daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile



Reply

 
Thread Tools
Old January 24th, 2011, 04:02 PM   #81
kwangshika
Registered User
 
kwangshika's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: BanGKoK & HaTYaI @ ToKYo
Posts: 24
Likes (Received): 0

ผมเห็นมีหลายคันมากตอน ไปทางมอเตอร์เวย์ คล้าย ๆ รถยิงแพททริออทเลย น่าจะเอาไปพัฒนาต่อยอดได้อีกครับ ติดตามข่าวต่อไป
kwangshika no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old January 24th, 2011, 10:16 PM   #82
kantapol_d
MSOE2014
 
kantapol_d's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Chicago ~ Bangkok
Posts: 75
Likes (Received): 2

"เอ็มเทค" มอบเสื้อเกราะกันกระสุนคุณภาพสูง ที่พัฒนาขึ้นเอง ผ่านมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศให้แก่แม่ทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก เพื่อภารกิจป้องปรามยาเสพติด

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีมอบเสื้อเกราะป้องกันกระสุนแบบแข็ง ที่เกิดจากงานวิจัยและพัฒนาจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้แก่ พลโท วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 จำนวน 47 ตัว เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง และร่วมปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างนักช่วงนี้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.54 ที่ผ่านมา ณ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

ดร.วีระชัย กล่าวว่า การส่งมอบเสื้อเกราะป้องกันกระสุนให้แก่กองทัพภาคที่ 3 ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นอีกบทบาทสำคัญที่ วท.ได้ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในด้านความมั่นคง โดยการสนับสนุนและส่งเสริมวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เอง และเพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลตามกรอบที่กำหนดไว้ อาทิ กระทรวงกลาโหมได้ประกาศนโยบายสำคัญไว้เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.51 ที่จะให้มีการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเอง โดยเน้นความร่วมมือกับเครือข่ายการวิจัย ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม

ที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง อาทิ การทำงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ทั้งในด้านการสนับสนุนผลงานที่เกิดจากการวิจัยพัฒนาหลายประการอันได้แก่ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่มีประสิทธิภาพสูง เสื้อเกราะกันกระสุน โปรแกรมแปลภาษาท้องถิ่น เช่น มลายู และภาษาชนกลุ่มน้อยแถบชายแดนที่ติดกับประเทศไทย โครงการวิจัยและพัฒนาระบบรู้จำใบหน้าบุคคลสำหรับใช้ในภารกิจ ปิดล้อม ตรวจค้น จุดตรวจ เป็นต้น

นวัตกรรมเหล่านี้ พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปใช้ในภารกิจด้านการรักษาความมั่นคงของประเทศ เพื่อปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และที่สำคัญคือการพึ่งพาเทคโนโลยีและการผลิตภายในประเทศที่สามารถตอบสนองการใช้งานในการแก้ไขปัญหาและลดค่าใช้จ่ายในด้านงบประมาณที่จะต้องใช้ในการซื้ออุปกรณ์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านความมั่นคงของประเทศต่อไป

"ส่วนเสื้อเกราะกันสุนที่มอบให้แก่ แม่ทัพภาคที่ 3 นั้น เป็นผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเอ็มเทค ที่สามารถวิจัยและพัฒนาแผ่นเกราะกันกระสุนแบบแข็งที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ในการผลิตเสื้อเกราะป้องกันกระสุน จนเป็นผลสำเร็จ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ผลงานวิจัยดังกล่าวมีประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ สำหรับใช้ในกิจการป้องกันอันตรายของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหากวาดล้างยาเสพติดที่ระบาดอย่างหนักในระยะนี้ โดยกองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบในพื้นที่ 17 จังหวัด ภาคเหนือ รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" ดร.วีระชัย กล่าวเพิ่มเติม

ทางด้าน ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผอ.เอ็มเทค กล่าวเพิ่มว่า ส่วนประกอบแผ่นเกราะกันกระสุน ประกอบด้วย แผ่นกระจายแรง และแผ่นดูดซับแรง ซึ่งแผ่นกระจายแรงทำจากเซรามิกส์ชนิดอลูมินา นำมาหุ้มประกอบกับโลหะอะลูมิเนียมและเส้นใยเคฟลาร์ความหนาแน่นสูง ทำหน้าที่ดูดซับแรงและช่วยเก็บสะเก็ดไม่ให้เป็นอันตราย โดยแผ่นเกราะแข็งมีลักษณะเป็นแผ่นโค้งที่ออกแบบให้รองรับกับสรีระของคนไทย ซึ่งแผ่นกระจายแรงที่อยู่ด้านนอกจะทำหน้าที่ทำลายหัวกระสุน ด้วยคุณสมบัติของวัสดุเซรามิกส์ที่เบาและแข็ง สามารถทำลายหัวกระสุนที่มีความเร็วสูงให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้ และความแข็งช่วยให้กระจายแรงได้ดี

ทั้งนี้ เสื้อเกราะกันกระสุนคุณภาพสูงดังกล่าว มีน้ำหนักเพียง 8 กิโลกรัม มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า เพราะสามารถทนต่อความชื้นและแสงแดดได้ดีกว่า เสื้อเกราะที่นำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ เสื้อเกราะกันกระสุนดังกล่าว ผ่านการทดสอบคุณภาพจากกองพลาธิการและสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วว่ามีประสิทธิภาพการป้องกันภัยของเกราะบุคคลในระดับ 3A (ยิงด้วยกระสุน .44 แม็คนั่ม และ M855) และมีประสิทธิภาพในระดับ 3 (ยิงด้วยกระสุน 7.62 มม.) เมื่อใช้ร่วมกับเสื้อเกราะอ่อน 3A ตามมาตรฐาน NIJ (National Institute of Justice) ของสหรัฐอเมริกา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ เอ็มเทคยังมีโครงการวิจัยอื่นที่มีการต่อยอดจากโครงการดังกล่าว เพื่อเลือกใช้วัสดุเซรามิกส์ที่เบากว่า แต่มีความแข็งแรงเท่ากับอลูมินา เพื่อนำไปทำเป็นเกราะสำหรับงานประเภทอื่นนอกเหนือจากเสื้อเกราะป้องกันกระสุ





Source: http://manager.co.th/Science/ViewNew...=9540000010097
__________________
Words without actions are the assassins of idealism
kantapol_d no está en línea   Reply With Quote
Old January 24th, 2011, 10:34 PM   #83
RaySthlm
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Posts: 839
Likes (Received): 26

Will we see a new millitary crackdown when PAD wants the government to resign because of those 2 PAD members sitting in jail in Cambodia? Seriously, am getting sick of these nonsense protests for the government to resign all the time and those groups DEMANDS!! We should maybe not have a government who controll the country, we should have groups with shirts controlling Thailand. Since 2006 untill now, my lord.
RaySthlm no está en línea   Reply With Quote
Old January 24th, 2011, 10:44 PM   #84
kantapol_d
MSOE2014
 
kantapol_d's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Chicago ~ Bangkok
Posts: 75
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by RaySthlm View Post
Will we see a new millitary crackdown when PAD wants the government to resign because of those 2 PAD members sitting in jail in Cambodia? Seriously, am getting sick of these nonsense protests for the government to resign all the time and those groups DEMANDS!! We should maybe not have a government who controll the country, we should have groups with shirts controlling Thailand. Since 2006 untill now, my lord.
I don't think we should discuss anything political here or this thread could be closed once again.
__________________
Words without actions are the assassins of idealism
kantapol_d no está en línea   Reply With Quote
Old January 24th, 2011, 10:52 PM   #85
RaySthlm
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Posts: 839
Likes (Received): 26

OK .
RaySthlm no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2011, 04:10 AM   #86
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,734
Likes (Received): 461

กองทัพไทยครับ ปีนี้ได้งบตั้งมากมาย ผมอยากถามว่า

เมื่อไหร่ท่านจะตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกองทัพไทยซักทีครับ ดาวเทียมทหารดวงละไม่ถึง 2-3 หมืนล้านถูกกว่าท่านตั้งกองพันใหม่อีกทำไมท่านไม่ทำซักที รถยิงจรวจท่านจะติด GPS จากดาวเทียมทหารเพื่อล็อกเป้ายิงได้เมื่อไหร่ ไม่ใช่ใส่ลูกไปแล้วก็ยิงไปแบบนั้นโดนไม่โดนกูไม่รู้ จรวจลูกหนึ่งไม่ใช่ถูกๆนะท่านครับ ยุทโธปกรณ์ใหม่ๆรวมไปถึงของเก่าที่ยังมีประสิทธิภาพเมื่อไหร่ท่านจะเอาเทคโนโลยีไปพัฒนาเสริมศักยภาพให้มันน่าเกรงขามกว่านี้

เมื่อไหร่ท่านจะพัฒนาเทคโนโลยีให้ชุดทหารและอุปกรณ์เสริมสามารถกันกระสุนได้ทุกส่วน มันอาจจะหนักหน่อยแต่ก็รักษาชีวิตกำลังพลของประเทศได้มาก ทำไมท่านจะต้องรอให้ที่อื่นมีก่อนละครับ คนไทยมันโง่สมองทึบสมองกลวงไม่มีปัญหาคิดค้น วิจัยหรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเองเลยหรือยังไงครับ ทำไมท่านจะต้องรอให้ต่างชาติมีก่อนแล้วไปซื้อของเค้าละครับ ไทยคิดค้นวิจัยและพัฒนาเองไม่ได้หรือไง เผื่อเค้าจะมาสนใจซื้อของจากเราไปบ้าง

นี่แค่น้ำจิ้มนะครับถ้าให้พูดหมดเดียวยาวครับ ท่านอย่าอ้างว่าไม่มีงบ ปีนี้ท่านได้งบมหาศาล ผมหวังว่ามันจะไม่ใช่การไปหาที่ป่าสวยๆ แล้วก็สร้างบ้านพักสวัสดิการและสนามกอล์ฟให้กับพวกท่านเองหลังเกษียณอายุราชการกันนะครับ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2011, 06:21 AM   #87
trewut
Registered User
 
trewut's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,246
Likes (Received): 13

จรวดนำวิถีจะเป็นเฟสต่อไปตามภาพด้านล่างครับ นี่แค่ก้าวแรกส่วนเรื่องการวิจัยอาวุธสถาบันDTIรับหน้าเสื่ออยู่แล้วครับ
trewut no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2011, 06:32 AM   #88
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,734
Likes (Received): 461


แล้วกองทัพไทยใช้ดาวเทียมอะไรหรอครับ ไทคมก็เอาไว้เป็นดาวเทียมสือสาร ธีออสก็เอาไว้สำรวจทรัพยากรธรรมชาติ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2011, 10:52 AM   #89
mrintow
ผู้ใช้ลงทะเบียน
 
mrintow's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok/Chiang Mai
Posts: 1,109
Likes (Received): 4

GPS ของ US
GLONASS ของ Russia
Galileo ของ EU
COMPASS ของจีน
IRNSS ของอินเดีย

ค่าระบบพวกนี้ก็พอๆกับHST อข่างระบบGalileoใช้ไป €5.3 billion ประมาณ 222,600 ล้านบาท
แต่ทุกประเทศที่ทำ เค้ามีเทคโนโลยีจรวดเป็นของตนเองกันหมด ถ้าเราจะทำก็คงเพิ่มไปอีก

Last edited by mrintow; January 25th, 2011 at 11:00 AM.
mrintow no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2011, 04:04 PM   #90
trewut
Registered User
 
trewut's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,246
Likes (Received): 13

trewut no está en línea   Reply With Quote
Old January 27th, 2011, 03:19 AM   #91
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,515
Likes (Received): 485

ประวิตรจ่อชงครม.ตั้งพล.ร.7ช่วยภาคเหนือ
หน้าข่าวอาชญากรรม
คมชัดลึก วันพุธที่ 26 มกราคม 2554


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร. 7) เพื่อรับผิดชอบในพื้นที่ภาคเหนือว่า ในปีนี้จะให้กำลังพลได้ฟื้นฟูกำลัง เพราะใช้งานกันมามาก เรามีความจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกำลังพลในระดับกองร้อย ซึ่งเวลานี้เราได้รับการบรรจุกำลังในลักษณะ 1 กองพัน และ 2 กองพัน ตามโครงสร้างพระราชบัญญัติการจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ประจำปี 2551 และที่ผ่านมาทางพื้นที่ภาคเหนือได้ถูกยุบหน่วยไปจำนวน 5 กองพัน

สำหรับพื้นที่ภาคกลางที่มีอยู่ 3 กองพล คือ
กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.)
กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.) และ
กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร. 9)

ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ก็มี 2 กองพล คือ
กองพลทหารราบที่ 3 (พล.ร. 3) และ
กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร. 6)

ส่วนในพื้นที่ภาคใต้มี
กองพลทหารราบที่ 15 (พล.ร. 15) และ
กองพลทหารราบที่ 5 (พล.ร. 5)

ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือมีอยู่เพียงกองพลเดียวคือกองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร. 4) ดูแลตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ไปจนถึง จ.เชียงราย ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ยาวมากทำให้การบังคับบัญชาไม่ครอบคลุม เราอยากให้สายการบังคับบัญชาสั้นลงจึงได้มีแนวคิดที่จะตั้งกองพลดังกล่าวขึ้น

“ผมอยากจะตั้งพล.ร. 7 ขึ้นมา 1 กองพล เพื่อรับผิดชอบในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งการตั้งครั้งนี้ก็จะไปแทนกองพลรบพิเศษที่ 2 ที่ถูกยุบไปก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงกลาโหม จะเสนอรัฐบาลในการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 โดยเราจะใช้งบประมาณของกองทัพบกในการปรับเกลี่ยเพื่อให้การจัดตั้งการบังคับบัญชาให้แน่นแฟ้น

นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งกรมทหารราบที่ 14 ขึ้นมาอีก เนื่องจากกองพลทหารราบที่ 4 มีอยู่ 3 กรม คือ

กรมทหารราบที่ 4 (นครสวรรค์)
กรมทหารราบที่ 7 (เชียงใหม่) และ
กรมทหารราบที่ 17 (เชียงราย)

ทั้งนี้อยากจะให้กองพลทหารราบที่ 4 มี 2 กรม คือ
กรมทหารราบที่ 4 กับ
กรมทหารราบที่ 14 ที่จะตั้งขึ้นใหม่

ส่วนกรมทหารราบที่ 7 และกรมทหารราบที่ 17 จะตั้งหัวไปอยู่ในกองพลทหารราบที่ 7 (ตั้งบก. ที่ค่ายเจ้าขุนเณร เชียงใหม่) เพื่อเป็นการประหยัดงบลงไปบ้าง

ส่วนในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ จะเอากรมทหารราบที่ 6 ซึ่งฝากการบังคับบัญชาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 มาขึ้นตรงกับกองพลทหารราบที่ 7 เพราะอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบค่อนข้างเสียเปรียบ เพราะมีการเพิ่มกำลังตลอด” พล.อ.ประวิตร กล่าว

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานในการประชุมว่า ในการตั้งกองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) ที่เรามีแนวความคิดมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาว่า เราต้องการให้จัดตั้งพล.ร.7 ขั้นในพื้นที่ภาคเหนือ เพราะหน่วยที่อยู่ในกองทัพภาคที่ 3 มีเฉพาะกองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร.4) เพียงกองพลเดียว และขอบเขตรับผิดชอบมีประมาณกว่าพันกิโลเมตร ซึ่งที่ประชุมมีการพิจารณาหารือร่วมกัน และคงจะดำเนินการผ่านต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)

“ยืนยันว่า เป็นความจำเป็น เพราะปัจจัยองค์ประกอบของการปฏิบัติงานปัจจุบัน เรามีกำลังพลไม่เพียงพอจริงๆ ทั้งการดูแลแนวชายแดน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ซึ่งคงจะต้องทำแผนกันประมาณ 2 สัปดาห์ โดยจะใช้งบประมาณในส่วนของกองทัพบกเอง และใช้แนวทางในเรื่องของพ.ร.บ.การจัดส่วนราชการของกระทรวงกลาโหมปี 2551 อย่างไรก็ตามเป็นเพียงแนวความคิด ที่จะต้องผ่านกระบวนการ รอมติของครม.อีกครั้ง ” พ.อ.ธนาธิป กล่าว

แหล่งข่าวในที่ประชุมกลาโหม เปิดเผยว่า การจัดตั้ง พล.ร.7 เนื่องจากกองทัพภาคที่ 3 มีขอบเขตการรับผิดชอบมาก ทำให้จำเป็นต้องเปิดหน่วยใหม่ขึ้นมา โดยมี

กองร้อยกองบัญชาการกองพล
กรมทหารราบ 1 กรม
กองพันทหารราบ 3 กองพัน

โดยลักษณะของกองพลจะเป็นทหารราบเบา เพราะพื้นที่ปฏิบัติการทางภาคเหนือเป็นพื้นที่ป่าภูเขา โดยลดยุทโธปกรณ์และใช้คนเป็นหลักดำเนินกลยุทธ์ โดยในส่วนบังคับบัญชา คือ ร้อย บก.พล เพื่อควบคุมอำนวยการในกรอบนโยบายจะจัดตั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่หรือเชียงราย เพื่ออำนวยการในพื้นที่ด้านบนของกองทัพภาคที่ 3

ส่วนงบประมาณที่กระทรวงกลาโหมจะขอคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้ง พล.ร. 7 ประมาณ 8 - 9 พันล้านบาท โดยมีงบประมาณผูกพัน 3 ปี คือ 2554 - 2556 ส่วนกำลังพลของพล.ร. 7 จะนำกำลังมาจากกองทัพภาคที่ 3 จากหน่วยที่มีการปิดตัวจากเดิม 5 กองพัน และ จากกรมทหารราบที่ 4,7,17 โดยจะเกลี่ยอัตราเหล่านี้กลับมาใช้ใน พล.ร. 7

//------------------------------------------------

เอ ... กองพลทหารม้า ที่ 1 ที่เพชรบูรณ์ จะโยกสายการบังคับบัญชา มาอยู่ในกองทัพภาคที่ 3 ได้ไหมหว่า
แต่ จาก ที่บิ๊กป้อมพูด แสดงว่า ทหารม้ารถถังไม่เหมาะ ที่จะนำไปใช้งานในเขตภูเขาตามชายแดนกระมัง ทหารราบเบาเหมาะกว่า
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; January 27th, 2011 at 08:18 AM. Reason: Addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old January 27th, 2011, 07:01 AM   #92
kantapol_d
MSOE2014
 
kantapol_d's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Chicago ~ Bangkok
Posts: 75
Likes (Received): 2

‘อ่อนนอกแข็งใน’ แสนยานุภาพกองทัพไทย อันดับที่ 28 ของโลก


สงครามเป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ค่อนข้างไร้เหตุผล แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราหลีกหนีความจริงที่ว่ามันมีอยู่ ทุกประเทศในโลกจึงต่างต้องสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์และพัฒนาศักยภาพกองทัพอยู่เสมอ เพื่อรักษาดุลอำนาจและความมั่นคงของประเทศตนเอง

มีข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ GlobalFirepower.com ที่วิเคราะห์ความแข็งแกร่งของกองทัพทั่วโลก โดยพิจารณาจากความพร้อมทางทหาร อาวุธ และเทคโนโลยี และทำการจัดอันดับ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสหรัฐฯ อยู่อันดับ 1 ตามด้วยจีน รัสเซีย อินเดีย และอังกฤษ

แต่ที่น่าแปลกใจคือความแข็งแกร่งของไทยอยู่อันดับที่ 28 ของโลก อันดับ 6 ของเอเชีย และเป็นที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! เป็นรองก็แต่อินโดนีเซีย เรียกได้ว่าเกินความคาดหมาย เพราะคนไทยเองถึงจะไม่คิดว่ากองทัพไทยอ่อนแอ แต่ก็คงนึกไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งเหมือนที่ GlobalFirepower.com ระบุ

ความแข็งแกร่งนี้มีที่มาอย่างไร และเมื่อแข็งแกร่ง แล้วเหตุใดจึงมีข่าวคราวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์และการสูญเสีย

ที่มาแห่งแสนยานุภาพกองทัพไทย

GlobalFirepower.com บอกว่า ไทยมีทหารพร้อมรบ 314,000 นาย มีกองกำลังสำรอง 200,000 นาย นอกจากนี้ ยังลงรายละเอียดไว้หลายเรื่อง เช่น กองทัพบกมีรถถัง 1,380 คัน ปืนครก 1,900 กระบอก ปืนต่อต้านอากาศยาน 334 กระบอก กองทัพอากาศมีเครื่องบิน 260 ลำ หรือกองทัพเรือมีเรือทั้งสิ้น 74 ลำ เป็นต้น

ย้อนดูจากประวัติศาสตร์ ช่วงที่สงครามเย็นคุกรุ่น ลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังคุกคามโลกเสรี เวียดนาม ลาว ล้มครืนเป็นโดมิโน หันมาปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพี่เบิ้มโลกเสรีจึงใช้ประเทศไทยเป็นฐานเพื่อค้ำยันลัทธิคอมมิวนิสต์ให้อยู่ ทำให้มีการสนับสนุนทางด้านทหารแก่ไทย แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงที่เกษียณแล้ว เล่าว่า

“ช่วงสงครามเย็นเรารบกับเวียดนาม อเมริกาก็มาอยู่ที่อุดรฯ โคราช เขาใช้เราเป็นฐานที่จะรบกับเวียดนาม พอเขาสงคารมเวียดนามยุติเขาก็ถอนออก ซึ่งตอนที่รบกับเวียดนามเขาสนับสนุนเราเต็มที่ เราจะเอาอะไรเขาก็ให้”

และหากดูปัจจัยภายในประเทศเอง คงไม่ต้องบอกว่า ที่ผ่านมาจนถึงเดี๋ยวนี้ ทหารมีบทบาทมากเพียงใดต่อการเมืองไทย การอุดหนุนกองทัพจึงเป็นสิ่งที่เกือบทุกรัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะถือเป็นการค้ำประกันข้อหนึ่งว่าจะไม่มีการลากรถถังออกมาปฏิวัติ

นายทหารคนเดิม บอกว่า ศักยภาพกองทัพไทยถือว่าไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้านจริง อีกทั้งยังมีประสบการณ์การสู้รบมาตลอด แม้จะว่างเว้นไปในช่วงหลังๆ บ้าง แต่ก็มีการพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งในด้านเสนาธิการและในด้านอาวุธที่ขณะนี้กองทัพมีความพยายามที่จะพัฒนาอาวุธขึ้นใช้เอง เพียงแต่คุณภาพอาจจะยังไม่เทียบเท่าของตะวันตก

แน่นอนว่า กองทัพบกคือกองทัพที่ทรงอานุภาพที่สุด ขณะที่ในความเห็นของเขา กองทัพอากาศถือว่าเป็นหน่วยรบที่มีอาวุธค่อนข้างล้าสมัยที่สุด ส่วนราชนาวีไทยมีเพียงศักยภาพในการปกป้องน่านน้ำเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากต้องสู้รบกับเพื่อนบ้าน กองทัพไทยมีศักยภาพมากพอที่จะจบเกม

เขาเสริมว่า ขนาดกองทัพไม่ได้เพิ่มตลอด แต่จะจากดูภัยคุกคามและดุลอำนาจในภูมิภาค เช่น ช่วงสงครามเวียดนาม ถ้าเวียดนามเพิ่มขนาดกองทัพ เราก็ต้องเพิ่ม แต่ภายหลังเมื่อเวียดนามลดขนาดกองทัพลง เราก็ลดลงเช่นกัน และแม้ใครจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องงบประมาณกลาโหมจำนวนมาก แต่ในมุมทหารเก่าอย่างเขา ยังมองว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอย่างน้อยกองทัพถือเป็นเครื่องมือในการต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์และทรัพยากรทางทะเลของประเทศอย่างหนึ่ง

กองทัพเข้มแข็งอย่างเดียวยังไม่พอ

“กองทัพไทยถูกจัดอันดับไว้ถูกต้องแล้ว เพราะกองทัพไทยไม่ได้เป็นรองใคร ยังดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะฉะนั้นความเข้มแข็งของกองทัพไทยมันมีอยู่ตลอดแม้กระทั่งขณะนี้”

นั่นคือมุมมองของ นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเมือง การทหาร และข่าวกรองของประเทศไทย ที่มีต่อตัวเลขอันดับที่ 28 ในเรื่องของแสนยานุภาพกองทัพ

“ในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ของเรานั้นเข้มแข็งกว่าหลายๆ ประเทศในอาเซียน ถ้าไปเปรียบเทียบกับเขมรแล้วกองทัพเราเข้มแข็งกว่าเขมรหลายร้อยเท่าเลย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ คือผมเป็นทหาร และยังทำงานทางด้านความมั่นคงมานาน ผมรู้ถึงสมรรถภาพประสิทธิภาพของกองทัพเป็นอย่างดี รู้ว่าจำนวนกำลังทหารของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศมีเท่าไหร่ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดไหนผมทราบ เพียงแต่ผมไม่สามารถเปิดเผยจำนวนได้เท่านั้น และผมก็ยังยืนยันว่ากองทัพยังเข้มแข็งอยู่”

แต่การที่เราอาจเห็นภาพว่ากองทัพอ่อนแอ ไม่ว่าจะกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือกรณีกัมพูชา นาวาอากาศตรีประสงค์ บอกว่า เป็นเพราะการเมืองอ่อนแอและเข้าแทรกแซงกองทัพมาโดยตลอดต่างหาก บวกกับการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดด้วยอีกส่วนหนึ่ง

ด้าน ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ข้อมูลที่ออกมาน่าจะเป็นในรูปของเชิงปริมาณมากกว่าเชิงคุณภาพ เพราะการต่อสู้กันจริงๆ นั้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางความคิด รวมไปถึงยุทธศาสตร์ต่างๆ ในการต่อสู้

"จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอาวุธเพียงเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับบุคลากร และขวัญกำลังใจด้วย บางประเทศกำลังคนน้อยกว่าอาจจะสู้ชนะก็ได้ เช่น ตอนที่จีนทำสงครามกับเวียดนาม ซึ่งแม้เวียดนามจะมีคนน้อยกว่า แต่ก็สามารถทำให้ทหารจีนตายมากกว่าได้ หรืออย่างกรณีที่ไทยรบกับลาวที่บ้านร่มเกล้าก็เอาชนะไม่ได้ ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องพิจารณาหลายอย่าง ทั้งปัจจัยเรื่องยุทธศาสตร์และชัยภูมิต่างๆ ด้วย เพราะฉะนั้นการที่คุณมีแสนยานุภาพเยอะ ก็ไม่ได้หมายความจะมีดุลอำนาจทางทหารมากกว่าแต่อย่างใด"

พวกผมยังมั่นใจในกองทัพ

นายทหารประจำกองพลแห่งหนึ่งที่ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นประจำ บอกว่า รู้สึกมั่นใจในศักยภาพของกองทัพไทย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ชายแดนติดต่อกันอย่างลาว กัมพูชา พม่า

บ่อยครั้งที่เขาต้องลงพื้นที่พร้อมหน่วยลาดตระเวนเพื่อคุ้มครองครู พระสงฆ์ เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหน เขาก็ตอบว่า เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล สำหรับเขาก่อนลงมือปฏิบัติหน้าที่จริงก็มีการอบรมรับรู้ปัญหา การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ หากมีการข่าวที่ดีก็จะได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม

“เราก็มีการฝึกประสบการณ์จนชำนาญ มั่นใจ ซึ่งการรบปัจจุบันแตกต่างจากอดีตคือรบแบบกองโจร ซึ่งฝั่งตรงข้ามมีกำลังพลน้อยกว่า ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่รบกันแบบซึ่งๆ หน้าเลย”

ส่วนความมั่นใจในอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอย่าง จีที 200 เสื้อเกราะ หรืออาวุธประจำกายอย่างปืน นายทหารนายนี้บอกว่า ไม่มีเครื่องป้องกันตัวไหนที่ช่วยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะทุกอย่างสร้างมาเพื่อช่วยป้องกันตัวเท่านั้น

ในด้านความพร้อมของอาวุธหน่วยที่นายทหารคนนี้ประจำการอยู่ ไม่ได้มีอาวุธใหม่ครบมือเหมือนบางหน่วยงาน

“บางหน่วยก็มีไม่ครอบคลุม อย่างหน่วยผมมีอาวุธปืนประจำตัวใหม่ 70 เปอร์เซ็นต์ บางหน่วยมี 100 เปอร์เซ็นต์ บางทีมีให้ใช้แต่เป็นของเก่า บางอย่างก็ทั่วถึงบางอย่างก็ไม่ทั่วถึงอย่างปืน เอ็ม16 ของเก่าก็นำมาดัดแปลง ตัดลำกล้องให้สั้นลง เพื่อสะดวกในการใช้งานจริง เพราะแบบเดิมยาวเทอะทะ”

และเมื่อให้เปรียบเทียบศักยภาพทางการทหารของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน นายทหารคนนี้บอกว่า ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน

“เรามีการเข้าร่วมฝึกรบกับประเทศอื่นๆ เรามีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ เราดีกว่าแน่นอน แสนยานุภาพก็ดีกว่า ศักยภาพเราก็โอเค”

ส่วนนายทหารอีกคนหนึ่ง สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส หรือ ฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ก็แสดงความมั่นใจในความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ว่า

“อาวุธที่ทางหน่วยมีเพียงพอกับกำลังคน เป็นอาวุธที่ใช้งานได้ทุกอย่าง ถึงบางอย่างเป็นอาวุธที่ผ่านการใช้งานมาเป็นสิบปีก็ยังใช้งานได้ดีครับ ประสิทธิภาพเต็มร้อย”

เขายังบอกด้วยว่าหากเกิดสงคราม ทหารไทยพร้อมสละเลือดเนื้อ

“มันเต็มร้อยนะครับ ไม่ได้ลดหย่อนอะไร มันใช้ได้ดี ถ้าพูดง่ายๆ คือยิงคนตายเหมือนกันนะครับ ถ้าหากประเทศไทยมีการรบ ก็รบสู้ได้อยู่แล้วครับ”









Source: http://www.manager.co.th/Daily/ViewN...=9540000011322
__________________
Words without actions are the assassins of idealism
kantapol_d no está en línea   Reply With Quote
Old January 27th, 2011, 07:29 AM   #93
trewut
Registered User
 
trewut's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,246
Likes (Received): 13

ทดสอบ DTI-1




Last edited by trewut; January 28th, 2011 at 05:39 AM.
trewut no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2011, 10:09 AM   #94
mrintow
ผู้ใช้ลงทะเบียน
 
mrintow's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok/Chiang Mai
Posts: 1,109
Likes (Received): 4

“อินเดีย” ช่วยเรือไทยที่ถูก”โจรสลัดโซมาเลีย” ปล้นตั้งแต่เมษายนปีก่อน

มกราคม 30, 2011
ที่มา : http://www.isnhotnews.com

เว็บไซต์เอ็นดีทีวีของอินเดีย รายงานอ้างสำนักข่าวเพรสส์ทรัสต์ออฟอินเดียที่อ้างแถลงข่าวของกระทรวงกลาโหม ว่า เรือของกองทัพเรือยิงปะทะกับเรือโจรสลัดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากสังเกตเห็นว่าเกิดไฟไหม้บนเรือพรานทะเลของไทย และมีคนกระโดดลงจากเรือ ทหารเรืออินเดียสามารถช่วยเหลือลูกเรือไทยและพม่า 20 คน ที่ถูกโจรสลัดจับเป็นตัวประกัน และสามารถจับโจรสลัด 15 คน ที่กระโดดหนีลงน้ำ ขณะนี้เรือของกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งรวมทั้งเครื่องบินกำลังลาดตระเวนค้น หาลูกเรือและโจรสลัดเพิ่มเติม
เรือพรานทะเลของไทยถูกโจรสลัดใช้เป็นเรือแม่ออกปล้นเรือลำอื่นหลายครั้งใน ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เรือของกองทัพเรืออินเดียที่ลาดตระเวนในบริเวณทะเลอาระเบียได้แล่นติดตาม เรือพรานทะเลและพยายามติดต่อด้วยแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ เรือพรานทะเลยังคงมุ่งหน้าหนีไปทางตะวันตก เรืออินเดียจึงได้ยิงเตือนเพื่อให้หยุด แต่ถูกยิงตอบโต้จึงได้ยิงกลับ หลังจากนั้นเห็นไฟไหม้และคนกระโดดหนีจากเรือ จึงเข้าสกัดและช่วยลูกเรือได้ในที่สุด
mrintow no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2011, 10:13 AM   #95
mrintow
ผู้ใช้ลงทะเบียน
 
mrintow's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok/Chiang Mai
Posts: 1,109
Likes (Received): 4

Pirate ship destroyed off Kerala: 20 hostages

T Ramavarman, TNN, Jan 30, 2011, 12.50am IST
The Times of India

KOCHI: In a joint operation, the Indian Navy and Coast Guard intercepted a vessel being used by Somali pirates 200 miles off Kochi in the Arabian Sea on Friday. They rescued 20 fishermen hailing from Thailand and Myanmar being held hostage on board the vessel. They also rescued 15 pirates who jumped into the sea during the operation and took them into custody.

The vessel, named Prantalay', originally belonged to Thai fishermen. It was hijacked by the Somali pirates in April 2010. They were using it as mother vessel for piracy since then. The vessel, which posed a risk to international shipping for many months and carried out several attacks, was destroyed in the operation. The rescued fishermen will be brought to Kochi while the pirates are being taken to Mumbai, defence ministry sources told TOI.

The operation began at about 10.30am on Friday when a Coast Guard Dornier aircraft, responding to a Mayday (distress) call from a Bahama-flagged container ship, MV CMA CGM Verdi, located two skiffs attempting a piracy attack, a ministry release said.

Seeing the aircraft, the skiffs immediately aborted their attempt and dashed towards the mother vessel Prantalay'. The ship hurriedly hoisted the two skiffs onboard and set a westerly course to escape from the area. While the Dornier continuously tracked the vessel, Indian Naval Ship Cankarso, a recently commissioned water jet-propelled fast attack craft which was deployed in the area for anti-piracy patrol, was directed to intercept and investigate Prantalay'.

INS Cankarso closed in on Prantalay' at about 5pm and made all efforts to establish communication with it. But the vessel did not respond and continued to proceed westwards, apparently hoping to evade interception by the Indian forces.

INS Cankarso then fired a warning shot in front of the pirate ship's bow in keeping with international norms. Prantalay' suddenly opened fire forcing INS Cankarso to return fire in self defence, the release said. The naval ship's crew noticed that a fire had broken out on Prantalay'. One reason for this could be that pirate mother vessels are known to carry additional fuel drums to fuel the skiffs, the press release said. People were also seen jumping overboard from the vessel which was soon engulfed in flames. Fifteen pirates were rescued from the sea.

INS Cankarso was subsequently joined by INS Kalpeni and the Coast Guard's CGS Sankalp. The Naval and Coast Guard ships and the aircraft are presently in the area searching for any fishermen or pirates.

The Navy and the Coast Guard have been maintaining vigil west of the Lakshadweep Islands in the last two months following reports about pirates using hijacked vessels in the region. "This has proved effective in keeping the international shipping lanes in this region safe from piracy attacks and piracy incidents in this area have seen a 75% decline since December 2010," the release said.
mrintow no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2011, 11:00 AM   #96
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,734
Likes (Received): 461

พล.ร.7 ขอเอาไปตั้งที่ จ.แม่ฮ่องสอน หรือ จ.ลำปาง จะได้มั้ยครับ ถ้าะใช้พื้นที่ในเชียงใหม่ที่พูดไว้คราวก่อนคืออำเภอแม่ริม ซึ่งผมมองดูแล้วจุดยุทธศาสตร์ตรงนั้นไม่ดีเลยเพราะอีกหน่อยจะกลายเป็นค่ายทหารเหล่านี้อยู่กลางเมือง ถ้าเป็นไปได้จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ในเชียงใหม่จริงๆก็อยากจะเสนอว่า อำเภอไชยปราการ ใกล้เขตปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนด้วย เอามาตั้งที่อำเภอแม่ริมให้ตัวเมืองล้อมไปเพื่ออะไรทหารไม่ได้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการลาดตระเวนในตัวเมืองครับ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2011, 02:55 PM   #97
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,515
Likes (Received): 485

Quote:
Originally Posted by kenos View Post
พล.ร.7 ขอเอาไปตั้งที่ จ.แม่ฮ่องสอน หรือ จ.ลำปาง จะได้มั้ยครับ ถ้าะใช้พื้นที่ในเชียงใหม่ที่พูดไว้คราวก่อนคืออำเภอแม่ริม ซึ่งผมมองดูแล้วจุดยุทธศาสตร์ตรงนั้นไม่ดีเลยเพราะอีกหน่อยจะกลายเป็นค่ายทหารเหล่านี้อยู่กลางเมือง ถ้าเป็นไปได้จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ในเชียงใหม่จริงๆก็อยากจะเสนอว่า อำเภอไชยปราการ ใกล้เขตปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนด้วย เอามาตั้งที่อำเภอแม่ริมให้ตัวเมืองล้อมไปเพื่ออะไรทหารไม่ได้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการลาดตระเวนในตัวเมืองครับ
เอาค่าเจ้าขุนเณร ที่มีอยู่ที่แม่ริมอยู่แล้วประหยัดกว่ามาก
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old January 31st, 2011, 05:27 PM   #98
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,968
Likes (Received): 4

Quote:
Originally Posted by trewut View Post
ทดสอบ DTI-1






ขอชมเชย DTI ครับ ปลื้มจริงๆ ที่เห็นทหารเราทำได้ ผมเชียร์ให้พัฒนาอาวุธคุณภาพดีเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น พัฒนาความสามารถในการซ่อมบำรุงยุทโธประกร และพัฒนาความสามารถของบุคลากรในกองทัพ ไม่ใช่พัฒนาที่อสังหาริมทรัพย์ (บ้านเกษียณ สนามกอล์ฟ สโมสรทหารบก ฯลฯ)
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old January 31st, 2011, 06:06 PM   #99
knrOctober
Since 2552
 
knrOctober's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: 55000
Posts: 1,357
Likes (Received): 182

โอ้ว..บั้งไฟล้าน เมด อิน ไทยแลนด์ อันนี้จะเรียกขีปนาวุธได้หรือไม่เนี่ย เข้าท่าๆ

ปล.นาที่ที่ 0.22 นี่มันรถถังหรืออะไรน่ะ นึกว่ารถของเล่น
knrOctober no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2011, 05:48 PM   #100
TheWestWing
Registered User
 
TheWestWing's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok
Posts: 986
Likes (Received): 48

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 15:50
เปิดแผน10ปีกองทัพผูกพัน"ล้านล้าน"ชงซื้ออาวุธอื้อ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ในขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ฝ่ายกองทัพ โดยสำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม ก็ได้ดำเนินการจัดทำร่าง "แผนพัฒนาขีดความสามารถกระทรวงกลาโหม ปี 2554-2563" (Modernization Plan : Vision 2020) และนำเสนอร่างดังกล่าวในการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 1/2554 ณ ห้องภาณุรังษี ศาลาว่าการกลาโหม เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนพัฒนาขีดความสามารถดังกล่าว นำเสนอโดย พล.ต.ชัยชาญ ช้างมงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักนโยบาย และแผนกลาโหม โดยในร่างเอกสารบรรยายสรุประบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพต่างๆ จัดทำแผนพัฒนาในห้วงระยะเวลา 10 ปี เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเสริมสร้างหน่วยให้มีความสมบูรณ์ พร้อมรบ โดยพิจารณาวางแผนภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณที่คาดการณ์ว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย และเหล่าทัพ จะได้รับจัดสรรในห้วงระยะเวลา 10 ปี

คำบรรยายสรุประบุด้วยว่า "จากการประมาณการของสำนักงบประมาณกลาโหมบนสมมุติฐานที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีจนถึงปีงบประมาณ 2563 กระทรวงกลาโหมจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณคิดเป็นร้อยละ 2 ของจีดีพี"

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการตั้งเป้าหมายได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 2 ของจีดีพี มีแรงผลักดันจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) มาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่า ประเทศเพื่อนบ้านมีการเพิ่มงบประมาณทางการทหารเมื่อเทียบกับสัดส่วนจีดีพีอย่างต่อเนื่อง หากประเทศไทยยังคงสัดส่วนงบประมาณทางการทหารเมื่อเทียบกับจีดีพีในระดับต่ำจะไม่สามารถสร้างดุลอำนาจกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเสริมกำลังรบอย่างต่อเนื่องได้


ทั้งนี้ คาดว่าจะมีงบประมาณที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ(กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) ได้รับจัดสรรสำหรับดำเนินโครงการทั้งสิ้น 670,571.9 ล้านบาท แบ่งเป็น งบโครงการปกติ ร้อยละ 40 จำนวน 268,228.7 ล้านบาท และงบโครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพ ร้อยละ 60 จำนวน 402,343.2 ล้านบาท


สำหรับร่างแผนพัฒนาขีดความสามารถกระทรวงกลาโหม ปี 2554-2563 ได้กำหนดความต้องการโครงการพัฒนา และจัดหายุทโธปกรณ์หลักของกระทรวงกลาโหม แบ่งเป็นความต้องการระดับสูงสุด 332 โครงการ วงเงิน 1,307,731.413 ล้านบาทและความต้องการระดับต่ำสุด 301 โครงการ วงเงิน 770,392.413 ล้านบาท ซึ่งความต้องการดังกล่าว ประกอบด้วย


1.ความต้องการโครงการในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 33 โครงการ วงเงิน 14,753.923 ล้านบาท โดยแบ่งโครงการออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1.1 โครงการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานทหาร 16 โครงการ วงเงิน 9,109.923 ล้านบาท 1.2 โครงการด้านวิทยาศาตร์ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 3 โครงการ วงเงิน 1,394 ล้านบาท 1.3 โครงการด้านกิจการอวกาศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร 14 โครงการ วงเงิน 4,250 ล้านบาท


2.ความต้องการยุทโธปกรณ์หลักของกองทัพไทย ซึ่งได้กำหนดขีดความสามารถที่ต้องการ และกำหนดความต้องการยุทโธปกรณ์หลักของกองทัพไทย โดยแบ่งความต้องการออกเป็นความต้องการระดับสูงสุด และความต้องการระดับต่ำสุด 2.1 ความต้องการระดับสูงสุด 299 โครงการ วงเงิน 1,292,977.49 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการของกองบัญชาการกองทัพไทย 32 โครงการ วงเงิน 30,022.24 ล้านบาท โครงการของกองทัพบก 157 โครงการ วงเงิน 497,358 ล้านบาท โครงการของกองทัพเรือ 48 โครงการ วงเงิน 325,523 ล้านบาท และโครงการของกองทัพอากาศ 62 โครงการ วงเงิน 440,074.25 ล้านบาท


2.2 ความต้องการระดับต่ำสุด 268 โครงการ วงเงิน 755,638.49 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการของกองบัญชาการกองทัพไทย 27 โครงการ วงเงิน 18,567.39 ล้านบาท โครงการของกองทัพบก 137 โครงการ วงเงิน 273,664 ล้านบาท โครงการของกองทัพเรือ 41 โครงการ วงเงิน 176,153 ล้านบาท และโครงการของกองทัพอากาศ 63 โครงการ วงเงิน 287,254.1 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนพัฒนาขีดความสามารถดังกล่าว มีโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดตั้งหน่วยทหารขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่จับตาของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการจัดตั้ง พล.ร.7 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และ พล.ม.3 ในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ทางกองทัพให้เหตุผลว่าเป็นการจัดตั้งตามยุทธศาตร์ป้องกันประเทศเพื่อให้ดุลอำนาจด้านกำลังรบทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตก และตะวันออก แต่ฝ่ายการเมืองตรงข้ามมองว่าเป็นการหวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังเพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน อันเป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยด้วย


ทั้งนี้ สำหรับที่ตั้งกองบัญชาการ(บก.) ของ พล.ร.7 จะมีการปรับจากฐานที่ตั้งเดิมของค่ายกรมรบพิเศษที่ 5 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนที่ตั้ง บก.พล.ม.3 จะปรับจากฐานที่ตั้งเดิมของค่ายกรมทหารม้าที่ 6 อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะที่โครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของแต่ละเหล่าทัพภายใต้วงเงินงบประมาณจำนวนมากก็เป็นที่น่าจับตาเช่นกัน


โดยกองทัพบก มีโครงการจัดหายานเกราะล้อยาง รุ่นบีทีอาร์ 3 อี 1 จากประเทศยูเครน เฟสที่ 2 จำนวน 121 ด้วยวงเงินเกือบ 5,000 ล้านบาท ทั้งที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ายานเกราะล้อยางเฟสที่ 1 จำนวน 96 คัน ยังไม่ได้รับการส่งมอบ และเลื่อนนัดส่งมอบมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากการเปลี่ยนสเป็คเครื่องยนต์ ทั้งยังมีการพัฒนาระบบเฝ้าตรวจชายแดน ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เป็นต้น


ส่วนกองทัพเรือ น่าจับตาว่าอาจมีการการจัดหาเรือดำน้ำ ซึ่งกองทัพเรือเสนอความต้องการมานาน แต่เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมหาศาล จึงไม่ได้รับการอนุมัติ ประกอบกับข้อสังเกตว่าระดับน้ำที่ตื้นของอ่าวไทย อาจไม่เหมาะต่อการปฏิบัติภารกิจของเรือดำน้ำ นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุง ร.ล.จักรีนฤเบศร การจัดหาเรือฟริเกต ฮ.ประจำเรือ เครื่องบินโจมตีผิวน้ำ ฯลฯ ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล


สำหรับกองทัพอากาศ มีโครงการขนาดใหญ่ คือ การจัดหาเครื่องบินขับไล่เอนกประสงค์ ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบ 18 ก/ข (กริพเพน) (ระยะที่ 2) จำนวน 6 ลำ วงเงิน 16,222 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2558 รวมทั้งโครงการปรับปรุงขีดความสามารถ(อัพเกรด) เครื่องบินเอฟ 16 จำนวน 6 ลำ วงเงิน 6,900 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป็นงบผูกพันตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2556 เป็นต้น

ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย นอกจากการตั้งงบประมาณในภารกิจช่วยเหลือ และบรรเทาสาธารณภัยแล้ว น่าสังเกตว่า มีการตั้งงบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต่อต้านการก่อการร้ายสากล การปฏิบัติการด้านการข่าว และการต่อต้านข่าวกรองเพิ่มเติมด้วย

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%AD.html
TheWestWing no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:30 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu