|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#28281 | |
|
Registered User
Join Date: Feb 2011
Posts: 765
Likes (Received): 22
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#28282 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,096
Likes (Received): 394
|
![]() ถ้าทำทางเข้า 2 ทางตรงถนนห้วยแก้วและเข้าทางถนนซูปเปอร์ไฮเวย์ด้วย แต่ทางออกให้ออกทางถนนซูปเปอร์ไฮเวย์ทางเดียวรถคงไม่ติดมากหรอกครับ เพราะถนนซูปเปอร์ไฮเวย์กว้างแต่ถ้าออกทางถนนห้วยแก้วถนนแคบ รถติดหนักแน่ๆ
|
|
|
|
|
|
#28283 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: CHIANG MAI - LAMPANG
Posts: 790
Likes (Received): 7
|
^คิดภาพออกเลยครับ รถที่มาทางตรงถนนห้วยแก้วคงไม่หยุดให้รถจากห้างออกแน่ถ้าจะออกทางนั้น แค่ตอนติดไฟแดงคนจะไปซ้ายผ่านตลอดยังออกไม่ได้ แล้วนิสัยการขับรถของคนเดียวนี้หายากที่จะหรอกหยุดให้ไปก่อน แยกนั้นเขียวก็มีแต่เหยียบ พอแดงก็มาจอด ออ กันหมดทุกเลน เอ๊ะแต่ถ้าทำทางเข้าออกจากฝั่งไฮเวย์ ผมว่าทางออกไม่มีปัญหาทางเข้านี่สิ มันมักจะมีรถมาต่อแถวเข้าห้างเนี่ย จะไม่เลยไปถึงสี่แยกเรอะ มันไม่กี่สินเมตรเองนะนั่น(ทำอุโมงค์สิข้ามไปอีกฝฟากของซุปเปอร์ฯเหมือนบิ๊กซีดอนจั่น เอ๊ะหรือว่าไม่ได้เพราะจะมีอุโมงค์เข้านิมมานฯอยู่แล้ว...ฮ่าๆ)
__________________
การไม่ดูถูกผู้อื่น เป็นคุณสมบัติพื้นฐานอย่างหนึ่งของคนที่ "มี"การศึกษา - -^ เป็นคนชนชั้นกลาง ระดับล่างมันชักจะอยู่ยากเย็นขึ้นไปทุกวัน |
|
|
|
|
|
#28284 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,138
Likes (Received): 417
|
คิดว่าเส้นทางเข้าออก น่าจะทำแนวเซ็นทรัลเวิล์ดที่แยกราชประสงค์หรือเปล่าครับ
ตรงนั้นจากสุขุมวิทขาเข้าเลี้ยวขวาไปประตูน้ำ ถ้าจะเข้าห้างก็จะต้องรีบเบี่ยงซ้ายเหมือนกัน ส่วนทางออกก็ออกจุดที่ไกลแยกมากที่สุดของทั้งสองถนน |
|
|
|
|
|
#28285 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,569
Likes (Received): 247
|
Coffee Prince Thai
http://www.youtube.com/watch?v=B0MDHxTIFXs Coffee Prince (Thai Version), คอฟฟี่ปริ๊นซ์ (เวอร์ชั่นไทย) Broadcast network : TrueVisions, True Asian Series, Ch 64 Air time : Thursday & Friday 21.00, Start date 22-June-2012 Production : Nadao Bangkok Director : Yong Songyos Sugmakanan Cast : Mac Weeradon Wangcharoenporn as "Win" (Choi Han Kyul), Maxine Inthiporn Tamsukhin as "Nut" (Go Eun Chan), Beau Thanakorn Chinakul as "Tee" (Choi Han Sung), Data Darancharas Sukheviriya as "June" (Han Yoo Joo), War Jirawat Vachirasarunpatra as "Som" (Hong Gae Sik), Boss Thanabat Ngamkamolchai as "Doe" (Jin Ha Rim), Ben Benjamin Varney as "Pued" (Hwang Min Yeop), Pum Pawornrat Kittimongkollert as "Nan" (Go Eun Sae), Tao Sattaphong Phiangphor as "Chain" (No Sun Ki), Yee Chonlathep Leethanaset as "Tor" ปล.ถ่ายทำที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งเรื่อง เนื่องด้วยทั้งบรรยากาศและเมืองแห่งร้านกาแฟของเชียงใหม่ จนพี่โน้สอุดม เอาไปแซวในเดี่ยวครั้งที่ผ่านมาว่า "เดินล้มสดุดหัวฟาดตรงไหนในเชียงใหม่ก็ได้กินกาแฟตรงนั้น" ![]() |
|
|
|
|
|
#28286 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,096
Likes (Received): 394
|
![]() บรรยากาศเมืองเชียงใหม่เต็มๆเลย แต่ดูแล้ว ฮา ดีนะครับ![]() เชียงใหม่เมืองหลวงแห่งกาแฟอยู่แล้ว หาง่ายพอๆกับร้านก๋วยเตี่ยวเลย ผมคงไม่พูดเกินจริงนะถ่ายร้านเกษมสโตร์แถวแยกศรีพิงค์ด้วย ขนมร้านนี้อร่อยมาก ราคาก็เพิ่มตามด้วย Last edited by north11; June 27th, 2012 at 05:01 AM. |
|
|
|
|
|
#28287 |
|
Registered User
Join Date: May 2009
Location: CM-PHRAE-BKK
Posts: 493
Likes (Received): 76
|
เชียงใหม่เมืองหลวงร้านกาแฟจริงๆคับ มีร้าน indy เยอะมาก แต่เมืองกาแฟคงต้องเป็นเชียงรายละคับ
__________________
::คำคมเต๋า:: รู้ ทำเป็นไม่รู้ จึงอยู่เหนือ(ผู้อื่น) :::: ไม่รู้ ทำเป็นรู้ จึงตกทุกข์ลำบาก |
|
|
|
|
|
#28288 | |
|
Registered User
Join Date: Feb 2012
Posts: 949
Likes (Received): 109
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#28289 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2012
Posts: 24
Likes (Received): 0
|
เชียงใหม่นี่เป็นเมืองเด็กแนว ของแท้เลยนะคะ นักดนตรีเก่งๆ ศิลปิน นักคิดนักเขียนเยอะมากกกกก
นอกจากร้านกาแฟ ที่ว่าเยอะแล้ว ร้านเหล้าก็เยอะไม่แพ้กันค่ะ มีทุกแนวเลย พูดเสร็จเปรี้ยวปากเย็นนี้ ร้านสุดสะแนน โลด |
|
|
|
|
|
#28290 |
|
Registered User
Join Date: Jan 2012
Location: SIAM
Posts: 3,108
Likes (Received): 339
|
เชียงใหม่เป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาด้วยครับมีมหาวิทยาลัยเยอะมาก |
|
|
|
|
|
#28291 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2009
Posts: 828
Likes (Received): 16
|
พรอมเมนาดา ไม่มีที่จอดรถจริงๆด้วยครับดูจากภาพ
โครงการ S-ONE คุมการก่อสร้างโดย cel ด้วยครับ ผลงานเขามีเยอะในกรุงเทพ http://www.cel.co.th/cel/engineers/
|
|
|
|
|
|
#28292 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 118
|
TRAMS CONDO เจ็ดยอดครับ ข้างๆมีอีกโครงการ คนแถวนั้นบอกว่าคนละเจ้าของกัน ตึกโซนนี้แน่นมากๆ
![]()
|
|
|
|
|
|
#28293 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2009
Posts: 828
Likes (Received): 16
|
ภาพนี้เหมือนซอยในกรุงเทพเลยครับตึกเยอะๆแบบนี้เลย ปัญหาที่ตามมาคือรถจะไปติดในซอยครับ
โซนเจ็ดยอดนี้สามารถทำเป็นย่านทองหล่อแบบกรุงเทพได้เลยนะครับ ทำเป็นโซนที่มีคอนโดหนา่แน่น หลังจากห้าง S-ONE เปิด โซนเจ็ดยอดราคาที่ดินแพงแน่ๆครับ |
|
|
|
|
|
#28294 | |
|
Registered User
Join Date: Feb 2011
Posts: 765
Likes (Received): 22
|
Quote:
ปรากฎว่าคิดผิดเต็ม ๆ เลย รถติดมาก ถนนก็แคบ นี่ถ้าตึกข้างในหลายแห่งสร้างเสร็จ จะเกิดอะไรขึ้น
|
|
|
|
|
|
|
#28295 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,096
Likes (Received): 394
|
http://www.youtube.com/watch?feature...&v=KnHS8D_zQC4 http://www.youtube.com/watch?feature...&v=z1CIX1AHeYs Last edited by north11; June 27th, 2012 at 10:07 AM. |
|
|
|
|
|
#28296 |
|
Registered User
Join Date: May 2009
Posts: 2,737
Likes (Received): 18
|
การแก้ปัญหาจราจรแยกรินคำ ง่ายทึ่สุดคือระเบิดแยกรินคำ ก่อนที่ห้างทั้งหลายจะเสร็จ เพราะถ้าเสร็จจะระเบิดแยกยากมาก
ง่าย ถนน 4 ด้านที่มุงเข้าสู่แยก (ยกเว้นจากด้านถนนซุปเปอร์ที่กว้างพอแล้ว) ต้องระเบิดจาก 2 เลนเป็น 4 เลน จากซ้าย คือ lซ้ายlตรงlตรงlขวาl แทนที่จะเป็น 2 เลน (lซ้ายและตรงlตรงและขวาl) แบบตอนนี เพราะรินคำเป็นแยกแบบปล่อย 4 จังหวะถ้าทำให้ระบายรถในแต่ละด้านได้ไวกว่าเดิมก็จะมีรถสะสมน้อย เช่นสมมุติตอนนี้ระบายรถได้ 100 คันตอไฟเขียว 1 จังหวะ ถ้าเป็น 4 เลน ก็จะระบายได้ 200 คัน ตอไฟเขียว 1 จังหวะ ยิงด้าน ถนนห้วยแก้ว มุงตรงไปคูเมือง เป็น 5 เลนยิงดี lซ้ายเข้า s onelซ้ายซุเปอร์lตรงlตรงlขวาl เพียงแต่ว่า ต้อง ออก กม เวียนคืนให้เจ้าของที่ต้องแยก (ที่เป็นของนักลงทุนหมดแล้ว) ให้ยินยอมให้ได้
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
|
|
|
|
|
|
#28297 | |
|
Registered User
Join Date: Feb 2012
Posts: 949
Likes (Received): 109
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#28298 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 962
Likes (Received): 218
|
![]() งงครับ แต่ที่แน่ๆถนนห้วยแก้วคงไม่มีโอกาสได้ขยายครับ จะมีแค่ตรงมุมที่ดินคุณตันที่พร้อมเวณเคืนอยู่แล้ว และที่อมารีเมื่อมีการสร้างอุโมงค์เข้านิมมานฯครับ ขยายได้แค่ตรงมุมแยกครับ ทั้งถนนคงเป็นไปไม่ได้
|
|
|
|
|
|
#28299 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,569
Likes (Received): 247
|
ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ก้าวที่กล้า 'เชียงใหม่มหานคร' โดย : ชุติมา ซุ้นเจริญ ไม่ได้เป็นชื่องานอีเวนท์ และไม่ได้เป็นแคมเปญเก๋ๆ ขององค์กรไหน แต่ 'เชียงใหม่มหานคร' คือจังหวะก้าวแบบมั่นๆ ของภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ขอจัดการตนเองในรูปแบบที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของเมือง ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ นักพัฒนาเอกชนที่ทำงานในพื้นที่เชียงใหม่มากว่า 30 ปี ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ในฐานะประธานคณะกรรมการสถาบันการจัดการทางสังคม บอกว่าภารกิจนี้มีเครือข่ายต่างๆ ร่วมผลักดันนับสิบองค์กร ใช้เวลากว่า 2 ปีจนได้พิมพ์เขียวหรือร่าง “พรบ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร พ.ศ. ...” เพื่อนำเสนอต่อชาวเชียงใหม่และคนไทยทั้งประเทศ โดยเลือกวันที่ 24 มิถุนายน 2555 เป็นฤกษ์ดีสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แนวคิดเรื่อง 'เชียงใหม่มหานคร' มีที่มาอย่างไร มันเป็นพัฒนาการทางความคิด คือถ้าพูดถึงเชียงใหม่ เราจะเห็นภาพอยู่สองสามภาพ ภาพหนึ่งคือกลุ่มที่มาทำงานพัฒนา ซึ่งตอนแรกก็พยายามจะไปยัดเยียดการพัฒนาสมัยใหม่ให้กับชาวบ้าน แล้วส่วนใหญ่ข้อสรุปก็คือล้มเหลว ไม่ยั่งยืน ข้อสรุปใหญ่ที่สุดก็คือว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องตั้งอยู่บนฐานวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่น บางทีมีเจตนาดี สิ่งนี้ดีมากๆ แต่มันไม่เหมาะกับท้องถิ่น อีกอันหนึ่งเราจะเห็นภาพการประท้วงการคัดค้านโครงการต่างๆ ที่คิดจากกรุงเทพแล้วมาโผล่ที่เชียงใหม่ ตั้งแต่สมัยกระเช้าลอยฟ้าขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งคนเชียงใหม่รู้สึกว่าดอยสุเทพเป็นดอยศักดิ์สิทธิ์ เป็นดอยที่มีครูบาเจ้าศรีวิชัยอยู่ มีพระธาตุดอยสุเทพ เป็นที่เคารพนับถือ เพราะฉะนั้นการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปมันก็เหมือนกับไปลบหลู่ความเชื่ออะไรต่างๆ ก็มีคนเชียงใหม่ออกมาคัดค้าน สักพักหนึ่งก็มีโครงการกระเช้าลอยฟ้าขึ้นดอยหลวงเชียงดาว เอาอีกแล้ว ชาวบ้านก็บอกว่าดอยหลวงเชียงดาวเป็นที่สถิตของเจ้าหลวงคำแดง ซึ่งเป็นประธานเทพแห่งล้านนา อะไรอย่างนี้ คนก็คัดค้านอีก ต่อมาก็มีเรื่องตึกสูงที่ตอนนั้นมันเกิดขึ้นมากเลย ก็มีการคัดค้านกัน มันเป็นความรู้สึกของคนที่อยู่เมืองประวัติศาสตร์ เมืองวัฒนธรรม สิ่งต่างๆ ที่เข้ามา เหมือนกับคิดและกำหนดให้เชียงใหม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่คนเชียงใหม่ไม่มีส่วนร่วม มันก็เกิดการต่อต้าน เกิดการคัดค้านมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไนท์ซาฟารี พืชสวนโลก การขยายถนน 30 สาย หรือแม้กระทั่งผังเมือง เราก็จะเห็นภาพเหล่านี้ แล้วก็เอ๊ะ...เราจะค้านอย่างนี้ไปตลอดชาติเลยเหรอ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งกระบวนการที่เข้าไปทำงานในชุมชนก็เริ่มปรับตัว เคารพภูมิปัญญาชุมชน เคารพปราชญ์ชาวบ้าน งานพัฒนาพวกนี้เริ่มต่อเนื่อง เช่นเรื่องป่าชุมชน เรื่องสมุนไพร มีชมรมหมอพื้นบ้าน มีงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม ทุกอย่างมันเริ่มต่อเนื่อง เพราะว่าเราเริ่มต่อกับองค์ความรู้ภูมิปัญญาของท้องถิ่น มันก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วผมเข้าใจว่ามันอาจจะเจอกับวิกฤตการณ์ในช่วงหลังที่มีความขัดแย้งกันหลายเรื่อง ซึ่งมันเป็นเรื่องการแย่งชิงอำนาจรัฐส่วนกลาง เราก็มานั่งคิดกันว่า มันน่าจะถึงเวลาสำหรับเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองที่โตรองจากกรุงเทพ ถึงเวลาที่จะจัดการตัวเองอย่างไร ดูแลตัวเองได้อย่างไร ซึ่งหลายคนประเมินว่าพร้อม เพราะฉะนั้นเราก็เลยเชิญชวนทุกฝ่ายมานั่งคุยกัน เริ่มจากการศึกษาก่อน ศึกษาว่ารูปแบบการปกครองตนเองจัดการตนเอง ในประเทศมีที่ไหนบ้าง เช่น กทม. พัทยา หรือแม้กระทั่งแนวคิดของที่แม่สอด แล้วก็มีการศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศ ทั้ง อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ก็พบว่ากลุ่มประเทศที่เรากำลังเดินตามเขา เขาเปลี่ยนไปหมดแล้ว เขามีส่วนกลางกับท้องถิ่นกันแล้ว เขากระจายอำนาจสูงมาก แล้วดูเขาก็มีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้เยอะ รูปแบบจะเป็นลักษณะไหนคะ โมเดลที่เราคิด หลักสำคัญของการกระจายอำนาจ เราใช้แนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกัน คือควรยุบการปกครองส่วนภูมิภาคลง ไม่ควรมีหน่วยงานจากส่วนกลางมากำกับ เพราะฉะนั้นอันดับแรกควรมีการเลือกตั้งผู้ว่า สองจะต้องมีกลไกของภาคประชาชนหรือภาคพลเมืองเข้ามาคู่กับการเลือกตั้งผู้ว่า ไม่ใช่เหมือนกับว่ากระจายอำนาจมาเสร็จแล้วก็กลายเป็นที่ที่นักการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ไปตกอยู่กับมาเฟีย ไปตกอยู่กับผู้มีอิทธิพลต่างๆ ซึ่งมันก็จะเข้าอีหรอบเดิมอีก เราก็เลยคิดกันว่าน่าจะมีกลไกของภาคประชาชนที่เข้ามาคู่กัน เรียกว่า สภาพลเมือง ที่จะทำหน้าที่สนับสนุนความเข้มแข็งของภาคประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ขึ้นมาจนกระทั่งถึงระดับจังหวัด รวบรวมทิศทางความต้องการต่างๆ เพื่อเสนอเป็นแผนพัฒนาของจังหวัด จนกระทั่งตรวจสอบติดตามการทำงานของผู้บริหารในระดับจังหวัด อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เป็นกลไกที่คิดว่าจำเป็น แล้วก็เป็นกลไกที่ต้องเพิ่มขึ้นจากเดิม เรื่องงบประมาณบริหารจัดการอย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องใหญ่ที่เรามีการศึกษากันเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าจะกระจายอำนาจ ส่วนสำคัญคือต้องกระจายเรื่องงบประมาณด้วย หลายประเทศที่เราศึกษาพบว่าส่วนใหญ่แล้วท้องถิ่นเป็นผู้เก็บภาษี แล้วส่งให้ส่วนกลาง ไม่เหมือนของไทยนะ ของเราเก็บเข้าส่วนกลางหมดเลย แล้วค่อยส่งให้ท้องถิ่นประมาณ 25-30% ซึ่งเราก็เสนอกลับกันว่า ท้องถิ่นควรจะเก็บภาษี แล้วเก็บไว้ที่ท้องถิ่นสัก 70% แล้วส่งเข้าส่วนกลางสัก 30% เพื่อให้ท้องถิ่นได้มีงบประมาณเพียงพอในการดูแลจัดการและบริหารในท้องถิ่นในจังหวัดได้ โมเดลนี้จะเหมือนหรือต่างจาก กทม. หรือ พัทยา ตรงจุดไหนบ้าง น่าจะต่างกัน โอเค มีการเลือกตั้งผู้ว่าเหมือนกัน มีสภาจังหวัดเหมือนกัน แต่ว่าเรามีสภาพลเมือง อันนี้ที่ต่าง อันที่สอง เราอาจไม่มีกลไกแบบระบบราชการ แบบ กทม.ที่มีผู้อำนวยการเขตอะไรต่างๆ เราเสนอให้มีการยกระดับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นเทศบาลทั้งหมด ฉะนั้นเทศบาลตำบลเทศบาลเมืองต่างๆ ที่มีอยู่ก็ยังคงอยู่ คือแต่ละท้องถิ่นก็ดูแลท้องถิ่นตัวเองในพื้นที่ต่างๆ โดยมีเชียงใหม่เป็นจุดประสานเชื่อมโยงและสนับสนุนให้กระบวนการพัฒนาท้องถิ่นบรรลุเป้าหมายตามที่ประชาชนต้องการ ที่ผ่านมาได้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากคนเชียงใหม่มากน้อยแค่ไหน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราฟังความคิดเห็นทุกกลุ่ม ลงไปจัดเวที 25 อำเภอ จัดเวทีของเครือข่ายทุกเครือข่ายเท่าที่เราสามารถจะทำได้ เพื่อฟังความเห็นว่าเรื่องนี้เขาต้องการอะไร เขามีความเห็นอย่างไร หลังจากนั้นก็เอามาประมวลยกร่างเป็น พ.ร.บ. ซึ่งตอนนี้เพิ่งยกร่างเสร็จ ร่างนี้เราจะเอากลับไปฟังความคิดเห็นของประชาชนชาวเชียงใหม่อีก 210 ตำบล หรือที่เรียกว่าประชาพิจารณ์ใครเห็นด้วยก็ให้ลงชื่อ จากนั้นจะเป็นกระบวนการเสนอกฎหมายโดยภาคประชาชน แล้ววันที่ 24 มิถุนายนนี้ เราจะเปิดตัวร่าง พ.ร.บ. อย่างเป็นทางการ เพื่อให้คนเชียงใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดู พ.ร.บ.นี้กันอย่างเต็มที่ เพราะจริงๆ แล้ว เราค่อนข้างกังวลมากว่าทำอย่างไรให้คนเชียงใหม่ส่วนใหญ่ หรือทุกคนได้ก็ยิ่งดี ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องนี้ ก่อนจะส่งเข้าสภา เป้าหมายสูงสุดของการจัดการตนเองคืออะไรคะ เราหวังว่าจะเกิดการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาของท้องถิ่นโดยคนท้องถิ่นมากขึ้น ตรงนี้หมายความว่าถ้าจะทันสมัย เราอยากทันสมัยแบบเชียงใหม่ได้มั้ย ไม่จำเป็นต้องตามกรุงเทพ ตามอเมริกา ซึ่งถ้าคนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมเชื่อเลยว่าเขาจะกำหนดให้มันสอดคล้องกับอัตลักษณ์ หรือบริบทที่เขามีอยู่ ที่สำคัญผมเชื่อว่าประชาชนจะเติบโต เพราะตัวกระบวนการที่วางไว้ ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมสูงมาก ตั้งแต่เลือกผู้ว่า เลือกผู้นำของตนเอง แล้วทุกคนก็จะถูกกระตุ้นให้จัดการตนเอง นี่คือความตื่นตัว เรียกว่า Concern Citizen ประชาชนที่มีความตระหนักที่จะลุกขึ้นมาดูแลบ้านตนเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เขาว่าไป ซึ่งอันนี้มันน่าจะเป็นรูปแบบในอนาคต เราถึงจะเผชิญกับปัญหาที่สลับซับซ้อน เผชิญกับโลกาภิวัตน์ เผชิญกับอะไรต่อมิอะไรมากมายได้ อันที่สองเชื่อว่าจะลดความขัดแย้ง เพราะว่ากระบวนการทั้งหลายมันเป็นการวางแผนของคนในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นแผนการพัฒนาทั้งหลายมันน่าจะเป็นอะไรที่สอดคล้องกับแนวคิดทิศทางของคนเชียงใหม่เอง เพราะฉะนั้นเรื่องการประท้วงคัดค้าน น่าจะลดลง เราหวังว่าอย่างนั้นนะ แล้วก็เราเชื่อว่า ภาพโดยรวมของประเทศจะดีขึ้น เพราะคนจะไม่เข้าไปแย่งชิงอำนาจกันที่ส่วนกลางชนิดเอาเป็นเอาตายแบบที่เป็นมา คือเชื่อว่าถ้าฐานจังหวัดเข้มแข็ง ประชาชนเข้มแข็งก็จะทำให้ภาพโดยรวมของสังคมไทยมีความเข้มแข็งด้วย สุดท้ายผมอยากจะบอกว่าสังคมไทย ขณะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงซึ่งสำคัญมาก ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องลุกขึ้นมากำหนดทิศทางของสังคมด้วยตัวเองมากขึ้น ผลักดันให้เกิดโครงสร้างการปกครอง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมที่เราต้องการ ที่เราเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีงาม ที่สร้างสรรค์ ที่ยั่งยืน ด้วยตัวเราเอง http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%A3.html |
|
|
|
|
|
#28300 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,569
Likes (Received): 247
|
เปิดการประชุม "นวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์" ที่จังหวัดเชียงใหม่ ![]() เปิดการประชุม "นวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์" ที่จังหวัดเชียงใหม่มุ่งสนับสนุนนวัตตกรรมและผลักดันความเป็นหุ้นส่วนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย และสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาเชียงใหม่ โดยความร่วมมือกับศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะกรรมการเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ จัดการประชุม “นวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์” ส่งเสริมการพัฒนาคลัสเตอร์ และความร่วมมือ มุ่งเน้นเพิ่มพูนศักยภาพและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวเกษตร อันเป็นหนึ่งในความร่วมมือภายใต้ความริเริ่มภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และแนวนโยบายหุ้นส่วนเชิงสร้างสรรค์ไทย – สหรัฐอเมริกา ณ โรงแรมแชงกรี ลา เชียงใหม่ โดยมีนางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย นายวรการ ยกยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ศาสตราจารย์ ดร. พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมดังกล่าว มีผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาศาสตร์ การแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพจากหน่วยราชการ สถาบันการศึกษา และบริษัทเอกชน ตลอดจนผู้นำภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมทั้งในประเทศไทยและจากประเทศลุ่มน้ำโขง และกลุ่มประเทศอาเซียน ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ และนวัตกรรม ด้านวิทยาศาสตร์สามสาขาคือ เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ และการเกษตร ระบบการให้บริการสาธารณสุข เพื่อนำข้อสรุปแนวทางการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และเกษตรในภูมิภาค ทั้งยังสนับสนุนความคิดเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทยกล่าวว่า สหรัฐอเมริกามุ่งมั่นที่จะเพาะบ่มนวัตกรรมและกระชับความสัมพันธ์ด้านวิทยาศาสตร์ละเทคโนโลยีกับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง นวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและขณะเดียวกัน ต้องมีพื้นฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือกันระหว่างภาควิชาการ ภาคประชาสังคม รัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม การประชุมนี้เป็นอีกก้าวย่างของความริเริ่มเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอย่างดี กับโครงการนำร่องอื่นๆ เช่น ศูนย์กลางการแพทย์ ศูนย์กลางอาหาร ศูนย์กลางเครื่องสำอาง ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม และล่าสุดอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ผู้เข้าร่วมประชุมจะหารือกันในประเด็นเช่นจะนำนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ไปใช้ในการพัฒนาการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ยกระดับการบริการทางการแพทย์ให้ทันสมัย มีคุณภาพยิ่งขึ้น เข้าถึงการรักษาพยาบาล เทคโนโลยีชีวภาพอย่างปลอดภัย เพื่อสร้างรายได้ของเกษตรกรและสนับสนุนเป้าหมายที่เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารในภูมิภาค ข่าวโดย : ธนวันต์-เมวิกา สวท.เชียงใหม่ หน่วยงาน : สวท.เชียงใหม่ |
|
|
|
![]() |
| Tags |
| berd: ), chiang mai, cnx, mice, thailand |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|