daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old November 22nd, 2014, 06:30 AM   #2661
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

ทุนต่างชาติ ไหลเข้าพม่า เพิ่มขึ้นประมาณ 15 เท่า

updated: 21 พ.ย. 2557 เวลา 18:34:35 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คณะกรรมการด้านการลงทุนของรัฐบาลพม่า เปิดเผยมีบริษัทต่างชาติลงนามเพื่อทำธุรกิจในพม่าตั้งแต่เดือนกันยายน ประกอบด้วย จากสิงคโปร์ 134 แห่ง ไทย 80 แห่ง จีน 73 แห่ง ฮ่องกง 85 แห่ง


แคนาดา 18 แห่ง สหรัฐ 15 แห่ง ออสเตรเลีย 15 แห่ง เนเธอร์แลนด์ 10 แห่ง ฝรั่งเศส 3 แห่ง เยอรมนี 2 แห่ง

อังกฤษ ถือเป็นบริษัทที่ให้ความสนใจลงทุนมากที่สุดในบรรดาธุรกิจจากยุโรป ด้วยจำนวน 75 แห่ง

พม่ากำลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูปเศรษฐกิจ และได้ดำเนินการเคลื่อนไหวเพื่อดึงดูดการลงทุนหลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้งเมื่อปี 2554

เป็นการปิดฉากการปกครองแบบทหารที่ดำเนินมานาน 49 ปี

แม้พม่าจะมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย รวมถึง ไม้สัก น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และอัญมณี แต่การลงทุนในช่วงที่รัฐบาลทหารปกครองประเทศดำเนินการไปอย่างจำกัด เพราะชาติตะวันตกพากันคว่ำบาตรประกอบกับมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศที่เศรษฐกิจยังไม่มั่นคง

นับแต่หลังเลือกตั้งเป็นต้นมา บริษัทรายใหญ่ของเอเชียอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) และกลุ่ม ปตท. ของไทย บริษัท โยมาสแตรทเตอจิก โฮลดิ้ง ของสิงโปร์ บริษัท มิตซูบิชิ และมารูเบนิ จากญี่ปุ่น อยู่ในกลุ่มแรกๆ ที่เคลื่อนไหวเข้าไปตั้งสาขาในท้องถิ่นของพม่าทำให้ปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในรูปการลงทุนจากต่างชาติมีจำนวน 783 แห่งในพม่า

ในเดือนกันยายน รัฐบาลพม่าได้ปรับตัวเลขคาดหมายการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) จากต่างประเทศเป็นกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เท่ากับเพิ่มขึ้น 15 เท่าจากยุครัฐบาล "ทหาร"

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1416569852
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old November 23rd, 2014, 07:33 PM   #2662
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

จ่อชงปกขาวเทรดดิ้งเนชั่น ระบุหากไทยเดินสะเปะสะปะไม่เกิน 5 ปีเวียดนามแซงหน้าแน่

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2014 เวลา 10:13 น.

สรท.รอเสนอสมุดปกขาวรัฐมนตรีพาณิชย์ หลังปรับปรุงเนื้อหาให้มีความชัดเจนมากขึ้น ชี้รัฐบาลต้องสนับสนุนและวางนโยบายด้านการผลิต ส่งออกให้ชัดเจนต่อเนื่องไม่ใช่นับหนึ่งใหม่ตลอด ระบุหากไทยเดินสะเปะสะปะไม่เกิน 5 ปีเวียดนามแซงหน้าแน่

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษา สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงความคืบหน้ายุทธศาสตร์การผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค หรือเทรดดิ้ง เนชั่น ว่า จะเป็นส่วนหนึ่งของสมุดปกขาวที่สรท.จะเสนอให้รัฐบาล โดยขณะนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาสาระบางส่วนเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะเสนอไปยังพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป คาดจะนำเสนอได้ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ต้องการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนวางนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคการผลิต การส่งออกให้ชัดเจนอย่างต่อเนื่องมากกว่าจะนับหนึ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของการวิจัย และพัฒนาด้านต่างๆให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เพราะหากไทยยังไม่มีการพัฒนาโอกาสที่เวียดนามจะแซงไทยภายใน 5 ปีนับจากนี้จะเกิดขึ้นได้

"เทรดดิ้ง เนชั่น หรือศูนย์กลางการค้าจึงมีความสำคัญที่ไทยต้องขับเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพ เป็นแนวคิดใหม่สร้างศักยภาพการแข่งขันของไทยในทุกภาคส่วนทั้งระดับนโยบาย กระทรวงเศรษฐกิจทั้ง 12 กระทรวงต้องร่วมมือกันและการที่ไทยจะเป็นเทรดดิ้ง เนชั่นได้จะต้องทำอย่างไร ควรปรับเปลี่ยนวิธีคิดอย่างไร เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้น"

ทั้งนี้ไทยเองมีความเสี่ยงจากการเป็นประเทศรับจ้างผลิตสินค้า(OEM)และเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก ถึง 70% การขาดแคลนแรงงานที่มีความสามารถสูงและกลุ่มแรงงานระดับล่าง รวมถึงมีกลุ่มแรงงานระดับกลางและมีคุณภาพไม่ตรงตามความต้องการ การปรับขึ้นค่าแรงที่สูงขึ้นทำให้ความสามารถทางการแข่งขันในเรื่องค่าจ้างแรงงานลดลงเมื่อเทียบกับประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า ทำให้ไทยไม่สามารถดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศด้วยการเป็นแหล่งแรงงานราคาถูกได้ ขณะทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด ขาดเทคโนโลยี และนวัตกรรม

ดังนั้นการจะเป็นเทรดดิ้ง เนชั่นของไทยจะต้องมีการปรับกลยุทธ์โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนไทยให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงในปี 2568 และสร้างรายได้การค้าระหว่างประเทศให้สูงขึ้นโดยบริษัทข้ามชาติสัญชาติไทย และเตรียมเข้าสู่การแข่งขันกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น รวมถึงการผลักดันเอสเอ็มอี ของไทยเข้าสู่ระบบการค้าระหว่างประเทศ แบบมีแบบแผนที่ประสบความสำเร็จ

สำหรับแนวทางการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อม และทำให้ไทยสามารถก้าวเป็น เทรดดิ้ง เนชั่นนั้น สิ่งแรกที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ การบูรณาการหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบกระทรวงการค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น( MITI) การเร่งรัดการดำเนินงานในลักษณะเจโทร โมเดลของญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เพียงพอกับการสร้างเครือข่าย หาพันธมิตร และการลงทุนในต่างประเทศ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสินค้าส่งออกของไทย โดยส่งเสริมให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการสร้าง แบรนด์และนวัตกรรม การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในตลาดต่างประเทศ อาทิ เครือข่ายการกระจายสินค้า ศูนย์แสดงสินค้าไทยในต่างประเทศ เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 3,000 วันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

http://www.thanonline.com/index.php?...3#.VHIY9ouUdqU
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 26th, 2014, 09:00 AM   #2663
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

“ปูติน” เผยหารือเขตการค้าเสรีกับเวียดนามอยู่ในช่วงขั้นตอนสุดท้าย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
26 พฤศจิกายน 2557 10:50 น.

ซินหวา - ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เผยว่า การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างสหภาพศุลกากร และเวียดนามอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย

“เวียดนามจะกลายเป็นประเทศแรกที่จะสรุปข้อตกลงดังกล่าว และการหารือเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย” ผู้นำรัสเซีย กล่าวหลังการหารือกับเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่เดินทางเยือนรัสเซีย

ประธานาธิบดีปูติน กล่าวว่า การตั้งเขตการค้าเสรีจะช่วยเสริมความร่วมมือกับเวียดนาม

ในส่วนของฝั่งเวียดนาม เหวียน ฝู จ่อง กล่าวว่า ความสำคัญในตอนนี้คือ การสรุปการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพศุลกากรที่นำโดยรัสเซีย ที่อาจพร้อมลงนามกันในช่วงต้นปี 2558 สำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสตี รายงาน

สหภาพศุลกากร ประกอบด้วย รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2553

รัสเซีย และเวียดนามได้ลงนามปฏิญญาร่วมในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุมระหว่าง 2 ประเทศ ในวันอังคาร (25) ซึ่งปูติน กล่าวว่า รัสเซียและเวียดนามกำหนดที่จะกระตุ้นการค้าทวิภาคีให้ได้ 10,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2563 และคณะกรรมาธิการระดับสูงพิเศษได้ทำงานร่วมกันในการดำเนินการโครงการการลงทุน 17 โครงการ ที่มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์

ในโอกาสเดียวกันนี้ เวียดนามกับรัสเซียยังได้ลงนามชุดข้อตกลงระหว่างหน่วยงาน และระหว่างรัฐบาลในด้านพลังงาน ข้อมูลและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสต์ รวมทั้งด้านสังคม เช่น การศึกษา และกีฬา.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9570000136197
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 26th, 2014, 11:12 AM   #2664
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 5,070
Likes (Received): 1170

อีก 5 ปีไทย"ส่งออก"จีนร่อแร่ 14 กลุ่มสินค้าเสียหาย1.17แสนล. ข้าว-เครื่องไฟฟ้า-สิ่งทอเจ็บหนัก

updated: 26 พ.ย. 2557 เวลา 11:40:26 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หอค้าไทยพยากรณ์หลังเปิดเออีซี 5 ปีข้างหน้า ไทยเสียประโยชน์การส่งออกเข้าตลาดจีน เจอเพื่อนบ้านไล่บี้ชิงยอดนำเข้าและส่วนแบ่งตลาด สิ้่นปี 2562 ไทยสูญเงิน 1.17 แสนล้านบาท แชร์ตลาดตกอันดับจาก 2 ไป 4 ระบุข้าว-เครื่องใช้ไฟฟ้า-สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มกระทบหนักสุด

นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการแข่งขันสินค้าไทยและอาเซียนในตลาดจีนอีก 5 ปีข้างหน้า (2558-62) ซึ่งหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และทุกประเทศลดภาษีเหลือ 0% ว่า คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมทั้งไทย จะขาดดุลการค้ากับจีนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9.75 แสนล้านบาทต่อปี จากมูลค่าส่งออกอาเซียนไปจีน 3.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10.7 ล้านล้านบาท แต่จีนนำเข้าจากอาเซียน 3.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 12 ล้านล้านบาท เฉพาะในส่วนของการส่งออกไทยไปจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า ไทยจะเสียประโยชน์มาก เพราะโดนประเทศสมาชิกในอาเซียนแย่งตลาด โดยเฉพาะกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ทำให้มูลค่าการส่งออกใน 14 กลุ่มสินค้าหลัก ที่มีสัดส่วน 70% ของการส่งออกรวมไปจีน ลดลง 6.25 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.03 แสนล้านบาท ที่เหลืออีก 30% อาทิ เชื้อเพลิง จะได้รับประโยชน์เพิ่มและมีมูลค่า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 8.5 หมื่นล้านบาท เมื่อหักลบกันแล้วยังทำให้ไทยสูญเงินส่งออกไปจีน 3.62 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.17 แสนล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดในจีนเพิ่มในอัตราถดถอย โดยเพิ่มแค่ 0.02% หรือเพิ่มจาก 1.95% เป็น 1.97%

นายอัทธ์กล่าวว่า สถานะสินค้าไทยในจีนอีก 5 ปีข้างหน้า ที่เสียหายมากขึ้นคือ ข้าวสาร สัตว์น้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย รองเท้า อัญมณี ส่วนที่ได้ประโยชน์คือ มันสำปะหลัง ผลไม้ อาหารแปรรูป ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ที่กังวลหนักสุดคือข้าว ที่ส่วนแบ่งจะเหลือ 20-30% จาก 90% โดยจีนหันนำเข้าจากเวียดนาม พม่า และกัมพูชา แทน สัตว์น้ำเสียตลาดให้เวียดนามและอินโดนีเซีย และเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียตลาดให้อินโดนีเซียและมาเลเซีย

"ก่อนหน้านี้ จีนนำเข้าจากไทยเป็นอันดับสองรองจากมาเลเซีย แต่อีก 5 ปีข้างหน้า อันดับนำเข้าจากไทยจะลดลงต่อเนื่อง ไทยจะตกไปอยู่อันดับ 4 โดยอินโดนีเซียขยับมาแทนจากอันดับ 3 เวียดนามขึ้นจากอันดับ 5 เป็น 3 ขณะที่ประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีจะขยายตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว เพราะได้เปรียบเรื่องค่าแรงงานถูกและมีจำนวนมาก ทำให้เกิดการไหลเข้าของแหล่งทุนจากในอาเซียนและนอกอาเซียน ในนั้นก็จะมีจีนใช้เป็นฐานผลิตแทนการนำเข้าจากประเทศอื่นๆ" นายอัทธ์กล่าว

นายอัทธ์กล่าวว่า รัฐควรเร่งรับมือปัญหาจากส่งออกไปจีนลดลง โดยให้การสนับสนุนการตั้งศูนย์กระจายสินค้าทุกเมืองสำคัญในจีน และศึกษาการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ส่วนภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2557 คาดว่าโตต่ำกว่า 1% ที่ไม่ติดลบ เพราะเชื่อว่ายอดส่งออกไตรมาส 4 ดีขึ้น โดยการส่งออกจะฟื้นตัวในปี 2558 และโตได้ 4% ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.6% ค่าบาทอ่อนค่าทรงตัว 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และการค้าชายแดนขยายตัวต่อเนื่อง แต่ปัจจัยเฝ้าระวังคือเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวในยุโรป ญี่ปุ่น และจีน เมื่อรวมกับเงินลงทุนรัฐ การปรับโครงสร้างภาษี ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าโตได้ 4-5%

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1416977170
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old Yesterday, 12:11 PM   #2665
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 5,070
Likes (Received): 1170

Hot Issue : ประธานค่ายรถดัง GM ชี้การเปิด “AEC” เป็นผลดีต่อค่ายรถ หวังลดการผูกขาดบริษัทยานยนต์ญี่ปุ่นในตลาดอาเซียน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
27 พฤศจิกายน 2557 12:04 น.

เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - ทิม ซิมเมอร์แมนน์ ประธานบริษัทยานยนต์ชื่อดังเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงความเชื่อมั่นว่าการมาถึงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และจะช่วยลดการผูกขาดตลาดยานยนต์ในภูมิภาคนี้จากบริษัทรถยนต์จากญี่ปุ่น

ซิมเมอร์แมนน์กล่าวระหว่างเข้าร่วมเวทีสัมมนาเวทีหนึ่งในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยในวันพุธ (26 พ.ย.) โดยระบุการก้าวเข้าสู่เออีซีในปีหน้าจะเป็นผลดีต่อบริษัทยานยนต์ในแง่ของ “โอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างมากขึ้น” ในการเข้าถึงตลาดรถยนต์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากที่แต่เดิมถูกผูกขาดโดยรถยนต์จากค่ายรถญี่ปุ่นมาโดยตลอด

ผู้บริหารจีเอ็มระบุว่า บริษัทฯ มีแผนเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของตนในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็น “5 เปอร์เซ็นต์” หลังเปิดเออีซี จากในปัจจุบันที่ยอดขายรถยนต์ของจีเอ็มในอาเซียนมีสัดส่วนเพียงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่บริษัทยานยนต์จากญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า อีซูซุ ฮอนด้า มาสด้า มิตซูบิชิ ไดฮัตสุ และนิสสัน มีสัดส่วนการตลาดในอาเซียนรวมกันสูงเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

“เราต้องการก้าวเข้าไปมีที่ยืนในตลาดเออีซี เราต้องการเป็นตัวเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคในประเทศอาเซียน” ซิมเมอร์แมนน์ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานบริหารของจีเอ็มประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อต้นปีนี้ กล่าว พร้อมย้ำว่าภูมิภาคอาเซียนมีศักยภาพอันเหลือล้นในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ กลุ่มจีเอ็มประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมย้ายสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียของตนจากจีนมายังสิงคโปร์เพื่อเตรียมบุกตลาดอาเซียนหลังการเปิดเออีซีในปี 2015 ขณะที่มูลค่าการลงทุนของกลุ่มจีเอ็มในอาเซียนล่าสุดอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 49,170 ล้านบาท

http://www.manager.co.th/Around/View...=9570000136782
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old Yesterday, 04:06 PM   #2666
tellmerator
Registered User
 
Join Date: Nov 2013
Posts: 25
Likes (Received): 25

ไทยอินโด เป็นฐานการผลิตที่สำคัญ แต่ดันไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ ซิซิซิ เพราะอะไรละเขาถึงไม่มาไทย คนไทยทุกคนรู้ดี
tellmerator no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:51 PM   #2667
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

เวียดนาม-รัสเซียลงนามข้อตกลง 9 ฉบับ เน้นร่วมมือด้านน้ำมัน-นิวเคลียร์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
27 พฤศจิกายน 2557 11:23 น.

แถ่งเนียน - สำนักข่าวเวียดนามรายงานว่า เหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เห็นชอบร่วมกันที่จะกระตุ้นความสัมพันธ์ทวิภาคีในโครงการน้ำมันและก๊าซ ระหว่างการเยือนรัสเซียเมื่อวันอังคาร (25)

ผู้นำของสองประเทศได้พบหารือกันที่เมืองโซชิ เกี่ยวกับการนำมาตรการต่างๆ ปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าให้การค้าทวิภาคีขยายตัวที่ 7,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2558 และเพิ่มเป็น 10,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2563

ทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นที่จะเร่งการเจราจาเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนามและประเทศในสหภาพศุลกากรยูเรเซีย ในปี 2558 พร้อมยืนยันว่า สองประเทศจะร่วมมือกันในโครงการการสำรวจแร่ วิศวกรรม และพลังงาน

ผู้นำทั้งสองยังย้ำว่า เวียดนามและรัสเซียจะให้ความสำคัญต่อความร่วมมือในโครงการน้ำมันและก๊าซ และพลังงานนิวเคลียร์ โดยจะเริ่มดำเนินการโครงการน้ำมันและก๊าซโครงการใหม่ และให้คำมั่นที่จะกระตุ้นความร่วมมือในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซบนไหล่ทวีปของเวียดนาม และเร่งการเจรจาเกี่ยวกับการขยายขีดความสามารถของโรงกลั่นน้ำมันยวุ๋งกว๊าต

ประธานาธิบดีปูติน ยังได้กล่าวว่า รัสเซียจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับเวียดนามในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นิงทวน 1 ใน จ.นิงทวน

นอกจากความร่วมมือด้านพลังงานแล้ว สองผู้นำยังยกย่องความร่วมมือทวิภาคีในด้านกลาโหมและความมั่นคง และเห็นชอบที่จะเสริมความพยายามในการทำงานร่วมกันของสองประเทศในด้านการเกษตร ประมง และป่าไม้

หลังการหารือ นายเหวียน ฝู จ่อง และประธานาธิบดีปูติน ได้ลงนามข้อตกลงทวิภาคี 9 ฉบับ ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ไอที ศุลกากร กีฬา และน้ำมันและก๊าซ และผู้นำรัสเซียยังได้ตอบรับคำเชิญที่จะเดินทางเยือนเวียดนามในอนาคตอันใกล้.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9570000136743
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:39 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu