daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old December 2nd, 2016, 05:08 PM   #3261
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 65,298
Likes (Received): 3290

Quote:
Originally Posted by Thinnakorn View Post
ทำงานตามปกติครับ...ผู้บริหารที่นี่ ทำงานหนักกว่าเอกชนอีกครับ 2 ทุ่ม ยังประชุมกันอยู่เลย แถมเสาร์-อาทิตย์ บางทีก็ต้องไปทำงานในต่างจังหวัด
อย่ากังวลมากเลยครับ...ข้าราชการที่ทุ่มเท ก็มีอยู่เยอะเลยครับ ยิ่งยุคนี้ด้วย ต้องทำงานแข่งกับเวลา

ส่วนใครจะฉวยโอกาส ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนละครับ...ถ้าเข้าใจเรื่อง เจ้าหน้าที่ ที่ดิน ก็คงรู้กันว่า อะไรเป็นอะไร...555

อันนี้ผมไม่แตะ เรื่องวิธีการเข้ามาของ นายกฯ...วิจารณ์กันตามแต่จะเห็นควร

เยี่ยมครับ ชื่นชม
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 2nd, 2016, 08:43 PM   #3262
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 65,298
Likes (Received): 3290

จีน-เขมร เซ็นร่วมทุน $1.5 พันล้าน พัฒนาเมืองใหม่ชานกรุงพนมเปญ

โดย MGR Online
2 ธันวาคม 2559 16:55 น. (แก้ไขล่าสุด 2 ธันวาคม 2559 17:03 น.)

นายกรัฐมนตรีฮุนเซน (ที่ 4 จากขวา) ยืนถ่ายภาพร่วมกับนักธุรกิจชาวจีนในพิธีเปิดการประชุมทางธุรกิจและการพัฒนาการเงินกัมพูชา-จีน ในกรุงพนมเปญ เมือวันที่ 1 ธ.ค. -- Reuters/Samrang Pring.


รอยเตอร์ - บริษัท LYP Group ของกัมพูชา ได้ลงนามข้อตกลงมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ กับบริษัท SRE Group ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีน วานนี้ (1) เพื่อพัฒนาเมืองบริวารขึ้นที่ชานกรุงพนมเปญ

ข้อตกลงนี้เป็นสัญญาณล่าสุดของจีนในการขยายฐานที่มั่นของตัวเองในตลาดชายขอบ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการที่จะมีอิทธิพลในภูมิภาคที่จีนนั้นเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของกัมพูชา

กัมพูชา เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของภูมิภาค และมีชาวเขมรจำนวนไม่มากจากประชากรประมาณ 15 ล้านคน ที่จะได้มีโอกาสใช้เมืองใหม่แห่งนี้


โครงการพัฒนาเมืองบริวาร ยังประกอบด้วย โรงแรมระดับ 5 ดาว สถานีโทรทัศน์ และสนามกอล์ฟ 18 หลุม ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาแล้ว โดยผู้อำนวยการจัดการบริษัท LYP Group ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า สนามกีฬาที่จะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ปี 2023 ซึ่งกัมพูชาเป็นเจ้าภาพนั้น อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

แสง นาค ผู้อำนวยการจัดการบริษัทระบุว่า ทั้ง 2 บริษัทยังวางแผนที่จะสร้างสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ซาฟารีขึ้นอีกด้วย

“เราร่วมมือกันกับบริษัทจีนที่จะทำให้สิ่งนี้เป็นเมืองนานาชาติ” แสง นาค กล่าว โดยเมืองใหม่แห่งนี้จะใช้ชื่อว่า “เมืองมิตรภาพกัมพูชา-จีน”

ในที่ประชุมธุรกิจกัมพูชา-จีน เมื่อวันพฤหัสฯ (1) นายกรัฐมนตรีฮุนเซน กล่าวว่า การค้าทวิภาคีกับจีนมีมูลค่าถึง 4,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี 2557 ขณะที่การลงทุนของจีนในกัมพูชามีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,900 ล้านดอลลาร์

“ในแง่ของการลงทุนจากต่างชาติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 2554-2558 จีนเป็นแหล่งลงทุนรายใหญ่ที่สุดในกัมพูชา” ฮุนเซน กล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชายังให้วีซ่าเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้หลายครั้ง เป็นเวลา 3 ปี แก่นักลงทุนชาวจีนด้วย.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9590000120531
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 5th, 2016, 01:49 PM   #3263
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 65,298
Likes (Received): 3290

ค้าชายแดนไทยลาวยอดขายลดฮวบ-หลังลาวเก็บแวตเพิ่ม

วันที่: 5 ธ.ค. 59 เวลา: 15:14 น.

นางมนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลลาวได้ประกาศจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 10% ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 บริเวณด่านการค้าชายแดนหนองคาย-เวียงจันทน์ พบว่ามีปริมาณการค้าในส่วนประชาชนลาวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและมีการซื้อของในลักษณะของการถือกลับ (carry on) มีสัดส่วนลดลงราว 70-80% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่จะมีการประกาศใช้มาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าในเขตการค้าชายแดนได้รับผลกระทบและมีรายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“ภาพรวมการค้าชายแดนบริเวณด่านหนองคายตอนนี้ พบว่าคนลาวที่ข้ามฝั่งมาซื้อของเป็นปกติทุกวันนั้นซื้อสินค้าน้อยลง หรือหันมาเลือกซื้อสินค้าเฉพาะส่วนที่จำเป็นกลับไปเท่านั้น เพราะกังวลในเรื่องการเสียภาษี ต้องยอมรับว่ามาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการภายในประเทศของลาว ดังนั้น จึงไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากปรับตัว หากประเมินผลกระทบมองว่าทำให้การค้าชายแดนบริเวณนี้อาจมีมูลค่าลดลง โดยมูลค่าการค้าด่านหนองคายเฉลี่ยอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือ 4 พันล้านบาทต่อเดือน” นางมนนิภากล่าว

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลลาวได้ประกาศจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% (แวต) ว่าได้เริ่มทดลองใช้ที่ด่านมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 หนองคาย-เวียงจันทน์ เป็นแห่งแรก โดยผ่านระบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งเก็บแวตแบบระบบอัจฉริยะ (สมาร์ท แวต) เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากกรณีดังกล่าวอาจจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนลาวในไทยลดลง โดยเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลลาวจะเริ่มใช้มาตรการนี้ ส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวลาวเข้ามาซื้อสินค้าไทยตามห้างฯต่างๆ ในจังหวัดหนองคายและอุดรธานีลดลงไปประมาณ 60% จากมาตรการที่ด่านหนองคาย-เวียงจันทน์เพียงด่านเดียว แต่มาตรการนี้ไม่ได้กระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยโดยรวม

นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้การค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกับประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น ปัญหาตรงด่านศุลกากรที่เวลาเปิด-ปิดด่านไม่ตรงกับความต้องการของผู้ทำการค้า เวลาเปิดด่านน้อย ประเทศลาวปรับเพิ่มการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้า 10% ส่งผลให้การค้าชายแดนเฉพาะด่านที่จังหวัดหนองคายตกลงไปประมาณ 30% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวไม่มากนักเมื่อเทียบการค้าชายแดนทั้งประเทศ

http://www.matichon.co.th/news/383917
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 6th, 2016, 03:20 PM   #3264
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 65,298
Likes (Received): 3290

"กัมพูชา" วิ่งขยายตลาดข้าว ไต่แท่นผู้ส่งออก "เบอร์ต้น" โลก

updated: 04 ธ.ค. 2559 เวลา 08:15:09 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"กัมพูชา" หนึ่งในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่มีรายได้หลักมาจากการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ "ส่งออกข้าว" ซึ่งความท้าทายใหญ่ก็คือ ขีดความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่างประเทศไทยและเวียดนาม ผู้ส่งออกข้าวอันดับต้น ๆ ของเอเชียอาคเนย์

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี "ฮุนเซน" ต้องฝันสลายหลังพลาดเป้าส่งออกข้าว 1 ล้านตัน ซึ่งตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2553 โดยมีปัจจัยหลักอย่างปัญหาการขาดแคลนโรงสี โกดังเก็บข้าว และเงินทุนในการพัฒนาเมล็ดข้าวพันธุ์ใหม่ ๆ และช่วยเหลือเกษตรกร โดยปี 2558 กัมพูชาส่งออกข้าวได้เพียงแค่ 500,000 ตัน หรือเพียง 50% ของเป้าหมายเท่านั้น

นอกจากนี้นายกฯฮุนเซนเคยประกาศในเวทีการประชุมระดับนานาชาติ เมื่อปีก่อนว่า การแข่งขันอย่างหนักของผู้ส่งออกข้าวรายอื่น ๆ เช่น ไทย เวียดนาม เมียนมา และอินเดีย เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กัมพูชาไม่ประสบความสำเร็จในเป้าหมาย

โดยกระทรวงเกษตรของกัมพูชาประเมินว่าปีนี้ผลผลิตข้าวของกัมพูชาจะเกิน 9.2 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้กัมพูชามีข้าวส่งออกเกิน 3 ล้านตันในปีหน้า

วีโอเอ แคมโบเดีย รายงานว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุถึงตัวเลขประมาณการผลผลิตปีนี้ว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า หากหักปริมาณที่ใช้บริโภคภายในประเทศอาจเหลือข้าวเปลือกส่งออกถึง 5 ล้านตัน ทั้งแนะนำให้ชาวนาตากข้าวเปลือกให้แห้งและเก็บรักษาให้ถูกวิธีเพื่อที่จะขายข้าวได้ในราคาที่ดี พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารอนุมัติการปล่อยกู้แก่เกษตรกรและพ่อค้าข้าว เพื่อรักษาระดับราคาในตลาดข้าว เพราะไม่เพียงแต่กัมพูชาเท่านั้นที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นผู้ส่งออกข้าวก็กำลังเผชิญกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำเช่นกัน

ขณะที่บางประเทศอย่างเวียดนามมีแนวโน้มที่ผลผลิตข้าวจะลดลงในปีนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี2548 หลังเกิดภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 90 ปี

ดังนั้นปี 2559 อาจเป็นปีแรกที่กัมพูชาจะมีข้าวสารส่งออกได้เท่ากับเป้าหมายอยู่ที่ 1 ล้านตัน เพราะอานิสงส์จากการส่งเสริมภาคเกษตรของรัฐบาล ที่ให้การช่วยเหลือชาวนา ทั้งการให้ความรู้ในการเก็บรักษาข้าวอย่างถูกวิธี รวมทั้งการที่รัฐบาลได้เชิญชวนให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพิ่มการลงทุนสร้าง "ไซโล" เก็บรักษาข้าว ที่ทันสมัยและเครื่องอบข้าวไล่ความชื้น เนื่องจากกัมพูชายังประสบปัญหาขาดแคลนสถานที่เก็บข้าวที่ได้มาตรฐาน

สำหรับประเทศที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนก็คือนักลงทุนจากจีน ในฐานะที่เป็นผู้นำเข้าข้าวสารรายใหญ่ที่สุดของกัมพูชา และเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวกัมพูชามาโดยตลอด โดยรัฐบาลได้เจรจากับจีนในการขอเงินกู้มาสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว

ตลาดเป้าหมายส่งออกข้าวของกัมพูชานอกจากที่ตั้งเป้าขายข้าวให้แก่จีน 200,000 ตัน และเวียดนามอีก 300,000 ตัน ผลจากที่เวียดนามประสบภัยแล้งจนรัฐบาลประเมินว่าการผลิตภายในอาจไม่เพียงพอ

นอกจากนี้รัฐบาลกัมพูชายังแสดงความจำนงบุกตลาด"อินโดนีเซีย" หลังจากปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์กัมพูชาได้เจรจากับอินโดนีเซียเพื่อขายข้าว 1 ล้านตัน ทว่าไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

อย่างไรก็ตามทางการกัมพูชา ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ คาดว่าจะเข้าเจรจาเพื่อทำเอ็มโอยูการจำหน่ายข้าว แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณส่งออกข้าวไปอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดหลายปีมานี้

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชายังเดินหน้าขยายตลาดข้าวในประเทศยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่ให้สิทธิ GSP หรือสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป แก่สินค้าที่ผลิตในกัมพูชา โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีเพียงประเทศโปแลนด์และเนเธอร์แลนด์ที่มีการนำเข้าข้าวและเป็นคู่ค้าลำดับต้น ๆ ของกัมพูชา

โดยนายกฯฮุนเซนประกาศว่า "ตลาดเป้าหมายต่อไปของเราคือการบุกตลาดมุสลิม ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของอาเซียน และตลาดยุโรป จากข้อได้เปรียบในการใช้สิทธิ GSP ซึ่งจะทำให้เราสามารถยกระดับเป็นเบอร์ต้น ๆ ของผู้ผลิตและส่งออกข้าวโลก"

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1480762448
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 8th, 2016, 02:19 PM   #3265
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 65,298
Likes (Received): 3290

เวียดนามม้ามืด!! ผล PISA2015 ไทยรั้งท้ายตามเคย ‘สิงคโปร์’ แซงจีนขึ้นที่ 1 ‘เวียดนาม’ มาแรงโดดขึ้นอันดับ 8 ของโลก

วันที่: 8 ธ.ค. 59 เวลา: 14:22 น.

นายภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา โครงการจัดสอบนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA (Programme for International Students Assessment) ที่ดำเนินการโดย OECD (Organisation for Economic Cooperation and Development หรือองค์การความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ) ประกาศผล PISA 2015 อย่างเป็นทางการ โดยมีประเทศเข้าร่วมการทดสอบ 70 ประเทศ และกลุ่มเศรษฐกิจ เป็นการทดสอบวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ ในเด็กอายุ 15 ปี ที่สุ่มตัวอย่างมา 540,000 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพ ความเท่าเทียม และประสิทธิภาพของระบบโรงเรียนในแต่ละประเทศ ซึ่งจะสะท้อนว่าคุณภาพของประชาชนที่จะเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในอนาคตเป็นอย่างไร โดยผลการสอบคราวนี้ เน้นวิชาวิทยาศาสตร์ ปรากฎว่า ไทย อยู่อันดับที่ 55 (วิทยาศาสตร์ อันดับที่ 54 การอ่าน อันดับที่ 57 และคณิตศาสตร์ อันดับที่ 54) โดยมีผลการทดสอบลดลงจากการสอบเมื่อปี 2012) ในทุกวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ ได้ 422 คะแนน ลดลง 23 คะแนน จากเดิม 444 คะแนนเฉลี่ย OECD 493, การอ่าน ได้ 409 คะแนน ลดลง 32 คะแนน จากเดิม 441 คะแนนเฉลี่ย OECD 493 และคณิตศาสตร์ ได้ 415 คะแนน ลดลง 12 คะแนน จากเดิม 427 คะแนนเฉลี่ย OECD 490

“สำหรับประเทศที่อันดับ 1 คือสิงคโปร์ ขึ้นเป็นที่ 1 ของโลก ตามมาด้วย ญี่ปุ่น เอสทัวเนีย ฟินแลนด์ และแคนาดา ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีน (เซี่ยงไฮ้) ที่เคยได้อันดับ 1 แบบทิ้งห่างในการสอบเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา คือปี 2009 และปี 2012 โดยปีนี้เมื่อเอาคะแนนอีก 3 มณฑล (ปักกิ่ง, เซียงจู, กวางตุ้ง) มาเฉลี่ย ปรากฎว่าตกไปอยู่อันดับ 10 แต่ที่น่าสนใจคือ เวียดนาม กระโดดขึ้นชั้นระดับโลกเป็นที่ 8” นายภาวิชกล่าว และว่า ตั้งแต่มีการสอบ PISA มา คะแนนของไทยอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายเช่นนี้มาตลอด สำหรับประเทศอื่นๆ ได้ใช้ผล PISA ไปเป็นประโยชน์ในการวางแผนการศึกษาของชาติ แต่ไทยไม่เคยมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาการศึกษาอย่างเบ็ดเสร็จ แม้จะมีตัวบ่งชี้นานาชาติที่สะท้อนความอ่อนแอให้เห็นอย่างชัดเจนซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม

นายภาวิชกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ผลการสอบ PISA 2015 จะสอดคล้องกับผลการสอบ TIMSS ซึ่งเป็นการวัดความสามารถวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยมีนักเรียนจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการสอบ 6 แสนคน ปรากฏว่าคะแนนของไทยอยู่ในกลุ่มรั้งทัายเช่นเดียวกัน ทั้งยังสอดคล้องกับผลการวัดผลที่ไทยจัดสอบเอง เช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) จึงเป็นการบ่งชี้อีกครั้งหนึ่งว่าระบบการศึกษาของไทยยังอ่อนแออยู่มาก เนื่องจากการสอบ PISA ทุกครั้งที่ผ่านมา คะแนนของไทยไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น คะแนนในปีนี้ยังลดลงจากครั้งที่ผ่านมาอย่างมีนัยยะสำคัญ แสดงให้เห็นว่าระบบการศึกษาของไทยไม่ได้พัฒนา

“ถ้าจะวิเคราะห์สาเหตุที่คะแนนของไทยต่ำ เบื้องต้นน่าจะมีสาเหตุโดยตรงอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ ความรู้ที่มีอยู่ในระบบการศึกษาของเราน่าจะต่ำกว่ามาตรฐานโลก และวิธีคิดของเด็กไทยไม่สามารถคิดในเชิงวิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ เพราะข้อสอบ PISA จะเป็นไปในแนวเช่นนั้น ซึ่งประเด็นนี้จะต่อเนื่องไปถึงวิธีการเรียนการสอนของครูด้วย ดังนั้น จะต้องปฏิรูปหลักสูตรอย่างจริงจัง ซึ่งหมายถึงเนื้อหา และวิธีการจัดการศึกษา โดยจะต้องต่อเนื่องไปถึงการรื้อระบบการผลิตครูด้วย” นายภาวิชกล่าว

นายภาวิชกล่าวต่อว่า ส่วนที่เวียดนามมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูงโดยเทียบวัดกับประเทศชั้นนำได้ และได้คะแนนสูงติดต่อกัน 2 ครั้งติดกันแล้ว เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเวียดนามเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจของไทยที่ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน ถือว่าน่าวิตกสำหรับไทย เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ต่อไปในการวางแผนทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ และสำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศด้วย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยการมองปัญหาให้ออก และชัดเจน รวมทั้ง กำหนดยุทธศาสตร์แก้ไขให้ถูกต้อง เพราะแม้ ศธ.จะมีนโยบายต่างๆ มากมาย แต่ยังไม่ชัดเจน เช่น นโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โดยไม่ได้ปรับปรุงโครงสร้างของระบบการเรียนการสอนซึ่งมีหลักสูตรเป็นแกนหลัก ดังนั้น จึงต้องปฏิรูปหลักสูตรและองค์ความรู้ในระบบ การ ปฏิรูปครูอย่างจริงจัง รวมถึง ปรับโครงสร้างของระบบริหารจัดการที่ไม่เอื้อให้เกิดความเข้มแข็งของโรงเรียน เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานงาน สำหรับผล PISA ของเวียดนาม ซึ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับ 8 นั้น มีคะแนนแซงจีน ที่เคยอยู่ในอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 2 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีคะแนนสูงกว่าเกาหลี นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมัน เนอเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ เบลเบี่ยม เดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

http://www.matichon.co.th/news/387821
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 07:02 PM   #3266
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 65,298
Likes (Received): 3290

เมียนมาทำสัญญาลงทุนกับสิงคโปร์

โดย ฐานเศรษฐกิจ - 8 December 2559334

หนังสือพิมพ์สเตรตส์ไทม์ส รายงานอ้างคำแถลงของนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงของสิงคโปร์ว่า เมียนมาและสิงคโปร์เริ่มเจรจาสัญญาการลงทุน 2 ฝ่ายและปรับปรุงอนุสัญญาเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน กับเมียนมาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น


สเตรตส์ไทม์ส ระบุว่านายกรัฐมนตรีลี แถลงถึงการเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเมียนมา หลังจากที่ได้พบคุย ระหว่างมื้ออาหารค่ำกับนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐฯ ของเมียนมาที่สิงคโปร์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา โดยนอกจากความร่วมมือทางด้านการลงทุนแล้วสิงคโปร์ยังเสนอตัวช่วยเมียนมา พัฒนาตลาดสดและศูนย์อาหารในย่างกุ้งด้วย

นายลี กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศได้พัฒนาไปในทางที่เข้มแข็งขึ้นโดย 2 ฝ่ายมีความร่วมมือในการยกเลิก วีซ่าในการเดินทางระหว่างประชาชนของ 2 ประเทศและสิงคโปร์เสนอตัวช่วยเมียนมาในการพัฒนาระบบตลาดสดและศูนย์อาหาร

สเตรตส์ไทม์ส ระบุว่ารัฐบาลสิงคโปร์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของเมียนมา ในโครงการยกระดับตลาดสดและสร้างศูนย์อาหารมาตรฐานสิงคโปร์หลายแห่งในนครย่างกุ้ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,215 วันที่ 8 – 10 ธันวาคม 2559

http://www.thansettakij.com/2016/12/08/118280
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 08:24 PM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2016, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu