daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old April 29th, 2013, 05:52 PM   #741
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ปณท.ตั้งบริษัทโลจิสติกส์ ปี55โกยรายได้1.8หมื่นล.

เศรษฐกิจ 30 April 2556 - 00:00

ปณท. เตรียมเปิดบริษัทลูกในปีนี้ โชว์รายได้ปี 55 สูงสุดในรอบ 10 ปี กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท พร้อมลุยธุรกิจ E-commerce เต็มตัว ตั้งเป้ารายได้ปี 56 ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท

นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท. กล่าวว่า ปณท. กำลังก้าวไปสู่การเตรียมการเปิดบริษัทลูก ตอนนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. และคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ หรือ กนร. เพื่อนำเข้าสู่ ครม. คาดว่าภายในปีนี้จะได้เห็นแน่นอน โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ไปรษณีย์ โลจิสติกส์ จำกัด จะดำเนินการด้านโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีพันธมิตรประเทศต่างๆ สนใจที่จะเข้าร่วมแล้วหลายประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการขยายเครือข่ายรองรับประชาคมอาเซียน

ด้าน นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 55 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของ ปณท.สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 46 โดยมีรายได้ปี 55 รวมทั้งสิ้น 18,256.62 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,134.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 54 ถึง 270% ทั้งนี้ได้ตั้งเป้ารายได้ปี 56 ที่ 19,000 ล้านบาท และคาดการณ์กำไรอยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท

ปัจจุบัน ธุรกิจขนส่งของ ปณท.เติบโตขึ้นถึงสามเท่าตัว ในปี 56 นั้น จะแบ่งสัดส่วนรายได้เป็น ธุรกิจสื่อสาร 46% ธุรกิจขนส่ง 40% ธุรกิจค้าปลีก 10% และอื่นๆ 4% ซึ่งขณะนี้ ปณท.ได้รวมการส่ง EMS เข้าไปในธุรกิจขนส่งแล้ว จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจขนส่งเติบโตเร็วมาก ส่วนทิศทางธุรกิจในปี 56 จะเน้นไปทางธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการเติบโตของสมาร์ทโฟน.

http://www.thaipost.net/news/300413/72858
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old April 29th, 2013, 10:22 PM   #742
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

"วราเทพ"เป็น ปธ.ประชุม กมธ.พิจารณา พ.ร.บ.กู้เงินพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน


วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 15:48:06 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวราเทพ รัตนากร เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยมีตัวแทนผู้ว่าการธนาคารแห่งเทศไทย ร่วมเข้าชี้แจง ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ วุฒิสภา เมื่อวันที่ 29 เมษายน


http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0100
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 11th, 2013, 10:29 PM   #743
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ผู้ว่าธปท.แจงกมธ.พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านลบ.ทยอยกู้ไม่กระทบสภาพคล่อง

วันพฤหัสบดีที่ 09 พฤษภาคม 2013

วันนี้ (9พ.ค.) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... ในวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐสภา

นายประสาร ชี้แจงว่า การกู้เงินตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเป็นไปในลักษณะทยอยกู้หรือกระจายการกู้เฉลี่ยประมาณปีละ 3 แสนล้านบาท ทำให้ไม่เกิดการทับซ้อน ช่วยลดความเสี่ยงของผลกระทบต่อสภาพคล่องของประเทศได้ในระดับหนึ่ง ส่วนประมาณการเงินเฟ้อใน 1-2 ปีข้างหน้ามั่นใจว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา

ส่วนการกู้เงินตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นการกู้ภายในประเทศหรือต่างประเทศจะเกิดความคุ้มค่ากว่ากันนั้น นายประสาร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการบริหารโครงการว่ามีความเสี่ยงมากหรือน้อย โดยประเมินว่าผลตอบแทนหรือการจัดเก็บรายได้มีความคุ้มค่าสอดคล้องกับการลงทุนหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและระบบเศรษฐกิจในอนาคตว่าจะออกมาเป็นบวกหรือลบ


พร้อมกันนี้ นายประสาร ชี้แจงว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ธปท.จึงต้องระมัดระวังการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ และการเงินของประเทศ ถ้าหากรัฐบาลลงทุนโครงการที่มีคุณภาพจะช่วยเพิ่มศักยภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมความคุ้มค่าจะส่งผลเสีย และอาจก่อหนี้สาธารณะ ซึ่งรัฐบาลควรลดรายจ่ายประจำบางส่วน เพื่อเพิ่มความสมดุลทางเศรษฐกิจ

http://www.thanonline.com/index.php?...-57&Itemid=597
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 14th, 2013, 08:54 PM   #744
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

B2-trillion spending to start next year

Published: 14 May 2013

The Finance Ministry's Public Debt Management Office (PDMO) estimates that the government will start borrowing the first lot under the seven-year, 2 trillion baht scheme to fund infrastructure development projects next fiscal year, which starts Oct 1 this year.


Chularat: Should not affect Thai liquidity

After being endorsed in principle in March, the bill authorising the borrowing is being deliberated by a parliamentary panel and government agencies related to the infrastructure projects are mapping out plans, said director-general Chularat Suteethorn.

The borrowing plan to fund infrastructure projects and the 350-billion-baht water management would not affect the liquidity of the country's financial system, she said, adding that the low interest rate also supports the massive investment.

The hefty borrowing to finance the infrastructure development, the bulk of which is in rail projects, has raised concerns that the public debt will exceed the threshold 60% of gross domestic product (GDP) and could reduce excessive liquidity in the Thai financial system.

According to PDMO data, Thailand's public debt fell marginally to 44.05% of GDP in February, compared with 44.08% the previous month.

Deputy Prime Minister and Finance Minister Kittiratt Na-Ranong recently said the government hoped the bill would increase public investment by 300-400 billion baht annually over seven years and push the compound GDP over the period to 120 trillion baht. Annual GDP stood at 11 trillion baht in 2012.

Ms Chularat said the PDMO for this fiscal year has to raise funds through a series of bond issues with a combined 1.04 trillion baht to finance the 300-billion-baht budget deficit, the 350-billion-baht water management project, refinance existing debt and offer benchmark bonds.

The PDMO is offering three-year savings bonds to the public worth up to 4 billion baht with a coupon rate of 3.5% through four commercial banks _ Bangkok Bank (BBL), Krungthai Bank (KTB), Kasikornbank (KBANK) and Siam Commercial Bank (SCB). The subscription period runs until Sept 13.

The PDMO has already issued the first batch of the 4 billion baht savings bonds for this fiscal year.

http://www.bangkokpost.com/business/...tart-next-year
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 15th, 2013, 08:21 AM   #745
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ทุนจีนสยายปีกไล่ฮุบบ.โลจิสติกส์สวมสิทธิ์รถบรรทุกเข้าไทย

updated: 15 พ.ค. 2556 เวลา 12:25:56 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กลุ่มทุนสายการเดินเรือจีน-กลุ่มขนส่งโลจิสติกส์จีนลุยกว้านซื้อกิจการรถบรรทุก ไทย แถมอาศัยช่องโหว่ทวิภาคีไทย-ลาว ลุยสวมสิทธิ์ สปป.ลาวเข้ามาวิ่งขนส่งหารายได้ทั่วไทย ทำผู้ประกอบการไทยเดี้ยง ถูกเทกโอเวอร์เพียบ ไม่ปรับตัวมีหวังตายสนิท

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในไทยขณะนี้อยู่ในภาวะลำบาก เพราะกำลังถูกกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามากว้านซื้อกิจการ โดยเฉพาะจากกลุ่มทุนจากประเทศจีน เนื่องจากกลุ่มบริษัทต่างชาติรายใหญ่ต่างมีความพร้อมทั้งในด้านความรู้ การบริหารจัดการ และความเชี่ยวชาญการขนส่งสินค้า เพียงแต่ขาดแคลนในเรื่องปริมาณรถบรรทุก ซึ่งการเข้ามากว้านซื้อกิจการจะช่วยลดความเสี่ยง เนื่องจากบริษัทไทยเดิมมีลูกค้าและรถบรรทุกอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ไม่ต้องสร้างใหม่ สามารถต่อยอดได้ทันที รวมถึงมีลูกค้าอยู่แล้ว

นอก จากนี้ ใช้วิธีการสวมสิทธิ์จดทะเบียนใน สปป.ลาวกลายเป็นรถขนส่งของ สปป.ลาว และเข้ามาวิ่งได้ทั่วประเทศไทย โดยอาศัยช่องโหว่ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ทำทวิภาคีกับรัฐบาล สปป.ลาว ให้สิทธิ์พิเศษให้รถขนส่งของลาวสามารถเข้ามาวิ่งขนส่งสินค้าต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ เพราะลาวไม่มีเส้นทางติดต่อทะเล ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจลักษณะนี้จำนวนมาก โดยหากผู้ประกอบการต้องการซื้อผลไม้จากสวนใด จะนำรถบรรทุกของจีนที่สวมสิทธิ์ลาวมาจอดขนส่งถึงในสวนนั้นเลย

"กลุ่ม ธุรกิจต่างชาติในประเทศไทยขณะนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.บริษัทจากกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา 2.บริษัทจากกลุ่มประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเข้ามาอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มนี้จะมีการผ่องถ่ายงานให้กับคนไทย

เนื่องจากไม่มีรถเป็นของตัวเอง โดยให้บริษัทไทยเสนอราคาเข้าประมูลและบวกเพิ่มอีก 20%

และ 3.บริษัทจากจีน กลุ่มนี้เพิ่งจะเข้ามา โดยกลุ่มทุนจากจีนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือกลุ่มทุนที่เข้ามาค้าขายอยู่ก่อนแล้ว จะนำรถบรรทุกของจีนเข้ามาขนของ และกลุ่มผู้ประกอบสายเดินเรือของจีนหลายราย ที่มีการเข้ามาลงทุนทำคลังสินค้าเอง เนื่องจากการทำธุรกิจสายการเดินเรือในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดทุน จึงอยากขยายมาทำธุรกิจขนส่ง ซึ่งมีช่องทางที่จะทำกำไรได้มากกว่า เป็นการขยายไลน์ธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้นด้วย" นายยูกล่าวและว่า

ดัง นั้น ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้ ได้แก่ 1.ผู้ประกอบการต้องรวมกลุ่มในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด 2.ยกระดับมาตรฐานอาชีพให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น และ 3.เร่งยกระดับพนักงานขับรถให้มีความรู้และทักษะ เพื่อให้รับงานแข่งกับต่างประเทศได้ หรือแม้จะแข่งไม่ได้ ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปเป็นผู้รับช่วงงานต่อ (Sub-contract) ให้กับบริษัทต่างประเทศได้

นายยูกล่าวว่า ทิศทางผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในอนาคตสามารถเกิดขึ้นได้ใน 3 ลักษณะ คือ 1.ผู้ประกอบรายย่อยจะมีลักษณะไม่ต่างจากโชห่วยในปัจจุบัน เนื่องจากไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามา 2.คนรุ่นเก่าไม่สามารถส่งต่อกิจการให้ลูกหลานได้ เนื่องจากลูกหลานเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น และ 3.ผู้ประกอบการรายย่อยบางรายจะถูกบริษัทต่างชาติซื้อกิจการไป

สำหรับ จำนวนผู้ประกอบการไทยในธุรกิจโลจิสติกส์ปัจจุบันประมาณร้อยละ 90-95 เป็นผู้ประกอบการรายย่อย มีจำนวนรถขนส่ง 5-10 คัน ส่วนใหญ่ประกอบกิจการลักษณะรวมเป็นซับคอนแทร็กต์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 2-3 มีจำนวนรถตั้งแต่ 1,000 คันขึ้นไป ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางจะมีปริมาณรถ 100-1,000 คัน ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่จะทำกิจการลักษณะรับเหมาตรงเอง และอีกส่วนหนึ่งจะไปขอแบ่งงานจากกลุ่มบริษัทข้ามชาติอีกทอดหนึ่ง

นาย ยูกล่าวต่อไปว่า หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะมีนักลงทุนเข้ามา 2 กลุ่มในการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ในลักษณะการสวมสิทธิ์ ประกอบด้วยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว คือยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นจะเข้ามาใช้สิทธิ์ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นกัน มีความพร้อมมากกว่า อีกกลุ่มคือกลุ่มทุนจากจีน มาเลือกเจาะเข้าประเทศกลุ่ม CLMV เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีความได้เปรียบในระดับทวิภาคีระหว่างกันและกัน โดยเฉพาะ สปป.ลาว ซึ่งมีการเจรจาในระดับทวิภาคีกับประเทศในกลุ่ม CLMV ทั้งหมด ทำให้สามารถวิ่งขนส่งได้ทั้งไทย พม่า กัมพูชา และเวียดนาม

"ล่า สุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ สปป.ลาวได้ประกาศเปลี่ยนตัวเองจากการเป็น Land Lock มาเป็น Land Link โดยมีนโยบายเปิดสาขาโลจิสติกส์ให้บริษัทต่างชาติเข้ามาถือหุ้นได้ 100% สามารถวิ่งรถไปประเทศรอบ ๆ สปป.ลาวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้กลุ่มบริษัทจีนเล็งมาลงทุนใน สปป.ลาว เพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก รวมถึงการขนสินค้ามายังไทยก็จะทำได้ง่ายขึ้น ลักษณะการสวมสิทธิ์นี้มีแนวโน้มจะเกิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

ขณะที่การ ส่งสินค้าจากไทยไปจีนยังทำได้ลำบาก เช่น จีนยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากไทย ในอัตราร้อยละ 13 และร้อยละ 17 ตามประเภทสินค้า

ขณะที่ไทย ไม่ได้เก็บภาษีนี้จากจีนแล้ว รวมถึงจีนมักออกมาตรการกีดกันทางการค้าหลากหลายรูปแบบสำหรับสินค้าที่ส่งไป จากไทย เช่น รถขนสินค้าผักผลไม้จากไทยจะถูกส่งไปตรวจรังสี ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้า และผลไม้สุกไว รวมถึงการนำสินค้าไปขายในจีนอยู่ในลักษณะฝากขาย ไม่ใช่การขายขาด จึงยังมีความเสี่ยงอยู่ เป็นต้น

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1368595621
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 16th, 2013, 07:34 AM   #746
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

"นิวัฒน์ธำรง"ยันลงทุนระบบราง2ล้านล้าน กระตุ้นจีดีพี1-2%คาดคืนทุน8-10 ปี ลดต้นทุนโลจิสติกส์2.4แสนล.

updated: 15 พ.ค. 2556 เวลา 13:36:39 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วันที่ 15 พฤษภาคม หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดสัมมนา เรื่อง "รถไฟฟ้า-ไฮสปีดเทรน พลิกโฉมประทศไทย Connectivity = Opportunity ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

โดยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าไฮสปีดเทรนจะพลิกโฉมประเทศเช่นเดียวกับที่ไทยมีเครื่องบินใหม่ๆที่พลิกโฉมประเทศถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ยุทธศาสตร์รัฐบาลด้านคมนาคมขนส่ง คือ 1.ปรับรูปแบบขนส่งสินค้าบนถนนมาสู่การขนส่งต้นทุนต่ำกว่า 2.การปรับยุทธศาสตร์เชื่อมภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน 3.ปรับยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศ โดยทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ รัฐบาลวางแผนลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศต่างๆโดยเชื่อมการคมนาคม ทั้งทางบก น้ำ อากาศอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยรัฐบาลเล็งเห็นว่าให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนเชื่อมโยงฐานเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เน้นการพัฒนาระบบราง คือ ระบบรางคู่ จะสามารถเชื่อมต่อการขนส่งคมนาคมในประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งลดต้นทุนส่งสินค้าประเภทหนัก สำหรับรถไฟความเร็วสูงเน้นขนส่งสินค้ามูลค่าสูง น้ำหนักเบา สูญเสียง่าย และการเดินทางประชาชนอย่ารวดเร็ว นอกจากนั้นเชื่อมโยงพัฒนาด้านเข้าออกตามแนวชายแดนให้มีประสิทธิภาพ

ทั้งยังกระจายความเจริญยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และกระจายความเจริญจากหัวเมืองไปยังชานเมืองหรือเมืองรองไปทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ลดความแออัดในกรุงเทพฯ สร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในชนบท และช่วยลดความเหลื่อมล้ำรายได้ของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

นายนวิฒน์ธำรง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาไทยขาดความเชื่อมโยงแหล่งอุตสาหกรรมและการส่งออก สำหรับเกษตรกรต้องการขายผลผลิตได้สะดวกและราคาดี ซึ่งประโยชน์อีกส่วนคือช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงเรื่องการท่องเที่ยวจากเหนือจรดใต้ เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ยืดเวลาให้นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น เพราะเดินทางในเวลาน้อย

"การลงทุนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ คาดว่ามูลค่าจีดีพีจริงจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1 ต่อปี หรือ 120,000 ล้านบาท โดยคำนวณจากจีดีปี 2556 และยอดนี้จะเพิ่มขึ้นทุกปีตามแนวเติบโตของจีดีพี หากพิจารณาจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดลงทุน 2 ล้านล้านเปิดใช้งาน 2534 สามารถเพิ่มจีดีพีได้เฉลี่ยร้อยละ 1 ล้านล้านบาท ผลตอบแทนมากถึง 16 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ดังนั้นมั่นใจว่าโครงการนี้จะมีผลตอบแทน 1-2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ลดต้นทุนโลจิสติกส์ 2 เปอร์เซ็นต์ หรือ 240,000 ล้านบาท เพิ่มการจ้างงาน 5 แสนอัตรา ข้อมูลเบื้องต้นโครงการนี้จะคุ้มทุน 8-10 ปี"นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว

รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าบางท่านกล่าวว่ารถไฟความเร็วสูงทำแล้วไม่คุ้มค่าโดยคำนวณจากรายได้ค่าเก็บตั๋วโดยสาร ถ้าคิดประโยชน์ตอบแทนแค่นั้นโดยไม่คิดผลประโยชน์การเจริญเติบโตแค่นั้นคงไม่ถูกต้องไม่สามารถไปลงทุนด้านโครงสร้างขนาดใหญ่อื่นๆถ้าคิดผลประโยชน์ทางตรงอย่างเดียว ทั้งนี้ รัฐบาลมีเจตนารมณ์เป้าหมายที่จะพัฒนาโครงการนี้เพื่อพัฒนาและเสริมศักยภาพการได้เปรียบที่ตั้งของประเทศเพื่อมุ่งระบบการขนส่งของภูมิภาคเอเชีย

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1368600157
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 16th, 2013, 07:40 AM   #747
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน จากมุมมอง "แบงก์ชาติ"

updated: 16 พ.ค. 2556 เวลา 01:43:39 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ระหว่างการเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ...หรือ พ.ร.บ.การกู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา "ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ดังนี้

ธปท.ประเมินสภาพคล่อง

การดูแลสภาพคล่องของ ธปท.ตามหลักจะดูแลปริมาณเงินให้สมดุลกับเศรษฐกิจจริง เพราะถ้าปล่อยให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มมากเกินไป เงินเฟ้อหรือราคาจะเปลี่ยนแปลง มีผลต่อราคาสินค้า ธปท. จึงต้องดูแลให้เหมาะสม

ในทางกลับกัน ถ้าสภาพคล่องขาด ธปท.ก็จะส่งเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการทำแบบตั้งรับ เพราะ ธปท.ไม่ใช่ภาคธุรกิจเอกชน หรือธนาคารพาณิชย์ที่ต้องหากำไรเป็นหลัก เมื่อสภาพคล่องล้น ธปท.ก็ต้องออกพันธบัตรมาดูดซับระยะ 7 วัน-3 เดือน เพื่อไม่ให้สภาพคล่องมีมากเกินไปจนเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ปัจจุบัน ธปท.ก็ดูดซับไว้จำนวนหนึ่งเพื่อรักษาสมดุล ส่วนการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศเป็นเรื่องที่ดี ในหลักการนี้ ธปท.เห็นด้วย แต่การใช้เงินลงทุนให้มีประสิทธิภาพก็ต้องดูให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วการใช้สมมติฐานดอกเบี้ย 5% ในระยะ 10-50 ปีก็พอคิดได้ มีที่มาที่ไป แต่ดอกเบี้ยก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งสูงขึ้นและต่ำลง ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า

อย่างปัจจุบันอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 48 ปี ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทประกันชีวิตเป็นผู้ลงทุนอยู่ที่ 4.27% แต่ถ้ากู้ระยะยาว 50 ปีแล้วในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนักลงทุนก็มองว่าดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะสูงเกิน 5% และก็มีโอกาสที่ผลตอบแทนดอกเบี้ยในพันธบัตรรัฐบาลกระโดดเหนือ 4.27% ได้เช่นกัน

ส่วนดอกเบี้ยนโยบาย 1 วัน เป็นดอกเบี้ยระยะสั้นที่ส่งสัญญาณต่อตลาดการเงิน ซึ่งการลดดอกเบี้ยระยะสั้นไม่ได้แปลว่า ดอกเบี้ยระยะยาวจะลดลงด้วย ดังนั้น ถ้าเศรษฐกิจร้อนแรงไปลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น อาจทำให้ดอกเบี้ยระยะยาวเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ต้องรักษาความเชื่อมั่นให้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ

ส่วนจะเกิดการแย่งสภาพคล่องเงินกู้ระหว่างรัฐกับเอกชนหรือไม่นั้น ธปท.ยังไม่ได้ดูละเอียดตรงนี้ แต่ถ้าพิจารณาจากแผนการลงทุนที่จะกู้เงินเฉลี่ยปีละ 3 แสนล้านบาท ในระยะเวลาประมาณ 7 ปี ตามที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) บอก ขณะนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากังวลอะไร

แจงภาวะขาดทุน

เรื่องกำไร-ขาดทุนไม่ใช่ภารกิจของ ธปท. แต่ ธปท.มีภารกิจดูแลเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ขณะที่การขาดทุนของ ธปท.ในปัจจุบันเกิดจากต้นทุนหนี้สินสูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนของ ธปท. และเมื่อมูลค่าสินทรัพย์ต่าง ๆ ลดลง ในขณะที่เงินบาทแข็งค่า มูลค่าทางบัญชีก็ย่อมปรับตัวลดลงด้วย

แต่ถามว่าตอนนี้เป็นปัญหาต่อการบริหารงาน ธปท.หรือไม่ เชื่อว่าตลาดการเงินไม่ได้เอามาเป็นปัญหา เพราะปัจจัยชี้วัดอยู่ที่ความเชื่อมั่น ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า คนยังมีความเชื่อมั่นที่ดีอยู่

ผลขาดทุนนี้มีจุดจบแน่นอน แต่ต้องใช้เวลา ซึ่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ทำให้ ธปท.มีรายได้เพิ่มขึ้น หมายความว่า ถ้าเศรษฐกิจไทยโตปีละ 8% ซึ่งมาจากจีดีพีโต 5% บวกเงินเฟ้ออีก 3% ธปท.ก็สามารถพิมพ์ธนบัตรเข้าไปในระบบได้ปีละ 8% ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ และก็ทำให้ฐานเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรายได้ของ ธปท.ทันที

ส่วนดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความสมดุลของดีมานด์และซัพพลายของเงินในอนาคต ถ้านักลงทุนเชื่อมั่น เศรษฐกิจดี ค่าเงินบาทก็มีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้น แล้วไม่แน่ว่าอีก 15 ปีข้างหน้า มีผู้ว่าการคนใหม่ ซึ่งไม่ใช่ผมแล้ว อาจจะมานั่งชี้แจงการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในลักษณะนี้อีกก็เป็นได้

ดังนั้น สิ่งที่ ธปท.ทำได้ดีที่สุด คือการรักษาความน่าเชื่อถือทางการเงิน เพื่อไม่ให้นักลงทุนคาดการณ์ไปมากกว่าความจริง จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไป

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1368643474
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 16th, 2013, 05:30 PM   #748
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

"คมนาคม"พร้อมกดปุ่มประมูลงบ2ล้านล้าน เกลี่ยบัญชีลงตัว4ปีเนรมิตครบ"ถนน-ด่าน-ทางคู่-ไฮสปีดเทรน"

updated: 16 พ.ค. 2556 เวลา 21:42:04 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เปิดแผน "คมนาคม" จัดลำดับโครงการ 2 ล้านล้านกระจายลงทุน 4 ปี ประเดิมปี"56-57 กว่า 1.2 ล้านล้านทุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสี "แดง-เขียว-ชมพู-เหลือง" ทางคู่ 5 สายรวด ตีฆ้องทั่วโลกประมูลไฮสปีดเทรน จุดพลุมอเตอร์เวย์ใหม่ 3 สาย "โคราช-กาญจน์-มาบตาพุด" ดีเดย์ปี"58 ตอกเข็มทางรถไฟ 2 สายใหม่กว่า 1 แสนล้าน ปี"59 เทกระจาดลอตสุดท้ายทางคู่ 5 สายใหม่กว่า 1.4 แสนล้าน



แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในแผนงานโครงการลงทุนตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดทำบัญชีการลงทุนที่จะเริ่มดำเนินการได้ทันทีหลัง พ.ร.บ.กู้เงินมีผลบังคับใช้แล้ว โดยกระจายประมูลใน 4 ปี

ปี"56 กว่า 4 แสนล้าน

ในปี 2556 มีโครงการพร้อมดำเนินการวงเงินรวม 422,342 ล้านบาท ได้แก่ 1.รถไฟฟ้า 4 สาย เงินลงทุนรวม 130,153 ล้านบาท มีสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) 18.7 กม. วงเงิน 58,590 ล้านบาท, สีชมพู (แคราย-มีนบุรี) 38 กม. วงเงิน 58,624 ล้านบาท, สีแดง (รังสิต-ม.ธรรมศาสตร)์ 5,412 ล้านบาทและสีแดง (ตลิ่งชัน-ศาลายา) 7,527 ล้านบาท

2.รถไฟทางคู่ 2 สาย เงินลงทุนรวม 46,904 ล้านบาท ได้แก่ สายจิระ-ขอนแก่น 185 กม. วงเงิน 29,221 ล้านบาท และสายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กม. วงเงิน 17,683 ล้านบาท

นับหนึ่งไฮสปีดเทรน 3 สาย

3.รถไฟความเร็วสูง 3 สาย เงินลงทุนรวม 682,598 ล้านบาท มีสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 745 กม. วงเงิน 387,821 ล้านบาท, กรุงเทพฯ-หนองคาย 615 กม. ลงทุน 170,450 ล้านบาท (ค่าก่อสร้างเฟสแรกกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และค่าที่ปรึกษาต่อขยายนครราชสีมา-หนองคาย), สายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ 982 กม. ลงทุน 124,327 ล้านบาท (เฟสแรกจากกรุงเทพฯ-หัวหิน และค่าศึกษาต่อจากหัวหิน-ปาดังเบซาร์)

โดยจะเริ่มกระบวนการเสนอผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ในสายเหนือ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และเริ่มขั้นตอนจัดหาระบบการเดินรถ คาดว่าจะมีวงเงินรวมทั้ง 3 สายประมาณ 129,085 ล้านบาท ก่อนที่จะเปิดประมูลก่อสร้างในปี 2557 นี้

4.งานถนน เงินลงทุนรวม 116,200 ล้านบาท ได้แก่ มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา 196 กม. วงเงิน 84,600 ล้านบาท มี พ.ร.ฎ.เวนคืนประกาศใช้แล้วจะเริ่มเวนคืนได้ทันที พร้อมเปิดประมูลก่อสร้าง นอกจากนี้มีงานบูรณะถนนสายหลัก 12 เส้นทาง 235 โครงการ 2,162 กม. วงเงิน 31,600 ล้านบาท

ปี"57 ทะลุ 8 แสนล้าน

สำหรับในปี 2557 มี 5 โครงการ รวม 824,373 ล้านบาท คือ 1.รถไฟฟ้า 4 สาย รวม 239,403 ล้านบาท ได้แก่ สีแดงอ่อน (บางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก) สีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) รวม 38,469 ล้านบาท, ต่อขยายแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง) 28,574 ล้านบาท, สีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) 57,306 ล้านบาท และสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี) 115,054 ล้านบาท

2.รถไฟทางคู่ 3 สาย รวม 58,244 ล้านบาท มีสายลพบุรี-ปากน้ำโพ 148 กม. วงเงิน 16,215 ล้านบาท, นครปฐม-หัวหิน 165 กม. วงเงิน 20,833 ล้านบาท และมาบกะเบา-จิระ 132 กม. วงเงิน 21,196 ล้านบาท

ไฮสปีดเทรน 3 สาย 4 แสน ล.

3.เริ่มประมูลก่อสร้างงานโยธาทางวิ่งและสถานีถไฟความเร็วสูงเฟสแรก 3 สาย รวม 409,554 ล้านบาท ได้แก่ สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก 193,206 ล้านบาท, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา 123,950 ล้านบาท และกรุงเทพฯ-หัวหิน 92,398 ล้านบาท

4.โครงการถนน เงินลงทุนรวม 105,792 ล้านบาท เป็นค่าเวนคืนมอเตอร์เวย์ 2 สาย คือ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี 5,420 ล้านบาท และพัทยา-มาบตาพุด 1,800 ล้านบาท อีกทั้งเริ่มประมูลงานขยายถนน 4 ช่องจราจร 1,864 กม. 45 โครงการ เงินลงทุน 80,610 ล้านบาท

ถนนเลียบอ่าวไทยถึงชุมพร (รอยัลโคสต์) 22 โครงการ 4,192 ล้านบาท, ถนนเชื่อมระหว่างประเทศ 11 โครงการ 13,770 ล้านบาท และ 5.สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำป่าสัก 11,380 ล้านบาท

รถไฟใหม่แสนล้านงอกปี"58

ส่วนในปี 2558 มี 6 โครงการลงทุนรวม 280,082 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สมุทรปราการ-บางปู)13,344 ล้านบาท 2.สร้างรถไฟสายใหม่ 2 สาย คือ สายเด่นชัย-เชียงราย 326 กม. วงเงิน 77,275 ล้านบาท และสายบ้านไผ่-ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม-มุกดาหาร-นครพนม 347 กม. วงเงิน 42,106 ล้านบาท

3.ประมูลรถไฟความเร็วสูง 2 สาย คือ สายสุวรรณภูมิ-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง 221 กม. วงเงิน 100,631 ล้านบาท และสายเหนือต่อขยายจากพิษณุโลก-เชียงใหม่

4.โครงการถนน มี 2 โครงการรวม 16,433 ล้านบาท ได้แก่ สร้างถนนสนับสนุนท่าเรือเชียงแสน 3 โครงการ 2,773 ล้านบาท และถนนสนับสนุนสนามบินสุวรรณภูมิ 3 โครงการ 13,660 ล้านบาท

5.การพัฒนาการขนส่งทางน้ำ วงเงินรวม 18,437 ล้านบาท มีสร้างท่าเรือชุมพร 1,713 ล้านบาท, ท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 วงเงิน 3,613 ล้านบาท, สถานีขนส่งสินค้าทางน้ำอ่างทอง 1,325 ล้านบาท และท่าเรือปากบาราระยะที่ 1 วงเงิน 11,786 ล้านบาท

และ 6.โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า 15 แห่ง แยกเป็นเมืองชายแดน 7 แห่งที่เชียงราย ตาก หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา นราธิวาส อีก 8 แห่งเป็นเมืองหลัก มีเชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี ปราจีนบุรี และสุราษฎร์ธานี เงินลงทุนรวม 11,856 ล้านบาท

ปี"59 ทางคู่ซิวเค้ก 5 สาย

ในปี 2559 จะมีประมูล 4 โครงการ รวม 153,852 ล้านบาท คือ 1.รถไฟทางคู่ 5 สาย รวม 144,110 ล้านบาท ได้แก่ สายปากน้ำโพ-เด่นชัย 285 กม. 30,070 ล้านบาท, หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 90 กม. 9,555 ล้านบาท, ชุมพร-ปาดังเบซาร์ 506 กม. 53,340 ล้านบาท, ขอนแก่น-หนองคาย 174 กม. 18,585 ล้านบาท และจิระ-อุบลราชธานี 309 กม. วงเงิน 32,560 ล้านบาท

2.สร้างทางรถไฟสายใหม่ จากบ้านภาชี-นครหลวง 23 กม. วงเงิน 4,546 ล้านบาท 3.มีถนนแก้ไขปัญหาจราจรที่แหลมฉบัง-สนับสนุนนิคมอุตสาหกรรม 2 โครงการ 2,960 ล้านบาท และ 4.พัฒนาสถานีขนส่งสินค้า อ.เชียงของ จ.เชียงราย 2,236 ล้านบาท

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1368715358
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 16th, 2013, 06:24 PM   #749
tonii
Registered User
 
Join Date: Aug 2006
Location: London
Posts: 438
Likes (Received): 306

อ่านรายชื่อโครงการกันลายตาเลย ถ้าผ่านหมดนี่ประเทศไทยคงก้าวข้ามเพื่อนบ้านไปอีกหลายขั้นแน่ๆ
tonii está en línea ahora   Reply With Quote


Reply

Tags
asean, logistics, thailand logistics

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:23 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 18.75%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu