daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old May 10th, 2015, 02:59 PM   #2801
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

หัวหน้ากลุ่มกบฏร้องรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญให้สิทธิปกครองตนเองก่อนลงนามหยุดยิง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 พฤษภาคม 2558 00:06 น. (แก้ไขล่าสุด 8 พฤษภาคม 2558 11:30 น.)

รอยเตอร์ - หัวหน้ากลุ่มกบฏกลุ่มต่างๆ ในพม่า เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะให้อิสระในการปกครองตนเองมากขึ้นต่อชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ ขั้นตอนที่หัวหน้ากลุ่มกบฏระบุว่า จะทำให้ง่ายยิ่งขึ้นที่จะลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ

ในคำแถลงที่ออกหลังสิ้นสุดการประชุมนาน 6 วัน ในเมืองปางซาง บริเวณชายแดนติดกับจีน หัวหน้ากองกำลังกบฏนับสิบกลุ่มจากกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มต่างๆ ในพม่า ยังเรียกร้องให้รัฐบาลพม่ายุติการโจมตีทางทหารต่อพวกเขา และสร้างระบบสหพันธรัฐ

หัวหน้ากบฏกลุ่มต่างๆ ได้รวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่ของกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างข้อตกลงหยุดยิงที่สรุปกันในเดือน มี.ค. หลังผู้เจรจาต่อรองหารือกันนานเกือบ 2 ปี

การเจรจาสันติภาพถูกขัดขวางด้วยการต่อสู้รุนแรงที่ปะทุขึ้นในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพข้ามพรมแดนไปยังฝั่งจีน

รัฐบาลกึ่งพลเรือนของพม่า เข้าบริหารประเทศในปี 2554 หลังอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหารนาน 49 ปี ระบุว่า รัฐบาลต้องการลงนามข้อตกลงทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้เพื่อยุติความขัดแย้งต่อกลุ่มต่างๆ ที่ลุกขึ้นจับอาวุธนับตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชในปี 2491

แต่ระบอบสหพันธรัฐกลายเป็นจุดติดขัดในการเจรจา กลุ่มกบฏต้องการการปกครองตนเองมากขึ้น ขณะที่ทหารยังคงย้ำถึงความจำเป็นของรัฐบาลเข้มแข็งจากส่วนกลางตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

“หากรัฐบาลตกลงตามข้อเรียกร้องของเราที่จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2552 เพื่อนำมาซึ่งประชาธิปไตย ความเสมอภาคทางเชื้อชาติ และสิทธิในการปกครองตนเอง เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสหพันธรัฐ” คำแถลงของหัวหน้ากบฏ ระบุ

มาย ฟอง กอ เลขาธิการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตาอาง (TNLA) กล่าวต่อรอยเตอร์ว่า หากรัฐบาลไม่พิจารณาข้อเรียกร้องของพวกเขาในการหารือที่จะมีขึ้น ข้อตกลงหยุดยิงแห่งชาติจะต้องล่าช้าออกไปอีกอย่างแน่นอน

เย ตุ๊ต รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารพม่า กล่าวว่า เขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวได้ เพราะเขายังไม่ได้อ่านคำแถลง

ความตึงเครียดระหว่างชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ต่างๆ ของพม่า และชนชาวพม่าส่วนใหญ่ ที่ครองรัฐบาล ทำให้หลายกลุ่มจับอาวุธ และต่อสู้กับทหารตามพรมแดนประเทศ และเมื่อไม่นานนี้ เกิดเหตุการณ์การต่อสู้ที่บริเวณพรมแดนทางด้านตะวันออกติดกับจีน ระหว่างกองกำลังของรัฐบาลและกลุ่มที่เรียกว่ากองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติพม่า (MNDAA) ที่มีเชื้อสายจีน

TNLA และกองทัพอาระกัน ได้ต่อสู้ร่วมกันกับ MNDAA

รัฐบาลปฏิเสธที่จะยอมรับ 3 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถูกต้องตามกฎหมายในการเจรจาสันติภาพ และกองทัพประกาศเตือนสื่อต่างๆ ว่า หากรายงานคำแถลงของกลุ่ม MNDAA อาจถูกฟ้องได้

ในคำแถลงของกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ที่ออกในวันสุดท้ายของการประชุม หัวหน้ากลุุ่มกบฏยังเรียกร้องให้รัฐบาลรวมกลุ่ม MNDAA TNLA และกองทัพอาระกัน อยู่ในการเจรจาในอนาคตด้วย.

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9580000052364
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old May 11th, 2015, 11:35 AM   #2802
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

มรสุมเศรษฐกิจกระหน่ำรัฐบาลอินโดฯ

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนาหูขึ้นทุกขณะว่า ทีมงานด้านนี้ของประธานาธิบดีโจโค วิโดโด อาจ "ไม่เก่งพอ"

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2558 เวลา 15:18 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย เรียกประชุมฉุกเฉินรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) เมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ร้อยละ 5.01 ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 สร้างความกงัวลให้แก่หลายฝ่ายว่า บรรยากาศซบเซาของเศรษฐกิจซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วทั้งภูมิภาค

วิโดโดยืนยันมาตลอดเรื่องการรักษาระดับการขยายตัวของจีดีพีในประเทศให้อยู่ที่ราวร้อยละ 7 ตลอดช่วงเวลา 5 ปีของการดำรงตำแหน่งผู้นำอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีหรือแม้แต่ทีมงานของวิโดโดวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยว่า เป็นผลจากประสิทธิภาพของรัฐมนตรีและระบบข้าราชการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งยังไม่ได้ "มาตรฐาน"

แม้ผู้นำอินโดนีเซียยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงในประเทศ ทันทีที่ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังไม่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น และทุ่มงบประมาณมากมหาศาลเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทั้งท่าเรือ ถนน และเส้นทางรถไฟ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ แต่สถิติเมื่อถึงวันที่ 25 เม.ย. ปรากฏว่า รัฐบาลใช้เงินไปเพียง 7 ล้านล้านรูเปียห์ ( ราว 191,100 ล้านบาท ) หรือเพียงร้อยละ 2 จากงบประมาณแผ่นดินมูลค่า 290 ล้านล้านรูเปียห์เท่านั้น ( ราว 7.16 ล้านล้านบาท )

การที่รัฐบาลจาการ์ตาของวิโดโดไม่ใช้งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากสภา ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศซบเซา และอัตราการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่เพียงร้อยละ 4.7

รองประธานาธิบดียูซูฟ กัลลา กล่าวว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นภายในอีก "ไม่กี่สัปดาห์" แต่วิโดโดไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ขณะที่ประชาชนเริ่มแสดงความไม่พอใจมากขึ้นต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีการคาดการณ์ว่าการขยายตัวในปีนี้อาจอยู่ที่เพียงร้อยละ 5.2 ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.7

จริงอยู่ที่การปรับคณะรัฐมนตรีในตำแหน่งสำคัญทั้งที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี สะท้อนปัญหาในการทำงานของรัฐบาล แต่อย่างน้อยการตระหนักถึงปัญหาแล้วแสดงความตั้งใจในการแก้ไขเร็วขึ้นเท่าไหร่ น่าจะก่อให้เกิดผลดีเร็วขึ้นกว่าการนั่งกังวลแต่ไม่ทำสิ่งใดอย่างจริงจัง

http://www.dailynews.co.th/foreign/320419
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 11th, 2015, 02:25 PM   #2803
WalkerEmp
Registered User
 
WalkerEmp's Avatar
 
Join Date: Feb 2012
Posts: 704
Likes (Received): 476

ลบ

Last edited by WalkerEmp; May 11th, 2015 at 02:41 PM.
WalkerEmp no está en línea   Reply With Quote
Old May 11th, 2015, 04:25 PM   #2804
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

"อิออน" ปักธงห้างแดนอิเหนา จับมือยักษ์อสังหาฯ ผุดมอลล์ แสน ตร.ม.

updated: 09 เม.ย 2558 เวลา 21:15:06 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะซบเซาและสภาพอิ่มตัวของธุรกิจในหลายประเทศ ทำให้นักลงทุนและกิจการยักษ์ใหญ่ต่างจับจ้องมาที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอินโดนีเซียเองเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ รวมถึงการมีจำนวนประชากรกว่า 252 ล้านคน ยิ่งทำให้ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดสำนักข่าว จาการ์ตา โกลบ รายงานว่าห้างสรรพสินค้าแบรนด์ "อิออน" แห่งแรกของอินโดนีเซีย ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัทอิออน มอลล์ อินโดนีเซีย กับ บริษัท ซินา มาส แลนด์ (Sinar Mas Land) ยักษ์อสังหาฯของอินโดนีเซียได้มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้หลังจากมีข่าวออกมาเมื่อปลายปี 2014 ในชื่อว่า "อิออน มอลล์ ซินามาส แลนด์ อินโดนีเซีย" (Aeon Mall Sinarmas Land Indonesia) หรือชื่อย่อว่า AMSL

ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้จะตั้งอยู่ในเมืองบูมิ เซอร์ปง ดาไม (Bumi Serpong Damai) หรือเมือง BSD บริเวณชานเมืองทิศใต้ของกรุงจาการ์ตาเมืองหลวงของอินโดนีเซีย ภายในประกอบด้วยร้านค้า 280 ร้าน บนพื้นที่ 1 แสนตารางเมตร ซึ่งในจำนวนนี้ 47 ร้านจะเป็นแบรนด์ชื่อดังจากญี่ปุ่นและกว่าครึ่งจะเปิดเป็นสาขาแรกในอินโดนีเซีย

"อิซาค จันดรา" ผู้อำนวยการของ ซินา มาส แลนด์ ประเมินว่าโครงการนี้น่าจะใช้งบประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอิออน มอลล์ อินโดนีเซียลงทุนในสัดส่วน 67%

"ริวมะ โอคาซากิ" ประธานผู้อำนวยการของทั้ง AMSL และอิออน มอลล์ อินโดนีเซียกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าผู้ใช้บริการห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ไว้ที่ 12 ล้านคนต่อปี โดยจะเน้นไปที่กลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง-สูงที่อาศัยอยู่ในเมืองบูมิ เซอร์ปง ดาไม รวมถึงจากพื้นที่ด้านตะวันตกและเหนือของกรุงจาการ์ตาด้วย

หลังจากนี้เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวของชนชั้นกลางในอินโดนีเซีย บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดห้างสรรพสินค้าเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 20 แห่งในอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดชวาตะวันตก (West Java) และเขตเมืองจาการ์ตา ด้วยเงินลงทุนประมาณ 667.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บริษัทตั้งไว้ในแผนลงทุนระยะ 5-8 ปี เมื่อปี 2013

ปัจจุบันบริษัทมีกำหนดเริ่มก่อสร้างห้างอิออนแห่งที่ 2 ซึ่งจะเริ่มโครงการในเดือนพฤษภาคมเช่นกัน โดยคาดว่าจะตั้งอยู่ที่ เมืองจาการ์ตา การ์เดน ซิตี้ (Jakarta Garden City) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุงจาการ์ตา

การขยายสาขาห้างอิออนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายตลาดออกนอกประเทศญี่ปุ่นของบริษัทแม่ หลังจากมีสาขากว่า 120 แห่งในญี่ปุ่น ด้วยการตั้งเป้ารุกตลาดค้าปลีกจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก

โดยเมื่อช่วงต้นปี 2015 อิออนได้เข้าถือหุ้นในธุรกิจค้าปลีก 2 รายของเวียดนาม คือ ไฟวิมาร์ท (Fivimart) และ ซิตี้มาร์ท (Citimart) ซึ่งมีร้านค้าปลีก 20 แห่งในกรุงฮานอย และ 27 แห่งในโฮจิมินห์ซิตี ตามลำดับ

บริษัทให้เหตุผลของการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อเรียนรู้ภาพรวมตลาดค้าปลีกและการจัดหาสินค้าในเวียดนามแลกเปลี่ยนกับองค์ความรู้ด้านการควบคุมคุณภาพและการวางระบบโลจิสติกส์กับบริษัททั้ง 2 แห่ง

นอกจากนี้อิออนยังมีแผนเปิดห้างสรรพสินค้าแห่งที่ 3 ในเวียดนามที่กรุงฮานอยภายในปีนี้ และตั้งเป้าจะมีร้านค้าปลีก 200 แห่งทั่วเวียดนามเพื่อเพิ่มยอดขายให้ได้ถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐตามที่บริษัทวางเอาไว้ภายในปี 2563 อิออนมอลล์คาดว่าจะเปิดห้างสรรพสินค้า 20 แห่งในฮานอย และ 14 แห่งในโฮจิมินห์ ส่วนจีนตั้งเป้าสูงถึง 100 สาขา

ทั้งนี้ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน 2014 ที่ผ่านมา อิออนมีรายได้จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของรายได้รวม จากธุรกิจค้าปลีกรูปแบบต่าง ๆ รวม 536 สาขาในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 แบ่งเป็นในฟิลิปปินส์ 386 สาขา ไทย 69 สาขา มาเลเซีย 59 สาขา เวียดนาม 17 สาขา และอินโดนีเซีย 5 สาขา โดยมีมาเลเซียเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในขณะนี้

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1428557245
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 14th, 2015, 12:12 PM   #2805
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

สื่อลาวตีข่าวคนไทยคึกคักแห่ข้ามโขง ขนเงินไปฝากแบงก์ลาว ดบ.สูงกว่า สังคมสงบ การเมืองมั่นคง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 พฤษภาคม 2558 12:42 น. (แก้ไขล่าสุด 14 พฤษภาคม 2558 14:03 น.)

แบงก์ลาวรับฝากเงิน 3 สกุลคือ เงินกีบ เงินบาท กับดอลลาร์สหรัฐ ให้ดอกเบี้ยสูงเกินกว่าจะหักห้ามใจ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ของไทยไม่มีทางที่จะให้ได้ แถมยังเพิ่งจะลด "ดอกฝาก" ลงอีกต่างหาก หลังจากแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยมาตรฐานลงสัปดาห์ที่แล้ว นี่คือแนวโน้มใหม่ ความจริงใหม่ ที่ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งเริ่มขนเงินข้ามโขงไปฝากกับธนาคารพาณิชย์ของลาวที่มีรัฐบาลเป็นประกัน เช่นเดียวกัน สังคมสงบสุขและการเมืองมีความมั่นคง.


ASTVผู้จัดการออนไลน์ - สื่อออนไลน์ภาษาลาวตีข่าวครึกโครมในสัปดาห์นี้ ระบุว่า คนไทยนิยมนำเงินข้ามโขงไปเปิดบัญชีฝากประจำกับธนาคารพาณิชย์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ เนื่องจากแบงก์ของลาวให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ผู้ออมยังมีความมั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ รวมทั้งพึงพอใจต่อสังคมลาวที่มีความสงบเรียบร้อยอีกด้วย

สื่อในลาวไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่ชาวไทยได้ทำการโอนถ่าย หรือนำไปฝากธนาคารพาณิชย์ของลาวช่วงที่ผ่านมา และยังไม่ทราบจะมีผลกระทบต่อระบบการเงินของสองฝ่ายหรือไม่อย่างไร แต่เรื่องนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยนักออมชาวไทยบางคนที่มีประสบการณ์ตรง

"ຄົນໄທ ໜີທະນາຄານໄທ ມາຝາກເງິນຢູ່ລາວຢ່າງຟົດຟື້ນ 6 ເດືອນ 8% ທະນາຄານໄທບໍ່ມີທາງໄດ້" [คนไทยหนีธนาคารไทย มาฝากเงินในลาวคึกคัก 6 เดือน (อัตราดอกเบี้ย) 8% ธนาคารไทยไม่มีทางได้] เป็นหัวข่าวของ Laospost.com เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา เพื่อส่งข่าวดีไปยังผู้ที่สนใจ

“ความจริงแล้วมีคนไทยจำนวนมากที่ทยอยนำเงินมาฝากกับธนาคารของประเทศลาว แต่ที่ผ่านมาทำกันแบบเงียบๆ ส่วนมากจะเป็นผู้ที่เดินทางมาค้าขาย หรือทำธุรกิจ แต่ในระยะหลังมีผู้ฝากเงินคนหนึ่งที่เป็นคนไทยได้โพสต์เรื่องราว รายได้จากการฝากเงินกับธนาคารแห่งหนึ่งของลาว ลงไปในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้กลายเป็นกระแสใหม่ มีหลายสำนักข่าวนำไปเผยแพร่ต่อ จนทำให้คนไทยอีกจำนวนมากเตรียมหลั่งไหลเข้ามาฝากเงินในธนาคารของลาวมากขึ้น”

เว็บไซต์แห่งนี้ได้รายงานอ้างความเห็นของนักธุรกิจชาวไทยคนหนึ่ง ที่ระบุว่า มีหลายสาเหตุที่ดึงดูดชาวไทยให้นำเงินไปฝากกับธนาคารพาณิชย์ของลาว รวมทั้งลาวเป็นประเทศที่มีความสงบการเมืองมีเสถียรภาพ ลาวกำลังเป็นทำเลทองของการลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่นักลงทุนจะต้องนำเงินไปฝากในลาว แต่เหตุผลสำคัญก็คือ แบงก์พาณิชย์ในลาวให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เช่น ธนาคารบางแห่งเสนออัตราดอกเบี้ยฝากประจำ 5 ปี สูงถึง 13% ต่อปี

นักธุรกิจคนเดียวกันยังอ้างด้วยว่า ปัจจุบันไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์เงินฝืด แบงก์พาณิชย์เพิ่งลดดอกเบี้ยเงินกู้อีกครั้งหนึ่งเดือนนี้ ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากลดลงตามไปด้วย ถึงแม้ว่าอัตราจะต่ำมากอยู่แล้วก็ตาม

ชาวไทยที่เป็นลูกค้าธนาคารการค้าต่างประเทศของลาวผู้หนึ่งได้เผยแพร่เรื่องราวของตัวเอง แสดงให้เห็นว่า การฝากเงินในแบงก์พาณิชย์ชั้นนำของลาวแห่งนี้เพียง 6 เดือน แต่ได้ดอกเบี้ยถึง 8% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราสูงมากหากเทียบกับอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทยประกาศใช้ในสัปดาห์นี้ ที่อยู่ระหว่าง 1.75%-1.8% ต่อปี สำหรับเงินฝากประจำระยะเวลาเท่ากัน

ตามข้อมูลของธนาคารการค้าต่างประเทศลาว ผู้ออมสามารถนำฝากเงินได้ทั้ง 3 สกุล คือ เงินกีบของลาว เงินบาท และกับดอลลาร์สหรัฐ และสำหรับชาวต่างประเทศทั่วไป การนำฝาก หรือเปิดบัญชีกับธนาคาร จะใช้หลักฐานเพียง 2 อย่าง คือ หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต กับหนังสือรับรองการทำงาน (Work Permit) ที่ออกโดยกระทรวงแรงงานของลาว ซึ่งรายการหลังนี้เว็บไซต์ภาษาลาวกล่าวว่า โดยทั่วไปสามารถขอให้ญาติพี่น้องหรือชาวลาวที่มีความรักใคร่ชอบพอกันยื่นขอให้ได้

ชาวต่างชาติสามารถนำฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ลาวได้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำ (เปิดบัญชี) คือ 500,000 กีบ หรือ 5,000 บาท หรือ 500 ดอลลาร์ เศรษฐกิจลาวขยายตัวในอัตราสูงเฉลี่ย 7-8% ต่อปีในช่วงหลายปีมานี้ รัฐยังมีนโยบาย และดำเนินการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนทั่วไปใช้เงินกีบ ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า กำหนดให้ร้านค้าต่างๆ ระบุราคาสินค้าเป็นเงินกีบ ซึ่งได้ทำให้เงินสกุลของลาวเอง มีความมั่นคงสูงมาก

ค่าเงินกีบแข็งขึ้นเกือบ 10% ในช่วงข้ามปีมานี้ เมื่อเทียบกับเงินบาท จาก 252 กีบเมื่อต้นปีที่แล้ว เป็น 242 กีบต่อบาทในขณะนี้ และแข็งค่าสูงกว่านี้อีกเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ.

http://manager.co.th/Around/ViewNews...=9580000054849
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 18th, 2015, 12:56 PM   #2806
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 8,206
Likes (Received): 1702

ชนชั้นกลาง กลุ่มอาเซียน 24 ล้านครัวเรือนปี 2563

เอคเซนเซอร์ ประเทศไทยเปิดเผยผลวิจัย

ปี 2563 คาดว่ากลุ่มอาเซียนจะมีประชากร 680 ล้านคน

โดยร้อยละ 84 ของประชากรจะมีอายุต่ำกว่า 20 ปี และประชากรราวร้อยละ 12 จะมีอายุมากกว่า 60 ปี

การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะสูงขึ้นตามอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ

โดยปี 2563 การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มเป็น 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตร้อยละ 8 จากปี 2555

ขณะที่รายได้ครัวเรือนสุทธิเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ

สิงคโปร์จะเพิ่มจาก 9.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี เป็น 1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ/ปี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1มาเลเซียจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4

ไทยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 ฟิลิปปินส์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 อินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 เวียดนามจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6

และก็ผลักดันให้ 24 ล้านครัวเรือนขยับไปติดกลุ่มผู้มีรายได้ 1-5.5 หมื่นเหรียญสหรัฐซึ่งหมายถึงมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น ฟิลิปปินส์จะมี 4.3 ล้านครัวเรือน ไทยจะมี 3.2 ล้านครัวเรือน เวียดนามจะมี 2.9 ล้านครัวเรือน

นี่คือการเติบโตใหญ่ของ "ชนชั้นกลาง" ในกลุ่มประเทศอาเซียน

https://www.facebook.com/PrachachatO...type=1&theater
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 18th, 2015, 03:36 PM   #2807
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

เวียดนามผนึกเกาหลีใต้ สานฝัน "ผู้ผลิตแห่งอาเซียน"

updated: 18 พ.ค. 2558 เวลา 13:10:29 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เวียดนาม หนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจในอาเซียน ด้วยปัจจัยด้านจำนวนแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากเกาหลีใต้ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการค้าและการลงทุนในประเทศดังกล่าวมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวียดนามและเกาหลีใต้ได้ลงนามในข้อตกลงเขตการค้าเสรี (VKFTA) อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้เจรจามานานถึง 8 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้สินค้าเวียดนามมีโอกาสเจาะตลาดเกาหลีใต้มากขึ้น

เตื่อยแจ๋ สื่อเวียดนาม รายงานว่า นายหวู หุ่ย ฮวงรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม กับ นายยุน ซัง-จิค รัฐมนตรีกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานของเกาหลีใต้ ได้ลงนามใน VKFTA โดยมีนายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นสักขีพยาน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของเวียดนามไปยังตลาดเกาหลีใต้ รวมถึงแผนการที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีมากกว่า 2 เท่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

นายเล แอน ไห ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของประเทศเวียดนาม เผยว่า ทางการเกาหลีใต้จะลดภาษีนำเข้าสินค้าหลายประเภทที่ส่งออกจากเวียดนาม

ข้อตกลง VKFTA ยังครอบคลุมระเบียบปฏิบัติและขั้นตอนในหลายสาขา ได้แก่ การกำจัดและการลดภาษี การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา การอำนวยความสะดวกทางศุลกากร การคุ้มครองทางการค้า กำแพงการค้าเชิงเทคนิค การค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ การแข่งขัน ความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจและเชิงสถาบัน

เกาหลีใต้จะเปิดเสรีให้กับสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ราว 97.2% ของมูลค่าการนำเข้า และจะต้องยกเลิกภาษีนำเข้าราว 95.4% ให้แก่ประเทศดังกล่าว ในทางกลับกันเวียดนามก็เปิดเสรีการนำเข้าสินค้าจากแดนกิมจิ ราว 92.7% และยกเลิกภาษีนำเข้าที่ 89.2% เช่นกัน

"เวียดนามเป็นประเทศแรกที่เกาหลีใต้ได้เปิดตลาดกระเทียม ขิง น้ำผึ้ง และมันฝรั่งหวาน ถือเป็นการเพิ่มโอกาสที่สำคัญในการแข่งขันกับซัพพลายเออร์ในภูมิภาคอื่น ๆ และยังมีสินค้าเกษตรอย่าง ข้าว กาแฟ อาหารทะเล และสิ่งทอ ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลง VKFTA" นายไหกล่าว

ทั้งนี้ เวียดนาม ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตร อาหารทะเล สิ่งทอ และเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ คาดว่าจะลงนาม FTA กับรัสเซีย เบลารุส และคาซัคสถาน

ในเร็วๆ นี้ และอาจสรุปการหารือ FTA กับสหภาพยุโรปได้ในเดือนหน้า นอกจากนั้นยังใกล้ที่จะได้ข้อสรุปกรอบการค้าเสรี ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) กับ 12 ประเทศ รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐด้วย

และแน่นอนว่า เวียดนามมีแนวโน้มที่จะได้เปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน อันด้วยเหตุผลในเรื่องค่าแรงที่ถูกกว่า และภาษีที่ต่ำกว่าจากข้อตกลงการค้าเหล่านี้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริษัท ไมโครซอฟท์ ตัดสินใจย้ายฐานดำเนินการบางส่วนจากไทยและจีน ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง TPP มายังเวียดนาม ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.บั๊กนิง ทางภาคเหนือของประเทศ และเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทซัมซุงของเกาหลีตัดสินใจลงทุน 9 หมื่นล้านบาทในเวียดนาม แทนความตั้งใจเดิมที่จะมาลงทุนในไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าเวียดนามมีค่าแรงที่ถูกกว่า คนงานมีประสิทธิภาพสูงกว่า และการเมืองของเวียดนามเสถียรภาพกว่า

การลงนามครั้งนี้จะทำให้มูลค่าการค้าประจำปีระหว่างเวียดนามและเกาหลีใต้ แตะ 70,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2563 จาก 30,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2557 ซึ่งการค้าสองฝ่ายขยายตัวขึ้น 6% จากปี 2556 ที่มูลค่า 29,000 ล้านดอลลาร์ โดย 3 ใน 4 เป็นการนำเข้าของเวียดนาม

เกาหลีใต้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ด้วยเม็ดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 38,000 ล้านดอลลาร์ ในโครงการมากกว่า 4,200 โครงการ และการส่งออกสินค้าไฮเทคของเวียดนามในปี 2557 พุ่งเป็น 37,300 ล้านดอลลาร์ จาก 2,800 ล้านดอลลาร์ในปี 2552

นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังกลายเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของเวียดนาม แซงหน้าญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2556 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ แผงวงจรรวม แผ่นวงจรพิมพ์ และชิ้นส่วนโทรศัพท์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า ในปี 2557 เวียดนามส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) ราว 52,784 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวเกือบ 95% ของการส่งออกสินค้า E&E ทั้งหมด ส่งผลให้เวียดนามขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับที่ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย

ความน่าสนใจคือ ข้อตกลง VKFTA เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงการค้าที่เวียดนามพยายามพัฒนาประเทศให้กลายเป็น "ผู้ผลิตของภูมิภาค" นโยบายชัดเจนของรัฐบาลเวียดนามเป็นเหมือนคันศรที่พร้อมพุ่งไปข้างหน้า ยากที่จะหยุดยั้ง

แน่นอนว่าหากไทยไม่พยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด อนาคตที่สดใสของการเป็นประชาคมอาเซียนอาจกลายเป็นภาพดำมืดที่ย้อนมาทำร้ายไทยเสียเอง ทั้งๆ ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มการจัดตั้งประชาคมอาเซียน

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1431928152
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 18th, 2015, 04:37 PM   #2808
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,869
Likes (Received): 1276

Vietnam is Sumsung or LG country.
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old May 20th, 2015, 10:59 AM   #2809
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

ผ่าทางตันสำเร็จ! อินโด-มาเลเซีย ตกลงยอมช่วย ให้ที่พักพิงชาวโรฮิงญากว่า 7 พันคนแล้ว!

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 15:40:34 น.

"สเตรท ไทมส์"รายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ว่า อินโดนีเซียและมาเเลเซียได้ตกลงที่จะยอมให้"ที่พักพิงชั่วคราว"แก่ชาวโรฮิงญาราว 7 พันคน ที่เผชิญชะตากรรมลอยอยู่กลางทะเลอันดามัน โดยสองประเทศนี้ตกลงจะช่วยวิกฤตนี้เป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะเป็นหน้าที่ของนานาชาติที่จะต้องจัดหาที่พักพิ่งถิ่นฐานใหม่ให้แก่ชาวโรฮิงญาเหล่านี้

รายงานระบุว่า ภายหลังการหารือกินเวลากว่า 4 ชั่วโมง ระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย นายอนิฟาห์ อมาน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียและอินโดนเซียได้ตกลงจะให้ที่พักพิงแก่ชาวโรฮิงญาดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้ระบุสถานที่จุดพักพิง พร้อมทั้งเรียกร้องให้นานาชาติต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความช่วยเหลือด้านการเงิน สำหรับผู้อพยพชาวโรฮิงญา ที่มีสภาพเป็น"ผู้อพยพนอกระบบ"เหล่านี้



"อินโดนีเซียและมาเลเซีย ตกลงที่จะยังคงให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพนอกระบบโรฮิงญาในทะเลจำนวน 7 พันคน เรายังตกลงที่จะให้ที่พักพิงชั่วคราวแก่พวกเขา เพื่อให้นานาชาติจะได้มีเวลาในการจัดเตรียมหาที่พักพิงและถิ่นฐานใหม่ให้แก่ชาวโรฮิงญาเหล่านี้ และกระบวนการ"ส่งกลับ"คนเหล่านี้ ภายในระยะเวลา 1 ปี และว่า ความช่วยเหลือนี้จะทำให้ให้ปัญหาการยิงขับไล่และผลักไสเรือชาวโรฮิงญาไม่เกิดขึนอีก"นายอนิฟาห์ กล่าว

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ชาวโรฮิงญา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนติดขอบไร้รัฐที่อยู่ติดพรมแดนพม่าและบังกลาเทศในบางส่วน ต้องเผชิญชะตากรรมเป็นมนุษย์เรือไร้ถิ่นฐานเพราะถูกผลักไสจากสามประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย โดยชาวโรฮิงญาราว 1,100 ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในมาเลเซีย บนเกาะลังกาวี เมื่อวันที่้ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่อีก 1,400 ชีวิตได้ลอยเรือมายังจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่การปฎิเสธของชาติทั้งสามในการให้ที่พักถิ่นฐานแก่ชาวโรฮิงญาเพิ่มขึ้น ทำให้นานาชาติโจมตี เนื่องจากชาวโรฮิงญาจำนวนมากต้องอยู่ในสภาพเสี่ยงจะอดตายกลางทะเลด้วย

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1432111071
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 22nd, 2015, 06:40 PM   #2810
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

เฮ! สปป.ลาว จ่อปรับค่าแรงขั้นต่ำ คาดเริ่มได้ ก.ย. นี้

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 22:19:40 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์- วีโอเอ ภาษาลาว รายงานว่า ทางการ สปป.ลาวกำลังดำเนินการปรับค่าจ้างแรงงานในประเทศขั้นต่ำ อยู่ที่ 9 แสนกีบต่อเดือน (ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน) จากเดิมเพียง 626,000 กีบต่อเดือน โดยต้องการให้ได้ครอบคลุมทั้งประเทศโดยเร็วที่สุด

นายพง ไชยสัก อินทะลาด หัวหน้ากรมคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป.ลาว ยืนยันว่า ทางกระทรวงแรงงานฯ ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบและกวดขันเหล่านายจ้างในประเทศ ให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างแรงงาน ให้ได้อยู่ที่ 9 แสนกีบต่อเดือน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของประเทศโดยกำหนดการดัง กล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกันยายนปีนี้เป็นอย่างช้า ซึ่งมั่นใจว่าปัจจุบันมีนายจ้างจำนวนไม่น้อยที่ยังเอารัดเอาเปรียบแรงงานชาวลาว ทั้งช่วงเวลาการทำงานและค่าจ้างนั่นเอง

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวมีเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงให้เป็นแรงดึงดูดแรงงานชาวลาวที่ไปทำงานต่างประเทศอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้กลับมาทำงานในประเทศตน

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1432283843
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

dida888 liked this post
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 25th, 2015, 11:21 AM   #2811
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

เวียดนามวางแผนพัฒนาข้าว ตั้งเป้าปี 2573 เป็นแบรนด์ระดับโลก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
24 พฤษภาคม 2558 15:45 น. (แก้ไขล่าสุด 24 พฤษภาคม 2558 15:56 น.)

ซินหวา - นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง ของเวียดนาม อนุมัติแผนพัฒนาตราผลิตภัณฑ์ข้าวของประเทศในปี 2563 และวิสัยทัศน์ถึงปี 2573 โดยมุ่งที่จะสร้างชื่อสินค้าในระดับนานาชาติให้แก่ผลิตภัณฑ์

ตามแผนที่อนุมัติซึ่งระบุอยู่บนเว็บไซต์ของรัฐบาล ระบุว่า ภายในปี 2563 ร้อยละ 20 ของข้าวเวียดนามที่ส่งออกจะอยู่ภายใต้ตราสินค้าข้าวเวียดนาม และในปี 2573 ข้าวเวียดนามจะกลายเป็นแบรนด์ข้าวชั้นนำในระดับโลกในแง่ของคุณภาพ และความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยสัดส่วนร้อยละ 50 ของข้าวที่ส่งออกทั้งหมดจะมีชื่อสินค้าข้าวเวียดนาม

และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว มาตรการต่างๆ จะถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมสถานะของข้าวเวียดนาม รวมทั้งการสนับสนุนธุรกิจในการสร้างพื้นที่ของวัตถุดิบ การเชื่อมโยงขั้นตอนในการสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสายพันธุ์ข้าว เทคนิคสนับสนุน และการจัดการคุณภาพ เป็นต้น

แผนที่รัฐบาลอนุมัตินี้จะให้ความสำคัญต่อการสร้างข้าวสายพันธุ์พิเศษ 3 สายพันธุ์ ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ทางภาคใต้ของประเทศให้กลายเป็นตราสินค้าข้าวของชาติ

ในปี 2557 ที่ผ่านมา เวียดนามส่งออกข้าวรวมทั้งสิ้น 7.5 ล้านตัน จากทั้งการส่งออกอย่างเป็นทางการ และการค้าชายแดน และในปี 2558 ทางการเวียดนามตั้งเป้าปริมาณการส่งออกข้าวที่ 7-7.5 ล้านตัน.

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9580000058846
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:57 PM   #2812
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,421
Likes (Received): 2143

ชาวพม่าไม่เอาโรฮีนจา! ปลุกม็อบประท้วงยูเอ็น

Thursday, May 28, 2015

พม่าก่อม็อบประท้วงยูเอ็น ตะเพิดโรฮีนจา ไม่ยอมรับเป็นเพื่อนร่วมชาติ ลั่นไม่ใช่ปัญหาของพม่า แต่เป็นประเด็นระดับโลกแล้ว หาดใหญ่โพลเปิดผลสำรวจคนสงขลาไม่เอาศูนย์พักพิงโรฮีนจา แนะให้ตั้งในพม่า มาเลเซีย อินโดฯ แทน

ที่นครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของพม่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ชาวพม่าพุทธชาตินิยมหลายร้อยคนได้เดินขบวนประท้วงองค์การสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศที่กดดันพม่ากรณีผู้เดินทางโยกย้ายถิ่นฐานทางเรือ ผู้ประท้วงซึ่งมีพระภิกษุทัศนะแข็งกร้าวราว 30 รูปเข้าร่วมด้วย ได้พากันร้องตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวว่า "อย่าดูถูกประเทศของเรา" และ "ไม่มีโรฮีนจาในพม่า" หลายคนได้สวมเสื้อยืดมีสโลแกนว่า "คนอพยพทางเรือไม่ใช่คนพม่า เลิกโทษพม่า"

"คน 1.3 ล้านคนพวกนี้ไม่ได้มาจากประเทศเรา ผมไม่ยอมรับว่ามีชาติพันธุ์โรฮีนจาอยู่ที่นี่" ผู้ประท้วงชื่อจ่อ เท็ต อายุ 31 ปีกล่าว

ทั้งนี้ ตามกฎหมายของพม่าไม่ได้ให้สถานะพลเมืองแก่ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่มีประมาณ 1.3 ล้านคนในประเทศ ทำให้พวกเขายังเป็นบุคคลไร้สัญชาติ รัฐบาลและชาวพม่าที่ส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธยังใช้คำเรียกขานโรฮีนจาว่า "เบงกาลี" หมายถึงคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ แม้ว่าชาวโรฮีนจาจำนวนมากจะอาศัยอยู่ในพม่ามาหลายชั่วคน

ช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้ เกิดวิกฤติผู้อพยพทางเรือราว 3,500 คน ที่มีทั้งชาวโรฮีนจาาและชาวบังกลาเทศล่องเรือ มาขึ้นฝั่งที่มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และไทย ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศกดดันพม่าอย่างหนักให้แก้ไขปัญหาการกดขี่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ซึ่งราว 100,000 คนได้หนีออกนอกประเทศภายหลังเหตุการณ์จลาจลระหว่างชาวพุทธยะไข่กับชาวมุสลิมโรฮีนจาเมื่อปี 2555 ที่ทำให้ล้มตายกว่า 280 คน

"เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของพม่า ตอนนี้มันคือประเด็นระดับโลกแล้ว" พระธุดา นันดา กล่าว "คนอพยพทางเรือเหล่านี้กุชื่อ 'โรฮีนจา' ขึ้นมา แล้วเสแสร้งว่าตนเป็นผู้ลี้ภัย เพื่อหาทางกลับเข้าพม่า เราไม่อาจยอมรับคนพวกนี้"

สัปดาห์ที่แล้ว กองทัพเรือพม่าอ้างว่าได้ช่วยผู้ชายและเด็ก 208 คนจากเรือลักลอบลำหนึ่งที่ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งรัฐยะไข่ พร้อมระบุว่าคนเหล่านี้เป็นชาวบังกลาเทศ 200 คน และเบงกาลี 8 คน แต่เมื่อวันพุธ สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่รายงานพิเศษที่ได้ข้อมูลจากการสอบถามหญิงชาวโรฮีนจาชื่อ อาราฟา วัย 27 ปีที่เคยพาลูก 5 คนไปอยู่บนเรือลำนี้ว่า เดิมเคยมีชาวโรฮีนจาบนเรือ 150-200 คน แต่พวกเขาถูกพวกที่ลักลอบพาคนเข้าเมืองนำตัวออกจากเรืออย่างปุบปับโดยเหลือไว้แค่ชาวบังกลาเทศเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนที่กองทัพเรือพม่าจะนำเรือลำนี้เข้าฝั่ง

รอยเตอร์ยอมรับว่า ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันคำให้การของหญิงชาวโรฮีนจารายนี้ แต่มีชาวบ้านอีก 6 คนที่อ้างว่าพวกตนเคยอยู่บนเรือลำนี้แต่ได้กลับมายังหมู่บ้านในรัฐยะไข่ก่อนที่เรือจะถูกยึดเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ขณะที่จ่อ เทย์ เจ้าหน้าที่จากทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องเคยมีชาวเบงกาลีบนเรือนอกเหนือจากรายงานของทางการ

รายงานกล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุใดพวกลักลอบจึงเลือกพาแต่ชาวโรฮีนจาลงจากเรือก่อนเรือถูกยึด แต่แมทธิว สมิธ ผู้อำนวยการบริหารองค์กรสิทธิ ฟอร์ทิฟายไรตส์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยให้การไว้ต่อสภาคองเกรสของสหรัฐว่า กองกำลังความมั่นคงของพม่าสมรู้ร่วมคิดและได้ประโยชน์จากการค้ามนุษย์ด้วย แต่รัฐบาลพม่าปฏิเสธคำกล่าวหานี้

ที่กรุงธากาของบังกลาเทศ อามิต กุมาร บาอุล เจ้าหน้าที่หน่วยงานผู้ลี้ภัยชาวพม่าของรัฐบาลบังกลาเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลวางแผนจะย้ายผู้อพยพชาวโรฮีนจาราว 32,000 คนที่พักพิงอยู่ในค่ายอพยพ 2 แห่งในเมืองคอกซ์บาซาร์ใกล้ชายแดนพม่ามานานหลายปี ไปอยู่ที่ค่ายแห่งใหม่บนเกาะทางภาคใต้ของประเทศ โดยเขาอ้างว่าเหตุผลส่วนหนึ่งเนื่องจากค่ายผู้อพยพโรฮีนจาถ่วงการท่องเที่ยวของเมืองชายหาดแห่งนี้

http://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%8A...B9%87%E0%B8%99
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:15 PM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu