daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old November 30th, 2011, 07:52 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

Thailand Floodway Projects

“บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขึ้นตรงนายกฯ


วันที่ 25 ตุลาคม 2560 - 16:38 น.

วันนี้ (๒๕ ต.ค.) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง การจัดตั้งสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ตามแนวทางการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านเศรษฐกิจ และด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภาวะ ที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งในบางครั้งและปัญหาอุทกภัยในบางฤดู แม้การบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําที่ดําเนินการอยู่ จะมีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงในด้านการปฏิบัติการ แต่ก็ยังมิอาจดําเนินการข้ามหน่วยงานในลักษณะบูรณาการข้อมูล แผนงานหรือโครงการ งบประมาณและการติดตาม ประเมินผลในเชิงนโยบายและการวางแนวทางกํากับ ควบคุมการปฏิบัติการ จึงจําเป็นต้องจัดโครงสร้างองค์กรขึ้นใหม่อย่างน้อยก็ในระยะเริ่มแรกซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปดังกล่าว

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศกราช ั ๒๕๕๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๖ สํานักนายกรัฐมนตรี มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี รับผิดชอบการบริหารราชการทั่วไป เสนอแนะนโยบายและวางแผนการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง และราชการเกี่ยวกับการงบประมาณ ระบบราชการ การบริหารงานบุคคล กฎหมายและการพัฒนากฎหมาย การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ การส่งเสริมการลงทุน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การปฏิบัติภารกิจพิเศษและราชการอื่นตามที่มี กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักนายกรัฐมนตรีหรือส่วนราชการที่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี หรือที่มิได้อยู่ภายในอํานาจหน้าที่ของกระทรวงใดโดยเฉพาะ”

ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๔) ของมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ “(๑๔) สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ”

ข้อ ๓ ให้สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชา ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีส่วนราชการ หน้าที่และอํานาจตามที่บัญญัติในกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และเป็นฝ่ายบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ ฝ่ายแผนงาน โครงการ ฝ่ายงบประมาณบริหารจัดการ และฝ่ายติดตามและประเมินผลการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อประโยชน์ในการกําหนดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ ในกรณีมีเหตุจําเป็นฉุกเฉิน ให้สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติมีอํานาจจัดตั้ง ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราว และมีอํานาจในการขอเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ มาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม ให้มีผู้อํานวยการสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างในสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

ข้อ ๔ ให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณา เพื่อโอนหน่วยงานในระดับต่ำกว่ากรมจากส่วนราชการต่าง ๆ ไปเป็นของสํานักงานบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกําหนดหรือปรับปรุงตําแหน่งข้าราชการ ตลอดจนจัดสรรอัตรากําลัง ให้สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแห่งชาติให้เหมาะสมตามความจําเป็นแก่ภารกิจ

ข้อ ๕ ในระยะเริ่มแรก ให้สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแห่งชาติประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการดําเนินการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติตามกฎหมายและคําสั่งที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๘๕/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคําสั่งเป็นประการอื่น ข้อ ๖ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๗ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแหงชาติ

https://www.prachachat.net/general/news-59872


Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ส่องแผนจัดการน้ำ 2.4 แสนล. 3 ปีฉลุยจิ๊บๆ...'บิ๊กโปรเจ็กต์' นิ่งสนิท

วันที่ 23 ตุลาคม 2560

https://www.matichon.co.th/news/704462

‘เรืองไกร’มอบหลักฐาน จี้ ป.ป.ช.สอบ’มาร์ค’ ทำน้ำท่วมปี’54 ก่อน’ปู’เข้าปฏิบัติหน้าที่

วันที่: 3 ต.ค. 59 เวลา: 14:51 น.

“เรืองไกร”มอบหลักฐาน เอกสาร สำนักเลขาฯครม. จี้ ป.ป.ช. สอบ “มาร์ค” ทำน้ำท่วมปี 54 ก่อน “ยิ่งลักษณ์” เข้าปฏิบัติหน้าที่

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหลักฐานต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับหนังสือที่ออกโดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จำนวน 3 ฉบับ เพื่อมอบเพิ่มเติมให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้ประกอบการพิจารณาตามคำร้องที่ได้ร้องให้ตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่บริหารจัดการน้ำในปี 2554

นายเรืองไกรกล่าวว่า ยังมีคนบางกลุ่มพยายามให้ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่น้ำเริ่มท่วมตั้งเดือนมีนาคม 2554 ตามหนังสือหลักฐานในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ให้คณะกรรมการอำนวยการ กํากับ ติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย และรายงานต่อ ครม.อย่างต่อเนื่อง และหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนนั้น ครม.ได้สั่งให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน อันเกิดจากพายุดีเปรสชั่น รวมทั้งหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ให้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยระดับจังหวัด ติดตามสถานการณ์ของพายุโซนร้อนนกเตน ซึ่งผ่านประเทศเวียดนามเข้าประเทศไทย ส่งผลให้หลายจังหวัดทางภาคเหนือเกิดสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ จึงชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเข้าปฏิบัติหน้าที่

http://www.matichon.co.th/news/306941


Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
คลังเลิกกู้′แผนน้ำ′ 3.5 แสนล้าน คาดเวอร์ชั่นใหม่ปรับเป็น 7 แสนล้าน

วันที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 09:40:36 น.

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งยกเลิกการกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทไปแล้ว โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังส่งหนังสือไปยกเลิกเงินกู้กับธนาคารที่ได้ทำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ แม้จะมีการยกเลิกใช้เงินดังกล่าว แต่รัฐบาลชุดนี้ยังเดินหน้าแผนบริการจัดการทั้งระบบ โดยปรับปรุงแผนใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สมบูรณ์ คาดว่าจะใช้เงินมากกว่าที่รัฐบาลชุดก่อนทำไว้ 3.5 แสนล้านบาทกว่าเท่าตัว (7 แสนล้านบาท) ในช่วงเวลา 8-9 ปี โดยเงินที่นำมาใช้นั้นจะเน้นกู้จากในประเทศเป็นหลัก และส่วนหนึ่งจะใช้เงินจากงบประมาณปกติ

"ในปี 2558-2559 มีแผนใช้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแล้ว และกระทรวงการคลังได้เตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว" นายสมหมายกล่าว

ทั้งนี้ ไทยยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อมาบริหารจัดการน้ำ และเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น เป้าหมายงบสมดุลในปี 2558 คงต้องชะลอไปก่อน ส่วนงบประมาณในปีงบ 2559 นั้นเตรียมหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ เพื่อหารือถึงแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2559 ให้ขาดดุลเพิ่มขึ้นจากเดิม 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ส่วนตัวมีแนวคิดที่จะเพิ่มขาดดุลเป็น 2.5% ของจีดีพี หรือคิดเป็นวงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นนั้นจะนำมาใช้ในการลงทุนโครงการต่างๆ ของรัฐ รวมถึงดูแลด้านสังคม และด้านสาธารณสุข โดยงบขาดดุลที่เพิ่มขึ้นต้องดูแลในส่วนของรายได้ทั้งการปฏิรูปภาษี การอุดช่องโหว่ของรายได้

"ต่อไปการจัดทำงบประมาณต้องดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่ไปจัดสรรให้เฉพาะก่อสร้างอาคาร แต่ไม่มีอุปกรณ์ และต้องรองบเพื่อจัดซื้อ ถือว่าเป็นการนำเงินไปทิ้งเปล่า ได้หารือกับท่านนายกฯ และรองนายกฯ (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร) ถึงการเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณใหม่ การจัดทำงบประมาณ 2559 คาดว่า จะสรุปตัวเลขชัดเจนช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้" นายสมหมายกล่าว

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1420512267

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ตั้งงบยุทธศาสตร์น้ำฉบับใหม่ 9 แสนล้าน รัฐอ้างแก้ปัญหาทั้งระบบทั่วประเทศ

วันที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 19:49 น. ข่าวสดออนไลน์

วันที่ 6 ม.ค. นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กล่าวถึงงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ระยะเวลา 10 ปีว่า แผนดังกล่าวจะใช้งบ 9 แสนล้านบาท แตกต่างจากแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทรัฐบาลชุดเก่า คือแผนฉบับล่าสุดจะแก้ปัญหา 3 เรื่องหลักคือ 1.การขาดแคลนน้ำ 2.การป้องกันอุทกภัย และ 3.การรักษาคุณภาพน้ำ โดยแก้ปัญหาให้ได้ทั้งประเทศ แต่แผน 3.5 แสนล้านบาทนั้น แก้ปัญหาอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ซึ่งแท้จริงเป็นการแก้ไขปัญหาเพียงเวลา 10 ปีเท่านั้น ซึ่งจะแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง เช่น การใช้น้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค การสร้างแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน ทำให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำประปา โดยงบ 9 แสนล้านบาทนั้นจะมีทั้งส่วนเงินกู้และงบประมาณจากภาครัฐ ซึ่งการสรรหางบนั้นต้องหารือกันอีกครั้ง

นายเลิศวิโรจน์กล่าวว่า โครงการใหญ่ๆที่รัฐบาลวางแผนจะทำนั้นยังมีอยู่ น่าจะเกิดขึ้นในปี 2560 ประกอบด้วยเส้นทางการระบายน้ำ หรือทางฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออก อาทิ คลองชัยนาท-ป่าสัก ระยะทาง 270 กิโลเมตร พาดผ่านพื้นที่ 6 จังหวัด จากชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี จนถึงสมุทรปราการ และคลองระพีพัฒน์ คู่ขนานคลองรังสิต 14, 15 คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพื่อผันน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย รวมทั้งคลองผันน้ำบางบาล-บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากต้องปรับผังเมืองใหม่ให้น้ำไม่ไหลเข้าสู่ตัวเมือง

“ทุกโครงการต้องใช้เวลาเพราะการศึกษาต้องรอบคอบแตกต่างจากวิธีการแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ประกวดราคาแข่งขันโครงการเส้นทางระบายน้ำเลยและไม่ได้ศึกษาหรือจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก่อน ทำให้ภาคเอกชนต้องจ่ายค่าที่ดิน ค่าสำรวจพื้นที่ และสุดท้ายต้องยกเลิกเพราะประชาชนไม่เห็นด้วย แต่แผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำฉบับปัจจุบันได้จัดทำความพร้อมให้เสร็จก่อน ทั้งการสอบถามภาคประชาชน การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะใช้เวลา 1 ปี ขณะนี้รัฐบาลจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำเร่งด่วนในปี 2558–2559 ที่ผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับโครงการใหญ่ๆในปี 2560” นายเลิศวิโรจน์กล่าว

นายวีระ อมรมนัส ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสำนักบริหารโครงการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการยกเลิกแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทว่า ภาคเอกชนที่ร่วมประมูลโมดุลโครงการนั้น ยังสนใจเข้าร่วมอยู่ แต่ขณะนี้แผนบริหารจัดการน้ำฉบับใหม่ของรัฐบาลนั้นยังไม่มีข้อมูลใดออกมาเป็นรูปธรรม จึงต้องรอดูรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้ บริษัทคงไม่ฟ้องร้องรัฐบาลที่สูญเสียเงินสำรวจเส้นทาง เพราะไม่อยากเป็นประเด็นข้อพิพาทกับภาครัฐ อีกทั้งภาคเอกชนและภาครัฐจะยังมีโครงการให้ร่วมมือกันอยู่

http://www.khaosod.co.th/view_newson...Q==&sectionid=
;;;

Last edited by napoleon; October 25th, 2017 at 09:44 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
Old November 30th, 2011, 07:53 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

B350bn fund for water management

Published: 27/12/2011 at 04:15 PM

The cabinet on Tuesday approved in principle a proposal to raise 350 billion baht for a fund for long-term water management infrastructure and to set up a 50-billion-baht insurance fund for use in times severe natural disaster.

Deputy Prime Minister and Commerce Minister Kittirat Na-Ranong said after the meeting that the water management fund will be spent on developing infrastructure that will lead to integrated water solutions. Some infrastructure projects could start right away.

The 50-billion-baht disaster insurance fund will ensure insurance payouts when the country faces catastrophic natural disasters, because some local insurance firms have no reinsurance with overseas companies.

Today the cabinet also approved a master plan on integrated water management. The plan includes reforestation, the construction of dams and reservoirs, city planning and preparations for natural disasters that may be more severe in the future.

The cabinet assigned Agriculture and Cooperatives Minister Theera Wongsamut to look into the rehabilitation of flood-damaged agricultural projects.

The cabinet also plans to set up an agency to centralise water management.

http://www.bangkokpost.com/business/...ter-management

Last edited by napoleon; January 6th, 2015 at 06:08 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 30th, 2011, 07:53 PM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

Floodway plans clear as mud

Published: 30/11/2011 at 12:00 AM

The government is vague on whether its water management and floodway project will see land appropriated from communities, according to Deputy Prime Minister Kittiratt Na-Ranong.

"The government's floodway project has no plans to use community land, since anything that has already been developed as well as the industrial estates will carry a high economic value. However, if we do have to resort to that, it will only be because it is really essential," he said yesterday.

He insisted a floodway is crucial as a long-term prevention measure, while building flood walls to a sufficient height and developing an efficient water draining system are important in the short term.

During a recent trip to Japan, Mr Kittiratt asked the Japan International Cooperation Agency (Jica) to act as an adviser on Thailand's water management plan.

A strategic plan drafted by Jica and the Crown Property Bureau (CPB) will be ready within two weeks, said Mr Kittiratt.

The Japanese Finance Ministry also promised to help negotiate with the Japanese reinsurer to continue to support Thai corporations since the Thai government has pledged to make every effort to prevent any repeat of this year's floods.

"We found that Jica's initial plan and one that the CPB drafted in 1995 to be 80% similar. Integrating the two models can be done in two weeks," he said.

He also met with with Japan's economic ministries in a bid to restore their confidence in Thailand after the worst flooding in 69 years devastated Japan investor confidence.

The Japanese account for more than 60% of foreign investors in Thailand, and they suffered extreme damage from the flooding.

http://www.bangkokpost.com/business/...s-clear-as-mud
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 03:40 AM   #4
Foh9
Love Urban Train
 
Foh9's Avatar
 
Join Date: Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 257
Likes (Received): 17

ใช่อุโมงค์ใต้ดิน ที่เวลาปกติทำเป็นถนนแล้วเวลาหน้าน้ำก็ปิดถนนทำเป็นคลองป่ะครับ กัวลาลัมเปอร์เค้าทำมาจะสิบปีแล้วมั้ง เมืองไทยพึ่งจะคิด กว่าจะได้ใช้ก็ยี่สิบปี ท่วมไม่เหลืออะไรแล้วล่ะตอนนั้น
Foh9 no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 06:13 AM   #5
Munich dweller
Piling higher and Deeper
 
Munich dweller's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: Munich / Bangkok
Posts: 2,217
Likes (Received): 57


ไอ้ที่ KL มันแค่คลองระบายน้ำยักษ์ เหมือนอุโมงค์ยักษ์ที่ลาดพร้าวแหละ เพียงแต่มันเอาไปใช้เป็นถนน อุโมงค์ใต้ดินด้วยเวลาน้ำมันไม่ท่วม ส่วนที่ในข่าว ในแผนที่เขากำลังคิดๆกันมันเป็น flood way เป็นทาง เป็นคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ขุดเปิดหน้าดินเป็นแม่น้ำสายใหม่ลัดจากแม่น้ำธรรมชาติให้น้ำมันไหลลงทะเลได้เร็วขึ้น สองข้างทางเป็น motorway เป็นทางรถไฟ เปิดเป็นชุมชนใหม่ การจัดหาพื้นที่มารับน้ำเป็นแก้มลิง อุโมงค์ระบายน้ำยักษ์เพิ่ม ฯลฯ พวกนั้น ขนาดโครงการมันใหญ่โตกว่ากันหลายๆเท่ามาก
__________________
"Science is more than a body of knowledge. It's a way of thinking, a way of skeptically interrogating the universe."

Carl Sagan ....
Munich dweller no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 09:59 AM   #6
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 8,143
Likes (Received): 4103

จะว่าไปก็เปรียบเหมือน คลอง ร.1 ที่หาดใหญ่ คลองระบายน้ำอ้อมเมืองชุมพร อะไรพวกนี้อะครับ เพียงแต่ขนาดอาจจะใหญ่กว่้า่ กว้างกว่าหลายเท่า เพราะปริมาณน้ำต่างกันเยอะ
__________________
เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....
marut no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 11:17 AM   #7
mikion01
Registered User
 
mikion01's Avatar
 
Join Date: May 2009
Location: Thailand
Posts: 1,179
Likes (Received): 1

ก็คงประมาณ ครองร.1 หาดใหญ่ อาจจะขนาดเท่ากัน มีถนนขนาบข้าง แต่คงมีหลายคลอง

mikion01 no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 11:50 AM   #8
trkbakerlife
Registered User
 
Join Date: Nov 2011
Location: Bangkok-Chachoengsao
Posts: 529
Likes (Received): 42

จะทำอะไรก็รีบทำเถอะครับ กว่าจะได้ใช้จริง กรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าเมืองสวรรค์จะลงมาอยู่ในบาดาลแทน
trkbakerlife no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 12:36 PM   #9
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,907
Likes (Received): 64

ผมว่าน่าจะทำให้กว้างกว่าคลอง ร.1 สักเท่าตัวนะ
__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 01:13 PM   #10
Ch'HWA
Bangkok-Hatten
 
Ch'HWA's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Sisaket-Bangkok-Chiang mai
Posts: 2,171
Likes (Received): 1877

กรุงเทพฯจะได้กลับไปเป็นเมือง เวนิชตะวันออกอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง เย้ๆ
__________________
สยามนิยม


.............................................................................
知之為知之,不知為不知
Ch'HWA no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2011, 01:47 PM   #11
sf_alpha
Registered User
 
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 3,677
Likes (Received): 550

บ้านเราใชแบบอย่างจากเพื่อนบ้านไม่ได้ครับ ของ KL นี่ลืมไปเลย
ของเยอรมันอาจจะพอไหว

จริง ๆ ต้องทำเหมือน netherlands แหละ คือ ถมคันดึนขึ้นมาเป็นแม่น้ำ หรือคลอง ไม่ใช่ ขุดคลอง คล้าย ๆ คลองชลประทาน เพราะว่าจะทำให้ระดับน้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลตลอดทาง ไปใกล้ ๆ ทะเลก็ให้มันลดลง

หรือถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็ต้อง ขุดคลองให้ลึก หน่อย แล้วริมทะเลสูบออกให้แห้งกันเลยทีเดียว

จากการประมาณการคร่าว ๆ ของนักวิชาการ ต้องการระบบคลองที่ระบายได้ประมาณ 150 ล้าน ลบม/วัน ลงทะเล ถึงจะเอาประมาณน้ำที่เจอแบบคราวนี้อยู่ และต้องดึงมาจากต้นน้ำหน่อย เขาเลยแนะนำให้ทำตั้งแต่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาลงมาเลย

150 ล้านต่อวันมันแค่ไหน ก็ราว ๆ 1/3 ของแม่น้ำเจ้าพระยา ก็คงกว้าง 50-100 เมตร ทีเดียว
__________________
จงใช้ สติ ปัญญา เหตุผล ... อย่าใช้อคติ
sf_alpha no está en línea   Reply With Quote
Old December 2nd, 2011, 12:20 PM   #12
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,939
Likes (Received): 28

ลองเปรียบเทียบรูปแบบการก่อสร้างทางระบายน้ำในลักษณะต่างๆ

1.มอเตอร์เวย์เลียบคลอง โดยมีสองลักษณะในรูปคือ

1.1 คลองอยู่ตรงกลางระหว่างมอเตอร์เวย์(จากรูปมองมุมแคบไม่ต้องสนใจคลองประปา) โดยอาจจะใช้มอเตอร์เวย์หนุนสูงทำเป็นคันกันน้ำล้นจากคลองอีกชั้น
1.2 มอเตอร์เวย์เลียบคลองด้านใดด้านหนึ่ง (ในรูปคือสมมติคลองประปาเป็นคลองระบายน้ำ)

Quote:
Bang Pa-in - Pak Kret Expressway, Bangkok - 28/11/2011

credit : SKY Report CH3

2.มอเตอร์เวย์ในคลอง หรือคลองสำรองฉุกเฉินในรูปของมอเตอร์เวย์ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงปิดการจราจรทำเป็นคลองระบายน้ำแทน

Quote:
Originally Posted by SilesianSkyscraper View Post
Drogowa Trasa Srednicowa, Katowice, Silesia
Quote:
Originally Posted by a3c4 View Post
Some photos of the North Circular Road (A406) in London - 2x5 section before interchange with M11
3.แบบอุโมงค์ แต่ก็เกรงว่างบประมาณจะสูงเกินไป
Quote:
Originally Posted by yako View Post
Stockholm's newest expressway - Södra Länken (the Southern Link) - runs mainly through tunnels, and opened October 2004. It's a part of the as of yet incomplete Stockholm Ring Road.
4.คลองซ้อนคลองของญี่ปุ่น ข้างทางบนคลองชั้นที่สองก็ทำเป็นมอเตอร์เวย์
ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะจะทำให้มีคลองระบายน้ำเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย น้ำเยอะเกินความจุของคลองชั้นแรก เราก็ยังมีคลองชั้นที่สอง รองรับได้อยู่
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old December 8th, 2011, 01:57 PM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

เปิดพิมพ์เขียวกยน. แผนแก้ ′มหาอุทกภัย′

วันที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 10:30:22 น.


ที่มา - แนวทางการดำเนินการของคณะอนุกรรมการวางระบบการบริหารจัดการน้ำระยะเร่งด่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กรรมการ กยน. เป็นประธาน ซึ่งมีการนำเสนอให้ที่ประชุม กยน.ชุดใหญ่พิจารณา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา

จากปัญหาอุทกภัยปี 2554 ที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนการบริหาร จัดการน้ำในระยะเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำของประเทศที่อาจจะเกิดขึ้นในฤดูฝนหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นความเชื่อถือ สร้างความมั่นใจให้ประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจ และนักลงทุนใน นิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบตลอดจนสร้างความมั่นคงของประเทศจากวิกฤตอุทกภัย โดยมีหลักการดังนี้

1.ลดระดับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมปี 2554 กรณีที่ปริมาณน้ำปี 2555 มีปริมาณมาก จะต้องไม่เกิดปัญหาอุทกภัยเช่นในปี 2554 และหากเกิดปัญหาอุทกภัยจะต้องลดผลกระทบจากอุทกภัยต่อเศรษฐกิจและสังคมให้น้อยที่สุด

2.ปรับปรุงการบริหารจัดการเขื่อนหลัก โดยบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญๆ จะพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งด้านการชลประทาน การป้องกัน และบรรเทาอุทกภัย

3.ปรับปรุงอาคารบังคับน้ำชลประทาน คันกั้นน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้สามารถป้องกันน้ำท่วม และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อให้สามารถจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้

4.ชดเชยให้กับพื้นที่รับน้ำเกษตรกรรม การผันน้ำเข้าพื้นที่เกษตรกรรมในกรณีน้ำหลากเพื่อหน่วงน้ำและลดผลกระทบที่เกิดจากน้ำท่วม ผลกระทบและความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าว ต้องมีแนวทางในการเสริมสร้างความเข้าใจ ความยอมรับ และชดเชยความเสียหายให้ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งให้ประชาชนในพื้นที่มั่นใจว่าจะไม่ต้องรับภาระฝ่ายเดียว

5.ปรับปรุงกลไกในการบริหารจัดการภัยจากน้ำท่วม โดยพัฒนาระบบข้อมูลการพยากรณ์ การเตือนภัย ที่น่าเชื่อถือ และมีเอกภาพ รวมทั้งองค์การในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต เพื่อสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิ ภาพ

6.จัดทำแผนการแก้ปัญหาอุทกภัยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสำคัญเพราะแต่ละพื้นที่มีสภาพพื้นที่ ปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน จึงต้องมีแผนเฉพาะพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ เช่น พื้นที่ชุมชน เมืองหลัก ธุรกิจ และอุตสาหกรรม เป็นต้น

แนวทางการบริหารจัดการน้ำระยะเร่งด่วน ที่สำคัญมีดังนี้

1.การดำเนินการด้านวิศวกรรม

1.1 ปรับแผนการบริหารน้ำในเขื่อนสำคัญ โดยการปรับปรุง Rute Curve สะท้อนความสำคัญของการป้องกันน้ำท่วม โดยหน่วยงานรับผิดชอบ คือ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมอุตุนิยมวิทยา ฯลฯ ร่วมกับคณะอนุกรรม การติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

1.2 กำหนดพื้นที่รับน้ำนอง ตั้งแต่เขื่อนหลัก ในภาคเหนือ ตลอดจนสองฝั่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งกรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล โดยกำหนดพื้นที่รับน้ำนองตามธรรมชาติและที่ก่อสร้างขึ้น พร้อมจัดทำแผนการผันน้ำลงสู่พื้นที่รับน้ำนอง การจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย รวมทั้งสร้างความเข้าใจความยอมรับกับประชาชนในพื้นที่โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับผิดชอบ

1.3 ซ่อมแซมอาคารบังคับน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยปรับปรุง ซ่อมแซมและก่อสร้างอาคารชลประ ทาน โดยกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับผิดชอบ

1.4 เสริมคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ โดยการปรับปรุง ซ่อมแซม ก่อสร้างคันกั้นน้ำ ให้เป็นคันกั้นน้ำถาวร โดยกรมชลประทาน กรุงเทพ มหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับผิดชอบ

1.5 ปรับปรุงคูคลอง และทำความสะอาดทางน้ำสาธารณะ โดยการขุดลอก คูคลองและท่อระบายน้ำ รวมทั้งกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำไหลซึ่งต้องศึกษาขอบเขตและข้อจำกัดของข้อกฎหมายที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานต่างๆ และดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยกรมชลประทานกรุงเทพมหา นคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับผิดชอบ

1.6 สำรวจขีดความสามารถการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร และประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยการใช้ระบบท่อระบายน้ำ คลองระบายน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ ปั๊มน้ำ และระบบระบายน้ำใหญ่ที่มีอยู่ โดยกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบ





2.การบริหารจัดการภัยจากน้ำท่วม เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินจากอุทกภัย ประกอบด้วย

2.1 สร้างระบบเตือนภัยที่มีเอกภาพ มีประสิทธิ ภาพ สามารถให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อประโยชน์ในการเตือนภัยจากน้ำท่วมซึ่งจะต้องมีเอกภาพ ปัจจุบันมีหน่วยงานที่มีข้อมูลระบบเตือนภัย ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรุงเทพ มหานคร และศูนย์เตือนภัยพิบัตแห่งชาติ ฯลฯ เพื่อประมวลผลด้วยความถูกต้อง เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพในการเตือนภัยสาธารณชนอย่างทันเวลา ทั้งนี้ ควรมอบหมายให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเป็นหน่วย งานหลักในการแจ้งเตือนภัยต่อประชาชน รวมทั้งสร้างความเข้าใจกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพิจารณาความจำเป็นของการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในการเตือนภัย

2.2 จัดให้มีกลไกการบริหารจัดการอาคารบังคับน้ำเมื่อเกิดวิกฤต ในการบริหารจัดการน้ำในแหล่งต่างๆ ทั้งที่ถูกสร้างขึ้นและแหล่งน้ำธรรมชาติเครื่องมือที่ใช้ควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำ คือ อาคารบังคับน้ำต่างๆ ได้แก่ เขื่อน ประตูระบายน้ำ ฝาย อย่างไรก็ดี อาคารบังคับน้ำต่างๆ อยู่ภายใต้การดูแลของหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรม ชลประทาน กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องมีกลไกที่มีอำนาจเต็มในการสั่งการและบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งรวมถึงการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและการบรรเทาผลกระทบอันเนื่องมาจากวิกฤตน้ำ ซึ่งจะทำให้มีการบูรณาการการทำงานอย่างมีเอกภาพ มอบหมายให้กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักดำเนินงาน

2.3 จัดทำแผนลดความเสียหายเฉพาะพื้นที่ ได้แก่ ชุมชน พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ เขตชุมชนหนาแน่น กรุงเทพมหานครชั้นใน เพื่อให้เกิดแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การให้ข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเตือน การอพยพ การเตรียมพื้นที่รองรับ การจัดระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภคฉุกเฉิน และการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม

2.4 จัดตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำเป็นการเร่งด่วน เพื่ออำนวยการและสั่งการในภาวะฉุกเฉิน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้เกิดเอกภาพในการแก้ปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน ตามแผนการบริหารจัดการกับน้ำท่วม ตั้งแต่แจ้งเตือนภัย การบริหารจัดการอาคารระบายน้ำ การดำเนินการตามแผนลดความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่

โดยมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และอนุกรรมการวางระบบการบริหารจัดการน้ำระยะเร่งด่วน เป็นหน่วยงานหลักดำเนินงาน

(มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม 2554 หน้า2)

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 8th, 2011, 07:14 PM   #14
ArkinMourad
FKK
 
Join Date: Aug 2009
Location: None of your business
Posts: 3,824
Likes (Received): 733

http://www.smarttunnel.com.my/
ArkinMourad no está en línea   Reply With Quote
Old December 11th, 2011, 04:27 PM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

“โต้ง”ลั่น แผนระยะสั้นแก้น้ำท่วมปีหน้า เสร็จทันฝนมา คิดหนัก"Flood Way"ต้องเวนคืน-จ่ายชดเชย

วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:30:56 น.

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในระหว่างการปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ“รวมพลังขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืน”ซึ่งจัดขึ้นในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 29 ที่จ.ระยองว่า แผนบริหารจัดการน้ำหรือโครงการของรัฐบาลเรื่องน้ำ อาทิ เส้นทางที่จะระบายน้ำที่จะดำเนินการนั้น ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ต้องมีการลงทุน และใช้เวลาในการดำเนินการนาน แต่เชื่อว่าสิ่งที่ทำจะคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจ


สำหรับในระยะสั้น ที่รัฐบาลเห็นว่าจะต้องเร่งดำเนินการคือการขุดลอกคูคลอง และบริหารจัดการประตูระบายน้ำที่ชำรุด และสำรวจเครื่องสูบน้ำ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นว่าเมื่อมีการเบิกงบประมาณเพื่อมาดำเนินการเรื่องดังกล่าว แต่ไม่มีหลักฐานชัดว่ามีการดำเนินการจริงหรือไม่ อย่างไรจะเร่งให้แล้วเสร็จใน 3-5เดือนนี้ เพื่อให้ทันกับฤดูฝนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน

“ต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการน้ำ รัฐบาลอาจจะไม่สามารถบอกได้ว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ แต่ให้ความมั่นใจว่า เมื่อน้ำท่วมจะไม่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ หรือพื้นที่สำคัญ ๆให้น้อยที่สุด อีกทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะได้รับการดูแล และได้รับการชดเชยเป็นอย่างดี”นายกิตติรัตน์กล่าวและว่า



นอกจากนี้ รัฐบาลมีการพิจารณาปรับเรื่องการบริหารจัดการ 25 ลุ่มน้ำให้มีระบบป้องกันปัญหาอุทกภัยที่ทันสมัย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ถือเป็นชุดแรกที่มีการพิจารณาดำเนินการในเรื่องนี้ โดยมีการนำผลงานวิจัยของไจก้าที่ได้เคยศึกษาไว้เกี่ยวกับลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามาศึกษาด้วย โดยการบริหารดังกล่าวได้จัดให้อยู่ในแผนแม่บท โดยแผนดังกล่าวดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ และพร้อมที่จะมีการแถลงการต่อสาธารณะชนเร็วๆนี้



ส่วนจะมีการกำหนดพื้นที่ที่จะใช้เป็นเส้นทางระบายน้ำ (Flood Way) นั้นจะมีการบินสำรวจเส้นทางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกในวันที่ 12ธันวาคมนี้ร่วมกับกองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดพื้นที่ที่จะใช้ดำเนินการซึ่งต้องศึกษาว่าจะใช้พื้นที่ใดอย่างรอบคอบเนื่องจากจะต้องมีการเวนคืนที่ดินบางส่วนรวมทั้งต้องกำหนดอัตราค่าจ่ายเงินเวนคืนหรือชดเชยให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำโครงการดังกล่าวซึ่งส่วนนี้ถือเป็นโครงการระยะยาวที่ต้องดำเนินการ

นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนรับข้อเสนอของหอการค้าไปพิจารณาสานต่อโครงการต่าง ๆ ที่คงต้องมีการทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยส่วนเรื่องข้อเสนอของหอการค้าใน 3 ประเด็นหลักไปพิจารณาดำเนินการคือในเรื่องของการต่อต้านการคอร์รัปชั่นหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวง โครงการช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรซึ่งรัฐบาลจะต้องเข่าไปช่วยสนับสนุนและการสนับสนุนการดำเนินการของหอการค้าที่ภาครัฐจะต้องมีการทำงานร่วมกันกับภาคเอกชนใกล้ชิดกันมากขึ้น

สำหรับข้อกังวลจากภาคเอกชนเกี่ยวกับการเกิดทุจริตในโครงการก่อสร้างและการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมนั้นภาครัฐจะดำเนินการไม่ให้เกิดการรั่วไหลโดยเฉพาะโครงการที่มีดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานประชาชนมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะต้องทำให้โปร่งใสและมีการพิจารณาอย่างรอบครอบในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าให้เกิดประโยชน์

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 13th, 2011, 07:24 PM   #16
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

เพื่อไทย‘เอาจริง’วอเตอร์ เอ็กซ์เพรสกู้วิกฤติน้ำ

ฉบับที่ 1258 ประจำวันที่ 14-12-2011 ถึง 16-12-2011 ]

หลังจากวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เริ่มคลี่คลาย หลายหน่วย งานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพากันนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อรับมือมวลน้ำมหาศาลที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต

โดยเสนอแนวคิดการสร้างระบบต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำที่ไหลบ่าจากลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน มาสมทบกันที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วทะลักลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาจนล้นตลิ่งทั้งสองฝ่ายสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ

ก่อนหน้านี้สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้เสนอแนวคิดการสร้างระบบอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืนด้วยการก่อสร้างระบบอุโมงค์ใต้ดิน ระยะทาง 100 กิโลเมตร รับน้ำจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา-จ.สมุทรปราการ โดยอุโมงค์ดังกล่าวจะมีเครือข่ายของน้ำตามคลองต่างๆ เช่น คลองรังสิต คลองระพีพัฒน์ ใช้ชื่อว่า MUSTS ย่อมาจาก Multi-Service Flood Tunnel System แปลว่า “ต้องทำเลย” ไม่ต้องเวนคืนพื้นที่ หรือเวนคืนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินนี้มีมูลค่า 200,000 ล้านบาท สามารถป้องกันเศรษฐกิจได้ 1.4 ล้านล้านบาท ถูกกว่า 7 เท่า ใช้งานได้นานกว่า 100 ปี การก่อสร้างหาก ระดมกำลังเต็มที่เฟสแรก 3 ปี จะแล้วเสร็จ แต่เสร็จสมบูรณ์ ทั้งโครงการจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี

อีกโครงการเป็นถนนวงแหวนรอบที่ 3 ระยะทางประมาณ 270-280 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้างรวมค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินประมาณ 100,000 ล้านบาท ขนาด 6 ช่อง จราจร มีแผนจะใช้พื้นที่เกาะกลางถนนขุดคลองกว้างขนาด 200 เมตร และลึกประมาณ 5-8 เมตร เพื่อใช้คมนาคมและระบายน้ำ หรือฟลัดเวย์จากแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน ลงสู่ทะเล เชื่อว่าจะช่วยป้องกันน้ำท่วม พื้นที่รอบกรุงเทพฯ ได้ เพราะ
แนวมอเตอร์เวย์ดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการไม่ว่าการบริหารน้ำอย่างเป็นระบบทั้ง 25 ลุ่มน้ำ การเสนอวิธีก่อสร้างแก้มลิงรองรับน้ำในหลายๆ พื้นที่ การจัดเก็บภาษี เพิ่มเติมเพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วม การขุดลอกคูคลองและปรับปรุงพนังกั้นน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

ล่าสุด สภาวิศวกร ได้นำเสนอแนวทางโครงการระบบวิศวกรรมป้องกันมหาอุทกภัยทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาเหนือจดอ่าวไทย ครอบคลุม ทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม แหล่งท่องเที่ยว และตัวเมืองทุกจังหวัดตามแนวทางพระราชดำริขุดลอก คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แม่น้ำสาย ใหญ่จากชัยนาทลงใต้รวมแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย แม่น้ำ เจ้าพระยา แล้วเร่งผันออกผ่านคลองสายด่วนแนวตรงอย่างน้อยสองจุดคือป่าสัก-อ่าวไทย และแม่น้ำน้อย-อ่าวไทย ลดน้ำล้นตลิ่งทุกพื้นที่เกิดน้ำท่วม ไล่ตั้งแต่จังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรี อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพฯ และสมุทรสาคร

ทั้งนี้ สภาวิศวกรได้เสนอ 2 แนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร โดยวิธีแรกด้วยการขุดขยายคลองที่มีอยู่เดิมและเพิ่มเติมสายใหม่ ทั้งในฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตะวันตกและด้านตะวันออก ตั้งแต่ จ.ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เรื่อยมาจนถึงกรุงเทพมหานครจนมาบริเวณอ่าวไทย ทั้งที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ในฝั่งตะวันตก รวมไปถึง จ.สมุทรปราการ ในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ส่วนการแก้ปัญหาวิธีที่ 2 คือ การเสนอสร้างทางด่วนส่งน้ำ หรือ Water Express ที่มีขนาดความกว้างประมาณ 100 เมตร มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 260 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนคร ศรีอยุธยา เรื่อยมาจนออกสู่อ่าวไทยที่บริเวณ จ.สมุทรปราการ เพื่อทำการระบายน้ำที่ลงมาจากทางภาคเหนือ สู่ที่ราบลุ่มภาค กลาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอุทกภัยใหญ่ในพื้นที่อย่างที่เกิดขึ้น

นายเรืองศักดิ์ วัชรพงศ์ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า แนวคิดดังกล่าวได้รับความเห็นชอบข้อมูลทั้งหมดจากนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแล้ว จากนั้นรัฐบาลจะเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นประธาน

สำหรับผลดีของการตัดคลองเป็นการดำเนินการได้ง่าย ถูก และรวดเร็ว และถูกกว่าการวางระบบอุโมงค์ถึง 4 เท่า อีกทั้งเงินลงทุนไม่รั่วไหลออกต่างประเทศ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการสามารถแบ่งงานออกเป็น 5 สัญญาแล้วแบ่งให้ หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ เช่น กองทัพบก กรมชล ประทานและผู้รับเหมา คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน 2-3 ปี

ทั้ง 2 แนวทางถ้าให้เลือกแนวทางที่ง่ายและเป็นไปได้น่าจะเป็นการขุดคลองใหม่จากนครสวรรค์-ชัยนาท ระยะทาง 38 กิโลเมตร ขุดขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม ระยะทาง 132 กิโลเมตร และขุดคลองใหม่ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะทาง 90 กิโลเมตร

“การใช้ประโยชน์พื้นที่คลองจะมีการออกแบบเป็น พื้นที่ระบายน้ำช่วง 3 เดือนในฤดูน้ำหลาก และออก แบบสำหรับถนนที่เหลืออีก 9 เดือน”

ด้านนางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า สำหรับแหล่งเงินลงทุนที่ใช้ตัดคลองระบาย น้ำตนมองว่ายังมีสถาบันการเงินหลายแห่งยินดีสนับสนุน เช่น องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ส่วน พื้นที่ตัดคลองจากการลงพื้นที่พบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร กรรม ซึ่งการซื้อขายจะยึดราคาตามท้องตลาดหรือเวนคืน

“ถ้าทำโครงการนี้สำเร็จอย่างน้อย 12 จังหวัด จะได้รับผลพวงทางบวกในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ประชาชน เรือกสวนไร่นา โรงงานอุตสาหกรรม ศิลปวัตถุ โบราณสถาน สนามบินและแหล่งท่องเที่ยว”

http://www.siamturakij.com/home/news...s_id=413356886
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 14th, 2011, 12:25 PM   #17
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 20,571
Likes (Received): 2530

เปิดแผนบริหารน้ำฉบับทรัพสินฯ ทุ่ม3.27แสนล้านบ.แก้น้ำท่วม-แล้ง-เน่า
หน้าเศรษฐกิจ เดลินิวส์
วันพุธที่ 14 ธันวาคม 2554 เวลา 00:00 น.

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า แผนการบริหารจัดการน้ำที่ดำเนินการโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อเดือน ต.ค. 43 ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ระบุว่าจะนำมาบูรณาการร่วมกับแผนขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ไจกา) เพื่อประกาศเป็นแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศภายในสัปดาห์นี้ ได้ระบุแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ การบรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาน้ำเสียหรือปรับปรุงคุณภาพน้ำ ทั้งมาตรการด้านการบริหารจัดการและด้านการก่อสร้าง รวมมูลค่าลงทุนทั้งสิ้น 327,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ในรายละเอียดแยกเป็น

1. มาตรการระยะสั้น (5 ปี) โดยแผนระยะสั้นระบุว่า
1.1 ต้องแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการที่เน้นในพื้นที่เฉพาะถิ่นและระดับลุ่มน้ำที่พัฒนาแหล่งน้ำเดิมอยู่แล้วเป็นหลัก ซึ่งลดความต้องการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ได้เพิ่มขึ้นในฤดูฝนเพื่อนำมาใช้ในฤดูแล้งประมาณ 1,070 ล้านลบ.ม.
1.2 รวมทั้งรักษาคุณภาพของลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แก่พื้นที่ใช้น้ำบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ประมาณ 10 ล้านไร่
1.3 ลดปริมาณน้ำเพื่อบรรเทาการเกิดอุทกภัยในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ 250 ลบ.ม.ต่อวินาที และ
1.4 จัดสร้างพื้นที่ปิดล้อมป้องกันพื้นที่ชุมชนหลักรวมทั้งลดประมาณน้ำเสียจากเมืองหลักได้ประมาณวันละ 1.6 ล้านลบ.ม.

“มาตรการสำคัญที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างในระยะนี้ เช่น การฟื้นฟู อนุรักษ์สภาพแวดล้อม ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ปรับโครงสร้างการผลิตทางการเกษตร มีระบบทำนายและระบบเตือนภัยน้ำท่วม กำหนดการใช้ที่ดินและพื้นที่เสี่ยงภัย การประกันอุทกภัย ผจญภัยและการฟื้นฟูหลังจากเกิดอุทกภัย ปรับปรุงเกณฑ์การปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำ เป็นต้น ขณะที่มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง จะช่วยจัดหาปริมาณน้ำเพิ่มให้กับลุ่มน้ำ ลดปัญหาน้ำเสียและบรรเทาอุทกภัยในเมืองหลัก เช่น ส่งเสริมการปลูกป่าในแหล่งต้นน้ำลำธาร ขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและการพัฒนาน้ำใต้ดิน ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ ก่อสร้างโครงการชลประทานระบบท่อ จัดทำระบบปิดล้อมพื้นที่ชุมชนใน กทม.และเมืองหลัก ก่อสร้างระบบน้ำเสียรวมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสายหลักตอนล่าง”

2. มาตรการระยะกลาง (5-15 ปี) ต้องแก้ไขปัญหาต่อไปนี้
2.1 แก้ปัญหาในระดับลุ่มน้ำโดยใช้มาตรการที่มีสิ่งก่อสร้างเป็นหลักทั้งในพื้นที่เปิดใหม่และพื้นที่เดิมในลุ่มแม่น้ำที่วิกฤติ จัดหาปริมาณน้ำใช้งานในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านลบ.ม.
2.2 ลดปริมาณน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยประมาณ 550 ล้านลบ.ม.ต่อวินาที และ
2.3 ลดปริมาณน้ำเสียจากเมืองหลักได้รวมกันวันละ 5.5 ล้านลบ.ม.

โดยมาตรการที่ใช้คือ การก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำระดับลุ่มน้ำคือ

2.4 อ่างเก็บน้ำเขื่อนคลองโพธิ์ แม่วงค์และแควน้อย,
2.5 โครงการผันน้ำกก-อิง-น่าน และ
2.6 โครงการผันน้ำเมย-สาละวิน-เขื่อนภูมิพล,
2.7 การพัฒนาระบบแก้มลิงในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง,
2.8 ปรับปรุงระบบระบายน้ำ จัดสร้างช่องทางผันน้ำหลาก บางไทร-อ่าวไทย เป็นต้น และ

3. มาตรการระยะยาว (ไม่เกิน 25 ปี) ส่วนแผนระยะยาวต้องใช้มาตรการที่มีสิ่งก่อสร้างแบบเต็มรูปแบบ
3.1 ซึ่งจะจัดหาน้ำเพิ่มขึ้นในลุ่มน้ำได้ไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านลบ.ม.
3.2 ลดปริมาณน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ใต้บางไทรประมาณ 1,900 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้ง
3.3 ปรับคุณภาพน้ำเสียในลุ่มน้ำได้ถึงวันละ 9 ล้านลบ.ม. ด้วย
3.4 การก่อสร้างโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนแก่งเสือเต้น,
3.5 เขื่อนกิ่วคอหมาและเขื่อนแม่ขาน,
3.6 โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่
3.6.1 โครงการผันน้ำเมย-สาละวิน-เขื่อนภูมิพลและโครงการกก-อิง-น่าน,
3.6.2 โครงการพัฒนาระบบแก้มลิงทุกลุ่มน้ำรวมทั้งปรับปรุงระบบระบายน้ำ,
3.6.3 โครงการก่อสร้างช่องทางผันน้ำฝั่งตะวันออกจากอำเภอบางไทรสู่อ่าวไทย เป็นต้น

ทั้งนี้หากสามารถดำเนินการตามแผนและมาตรการแก้ไขทั้ง 3 ระยะ จะช่วยเพิ่มปริมาณต้นทุนให้กับลุ่มน้ำได้ไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านลบ.ม. ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้แก่พื้นที่ของโครงการที่ก่อสร้างใหม่แล้ว ยังมีปริมาณน้ำเหลือใช้และไหลกลับเข้าสู่ระบบลำน้ำเดิม เพื่อนำไปใช้กับพื้นที่ที่อยู่ท้ายน้ำได้อีกไม่น้อยกว่าปีละ 6,000 ล้านลบ.ม. ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือพื้นที่ในระบบชลประทานของโครงการพิษณุโลก เจ้าพระยาใหญ่และพื้นที่อื่นที่ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ที่ครอบคลุมพื้นที่ 10 ล้านไร่ และยังช่วยลดปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และลดปัญหาน้ำท่วมของพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ที่ลดปริมาณน้ำเหนือหลากผ่านปทุมธานี นนทบุรี กทม.และสมุทรปราการ ได้ถึง 1,900 ลบ.ม.ต่อวินาทีหรือป้องกันน้ำท่วมในขนาดรอบ 25 ปี (ขนาดน้ำท่วมของปี 38) และลดปริมาณน้ำเสียจากเมืองหลักได้รวมวันละ 9 ล้านลบ.ม.

ส่วนในช่วงท้ายของแผนได้มีข้อเสนอแนะ 7 ข้อไว้ด้วย เช่น ต้องทำให้โครงการนี้มีผลในเชิงปฏิบัติ, ต้องจัดทำเป็นแผนแม่บทพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ, ต้องปฏิรูปองค์กรเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตั้งแต่ระดับชาติจนถึงท้องถิ่น, ตั้งคณะทำงานทบทวน แก้ไขปรับปรุงกฎหมายทรัพยากรน้ำ, จัดตั้งกองทุนน้ำเพื่อใช้แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของรัฐ รวมทั้งให้รัฐบาลใช้หลักเกณฑ์พิจารณาให้ผู้ใช้ประโยชน์ ต้องรับภาระในการจ่ายค่าบริการ เป็นต้น.
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut está en línea ahora   Reply With Quote
Old December 14th, 2011, 02:24 PM   #18
knrOctober
Since 2552
 
knrOctober's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: 55000
Posts: 1,692
Likes (Received): 1083

Quote:
3. มาตรการระยะยาว (ไม่เกิน 25 ปี) ส่วนแผนระยะยาวต้องใช้มาตรการที่มีสิ่งก่อสร้างแบบเต็มรูปแบบ
.
3.4 การก่อสร้างโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนแก่งเสือเต้น,
สงสัยว่าถ้าสร้างแก่งเสือเต้นที่แพร่ไม่ได้ จะขยับลงมาสร้างแถวสุโขทัยได้ไหม ถ้าพอมีทำเลที่สามารถสร้างเขื่อนได้ คิดว่าคนสุโขทัยเอาด้วยแน่นอน เพราะโดนน้ำยมเล่นงานทุกปี
knrOctober no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2011, 07:47 PM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 75,350
Likes (Received): 4460

PM: Water plan in January

Published: 17/12/2011 at 10:49 AM

Water management plan being mapped out by the strategic committee for the management of water resource is expected to be completed in January, Prime Minister Yingluck Shinawatra said on Saturday.

In her “Yingluck government meets people” weekly talk show broadcast live from Varorose market in Chiang Mai by Channel 11 this morning, the prime minister said the water management plan is needed to restore confidence in Thailand of foreign investors.

She was confident that Chinese and Japanese investors would not move production bases from Thailand to other countries as some fear.

Ms Yingluck said during her first three months in office, she had to resolve the widespread flooding problem.

“December will be the month for rehabilitation and after this the government will implement policies to rapidly stimulate the economy”, she said.

The policies include rice mortgage scheme, the first home-buyer programme and debt moratorium for farmer project, she added.

http://www.bangkokpost.com/business/...lan-in-january
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2011, 07:57 PM   #20
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 20,571
Likes (Received): 2530

^
Rice Mortgage scheme - another fraud set in again ...
Flood control plan ... let's see if they are going to clear the garbage and water weeds along the rivers and canals nationwide before digging the canals and rivers deeper and used the mud and clay for the top soil if using clay and mud for river dykes is no longer an option



Quote:
Originally Posted by knrOctober View Post
สงสัยว่าถ้าสร้างแก่งเสือเต้นที่แพร่ไม่ได้ จะขยับลงมาสร้างแถวสุโขทัยได้ไหม ถ้าพอมีทำเลที่สามารถสร้างเขื่อนได้ คิดว่าคนสุโขทัยเอาด้วยแน่นอน เพราะโดนน้ำยมเล่นงานทุกปี
This leaves the option => either those who live in Sukhothai vs. those who live in Phrae will stay alive at the expense of the other side of the belligerence who will have to buried alive.
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; December 19th, 2011 at 07:59 PM. Reason: Addendum
Wisarut está en línea ahora   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off

Related topics on SkyscraperCity


All times are GMT +2. The time now is 09:31 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2018, vBulletin Solutions Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2018 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2018 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

tech management by Sysprosium