|
|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile |
| Global Announcement |
|
SkyscraperCity needs your help to do some house cleaning! please click here for more info! |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#1041 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: BANGKOK
Posts: 1,497
Likes (Received): 211
|
ทำไมช่วงหลังๆ มานี่ ขอทานเยอะมาก เกลื่อนกรุงเทพเลย บางคนแอคติ้งสุดๆ คืบคลาน กลิ้งเกือกพื้นฟุตบาท แขนกุด ขากุด
หน้าเยิน สภาพเหมือนไปโดนระเบิดมา ทำไมไม่มีใครออกมาทำอะไรเรื่องนี้บ้าง รู้สึกหลายปีก่อนเคยมีการกวาดช้างพวกขอทานต่างชาติกลุ่มนี้ไปแล้วครั้งนึง ช่วงหลังนี่กลับมาอีก เยอะด้วย
__________________
Bangkok Urban Showcase. |
|
|
|
|
#1042 |
|
Kingdom of Zinon
Join Date: Dec 2003
Location: Bangkok
Posts: 3,730
Likes (Received): 150
|
เชื่อแล้วว่าแม้วรวยจริงๆ ซื้อแทบจะทั้งโลกแล้วมั้งเนี่ย 5555
__________________
4th Asian Beach Games 2014 Phuket "ครั้งยังเด็ก พวกผู้ใหญ่มักปลูกฝังให้ผมภูมิใจในชาติ แต่ทุกวันนี้ การกระทำของพวกผู้ใหญ่ มันทำให้ผมไม่มีความภูมิใจเหลืออยู่เลย" |
|
|
|
|
#1043 | |
|
Kingdom of Zinon
Join Date: Dec 2003
Location: Bangkok
Posts: 3,730
Likes (Received): 150
|
Quote:
__________________
4th Asian Beach Games 2014 Phuket "ครั้งยังเด็ก พวกผู้ใหญ่มักปลูกฝังให้ผมภูมิใจในชาติ แต่ทุกวันนี้ การกระทำของพวกผู้ใหญ่ มันทำให้ผมไม่มีความภูมิใจเหลืออยู่เลย" |
|
|
|
|
|
#1044 | |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,988
Likes (Received): 391
|
Quote:
![]() เห็นโฆษณากระทรวงสังคม เขาบอกว่ามีทีมจับทันที ใครจะลองโทรสายด่วนดู แล้วมาเล่ากันได้นะ
|
|
|
|
|
|
#1045 |
|
Registered User
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,288
Likes (Received): 4
|
|
|
|
|
|
#1046 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 3,502
Likes (Received): 140
|
พวกนี้ทำงานเป็นทีมครับ เคยเห็นมีรถกระบะมาส่งตอนเช้าๆ กทม.ไม่พยายามทำอะไรมากกว่า เพราะเห็นเทศกิจก็อยู่ใกล้ๆ
__________________
Thai Forum Thailand Info The only real prison is fear,and the only real freedom is freedom from fear. |
|
|
|
|
#1047 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
ลากไส้ทุจริตสอบ “รัฐบาลปู” เปิดเส้นทางฟอกเงินจำนำข้าว
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 8 ธันวาคม 2555 06:44 น. ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -หลังยิงหมัดน็อกโครงการรับจำนำและระบายข้าวในสต็อกในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ซวนเซเสียศูนย์ พรรคฝ่ายค้านก็เดินหน้าถล่มซ้ำ โดยเข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิด น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ และ ป.ป.ง. เพื่อให้ตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินของโครงการรับจำนำและระบายข้าวที่อ้างระบบจีทูจีบังหน้า งานนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ลากไส้แก๊งทุจริตโกงกินออกมาให้สาธารณชนได้เห็นอย่างชัดเจน โดยอธิบายอย่างจะแจ้งว่า ความจริงแล้วการทำสัญญาซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน หรือจีทูจี ที่รัฐบาลอ้างนั้น เงินที่จะชำระค่าข้าวต้องมีการเปิดแอลซีซึ่งโดยทั่วไปจะต้องเป็นสกุลเงินจากต่างประเทศ แต่จากการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัทสยามอินดิก้า ซึ่งอ้างว่าขายข้าวให้รัฐบาลจีนล็อตแรกเป็นเงินสกุลต่างประเทศนั้น ปรากฏว่าหลักฐานที่ตรวจสอบพบกลับกลายเป็นบัญชีภายในประเทศทั้งหมด โดยมีการโอนเงินเข้ากรมการค้าต่างประเทศเป็นเช็คจาก 4 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงเทพ, กรุงไทย, กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ รวมทั้งยังมีที่แยกธนาคารไม่ได้อีกส่วนหนึ่ง ข้อมูลที่ค้นพบก็คือ ระหว่างวันที่ 8 ต.ค. - 9 พ.ย. 2555 มีเงินเข้าบัญชี 6,743 ล้านบาท และข้อมูลก่อนหน้านี้ คือ ช่วงระหว่างวันที่ 28 ก.ย. - 12 ต.ค. 2555มีเงินเข้า 4,960 ล้านบาท จากเช็คของ 4 ธนาคาร โดยเชื่อว่าไม่ใช่เงินที่เปิดแอลซีจากรัฐบาลต่างประเทศแน่นอน จึงต้องตรวจสอบว่ารัฐบาลกำลังพัวพันกับการฟอกเงินในโครงการระบายข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลใหม่ คนชื่อ “สุธี” โอนเงินจากธนาคารกสิกรไทย ไปที่บัญชีธนาคารกรุงไทยของ “สุธี” สาขารัชดาภิเษก ในวันที่ 9 พ.ย. 2555จำนวน 200 ล้านบาท และอีกรายการมีการโอนเงิน 430 ล้านบาท รวมเป็น 630 ล้านบาท โดยพบความผิดปกติที่โอนในตอนเช้าแต่ตอนบ่ายเงินก็หายไป แล้วไปพบว่าเงินดังกล่าวเข้าไปที่ บริษัท “ส.” ซึ่งประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ “อย่างไรก็ตาม แก๊งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการค้าข้าวแต่กลับโยงใยกัน โดยบริษัท “ส.” มีความใกล้ชิดกับริษัทสยามอินดิก้า โดยบริษัท “ส.” มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นแค่หลักล้าน แต่เพียงไม่กี่เดือนกลับเพิ่มขึ้นเป็น 1-2 พันล้านบาท ในช่วงที่สอดคล้องกับการระบายข้าวของรัฐบาล” นอกจากนี้ ยังพบว่า บริษัทเงินบริษัท “ส.” เข้าไปซื้อหน่วยลงทุน “เคแทม” เพื่อซื้อหน่วยลงทุนของธนาคารไทยพาณิชย์ จากนั้นจึงมีการขายออก ไม่นานจากนั้นจึงมีการสั่งเช็คมีเช็คสั่งจ่ายให้กรมการค้าต่างประเทศ จากธนาคารกสิกรไทย ราคา 700 กว่าล้านบาท ใกล้เคียงกับเงินที่นายสุธีโอนเข้าบริษัท “ส.” ก่อนที่จะเข้าไปซื้อหน่วยลงทุน 630 ล้านบาท และจากการตรวจสอบคาดว่าน่าจะมีเงินเข้าไปบางส่วนก่อนเงิน 630 ล้านบาท เข้าไปซื้อหน่วยลงทุนแล้ว นั่นเป็นประเด็นสำคัญที่หมอวรงค์ต้องการให้ป.ป.ง.สอบในเชิงลึก จึงได้นำเอกสารหลักฐานทั้งหมดมอบให้กับทาง ป.ป.ง.เพื่อตรวจสอบต่อไป เจอเข้าไปหลายหมัด หมอวรงค์ เชื่อว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ คงรอดยาก โดยก่อนหน้านี้ หมอวรงค์ ได้จับพิรุธนายบุญทรง ที่อ้างว่ามีการเปิดแอลซีจากรัฐบาลต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้กลับบอกว่าไม่จำเป็นต้องเปิดแอลซี จ่ายเป็นเช็คก็ได้ จึงอยากถามว่าหลักฐานที่พรรคฝ่ายค้านแสดงให้เห็นเป็นเช็คที่มาจากบริษัทสยามอินดิก้า นายบุญทรง จะว่าอย่างไร? ส่วนเรื่องที่นายบุญทรง บอกว่า รัฐบาลต่างประเทศจะแต่งตั้งบริษัทใดทำการรับข้าวแทนนั้นรัฐบาลไทยเข้าไปก่ายก้าวไม่ได้นั้น ก็เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น “บริษัทที่อ้างว่าเป็นตัวแทนที่รัฐบาลจีนมอบหมายเอาข้าวไปเวียนขายให้กับโรงสีในประเทศ จึงเหมือนกับกล่าวหาว่าประเทศจีนเอาจีทูจีมาอ้างและปล่อยให้เอาข้าวมาเร่ขาย ดังนั้นนายบุญทรง ต้องแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ ที่พยายามแก้ต่างให้กับบริษัท GSSG Import-Export Coperation แต่ในส่วนของการสั่งจ่ายข้าวให้ตัวบุคคลคือนายรัฐนิธ โสถิกุล หรือไอ้ปาล์มนั้น อยากถามนายบุญทรงว่า รัฐบาลประเทศใดแต่งตั้งให้นายรัฐนิธ เป็นตัวแทนรับข้าวแทนรัฐบาลของเขา” “ไอ้ปาล์ม” แต่เป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัท GSSG Import-Export Coperation ที่หมอวรงค์ กล่าวถึงนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้ช่วยลำดับที่ 3 ของ ระพีพรรณ พงศ์เรืองรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นภรรยาของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง นั่นเอง นพ.วรงค์ ระบุว่า เชื่อว่าจากการอภิปรายฝ่ายค้านได้เอาหลักฐานทุจริตมาผูกมัดนายบุญทรง 2 ตราสัง คือ หนึ่ง หลักฐานที่โกหกประชาชนว่าขายข้าวจีทูจีแต่ขายให้บริษัทที่ใกล้ชิดโดยไม่ต้องประมูล และ สอง เส้นทางการจ่ายเงินที่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งในทางการเมืองนั้นหากชี้แจงไม่ได้ก็ไม่ควรจะอยู่อีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้น การโกหกคำโตของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ว่ามีการขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลจีนทำให้รัฐบาลหน้าแหกหมอไม่รับเย็บ เป็นอีกตราสังหนึ่งที่มัดแน่น เพราะคำปฏิเสธแบบนิ่มๆ จากนายก่วน มู่ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ที่ให้สัมภาษณ์ถึงการขายข้าวแบบจีทูจีระหว่างไทยกับจีนว่าไม่เคยมีสัญญาซื้อขาย 5 ล้านตันตามที่รัฐบาลไทยกล่าวอ้าง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย อธิบายว่า การซื้อข้าวจากไทยเป็นประเพณีที่เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว เพราะไทยผลิตข้าวมากที่สุด และขายข้าวได้เป็นอันดับหนึ่งของโลกตลอดมา จึงมีการหารือกันขอให้จีนซื้อข้าวเพิ่มเพื่อช่วยเหลือชาวนาไทยให้มีรายได้ดีขึ้น ซึ่งต่อมาก็มีการลงนามในข้อตกลงสนับสนุนค้าสินค้าเกษตรและสนับสนุนการค้าและวางแผนงาน 5 ปีด้านการเกษตร เป็นการลงนามในหลักการระหว่างรัฐบาลเท่านั้น แต่ถ้าจะซื้อขายจริงๆ จะมอบหมายให้บริษัทไปหารือกับประเทศไทยโดยตรง “ทราบว่ามีการเซ็นสัญญากับบริษัทแล้วประมาณหลายแสนตัน แต่ไม่เคยมีสัญญาซื้อขาย 5 ล้านตันตามที่รัฐบาลไทยกล่าวอ้าง เพราะจีนไม่ได้ซื้อข้าวจากไทยประเทศเดียวจึงไม่ได้ซื้อมากมาย เพราะเราก็ไม่ได้ขาดข้าวอยู่แล้ว เพียงแต่ซื้อเพื่อปรับตามความต้องการของตลาดที่ชอบรสชาติข้าวไทย แต่บางครั้งก็ซื้อจากเวียดนาม รัสเซีย และอีกหลายประเทศ” ส่วนประเด็นที่ว่าบริษัทที่จีนมอบหมายให้ซื้อข้าวกับ บริษัท จีเอสเอสจีฯ กับไทยใช่หรือไม่ ทูตจีนกล่าวเลี่ยงว่า ไม่ได้มีบริษัทเดียว แต่มีหลายบริษัท ประมาณ 4-5 บริษัท ซึ่งสัญญาซื้อขายก็ยังไม่ได้ยุติทั้งหมด ต้องตกลงกันต่อไป ส่วนการเปิดแอลซี รัฐบาลจะไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของบริษัท เนื่องจากการดำเนินการของบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจจะทำเอง รัฐบาลมีบทบาทเพียงแค่ชี้นำให้มีการซื้อขายเท่านั้น จากนั้นบริษัทจะไปตกลงกันเองกับประเทศไทย “ระบบที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจีนเป็นผู้ซื้อ แต่มีบทบาทชักนำให้รัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนเข้ามาซื้อเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลแล้ว รวมถึงเรื่องการตกลงราคาก็เป็นเรื่องที่สองฝ่ายคุยกัน หลักการอยู่ที่กลไกตลาดบริษัทที่ซื้อไปต้องขายได้กำไร เพราะถ้าขาดทุนคงไม่ซื้อ เพราะรัฐบาลไม่ได้ช่วย เนื่องจากมีกฎเกณฑ์และระเบียบหลายอย่าง” นายก่วน มู่ กล่าว เมื่อเรื่องแดงขึ้นมาเช่นนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็สบช่องทำหนังสือถึงสถานทูตจีนเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายข้าวแบบจีทูจีที่รัฐบาลไทยกล่าวอ้างมาตลอดว่าเป็นความจริงหรือไม่ เพราะหากไม่เป็นความจริงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ และรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน หมอวรงค์ ยังไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ข้อหาสมรู้ร่วมคิด นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พานิชย์ เจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจะดำเนินการกับใครบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะสาวไปถึงได้ ทันทีที่ได้รับเรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับเรื่องโครงการรับจำนำข้าว โดยได้มอบหมายให้นายกล้าณรงค์ จันทิก นายวิชา มหาคุณ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบ ต้องจับตากันต่อไปว่า คณะอนุกรรมการป.ป.ช.สอบทุจริตจำนำและระบายข้าว ที่มีพล.ต.อ.สถาพร กรรมการป.ป.ช. บุคลลที่ฟากรัฐบาลส่งมานั่งในป.ป.ช.นั้นจะกล้าสอบทุจริตจำนำและระบายข้าวที่รัฐบาลตกเป็นจำเลยหรือไม่ ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ที่ทำทีกล้าท้าให้สังคมติดตามว่าป.ป.ง.ทำงานเป็นกลางหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรไม่ชอบมาพากลพร้อมจะดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่าจะตรวจสอบจนถึงที่สุดนั้น จะจริงจังกับเรื่องนี้สักเพียงใด เพราะ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. ได้ออกตัวมาแล้วว่า เรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ก่อนว่ามีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวบ้าง มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร หลังจากป.ป.ช.รับเรื่องและพบมูลฐานความผิดชัดเจนแล้ว ป.ป.ง.จึงจะสามารถทำคดีควบคู่ไปพร้อมๆ กัน หากยังไม่ลืมว่า ป.ป.ง. เพิ่งเป่าคดีไซฟ่อนเงินทุจริตงบน้ำท่วม 1.6 หมื่นล้านที่ฮ่องกงว่าไม่มีมูลไปหมาดๆ อาจคาดการณ์ได้ว่า การสอบเส้นทางฟอกเงินทุจริตจำนำและระบายข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะลงเอยเช่นใด http://www2.manager.co.th/Daily/View...=9550000149233 |
|
|
|
|
#1048 | |
|
Kingdom of Zinon
Join Date: Dec 2003
Location: Bangkok
Posts: 3,730
Likes (Received): 150
|
Quote:
__________________
4th Asian Beach Games 2014 Phuket "ครั้งยังเด็ก พวกผู้ใหญ่มักปลูกฝังให้ผมภูมิใจในชาติ แต่ทุกวันนี้ การกระทำของพวกผู้ใหญ่ มันทำให้ผมไม่มีความภูมิใจเหลืออยู่เลย" |
|
|
|
|
|
#1049 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
พิษค่าจ้าง 300 บาท
มิหนำซ้ำยังไม่ทันจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ แต่ทว่าบรรดาราคาสินค้าต่างเตรียมจ้องขยับปรับราคาขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งคงไม่พ้นที่จะส่งผลกระทบถึงประชาชนค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน จะเป็นเช่นไรคงต้องติดตามดู เพราะจะเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองรุดหน้า หรือสะดุดจนเกิดปัญหา เพราะนักลงทุนพากันถอนสมอหนีไปลงทุนในลาว ในพม่า ในเขมร ในเวียดนาม ซึ่งค่าจ้างค่าแรงถูกกว่าไทยเป็นเท่าตัว//@F รายละเอียด เมื่อเป็นที่แน่นอนว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศจะมีมาตรฐานเดียวกัน คือวันละ 300 บาท เพราะรัฐบาลถือเป็นนโยบายที่จะต้องดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว เท่ากับเป็นการช่วยเหลือบรรดาผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นผู้มีฐานะยากจนให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้การประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะมีเสียงทักท้วงคัดค้านจากหลายๆ ฝ่ายก็ตาม ... เนื่องจากว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทพร้อมๆ กัน ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือที่มีทุนทรัพย์จำนวนมากย่อมไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะธุรกิจขนาดใหญ่มักจะมีการกำหนดค่าจ้างในราคาที่สูงอยู่แล้ว กอปรกับธุรกิจหลากหลายที่ต้องการแรงงานระดับช่างฝีมือ ซึ่งก็คงกำหนดค่าจ้างในอัตราที่สูงเช่นกัน ผิดกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่มีทุนทรัพย์ต่ำ รวมทั้งธุรกิจเล็กๆ ในครัวเรือน อาจต้องได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถจ้างแรงงานได้อีกต่อไป เพราะแม้แต่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย หรือ คสรท. ยังออกมาคาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนธันวาคมนี้จะปรากฏการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก เนื่องจากนายจ้างจะเลิกจ้างงานก่อนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชย ทำให้ต้องจับตาดูว่าในช่วงเวลานับจากนี้ไปปัญหาแรงงานจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง เพราะค่าจ้าง 300 บาท กำลังพ่นพิษ ไม่เว้นแม้แต่ในคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ยังเกิดมีปัญหาขัดแย้งกันขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาบรรดาธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างไร เพราะเพียงแต่ระบุว่ามีมาตรการช่วยเหลือทางด้านการเงินและภาษีไว้แล้วคงไม่เพียงพอ ในเมื่อระยะยาวเชื่อแน่นอนว่าคงเกิดปัญหา เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในอนาคตที่ไม่คงที่ และเปลี่ยนแปลง มิหนำซ้ำยังไม่ทันจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ แต่ทว่าบรรดาราคาสินค้าต่างเตรียมจ้องขยับปรับราคาขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งคงไม่พ้นที่จะส่งผลกระทบถึงประชาชน แต่เพราะค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ของรัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ เพราะผ่านมติ ครม. พร้อมกำหนดเงื่อนเวลาไว้ เท่ากับว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แล้ว แต่สำหรับผลที่จะติดตามมาจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน จะเป็นเช่นไรคงต้องติดตามดู เพราะจะเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองรุดหน้า หรือสะดุดจนเกิดปัญหา เพราะนักลงทุนพากันถอนสมอหนีไปลงทุนในลาว ในพม่า ในเขมร ในเวียดนาม ซึ่งค่าจ้างค่าแรงถูกกว่าไทยเป็นเท่าตัว http://www.banmuang.co.th/2012/12/%E...8%B2%E0%B8%97/ โถ ทําเป็นขึ้นค่าแรง แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้จะหาเรื่องขึ้นราคาพลังงานไม่ว่าจะก๊าชนํามันแบบบิดเบือนถึงขึ้นค่าแรงไปก็เท่านั้นแถมเลวร้ายหนักต้นทุนพุ่งหนัก คนตกงานระนาว Last edited by fol901; December 8th, 2012 at 03:58 PM. |
|
|
|
|
#1050 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,988
Likes (Received): 391
|
ค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าแก๊ส ขึ้นราคาทุกปี ไม่กี่ยวกับค่าแรง
phat ออทิสติก ก็เป็นหนึงในคนตกงาน ขอแนะนำให้ใช้วุฒิ มอ 6 ที่มีไปหางานทำ แล้วบอกเขาว่าเกลียดแม้ว ขอค่าแรงวันละ 170 บาท พอใจแล้ว
|
|
|
|
|
#1051 | |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
Quote:
ประเทศรอบบ้านเขาใช้ราคาพลังงานถูกและรายได้สูงแต่นี่ของแม้วต้องขึ้นเพราะอยากฉ้อฉลไง ขึ้นแล้วชีวิตจะดีขึ้นเหรอครับไปดูชาติอื่นของแพง อะไรแพงไม่มีหรอกชีวิตดีขึ้นมีแต่แย่ ผมยังจําได้ที่นังปูเน่าบอกจะลด นํามันก๊าชลงสุดท้ายก็ไม่ทําเลยหลอกชัดๆ |
|
|
|
|
|
#1052 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,988
Likes (Received): 391
|
phat ออทิสติก มั่วได้ใจ
|
|
|
|
|
#1053 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
#1054 |
|
Ljósálfar
Join Date: Feb 2012
Location: Álfheimr
Posts: 733
Likes (Received): 128
|
เค้าเอาเป็นเอาตายไงเหรอ ?
__________________
ASEAN One Vision | One Identity | One Community ------------------------------------------------------------------- Unity of Tai-Kadai Deutschland England Thailand New Zealand Poland
Iceland Netherlands Finland Switzerland Scotland Ireland Swaziland Greenland |
|
|
|
|
#1055 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,988
Likes (Received): 391
|
วนเวียนแต่เรื่องเก่าๆ คนอื่นก็มาโพสเรื่องข้อมูลหลายรอบ
อาการออทิสติกของ phat มันทำให้ลืมหรือ ?? ![]()
|
|
|
|
|
#1056 | |
|
Registered User
Join Date: Jan 2011
Posts: 217
Likes (Received): 14
|
Quote:
ราคาน้ำมันที่ลาว เขมร แพงกว่าไทยเป็น สิบบาท ราคาอาหาร ตามท้องถนน 50-60 บาทนะจ๊ะ phat แต่รายได้เฉลี่ย 1000-2000 บาท ส่วนที่พม่าราคาน้ำมันไกล้เคียงกับไทย แต่รายได้เฉลี่ยน้อยกว่าลาว เขมรอีก คนที่นั่นลำบากมาก ให้phat ไปอยู่เอามั้ย แต่กับไทยเองมันต่างกันเพราะเราสามารถผลิตเองได้ เศรษฐกิจมันก็หมุนเวียนอยู่ใน ประเทศอยู่แล้ว ผมทำงานอยู่ต่างจังหวัดทานอาหาร 30-35บาท แม่ผมขายอาหารตาม สั่งที่บ้าน จานละ 30 บาท ก้ได้เงินเพิ่มมากขึ้น แม่ผมก็นำเงินไปใช้จ่าย ในระบบ ทำให้เศรษฐกิจ มีความคล่องตัวมากขึ้น ธนาคารปล่อยกู้ได้อย่างไม่ตึงมือ ก่อเกิดธุรกิจอีกมากมายและรถยนต์ราคาจะไม่สูงไปกว่านี้หรือสินค้านำเข้าต่างๆราคาก้อิงตามตลาดโลกเป้นหลัก เราก้มีโอกาสในการเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ง่า่ยขึ้น เอาเป็นว่า ให้phat เลือกระหว่างลาว เขมร พม่า กับ อังกฤษ โดยมีโอกาสขั้นพื้นฐาณตามประเทสนั้นๆ phat เลือกอยู่ที่ใหนครับ
__________________
=ถึงเราจะแพ้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป= |
|
|
|
|
|
#1057 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2011
Posts: 222
Likes (Received): 97
|
^
^ ^ ยากไปแล้วครับ phat ไม่เข้าใจหรอกครับ555 แปลกจริงๆ phat บอกว่าประเทศรอบบ้านเราพลังงานถูก และรายได้สูง แต่ทำไมคุณภาพชีวิตของคนไทยจึงดีกว่า? แล้ว phat เคยแหกตาดูเหตุผลมั้ยเวลาเค้าขึ้นราคะหนะ มีตัวไหนที่ขึ้นเพราะประเทศต้องการเงินบ้าง?? มีแต่รัฐพยายามกดราคาให้มันต่ำๆๆ กว่าความเป็นจริง ถ้า phat ขืนยังอ่านแต่ผู้จัดการ ไทยโพสต์ แนวหน้า บ้านเมือง อยู่แค่นี้ มันก็ได้แต่ความสุขแหละ อ่านไปยิ้มไปเพราะมันด่ารัฐบาลทุกเรื่อง สะใจดี แต่มันก็ต๊อกต๋อยอยู่แค่นี้แหละ สมองมันไม่ได้พัฒนาขึ้นหรอก phat ไม่ประสบความสำเร็จจากการศึกษาในระบบ ก็พยายามหาความรู้จากสิ่งรอบตัวบ้างสิครับ เผื่อชีวิตจะดีขึ้น (ว่าแต่ทุกวันนี้ phat ทำงานอะไรครับ?) |
|
|
|
|
#1058 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
ชาวสวนปาล์มขาดทุนยับ เตรียมบุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาลประกันราคา 12 ธ.ค.นี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2555 11:48 น. พัทลุง - ชาวสวนปาล์มขาดทุนยับ เตรียมบุกทำเนียบฯ 12 ธ.ค.นี้ จี้รัฐบาลประกันราคาเช่นเดียวกับสินค้าเกษตรอื่นๆ เผยราคาต่ำสุดตกมาอยู่ที่ 2.82 บาท/กก. ในขณะที่ต้นทุนสูงถึง 4.29 บาท พร้อมแนะรัฐส่งเสริมระบบลอจิสติกส์ระหว่างสวนปาล์มกับลานเท และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้ถึง กก.ละ 50 สตางค์ นายโอภาส หนูชิต กรรมการสมาคมปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสหกรณ์ปาล์มน้ำมันจังหวัดพัทลุง (นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง) เปิดเผยว่า จากการประชุมชาวสวนปาล์มทั่วภาคใต้มาตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. จนถึงวันที่ 8 ธ.ค. 2555 นี้ ปรากฏว่า ชาวสวนปาล์มประสบภาวะขาดทุนมารวมแล้ว 3 เดือน จนถึงขณะนี้ ราคาปาล์มตกมาอยู่ที่ 2.82 บาท/กก. และบางรายบางพื้นที่ 3 บาท/กก. โดยต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 4.29 บาท/กก. จนถึงขณะนี้ ชาวสวนปาล์มไม่สามารถทนต่อสภาวะขาดทุนได้อีกแล้ว นายโอภาส กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11-12 ธ.ค.นี้ ชาวสวนปาล์มทั่วประเทศไทยจะยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดประจำจังหวัดนั้นๆ ที่มีสวนปาล์มอยู่ และในวันที่ 12 ธ.ค.2555 ชาวสวนปาล์มทั่วประเทศจะนัดพบกันที่กรุงเทพฯ แล้วส่งตัวแทนเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะไม่มีการประท้วง แต่หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการให้ได้ ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการปะท้วงหรือไม่ เพราะเราไม่สามารถหักห้ามได้ สำหรับข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลจากชาวสวนปาล์มทั่วประเทศ คือ รัฐบาลจะต้องดำเนินการประกันราคาปาล์มประมาณ 6 บาท/กก. เช่นเดียวกับที่รัฐบาลประกันข้าว ยางพารา อ้อย มัน เป็นต้น ส่วนข้อเรียกร้องเสริมคือ รัฐบาลจะต้องดำเนินการนโยบายลอจิสติกส์ระหว่างสวนปาล์มกับลานเท และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ในส่วนตรงนี้สามารถจะลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 50 สตางค์/กก. “สำหรับการประชุมชาวสวนปาล์มครั้งล่าสุดนี้ นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย และรับปากว่าจะดำเนินการประสานให้ระหว่างเกษตรกรชาวสวนปาล์มกับรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ” http://www2.manager.co.th/South/View...=9550000149541 |
|
|
|
|
#1059 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 3,502
Likes (Received): 140
|
บทวิเคราะห์เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำครับ
Free exchange The argument in the floor Evidence is mounting that moderate minimum wages can do more good than harm Nov 24th 2012 | from the print edition MINIMUM-WAGE laws have a long history and enduring political appeal. New Zealand pioneered the first national pay floor in 1894. America’s federal minimum wage dates from 1938. Most countries now have a statutory pay floor—and the ranks are still swelling. Even Germany, one of the few big countries without, may at last introduce a national one. And in an era of budget austerity and widening inequality, the political temptation to prop up wages at the bottom by fiat may well grow. Economists have tended to oppose minimum wages on the grounds that they reduce employment, hurting many of those they are supposed to help. Milton Friedman called them a form of discrimination against low-skilled workers. In standard models of competitive markets, anything that artificially raises the price of labour will curb demand for it, and the first to lose their jobs will be the least-skilled workers. ![]() Yet economic theory allows for the possibility that wage floors can boost both employment and pay. If employers have monopsony power as buyers of labour and are able to set wages, for instance, they can keep pay below its competitive rate. Academic supporters of wage floors, mainly economists on the left, appealed to this logic. But most of their colleagues disagreed; and until about 1990, most empirical studies found that higher minimum wages cost jobs, particularly among young workers. Then a pioneering case study by two noted labour economists, David Card and Alan Krueger, examined the response of fast-food restaurants to a rise in New Jersey’s state minimum wage. It found that this had actually increased employment. The paper spawned a flood of similar “case-study” research, a flurry of revisionist thinking and a heated academic debate. The most prominent critics of the new research were David Neumark of the University of California at Irvine and William Wascher of the Federal Reserve. They disputed Messrs Card and Krueger’s findings for New Jersey and argued that a comparison of different states over time showed that higher minimum wages hurt jobs. Almost two decades later, the minimum-wage debate has matured, not least because policy changes have brought heaps of new evidence to analyse. Britain introduced a national minimum wage in 1999. America’s states saw numerous adjustments in their minimum wages, and the federal floor was raised by 40% between 2007 and 2009. America’s academics still do not agree on the employment effects. But both sides have honed their methods and, in some ways, the gap between them has shrunk. Messrs Card and Krueger moved on to other work, but Arindrajit Dube at the University of Massachusetts-Amherst and Michael Reich of the University of California at Berkeley have generalised the case-study approach, comparing restaurant employment across all contiguous counties with different minimum-wage levels between 1990 and 2006. They found no adverse effects on employment from a higher minimum wage. They also argue that if research showed such effects, these mostly reflected other differences between American states and had nothing to do with the minimum wage. Messrs Neumark and Wascher still demur. They have published stacks of studies (and a book) purporting to show that minimum wages hit jobs. In a forthcoming paper they defend their methods and argue that the evidence still favours their view. But even they are no longer blanket opponents. In a 2011 paper they pointed out that a higher minimum wage along with the Earned Income Tax Credit (which tops up income for poor workers in America) boosted both employment and earnings for single women with children (though it cost less-skilled, minority men jobs). Britain’s experience offers another set of insights. The country’s national minimum wage was introduced at 46% of the median wage, slightly higher than America’s. A lower floor applied to young people. Both are adjusted annually on the advice of the Low Pay Commission. Before the law took effect, worries about potential damage to employment were widespread. Yet today the consensus is that Britain’s minimum wage has done little or no harm. The most striking impact of Britain’s minimum wage has been on the spread of wages. Not only has it pushed up pay for the bottom 5% of workers, but it also seems to have boosted earnings further up the income scale—and thus reduced wage inequality. Wage gaps in the bottom half of Britain’s pay scale have shrunk sharply since the late 1990s. A new study by a trio of British labour-market economists (including one at the Low Pay Commission) attributes much of that contraction to the minimum wage. Wage inequality fell more for women (a higher proportion of whom are on the minimum wage) than for men and the effect was most pronounced in low-wage parts of Britain. The British way versus the American way This new evidence leaves economists with lots of unanswered questions. What exactly is going on in labour markets if minimum wages do not hurt employment but reduce wage gaps? Are firms cutting costs by squeezing wages elsewhere? Are they improving the productivity of the lowest-wage workers? Some of the newest studies suggest firms employ a variety of strategies to deal with a higher minimum wage, from modestly raising prices to saving money from lower turnover. Policymakers face practical issues. Bastions of orthodoxy, such as the OECD, a rich-country think-tank, and the International Monetary Fund, now assert that a moderate minimum wage probably does not do much harm and may do some good. Their definition of moderate is 30-40% of the median wage. Britain’s experience suggests it might even be a bit higher. The success of the Low Pay Commission points to the importance of technocrats rather than politicians setting wage floors. Britain’s small, regular changes may be easier for firms to absorb than America’s infrequent but hefty minimum-wage increases. Whatever their flaws, minimum wages are here to stay. http://www.economist.com/news/financ...more-good-harm
__________________
Thai Forum Thailand Info The only real prison is fear,and the only real freedom is freedom from fear. |
|
|
|
|
#1060 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: BANGKOK
Posts: 1,497
Likes (Received): 211
|
มันเป็นภาษาปะกิจ phat อ่านไม่ออก จบม.หก มาได้ก็แทบจะต้องซื้อวุฒิแล้ววว
ความจริงในอนาคตข้างหน้า phat จะมีประโยชน์นะครับ เพราะ phat เป็นบัวใต้โคลนตม วันนี้ดูไร้ค่า แต่วันหนึ่งข้างหน้าในอนาคต อีกสักหลายล้านปี phat จะกลายมาเป็นน้ำมันให้เราได้เอามาเผาเล่นกัน มีประโยชน์จะตาย
__________________
Bangkok Urban Showcase. |
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|