daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile


Closed Thread

 
Thread Tools Display Modes
Old April 28th, 2012, 07:13 PM   #241
Setgabell
Registered User
 
Setgabell's Avatar
 
Join Date: Dec 2010
Location: Chiang Mai
Posts: 881
Likes (Received): 46



__________________
2020 Miracle Year of Amazing Thailand

Asian Beach Games Phuket 2014
Ayuthaya World Expo 2020
Chiang Mai Asian Games 2023
Bangkok Olympic Games 2024

Last edited by Setgabell; April 28th, 2012 at 07:37 PM.
Setgabell no está en línea  

Sponsored Links
 
Old April 30th, 2012, 02:14 PM   #242
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

คลังตั้งเป้างบสมดุลปี'59 แถมไม่ขึ้นภาษี

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

คลังเปิดโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายตั้งเป้าสมดุลปี"59 ภายใต้จีดีพีโตเฉลี่ย 5% ยันไม่มีการปรับขึ้นภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ตัวใด

รายงานจากกระทรวงการคลังว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายระยะ 4 ปีข้างหน้า (2556-2559) เข้าสู่งบประมาณสมดุล ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลังได้เริ่มลดระดับการขาดดุลงบประมาณลงมาแล้ว ในปีงบประมาณ 2555 นี้เป็นปีแรก

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2556 ได้ตั้งเป้าหมายรายจ่ายไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท มีรายได้ 2.1 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 3 แสนล้านบาท ปีงบประมาณ2557 ประมาณการรายจ่ายไว้ที่ 2.53 ล้านล้านบาท เพิ่มจากงบปี2556 ประมาณ 5.6% รายได้ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2.29 ล้านล้านบาท เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลที่ 2.34 แสน ล้านบาท งบประมาณปี 2558 ประมาณการรายจ่ายไว้ที่ 2.63 ล้านล้านบาท รายได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2.54 ล้านล้านบาท เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบ ประมาณที่ 8.8 หมื่นล้านบาท

สำหรับงบประมาณปี 2559 จะเป็นปีที่กระทรวงการคลังจะจัดทำงบประมาณเป็นแบบสมดุล โดยประมาณการรายจ่ายไว้ที่ 2.74 ล้านล้านบาท เท่ากับรายได้ 2.74 ล้านล้านบาท แต่การตั้งงบประมาณสมดุลดังกล่าว มีโอกาสเป็นไปได้ว่า รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้มากกว่ารายจ่ายประมาณ 10,000 ล้านบาท เท่ากับเกิดดุลในกระแสเงินสด

การประมาณการดังกล่าวตั้งอยู่สมมุติฐานว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจากนี้ไป จะเติบโตเฉลี่ย 5% ของจีดีพี และ รัฐบาลจะไม่มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีตัวใด เพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้ ทั้งนี้ ประมาณการว่า ในปี 2559 มูลค่าของจีดีพีไทยจะพุ่งแตะ 15 ล้านล้านบาท

ด้านนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลมีแผนจะจัดทำงบประมาณแบบทยอยการขาดดุลและสมดุลในปีดังกล่าว กระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นหน่วยงานจัดหารายได้จะต้องเตรียมแผนรองรับอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมา ตนได้เรียก 3 กรมภาษีคือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรมาหารือ เพื่อจัดทำแผนเพิ่มรายได้ ภายใต้หลักการที่ว่า กลุ่มผู้เสียภาษีเดิมจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ


http://www.bangkokbiznews.com/home/d...5;ี.html
napoleon está en línea ahora  
Old May 1st, 2012, 06:44 AM   #243
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,156
Likes (Received): 1

ออกอาการแล้ว ! พาณิชย์ ผงะยอดธุรกิจจดเลิกกิจการพุ่ง 104% เหตุขาดทุนกว่าครึ่ง

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจในเดือนมีนาคม 2555 มีผู้ประกอบธุรกิจขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 5,431 ราย ลดลง 5% จากเดือนมีนาคม 2554 และลดลง 5% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยยอดเงินทุนจดทะเบียนเดือนมีนาคมคิดเป็นมูลค่า 37,010 ล้านบาท ซึ่งประเภทนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไปจำนวน 517 ราย อสังหาริมทรัพย์จำนวน 337 ราย บริการนันทนาการจำนวน 245 ราย ส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วประเทศในเดือนมีนาคม 2555 มีจำนวน 923 ราย เพิ่มขึ้น 104% จากเดือนมีนาคม 2554 และเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยคิดเป็นมูลค่าเงินทุนจดทะเบียนรวม 3,329 ล้านบาท สำหรับประเภทธุรกิจ ที่มีจำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คิดเป็น 24% ของการจดทะเบียนเลิกทั้งหมดคือ ก่อสร้างอาคารทั่วไปจำนวน 132 ราย บริการนันทนาการจำนวน 54 ราย อสังหาริมทรัพย์จำนวน 36 ราย

ขณะนี้ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ปี 2555 มีจำนวน 16,265 ราย เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสแรกของปี 2554 มีจำนวน 16,142 ราย และยอดนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการในช่วง ไตรมาสแรก ปี 2555 ซึ่งมีจำนวน 2,787 ราย เพิ่มขึ้น 96% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ปี 2554 ซึ่งมีจำนวน 1,422 ราย ทั้งนี้ สถานะห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดคงอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้จึงมี จำนวน 504,274 รายและบริษัทมหาชนคงอยู่ 922 ราย รวมนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศทั้งสิ้น 505,196 ราย

นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบถามจากผู้ประกอบการที่ขอจดทะเบียนเลิกจำนวนทั้งสิ้น 923 ราย ถึงสาเหตุของการเลิกกิจการที่เพิ่มสูงขึ้น พบว่า ธุรกิจที่เลิกกิจการเนื่องจากประสบภาวะขาดทุน จำนวน 474 ราย คิดเป็น 51% ส่วนที่ที่เหลือเป็นเพราะไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามเป้าหมาย เช่น ไม่เริ่มประกอบกิจการภายใน 1 ปี, ไม่ได้โควตาหรือประมูลงาน, ประกอบอาชีพอื่นหรือโอนกิจการให้ผู้อื่น จำนวน 384 ราย คิดเป็น 42% ปัญหาความขัดแย้งของหุ้นส่วนเศรษฐกิจ จำนวน 25 ราย คิดเป็น 3% ปัญหาภัยธรรมชาติ จำนวน 9 ราย คิดเป็น 1% และปัญหาอื่นๆ อีก 31 ราย คิดเป็น 3%

“ปัจจัยเสี่ยงจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท อาจจะกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจในช่วงเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ภาพรวมของเศรษฐกิจดีขึ้น จึงคิดว่าแนวโน้มการประกอบธุรกิจจะดีขึ้น แต่ก็ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ช ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการได้มาก และจะช่วยสร้างรายได้เจาะตลาดได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังจะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ โดยการจัดบริการส่งงบการเงินทางไปรษณีย์ การจัดบริการเบ็ดเสร็จ Single point” นายศิริวัฒน์กล่าว

http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0500

ฝันร้ายเดือนพฤษภาฯ ของแพงแซงค่าแรง300บาท


วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

ข้าวยากหมากแพง กลายเป็นปัญหาของคนไทยยามนี้ แม้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ดูแลปัญหาปากท้อง ยืนยันเสียงแข็งว่า สินค้าส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา ตรงกันข้ามหลายรายการมีราคาลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผักสด อาหารหลักของคนไทย ราคาถูกลง

เป็นข้อมูลที่สวนทางกับผลการสำรวจทางวิชาการของทุกสำนัก ผลสำรวจออกมาในทิศทางเดียวกันว่า "ของแพง" ขึ้น และกำลังเดือดร้อนหนัก เมื่อค่าครองชีพแพงขึ้นทุกด้าน อย่างการสำรวจล่าสุดของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในภาคประชาชน ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการธุรกิจกว่า 80% ระบุว่า กำลังเดือดร้อนจากภาวะค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น

หากดูตามความเป็นจริงที่เคยเกิดขึ้นเสมอๆ ตั้งแต่อดีต เมื่อไรก็ตาม ที่รัฐบาลประกาศขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ ราคาสินค้ามักจะขยับก่อนล่วงหน้า

ในครั้งนี้ รัฐบาลประกาศแต่เนิ่นๆ เพราะเป็นหนึ่งในสัญญาช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งว่าจะปรับขึ้นเงินเดือนระดับปริญญาตรี 15,000 บาท และขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน ซึ่งรัฐบาลดำเนินการแล้วในส่วนของค่าแรงที่นำร่อง 7 จังหวัด เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

จึงไม่แปลกที่จะเห็นปรากฏการณ์ราคาสินค้าแพง โดยที่ผ่านมา สายด่วนของกรมการค้าภายในต้องทำหน้าที่อย่างหนัก มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาไม่ขาดสายว่าของกินของใช้แพงลิ่ว

แต่ครั้งนี้ ดูท่าจะสาหัสกว่าในอดีต เพราะไม่เพียงราคาสินค้าเท่านั้น แต่รายจ่ายประจำวันต่างๆ ก็แพงขึ้น จากนโยบายของรัฐบาลส่วนหนึ่ง และจากผลพวงราคาน้ำมันตลาดโลกแพง

ซึ่งทุกอย่างประจวบเหมาะในเดือนพฤษภาคม เดือนของคนใช้แรงงาน รับค่าแรงสูงขึ้น 300 บาทต่อวัน แต่ต้องจ่ายค่าครองชีพแพงขึ้น!!

ไล่เรียงคร่าวๆ ค่ากินและค่าครองชีพราคาใหม่ เช่น อาหารจานเดียว หรืออาหารตามสั่ง ถึงที่สุดกระทรวงพาณิชย์ต้องยอมให้แม่ค้าขายเกินราคาแนะนำของกระทรวง จากจานละ 25 บาท เป็น 35 บาท

แต่ใช่ว่าจะกินอิ่ม เพราะปริมาณต่อจานลดลงเกือบครึ่ง จากที่เคยกินมื้อละ 50 บาท (ข้าว+เครื่องดื่ม) ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 80-90 บาทต่อมื้อ ถึงจะอิ่มท้อง

ช่วงแรกที่กระทรวงพาณิชย์ถูกตั้งคำถามบ่อยครั้งเรื่องคุมราคาสินค้าได้จริงหรือ กรมการค้าภายใน และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันเสียงแข็งว่า ราคาสินค้าไม่น่าจะสูงขึ้น เพราะไม่ได้อนุมัติให้สินค้าใดขึ้นราคา

แต่ดูเหมือนเสียงร้องเรียนผ่านสายด่วนยังระงมไม่หาย เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ออกมาควบคุมราคาอย่างจริงจัง

นั่นหมายความว่า ในความเป็นจริง ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้น

และจากข้อมูลผ่านสายด่วนของกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า อาหารสำเร็จรูปมีการขยับราคาทุกเดือน นับจากเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ปรับราคาแล้ว 4-5 ครั้ง

ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าเกินจริง เพราะจากการตรวจสอบกับพ่อค้าคนกลาง หรือยี่ปั๊วซาปั๊ว ยืนยันว่า ผู้ผลิตสินค้าเริ่มส่งสัญญาณปรับเพิ่มราคาขายส่งสินค้าแล้ว 5-10% โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่ม

ส่วนสินค้าทั่วไป จะใช้วิธีการออกสินค้าใหม่และลดขนาดหรือขายพ่วง หรือขายแบบแพคเกจ ซื้อ 2 แถม 1 ทำให้ร้านค้าต้องจ่ายค่าสั่งซื้อสินค้าเพิ่มอีก 30-40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ในที่สุด กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมายอมรับกลายๆ ว่า ราคาสินค้าปรับแพงขึ้นจริง แต่ไม่ได้เป็นการอนุมัติให้ปรับเพิ่มราคาจากกระทรวงพาณิชย์ แต่เป็นเพราะสินค้าเหล่านั้นขยับราคาตามต้นทุนด้านการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงผู้ผลิตได้ยกเลิกการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย ทำให้ดูเหมือนว่าราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น แต่ราคาดังกล่าวยังเป็นราคาขายที่ไม่ถึงเพดานราคาควบคุม

ค่าโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ รถโดยสารสาธารณะเกือบทุกประเภทปรับขึ้นราคาตามที่กระทรวงคมนาคมอนุมัติ เริ่มตั้งแต่รถสองแถวในซอย ปรับเป็น 7 บาท จากปัจจุบัน 5.50 บาท และเพิ่มเป็น 9 บาท ในช่วงเวลา 22.00-05.00 น. จากปัจจุบันเก็บเพิ่มในช่วงเวลาดังกล่าว 1.50 บาท รถโดยสารมินิบัส ปรับเป็น 8 บาท จากปัจจุบัน 6.50 บาท รถ บ.ข.ส.ปรับขึ้นอีก 0.04 บาทต่อกิโลเมตร (กม.)

ส่วนรถเมล์ของ ขสมก.และรถร่วมบริการ ขสมก. จะปรับค่าโดยสารขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เช่นเดียวกับผู้ให้บริการเรือโดยสาร ทั้งเรือด่วนเจ้าพระยา และเรือคลองแสนแสบ จะปรับค่าโดยสารอีกระยะละ 2 บาทเมื่อราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปอยู่ในระดับ 33 บาทต่อลิตร

ขณะที่รถแท็กซี่รอการอนุมัติจากกรมขนส่งทางบกปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่เดือนมิถุนายนนี้เช่นกัน แนวโน้มจะเป็นการปรับขึ้นตามระยะทาง

แต่ที่แน่ๆ จะมีผลต่อราคาสินค้าเพราะรถบรรทุกขอปรับเพิ่มค่าขนส่งสินค้าอีก 5% หรือปรับขึ้นอีก 0.50 บาทต่อ กม.

สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ยอมรับสภาพไปนานแล้วว่าค่าใช้จ่ายส่วนเดินทางต้องแพงขึ้นอีกโข เพราะทางเลือกจ่ายถูกไม่มี น้ำมันทุกชนิด ทั้งเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล์ เรียงหน้าขึ้นราคาไปก่อนหน้าแล้ว จากที่รัฐบาลมีนโยบายเรียกเก็บเงินส่วนดังกล่าวให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เพื่อลดขาดทุนสะสมของกองทุนฯ

ขณะที่แอลพีจีและเอ็นจีวี ซึ่งเคยเป็นทางเลือกก็ทยอยปรับขึ้นราคาทุกเดือน ตามนโยบายรัฐบาลเลิกอุดหนุนราคา

แต่ค่าใช้จ่ายยังไม่หยุดแค่นี้ เมื่อเรกูเลเตอร์ไฟเขียวปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า ค่าไฟ ต้องจ่ายแพงขึ้นอีก 30 สตางค์ต่อหน่วย เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้

ดังนั้น ครั้งนี้ไม่เพียงกระทรวงพาณิชย์ในฐานะดูแลปากท้องประชาชนที่เดือดร้อน แต่กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพต่างก็เดือดร้อนเช่นกัน

เดือดร้อนถึงขนาด นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องเรียกประชุมด่วน แม้ว่ารัฐบาลจะต่อโครงการลดค่าครองชีพให้ประชาชนที่ทำมาตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนการใช้ไฟฟรีสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วย ซึ่งยังสงสัยว่าใครจะได้ใช้ไฟฟรีบ้างสำหรับสภาพอากาศร้อนจัด จนการใช้ไฟสูงสุด หรือพีค ลบสถิติรายวัน

เมื่อดูท่าทีการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีแล้ว คงหวังไม่ได้มากว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ เพราะพูดถึงแต่เรื่องการรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดการใช้พลังงาน

หรือแม้แต่การต่อโครงการรถเมล์-รถไฟฟรี ของรัฐบาล ที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน แม้ว่าจะชื่นชอบกับโครงการนี้ แต่ในปัจจุบันแทบจะไม่เห็น "รถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน" วิ่งอยู่บนถนนสักเท่าไหร่ และที่เห็นมีวิ่งบ้างส่วนใหญ่จะเป็นการตีรถเปล่ากลับอู่เสียมากกว่า

สรุปค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเบื้องต้น ค่าอาหารต่อมื้อจากเฉลี่ย 50 บาทอิ่ม เป็น 80-90 บาทอิ่ม เท่ากับภาระเพิ่มขึ้นเกือบ 100% เมื่อรวมกับค่าเดินทาง ค่าไฟ ค่าที่พัก และสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายต่อครอบครัวน่าจะปรับเพิ่มขึ้นกว่า 150%

นายสัตวแพทย์ ไชยศักดิ์ บุญประสพธนโชติ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ และผู้ส่งออกไก่เนื้อรายใหญ่ ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า เนื้อสัตว์ทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร ตั้งแต่ต้นปีมาราคาต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 10-15% และปริมาณล้นตลาดมาตั้งแต่น้ำท่วมลดลงแล้ว ผลจากปล่อยนำเข้าพันธุ์เลี้ยงและการส่งออกที่ไม่ได้ขยายตัวสูงนัก

"ฟันธงเนื้อสัตว์ปีนี้ราคาถูกกว่าปีก่อน ทั้งที่ผู้เลี้ยงต้นทุนเพิ่ม ราคาต้นทางเพิ่ม แต่ราคาปลายทางไม่เพิ่มและถูกลง เพราะต้องแข่งขันกันขาย เป็นปีของผู้ซื้อได้บริโภคของถูก ส่วนอาหารแพงนั้นน่าจะเป็นข้ออ้างจากเหตุผลอื่น อย่างเรื่องค่าแรงงานสูงขึ้น หรือค่าโสหุ้ยอื่นมากกว่า"

สอดคล้องกับเกษตรกรที่ร้องขอให้รัฐบาลเปิดรับจำนำและรับซื้อผลผลิตเพราะผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ที่ตอนนี้รัฐบาลรับจำนำตั้งแต่ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง หอมแดง กระเทียม หอมหัวใหญ่ สับปะรด หรือกำลังเตรียมรับซื้อกุ้งในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน รัฐบาลต้องใช้เงินกับสินค้าเหล่านี้ไม่น่าต่ำกว่า 3-4 หมื่นล้านบาท

แล้วสาเหตุของแพงนั้นเกิดจากอะไร ?

คำตอบทั้งทางวิชาการและภาคเอกชนตรงกัน คือการบริหารงานของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบและรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ เป็นการตั้งรับมากกว่าเชิงรุก เมื่อเกิดปัญหาค่อยเปิดประชุม สุดท้ายขออนุมัติเปิดรับจำนำรับซื้อ จึงเป็นทางให้เกิดการใช้งบประมาณที่เกินจำเป็นหรือไม่ เช่น กรณีไข่ไก่ล้นตลาดมา 5 เดือนเต็ม วันละ 4-5 ล้านฟอง ทั้งที่มีคณะกรรมการดูแลโดยตรง คือเอ้กบอร์ด แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร

ส่วนความหวังว่าจะช่วยลดค่าครองชีพผ่านโครงการร้านโชห่วยช่วยชาติ ภายใต้ชื่อ ร้านถูกใจ ที่มีการโหมโรงครึกโครม ทำท่าฝ่อตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว เจอโรคเลื่อนซ้ำซาก เพราะเป้าหมายต้องการดึงร้านค้าริมถนนเข้าโครงการขายของถูก 20 ชนิด ชนิดละ 20% จำนวน 10,000 แห่ง ในเดือนพฤษภาคมนี้ โอกาสที่น่าจะเกิดได้ ไม่น่าเกิน 3,000 แห่ง

จะคุ้มค่ากับที่ภาษีประชาชนจ่ายไปกับโครงการนี้อีก 1,300 ล้านบาทแค่ไหน !


http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0503
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea  
Old May 1st, 2012, 07:23 AM   #244
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 1,815
Likes (Received): 131

ก็แสดงว่าตั้งเป้างบประมาณแบบขาดดุล สามปีต่อเนื่องกัน โอ้
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 está en línea ahora  
Old May 1st, 2012, 07:30 AM   #245
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

แบงก์ชาติฟุ้ง! เศรษฐกิจ มี.ค.-Q1 ขยายตัวต่อเนื่อง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 เมษายน 2555 19:48 น. Share4

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือนมีนาคม 2555 และไตรมาส 1 ปี 2555 ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องในทุกภาคเศรษฐกิจ โดยที่ระดับการผลิตในหลายอุตสาหกรรมปรับขึ้นมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดอุทกภัย ส่งผลให้การส่งออกกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 68.1 จากร้อยละ 62.5 ในเดือนก่อน

ทั้งนี้ เศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นส่งผลให้การนำเข้าขยายตัวร้อยละ 21.5 จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะการนำเข้าน้ามันดิบเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ร้อยละ 3.45 เร่งขึ้นจากเดือนก่อน ตามราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นและการทยอยจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของน้ำมันเบนซิน และแอลพีจี ในภาคขนส่ง ขณะที่ราคาอาหารสด ชะลอลงต่อเนื่องตามราคาเนื้อสัตว์จากปัญหาอุปทานล้นตลาดเป็นสำคัญ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 2.77 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากราคาในเกือบทุกหมวดโดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูป

http://www.manager.co.th/Home/ViewNe...=9550000053660
napoleon está en línea ahora  
Old May 1st, 2012, 07:31 AM   #246
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

นายกฯยันขึ้นค่าแรง300บาททั่วประเทศปี'56

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"ยิ่งลักษณ์"โปรยยาหอมวันแรงงาน! บอกขึ้นค่าแรง 300 บาท ทั่วประเทศภายในปี"56 พร้อมยกระดับฝีมือแรงงาน-ภาษา เตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมศก.อาเซียน

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวคำปราศรัย เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2555 ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ว่า พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่รักทั้งหลาย เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติประจำปีนี้ ดิฉันขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ และในโอกาสนี้ขอขอบคุณผู้ใช้แรงงานที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญก้าวหน้าต่อเศรษฐกิจและสังคมของชาติตลอดมา


การที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจและทางสังคมรวมถึงภายในและภายนอกประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานอย่างกว้างขวาง รัฐบาลจึงมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อรองรับกำลังแรงงานทุกสาขาอาชีพทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานทุกเพศทุกวัยให้มีสวัสดิการที่เหมาะสม ทำงานอย่างปลอดภัย มีอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ซึ่งจะทำให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีหลักประกันความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการในขณะนี้มีหลายประการด้วยกัน เช่น ให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีรายได้วันละไม่น้อยกว่า 300 บาท ซึ่งในระยะแรกได้ดำเนินการแล้ว 7 จังหวัด และจะดำเนินการให้ครบทุกจังหวัดในปี 2556

ในส่วนของผู้ประกอบกิจการ ได้จัดให้มีโครงการโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมสีขาวเพื่อป้องกันยาเสพติด ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการเข้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทย พร้อมส่งเสริมและพัฒนางานด้านสวัสดิการแรงงานต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาแรงงานสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ภายใต้กรอบของกฎหมาย


สำหรับแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ รัฐบาลก็ได้ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้ได้รับตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งดูแลการจัดส่งไปทำงาน และติดตามดูแลช่วยเหลือกรณีประสบปัญหาโดยไม่ทอดทิ้งพี่น้องคนไทย พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งหลาย รัฐบาลจะยกระดับทักษะฝีมือแรงงานและทักษะด้านภาษาของท่าน เพื่อเตรียมความพร้อมแรงงานไทยที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคง ภูมิคุ้มกันและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้แรงงานสืบต่อไป

ในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องชาวไทยและพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคนรวมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...ี56.html
napoleon está en línea ahora  
Old May 1st, 2012, 02:52 PM   #247
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

ครม.เห็นชอบกรอบงบประมาณปี 56 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท

กรุงเทพฯ 1 พ.ค.-นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายก ฯ และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 55 จำนวน 20,000 ล้านบาท หรือ 0.8% โดยมีรายได้สุทธิ จำนวน 2.1 ล้านล้านบาท ทำให้มีงบประมาณขาดดุล จำนวน 300,000 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 100,000 ล้านบาทหรือ 25% และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี โดยยืนยันว่าการดำเนินการจะเป็นไปตามปีปฏิทินงบประมาณแน่นอน

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 56 ประกอบด้วยโครงสร้างรายจ่ายลงทุน 449,346.9 ล้านบาทหรือ 18.7% ของวงเงินงบประมาณ โดยเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 55 จำนวน 7,551.5 ล้านบาท งบรายประจำ มีจำนวน 1,901,503.6 ล้านบาทหรือ 79.2% ของวงเงินงบประมาณ โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 64,071 ล้านบาท และเป็นรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 49,149.5 ล้านบาทหรือ 2.1% ของวงเงินงบประมาณ โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 2,295.5 ล้านบาท

ทั้งนี้สามารถจำแนกงบประมาณรายจ่ายประจำปี 56 ตามนโยบายเร่งด่วน 16 ข้อ วงเงิน 508,590.2 ล้านบาท ประกอบด้วยการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 413 ล้านบาท ,การแก้ไขปัญหายาเสพติด 11,582.9 ล้านบาท, การป้องกันและปราบปรามทุจริต 420.5 ล้านบาท, การบริหารจัดการน้ำ 53,969.5 ล้านบาท, การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20,731.9 ล้านบาท, ฟื้นฟูความสัมพันธ์นานาประเทศ 4,087.5 ล้านบาท, ดูแลประชาชนจากปัญหาเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน 9,754.9ล้านบาท, ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 69,176.1 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน 79,929.9 ล้านบาท, ยกระดับราคาสินค้าเกษตร 41,802.2 ล้านบาท, เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว 9,338.2 ล้านบาท, พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน 1,893.3 ล้านบาท, พัฒนาระบบประกันสุขภาพ 196,485 ล้านบาท, จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา 8,875.9 ล้านบาท, เร่งรัดผลักดันการปฏิรูปการเมือง 129.4 ล้านบาทและการปรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ต้องใช้วงเงินงบประมาณรายจ่าย.-สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/359793.html
napoleon está en línea ahora  
Old May 1st, 2012, 05:47 PM   #248
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

โต้งรื้อกม.ภาษีที่ดินจ่อเพิ่มอัตรา

เศรษฐกิจ 2 May 2555 - 00:00

“โต้ง” สั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ ดันศึกษาเพิ่มอัตรามากขึ้น เล็งเก็บจังหวัดที่พร้อมก่อนเช่น กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เห็นชอบให้เดินหน้าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่อีกครั้ง โดยจะนำร่างกฎหมายเก่ามาปรับแก้ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะมีการกำหนดให้ใช้ในบางพื้นที่ เช่น ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่นๆ ที่มีความพร้อม ไม่ต้องประกาศใช้พร้อมกันทั้งประเทศเหมือนร่างกฎหมายเดิม

ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาว่าพื้นที่ไหนที่มีความพร้อมจะเริ่มใช้กฎหมายใหม่ดังกล่าว ทั้งด้านการประเมินราคา ระบบมีความพร้อม ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลเพียงพอ โดยจะประกาศเป็นกฤษฎีกาในพื้นที่นั้นต่อไป จนกว่าจะครบทั้งประเทศ

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ร่างกฎหมายใหม่ยังมีการแก้ไขเรื่องอัตราภาษีให้มีความเหมาะสมกับปัจจุบันมากขึ้น โดยมีการเพิ่มเพดานให้มากขึ้นจากกฎหมายเดิมที่กำหนดว่า ที่เก็บพื้นที่การเกษตรไม่เกิน 0.05% อัตราที่พักอาศัยไม่เกิน 0.1% และที่ดินว่างเปล่า 0.5% ของราคาประเมิน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเพดานอัตราการให้มากขึ้น แต่การเก็บภาษีจริงจะไม่ได้สูงถึงเพดานที่กำหนด จะมีคณะกรรมการขึ้นมากำหนดอัตราภาษีให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเรื่องที่รัฐบาลก่อนหน้าผลัดกันจนถึงการพิจารณาของสภา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้ยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว ทำให้ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งหลังจากที่ รมว.คลังเห็นชอบก็ต้องมีการชี้แจงให้ฝ่ายการเมืองเห็นชอบ รวมถึงทำประชาพิจารณ์ใหม่ ก่อนที่จะเสนอเข้า ครม.และให้สภาพิจารณาต่อไป.

http://thaipost.net/news/020512/56221
napoleon está en línea ahora  
Old May 2nd, 2012, 01:10 PM   #249
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

หุ้นไทยพุ่งสูงในรอบ16ปี ลุ้นพรุ่งนี้ขึ้นต่อ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 17:47

ตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี ตามตลาดต่างประเทศ โบรกฯมองแนวโน้มพรุ่งนี้ มีโอกาสขึ้นต่อ-จับตาปัญหาหนี้ยุโรปอาจทำให้หุ้นพักฐาน

บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 พ.ค.) ดัชนีปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปีอย่างต่อเนื่อง ตามภาวะตลาดต่างประเทศ ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีปรับตัวสูงสุดที่ 1,241.13 จุด มาปิดตลาดที่ 1,239.06 จุด ปรับขึ้น 10.57 จุด หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 38,695.72 ล้านบาท

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยคาดว่าแนวโน้มในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ

อย่างไรก็ตาม มีกรอบที่แคบมากขึ้น และหากมีปัญหาความกังวลหนี้ยุโรปเข้ามาอีกอาจจะทำให้หุ้นไทยปรับฐานลงได้


http://www.bangkokbiznews.com/home/d...6;อ.html
napoleon está en línea ahora  
Old May 2nd, 2012, 02:05 PM   #250
Setgabell
Registered User
 
Setgabell's Avatar
 
Join Date: Dec 2010
Location: Chiang Mai
Posts: 881
Likes (Received): 46

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
หุ้นไทยพุ่งสูงในรอบ16ปี ลุ้นพรุ่งนี้ขึ้นต่อ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 17:47

ตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี ตามตลาดต่างประเทศ โบรกฯมองแนวโน้มพรุ่งนี้ มีโอกาสขึ้นต่อ-จับตาปัญหาหนี้ยุโรปอาจทำให้หุ้นพักฐาน

บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 พ.ค.) ดัชนีปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปีอย่างต่อเนื่อง ตามภาวะตลาดต่างประเทศ ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีปรับตัวสูงสุดที่ 1,241.13 จุด มาปิดตลาดที่ 1,239.06 จุด ปรับขึ้น 10.57 จุด หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 38,695.72 ล้านบาท

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยคาดว่าแนวโน้มในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ

อย่างไรก็ตาม มีกรอบที่แคบมากขึ้น และหากมีปัญหาความกังวลหนี้ยุโรปเข้ามาอีกอาจจะทำให้หุ้นไทยปรับฐานลงได้


http://www.bangkokbiznews.com/home/d...6;อ.html
ช่วงนี้พุ้งแรงจริง
__________________
2020 Miracle Year of Amazing Thailand

Asian Beach Games Phuket 2014
Ayuthaya World Expo 2020
Chiang Mai Asian Games 2023
Bangkok Olympic Games 2024
Setgabell no está en línea  
Old May 2nd, 2012, 09:02 PM   #251
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

No change to B300 wage plan

Published: 2/05/2012 at 03:29 PM

The Central Wage Committee on Wednesday voted by a majority not to postpone the planned increase in the daily minimum wage to 300 baht per day in the 70 remaining provinces, set for Jan 1 next year, as proposed by the employers' representatives.

The daily minimum wage has already been increased to 300 baht in seven provinces - Bangkok, Pathum Thani, Nonthaburi, Samut Sakhon, Samut Prakan, Nakhon Pathom and Phuket - since April 1.

The government plans to increase the minimum wage in the other 70 provinces to 300 baht per day from the New Year.

Permanent labour secrtary Somkiat Chayasriwong, the chairman of the Central Wage Committee, said the representatives of the employers today proposed that the wage increase in the remaining 70 provinces be postponed to 2015.

The committee agreed by majority not to change the plan, reasoning that the postponement would confuse business operators and the employers' representatives did not provide clear enough information on how businesses would be affected.

However, he had instructed labour offices throughout the country to survey the cost of living over the next three months and report to the committee, which would subsequently reconsider whether or not to delay the minimum wage increase, Mr Somkiat said.

He said that if the survey showed that the increase would seriously affect the cost of living and the overall economic condition the Central Wage Committee might have to review its decision.

Mr Somkiat said information provided by representatives from the Commerce Ministry showed the prices of vegetables and meat in March-April had not gone up unusually, compared to the same period last year.

http://www.bangkokpost.com/business/...b300-wage-plan
napoleon está en línea ahora  
Old May 3rd, 2012, 06:02 PM   #252
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

'อมตะ' ปลื้มโรดโชว์นายกฯ ผลตอบรับเยี่ยม

นิคมอมตะคุยเดินสายโรดโชว์จีน-ญี่ปุ่น กับคณะนายกฯได้รับการตอบรับดี ยังมีความมั่นใจเข้าลงทุนไทย ปลื้มมีนักลงทุนยานยนต์จากจีนสนใจเข้าซื้อที่ดินขยายธุรกิจ ส่วนญี่ปุ่นเน้นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่ใช้เทคโนโลยีสูง

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กล่าวว่า บริษัทปรับเป้ารายได้ปี 2555 ใหม่ โดยคาดว่าจะทำรายได้เกือบ 10,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 6-7 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะขายที่ดินได้ประมาณ 3,000ไร่ ทั้งนี้รายได้และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะมาจากราคาที่ดินของบริษัทที่ปรับขึ้น โดยนิคมอมตะนคร ปรับขึ้นจากเดิมราคาขายอยู่ที่ไร่ละ 4 ล้านบาท เป็นไร่ละประมาณ 5 ล้านบาท ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ปรับขึ้นประมาณ 10% ขณะที่ยอดขายที่ดินปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่สัดส่วนรายได้บริษัท 75% มาจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม และ 25% มาจากธุรกิจอื่นๆ ซึ่งบริษัทฯ มีบริษัทลูกประมาณ 16 บริษัท โดยพื้นที่นิคมของบริษัททั้งนิคมอมตะนคร และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ปัจจุบันมีรวมกันประมาณ 15,000 ไร่ ซึ่งปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะซื้อที่ดินเพิ่ม เพราะปัจจุบันยังมีที่ดินที่สามารถรองรับการซื้อขายได้อีกประมาณ 3 ปี ส่วนปัจจัยเสี่ยงปีนี้ มองว่าเป็นปัจจัยทางการเมืองมากกว่าปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม แต่บริษัทมีมาตรการการป้องกันและรองรับปัญหาภัยแล้งไว้แล้ว

"คาดว่ายอดขายที่ดินในไตรมาส 2 จะใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ที่มียอดขายที่ดินกว่า 900 ไร่ หลังยอดขายที่ดินเพิ่มมากขึ้น โดยไตรมาส 2 คาดว่าจะมีรายได้จากการขายที่ดินให้กับบริษัทซูมิโตโม่ ซึ่งเซ็นสัญญาขายที่ดินไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.55 ประมาณ 80-90 ไร่ มูลค่าไร่ละ 2 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุนด้วย หลังจากที่บริษัทไปโรดโชว์ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่าสามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

นายวิบูลย์ กล่าวถึง การเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศจีนกับคณะของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมาว่าหลังจากการโรดโชว์คาดว่าจะมีลูกค้าจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนกับบริษัทเพิ่มขึ้น เพราะได้เสียงตอบรับจากการลงทุนเป็นอย่างดีโดยที่จีนมีนักลงทุนเข้ามาเจรจา ธุรกิจกับบริษัท 4-5 ราย และเบื้องต้นคาดว่าจะมีนักลงทุนรายใหญ่ของจีนเข้ามาซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะประมาณ 800 ไร่ โดยคาดว่าถ้ารวมทั้ง 4-5 ราย จะมียอดขายประมาณ 1,300-1,400ไร่ ส่วนใหญ่นักลงทุนกลุ่มนี้จะเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตรถยนต์

สำหรับการเดินทางไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นนั้น บริษัทมองว่านักลงทุนญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นการลงทุนในไทย เพราะที่นิคมอุตสาหกรรมของอมตะนครมีนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนกับบริษัทเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จากการโรดโชว์ต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา บริษัทคาดว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้น 20-30% โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าจากอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่เน้นเทคโนโลยีชั้นสูง และใช้เครื่องจักรเป็นส่วนใหญ่

ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
3 พฤษภาคม 2555, 20:42 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/257672
napoleon está en línea ahora  
Old May 5th, 2012, 06:04 AM   #253
Appleich
Appleich
 
Appleich's Avatar
 
Join Date: Apr 2011
Location: BKK
Posts: 781
Likes (Received): 107

ลงทุน Q1 ทะลักอีสาน 79 โครงการ เงินลงทุนสะพัด 2.5 หมื่นล.บูมผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์

จากประชาชาติธุรกิจ วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09:10:55 น.

"บีโอไอ" อนุมัติส่งเสริมลงทุนอีสานไตรมาสแรกทะลัก 25,000 ล้านบาท 79 โครงการ อีสานตอนล่างกวาดเรียบ 59 โครงการ โคราชจังหวัดเดียว 26 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 6,500 ล้าน ทุนใหญ่แห่ตั้งฐานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โตต่อเนื่อง "พานาโซนิค-คาสิโอ" ขยายฐานผลิตกว่า 7 พันล้าน

นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 (นครราชสีมา) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค. 55) ว่า มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 79 โครงการ เงินลงทุน 25,162.8 ล้านบาท การจ้างงาน 15,655 คน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 การอนุมัติโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.71 เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัว

อุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงที่สุด ได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภค 11,723.6 ล้านบาท จำนวน 21 โครงการ อาทิ กิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล บริษัท ศรีวัฒนา กรีน เพาเวอร์ จำกัด เงินลงทุน 780 ล้านบาท ที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์, กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด 3 โครงการ คือ โคราช 8 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท โคราช 5 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา และโครงการอุดรธานี 1 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท

อันดับที่ 2 คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 8,261.8 ล้านบาท จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตคอนเน็กเตอร์ บริษัท พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 5,973.9 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น, กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท คาสิโอ (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 1,300 ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา, กิจการผลิต Head Stack Assembly (HSA) บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดนครราชสีมา และกิจการผลิตซอฟต์แวร์ บริษัท เคเค ซอฟต์ จำกัด เงินลงทุน 1.4 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น

อันดับที่ 3 เกษตรและผลิตผลทางการเกษตร 3,975.7 ล้านบาท 34 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด เงินลงทุน 620 ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี, กิจการผลิตยางแท่งและยางผสม บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เงินลงทุน 453.7 ล้านบาท จังหวัดอุดรธานี, กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัท แก่นศิริ สตาร์ซ จำกัด เงินลงทุน 325.3 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น, กิจการผลิตแป้ง บริษัท ชัยภูมิสตาร์ช จำกัด เงินลงทุน 320 ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ

กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก มูลค่าเงินลงทุน 829.6 ล้านบาท 10 โครงการ และผลิตภัณฑ์โลหะ อุปกรณ์ขนส่ง เงินลงทุน 210 ล้านบาท

ส่วนที่เหลือเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอ, ตัดเย็บเสื้อผ้า เงินลงทุน 162.1 ล้านบาท 7 โครงการ อาทิ บริษัท เวอร์เท็กซ์ แอพพาเรล 2011 จำกัด เงินลงทุน 43.6 ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี, บริษัท ไฮ-เทค ชัยภูมิ แอพพาเรล (2011) จำกัด เงินลงทุน 58.8 ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ

นายวีระยศ อุตระนคร อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด 2,504 โรงงาน เงินลงทุน 141,256.91 ล้านบาท การจ้างงาน 139,334 คน เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2554 จำนวนโรงงานเพิ่มขึ้น 101 โรงงาน เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 21,523.18 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามมีโรงงานเลิกกิจการไตรมาส 1/2555 จำนวน 18 โรงงาน เงินลงทุน 62.97 ล้านบาท คนงานถูกเลิกจ้าง 495 คน


http://www.prachachat.net/news_detai...tid=&subcatid=
__________________
"สำนักไหนหมายชูประเทศชาติ สำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง"
Appleich no está en línea  
Old May 6th, 2012, 07:51 PM   #254
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

“โต้ง” สั่งลุยหนุนธุรกิจบริการดึงต่างชาติตั้งเฮดออฟฟิศในไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2555 23:43 น. Share


“โต้ง” สั่งที่ปรึกษาด้านธุรกิจบริการ เร่งเครื่องศึกษาหนุนธุรกิจบริการทั้งระบบ ดันไทยนั่งศูนย์กลางธุรกิจอาเซียนภายในปี58 ดึงบริษัทต่างชาติ ตั้งเฮดออฟฟิศในไทย เบียดแซงคู่แข่งขัน อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ประเดิมด้วยการพิจารณาอัตราภาษี การอำนวยความสะดวกนักลงทุน และแก้อุปสรรคผู้ประกอบการไทย

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบายสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ด้านธุรกิจบริการ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายกิตติรัตน์ ให้วางแผนการดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมบริการของประเทศไทยทั้งระบบ เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล โรงแรม สวนสนุก ธุรกิจบันเทิง ฯลฯ เพื่อรองรับการแข่งขันภายหลังเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจในอาเซียน ภายในปี 2558 ซึ่งเข้าสู่ข้อตกลงการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน

โดยนายกิตติรัตน์ เห็นศักยภาพของธุรกิจบริการที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบัน จีดีพีในธุรกิจบริการ มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของ จีดีพีรวม ขณะที่อัตราการจ้างงานในธุรกิจบริการในธุรกิจบริการก็มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของการจ้างงานรวม ส่วนอุตสาหกรรมการผลิต แม้จะมีจีดีพีสูงแต่อัตราการจ้างงานต่ำ เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรมาช่วยการผลิต ส่วนภาคเกษตร จีดีพีต่ำแต่การจ้างงานสูง

“คณะกรรมการจะศึกษาพร้อมวางแผน โดยเน้นแก้ปัญหาและข้อติดขัดในฟันเฟือง เพื่อให้กลไกการทำงานของธุรกิจเดินต่อไปได้สะดวก โดยการทำงานจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น กรมศุลกากร กรมสรรพากร บีโอไอ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงานฯ กระทรวงต่างประเทศ มาประชุมกันเป็นระยะ และรายงานตรงต่อรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งบางเรื่องอาจต้องขออนุมัติจากที่ประชุม ครม.โดยผลการทำงานจะเริ่มทยอยเป็นรูปธรรมเห็นได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ประกอบการทั้งเชิงรุกและเชิงรับไปพร้อมกัน”

นายกงกฤช กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่กำลังดำเนินการ อาทิ เช่น ศึกษาระบบโครงสร้างภาษี พร้อมสร้างแนวทางการลดภาษีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยจะศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งประเทศดังกล่าวทั้งหมด มีการจัดเก็บภาษีที่ถูกกว่าประเทศไทย โดยเปรียบเทียบอัตราภาษีนิติบุคคล ระหว่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย แต่ละประเทศจัดเก็บในอัตราร้อยละ 17 ,25 และ 30 ตามลำดับ ส่วนภาษีบุคคลธรรมดา แต่ละประเทศจัดเก็บในอัตราร้อยละ 20 , 27 และ 37 ตามลำดับ

จากข้อมูลดังกล่าว จึงทำให้บริษัทต่างชาติเข้าไปตั้งเฮดออฟฟิศ(สำนักงานสาขาในภูมิภาค) กันจำนวนมาก ทั้งที่ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งของประเทศไทยมีศักยภาพมากกว่าทุกประเทศดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาขาดการพัฒนาและส่งเสริมอย่างเป็นระบบ นายกิตติรัตน์ จึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจ เชิญชวนบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งเฮดออฟฟิศ เพื่อดูแลธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ส่วนการลดภาษีบุคคล ก็เพื่อดึงดูดเอ็กซ์แพท ที่ทำงานในประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการหาแนวทางส่งเสริมสนับสนุนด้านเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการคนไทย เพื่อการลงทุนในประเทศ และออกไปลงทุนยังต่างประเทศ, การอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติ ตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง การติดต่อราชการ ขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ การดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัยให้แก่นักลงทุน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะต้องทำเป็นระบบและมีมาตรฐานระดับสากล

อย่างไรก็ตาม เร็วๆนี้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ปรับแก้ไขการอำนวยความสะดวกนักธุรกิจ ด้วยการตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในรูปแบบวันสต๊อปเซอร์วิส

http://www.manager.co.th/StockMarket...=9550000056061
napoleon está en línea ahora  
Old May 8th, 2012, 11:08 AM   #255
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

คลังเผยหนี้สาธารณะคงค้างสิ้น ก.พ.อยู่ที่ร้อยละ 40.57ของจีดีพี ลดลง1.6หมื่นล้าน

วันที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:58:05 น.

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยถึงตัวเลขหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 มีจำนวน 4,345,979.87 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.57 ของ GDP โดยเป็นหนี้ของรัฐบาล 3,143,585.63 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,039,181.14 ล้านบาท และหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 163,213.10 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะลดลงสุทธิ 16,467.56 ล้านบาท โดยหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน และหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ลดลง 38,809.32 ล้านบาท และ 4,057.13 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่หนี้ของรัฐบาล เพิ่มขึ้น 26,398.89 ล้านบาท ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ และหน่วยงานอื่นของรัฐนั้นไม่มีหนี้คงค้าง

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon está en línea ahora  
Old May 11th, 2012, 11:30 AM   #256
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

ตอบแทนนายจ้างใจดี รับคนพิการเข้าทำงาน สรรพากรยกเว้นภาษี 100%

วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:21:00 น.

กรมสรรพากรเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดำรงชีวิตของคนพิการ ให้สามารถใช้ชีวิตและพึ่งพาตนเองได้ โดยออกมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ ซึ่งรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เข้าทำงานเกินกว่าร้อยละ 60 ของลูกจ้างในสถานประกอบการ และมีระยะเวลาการจ้างไม่น้อยกว่า 180 วันในปีภาษี หรือรอบระยะเวลาบัญชี ที่มีเงินได้ โดยให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่าย ในการจ้างคนพิการเข้าทำงาน รวมทั้งเจ้าของอาคารสถานที่ ยานพาหนะ บริการขนส่ง ที่จัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้สำหรับเงินได้ เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายดังกล่าว เช่นกัน


นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการภาษีดังกล่าว เป็นการส่งเสริมให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการต่าง ๆ มีการจ้างแรงงานคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้สนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ คนพิการ โดยในปัจจุบันกรมสรรพากร เป็นหน่วยงานนำร่องภาครัฐ ที่เปิดโอกาสให้คนพิการเข้ามาทำงาน ในองค์กร เพื่อเป็นแรงกระตุ้น ผลักดันให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข มีเงินเลี้ยงชีพตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ต้องเป็นภาระให้แก่สังคม


ทั้งนี้ หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ RD Call Center หมายเลข 1161

http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0501
napoleon está en línea ahora  
Old May 11th, 2012, 12:05 PM   #257
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,619
Likes (Received): 354

ธปท.ปรับเป้าจีดีพีโต6% ศก.ฟื้นเร็วเกินคาด

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แบงก์ชาติปรับเป้าจีดีพีโต 6% จากเดิมคาด 5.7% หลังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วเกินคาด ส่งสัญญาณดอกเบี้ย"ขาขึ้น"

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2555 โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวเพิ่มเป็น 6% จากเดิมคาด 5.7% เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวเร็วเกินคาด ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดอยู่ในช่วงขาขึ้น

ทั้งนี้ ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงไตรมาส 2-3 หลังจากประสบปัญหาน้ำท่วมในปลายปีที่ผ่านมา

ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปคาดอยู่ที่ระดับ 3.5% เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.5%

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2556 คาดจีดีพีจะขยายตัว 5.8% หลังจากเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาด โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายปีก่อน แต่ยังกังวลปัญหายุโรปที่อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังมีแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ ทั้งจากการปรับขึ้นค่าแรงงานและราคาพลังงาน

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...4;ด.html
napoleon está en línea ahora  
Old May 11th, 2012, 01:11 PM   #258
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 1,815
Likes (Received): 131

ทั้งหมดทั้งมวลที่คาดการณ์มา ข้าพเจ้าเชื่อ ธปท.เพียงเจ้าเดียว
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 está en línea ahora  
Old May 11th, 2012, 01:27 PM   #259
Elizarah
Ljósálfar
 
Elizarah's Avatar
 
Join Date: Feb 2012
Location: Álfheimr
Posts: 704
Likes (Received): 101

คิดว่าถ้าเอาเบียร์ซ้างเข้าตลาดหุ้น หุ้นไทยจะดีกว่านี้ไหม (ขอตัดประเด็นเอาของบาปเข้าตลาดหุ้น)
__________________
ASEAN

One Vision | One Identity | One Community
-------------------------------------------------------------------
Unity of Tai-Kadai

Deutschland England Thailand New Zealand Poland
Iceland Netherlands Finland Switzerland
Scotland Ireland Swaziland Greenland
Elizarah no está en línea  
Old May 11th, 2012, 01:55 PM   #260
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 1,815
Likes (Received): 131

ถึงเอาเบียร์ช้างเข้า ตลาดหุ้นไทยก็ยังแคพไม่ใหญ่ขนาดสองสามแสนล้านหรอกครับ เพราะถ้าเบียร์ช้างเอาเข้า เขาคงไม่เอาเข้าทั้งยวงแต่จะเลือก เซกเมนท์ ที่อยากได้มากกว่า
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 está en línea ahora  


Closed Thread

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 07:55 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 18.75%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu