daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old October 4th, 2010, 04:53 AM   #19301
pongffb
Registered User
 
pongffb's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 3,309
Likes (Received): 236

อินสไพร์ฯ ได้แล้ว 30 วัยทีนแดนอีสาน


อินสไพร์ฯ ได้แล้ว 30 วัยทีนแดนอีสาน คว้าฝัน
มิสทีน ไทยแลนด์ 2010 บาย ซูซูกิ เจลาโต้

เวลา 10.00 น.วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เปิดเวทีแห่งความฝันกับรางวัลสู่ดวงดาว มิสทีน ไทยแลนด์ 2010 บาย ซูซูกิ เจลาโต้ เวทีการประกวดอันดับหนึ่งของสาวใสวัยทีน จัดขึ้นเป็นปีที่ 22 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Diamond in the Sky” เฟ้นหาสาวใสวัยทีนเปี่ยมความสามารถรับตำแหน่ง มิสทีน ไทยแลนด์ ครองมงกุฎ, สายสะพาย, เข็มกลัดทองคำ, เงินสด 120,000 บาท และได้รับตำแหน่ง มิสซูซูกิ เจลาโต้ พร้อมรับรางวัลรถจักรยานยนต์ Suzuki Jelato จำนวน 1 คัน พร้อมเดินทางไปถ่ายแบบที่ร้านแมงโก้ ทรี ประเทศญี่ปุ่น และรางวัลอื่นๆ จากผู้สนับสนุนอีกมากมาย พร้อมก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ล่าสุดประเดิมคัดเลือกวันแรกภาคอีสาน ได้แล้ววัยทีน 30 คน

บรรยากาศการรับสมัครและคัดเลือกมีสาวใสวัยทีนเดินทางมาคว้าฝันเป็นจำนวนมาก คึกคักตลอดทั้งวัน ทั้งชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง อาทิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ชัยภูมิ อุบลราชราชธานี รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ อาทิ กรุงเทพฯ ลพบุรี นครสวรรค์ พัทลุง และยังมีลูกครึ่งไทยสวีเดนฯลฯ สำหรับการพิจารณารอบคัดเลือก สาววัยทีนแต่ละคนพกพาความน่ารัก สดใส สมวัยและความสามารถพิเศษมาประชันกัน ทั้งการเต้น การแสดง ฟ้อนรำ ร้องเพลง ฯลฯ โดยมีคณะกรรมการ่วมตัดสิน นำโดย กิตติ ปิยะมหาโชติ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายบริษัท ดวงกมล อิศรพันธ์ ที่ปรึกษาทางการตลาด บริษัท อินสไพร์ฯ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, ศิริพร ชาติปฏิมาพงษ์ อดีตวุฒิสมาชิก จังหวัดนครราชสีมา, ปริญ อ่อนระหุ่ง ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิต ปริ้นเซส โคราช, นิธิดล อุตมัง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอล พี เค ซูซูกิ เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมด้วยดารานักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง เอมี่ อาเมเรีย จาคอป มิสทีน ไทยแลนด์ 2006, แชมป์ อุรุรัตน์ ผลชีวิน 15 คนสุดท้าย มิสทีน ไทยแลนด์ 2009

โดยในวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ทางกองประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ จะทำการรับสมัครและคัดเลือกวันที่สองภาคอีสานที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นอกจากนั้น ทาง อินสไพร์ฯ ได้เพิ่มรอบพิเศษสำหรับวัยทีนที่ติดสอบ GAT/PAT ในวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2553 ที่สตูดิโอ อินสไพร์ฯ โดยนำหลักฐานมายืนยันในวันรอบพิเศษดังกล่าว สำหรับภาคต่อไป ภาคกลางและกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 และ คัดเลือกรอบแรก จากผู้ผ่านการคัดเลือกจากทุกภาคทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

จากนั้นจะเป็นตัวแทนระดับเยาวชนร่วมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทำกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์ร่วมกันที่จังหวัดนครราชสีมา ในกิจกรรมเก็บตัวตั้งแต่วันพุธที่ 13 ตุลาคม – วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553 จากนั้นจะทำการประกวดรอบสื่อมวลชนวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2553 และรอบตัดสินในวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และถ่ายทอดสดการประกวดทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ตั้งแต่เวลา 22.30 น.เป็นต้นไป

การประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ 2010 บาย ซูซูกิ เจลาโต้ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้- วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 ติดตามรายละเอียดการสมัครและรอบคัดเลือกได้ที่ 02-508-3366-7/088-022-6454 และทางเว็บไซต์ www.missteenthailand.com เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 นี้เท่านั้น !!!

Credit : http://www.missteenthailand.com
__________________
♥•:*΄¨`*:• Pongffb •:*΄¨`*:•♥
pongffb no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 4th, 2010, 08:25 AM   #19302
reQuiem4adream
Blow me!
 
reQuiem4adream's Avatar
 
Join Date: Nov 2007
Location: Central of Moron
Posts: 3,746
Likes (Received): 135

Quote:
Originally Posted by Gaia View Post
จากภาพ รีสอร์ท แห่งนี้น่าจะตั้งอยู่บนทำเลที่มีลักษณะเป็นบริเวณสุดแผ่นดินอีสานครับ

คือถ้าอยู่ฝั่งโคราช จะเหมือนกับว่าแค่ขึ้นไปบนเนินเขาที่สูงสักหน่อย (ไม่เหมือนขึ้นเขา) แต่ถ้าไปสุดตรงขอบเมื่อไร มองลงไปมันคือยอดเขาสูงและหน้าผา ซึ่งเบื้องล่างคือแผ่นดินราบต่ำของภาคกลาง ส่วนตรงที่เรายืนคือขอบปลายสุดของที่ราบสูงโคราชครับ เราจึงไม่รู้สึกว่าอยู่บนที่สูงเพราะเราอยู่บนที่ราบสูงอยู่แล้ว จนเมื่อได้เห็นหน้าผาถึงตระหนัก

พื้นที่แบบนี้ทอดตัวยาวเป็นภูเขาเตี้ยๆ กั้นระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ตั้งแต่อำเภอสีคิ้ว-ด่านขุนทด-เทพารักษ์ ไปจดอำเภอเทพสถิตย์ของจังหวัดชัยภูมิ ลักษณะคือสูงไม่มากถ้ามองจากด้านนึง แต่อีกด้านนึงรู้สึกสูงมากๆ ทำเลแถวนี้แหละครับที่พวก wind farm มาขอโครงการ BOI ตั้งกังหันผลิตไฟฟ้ากันหลายเจ้า โดยเฉพาะแถบตำบลห้วยบงของด่านขุนทด
Possitano ดูจากตำแหน่งแล้ว น่าจะอยู่ปลายๆ ของเทือกเขาดงพญาเย็นจรดจุดเริ่มต้นของแนวภูเขาสูงที่สาม

Quote:
เขตภูเขาสูงทางตะวันตกเฉียงใต้และทางใต้
มีพื้นที่ประมาณ ๔,๔๒๑.๗๖ ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ ๒๑.๕๐ ของพื้นที่จังหวัดเป็นพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า ๓๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พบในบริเวณตอนใต้ของอำเภอสีคิ้ว ปากช่อง ครบุรี และเสิงสาง กับพื้นที่ทั้งหมดของอำเภอวังน้ำเขียว มีเทือกเขาที่สำคัญ ๓ แนวคือ
๑) เทือกเขาดงพญาเย็น ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน มีความสูงอยู่ในช่วง ๕๐๐-๑,๐๐๐ เมตร วางตัวในแนวเหนือ - ใต้ ในบริเวณอำเภอปากช่อง เทือกเขานี้เป็นต้นกำเนิดของลำตะคองและห้วยมวกเหล็ก
๒) เทือกเขาสันกำแพง ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินทราย สูงระหว่าง๗๐๐ - ๑,๒๐๐ เมตร วางตัวในแนวตะวันตก - ตะวันออก เริ่มจากอำเภอปากช่องไปจนถึงอำเภอเสิงสาง ยาวประมาณ ๑๖๔ กิโลเมตร เทือกเขานี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำมูลและลำพระเพลิง
๓) เขาผาแดง - ยายเที่ยง - เคลียด เป็นภูเขาหินทรายมีความสูงอยู่ในช่วง ๗๐๐ - ๘๐๐ เมตร วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ - ตะวันออกเฉียงใต้บริเวณอำเภอสีคิ้วและปักธงชัย มีความยาวประมาณ ๗๐ กิโลเมตร
ถ้าสังเกตภูเขาดีๆ จะเห็นแนวภูเขาจะยกระดับขึ้นมาเป็นสันเป็นแนวยาวอยู่หลายแนว ภูเขารูปแบบนี้เป็นเอกลักษณ์ของโคราชครับ (เหมือนอีโต้สับลงไปบนเขียงประมาณนั้น)

เทือกเขาที่กั้นภาคอีสานกับภาคกลางคือเทือกเขาดงพญาเย็นครับ ยาวตั้งแต่ชัยภูมิลงมาถึงเขาใหญ่ข้างต้น อย่างที่คุณ Gaia กะคุณ Garudas กล่าวถึง

ส่วนเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา อยู่บนเทือกเขาสันกำแพงครับ

โคราชค่อนข้างมีกรรมเรื่องน้ำเพราะโดนเทือกเขาดงพญาเย็นกั้นแนวเหนือ-ใต้ ซ้ำยังโดนเทือกเขาสันกำแพงกั้นแนวตะวันตก-ตะวันออกอีก เลยทำให้เป็นเขตเงาฝน ฝนน้อย จะมีตกแรงจริงๆ (ประมาณว่าลำตะคองล้น) ก็ต่อเมื่อมีมรสุมหนักๆ เท่านั้น

__________________
KoratTransit.com - Better Ideas for Better Korat

On ne changes pas.
reQuiem4adream no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2010, 11:18 PM   #19303
Eak
Who can see me...
 
Eak's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Location: นครราชสีมา
Posts: 5,580
Likes (Received): 39

Review:BHV project (Uncut version)
__________________
ปากช่องวังน้ำเขียวบัวใหญ่ประทายพิมายชุมพวงสีคิ้วโนนไทยโนนสูงสูงเนินโชคชัยคงปักธงชัยขามทะเลสอด่านขุนทดห้วยแถลงจักราชโคราช
ที่นี่...นครราชสีมา
SCC KORAT FORUM @Facebook
Join Now!
Eak no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 05:22 AM   #19304
boy_ku
Registered User
 
boy_ku's Avatar
 
Join Date: Apr 2010
Location: กรุงเทพ ลำพูน เช
Posts: 844
Likes (Received): 3

วันนี้โรงเรียนไหนในโคราช รับผลการเรียนครับ
__________________
รัฐธรรมนูญ แก้วกำเนิด
boy_ku no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 05:51 AM   #19305
sawangpong
Registered User
 
sawangpong's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: นครมะเกลือใหม่
Posts: 2,951
Likes (Received): 56

[img]http://******************/i1/bkorat05.p14.3create.jpg[/img]

[img]http://******************/io/bkorat05.p23..2create.jpg[/img]
__________________
ลมเย็นๆพัดมาแล้วฉันพึ่งรู้สึก ฟ้าลึกๆมองขึ้นไปดูช่างสดใส
แต่มือเย็นๆของฉันนั้นไม่มีใคร ไม่มีใครให้สัมผัสมันทนไม่ไหว .... หนาวนี้ - friday
sawangpong está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 06:28 AM   #19306
reQuiem4adream
Blow me!
 
reQuiem4adream's Avatar
 
Join Date: Nov 2007
Location: Central of Moron
Posts: 3,746
Likes (Received): 135

http://korat-weekends.blogspot.com/2010/09/suranaree-camp-stadium.html



ข้างบนนี้ใช่ตึกเก่าโรงเรียนราชสีมาฯ สมัยยังอยู่แถวจิระหรือเปล่าครับ (circa 2483 - 2510)
__________________
KoratTransit.com - Better Ideas for Better Korat

On ne changes pas.
reQuiem4adream no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 09:00 AM   #19307
Garudas
พระโพกำมะลอ ณ สินธาราฯ
 
Garudas's Avatar
 
Join Date: Aug 2008
Location: Korat
Posts: 2,920
Likes (Received): 13

Quote:
Originally Posted by reQuiem4adream View Post


ข้างบนนี้ใช่ตึกเก่าโรงเรียนราชสีมาฯ สมัยยังอยู่แถวจิระหรือเปล่าครับ (circa 2483 - 2510)
ถูกต้องคร๊าบ
อาคารนี้เป็นที่มาของเพลงเชียร์ "เสือดงจิระ" ครับ
__________________
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หลอกใครก็หลอกได้ ยกเว้นหลอกตัวเอง.
คนรวย อยู่อย่างคนจน ไม่มีวันจน
คนจน อยู่อย่างคนรวย ไม่มีวันรวย
Garudas no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 11:22 AM   #19308
smart_nik69
Registered User
 
Join Date: Feb 2010
Posts: 112
Likes (Received): 1

Quote:
Originally Posted by Garudas View Post
ถูกต้องคร๊าบ
อาคารนี้เป็นที่มาของเพลงเชียร์ "เสือดงจิระ" ครับ
ชอบมากครับเพลงนี้ ตอนเชียร์กีฬาจำได้แบ่งเป็นสองฝากร้องคนละท่อน
smart_nik69 no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 01:52 PM   #19309
Garudas
พระโพกำมะลอ ณ สินธาราฯ
 
Garudas's Avatar
 
Join Date: Aug 2008
Location: Korat
Posts: 2,920
Likes (Received): 13

ได้ยินว่า B-quick มาเปิดสาขาที่โคราชในปั๊ม ปตท.
มีใครทราบบ้างว่าเปิดใน ปตท.ตรงไหนครับ
__________________
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หลอกใครก็หลอกได้ ยกเว้นหลอกตัวเอง.
คนรวย อยู่อย่างคนจน ไม่มีวันจน
คนจน อยู่อย่างคนรวย ไม่มีวันรวย
Garudas no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2010, 10:43 PM   #19310
Eak
Who can see me...
 
Eak's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Location: นครราชสีมา
Posts: 5,580
Likes (Received): 39

ตม.4โคราชเปิดที่ทำการใหม่คุมเข้มดูแลต่างด้าว19จว.อีสานพร้อมอำนวยความสะดวกปชช.
นังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 5 ตุลาคม 2553 10:58:42 น.

นครราชสีมา:พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ ผู้บังคับการกองตรวจคนเมือง (ตม.) 4 กองบังคับการตรวจเมือง 4 จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ภารกิจหน้าที่การดูแลคนต่างด้าว และด่านตรวจคนเข้าเมือง จุดผ่อนปรนต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย — ลาว , ไทย — กัมพูชา ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งตอนบน และตอนล่าง ซึ่งในส่วนของตรวจคนเมือง 4 กองบังคับการตรวจเมือง 4 ดูแลรับผิดชอบทั้ง ตม.จังหวัดทั้งหมด 11 หน่วยอยู่ตามแนวชายแดน และตามจังหวัดต่างๆด้วย ภารกิจหลักคือการดูแลคนต่างด้าวไทยหมด ทั้ง 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือต่อไปจะเป็น 20 จังหวัดที่ จ.บึงกาฬ ในโอกาสต่อไป

ปัจจุบันกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ได้จัดสร้างที่ทำการหลังใหม่แสดงให้เห็นว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุ่งพัฒนาศักยภาพความเป็นสากลของหน่วยงานในสังกัด มีการปรับปรุงหน่วยงานสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและความพึงพอใจให้กับผู้มาติดต่อหรือรับบริการ

ส่วนด้านการป้องกันและปราบปราม และการดูแลอำนวยความสะดวกต่างๆ เราก็มีการตรวจตามสถานีขนส่งผู้โดยสารตามจังหวัดต่างๆ โดยเรากำหนดหน้าที่ให้การ ตม.จังหวัด แต่ละจังหวัด ดูแลความปลอดภัยและดูแลชีวิตทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงของคนต่างด้าวทั้งหมดด้วย ซึ่งสถานการณ์ที่ห่วงตามแนวชายแดนด้านประเทศลาว และประเทศกัมพูชานั้น จะใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยดูแลทุกที่เท่ากันหมด

อย่างไรก็ตามหากพี่น้องประชาชนคนไทยหรือคนต่างด้าวมีปัญหาข้อขัดข้องหรือผิดขัดเรื่องอะไรที่ไม่เข้าใจหรือเดือดร้อนด้วยประการใดก็สามารถมาติดต่อขอคำแนะนำหรือขอใช้บริการเรายินดีต้อนรับ ไม่มีปัญหา โดยมาได้ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 นครราชสีมา ตั้งอยู่หลัก กม.ที่ 18 ถ.ราชสีมา — โชคชัย ซอยสุขกมล บ้านหนองปลิง ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา หรือเบอร์โทรศัพท์ที่หมายเลข 044 — 219997 โทรสาร 044 — 218333 และ 044 — 218666 ได้ตลอดเวลาราชการ
__________________
ปากช่องวังน้ำเขียวบัวใหญ่ประทายพิมายชุมพวงสีคิ้วโนนไทยโนนสูงสูงเนินโชคชัยคงปักธงชัยขามทะเลสอด่านขุนทดห้วยแถลงจักราชโคราช
ที่นี่...นครราชสีมา
SCC KORAT FORUM @Facebook
Join Now!
Eak no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 06:07 AM   #19311
DEK_SUNGNOEN
Registered User
 
DEK_SUNGNOEN's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Location: Nakhonratchasima
Posts: 63
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by RSSU View Post
“Banana Pok” ทีมเมืองลูกย่าโม เอาใจคณะกรรมการ คว้าชัย One-2-Call! BrandAge AWARD ปี4 กับสินค้า “กล้วยกระทงทอง” นำเสนอรสชาติไทย 4 ภาค พกทีเด็ด รู้ลึก รู้จริง ข้อมูลถูกต้อง ไม่จินตนาการ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 ตุลาคม 2553 10:12 น.

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับโครงการเขียนแผนการพัฒนาตลาดของ One-2-Call! BrandAge Award ปีที่ 4 ตอน “เขียนแผน เรื่อง กล้วย กล้วย” ผลปรากฏว่า ทีม “Banana Pok” นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ สาขาการตลาด ชั้นปีที่4 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ พร้อมทุนการศึกษา 2 แสนบาทไปครอง ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนที่สู้ไม่ถอย รวมหัวช่วยกันคิดแผนธุรกิจ “กล้วยกระทงทอง” จนสำเร็จ ได้แก่ นายสุรเดช เชียงใบ, นางสาวอนุธิดา พืมขุนทด, นางสาววิภาวรรณ มั่งมี และนางสาววิจิตรา พูดขุนทด
หนึ่งในสมาชิกทีม Banana Pok “ปอ”วิจิตรา พูดขุนทด เล่าถึงจุดเริ่มต้นจากประกวดครั้งนี้ “พวกเรารู้ข่าวเกี่ยวกับการแข่งขัน ก็มาคุยกันว่าเราจะลองส่งแผนกันไหม ถ้าทำต้องทำจริง ต้องเหนื่อยจริง และต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าอาจไปไม่ถึงฝันเพราะมีทีมคู่แข่งหลายร้อยทีมจากทุกภาค แต่ทุกคนก็คิดว่าในเมื่อโอกาสเปิดกว้างก็ไม่ควรทิ้ง ก็มาเริ่มคิดกัน ออกไปดูว่าในจังหวัดของเรามีสินค้า OTOP ที่ทำจากกล้วยอะไรบ้าง ที่พอจะพัฒนาให้โกอินเตอร์ได้ด้วย ในที่สุดเราก็เกิดปิ๊งไอเดียทำ กล้วยกระทงทอง จากพี่ที่ร้านข้าวที่พวกเรากินกันเป็นประจำ แนะนำว่าให้เอากล้วยมาทำเป็นแป้งกระทง จะสามารถเก็บได้นานกว่าการทำกล้วยฉาบ กล้วยเส้นอย่างที่เราคิดกันไว้”
ทีม “Banana Pok” มรภ.นครราชสีมา

การันตีความสามารถด้วยถ้วยรางวัล

“แนน” วิภาวรรณ มั่งมี เล่าเสริมว่า“เมื่อได้สินค้าแล้ว ก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนที่เรียนสายคหกรรมศาสตร์ ถึงวิธีการพัฒนาสินค้าให้สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปี "พวกเราช่วยกันคิดว่าจะสร้างความโดดเด่นและแตกต่างให้กับสินค้าอย่างไรได้บ้าง สุดท้ายก็ได้ไอเดียว่าเราจะนำเสนอรสชาติแบบไทย ๆ ที่โดดเด่นใน4 ภาคมาใส่ไว้ในกล้วยกระทงทอง ได้แก่ ขนมลำไยอบแห้งที่สื่อถึงความอ่อนหวานละมุนละไมของภาคเหนือ อินทผลัมกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์อันเลื่องชื่อของภาคใต้ ส่วนภาคกลางเป็นฝอยทอง และภาคอีสานเราเลือกกระยาสารท”

อ.ที่ปรึกษาจาก ม.ราชภัฎ โคราช มาร่วมให้กำลังใจ

พูดคุยแนะนำตัว ก่อนการนำเสนอแผน

“ส่วนหนึ่งของความสำเร็จน่าจะมาจากการลงพื้นที่จริง ลงมือทำจริง ทำให้เรามีความรู้ลึก รู้จริง การค้นหาข้อมูลที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงแค่คิดจินตนาการเอาเอง ตรงนี้ทำให้เรามองภาพได้กว้างและชัดขึ้น ยิ่งเมื่อแผนการตลาดของพวกเราผ่านเข้าสู่รอบแข่งขันระดับภูมิภาค ซึ่งเราได้เข้าแคมป์การตลาด ได้พบกับเพื่อน ๆ รวม 21 ทีมจาก 6 ภาคทำให้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะการได้ฟัง กูรูทางด้านการตลาดมาสอนวิธีคิด วิธีการวิเคราะห์บนพื้นฐานของความจริง และได้คณะกรรมการให้ข้อคิดเห็นและวิจารณ์แผนของเรา ก็ยิ่งทำให้เราสามารถปรับปรุงแผนการตลาด “กล้วยกระทงทอง” ตรงเป้ายิ่งขึ้น และเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการวางแผนบนโลกของความจริง กับแผนบนกระดาษ” “อุ๊” อนุธิดา พืมขุนทด กล่าวเสริม
ส่วน “ปู” สุรเดช เชียงใบ หัวหน้าทีม เผยกลยุทธ์แห่งชัยชนะว่า อีกสิ่งที่เป็นจุดเด่นของทีม คือ ความอึด ขยัน อดทน ใจสู้ "เราจะนำสิ่งที่ได้รับ feed back ทั้งแผนการตลาด หรือการพรีเซ้นต์ มาปรับปรุงให้ดีขึ้นทุกครั้ง ซึ่งตอนแรก ๆ พวกเราพรีเซ้นต์ได้น่าง่วงมาก แต่เราก็นำคำวิจารณ์นั้นมาปรับปรุงตัว และซ้อมกันหนักมาก ฝึกฝนจนกระทั่งได้รับคำชมว่าดีขึ้น สมาชิกในทีมทุกคนก็ช่วยกันทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ จนสุดท้ายเราก็คว้าชัยชนะมาได้ และทำให้เราคิดอยากเป็นผู้ประกอบการจริงๆ”

ลุ้นระทึกว่าทีมใดจะ Present ก่อน

ช่วงเวลาการนำเสนอแผนธุรกิจ

ทางด้าน สรรค์ชัย เตียวประเสิรฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส หนึ่งในคณะกรรมการผู้ตัดสิน กล่าวว่า แผนการตลาดที่ดี ต้องเน้นสร้างสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด รู้ความต้องการของตลาด รู้จักคู่แข่งขัน และต้องมีความเป็นไปได้ทั้งทางเทคนิคและต้นทุน "สิ่งที่คนมักมองข้ามไปคือ การทำวิจัยตลาด อย่างเช่นการสัมภาษณ์เจาะลึก หรือสัมภาษณ์กลุ่มเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ในปีนี้ เราได้เห็นพัฒนาการของเยาวชนขึ้นอีกมากโดยเฉพาะทีมจากต่างจังหวัดที่ต้องขอชื่นชมจริงๆ”
เก่งมากๆ
__________________
RATSIMA - KUDJIK
DEK_SUNGNOEN no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 07:42 AM   #19312
lonelyboy
Registered User
 
lonelyboy's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,446
Likes (Received): 112

เห็นห้อง UD เขาคุยเรื่องพื้นที่ขายใน CTUD กัน ไม่ทราบว่า the mall Korat พื้นที่ปัจจุบันเท่าไหร่ครับ
__________________
มักหมอลำหลาย เพราะหมอลำคือชีวิตและจิตวิญญาณของความเป็นลูกอีสาน : Kasetwisai Roi-Et Thailand
lonelyboy no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 10:56 AM   #19313
smart_nik69
Registered User
 
Join Date: Feb 2010
Posts: 112
Likes (Received): 1

Quote:
Originally Posted by Garudas View Post
ได้ยินว่า B-quick มาเปิดสาขาที่โคราชในปั๊ม ปตท.
มีใครทราบบ้างว่าเปิดใน ปตท.ตรงไหนครับ
ผมเดาว่าตรง ปตท.ข้างๆ the mall ครับ
smart_nik69 no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 11:38 AM   #19314
Garudas
พระโพกำมะลอ ณ สินธาราฯ
 
Garudas's Avatar
 
Join Date: Aug 2008
Location: Korat
Posts: 2,920
Likes (Received): 13



ถ้าเป็นตรงนั้นจริงก็ถือว่าทำเลใช้ได้เลยครับ
__________________
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หลอกใครก็หลอกได้ ยกเว้นหลอกตัวเอง.
คนรวย อยู่อย่างคนจน ไม่มีวันจน
คนจน อยู่อย่างคนรวย ไม่มีวันรวย
Garudas no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 11:45 AM   #19315
sawangpong
Registered User
 
sawangpong's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: นครมะเกลือใหม่
Posts: 2,951
Likes (Received): 56

Quote:
Originally Posted by lonelyboy View Post
เห็นห้อง UD เขาคุยเรื่องพื้นที่ขายใน CTUD กัน ไม่ทราบว่า the mall Korat พื้นที่ปัจจุบันเท่าไหร่ครับ
เคยมีคนคำนวนไว้ที่ khonkaenlink แต่ไม่รู้ว่าตรงกับพื้นที่จริงไหนนะครับ แต่ให้ผมคำนวนเองก็ขี้เกียจ555555++

Quote:
เอ่อ ข้อมูลที่เอามาเปรียบเทียบที่เอามาจาก วิกิพีเดีย เชื่อถือได้ไม่ 100 เปอเซนนะคับ

ผมไปอ่าน โครงการของเซนทรัลขอนแก่นมา พื้นที่ทั้งหมด (Cpn เขียนว่า overall project = ~186,000 ตารางเมตร) คับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าพื้นที่นี้รวมพื้นที่อาคารจอดรถหรือไม่ แต่ถ้าไม่รวม ก้อเป็นเท่ากับ 186,000+74500 = 260,500 Sq/m

ในขณะที่ เดอะมอลล์นครราชสีมา ข้อมูลทั้งจาดเวปของเดอะมอลล์ วิกิพีเดีย และ เวบข่าวหลายๆที่บอกตรงกันว่า ประมาณ 200,000 Sq/m
แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้รวมพื้นที่ ส่วนพื้นที่จอดรถ ทั้งในและนอกอาคาร ,ส่วนอาคารสำนักงาน 9 ชั้น ,ส่วนต่อเติมชั้น 3 ใหม่(~20,000 Sq/m)
โดยถ้ารวมพื้นที่ส่วนที่กล่าวมาด้วย พื้นที่อาคารสำนักงาน ประมาณ 80000 ตารางเมตร และ อาคารจอดรถ ในอาคาร ประมาณ 55000 ตารางเมตร
ส่วนนอกอาคารทั้งรอบตัวอาคารประมาณ 5000 ตารางเมตร และ ที่ดินเพิ่มเติมฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์อีก 10 ไร่ (ไม่รุกี่ตารางเมตร)
รวมโดยประมาณ(ประมาณอย่างน้อยด้วยนะ) = 200,000 + 20,000 + 55,000 + 5,000 + 15,000(ประมาณเอาเพราะประมาณ 1 ชั้นในอาคารได้อยู่)
= 295,000 Sq/m
จึงพอสรุปรวมๆได้ว่า

The Mall Nakhon Ratchasima = 200,000 + 20,000 +55,000 + 5,000 + 15,000 = 295,000 Sq/m (รวมทั้งหมด ยกเว้ย สำนักงาน 9 ชั้น)

Central Plaza Khon Kaen = 186,000 + 74,500 = 260,500 Sq/m (รวมทั้งหมดทุกอย่าง)

จึงพอสรุปได้เท่านี้ โดยข้อมูลทั้งหมดมาจากแหล่งข้อมูลจริง และ การไปเยี้ยมชมทั้ง 2 ที่โดยตัวเอง
คราวนี้ที่ไหนใหญ่ กว่า พิจารณาจากข้อมูลข้างต้น

ขออีกหน่อย ถ้านับเฉพาะพื้นที่การค้าเท่านั้น
The Mall Nakhon Ratchasima = 200,000 + 20,000 = 220,000 Sq/m
Central Plaza Khon Kaen = 186,000 Sq/m
__________________
ลมเย็นๆพัดมาแล้วฉันพึ่งรู้สึก ฟ้าลึกๆมองขึ้นไปดูช่างสดใส
แต่มือเย็นๆของฉันนั้นไม่มีใคร ไม่มีใครให้สัมผัสมันทนไม่ไหว .... หนาวนี้ - friday
sawangpong está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 12:01 PM   #19316
Jeanssoda
Registered User
 
Jeanssoda's Avatar
 
Join Date: Sep 2009
Location: Udonthani
Posts: 226
Likes (Received): 3

อันนี้น่าจะเป็นโครงการระยะยาวนะครับ ไปเห็นโครงการที่งานสถาปนิก53

สถานีรถไฟฟ้า สถานีกลางบางซื่อ





__________________
UDesign City of Design.
Jeanssoda no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 12:48 PM   #19317
MEKA_MekO
คอนโดสวัสดีทวีสุข
 
MEKA_MekO's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: ชั้น 6 ห้อง 604
Posts: 4,148
Likes (Received): 3

เรื่องพื้นที่ ห้าง ช่างมันเถอะครับ จะเล็ก จะใหญ่

---------------------------------------

แฮปปี้แอร์’ไม่มีความสุข ผู้โดยสารจิ๊บจ๊อย แนะโหมปชส.-ลดราคา
Wednesday, 06 October 2010 11:01
Written by KoratDaily


หลังทดลองเปิดบริการสายการบินพาณิชย์ ‘แฮปปี้แอร์’ เส้นทาง ‘กรุงเทพฯ-โคราช-เชียงใหม่’ เกือบ ๒ เดือน จำนวนผู้โดยสารน้อยมาก ล่าสุดผู้บริหารเปิดเวทีหารือทิศทางความก้าวหน้าทางการบิน เสียงส่วนใหญ่เสนอใช้ศักยภาพเมืองโคราช และโฆษณาประชา สัมพันธ์กว้างขวาง พร้อมปลุกกระแสให้เป็นสายการบินของคนโคราช

เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา และนายเสนาะ สนธิพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด หรือสายการบินแอปปี้แอร์ เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กว่า ๕๐ คน ร่วมหารือทิศทางความก้าวหน้าทางการบินในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อชี้แนวทางและร่วมพัฒนาการบิน โดยมีเป้าหมายที่จะให้ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ภายหลังสายการบินแฮปปี้แอร์เปิดให้บริการเส้นทางการบิน ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ แบบไปกลับ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา แต่ผู้โดยสารยังมีจำนวนน้อยทั้งไปและกลับไม่เต็มลำ

ดัน‘โคราช’ศูนย์กลางการบิน

นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอ การค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพหลายด้าน ซึ่งปัจจุบันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอำเภอเมืองนครราชสีมา ไม่สามารถขยายตัวได้มากกว่านี้แล้ว ดังนั้น จำเป็นต้องขยายเมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ เพื่อมารองรับการเติบโตของจังหวัดนครราชสีมาในอนาคต โดยเฉพาะความพร้อมของท่าอากาศยานนครราชสีมา ปัจจุบันมีสายการบินพาณิชย์มาเปิดให้บริการ คือ สายการบินแฮปปี้แอร์ ของบริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารยังไม่เป็นตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งที่การมาของสายการบินดังกล่าวจะมารองรับทั้งความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และความต้องการเดินทางด้วยกิจธุระต่างๆ ของประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม การเปิดเวทีร่วมหารือถึงทิศทางความก้าวหน้าทางการบินในจังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ จึงหวังว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะชี้แนวทางและร่วมพัฒนาการบินในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ไปสู่เมืองต่างๆ หรือประเทศเพื่อนบ้านได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ชูศักยภาพ‘สนามบินหนองเต็ง’

ขณะที่นายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา กล่าวว่า ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งเดียวของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีความพร้อมรองรับการขนส่งผู้โดยสารของสายการบินพาณิชย์ การขนส่งสินค้าและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ทางอากาศ และการเป็นสถานที่ทำการฝึกการบิน โดยท่าอากาศยานนครราชสีมา มีรันเวย์ขนาดกว้าง ๔๕ เมตร ยาว ๒,๑๐๐ เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดโบอิ้ง ๗๓๗ ขนาด ๑๕๐ ที่นั่ง มีที่พักผู้โดยสารรองรับ ๒ ห้องๆ ละ ๑๕๐ คน และยังมีศักยภาพสามารถรองรับเครื่องบินระหว่างประเทศได้ โดยมีระบบศุลกากรที่ไม่ต้องผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

“ภายหลังจากการมาเปิดบริการการบินพาณิชย์ของสายการบินแฮปปี้แอร์ ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการรองรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะอุปสรรคเรื่องระยะทางจากอำเภอเมืองนครราชสีมา ถึงท่าอากาศยานนครราชสีมา อย่างไรก็ตาม วันนี้หากพูดถึงศักยภาพของท่าอากาศยานแห่งนี้ สามารถที่จะเป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ที่เชื่อมไปสู่เมืองต่างๆ หรือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องช่วยกันผลักดัน และใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานแห่งนี้อย่างคุ้มค่า และการมาเปิดบริการของสายการบินแฮปปี้แอร์ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการปลุกธุรกิจด้านการบินของท่าอากาศยานนครราชสีมาให้กลับมาอีกครั้ง แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางมากกว่านี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารให้ตรงจุด” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา กล่าวย้ำ

‘แฮปปี้แอร์’รับประกันความปลอดภัย

ด้านนายเสนาะ สนธิพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินแฮปปี้แอร์ กล่าวว่า แฮปปี้แอร์เป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยม เริ่มเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยเริ่มเส้นทางแรกคือ ภูเก็ต-หาดใหญ่ และภูเก็ต-ลังกาวี ก่อนเพิ่มอีก ๔ เส้นทาง คือ ภูเก็ต-นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต-ตรัง, กรุงเทพฯ-น่าน และกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ทางบริษัทได้มองเห็นเส้นทางใหม่ที่จะขยายการให้บริการเพิ่มขึ้น หลังจากประเมินศักยภาพของภาคอีสาน ทั้งการขยายตัวของภาคเกษตรกรรม และจำนวนประชากร โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์รวมสำคัญของนักธุรกิจ จึงเลือกที่จะลงทุนเปิดเส้นทางการบินใหม่ คือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ ซึ่งทางท่าอากาศยานนครราชสีมาได้มอบสิทธิพิเศษจอดเครื่องบินฟรี ๓ ปี ละเว้นค่าขึ้น-ลงรันเวย์ ๓ ปี และรับประกันไม่ให้มีสายการบินอื่นมาใช้บริการ ๕ ปี

“ซึ่งปัญหาที่ผู้ใช้บริการไม่ตอบรับสายการบินก่อนๆ นั้น โดยเฉพาะอุปสรรคเรื่องระยะทางซึ่งห่างไกลจากตัวเมืองของท่าอากาศยานนครราชสีมา ทางบริษัทฯ แก้ปัญหาโดยจัดรถรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่โรงแรมศรีวิชัย พร้อมการให้บริการของพนักงานด้วยความประทับใจ และขณะนี้กำลังดำเนินการจัดตั้งสำนักงานของแฮปปี้แอร์ภายในท่าอากาศยานนครราชสีมา ส่วนความปลอดภัยระหว่างเดินทางนั้น เครื่องบินที่นำมาให้บริการ คือ รุ่น SAAB 340 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารแบบ TURBO PROB ขนาดกลาง จำนวน ๓๔ ที่นั่ง ที่นำเข้าจากประเทศสวีเดน โดยตลอดการเดินทางผู้โดยสารมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย เพราะ SAAB เป็นเครื่องบินที่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุน้อยมาก เพราะสถิติการบินในรอบ ๒๐ กว่าปีของ SAAB ที่นำไปใช้ในการบินพาณิชย์ทั่วโลก พบว่า เกิดอุบัติเหตุจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒๖ รายเท่านั้น” ประธานกรรมการบริหาร สายการบินแฮปปี้แอร์ กล่าว

ปลุกกระแสสายการบินคนโคราช

จากนั้นเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชน เสนอแนะแนวทางพัฒนาการบินของจังหวัดนครราชสีมา โดยนายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนพันธมิตรแห่งนครราชสีมา ให้ความเห็นว่า สายการบินแฮปปี้แอร์ ควรปลุกกระแสการโดยสารหรือเดินทางทางอากาศ ด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งต้องจัดสรรงบประมาณโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในวงกว้างมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ประชาชน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายยังไม่ทราบว่า มีสายการบินแฮปปี้แอร์มาเปิดให้บริการ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้แฮปปี้แอร์เป็นสายการบินของคนโคราช ซึ่งเรื่องนี้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันร่วมผลักดัน เพราะการมาเปิดให้บริการของสายการบินพาณิชย์ จะทำให้จังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

ใช้ศักยภาพเมืองโฆษณากว้างขวาง

ขณะที่พลเอกไพบูลย์ กาญจนพิบูลย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการกองทุนนิด้าพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวเสริมว่า จะทำอย่างไรให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาครัฐวิสาหกิจ มาใช้บริการสายการบินพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะแฮปปี้แอร์ควรที่จะมีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์มากกว่านี้ไปยังหน่วยงานต่างๆ เพราะหากมองศักยภาพของจังหวัดนครราชสีมา ที่แบ่งการปกครองออกเป็น ๓๒ อำเภอ ด้วยจำนวนประชากร ๒.๖ ล้านคน สามารถที่จะเกิดความต้องการเดินทางทางอากาศได้จำนวนไม่น้อย ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะก่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางในลักษณะศูนย์กลางการบินไปสู่เมืองต่างๆ หรือประเทศเพื่อนบ้านได้ในอนาคตอีกมากมาย

เสนอแนวทางต่อลมหายใจ

นอกจากความคิดเห็นส่วนใหญ่ อาทิ นายสวัสดิ์ มังกรวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมสีมาธานี และนายจรินาทร สูหู่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา ที่ต้องการให้สายการบินแฮปปี้แอร์ ดำเนินการโฆษณาและประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางแล้ว ยังมีข้อเสนอแนะให้เปิดสถานที่จำหน่ายตั๋วตลอด ๒๔ ชั่วโมงให้ครอบคลุมมากกว่านี้ จากปัจจุบันการซื้อหรือจองตั๋วเครื่องบินมีเพียง ๒ ช่องทาง คือ ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย บริษัท ประยูรกิจ จำกัด และผ่านอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงตารางการบินที่เหมาะสม และการสร้างรายได้เพื่อความอยู่รอดของสายการบินพาณิชย์ โดยจัดโปรโมชั่นเพื่อจูงใจลูกค้าหรือผู้โดยสารกลุ่มเป้าหมาย และการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในการรองรับบริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ ทั้งการเดินทางมาประชุม/สัมมนา และในโอกาสต่างๆ รวมทั้งการปรับค่าโดยสารให้เหมาะสมกว่านี้ เมื่อเทียบกับสายการบินราคาต่ำ เช่น แอร์เอเชีย หรือนกแอร์ เป็นต้น

ภูมิหลังสนามบินทุนสลาย

ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งเดียวของจังหวัดนครราชสีมา ก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๓๗ สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บนพื้นที่ ๔,๖๒๕ ไร่ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติหนองเต็ง ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยงบประมาณก่อสร้าง ๔๗๖.๙๕ ล้านบาท มีรันเวย์ขนาดกว้าง ๔๕ เมตร ยาว ๒,๑๐๐ เมตร รองรับเครื่องบินขนาดโบอิ้ง ๗๓๗ ขนาด ๑๕๐ ที่นั่ง มีที่พักผู้โดยสารรองรับ ๒ ห้องๆ ละ ๑๕๐ คน และยังมีศักยภาพสามารถรองรับเครื่องบินระหว่างประเทศได้ โดยมีระบบศุลกากรที่ไม่ต้องผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

โดยเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ เปิดทำการบินเป็นครั้งแรก ในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีสายการบินพาณิชย์ คือ การบิน ไทย, แอร์อันดามัน, สหกลแอร์ และแอร์เอเชีย ผลัดเปลี่ยนมาเปิดให้บริการ แต่ด้วยระยะทางของสนามบินแห่งนี้ซึ่งห่างจากอำเภอเมืองนครราชสีมา ๒๖ กิโลเมตร ประกอบกับเส้นทางการคมนาคมทางบก ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมามีความสะดวกและรวดเร็ว จึงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของผู้มาใช้บริการ สายการบินดังกล่าวจึงไม่คุ้มทุนในการเปิดให้บริการต้องยกเลิกการบินไปโดยปริยาย กลายเป็นสนามบินที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ล่าสุดก่อนหน้านี้ “แอร์ฟีนิคซ์” วางแผนเปิดบริการการบิน ในเส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, นครราชสีมา-เชียงใหม่ และนครราชสีมา-เชียงราย ช่วงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๑ แต่หลังจากเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๑ ต่อมาผู้บริหารของสายการบินนี้จึงแถลงข่าว โดยระบุว่าไม่สามารถเปิดเส้นทางการบินตามที่วางแผนไว้ได้ เนื่องจากขณะนั้นน้ำมันปรับขึ้นราคาสูงมาก จึงทนแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว กระทั่งต่อมาบริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด หรือสายการบินแฮปปี้แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยม ที่เกิดจากการลงทุนของนักลงทุนในจังหวัดภูเก็ต มาดำเนินการเปิดบริการสายการบินพาณิชย์ขนส่งผู้โดยสาร ในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ดังกล่าว โดยเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ และมีกำหนดเปิดเที่ยวบินอย่างเป็นทางการหลังทดลองบินมาเป็นเวลากว่า ๒ เดือน และในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ จะเชิญนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน พร้อมทั้งเปิดเส้นทางการบินใหม่ คือ นครราชสีมา-ภูเก็ต อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานนครราชสีมายังคงเปิดให้บริการอยู่เป็นประจำ ปัจจุบันเปิดให้บริษัท บางกอกดิวิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันสอบการบินแห่งหนึ่งของประเทศไทยมาใช้บริการ และล่าสุดบริษัท สแกนดิเนเวียน แอร์คราฟท์ เมนเทนแนนซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากประเทศนอร์เวย์ที่มีประสบการณ์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานในกลุ่มสแกนดิเนเวีย มีแผนที่จะลงทุนในโครงการซ่อมบำรุงอากาศยาน รวมทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยาน และเครื่องใช้ในอากาศยาน ภายในท่าอากาศยานนครราชสีมา ด้วยเงินลงทุน ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินประมาณ ๓๐๐ ไร่ จากกรมป่าไม้ ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ เพราะพื้นที่ของท่าอากาศยานนครราชสีมาทั้งหมด ๔,๖๒๕ ไร่นั้น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหนองเต็ง ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๑๙๖๖ วันที่ ๕-๗ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓

http://www.koratdaily.com/home/-1/213.html
__________________
"เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน เวียนเดอะมอลล์ รอเซลทรัล "
MEKA_MekO no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 12:50 PM   #19318
MEKA_MekO
คอนโดสวัสดีทวีสุข
 
MEKA_MekO's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: ชั้น 6 ห้อง 604
Posts: 4,148
Likes (Received): 3

ขยายเมืองขยายเศรษฐกิจ ‘ปิ้ง-ย่าง’คาวบอย ๑๐๐ ล.

เตรียมงาน BBQ FESTIVAL@KORAT 2010 สุดอลังการกว่าที่ผ่านมา แสง สี เสียง พร้อมศิลปิน นักร้องชื่อดังมากมาย มาส่งมอบความสุขให้ประชาชนกับเทศกาลอาหารปิ้ง-ย่าง มากกว่า ๑๐๐ ร้านค้า หวังส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว คาดการณ์เงินสะพัดกว่าร้อยล้าน

ตามที่หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จัดงานเทศกาลอาหารปิ้ง-ย่างโคราช หรือ BBQ FESTIVAL @ KORAT ขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยการวางรูปแบบงานซึ่งเป็นการชุมนุมของคาวบอย และอินเดียนแดง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดนครราชสีมา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มีเงินสะพัดหมุนเวียน ส่งเสริมธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยให้มีความเข้มแข็ง กระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งสร้างเอกลักษณ์และจุดเด่นของเทศกาลอาหารปิ้ง-ย่างให้เป็นที่รู้จัก เพื่อต่อยอดให้กับภาคอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองเกษตรกรรมและปศุสัตว์นั้นโดยในปี ๒๕๕๓ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา มีกำหนดจัดงานเทศกาลอาหารปิ้ง-ย่างโคราช ครั้งที่ ๕ หรือ BBQ

นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานการจัด “BBQ FESTIVAL@KORAT 2010” เปิดเผยกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาดำเนินการจัดเทศกาลอาหารปิ้ง-ย่างโคราชขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา มีความเห็นร่วมกันว่า ควรนำเสนอกิจกรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา ที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ โดยในปี ๒๕๕๓ วัตถุประสงค์การจัดงาน เพื่อต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงต้องการขยายพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการฯ จึงประชุมวางแผนการจัดงานดังกล่าว เพื่อให้มีความพิเศษมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา กระทั่งลงความเห็นว่า ควรใช้ชื่อภาษาอังกฤษให้มีความเป็นสากล คือ “BBQ

“สถานที่จัดงานทางคณะกรรมการฯ มีมติให้ย้ายจากบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มาจัดที่บริเวณลานเมืองหัวทะเล ซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าจำนวน ๑๕ ไร่ โดยเป็นของนายมานพ จารุกำเนิดกนก เนื่องจากต้องการขยายเมือง ประกอบกับที่เดิมมีปัญหาหลายประการ ซึ่งไม่สะดวกแก่การเดินทางของผู้ที่สัญจรไป-มาบริเวณนั้น” นายจีระศักดิ์กล่าว และว่า

“ในส่วนของรูปแบบการจัดงานนั้น ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นคาวบอย เนื่องจากการเครื่องแต่งกายแบบคาวบอยยังเป็นจุดขายที่น่าสนใจ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงได้ อีกทั้งพื้นที่การจัดงานในปีนี้ มีจำนวนทั้งหมด ๑๕ ไร่ มากกว่าปีที่แล้วถึง ๓ เท่า ทั้งจำนวนร้านค้าต่างๆ ซึ่งเป็นร้านชื่อดังในเมืองโคราช และทั่วประเทศ ที่มีจำนวนมากถึง ๓๙๒ ร้านให้เลือกซื้อ เลือกชิมรสชาติ ซึ่งขณะนี้ร้านค้าต่างๆ ตอบรับเพื่อมาจำหน่ายอาหารปิ้ง-ย่างภายในงานแล้วประมาณ ๙๐ ร้านค้า โดยมีโต๊ะ-เก้าอี้นั่งรับประทานอาหารเตรียมไว้รองรับอย่างเพียงพอ ส่วนสถานที่จอดรถ สามารถรองรับได้ถึง ๑,๐๐๐ คัน ด้านความบันเทิง มีการแสดงแสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่อลังการเพิ่มมากขึ้น อาทิ วงคาวบอย, วงคันทรี่, เอลวิสเมืองไทย, มาโนช พุฒตาล, เจเน็ต เขียว การแสดงวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก, การประกวดคาวเกิร์ล, การแสดงคาวบอยในรูปแบบต่างๆ ที่หาดูได้ยาก, การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชื่อดังมากมาย และปิดท้ายด้วยศิลปิน “ก้อง นูโว” ในรูปแบบของเพลงสากลที่หาดูได้ยาก” นายจีระศักดิ์กล่าว

นายจีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า การจัดงานครั้งที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เพราะหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าในปีนี้อยากให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก เพราะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพลังงาน, กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), อีซูซุ, บริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด, ปึงหงี่เชียง, ร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ ในการสนับสนุนงบประมาณการจัดงานกว่า ๗ ล้านบาท

“ในฐานะประธานจัดงาน ตนต้องการสร้างงาน และกระจายรายได้ให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ ที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง และคาดว่างาน “BBQ FESTIVAL@KORAT 2010” ตลอด ๗ วัน ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ จะมีเงินสะพัดประมาณ ๗๐–๑๐๐ ล้านบาท” ประธานการจัดงานฯ กล่าวท้ายสุด

ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๑๙๖๖ วันที่ ๕-๗ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
http://www.koratdaily.com/home/-1/20...-03-33-58.html
__________________
"เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน เวียนเดอะมอลล์ รอเซลทรัล "
MEKA_MekO no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 12:52 PM   #19319
MEKA_MekO
คอนโดสวัสดีทวีสุข
 
MEKA_MekO's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: ชั้น 6 ห้อง 604
Posts: 4,148
Likes (Received): 3

มทส.ชู‘แพร่ภาพกระจายเสียง’ ตั้งศูนย์ศก.สร้างสรรค์ ยืนยันมีดีแต่หวั่นแพ้ระยะทาง Wednesday, 06 October 2010 10:53
Written by KoratDaily

มทส.หวังติด ๑ ใน ๑๕ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล หลังเสนอผลงานเด่น ๓ โครงการ แต่เหลือลุ้นเพียงหนึ่ง คณะดำเนินงานระบุ หวังสาขาแพร่ภาพและการกระจายเสียงสูงหลังผลตอบรับดี แอบหวั่นถูกท้วงเป็นมหาวิทยาลัยระดับภูมิภาคอยู่ห่างไกล แย้งการพัฒนาไม่จำเป็นต้องรวมศูนย์ แต่ควรกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น


สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ ตามนโยบายการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล มีภารกิจครอบคลุมในหลายด้าน อาทิ การเสนอแนะนโยบาย มาตรการ และกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และพันธสัญญาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล การศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอเพื่อกลั่นกรองโครงการ และของบประมาณต่อไป มีกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับนโนบายของรัฐบาลในการพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตามมาตรการแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ โดยประกาศส่งเสริมแผนพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบวงเงิน ๒๐,๑๓๔ ล้านบาท ในระยะเวลา ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๕ สำหรับแผนพัฒนาระยะแรกได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน ๑,๐๐๐ ล้าน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ให้โครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของหน่วยงานต่างๆ ที่มีความพร้อมในการดำเนินงานในปี ๒๕๕๓ รวมทั้งสิ้น ๑๖ โครงการ

ตั้งสถาบัน ‘อุตสาหกรรมสร้างสรรค์’

ในส่วนของการพัฒนาต่อยอดระบบอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รัฐบาลตั้งเป้าจัดตั้งสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ Center Of Excellence โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดสรรสถาบันการศึกษาที่เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ จาก ๑๑๖ มหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาใน ๑๕ สาขาอุตสาหกรรม โดยคัดเลือก ๑๕ มหาวิทยาลัยหลักให้รับผิดชอบใน ๑๕ กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเครือข่ายใน ๔ กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มที่ ๑ เน้นการสืบทอดทางวัฒนธรรม (Heritage) กลุ่มที่ ๒ ศิลปะ (Art) กลุ่มที่ ๓ สื่อ (Media) และกลุ่มที่ ๔ การสร้างสรรค์แบ่งตามลักษณะของงาน (Function Creation) โดยเฉพาะกรออกแบบแฟชั่น สถาปัตยกรรม โฆษณา และซอฟต์แวร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แทนระบบอุตสาหกรรมแบบรับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียว ในการนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และมีผลงานทางวิชาการและเทคโนโลยีในหลายด้านได้เสนอผลงานเพื่อพิจารณารับเลือกให้เป็นสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ใน ๓ สาขา คือ กลุ่มที่ ๑ การสืบทอดทางวัฒนธรรม (Heritage) นำเสนอด้านอาหารพื้นบ้านอินทรีย์ ๒. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และความหลากหลายทางชีวภาพลุ่มน้ำมูล และ ๒. กลุ่มสื่อ(Media) นำเสนอผลงานด้านการแพร่ภาพและการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ โดยโครงการด้านการท่องเที่ยว และการแพร่ภาพและการกระจายเสียง ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปนำเสนอข้อมูล และผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการพิจารณาในลักษณะของการสัมภาษณ์

มทส.ส่งประกวด ๓ โครงการ

เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ ดร.มัลลิกา สังข์สนิท ผู้จัดการสำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนำเสนอผลงานกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า รัฐบาลส่งหนังสือเชิญมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้นำเสนอโครงการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ใน ๑๕ สาขา เพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๑๕ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ Center of Excellence ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะผู้บริหารมทส. พิจารณาถึงความพร้อมในด้านต่างๆ จึงนำเสนอผลงาน ๓ สาขา ประกอบด้วย ๑. อาหารพื้นบ้านอินทรีย์ ๒. การแพร่ภาพและการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ และ ๓.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพลุ่มน้ำมูล โดยในขั้นแรกเป็นการนำเสนอผลงานด้วยลายลักษณ์อักษร หากคณะกรรมการพิจารณาแล้วว่าโครงการใดน่าสนใจ จึงจะเรียกเข้าไปนำเสนอผลงานเต็มรูปแบบ ด้วยวิธี Presentation และการสัมภาษณ์ โดยมีคณะกรรมการพิจารณาที่มีประสบการณ์และคลุกคลีอยู่ในแวดวงสาขาอาชีพด้านนั้นๆ สำหรับผลงานของมทส. ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปนำเสนอข้อมูลใน ๒ สาขาหลัง คือ การแพร่ภาพและการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพลุ่มน้ำมูล

ผลตอบรับดีแต่มีท้วงติง

ดร.มัลลิกา กล่าวต่อไปว่า มทส.นำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายนที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ทราบผลการพิจารณา โดยในส่วนของการนำเสนอโครงการด้านการท่องเที่ยวฯ มีมหาวิทยาลัยที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ๗ สถาบัน ซึ่งในด้านนี้ มทส. ค่อนข้างไม่มั่นใจมากนัก แต่จากการประเมินแบบสอบถามเบื้องต้น คาดว่าผลคะแนนคงไม่ต่างกันมาก สำหรับผลงานในส่วนของการแพร่ภาพและการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์เป็นโครงการที่มทส. คาดหวังค่อนข้างมาก โดยในรอบสุดท้ายมีมหาวิทยาลัยที่ผ่านเข้ามา ๒ สถาบัน คือ มทส. และม.กรุงเทพ ซึ่งจากการประเมินในภาพรวมนับว่า มทส.มีศักยภาพในด้านนี้ค่อนข้างสูง และมีกระแสตอบรับจากคณะกรรมการที่ชื่นชมว่า ทีมงานของมทส. นำเสนอผลงานได้ดีและมีความน่าสนใจมาก แต่คณะกรรมการชุดเดียวกันนี้กลับตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่มทส.เป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับภูมิภาค ตั้งอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ จึงไม่มั่นใจว่าประเด็นดังกล่าวจะมีผลต่อการพิจารณาคัดเลือกหรือไม่ เพราะหากพิจารณาในด้านความพร้อมต่างๆ มทส.เป็นสถาบันวิจัยแห่งชาติ ที่มีศักยภาพทั้งในด้านองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากรอย่างครบครัน ขณะเดียวกันการเป็นสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านสื่อ ไม่จำเป็นจะต้องรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมา มทส.มีผลงานและประสบการณ์ในสาขาการแพร่ภาพและกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์มานานแล้ว มีสถาบันวิจัยและพัฒนา มีศูนย์วิทยาศาสตร์การเรียนรู้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพียงแต่ยังไม่บูรณาการทำงานในลักษณะรวมศูนย์ไว้ที่เดียว คณาจารย์สาขาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ต่างก็มีประสบการณ์ในการมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสื่อสาธารณะ และสื่อชุมชนต่างๆ มานานแล้ว เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโทรคมนาคม ก็เข้าไปช่วยเหลือในด้านการวางระบบโครงข่ายให้สื่อเคเบิลท้องถิ่น การแพร่ภาพและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสู่ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร คณะกรรมการที่มาสัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะมาจากสายงานด้านสื่อในสาขาต่างๆ เหมือนเป็น Hardware คือ เน้นในด้านกระบวนการผลิตสื่อมากกว่า ขณะที่มทส.มีสถาบันที่ทำงานในด้านนี้มานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รวมศูนย์เป็นไว้ที่เดียว แต่ถ้าถามถึงความพร้อมในงานแขนงนี้ เรามีสตูดิโอผลิตสื่อที่ได้มาตรฐาน สามารถรองรับการผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ ได้ตั้งแต่กระบวนการต้นทางจนถึงปลายทาง คือ บุคลากรมีความพร้อม อุปกรณ์ทันสมัย สามารถผลิตสื่อได้ครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีกระบวนการนำเสนอ หรือถ่ายทอดออกสู่สาธารณะได้อย่างครบครันอีกด้วย” ดร.มัลลิกา กล่าว

มทส.รวมศูนย์สู่การพัฒนาท้องถิ่น

ดร.มัลลิกา กล่าวอีกว่า หากมทส.ได้รับเลือกให้เป็นสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ Center of Excellence จะทำให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงกับภูมิภาคและท้องถิ่น เพราะงานแขนงนี้ในกรุงเทพฯ มีตัวเลือกค่อนข้างมากอยู่แล้ว ขณะที่ในภูมิภาคต่างๆ หากต้องการจะพัฒนาระบบงานด้านการแพร่ภาพและการกระจายเสียงฯ จะต้องเดินทางไปยังกรุงเทพฯ เท่านั้น ซึ่งจุดด้อยในมุมมองของคณะกรรมการนี้ มทส.กลับมองว่าน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะจะเป็นการกระจายโอกาสอุตสาหกรรมการผลิตและเผยแพร่สื่อสู่ท้องถิ่นมากขึ้น ภาคเอกชน และผู้ประกอบการก็จะได้ประโยชน์ จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง จากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค เพราะวัตถุประสงค์ของมทส. คือ การมุ่งเน้นพัฒนาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้จากการพึ่งตนเองเป็นสำคัญ

“มทส.คาดหวังว่าจะได้เป็น Center of Excellenceในด้านการแพร่ภาพและกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์มากพอควร เพราะเรามั่นใจว่ามีศักยภาพในด้านนี้ จุดแข็งของม.กรุงเทพ คือ กระบวนการสร้างสรรค์และผลิตสื่อ แต่มทส.มีความพร้อมทั้ง Software และ Hardware รวมอยู่ในที่เดียวกัน ในภาพรวมแล้วมทส.มีศักยภาพในการเป็น Center of Excellence โดยที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่การบริการ แต่เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการด้วย เนื่องจาก มทส.เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างรอบด้าน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมจากภาคสังคมและชุมชนท้องถิ่น คณะกรรมการพิจารณามีคำถามว่า มทส.เตรียมพร้อมรับมือกับสื่อใหม่อย่าง iPad อย่างไรบ้าง ซึ่งความจริงแล้วมทส. เป็นสถาบันที่วิจัยพัฒนา e-Book มานานแล้ว ก่อนจะมี iPad เสียอีก” ดร.มัลลิกา กล่าว

รองอธิการบดีฯ หนักใจเจองานหิน

ด้านรศ.ดร.รังสรรค์ วงศ์สรรค์ รองอธิการ- บดี ฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า เพิ่งทราบผลการพิจารณาอย่างไม่เป็นทางการ โดยโครงการด้านท่องเที่ยวฯ น่าจะตกไปแล้ว ขณะที่งานในด้านสื่อ ต้องถือว่าเจองานยากเช่นเดียวกัน เพราะม.กรุงเทพ เป็นสถาบันที่มีจุดแข็งในด้านนี้ โดยหลังจากที่คณะกรรมการเรียกตัวแทนของทั้ง ๒ สถาบันเข้าไปนำเสนองานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดว่าจะประกาศผลในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งผลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากมทส.ได้รับเลือกให้เป็นสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ด้านการแพร่ภาพและการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ จะเป็นประโยชน์ต่อภาคสังคมที่จะได้รับประโยชน์จากมหาวิทยาลัย สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นในภาคอีสานได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นวาระแห่งชาติ กระทั่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เห็นชอบให้จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการเป็นหน่วยงานกลางบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งให้ความสำคัญกับการขยายฐานภาคบริการในโครงสร้างการผลิตของประเทศ โดยเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจบริการ เพิ่มมูลค่า และเชื่อมโยงธุรกิจบริการ อุตสาหกรรม และการเกษตรเข้าด้วยกันให้เป็นกลุ่มสินค้า เช่น ธุรกิจสุขภาพ อาหาร และการท่องเที่ยว รวมทั้งสินค้าบริการที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำหรับในภาคการตลาด การค้าและการลงทุน ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ที่ไทยมีศักยภาพ โดยเฉพาะสินค้าอาหารและบริการฮาลาล อุตสาหกรรมภาพยนตร์ สินค้าและบริการที่ใช้นวัตกรรมและภูมิปัญญา โดยรัฐบาลมีแผนจัดทำ “แผนแม่บทการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรม สร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการไทย สร้างมาตรฐานทางธุรกิจ พัฒนาการตลาด และพัฒนาบุคลากร

สำหรับการจัดประเภทเศรษฐกิจสร้าง สรรค์ของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยึดรูปแบบของ UNCTAD แบ่งเป็น ๔ กลุ่มหลัก และ ๑๕ กลุ่มย่อย ดังนี้ ๑. การสืบทอดทางวัฒนธรรม (Heritage) ประกอบด้วย งานฝีมือและหัตถกรรม (Crafts) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural and Heritage Tourism) การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) และอาหารไทย (Thai Food)

๒. ศิลปะ (Art) ประกอบด้วย ศิลปะการแสดง (Performing arts) การจัดกิจกรรม บริการ ทางศิลปะการแสดง และบริหารทางด้านมหรสพ เช่น ระบำ คอนเสิร์ต วงดนตรี ละครเวทีต่างๆ และทัศนศิลป์ (Visual arts) และงานจิตรกรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย และงานประติมากรรม

๓. สื่อ (Media) ประกอบด้วย การพิมพ์และสื่อการพิมพ์ (Publishing) การกระจายเสียง (Broadcasting) ภาพยนตร์ และวิดีทัศน์ (Film & Video) และดนตรี (Music)

๔. งานสร้างสรรค์ แบ่งตามลักษณะของงาน (Functional creations) ประกอบด้วย งานออกแบบ (Design) แฟชั่น (Fashion) งานโฆษณา (Advertising) สถาปัตยกรรม (Architecture) และซอฟต์แวร์ (Software)


ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๑๙๖๖ วันที่ ๕-๗ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓

http://www.koratdaily.com/home/-1/21...-03-56-56.html
__________________
"เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน เวียนเดอะมอลล์ รอเซลทรัล "
MEKA_MekO no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2010, 01:29 PM   #19320
Garudas
พระโพกำมะลอ ณ สินธาราฯ
 
Garudas's Avatar
 
Join Date: Aug 2008
Location: Korat
Posts: 2,920
Likes (Received): 13

Quote:
Originally Posted by MEKA_MekO View Post
เรื่องพื้นที่ ห้าง ช่างมันเถอะครับ จะเล็ก จะใหญ่

---------------------------------------

แฮปปี้แอร์’ไม่มีความสุข ผู้โดยสารจิ๊บจ๊อย แนะโหมปชส.-ลดราคา
Wednesday, 06 October 2010 11:01
Written by KoratDaily


หลังทดลองเปิดบริการสายการบินพาณิชย์ ‘แฮปปี้แอร์’ เส้นทาง ‘กรุงเทพฯ-โคราช-เชียงใหม่’ เกือบ ๒ เดือน จำนวนผู้โดยสารน้อยมาก ล่าสุดผู้บริหารเปิดเวทีหารือทิศทางความก้าวหน้าทางการบิน เสียงส่วนใหญ่เสนอใช้ศักยภาพเมืองโคราช และโฆษณาประชา สัมพันธ์กว้างขวาง พร้อมปลุกกระแสให้เป็นสายการบินของคนโคราช

เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา และนายเสนาะ สนธิพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด หรือสายการบินแอปปี้แอร์ เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กว่า ๕๐ คน ร่วมหารือทิศทางความก้าวหน้าทางการบินในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อชี้แนวทางและร่วมพัฒนาการบิน โดยมีเป้าหมายที่จะให้ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ภายหลังสายการบินแฮปปี้แอร์เปิดให้บริการเส้นทางการบิน ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ แบบไปกลับ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา แต่ผู้โดยสารยังมีจำนวนน้อยทั้งไปและกลับไม่เต็มลำ

ดัน‘โคราช’ศูนย์กลางการบิน

นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอ การค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพหลายด้าน ซึ่งปัจจุบันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอำเภอเมืองนครราชสีมา ไม่สามารถขยายตัวได้มากกว่านี้แล้ว ดังนั้น จำเป็นต้องขยายเมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ เพื่อมารองรับการเติบโตของจังหวัดนครราชสีมาในอนาคต โดยเฉพาะความพร้อมของท่าอากาศยานนครราชสีมา ปัจจุบันมีสายการบินพาณิชย์มาเปิดให้บริการ คือ สายการบินแฮปปี้แอร์ ของบริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารยังไม่เป็นตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งที่การมาของสายการบินดังกล่าวจะมารองรับทั้งความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และความต้องการเดินทางด้วยกิจธุระต่างๆ ของประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม การเปิดเวทีร่วมหารือถึงทิศทางความก้าวหน้าทางการบินในจังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ จึงหวังว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะชี้แนวทางและร่วมพัฒนาการบินในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ไปสู่เมืองต่างๆ หรือประเทศเพื่อนบ้านได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ชูศักยภาพ‘สนามบินหนองเต็ง’

ขณะที่นายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา กล่าวว่า ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งเดียวของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีความพร้อมรองรับการขนส่งผู้โดยสารของสายการบินพาณิชย์ การขนส่งสินค้าและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ทางอากาศ และการเป็นสถานที่ทำการฝึกการบิน โดยท่าอากาศยานนครราชสีมา มีรันเวย์ขนาดกว้าง ๔๕ เมตร ยาว ๒,๑๐๐ เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดโบอิ้ง ๗๓๗ ขนาด ๑๕๐ ที่นั่ง มีที่พักผู้โดยสารรองรับ ๒ ห้องๆ ละ ๑๕๐ คน และยังมีศักยภาพสามารถรองรับเครื่องบินระหว่างประเทศได้ โดยมีระบบศุลกากรที่ไม่ต้องผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

“ภายหลังจากการมาเปิดบริการการบินพาณิชย์ของสายการบินแฮปปี้แอร์ ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการรองรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะอุปสรรคเรื่องระยะทางจากอำเภอเมืองนครราชสีมา ถึงท่าอากาศยานนครราชสีมา อย่างไรก็ตาม วันนี้หากพูดถึงศักยภาพของท่าอากาศยานแห่งนี้ สามารถที่จะเป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ที่เชื่อมไปสู่เมืองต่างๆ หรือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องช่วยกันผลักดัน และใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานแห่งนี้อย่างคุ้มค่า และการมาเปิดบริการของสายการบินแฮปปี้แอร์ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการปลุกธุรกิจด้านการบินของท่าอากาศยานนครราชสีมาให้กลับมาอีกครั้ง แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางมากกว่านี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารให้ตรงจุด” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา กล่าวย้ำ

‘แฮปปี้แอร์’รับประกันความปลอดภัย

ด้านนายเสนาะ สนธิพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินแฮปปี้แอร์ กล่าวว่า แฮปปี้แอร์เป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยม เริ่มเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยเริ่มเส้นทางแรกคือ ภูเก็ต-หาดใหญ่ และภูเก็ต-ลังกาวี ก่อนเพิ่มอีก ๔ เส้นทาง คือ ภูเก็ต-นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต-ตรัง, กรุงเทพฯ-น่าน และกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ทางบริษัทได้มองเห็นเส้นทางใหม่ที่จะขยายการให้บริการเพิ่มขึ้น หลังจากประเมินศักยภาพของภาคอีสาน ทั้งการขยายตัวของภาคเกษตรกรรม และจำนวนประชากร โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์รวมสำคัญของนักธุรกิจ จึงเลือกที่จะลงทุนเปิดเส้นทางการบินใหม่ คือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ ซึ่งทางท่าอากาศยานนครราชสีมาได้มอบสิทธิพิเศษจอดเครื่องบินฟรี ๓ ปี ละเว้นค่าขึ้น-ลงรันเวย์ ๓ ปี และรับประกันไม่ให้มีสายการบินอื่นมาใช้บริการ ๕ ปี

“ซึ่งปัญหาที่ผู้ใช้บริการไม่ตอบรับสายการบินก่อนๆ นั้น โดยเฉพาะอุปสรรคเรื่องระยะทางซึ่งห่างไกลจากตัวเมืองของท่าอากาศยานนครราชสีมา ทางบริษัทฯ แก้ปัญหาโดยจัดรถรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่โรงแรมศรีวิชัย พร้อมการให้บริการของพนักงานด้วยความประทับใจ และขณะนี้กำลังดำเนินการจัดตั้งสำนักงานของแฮปปี้แอร์ภายในท่าอากาศยานนครราชสีมา ส่วนความปลอดภัยระหว่างเดินทางนั้น เครื่องบินที่นำมาให้บริการ คือ รุ่น SAAB 340 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารแบบ TURBO PROB ขนาดกลาง จำนวน ๓๔ ที่นั่ง ที่นำเข้าจากประเทศสวีเดน โดยตลอดการเดินทางผู้โดยสารมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย เพราะ SAAB เป็นเครื่องบินที่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุน้อยมาก เพราะสถิติการบินในรอบ ๒๐ กว่าปีของ SAAB ที่นำไปใช้ในการบินพาณิชย์ทั่วโลก พบว่า เกิดอุบัติเหตุจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒๖ รายเท่านั้น” ประธานกรรมการบริหาร สายการบินแฮปปี้แอร์ กล่าว

ปลุกกระแสสายการบินคนโคราช

จากนั้นเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชน เสนอแนะแนวทางพัฒนาการบินของจังหวัดนครราชสีมา โดยนายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนพันธมิตรแห่งนครราชสีมา ให้ความเห็นว่า สายการบินแฮปปี้แอร์ ควรปลุกกระแสการโดยสารหรือเดินทางทางอากาศ ด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งต้องจัดสรรงบประมาณโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในวงกว้างมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ประชาชน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายยังไม่ทราบว่า มีสายการบินแฮปปี้แอร์มาเปิดให้บริการ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้แฮปปี้แอร์เป็นสายการบินของคนโคราช ซึ่งเรื่องนี้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันร่วมผลักดัน เพราะการมาเปิดให้บริการของสายการบินพาณิชย์ จะทำให้จังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

ใช้ศักยภาพเมืองโฆษณากว้างขวาง

ขณะที่พลเอกไพบูลย์ กาญจนพิบูลย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการกองทุนนิด้าพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวเสริมว่า จะทำอย่างไรให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาครัฐวิสาหกิจ มาใช้บริการสายการบินพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะแฮปปี้แอร์ควรที่จะมีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์มากกว่านี้ไปยังหน่วยงานต่างๆ เพราะหากมองศักยภาพของจังหวัดนครราชสีมา ที่แบ่งการปกครองออกเป็น ๓๒ อำเภอ ด้วยจำนวนประชากร ๒.๖ ล้านคน สามารถที่จะเกิดความต้องการเดินทางทางอากาศได้จำนวนไม่น้อย ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะก่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางในลักษณะศูนย์กลางการบินไปสู่เมืองต่างๆ หรือประเทศเพื่อนบ้านได้ในอนาคตอีกมากมาย

เสนอแนวทางต่อลมหายใจ

นอกจากความคิดเห็นส่วนใหญ่ อาทิ นายสวัสดิ์ มังกรวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมสีมาธานี และนายจรินาทร สูหู่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา ที่ต้องการให้สายการบินแฮปปี้แอร์ ดำเนินการโฆษณาและประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางแล้ว ยังมีข้อเสนอแนะให้เปิดสถานที่จำหน่ายตั๋วตลอด ๒๔ ชั่วโมงให้ครอบคลุมมากกว่านี้ จากปัจจุบันการซื้อหรือจองตั๋วเครื่องบินมีเพียง ๒ ช่องทาง คือ ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย บริษัท ประยูรกิจ จำกัด และผ่านอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงตารางการบินที่เหมาะสม และการสร้างรายได้เพื่อความอยู่รอดของสายการบินพาณิชย์ โดยจัดโปรโมชั่นเพื่อจูงใจลูกค้าหรือผู้โดยสารกลุ่มเป้าหมาย และการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในการรองรับบริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ ทั้งการเดินทางมาประชุม/สัมมนา และในโอกาสต่างๆ รวมทั้งการปรับค่าโดยสารให้เหมาะสมกว่านี้ เมื่อเทียบกับสายการบินราคาต่ำ เช่น แอร์เอเชีย หรือนกแอร์ เป็นต้น

ภูมิหลังสนามบินทุนสลาย

ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งเดียวของจังหวัดนครราชสีมา ก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๓๗ สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บนพื้นที่ ๔,๖๒๕ ไร่ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติหนองเต็ง ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยงบประมาณก่อสร้าง ๔๗๖.๙๕ ล้านบาท มีรันเวย์ขนาดกว้าง ๔๕ เมตร ยาว ๒,๑๐๐ เมตร รองรับเครื่องบินขนาดโบอิ้ง ๗๓๗ ขนาด ๑๕๐ ที่นั่ง มีที่พักผู้โดยสารรองรับ ๒ ห้องๆ ละ ๑๕๐ คน และยังมีศักยภาพสามารถรองรับเครื่องบินระหว่างประเทศได้ โดยมีระบบศุลกากรที่ไม่ต้องผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

โดยเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ เปิดทำการบินเป็นครั้งแรก ในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีสายการบินพาณิชย์ คือ การบิน ไทย, แอร์อันดามัน, สหกลแอร์ และแอร์เอเชีย ผลัดเปลี่ยนมาเปิดให้บริการ แต่ด้วยระยะทางของสนามบินแห่งนี้ซึ่งห่างจากอำเภอเมืองนครราชสีมา ๒๖ กิโลเมตร ประกอบกับเส้นทางการคมนาคมทางบก ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมามีความสะดวกและรวดเร็ว จึงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของผู้มาใช้บริการ สายการบินดังกล่าวจึงไม่คุ้มทุนในการเปิดให้บริการต้องยกเลิกการบินไปโดยปริยาย กลายเป็นสนามบินที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ล่าสุดก่อนหน้านี้ “แอร์ฟีนิคซ์” วางแผนเปิดบริการการบิน ในเส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, นครราชสีมา-เชียงใหม่ และนครราชสีมา-เชียงราย ช่วงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๑ แต่หลังจากเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๑ ต่อมาผู้บริหารของสายการบินนี้จึงแถลงข่าว โดยระบุว่าไม่สามารถเปิดเส้นทางการบินตามที่วางแผนไว้ได้ เนื่องจากขณะนั้นน้ำมันปรับขึ้นราคาสูงมาก จึงทนแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว กระทั่งต่อมาบริษัท แฮปปี้ แอร์ ทราเวิล เลอร์ส จำกัด หรือสายการบินแฮปปี้แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยม ที่เกิดจากการลงทุนของนักลงทุนในจังหวัดภูเก็ต มาดำเนินการเปิดบริการสายการบินพาณิชย์ขนส่งผู้โดยสาร ในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-เชียงใหม่ดังกล่าว โดยเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ และมีกำหนดเปิดเที่ยวบินอย่างเป็นทางการหลังทดลองบินมาเป็นเวลากว่า ๒ เดือน และในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ จะเชิญนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน พร้อมทั้งเปิดเส้นทางการบินใหม่ คือ นครราชสีมา-ภูเก็ต อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานนครราชสีมายังคงเปิดให้บริการอยู่เป็นประจำ ปัจจุบันเปิดให้บริษัท บางกอกดิวิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันสอบการบินแห่งหนึ่งของประเทศไทยมาใช้บริการ และล่าสุดบริษัท สแกนดิเนเวียน แอร์คราฟท์ เมนเทนแนนซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากประเทศนอร์เวย์ที่มีประสบการณ์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานในกลุ่มสแกนดิเนเวีย มีแผนที่จะลงทุนในโครงการซ่อมบำรุงอากาศยาน รวมทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยาน และเครื่องใช้ในอากาศยาน ภายในท่าอากาศยานนครราชสีมา ด้วยเงินลงทุน ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินประมาณ ๓๐๐ ไร่ จากกรมป่าไม้ ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ เพราะพื้นที่ของท่าอากาศยานนครราชสีมาทั้งหมด ๔,๖๒๕ ไร่นั้น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหนองเต็ง ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๑๙๖๖ วันที่ ๕-๗ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓

http://www.koratdaily.com/home/-1/213.html
อิอิ ยังมาบ่นอีกว่าไม่ค่อยมีคนรู้ ก็ในเมื่อไม่ประชาสัมพันธ์แล้วใครจะไปตรัสรู้ได้หล่ะครับ
ขับรถทั่วเมืองเห็นมีแค่ป้ายโฆษณาอิงค์เจทหน้าประยูรกิจแค่นั้น เน้นว่าแค่นั้นจริงๆ

วันที่ 16 นี้จะเปิดเส้นทางโคราช-ภูเก็ต อีก คนที่รู้ก็มีแค่คนที่อ่าน SSC กับ นสพ.ท้องถิ่นเท่านั้น
ระยะทางโคราช-ภูเก็ตไม่ใช่ใกล้ๆนะครับลุง ถ้าทั้ง flight มี ผดส.แค่ 2 คน เหมือนที่เคยเห็นรีวิว flight กทม - โคราช ก็คงไม่คุ้มแน่นอน

อยากเอาใจช่วย แต่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คันเอง
__________________
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หลอกใครก็หลอกได้ ยกเว้นหลอกตัวเอง.
คนรวย อยู่อย่างคนจน ไม่มีวันจน
คนจน อยู่อย่างคนรวย ไม่มีวันรวย
Garudas no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 03:23 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu