daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old June 28th, 2015, 12:23 PM   #1401
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

ผมอยากเขียนเรื่องข่าวที่ออกมากระหึ่มในวงการผู้สนใจเรื่องการทหารและอาวุธในประเทศไทย เกี่ยวกับข่าวที่ลือกันว่าไทยกำลังจะจบเรื่องซื้อเรือดำน้ำจำนวนสามลำโดยตัวที่เลือกคือเรือดำน้ำจีน Yuan Class S26T ขนาดระวางขับน้ำ 2600ตัน ที่เป็นรุ่นใหญ่กว่าที่มองเอาไว้แต่แรกที่เป็น เพียง S20 เนื่องจากตามสเป็กเดิมที่ไทยเรามองเอาไว้ว่าระวางขับน้ำควรจะอยู่ที่ 1600-200ตันเท่านั้น ซึ่งคู่แข่งจากชาติต่างๆก็ส่งเสนอแต่เรือขนาดเดียวกันเสียเกือบทั้งหมดในงบประมาณไล่ๆกัน

ที่ได้เราได้เรื่อดำน้ำใหญ่ขึ้นในงบเดิมนั้น ผมคิดว่าเรามีสองปัจจัยที่ทำให้เรือชุดแรกของเราใหญ่ขึ้นระดับเป็นหน้าเป็นตาของกองทัพเรือได้นั้นเนื่องจากจีนต้องการเอาใจเราเป็นพิเศษนั้นเรื่องหนึ่ง และในความต้องการของเรานั้นอยากได้ระบบ AIP หรือ Air-Independent Propulsion system หรือเครื่องยนต์ที่ไม่ต้องพึ่งอากาศจากผิวน้ำเพื่อยืดเวลาการอยู่ใต้น้ำและเป็นอิสระต่อการเข้าฝั่งมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยเขียนไปแล้วเมื่อสองเดือนก่อนว่าระบบนี้นี่แหละทีเด็ดมาก จะเป็นรองก็แต่เรือดำน้ำนิวเคลียร์เท่านั้นที่ยืดระยะเวลาเข้าฝั่งหรือปรากฎตัวสู้ผิวน้ำเพื่อรับเสบียงอาหารจากเรือสนับสนุน ซึ่ง S20 มันใหญ่พอที่จะยัดเอาระบบตัวนี้ใส่เข้าไปไม่ได้

ผมได้เขียนไว้ครั้งนั้นว่าผมไม่เห็นด้วยเลยที่กองทัพเรือจะซือเรือดำน้ำจากเกาหลีรุ่น HDS-500RTN ซึ่งขนาดเล็กกว่าห้าเท่าที่ใช้แต่แบ็ตเตอรี่โดยไม่มีเครื่องยนต์เอาไว้ชาร์ตแบตเตอรี่ ทำให้เรือต้องเข้าฝั่งทุกครึ่งเดือนถึงสามสัปดาห์เพื่อเติมพลังงาน และเรือมันเล็กเสียจนเพิ่มเติมอะไรในอนาคตลำบากมาก และถ้าขยายขนาดเป็น DW1400T เหมือนที่อินโดนีเซียซื้อไปใช้ที่ใหญ่กว่าสามเท่า ที่มีเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อยืดเวลาการเข้าฝั่งให้ยาวขึ้น ราคาก็แพงจนเกินงบประมาณแต่ก็ยังถือว่าเป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กอยู่นั่นเอง จะบอกว่างานนี้กระทรวงกลาโหมอยากให็ซื้อของเกาหลีแต่กองทัพเรือไม่อยากได้ก็คงพูดได้ เพราะข่าวที่ออกตามสื่อมันชวนให้คนอ่านคิดออกมาแบบนั้น

ในตอนแรกนั้นไทยเรามีความต้องการเพียง จีน Yuan Class S20 เท่านั้น ที่ขนาดเล็กกว่าตามที่ผมเคยบอกเอาไว้เพียง 1600-200ตัน แต่พอกองทัพเรือบอกว่าอยากได้แบบที่มีเครื่องยนต์เอาไว้ชาร์ตแบตเตอรี่น่าจะดีกว่าเรื่อเด็กเล่นลำจิ๋ววิ่งด้วยแบตเตอรี่อย่างเดียวแบบเรือเกาหลี ทางจีนก็จัดเต็มให้ทันทีเป็น S26 แทนที่จะเป็นลำเล็กรุ่น S20 ที่เป็นดีเซล โดยให้เป็นเครื่องยนต์สเตอร์ลิง Air-Independent Propulsion system (AIP) ที่จีนซื้อต้นแบบมาจากสวีเด็นแล้วพัฒนาจนมันให้ประสิทธิภาพเกิน 100% จากเดิมที่ซื้อมา ซึ่งมันเงียบว่าเครื่องยนต์ดีเซลและไม่มีไอเสียจากการเผาไหม้ที่ต้องขึ้นมาผิวน้ำเพื่อเดินเครื่องแบบดีเซล จะบอกว่าจีนให้มากกว่าที่ของก็ว่าได้ และสิ่งที่มาพร้อมกันกับเรือคือการถ่ายทอดเท็กโนโลยีในการสร้างให้แบบไม่มีปิดบังเพื่อให้ไทยสามารถซ่อมเองและสร้างเองในอนาคตได้ถ้าไทยเราต้องการ

ซึ่งข้อเสนอที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้ของเรือดำน้ำจีนที่ให้มาทั้งเรื่องของขนาดเรือ ระบบ AIP ที่ไม่ต้องขึ้นมาผิวน้ำเพื่อชาร์ตไฟฟ้าและเครื่องยนต์สเตอร์ลิงเงียบสนิทจนตรวจจับได้ยาก และการถ่ายทอดเท็กโนโลยี่ให้หมดนั้นยังไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะว่าเรือใหญ่ขนาดนี้มันยัดเอา มี ASM (anti-ship missiles)g เข้าไปได้แบบสบายๆยังเหลือที่ในเรือเอาไว้เตะตระกร้ออีกสองวงก็ยังได้ อาวุธปล่อยรุ่น YJ-8X หรือ C-80X นั้นเอาไว้ยิงเป้าหมายที่เป็นเรือผิวน้ำและเป็าหมาบานพื้นดินได้ในระยะ 120กิโลเมตร ด้วยความเร็วเกือบเท่าเสียง

แต่จะพูดก็พูดเถอะนะว่าเรื่องนี้กองทัพเรือของเราน่าจะแฮ็บปีเอ็นดิ้งกับเรือดำน้ำ S26T รุ่นนี้ แต่ยังมีคนบอกว่าเรือจีนมันจะสร้างปัญหาเหมือน เรือชุด ร.ล.เจ้าพระยา ชุด ร.ล.กระบุรี ชุด ร.ล.นเรศวร จนถึงชุด ร.ล.ปัตตานี ก็ต่อที่จีนแล้วมีปัญหาตอนที่ซ่อมครึ่งอายุเรือหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่จบสวยเท่าไรนักหรอก และเรืองจีนเคยมีปัญหาเรื่องไอเสียรั่วจนทหารเรือตายยกลำมาแล้วเสียด้วยเรื่องนี้ยังหลอนอยู่ไม่น้อย แต่คนที่เห็นด้วยก็บอกว่าเรือ S26T ใช้ AIP ที่เป็นเครื่องยนต์สเตอรลิงมันไม่มีไอเสีย ดำน้ำอยู่ก็เดินเครื่องได้ไม่มีปัญหาเหมือดีเซลที่ตายยกลำเหมือนครั้งนั้นหรอก ไม่น่ากลัวเลยในเรื่องนี้ และอีกอย่างคือเท็กโนโลยีของจีนในเวลานี้นั้นมันคนละยุคกับสมัยที่ไทยเราจ้างต่อเรื่อรุ่นก่อนนอีกมากมาย อยากได้สเป็กขนาดไหน ทร.ก็ไปควบคุมการต่อเรือได้ด้วยตัวเองเพราะเขาก็เปิดโอกาสให้มาแล้ว

จะบอกว่าข่าวลือนี้เป็นเรื่องที่ลือโดยคนเดิมสำนักข่าวเดิมก็ว่าได้ แต่เรื่องนี้มีคนเชื่อว่าข่าวลือคือเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย เพราะว่าหลายๆเว็บด้านอาวุธในต่างประเทศออกข่าวมาแล้วว่าจีนเอาไปกินแน่นอน และ วิกิพีเดียก็อัพข้อมูลแล้วด้วย คงต้องรอดูกองทัพเรือครับว่าจะออกข่าวว่าอย่างไร ตอนนี้ ทร.ยังเงียบสนิทปิดปากเงียบอยู่


หลายๆคนที่เชียร์เรือตามมาตราฐานของนาโต้พูดค่อนขอดว่ากำขี้ดีกว่ากำตด แต่พอผมดูอ็อฟชั่นที่ให้ในราคาเดียวกันแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เราได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดและสเป็กดีที่สุดเท่าที่เราเคยได้จากเรือจากแหล่งอื่น เพียงแต่ว่าจีนมีจุดอ่อนเรื่องคุณภาพของสินค้าให้ติได้เท่านั้น แต่ถ้า ทร.สามารถส่งคนไปตรวจสอบทุกขั้นตอนได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหานี้ และอีกอย่างคือถ้าอยู่ในสภาวะสงครามแล้วเราเลือกอยู่อีกฝั่ง เรือดำน้ำของเราก็ไม่ต้องกลายเป็นเศษเหล็กหรือขาดอาวุธมาเติมใส่เรือเหมือนที่เคยเป็นมาแล้ว
Pat Hemasuk
https://www.facebook.com/sompong.non...08386959502352
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

trewut liked this post

Last edited by wwc234; June 28th, 2015 at 04:55 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old June 28th, 2015, 01:59 PM   #1402
Unknow2
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 415
Likes (Received): 116

นี่เค้าบทความข้างบนเค้าเข้าใจหลักการทำงานของเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า กับแยกความแตกต่างระหว่างเครื่องยนตร์ดีเซล กับระบบAIPออกหรือเปล่าครับ

เรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า คือขึ้นผิวน้ำ(จะผิวน้ำเลยหรือPeriscope-depthแล้วต่อsnorkelก็แล้วแต่) เดินเครื่องดีเซลชาร์จไฟเข้าแบต(ซึ่งจะเสียงดังมากๆ เป็นเป้าที่เด่นมากก็ว่าได้) ซึ่งเครื่องดีเซลมันต้องการอากาศในการเผาไหม้(มันเลยต้องขึ้นมาเอาอากาศที่ผิวน้ำ) พอเต็มก็ดำ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเอา อยู่ใต้น้ำเดินเครื่องไม่ได้ เพราะไม่มีอากาศ(ถ้าไม่ได้เก็บสำรองมา)

AIPคือไว้เติมไฟขณะดำ โดยไม่ต้องขึ้นมาเอาอากาศ มันเลยชื่อAir-Independent Propulsion system เป็นระบบเสริมเพราะประสิทธิภาพมันยังแทนเครื่องดีเซลโดยสมบูรณ์ไม่ได้ ตอนนี้มี3ระบบคือSterling, Fuel Cell, MESMA

และตอนนี้กำลังมีแนวคิดใหม่ คือใช้แบตLithium-ionแทน เพราะชาร์จได้เร็วกว่า เวลาที่ต้องขึ้นผิวน้ำมาปั่นไฟก็สั้นกว่า

เท่าที่รู้ มันยังไม่มีเรือดำน้ำลำไหนที่ใช้ระบบAIPเพียวๆ ไม่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ใกล้เคียงสุดคือA26ของสวีเดน(แต่ก็ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลอยู่)

ปล.มีลิงค์ของบทความไหมครับ อยากอ่านอีกอันเรื่องAIPเต็มๆ
Unknow2 no está en línea   Reply With Quote
Old June 29th, 2015, 07:13 AM   #1403
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

ขอพูดถึง AIP ของจีน
AIP จีน พัฒณา โดย 711 research institute of the China Ship Scientific Research Center
711 ก่อตั้ง ปี1975 แต่ที่จะพูดถึง คือการวิจัยเรื่อง AIP นั้นเริ่มตั้งแต่ปี 1991 โดยมี ดร.Jin Donghan 金东寒 เป็นหัวหน้าทีม
โดยปี 1998 ดร.Jin Donghan และลูกทีมของเขา พัฒนา AIP ขนาด 75KW ขึ้นด้วยเทคโนตัวเองครั้งแรก
AIP แบ่งตามที่ใช้จริงคือ closed cycle diesel (CCD) AIP, Stirling engine (SE) AIP, fuel cell (FC) AIP
และได้นำเข้า AIP ขนาด 75KW จากสวีเดนมาทดสอบเปรียบเทียบ
แต่สื่อตะวันตก บอกว่านำเข้ามาใช้กับเรือ Yuan-class ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ V4-275R AIP ที่จีนซื้อมาจากสวีเดนนั้น มีกำลังแค่ 75KW ถ้ามาใช้ กับYuan-class 3600t(submerged) นั้นคงเป็นไปไม่ได้ ที่จะเอา75 KW 2เครื่องยนต์ใส่ใน Yuan-class เพื่อให้วิ่งใต้น้ำ 2-4 Knot แน่นอน
ในปี2002 711 ทดสอบ SEAIP ทำงานผ่าน 20000 hr ได้
ปี2004 711 พัฒนา SEAIP ขนาด 110kW
ปัจจุบัน CCDAIP จีน มีกำลังตั้งแต่(ที่เปิดเผย) 160 kWถึง 217kW SEAIPมีกำลัง 150-300kW
ถ้าต้องการให้ เรือขนาดYuan-class วิ่งใต้น้ำ ที่ความเร็ว 2-3 knots ด้วย AIP อย่างเดียวต้องใช้ ขนาดAIPที่ 640-868 kW
ย้อนกลับไปที่ AIP จีนยุคแรก ที่เข้าประจำการกับ Yuan-class ตัวทดสอบ เป็น CCDAIP ตัวนั้นนับว่าเป็น gen 0.5(อันนี้ตั้งเองเพื่อความเข้าใจ) เพราะใช้ liquid oxygen และไม่จำเป็นต้องปล่อยไอเสีย มีคุณสมบัติเทียบได้กับ small nuclear submarine เลย
แต่ปัญหาของ gen0.5 คือ ถ้าใช้ AIP อย่างเดียว วิ่งใต้น้ำที่ความเร็ว 20knot ได้ไม่กี่ชม. หรือ วิ่งใต้น้ำที่ความเร็ว 2 knot ได้ไม่กี่วัน ก็ต้อง recharge battery
711 ต้องพัฒนาต่อ จนกระทั้ง ปี2004 711ได้ทะลวงข้อจำกัดนั้นหมดแล้ว คือไม่ต้องพึ่งแต่ liquid oxygen อย่างเดียว AIP gen1
นั้นใช้ solid fuels (ใช้ควบคู่กับ automatic oxygen consumption และ generation devices ซึ่งข้อมูลตรงนี้ยังเป็นความลับอยู่) ได้ และสามารถ recharge battery ขณะวิ่งด้วย AIP อย่างเดียวได้ และยังพัฒนาให้มีกำลังเพิ่มขึ้นอีก
AIP gen1 ถูกติดตั้งใน Yuan-class ในปี2006
AIP gen2 เป็น SEAIP ที่เงียบกว่าและประสิทธภาพดีกว่า ถูกใช้ใน yuan-class ชุดหลังๆ
AIP gen3 เป็น SEAIP เป็นรุ่นปัจจุบันถูกใช้ใน qing class และ All new Yuan-class
ปัจจุบัน 711 กำลังพัฒนา MHD propulsion ซึ่งให้กำลังมาก ประสิทธิภาพสูง และไม่มีเสียงเลย
ที่มา คุณ Hongse_c
จาก http://pantip.com/topic/33850663
https://www.facebook.com/permalink.p...00009931444672
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Unknow2 liked this post
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 1st, 2015, 01:24 PM   #1404
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

LY-80E..เขี้ยวเล็บใหม่ทอ.ไทย?.....มีรายงานข่าวว่ากองทัพอากาศไทยได้มีการเจรจาขอซื้ออาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะปานกลางแบบ LY-80E จากจีน ซึ่งอาวุธนี้พัฒนามาจากรุ่น LY-80 (พัฒนามาจาก BUK-M1 SA-11 Godfly ของรัสเซีย) มีระยะยิง 40 กม. ระดับความสูง 18 กม. มีขีดความสามารถต่อต้านอาวุธนำวิถีที่บินในระดับต่ำ ในระยะ 3.5-12 กม.ที่เพดานบิน 50 เมตร...ปากีสถานและบังคลาเทศเป็น 2 ชาติแรกที่สั่งซื้อระบบนี้
https://www.facebook.com/photo.php?f..._t=photo_reply
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 03:56 AM   #1405
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803


เรือดำน้ำ S26T Yuan modified-class
เรือดำน้ำ S-26T ของที่เสนอขายให้ไทยจะมี ระวางขับ 2600ตัน มีAIP รวมถึงระบบติดจรวดเรือผิวน้ำที่มีความทันสมัยที่สุดในเวลานี้ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า กองทัพเรือมีความต้องการจัดซื้อ รุ่น Yuan Class S20 ที่มีระวางขับน้ำเพียง 1,600 ตัน เท่านั้น แต่ภายหลังกองทัพเรือได้กำหนดคุณลักษณะเพิ่มเติม คือ ต้องการเครื่องยนต์ที่มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ไว้สำรองพลังงานด้วย ทางจีนจึงเสนอเรือดำน้ำ รุ่น Yuan Class S26T ให้แทน
Yuan Class S26T ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการต่อเรือที่มาจากเรือดำน้ำชั้นกิโลของ "รัสเซีย"
โดยทางจีนบรรยายคุณลักษณะของ Yuan Class S26T ว่า เป็นเรือดำน้ำดีเซล และมีระบบ AIP ที่ไม่ต้องขึ้นมาผิวน้ำเพื่อชาร์จไฟฟ้า ขณะที่เครื่องยนต์สเตอร์ลิงก็เงียบสนิท ทำให้ "ตรวจจับได้ยาก" โดยมีการซื้อต้นแบบมาจากสวีเดนแล้วนำมาพัฒนาต่อจนมีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และความเงียบในระดับที่น่าพึงพอใจ
เครดิต: ‪#‎คมชัดลึกออนไลน์‬
Photoshop by:Thanasak Saisood










__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; July 2nd, 2015 at 06:38 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 07:27 AM   #1406
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

กรรมการทร.มีมติเลือกเรือดำน้ำจีน
02 กรกฎาคม 2558 เวลา 12:02 น.

ผบ.ทร.เผย กรรมการทร. ลงมติ14 ใน17 เสียง เลือกเรือดำน้ำจีน ยันไม่มีใบสั่ง เผยงบ 3.6 หมื่นล้าน ได้3 ลำ
พล.ร.อ. ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกเรือดำน้ำของทร.มีมติ 14 เสียงจากรรมการทั้งหมด 17 คน เลือก เรือดำน้ำจีน เป็นลำดับที่1 โดยใช้งบประมาณจัดซื้อ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะได้รับเรือดำน้ำ 3ลำ รวมทั้งแพ็กเกจการสนับสนุนอาวุธ อะไหล่รวม 8 ปี ตลอดจนการฝึกให้กำลังพลพล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า การลงมติดังกล่าว ไม่มีชี้นำ เพราะคณะกรรมการเป็นทหารเรือรุ่นใหม่ที่ฉลาด และด้วยงบประมาณจำนวนดังกล่าว คณะกรรมการได้ไปศึกษามาทั้ง 6 ประเทศ เปรียบเทียบทั้งเรือดำน้ำรัสเซีย ฝรั่งเศส สวีเดน เยอรมัน เกาหลีใต้ ซึ่งหากเป็นของประเทศอื่นจะได้แต่เรือดำน้ำ 2 ลำ ไม่มีอาวุธ แต่เรือดำน้ำจีนจะมีแพ็กเกจอาวุธด้วยทั้งนี้หาก คณะรัฐมนตรีให้การอนุมัติ คาดว่าเรือจะมาประจำการได้ใน6-7ปี ข้างหน้า ซึ่งเรือดำน้ำถือว่า เป็นอาวุธด้านความมั่นคงแห่งอนาคต เป็นอาวุธสำหรับป้องปราม แต่ไม่ตั้งความหวังมากนักว่า ครม.จะพิจารณาอย่างไร เพราะที่ผ่านมา เมื่อ 40-50 ปีก่อน ทร.เคยมีเรือดำน้ำมาแล้ว แต่ขาดตอน ทำให้ต้องเริ่มใหม่เลย"เราได้เปรียบ เพราะเรือดำน้ำของชาติอื่น คงไม่มาในเขตอ่าวไทย แต่เราออกไปได้ทุกที่ เมื่อดำไปแล้ว ก็ไม่รู้แล้วว่า ไปไหน เหมือนบอกว่า มีงู ในสนาม คนก็ไม่กล้าเดินลัดสนาม หรือ บอกว่า บ้านนี้มีสุนัขดุเฝ้าบ้าน ขโมยก็ไม่ค่อยกล้าเข้ามาเรือดำน้ำ จึงเป็นอาวุธเชิงปัองปราม เป็นอาวุธสมัยใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้ากองทัพเรือ ที่ทำให้เรือผิวน้ำ ลดความสำคัญลง"ผบ.ทร.กล่าว.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/การเมือง/37...ีน
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 08:48 AM   #1407
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803





ระบบASMเเละAIP ของเรือดำน้ำในอาเซียน (ซึ่งส่วนใหญ่พวกนี้ต้องเพิ่มเงินในการติดตั้งเพิ่มเติม)
ระบบ ASM ระบบ การยิงจรวดจากใต้ ขึ้นไปโจมตีเรือผิวน้ำ
ระบบ AIP Air Independent Propulsion หรือตัวย่อว่า AIP เป็นชื่อเรียกอย่างรวมๆ ของ ระบบขับเคลื่อนที่ไม่ต้องใช้อากาศในการสันดาปภายใน นอกเหนือไปจากระบบขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งข้อดีของ AIP ก็คือ ทำให้เรือดำน้ำไม่ต้องลอยขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อเดินเครื่องยนต์ประจุไฟลงในแบตเตอรี่ ลบข้อจำกัดเดิมๆ ของเรือดำน้ำแบบดั้งเดิมออกไปได้ และทำให้เรือดำน้ำสามารถดำน้ำอยู่ได้นานกว่า 1 อาทิตย์ หรือในบางระบบอยู่ได้นานเกือบ 1 เดือน

http://www.skyscrapercity.com/showpo...postcount=1379
กองทัพเรือไทยใกล้ถึงฝันจ่อได้‘เรือดำน้ำจีน’3ลำ
กองทัพเรือไทยใกล้ถึงฝัน จ่อได้‘เรือดำน้ำจีน’3ลำ : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง
โครงการจัดซื้อจัดหา "เรือดำน้ำ" ของกองทัพเรือ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังจาก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เสนอโครงการไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมอธิบายถึงความจำเป็นต่อภัยคุกคามทางทะเลในรูปแบบใหม่ตามความผันผวนของสถานการณ์โลก
กองทัพเรือจึงเล็งเห็นว่า หากมีเรือดำน้ำอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเพื่อใช้ในการต่อรองกับนานาชาติ หรือเพื่อให้ประเทศไทยมีเสียงที่ดังพอกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านต่างจัดซื้อเรือดำน้ำมาเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพเรือมากขึ้น ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่เวียดนามก็มีแล้วเช่นกัน

ล่าสุดคณะกรรมการคัดเลือกแบบที่มี พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานคณะกรรมการ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากได้ศึกษารายละเอียดข้อดี-ข้อเสียของเรือดำน้ำ 5 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ รัสเซีย เยอรมนี และสวีเดน

เบื้องต้นกองทัพเรือตั้งเป้าจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 3 ลำ ลำละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือตามงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นรุ่น Yuan Class S26T ที่มีขนาดระวางขับน้ำ 2,600 ตัน ที่ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่กว่าปกติ ซึ่งเดิมทีกองทัพเรือได้ตั้งเป้าขนาดระวางขับน้ำอยู่ที่ 1,600 ตันเท่านั้น

แต่เมื่อทางจีนเดินทางมาเยือนพร้อมข้อเสนอแพ็กเกจ ทำให้กองทัพเรือตัดสินใจที่จะเลือกเรือดำน้ำจากจีน แม้ในใจลึกๆ แล้ว อยากจะเลือกค่ายยุโรปมากกว่าก็ตาม

โดยข้อเด่นประการสำคัญของเรือดำน้ำจากยุโรป คือ ระบบ Air-Independent Propulsion system (AIP) หรือระบบเครื่องยนต์ที่ไม่ต้องพึ่งอากาศจากผิวน้ำเพื่อยืดเวลาการอยู่ใต้น้ำ และเป็นอิสระต่อการเข้าฝั่งมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงระบบติดจรวดเรือผิวน้ำที่มีความทันสมัยที่สุดในเวลานี้

ความเป็นมาของโครงการจัดหาเรือดำน้ำครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ครม.อนุมัติงบประมาณ 200 ล้านบาท ให้กองทัพเรือนำไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ และงบประมาณดังกล่าวกองทัพเรือก็ได้นำไปสร้าง "แบบจำลองเรือดำน้ำ" ขึ้นที่กองเรือยุทธการ จ.ชลบุรี เพื่อศึกษาข้อดี-ข้อเสีย

โดยระหว่างนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะ ผบ.เหล่าทัพ เดินทางเยือนจีน และได้ไปดูเรือดำน้ำ Yuan Class S26T ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการต่อเรือที่มาจากเรือดำน้ำชั้นกิโลของ "รัสเซีย"

ข้อดีของเรือดำน้ำรุ่นนี้ เมื่อเทียบกับเรือดำน้ำมือสองของเยอรมนี รุ่น U-206 คือ Yuan Class S26T มีการติดตั้งระบบ AIP ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยล่าสุด ขณะที่ U-206 เป็นเรือดำน้ำรุ่นเก่า และไม่มีระบบที่ว่านี้

สำหรับเรือดำน้ำจากจีนในรุ่นที่ไทยจะจัดหานั้น ได้บรรจุประจำการอยู่ใน "กองทัพเรือปากีสถาน" เป็นที่แรก และในอนาคต "กองทัพเรือพม่า" ก็เตรียมจะจัดซื้อเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า กองทัพเรือมีความต้องการจัดซื้อ รุ่น Yuan Class S20 ที่มีระวางขับน้ำเพียง 1,600 ตัน เท่านั้น แต่ภายหลังกองทัพเรือได้กำหนดคุณลักษณะเพิ่มเติม คือ ต้องการเครื่องยนต์ที่มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ไว้สำรองพลังงานด้วย ทางจีนจึงเสนอเรือดำน้ำ รุ่น Yuan Class S26T ให้แทน

โดยทางจีนบรรยายคุณลักษณะของ Yuan Class S26T ว่า เป็นเรือดำน้ำดีเซล และมีระบบ AIP ที่ไม่ต้องขึ้นมาผิวน้ำเพื่อชาร์จไฟฟ้า ขณะที่เครื่องยนต์สเตอร์ลิงก็เงียบสนิท ทำให้ "ตรวจจับได้ยาก" โดยมีการซื้อต้นแบบมาจากสวีเดนแล้วนำมาพัฒนาต่อจนมีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และความเงียบในระดับที่น่าพึงพอใจ

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายที่คัดค้านเรือดำน้ำจีนก็ชี้ว่า การจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากจีนก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการต่อเรือ ชุด ร.ล.เจ้าพระยา ชุด ร.ล.กระบุรี่ ชุด ร.ล.นเรศวร มาจนถึงชุด ร.ล.ปัตตานี ก็พบปัญหาเกี่ยวกับ "ท่อไอเสีย"

ฉะนั้น แม้ว่าทางจีนจะมีการยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุด และเลือกสเปกที่ดีที่สุดก็ตาม แต่กองทัพเรือก็จะต้องมีการตรวจสอบ "จุดอ่อน" อย่างถี่ถ้วนอีกครั้งก่อนที่จะจัดซื้อเข้ามาประจำการ



http://www.komchadluek.net/detail/20150702/209007.html


ทร.เลือกเรือดำน้ำจีน3ลำ ใช้งบ3.6หมื่่นล้าน
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 02 กรกฎาคม 2558, 14:22

ผบ.ทร.เลือกเรือดำน้ำจีน3ลำ งบประมาณ 3.6 หมื่่นล้านบาท ชี้จัดซื้อแบบจีทูจี ยันคุ้มค่า ด้าน"ประวิตร"ปัดตอบทหารเรือ เลือกเรือดำน้ำจีน


สโมสรทหารบก - พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ โดยใช้งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งการจัดซื้อในครั้งนี้เป็นแบบแพ็คเก็ต ถ้าหากว่าศักยภาพลำต่อลำจะตอบโจทย์อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งบางครั้งได้มาลำเดียวแต่เรือไม่มีอะไรเลย ขณะที่งบประมาณของกองทัพเรือก็หมดแล้ว มีแต่เรืออย่างเดียวทำอะไรไม่ได้ ซึ่งการจัดซื้อเรือดำนำของประเทศจีนเพราะมีคณะกรรมการของกองทัพเรือพิจารณา 17 คน ซึ่งเป็นคนที่อยู่บนเรือ เอาทหารเรือที่อยู่ในกองเรือดำน้ำ ที่จะต้องเป็นผู้ไปอยู่บนเรือดำน้ำ เป็นผู้ให้คะแนนเองทั้งหมด ซึ่งการจัดซื้อเรือของประเทศจีนเพราะมีอาวุธครบ โดยงบประมาณที่จะใช้ 7 ปี หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับรัฐบาล จะซื้อในลักษณะจีทูจี

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวอีกว่า เรามีคณะกรรมการเดินทางไปดูเรือดำน้ำ 6 ประเทศที่เราสนใจ โดยจัดคณะกรรมการที่เป็นคนรุ่นใหม่ จำนวน 17 คน จากกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ และให้คะแนน 14 คนเลือกเรือดำน้ำของประเทศจีน ประเทศเยอรมัน 2 คน และประเทศสวีเดน 1 คน ยืนยันไม่มีใครไปชักนำเรื่องการลงคะแนน เลือกด้วยตัวเอง เพราะเป็นเรือในอนาคต การคัดเลือกจึงต้องให้เด็กรุ่นใหม่เลือก นอกจากนี้ประเทศจีนให้การดูแลเป็นอย่างดี ทั้งการฝึกอบรม อะไหล่เรือดำน้ำจำนวน 8 ปี อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากองทัพเรือมีประสบการณ์เรื่องการซื้ออาวุธ เมื่อไม่มีเงินเราก็ไม่สามารถจัดซื้อได้ ดังนั้นการจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนครั้งนี้ถือเป็นความฉลาดและคุ้มค่ามากที่สุด

"การซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีน 3 ลำเป็นเรือใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาต่อเรือ 5-6 ปี กว่าที่จะส่งมาให้ และในระหว่างการต่อเรือเราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูในรายละเอียด 2 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ กำลังพลจึงต้องไปศึกษาพอสมควร การคัดเลือกเรือของประเทศจีนเป็นการตอบโจทย์ เพราะสามารถซื้อได้ถึง 3 ลำ แต่ถ้าเป็นของประเทศอื่นจะได้เพียง 2 ลำ ทั้งนี้จะต้องมีการบริหารงบประมาณที่มีจำกัด และที่สำคัญประเทศจีนเป็นเพียงชาติเดียวที่ให้ ระบบ Air-Independent Propulsion system (AIP) หรือระบบเครื่องยนต์ที่ไม่ต้องพึ่งอากาศจากผิวน้ำ หรือ เป็นระบบที่ทำให้เรืออยู่ใต้น้ำนานถึง 21 วัน โดยไม่ต้องโผล่ ขณะที่เรือของประเทศเกาหลีใต้และเยอรมัน ไม่มีระบบเอไอพี อยู่ใต้น้ำได้ 5-6 วันก็ต้องโผล่ขึ้นมา ต่างกันเยอะ ซึ่งเรือดำน้ำต้องเงียบ พรางตัวอย่างเดียว ถ้า 4-5 วันแล้วต้องโผล่ขึ้นผิวน้ำ ดาวเทียมสามารถจับได้หมด ต้องเข้าใจ บางคนบอกว่าซื้อของประเทศจีนแล้ว ส่ายหัว ความจริงแล้วไม่ใช่ ผมยังไม่อยากอธิบาย เพราะรัฐบาลยังไม่ได้อนุมัติ รอให้อนุมัติก่อนจึงสามารถพูดคุยได้ ใครถามก็ตอบได้ เพราะผมเดินทางไปดูด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้พูดไม่ได้ เพราะสื่อก็โจมตี ไม่มีประโยชน์ที่มานั่งทะเลาะกัน" ผู้บัญชาทหารเรือ กล่าว

พล.ร.อ.ไกรสรณ์ กล่าวอีกว่า ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนำเรื่องนี้เข้า ครม.เมื่อไหร่ แต่ยืนยันว่า กองทัพเรือจะทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ทั้งนี้ ครม.จะอนุมัติให้ก็ได้ ไม่อนุมัติให้ก็ไม่เป็นไร เราไม่มีอะไรซุกอยู่ใต้พรม ทุกอย่างเปิดเผย ยืนยันว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนไม่มีการล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง และการจัดซื้อเป็นระบบจีทูจี จ่ายเงินโดยภาครัฐ กองทัพเรือไม่เกี่ยว เพราะกองทัพเรือพิจารณาตาม ครม. ได้สั่งการ

พล.ร.อ.ไกรสรณ์ กล่าวว่า ส่วนความจำเป็นในการซื้อเรือดำน้ำยามที่ไม่มีสงคราม เรื่องนี้ตอบยาก เพราะเวลาจะใช้ มันไม่มีจะใช้ เราไม่มีเรือดำน้ำมา 50 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามโลก แต่เมื่อซื้อก็เหมือนคนเริ่มขับเรือใหม่ แต่การขับเรือกับกับรถต่างกัน เพราะเรือดำน้ำต้องใช้คน 50คน การทำงานต้องเป็นทีม และเทคโนโลยีเมื่อเราซื้อมาแล้วก็สามารถเดินเรือได้ แต่ด้านเทคนิคการใช้อาวุธต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องใช้เวลา ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ได้เลย ต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างน้อย 3 ปี ที่สำคัญเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ในการป้องปราม บางประเทศเล็กๆมีเรือดำน้ำ 5 ลำ ยังไปต่อเพิ่มอีก 3ลำ และพื้นที่ก็ไม่มี ซึ่งการซื้อมาเป็นอำนาจต่อรองกับประเทศเพื่อนบ้าน

ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาเรือดำน้ำว่า ขณะนี้กองทัพเรือโดยคณะกรรมการคัดเลือกเรือดำน้ำ จำนวน 17 คน ได้พิจารณาแล้วว่าจะเลือกเรือดำน้ำของประเทศใด

หลังจากที่เดินทางไปดูเรือดำน้ำของประเทศต่างๆ โดยจะต้องดูเรื่องประสิทธิภาพ ราคา และการใช้งาน ถ้าได้เฉพาะเรือดำน้ำ ไม่มีอาวุธตนถามว่าจะเอามาทำไม ทั้งนี้ต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง

เมื่อถามว่าถ้าเป็นเรือดำน้ำของประเทศจีน เราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ตอบ ขอให้ถามพล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่ศึกษารายละเอียดของเรือดำน้ำในแต่ละประเทศ ตนเพียงแต่บอกว่าควรจะมีเรือดำน้ำ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/654557

ผบ.ทร.เผยเลือกต่อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ วงเงิน 3.6 หมื่นล้าน ยันคุ้มค่า แถมอุปกรณ์ทันสมัย



“พล.ร.อ.ไกรสร” เผยกองทัพเรือตัดสินใจแล้ว เลือกซื้อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาทแบบจีทูจี พร้อมเสนอเรื่องให้ “บิ๊กป้อม” นำเข้า ครม. ยันตอบโจทย์-คุ้มค่า แถมอุปกรณ์ทันสมัย ติดระบบเอไอพี อยู่ใต้น้ำได้ 21 วัน ไม่มีล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง

พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนจำนวน 3 ลำ โดยใช้งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท การจัดซื้อในครั้งนี้เป็นแบบแพกเกจ หากว่าศักยภาพลำต่อลำจะตอบโจทย์อีกอย่างหนึ่งซึ่งบางครั้งได้มาลำเดียวแต่เรือไม่มีอะไรเลย ขณะที่งบประมาณของกองทัพเรือก็หมดแล้ว มีแต่เรืออย่างเดียวทำอะไรไม่ได้ การจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนเพราะมีคณะกรรมการของกองทัพเรือพิจารณา 17 คน เป็นคนที่อยู่บนเรือ เอาทหารเรือที่อยู่ในกองเรือดำน้ำที่จะต้องเป็นผู้ไปอยู่บนเรือดำน้ำเป็นผู้ให้คะแนนเองทั้งหมด การจัดซื้อเรือของประเทศจีนเพราะมีอาวุธครบ โดยงบประมาณที่จะใช้ 7 ปี หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับรัฐบาล จะซื้อในลักษณะจีทูจี

พล.ร.อ.ไกรสรกล่าวว่า เรามีคณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกแบบเดินทางไปดูเรือดำน้ำ 6 ประเทศที่เราสนใจ โดยจัดคณะกรรมการที่เป็นคนรุ่นใหม่ จำนวน 17 คน จากกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ และให้คะแนน 14 คนเลือกเรือดำน้ำของประเทศจีน ประเทศเยอรมนี 2 คน และประเทศสวีเดน 1 คน ยืนยันไม่มีใครไปชักนำเรื่องการลงคะแนน เลือกด้วยตัวเอง เพราะเป็นเรือในอนาคต การคัดเลือกจึงต้องให้เด็กรุ่นใหม่เลือก

นอกจากนี้ ประเทศจีนให้การดูแลเป็นอย่างดี ทั้งการฝึกอบรม อะไหล่เรือดำน้ำจำนวน 8 ปี อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทัพเรือมีประสบการณ์เรื่องการซื้ออาวุธ เมื่อไม่มีเงินเราก็ไม่สามารถจัดซื้อได้ ดังนั้นการจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนครั้งนี้ถือเป็นความฉลาดและคุ้มค่ามากที่สุด

“การซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีน 3 ลำเป็นเรือใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาต่อเรือ 5-6 ปี กว่าที่จะส่งมาให้ และในระหว่างการต่อเรือเราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูในรายละเอียด 2 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ กำลังพลจึงต้องไปศึกษาพอสมควร การจัดเลือกเรือของประเทศจีนเป็นการตอบโจทย์เพราะสามารถซื้อได้ถึง 3 ลำ แต่ถ้าเป็นของประเทศอื่นจะได้เพียง 2 ลำ

ทั้งนี้จะต้องมีการบริหารงบประมาณที่มีจำกัด และที่สำคัญประเทศจีนเป็นเพียงชาติเดียวที่ให้ระบบเอไอพี Air-Independent Propulsion system เป็นระบบที่ทำให้เรืออยู่ใต้น้ำนานถึง 21 วันโดยไม่ต้องโผล่ ขณะที่เรือของประเทศเกาหลีใต้ และเยอรมนี ไม่มีระบบเอไอพี อยู่ใต้น้ำได้ 5-6 วันก็ต้องโผล่ขึ้นมาซึ่งเรือดำน้ำต้องเงียบ พรางตัวอย่างเดียว ถ้า 4-5 วันแล้วต้องโผล่ขึ้นผิวน้ำ ดาวเทียมสามารถจับได้หมด บางคนบอกว่าซื้อของประเทศจีนแล้วส่ายหัว ความจริงแล้วไม่ใช่ ผมยังไม่อยากอธิบาย เพราะรัฐบาลยังไม่ได้อนุมัติ รอให้อนุมัติก่อนจึงสามารถตอบได้ เพราะผมเดินทางไปดูด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้พูดไม่ได้เพราะสื่อก็โจมตี ไม่มีประโยชน์ที่มานั่งทะเลาะกัน”

พล.ร.อ.ไกรสรณ์กล่าวอีกว่า ได้นำข้อสรุปของกองทัพเรือ เสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว ส่วนจะนำเรื่องนี้เข้า ครม.เมื่อใดนั้นตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่ากองทัพเรือจะทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ทั้งนี้ ครม.จะอนุมัติให้ก็ได้ ไม่อนุมัติให้ก็ไม่เป็นไร เราไม่มีอะไรซุกอยู่ใต้พรม ทุกอย่างเปิดเผย ยืนยันว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนไม่มีการล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง และการจัดซื้อเป็นระบบจีทูจี จ่ายเงินโดยภาครัฐ กองทัพเรือไม่เกี่ยว เพราะกองทัพเรือพิจารณาตาม ครม.ได้สั่งการ

ผบ.ทร.กล่าวว่า ส่วนความจำเป็นในการซื้อเรือดำน้ำยามที่ไม่มีสงคราม เรื่องนี้ตอบยาก เพราะเวลาจะใช้มันไม่มีจะใช้ เราไม่มีเรือดำน้ำมา 50 ปีแล้วตั้งแต่สมัยสงครามโลก แต่เมื่อซื้อก็เหมือนคนเริ่มขับเรือใหม่ แต่การขับเรือกับกับรถต่างกัน เพราะเรือดำน้ำต้องใช้คน 50 คน การทำงานต้องเป็นทีม และเทคโนโลยีเมื่อเราซื้อมาแล้วก็สามารถเดินเรือได้ แต่ด้านเทคนิคการใช้อาวุธต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องใช้เวลา ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ได้เลย ต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างน้อย 3 ปี ที่สำคัญเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ในการป้องปราม บางประเทศเล็กๆ มีเรือดำน้ำ 5 ลำ ยังไปต่อเพิ่มอีก 3 ลำ และพื้นที่ก็ไม่มีซึ่งการซื้อมาเป็นอำนาจต่อรองกับประเทศเพื่อนบ้าน

http://www.manager.co.th/Politics/Vi...=9580000074803
https://www.youtube.com/watch?v=OGY7MGpGgSo


ผบ.ทร.เคาะเลือกเรือดำน้ำจีน 3 ลำ 3.6 หมื่น ล. หวัง ครม.ไฟเขียว
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ค. 2558 14:13

ผบ.ทร.เคาะเลือกเรือดำน้ำจีน 3 ลำ ราคา 3.6 หมื่นล้านบาท คาด ซื้อแบบจีทูจี คุย ดำใต้น้ำได้ 21 วัน ยันซื้อมาเพื่อใช้ป้องปราม-อำนาจต่อรองกับเพื่อนบ้าน หวัง ครม.ไฟเขียว

วันที่ 2 ก.ค. 58 พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า กองทัพเรือ มีมติเป็นเอกฉันท์ จัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ ด้วยงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อแบบแพ็กเกจ เพราะหากเทียบศักยภาพลำต่อลำแล้ว จะสามารถตอบโจทย์ได้ เพราะเรามีคณะกรรมการพิจารณา 17 คน เป็นบุคคลที่อยู่บนเรือ โดยเลือกกำลังพลในกองเรือดำน้ำ ที่เขาต้องเป็นผู้ปฏิบัติบนเรือดำน้ำ และเป็นผู้ให้คะแนนพิจารณา ทั้งนี้ การจัดซื้อเรือของประเทศจีน เพราะเขามีอาวุธครบ โดยจะซื้อแบบจีทูจี หรือ รัฐบาลต่อรัฐบาล อาจจะผูกพันงบประมาณ 7-10 ปี ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า คณะกรรมการได้เดินทางไปดูเรือดำน้ำ 6 ประเทศ เป็นคนรุ่นใหม่ จำนวน 17 คน จากกองเรือดำน้ำกองเรือยุทธการ พร้อมให้คะแนน 14 คน เลือกเรือดำน้ำของจีน ประเทศเยอรมนี 2 คน และประเทศสวีเดน 1 คน ตนยืนยันว่า ไม่มีใครไปชักนำเขาเลือกด้วยตัวเองเพราะ เป็นเรือในอนาคต ทั้งนี้ ทางจีนได้สนับสนุนการฝึกอบรม พร้อมอะไหล่เรือดำน้ำถึง 8 ปี ดังนั้น ถือเป็นความฉลาดและคุ้มค่ามากที่สุด

“เรือดำน้ำทั้ง 3 ลำ เป็นเรือต่อใหม่หมดใช้เวลาต่อ 5-6 ปี และระหว่างต่อเรือเราจะส่งกำลังพลไปดูรายละเอียด 2 ปี ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สำคัญประเทศจีนเป็นประเทศเดียวที่ให้ระบบเอไอพี ที่เรือสามารถดำอยู่ใต้น้ำ นานถึง 21 วัน ขณะที่เรือประเทศเกาหลี และเยอรมนี ไม่มีระบบเอไอพี ดำอยู่ได้เพียง 5-6 วัน ก็ต้องโผล่ขึ้นมา ดาวเทียมก็จะจับได้ บางคนบอกว่า ซื้อของจีนแล้วถึงกับส่ายหัว ซึ่งความจริงคงไม่ใช่ เรื่องนี้ต้องรอให้ ครม.อนุมัติก่อน จึงสามารถพูดได้ เพราะผมไปดูด้วยตัวเอง” ผบ.ทร. กล่าว

พล.ร.อ.ไกรสรณ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม จะนำเข้า ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณ ส่วนจะอนุมัติให้ก็ได้หรือไม่อนุมัติก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่มีอะไรซุกใต้พรม ทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง เพราะซื้อแบบจีทูจี ส่วนความจำเป็นต้องซื้อเรือดำน้ำในขณะนี้ ซึ่งต้องเข้าใจว่า กองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำมา 50 ปี ตั้งแต่สมัยสงครามโลก ในเมื่อซื้อใหม่แต่การขับเรือกับขับรถต่างกัน เพราะเรือดำน้ำต้องใช้คน 50 คน การทำงานต้องเป็นทีม และเทคโนโลยีเมื่อเราซื้อมาแล้ว ก็สามารถเดินเรือได้ แต่ด้านเทคนิคการใช้อาวุธ ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องใช้เวลา ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ได้เลย ต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างน้อย 3 ปี ที่สำคัญเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ในการป้องปราม บางประเทศเล็กๆ มีเรือดำน้ำ 5 ลำ ยังไปต่อเพิ่มอีก 3 ลำ และพื้นที่ก็ไม่มี ซึ่งการซื้อมาเป็นอำนาจต่อรองกับประเทศเพื่อนบ้าน


http://www.thairath.co.th/content/508963



กรรมการทร.มีมติเลือกเรือดำน้ำจีน
02 กรกฎาคม 2558 เวลา 12:02 น.

ผบ.ทร.เผย กรรมการทร. ลงมติ14 ใน17 เสียง เลือกเรือดำน้ำจีน ยันไม่มีใบสั่ง เผยงบ 3.6 หมื่นล้าน ได้3 ลำพล.ร.อ. ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกเรือดำน้ำของทร.มีมติ 14 เสียงจากรรมการทั้งหมด 17 คน เลือก เรือดำน้ำจีน เป็นลำดับที่1 โดยใช้งบประมาณจัดซื้อ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะได้รับเรือดำน้ำ 3ลำ รวมทั้งแพ็กเกจการสนับสนุนอาวุธ อะไหล่รวม 8 ปี ตลอดจนการฝึกให้กำลังพลพล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า การลงมติดังกล่าว ไม่มีชี้นำ เพราะคณะกรรมการเป็นทหารเรือรุ่นใหม่ที่ฉลาด และด้วยงบประมาณจำนวนดังกล่าว คณะกรรมการได้ไปศึกษามาทั้ง 6 ประเทศ เปรียบเทียบทั้งเรือดำน้ำรัสเซีย ฝรั่งเศส สวีเดน เยอรมัน เกาหลีใต้ ซึ่งหากเป็นของประเทศอื่นจะได้แต่เรือดำน้ำ 2 ลำ ไม่มีอาวุธ แต่เรือดำน้ำจีนจะมีแพ็กเกจอาวุธด้วยทั้งนี้หาก คณะรัฐมนตรีให้การอนุมัติ คาดว่าเรือจะมาประจำการได้ใน6-7ปี ข้างหน้า ซึ่งเรือดำน้ำถือว่า เป็นอาวุธด้านความมั่นคงแห่งอนาคต เป็นอาวุธสำหรับป้องปราม แต่ไม่ตั้งความหวังมากนักว่า ครม.จะพิจารณาอย่างไร เพราะที่ผ่านมา เมื่อ 40-50 ปีก่อน ทร.เคยมีเรือดำน้ำมาแล้ว แต่ขาดตอน ทำให้ต้องเริ่มใหม่เลย"เราได้เปรียบ เพราะเรือดำน้ำของชาติอื่น คงไม่มาในเขตอ่าวไทย แต่เราออกไปได้ทุกที่ เมื่อดำไปแล้ว ก็ไม่รู้แล้วว่า ไปไหน เหมือนบอกว่า มีงู ในสนาม คนก็ไม่กล้าเดินลัดสนาม หรือ บอกว่า บ้านนี้มีสุนัขดุเฝ้าบ้าน ขโมยก็ไม่ค่อยกล้าเข้ามาเรือดำน้ำ จึงเป็นอาวุธเชิงปัองปราม เป็นอาวุธสมัยใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้ากองทัพเรือ ที่ทำให้เรือผิวน้ำ ลดความสำคัญลง"ผบ.ทร.กล่าว.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/การเมือง/37...ีน

กองทัพเรือไทยใกล้ถึงฝันจ่อได้‘เรือดำน้ำจีน’3ลำ
กองทัพเรือไทยใกล้ถึงฝัน จ่อได้‘เรือดำน้ำจีน’3ลำ : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง
โครงการจัดซื้อจัดหา "เรือดำน้ำ" ของกองทัพเรือ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังจาก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เสนอโครงการไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมอธิบายถึงความจำเป็นต่อภัยคุกคามทางทะเลในรูปแบบใหม่ตามความผันผวนของสถานการณ์โลก
กองทัพเรือจึงเล็งเห็นว่า หากมีเรือดำน้ำอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเพื่อใช้ในการต่อรองกับนานาชาติ หรือเพื่อให้ประเทศไทยมีเสียงที่ดังพอกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านต่างจัดซื้อเรือดำน้ำมาเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพเรือมากขึ้น ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่เวียดนามก็มีแล้วเช่นกัน

ล่าสุดคณะกรรมการคัดเลือกแบบที่มี พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานคณะกรรมการ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากได้ศึกษารายละเอียดข้อดี-ข้อเสียของเรือดำน้ำ 5 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ รัสเซีย เยอรมนี และสวีเดน

เบื้องต้นกองทัพเรือตั้งเป้าจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 3 ลำ ลำละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือตามงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นรุ่น Yuan Class S26T ที่มีขนาดระวางขับน้ำ 2,600 ตัน ที่ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่กว่าปกติ ซึ่งเดิมทีกองทัพเรือได้ตั้งเป้าขนาดระวางขับน้ำอยู่ที่ 1,600 ตันเท่านั้น

แต่เมื่อทางจีนเดินทางมาเยือนพร้อมข้อเสนอแพ็กเกจ ทำให้กองทัพเรือตัดสินใจที่จะเลือกเรือดำน้ำจากจีน แม้ในใจลึกๆ แล้ว อยากจะเลือกค่ายยุโรปมากกว่าก็ตาม

โดยข้อเด่นประการสำคัญของเรือดำน้ำจากยุโรป คือ ระบบ Air-Independent Propulsion system (AIP) หรือระบบเครื่องยนต์ที่ไม่ต้องพึ่งอากาศจากผิวน้ำเพื่อยืดเวลาการอยู่ใต้น้ำ และเป็นอิสระต่อการเข้าฝั่งมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงระบบติดจรวดเรือผิวน้ำที่มีความทันสมัยที่สุดในเวลานี้

ความเป็นมาของโครงการจัดหาเรือดำน้ำครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ครม.อนุมัติงบประมาณ 200 ล้านบาท ให้กองทัพเรือนำไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ และงบประมาณดังกล่าวกองทัพเรือก็ได้นำไปสร้าง "แบบจำลองเรือดำน้ำ" ขึ้นที่กองเรือยุทธการ จ.ชลบุรี เพื่อศึกษาข้อดี-ข้อเสีย

โดยระหว่างนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะ ผบ.เหล่าทัพ เดินทางเยือนจีน และได้ไปดูเรือดำน้ำ Yuan Class S26T ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการต่อเรือที่มาจากเรือดำน้ำชั้นกิโลของ "รัสเซีย"

ข้อดีของเรือดำน้ำรุ่นนี้ เมื่อเทียบกับเรือดำน้ำมือสองของเยอรมนี รุ่น U-206 คือ Yuan Class S26T มีการติดตั้งระบบ AIP ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยล่าสุด ขณะที่ U-206 เป็นเรือดำน้ำรุ่นเก่า และไม่มีระบบที่ว่านี้

สำหรับเรือดำน้ำจากจีนในรุ่นที่ไทยจะจัดหานั้น ได้บรรจุประจำการอยู่ใน "กองทัพเรือปากีสถาน" เป็นที่แรก และในอนาคต "กองทัพเรือพม่า" ก็เตรียมจะจัดซื้อเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า กองทัพเรือมีความต้องการจัดซื้อ รุ่น Yuan Class S20 ที่มีระวางขับน้ำเพียง 1,600 ตัน เท่านั้น แต่ภายหลังกองทัพเรือได้กำหนดคุณลักษณะเพิ่มเติม คือ ต้องการเครื่องยนต์ที่มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ไว้สำรองพลังงานด้วย ทางจีนจึงเสนอเรือดำน้ำ รุ่น Yuan Class S26T ให้แทน

โดยทางจีนบรรยายคุณลักษณะของ Yuan Class S26T ว่า เป็นเรือดำน้ำดีเซล และมีระบบ AIP ที่ไม่ต้องขึ้นมาผิวน้ำเพื่อชาร์จไฟฟ้า ขณะที่เครื่องยนต์สเตอร์ลิงก็เงียบสนิท ทำให้ "ตรวจจับได้ยาก" โดยมีการซื้อต้นแบบมาจากสวีเดนแล้วนำมาพัฒนาต่อจนมีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และความเงียบในระดับที่น่าพึงพอใจ

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายที่คัดค้านเรือดำน้ำจีนก็ชี้ว่า การจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากจีนก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการต่อเรือ ชุด ร.ล.เจ้าพระยา ชุด ร.ล.กระบุรี่ ชุด ร.ล.นเรศวร มาจนถึงชุด ร.ล.ปัตตานี ก็พบปัญหาเกี่ยวกับ "ท่อไอเสีย"

ฉะนั้น แม้ว่าทางจีนจะมีการยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุด และเลือกสเปกที่ดีที่สุดก็ตาม แต่กองทัพเรือก็จะต้องมีการตรวจสอบ "จุดอ่อน" อย่างถี่ถ้วนอีกครั้งก่อนที่จะจัดซื้อเข้ามาประจำการ

http://www.wantchinatimes.com/news-s...00149&cid=1101
http://www.komchadluek.net/detail/20150702/209007.html
http://www.dailynews.co.th/politics/332175
http://www.naewna.com/politic/166492


"Thailand Tilts Away From the U.S.: The military snubs its longtime ally to buy Chinese subs."
"ประเทศไทยตีออกห่างจากสหรัฐฯ: กองทัพไม่ไยดีต่อมิตรประเทศเก่าแก่โดยหันไปซื้อเรือดำน้ำจากจีน"

อย่าเข้าใจผิดหรือหลงประเด็นว่า ใครที่สร้างความล้มเหลวนี้ให้เกิดขึ้น: กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯและเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยคนที่แล้ว, คริสตี้ เคนนี่, เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ผมพูดแบบนี้ในฐานะที่ผมร่วมอยู่ในเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ผ่านมา

กระทรวงการต่างประเทศของเราดูถูกดูแคลนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเสมอมา และเข้าข้างทักษิณ ผู้ที่ใช้เงินทุนสนับสนุนการก่อการร้ายในราชอาณาจักรไทย กระทรวงการต่างประเทศของเรากดดัน(แล้วกดดันเล่า)อย่างไร้สติ ในเรื่อง'ประชาธิปไตย' ซึ่งประชาธิปไตยที่ว่านั้นสร้างความหายนะให้กับประเทศไทย

นโยบาย'ประชาธิปไตย'ของเราในอัฟกานิสถานนั้น เป็นการรับประกันสนับสนุนว่า กลุ่มตาลีบันได้เข้าสู่อำนาจผ่านการเลือกตั้งของระบอบประชาธิปไตย ในอิรักนั้นไฟก็กำลังลุกไหม้บนกองเถ้าถ่าน ไม่มีใครต้องการคำแนะนำของสหรัฐฯเกี่ยวกับประชาธิปไตยในเมื่อการบริหารบ้านเมืองของเรายังไม่ได้เรื่องเท่าไร -- แคลิฟอร์เนียกำลังแตกสลายปลิวไปในสายลม ซึ่งโดยมากแล้วมาจากความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลเป็นเสียส่วนใหญ่

สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องสงบปากสงบคำ เก็บความเจ้ากี้เจ้าการของสหรัฐฯไว้ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองภายในของประเทศไทยเสีย และหลังจากนั้นเราจึงจะสามารถหันมาดำรงรักษาความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญนี้ไว้ได้

Make no mistake who is at fault here: The US Department of State and our previous Ambassador to Thailand, Kristie Kenney, are solely responsible for this. I say this from being in the middle of the troubles.

Our DoS insulted and bullied Thailand constantly, and sided with Thaksin who was sponsoring terrorism in the Kingdom of Thailand. Our DoS mindlessly pushed (and is pushing) a 'democracy' agenda that was destroying Thailand.

Our democracy agenda in Afghanistan will insure that the Taliban are democratically elected. Iraq is a smoldering ruin. Nobody needs America's advice on democracy when our own system is not working well -- California is becoming dust in the wind largely due to government incompetence.

The United States must keep its long and growing nose out of Thai internal politics. Only then can our important relations heal.


https://www.facebook.com/MichaelYonF...type=1&theater
http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1435821015


ผบทร.เผย กรรมการทร. ลงมติ14 ใน17 เสียง เลือกเรือดำน้ำจีน ยัน ไม่มีใบสั่ง แต่กรรมการฉลาด เป็นคนรุ่นใหม่ ชี้นำไม่ได้ 3.6 หมื่นล้าน ได้3 ลำ

พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร.ยอมรับ คณะกรรมการคัดเลือกเรือดำน้ำของทร. มีมติเลือก เรือดำน้ำจีน เป็นที่1 ลงมติ 14 เสียง จาก กรรมการ 17คน งบฯ3.6หมื่นล้าน ได้ 3ลำ ทั้งpakageอาวุธ อะไหล่ 8ปี ฝึกให้กำลังพล ยันไม่มีชี้นำ เพราะเป็นทหารเรือรุ่นใหม่ที่ฉลาด เพราะมีงบฯแค่นี้ และได้ไปศึกษา ดูมาทั้ง 6 ประเทศ เปรียบเทียบ รัสเซีย ฝรั่งเศส สวีเดน เยอรมัน เกาหลีใต้ ถ้าของประเทศอื่น ก็จะได้แต่เรือดำน้ำ2 ลำ ไม่มีอาวุธ แต่จีนทั้งแพคเกจ พร้อม โดยคาดว่า หาก ครม.อนุมัติ แล้ว เรือจะมาประจำการได้ใน6-7ปี ข้างหน้า ถือว่า เป็นอาวุธด้านความมั่นคงแห่งอนาคต เป็นอาวุธสำหรับป้องปราม แต่ไม่ตั้งความหวังมากนัก ว่าคณะรัฐมนตรี จะพิจารณาอย่างไร เพราะที่ผ่านมา เมื้อ50ปี ก่อนทร.เคยมีเรือดำน้ำ มาแล้ว แต่มันขาดตอน เราก็ต้องเริ่มใหม่เลย เราได้เปรียบ เพราะ เรือดำน้ำของขาติอื่น คงไม่มาในเขตอ่าวไทยเรา แต่เราออกไปได้ทุกที่ เมื่อดำไปแล้ว ก็ไม่รู้แล้วว่า ไปไหน เหมือนบอกว่า มีงู ในสนาม คนก็ไม่กล้าเดินลัดสนาม หรือ บอกว่า บ้านนี้มีสุนัขดุเฝ้าบ้าน ขโมยก็ไม่ค่อยกล้าเข้ามา เรือดำน้ำ จึงเป็นอาวุธเชิงปัองปราม เป็นอาวุธสมัยใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้ากองทัพเรือ ที่ทำให้เรือผิวน้ำ ลดความสำคัญลง
การฝึกอบรม ระบบmaintainance
ทร.เคยมีประสบการณ์ ซื้อของมา ตอนเงินไม่ครบ กว่าที่จะหาเงินอีกก้อนไปซิ้อต่อ นี่ถือเป็นการซื้อที่ฉลาด คือเราให้เงินก้อนหนึ่ง แล้วไปคิดว่า ใครให้อะไร ที่กองทัพคุ้มที่สุด พวกเขาเป็นคนเลือก

ผบทร.ยืนยันว่า เรือดำน้ำจีน ต่อใหม่เลย 3ลำ ใช้เวลาต่ออีกราว 6-7 ปี โดยทหารเรือ จะต้องไปฝึกเป็นเวลา2ปี ก่อนที่จะรับเรือเข้าประจำการ ประเทศอื่น ให้2 ลำ แต่จีน ให้3 ลำ แน่นอนว่า ถ้าเทียบ ลำต่อลำ อาจสู้กันไม่ได้ แต่จีนให้เป็นแพคเกจ งบมีส่วน เพราะเราไม่ใช่ประเทศรวย ต้องบริหารจัดการ ถ้าได้สัก5หมื่นล้าน เราอาจเอาของประเทศอื่น งบฯจำกัด แต่เราสามารถตอบโจทย์ได้

ที่สำคัญคือ เรือดำน้ำจีน มี ระบบAIP -Air Independent Propulsion ที่สามารถนำน้ำได้นาน 21 วัน ดำ เงียบ พรางตัว ต่างจากเรือดำน้ำอื่นทั่วไป เช่น เยอรมัน เกาหลีใต้ ดำได้4-5วัน ก็ต้องโผล่ขึ้นมา แล้วก็โดนเรด้าร์ ดาวเทียม ตรวจจับได้

"ตอนนี้ยังไม่อยากอธิบายอะไร รอครม.อนุมัติก่อน เพราะผมไปดูมาด้วยตนเอง ตอบชี้แจงได้ทุกข้อให้ก็ให้ ไม่ให้ก็ไม่ให้ พร้อมที่จะตอบได้ทุกข้อทำให้ดีที่สุด ให้ศึกษาก็ศึกษา ตามที่ครม.สั่งการ ไม่มีอะไรซุกใต้พรม ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้หมด

ผบทร. ยืนยันว่า ไม่มีใบสั่ง หรือใคร ล้อบบี้ ให้เลือก เริอดำน้ำจีน ลองไปถามคณะกรรมการ 17คน ซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ ไม่มีใครมาล้อบบี้ได้หรอก ลองไปถามดู ที่ผ่านมาสื่อก็โจมตี ผมก็ไม่อยากชี้แจง เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทะเลาะกัน หาว่าของจีนไม่ดี

ผบ.ทร.กล่าวว่า เราเคยมีเรือดำน้ำมา50ปีแล้ว แล้วมาหยุดไป แล้วมาเริ่มใหม่ เหมือนหัดขับรถใหม่ เรือดำน้ำ อาจจะเอาออกไปดำน้ำ แต่จะต้องฝึกการใช้อาวุธ อย่างน้อย3 ปี ไม่ใช่มีเงินแล้วไปซื้อมาใช้ได้เลย ไม่ได้ตอนนี้ ต้องรอ ต้องต่อ ต้องฝึกอีก บางประเทศเล็กนิดเดียว มี5 ลำต่อ สั่งต่ออีก3 ลำ เรือดำน้ำเราใช้นอกประเทศ

"ผมมั่นใจว่า ทร.เราดูแลได้ เมื่อมีเรือดำน้ำ จีน ในการดูแลประเทศ และเราทำสิ่งที่ดีที่สุดในการคัดเลือก เรือที่มีศักยภาพ แม้เป็นเรือจีน ก็ตาม"

ผบทร.กล่าวว่า ในการรบปัจจุบัน คือผิวน้ำหายหมด เหลือแต่เรือดำน้ำ ที่จะอยู่ได้เรือผิวน้ำเป็นเป้าแรกที่จะจม แต่เรือดำน้ำ จะอยู่หาไม่เจอ ยังไงก็ป้องกันประเทศได้
http://www.tnnthailand.com/news_deta...d=70613&t=news
https://www.facebook.com/photo.php?f...type=1&theater
http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1435824878
http://www.thanonline.com/index.php?...4#.VZT_EdzoRNI
http://www.khaosod.co.th/view_newson...sid=1435827537
http://politic.tnews.co.th/content/150434/
http://www.naval-technology.com/news...or-1bn-4611352
http://manager.co.th/Home/ViewNews.a...=9580000074981
http://www.gmanetwork.com/news/story...ese-submarines
http://www.straitstimes.com/asia/se-...th-144-billion
http://www.tnamcot.com/content/223093
http://www.channelnewsasia.com/news/...1/1956272.html
http://www.springnews.co.th/politics/220702
http://www.now26.tv/view/49045/%E0%B...%E0%B8%99.html
http://news.voicetv.co.th/thailand/226884.html
https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1672284609659239
http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1435825813
https://www.facebook.com/Posttoday/p...53544566809835
http://www.nationtv.tv/main/content/politics/378462169/
https://www.facebook.com/fisont/posts/1688293558057444
http://news.thaipbs.or.th/content/%E...B8%B2%E0%B8%97
https://www.youtube.com/watch?v=L4-qphGnloU
http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1435843067



http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%A3...%E0%B9%89.html
http://www.manager.co.th/Home/ViewNe...=9580000074981
http://mono29.mthai.com/episode/%E0%...B9%89%E0%B8%AD
http://www.thairath.co.th/clip/21425
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; Yesterday at 09:35 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 07:31 PM   #1408
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,844
Likes (Received): 2221

ได้เรือจีน 3 ลำ Option ครบ

ผมสนับสนุน

แต่ถ้าได้ 2 ลำ Option ไม่ครบตามข่าวข้างต้น ไม่เอา
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 07:52 PM   #1409
Unknow2
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 415
Likes (Received): 116

Quote:
Originally Posted by wwc234 View Post
Scorpene มีAIPหนิครับ เป็นกังหันแก๊ส (MESMA) มีASMเป็นExcocet หรือของมาเลย์ไม่ได้ซื้อมาติด ไม่แน่ใจ

จริงๆอยากได้A26มากกว่า แต่คงแพงระยับ แถมยังใหม่แบบสุดๆ(ใหม่จนตอนนี้ยังอยู่แค่ในกระดาษ) จะเอาของจีนมาก็QCดีๆแล้วครับ แต่ดูทร.จะเจ็บกับจีนมาเยอะ ทั้งเจ้าพระยาและนเรศวร น่าจะจำได้อยู่

ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เห็นด้วยกับการถอยเรือดำน้ำในเวลานี้ครับ เข้าใจว่ามันมาตามกระบวนการเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวน่าจะมีคนเอาไปโยงการเมืองแล้วยาวแน่นอน รอรัฐบาลพลเรือนมาค่อยดันให้อนุมัติน่าจะดีกว่าครับ
Unknow2 no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 09:46 PM   #1410
WalkerEmp
Registered User
 
WalkerEmp's Avatar
 
Join Date: Feb 2012
Posts: 738
Likes (Received): 525


WalkerEmp no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2015, 11:33 PM   #1411
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,844
Likes (Received): 2221

ผู้อพยพอุยกูร์จีนจากไทยโผล่ตุรกี

ชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์จากจีนนับร้อยคนที่อพยพเข้ามายังไทยและถูกกักตัวอยู่ที่ค่ายผู้อพยพ ล่าสุดถูกส่งตัวไปยังตุรกีด้วยความช่วยเหลือขององค์กรผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์

วันพฤหัสที่ 2 กรกฎาคม 2558 เวลา 22:05 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่า สมาคมเอกภาพและวัฒนธรรมเตอร์กีสถานตะวันออก (อีทีซีเอสเอ) กลุ่มของชาวอุยกูร์ในตุรกี เผยว่า ชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในจีนจำนวน 173 คน เป็นเด็กและผู้หญิง ได้เดินทางจากค่ายผู้อพยพในประเทศไทยไปถึงยังเมืองอิสตันบูลในตุรกีแล้วเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. และได้ถูกส่งตัวต่อไปยังเมืองไกเซรีซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่อีทีซีเอสเอ

นายเซยิต ตุมเติร์ก รองประธานกลุ่มสมัชชาชาวอุยกูร์โลก กล่าวว่า ชาวอุยกูร์กลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของผู้อพยพชาวอุยกูร์ 250 คน ที่ถูกคุมตัวอยู่ในค่ายที่พักในไทย โดยหวังว่าส่วนที่เหลือจะได้รับการส่งตัวไปยังตุรกีตามที่เคยมีความพยายามโน้มน้าวรัฐบาลจีนและไทยก่อนหน้านี้ หลังที่ผ่านมาบางส่วนถูกส่งตัวกลับไปยังบ้านเกิดในจีน โดยตุรกีและชนชาติอุยกูร์นั้นมีจุดร่วมกันทั้งด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติ.

http://www.dailynews.co.th/foreign/332284
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 3rd, 2015, 03:18 AM   #1412
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

AIP เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเรือดำน้ำไปตลอดกาล
http://zedth.exteen.com/20110904/aip
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 3rd, 2015, 04:40 AM   #1413
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

ไม่ซื้อยุคนี้ จะซื้อยุคไหน

On July 3, 2015



POK
คอลัมน์ : โลกวันนี้มีประเด็น

คลิกฟังเสียง

เรียบร้อยโรงเรียน คสช. ไปอีก 1 เรื่อง เมื่อกองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์จัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน 3 ลำ วงเงินงบประมาณ 36,000 ล้านบาท

ที่ต้องซื้อถึง 3 ลำ เพราะเป็นการซื้อแบบแพ็กเกจ ศักยภาพของเรือแต่ละลำมีความแตกต่างกัน เมื่อนำมาใช้ร่วมกันก็จะเสริมซึ่งกันและกัน

จากที่คิดว่าจะซื้อลำเดียวก่อนเลยต้องจัดมายกเซต เพราะกองทัพเรือเห็นว่าจะสร้างประโยชน์ได้มากกว่า ที่สำคัญติดอาวุธมาเต็มอัตราศึก

การจัดซื้อครั้งนี้เป็นมติจากคณะกรรมการของกองทัพเรือ 17 คน ซึ่งตระเวนเยี่ยมชมเรือดำน้ำจากหลายประเทศที่สนใจก่อนยกมือโหวต

ผลปรากฏว่า 14 เสียงเลือกเรือดำน้ำของจีน 2 เสียงเลือกเรือดำน้ำเมดอินเยอรมนี มีเสียงเดียวที่โดดไปเลือกเรือดำน้ำของสวีเดน

การจัดซื้อทำแบบจีทูจีผูกพันงบประมาณ 7-10 ปี

จีนดูแลหลังการขายด้วยการจัดฝึกอบรม สต็อกอะไหล่ขั้นต่ำ 8 ปี

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมติจัดซื้อกันวันนี้ แต่กว่าจะได้เรือต้องรอไปอีก 5-6 ปี เพราะเป็นเรือที่ต่อขึ้นมาใหม่ ไม่ซื้อของค้างสต็อกจอดแช่น้ำอยู่แล้ว

ระหว่างที่ช่างจีนกำลังเชื่อมเหล็กต่อเป็นเรือดำน้ำ ทหารเรือไทยก็จะเดินทางไปศึกษาดูงาน เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อม กะว่าพอเรือออกจากอู่ลงน้ำก็พามุดทะเลกลับมาโผล่อ่าวไทยได้เลย

พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) คุยว่ามติการจัดซื้อครั้งนี้เป็นมติที่ชาญฉลาดและคุ้มค่ากับเงินมากที่สุด เพราะตอบโจทย์ครบทุกด้าน ทั้งเรื่องศักยภาพและความคุ้มค่ากับงบประมาณที่มีอยู่จำกัด

ที่สำคัญเรือดำน้ำจีนเป็นเพียงชาติเดียวที่ให้ออพชั่นระบบเอไอพี ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้เรือดำอยู่ใต้น้ำได้นาน 21 วัน โดยไม่ต้องโผล่มาหายใจ

ขณะที่เรือดำน้ำสัญชาติอื่นไม่มีออพชั่นนี้แถมให้ ต้องโผล่เหนือน้ำทุก 5-6 วัน ทำให้กระทบต่อภารกิจพรางตัวแอบซุ่มจับความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม

ส่วนเรื่องค่าคอมมิชชั่นในการจัดซื้อ ผบ.ตร. ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มี

อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือยังต้องรอมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้จัดซื้อเสียก่อนจึงจะเริ่มกระบวนการตามขั้นตอนต่างๆได้

แต่เชื่อว่าเมื่อชงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคงผ่านฉลุย เพราะกองทัพอยากได้เรือดำน้ำมานานแล้ว แต่ถูกดึงไว้ตลอด ไม่อนุมัติจัดซื้อกันในยุคนี้จะไปจัดซื้อกันยุคไหน

กองทัพมองว่าเรือดำน้ำเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ในการป้องปราม และเพิ่มอำนาจต่อรองกับเพื่อนบ้าน

มุมของกองทัพก็มุมหนึ่ง มุมมองของประชาชนบางส่วนที่ติดตามเรื่องนี้ก็ไปอีกทางหนึ่ง

ทำให้มีการตั้งคำถามว่าอาเซียนกำลังเป็นหนึ่งเดียว การสะสมอาวุธมีความจำเป็นแค่ไหน จะเอาไปรบกับใคร เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฝืดเคืองอยู่ในตอนนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ชาติในอาเซียนก็มีเรือดำน้ำดำผุดดำว่ายกันอยู่หลายชาติ เช่น เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์

ทั้งนี้ หากพิจารณาการจัดสรรงบประมาณจะพบว่างบกระทรวงกลาโหมได้รับการปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องทุกปี

ปีงบประมาณ 2557 กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรร 184,737.5 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2558 ขยับมาเป็น 193,065.9 ล้านบาท และในปีงบประมาณหน้า 2559 ได้รับการจัดสรรเพิ่มเป็น 207,718.9 ล้านบาท

ถ้ามีงบเหลือกินเหลือใช้ก็จัดไปไม่มีใครว่า ขออย่างเดียวการจัดซื้อต้องโปร่งใส ไม่มีนอกมีใน มีค่าคอมมิชชั่น

ที่สำคัญที่สุดคือ ซื้อมาแล้วต้องใช้ได้จริง อย่าให้ซ้ำรอยเรือเหาะ หรือจีที 200 ที่ไม่รู้ว่ามีใครบ้างได้ประโยชน์จากการจัดซื้อ แต่ที่แน่ๆทำให้ภาพลักษณ์กองทัพเสียหาย ประเทศชาติเสียงบประมาณโดยหาคนรับผิดชอบไม่ได้


http://webcache.googleusercontent.co...&ct=clnk&gl=th







ข่าวเพิ่งออกมาสดๆเมื่อช่วงเช้าวันนี้ครับ ไทยตกลงซื้อเรือดำน้ำจากจีนจำนวน 3ลำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พล.ร.อ. ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า หลังจากที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดจำนวน 17 คนเพื่อจัดหาเรือดำน้ำ คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ข้อสรุปด้วยคะแนนเสียง14 เสียงเลือกซื้อเรือดำน้ำรุ่น หยวนคลาส S 26 Tของประเทศจีน

อย่างที่ผมเคยเขียนไปเมื่อสองเดือนก่อน และครั้งสุดท้ายเมื่อสามวันที่แล้วว่า เรือดำน้ำจีนเสนอราคาให้เราทั้ง ขนาด ราคา คุณภาพ อ็อฟชั่น เหนือกว่ายุโรปและเอเซียที่ร่วมเสนอราคามาทั้ง 5ประเทศ แม้ว่าเรือจีนมันจะไม่เคยพิศูจน์ตัวเองมาเหมือนเรือ U-Boat ของเยอรมันที่เป็นเรือดำน้ำ ดีเซล-ไฟฟ้า ที่ดีที่สุดในโลกที่สามารถจมเรือสัมพันธมิตรได้รวมแล้วหลายแสนตันก็ตาม แต่การที่จีนเสนอเรือขนาดใหญ่กว่าที่เราต้องการไปในราคาเดิม และพ่วงด้วยอะไหล่ 8ปี รวมถึงถ่ายทอดเท็กโนโลยีให้เราแบบไม่ปิดบังเพื่อที่ให้เราซ่อมบำรุงหรือสร้างด้วยตัวเองได้ในอนาคต และที่สำคัญคือเรือลำนี้มันใหญ่พอที่จะยิงขีปนาวุธได้ด้วยไม่ใช่ยิงได้แต่ตอปิโดเหมือนที่เจ้าอื่นเสนอมา สามารถยัด ASM (anti-ship missiles) เข้าไปได้แบบสบายๆ อาวุธปล่อยรุ่น YJ-8X หรือ C-80X นั้นเอาไว้ยิงเป้าหมายที่เป็นเรือผิวน้ำและเป้าหมายบนพื้นดินได้ในระยะ 120กิโลเมตร ด้วยความเร็วเกือบเท่าเสียง เป็นอาวุธปล่อยในราคาย่อมเยาว์กว่าของอเมริกาหรือนาโต้ ทางจีนเคยพูดว่าแม้จรวดมิซาย YJ-8X หรือ C-80X นั้นตัวเลขตามสเป็กมันจะไม่สวยเท่าจรวดของอเมริกา แต่ถ้าซื้อของอเมริกาเพียงลูกเดียวยิงพลาดก็จบเกมส์ แต่ถ้าเอามาซื้อของจีนได้สิบกว่าลูก ยิงซ้อมมือกันให้ชุ่มฉ่ำใจไปเลย ถ้ากองทัพเรือไทยยิงขีปนาวุธซ้อมบ่อยขนาดนี้มันจะไม่โดนตอนยิงจริงให้มันรู้ไป

เรื่องการเลือกประเทศในการซื้ออาวุธนี้ในอดีตเคยสร้างบทเรียนแก่ไทยมาแล้วที่เยอรมันไม่ส่งเครื่องยนต์ที่จะใส่ในยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 ให้กับเราเพราะอ้างว่าไทยไม่เป็นประชาธิปไตยจากการปฎิวัติของทหารครั้งก่อน แล้วถ้าเกิดสงครามกันจริงๆ การซื้อเรือดำน้ำจากประเทศกลุ่มนาโต้มันก็อาจจะสร้างปัญหาเรื่องอาวุธและอะไหล่ในอนาคตให้เราได้ เพราะถ้าจะเทียบกันแล้วระหว่างไทยจะโดนประเทศกลุ่มนาโต้เกลียดขี้หน้าหรือมีสงครามแล้วไม่ขายอาวุธและอะไหล่ให้ไทย กับไทยโดนจีนเกลียดขี้หน้านั้น โอกาสที่จีนจะโกรธไทยขนาดตัดญาติขาดมิตรนั้นเกือบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการเลือกเรือจากจีนครั้งนี้มันมีนัยยะทางการเมืองเข้ามาเป็นตัวตัดสินใจด้วย

จะบอกว่าเรือดำน้ำจีนไม่เคยพิศูจน์ตัวเองก็คงบอกได้ไม่เต็มปากนัก เมื่อปลายปีที่แล้วเรือดำน้ำ ดีเซล-ไฟฟ้า ของจีนก็แอบไปโผล่ลอยลำกลางกองเรือสหรัฐห่างจากเรือบรรทุกเครื่องบิน คิตตี้ ฮอว์ค ในระยะยิงตอปิโดแบบตกใจกันไปทั้งกองเรือออกมาเป็นข่าวใหญ่ของสื่อด้านการทหารไปทั่วโลก มันก็พิศูจน์ตัวเองได้ระดับหนึ่งว่าเรือจีนนั้นเงียบสนิทแบบตรวจจับได้ยาก และเรือบรรทุกเครื่องบินนั้นไม่ได้ไปเดี่ยวๆ มีทั้งเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำรวมถึงเครื่องบินตรวจการคอยสแกนอยู่ตลอด 24ชั่วโมงก็ยังตรวจจับเรือดำน้ำจีนเครื่องยนต์ ดีเซล-ไฟฟ้า ที่ลุยเดี่ยวเข้าไปไม่ได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ที่เรือดำน้ำจีนลุยเข้าไปทดสอบตัวเอง แต่ยังเข้าไปในน่านน้ำญี่ปุ่นที่มีกองเรือของญี่ปุ่นและสหรัฐคุ้มกันตลอดเวลาแล้วก็หายไปแบบจับไม่ได้อีกหลายครั้ง ปฎิบัติการ จู่โจมและหลบหนีกวนตรีนสหรัฐโดยเรือดำน้ำจีนนั้นมีมาสัก 10ปีแล้วเห็นจะได้ โดยเอาเรือดำน้ำของตัวเองไปซุ่มดูบรรทุกเครื่องบิน คิตตี้ ฮอว์ค ในระยะ 30 กิโลเมตรในปี 93 แล้วลอยลำขึ้นมาให้เครื่องบินตรวจจับได้ และในปี 04 ก็เคยออกไปสำรวจแนวขุดเจาะแกสของญี่ปุ่นที่โอกินาวา จนญี่ปุ่นส่งทั้งเครื่องบินและกองเรือไล่ล่าแต่ก็แห้วรับประทานเพราะเรือดำน้ำจีนโชว์ลีลาหลบหนีกบดานหายไปแล้ว ทางการจีนออกมารับสาระภาพว่าเรื่ออั๊วเอง ขออภัยด้วยที่ดันวิ่งเข้าไปล้ำเขตที่เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค หุหุ....

จะพูดไปแล้ว เรือที่ไทยสั่งซื้อในครั้งนี้มันค่อนข้างจะล้ำสมัยกว่าเพื่อนบ้านอยู่หลายอย่างนอกเหนือจากเป็นเรือที่ใหญ่พอจะติดตั้งระบบอาวุธหลากหลาย สามารถยิงจรวดมิซายด์ได้ และมีพื้นที่พอที่จะใส่เครื่องยนต์สเตอร์ลิง ที่ใช้ระบบ Air-Independent Propulsion system (AIP) ที่ดำน้ำก็ยังเดินเครื่องยนต์ชาร์ตแบตเตอรี่ได้ ไม่เหมือนกับเครื่องดีเซลที่ต้องติดเครื่องยนต์และลอยลำให้เรือลำอื่นหรือเครื่องบินเห็น และเรือหยวนคลาสนั้นพัฒนามาจากต้นแบบเรือชั้น Kilo ของรัสเซีย ไม่ใช่จีนคิดเองทำเองทั้งหมด ดังนั้นอาจจะสามารถพูดได้ว่ามันคือ Kilo ที่พัฒนาไปอีกขั้นโดยจีนคงไม่ผิด

การที่กองทัพเรือเลือกเรือดำน้ำจีน Yuan Class S26T ขนาดระวางขับน้ำ 2600ตัน ที่เป็นรุ่นใหญ่กว่าที่มองเอาไว้แต่แรก จำนวน 3ลำในราคาเท่าเดิม และมีของแถมอีกเพียบนั้น สำหรับผมแล้วถือว่าสอบผ่านไม่ติดใจอะไรทั้งสิ้น เพราะจะเอาเรือเยอรมันตามที่หลายๆคนเชียร์แล้วอกหักนั้น มันเป็นเรือที่ดีที่สุดก็จริงอยู่ แต่มันเหมือนกับพนักงานบริษัทเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทแต่อยากขับเบ็นซ์ เงินจะซื้อเพื่อสนองตัณหาตัวเองก็ไม่พอจ่าย ซื้อมาแล้วก็ไม่มีปัญญาเติมน้ำมันออกไปวิ่งเสียอีก เพราะโสหุ้ยการใช้งานก็สูงกว่า แถมยังเป็น ดีเซล-ไฟฟ้า แทนที่จะเป็น เครื่องยนต์สเตอร์ลิงบวก AIP ราคาอาวุธก็แพงกว่า จะซ้อมยิงทีก็คิดแล้วคิดอีก ยิงเมื่อไรขนหน้าแข้งร่วงเป็นแถบ

เครดิตภาพ เรือดำน้ำหยวนคลาส สำนักข่าวชิงหัว


https://www.facebook.com/photo.php?f...type=1&theater
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; July 3rd, 2015 at 06:05 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 3rd, 2015, 04:55 AM   #1414
knrOctober
Since 2552
 
knrOctober's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: 55000
Posts: 1,493
Likes (Received): 487

หวังว่ามันคงไม่แปรสภาพไปเป็นปะการังเทียม (แบบนี้) เร็วจนเกินไปนะครับ




http://topicstock.pantip.com/wahkor/.../X9721397.html



http://www.komchadluek.net/detail/20...%E0%B9%88.html
knrOctober no está en línea   Reply With Quote
Old July 3rd, 2015, 06:16 AM   #1415
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

บทวิเคราะห์ในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal มองการตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำจากจีนว่าเป็นการแสดงท่าทีออกห่างจากสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ซึ่งต่างจากความพยายามที่ผ่านมาไทยที่ต้องการซื้อเรือดำน้ำจากเยอรมนีและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ สืบเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่สนับสนุนการรัฐประหาร ด้วยการลดความช่วยเหลือทางทหารและการลดระดับความร่วมมือทางทหารอื่นๆ เช่น การลดระดับการฝึก Cobra Gold แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงให้ความสำคัญกับไทยในฐานะมิตรประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังไม่ถึงกับตัดความสัมพันธ์กับไทย
ถึงแม้ว่าสหรัฐฯ จะเคยแสดงท่าที่ไม่สนับสนุนการรัฐประหารของไทยมาแล้วหลายครั้ง แต่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันทำให้มีทีท่าว่าไทยจะไม่สามารถกลับไปมีการเลือกตั้งได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งไทยได้แสดงท่าทีเข้าไปกระชับความสัมพันธ์กับจีน เพื่อแสดงความไม่พอใจที่สหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องภายในของประเทศไทย
อย่างไรก็ดี การตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำจากจีน เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการออกห่างจากสหรัฐฯ ต่างจากการแสดงท่าทีที่ผ่านมา เนื่องจากไทยจะต้องดำรงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนไปจนตลอดอายุการใช้งานของเรือดำน้ำ เพื่อดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติการและการบำรุงรักษาเรือดำน้ำ โดยจีนได้เสนอเรือดำน้ำพร้อมอาวุธ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการฝึกในราคาที่ต่ำมาก
นอกจากนี้การซื้อเรือดำน้ำจากจีนอาจส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งถึงแม้ว่าไทยกับสหรัฐฯ อาจมีมุมมองในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยที่ต่างกัน แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สหรัฐฯ จะยังคงบทบาทและความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกต่อไปในอนาคต

https://www.facebook.com/kapitaennem...33208106735496
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old July 3rd, 2015, 12:26 PM   #1416
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803




Exsirius Train Heartnet

มีใครจะเสริมให้ผมอีกมั่งมั้ยครับ คิดว่ามีคำถามอะไรแปลกๆกว่านี้อีกมั้ย
ใครเจอก็ช่วยกันทำ Q/A ครับ
สามารถCopy ไป Paste หน้า Wall แต่ละท่านได้นะครับ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้
ผิดถูกประการใด อยากให้เติมข้อความหัวข้อไหน บอกได้ครับ จะแก้ไขให้ครับ
----------------------------------------
Q : ทำไมต้องมีเรือดำน้ำ?
A : เพราะมันจำเป็นต้องมี อดีตไทยก็มีเรือดำน้ำถึง4ลำ ตอนนั้นเป็นมหาอำนาจทางทะเล ชาติไหนก็ไม่กล้าแหยมกับไทยเลย เพราะไทยมีเรือดำน้ำนี่ละ
Q : ทำไมต้องมีเรือดำน้ำตอนนี้?
A : กองทัพเรือศึกษาเรื่องนี้มาเป็นสิบๆปี ส่งนายทหารดูงานและฝึกเรื่องเรือดำน้ำทุกๆปี เพื่อการเตรียมพร้อมในการตั้งรับ มายาวนาน ไม่ใช่พึ่งมี
Q : แล้วทำไมต้องมี แต่ละประเทศรอบบ้านเราก็เพื่อนบ้านกันหมด จะเข้า AEC แล้วด้วยเป็นชาติเดียวกัน
A :เขมรเพื่อนบ้านมั้ย?? จำได้มั้ยเขาพระวิหาร นั่นขนาดเพื่อนบ้านนะ ยิงปืนใหญ่ถล่มใส่ไทยเป็นว่าเล่น ถ้าไทยไม่มีอาวุธตอบโต้กลับจะเป็นยังไง ไม่ต้องซื้อปืนใหญ่ ไม่ต้องซื้อกระสุน ไม่ต้องอะไรเลยนะ แถมมาเลเซีย มีเรือดำน้ำอีกสองลำ , เวียดนามซื้ออีก6ลำจากรัสเซีย , พม่าก็หาอีก 4 ลำ.....แล้วจะไม่ให้ไทยมี
Q : เงินตั้ง 36,000ล้านบาทเยอะนะ ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง?
A : 36,000 ล้านบาทคือมูลค่าโครงการทั้งหมด หมายถึงว่า จนกว่าโครงการนี้จะสิ้นสุดลง อีก6-10ปีข้างหน้า จะใช้งบจำนวน 36,000 ล้านบาท นี้เท่านั้น จ่ายเป็นงวดๆ ไม่ใช่จ่ายปีนี้ทีเดียวทั้งหมด
Q : เงินส่วนนี้มาจากไหน?
A : มาจากงบกลาโหมประจำปี ซึ่งมีทุกๆปีเป็นปกติ แบ่งเป็นส่วนๆใช้สำหรับงานป้องกันประเทศ
Q : ก็ไทยไม่ได้เอาไปรบกับใครทำไมต้องมี
A : อาวุธป้องปราบ ไม่ใช่บุกรุก ลองคิดแค่เขมรแค่นั้นล่ะ ถ้าเราไม่มีปืนยิงกลับ ป่านนี้จะเป็นยังไงครับ พม่าก็อีกไว้ใจได้มั้ย ชนกลุ่มน้อยอีกเพียบ
Q : ก็นั่นมันทางบก ก็เอาไปซื้อรถถังซื้อปืนใหญ่ไม่ดีกว่าเหรอ
A : แล้วทางน้ำละครับ ไทยมีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับมาเลเซีย แล้วจำตอน วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ได้มั้ย??? อาวุธน้ำ มันต้องสู้กันทางน้ำ อาวุธใต้น้ำ มันก็ต้องสู้ด้วยอาวุธใต้น้ำ
Q : ก็อ่าวไทยมันตื้น เรือดำน้ำมันติดโขดหินปะการังหมด
A : เรือดำน้ำนิวเคลียร์ของไอกันขนาด 8000ตัน มาโผล่สัตหีบปีละ2-3รอบ แล้วเรือดำน้ำไทยขนาดแค่ 2600ตัน ยังจะบอกว่าตื้น???
Q : ก็ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ซื้อมาทำไม ชาวบ้านอดยากปากแห้งไม่เอาเงินซื้อเรือดำน้ำมาให้ชาวนา??
A : แล้วเศรษฐกิจเคยมีปีไหนดีด้วยเหรอ??? ที่สำคัญ งบส่วนไหนส่วนนั้น นี่พูดถึงงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่งบในบัญชี ที่จะโอนไปอันนู้น โอนไปอันนี้ ก็ได้แบบอิสระ อันนี้มันงบกลาโหม งบประจำปีอยู่แล้ว ไม่ใช่งบพิเศษใดๆ
Q : ก็น่าจะช่วยประชาชนก่อน เรื่องอาวุธไม่น่าซื้อ?
A : งั้นถ้าเอางบกลาโหมทั้งหมด มาให้เกษตรกร มาให้การศึกษา มาให้ค่าพยาบาล ประชาชนอยู่ดีมีความสุข เกษตรมีรายได้ การศึกษาเจริญ ค่ารักษาพยาบาลทั่วถึง ซึ่งอย่างน้อยก็ใช้เวลา2-3ปี ระหว่างนั้นเพื่อนบ้านหรือทั่วโลก เค้าพัฒนาอาวุธ ซื้ออาวุธเสมอๆ มีการเตรียมพร้อม มียุทธปกณ์ใหม่ๆ แต่ไทยมีแต่ของเดิมๆ เก่าๆ ชำรุดไปทุกๆวัน แล้วจู่ๆ เขมรอยากได้เข้าพระวิหาร ขึ้นมาละ เขมรมีปืนใหญ่รุ่นใหม่ แม่นยำ ยิงไกลขึ้น พม่าบุกเดินเท้าเปล่าเข้ามาไทย เพราะทหารไทยไม่มียุทธปกรณ์ใหม่ๆมาเสริมเขี้ยวเล็บ มันจะเป็นยังไง
Q : ป่านนั้นก็ค่อยซื้อซิ หรือไม่ก็รอนานาชาติ?
A : ค่อยซื้อ??? การเจรจาซื้ออาวุธใช้เวลาขั้นต่ำเป็นเดือนๆ เป็นปีๆ ยิ่งอาวุธพวกรถถัง หรือเรือดำน้ำนี่ เป็น4-5ปี กว่าจะมา แล้วรอนานาชาติ สรุปคือจะพึ่งจมูกคนอื่นเสมอ ให้นานาชาติ เข้ามาแสวงหาผลกำไร เป็นค่าธรรมเนียมสงคราม ????
Q : เรือไทยดำได้แค่ 20วันเอง ของUS กับ รัสเซียดำได้เป็นเดือนๆ ?
A : เรือดีเซล กับ เรือนิวเคลียร์ ไม่เหมือนกัน แหล่งพลังงานคนละอย่าง มันอยู่ที่ราคา ไหนจะค่าซื้อ ค่าบำรุง สารพัดจะสิ่ง
Q : แล้วทำไมต้องจีน ชาติอื่นไม่มีรึยังไง?
A : เรื่องนี้คนวงการทหารก็บ่นเหมือนกันนั่นล่ะ แต่ก็ต้องยอมรับมติ มีไว้ยังดีกว่าไม่มี
Q : ก็เรือจีนมันกาก
A : เรือของจีน มีประวัติไม่เบา มีประวัติกระตุกหนวดอเมริกามาแล้ว และที่สำคัญ S-26T ลำนี้ ไม่ใช่รุ่นต่ำๆ มันเป็นรุ่นค่อนข้างสูงพอตัว
---------------------------------------------------------


คณะกรรมการพิจารณาจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือลงมติ 14-3 เลือกซื้อเรือดำน้ำ YAUN Class S-26T จากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ
http://chaoprayanews.com/blog/yotin/...8%8B%E0%B8%B7/
http://news.voicetv.co.th/thailand/227502.html
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; July 3rd, 2015 at 07:19 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 02:04 AM   #1417
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803


https://www.youtube.com/watch?v=7hjWnIl7C-I
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; Yesterday at 10:04 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:20 AM   #1418
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

เรือดำน้ำไทยในอดีต
แนวความคิดที่จะจัดหาเรือดำน้ำมาเป็นกำลังรบของกองทัพเรือนั้นได้มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2453 ดังจะเห็นได้จากโครงการจัดสร้างกำลังทางเรือซึ่งคณะกรรมการอันประกอบด้วย นายพลเรือตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (ต่อมาเป็น นายพลเรือเอก กรมหลวง ฯ) นายพลเรือตรี พระยาราชวังสัน (ฉ่าง แสง ชูโต ต่อมาเป็น นายพลเรือ พระยามหาโยธา) และนายพลเรือตรี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร (ต่อมาเป็นนายพลเรือเอกกรมหลวง ฯ) ได้จัดทำขึ้นถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต (ต่อมาเป็นจอมพลเรือสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระฯ) เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และเสนาบดี ฯ ทรงนำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม ร.ศ.129 (พ.ศ.2453) โครงการนี้ได้กำหนดให้มีเรือ ส. จำนวน ๖ ลำทั้งนี้คณะกรรมการ ฯ ได้อธิบายไว้ว่า เรือ ส. คือ เรือดำน้ำสำหรับลอบทำลายเรือใหญ่ข้าศึกแต่ ยังกล่าวให้ชัดไม่ได้เพราะยังไม่เคยลงแลลอง แต่ที่พูดถึงด้วยนี้ โดยเห็นว่าต่อไปภายน่าการศึกสงครามจะต้องเปนมั่นคง แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้เวลานั้นเรือดำน้ำเป็นอาวุธที่นาวีของมหาอำนาจในยุโรปกำลังพัฒนาและทดลองใช้อยู่ ต่อมาใน พ.ศ.2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ออกจากประจำการ และต้องจ้างนายนาวาเอก ชไนด์เลอร์ (J.Schneidler) นายทหารเรือชาติสวีเดนเข้ามาเป็นที่ปรึกษาการทหารเรือ ในวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.2455 นายนาวาเอกชไนด์เลอร์ ได้เสนอโครงการจัดสร้างกำลังทางเรือสำหรับป้องกันประเทศ และได้กล่าวถึงเรือดำน้ำว่าเป็นเรือที่ดีมากสำหรับป้องกันกรุงเทพ ฯ แต่จะผ่านเข้าออกสันดอนลำบาก ถ้าเก็บไว้ในแม่น้ำก็ไม่คุ้มค่าและได้เสนอไว้ในโครงการให้มีเรือดำน้ำ 8 ลำ สำหรับประจำอยู่ที่กองเรือที่จันทบุรี เมื่อถึง พ.ศ.2458 สมเด็จพระบรมราชชนก ฯ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ เป็นนายเรือโท สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ได้เสด็จกลับจากศึกษาวิชาการทหารเรือในจักรพรรดินาวีเยอรมันและทรงเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือพระองค์ได้ทรงจัดทำโครงการเกี่ยวกับกำลังเรือดำน้ำ ซึ่งทรงให้ชื่อว่าความเห็นเกี่ยวกับเรือ ส.(เหตุที่ทรงใช้คำแทนเรือดำน้ำว่าเรือ ส.ก็เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการเดิมที่ทูลเกล้าถวายไว้เมื่อ พ.ศ.2453) เสนอต่อเสนาธิการทหารเรือในเวลานั้นคือ นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2458 โครงการนี้มีรายละเอียดที่สมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับ ขนาดและคุณสมบัติของเรือดำน้ำที่กองทัพเรือควรจะมีเรือพี่เลี้ยง อุ่ และโรงงานที่ต้องการ กำลังพลประจำการเรือ การฝึกและการสวัสดิการของคนประจำเรือ การปกครองบังคับบัญชา ตลอดจนงบประมาณต้องใช้ในการนี้ทั้งหมด พระองค์ได้ทรงแบ่งโครงการนี้ออกเป็น 2 ตอน แต่ละตอนแบ่งออกเป็น 2 ขั้น ดังนี้ ตอนที่ 1 ขั้นที่ 1 สำหรับป้องกันบริเวณปากแม่น้ำทั้ง 4 คือ เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และบางปะกง และป้องกันเกาะสีชัง ใช้เรือดำน้ำ 2 ลำ ขนาดระวางขับน้ำเหนือน้ำ 190 ตัน ใต้น้ำ 230 ตัน ความเร็วเหนือน้ำ 15 นอต ใต้น้ำ 9.5 นอต รัศมีทำการเหนือน้ำ 450 ไมล์ มีตอร์ปิโดขนาด 4.5 ซ.ม. 2 ท่อ (หัว ท้าย) คนประจำเรือ 20 คน ตอนที่ 1 ขั้นที่ 2 ขยายเขตป้องกันออกไปถึงแนวเกาะจวง เกาะสัตกูดสามร้อยยอด เพิ่มเรือดำน้ำขนาดเดียวกับขั้นที่ 1 อีก 2 ลำ รวมเป็น 4 ลำ ตอนที่ 2 ขั้นแรก ขยายการปฏิบัติออกไปถึงเกาะสมุย เพิ่มเรือดำน้ำอีก 3 ลำ และให้มีขนาดโตขึ้นบ้าง ตอนที่ 3 ขั้นใหญ่ ขยายเขตปฏิบัติการไปถึงสิงคโปร์ เพิ่มเรือดำน้ำขนาดใหญ่อีก 2 ลำ ระวางขับน้ำเหนือน้ำ 800 ตัน ใต้น้ำ 1,000 ตัน ความเร็วเหนือน้ำ 18.5 นอต ใต้น้ำ 10 นอต รัศมีทำการเหนือน้ำ 2,500 ไมล์ ตอร์ปิโด 4 ท่อ (หัว 2 ท้าย 2 ) ปืนใหญ่ 76 มม. 2 กระบอก ทั้งนี้ สมเด็จพระบรมราชชนก ฯ ได้ทรงอธิบายประโยชน์ของ เรือ ส. หรือ เรือดำน้ำ ไว้ว่า "ข้าศึกจะคอยคิดถึงเรือ ส.ของเราในเวลาที่เขาจะจัดกองทัพเข้ามาตีกรุงสยามเพื่อจะหนีอันตรายจากเรือ ส. ข้าศึกคงจะไม่ส่งเรือใหญ่เข้ามาเพื่อให้มาเป็นเป้าแก่เรือ ส.ได้ข้าศึกคงจะส่งเรือขนาดเล็กแล่นเร็ว เพราะฉะนั้นต้องส่งหลายลำทำให้การจับจ่ายใช้สอยแพงเงินขึ้น การขนทหารด้วยเรือเล็กจะต้องมากกว่าเรือใหญ่ การส่งเสบียงอาหารจะเป็นการลำบากมากเพราะจะต้องมีเรือรบคุมเสมอถ้าเรือที่ส่งเข้ามาเป็นเรือเล็กแล้ว จะมีช่องให้เรือพิฆาตและเรือปืนของเราต่อสู้ได้โดยไม่เสียเปรียบมากนักถ้าเรามีเรือ ส. แล้ว ข้าศึกจะต้องระวังอยู่เสมอ ไม่ให้เรือ ส. เข้าโจมตีโดยไม่รู้ตัวได้ การระวังอันนี้ทำให้คนประจำเรือได้รับความลำบากมาก นอกจากความเห็นเกี่ยวกับ เรือ ส. ดังกล่าวแล้ว สมเด็จพระบรมราชชนก ฯ ยังได้ทรงร่างโครงการสร้างกองเรือรบ (flottenbauplan) ของไทยเป็นภาษาเยอรมันไว้ในสมุดแบบฝึกหัด ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงพบและประทานสำเนาให้แก่กองทัพเรือเมื่อเร็ว ๆ นี้ โครงการนี้มีเรือดำน้ำ 4 ลำ ขนาดระวางขับน้ำเหนือน้ำ 230 ตัน ความเร็วเหนือน้ำ 14 นอต ใต้น้ำ 10 นอต มีตอร์ปิโด ขนาด 53 ซม. 2 ท่อ และจะใช้เกาะสีชังเป็นฐานปฏิบัติการ ขณะนั้นเป็นเวลาระหว่างเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 การจัดหาเรือรบและอาวุธ ยุทโธปกรณ์ จากยุโรปทำได้ยาก แม้ ร.ล.รัตนโกสินทร์ ซึ่งได้สั่งสร้างและลงมือสร้างไปบ้างแล้ว ที่บริษัทอาร์มสตรองในอังกฤษก็ต้องชะงักลงเพราะบริษัทต้องสร้างเรือรบให้แก่กองทัพเรืออังกฤษก่อน โครงการและแนวความคิดของ สมเด็จพระบรมราชชนก ฯ จึงไม่ได้รับการดำเนินการแต่งอย่างใดพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องนี้และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงการต่างประเทศติดต่อกับอังกฤษจนสามารถส่ง นายนาวาตรี หลวงหาญสมุท (บุญมี พันธุมนาวิน ต่อมาเป็น นายพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร) ไปศึกษาการใช้เรือดำน้ำในกองทัพเรืออังกฤษจนสำเร็จ ท่านผู้นี้จึงเป็นปฐมนักเรือดำน้ำ" ของประเทศไทย เมื่อเสด็จไป กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงกลับเข้ารับราชการอีกและทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ได้ทรงกล่าวถึงเรือดำน้ำไว้ในลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลของพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปดูการทหารในยุโรปใน พ.ศ.2462 ดังนี้ในส่วนป้องกันอ่าวหรือท้องทะเลเครื่องที่จะทำให้กองทัพเรือใหญ่หวาดเสียวอย่างดีที่สุดก็คือ เรือดำน้ำฯลฯ ถ้ากรุงสยามมีเรือดำน้ำจะเป็นเครื่องป้องกันอย่างดีที่สุดก็ว่าได้แสดงว่า แนวความคิดในการที่จะมีเรือดำน้ำในกองทัพเรือไทยยังดำรงอยู่ตลอดเวลา ต่อมาในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2469 นายพลเรือตรี พระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) เสนาธิการทหารเรือ ได้จัดทำ บันทึกการจัดกองทัพเรือสยาม (ซึ่งก็คือโครงการจัดสร้างกำลังทางเรือ) ถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้รักษาการแทนเสนาบดีกระทรวงทหารเรือโดยได้กำหนดว่า จะแบ่งกำลังทางเรือออกเป็น 2 กอง คือกองเรือรักษาฝั่งและกองเรือรุกรบในกองเรือรุกรบนั้น จะมีเรือดำน้ำรักษาฝั่งขนาด 300 400 ตัน 4 ลำ ตามที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่าความคิดที่จะมีเรือดำน้ำเป็นกำลังรบของไทยนั้นได้มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2453 แต่ติดขัดด้วยงบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญ จีงไม่สามารถจัดหาเรือดำน้ำตามที่คิดไว้ ความคิดที่จะมีเรือดำน้ำในกองทัพเรือได้กลายเป็นความจริงขึ้นหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว คือในปลาย พ.ศ.2477 สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติ พระราชบัญญัติบำรุงกำลังทหารเรือ พ.ศ.2478 ให้กองทัพเรือจัดการบำรุงกำลังทางเรือให้เสร็จภายในเวลา 6 ปี ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท ใช้งบประมาณประจำปีละ 1 ล้านบาท นอกนั้นจ่ายจากเงินคงคลัง ตามโครงการบำรุงกำลังทางเรือที่เสนอต่อสภา ฯ ได้กำหนดความต้องการเรือดำน้ำไว้ 6 ลำ ประมาณราคาไว้ลำละ 2.3 ล้านบาท และต้องการในขั้นแรก 3 ลำ นายนาวาเอกหลวงสินธุ สงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน ต่อมาเป็นพลเรือเอก) เสนาธิการทหารเรือในสมัยนั้นได้เป็นหัวแรงในการจัดหากำลังทางเรือ กองทัพเรือได้เรียกประกวดราคาสร้างเรือดำน้ำในเดือนตุลาคม พ.ศ.2478 มีตัวแทนบริษัทของชาติต่าง ๆ เสนอราคารวม 6 ประเทศ ราคาที่เสนอมีทั้งสร้าง 3 ลำ และสร้าง 4 ลำ บริษัทมิตซุบิชิ ของญี่ปุ่น เสนอราคาต่ำที่สุดคือ เรือดำน้ำขนาด 370 ตัน มีปืนใหญ่และลูกปืน มีท่อตอร์ปิโด ไม่มีลูกตอร์ปิโด สร้าง 3 ลำ ราคาลำละ 820,000 บาท กองทัพเรือจึงตกลงสร้างที่ญี่ปุ่น และได้ส่งนายทหารสัญญาบัตร และประทวนไปศึกษาการใช้เรือดำน้ำในญี่ปุ่น โดยจักรพรรดินาวีญี่ปุ่นจัดครูและเรือฝึกให้ ทั้งนี้ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนชั่วระยะเวลาหนึ่ง เรือดำน้ำที่สั่งสร้างมีระวางขับน้ำเหนือน้ำ 370 ตัน ใต้น้ำ 430 ตัน ความเร็วสูงสุดเหนือน้ำ 15 นอต ใต้น้ำ 8 นอต ดำได้ลึก 60 เมตร ติดปืนใหญ่ขนาด 76/25 มม. 1 กระบอก มีตอร์ปิโดที่หัวเรือ 4 ท่อ ขนาด 45 ซม. ตอร์ปิโด 8 ลูก ใช้คนประจำเรือ 33 นาย ตอร์ปิโดที่ใช้เป็นตอร์ปิโดแบบเดียวกับที่ซื้อมาใช้ในเรือตอร์ปิโดและเรือสลุป เรือดำน้ำ 4 ลำ นี้ต่อมาได้รับพระราชทานชื่อว่ามัจฉาณุ , วิรุณ , สินสมุทร และพลายชุมพล เรือคู่แรกคือ มัจฉาณุ และวิรุณ ได้สร้างเสร็จและส่งมอบให้กองทัพเรือในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2480 นายทหารและทหารที่ศึกษาอยู่ในญี่ปุ่นได้ลงประจำเรือสองลำนี้ จึงได้ถือเอาวันที่ 4 กันยายน เป็นวันเรือดำน้ำต่อมาจนทุกวันนี้ พลเรือตรี กนก นพคุณ (เมื่อครั้งมียศเป็นนาวาตรี) ได้เป็นผู้บังคับหมู่เรือนำเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ เดินทางจากญี่ปุ่นมาถึงกรุงเทพ ฯ ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2481 และได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการพร้อมกับ ร.ล.ศรีอยุธยา ในวันที่ 19 กรกฎาคม ศกเดียวกัน นายทหารและทหารประจำเรือดำน้ำชุดแรกได้เป็นครูฝึก นายทหารและทหารประจำเรือ ต่อมาอีกหลายรุ่น กองทัพเรือได้ใช้เรือดำน้ำชุดนี้ปฏิบัติงานในกรณีพิพาทกับอินโดจีนของฝรั่งเศส และในสงครามมหาเอเซียบูรพาตามขอบเขตที่ตกลงไว้กับฝ่ายญี่ปุ่น ในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ 2 กองทัพเรือได้ส่งนายทหารสัญญาบัตรและประทวน (บางท่านเคยประจำเรือดำน้ำมาก่อน) และช่างของกรมอู่ทหารเรือ ไปศึกษาและฝึกงานการสร้างแบตเตอรี่ขึ้นใช้ราชการเอง โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ใช้กับเรือดำน้ำ เมื่อคณะทหารและช่างชุดนี้กลับมาถึงกรุงเทพ ฯ แล้ว ก็ได้จัดตั้งโรงงานแบตเตอรี่และสีขึ้นทดลองและพัฒนางานนี้จนเป็นโรงงานที่ใกล้จะสมบูรณ์ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ส่งนายทหารไปศึกษาต่อในต่างประเทศและได้พัฒนางานต่อไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2494 แล้ว หน่วยงานนี้ก็ต้องย้ายไปสังกัดกระทรวงกลาโหม และแปรสภาพเป็นองค์การแบตเตอรี่มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงครามและไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขายอีก กองทัพเรือจึงเริ่มขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่ของเรือดำน้ำ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ประจำเรือซึ่งได้ใช้งานมาถึง 9 ปีแล้ว โรงงานแบตเตอรี่และสีที่ตั้งขึ้นก็ยังไม่สามารถผลิตแบตเตอรี่ชนิดนี้ได้ ชาติพันธมิตรของเราก็ไม่มีนโยบายที่จะช่วยเหลือประเทศไทยในเรื่องเรือดำน้ำ กองทัพเรือจึงจำเป็นต้องปลดเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำออกจากประจำการ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2494 การมีเรือดำน้ำในกองทัพเรือไทยจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันนั้น ใน พ.ศ.2492 กองทัพเรือได้เสนอ โครงการ 5 ปี ต่อรัฐบาล โครงการนี้มี การจัดหาเรือดำน้ำอีก 8 ลำ ในระหว่าง พ.ศ.2493 - 94 แต่โครงการนี้ไม่ได้รับอนุมัติและต้องเลิกล้มไป ต่อจากนั้นมา ด้วยความจำกัดของงบประมาณกองทัพเรือจึงไม่มีโอกาสจัดหาเรือดำน้ำมาใช้งานอีก ประกอบกับในสมัยหนึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเซียอาคเนย์ และได้มีการกำหนดขอบเขต การปฏิบัติงานของกองทัพเรือไทยไว้ทำให้แนวความคิดในการจัดหาเรือดำน้ำต้องชะงักไป เท่าที่กล่าวมาแล้ว เป็นเรื่องของแนวความคิดเกี่ยวกับการมีเรือดำน้ำในกองทัพเรือไทย และการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุแนวความคิดนั้น ต่อไปจะได้กล่าวถึงภัยคุกคามจากเรือดำน้ำข้าศึกได้ที่รับในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๒ โดยสังเขป


https://www.facebook.com/permalink.p...bstory_index=0

อิตาลี มีตอร์ปิโดหัวเรือ ๔ท่อ ท้าย ๒ท่อ ไม่มีปืนใหญ่ ลูกปืน และลูกตอร์ปิโด ๓ลำราคา ๓,๗๔๗,๔๒๐บาท ถ้า ๔ลำราคา ๔,๙๗๐,๖๔๐บาท
เดนมาร์ค ๔ลำ (ไม่ทราบรายละเอียด) ราคา ๕,๖๘๘,๔๖๘บาท
อังกฤษ เฉพาะตัวเรือและเครื่องจักร ๓ลำราคา ๔,๐๒๓,๖๓๐ บาท ๔ลำราคา ๕,๒๔๑,๐๓๖บาท
เนเธอร์แลนด์ มีปืนใหญ่พร้อมลูก และตอร์ปิโดพร้อมลูก ๓ลำ ราคา ๕,๐๑๒,๙๗๖บาท ๔ลำ ราคา ๖,๕๗๑,๓๘๖บาท
ถ้าไม่มีลูกปืนและลูกตอร์ปิโด ๓ลำ ราคา ๔,๑๘๘,๑๕๙บาท ๔ลำ ราคา ๕,๔๗๑,๘๑๑บาท
ฝรั่งเศส ไม่มีลูกปืน ไม่มีลูกตอร์ปิโด ราคาลำละ ๓,๒๖๒,๗๗๓บาท
ญี่ปุ่น มีตอร์ปิโดหัวเรือ ๔ท่อ ไม่มีท้าย มีปืนใหญ่และลูกปืน แต่ไม่มีลูกตอร์ปิโด แบ่งตามขนาดระวางขับน้ำและจำนวนลำดังนี้
-ขนาด ๓๔๕ตัน ๓ลำราคา ๒,๓๙๐,๓๓๐บาท ๔ลำราคา ๓,๑๖๑,๒๙๐บาท
-ขนาด ๓๗๐ตัน ๓ลำราคา ๒,๔๗๙,๓๕๕บาท ๔ลำราคา ๓,๒๘๐,๐๐๐บาท
-ขนาด ๓๘๐ตัน ๓ลำราคา ๒,๖๐๖,๖๐๑บาท ๔ลำ ราคา ๓,๔๔๗,๗๔๒บาท
ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาของกองทัพเรือในสมัยนั้นเลือกแบบเรือญี่ปุ่นขนาด ๓๗๐ตัน ๔ลำราคาลำละ ๘๒๐,๐๐๐บาท
http://www.fleet.navy.mi.th/submarin.../index.php/111




เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม แหล่งข่าวจากกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยกรณี ทร.มีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 3 ลำ งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ว่าคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ที่มี พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ผู้ช่วย ผบ.ทร.) เป็นหัวหน้า ได้ให้บริษัทเรือดำน้ำ 6 บริษัทจากเยอรมนี สวีเดน ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ รัสเซีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน มาเสนอโครงการให้ ทร.พิจารณา ทั้งนี้ จีนมีข้อเสนอดีที่สุด เพราะเป็นเรือดำน้ำชั้นหยวน รุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีทันสมัย เครื่องดีเซลไฟฟ้า ที่สำคัญเสนอขาย 3 ลำ ในวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท พร้อมแพคเกจอาวุธครบ อาทิ ตอร์ปิโด จรวดนำวิถี ทุ่นระเบิด ฯลฯ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะที่บริษัทอื่นๆ เสนอขายเพียง 2 ลำ โดยรัสเซียขายแค่เรือดำน้ำ ไม่มีอาวุธให้ ส่วนฝรั่งเศสเสนอเรือดำน้ำสกอร์เปี้ยน 1000 เป็นเรือเล็ก ซึ่งลดเกรดจากที่มีอยู่และสเปกไม่ตรงต่อความต้องการของ ทร. ขณะที่สวีเดนได้เสนอแบบเอ 19 ดัดแปลง มีขีดความสามารถต่ำกว่าปกติ ยิงจรวดนำวิถีไม่ได้ ส่วนเยอรมนีเสนอเรือดำน้ำแบบ 209 แบบเดียวกับที่เกาหลีใต้เสนอมา เพราะซื้อไลเซนส์ แต่เยอรมนีมีราคาแพงกว่า ส่วนเกาหลีใต้เสนอให้อาวุธบางชนิด แต่ยังติดปัญหาต้องมีการเจรจาเรื่องการติดตั้ง

"เกาหลีใต้กับจีนมีข้อเสนอที่สมบูรณ์ แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้ว เรือดำน้ำจีนมีอาวุธที่ครบกว่า และให้ ทร.ไทย 3 ลำ ถ้าให้เรือดำน้ำ 2 ต่อ 2 ของเกาหลีใต้อาจจะถูกใจคณะกรรมการฯกว่า อีกทั้งข้อได้เปรียบของเรือดำน้ำชั้นหยวนของจีน มีระบบเอไอพี (ทำให้เรือดำน้ำสามารถดำน้ำได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ) สามารถดำน้ำได้ 3 สัปดาห์ ขณะที่เรือดำน้ำทั่วไปประมาณ 3 วัน ต้องโผล่ท่อขึ้นมาหายใจและชาร์จแบต" แหล่งข่าวกล่าว

และว่า ช่วงแรกคณะกรรมการมีความเป็นห่วงว่า เหล็กของตัวเรือชั้นหยวนจะมีปัญหาหรือไม่ แต่หลังศึกษาในรายละเอียด ปรากฏว่าตัวเรือมีมาตรฐานทนแรงดันน้ำได้สูงเท่าเรือดำน้ำยุโรปแบบเดียวกับเรือดำน้ำแบบ 209 ของเยอรมนีที่ทนแรงดันน้ำได้ดี และตัวเรือชั้นหยวนมีพื้นฐานแบบเดียวกับชั้นกิโล (ห่อหุ้มแบบ 2 ชั้น) เวลากระทบกระแทกจะเสียหายแค่ตัวเรือชั้นนอกเท่านั้น อีกทั้งเรือชั้นหยวนจะแบ่งข้างในเป็น 6 ห้อง ถ้ามีปัญหาน้ำเข้าสามารถปิดกั้นห้องได้

แหล่งข่าวระดับสูง ทร.กล่าวว่า จะดูถูกกองทัพเรือจีนไม่ได้ เพราะกำลังจะก้าวขึ้นเป็นกองทัพเรือดำน้ำที่มีศักยภาพ โดยเรือดำน้ำชั้นหยวนมีขนาด 2600 ตัน และจีนได้เสนอรับประกันทั้งระบบ 2 ปี ประกันอะไหล่ 8 ปี พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เต็มที่ ทั้งนี้ ทร.ได้ส่งเอกสารโครงการทั้งหมดให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

รายงานข่าวแจ้งว่า ในอาเซียน ประเทศที่มีเรือดำน้ำและกำลังจะมีเรือดำน้ำ อาทิ มาเลเซียมีเรือดำน้ำฝรั่งเศส 2 ลำ, สิงคโปร์มีเรือดำน้ำสวีเดน 6 ลำ และกำลังจัดซื้อจากเยอรมนีอีก 2 ลำ, เวียดนามมีเรือดำน้ำรัสเซีย 6 ลำ, อินโดนีเซียมีเรือดำน้ำ 2 ลำ และสั่งซื้ออีก 3 ลำ ขณะที่มีข่าวว่าเมียนมากำลังพิจารณาจัดซื้อเรือดำน้ำเช่นกัน


http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1435986236


สถานการณ์เรือดำน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – การเสริมสร้างกำลังหรือการแข่งขันสะสมอาวุธ?
Leave a reply
แปลและเรียบเรียงจากบทความ Submarines in Southeast Asia: Proliferation, Not a Race ของ Koh Swee Lean Collin ซึ่งเป็น Associate Research Fellow ที่สถาบัน Institute of Defence and Strategic Studies มหาวิทยาลัย Nanyang Technological University


ภาพจาก The Diplomat

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์เรือดำน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประการ นับตั้งแต่ข่าวการรับมอบเรือดำน้ำชั้น Kilo ลำแรกของเวียดนามเมื่อเดือนที่แล้ว ข่าวความสนใจในการจัดหาเรือดำน้ำชั้น Kilo ของอินโดนีเซียเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วหลังจากที่เพิ่งมีโครงการจัดหาเรือดำน้ำ Type 209 เพิ่มเติมจากเกาหลีใต้ และข่าวการจัดหาเรือดำน้ำ Type 218SG ของสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้ความสนใจในการจัดหาเรือดำน้ำแต่ยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นไทย ฟิลิปปินส์ และพม่า

การให้ความสนใจในขีดความสามารถของเรือดำน้ำและการจัดหาเรือดำน้ำของหลายประเทศในภูมิภาคอาจถูกมองอย่างผิวเผินได้ว่าเป็นการแข่งขันสะสมอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสังเกตท่าทีของกองทัพเรือในภูมิภาคมักจะพบการอ้างถึงกำลังเรือดำน้ำของประเทศเพื่อนบ้านเป็นเหตุผลความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำของประเทศตนเอง ดังเช่นท่าทีของอินโดนีเซียที่กล่าวว่าต้องการเสริมสร้างกำลังเรือดำน้ำเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และท่าที่ของไทยที่มักกล่าวถึงเรือดำน้ำของประเทศในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีจากการพิจารณาเหตุผลทางเทคนิคและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงจะพบว่าการจัดหาเรือดำน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นการแข่งกันสะสมอาวุธระหว่างกัน นอกจากนี้แล้วผลกระทบด้านลบของการแพร่กระจายของเรือดำน้ำในภูมิภาคจะถูกลดทอนด้วยความร่วมมือกันเกี่ยวกับเรือดำน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ลักษณะทางเทคนิคของขีดความสามารถเรือดำน้ำในภูมิภาค

ถึงแม้ว่าการจัดหาเรือดำน้ำของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีเป้าหมายมากกว่าการเป็นกองเรือคงชีพ (Fleet in Being) เพื่อการป้องปราม แต่แนวโน้มของสถานการณ์เรือดำน้ำในภูมิภาคเป็นการดำรงขีดความสามารถมากกว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในกรณีของเวียดนามมีการจัดหาเรือดำน้ำจำนวน 6 ลำ โดยมีกำหนดส่งมอบเรือครบทั้ง 6 ลำ ในปี ค.ศ.2016 และยังคงไม่มีแผนที่จะจัดหาเพิ่มเติม ในขณะที่อินโดนีเซียจัดหาเรือดำน้ำ Type 209 ใหม่จากเกาหลีใต้จำนวน 3 ลำ ซึ่งมีกำหนดส่งมอบในเวลาไล่เลี่ยกัน และคาดว่าเรือดำน้ำ Type 209 รุ่นเก่าของอินโดนีเซียอาจปลดระวางประจำการในอนาคตอันใกล้ ส่วนสิงคโปร์ซึ่งจัดหาเรือดำน้ำ Type 218SG จำนวน 2 ลำ เป็นการจัดหาเพื่อทดแทนเรือดำน้ำชั้น Challenger จำนวน 4 ลำ ทำให้จำนวนเรือดำน้ำในภาพรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นมากในอีก 10 ปีข้างหน้า

นอกจากการพิจารณาในเชิงปริมาณแล้ว ในส่วนของขีดความสามารถก็ยังไม่มีแนวโน้มของการแข่งขันสะสมอาวุธเรือดำน้ำในภูมิภาค สังเกตได้จากการที่สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่จัดหาเรือดำน้ำติดตั้งระบบ AIP ซึ่งทำให้เรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าสามารถดำอยู่ใต้น้ำต่อเนื่องได้นานโดยไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ แต่การจัดหาเรือดำน้ำของประเทศอื่นในภูมิภาคก็ไม่ได้ติดตั้งระบบ AIP เพื่อแข่งขันกับสิงคโปร์ ในส่วนของขีดความสามารถที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นโดยรวมคงเป็นขีดความสามารถในการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีจากใต้น้ำ เริ่มจากมาเลเซียเป็นประเทศแรกที่สามารถยิงอาวุธปล่อยฯ Exocet จากเรือดำน้ำชั้น Scorpene ตามด้วยเวียดนามที่มีขีดความสามารถในการยิงอาวุธปล่อยฯ Klub-S จากเรือดำน้ำชั้น Kilo และอินโดนีเซียก็ได้แสดงความสนใจในขีดความสามารถดังกล่าวของเรือดำน้ำชั้น Kilo เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีขีดความสามารถในการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำจากเรือดำน้ำเป็นแนวโน้มของการพัฒนาเทคโนโลยีเรือดำน้ำมากกว่าการแข่งขันด้านขีดความสามารถเรือดำน้ำ และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดในภูมิภาคที่ให้ความสนใจขีดความสามารถในการยิง Cruise Missile ระยะไกลจากเรือดำน้ำ (Submarine Launched Cruise Missile – SLCM) ที่สามารถยิงเป้าหมายบนฝั่งได้ ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคมากกว่า

ลักษณะทางภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มความร่วมมือในภูมิภาค

นอกจากการพิจารณาแนวโน้มทางเทคนิคของขีดความสามารถเรือดำน้ำแล้ว การแข่งขันสะสมอาวุธในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีแนวโน้มเป็นไปได้ต่ำเมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีเสถียรภาพมากขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 2000’s เป็นต้นมา โดยหลายประเทศได้แสวงหาแนวทางระงับข้อพิพาททางทะเลด้วยการใช้กฎหมายระหว่างประเทศและการทำข้อตกลงระดับทวิภาคี ตัวอย่างเช่นการทำข้อตกลงพื้นที่การทำประมงร่วมระหว่างเวียดนามกับอินโดนีเซียในพื้นที่เหลื่อมทับของเขตเศรษฐกิจจำเพาะของทั้งสองประเทศเมื่อปี ค.ศ.2011 นอกจากนี้แล้วการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน กับความขัดแย้งกับประเทศจีนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ของหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดความร่วมมือกันในภูมิภาค มากกว่าจะเกิดความขัดแย้งกันเองภายในภูมิภาค

แนวโน้มที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือความเสี่ยงของการปฏิบัติการเรือดำน้ำที่มีเพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของประเทศที่มีเรือดำน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับค่าใช้จ่ายในการรมียานกู้ภัยเรือดำน้ำที่สูงมาก ซึ่งในปัจจุบันมีเพียงสิงคโปร์ที่มีระบบยานกู้ภัยเรือดำน้ำแบบ Deep Submergence Rescue Vehicle (DSRV) ซึ่งการมีกรอบความร่วมมือในการช่วยเหลือและกู้ภัยเรือดำน้ำในภูมิภาค ในลักษณะเดียวกับ NATO Submarine Escape and Rescue Working Group (SMERWG) จะมีความคุ้มค่าและเป็นไปได้มากกว่าการแยกกันจัดหาระบบกู้ภัยเรือดำน้ำของแต่ละประเทศ นอกจากนี้การฝึกและการประชุมสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความร่วมมือเกี่ยวกับเรือดำน้ำในภูมิภาคอีกด้วย โดยหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าร่วมการฝึกและการประชุมสัมมนาเกี่ยวกับเรือดำน้ำในภูมิภาค ได้แก่ การฝึก Pacific Reach ซึ่งเป็นการฝึกช่วยเหลือและกู้ภัยเรือดำน้ำ และการสัมมนา Asia Pacific Submarine Conference ซึ่งเป็นการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกันของประเทศที่มีเรือดำน้ำในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิก

สรุป

ความสนใจในขีดความสามารถด้านเรือดำน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเติมเต็มขีดความสามารถของกำลังทางเรือ ทำให้เรือดำน้ำยังคงเป็นที่ต้องการของหลายประเทศในภูมิภาค และแนวโน้มการขยายตัวของกำลังเรือดำน้ำในภูมิภาคจะยังคงมีอยู่ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ดีการขยายตัวดังกล่าวไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันสะสมอาวุธ สืบเนื่องจากการพิจารณาทั้งด้านขีดความสามารถทางเทคนิคและสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งแนวโน้มความร่วมมือในภูมิภาคที่ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกิดการแข่งขันสะสมอาวุธในภูมิภาค ดังนั้นการขยายตัวของกำลังเรือดำน้ำในภูมิภาคจึงไม่ได้การแข่งขันสะสมอาวุธแต่อย่างใด แต่เป็นการเสริมสร้างสมดุลของกำลังทางเรือของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทิศทางเดียวกันมากกว่า

https://kapitaennem0.wordpress.com/2014/02/01/sea_sub/
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; Yesterday at 01:14 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 02:00 PM   #1419
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803

ความซับซ้อนของเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า กับที่มาของความเป็นสุดยอดอาวุธที่นานาชาติให้การยอมรับ
14 ธันวาคม 2014 เวลา 10:58 น.
จากความพยายามในการจัดหาเรือดำน้ำที่ผ่านๆ มาของกองทัพเรือ อาจทำให้หลายท่านมีคำถามว่า ทำไมเรือดำน้ำจึงมีราคาสูง ใช้เวลาสร้างเรือนาน และดูเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน หรืออาจมีคนเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าเรือดำน้ำเป็นสุดยอดอาวุธป้องปรามทางยุทธศาสตร์ของกำลังทางเรือที่สร้างความน่าเกรงขามและความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี ทั้งที่หลายท่านอาจมีความเข้าใจว่าเรือดำน้ำก็เป็นเรือรบอย่างหนึ่งที่สามารถดำลงใต้น้ำได้เท่านั้น บทความนี้จึงจะนำเสนอความซับซ้อนของการสร้างเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า ในเชิงเปรียบเทียบกับอาวุธและยานพาหนะประเภทอื่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตอบคำถามต่างๆ ที่ได้กล่าวไปในข้างต้น


ในความเป็นจริงแล้ว เรือดำน้ำมีความแตกต่างจากเรือผิวน้ำเป็นอย่างมาก ตั้งแต่แนวคิดการใช้เรือ พื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงความซับซ้อนของการสร้างเรือ เนื่องจากธรรมชาติของเรือดำน้ำจะต้องปฏิบัติการอยู่ในใต้น้ำ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย และฝืนธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไป นอกจากนี้ในขณะที่เรือดำน้ำปฏิบัติการอยู่ใต้น้ำ จะต้องสามารถดำรงชีวิตได้โดยลำพัง รวมทั้งต้องสามารถอยู่รอดได้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน โดยไม่สามารถรับการสนับสนุนจากภายนอกได้ (เพราะยานประเภทอื่นไม่สามารถลงไปให้การสนับสนุนใต้น้ำได้) ซึ่งแม้แต่เครื่องบินยังสามารถเติมน้ำมันกลางอากาศได้ และนักบินไม่มีความจำเป็นต้องดำรงชีวิตอยู่ในเครื่องบินเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ ดังนั้นแนวคิดของการสร้างเรือดำน้ำ จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับยานอวกาศ ที่จะต้องรองรับการดำรงชีวิตอยู่โดยลำพังเป็นเวลานาน ปราศจากการสนับสนุนจากภายนอก

ความซับซ้อนของการสร้างเรือดำน้ำ มีสาเหตุมาจากหน้าที่หลัก 2 ประการของเรือดำน้ำ กล่าวคือ การดำรงชีวิตต่อเนื่องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายโดยไม่มีการสนับสนุนจากภายนอก และการปฏิบัติการทางทหารโดยไม่ถูกตรวจจับ ไม่ว่าจะเป็นทางเสียง ทางคลื่นเรดาร์ ทางคลื่นอินฟราเรด หรือทางสายตา

เรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าขนาดกลาง มีระวางขับน้ำประมาณ 1,600 ตัน ยาวประมาณ 60-70 เมตร ซึ่งในขนาดมิติดังกล่าว จะต้องมีระบบย่อยต่างๆ กว่า 100 ระบบ มีท่อทางต่างๆ รวมความยาวกว่า 20 กม. และมีชิ้นส่วนประกอบกว่า 350,000 ชิ้น ซึ่งชิ้นส่วนและระบบย่อยต่างๆ ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และต้องทำงานประสานสอดคล้องกันเป็นหนึ่งเดียว โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเรือฟริเกตแล้ว เรือดำน้ำมีขนาดมิติประมาณครึ่งหนึ่งของเรือฟริเกต แต่มีจำนวนชิ้นส่วนมากกว่ากันถึง 2 เท่า และต้องใช้แรงงานและระยะเวลาในการสร้างมากกว่าเรือฟริเกต

นอกจากความซับซ้อนในการสร้างเรือแล้ว การใช้งานเรือดำน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องมีกำลังพลที่มีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการฝึกจนเกิดความชำนาญ จึงจะสามารถปฏิบัติงานเป็นหนึ่งเดียวกับเรือดำน้ำของตนได้ ด้วยเหตุนี้ เรือดำน้ำจึงเป็นอาวุธที่มีความละเอียดซับซ้อน มีราคาสูง และใช้เวลาสร้างนานกว่าเรือผิวน้ำ ส่งผลให้กองทัพที่มีเรือดำน้ำประจำการ และสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงเป็นกองทัพที่ได้รับการยอมรับนับถือและยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถจากนานาชาติ

เรือดำน้ำจึงเป็นสุดยอดอาวุธทางเรือด้วยประการฉะนี้

“Life is simple. Either you’re qualified or you’re not!”

https://www.facebook.com/notes/subma...18684834836199
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 03:56 PM   #1420
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,666
Likes (Received): 1803


ช่วงนี้ประเด็นรัฐบาลกำลังจะสั่งซื้อเรือดำน้ำกำลังฮอท คนก็วิจารณ์กันไปต่างๆนานา มีเพื่อนจ่าคนนึงตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย แกสนใจเรื่องยุทโธปกรณ์ของกองทัพมากๆและติดตามข้อมูลเรื่องนี้มาโดยตลอด
จ่าอ่านที่เขาอธิบายเรื่องการซื้อเรือดำน้ำแล้วน่าสนใจดีจึงขอเอามาเผยแพร่ให้อ่านกัน

อนึ่ง เพื่อนจ่าคนนี้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในทางการเมืองเป็นพิเศษครับ ไม่ต้องห่วง

อสอง ภาพประกอบไม่ใช่เรือดำน้ำ แต่กูชอบ!! ใครจะทำไม!!
ซึนเดเระครุยเซอร์ บันไซ!!! บันไซ!! บันไซ!!!

---------------------------

ถือว่า เป็น Hot topic เรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ อย่างมาก
มีหลายประเด็นที่ข้อโต้แย้งเรื่องการจัดซื้อครั้งนี้ ในฐานะผู้ที่ติดตามข่าวสารด้านอาวุธยุทธโธปกรณ์นาน อยากแสดงความคิดเห็นบ้าง ในเรื่องนี้ อยากแจกแจงประเด็นดังนี้
...........................................................................................................
- ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ ??

การพัฒนาประเทศนั้นต้องพัฒนาคู่กับความมั่นคง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด เมื่อพูดถึงการรักษาความมั่นคง ก็ต้องกล่าวถึงการพัฒนากองทัพ ให้ทันโลกที่เปลียนแปลงไป ณ วันนี้ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ล้วนพัฒนากองทัพกันรวดเร็วมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพเรือ ประเทศที่ลายล้อม ประเทศไทย ล้วนมีเรือดำน้ำ กันหลายประเทศ เช่น มาเลย์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศที่กำลังจัดซื้อในอนาคต เช่น พม่า
เมื่อประเทศเพื่อนบ้านมี ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ ก็ต้องปรับทันที เพราะแน่นอนว่า สงครามเต็มรูปแบบอย่างสงครามเวียดนาม คงไม่เกิด แต่สงครามในรูปแบบข้อพิพาท อาจเกิดได้มากขึ้น

ล่าสุดก็ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือ กรณีข้อพิพาทกับกัมพูชา เรื่องพื้นที่ 4.6 ตร กม หากประเทศไทยเราไม่มีระบบปืนใหญ่ ระบบอากาศยานไร้คนขับ และเครื่องบินโจมตีที่ดีพอ หากตอนนั้นเรารอเจรจาได้อย่างเดียว การสูญเสียดินแดนและกำลังพล อาจเกิดขึ้นมากกว่านี้แน่นอน
แน่นอนว่าตอนนี้ ข้อพิพาทระหว่างประเทศมาเลย์ เวียดนาม เราอาจไม่มี ณ เวลานี้ แต่อนาคต อาจไม่แน่นอน เพราะตอนนี้ เรามีปัญหาเรื่องการจัดแบ่งพื้นที่ทางทะเลกับมาเลย์อยู่ หลายส่วนที่ยังจัดแบ่งไม่ได้ เพราะพื้นที่เหล่านั้น เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน

การมีเรือดำน้ำจึงจำเป็นต้องมีเพื่อเป็นอาวุธ ในเชิงป้องปรามทางยุทธศาสตร์กับประเทศคู่พิพาทที่ดีที่สุดในสงครามทางเรือ เพราะการลาดตระเวนแต่ละครั้งของเรือดำน้ำ ประเทศคู่พิพาทไม่สามารถรู้เลยได้ว่า มันเดินทางไปไหน ทำภารกิจอะไร จะโจมตีประเทศเราหรือไม่

- อ่าวไทยไม่เหมาะกับการมีเรือดำน้ำ เพราะมันตื้นมาก ??
ความลึกโดยเฉลี่ยของอ่าวไทย อยู่ที่ประมาณ 80 เมตร ในวงการทหารมีการซ้อมรบของเรื่อดำน้ำ มิตรประทศบ่อยครั้ง เช่น ล่าสุด เรือดำน้ำนิวเคลียร์ของ US Navy ก็เพิ่งเดินทางมาซ้อมรบกับประเทศไทย ก็สามารถทำการเดินเรือได้ตามปกติ ไม่ได้พบปัญหาว่าเกยตื้น ตามหลายผู้ ไม่รู้ ออกมาวิจารณ์ และ เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ SH-60 ของไทย ก็ไม่สามารถตรวจพบเรือดำน้ำจากการตรวจด้วยสายตา บนพื้นผิวน้ำ
จึงสามารถ ตอบได้เลยว่า เรือดำน้ำเกยตื้น เป็นไปไม่ได้เลย

- งบประมาณที่จัดซื้อนั้น ต้องเจียดแบ่งมาจากกระทรวงอื่น ??
อันนี้ ขอตอบเลยว่า เป็นงบที่กองทัพเรือจัดสรร ไว้ในงบผูกพันข้ามหลายปีงบประมาณ เพื่อจัดซื้อ ไม่ได้ของบใหม่เพื่อซื้อแบบฉุกเฉิน แต่การจัดซื้อในช่วงนี้ อาจไม่เหมาะสมมากนักเพราะประเทศเรากำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจ และอีกเหตุผลที่ไม่เหมาะนัก คือ เมื่อกองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำ งบส่วนที่จะพัฒนากองทัพด้านอื่นต้องลดลง เช่น การจัดซื้อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเฟสที่สอง หรือ สาม อาจจะชะลอก่อน ทั้งที่เรือส่วนนี้มีประโยชน์ในการใช้งานมากกว่า

- เรือดำน้ำจีน มีปัญหาไหม ??
ขอเล่าแบบ พลเรือนผู้ติดตามข่าว ใช้ภาษาชาวบ้านนะครับ
เรือดำน้ำ ถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่บางประเทศเท่านั้น สามารถผลิตได้ ประเทศเหล่านั้น มักเป็นมหาอำนาจทางการทหาร เช่น อเมริกา รัสเซีย ฝรั่งเศษ เยอรมัน สวีเดน อิตาลี จีน อังกฤษ เป็นต้น แต่โดยระบบของอาวุธนั้น จะแบ่งเป็นสองค่ายหลักๆ คือ ค่ายตะวันตก หรือ ที่เรียกว่าระบบนาโต้ ประเทศที่ใช้ระบบอาวุธเหล่านี้ จะเป็นกลุ่มประเทศตะวันตกเป็นหลัก ส่วนอีกค่าย คือ ค่ายตะวันออก ซึ่งประเทศหลักที่ใช้ระบบเหล่านี้ ได้แก่ จีน และรัสเซีย

ระบบอาวุธสองค่ายนี้ มีความต่างกันมาก ทั้งการออกแบบ มาตรวัต โปรแกรมพื้นฐาน ซึ่งประเทศไทย ระบบอาวุธมาก จะถือระบบนาโต้เป็นหลัก
แต่กองทัพเรือของไทยนั้น พื้นฐานโดยมากเป็นระบบอาวุธนาโต้ แต่ก็มีเรือรบ เช่น เรือหลวงเจ้าพระยา ที่ใช้ระบบอาวุธของจีน หรือ เรือหลวงนเรศวรที่ใช้ระบบของจีน ในระยะแรก เป็นต้น ทำให้เรามีประสบการณ์กับระบบเหล่านี้ แต่ปัญหาที่พบคือ การเชื่อมต่อของระบบโดยภาพรวมของกองทัพ ให้เป็นหนึ่งเดียว ที่มักมีปัญหา แต่กองเรือก็แก้ปัญหามาได้ตลอด
คราวนี้ เรื่องเรือดำน้ำ ที่กองทัพจะจัดซื้อ กองทัพได้วางแผนมา 20 ปี แล้ว ที่จะจัดซื้อ แต่ก็ล้มมาโดยตลอด ด้วยเหตุทั้งงบประมาณและการเมือง
ครั้งล่าสุดที่ล้มไป ก็เพราะปัญหาการเมืองเมื่อสามสี่ปีก่อน
คราวนี้ กองทัพเรือมีบทเรียน เร่งทำสื่อประชาสัมพันธ์ เปิดให้บริษัทต่างๆ เข้ามาเสนอข้อมูล สรุป มีห้าประเทศ ที่นำเสนอ คือ รัสเซีย จีน สวีเดน เกากลี และเยอรมัน

รัสเซีย นำเสนอเรือดำน้ำรุ่นใหม่ ในจำนวนสองลำ เรือดำน้ำ ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบ ตรวจจับยาก มีประเทศเวียดน้ำที่เพิ่งจัดซื้อไป ไม่มีข่าวปัญหามากนัก

สวีเดน นำเสนอเรือดำน้ำรุ่นไหม ที่ยังเป็นร่างพิมพ์เขียว ไม่ได้รับการสร้างจริง แต่มีข้อเสนอที่ดี คือ เรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ ระบบการเชื่อมต่อ ซึ่งต้องเข้าใจว่า ณ วันนี้ ระบบอำนวยการรบของกองทัพเรือ สวีเดนเป็นคนจัดการให้หมด ถ้าซื้อน่าจะง่ายเชื่อมต่อระบบทั้งหมด

เยอรมัน ถือว่าเป็นประเทศที่มีเทคโลยี ของเรือดำน้ำสูงมาก กองทัพเรือส่งคนไปเรียน และศึกษามาตลอด คุณภาพถือว่าดีมาก
เกาหลี ซื้อลิขสิทธฺ์ของเรือเยอรมัน มาออกแบบใหม่ ซึ่งอินโดนีเซีย ก็เป็นลูกค้าเหมือนกัน

สุดท้าย จีน นำเสนอเรือดำน้ำ รุ่น ST-26 เป็นเรือดำน้ำรุ่นใหม่ ที่ใช้พลังงานดีเซล มีระบบ AIP ( AIP เป็นระบบช่วยต่อเครื่องยนต์แบบไม่พึ่งพาออกซิเจน ทำให้เรือดำน้ำได้นานมากขึ้น ไม่ต้องมาเติมออกซิเจนที่ผิวน้ำ) :ซึ่งจีนนั้น ขอซื้อระบบนี้มาจากสวีเดน แล้วมาต่อยอดใหม่ และจีนนำเสนอ แพคเก็ต ราคา 36000 ล้าน ประเทศอื่นให้ได้แค่สองลำ แต่จีนให้สามลำที่มีขนาดเรือใหญ่กว่าด้วย ร่วมกับ จีน เสนอจะถ่ายทอดเทคโนโลยีบางส่วนให้ด้วย พร้อมแถมอาวุธไว้ใช้งานอีก

จากข้อมูลทั้งหมด ดูเหมือนจีน จะมีข้อเสนอดีสุด
แต่ปัญหา คือ กองทัพเรือมีประสบการณ์ใช้อาวุธของจีนในทางที่ไม่ดี เช่น เรือหลวงนเรศวร นั้นระบบการประกอบเรือค่อนข้างไม่ดี เรือผุเรือเร็วมาก สายไฟที่ใช้เสื่อมเร็ว ความเข้ากันได้กับระบบอาวุธกับเรือลำอื่น ที่เป็นระบบนาโต้มีปํญหามาก เรียกได้ว่า ผู้ปฏิบัติ ขยาดกับเรือรบจีนเลย
แต่ต้องเข้าใจว่าเรือหรือระบบเหล่านั้น เป็นเรือที่ผลิตเมื่อยี่สิบปีก่อน ปัจจุบัน เรือรบจีนค่อนข้างล้ำหน้ามาก มีระบบอาวุธบางอย่างใกล้กับตะวันตกเลย แต่ความน่าเชื่อถือยังต่ำ ในมุมมองตะวันตก

รัฐบาลผู้ใหญ่ ในกองทัพ รู้ปัญหานี้ดี จึงมีการจัดตั้งกรรมการ โดยเอาผู้ที่จะ)ฏิบัติงานมาลงมติ เสียงเอาเรือจีน 14 ต่อ 3 เสียง คราวนี้

กองทัพเลย ประกาศว่าการจัดซื้อครั้ง เรือดำน้ำจีนเป็นผู้ชนะ
แต่ในแวดวงของผู้ติดตามข่าว ล้วนไม่มั่นใจระบบอาวุธของจีนในเรื่องคุณภาพ กลัวจะพังง่าย มีปัญหาดั่งเช่นอดีต แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้ นายก และ รมว ให้อิสระกับกองทัพเรือเป็นผู้จัดซื้อเอง

ความเห็นส่วนตัว ผม คิดว่า เรือดำน้ำเยอรมัน นั้นดีที่สุด กองทัพส่งคนไปเรียนมานาน และจัดตั้งศูนย์จำลองมาเลย แต่ ของจีนนำเสนอ Package ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ก็ต้องเลือกเอา หากผมเป็น ผบ ทร คงอยากจัดซื้อของจีนเหมือนกัน

หลายคน บอกว่า เดี๋ยวนี้ Iphone ยังทำในจีนเลย แล้วเรือดำน้ำที่ซื้ออาจจะดีมีคุณภาพก็ได้

- การจัดซื้อมีผลต่ออเมริกาไหม
การจัดซื้อครั้งนี้ แทบไม่มีผลอะไรเลย กับอเมริกาเลย เพราะอเมริกา รู้อยู่แล้วว่าเราต้องจัดซื้อ การซื้อของจีนก็ไม่ได้มีผลกับเขาเลย เพราะอเมริกาไม่ได้เสนอขายเรือดำน้ำให้เราเลย (อเมริกาถือว่าเรือดำน้ำเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและลับสุดอันหนึ่ง ยากที่จะขายให้กับประเทศอื่น) ส่วนตัวมองว่า การจัดซื้อ อาจมีประโยชน์ในกับอเมริกาอีก เพราะเขายิ่งอยากมาร่วมซ้อมรบกับเรามากขึ้น เพื่อเรียนรู้เท๕โนโลยีจีน และผู้ใหญ่ในประเทศนี้ คงคุยกันนอกรอบกับมหาอำนาจทั้งสองฝ่ายแล้วด้วย

..........................................................................................................

สรุป การจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้

ผลดี คือ ทำให้กองทัพเรือ มีระบบอาวุธที่สมบูรณ์สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การป้องกันประเทศ และ เรือดำน้ำจีน ดูเหมือนเป็น Deal ที่ดีที่สุด ของเหล่าประเทศที่เสนอมา

ผลเสีย คือ ความเหมาะสมของช่วงเวลาที่จัดซื้อ อาจไม่เหมาะที่มาซื้อในภาวะที่ประเทศกำลังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ถึงแม้งบเหล่านี้ไม่ได้มาจากงบของกระทรวงอื่น และอีอย่าง การที่กองทัพจัดซื้อ อาจทำให้ แผนการพัฒนากองเรือด้านอื่น ที่อาจมีประโยชน์มากกว่า อาจชะลอไป เช่น เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่ได้ใช้งานมากกว่า

ข้อควรระวังและน่าติดตาม คือ การคอรัปชั่น และ คุณภาพของเรือ

https://www.facebook.com/DramaAdd/ph...type=1&theater
http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1436013841



‘เรือดำน้ำจีน’?แสนยานุภาพกองทัพเรือที่รอคอย
เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมหลังจากกองทัพเรือเตรียมเสนอแผนจัดซื้อ "เรือดำน้ำ" ใหม่จากจีน 3 ลำ งบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งนับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของกองทัพเรือในการผลักดันให้ประเทศมีเรือดำน้ำประจำการด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

หากนับเอาปีแรกที่มีการจัดทำเอกสารการจัดโครงสร้างกำลังทางเรือเมื่อ 2453 สามารถประมาณได้ว่า ในปี 2558 นี้ ถือเป็นความพยายามมากว่า 100 ปี ที่กองทัพเรือต้องการจัดหา "เรือดำน้ำ" มาประจำการ

เมื่อย้อนดูเอกสารการจัดโครงสร้างกำลังทางเรือที่ทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 6 นั้น ระบุไว้ว่า ให้มี เรือ ส. (สับมะรีน) จำนวน 6 ลำ แต่จนแล้วจนเล่าประเทศไทยไม่เคยมีเรือดำน้ำ กระทั่งในปี 2458 มีความพยายามในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จากนั้นในปี 2478 รัฐบาลไทยสามารถมีเรือดำนำเสริมเขี้ยวเล็บทางหาร โดยให้บริษัทมิตซูบิชิของญี่ปุ่นต่อให้ จึงเป็นที่มาของตำนานเรือดำน้ำ 4 ลำ คือ "มัจฉานุ วิรุณ สินสมุทร และ พลายชุมพล"

ทั้งนี้ กองทัพเรือได้ใช้เรือดำน้ำที่มีอยู่ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ปัญหาการซ่อมบำรุงเกิดขึ้น เพราะไม่สามารถหาอะไหล่มาทดแทนส่วนที่สึกหรอได้ ประกอบกับในปี 2494 เกิด "กบฏแมนฮัตตัน" กองทัพเรือจึงถูกบอนไซด้วยการลดขนาดกำลังพล และถูกสั่งยุบหมวดเรือดำน้ำ ตามด้วยการปลดประจำการเรือดำน้ำในตำนานของไทยทั้ง 4 ลำ

เรือดำน้ำนับเป็นอาวุธลับไว้ต่อกรกับศัตรู เพราะสามารถพรางตัวแอบไปยิงข้าศึกที่มีขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นจึงมีความพยายามจัดหาเรือดำน้ำมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันเมื่อสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลาย กองทัพเรือเริ่มขยับขยายด้วยการจัดให้มีหน่วยเรือดำน้ำในปี 2528 และขยับขึ้นเป็นกองเรือดำน้ำเมื่อปี 2533

ที่ฮือฮามากที่สุดคือปี 2537 กองทัพเรือได้ตั้งงบประมาณ 17,000 ล้านบาทเพื่อจัดหาเรือดำน้ำชั้น Gotland ที่มีบริษัทค็อกคูมส์ ประเทศสวีเดน เป็นผู้ผลิต

ว่ากันว่า Gotland เป็นเรือดำน้ำที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น เพราะมีระบบ AIP (เหมือนกับ เรือดำน้ำชั้นหยวน ของจีน) หากไทยจัดซื้อได้ก็ได้ชื่อว่า "ไทยมีเรือดำน้ำที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค" แต่น่าเสียดายที่ในช่วงนั้นกองทัพเรือถูกโจมตี และอภิปรายในสภาในเรื่องของค่าคอมมิชชั่น และเรื่องงบประมาณ เพราะเพิ่งจัดหาเรือหลายลำ หนึ่งในนั้นคือ เรือจักรีนฤเบศร สุดท้ายต้องพับโครงการนี้ไป ขณะที่ประเทศไทยพับโครงการนี้ไป ปรากฏว่า สิงคโปร์เซ็นสัญญาจัดหาเรือดำน้ำชั้นชาเลนเจอร์ 4 ลำ จากสวีเดน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2544 กองทัพมีความพยายามจะจัดหาเรือดำน้ำอีกครั้ง แต่โครงการไม่ผ่าน ขณะที่มาเลเซียกลับเซ็นสัญญาจัดหาเรือดำน้ำได้สำเร็จในปีเดียวกันนี้

ถัดมาอีกในปี 2552 กองทัพเรือมีความพยายามอีก แต่ก็จบลงแบบเดิมอีก แต่เวียดนามซึ่งมีปัญหากับจีนในเรื่องเขตแดน ได้เซ็นสัญญากับรัสเซียจัดหาเรือดำน้ำชั้น Kilo จำนวน 6 ลำ (ปัจจุบันส่งมอบแล้ว 3 ลำ)

แม้จะผิดหวังมาหลายครั้ง กองทัพเรือไทยยังไม่ลดละ ปี 2553 เสนอโครงการเรือดำน้ำอีกครั้งภายใต้งบประมาณสูงลิ่ว 48,000 ล้านบาท เป็นจังหวะที่กองทัพเรือเยอรมนี ปลดระวางเรือ U206 พอดี โดยเยอรมนีเตรียมจะขายให้ไทยประกอบด้วยเรือ 4 ลำ อะไหล่ 2 ลำพร้อมอาวุธ อุปกรณ์เครื่องฝึก ในราคาโลว์คอสต์เพียงแค่ 75,000 ล้านบาท

แต่เป็นอีกครั้งที่กองทัพเรือต้องผิดหวัง เมื่อถูกโจมตีว่า เป็นของมือสอง ทำให้กระทรวงกลาโหมตีกลับให้กองทัพเรือทบทวนจนหมดเวลา ส่งผลให้กองทัพเรือโคลอมเบียได้รับอานิสงส์ส้มหล่นได้เรือดำน้ำเยอรมนีไปครอบครอง

มาถึงครานี้ในรัฐบาลที่มีผู้นำเป็นหัวหน้าเหล่าทัพ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า น่าจะเป็นโอกาสดีที่สุดของกองทัพเรือในการจัดหาเรือดำน้ำได้สำเร็จ

ถ้อยแถลงของ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ยืนยันความโปร่งใส ไม่มีนอกมีใน คณะกรรมการทั้ง 17 คน มีอิสระในการตัดสินใจ ภายหลังจากไปดูงานเรือดำน้ำมาแล้ว 6 ประเทศ สุดท้ายตัดสินใจเลือกเรือดำน้ำจากประเทศจีน เพราะเสนอออปชั่นทั้งการฝึกอบรม อะไหล่ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 3 ลำ 36,000 ล้านบาท เทียบกับซื้อจากที่อื่นได้แค่ 2 ลำเท่านั้น

เรือดำน้ำของจีนรุ่นนี้ ใช้ระบบ Air-Independent Propulsion system AIP (เหมือนของบริษัทค็อกคูมส์) โดยเครื่องยนต์ไม่ต้องพึ่งอากาศจากผิวน้ำอันจะทำให้เรืออยู่ใต้น้ำนานได้นานถึง 21 วัน ทำให้ปลอดภัยจากการตรวจจับของดาวเทียมทหาร

จุดที่น่าสนใจตรงที่บอกว่า ทุกฝ่ายต่างยืนยันว่า งานนี้ไม่มีการล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง แต่เมื่อกลับไปดูข้อมูลกลับพบว่า ตัวแทนของบริษัท เอสซีโอเอส ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจต่อเรือของจีน เดินทางมาบรรยายเกี่ยวกับเรือดำน้ำให้กองทัพเรือตั้งแต่เดือนมกราคมมาแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น วันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม คนที่ ผู้บัญชาการทหารเรือบอกว่าจะเป็นผู้ตัดสินใจนำเรื่องเข้า ครม.หรือไม่นั้น ได้เดินทางไปเยือนจีน ซึ่งหลังจากเดินทางกลับมานักข่าวถามเรื่องเรือดำน้ำ พล.อ.ประวิตร บอกว่า ต้องไปถามกองทัพเรือ แม้กระทั่งผู้บัญชาการทหารเรือบอกว่า กองทัพเรือเคาะแล้วว่าจะซื้อเรือจีน พล.อ.ประวิตร ยังบอกว่า ให้ไปถามกองทัพเรือ

แต่ที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นก็คือ เมื่อวันที่ 28 เมษายน หรือ 20 วันถัดมา ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณ 200 ล้านบาทให้กองทัพเรือไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเรือดำน้ำ ซึ่งในความเป็นจริง กองเรือดำน้ำนั้นมีความพร้อมอยู่แล้ว รอแค่ว่า จะมีเรือดำน้ำได้เมื่อไหร่เท่านั้น

มติ ครม.ในวันเดียวกัน ยังให้ยกเลิกมติครม.เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 ที่ให้ชะลอโครงการจัดหาเรือดำน้ำไว้ก่อน

หมายความว่าอย่างไร?

หรือจะหมายความว่าให้เดินเครื่องโครงการจัดหาเรือดำน้ำได้ต่อไปใช่หรือไม่ ?

เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นถึงแม้ พล.อ.ประวิตร จะเคยบอกว่า มติครม.เห็นชอบในหลักการที่กองทัพเรือจะมีเรือดำน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะมีในวันนี้พรุ่งนี้

การจัดซื้อดังกล่าวถึงแม้ว่าจะมีเสียงทักท้วงในเรื่อง "เทคโนโลยี" จากจีน เพราะก่อนหน้านี้ไทยเคยซื้อเรือจากจีนมาแล้ว รวมทั้งข้อสงสัยในเรื่องของความพร้อมของไทยว่ามีกำลังซื้อพอหรือไม่ มาถึงคำถามสำคัญอีกคำถามคือ ภัยคุกคามทางทะเลของไทยนั้น รุนแรงจนถึงกับต้องมีเรือดำน้ำในเร็วๆ นี้หรือไม่ เพราะหากจะเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อนหน้านี้ถูกยกมาเป็นเหตุผลว่า "เพื่อนบ้านมี เราก็ต้องมี"

เมื่อวิเคราะห์กันด้วยเหตุผลจะพบว่า แม้มาเลเซียจะมีเรือดำน้ำ แต่มาเลเซียถือเป็นหุ้นส่วนกับไทยที่แบ่งปันผลประโยชน์จากแหล่งก๊าซในอ่าวไทย ขณะเดียวกันในส่วนของกัมพูชาก็พบว่าในอนาคตนี้ไทยกับกัมพูชาจะเป็นหุ้นส่วนในการแบ่งก๊าซในอ่าวไทยด้วยเช่นกัน ทั้งหมดจึงไม่น่าจะถูกจัดให้เป็น "ภัยคุกคาม" ส่วนประเทศพม่าก็เกาะเกี่ยวกับไทยจากโครงการทวาย แม้วันนี้พม่าจะยังไม่มีเรือดำน้ำ แต่ก็มีแผนในการจัดหาเรือดำน้ำ

ดังนั้น การมีเรือดำน้ำของไทยคงไม่ใช่จากเหตุผลที่ว่า "เพื่อนบ้านมีกันแล้ว เป็นแน่แท้"


http://www.komchadluek.net/detail/20150704/209146.html
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; Yesterday at 06:16 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:37 AM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu