|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#61 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,584
Likes (Received): 351
|
Bangkok Seashell Museum
http://www.bkkseashellmuseum.com/ http://www.pantip.com/cafe/blueplane.../E8808318.html |
|
|
|
|
|
#62 |
|
Or is it?
Join Date: Apr 2003
Location: In Portland, Oregon with Leo
Posts: 10,444
Likes (Received): 24
|
Funny how they just covered an older building with something new
__________________
︷︸︸ ︷ ︸︷ ︷ ︸︷︸ |
|
|
|
|
|
#63 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,584
Likes (Received): 351
|
พิพิธภัณฑ์ 'เซ็กซ์ศึกษา' แห่งแรกในเอเชีย ตอบได้มากกว่าเรื่องที่คุณอยากรู้
Dailynews วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม 2553 เวลา 0:00 น "บริเวณช่องคลอดเปรียบเหมือนบ้านของแบคที เรียนับสิบชนิด แต่อย่าตกใจไป พวกมันเป็นปราการธรรมชาติที่มีส่วนทำให้ช่องคลอดเป็นกรดอ่อน ๆ ช่วยป้องกันการติดเชื้อ ทำให้แบคทีเรียอันตรายไม่สามารถเติบโตได้ ช่องคลอดยังเป็นทางออกของประจำเดือน รองรับการสอดใส่ขององคชาติขณะมีเพศสัมพันธ์ หากยืนตรง ๆ ช่องคลอดจะทำมุมราว ๆ 45 องศา ส่วนหนึ่งของข้อมูลที่บอกเล่าเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมาใน พิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ (Healthy Sexuality : Story of Love) ภายใต้สโลแกนที่ว่า ตอบได้มากกว่าเรื่องที่คุณอยากรู้ พิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ ถือโอกาสสัปดาห์วันแม่ที่ผ่านมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ บนพื้นที่ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลอง 5 จ.ปทุมธานี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้สังคมมองว่าเรื่องเพศคือ วิทยาศาสตร์ สำทับไปอีกด้วยว่าเด็กที่อยากรู้เรื่องเพศมักจะถามแม่มากกว่าพ่อ การจัดแสดงเรื่องเพศในพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ จะยาวนานไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2554 หลังจากนั้นจะยกอุปกรณ์ทั้งหมดไปจัดหมุนเวียนทั่วประเทศไทย นับเป็นแห่งแรกใน เอเชียที่มีการเปิดพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ บนพื้นที่สาธารณะให้ข้อมูลด้านเพศ และเซ็กซ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ 5 ล้านบาท จากสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ และมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) องค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และองค์การพิพิธ ภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องสุขภาวะทางเพศแก่เยาวชนโดยการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ออกแบบให้ตรงกับความอยากรู้ของเด็กและวัยรุ่นมีสาระครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สุขภาพอนามัย มุมมองสังคม นำเสนอในรูปแบบเกม ชิ้นงานสัมผัส แบบจำลอง และการ์ตูน ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนด้วยกัน โดยแบ่งตามสี โซนแรกเริ่มต้นด้วยสีฟ้า บทนำที่จะเข้าสู่นิทรรศการจะผ่านตัวการ์ตูนวัยรุ่น 6 คน เล่าเรื่องความแตกต่างทางเพศระหว่างมนุษย์กับสัตว์ในเชิงวิทยาศาสตร์ โซนที่ 2 ออกแบบให้เป็นเขียว มีชื่อว่า ความรักและปรารถนา นำเสนอ ธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเกิดความรัก พร้อมให้คำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่าฮอร์โมนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างมีรัก หรือความเป็นหนุ่มเป็นสาวล้วนเกิดจากฮอร์โมนเพศที่ต่างกัน มีกิจกรรมให้เล่น เช่น การโยนเหรียญลงขวดโหลใส่น้ำมีถ้วยแก้วอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะให้เหรียญผ่านน้ำแล้วลงไปอยู่ในถ้วยแก้วได้ เปรียบให้เห็นว่าความรักเป็นเรื่องที่บังคับยากเช่นกัน ไฮไลต์น่าสนุกของโซนนี้อยู่ที่การจำลองตัวการ์ตูนกอด ให้เด็ก ๆ ได้ลองกอดดูใครกอดแน่นที่สุด จะปรากฏสัญญาณไฟขึ้น ถัดมาเป็น โซนที่ 3 ใช้สีเหลือง เพื่อจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์และการสื่อสารวิธีคิดของผู้หญิงผู้ชายที่แตกต่างกัน จุดน่าสนใจอยู่ตรงภาพยนตร์สั้นเรื่องความรักของวัยรุ่นที่ผ่านการประกวดของยูเนสโก มุมถ้ำมองที่จะได้เห็นกับเซ็กซ์ทอยชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีตู้ไฟที่กดแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสรีระของหญิงชายเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น อกหักทำอย่างไรมีพื้นที่ให้เขียนบอกเล่าเรื่องราวอกหักของตัวเองลงไป หลังจากนั้นจะพบข้อมูลว่าบนโลกใบนี้ก็มีคนอกหัก จำนวนมากมาย ส่วนโซนที่ 4 เนรมิตให้เป็นสีชมพู บอกเล่าเรื่องราวการปฏิสนธิของมนุษย์จนตั้งครรภ์ มุมแสดงถุงยาง ยาคุมชนิดต่าง ๆ และวิดีโอภาพคลอดลูก โซนที่ 5 ใช้สีส้มมาให้ความรู้เรื่องของโรคติดต่อ ทางเพศ โดยเฉพาะเอชไอวี และเอดส์ มุมนี้ไม่น่าเบื่อเสียทีเดียวเพราะมีการใช้คอม พิวเตอร์ให้ถามตอบแบบฮาวทู มีคำตอบให้เลือกถ้าตอบผิดเชื้อโรคจะเริ่มเข้าตัวเรื่อย ๆ หรือการส่องกล้องให้เห็นเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โซนสุดท้ายเป็นหน้าที่ของสีแดง โซนนี้จำลองให้เป็นเขาวงกต มีเส้นทางที่จะทำให้มีสุขภาวะทางเพศ ถ้ายอมรับเรื่องเพศจะมีเส้นทางเดินต่อไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าปฏิเสธจะเจอแต่ทางตัน และมุมถ่ายทอดสดให้นิยามความรักผ่านกล้องทีวี รวมทั้งให้มีโอกาสได้สัมผัสถุงยางมัดกลมที่เคยถูกบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก ว่า เป็นถุงยางมัดกลมที่ใหญ่สุดอยู่ที่ประเทศไทย (เวลานี้ถูกลบสถิติไปแล้ว) เป้าหมายสูงสุดของการนำเสนอเรื่องสุขภาวะทางเพศผ่านพิพิธภัณฑ์ชุดนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศ อย่างถูกต้องตั้งแต่วัยเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะได้เป็นผู้มีสุขภาวะทางเพศที่ดี ทั้งนี้เพราะปัญหาเรื่องเด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นำมาสู่ภาวะท้องก่อนแต่ง กลายเป็นปัญหาสังคมเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบเยียวยาแก้ไข จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 1 บอกว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชน ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เฉลี่ยถึงวันละ 262 คน จากข้อมูลของสำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยพบว่า จำนวนแม่วัยใสที่ไปแจ้งเกิดบุตรเองมีจำนวนสูงสุดในปี 2550 คือ 108,946 คน และในปี 2551 ลดลงเหลือ 95,747 คน ส่วนหนึ่งเพราะในสังคมไทยยังมองว่าเรื่องเพศต้องปกปิด การเปิดพิพิธภัณฑ์จะช่วยเปิดมุมมองเรื่องเพศที่กว้างขึ้นให้กับเยาวชนและผู้ปกครอง กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมแผนระยะยาว ด้วยการยกร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ จะช่วยกระตุ้นภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความรู้เรื่องเพศอย่างรอบด้าน และลดปัญหาค่าใช้ จ่ายทางสาธารณสุข รมว. สาธารณสุข กล่าว ด้าน ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยง รอง สสส. กล่าวเสริมว่า ปัญหาเพศสัมพันธ์ ถือเป็นปัจจัย เสี่ยงอันดับหนึ่ง 1 ของเด็กและเยาวชนปัจจุบัน จากผลสำรวจความคิดเห็นผู้ปกครอง จำนวน 100 คน โดยสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 105 ระหว่างเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศแก่บุตรหลาน พบว่าคำถามที่ผู้ปกครองอึดอัด และไม่กล้าตอบมากที่สุด ได้แก่ คำถามเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ในเชิงการมีเพศสัมพันธ์และพรมจารีรสนิยมทางเพศ สรีระและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การคุมกำเนิด การป้องกัน ตัวเอง และการรู้จักปฏิเสธ หนูเกิดมาได้อย่างไร ความแตกต่างระหว่างสรีระของร่างกาย และการทำความสะอาดอวัยวะเพศเด็กผู้ชาย เหล่านี้คือคำถามยอดฮิตจากเด็กที่ถามพ่อแม่ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงรอง สสส. เล่า ข้อมูลที่นำเสนอในพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศไม่เพียงที่จะสื่อให้เด็กเข้าใจแต่ ยังมีข้อมูลที่ผู้ปกครองและครูสามารถนำไปบอกกล่าวกับลูกได้ ดร.พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการ อพวช. คาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมไม่ต่ำกว่า 600,000 คน รวมทั้งการจัดพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ไปตามจังหวัดต่าง ๆ ที่จะมีผู้ชม ไม่ต่ำกว่า 200,000 คน ระยะเวลาการเปิด-ปิดพิพิธภัณฑ์เป็นไปตามวันทำการของ อพวช. (ปิดทุกวันจันทร์) คำพูดติดปากของพ่อแม่ที่บอกลูก ๆ ยามที่ถามเรื่องเพศว่า รอให้โตก่อนแล้วรู้เอง ดูจะไม่ทันการแล้วสำหรับสังคมยุคปัจจุบัน. ทีมวาไรตี้
|
|
|
|
|
|
#64 |
|
Registered User
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,288
Likes (Received): 4
|
![]() เหมือนเคยเห็นรูปที่เกาหลีนะครับ แต่อันนั้นคงไม่ได้ทำมาเพื่อเยาวชนสักเท่าไร
|
|
|
|
|
|
#65 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,584
Likes (Received): 351
|
10 ปี ตึกลูกเต๋า พิพิธภัณฑ์วิทย์ฯ ห้องเรียนนอกหลักสูตร
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กันยายน 2553 02:51 น. ป้าลูซี่ ยืนนิ่งอยู่ในอาคารรูปทรงแปลกตา สายตาของป้ากลอกกลิ้งไป-มา ราวกับกำลังสอดส่องพฤติกรรมของเหล่านักเรียนตัวน้อยและผู้มาเยี่ยมเยือน เป็นเวลา 10 ปีแล้วที่ร่างจำลองของป้าทำหน้าที่บอกเล่าถึงลักษณะบรรพบุรุษของมนุษย์อยู่ภายใน ตึกลูกเต๋า พิพิธภัณฑ์วิทยาศาตร์ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ตึกลูกเต๋า ตามลักษณะอาคารคล้ายลูกเต๋าตะแคงข้าง 2 ลูกนั้น เปิดให้บริการประชาชนครบ 10 ปีแล้ว นับแต่ 8 มิ.ย.43 ซึ่งนอกจาก ป้าลูซี่ ร่างจำลองของบรรพบุรุษมนุษย์อายุกว่า 35 ล้านปีที่ขุดพบในเอธิโอเปียแล้ว ยังมีนิทรรศการที่แสดงถึงความเป็นมาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปจนถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย ในชีวิตประจำวัน วิทยาศาสตร์พื้นฐานและพลังงาน จนถึงเทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย ซึ่งแยกแสดงในอาคาร 6 ชั้นของพิพิธภัณฑ์ สถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองบนพื้นที่ 180 ไร่ บริเวณเทคโนธานี คลองห้า ปทุมธานี ซึ่งนับเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเดียวในโลกที่ระบบขนส่งมวลชนเข้าไม่ถึง แต่ภายใต้การดูแลขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ทำให้นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ออกมาสู่สายตาประชาชนในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ อาทิ คาราวานวิทยาศาสตร์ ถนนสายวิทยาศาสตร์ที่จัดในช่วงสัปดาห์วันเด็กและงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นต้น 10 ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าเป็นระยะที่ อพวช.เริ่มต้นเดิน ในขณะที่มีตัวแปรอื่นๆ มาก เช่น เริ่มเดินในสถานที่ตั้งที่ไม่มีระบบขนส่งมวลชนเข้าถึง ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเดียวในโลก หรือแม้กระทั่งในบางยุคภาครัฐถึงกับลืมแม้ว่ามี อพวช.อยู่ ลืมที่จะตั้งบอร์ด (คณะกรรมการบริหาร) เราเคยอยู่ในระยะที่บอร์ดรักษาการเกือบ 2 ปี หลังจากที่ผู้อำนวยการคนแรกเขียนโครงการ ออกแบบอาคาร เมื่อเปิดอาคารเสร็จท่านก็เกษียณ บอร์ดก็ว่างเว้นผู้อำนวยการอยู่อย่างนั้น เพราะรัฐบาลลืมตั้งบอร์ด ดร.พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของ อพวช.กล่าวถึงปัญหาของพิพิธภัณฑ์วิทย์ในยุคเริ่มต้น ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ อพวช.นั้นไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ได้งบประมาณเพียงปีละ 100 ล้านบาท มีอัตรากำลังคนเพียง 80-90 อัตรา ทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจแต่ปัจจุบันมีกำลังคนเพียง 100 อัตราเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถรองรับผู้คนที่เข้าเยี่ยมได้มากนัก โดยช่วง 5 ปีแรกมีผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ประมาณปีละ 400,000 คน แต่ในช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมา รัฐบาลเริ่มให้ความสนใจองค์การแห่งนี้มากขึ้น เนื่องจากเห็นประโยชน์ว่าจะเป็นกำลังขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศได้ ทุกวันนี้ตึกลูกเต๋าให้บริการได้ถึงปีละ 3-4 ล้านคน ด้วยงบประมาณปีละ 400 ล้านบาท จุดที่ทำให้ อพวช.ได้รับความสนใจมากขึ้นคือกิจกรรมขององค์การที่ทำให้ทั้งรัฐบาลและสังคมได้รู้จักมากขึ้น รวมถึงกิจกรรมที่ออกมาสู่สังคมภายนอกมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเดียวในโลกที่ระบบขนส่งมวลชนเข้าไม่ถึง และไม่รอให้มีคนเข้ามาชม ซึ่งกิจกรรมที่นำออกไปนั้น มีทั้งการแข่งขันต่างๆ การจัดค่ายวิทยาศาสตร์ คาราวานวิทยาศาสตร์ซึ่งนำกิจกรรมออกไปสู่ภาคต่างๆ ของประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และการจัดมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่ อพวช. เป็นแม่งานยาว 5 ปีและรักษายอดผู้เข้าชมอยู่ที่ 1.2-1.3 ล้านคนได้อย่างต่อเนื่อง ดร.พิชัยกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา อพวช.จัดค่ายวิทยาศาสตร์มากขึ้นและเป็นหน่วยงานที่จัดค่ายวิทยาศาสตร์มากที่สุดในโลก เฉลี่ยมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง ใน 1 ปีจึงจัดค่ายวิทยาศาสตร์ขึ้นมากกว่า 50 ครั้ง โดยรูปแบบค่ายมีทั้งจัดภายในสถานที่และภายนอก อีกทั้งยังจัดค่ายในต่างประเทศด้วย คือ สิงคโปร์ เกาหลีใต้และลาว และผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ มีทั้งเด็กก่อนวัยเรียนไปจนถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นเหตุผลให้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนมากขึ้น และสังคมไทยก็เห็นบทบาทและความสำคัญ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มีหน้าที่หลัก 3 เรื่องคือ 1.เผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่ประชาชน 2.สร้างความตระหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ และ 3.ทำวิจัยใน 2 เรื่องคือเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและเรื่องการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ประสานงานกับนักวิจัยทั้งจากหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดเป็นนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบนิทรรศการชั่วคราว ที่มีระยะเวลาจัดแสดงนิทรรศการไม่เกิน 1 ปี จากนี้ไปข้างหน้าอีก 10 ปี ดร.พิชัยตั้งเป้าไว้ว่า อพวช.จะพุ่งเป้าไปที่เนื้อหาสาระที่อยากให้คนไทยได้รู้และตระหนักมากขึ้น นั่นคือนิทรรศการเกี่ยวกับวิกฤตโลกที่จะเน้นให้คนรู้เท่าทันเทคโนโลยีและให้ทราบว่าเทคโนโลยีบางอย่างนั้นเราใช้ทรัพยากรมากเกินไปโดยที่ไม่ได้ประโยชน์กลับมา อย่างเช่นกล้องถ่ายรูปดิจิทัล ที่เน้นความละเอียดสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่มีคนจำนวนน้อยที่จะล้างออกมาเป็นรูปขนาดใหญ่ติดข้างฝาผนัง กล้องความละเอียด 6 แสนพิกเซลก็เพียงพอแล้วสำหรับการล้างรูปขนาด 3x5นิ้ว แต่การที่เรายอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้กล้องความละเอียดสูงแสดงว่าเราจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี แต่ที่สำคัญในกระบวนการผลิตนั้นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมหาศาล ซึ่งนับว่าเป็นตัวอย่างการบริโภคอย่างไม่พอ จนทำให้เกิดวิกฤตต่างๆ ทั้งวิกฤตอาหาร น้ำ พลังงาน หรือแม้กระทั่งโลกร้อน ฉะนั้น อพวช.จะเน้นไปที่การให้ความรู้เหล่านี้ ดร.พิชัยกล่าว ความแตกต่างระหว่าง 10 ปีที่ผ่านมากับอีก 10 ปีข้างหน้านั้น ดร.พิชัยระบุว่า อพวช.จะต้องมีเครื่องมือในการสื่อสารวิทยาศาสตร์มากขึ้น เช่น การมีพิพิธภัณฑ์เครือข่าย (Satellite Museum) ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานในท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีอยูที่เชียงใหม่ สงขลา จันทบุรี โดยการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในจังหวัดต่างๆ มีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่ดำเนินการโดย อพวช.มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่จตุรัสจามจุรีเพียงแห่งเดียว คือ พิพิธภัณฑ์จตุรัสวิทยาศาสตร์จามจุรี และหวังว่าจะมีคนเข้าไปใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น เว็บไซต์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นต้น ถ้าพูดถึง อพวช.อยากให้นึกถึงสังคมวิทยาศาสตร์เพราะเราอยากจะสร้างสังคมวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศ ส่วนคนทั่วไปจะนึกถึง สังคมวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบไหนได้บ้าง? ตรงนี้เป็นโจทย์ของเรา เพราะคนมักจะนึกถึงสังคมที่มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย แต่สังคมวิทยาศาสตร์ที่ อพวช.อยากสร้างคือสังคมที่คนมีกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ มีกระบวนการใช้เหตุและผลในการดำเนินชีวิต คิดบนรากฐานความจริง เป็นสังคมวิทยาศาสตร์ที่เราอยากเห็น เมื่อทุกคนคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ บนข้อมูลจริง มีหลักการ มีเหตุผล ปัญหาทุกอย่างจะไม่เกิด ไม่ว่าปัญหาการเมือง แบ่งก๊ก แบ่งฝ่าย หรือปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าคนมีเหตุผลก็จะรู้เท่าทันธรรมชาติ และจะรู้ได้เองว่าเราควรใช้ทรัพยากรแค่ไหน มนุษย์จึงจะไม่สูญพันธุ์ ดร.พิชัยกล่าวถึงความคาดหวัง ![]() ดร.พิชัย สนแจ้ง หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ |
|
|
|
|
|
#66 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,584
Likes (Received): 351
|
....
__________________
Thailand Ayutthaya World Expo 2020 Thailand Gateway Of ASEAN (South East Asia Hub) BOI Thailand Board of Investment Tourism Thailand MICE Thailand Convention and Exhibition Bureau Thailand Trade Department Last edited by napoleon; March 19th, 2013 at 08:14 PM. |
|
|
|
|
|
#67 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,584
Likes (Received): 351
|
ผุด ... โครงการสร้างเมืองวิทยาศาสตร์ไทยแลนด์
วันพุธที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น. ผุด ... โครงการสร้างเมืองวิทยาศาสตร์ไทยแลนด์ ฝัน..ปั้นให้เป็นเหมือนกับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอภาพยนตร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก กับการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ในการปรับปรุงพื้นที่กว่า 500 ไร่ บริเวณเทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ บอกว่า เนื่องจากมติครม.เมื่อ 12 กพ.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมีนโยบายว่าก่อนเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียนหรือเออีซี ต้องการให้ประเทศไทยมีศูนย์กลางในการอัพเดทเทคโนโลยี เนื่องจากปัจจุบันคนไทยยังเข้าถึงเทคโนโลยีได้น้อยมาก จึงมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกันพัฒนาศูนย์ดังกล่าวขึ้นมา เป้าหมายแล้วเสร็จภายใน 3 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 5 พันล้านบาท คาดเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2557 โดยยกเครื่อง เทคโนธานี ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ด้านต่าง ๆ ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ให้เป็นเมืองวิทยาศาสตร์ในอนาคต ภายใต้แนวคิด ธีมพาร์ค หรือสวนสนุกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะเป็นแหล่งรวมความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยและอาเซียน คล้าย ๆกับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอภาพยนตร์ ที่ให้ทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ บอกอีกว่า เบื้องต้น จะมีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 9 และศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงภาคเอกชนสามารถนำเสนอเทคโนโลยี ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจ ...เรียกว่า สามารถชมและชอปเทคโนโลยีได้ทันที ส่วนระยะต่อไปจะมีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออนาคต และสุดท้ายคือการปรับปรุงพื้นที่ที่เหลือให้เป็นเมืองวิทยาศาสตร์แบบครบวงจร อนาคต..คนไทยจะมีโอกาสได้เที่ยวสวนสนุกด้านวิทยาศาสตร์อย่างที่ฝันกันไว้หรือไม่ คงต้องรอดูกันอีกนาน!!! http://www.dailynews.co.th/technology/191465 |
|
|
|
|
|
#68 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2012
Location: Rangsit Pathumthani
Posts: 765
Likes (Received): 88
|
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปทุมจะเยอะไปไหนเนี้ย เบื่อขอเดิมๆก็ยังเที่ยวไม่ครบแถมยังจะปั้นให้เป็นเหมือนกับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอภาพยนตร์ที่โด่งดังไปทั่วโลกอีก ต่อไปก็ไม่ต้องไปไหนกันแล้ววนอยู่แค่เนี้ย55
__________________
Pathumthani City Of Dynamic การลงมือทำนั้นสำคัญกว่าจินตนาการ
|
|
|
|
![]() |
| Tags |
| museum, thailand |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|