูลด้านการถือครองหุ้นของบริษัทชินคอร์ปฯ อีกครั้งในสัปดาห์หน้า.


Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ดาวเทียมไทยคม ใช้บังคับ ยิงจรวดวิถีไกล แปลงสัญญาณหาแร่-พลังงานได้ด้วยเหรอ ?

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X9384428.html


ปธ.กมธ.ความมั่นคงฯ หนุนนายกฯ เร่งทวงคืนไทยคม

19 มิ.ย. - นายเจ๊ะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวสนับสนุนให้รัฐบาลยึดคืนสัมปทานดาวเทียมไทยคมกลับมา เนื่องจากไม่มีประเทศใดในโลกที่เอาธุรกิจสื่อสารขายให้กับต่างชาติ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีการนำดาวเทียมไปใช้เฉพาะการสื่อสาร น่าจะมีการแปลงสัญญาณเพื่อนำไปใช้เกี่ยวกับเศรษฐกิจและความมั่นคง เช่น แร่ธาตุ พลังงานน้ำมัน รวมทั้งการใช้ดาวเทียมในการยิงจรวดวิถีไกล ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศ

“อยากเรียกร้องให้นายกฯ เร่งพิจารณาว่าจะสามารถยกเลิกสัมปทานและยึดคืนดาวเทียมไทยคมได้หรือไม่ เพราะการขายสัมปทานของรัฐให้กับต่างชาติคือการขายสมบัติของคนทั้งประเทศ ถือเป็นการขายชาติ รัฐต้องทวงคืนสัมปทาน ซึ่งเป็นสมบัติของชาติให้ได้” นายเจ๊ะอามิง กล่าว

นายเจ๊ะอามิง กล่าวอีกว่า ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ จะขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในการนำเรื่องการตรวจสอบสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมเข้าให้ที่ประชุมรับเรื่องพิจารณา หากที่ประชุมเห็นด้วย ก็จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจะชิญตัวแทนจากบริษัทไทยคม และตัวแทนบริษัทชินแซทเทิลไลท์มาชี้แจงด้วย. -สำนักข่าวไทย

napoleon no está en línea  
Old June 29th, 2010, 12:51 PM   #636
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

Government may keep emergency rule

Bangkokpost Published: 29/06/2010 at 12:51 AM


The government will review its plan to lift the emergency decree in some central provinces after Sunday's RPG attack on an army fuel depot in Nonthaburi, acting government spokesman Panitan Wattanayagorn says.

The attack and other acts of sabotage will be taken into account when deciding whether to lift the decree, which has been in force for about three months in Bangkok and 23 other provinces, Mr Panitan said before the meeting of the Centre for the Resolution of the Emergency Situation (CRES) Monday.

Deputy Prime Minister Suthep Thaugsuban earlier said the government would weigh the current situation carefully before it makes a decision on whether to revoke the decree next Monday, CRES spokesman Sansern Kaewkamnerd quoted him as saying hours before the meeting.

Mr Suthep, who is charge of security and is CRES chairman, made the comments after two rocket-propelled grenades (RPGs) were fired at one of 11 fuel depots in the Quartermaster's Department compound on Sanam Bin Nam Road in Nonthaburi's Muang district on Sunday night.

There were no injuries in the attack.

The steel-made fuel tank had been empty for nearly 20 years and did not explode, an army source said.

Nonthaburi is among central provinces where it was thought the government was likely to lift emergency rule as all had been quiet there. Samut Prakan, Pathum Thani, Nakhon Pathom and Ayutthaya were in the same boat.

Mr Panitan said Sunday's attack in Nonthaburi hurt the province's prospects. It could dim the hopes of critics who want the government to lift the decree which they say is undemocratic and violates human rights.

In addition to the Sunday attack, a bomb also exploded near the head office of the Bhumjaithai Party last Tuesday.

Two days later on June 24, a homemade bomb was found at a phone booth in Udon Thani.

Despite emergency law being place, army chief Anupong Paojinda admitted in the CRES meeting Monday that safety could not be guaranteed.

Meanwhile, police were working with the Department of Special Investigation (DSI) to look into Sunday's attack.

Deputy city police chief Amnuay Nimmano said police and DSI officers were investigating whether the incident was related to an earlier RPG attack on a jet fuel tank owned by Thai Petroleum Pipeline Co in Pathum Thani's Lam Luk Ka district on April 21. The attack caused a 4cm hole in the jet fuel tank, but the fuel did not ignite due to the tank's protective double layer.

An initial police investigation said four unidentified men were seen on Sunday on two motorbikes near the Quartermaster's Department. They were believed to have launched the RPGs in front of Tasai Upatham school where they could see the fuel depot most clearly.

Mr Suthep said in Monday's meeting the CRES has not yet concluded if the attackers were in the same group which allegedly launched attacks during the red shirt rally.

The army source said Gen Anupong has ordered an internal investigation besides the police probe due to concerns that some soldiers in the Quartermaster's Department might have colluded with the attackers.

In another development, Pol Lt Gen Amnuay said officers had arrested three out of seven suspects allegedly involved in the bomb blast near the Bhumjaithai office last Tuesday .

He did not believe the incident had been set up so that the emergency decree could be kept in place.

Democrat spokesman Buranat Samutharak said the party believed attackers were targeting political parties, including the Democrats and New Politics. He also cited the party's assessment of the situation which says acts of sabotage were being prepared in Bangkok by underground groups, imitating insurgents in the far South.

The Puea Thai Party and United Front for Democracy against Dictatorship have denied involvement in the bomb near Bhumjaithai, which is the main coalition partner of the Democrats.

Prime Minister Abhisit Vejjajiva said the government had no reason to use the attack to prolong emergency rule
napoleon no está en línea  
Old June 29th, 2010, 01:23 PM   #637
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

Army tackles the high cost of deflation

Bangkokpost Published: 29/06/2010 at 12:00 AM


The army's 350 million baht airship has been deflated due to serious leaks just one month after its delivery.

The problems are worrying the inspection panel which approved the delivery of the aircraft.

Three colonels who sat on the panel that approved the delivery of the airship on May 27 are worried the US-made Aeros 40D aircraft will not be able to take to the air again, an army source said.

"It's been left deflated in a hangar at the Bo Thong airstrip in Pattani's Nong Chik district for some time," said the source, adding that several ruptures had appeared along the stitching on the airship's body.

A military team responsible for taking care of the airship has tried to repair the leaks by using heat to glue the first and second layers of tarpaulin to prevent further damage, the source said.

However, that is considered only a temporary solution as ruptures have been found all over the airship, the source said.

The craft has lost 30% of its helium - but this "was of little concern" as officials are focused more on testing three cameras mounted to helicopters which will conduct joint operations with the airship, the source said.

The use of the three cameras has not been approved by the inspection panel pending further tests to see if they work properly.

The three helicopters with cameras will supposedly work with the airship in patrolling the violence-plagued South.

At least 8million baht in military funds has been spent on refilling the airship with helium, the army source said.

"The full responsibility and all the maintenance burden will fall on the army after the airship inspection panel approves of the airship and the camera system," the source said.

Col Wiwat Suchart, deputy head of the army's Directorate of Logistics, has defended claims about the high cost of maintaining the airship, saying the helium refill will cost between 5,000 and 30,000 baht a time - not up to 100,000 baht as has been reported in the media.
napoleon no está en línea  
Old June 29th, 2010, 10:25 PM   #638
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

ครม.อนุมัติงบ 108 ล้าน จัดซื้อรถกันกระสุนให้ รมต.แทนการเช่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2553 18:38 น.


ที่ประชุม ครม.อนุมัติงบ 108 ล้าน จัดซื้อรถกันกระสุนประจำตำแหน่ง และบุคคลสำคัญ แทนการเช่าเพื่อความปลอดภัย แต่ตีกลับให้สำนักงบฯ ไปพิจารณาปรับระบบการจัดหารถมาใช้ในราชการ โดยให้พิจารณาถึงเรื่องการจัดซื้อ ซึ่งน่าจะคุ้มค่ากว่าการเช่า

วันนี้ (29 มิ.ย.) แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ทางสำนักงบประมาณ มีหนังสือด่วนที่สุดที่ นร.0705/1814 ลงวันที่ 9 เม.ย. 53 ขออนุมัติให้มีการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ใช้งบ 4,500,000 บาท และการเช่ารถฟอร์จูนเนอร์ ชนิดดีเซล จำนวน 3 คัน เพื่อใช้ในภารกิจรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ธ.ค.53 โดยทั้งสองกรณีข้างต้นให้ใช้งบประมาณปี 2554 ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้รับอนุมัติกรอบงบประมาณ ค่าเช่ารถยนต์ จำนวนทั้งสิ้น 108,440,400 บาท

แหล่งข่าวระบุอีกว่า สำหรับรถส่วนกลางจำนวน 32 คัน จำนวนเงิน 29,960,000 บาท และรถประจำตำแหน่ง 22 คัน จำนวน 78,480,000 บาท ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ ครม.พิจารณาดังนี้ คือ ขอให้มีการพิจารณาจัดซื้อทั้งสิ้นจำนวน 108,440,000 บาท โดยใช้ช่วงก่อนเวลาปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 จะมีผลบังคับใช้กรณีที่สำนักนายกรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุได้ทันที 1 ต.ค.53 โดยให้เจียดจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 งบดำเนินการเพื่อเป็นค่าเช่ารถยนต์ดังกล่าว ซึ่งผู้ลงนามเสนอ คือ นางเรณู ตังจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ สำหรับรถฟอร์จูนเนอร์ที่นำมาใช้ในการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี เป็นรถกันกระสุนทั้งหมด

นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ได้อนุมัติในหลักการให้มีการจัดซื้อรถตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอ ครม.พิจารณา จำนวน 108,440,400 บาท แต่ให้นำกลับไปพิจารณาปรับระบบการจัดหารถมาใช้ในราชการ โดยให้พิจารณาถึงเรื่องการจัดซื้อ ซึ่งปัจจุบันการจัดซื้อน่าจะคุ้มค่ากว่าการเช่า เพราะการจัดซื้อมีบริการในการซ่อมบำรุงหลังการขาย ขณะที่การเช่ายังไม่มีบริการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถที่เช่าและกำลังจะหมดระยะเวลาการเช่าก็ให้ต่ออายุการเช่าไปจนกว่าจะพิจารณาเรื่องการจัดซื้อเสร็จสิ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ
napoleon no está en línea  
Old June 30th, 2010, 10:24 AM   #639
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

5 พันล้าน! ศอฉ.ใช้งบ-2เดือน

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7153 ข่าวสดรายวัน


แฉศอฉ.ใช้งบแล้ว5พันล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าใช้จ่ายในภารกิจ ศอฉ.ที่เริ่มตั้งแต่มีการเรียกทหารทำหน้าที่รักษาความสงบ ตั้งแต่วันที่ 12-23 มี.ค. ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 280 ล้านบาท หรือประมาณวันละ 30-40 ล้านบาท แต่หลังจากขยายเวลาออกไปอีก ได้ปรับเปลี่ยนกำลังตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. เป็นต้นไป จากเดิมที่มีกำลังพลเพียง 5 หมื่นอัตรา เพิ่มมาอยู่ที่ 6.4 หมื่นอัตรา ทำให้มียอดค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

โดยตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. -30 พ.ค. รวมถึงวันประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว รวมยอดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 3,400 ล้านบาท(เฉพาะเบี้ยเลี้ยง) มีการเบิกจ่ายเป็นล็อตๆ ในรูปแบบของงบสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น โดยขอเบิกจ่ายจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล ขั้นตอนงบสำรองจ่าย เฉพาะแค่ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคสนามและภายในหน่วย แต่หากรวมไปถึงค่าเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายแบบรายยิบรายย่อยคงมียอดสูงถึงกว่า 5,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้จากการสนธิกำลังจาก 3 เหล่าทัพ คือกองทัพบก-กองทัพเรือ-กองทัพอากาศ ตามการประกาศการเคลื่อนใช้กำลังจำนวน 5 หมื่นอัตรา ซึ่งจำนวน 3.3 หมื่นอัตราเป็นการปฏิบัติภารกิจจริง ส่วนอีก 1.7 หมื่นอัตรา ให้เตรียมกำลังในที่ตั้งของแต่ละหน่วย โดยมีผลการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ความมั่นคง ระหว่างวันที่ 12-23 มี.ค.

โดยกำลังพลจะได้ค่าเบี้ยเลี้ยงพิเศษในทุกชั้นยศที่มาทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยคนละ 300 บาท นอกเหนือจากเบี้ยเลี้ยงสนามคนละ 120-280 บาทต่อวันตามชั้นยศที่กำหนดไว้ นอกจากนี้แล้วยังมีการจัดเสบียงอาหารให้กำลังพลรวม 3 มื้อด้วย และค่าขวัญกำลังใจกำลัง 100 บาทต่อคน

งบประมาณในส่วนของกองทัพที่ใช้ทหารประมาณ 6.7 หมื่นนาย โดยได้ค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 300 บาท และค่าอาหารอีกวันละ 100 บาท รวมแล้วใช้งบประมาณไปราวๆ 3,000 ล้านบาท ส่วนสตช.ใช้กำลังประมาณ 2.5 หมื่นนายใช้งบประมาณกว่า 700 ล้านบาท โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ เรื่อยไปจนถึงวันที่มีการยกเลิกเคอร์ฟิวภายใต้อำนาจของพ.ร.ก. ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 30 พ.ค. และในระหว่างที่ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไป
napoleon no está en línea  
Old June 30th, 2010, 10:35 AM   #640
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

แท็กซี่เหยื่อสไนเปอร์-เครียดจะฆ่าตัว "สมบัติ"จม.จากคุก กระทุ้ง"กก.สิทธิ์"

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7153 ข่าวสดรายวัน


โชเฟอร์แท็กซี่เหยื่อปืนบุกกระทรวงยุติธรรม ทวง ถามความคืบหน้าค่าสินไหมทดแทน หลังถูกยิงขณะไปชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงหน้าปั๊มเอสโซ่ ซอยรางน้ำ โดนส่องแขนทะลุ ลงทุนมาเฝ้าถึงหน้าห้องประชุม รอการพิจารณาเรื่อง แต่ปรากฏว่าเรื่องถูกตัดออกจากวาระ ถึงกับเครียดปีนขึ้นบันไดชั้น 8 ขู่ฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นานจึงยอมลงมา ศาลนัดไต่สวน "สมบัติ บุญงามอนงค์" นปช.รุ่น 2 กรณีร้องปล่อยตัวถูกคุมขังตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยมิชอบ ในวันที่ 2 ก.ค. เจ้าตัวยื่นจ.ม.ถึงกรรมการสิทธิ์ให้สนับสนุนยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขอให้ปล่อยตัวประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ อายุ 47 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ พักอยู่ภายในซอยอินทามระ แยก 1 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. นำเอกสารหลักฐานจำนวนมากเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และมาติดตามเรื่องที่เคยยื่นไว้กับกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก่อนหน้านี้ กรณีถูกเจ้าหน้าที่ยิงแขนซ้ายทะลุขณะร่วมชุมนุมกับเสื้อแดงบริเวณซอยรางน้ำ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา และเรื่องที่ถูกชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนตาซ้ายบวมปูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์พิชาญ เดินทางมากระทรวงเนื่องจากทราบว่าวันนี้ ช่วงบ่ายทางกระทรวงจะประชุมพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนและค่าชดเชยให้กับผู้เสียหายในคดีอาญา ที่ห้องประชุมชั้น 8 ตึกกระทรวงยุติธรรมแห่งใหม่ ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยนายพงศ์พิชาญ ขึ้นไปนั่งรอหน้าห้องประชุม กระทั่งประชุมเลิก ช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. พ.ต.อ.ทวี ออกจากห้องประชุม เหลือแต่คณะกรรมการคนอื่นๆ จากนั้นนายพงศ์พิชาญ ได้เข้าไปหาคณะกรรมการที่นั่งอยู่ แต่ไม่ได้รับคำตอบเรื่องที่ตัวเองถูกถอดออกจากวาระที่ประชุมในวันนี้ ทำให้เกิดความเครียดและร้องไห้โวยวาย จากนั้นนายพงศ์พิชาญ ได้วิ่งขึ้นไปยืนอยู่ตรงบันได ชั้น 8 ทำท่าจะกระโดดลงมาเพื่อฆ่าตัวตายหากกระทรวงไม่ดำเนินเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าจะยอมลงมา และนำตัวไปสงบสติอารมณ์ในห้องประชุม พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการดำเนินคดีต่างๆ จนเข้าใจ

นายพงศ์พิชาญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ตนเดินทางมายื่นเรื่องกรณีที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และทราบว่าวันนี้จะนำเรื่องของตนเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาจ่ายเงิน แต่ปรากฏว่าในที่ประชุมได้ตัดเรื่องออกทำให้ตกไปทั้งที่เรื่องตนเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของรัฐ

นายพงศ์พิชาญ กล่าวต่อว่า ในส่วนเหตุ การณ์ที่ตนถูกยิงแขนทะลุ และถูกทำร้ายร่างกายที่ตาซ้ายนั้น เรื่องถูกยิงแขน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่ม วันที่ 14 พ.ค. ขณะตนไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณหน้าปั๊มเอสโซ่ ซอยรางน้ำ ถนนราชปรารภ ขณะที่ชุมนุมอยู่หน้าปั๊มสังเกตที่ตัวพบว่ามีแสงเหมือนแสงเลเซอร์ส่องมาที่ศีรษะและลำตัวนับสิบจุดจากนั้นก็ได้ยิงเสียงปืนดัง กระสุนเฉี่ยวหน้าไป จากนั้นตนได้ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะมีเสียงปืนดังตามมาเป็นนัดที่ 2 และ 3 และรู้สึกชาบริเวณท่อนแขนซ้าย มีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก กระทั่งมีผู้ชุมนุมด้วยกันหามส่งโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งขณะนั้นรถพยาบาลไม่สามารถเข้ามารับได้ เพราะทหารล้อมไว้หมด จึงนั่งมอเตอร์ไซค์ออกไป และในวันนั้นที่ถูกยิงตนยังใส่เสื้อกั๊กมีตราโล่ตำรวจยังถูกยิงขนาดนี้ และในวันนั้นมีคนถูกยิงพร้อมกันตนนับสิบคนเพราะเห็นล้มลงกับพื้น

เหยื่อกระชับพื้นที่ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ตนถูกทำร้ายร่างกายจนตาซ้ายบวมปูดนั้น เป็นคนละวันกับที่ถูกยิง โดนทำร้ายประมาณปลายเดือนเมษายน ขณะขับรถแท็กซี่ ทะเบียน ทล-3240 กทม. สีชมพู มาหาคนบริเวณหน้าโรงพยาบาลหัวเฉียว ถนนบำรุงเมือง ขณะนั้นมีทหารเริ่มตั้งด่านและบีบเส้นทางให้รถวิ่งเลนซ้ายอย่างเดียว เมื่อขับมาถึงด่านตรวจเจ้าหน้าที่สั่งให้จอดและเปิดท้ายรถ แต่กุญแจตนเสียเปิดไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ฟัง ก่อนจะเปิดประตูรถและกระชากออกจากรถจนตัวกระเด็นไปล้มอยู่บนฟุตปาธและจับค้นตัวไม่พบอะไร ตนพยายามอธิบายว่าตนมีบัตรนักข่าวตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวก่อนที่ตนจะเดินไปนั่งเบาะรถและเตรียมจะขับออก แต่ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์ 2 คน แต่งกายนอกเครื่องแบบใช้เท้าถีบเข้ามาในรถ ทำให้ใบหน้าตนกระแทกกับพวงมาลัยรถจนปูดบวมได้รับบาดเจ็บ และไปแจ้งความไว้ที่สน.พลับพลาไชย 1 แต่ก็ไม่มีการส่งตัวไปตรวจร่างกายหรือสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน ตนจึงร้องเรียนไปยังสำนักนายกฯ ขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนตำรวจที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อยู่ และเรื่องได้ถูกโอนมายังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงาน ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มนปช. บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯและแยกคอกวัว มีรายงานว่านายพงศ์พิชาญ เคยขับรถแท็กซี่สีชมพูคันเดียวกันนี้ขับชนแท่งปูนบริเวณหน้าประตูทำเนียบรัฐบาล จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมก่อนจะปล่อยตัวออกมา

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.รุ่น 2 ที่ถูกตำรวจจับกุมข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) มอบอำนาจให้นายอานนท์ นำภา ทนายความ นปช.ยื่นคำขอปล่อยตัวเนื่องจากการควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2553 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้ควบคุมตัวผู้ร้องจากบริเวณแยกราชประสงค์ ขณะทำกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์การสลายการชุมนุม โดยมีการนำผ้าแดงไปผูกที่ป้ายแยกราชประสงค์ ซึ่งตำรวจได้แสดงหมายควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ 116/2553 ของศาลอาญาลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2553 โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งได้มีการนำตัวไปควบคุมที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 คลอง 5 จ.ปทุมธานี ปัจจุบันผู้ร้องถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 4 วันแล้วและเห็นว่าการควบคุมตัวดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื่องจากผู้ร้องไม่ได้มีพฤติการณ์อื่นใดที่จะทำให้เกิดเหตุร้ายแรง และการควบคุมตัวเป็นการใช้อำนาจโดยไม่สุจริต มีเจตนากลั่นแกล้งผู้ที่มีความเห็นแตกต่างทางการเมือง ผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกและเบิกตัวผู้ร้องมาไต่สวนและมีคำสั่งปล่อยตัวเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องด้วย

เนื่องจากเป็นการควบคุมตัวโดยมิชอบ โดยไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เนื่องจากการจัดกิจกรรมของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นไปเพื่อการเเสดงออกซึ่งความเห็นทางการเมือง โดยวิธีการสันติและปราศจากอาวุธ ตามสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งผูกพันประเทศไทย

ทั้งนี้ นายอานนท์ นำภา ทนายความ เปิดเผยว่า ศาลได้รับคำร้องนี้ไว้เพื่อรอไต่สวนในวันที่ 2 กรกฎาคม นี้เวลา 09.00 น. ซึ่งตนจะขอให้ศาลทำการไต่สวนนายสมบัติ ผ่านวิดีโอทางไกลผ่านจอภาพ หรือ วิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ พร้อมกับนำพยานหลักฐาน ที่เป็นเอกสาร ภาพถ่าย การทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวมาประกอบการไต่สวนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้เขียนจดหมายเป็นลายมือฝากให้ทนายความนำไปยื่นถึงประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เพื่อขอให้สนับสนุนการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

โดยเนื้อหาจดหมายระบุถึง ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เรื่อง โปรดสนับสนุนการยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และขอให้ปล่อยตัวประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง

เนื้อความระบุว่า ตามที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้มีการสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช. โดยใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธสงคราม โดยอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนทำให้มีผู้ได้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก จนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดในฝ่ายรัฐที่ออกมารับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น นอกไปจากการจับกุมประชาชนที่มีทัศนคติอันแตกต่างจากรัฐโดยอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ปัจจุบันการชุมนุมใหญ่บนถนนราชประสงค์ได้ยุติมา 1 เดือนแล้ว สถานการณ์กลับสู่ความปกติ กรณีการอ้างความจำเป็นในการคงไว้ซึ่งประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อติดตามและจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายและผู้กระทำความผิดร้ายแรงนั้นสามารถใช้กฎหมายอาญาปกติได้ แต่รัฐประสงค์ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนฝ่ายตรงข้าม เพื่อปกปิดข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ และรักษาความนิยมของตนเองที่กำลังถูกตั้งคำถามจำนวนมากต่อการตัดสินใจใช้กำลังสลายการชุมนุม

ทุกวันนี้สื่อมวลชนถูกพ.ร.ก.ฉุกเฉินปิดกั้น รวมถึงสื่อทางเลือกอย่างอินเตอร์เน็ตก็ยังถูกบล็อกจำนวนมาก กล่าวคือ สถานการณ์การรับรู้ข่าวสารของประชาชน รัฐอนุญาตรับฟังได้จากฝ่ายรัฐเพียงฝ่ายเดียว

ความมั่นคงของรัฐบาลได้ถูกบิดเบือนเป็นความมั่นคงของรัฐ และดูเหมือนว่า ความมั่นคงนั้นจะไม่มี "สิทธิของประชาชน" อยู่ในนั้น

ในฐานะที่ท่านเป็นองค์กรที่ต้องตรวจสอบ และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน โปรดร่วมกับประชาชนที่ถูกลิดรอนสิทธิเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคนไทย ในยามที่บ้านเมืองแทบจะมองไม่เห็นความเป็นธรรมในขณะนี้ ด้วยความนับถือ ลงชื่อ สมบัติ บุญงามอนงค์ วันที่ 27 มิ.ย. 53

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ในเว็บ ไซต์เฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อว่า "สหายอ้วน" ได้โพสต์ รูปภาพ ที่ระบุว่าเป็นข้อความของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ "บ.ก.ลายจุด" เขียนถึงเพื่อนชาวเฟซบุ๊ก จากที่คุมขังกองกำกับการตำรวจตชด. ภาค 1 คลอง 5 ปทุมธานี จำนวน 5 แผ่น โดยแผ่นแรกระบุว่า "ฉันคว้าปากกาสีแดง แล้วเดินไปที่ป้ายที่ติดไว้บนตึกนอน หาพื้นที่ว่างบนป้ายนั้น แล้ววาดรูปพระอาทิตย์หกแฉกลงไปข้างตัวอักษรที่เขียนว่า ประกาศ" และ "นายตำรวจยศพล.ต.ต.ท่านหนึ่ง ขอนั่งคุยกับผมในฐานะหัวหน้าชุดอะไรสักอย่าง เขาเป็นผู้ฟังที่ดีมากคนหนึ่งที่ผมเคยคุยด้วย เขาเรียกการสนทนานี้ว่า "การซักถาม" ไม่ใช่การสอบสวน ส่วนผมบอกกับเขาว่าผมเรียกสิ่งนี้ว่า "การสนทนา" เพียงแต่ว่าบทสนทนานี้จะถูกเขียนเป็นรายงานให้ผู้บังคับบัญชา"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผ่นที่ 2 ระบุว่า "อย่ามาบอกผมว่า ผมมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์อะไร สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ผมมีมาตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่คุณพูดคือคุณละเมิดสิทธิของผมอย่างไรต่างหาก" และ "ความคิดที่เสรีบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนไม่ใช่สิ่งที่ต้องถูกควบคุม ความคิดและการกระทำในการละเมิดสิทธิของประชาชนต่างหากที่ต้องถูกควบคุม" แผ่นที่ 3 ระบุว่า "ฉันหยิบเสื้อแดงตัวเก่าที่ยังไม่ได้ซักมาใส่ เพื่อต้อนรับเสื้อแดงที่มาเยี่ยม มันคงไม่สกปรกไปกว่ามือที่เปื้อนเลือดของใครบางคนที่ล้างไม่มีทางออก" "เมื่อผู้ใหญ่พูด ฉันฟัง แต่ฉันไม่เชื่อ เมื่อฉันพูด ผู้ใหญ่ไม่ฟัง เขาไม่มีโอกาสที่จะเชื่อ" และ "หายใจเข้า หายใจออก หายใจเข้า หายใจออก หายใจเข้า หายใจออก เข้า ออก เข้า ออก เข้า ออก นี่น่ะเหรอที่ผู้มีอำนาจอยากให้ฉันทำ หายใจทิ้งไปวันๆ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผ่นที่ 4 ระบุว่า "เบื้อง บนมีเพดาน เบื้องล่างมีพื้นปูน เบื้องหน้ามีลวดหนาม เบื้องลึกยังมีความคิดจักยังต่อสู้" "ยุงกินเลือดเราแต่น้อย เพื่อมันดำรงอยู่ กระสุนปืนกินเลือดเราหมดร่างเพื่ออำนาจผู้สั่งการดำรงอยู่" แผ่นที่ 5 ระบุว่า "ห้ามฉันพูด ฉันก็จะพิมพ์ ห้ามฉันพิมพ์ ฉันก็จะเขียน ห้ามฉันเขียน ฉันก็ยังจะคิด หากจะห้ามฉันคิด ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน" และ"ขอบคุณอภิสิทธิ์ที่พาฉันมาปรองดองที่ค่ายตำรวจตระเวนชายแดน วันหนึ่งคุณคงได้มีโอกาส มานอนปรองดองที่นี่บ้าง ฉันจะรอ"

น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สนับสนุนการยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และขอให้ปล่อยตัวประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง ว่า เราได้ติดตามดูการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเริ่มตรวจสอบการควบคุมตัวนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ทั้งนี้กรรมการสิทธิฯ จะออกไปติดตามเยี่ยมผู้ต้องหาจากการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ก.ค.เป็นต้นไป เพื่อประเมินการบังคับใช้พ.ร.ก.ทั้งที่กทม. จังหวัดใหญ่อย่างอุบลราชธานี อุดรธานี มุกดาหาร เชียงใหม่ เชียงราย ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็น public hearing โดยเชิญนักวิชาการ สื่อมวลชน ภาคประชาชน มาร่วมในวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ค.นี้หรืออาจเป็นสัปดาห์หน้าก็ได้

"เราจะเร่งทำเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นประเด็นที่คนในสังคมสนใจ เราหวังจะรับฟังความเห็นของสังคมเพื่อสรุปข้อเสนอให้รัฐบาลว่าควรประกาศใช้ต่อหรือไม่ โดย 2-3 กรณี อ.สุธาชัย นายสมยศ นายสมบัติ เหมือนเป็นการใช้พ.ร.ก.แบบป้องปรามมากกว่า ซึ่งไม่ควรใช้แบบนี้ เพราะเป็นเรื่องความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองที่ไม่ควรใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่อง จากจะเกิดความไม่เป็นธรรมได้" กรรมการสิทธิฯ กล่าว

น.พ.นิรันดร์ กล่าวว่า กรณีนายสมบัติ ถูกจับหลังเดินทางไปผูกผ้าแดงที่แยกราชประสงค์ โดยถูกตำรวจสน.ลุมพินีควบคุมตัวตามหมายจับข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่นเดียวกับนายสมยศและนายสุธาชัย ซึ่งกรรมการสิทธิฯได้ทำหนังสือถึงศอฉ.ให้ชี้แจงเหตุผลที่ควบคุมตัวนายสมบัติ ล่าสุดตนให้เจ้าหน้าที่กรรมการสิทธิฯ ไปเยี่ยมนายสมบัติแล้ว หากถูกคุมตัวครบ 7 วัน ก็ต้องดูว่าศาลจะอนุมัติให้คุมตัวนายสมบัติต่อหรือไม่ โดยเราเห็นว่าการชุมนุมเป็นสิทธิของภาคประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิไม่ได้ ความเห็นต่างทางการเมืองไม่สามารถจำกัดสิทธิประชาชนได้ จะเป็นปัญหาต่อนโยบายปรองดองของรัฐบาลได้

หน้า 1

http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dOaTB6TUE9PQ==



ทวงถาม - นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ โชเฟอร์แท็กซี่ หนึ่งในเหยื่อปืนจากเหตุปราบม็อบ บุกกระทรวงยุติธรรม ทวงถาม การเยียวยาช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ไม่คืบหน้า ถึงเครียดขู่จะฆ่าตัวตาย
napoleon no está en línea  
Closed Thread

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 09:46 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu