|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#1061 | |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
#1062 | |
|
Registered User
Join Date: Mar 2004
Location: Bangkok
Posts: 5,397
Likes (Received): 6
|
Quote:
ความรู้บัดซบจากสัำนักเดียวกัน http://www.pantip.com/cafe/wahkor/to...X12848844.html น่าคิดนะ ว่าคนกลุ่มที่โง่แบบนี้ คือคนกลุ่มเดียวกับที่เที่ยวไปดูถูกชาวบ้านว่าไร้การศึกษา Last edited by cHemon; December 9th, 2012 at 11:57 AM. |
|
|
|
|
|
#1063 | |
|
Registered User
Join Date: Nov 2011
Posts: 360
Likes (Received): 116
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
#1064 |
|
Kingdom of Zinon
Join Date: Dec 2003
Location: Bangkok
Posts: 3,689
Likes (Received): 121
|
เอิ่ม สมัย ม ต้น ก็มีนะครับ บทเรียนที่ว่าน้ำมันเกิดจากอะไร อย่าบอกนะว่า จบ แค่ ป.6
__________________
4th Asian Beach Games 2014 Phuket "ครั้งยังเด็ก พวกผู้ใหญ่มักปลูกฝังให้ผมภูมิใจในชาติ แต่ทุกวันนี้ การกระทำของพวกผู้ใหญ่ มันทำให้ผมไม่มีความภูมิใจเหลืออยู่เลย" |
|
|
|
|
#1065 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,621
Likes (Received): 354
|
สงสัยได้ไอเดียจากอนิเมะ ชินมาชินก้า Z งวดต่อไปพลังงานเก็ตเตอร์
![]()
|
|
|
|
|
#1066 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
#1067 | |||
|
Registered User
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,919
Likes (Received): 13
|
Quote:
ช่วยเอาข้อมูลสาระมาให้อ่านนะครับ เวลาว่างๆก็เปิดเว็บที่เชื่อถือได้เปิดอ่านบ้างดีกว่า อย่ามัวแต่หลงอยู่ในเว็บพรรณ์นั้นเลย หรืออ่านเว็บพรรณ์นั้นแล้ว อย่าเพิ่งเชื่อก็ได้ พระพุทธองค์เคยสอนไว้ว่า จงอย่าเชื่ออะไรทันที แต่จงเรียนรู้ด้วยตนเอง เชื่อตนเอง(หาข้อมูลจากหลายๆเแหล่ง)นะครับ ![]() คนไม่รู้ไม่ผิด แต่อย่าอวดรู้ดีกว่าครับ ปล.อาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่จำได้ว่าน้องคนนี้อวดรู้มาหลายครั้งแล้ว ![]() Quote:
Quote:
|
|||
|
|
|
|
#1068 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
พอเถอะแล้วทําไมถึงมีแท่นขุดเจาะในอ่าวไทยนับวันมีมากยิ่งขึ้น ยิ่งมีมากยิ่งขุดมาก ละวะ 55555 แล้วอันดับส่งออกไทยก็ติดอันดับต้นแต่ไทยไปไม่ถึงไหน เลยเพราะนักการเมืองไง ยิ่งแปรรูป ปตทยิ่งฟ้องชัดว่ามันฉ้อฉล แล้วอีกอย่างเขมรก็มีก๊าชนํามันในเขตของเขา ถ้าเขามีเราต้องมี นั้นละที่ไอ้เขมรมันจะเอาของเรานั้นละ แล้วที่ไอ้เชฟร่อนมาขุดในไทยแทบครึ่งอ่าวเขามาแบบจ้ายค่าภาคหลวงที่น้อยแต่ปล้นไปมหาศาล แล้วส่งไปให้สหรัฐแบบนี้จะเรียกว่าเมกาเป็นมิตรหรือครับ แล้วที่โอบาม่ามาไทยเพราะพลังงานในไทยนั้นละ ผมถึงไม่ปลื้มโอบาม่ามาไทยเลยนอกจากพลังงานแล้วไอ้ tppที่จะเอาเปรียบคนไทยให้ไทยเป็น ทาสมะกันเรื่องสินค้าก็เรื่องนี้ละ
|
|
|
|
|
#1069 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
เผยเอสเอ็มอีจำนวนกว่า 2.1 พันแห่งได้รับผลกระทบขึ้นค่าจ้าง 300 บาท
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2555 23:02 น. “เผดิมชัย” เผยผลสำรวจพบธุรกิจเอสเอ็มอี 2,193 แห่งได้รับผลกระทบปรับค่าจ้าง 300 บาท วอนใช้มาตรการการเงิน-ภาษีช่วยเหลือ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท โดยระบุว่าจนถึงวันนี้ตนขอยืนยันว่าการปรับขึ้นค่าจ้างจะไม่มีการชะลออย่างแน่นอน รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานไปรวบรวมผลกระทบและข้อเสนอแนะมาตรการช่วยเหลือของภาคธุรกิจในจังหวัดต่างๆ โดยในวันนี้ได้รับรายงานสรุปข้อมูลเบื้องต้นว่ามีธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจำนวน 2,193 แห่งทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพฯ โดยมีแรงงานได้รับผลกระทบ 49,316 คน ซึ่งธุรกิจ 5 อันดับแรกที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ยานยนต์และชิ้นส่วน การผลิตทั่วไป ก่อสร้าง และอาหาร ซึ่งมีข้อเสนอแนะมาตรการช่วยเหลือเน้นใช้มาตรการด้านการเงิน ภาษี การตลาด และการพัฒนาฝีมือแรงงาน “หลังจากนี้ ภายใน 1 สัปดาห์กระทรวงแรงงานจะเร่งสรุปข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำไปปรับมาตรการช่วยเหลือที่เหลืออีก 16 มาตรการจากทั้งหมด 27 มาตรการ และในจำนวนนี้ประกาศใช้ไปแล้ว 11 มาตรการเพื่อให้ตรงความต้องการของผู้ประกอบการ และจะนำเสนอคณะกรรมการพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานในวันที่ 14 ธันวาคมนี้” รมว.แรงงานกล่าว http://www2.manager.co.th/iBizchanne...=9550000149484 |
|
|
|
|
#1070 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,621
Likes (Received): 354
|
เพิ่งไปเอายาที่โรงพยาบาลวันก่อน กินหมดแล้วเหรอ phat
|
|
|
|
|
#1071 |
|
Land_Of_Smile
Join Date: Jun 2009
Location: Chiangmai
Posts: 232
Likes (Received): 0
|
ไม่อยากจะเชื่อ ว่าการเมืองจะทำให้ขาดสติ ไร้มันสมองได้ถึงขนาดนี้ เห้อ อนาถใจจริงๆ ฟังเค้ามาแล้วมาพูดต่อ คนอย่างนี้ไม่มีสมองเป็นของตัวเองยืมหัวสมองเค้ามาทั้งนั้น เค้าใช้ให้ไปกินขี้มันก็ไป
![]()
|
|
|
|
|
#1072 |
|
Registered User
Join Date: Jan 2011
Posts: 217
Likes (Received): 14
|
เค้าเป็นสีสันของบอร์ดเราจริงๆนะครับ คนที่คิดแต่ว่าตัวเองถูกต้องแต่ฝ่ายเดียว
พวกติดกับดักทางความคิดของตัวเองพัฒนายากครับ......
__________________
=ถึงเราจะแพ้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป= |
|
|
|
|
#1073 |
|
Ljósálfar
Join Date: Feb 2012
Location: Álfheimr
Posts: 704
Likes (Received): 101
|
แถถลอก
__________________
ASEAN One Vision | One Identity | One Community ------------------------------------------------------------------- Unity of Tai-Kadai Deutschland England Thailand New Zealand Poland
Iceland Netherlands Finland Switzerland Scotland Ireland Swaziland Greenland |
|
|
|
|
#1074 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,621
Likes (Received): 354
|
ธุรกิจยักษ์โบนัสอู้ฟู่ ค่ายรถ-อสังหาฯ-สื่อสาร-คมนาคม ยันค้าปลีกควักกระหน่ำถ้วนหน้า
วันอาทิตย์ที่ 09 ธันวาคม 2012 เวลา 10:10 น. ธุรกิจคึกคัก ควักกระเป๋าจ่ายโบนัสพนักงานรับปีใหม่ ค่ายรถยนต์ร้อนแรงโตโยต้าอัด 8.5 เท่า คอนโดฯ-รับเหมารับทรัพย์หนัก ควักจ่ายด้วย "ศุภาลัย-ซิโน-ไทย" มีลุ้น 8- 10 เดือน กลุ่มรัฐวิสาหกิจวงการคมนาคมขนส่งรับถ้วนหน้า การท่าฯจ่าย 7.5 เดือน ไทยฮั้วยางพาราทะลุวงการ ขออัดฉีดโบนัส 3-6 เดือน ส่วนสหฟาร์มทนแบกต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มไม่ไหวปีนี้ของด แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะแผ่วลง จากการแห่ปรับลดการเติบโตของจีดีพีปี 2555 ลง จากระดับ 7% ลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 5-5.5% อย่างไรก็ตาม แรงส่งจากการเร่งใช้จ่ายฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงโครงการประชานิยมทั้งหลาย ได้เพิ่มกำลังซื้อในระดับรากหญ้าถ้วนหน้า ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ ยังเติบโตและมีผลประกอบการที่ดี และบางอุตสาหกรรมดีมาก นั้น "ฐานเศรษฐกิจ"สำรวจเรียงตัวบริษัทธุรกิจ ผู้ประกอบการระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม ต่างตัดสินใจจ่ายโบนัส หรือเงินพิเศษแก่พนักงานของตนกันถ้วนหน้า และหลายอุตสาหกรรมจ่ายให้อย่างจุใจ โดยในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตในปีนี้ถือว่าเป็นปีทอง จากยอดผลิตทะลุ 2 ล้านคัน เป็นสถิติใหม่ ขณะที่ยอดขายในประเทศ ก็คาดว่าอาจจะสูงถึง 1.4 ล้านคัน เติบโตเกือบเท่าตัวจากปีก่อน -ค่ายรถอัดถ้วนหน้าโตโยต้ารับ8.5เดือน ยอดขายรถยนต์ที่เติบโตในปีนี้ แน่นอนว่าบริษัทผู้ผลิตที่ถูกจับตามองที่สุดก็คือค่ายโตโยต้า ที่ล่าสุดได้ประกาศโบนัสให้กับพนักงานเป็นจำนวน 8.5 เดือน บวกกับเงินพิเศษ เท่ากับปีที่แล้ว โดยได้จ่ายโบนัสก้อนแรก 4 เดือน ช่วงกลางปีเมื่อเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนไปก่อนแล้ว มีรอลุ้นที่เหลืออีก 4.5 เดือน ส่วนมิตซูบิชิ มอบโบนัสให้กับพนักงาน 7 เดือน บวกเงินพิเศษ ด้านค่ายฮอนด้าทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ คาดว่าโบนัสจะอยู่ที่ 6 เดือนและบวกเงินพิเศษ ส่วนค่ายฟอร์ด มาสด้า นิสสัน นั้นการจ่ายโบนัสจะเป็นช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นการปิดปีงบประมาณ ขณะที่ค่ายเชฟโรเลต อีซูซุนั้น คณะผู้บริหารปิดปากเงียบไม่เปิดเผยข้อมูล ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยยามาฮ่าคาดว่ามีโบนัส 4-5 เดือน และบวกเงินพิเศษ ขณะที่บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของบริษัทรถยนต์นั้น จากการสำรวจของฐานเศรษฐกิจ พบว่า บริษัทชิ้นส่วนระดับกลางให้โบนัสพนักงานประมาณ 4 เดือน บวกกับเงินพิเศษอีกประมาณคนละ 2 3 หมื่นบาท -อสังหาฯ-รับเหมา อู้ฟู่ ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ปีนี้ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคอนโดมิเนียม ที่แข่งกันผุดโครงการรับแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ นั้น นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่า ไตรมาส 4 ของปีนี้จะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบปี ส่วนทั้งปีคาดว่าจะมียอดขาย 1.9 หมื่นล้านบาท "การจ่ายโบนัสเป็นตามเงื่อนไขและผลประกอบการที่บริษัทตั้งไว้ ปีนี้คาดว่าจะจ่ายให้พนักงานใกล้เคียงกับปี 2554 คือประมาณ 5-9 เดือน หากผลประกอบการมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็จะมีการพิจารณาปรับเพิ่มการจ่ายโบนัสให้แก่พนักงาน" นายอธิป กล่าว นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัท จ่ายไม่เกิน 3 เดือน แต่ปีนี้ผลประกอบการน่าจะเป็นไปตามเป้า คือ 4,000 ล้านบาท จึงมีแผนที่จะปรับเพิ่มการจ่ายโบนัสเป็นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4 เดือน และยังได้นำผลประเมินการทำงานมาใช้ในการพิจารณาให้โบนัสด้วย ถ้าอยู่ในเกณฑ์ดีน่าจะได้ 4 -6 เดือน โดยมีกำหนดจ่ายโบนัสในช่วงเดือนมกราคม 2556 -ซิโน-ไทยลุ้นโบนัสกระโดด ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า การจ่ายโบนัสปีนี้ คาดว่าจะไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจ่ายโบนัส 6 เดือน โดยยึดหลักเกณฑ์กำไรเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ คือ 600 ล้านบาท จะจ่ายโบนัสตามสัดส่วนกำไรส่วนเพิ่ม ซึ่ง ยังต้องรอสรุปตัวเลขทั้งปีก่อน แต่จากตัวเลขรายรับที่เกินเป้าไปแล้วนั้น ยืนยันได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือนแล้ว ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตระกูลผู้ก่อตั้งแต่ไม่มีตำแหน่งบริหารในบริษัทแล้ว ได้เผยก่อนหน้านี้ว่า ปีนี้มีโอกาสลุ้นโบนัส 8- 10 เดือน ด้านบริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้ยังอยู่ระหว่างการเตรียมจัดประชุมรับฟังความเห็นของผู้บริหาร เพื่อเตรียมจ่ายในช่วงตรุษจีนของปี 2556 ส่วนปีที่ผ่านมาจ่ายให้โดยเฉลี่ย 3 เดือน ซึ่งเป็นการจ่ายให้โดยวัดจากเกณฑ์ความสามารถในกรณีประเมินการทำงานของแต่ละคน ส่วนบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) จ่าย 1 เดือนเป็นประจำทุกปี -การท่าฯเอาไปเลย 7.5 เท่า ด้านบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ก็ไม่น้อยหน้า นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)(บมจ.) กล่าวว่า บริษัทมีการจ่ายโบนัสให้พนักงานสูงสุดจำนวน 5 เดือน โดยก่อนหน้านี้เคยระบุว่ายอดขายบริษัทเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งภาพรวม 9 เดือนบริษัทมียอดขายรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรประมาณ 790 ล้านบาท เช่นเดียวกับกลุ่มท่องเที่ยว-การบิน ทางบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จ่ายโบนัส 7.5 เท่าของเดือน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว รวมทั้งในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2555 จะมีการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.80 บาท เนื่องจากปีนี้มีผลประกอบการที่ดี เพิ่มขึ้น 1.83 พันล้านบาทจากปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือบวท. จ่ายเงินรางวัลพิเศษ 4 เดือน ส่วนโรงแรมเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ จ่ายโบนัส 1.5 เดือน -การทางพิเศษก็รับ5เดือน รัฐวิสาหกิจในแวดวงคมนาคมขนส่งก็รับถ้วนหน้า นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า ต้องรอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบรายได้ คาดจะจ่ายปีนี้ประมาณ 5 เดือน จากคาดหมายรายรับทั้งปีที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท สูงจากที่ผ่านมาประมาณ 1,000 ล้านบาท ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) ก็มีโบนัส โดยนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่ายังคงจ่ายโบนัส 1 เดือน ให้กับพนักงานเช่นทุกปีที่ผ่านมา จากตัวเลขผลกำไรประมาณ 100 ล้านบาท ใกล้เคียงกับทุกปีที่ผ่านมา -โทรคมฯคึก กสท.ได้ 4 เดือน เช่นกันในกลุ่มธุรกิจด้านโทรคมนาคม และกิจการการสื่อสารใหม่ ๆ ก็คึกคักไม่น้อย แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยแหล่งข่าวจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในวันที่ 18 ธันวาคม 2555 บมจ.ทีโอที จะมีการแจกโบนัสให้กับพนักงานจำนวน 1 เดือน และจ่ายโบนัสอีกรอบช่วงกลางปี ประมาณเดือนพฤษภาคม 2556 ซึ่งจะต้องมีการประเมินผลงานจากการจัดอันดับของทริส เรทติ้งอีกครั้งหนึ่ง โดยการจ่ายโบนัสในครั้งนี้เท่ากับปีที่ผ่านมา ส่วนที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) แหล่งข่าว กล่าวว่า ในวันที่ 12 ธันวาคม 2555 มีวาระการประชุมบอร์ด เชื่อว่าคณะกรรมการบริษัทจะมีการสรุปจ่ายโบนัสประจำปี โดยปีที่ผ่านมาอนุมัติจ่ายโบนัสประมาณ 4 เดือน แบ่งเป็นก้อนแรกจ่าย 3 เดือน อีกส่วนจ่ายตามขั้นเงินเดือน โดยพนักงานที่ได้ขึ้นเงินเดือน 2 ขั้น จะได้โบนัส 40 วัน ถ้าได้ปรับขึ้น 1 ขั้น ก็ได้โบนัสแค่ 20 วัน ด้านเอกชนนั้นแหล่งข่าวจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่สรุปการจ่ายโบนัสอย่างเป็นทางการ คาดว่าต้นเดือนมกราคม 2556 คณะกรรมการจะมีมติ และจ่ายให้ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นประจำทุกปี ที่ผ่านมาจะได้เฉลี่ยประมาณ 4 เดือน -จานดาวเทียมให้ทั้งโบนัส-ปรับฐาน ขณะที่นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า จะจ่ายโบนัสให้พนักงานในต้นปี 2556 ซึ่งที่ผ่านมาจะจ่าย 1 เดือนเป็นเบื้องต้น แต่ถ้าแผนกใดทำงานได้เกินเป้าหมาย ก็จะได้รับจัดสรรเพิ่ม ด้านธุรกิจจานดาวเทียมก็ไม่น้อยหน้า นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ต้นปีบริษัทตั้งเป้ารายได้โตที่ 25-30 % แต่จากข่าว กสทช. เรื่องของทีวีดิจิตอล ทำให้ผู้ชมสับสน ไม่เข้าใจข้อมูลรายละเอียดและระบบการติดตั้ง ชะลอการซื้อ ส่งผลให้ยอดขายกล่องของบริษัทในช่วงไตรมาส4ลดลง คาดถึงสิ้นปี 2555 จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15% แม้ยอดขายลดลง แต่บริษัทยังคงจ่ายโบนัสให้พนักงานในอัตราเฉลี่ย 3-5 เดือน และในปี 2556 บริษัทจะปรับฐานเงินเดือนให้พนักงาน ที่อยู่โรงงานในเขตสุพรรณบุรีและกรุงเทพฯ เพิ่มอีก 15% ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1 พันคน -ภาคผลิต-ส่งออกยังกัดฟันให้ ด้านภาคผลิตและส่งออกที่ต้องสู้หนักในเวทีโลกปีนี้ยังกัดฟันให้โบนัสพนักงาน โดยนางประพีร์ สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แพรนด้า จิวเวลรี่ ผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำ กล่าวว่า บริษัทจะจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานในปีนี้เฉลี่ย 1-2 เดือน ตามอายุงานและผลงานของพนักงานและคนงาน ที่มีอยู่ประมาณ 4 พันคน โดยในปี 2555 คาดบริษัทจะมีรายได้มากกว่า 3 พันล้านบาท มีกำไรพอสมควร ซึ่งการจ่ายโบนัสในปีนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว นอกจากนี้จะมีการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีด้วย เช่นกัน นายหลักชัย กิตติพล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพารารายใหญ่ เผยว่า บริษัทจะจ่ายเงินโบนัสปี 2555 ให้กับพนักงาน 3-6 เดือน โดยให้ตามอายุงานและตามผลงาน ซึ่งในปีนี้ยังถือเป็นปีที่ดีของบริษัท ทั้งในด้านรายได้และกำไร จากปกติในแต่ละปีที่ผ่านมาการจ่ายโบนัสก็อยู่ในระดับเดียวกับปีนี้ -สหฟาร์มรับสภาพงดโบนัส ขณะที่นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทจะจ่ายโบนัสให้พนักงานที่ 2 เดือนของอัตราเงินเดือนในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามปกติมาตรฐานที่บริษัทมีการจ่ายโบนัส 2 เดือนมาเป็นประจำทุกปี และปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่ผลประกอบการ และกำไรของบริษัทยังไปได้ดี ส่วนดร.ปัญญา โชติเทวัญ ประธานกรรมการ บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกไก่แปรรูป และไก่สดแช่แข็ง กล่าวว่า ผู้บริหารของบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะจ่ายโบนัสหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นมองว่ามีความเป็นไปได้ยาก เพราะในปีนี้ในภาพรวมผลประกอบการของบริษัท ยังประสบภาวะขาดทุน จากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าจ้างแรงงาน ปรับตัวสูงขึ้นมาก นอกจากนี้เงินบาทยังแข็งค่า เศรษฐกิจโลกซบเซา ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบริษัท และกระทบต่อวงการปศุสัตว์ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ดังนั้น การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันในปีหน้าจึง คล้ายกับเป็นโบนัสคนงานของบริษัทที่มีอยู่กว่า 3 หมื่นคนไปในตัว ส่วนการปรับเงินพนักงานจะเป็นไปตามสภาวการณ์ของบริษัท -ธุรกิจอาหาร-ค้าปลีก ส่วนธุรกิจอาหารและค้าปลีกที่ปีนี้เคลื่อนไหวหนักนั้น นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมผลประกอบการบริษัทปีนี้ มีการเติบโตสูงถึง 27% ทั้งหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้บริษัทพิจารณาจ่ายเงินโบนัสเฉลี่ย 2 เดือน ซึ่งเท่ากับปีก่อน และถือเป็นการจ่ายปกติทุกปีด้วย ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานประมาณ 4-5 พันคน พร้อมกับในปีหน้าบริษัทยังมีการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานด้วยประมาณ 6-7% "บริษัทมีพนักงานรวมประมาณ 7 พันคน เป็นพนักงานประจำประมาณ 4 พันคน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะได้รับโบนัสเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีที่แล้ว คือประมาณ 2 เดือน จากฐานเงินเดือนกว่า 1 หมื่นบาทขึ้นไป ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานพาร์ตไทม์" นายไพศาล กล่าว นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร กลุ่มผลิตภัณฑ์โคคา-โคลา (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทจ่ายโบนัสหรือผลตอบแทนตามประสิทธิภาพการทำงาน หรือตามผลการปฏิบัติงานอยู่แล้ว ซึ่งจะจ่ายเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้นไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่ยืนยันว่าจากผลประกอบการที่ดีเป็นไปตามเป้า ประกอบกับไม่มีปัจจัยลบเข้ามาเกี่ยวข้องในปีนี้ จะทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานได้มากกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน ด้านแหล่งข่าวจาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า การจ่ายโบนัสสำหรับพนักงานจะอยู่ในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่มีการแจ้งจากผู้บริหารแต่อย่างใด ซึ่งปีที่ผ่านมาอัตราการจ่ายโบนัสแก่พนักงาน จะอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนครึ่ง และคิดว่าปีนี้ก็น่าจะใกล้เคียงกัน ขณะเดียวกันในส่วนของการปรับฐานเงินเดือน คาดว่าน่าจะมีเหมือนประจำทุกปีอยู่แล้ว ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินปลายปีอีกที เช่นเดียวกับกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยฯ ยังไม่มีการพิจารณาโบนัสแต่อย่างใด เนื่องจากการประเมินโบนัสจะมีขึ้นในเดือนเมษายนพร้อมกันทั้งภูมิภาค -งานเข้าเป้าพนักงานบลจ.มีลุ้น ในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งปีวอลุ่มโตเล็กน้อย คาดโบนัสไม่ต่างจากปีก่อนที่จ่ายเฉลี่ย 2-3 เดือน พร้อมปรับเงินเดือน 5-10 % ส่วนบลจ.รับอานิสงส์กองทุนหุ้นดีโบนัสดีกว่าปีก่อน โดยนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจหลักทรัพย์ปี 2555 ทั้งอุตสาหกรรมเติบโตจากปี 2554 เล็กน้อย มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ย 3.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 3.1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น คาดว่าทั้งอุตสาหกรรมจ่ายโบนัสเฉลี่ย 2-3 เดือน ใกล้เคียงกับปีก่อน นายปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธา นเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีผลการดำเนินงานคงใกล้เคียงกับปีก่อน ดังนั้น การจ่ายโบนัสให้กับพนักงานคงไม่น้อยกว่าปีก่อน ที่จ่ายขั้นต่ำ 2 เดือน (ให้โบนัสตามผลงาน) นอกจากนี้จะพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน โดยอิงจากเงินเฟ้อ 3.5 -7 % นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่า ปีนี้มีโอกาสที่บริษัทจะเพิ่มค่าตอบแทนให้กับพนักงานดีขึ้น และปีหน้าจะปรับอัตราเงินเดือนให้กับพนักงานไม่น้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ หรือปรับขึ้นประมาณ 5-10 % ขณะที่นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนรวมปีนี้ดีกว่าปีก่อน เนื่องจากตลาดหุ้นปรับขึ้นเฉลี่ย 30 % ส่งผลให้กองทุนหุ้นภายใต้การบริหารทำผลงานออกมาดี ดังนั้น บริษัทอาจพิจารณาจ่ายโบนัสเพิ่มจากปีที่แล้ว ส่วนปีหน้าจะปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานไม่น้อยกว่าอัตรา 5 % -สื่อก็จ่ายโบนัส ขณะที่แวดวงธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ มีการจ่ายโบนัสแตกต่างกันไป โดยแหล่งข่าวจากวงการหนังสือพิมพ์ระบุว่า เครือมติชน มีการจ่ายโบนัส 2 เดือน ลดลงจากปีก่อนที่เคยจ่ายโบนัส 3 เดือน ส่วนโพสต์ทูเดย์โบนัส 2 สัปดาห์ กรุงเทพธุรกิจคาดว่าจะจ่ายโบนัสไม่ต่ำกว่า 1 เดือน จากปีที่ผ่านมาจ่ายให้ 120 % และได้มากกว่าหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก และเดอะ เนชั่น (The Nation) ที่อยู่ในเครือเดียวกัน ด้านเดลินิวส์จะมีการพิจารณาจ่ายโบนัสให้พนักงาน ช่วงสิ้นปี 2555 โดยที่ผ่านมามีการจ่ายโบนัสให้พนักงานประมาณ 3-4 เดือน และแบ่งจ่ายเป็น 2 ช่วงคือต้นปีและกลางปี ขณะที่ฐานเศรษฐกิจได้กลับมาจ่ายโบนัสพนักงานอีกครั้ง จากที่ให้เป็นเงินพิเศษมาหลายปี โดยจ่ายก้อนแรก 1 เดือนในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ แล้วรอสรุปยอดขายรวมทั้งปีเพื่อจะลุ้นอีก 0.5- 1 เดือนต้นปีหน้า จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,799 วันที่ 9-12 ธันวาคม พ.ศ. 2555 http://www.thanonline.com/index.php?...-05&Itemid=417 |
|
|
|
|
#1075 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
เพิ่มกําลังซื้อหรือให้คนไทยมีหนี้สินมากขึ้น ละ หา
|
|
|
|
|
#1076 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
“300 บาท” ทำป่วน! พนักงาน รง.ปั่นทอบุรีรัมย์โวย นายจ้างบีบลอยแพ 100 ชีวิต
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2555 18:32 น. บุรีรัมย์ - พนักงาน รง.ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ร่วม 100 คน ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังบริษัทได้แจ้งโยกย้ายพนักงานไปช่วยทำงานสาขาอื่นที่อยู่ห่างไกลถึง 140 กม.โดยไม่เต็มใจ และไม่มีรถรับ-ส่ง แฉแผนนายจ้างบีบทางอ้อมเพื่อต้องการปรับลดลอยแพพนักงาน หนีพิษค่าแรง 300 บาทที่รัฐบาลประกาศเริ่ม ม.ค. 56 วันนี้ (11 ธ.ค.) ที่บริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 ตั้งอยู่เลขที่ 391 หมู่ที่ 1 บ.พุทไธสง ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พนักงานและลูกจ้าง จำนวน 99 คน นำโดย นางคำปัน ก่ำแก้ง แกนนำ ได้รวมตัวกันที่โรงอาหารของบริษัทฯ เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีนุชศาสตร์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ และว่าที่ ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง นายอำเภอพุทไธสง ช่วยเหลือกรณีบริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 จะโยกย้ายพนักงานไปช่วยงานชั่วคราวที่โรงงานสาขาการ์เมนท์ 5 ในเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยที่พนักงานไม่เต็มใจไป ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สืบเนื่องจากทางบริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 ได้มีประกาศให้พนักงานไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์เมนท์ 5 โดยที่พนักงานไม่เต็มใจไป รวมทั้งประกาศที่ทางนายจ้างแจ้งให้ทราบนั้นมีระยะเวลาน้อยกว่า 30 วัน คือหนังสือประกาศลงวันที่ 7 ธันวาคม 2555 ตัวแทนของนายจ้างยื่นต่อตัวแทนของลูกจ้างให้ทราบในวันที่ 10 ธันวาคม 2555 โดยให้พนักงานย้ายไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์เมนท์ 5 ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยนายจ้างอ้างเหตุผลว่า ทางบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อสินค้าลดลงทำให้ปริมาณของงานลดลง ไม่เพียงพอต่อการทำงานของพนักงาน เป็นการลดค่าใช้จ่ายต้นทุนการผลิตสินค้าและด้านพลังงานเพื่อที่จะให้พนักงานทำงานอย่างทั่วถึง ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวนี้ ทางฝ่ายลูกจ้างเห็นว่ามิใช่เหตุผลอันควร เนื่องจากการโยกย้ายพนักงานไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์เมนท์ 5 ในครั้งนี้นั้น ทางบริษัทฯ ของนายจ้างไม่มีสวัสดิการรถรับ-ส่งให้พนักงานเลย ซึ่งการเดินทางไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์มนท์ 5 จะต้องใช้เวลาไป-กลับนานถึง 4 ชั่วโมง 50 นาที รวมระยะทาง 140 กิโลเมตรต่อการเดินทางไปทำงานในแต่ละวัน ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้พนักงานไม่สามารถย้ายไปทำงานตามที่นายจ้างแจ้งประกาศได้ เพราะลูกจ้างเห็นว่ามีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างและครอบครัว มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานของลูกจ้าง อีกทั้งไม่มีเวลาดูแลครอบครัวดูแลบุตรเพราะพนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง รวมถึงความปลอดภัยในการเดินทางและระยะเวลาในการเดินทาง นางคำปัน ก่ำแก้ง ตัวแทนพนักงานบริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 กล่าวว่า พนักงานบริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 ทำงานที่นี่มานานกว่า 5 ปี ไม่มีความประสงค์จะไปช่วยงานชั่วคราวที่โรงงานการ์เมนท์ 5 แต่ขอให้ทางบริษัทฯ เอางานมาให้ทำที่บริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 เหมือนเดิม แต่หากทางบริษัทฯ ไม่ยินยอม ฝ่ายพนักงานในฐานะลูกจ้างขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บอกเลิกสัญญาจ้าง ขอให้ทางฝ่ายนายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมแก่ฝ่ายลูกจ้างบริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 ครั้งนี้ด้วย “การโยกย้ายพนักงานไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์เมนท์ 5 อ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นการบีบพนักงานลูกจ้างทางอ้อม เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทของรัฐบาลที่จะเริ่มในเดือน ม.ค. 2556 จึงทำให้ทางบริษัทฯ พยายามปรับลดพนักงานลง แล้วอ้างเหตุให้พนักงานไปช่วยงานชั่วคราวที่อื่นแทน ซึ่งปัจจุบันพนักงานได้ค่าจ้างวันละ 232 บาท หากบริษัทฯ ยังยืนยันจะให้พนักงานไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์เมนท์ 5 ตามประกาศ พวกเราคงต้องเรียกร้องสิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541” นางคำปันกล่าว ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ ศรีนุชศาสตร์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า จะเรียกทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างของบริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 มาเจรจาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้อเรียกร้อง คือพนักงานไม่มีความประสงค์จะไปช่วยงานชั่วคราวที่การ์เมนท์ 5 แต่ขอให้ทางบริษัทฯ เอางานมาทำที่บริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 ตามเดิม และหากบริษัทฯ ไม่ยินยอม ทางพนักงาน ลูกจ้างขอใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บอกเลิกสัญญาจ้าง ขอให้ทางฝ่ายนายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย http://www.manager.co.th/Local/ViewN...=9550000150477 |
|
|
|
|
#1077 |
|
Piling higher and Deeper
Join Date: Aug 2007
Location: Munich / Bangkok
Posts: 2,224
Likes (Received): 42
|
จะโพสข่าวจากแง่มุมที่ต่างๆกัน ทั้งชอบ ไม่ชอบนโยบายรัฐ มันก็ไม่เป็นไรหรอก สีสรรประชาธิปไตย สีสรรของการถกกันด้วยเหตผล
แต่ไอ้การโพสของ phat ประเภทที่ว่า - พล่ามซ้ำๆแต่เรื่องที่คุณเชื่อ ไม่ว่ามันจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้ - โพสไป ด่าไป เนื้อหาครึ่งหนึ่ง ด่าอีกครึ่งหนึ่ง - ไม่ฟังความเห็นคนอื่นๆที่เขาหาข้อมูลมาแย้ง หรือฟังแต่ไม่พิจารณา ไม่คิดตาม แล้วก็เอาแต่พูดซ้ำเหมือนคนพูดไม่รู้เรื่อง ออกแนวปัญญาอ่อน มันไม่ใช่ constructive discussion หรอกนะ มันทำให้คู่สนทนากับคุณเบื่อที่จะคุยกับคุณ สำหรับผมเวลาเจอคนแบบนี้ มันเป็นเหมือน noise ที่ผ่านไปสักระยะ พอผมรู้แล้วว่าคุณเป็นคนยังไง ผมจะ ignore เสียงของคุณ อ่านข้ามๆไป .... ไร้สาระ เหมือนคุยกับคนบ้า คุยด้วยแล้วโง่ลง แล้วก็ขอทีเหอะ ก่อนจะพิมพ์ตอบโต้โพสข่าว หรือให้ความเห็นอะไร ช่วยอ่านซ้ำๆหลายๆรอบ ดูว่ามันอ่านรู้เรื่องไหม มันเป็นเหตเป็นผลกันไหม มันเกี่ยวเนื่องกับโพสก่อนหน้าในบทสนทนากันไหม ฯลฯ ก่อนด้วย วิชาเรียงความ กับตรรกศาสตร์หนะ เคยเรียนไหม เรียนแล้วก็เอามาใช้เยอะๆก็ดี ก็ไม่ได้อยากแบนอีกรอบหรอกนะ ไม่ได้ว่าอะไรถ้าจะโพสความเห็นชอบ หรือไม่ชอบใคร แต่ถ้าทิ้งไว้แล้วคุณทำให้กระทู้มีแต่โพสโชว์โง่ ด่าชาวบ้าน กับ political propaganda ไร้สาระจนไม่มีคนอยากเข้ามาอ่าน ก็คงต้องทำอะไรบ้าง
__________________
"Science is more than a body of knowledge. It's a way of thinking, a way of skeptically interrogating the universe." Carl Sagan .... |
|
|
|
|
#1078 |
|
Executive
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,196
Likes (Received): 328
|
![]() Please do it. |
|
|
|
|
#1079 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,111
Likes (Received): 411
|
ทุนไทย ฮุบกิจการต่างประเทศมากเป็นอันดับ 3 ของโลก
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก เผย ทุนไทยทุ่มฮุบกิจการต่างประเทศสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ญี่ปุ่นและจีน... เว็บไซต์บลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า ในปีนี้ (พ.ศ.2555) กิจการของประเทศไทย ได้ประกาศซื้อกิจการต่างชาติแล้ว สองหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นห้าพันล้านบาท มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมากกว่า 12 ปีที่ผ่านมารวมกัน ทำให้มหาเศรษฐีไทยติดอันดับนักซื้อรองจากญี่ปุ่นและจีน บลูมเบิร์ก ระบุว่า บริษัทไทยกำลังฟื้นตัวจากเหตุมหาอุทกภัยปีที่ผ่านมา และเริ่มนำเงินสดที่สะสมมาตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินในเอเชีย เมื่อ 15 ปีก่อน ไปกระจายการลงทุน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ (กลุ่มซีพี) จะซื้อหุ้นที่ธนาคาร HSBC ของอังกฤษ ถือครองอยู่ในผิงอันชัวรันส์ บริษัทประกันชีวิตใหญ่ อันดับสองของจีน ขณะที่กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ พยายามจะซื้อกิจการของเอฟแอนด์เอ็น ของสิงค์โปร์ ขณะที่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (ปตท.สผ.) เอาชนะบริษัท รอยัล ดัช เชลล์ ซื้อ โคฟ เอ็นเนอร์จี. ไทยรัฐออนไลน์ |
|
|
|
|
#1080 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
แหมขยันจริงรวยแต่เศรษฐีแคนไทยยังจนเหมือนเดิม 55555
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|