daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old June 13th, 2012, 06:18 PM   #341
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

โครงการศูนย์ประชุมนานาชาติหายต๋อมไปเลย รถไฟฟ้ารางเบาก็ไม่รุจะได้สร้างเมื่อไร โครงการขนาดใหญ่ต่างๆด้วย น่าสงสารภูเก็ตจริงๆ ทำเงินให้กับประเทศเป็นแสนล้านแต่ได้กลับมาแค่หยิบมือ เห้อ สงสัยต้องร่วมสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเร็วๆ จะของบทีนึงก็นานกว่าจะได้ ทั้งๆที่ควรจะนำเงินจากภาษี กำไรจากการท่องเที่ยวเพื่อปรับปรุงสาธารณูปโภคของตัวเองแท้ๆ แต่กลับต้องนำเงินไปส่วนกลาง แล้วไปแจกจ่ายที่อื่นหมด เห้ออออ เหนื่อยใจ
Tom111 no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old June 14th, 2012, 04:26 AM   #342
suivezlaton
OBIZST Team
 
suivezlaton's Avatar
 
Join Date: Nov 2010
Posts: 410
Likes (Received): 2

ภูเก็ตเตรียมพัฒนา31โครงการ งบ30,000ล้านบาท


ภาพประกอบ : รถไฟฟ้ารางเบาประเทศสิงคโปร์

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรองจังหวัดภูเก็ต ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคระกรรมการเตรียมความพร้อมการดำเนินการพัฒนาต่าง ๆ ของจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายธีระยุทธ์ ประเสริฐผล ขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตนายภูริต มาศวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ มีการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนแผนงาน โครงการส่วนที่เหลือของจังหวัดภูเก็ต ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการเพมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำ
เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบารอบเกาะภูเก็ตและเส้นทางสนามบิน โครงการอุโมงค์ลอดเข้าหาดป่าตองและโครงการแก้มลิงบ้านโคกโตนด เป็นต้น



http://news.phuketindex.com/governme...02-202141.html
suivezlaton no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2012, 06:09 AM   #343
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

พบกับที่สุดเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ ประจำปี 2555 พร้อมลุ้นรางวัลจากวีซ่า ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล

Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2012, 12:39 PM   #344
chewzerng26
Registered User
 
chewzerng26's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 398
Likes (Received): 3

Koh Kaew Yai Island, Phuket



image hosted on flickr

Prayers at Koh Kaew Yai by Jamie Monk in Phuket, on Flickr

image hosted on flickr

Monks at Koh Kaew Yai near Phuket by Jamie Monk in Phuket, on Flickr

image hosted on flickr

Chedi at Koh Kaew Yai by Jamie Monk in Phuket, on Flickr

image hosted on flickr

Kids and rough sea at Koh Kaew Yai by Jamie Monk in Phuket, on Flickr
chewzerng26 no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2012, 03:20 PM   #345
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

the sixth, Patong



Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2012, 06:07 PM   #346
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

ทางหลวงแนวใหม่ กะทู้-ป่าตอง

การกำหนดแนวเส้นทาง
เนื่องจากการแนวคิดในการพัฒนาโครงการ ให้ศึกษาเพื่อกำหนดแนวเส้นทางใหม่ ที่ได้มาตรฐานทางหลวง จากกะทู้สู่ป่าตอง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ให้กับประชาชนผู้ใช้ทาง เนื่องจากถนน 4029 เป็นทางที่เสี่ยงกับเกิดอุบัติเหตุซึ่งมีมากถึง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตก ที่ปรึกษาได้นำเสนอแนวทางเลือกที่เป็นไปได้ จำนวน 3 แนวทางเลือก ในการประชุมสัมมนาครั้งที่1 ดังแสดงในรูปที่ 1 ซึ่งผลจากการประชุมดังกล่าว ได้มีข้อคิดเห็นของประชาชนที่เข้าร่วมประชุมต่อแนวทางเลือกที่ที่ปรึกษาเสนอในเรื่องพื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากแนวทางเลือกที่ 1 และ 2 มีแนวอุโมงค์ลอดใต้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งจะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนในการขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ ดังนั้นที่ปรึกษาจึงได้ทำการปรับปรุงแนวทางเลือกที่ 2 โดยเบี่ยงแนวอุโมงค์ขึ้นไปด้านบนเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แล้วจึงเข้าบรรจบกับแนวทางเลือกที่ 2 ก่อนข้าม ถนนพิศิษฐ์กรณีย์ และกำหนดให้เป็นแนวทางเลือกที่ 4 ของโครงการ สำหรับแนวทางเลือกที่ 1 นั้นไม่เหมาะสมที่จะปรับปรุงเนื่องจากจะต้องเบี่ยงขึ้นด้านบนด้วยระยะทางที่ไกลมากจึงจะสามารถหลีกเลี่ยงการลอดใต้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ดังแสดงในรูปที่ 2


รูปที่ 1 แนวเส้นทางที่เป็นไปได้เบื้องต้นที่นำเสนอในการประชุมปฐมนิเทศโครงการ


รูปที่ 2 แนวเส้นทางที่ปรับตามผลการประชุมปฐมนิเทศโครงการ

ที่ปรึกษาได้เข้าพบประชาชนในพื้นที่โดยการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 พบว่าประชาชนมีความเห็นเพิ่มเติมจาก 4 แนวทางเลือกที่ที่ปรึกษาเสนอโดยให้พิจารณารูปแบบทางเลือกที่มีผลกระทบต่อประชาชน จากการโยกย้ายเวนคืนให้น้อยที่สุด จึงได้กำหนดรูปแบบของแนวทางเลือก2 และ 4 เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมากกว่าแนวอื่นๆ โดยการปรับรูปแบบจากทางยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์เป็นลอดใต้ถนนพิศิษฐ์กรณีย์ และลอดใต้ถนนตามผังเมืองรวมสาย ก ขึ้นอีกทางเลือกหนึ่งเป็นแนวทางเลือก 2A และ 4A ดังแสดงในรูปที่ 3


รูปตัดตามยาวของแนวทางเลือกที่ 2 และ 4


รูปตัดตามยาวของแนวทางเลือกกรณีลอดใต้ถนนพิศิษฐ์กรณีย์และถนนตามผังเมืองรวมสาย ก



รูปที่ 3 แนวทางเลือกของโครงการจากผลการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1


ที่ปรึกษาได้ทำการศึกษาเพื่อคัดเลือกแนวสายทางซึ่งได้วิเคราะห์ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบในแต่ละแนวทางเลือก สรุปได้ดังนี้
แนวทางเลือก 1
รายละเอียด
  • ความยาวรวม 2.29 กม.
  • ความยาวอุโมงค์ 1,450 ม. (กม.0+710 – กม.2+160)
ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบ
  • ระยะทางสั้นที่สุด
  • ไม่มีทางยกระดับ ไม่รบกวนภูมิทัศน์
  • รูปแบบทางแยกที่จุดปลายทางเอื้อต่อกาจัดหาพื้นที่สำหรับ อาคารศูนย์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • มีผลกระทบต่อประชาชนและจากการก่อสร้างไม่มากนัก
  • ลอดใต้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ยาวประมาณ 427 ม.
  • อุโมงค์ค่อนข้างยาว (ยาวกว่าแนวทางเลือกที่ 2,3 และ 4)
  • ประสิทธิภาพทางแยกและโครงข่ายถนนในพื้นที่ป่าตองไม่ดี จำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่ป่าตองเพื่อรองรับปริมาณจราจรจากทางหลวงแนวใหม่
  • ทัศนียภาพในมุมมองผู้ขับขี่ไม่ดี
แนวทางเลือก 2
รายละเอียด
  • ความยาวรวม 2.95 กม.
  • อุโมงค์ยาว 1,165 ม. (กม.0+785 – กม.1+950)
  • ทางยกระดับยาว 204 ม. (กม.2+205 – กม.2+409)
ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบ
  • ประสิทธิภาพทางแยกและโครงข่ายถนนในพื้นที่ป่าตองดี
  • อุโมงค์ยาวไม่มากนัก
  • ทัศนียภาพในมุมมองผู้ขับขี่ค่อนข้างดี
  • สภาพพื้นที่บริเวณปากทางอุโมงค์ฝั่งป่าตอง สามารถจัดหาพื้นที่สำหรับอาคารควบคุมและจุดชมวิวได้
  • มูลค่าการลงทุนไม่สูงมากนัก (สูงกว่าแนวทางเลือกที่ 3)
  • แนวเส้นทางลอดใต้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ยาว ประมาณ 282 ม.
  • มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ป่าตองจากการโยกย้ายเวนคืนมากโดยใกล้เคียงกับแนวทางเลือกที่ 4
แนวทางเลือก 2A
รายละเอียด
  • ความยาวรวม 3.21 กม.
  • อุโมงค์ยาว 2,075 ม.
    (อุโมงค์หิน 1,575 ม. ช่วงกม.0+700 – กม.2+225 และอุโมงค์ในชั้นดินอ่อน 500 ม. ช่วงกม.2+275 – กม.2+275)
  • ทางลอดยาว 390 ม. (กม.2+785 – กม.3+165)
ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบ
  • ประสิทธิภาพทางแยกและโครงข่ายถนนในพื้นที่ป่าตองดี
  • มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ป่าตองจากการโยกย้ายเวนคืนน้อยกว่าแนวทางเลือกที่ 2 และ 4
  • แนวเส้นทางลอดใต้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ยาว ประมาณ 280 ม.
  • อุโมงค์ยาวกว่าแนวทางเลือกอื่นๆ แต่น้อยกว่าแนวทางเลือก 4A
  • มูลค่าการลงทุนสูง เนื่องจากมีอุโมงค์ในชั้นดินอ่อนยาวประมาณ 500 ม. รวมถึงมีความยุ่งยากในการก่อสร้างมากกว่า
  • สภาพพื้นที่บริเวณปากทางอุโมงค์ฝั่งป่าตอง ไม่สามารถจัดหาพื้นที่สำหรับอาคารควบคุมให้สามารถเป็นจุดชมวิวได้
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในอุโมงค์และผลกระทบต่อระบบระบายน้ำในเมืองป่าตอง
แนวทางเลือก 3
รายละเอียด
  • ความยาวรวม 2.37 กม.
  • อุโมงค์ยาว 525 ม. (กม.0+660 – กม.1+185)
  • ทางยกระดับยาว 400 ม.
    (กม.1+337 – กม.1+605 และ กม.1+658 – กม.1+790)
ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบ
  • อุโมงค์สั้นที่สุด ส่งผลถึงมูลค่าการลงทุนและระยะเวลา ความยากง่ายในการก่อสร้างและบำรุงรักษาน้อยที่สุด
  • สภาพพื้นที่บริเวณปากทางอุโมงค์ฝั่งป่าตอง เอื้อวิสัยทัศน์ของผู้ขับขี่ ทำให้สามารถมองวิวเมืองและทะเลอันดามันได้อย่างชัดเจนและสวยที่สุด
  • รูปแบบทางแยกที่จุดปลายทางเอื้อต่อการจัดหาพื้นที่สำหรับอาคารศูนย์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • รูปแบบทางเรขาคณิตด้อยที่สุด
  • มีโครงสร้างทางยกระดับยาวที่สุด 400 ม. ซึ่งอาจส่งผลด้านลบต่อสภาพภูมิทัศน์หากออกแบบด้านสถาปัตย์ไม่ดีพอ
  • ผลกระทบต่อประชาชนมาก โดยเฉพาะบริเวณปากทางอุโมงค์ฝั่งป่าตอง
แนวทางเลือก 4
รายละเอียด
  • ความยาวรวม 3.00 กม.
  • อุโมงค์ยาว 1,025 ม. (กม.0+800 – กม.1+825)
  • ทางยกระดับยาว 340 ม. (กม.2+186 – กม.2+526)
ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบ
  • ประสิทธิภาพทางแยกและโครงข่ายถนนในพื้นที่ป่าตองดี
  • อุโมงค์ยาวไม่มากนัก
  • ทัศนียภาพในมุมมองผู้ขับขี่ค่อนข้างดี
  • มูลค่าการลงทุนไม่สูงมากนัก (สูงกว่าแนวทางเลือกที่ 3 และใกล้เคียงแนวทางเลือกที่ 2)
  • มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ป่าตองจากการโยกย้ายเวนคืนมากที่สุด
แนวทางเลือก 4A
รายละเอียด
  • ความยาวรวม 3.25 กม.
  • อุโมงค์ยาว 2,150 ม.
    (อุโมงค์หิน 1,650 ม. ช่วงกม.0+650 – กม.2+300 และอุโมงค์ในชั้นดินอ่อน 500 ม. ช่วงกม.2+300 – กม.2+800)
  • ทางลอดยาว 400 ม. (กม.2+800 – กม.3+200)
ข้อได้เปรียบข้อเสียเปรียบ
  • ประสิทธิภาพทางแยกและโครงข่ายถนนในพื้นที่ป่าตองดี
  • มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ป่าตองจากการโยกย้ายเวนคืนน้อยกว่าแนวทางเลือกที่ 2 และ 4
  • อุโมงค์ยาวที่สุดเมื่อเทียบกับแนวทางเลือกอื่นๆ
  • มูลค่าการลงทุนสูง เนื่องจากมีอุโมงค์ในชั้นดินอ่อนยาวประมาณ 500 ม. รวมถึงมีความยุ่งยากในการก่อสร้างมากกว่า
  • สภาพพื้นที่บริเวณปากทางอุโมงค์ฝั่งป่าตอง ไม่สามารถจัดหาพื้นที่สำหรับอาคารควบคุมให้สามารถเป็นจุดชมวิวได้
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในอุโมงค์และผลกระทบต่อระบบระบายน้ำในเมืองป่าตอง
ซึ่งจากผลการศึกษาทางวิชาการ แนวทางเลือกที่2 มีความเหมาะสมที่สุด และได้นำไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยการจัดประชุมสัมมนาครั้งที่ 2 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาแนวทางเลือก เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมดาหลา 1 โรงแรม ภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอร์ทแอนด์สปา หาดป่าตอง มีประชาชนผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในเขตพื้นที่โครงการเข้าร่วมประชุมประมาณ 400 คน ประกอบด้วยประชาชนจากชุมชนบ้านมอญซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของเมืองป่าตองที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างอุโมงค์ตามแนวทางเลือกที่เหมาะสมจากผลการศึกษา ประมาณ 80 คน และประชาชนจากชุมชนอื่นๆ ที่เห็นด้วยและสนับสนุนการพัฒนาโครงการ อีกประมาณกว่า 300 คน
กระแสการไม่เห็นด้วยกับแนวทางเลือกที่ 2 ของชุมชนชาวบ้านมอญ เนื่องจากแนวเส้นทางโครงการผ่านบริเวณชุมชนบ้านมอญ ซึ่งจะเกิดผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมประชุมมีความไม่เห็นด้วยใน 2 เหตุผลหลักคือ 1) ทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชน ชาวบ้านมอญนั้นเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ชาวบ้านอาศัยมาเป็นเวลานาน เหลืออยู่เพียงชุมชนเดียวสูญหาย 2) คิดว่าการเวนคืนนั้นราคาที่ได้มาเชื่อว่าชาวบ้านไม่สามารถที่จะไปหาซื้อบ้านสำหรับอยู่อาศัยได้ อาชีพของชาวบ้านก็จะถูกทำลาย รวมทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ที่ปรึกษาได้ลงพื้นที่เพื่อพบปะผู้นำและประชาชนชุมชนบ้านมอญในระหว่างวันที่ 5-6 มิถุนายน 2553 ได้รับทราบข้อคิดเห็นและผลกระทบจากแนวเส้นทางโครงการ และได้รับข้อเสนอแนะในแนวเส้นทางโครงการที่ไม่ผ่านชุมชนบ้านมอญและคาดว่าจะเกิดกระแสการไม่เห็นด้วยกับแนวเส้นทางน้อยกว่า คือการใช้ถนนท้องถิ่นเดิมเลียบเชิงเขา กมลา โดยมี 2 ทางเลือก ดังแสดงในรูปที่ 4 ประกอบด้วย

ทางเลือกที่ 1 แนวเส้นทางออกจากทางหลวงหมายเลข 4029 บริเวณซอยคลินิกพญ.ชนิดา ไปทาง ป่าเขากมลา ผ่านสนามแข่งรถ Ko-cart Speedway ตามแนวถนนเดิมซ้อนทับถนนคอนกรีตเดิมกว้างประมาณ 6 ม. ระยะทางประมาณ 1 กม. และเป็นทางดินประมาณ 500 เมตร จากนั้นตัดไปตาม ไหล่เขาโดยทำเป็นทางยกระดับผสมกับทางระดับดิน ระทางประมาณ 1.2 กม. ผ่านด้านหลังของ ซีเพิร์ล วิลล่าและบรรจบกับแนวถนนเดิมบริเวณท้ายซอยพระบารมี 3 ถนนเดิมกว้างประมาณ 6 ม. ระยะทางประมาณ 700 เมตร สิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณสี่แยกถนนผังเมืองรวมสาย ก ตัดกับถนนพระบารมี ระยะทางรวมประมาณ 3,200 เมตร
ทางเลือกที่ 2 จุดเริ่มต้นโครงการเริ่มจากทางหลวงหมายเลข 4020 ซอยข้างตลาดกลางค้าปลีก-ค้าส่งหลวงอำนาจนรารักษ์ ห่างจากแยกกะทู้ประมาณ 120 ม. ซ้อนทับถนนคอนกรีตเดิมกว้างประมาณ 8-10 ม. ยาวประมาณ 500 เมตร จากนั้นผ่านถนนลูกรังซึ่งเป็นถนนของเอกชนยาวประมาณ 600 เมตร ผ่านด้านหลังของสนามแข่งรถ Ko-cart Speedway เชื่อมกับถนนคอนกรีตตามทางเลือกที่ 1 ระยะทางรวมประมาณ 3,600 เมตร


รูปที่ 4 แนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำ

อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลทุติยภูมิตามแนวเส้นทางดังกล่าวนี้ พบว่าอาจมีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่อนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ถนนคอนกรีตเดิมมีระดับที่สูงกว่า +80 ม.รทก. ซึ่งตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2548 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 120 ตอนพิเศษ 113ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2546 ซึ่งหมดระยะเวลาการใช้บังคับเมื่อสิ้นกันยายน 2552 กำหนดว่าไม่สามารถก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารใดๆ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของร่างประกาศกระทรวงฉบับใหม่แล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาเพื่อเสนอขออนุมัติบังคับใช้ ซึ่งมีข้อกำหนดสำหรับการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีระดับสูงกว่า +80 ม.รทก. โดยเพิ่มข้อยกเว้นในกรณีสาธารณูปโภคของรัฐ แต่ยังคงห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารใดๆ ในพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50

การพิจารณาแนวทางเลือกตามที่ชุมชนแนะนำ
ที่ปรึกษาได้ทำการศึกษา รวบรวมข้อมูล และออกสำรวจสภาพพื้นที่ตามแนวเส้นทางที่ชุมชนแนะนำพบว่า จุดเริ่มต้นแนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำตามแนวทางเลือกที่ 1 เป็นอาคารพาณิชย์บริเวณสนามแข่งรถ Ko-cart Speedway ฝั่งเขากมลา ดังแสดงในรูปที่ 5 และมีถนนคอนกรีตเดิมกว้างประมาณ 6 เมตร ซึ่งหากมีการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่จะต้องเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างริมทางหลวงหมายเลข 4029 เพิ่มเติม



รูปที่ 5 สภาพพื้นที่บริเวณใกล้เคียงจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำ
ในขณะที่จุดสิ้นสุดแนวเส้นทางดังกล่าวจะอยู่ที่บริเวณตรงข้ามกับทางแยกถนนพระบารมี (ทางหลวงหมายเลข 4029) ตัดกับถนนตามผังเมืองรวมสาย ก สภาพพื้นที่สภาพปัจจุบันของถนนพระบารมีบริเวณนี้มีลักษณะเป็นสามแยกควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร สภาพการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ดังนั้นจึงกำหนดให้ถนนโครงการเชื่อมต่อกับถนนผังเมืองรวมสาย ก โดยตรง ด้วยสะพานข้ามทางแยกขนาด 4 ช่องจราจรยกข้ามถนนพระบารมี ยาวประมาณ 550 ม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางแยกนี้ให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามรูปแบบนี้จะต้องมีการเวนคืนอาคารบ้านเรือนริมถนนผังเมืองรวมสาย ก ประมาณ 60 หลัง โรงแรม 14 หลัง อาคารพาณิชย์ 6 หลัง บ้านพักอาศัย 40 หลัง รวมพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา


รูปที่ 6 สภาพพื้นที่บริเวณใกล้เคียงจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำ
สำหรับจุดเริ่มต้นแนวเส้นทางตามแนวทางเลือกที่ 2 ซึ่งเริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 4020 ซอยข้างตลาดกลางค้าปลีก-ค้าส่งหลวงอำนาจนรารักษ์ ห่างจากแยกกะทู้ประมาณ 120 ม. ไม่มีความเหมาะสมทางวิศวกรรม เนื่องจากมีอาคารขนาดใหญ่ที่จะถูกรื้อถอนเนื่องจากการก่อสร้าง รวมถึงการที่จุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 4020 อยู่ใกล้กับ ทางแยกสี่กอเดิมมากเกินไป จะทำให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้เส้นทางและจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณทางแยกค่อนข้างมากกรณีการต่อขยาย หรือปรับปรุงรูปแบบทางแยกเพื่อรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต จึงตัดทางเลือกที่ 2 ออกจากการศึกษาในครั้งนี้ และศึกษาแนวทางเลือกที่ 1 ใน 2 รูปแบบคือ

รูปแบบที่ 1 – กรณีเป็นถนนระดับดินผสมกับทางยกระดับตามแนวทางเลือกที่ 1 ที่ชุมชนแนะนำ มีความยาวรวมประมาณ 3.375 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางยกระดับยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และช่วงที่เป็นดินตัดประมาณ 1.35 กิโลเมตร แสดงในรูปที่ 7


รูปที่ 7 การศึกษาแนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำ- รูปแบบที่ 1
หากพิจารณาบริเวณที่เป็นดินตัด ช่วงประมาณ กม.2+200 ถึง กม.2+500 จะมีดินตัดสูงถึงประมาณ 40-50 เมตร ซึ่งจะสูญเสียพื้นที่ป่าไม้มาก และเกิดความเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดินบริเวณลาดชันสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนจึงมีข้อเสียเปรียบมากในรูปแบบนี้

นอกจากนี้ พบว่าแนวเส้นทางตามรูปแบบถนนระดับดิน จะมีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่อนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ถนนคอนกรีตเดิมมีระดับที่สูงกว่า +80 ม.รทก. ซึ่งตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2548 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 120 ตอนพิเศษ 113ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2546 ซึ่งหมดระยะเวลาการใช้บังคับเมื่อสิ้นกันยายน 2552 กำหนดว่าไม่สามารถก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารใดๆ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของร่างประกาศกระทรวงฉบับใหม่แล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาเพื่อเสนอขออนุมัติบังคับใช้ ซึ่งมีข้อกำหนดสำหรับการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีระดับสูงกว่า +80 ม.รทก. โดยเพิ่มข้อยกเว้นในกรณีสาธารณูปโภคของรัฐ แต่ยังคงห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารใดๆ ในพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50 ซึ่งแนวเส้นทางตามรูปแบบนี้จะมีบางช่วงที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50 ดังแสดงในรูปที่ 8

รูปที่ 8 การซ้อนทับพื้นที่ความลาดชันกับแนวเส้นทางเลือกของโครงการ
รูปแบบที่ 2 – กรณีเป็นอุโมงค์ยาว 2.5 กิโลเมตร (รูปที่ 9)

รูปที่ 9 การศึกษาแนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำ- รูปแบบที่ 2
จะเห็นได้ว่า แนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าวข้างต้นจะมีความสอดคล้องกับแนวเส้นทางที่ได้จากรายงานการศึกษาแนวทางเลือกของอุโมงค์กะทู้-ป่าตองเมื่อปี พ.ศ.2544 และปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นแนวที่ประชาชนได้รับทราบมาตั้งแต่ครั้งนั้นว่าเป็นแนวที่มีความเหมาะสม แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีที่เป็นถนนระดับดินดังกล่าวข้างต้น
ทั้งนี้จากการประเมินข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบในเบื้องต้น ระหว่างแนวเส้นทางตามผลการศึกษา (แนวทางเลือกที่ 2) กับแนวเส้นทางตามที่ชุมชนแนะนำ พบว่า แนวเส้นทางตามผลการศึกษามีข้อได้เปรียบในเกือบทุกปัจจัย
โดยมีข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ กรณีที่เป็นถนนระดับดิน แนวเส้นทางโครงการ จะมีข้อจำกัดด้านกฎหมายเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50 ซึ่งไม่อนุญาตให้ก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารใดๆ ในขณะที่กรณีเป็นอุโมงค์ซึ่งมีความยาวอุโมงค์มากกว่า รูปแบบตามแนวที่ได้จากผลการศึกษาเกินกว่า 2 เท่า จะมีผลโดยตรงต่อผลตอบแทนด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการ เนื่องจากราคาค่าลงทุนโครงการที่สูงขึ้นมาก ในขณะที่ปริมาณจราจรที่เข้ามาใช้โครงการน้อยกว่าแนวตามผลการศึกษา

ต่อมาเทศบาลเมืองป่าตองได้รับหนังสือจากประชาชนชุมชนบ้านมอญ ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2553 เรื่องคัดค้านการจัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ เชื่อมต่อกะทู้ – ป่าตอง ซึ่งไม่เห็นด้วยในการก่อสร้างอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด โดยให้เหตุผลว่าจะได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบต่างๆ จากการดำเนินการตามโครงการ ประกอบด้วย1.

ชุมชนบ้านมอญเป็นชุมชนที่เก่าแก่และมีวิถีชีวิตเป็นชุมชนดั้งเดิมของชาวป่าตองโดยแท้จริง ผลที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อ
ความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของประชาชน ไม่สามารถหาที่ดินในป่าตองได้เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่ถูกนายทุน
กว้านซื้อไปหมดแล้ว2.ชาวบ้านจะไม่ได้รับค่าเวนคืนตามสภาพความเป็นจริงของราคาที่ดิน เพราะไม่สามารถหาหลักฐานอ้างอิงต่อทางราชการได้ 3. สะพานลอยข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จะอยู่ในระดับสูงกว่าราชปาทานุสรณ์ซึ่งเป็นสถานที่เคารพสักการะของชาวตำบลป่าตอง 4. สภาพสิ่งแวดล้อม ทัศนียภาพ ที่สวยงามของบ้านป่าตองจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากอุโมงค์ ที่อยู่
บริเวณที่มีลำธารที่ชาวบ้านเรียกว่า บางท่อออกและลำธารบางโตน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของชุมชนบ้านมอญเทศบาลเมืองป่าตอง จึงได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 ตามหนังสือเลขที่ ภก 52106/2252 โดยที่ประชุมมีมติให้ที่ปรึกษาระงับการทำงานตามสัญญาลงชั่วคราว เพื่อให้เทศบาลฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยรวมถึงสอบถามความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามแนวเส้นทางดังกล่าวก่อนการดำเนินการศึกษาในขั้นตอนถัดไป จนเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2554 เทศบาลฯ ได้มีหนังสือถึงที่ปรึกษาเลขที่ ภก ๕๒๑๐๕/๒๔ แจ้งว่าเทศบาลฯ ได้แก้ไขข้อขัดแย้งและปัญหาต่างๆ ของประชาชนตามแนวทางเลือกที่ 2 ที่ โดยให้ปรับแนวเส้นทางอุโมงค์ลงไปใกล้ถนนห้าสิบปี เพื่อลดชุมชนบ้านมอญ อยู่ห่างจากราชปาทานุสรณ์ ดังแสดงในรูปที่10 และให้ที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาในขั้นตอนถัดไปตามข้อกำหนดในสัญญาให้แล้วเสร็จ
ผลการคัดเลือกแนวทางเลือกที่เหมาะสม


หลักเกณฑ์การพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อเลือกแนวทางเลือก มีดังนี้
ลำดับ
ปัจจัยพิจารณา
ข้อมูลในการพิจารณา
คะแนน
น้ำหนัก
1.ด้านวิศวกรรมและจราจร


1.1 ความยาวของแนวเส้นทางระยะทางของแนวทางเลือกถึงถนนผังเมืองรวมสาย ก.41.2 รูปร่างทางเรขาคณิตของแนวเส้นทางการเปลี่ยนแปลงโค้งทางราบ
การเปลี่ยนแปลงโค้งทางดิ่ง
3
31.3 การก่อสร้างระยะเวลาในการก่อสร้าง
ความยากง่ายในการก่อสร้าง
ผลกระทบจากการก่อสร้าง
3
3
31.4 ประสิทธิภาพของโครงข่ายถนนประสิทธิภาพของโครงข่ายถนนที่รองรับ41.5 ระดับการให้บริการปริมาณจราจรที่คาดว่าจะมาใช้เส้นทาง
ระดับการให้บริการทางแยก
4
4รวมด้านวิศวกรรมและจราจร302.ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน2.1 ผลประโยชน์ที่ได้รับการประหยัดระยะทางในการใช้รถ VOC
การประหยัดเวลาในการเดินทาง VOTการประหยัดมูลค่าอุบัติเหตุ ACC
5
5
5
2.2 มูลค่าการลงทุนค่าลงทุนเริ่มต้น
ค่าเวนคืนที่ดิน
ค่าชดเชยสิ่งปลูกสร้าง
ค่าบำรุงรักษา
5
3
4
3
รวมด้านเศรษฐกิจและการลงทุน303.1 ด้านธรณีวิทยา อุทกธรณีวิทยา และการเกิดแผ่นดินไหว 3.1.1 ความเสี่ยงจากโครงสร้างทางธรณีวิทยาและการเกิด
แผ่นดินไหวแนวรอยเลื่อนที่ตัดผ่านโครงสร้างอุโมงค์
ความยาวโครงสร้างยกระดับ
ระยะทางโครงสร้างต่อเนื่องที่ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดิน
1
2
3
3.1.2 การเปลี่ยนแปลงสภาพการไหลของน้ำใต้ดิน3.2 ด้านทรัพยากรดิน 3.2.1 การเพิ่มโอกาสการชะล้างพังทลายของดินความยาวของช่วงที่มีดินตัด-ถมมากกว่า 5 ม.
43.2.2 การเพิ่มโอกาสต่อการเกิดดินถล่มขนาดพื้นที่ที่ตัดผ่านพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดดินถล่มสูง43.3 ด้านคุณภาพอากาศ เสียง และความ สั่นสะเทือน3.3.1 ผลกระทบระยะก่อสร้าง
3.3.2 ผลกระทบระยะเปิดใช้งาน
ผลรวมปริมาณดินตัด-ดินถม2จำนวนตอม่อ1ความยาวของโครงสร้างที่มีลักษณะอับอากาศ 4จำนวนสิ่งปลูกสร้างในระยะ 100 ม. จากเขตทาง23.4 ด้านนิเวศวิทยาบนบก (พื้นที่อนุรักษ์/คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)ระยะทางผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์
33.5 ด้านการโยกย้าย/เวนคืน และทดแทนทรัพย์สินจำนวนสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อย้าย
5ขนาดที่ดินที่ต้องเวนคืน43.6 ด้านการท่องเที่ยวและทัศนียภาพทัศนียภาพและมุมมอง
3ศักยภาพของพื้นที่ต่อแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่2รวมด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม40รวมทั้งสิ้น100ผลการคัดเลือกแนวเส้นทาง
จากแนวคิดในการกำหนดแนวทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ทั้ง 6 แนวทางเลือก มีความแตกต่างกันไปในด้านต่างๆ อาทิเช่น แนวคิดทางด้านวิศวกรรมงานทาง รูปแบบการเดินทาง ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ ค่าการลงทุน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อสังคม ต่อชุมชนและต่อการดำรงชีวิต ซึ่งในกระบวนการศึกษาได้พิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ จนได้แนวทางเลือกที่มีความพร้อมทั้งในด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ตารางที่1 แสดงคะแนนรวมแต่ละปัจจัยหลักของแต่ละแนวทางเลือก สรุปได้ว่าแนวทางเลือกที่ 2 เป็นแนว ทางเลือกที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดคือ 75.30 คะแนน แนวทางเลือกที่ 4 ได้รับคะแนนรองลงมาคือ 71.44 คะแนน ในขณะที่แนวทางเลือกที่ 2A แนวทางเลือกที่ 4A และแนวทางเลือกที่ 3 ได้คะแนนลดหลั่นกันลงมาคือ 68.13, 66.23 และ 61.99 คะแนนตามลำดับ ส่วนแนวทางเลือกที่ 1 ได้คะแนนต่ำที่สุดคือ 59.01 คะแนน
ตารางที่ 1 สรุปผลการพิจารณาเปรียบเทียบแนวทางเลือกของโครงการ
ปัจจัยการพิจารณาแนวทางเลือก122A344Aด้านวิศวกรรมและจราจร19.7624.05*21.3819.2423.4420.23ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน17.5025.25*20.7522.2524.2520.75ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม21.7526.00*26.00*20.5023.7525.25รวม59.0175.3068.1361.9971.4466.23การจัดลำดับการเปรียบเทียบ613524หมายเหตุ * คือคะแนนสูงสุดของปัจจัย
ปัจจัยด้านวิศวกรรมและจราจร
ในการพิจารณาให้คะแนนปัจจัยด้านนี้แนวทางเลือกที่มีคะแนนมากที่สุดคือแนวทางเลือกที่ 2 โดยแนวทางเลือกที่ 4 มีคะแนนตามมาเป็นอันดับ 2 ทั้งนี้เนื่องจากความยาวของอุโมงค์ที่ไม่ยาวจนเกินไป ประกอบกับมีประสิทธิภาพในด้านการจราจรและโครงข่ายถนนที่ดีกว่าแนวทางเลือกที่ 1 และแนวทางเลือกที่ 3 ที่เชื่อมกับถนนพิศิษฐ์กรณีย์ซึ่งมีความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรได้ค่อนข้างต่ำ แตกต่างกับถนนผังเมืองรวมสาย ก ที่สามารถรองรับและกระจายการจราจรได้ดีกว่า แม้ว่าแนวทางเลือกที่ 3 จะมีความยาวอุโมงค์ที่สั้นที่สุดและก่อสร้างง่ายที่สุด แต่ข้อเสียเปรียบในด้านจราจรทำให้ไม่สามารถชนะแนวทางเลือกอื่นๆ ได้ ส่วนแนวทางเลือก 2A และ 4A แม้จะมีประสิทธิภาพด้านการจราจรเทียบเท่าแนวทางเลือกที่ 2 และแนวทางเลือกที่ 4 แต่ก็มีข้อเสียเปรียบในด้านการก่อสร้างมากเนื่องจากต้องมีการสร้างอุโมงค์ในดินอ่อน และอุโมงค์มีความยาวกว่าประมาณ 2 เท่า
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน
แนวทางเลือกที่ได้คะแนนมากที่สุดในปัจจัยด้านนี้คือแนวทางเลือกที่ 2 ในขณะที่ทางเลือกที่ 4 และ 3 ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ แม้ทางเลือกที่ 3 จะมีความยาวอุโมงค์ที่สั้นกว่ามากแต่ในการพิจารณาเปรียบเทียบจะต้องคำนึงถึงการขยายถนนพิศิษฐ์กรณีย์เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เข้ามาใช้ทางด้วยเช่นเดียวกับแนวทางเลือกที่ 1 ซึ่งได้คะแนนต่ำที่สุดทั้งนี้การเข้าเชื่อมถนนพิศิษฐ์กรณีย์นั้น จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าเนื่องจากปริมาณการจราจรที่มาใช้เส้นทางจะน้อยกว่ากรณีเข้าเชื่อมถนนผังเมืองรวมสาย ก สำหรับแนวทางเลือกที่ 2A และ 4A แม้จะมีผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ดีแต่ด้วยเงินลงทุนค่าก่อสร้างที่สูงมากทำให้แพ้ไปในที่สุด
ปัจจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม
สำหรับการพิจารณาปัจจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม แนวทางเลือกที่ได้คะแนนมากที่สุดคือแนวทางเลือกที่ 2 และ 2A ซึ่งมีแนวเส้นทางผ่านชุมชนป่าตองไปจนเชื่อมกับถนนผังเมืองรวมสาย ก แต่ด้วยเป็นพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยค่อนข้างเบาบางทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับแนวทางเลือกที่ 1 และ 3 ซึ่งจำเป็นต้องมีทางแยกในการเข้าเชื่อมรวมถึงการขยายถนนพิศิษฐ์กรณีย์จนถึงถนนตามผังเมืองรวมสาย ก เพื่อรองรับปริมาณจราจรทำให้มีผลกระทบกับที่ดินและบ้านเรือนของประชาชนมากจึงได้รับคะแนนในด้านสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด สำหรับแนวทางเลือกที่ 4 และ 4A ซึ่งเป็นแนวที่ไม่ผ่านผืนป่าอนุรักษ์ จึงมีข้อได้เปรียบในด้านนี้กว่าแนวทางเลือกที่ 2 และ 2A แต่ด้วยข้อเสียเปรียบด้านอื่นทำให้ได้รับคะแนนในด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับ 4 และ 3 ตามลำดับ
กล่าวโดยสรุปจะเห็นว่าแนวทางเลือกที่ 2 มีความเหมาะสมที่สุดที่จะนำไปเข้าสู่กระบวนการศึกษาในขั้นตอนถัดไป ทั้งนี้จะได้คำนึงถึงข้อคิดเห็นและเสนอแนะที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งฝั่ง อ.กะทู้ และฝั่งป่าตอง รวมถึงการคำนึงถึงผลคะแนนในปัจจัยที่ได้คะแนนค่อนข้างน้อย มาพิจารณาปรับปรุงและเพิ่มมาตรการให้สามารถลดข้อด้อยต่างๆให้ดียิ่งขึ้นประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นรายละเอียด (EIA) จะช่วยให้ได้แนวเส้นทางและรูปแบบโครงการมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

สรุปผลการคัดเลือกแนวทางเลือกที่เหมาะสม
จากแนวเส้นทาง ทางเลือกที่2 โดยให้ปรับแนวเส้นทางอุโมงค์ลงไปใกล้ถนนห้าสิบปี เพื่อลดชุมชนบ้านมอญ อยู่ห่างจากราชปาทานุสรณ์ สรุปแนวเส้นทางที่แนวเส้นทางและรูปแบบขององค์ประกอบโครงการ ดังนี้

แนวเส้นทางที่เหมาะสม คือ แนวทางเลือกที่ 2 โดยปรับแนวลงมาใกล้ถนนห้าสิบปี เพื่อลดผลกระทบกับราชประชานุสรณ์ และบริเวณชุมชนดั้งเดิม
โครงการ เริ่มต้นโดยเบี่ยงออกจากทางหลวงหมายเลข 4029 ที่ประมาณ กม. 0+850 มาทางด้านฝั่งซ้าย (ฝั่งทิศใต้) เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ทางแยกบริเวณนี้เป็นทางแยกระดับดิน ควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ โดยในอนาคตเมื่อปริมาณจราจรมากขึ้นอาจก่อสร้างสะพานลอยข้ามแยกตามแนวทางหลวงหมายเลข 4029 เพื่อลดจังหวะของรอบสัญญาณไฟได้




แนวเส้นทางจะเบี่ยงตัวลงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และลอดใต้ป่าเขานาคเกิด โดยเข้าสู่ช่วงโครงสร้างปากอุโมงค์ (Portal) ประมาณ กม. 0+565 และเป็นโครงสร้างอุโมงค์ลอดใต้ป่าเขานาคเกิดที่ กม.0+600 อุโมงค์จะผายออกจนเป็นรูปตัดทั่วไปของอุโมงค์ที่ กม.0+740 และคงระยะห่างไว้ถึงประมาณ กม.1+900 จึงจะเริ่มลู่เข้าหากันจนถึงปากอุโมงค์ที่ กม. 2+145 ที่ระดับความสูงประมาณ +45.65 ม.รทก. รวมความยาวของอุโมงค์ 1,580 ม.
จากนั้นแนวเส้นทางจะเป็นโครงสร้างสะพานข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ยาว 504 ม. ความยาวช่วงสะพาน (30+3@36+30) จำนวน 3 ช่วง โดยมีจุดสิ้นสุดโครงสร้างอยู่ที่ กม. 2+686 และเข้าเชื่อมกับถนนตามผังเมืองรวมสาย ก ที่บริเวณใกล้อาคาร APK Resort ฝั่งเหนือ รวมความยาวประมาณ 3.07 กม.
รูปแบบทางแยกจุดบรรจบถนนตามแนวผังเมืองรวมสาย ก มีลักษณะเป็นทางแยกระดับดิน และหากมีปริมาณจราจรสูง อาจก่อสร้างเป็นสะพานลอยข้ามทางแยกตามแนวถนนผังเมืองรวมสาย ก ได้ในอนาคต
  • รูปแบบถนน ขนาด 4 ช่องจราจร
  • รูปแบบอุโมงค์เป็นแบบอุโมงค์คู่ ขนาดอุโมงค์ละ 2 ช่องจราจร วางห่างกันประมาณ 25 ม. บริเวณ ปากทางอุโมงค์ (Portal) อยู่ติดกัน
  • โครงสร้างยกระดับเป็นรูปแบบคานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องหล่อในที่ (Cast-in-situ Prestressed Concrete Box Girder)
http://www.umongphuket.com
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2012, 06:24 PM   #347
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

LIGHT RAIL PHUKET PROJECT







coming soon...
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2012, 08:59 PM   #348
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 2,059
Likes (Received): 339

เข้ามาเชียร์ มาดันให้โครงการในภูเก็ตผ่านฉลุยและทำสำเร็จ รวดเร็ว ด้วยดี
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 no está en línea   Reply With Quote
Old June 15th, 2012, 07:36 AM   #349
position
BANNED
 
Join Date: Aug 2009
Posts: 838
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by Tom111 View Post
โครงการศูนย์ประชุมนานาชาติหายต๋อมไปเลย รถไฟฟ้ารางเบาก็ไม่รุจะได้สร้างเมื่อไร โครงการขนาดใหญ่ต่างๆด้วย น่าสงสารภูเก็ตจริงๆ ทำเงินให้กับประเทศเป็นแสนล้านแต่ได้กลับมาแค่หยิบมือ เห้อ สงสัยต้องร่วมสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเร็วๆ จะของบทีนึงก็นานกว่าจะได้ ทั้งๆที่ควรจะนำเงินจากภาษี กำไรจากการท่องเที่ยวเพื่อปรับปรุงสาธารณูปโภคของตัวเองแท้ๆ แต่กลับต้องนำเงินไปส่วนกลาง แล้วไปแจกจ่ายที่อื่นหมด เห้ออออ เหนื่อยใจ
งบประมาณที่เก็บได้จากภูเก็ต ไม่ได้กระจายไปที่อื่นหรอกครับ
มันก็กระจุกตัวอยู่กรุงเทพและปริมณทลนั้นแหละ

กรุงเทพมหานครมีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือเขตปกครองพิเศษ แต่..หาอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่
รัฐบาลต้องอัดงบอุดหนุนตลอดเวลา ทุกปี

ความจริงที่สุดในใจผม พวกคุณ(คนกรุงเทพ)ทำนาบนหลังคนอื่น
พวกคุณเอาเปรียบคนไทยทั้งประเทศ
position no está en línea   Reply With Quote
Old June 15th, 2012, 02:03 PM   #350
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

ททท.ภูเก็ต ยันภาพรวมท่องเที่ยวภูเก็ตยังดี




นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันห้องพักในโรงแรมต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตมีจำนวนประมาณ 47,000 ห้องโดยการท่องเที่ยวของภูเก็ตจะแบ่งออกเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน ซึ่งจะมีอัตราการเข้าสูงเฉลี่ยประมาณ 80-90% กับช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือโลว์ซีซัน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวก็จะลดน้อยลงค่อนมากทำให้มีปริมาณห้องพักเหลืออยู่ ซึ่งในส่วนของ ททท.ได้พยายามทำการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวตลอดทั้งปี ทั้งในส่วนของชาวต่างชาติและคนไทย เพื่อมาเติมเต็มห้องพักดังกล่าว
ส่วนกรณีการเลิกจ้างงานของโรงแรม 2 แห่งในจังหวัดภูเก็ตนั้น นางบังอรรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องการบริหารงานของผู้ประกอบการเมื่อมีการเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ และมีการปิดปรับปรุง เพื่อลดค่าใช้จ่ายจึงมีการเลิกจ้างพนักงาน เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีการว่าจ้างกันใหม่ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของการที่ไม่สามารถประกอบการได้ ประกอบกับปัจจุบันภูเก็ตยังมีปัญหาขาดแคลนบุคลากร จึงเชื่อว่าจะต้องมีการรับพนักงานกลับเข้าไปทำงานอีก โดยภาพรวมการท่องเที่ยวของภูเก็ตนั้นยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตตัวเลขนักท่องเที่ยวกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ขณะที่นักท่องเที่ยวพบว่ามีความหลากหลายมากขึ้น
ขณะที่นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต และผู้บริหารระดับสูงโรงแรมในเครือเมอร์ลิน กรุ๊ป กล่าวถึงกรณีโรงแรมใน จ.ภูเก็ต 2 แห่งปิดกิจการและเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ว่า กรณีดังกล่าวน่าจะเป็นนโยบายการบริหารและกลยุทธ์ด้านการลงทุนของผู้ประกอบการมากกว่า โดยแต่ละรายก็จะมีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกันไป เท่าที่ทราบไม่ได้เป็นปัญหาของการประกอบการ เพราะจะเห็นได้ว่ายังมีผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาบริการจัดการต่อได้
ภาพรวมการท่องเที่ยวของภูเก็ตถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะมีปัญหาในเรื่องของผลตอบแทนที่ลดน้อยลง ไม่สามารถปรับเพิ่มราคาค่าบริการต่างๆ ได้ ประกอบกับการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจของยุโรป ต้นทุนการประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและการขนส่ง จึงทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยลดน้อยลง ผู้ประกอบการจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความเหมาะสมของแต่ละสถานประกอบการ เพราะธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตยังคงมีการเติบโต
phuketindex
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 15th, 2012, 02:04 PM   #351
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

สมาคมญี่ปุ่น-ภูเก็ต เตรียมจัดงาน “Watashi Wa Japan”



สมาคมญี่ปุ่น-ภูเก็ต เตรียมจัดงาน “Watashi Wa Japan” งานเทศกาลญี่ปุ่นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ต ที่นำเอกลักษณ์และมนเสน่ห์ต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่นมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน เพื่อสร้างความบันเทิง สีสัน และความสนุกสนานให้แก่ชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ การแสดงของขบวนพาเหรด “คอสเพลย์ ซุปเปอร์ฮีโร่”, ตื่นตากับการพับกระดาษ “โอริกามิขนาดยักษ์” ตามแบบฉบับญี่ปุ่น นอกจากนั้นร่วมช้อปและชิมอาหาร จากบูธต่างๆ โดยสมาคมญี่ปุ่น-ภูเก็ตอีกด้วย พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายภายในงาน
อาทิ สนุกสนานไปกับการแสดงของ “คอสเพลย์ ซุปเปอร์ฮีโร่” จากการ์ตูนญี่ปุ่นมากมายที่ได้รับความนิยม โดยทีมคอสเพลย์ชื่อดัง ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับโลก (World Cosplay Summit 2012 ณ เมืองนาโกย่า) ชมการสาธิตการพับกระดาษ “โอริกามิขนาดยักษ์” ที่มีความสูงถึง 1.2 เมตร เป็นรูป “ม้าเพกาซัส” โดย “คุณปอม-เอกสิทธิ์ เข้มงวด” นักพับกระดาษมือหนึ่งของประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพประทับใจกับ “ต้นซากุระขนาดเท่าของจริง” ที่จำลองบรรยากาศ การชมดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม ช้อปและชิม อาหาร-สินค้าจากประเทศญี่ปุ่นได้ภายในงาน กับบูธแสดงสินค้า โดยสมาคมญี่ปุ่น-ภูเก็ต ในราคาสุดพิเศษ!!
ขอเชิญชวนเหล่าสาวกคนรักญี่ปุ่นและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “Watashi Wa Japan” งานเทศกาลญี่ปุ่น ได้ในระหว่างวันที่ 22- 28 มิถุนายน 2555 ตั้งแต่เวลา 12.00 – 20.00 น. ณ ชั้น G โซนภูเก็ตสแควร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 076-600-111
phuketindex
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 15th, 2012, 09:35 PM   #352
chewzerng26
Registered User
 
chewzerng26's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 398
Likes (Received): 3

Joob Joob “designer cupcakes” opening at Central Festival Phuket





On June 9th the cupcakes sisters Kea and Ant opened “Joob Joob”- designer cupcakes…..and more – on Level 1 behind Mr Donut and opposite Swensen’s in Central Festival Phuket. Specializing in 21 flavours of gorgeous cupcakes, freshly cooked in front of customers continuously throughout the day and decorated live on site, with handmade original unique sodas, shakes, smoothies and coffee. Check out their unique packaging – available in two sizes, 35 baht small and 80 baht large.






Customized wedding cupcake towers and birthday cupcakes are also available on order with 24 hours notice. Visit their beautiful kitchen shop to watch them being baked and decorated and also see them on Facebook – facebook.com/JoobJoobDesignerCupcakesAndMore – open daily from 10.30 am.









From : http://phuketnews.phuketindex.com/li...et-190844.html
chewzerng26 no está en línea   Reply With Quote
Old June 16th, 2012, 02:38 AM   #353
PKPHUKET
Registered User
 
PKPHUKET's Avatar
 
Join Date: Dec 2010
Posts: 475
Likes (Received): 18

Quote:
Originally Posted by Tom111 View Post
LIGHT RAIL PHUKET PROJECT







coming soon...
ถ้าสิ่งนี้เกิดภาพลักษณ์ของภูเก็ตคงจะดีขึ้น เพราะรู้สึกภาพลักษณ์จะเสียไปกับระบบขนส่งเยอะกันเลยทีเดียว
__________________
I LOVE PHUKET ISLAND

Power Hand tools-0-smart tablet -0-faucets shop -0-Toilet easy shop-0- Combo tool kits-0- Fishing gears
PKPHUKET no está en línea   Reply With Quote
Old June 16th, 2012, 11:39 AM   #354
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

แผนลงทุนSM Mall ของฟิลิปปินส์ ในภูเก็ตครับ

Thailand and Hong Kong
Name Opening Floor area (m˛) Location
SM City Bangkok N/A 126,000 2F, SM City, NO468 Thanon Phaya Thai, Bangkok City, Thailand
SM City Kampheng Paet N/A 170,000 Fu PU SM International Square, Kampheng Paet, Thailand
SM City Phuket N/A 176,000 SM City (PHUKET) NO.29, Section.2 of Bangkok Road, Phuket City, Thailand
SM Lifestyle Center N/A 109,947 3F, SM Lifestyle Center, NO468 Thanon Phetchaburi, Bangkok City, Thailand
SM City Chiang Mai N/A 69,275 No.1109, Charoen Mueang Road, Chiang Mai City, Thailand.
SM City Hat Yai N/A 66,002 Thanon Phet Kasen, Hat Yai, Thailand.
SM Bang Sue N/A 540,000 Bangkok, Thailand
SM City Hong Kong N/A 146,323 Lung Mun Road, Lung Mun, Tuen Mun District,Kowloon City, China.



credit ห้องเชียงใหม่
http://en.wikipedia.org/wiki/SM_Prime_Holdings
http://www.skyscrapercity.com/showth...1520854&page=9

Last edited by Tom111; June 17th, 2012 at 05:43 AM.
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 16th, 2012, 01:29 PM   #355
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

เอกชนจี้รัฐขอความชัดเจนศูนย์ประชุมภูเก็ต เงียบหายไปหลังเปลี่ยนรัฐบาล
14 มิถุนายน 2555

นายภูริต มาศวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายการตลาดต่างประเ่ทศ

ศูนย์ข่าวภูเก็ต -
ผู้ประกอบการฝั่งอันดามัน จี้รัฐขอความชัดเจนโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุม และแสดงนิทรรศการนานาชาติที่ภูเก็ต ที่เงียบหายไปหลังเปลี่ยนรัฐบาล ยืนยันบ้านท่าฉัตรไชยเหมาะสมสุด พร้อมเรียกร้องให้ สสปน.แสดงท่าทีในการผลักดันที่ชัดเจนกว่านี้


นายภูริต มาศวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ กล่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ที่บ้านท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ที่รัฐบาลที่ผ่านมาได้จัดสรรงบประมาณไทยเข้มแข็งจำนวน 2,600 ล้านบาททำการก่อสร้าง เพื่อรองรับตลาดกลุ่ม MICE ว่า

ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในฝั่งอันดามัน ซึ่งประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา และกระบี่ อยากทราบถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมฯ ที่ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายได้พยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น และอยู่ในช่วงของการดำเนินการในรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ขณะนี้ ไม่มีข้อมูลความคืบหน้าของโครงการที่จะสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนได้เกิดความมั่นใจในการที่จะขยับในการลงทุนรองรับโครงการศูนย์ประชุมฯ เลย อยากให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาแถลงถึงความคืบหน้า หรือแจ้งให้สาธารชนได้รับทราบเป็นระยะๆ ว่า โครงการอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้เกิดความมั่นใจในการลงทุนต่อไป


รูปแบบโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ที่ได้ออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว ใช้เงินลงทุน 2,600 ล้านบาท นายภูริต กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการในอันดามันอยากขอความชัดเจนโครงการนี้จากรัฐบาลว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ต และอันดามัน ในการดึงตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE เข้ามา เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3 เท่าตัว หากศูนย์ประชุมฯ สร้างแล้วเสร็จ รายได้จากการท่องเที่ยวของภูเก็ตจะเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งกระจายไปยังพังงา และกระบี่อีกด้วย

อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวในตอนท้ายว่า ภาคเอกชนภูเก็ตต้องการให้ศูนย์ประชุมฯ เกิดขึ้นที่บ้านท่าฉัตรไชย เพราะเป็นจุดกึ่งกลางในการกระจายความเจริญไปยังหัวเกาะของภูเก็ต เขาหลัก และกระบี่ รวมทั้งพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเล เพราะไม่ได้อยู่บนหาดไม้ขาวที่เป็นแหล่งวางไข่ของเต่า แต่จะสร้างที่บริเวณหาดท่าฉัตรไชย และพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ใช่ป่าชายหาดผืนสุดท้ายของภูเก็ตด้วย

และที่สำคัญ อยากให้ทางสำนักงานส่งเสริมการประชุมและสัมมนา หรือ สสปน. เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันให้โครงการศูนย์ประชุมฯ ที่ภูเก็ตเกิดขึ้นให้ได้ เพราะที่ผ่านมาทาง สสปน.ไม่ได้แสดงความชัดเจนในการผลักดันโครงการนี้เท่าที่ควร


สถานีก่อสร้างศูนย์ประชุมฯภูเก็ต บนที่ราชพัสดุ บ้านท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ไม่ใช่ที่วางไข่ของเต่าทะเล และไม่ใช่ป่าชายหาดผืนสุดท้ายของภูเก็ต สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ตนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีการผลักดันกันมาเป็นเวลายาวนานเกือบ 20 ปีแล้ว แต่โครงการก็ยังไม่เกิดขึ้นสักที มีความชัดเจนที่สุดในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้ศึกษาออกแบบรายละเอียดทั้งหมด พร้อมทั้งตั้งงบประมาณไทยเข้มแข็ง 2,600 ล้านบาทในการก่อสร้าง แต่โครงการยังไม่ทันได้เริ่มก่อสร้างก็มีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลโดยการนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเดินหน้าโครงการนี้อย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นโครงการที่คนภูเก็ต และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอันดามันต้องการให้เกิดขึ้นมากที่สุด
manager

Last edited by Tom111; June 17th, 2012 at 05:34 AM.
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 16th, 2012, 07:22 PM   #356
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,044
Likes (Received): 288

ไม่ว่ารัฐจะนำเงินที่ได้จากภูเก็ตไปแจกจ่ายที่ไหนก็ช่างเถอะ
แต่ที่มันน่าขัดใจก็คือทำเงินให้ประเทศ 200,000ล้าน ได้กลับมาพัฒนาจังหวัด 100 ล้าน มันหมายความว่าอย่างไร?? ไม่มีใครคิดจะทำอะไรบ้างลยรึ? น่าเศร้า!!!!!
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2012, 05:13 PM   #357
chewzerng26
Registered User
 
chewzerng26's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 398
Likes (Received): 3

Discover Phuket’s Real Culture @ Dibuk Road


Published by Siripong on June 13, 2012






The beginning of the tin boom in the 19th century led to construction of many fine mansions and shops that are still well preserved. The architectural style, typical of the region, is described as Sino-Portuguese and has a strongly Mediterranean character. Shops present a very narrow face onto the street but stretch back a long way. Many, especially on Dibuk Road, have old wooden doors with Chinese fretwork carving.

Location : Dibuk Road, Phuket Old Town, Tambol Taladyai, Amphur Muang, Phuket























From : http://live.phuketindex.com/discover...-road-681.html
chewzerng26 no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2012, 05:44 PM   #358
kurodo99
Registered User
 
Join Date: May 2012
Posts: 38
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by Tom111 View Post
ไม่ว่ารัฐจะนำเงินที่ได้จากภูเก็ตไปแจกจ่ายที่ไหนก็ช่างเถอะ
แต่ที่มันน่าขัดใจก็คือทำเงินให้ประเทศ 200,000ล้าน ได้กลับมาพัฒนาจังหวัด 100 ล้าน มันหมายความว่าอย่างไร?? ไม่มีใครคิดจะทำอะไรบ้างลยรึ? น่าเศร้า!!!!!
มันอยู่ที่ สส ของเราด้วยแหละครับ ไม่คิดจะทำอะไรสักอย่าง ตอนได้เป็นรัฐบาล เป็นถึง เลขาธิการนายก
แต่ไม่ดันโครงการไรเลย
kurodo99 no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2012, 11:50 PM   #359
position
BANNED
 
Join Date: Aug 2009
Posts: 838
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by Tom111 View Post
ไม่ว่ารัฐจะนำเงินที่ได้จากภูเก็ตไปแจกจ่ายที่ไหนก็ช่างเถอะ
แต่ที่มันน่าขัดใจก็คือทำเงินให้ประเทศ 200,000ล้าน ได้กลับมาพัฒนาจังหวัด 100 ล้าน มันหมายความว่าอย่างไร?? ไม่มีใครคิดจะทำอะไรบ้างลยรึ? น่าเศร้า!!!!!
หลงดอยเหรอครับ หรือ เพื้ยน
"ภูเก็ตเกมส" ก็ร้อยล้านแล้ว


ครม.สัญจรภูเก็ต จำนวน 67 โครงการวงเงิน 47,683 ล้านบาท
ไหนจะงบประมาณที่แต่ละจังหวัดได้รับอยู่แล้ว
ไหนจะโครงงานที่รัฐสนับสนุนนอกเหนือเงินงบประมาณอีก


เข้าใจว่าภูเก็ตไม่พอใจเรื่องงบประมาณ
แต่ข้อร้องเถอะ พูดอะไร อย่าพูดให้มันเวอร์มากนัก
position no está en línea   Reply With Quote
Old June 18th, 2012, 02:01 AM   #360
PhD UK
Registered User
 
Join Date: May 2012
Posts: 33
Likes (Received): 5

ขออธิบายเรื่องงบประมาณขอรัฐหน่อยนะครับ เนื่องจากเห็นหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และภาคใต้ มักมีผู้อ้างอิงว่า ได้งบประมาณเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาษีที่เสียไป ผมจะมาอธิบายเพื่อเป็นการตอบข้อสงสัยของแต่ละท่านนะครับ

" ภาษีที่แต่ละจังหวัดเสียไปให้กับรัฐบาลทุกรัฐบาล ทางรัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องมีโครงการนำเงินเหล่านั้นกลับมาบริหารจังหวัด อย่างต่ำ 30-35% ของภาษีที่เก็บได้ทั้งหมด(ตามรัฐธรรมนูญ 50 นะครับ) ถ้าหากว่าเงินที่รัฐตีกลับมาให้กับทางจังหวัดนั้น น้องกว่าที่กำหนด ทางจังหวัดสามารถทำเรื่องร้องเรียนได้นะครับ หรือฟ้องศาลก็ได้นะครับถ้าหากเห็นว่าได้น้อยกว่าที่กำหนดครับ "

ซึ่งหากทางภูเก็ตจ่ายภาษีไป 200,000 ล้านบาทจริง ก็จะต้องได้คืออย่างต่ำประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาทครับ ซึ่งงบทีคืนมานี้อาจอยู่กระจัดกระจายในหลายกระทรวงนะครับ เช่น คมนาคม(งบสร้างถนนแค่สองเลน แค่ 1 กม ก็เกือบ 15-20 ล้านแล้วนะครับ) กระทรวงศึกษา(อาคารสี่ชั้น พื่นที่ประมาณ 1 ไร่ ก็เกือบ 70 ล้านบาทแล้วครับ) สาธารสุข การท่องเที่ยวและกีฬา(สนามบินที่ปรับปรุงใหม่ก็ร่วมด้วยนะครับ) เกษตร ต่างประเทศ งบของมหาวิทยาลัยก็ร่วมด้วยนะครับ แต่บางท่านชอบเข้าใจผิดว่าจะต้องเป็นงบที่เห็นเป็นตัวเลขตีกลับมาชัดๆ(โครงการเมกะโปรเจค) แต่ถ้าหากทานนำเงินลงทุนจากโครงการต่างๆ ของแต่ละกระทรวงมาร่วมกัน อาจจะเกิดโครงการเมกะโปะเจคบางโครงการก็ได้นะครับ

จึงเขียนมาชี้แจงดังนี้ครับ หวังว่าคงสร้างความกระจ่างนะครับ แต่ถ้าได้งบน้อยกว่ากฏหมายกำหนด ก็สามารถร้องเรียนได้นะครับ

ปล. เงินงบประมาณที่เหลือ หลังจากกระจายลงสู่จังหวัดต่าง ส่วนใหญ่จะเข้า กทม และ โครงการเมกะโปรเจค ต่างๆ ครับ
PhD UK no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:55 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu