daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Closed Thread
 
Thread Tools
Old February 16th, 2012, 02:27 AM   #1581
nawat001
Registered User
 
nawat001's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 3,888
Likes (Received): 1146


2015
ขอซัก1200-13000 ละกันครับ
ประเมินคร่าวๆ ประมาณปี 2015-2016 รายได้ต่อหัวจะเท่ามาเลเซียในตอนนี้
เพราะเราตามเค้าอยู่3-4ปี

ปล.สงสัยทางเท้า per capita เราจะตามหลังเค้า20ปีจริงๆ
__________________
ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด
เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก
รวมภาพเมืองระยอง >>>ClicKเลย
nawat001 no está en línea  

Sponsored Links
 
Old February 16th, 2012, 07:28 AM   #1582
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

อยากได้ข้อมูลของเกาหลี กับจีนครับ

Last edited by napoleon; February 26th, 2012 at 05:53 PM.
napoleon no está en línea  
Old February 16th, 2012, 09:15 AM   #1583
maxna
Registered User
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 1,060
Likes (Received): 34

หามาให้ครับ

เกาหลีใต้


Year Gross domestic product based on purchasing-power-parity (PPP) per capita GDP Percent Change
1980 2302.288
1981 2662.612 15.65 %
1982 3012.35 13.14 %
1983 3461.543 14.91 %
1984 3897.274 12.59 %
1985 4272.953 9.64 %
1986 4853.443 13.59 %
1987 5551.948 14.39 %
1988 6349.814 14.37 %
1989 6965.295 9.69 %
1990 7829.165 12.40 %
1991 8806.414 12.48 %
1992 9436.407 7.15 %
1993 10151.74 7.58 %
1994 11162 9.95 %
1995 12287.91 10.09 %
1996 13294.48 8.19 %
1997 14175.81 6.63 %
1998 13419.58 -5.33 %
1999 14971.44 11.56 %
2000 16502.58 10.23 %
2001 17416.63 5.54 %
2002 18858.63 8.28 %
2003 19696.82 4.44 %
2004 21138.1 7.32 %
2005 22783.23 7.78 %
2006 24655.92 8.22 %
2007 26579.12 7.80 %
2008 27707.05 4.24 %
2009 28008.26 1.09 %
2010 29996.84 7.10 %

จีน

Year Gross domestic product based on purchasing-power-parity (PPP) valuation of country GDP Percent Change
1980 247.893
1981 285.223 15.06 %
1982 330.16 15.76 %
1983 380.627 15.29 %
1984 454.953 19.53 %
1985 532.003 16.94 %
1986 591.614 11.21 %
1987 679.405 14.84 %
1988 782.154 15.12 %
1989 844.969 8.03 %
1990 910.926 7.81 %
1991 1029.983 13.07 %
1992 1204.132 16.91 %
1993 1403.042 16.52 %
1994 1620.274 15.48 %
1995 1834.863 13.24 %
1996 2056.733 12.09 %
1997 2287.644 11.23 %
1998 2493.893 9.02 %
1999 2722.871 9.18 %
2000 3015.428 10.74 %
2001 3339.199 10.74 %
2002 3702.02 10.87 %
2003 4157.823 12.31 %
2004 4697.9 12.99 %
2005 5364.259 14.18 %
2006 6240.819 16.34 %
2007 7333.75 17.51 %
2008 8216.019 12.03 %
2009 9068.187 10.37 %
2010 10119.9 11.60 %

เมื่อ2ปีที่แล
้ว เรายังเจริญกว่าจีน จีนโตเร็วมาก 1980 เรายังเจริญกว่าเขามากก แต่ตอนนี้ เขานำเราไปแล้ว นิดนึง สุดยอดอีกประเทศนึง โอ้ ยอมเลยครับจีนสุดๆเลย

แถมมาเล อินโด และสิงคโป
มาเลย์

Year Gross domestic product based on purchasing-power-parity (PPP) per capita GDP Percent Change
1980 2349.955
1981 2682.321 14.14 %
1982 2939.957 9.60 %
1983 3168.359 7.77 %
1984 3456.245 9.09 %
1985 3419.388 -1.07 %
1986 3440.89 0.63 %
1987 3636.748 5.69 %
1988 4035.411 10.96 %
1989 4459.27 10.50 %
1990 4838.691 8.51 %
1991 5405.721 11.72 %
1992 5905.668 9.25 %
1993 6361.59 7.72 %
1994 6899.72 8.46 %
1995 7523.004 9.03 %
1996 8244.144 9.59 %
1997 8797.096 6.71 %
1998 8056.917 -8.41 %
1999 8464.024 5.05 %
2000 9173.915 8.39 %
2001 9139.917 -0.37 %
2002 9505.861 4.00 %
2003 10027.16 5.48 %
2004 10717.86 6.89 %
2005 11379.96 6.18 %
2006 12270.45 7.83 %
2007 13269.38 8.14 %
2008 14032.76 5.75 %
2009 13771.43 -1.86 %
2010 14744.36 7.06 %
อินโด

Year Gross domestic product based on purchasing-power-parity (PPP) per capita GDP Percent Change
1980 726.873
1981 836.93 15.14 %
1982 888.284 6.14 %
1983 941.308 5.97 %
1984 1022.174 8.59 %
1985 1059.063 3.61 %
1986 1120.762 5.83 %
1987 1184.336 5.67 %
1988 1269.412 7.18 %
1989 1387.559 9.31 %
1990 1539.499 10.95 %
1991 1675.868 8.86 %
1992 1795.967 7.17 %
1993 1928.708 7.39 %
1994 2083.886 8.05 %
1995 2265.888 8.73 %
1996 2451.585 8.20 %
1997 2572.771 4.94 %
1998 2226.686 -13.45 %
1999 2243.901 0.77 %
2000 2442.262 8.84 %
2001 2553.643 4.56 %
2002 2675.607 4.78 %
2003 2824.746 5.57 %
2004 3004.869 6.38 %
2005 3207.439 6.74 %
2006 3447.822 7.49 %
2007 3724.564 8.03 %
2008 3985.234 7.00 %
2009 4159.753 4.38 %
2010 4346.686 4.49 %

สิงคโปร์

Year Gross domestic product based on purchasing-power-parity (PPP) per capita GDP Percent Change
1980 6741.202
1981 7812.999 15.90 %
1982 8770.598 12.26 %
1983 9713.473 10.75 %
1984 10952.51 12.76 %
1985 11221.37 2.45 %
1986 11443.73 1.98 %
1987 12717.61 11.13 %
1988 14188.41 11.57 %
1989 15611.31 10.03 %
1990 17351.36 11.15 %
1991 18565.36 7.00 %
1992 19822.22 6.77 %
1993 21901.59 10.49 %
1994 23987.71 9.52 %
1995 25223.48 5.15 %
1996 26779.28 6.17 %
1997 28594.9 6.78 %
1998 28083.2 -1.79 %
1999 29747.02 5.92 %
2000 32266.45 8.47 %
2001 32296.47 0.09 %
2002 34719.47 7.50 %
2003 36617.96 5.47 %
2004 40330.02 10.14 %
2005 43975.7 9.04 %
2006 47334.44 7.64 %
2007 50236.03 6.13 %
2008 50565.3 0.66 %
2009 49815.47 -1.48 %
2010 56694.43 13.81 %

Last edited by maxna; February 16th, 2012 at 09:27 AM.
maxna no está en línea  
Old February 16th, 2012, 02:51 PM   #1584
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

ผลวิจัยผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ เรียนฟรี15ปีล้มเหลว"ไม่ฟรีจริง-คุณภาพไม่ดีขึ้น-ขัด รธน."จี้ศธ.ทบทวน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 13:43:52 น.


เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายศรีราชา เจริญพาณิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยภายหลังการประชุมนำเสนอผลการวิจัยเรื่องทิศทางนโยบายเรียนฟรี" ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ ว่าจากการวิจัยเรื่องปัญหาการจัดการศึกษาตามนโยบายเรียนดีเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ที่ได้ใช้วิธีการผสมผสานระหว่างวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ และวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพนั้นพบว่า

1.การเรียนฟรีไม่ฟรีจริงเพราะผู้ปกครองยังต้องเสียค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บเพิ่ม

2.นโยบายเรียนฟรี 15 ปีไม่ได้ทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นแม้จะใช้งบประมาณ 3-4 แสนล้านบาทแต่ผลการศึกษาที่ออกมาก็ค่อนข้างชัดเจนว่าคุณภาพแย่ลงจะเห็นได้จากผลการประเมินของสถาบันต่างๆ

3.นโยบายเรียนฟรี 15ปี ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 49 ที่ระบุว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ระบุไว้แม้จะมีรายการเรียนฟรีแต่ก็ฟรีเพียง 5 รายการเท่านั้น

"ผลการวิจัยที่ออกมาผมคิดว่าถึงเวลาที่ ศธ.ต้องทบทวนนโยบายต่างๆ ได้แล้ว ปัญหาใหญ่ที่สุดที่พบว่าการศึกษาล้มเหลวคือการบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ผมคิดว่าการจัดการศึกษาควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดเพราะการที่รัฐบาลไปอุดหนุนให้โรงเรียนทุกอย่างโรงเรียนก็ต้องจัดตามงบประมาณที่ได้รับมาซึ่งมีส่วนให้การศึกษาแย่ลง" ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวและว่าทุกวันนี้การศึกษาไทยยังจมปลักอยู่กับการท่องจำไม่เว้นแต่การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนักศึกษายังคุ้นกับการจดเล็กเชอร์ ดังนั้นตนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนปรับปรุงการศึกษาใหม่ก่อนที่จะสายเกินแก้"

http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=1903
napoleon no está en línea  
Old February 16th, 2012, 03:47 PM   #1585
nawat001
Registered User
 
nawat001's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 3,888
Likes (Received): 1146

สรุปคือนโยบายฟรี แต่ตัวผู้บริหาร ร.ร.ไม่ฟรี จะโทษใครดี
__________________
ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด
เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก
รวมภาพเมืองระยอง >>>ClicKเลย
nawat001 no está en línea  
Old February 16th, 2012, 05:34 PM   #1586
yulekung
Thais love Thais.
 
yulekung's Avatar
 
Join Date: Feb 2009
Location: BKK
Posts: 747
Likes (Received): 71

ยากเนอะต้องคุมกันเป็นโรงเรียนๆเลยทีเดียว สมัยผมอยู่ม.ต้น มันบอกเรียนฟรี แต่สรุปค่าน้ำค่าไฟค่านู้นค่านี้ แพงกว่าค่าเทอมอีก
__________________
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด
TPL:Thai Premier League
BURIRAM UNITED บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด http://www.buriramunited.co.th/
MUANGTHONG UNITED เมืองทอง ยูไนเต็ด www.mtufc.com/‎
CHONBURI FC ชลบุรีเอฟซี http://www.chonburifootballclub.com/
BANGKOK GLASS FC บางกอกกล๊าสเอฟซี http://www.bangkokglassfc.com/
SUPHANBURI FC สุพรรณบุรีเอฟซี http://www.suphanburifootballclub.com/
yulekung no está en línea  
Old February 16th, 2012, 08:32 PM   #1587
maxna
Registered User
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 1,060
Likes (Received): 34

สมัยเรียนอยู๋มัธยม ตอนยังไม่มีโครงการ รร เก็บ คนละ 1100 บาท ค่าน้ำไฟ ลิฟ คอม ต่างๆ พอมีนโยบายมาใช้ มันเก็บคนละ 1600 บาท เอาไงวะเนีย เรียนฟรีแต่ รร ผม ตอนนั้นมันเก็บมากกว่าเดิม ผมเซ็งแทนพ่อแม่เลย
maxna no está en línea  
Old February 17th, 2012, 01:49 PM   #1588
tytaipeibkk
Registered User
 
tytaipeibkk's Avatar
 
Join Date: May 2011
Location: Bangkok
Posts: 107
Likes (Received): 4

Quote:
Originally Posted by dida888 View Post
Thai must develop and do research than this to own our mass brand product. I thought that the govt. should put budget 5% on R&D research in each year.
คิดเช่นเดียวกันครับ ถ้าหากรัฐสนับสนุนคนไทย ให้มีการทำ reserch เป็นลายลักษ์อักษร เชื่อถือได้ รัฐก็จะได้ไม่ต้องทำ reserch เอง ให้เสียเงินในการศึกษาโครงการต่างๆ เสียแล้ว เสียอีก ให้โดยเปล่าประโยชน์ด้วยครับ
tytaipeibkk no está en línea  
Old February 17th, 2012, 02:01 PM   #1589
tytaipeibkk
Registered User
 
tytaipeibkk's Avatar
 
Join Date: May 2011
Location: Bangkok
Posts: 107
Likes (Received): 4

Quote:
Originally Posted by natthaphatlove View Post
อยากให้ คณะรัฐมนตรี มา เล่นเว็บนี้ บ้างจัง
ถ้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมคงจะบอกเค้าว่า

รถไฟฟ้าทุกสายด่วนที่สุด !!!!

ปฏิรูปรถไฟไทย ให้ทันสมัยที่สุดใน ASEAN ไหนๆ ประเทศไทยเราก็เคยรุ่งเรื่องรถไฟมาก่อนญี่ปุ่นเสียอีก

ปฎิรูปรถเมล์ไทย
ผมว่ารถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ของเราเยอะมากๆ เยอะจนรกหูรกตา มีทั้งรถไม่มีแอร์ รถมีแอร์ อยากให้รัฐออกแบบระยะทางรถเมล์ใหม่ และทำให้มันไม่ซับซ้อน มีแผนที่เหมือนรถไฟฟ้า เส้นทางไหนบอกว่าสายไหนไปไหนให้ชัดเจน มีเลขกำกับ และเขียนอยู่บนตัวรถอย่างชัดเจน ผมคิดว่าควรจะไปเป็นป้ายไฟ Electronic ได้แล้ว ไม่ใช่ยังเป็นป้ายเหล็กที่ติดอยู่ข้างตัวรถหรือเป็นสติกเกอร์ติดอยู่บนรถ และข้างรถ อย่างน้อยป้ายที่จะเอามาใช้ก็ควรกำกับไว้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษอย่างชัดเจน และถูกต้องตามหลักภาษาอังกฤษด้วยครับ โลโก้ก็ควรปรับปรุงให้ทันสมัย เพราะเห็นว่าใช้มาตั้งแต่ปี 2535 นี่ก็ 2555 = 20 ปีแล้วครับ อีกอย่างจะดีมากเลยครับ ถ้ารถเมล์ไม่ได้มาจากประเทศจีน(รถเมย์สีเหลือง)



ผมรู้สึกว่ามันก๊อกแก๊กมากๆ เหมือนถ้าเอามาใช้ในระยะสั้น พอโอเคครับ แต่ระยะยาวนี่ ผมให้ 0 เลย ผมว่าประเทศเรามีคนเก่งๆ บริษัทเก่งๆ เยอะ ที่สามารถออกแบบรถเมย์ให้กับรัฐได้เยอะนะครับ ผมว่าบางสิ่งบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเอามาจากจีนซักเท่าไหร่ เพราะบางอย่างในจีนก็รู้กันอยู่ว่ามัน low quality ผมว่าควรจะเน้นคำว่า High quality, long-term usage with the high benefits for people and profitable for all นะครับ



อันนี้รูปภาพจากบอร์ด Hongkong ครับ http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=80477


ภาพจากบอร์ด Paris ครับ
http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=655652

อีกวิธีหนึ่งทีีี่ผมคิดดูก็คือทำให้รถเมล์น้อยลง และเพิ่ม Trams เข้ามาแทนที่ครับ คนก็จะเริ่มใช้ trams มากกว่าที่จะขึ้นรถเมล์ เหมือนอย่างในหัวเมืองใหญ่ๆ จะใช้กันเช่น



ที่ปารีส
อันนี้ของมาเล ที่ปีนัง

ถ้าเกิดทำได้ รถเมล์ก็จะมีจำนวนไม่มาก เส้นทางก็จะไม่ยาว เหมือนที่เราเป็นอยู่ ณ ตอนนี้นะครับ

อีกทางเลือกหนึ่งผมว่าน่าจะเป็น BRT ที่เหมือนอาจจะมีคนเคยโพสไว้ในบอร์ดของ BRT อันนี้ผมว่าก็จะช่วยได้มากครับ เค้าขึ้นหัวข้อไว้ว่า

รถเมล์ไทย...ในอนาคต







แต่ BRT ก็ควรจะปรับเรื่องของตัวรถ ผมว่าน่าจะมาจากจีนอีกเหมือนกันครับ

ป้ายรถประจำทาง
สอดคล้องกับเรื่องของรถเมล์ครับ ป้ายรถเมย์ประจำทาง ณ ตอนนี้ก็สกปรก ให้นึกถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิครับโทรมมาก จนนั่งก็ไม่ได้ น่ากลัวมาก อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ควรทำป้ายรถเมล์ให้ระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน มีแผนที่ของสถานีนั้นๆ กำกับเรื่องจุดน่าท่องเที่ยวในละแวกนั้น ร้านอาหารที่ใกล้กับป้ายรถเมล์ สถานีดับเพลิง โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ส่วนเรื่องของเวลาจอดนั้นผมรู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่มันอาจจะเป็นไปได้ในอนาคตครับ ตอนนี้ผมอายุแค่ 20 ต้นๆ เอง เผื่อในอนาคตนั่งแท่นที่สูง ก็จะปรับให้เอี่ยมเลย !!!

อ้างอิงมาจาก Wiki=>รถเมล์ หรือ ขสมก. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนมากเป็นลำดับที่ 2 รองจากการรถไฟแห่งประเทศไทย คือมีผลขาดทุน 4,969 ล้านบาท

โอ้ววววว ======>

Last edited by tytaipeibkk; February 17th, 2012 at 05:00 PM.
tytaipeibkk no está en línea  
Old February 17th, 2012, 02:41 PM   #1590
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,988
Likes (Received): 1640

รถเมล์
napoleon no está en línea  
Old February 17th, 2012, 04:31 PM   #1591
mrintow
ผู้ใช้ลงทะเบียน
 
mrintow's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok/Chiang Mai
Posts: 1,113
Likes (Received): 5

-Deleted-
__________________
acta exteriora indicant interiora secreta
เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ
กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

Last edited by mrintow; February 17th, 2012 at 06:46 PM.
mrintow no está en línea  
Old February 19th, 2012, 01:22 PM   #1592
tytaipeibkk
Registered User
 
tytaipeibkk's Avatar
 
Join Date: May 2011
Location: Bangkok
Posts: 107
Likes (Received): 4

จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ จากวิกรม กรมดิษฐ์ !!!



ต้องบอกว่าประเทศไทยเปิดศักราชปีเสือไม่โสภา เมื่อ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ระบุว่าไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนเหมือนที่ผ่านมาในสายตาของ นักลงทุนญี่ปุ่น ทำให้คิดถึงความคิดเห็นของ วิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าพ่ออมตะนครที่เคยพูดถึง “จุดอ่อน” ของคนไทยไว้ 10 ข้อคือ

1 . คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะ หน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็น ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ

2. การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอ มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน

4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่ง ครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อยๆ

5. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชนซึ่งเป็น หน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง และดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง

7. อิจฉาตาร้อน สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัยยกย่องคนมีอำนาจ มีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่า ผู้ก่อการร้ายดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว เอ็น จีโอ บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์เอ็นจีโอดีๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาลเพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆ ไม่ได้พูดกัน

9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลกของเรายังขาดทักษะและทีม เวิร์ค ที่ดี ทำให้สู้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้

10. เลี้ยงลูกไม่เป็น ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเองขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
__________________
คนไทยต้องไม่แพ้ชาติใดในโลก
tytaipeibkk no está en línea  
Old February 21st, 2012, 06:33 PM   #1593
maxna
Registered User
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 1,060
Likes (Received): 34



เคยอ่านเจอมาเหมอนกันรู้สึกจะนานแล้ว ผมว่าทุกประเทศไม่มีประเทศไหนสมบูรณ์เพอร์เฟคทุกอย่าง มันก็มีข้อเสียกันบ้างนะ
maxna no está en línea  
Old February 23rd, 2012, 06:04 AM   #1594
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,323
Likes (Received): 0

เบื้องลึกการเมืองไม่หนุน ปปง.-แก้ฟอกเงิน ชี้หลายพรรคพัวพัน 'ธุรกิจสีดำ'
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 23 กุมภาพันธ์ 2555 08:38 น.
จับตาฝ่ายการเมืองขวาง-ไม่ยอมรับกฎปปง.ใหม่ตาม FATF ฟัน 'ฟอกเงิน-ก่อการร้าย' เหตุทุกพรรคพัวพันธุรกิจสีดำ ขณะที่กฎหมาย ปปง.แก้ยาก เนื่องเพราะอยู่ภายใต้อิทธิพลฝ่ายการเมือง และการลงโทษเอาผิดการฟอกเงินของนักการเมืองแทบไม่เคยมีเกิดขึ้น จี้รัฐเร่งแก้ก่อนธุรกิจระหว่างประเทศโดยเฉพาะกับ G20 ประสบปัญหาหนัก !

ตกอกตกใจกันตามๆกันไปกับกรณีคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (Financial Action Task Force on Money Laundering - FATF) ที่ขึ้นบัญชีดำไทย,ปากีสถาน,อินโดนีเซีย,กานา และแทนซาเนีย ในรายชื่อประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยการสกัดการฟอกเงิน และการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้าย
น่าแปลกที่ฝ่ายการเมืองทั้ง 2 ขั้ว “ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย” มีท่าทีที่ออกจะนิ่งกับประเด็นนี้ แถมโยนลูกให้ ปปง.หรือสำนักงานปราบปรามการฟอกเงินเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องนี้เอง ทั้งๆที่เรื่องแบบนี้ปกติแล้ว การนำมาโหมกระพือความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้ามน่าจะเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างไม่น่าพลาด!

เกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายการเมือง ?





ไทย-ดัชนีคอร์รัปชั่นสูงปรี๊ด

ดร.รัตพงษ์ สอนสุภาพ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจผิดกฎหมาย วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่าจากการศึกษากรณีการเข้าเป็นสมาชิก FATF พบว่าประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกหรือเข้าร่วมนั้นจะเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป,สหรัฐอเมริกา หรือเอเชีย อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ จะพบว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการสกัดการฟอกเงินก็จะมาจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

กฎเกณฑ์สำคัญในจุดนี้มีอยู่ 40 ข้อสำคัญ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะมีอยู่ว่าแต่ละรัฐจะเอาใจใส่ปกป้องดูแลการฟอกเงินกันอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงการราชการของนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประเด็นการก่อการร้ายในประเทศนั้นๆ

ในส่วนของประเทศไทยนั้น สามารถดูจากรายงานการฟอกเงินที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้จัดทำขึ้นทุกปี โดยสำหรับประเทศไทยนั้นพบข้อมูลจากรายงาน มีทั้งสองส่วนคือปัจจัยจากภาคการเมืองภายใน และปัจจัยจากภาคนอกประเทศ

ด้านปัจจัยภายในประเทศนั้น การที่ไทยดัชนีคอร์รัปชั่นของไทยสูง ดังนั้นโอกาสฟอกเงินจากการทุจริตจึงมีอยู่มากเช่นกัน

ส่วนปัจจัยจากภายนอกนั้น เนื่องจากประเทศไทยมีนโยบายการสร้างรายได้โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยมีการเปิดเสรีในการเดินทาง และมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดน้อยลง มีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างๆ โอกาสที่ต่างประเทศจะใช้ไทยเป็นฐานก่อการร้ายจึงมีอยู่มากเช่นกัน รวมกับกระบวนการใช้กฎหมายของไทยยังไม่เข้มงวดดังนั้นรายงานดังกล่าวจึงแทบจะระบุว่า ไทยเป็นศูนย์กลางของนักโทษหนีคดี หรือไม่ก็เป็นสวรรค์สำหรับผู้ก่อการร้าย ซึ่งน่าตกใจ

โดยที่ผ่านมาได้มีการทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการส่งเงินก่อการร้ายจากต่างประเทศเข้าประเทศไทยก็พบว่ามีจริงในกรณีของภาคใต้ ซึ่งตัวเลขช่วงที่ทำนั้นได้มีการเปรียบเทียบกับจีดีพี พบว่าไม่สูงมาก แต่ขณะนี้การก่อการร้ายในไทยอาจมีเครือข่ายคนละกลุ่มเข้ามา ซึ่งมองว่าเงินไหลเข้าประเทศไทยจากต่างประเทศน่าจะสูงขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดีเท่าที่ดูการปฏิบัติงานของ ปปง.ที่ผ่านมา ซึ่งปปง.มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการหาความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์การต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมการก่อการร้ายและการฟอกเงิน เพื่อนำมาแก้ไขกฎระเบียบ และกำหนดมูลฐานความผิดให้ครอบคลุม ซึ่งจากเดิมนั้นมีมูลฐานความผิดแค่ประมาณ 5-6 ฐานความผิด แต่ขณะนี้ก็มีการจัดทำเพิ่มขึ้นแล้ว และเร่งผลักดันกฎหมายให้ทันการประชุมของ FATF ในเดือนมิถุนายน 2555 อย่างเต็มที่

แต่แม้ปปง.จะผลักดันกฎหมายอย่างเต็มที่ แต่กระบวนการสร้างการยอมรับจากต่างชาติอาจไม่ใช่แค่นั้น!

ปปง.ไม่เป็นอิสระ-อยู่ภายใต้การเมือง

ดร.รัตพงษ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองหลังจากนี้ไป แม้ไทยจะมีการแก้กฎหมายปปง.ให้รัดกุมแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับจากต่างชาติได้ง่ายๆ เนื่องจาก 2 ประเด็นสำคัญคือ

การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะฐานความผิดทางการเมืองอย่างการทุจริตคอร์รัปชัน ที่มีดัชนีชี้วัดว่าสูงมาก แต่ผลอายัดทรัพย์ของนักการเมืองฐานคอร์รัปชั่นยังมีอยู่น้อยมาก แสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

การที่ปปง.ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาคการเมือง คืออยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม จุดนี้เป็นจุดที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุด เพราะปปง.ไม่ได้เป็นอิสระ และไม่สามารถตรวจสอบภาคการเมืองได้จริง
โดยในกฎ 40 ข้อของ FATF มีระบุถึงภาคการเมืองในข้อ 5-6-7 โดยสรุปคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการฟอกเงินจะต้องตรวจสอบ และเอาผิด ชี้มูลความผิดฐานกระทำโดยมิชอบของกลุ่มการเมืองให้ได้ แต่ในเมืองไทยกลับทำได้ยาก

ธุรกิจสีดำของภาคการเมือง

ดร.รัตพงษ์ กล่าวว่า ในภาคการเมืองนั้น การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นตัวนำมาสู่การฟอกเงินเป็นอันดับหนึ่งของภาคการเมือง ขณะที่การฟอกเงินในภาคการเมืองไทยในระดับรองลงมาก็ยังเป็นเรื่องของแหล่งการพนันซึ่งเกี่ยวกับความเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ที่ใช้การพนันเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญการฟอกเงินที่เรียกว่าการฟอกเงินอย่างถูกกฎหมายในตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ให้ได้

“ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องดูแลตรวจสอบและเอาผิดให้ได้ เมื่อพบธุรกรรมที่น่าสงสัย ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินต่างๆด้วย เช่น ใครมีพฤติกรรมแปลกๆ มีพฤติกรรมเดิมๆ โอนเงินเข้าเท่ากัน มีการฝากซ้ำๆ ตลอดเวลา จะต้องมีการนำข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการ ปปง.ทันที แต่ที่ผ่านมายังไม่มีความร่วมมือในจุดนี้เลย”

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประกอบกับ ปปง.อยู่ภายใต้นักการเมืองในกระทรวงยุติธรรม จึงมองว่า กฎหมายดีเพียงไร แต่แก้ปัญหาการฟอกเงินในประเทศไทยไม่ได้อยู่ดี เพราะนักการเมืองจะเป็นตัวหลักในการขัดขวางการใช้กฎหมายนี้

“อุปสรรคสำคัญก็คือนักการเมืองนั่นแหละ กฎหมายก็มีหลายฉบับมากที่เกี่ยวข้อง ถ้านักการเมืองไม่รับรอง หรือเป็นอุปสรรคเสียเองก็ยากที่จะทำให้ประเทศไทยมีการแก้ปัญหาการฟอกเงินอย่างจริงจัง”
ดังนั้นไม่ว่าฟอกเงินจะเกิดจากมูลเหตุอะไรก็ตามก็จะมีปัญหาถูกขัดขวางจากฝ่ายนักการเมืองแน่!





“โกงพุ่ง-ยาเสพติด-ไฟใต้” ต้นเหตุบัญชีดำ

เช่นเดียวกับ รศ.วีระพงษ์ บุญโญภาส รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมทางธุรกิจ และการฟอกเงิน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองว่ากลุ่มการเมืองและกลุ่มนักธุรกิจที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริจจะกระทำได้ยากมากขึ้น เนื่องจากจะมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการถูกกดดันจากองค์กรระดับสากล ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลต่อความเชื่อถือของรัฐบาลอย่างมาก

ส่วนการถูกปรับลดระดับลงไปอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังนั้น สรุปรวมได้ว่าเกิดจาก 6 สาเหตุ คือ

1.คดียาเสพติด ถือว่า การค้ายาเสพติดเป้นช่องทางหนึ่งของขบวนการฟอกเงิน ซึ่งเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมีจำนวนมหาศาล เมื่อมีการค้ายาเสพติดเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็เท่ากับว่า การฟอกเงินจากกรณีดังกล่าวยังอยู่ รวมไปถึงปริมาณการค้าเสพติดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ก็ถือเป็นจุดสำคัญในการประเมินของคณะทำงานชุดดังกล่าว

2.การก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัญหาใหญ่ใน 2 ส่วนสำคัญคือ 1.การทุ่มเงินงบประมาณกว่า 60,000 ล้านบาท ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าการใช้เงินงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐยังมีปัญหาและไม่เกิดประสิทธิภาพ

รวมไปถึงเหตุระเบิดในพื้นที่ย่านสุขุมวิท ใจกลางกรุงเทพมหานครโดยผู้ก่อการร้ายเชื้อสายตะวันออกกลาง จึงตอกย้ำถึงความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจนของรัฐบาลไทย

ไปจนถึง กระบวนการตรวจสอบหน่วยงานต่างๆที่เป็นเส้นทางการให้เงินสนับสนุน ที่ถือว่าเข้าข่ายการสนับสนุนการก่อการร้าย โดยผ่านองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (Non Profit Organization) ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และบางส่วนเกี่ยวพันกับศาสนา จึงยังคงเป็นการยากที่จะตรวจสอบ แต่รัฐบาลก็ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหาการให้เงินสนับสนุนการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นนี้

3.การเป็นแหล่งพักพิงของอาชญากรหรือผู้ต้องสงสัย โดยมีหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่ถูกจับตา จากการเป็นที่ซุกซ่อนของบรรดาอาชญากร ไปจนถึงผู้ก่อการร้าย ที่แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยวและมาพำนักในประเทศไทย และปรากฎเป็นข่าวในหลายครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งในหลายพื้นที่ยังคงมีความเสี่ยงดังกล่าวอยู่ ทั้งในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอาทิ ถนนข้าวสาร สีลม ไปจนถึงจนถึงอ.พัทยา จ.ชลบุรี ที่ถูกจับตาอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานสากลต่างๆ

4.การคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ในการใช้งบประมาณ ซีงที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆทั้ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ (JICA) ธนาคารพัฒนาเอเซีย (ADB) ที่ให้เงินกู้กับรัฐบาลมาใช้ในโครงการเมกะโปรเจกต์ ต่าง ยังคงพบเห็นการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมาก และยังไม่มีทีท่าจะลดลง

5.พฤติกรรมไม่โปร่งใสของนักการเมือง ซึ่งความเกี่ยวพันกับกลุ่มฟอกเงินและมีการทำธุรกรรมทางการเงิน ผ่านระบบหรือ เครือข่ายที่ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะในภูมิภาคแคริบเบียนอันเป็นที่รู้จัก ทั้ง หมู่เกาะเคย์แมน หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ไปจนถึงภูมิภาคอื่นๆทั้งหมู่เกาะมาร์แชลล์ หมู่เกาะเบอร์มิวด้า เป็นต้น ซึ่ง การทำธุรกรรมเหล่านี้จึงเสมือนตัวบ่งชี้ว่า ฝ่ายการเมืองยังคงมีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายทางการเงินที่ไม่โปร่งใสนัก

“ภาพของนักการเมืองที่ไปทำธุรกรรมทางการเงินบนพื้นที่ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษเรื่องของการฟอกเงินทั้งหมู่เกาะเคย์แมน บริติซเวอร์จิน ถือว่าเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่นำไปสู่การพิจารณาการลดระดับความน่าเชื่อถือของไทย”

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินของนักการเมืองของคณะทำงานเฉพาะกิจฯมีความพยายามที่จะผลักดันในเกิดขึ้นในขั้นต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือ PEP (Political Exposed Person) ซึ่งจะทำให้กระบวนการตรวจสอบและป้องกันการฟอกเงินมีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบในรายบุคคล

6.นโยบายด้านการปราบคอร์รัปชันและการฟอกเงิน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าพยายามจะเดินหน้ากฎหมายดังกล่าวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่มีความคืบหน้ามากนัก โดยเฉพาะเมื่อภาคการเมืองมีความขัดแย้งอย่างสูง จนทำให้นโยบายและโครงสร้างในการตรวจสอบและปราบปรามการฟอกเงินล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น อาทิ ตำแหน่ง เลขาธิการปปง.ที่พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรักษ์ ที่ขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ง.ไม่นานนัก ทำให้ถูกประเมินในภาพรวมในความไม่พร้อมต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งหมดนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการพัฒนากฎหมายหรือ การบริหารจัดการในการใช้งบประมาณให้เกิดความโปร่งใส และหลุดพ้นจากการฟอกเงินได้

ปชป.-เพื่อไทยช้ำทั้งคู่

แหล่งข่าวฝ่ายการเมือง ระบุว่า นักการเมืองนั้น มักจะมีแผลเรื่องการฟอกเงินทุกพรรค ตั้งแต่อดีตจะมีการโอนเงินไปไว้บัญชีลูกหรือญาติที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งในกรณีของพรรคประชาธิปัตย์มักจะมีการปล่อย ข่าวและจับตาไปที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มากสุด แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะดำเนินการใด ๆ ได้

“ไม่ว่าพรรคไหนก็มีแผลเรื่องการฟอกเงิน มีการทำกันมาตั้งแต่ในอดีต ดังนั้นเรื่องฟอกเงินจะไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนอยากพูดถึง เพราะไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ไปขุดแผลใครขึ้นมา เขาขึ้นมาขุดกลับต่างฝ่ายต่างจะเจ็บช้ำไปตามๆกัน” แหล่งข่าวนักการเมืองกล่าว

ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทย ว่ากันว่าจะมีการทำธุรกรรมทางการเงินในต่างประเทศมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์มาก เพราะส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

“การเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย เท่าที่ทราบมาคือจะมีการให้นักธุรกิจเครือข่ายเป็นคนออกเงินเคลื่อนไหวทางการเมืองให้ไปก่อน โดยวิธีการเอาเงินคืนให้นั้นจะมีการโอนเงินเข้าบริษัทในต่างประเทศของนักธุรกิจหรือนักการเมืองที่เป็นเครือข่ายนั้นๆแทน ซึ่งตรวจสอบได้ยาก”

สรุปได้ว่าไม่ว่านักการเมืองฝ่ายไหนต่างมีแผล ไม่แปลกที่โอกาสของการเป็นประเทศที่ปราศจากการฟอกเงินของประเทศไทยในสายตานานาชาติดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก!

ที่สำคัญ ประเทศไทยถึงจุดที่ต้องเดินหน้าเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้เช่นกัน

ภาคธุรกิจกระทบหนักค้าขายกับกลุ่ม G 20

“ประเทศไทยต้องอยู่กับสังคมโลก การถูกจับตาครั้งนี้ก็ถือว่า กระทบภาคธุรกิจของไทยมากแล้ว หากยังไม่แก้ไข การค้าจะเป็นปัญหาโดยเฉพาะกับกลุ่มG20 ที่ถือว่าเป็นคู่ค้าสำคัญและเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก ”

สำหรับกลุ่ม G20 นั้น รศ.วีระพงษ์ ระบุว่าเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (Group of Twenty Finance Ministers and Central Bank Governors) หรือ G20 อันประกอบไปด้วยประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศ รวมกับสหภาพยุโรป (อียู) อาทิ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมนี รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่อีก 11 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี

ดังนั้นจึงส่งผลให้การทำธุรกิจระหว่างประเทศมีปัญหาอย่างมาก ทั้งความล่าช้า ไปจนอาจถึงขั้นปฏิเสธที่จะทำธุรกรรมร่วมกันก็เป็นไปได้ ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นจึงมิใช่เรื่องที่รัฐบาลจะมองข้ามไปได้ หรือมิใช่เพียงเรื่องเล็กๆที่จะอยู่เฉยต่อไปไม่ได้แล้ว ขณะนี้จึงเท่ากับว่าประเทศไทยอยู่ในสภาพที่ล้าหลัง และถดถอยอย่างมาก หากเทียบกับอดีตที่เป็นเสือตัวแรกในภูมิภาคเอเซียที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสูง และการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศในระดับเดียวกับปากีสถาน, อินโดนีเซีย, กานา แทนซาเนีย โบลิเวีย, คิวบา, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, เคนยา, พม่า, ไนจีเรีย, เกาหลีเหนือ, เซา โตเม แอนด์ปรินซิเป, ศรีลังกา, ซีเรีย และตุรกี ซึ่งต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

นักการเมืองพัฒนา ช่องทางฟอกเงิน
จากโพยก๊วน ยัน สโมสรฟุตบอล

แกะรอยวงการฟอกเงิน หนีระบบการตรวจสอบ แนะจับตาวงการกีฬา กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ยากตรวจสอบชี้นักการมเองใช้เป็นเครืองมือฟอกเงิน ส่วนวิธีการเก่าอย่างโพยก๊วนยังคงมีอยู่ ไปจนถึง การใช้ ร้านทอง-เพชร -เต๊นท์รถช่วยฟอกเงินจากสีดำเป็นสีขาวได้อย่างรวดเร็ว

การที่คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (Financial Action Task Force on Money Laundering - FATF) โดยประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ได้ถูกปรับลดระดับลงไปอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง ด้วยสาเหตุจากความล่าช้าในการผลักดันกฎหมายรองรับการต่อต้านการฟอกเงิน คือ 1.กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ2.กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

นอกจากความล่าช้าในการเร่งผลักดันกฎหมายดังกล่าว แต่ก็ยังพบว่ากระบวนการฟอกเงิน (Money Laundering) ของไทยนั้นมีมาอย่างช้านาน กล่าวโดยรวมก็คือการนำเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริตมาทำให้กลายเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย หรือหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหา จับกุมในฐานความผิดที่ได้เงินหรือทรัพย์สินมาโดยมิชอบ ซึ่งกระบวนการฟอกเงิน มีหลายวิธี

ตามที่ ดร.วีระพงษ์ บุญโญภาส ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมทางธุรกิจ และการฟอกเงิน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย อธิบายว่า การฟอกเงินมีใน 8ฐานความผิด คือฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงินมี 8 ฐานความผิด 1.ความผิดเกี่ยวกับยาเสพย์ติด 2.ความผิดเกี่ยวกับการค้าหญิงและเด็ก 3.ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง 4.ความผิดเกี่ยวกับการยักยอก 5.ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ 6.ความผิด

เกี่ยวกับการกรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์ 7.ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร และ8.ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ทั้งนี้ มีการกระทำผ่านหลายรูปแบบ ประกอบด้วย
1.โพยก๊วน ถือเป็นรูปแบบเก่าที่ทำมาอย่างยาวนานในรูปแบบของนักธุรกิจที่ทำธุรกิจระหว่าง ประเทศ ซึ่งแพร่หลายมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่3 ซึ่งปัจจุบันยังคงปรากฎอยู่โดยซึ่งเป็นรูปแบบของการแลกเปลี่ยนเงิน โดยมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วนคือ 1.คนจ่ายเงิน หรือผู้มาขอใช้บริการ 2.พ่อค้าโพยก๊วน หรือ “ตัวแทนหักบัญชี” (Clearing Agent) และ 3.ผู้รับเงินโดย “ตัวแทนหักบัญชี” ทำหน้าที่เป็นคนกลางเสมือนนายธนาคาร ทั้งรับเงินมาและโอนเงินให้บุคคลที่กำหนด แต่รูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นที่นิยมเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบทางบัญชีมีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งในหมู่นักการเมืองมีการทำธุรกิจระหว่างประเทศก็ยังพบว่ามีการใช้แนวทางนี้เช่นกัน
2.ตลาดทุน ตลาดเงิน หรือสถาบันการเงินซึ่งเป็นรูปแบบของการฟอกเงินผ่านตลาดทุนตลาดเงิน หรือนำเงินเข้ามาในระบบผ่านธนาคาร หรือการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ง่าย แต่ก็ถูกตรวจสอบ และมีความเข้มงวดจากกระบวนการตรวจสอบอย่างมาก
3.กลุ่มนันแบงค์ หรือ กลุ่มธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งมีหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบของ เต๊นท์รถ ร้านเงิน ร้านทอง ร้านจำหน่ายเครื่องประดับ ไปจนถึงวัถตุโบราณ เพื่อเปลี่ยนจากเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ ไปสู่สิ่งของและเมื่อขายสินค้าต่างออกไปได้ เงินที่เข้ามาก็จะกลายเป็นเงินสะอาดโดยทันที ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลีกเลี่ยงจากการคุ้มเข้มการฟอกเงินผ่านสถาบันการเงินเดิม
รวมไปถึงการรับเงินบริจาคผ่านองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (Non Profit organization ) ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ และนำมาใช้ภายในประเทศไทย ซึ่งไม่อาจตรวจสอบได้ และมีความอ่อนไหวอย่างมาก โดยเฉพาะองค์กรด้านศาสนา
4.สโมสรฟุตบอล กำลังถูกจับตามากขึ้น จากกระแสที่ฟุตบอลอาชีพของไทยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งบรรดานักธุรกิจ นักการเมืองต่างก็สนใจที่จะเข้ามาสู่การจัดตั้งสโมสรฟุตบอล เป็นอีกช่องทางที่จะใช้ฟอกเงินได้ เนื่องจากยังมีช่องโหว่ของกฎหมายที่มิได้ ครอบคลุมการตรวจสอบบัญชีของสโมสรฟุบอลอย่างจริงจัง ซึ่ง FATF ก็มีความต้องการที่ให้มาตรฐานการบัญชีดีขึ้นเพื่อป้องการการใช้กีฬาเป็นแหล่งฟอกเงิน เหมือนในต่างประเทศเช่น อิตาลีที่ สโมสรฟุตบอลถูกใช้ในการฟอกเงิน
“อนาคตจำเป็นต้องมีความเข้มงวด หริอมีกฎหมายที่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสของ สโมสรฟุตบอลต่างๆให้ดีมากขึ้น เนื่องจาก ขณะนี้กระแสฟุตบอลกำลังเป็นที่นิยมจำเป็นต้องมีกฎหมายที่ตรวจสอบได้ ” ดร.วีระพงษ์ กล่าว
ดังนั้น กระบวนการฟอกเงินยังคงมีอยู่ในประเทศไทย และด้วยวิธีการที่พัฒนาและซับซ้อนมากขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีการเร่งรัด และเดินหน้าเพื่อดำเนินการอย่างจริงจัง ในเรื่องดังกล่าว นอกเหนือจากแวดวงนักธุรกิจแต่ยังรวมไปถึงแวดวงในนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวพันในการฟอกเงินไม่น้อย และที่สำคัญ ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยรวมกับสังคมไทยจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นหากนักการมเองมีจิตสำนึกมากเพียงพอ..


http://www.manager.co.th/mgrWeekly/V...=9550000024475
fas235 no está en línea  
Old February 24th, 2012, 02:37 AM   #1595
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,323
Likes (Received): 0

ละครไทยไปไม่ถึงไหน เพราะคนทำ"โง่"หรือเอากันแค่"ง่าย"ตามใจ"ทุน"

ได้อ่านบล้อกของคุณธนานุชเมื่อวันก่อน http://www.oknation.net/blog/thananu.../08/27/entry-1 มีเพื่อนของเธอที่อยู่เมืองจีนอีเมล์มาหาเธอ ว่าอยู่ที่โน่นมีโอกาสได้ชมละครไทยที่ถูกนำไปฉาย แทนที่เธอจะภาคถูมิใจ เพื่อนของคุณธนานุชกลับรู้สึกอาย

อายแทนคนไทย อายแทนผู้หญิงไทย...

เพราะภาพของละครที่ออกมา มันมีแต่ภาพของการโอเวอร์แอ็คติ้ง ตัวอิจฉาทำตาโต ตาปลิ้น ดูแล้วน่าอาย และพาลให้กลัวว่าคนที่เขาเห็นจะเข้าใจว่า ผู้หญิงไทย หรือสังคมไทยน่ะเป็นแบบนั้น

อีกทั้งเพื่อนของเธอยังสะท้อนภาพทางความคิดของคนอีกชาติหนึ่งคือ คนลาว ที่เพื่อนของเธอมีโอกาสได้ไปอยู่ที่นั่นเหมือนกัน และที่ลาวจะไม่มีละครของตัวเอง

"ส่วนมากคนลาวดูละครจีน เกาหลี ไทย เวียดนาม คนลาวจะบอกว่าละครเกาหลีนางเอกตายตอนจบ รักรันทด ละครจีนหักหลัง เฉือนคม ละครเวียดนามชีวิตรันทนหืดขึ้นคอ ละครไทยอิจฉากันอย่างเดียว..." นี่คือข้อความจากเพื่อนของคุณธนานุช

จำได้ว่าตัวผมเองราว 10 กว่าปีก่อน ที่ตัวเองยังคงที่อยู่ต่างจังหวัด ตัวเองก็ติดละครเหล่านี้ ที่เขาทำออกมาให้ชมแบบงอมแงมเลยทีเดียว บางทีก็อินจัด จินตนาการไปต่างๆนานา ว่าตัวเองเป็นตัวละครตัวนั้นตัวนี้

แล้วถ้ายิ่งมีฉากวาบหวิว ฉากข่มขืน มันก็จะเกิดกระตุ้นต่อมอยากดูขึ้นมาอีกมากโข บางทีไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องอะไร ขอให้มีฉากนี้เถอะ...

เมื่อกลับมานั่งนึกย้อนไป ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่รอดจากวังวนของสิ่งโสมม ที่เขาปล่อยมาให้เราซึมซับมาตลอดหลายปี แต่เท่าที่จำได้ ก็มีเพื่อนหลายคนที่ไปลองทำตามอย่างหนัง ละคร และสุดท้ายก็เกิดเป็นปัญหาตาม เช่นการตั้งท้องก่อนวัยอันควร หรือการใช้ความรุนแรงต่อกัน

แน่นอน สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ส่วนหนึ่งและน่าจะเป็นส่วนสำคัญ มันมาจากที่เด็กๆในวัยอย่างผม เกิดการเลียนแบบจากสื่ออันตราย ที่แฝงมาแบบแนบเนียนในความบันเทิงที่เรียกว่าละคร

บางทีหนังอาจจะมีฉากเหล่านี้เยอะกว่าและมีความรุนแรงกว่าละคร แต่โดยความง่ายในการเข้าถึง ละครนั้นเข้าถึงมากกว่า เพราะแทบจะส่วนทุกบ้านจะต้องมีทีวี

หลังจากตัวเองเข้าสู่เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ทางเลือกที่มากขึ้นในการเลือกเสพ เลือกดูในสิ่งที่มีประโยชน์ จึงค่อยๆที่จะเลิกดูละครไทย จนปัจจุบันเรียกว่าไม่ได้ติดตามอีกเลย มีเพียงแต่เปิดผ่านไปมาเท่านั้น แต่ถึงจะไม่ได้ติดตามมากนัก ก็ยังรู้สึกไม่เข้าใจและขัดใจ ว่าสิ่งโสมมแบบเดิมๆ ที่เมื่อ 15 ปีก่อนที่ผมติดตาม มันยังวนเวียนอยู่ในละครไทยไม่เคยหายไปไหนเลย

ถึงแม้ละครจะเปลี่ยนชื่อเรื่อง เปลี่ยนบทพูด เปลี่ยนคนแสดง เปลี่ยนเหตุการณ์ในเรื่อง แต่เนื้อเรื่องไม่เคยเปลี่ยนเลย โครงสร้างของมันยังคงเป็นแบบเดิม มีพระเอก นางเอก นางร้าย ตัวอิจฉา...

นี่มันหมายถึงการไม่พัฒนาใช่มั้ย นี่มันหมายถึงคนทำมันโง่ใช่มั้ย...ผมคงไม่สรุปแบบนั้น

ในด้านงานสร้าง ละครไทยพัฒนาขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเยอะ คนมีฝีมือเข้ามาสร้างสรรค์เทคนิคใหม่ๆในการทำละครเสมอ แต่ที่ไม่เคยไปถึงไหน คือเรื่อง เนื้อหาและวิธีคิด

นั่นหมายถึงคนทำละครมันโง่ใช่มั้ย...ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่ คนเหล่านี้ฉลาดจะตาย

แล้วทำไมคนฉลาดๆพวกนี้ถึงยังย่ำกันอยู่กับที่ล่ะ ก็คงต้องมองลึกไปถึงวังวนละครไทย ปัจจุบันถึงจะมีค่ายละครหลายค่ายเหลือเกิน ที่แข่งกันผลิตงานออกมา แต่ช่องทางเผยแพร่ก็มีเพียง 3 ช่อง คือช่อง 3 5 7และ9 โดยเฉพาะ 3กับ7 ที่ร่ำรวยกันมาได้ก็เพราะเม็ดเงินโฆษณาที่เขามาทุ่มในช่วงละครของช่อง ซึ่งฟรีทีวีบ้านเราที่มันสามารถเข้าถึงทุกครัวเรือนมันก็มีอยู่ไม่กี่ช่องเท่านี้ล่ะ

เมื่อโฆษณาเข้ามามาก เรตติ้งพุ่งสูง "นายทุน"เหล่านี้ก็ทึกทักกันว่า โอ้...ละครแบบนี้ล่ะชาวบ้านมันชอบ ดูสิเราทำกันมากี่ปีๆ เนื้อหาวนเวียนอยู่อย่างนี้คนก็ยังดู โฆษณาก็ยังขายได้ ไม่ต้องไปคิดอะไรใหม่ๆหรอก จะลงทุนให้สูงทำไม แค่หาดารานำหล่อๆ สวยๆ นางร้ายแจ๋นๆ มีบทตบ มีบทยื้อแย่งผู้ชาย มีบทอิจฉา เท่านี้ก็จบแล้ว เท่านี้ก็ขายชาวบ้านได้แล้ว

ไอ้พวกลูกเด็กเล็กแดงมันจะไปทำตาม ไปเลียนแบบก็ช่างมันสิ ก็มันคิดกันไม่เป็น พ่อแม่มันไม่สั่งสอน และมันไม่ใช่ลูกกู...ลูกกูโน่นสเวยสุขอยู่เมืองนอก งานดีๆมีสาระ กูเอามาประเคนให้มันเต็มที่ ไม่มีวันที่จะให้ลูกกูได้ซึมซับสิ่งโสมมจากละครไทยหรอก!!!

สังคมจะเป็นยังไงก็ช่าง...กูรวย

ผมคิดว่านักสร้างสรรค์ในประเทศนี้มีอยู่เยอะแยะ แต่โอกาสที่เขาได้รับเพื่อ หรือมันหมายถึง"ทุน" มันมาพร้อมข้อบังคับที่ต้องให้เป็นอย่างที่มันเป็นในปัจจุบัน แน่ล่ะ ก็มีส่วนหนึ่งที่พยายามทำในสิ่งที่ต่างออกไป แต่พื้นส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเวทีของสิ่งโสมมที่แฝงมากับละครไทย

เมื่อจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้ ผู้ผลิตก็ต้องเดินตามวังวนที่มันเป็นมา และมันก็จะเป็นไปอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีจุดจบ น่าเสียดายฝีมือ น่าเสียดายเวลาที่ผ่านมา แทนที่จะเห็นการพัฒนาในวงการ กลับนั่งทำอะไรวนเวียนกันอยู่อย่างเดิม

เมื่อหันไปมองที่ของชาติอื่น เขาไปไกลกว่าเราหลายเท่า แน่นอนมันยังมีงานในแบบไม่เอาอ่าวผสมอยู่ แต่เขาก็มีทางเลือก มีเนื้อหาที่มันหลากหลาย ให้ผู้คนได้เลือกเสพ

ละครเกาหลีเนื้อหาอาจจะไม่ต่างจากละครไทย แต่มันถูกแทนที่ด้วยงานสร้างที่ดี

ของญี่ปุ่นมีละครเนื้อหาดีๆ มากมายที่เห็นแล้วนึกอิจฉาแทนคนบ้านเขาที่ได้มีโอกาสได้ดูงานดีๆเหล่านั้น

ของฝรั่งมันไปไกลกว่านั้น ทั้งความสมจริงและเนื้อหา เพียงแต่ที่เอามาฉายๆในบ้านเรา ก็มักจะเลือกมาแต่หนังเรื่องที่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรต่อสังคมเล้ย...

สุดท้ายอยากจะฝากถึงนายทุนทั้งหลายว่า...

ถ้าในปัจจุบันคุณยังสามารถให้ทุนผลิตงานละครแบบยัดเยียดเนื้อหาเลวๆ แบบนี้ให้กับสังคมได้
ทำไมไม่ลองทำอะไรดีๆ ยัดเยียดให้เราชมบ้างล่ะ...

อย่าลืมนะว่าชาวบ้านแบบเราๆ ยิ่งอยู่ตามต่างจังหวัด ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากมายในการเสพความบันเทิง ป้อนอะไรดีๆให้เราบ้าง คิดถึงลูกๆหลานๆของเราบ้าง อย่าให้มันเสื่อม ฟอนเฟะ และโสมมไปมากกว่านี้อีกเลย...

ยังไม่ต้องไปคิดถึงขั้นที่จะสร้างภาพพจน์ที่ดีต่อต่างชาติหรอก แค่คิดว่าเราจะช่วยกันสร้างสังคมที่ดี และประคับประคองให้ชาติเดินต่อไปด้วย ด้วยคนที่มีคุณภาพ ที่เติบโตมาจากการปลูกฝังแนวคิดที่ดีๆ ที่พวกคุณจะสามารถให้กับพวกเขาได้...ไม่นานก็ตายๆกันแล้ว ทิ้งสิ่งดีๆไว้ข้างหลังบ้างเถิด

สาธุ!!!

และผมคิดว่าจริงๆ คนทำไม่ได้โง่ ไม่ได้ง่าย...แต่ต้องตามใจทุน!!!

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=491346
fas235 no está en línea  
Old February 24th, 2012, 03:17 PM   #1596
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 2,198
Likes (Received): 476

จะว่าไปแล้ว การแผ่อิทธิพลทางการค้าของประเทศ จ. มันก็น่ากลัวเหมือนกันน่ะครับ เอเชียอาคเนย์อย่างเราจะไม่โดนโกยทรัพยากรไปจนหมดหรือครับ ยิ่งตอนที่สร้างถนน สร้างทางรถไฟ เสร็จ พวกสินค้าเกษตร ลำใย ยางพารา ข้าว เราจะไม่เกลี้ยงหรอ จ.เขาก็คงหวังมากเหมือนกันถึงได้ลงทุนมหาศาลทั้งเสนอรถไฟความเร็วสูง อะไรต่อมิอะไร
แล้วยิ่งกลัวไปกว่านั้นกลัวที่ดิน ที่นาของเกษตรกรไทย ลาว กัมพูชา ในแถบนี้จะตกเป็นของนายทุน จนอนาคตต้องเช่านาทำกิน

ยิ่งไปกว่านั้น จ.เข้าไปซื้อ ธุรกิจใน อเมริกาและยุโรป มากมายเหลือเกิน เพราะซื้อได้ราคาถูก M&A ของพี่ จ. คงจะทำให้พี่เขาผงาดเป็นเบอร์หนึ่งได้ไม่ช้าในช่วงที่ มะริกัน ประสบปัญหา


ผมกลัวมากไปหรือเปล่าครับ

Last edited by dida888; February 24th, 2012 at 03:27 PM.
dida888 no está en línea  
Old February 24th, 2012, 03:58 PM   #1597
Neanderthals
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Mukdahan
Posts: 16
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by dida888 View Post
แล้วยิ่งกลัวไปกว่านั้นกลัวที่ดิน ที่นาของเกษตรกรไทย ลาว กัมพูชา ในแถบนี้จะตกเป็นของนายทุน จนอนาคตต้องเช่านาทำกิน
ผมก็กลัวในประเด็นนี้เหมือนกันครับ มันจะไม่ใช่นายทุน จ แต่ทุกวันนี้ก็มีนายทุนจากหลายที่เข้ามากว้านซื้อที ทั้งหัวดำหัวแดง ไหนจะ นายทุน ดบ. แต่คิดอีกมุมมันก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นก้ได้นะครับ
Neanderthals no está en línea  
Old February 25th, 2012, 06:54 AM   #1598
zeaza
Suratthani
 
zeaza's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: 集美厦门-jimei,xiamen 中国
Posts: 3,692
Likes (Received): 28

Quote:
Originally Posted by nawat001 View Post

2015
ขอซัก1200-13000 ละกันครับ
ประเมินคร่าวๆ ประมาณปี 2015-2016 รายได้ต่อหัวจะเท่ามาเลเซียในตอนนี้
เพราะเราตามเค้าอยู่3-4ปี

ปล.สงสัยทางเท้า per capita เราจะตามหลังเค้า20ปีจริงๆ
ตามหลังอยู่3-4ปีจริงหรอครับ ทำไมบ้านเมือง.....เหลือกัน
zeaza no está en línea  
Old February 25th, 2012, 09:24 AM   #1599
Codename B
Detective
 
Codename B's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Posts: 4,328
Likes (Received): 1880



แผงลอย per capita เราสูงอันดับต้นๆเลยนะ
__________________
What's wrong isn't me. What's wrong is the world!

-noblesse oblige-
Codename B no está en línea  
Old February 25th, 2012, 10:18 AM   #1600
maxna
Registered User
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 1,060
Likes (Received): 34


ที่per capital แผงลอยเราสูงเพราะGDP แผงลอยเราโตปีละ50%นะครับ 5555
maxna no está en línea  
Closed Thread

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 09:33 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu