daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old September 24th, 2009, 07:54 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

Trat - Thailandís eastern-most province


Last edited by napoleon; January 28th, 2013 at 04:13 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old September 24th, 2009, 07:57 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

R 48 เส้นทางสายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเปิล อนาคตแห่งประชาคมอาเซียน

คอลัมน์ เปิดมุมมอง วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4143 ประชาชาติธุรกิจ


ช่วงวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2552 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน ที่จังหวัดภูเก็ต ประเด็นหนึ่งที่ได้กล่าวถึงการเป็นประชาคมอาเซียน เหมือนกับที่ยุโรปรวมตัวกันเป็นประชาคมยุโรป ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตร์ของกลุ่มประเทศยุโรปกับกลุ่มประเทศอาเซียนมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือแต่ละประเทศเป็นสมาชิกมีพื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ทั้งทางบก เรือ และอากาศ

การเดินทางโดยทางอากาศนั้นไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน จะดำเนินการได้ หากมีสนามบิน เช่น การเดินทางเชื่อมทวีปและหมู่เกาะต่างๆ ซึ่งมีจุดด้อยในด้านค่าใช้จ่ายที่สูงและร่นจากต้นทางไปปลายทาง ส่วนการเดินทางโดยเรือจะได้ประสบการณ์และบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง มีค่าใช้จ่ายต่ำสุด แต่ต้องใช้เวลานานกว่าทางอากาศและทางบก

การเดินทางทางบกโดยมีถนนเชื่อมโยงจุดต่างๆ เป็นโครงข่ายถึงกัน นอกจากจะทำให้การคมนาคมสะดวก รวดเร็ว ยังเป็นตัวช่วยให้การค้า การขนส่ง และการท่องเที่ยวเติบโตได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่ต่อพื้นที่ได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ถนน R 48 เส้นทางสายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเปิล รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 300 กิโลเมตร เริ่มต้นจากชายแดนจังหวัดตราดของประเทศไทยเข้าสู่ประเทศกัมพูชาที่เกาะกงไปสิ้นสุดที่สะแรอัมเปิล สามารถเชื่อมต่อเข้ากรุงพนมเปญได้โดยสะดวก และจากสะแรอัมเปิลยังเชื่อมต่อไปประเทศเวียดนามได้ ตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) พัฒนาเส้นทางสาย R 48 ให้เป็นถนนโครงข่ายตามแนวชายฝั่งทะเลด้านใต้ของกัมพูชาเชื่อมต่อระหว่างไทย-กัมพูชา-เวียดนาม เพื่อการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว การคมนาคม และการลงทุนระหว่างกัน



เดิม สภาพถนน R 48 เป็นสายสำรองผ่านเชิงเขาและต้องผ่านแม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย Sre Ambel River, Anduang Tock River, Trapeng Roung และ Tatai River ในอดีต การเดินทางไปยังกรุงพนมเปญต้องใช้แพขนานยนต์ขนถ่ายรถยนต์ รถบรรทุก ซึ่งใช้เวลาในแต่ละจุดของการข้ามแม่น้ำร่วมครึ่งชั่วโมง ทำให้การเดินทางไปกรุงพนมเปญจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง เพราะนอกจากจะต้องรอเวลาข้ามแพขนานยนต์ด้วยแล้ว เส้นทางเดิมที่เป็นลูกรังและตัดผ่านเชิงเขาส่งผลให้การเดินทางไม่สามารถทำความเร็วได้

ในอดีต ประเทศกัมพูชาตกอยู่ในภาวะสงครามเป็นเวลานาน หลังจากประเทศสงบตั้งแต่ปี 2533 รัฐบาลกัมพูชาจึงได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกในด้านการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้มีรายได้เข้าประเทศมากขึ้น และเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง

ถนน R 48 เป็นโครงการเงินกู้แบบผ่อนปรนที่รัฐบาลไทยได้ให้ความร่วมมือผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) เริ่มดำเนินการก่อสร้างปี 2547 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี โดยมีผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยคือบริษัท สหการวิศวกร จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางจาก National Road No.4 ที่ Camkar Luong กับจังหวัดเกาะกง ที่ทำให้การคมนาคมจากจังหวัดเกาะกงและพนมเปญสะดวกขึ้น

อีกประเด็นสำคัญของการปรับปรุงลาดยางถนนสาย R 48 คือการค้าชายแดน เนื่องจากจังหวัดตราดมีเขตชายแดนติดต่อกับกัมพูชาทั้งทางบกและทางทะเลถึง 330.50 กิโลเมตร มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดตราดเท่ากับ 18,000 ล้านบาท อัตราเติบโตร้อยละ 3 ศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวสูง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งได้ดำเนินการผ่าน 2 ช่องทาง คือ

- จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก มีการค้าผ่านแดนร้อยละ 80 เมื่อได้ดำเนินการขออนุญาตผ่านด่านศุลกากรคลองใหญ่อย่างถูกต้องแล้ว จะนำสินค้าลงเรือเพื่อขนส่งไปยังกัมพูชา โดยใช้ท่าเทียบเรือเอกชน 2 แห่ง เป็นจุดขนถ่ายสินค้า ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นการนำเข้า-ส่งออกที่จุดผ่านแดนถาวรโดยตรง

- จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหมื่นด่าน พื้นที่ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ แต่ปริมาณการค้ายังมีน้อย เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขา การคมนาคมไม่สะดวกเท่าที่ควร

ดังนั้นถนน R 48 จึงมีผลประโยชน์อย่างมากมาย นอกจากทำให้การเดินทางจากเกาะกงไปกรุงพนมเปญใช้เวลาสั้นลงอย่างน้อย 4 ชั่วโมง จากที่ต้องใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงแล้ว ผลที่จะได้รับโดยตรง มีดังนี้

1.เกิดการจับจองและพัฒนาที่ดินในเกาะกง มีการก่อสร้างโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อรองรับผู้มาเยี่ยมเยือน และกำหนดเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

2.การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยสู่พนมเปญและกัมปงโสมสะดวกรวดเร็วขึ้น การประหยัดค่าขนส่งและเวลา เพราะรถตู้คอนเทนเนอร์สามารถวิ่งตรงจากไทยไปยังกรุงพนมเปญได้

3.สถานที่ท่องเที่ยวของไทยในจังหวัดตราดจะเป็นแหล่งดึงดูดให้ชาวต่างชาติและชาวกัมพูชาได้มาเยี่ยมเยือน โดยใช้ถนน R 48 เป็นเส้นทางคมนาคม

4.การพัฒนาถนนสาย R 48 จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเส้นทางคมนาคมภายใต้โครงการ SEC เส้นทาง Southern Coastal Subcorridor ระยะทางประมาณ 970 กิโลเมตร เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ-ตราด (ไทย)-เกาะกง-สะแรอัมเปิล-กำปอด (กัมพูชา)-ฮาเตียน-Ca Mau-Nam Can (เวียดนาม) เพื่อเชื่อมโยงชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ของไทย

แน่นอนว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับต่อไทย-กัมพูชา-เวียดนาม รวมถึงกลุ่มประชาคมอาเซียนในเชิงรูปธรรมจะเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว สำคัญที่สุดคือ สัมพันธภาพและความเข้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนบ้าน เป็นคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินได้เลย

หน้า 38
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 29th, 2009, 11:06 AM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

เกาะช้างเหม็นขยะตกค้าง500ตัน

Posttoday วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552


พ่อเมืองตราดจี้เทศบาลตำบลเกาะช้าง จัดการปัญหาขยะล้นเกาะให้แล้วเสร็จ

นายวินัย กาวิชัย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีขยะตกค้างใน อ.เกาะช้าง จำนวน 500 ตัน ซึ่งจะต้องขนมาทิ้งบนฝั่ง จ.ตราด แต่บริษัทรับจ้างยังไม่ดำเนินการ เพราะใช้งบประมาณสูง
ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีขยะ 12-17 ตัน (ช่วงโลว์) หากเป็นช่วงไฮจะมีสูงถึง 20-27 ตัน ใช้คนงานกำจัดได้ 30 ตัน/วัน แต่ปัจจุบันอุปกรณ์และปริมาณที่สะสมมีมาก จนไม่สามารถดำเนินการได้

วานนี้ นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.ตราด เป็นประธานประชุมแนวทางการจัดการปัญหาขยะและของเสียในแหล่งท่องเที่ยว จ.ตราด ครั้งที่ 1/2552 หลังจากที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ทำหนังสือถึงจังหวัดเพื่อให้แก้ปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยว

นายแก่นเพชร กล่าวว่า เทศบาลตำบลเกาะช้างต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน หากไม่แล้วเสร็จจะถือว่าบกพร่อง เพราะที่ผ่านมาเทศบาลตำบลเกาะช้างไม่สามารถบริหารจัดการควบคุมบริษัทรับจ้างให้ดำเนินการตามนโยบายได้ โดยมอบหมายให้นายชลอ ใบเจริญ รองผวจ.ตราด เป็นผู้ควบคุมดูแล หากไม่แล้วเสร็จจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะช้างอย่างมาก
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 29th, 2009, 11:08 AM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ค้าชายแดนอีสานใต้พุ่งตราดโกย1.7หมื่นล้าน

Posttoday วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552


การค้าชายแดนอีสานใต้ทะลุ 1,400 ล้าน ขณะที่ จ.ตราด ฉลุยกว่า 1.7 หมื่นล้าน

นายไพรัช เจริญชาศรี นายด่านศุลกากรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า การค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านด่าน ชายแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง และช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ ทะลุกว่า 1,420.38 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกเพียง 1,178.67 ล้านบาท

ทั้งนี้ นักธุรกิจ พ่อค้า และประชาชนชาวกัมพูชา ในจังหวัดอุดรมีชัย จังหวัดพระวิหาร และจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งเป็นจังหวัด ที่มีชายแดนติดกับไทยด้าน จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ได้ ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยเข้าไปจำหน่ายให้แก่ประชาชนชาวกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหาร แต่ยอดการค้าขายไม่มีผลกระทบ

ďปัจจุบันนักธุรกิจรายใหญ่ รวมทั้งผู้ประกอบการกาสิโน ในฝั่ง โอร์เสม็ด กัมพูชา หันมาซื้อและนำเข้า น้ำมันเชื้อเพลิงจากฝั่งไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า และจำหน่ายให้กับประชาชนกัมพูชาĒ นายด่านศุลกากรช่องจอมกล่าว

นายไพรัช กล่าวอีกว่า ในอนาคตการค้า การลงทุน การขนส่งและการท่องเที่ยวภูมิภาคนี้ มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เนื่องจากจะได้รับอานิสงส์จากที่ประเทศไทยทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท ช่วยกัมพูชา สร้างปรับปรุงถนนหมายเลข 67, 68 ซึ่งเป็นสองเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมโยงภาคเหนือเขมร-นครวัด นครธม กับภาคอีสานใต้ของไทยที่เปิดให้บริการไปแล้ว ทำให้การขนส่งสินค้าสะดวกยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายกฤษฎา อินทชาติ พาณิชย์ จ.ตราด กล่าวว่า แม้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ไทยจะเกิดความขัดแย้งกับกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร แต่มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด มีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ยอดถึงเดือนก.ย. มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 1.75 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น จากเดือนก.ย. 2551 ที่มีมูลค่า 16,431.67 ล้านบาท
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 3rd, 2009, 08:29 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ขยะล้นเกาะช้างจวกกันวุ่น ผู้ว่าฯบี้ขีดเส้นเทศบาลแก้ใน10วัน

วันที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6883 ข่าวสดรายวัน


นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าฯ ตราด เป็นประธานประชุมแนวทางการแก้ปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยว จ.ตราด โดยเฉพาะที่เกาะช้าง เนื่องจากปัจจุบันมีขยะตกค้างจำนวนมากส่งกลิ่นเหม็นและไม่มีผู้จัดเก็บ

นายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานพื้นที่พิเศษเกาะช้าง กล่าวว่า ทาง อพท.ได้งบประมาณก่อสร้างโรงกำจัดขยะแบบชีวมวล 50 ล้านบาท ผลิตเป็นก๊าซชีวภาพมาใช้ปั่นเป็นไฟฟ้าได้ และนำดินที่หมักจากขยะมาทำเป็นปุ๋ยได้อีก จากนั้น อพท.ว่าจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการและจัดเก็บขยะเดือนละ 800,000 บาท โดยบริษัท ส.คงทน จำกัด ของนายสุรศักดิ์ อิงประสาน เป็นผู้บริหาร ต่อมาเมื่อหมดสัญญามีการประมูลใหม่ บริษัท รีซอสท์ รีคอฟเวอร์รี่ จำกัด ได้รับเลือกเป็นผู้รับจ้างเดือนละ 500,000 บาท

นายวินัย กาวิชัย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะช้าง กล่าวว่า ปัจจุบันมีขยะตกค้างในเกาะช้าง 500 ตัน ซึ่งจะต้องขนมาทิ้งบนฝั่ง จ.ตราด แต่บริษัทรับจ้างไม่ดำเนินการเพราะต้องใช้งบประมาณสูง ในแต่ละวันของช่วงโลว์ซีซั่นจะมีขยะ 12-17 ตัน หากเป็นช่วงไฮจะมีสูงถึง 20-27 ตัน ใช้คนงานกำจัดวันละ 30 ตัน แต่ปัจจุบันอุปกรณ์และปริมาณขยะสะสมมีมากจนไม่สามารถดำเนินการได้

นายสุรศักดิ์ อิงประสาน กล่าวว่า ผู้รับจ้างรายใหม่รับจ้างเดือนละ 500,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ขาดทุน และผู้รับจ้างคิดว่าขยะต้องทิ้งบนเกาะ แต่ในสัญญาระบุว่าต้องทิ้งบนฝั่ง ต้องมีค่าขนส่งเรือเฟอร์รี่เดือนละ 2-3 ครั้ง ค่าทิ้งขยะของศูนย์บำบัดขยะของเทศบาลเมืองตราดตันละ 600 บาท ทำให้ผู้รับเหมาขาดทุน ทำไม่ได้และจะทิ้งงานจนงานเกิดมีปัญหา ขณะที่บริษัทของตนไม่เคยมีปัญหา แม้จะแพงกว่าและการจะแก้ปัญหาขยะ 500 ตันที่อยู่บนเกาะช้างจะต้องใช้เวลากี่วัน ซึ่งอาจจะถึง 3 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ที่ผ่านมาบริษัทของตนใช้วิธีอัดแท่งทำให้ง่ายในการกำจัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการประชุมผู้ว่าฯ ตราดได้มอบหมายให้เทศบาลตำบลเกาะช้างไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันเพราะที่ผ่านมาเทศบาลตำบลเกาะช้างไม่สามารถบริหารจัดการควบคุมบริษัทรับจ้างให้ดำเนินการตามนโยบายได้ ซึ่งตนจะเดินทางไปเกาะช้างในวันที่ 8 ต.ค.

หน้า 28
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 06:42 AM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ค้าชายแดนตราดเฮ!เห็นแสงสว่าง สะพัดเฉียด1.7หมื่นล้าน-บิ๊กธุรกิจฟันธงปีหน้าโต4%

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4151 ประชาชาติธุรกิจ


ค้าชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.ตราดเห็นแสงสว่าง ขยายตัว 2% มูลค่า 16,778 ล้าน ประธานหอฯเผยข้อมูลไม่ผ่านด่านศุลกากรอีกเท่าตัว ฟันธงปีหน้าโต 3-4% ชี้ศักยภาพการขนส่งทางเรือ-ถนนหมายเลข 48 ตัวกระตุ้น ส.ว.ตราดแนะควรพัฒนาและเปิดตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปแทนที่สินค้าส่งออกอันดับหนึ่งน้ำตาลทราย


นายประยุทธ มณีโชติ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2552 (ก.ย. 2551-ต.ค. 2552) การค้าชายแดนด้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ระหว่างไทย-กัมพูชาและเวียดนามมีมูลค่ารวม 16,788.2 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2551 (ก.ย. 2550-ต.ค. 2551) ที่มีมูลค่า 16,451.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 แยกเป็นมูลค่าส่งออก 16,735.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่มีมูลค่าส่งออก 16,407.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 เช่นเดียวกัน

ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 42.8 ล้านบาท ลดลงจากปี 2551 ที่มีมูลค่านำเข้า 45.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.7 โดยสินค้าส่งออกใน 5-6 ลำดับต้น ๆ คือ น้ำตาลทรายร้อยละ 53 นมและอาหารเสริม เหล็กเส้น แผ่นเหล็ก โครงเหล็ก เครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ ขนม และผงชูรส-ผงปรุงรส ส่วนสินค้านำเข้า คือ ไม้แปรรูปร้อยละ 29.5 หวาย มะพร้าวผล ปลาหมึกตากแห้ง ทั้งนี้ปริมาณการนำเข้าที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่นำเข้าทดแทนการขาดแคลน

นายกฤษฎา อินทชาติ พาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า ปริมาณมูลค่าการค้าชายแดนด้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ปี 2552 แม้มีปัญหาด้านภาวะเศรษฐกิจโลกและของไทย รวมทั้งปัญหาการเมือง ในประเทศ แต่อัตราการขยายตัวยังเพิ่มขึ้น แม้มีปริมาณไม่มากนักก็ตาม เนื่องจากกัมพูชาอยู่ในช่วงระยะของการลงทุน มีโครงการลงทุนด้านอุตสาหกรรมจากประเทศเกาหลี จีน มาเลเซีย ในเมืองต่าง ๆ รวมทั้งจังหวัดเกาะกงที่ติดชายแดน จ.ตราด

คาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 คือ ตุลาคม-ธันวาคม 2552 ปริมาณการค้าน่าจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมาเหมือนทุก ๆ ปี 3 ปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริม คือ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตราด-เกาะกง เปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง ทำให้ไม่มีการต่อต้านหรือขัดแย้งกัน การขนส่งที่สะดวกทั้งทางบกถนนหมายเลข 48 ส่วนทางน้ำสามารถ ส่งสินค้าได้ถึงเวียดนามและทำให้ลดต้นทุน รวมทั้งคุณภาพสินค้าไทยเป็นที่นิยมของตลาดกัมพูชา

นายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ภายหลังเปิดใช้ถนนหมายเลข 48 เชื่อมต่อพนมเปญและสีหนุวิลล์ เมื่อกลางปี 2551 สินค้าที่เคยส่งออกทางด้านสระแก้ว จันทบุรี ได้เปลี่ยนมาใช้ทางด้าน จ.ตราด รวมทั้งจังหวัดตราดโดยเฉพาะประเภทผัก ผลไม้ แต่ในขณะเดียวกันการขนส่งทางน้ำยังคงมีปริมาณมากถึง 80-85% โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากค่าขนส่งถูกกว่าและเส้นทางเรือสามารถเชื่อมต่อจากกัมพูชา สีหนุวิลล์ ถึงเวียดนามที่เมืองฮาเตียน นอกจากนี้การขนส่งสินค้าทางเรือเสียภาษีน้อยกว่าทางบก เพราะมีด่านจัดเก็บน้อยกว่าทางบกที่ต้องเสียทุกจังหวัด

คาดว่าในปี 2553 ปริมาณการค้าจะเติบโตเพียง 3-4% เช่นเดียวกับปี 2552 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีนัก

"มูลค่าการค้าชายแดนจริง ๆ มากกว่าตัวเลขที่ผ่านด่านศุลกากรถึงเท่าตัว เพราะบางอย่างไม่ต้องสำแดงตัวเลข อย่างส่งออกผลไม้ที่ผ่านทางหอการค้าปี 2552 ประมาณเกือบ 2,000 ตัน มูลค่า 30 ล้านเศษ ส่วนปริมาณมูลค่าการค้าที่ลดลงไปส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการส่งออกปูนซีเมนต์ที่เคย ส่งออกทางด้าน จ.ตราดได้เปลี่ยนเส้นทางส่งออกเป็นทาง จ.เพชรบุรีแวะพักที่เกาะกูดและเข้าสีหนุวิลล์โดยตรง" นายประเสริฐกล่าวและว่า

จริง ๆ แล้วสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของตลาดกัมพูชา เพียงต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่ผ่านมาหอการค้าทำ MOU กับหอการค้าของกัมพูชา และเดือนมกราคม 2553 นี้รัฐบาลกัมพูชาได้สนับสนุนให้มีการจัดแสดงสินค้าร่วมกันเนื่องในโอกาสฉลองเอกราช จัดให้มีการจำหน่ายสินค้าจาก 20 จังหวัดในกัมพูชาที่จังหวัดเกาะกง โดยเชิญให้ไทยนำสินค้าไปจำหน่ายกว่า 200 บูท จากทั้งหมด 300 บูท ซึ่งจะเป็นช่องทางนำสินค้าไทยไปเผยแพร่ในกัมพูชา

ทางด้านนายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา จะมีผลต่อการต่อต้านสินค้าไทย ทำให้สินค้าเวียดนามและจีนอาจเข้ามาแทนที่สินค้าไทยบางอย่าง หรือปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ชาวต่างชาติอาจเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไปสิงคโปร์ มาเลเซียแทน

ทั้งนี้ในส่วนของตัวสินค้าไทยเองเป็นสินค้าเดิม ๆ ที่ส่งออกจำนวนมาก เช่น น้ำตาลทราย น่าจะพัฒนาสินค้าการเกษตรอื่น ๆ เพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นบ้าง

หน้า 23
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2009, 12:32 PM   #7
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

มาเลเซียทึ่งไม้กฤษณา เล็งส่งเสริมเป็นไม้เศรษฐกิจ
รัฐบาลมาเลเซียดูงานไม้กฤษณาจังหวัดตราด เผยไม้กฤษณาเมืองตราดสายพันธุ์ดีที่สุดในโลก เล็งนำความรู้และเทคนิควิธีการ ต่างๆไปใช้ในการส่งเสริมเกษตรกรชาวมาเลเซียให้ปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจของ มาเลเซียต่อไป...
วันนี้(24 ต.ค.)ดาโต๊ะอัดุลฮายี รมยี ผู้ว่าการรัฐอะลัดตาจากประเทศมาเลเซีย นำคณะเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกษตร มาศึกษาดูงานการปลูกและแปรรูปไม้กฤษณาในเขตอำเภอบ่อไร่และอำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยมีนายขวัญชัย พูลสระคู นายสำเนา หอยสังข์ ผู้ประสานงานจาก จ.สตูล และ จ.ตราด นำศึกษาดูงานการปลูกไม้กฤษณาในแปลงไม้กฤษณาต่างๆ รวมทั้งเตาต้มกลั่นน้ำมัน กฤษณาในเขตอำเภอบ่อไร่และอำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยเข้าศึกษาแปลงปลูกไม้กฤษณาและโรงงานเตาต้มกลั่นน้ำมันกฤษณา ทั้งโรงงานขนาดเล็กแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนและโรงงานขนาดใหญ่มีเตาต้มกลั่น นับร้อยเตา เพื่อศึกษาข้อมูล เทคนิค วิธการปลุกและแปรรูปต้มกลั่นน้ำมันกฤษณา ไปส่งเสริมการปลูกและแปรรูปน้ำมันกฤษณาในประเทศมาเลเซีย

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานการปลูกและแปรรูปไม้กฤษณาในจังหวัดตราดของรัฐบาล มาเลเซียในครั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดตราดโดยเฉพาะอำเภอบ่อไร่ มีการปลูกไม้กฤษณามาก และมีสายพันธุ์ไม้กฤษณาที่ดีที่สุดในโลก คือ สายพันธุ์เอ ควิลาเรียตราด 1 เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุดเนื่องจากสามารถปรับสภาพแวดล้อมได้ทั่วทุก ภูมิภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตได้ดี สามารถกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาได้ง่ายและคุณภาพดี คุณภาพน้ำมันกฤษณาและผลิตภัณฑ์มีราคาแพง ตลาดต้องการจำนวนมาก ปัจจุบันได้ขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้ว

ด้านดาโต๊ะอับดุล ฮายี รมยี ผู้ว่าการรัฐอะลัดตา กล่าวว่า จังหวัดตราดมีไม้กฤษณาที่ดีที่สุดในโลกและมีวิธีการปลูกและกระตุ้นสาร กฤษณา ตลอดจนเทคนิคในการต้มกลั่นน้ำมันกฤษณาจึงต้องการนำความรู้และเทคนิควิธีการ ต่างๆไปใช้ในการส่งเสริมเกษตรกรชาวมาเลเซียให้ปลูกไม้กฤษณา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียกำลังส่งเสริมให้ปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจของมาเลเซีย ต่อไป.
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2009, 02:38 PM   #8
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

ล่องเรือดูหิ่งห้อย ที่เวนิซเกาะช้าง
วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6904 ข่าวสดรายวัน

ฤดู ฝนพรำ การเที่ยวเกาะดูไม่มีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ อาจเพราะมุมมองในการท่องเที่ยวทะเลดูไม่สวยงามดังที่ตั้งใจ สายฝนทำลายความสวย งามของผืนน้ำสีคราม จะดำน้ำดูปะการังหรือลงแหวกว่ายท้องทะเลยามฝนพรำก็คงใช่ที่
ขอแนะนำ สำหรับผู้ที่ตั้งใจเที่ยว "เกาะช้าง" จ.ตราด ยามพบเจอเม็ดฝน ให้คงความตั้งใจการท่องเที่ยวเกาะไว้ แต่หักมุมไปลิ้มรสชาติท่องสายน้ำ เลาะป่าชายเลน ในตอนกลางวัน และดูหิ่งห้อย ในตอนกลางคืน อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง

ทั้งหมดใช้เวลาเพียงวัน เดียว ก็ครบสูตรตามที่ตั้งไว้

ใน ที่นี้ไม่รวมถึงระยะเวลาการเดินทางจากต้นทาง ซึ่งอาจเดินทางด้วยรถโดยสารตั้งแต่สถานีขนส่งเอกมัย ถ.สุขุมวิท หรือสถานีขนส่งหมอชิตก็ได้ แล้วแต่สะดวกราว 4 ชั่วโมง

หากมีเวลา น้อยแนะนำให้เลือกซื้อตั๋วโดยสารเที่ยว 23.00-24.00 น. ระหว่างนี้ มีให้เลือกหลายบริษัทโดยสาร เพื่อให้ถึงปลายทางเช้ามืด ก่อนต่อรถสองแถวเล็กไปยังท่าเรือแหลมงอบ ค่าโดยสารคนละ 20 บาท รอเรือโดยสารข้ามเกาะ เสียเวลาอีกราว 45 นาที มุ่งหน้ายังเกาะช้าง

หรือ หากไปรถยนต์ส่วนตัวก็เดินทางมุ่งหน้าไปจ.ตราด ตามทางมอเตอร์เวย์หรือสุขุมวิทก็ได้ตามสะดวก ก่อนจะเลี้ยวขวาเพื่อไปยังท่าเรือแหลมงอบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปเกาะช้าง

ถึง เกาะช้าง เก็บสัมภาระเข้าที่พักที่เลือกได้ตามอัธยาศัย ก่อนพาร่างอันทะมัดทะแมง พร้อมเพื่อนพ้องและอุปกรณ์คู่กาย เช่น กล้องหรือหมวก มุ่งหน้ายังเป้าหมาย "หมู่บ้านบ้านสลักคอก" ที่อยู่ฝั่งตะวันออกของเกาะ โดยการจ้างเหมารถสองแถวให้ไปส่ง อัตราค่าจ้างเหมาไม่สูงนัก เมื่อเดินทางพร้อมกันหลายคน หรือแล้วแต่จะตกลง
"สลัก คอก" เมื่อมองจากทะเลเข้าไปจะไม่เห็นมุมใดๆ ของหมู่บ้านนี้ เพราะเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่หลบเขาไปในช่องแคบๆ หากนับจากทะเลเข้ามา แต่ช่องแคบที่ว่าจะกว้างออกเป็นเวิ้ง สำหรับเรือประมงใช้หลบลม โดยรอบของเวิ้งเป็นป่าชายเลน ไม่มีหาดทรายขาวให้ชม แต่มีสายน้ำสีเขียวสด ผนวกกับพรรณพืชของป่าชายเลนซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่น

หากไม่เคยสัมผัส วิถีประมงที่แท้จริง บ้านสลักคอกเป็นคำตอบได้อย่างดี เพราะที่นี่ยังคงสภาพวิถีชาวเลดั้งเดิมและเพิ่มเติมให้ด้วยว่า เป็น มุมที่แน่นอนว่าไม่เคยเห็นในเกาะช้างมาก่อน

ชุมชนแห่งนี้สมบูรณ์ที่ สุดในเรื่องของวิถีดั้งเดิมของชาวเล ต่อเมื่อศักยภาพการท่องเที่ยวของเกาะช้างสูงขึ้น วิถีแห่งการปรับเปลี่ยนก็เข้าใกล้ชุมชนมากขึ้น และเพื่อให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นไปอย่างยั่งยืน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) องค์การมหาชน จึงเข้ามามีบทบาทให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน เข้าถึงชาวบ้านอย่างหมู่บ้านสลักคอก

หมู่บ้านสลักคอก เป็นที่ตั้งของป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดของเกาะช้าง ผืนป่าราว 670 ไร่ จึงเป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นแหล่งประมงพื้นบ้าน เป็นผืนป่าที่ช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง ต้านความเร็วลม และยังเป็นแหล่งสมุนไพรนานาชนิด ด้วยเหตุผลนี้การจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่ ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วม

จุด ที่รถสองแถวรับส่งได้เป็นบริเวณทางเข้าบ้านสลักคอก อันเป็นจุดเริ่มต้นทำกิจกรรมท่องสายน้ำ เลาะป่าชายเลน ซึ่งถัดจุดรับส่งนักท่องเที่ยวมาเป็นสะพานไม้ทอดตัวยาวพุ่งตรงไปสุดทางที่ลำ คลอง บริเวณนั้นเป็นท่าเรือสำหรับล่องเรือชม ป่าชายเลนด้วย "เรือคายัก" และ "เรือมาด"

แต่ถึงอย่างไรการล่องเรือชมป่าชายเลนไม่ว่าจะด้วยเรือ คายักหรือเรือมาด ก็ล้วนถูกแสงแดดอย่างแน่นอน เพราะท้องน้ำจะสะท้อน แดดเป็นเงาระยับ ขับสีเขียวใต้ท้องน้ำออกมา ให้ความรู้สึกว่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง

เรือทั้งสองแบบ ขึ้นกับความชอบของนักท่องเที่ยว โดยคิดราคาแบบชาวบ้าน เรือคายักมี 2 แบบ คือ พายเรือเองพร้อมอุปกรณ์ชูชีพ ในอัตรา 100 บาทต่อคนต่อชั่วโมง ส่วนมีผู้ช่วยพายและมีอุปกรณ์ชูชีพ สนนราคา 200 บาทต่อคนต่อชั่วโมง

ส่วน เรือมาดราคาจะสูงกว่า เพราะมีมาดเหมือนชื่อ เหมาะยิ่งสำหรับคู่รัก เนื่องจากเรือมาดจะจัดโต๊ะอยู่กลาง มีที่นั่งพนักพิง 2 ฟาก นั่งได้ 4 คนหันหน้าเข้าหากัน มีร่มขาวปักไว้กลางโต๊ะ ดูโรแมนติกไม่เบา จนหลายคนเอ่ยปากให้เรือมาด เป็นเรือพายพื้นบ้านของเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี ที่เรียกว่า "เรือกอนโดลา"

การเช่าเรือมาดตอนกลางวัน คิดค่าเช่าเป็นรายหัวอยู่ราว 200 ต่อคนต่อชั่วโมง แต่หากเหมารวมอาหารทะเลสดหลากหลายในมื้อกลางวันพร้อมล่องเรือชมป่าชายเลนไป ด้วย ราคาจะสูงขึ้นอีก แต่ถ้ามีเวลาพอค้างคืนแบบโฮมสเตย์ อยากให้เลือกล่องเรือมาดในเวลากลางคืนจะมีเสน่ห์ที่สุด เพราะจะได้ชมแสงอาทิตย์อัสดง ที่ต้องริ้วน้ำบริเวณปากอ่าวจากคลองสู่ทะเลที่หาชมได้ยากยิ่ง เพียงแต่อัตราค่าเช่าเรือมาดพร้อมฝีพาย จะคิดราคาที่ 1,200 บาทต่อคนต่อ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยจะเสิร์ฟพร้อมอาหาร 4 ชนิด พร้อมไวน์ และดนตรีไทยบรรเลงประ กอบการชม

จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี ไม่เฉพาะเวลาพลบค่ำต้องแสงอาทิตย์เท่านั้น เป็นบริเวณปากอ่าวสลักคอก อันเป็นจุดที่มีสันทรายนูน ที่แม้จะสัมผัสด้วยตาเห็นได้ว่าเป็นสันทรายที่ค่อนข้างหยาบ แต่ก็จูงใจให้ขึ้นไปเดินเล่นหรือบันทึกภาพเก็บไว้ ทั้งยังเป็นจุดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแนวป่าชายเลนสองแนวที่ทอดยาวมาเกือบ บรรจบบริเวณ จุดนัดพบของทะเลและอ่าวสลักคอก

เสร็จสรรพการล่องเรืออัน แสนโรแมนติก รอให้แสงแห่งกลางวันสิ้นสุด จะติดต่อไว้ล่วงหน้า สำหรับการชมหิ่งห้อยในช่วงเวลากลางคืนจะเป็นการดี แต่ด้วยชุมชนยังไม่ทันสมัยนัก การให้บริการนั่งเรือชมหิ่งห้อยจะมีเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ริมคลอง ซึ่งเป็นการบริการพร้อมกับการเสิร์ฟอาหารมื้อเย็น หากต้องการชมเฉพาะหิ่งห้อย ก็สามารถเจรจาค่าใช้จ่ายกับเจ้าของร้านอาหารได้

เพราะ จำนวนนักท่องเที่ยวเกาะช้างที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ หากแบ่งจำนวนนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมาใช้บริการการ ท่องเที่ยวในรูปแบบชาวบ้านที่บริหารและจัดการโดยชาวบ้าน เอง ก็จะดีไม่น้อย เพราะอย่างน้อยก็ถือเป็นการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บนวิถีวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

สนใจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บนวิถีวัฒนธรรมแห่งชาวเล บนเกาะช้าง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว ท่าโสม อพท. โทร.0-3951-6051-4 มีคำตอบให้ทุกคำถาม
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old November 8th, 2009, 03:17 AM   #9
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

ธุรกิจการค้าชายแดนเขมรส่อพัง สองฝั่งตัดความสัมพันธ์ทางการทูต-"ตราด"ระทึก

ตราด -
จากปัญหาที่รัฐบาลไทยตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา โดยเรียกทูตกลับจากพนมเปญ บรรยากาศที่บริเวณชายแดนบ้านหาดเล็ก จุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชาด้าน จ.ตราด และ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ประชาชนทั้ง 2 ประเทศยังคงเดินทางไปมาอย่างปกติ เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งในเรื่องของการปิดจุดผ่านแดนถาวร

นางดวงใจ จันทร เลขาธิการหอการค้าตราด และกรรมการหอการค้าไทยด้านชายแดน เปิดเผยว่า สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้ง 2 อาจกระทบในระยะยาวโดยเฉพาะในเรื่องของการค้าและการลงทุนที่ทั้ง 2 ฝ่าย ทำข้อตกลงกันไว้ โดยเฉพาะการสั่งสินค้าในแต่ละวันที่บริเวณท่าเรือส่งออกของ อ.คลองใหญ่ ที่เป็นท่าเรือที่ส่งสินค้าจากประเทศไทยสู่ประเทศกัมพูชา ที่มีมูลค่ามากกว่า 17,000 ล้านบาทต่อปี อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย

"ตอน นี้เรื่องการจัดงานแฟร์ หรืองานแสดงสินค้าที่ จ.เกาะกง ทั้ง 2 จังหวัดเตรียมจัดขึ้นในกลางเดือนม.ค.53 โดย จ.ตราด ตั้งบูธ 400 บูธ เพื่อแสดงสินค้า เมื่อเกิดปัญหาอาจไม่สามารถจัดขึ้นได้ หากทั้ง 2 ประเทศยังเจรจาหาข้อยุติกันไม่ได้ อาจจะต้องสูญเสียยอดการขายสินค้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาในเบื้องต้นไว้ มีมูลค่านับ 100 ล้านบาท" นางดวงใจ กล่าว

น.อ.ปริญญา ธรรม พูลพิทักษ์ธรรม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กล่าวว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ยังคงเป็นปกติ แต่สิ่งที่ทางฝ่ายความมั่นคง เตรียมความพร้อมในเรื่องของการเดินทางเข้าออกของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา หากไม่ได้รับความปลอดภัยก็พร้อมที่จะอพยพเข้ามา

ขณะที่นายประยุทธ์ มณีโชติ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์การค้าชายแดนไทยกัมพูชายังคงปกติ อย่างไรก็ตาม หากคำสั่งทางรัฐบาลให้ปิดด่าน ตนเองในฐานะหน่วยงานในพื้นที่พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง

วันที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ข่าวสดรายวัน
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old November 9th, 2009, 05:53 AM   #10
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

ชาวบ้านปิดเกาะช้าง

ชาวบ้านประกาศปิดเกาะช้างห้ามนักท่องเที่ยว เข้าต่อรองรัฐบาลแก้ปัญหาสิทธิที่ดิน
กลุ่มประชาคม อ.เกาะช้าง จ.ตราด ประกอบด้วย นายวันรุ่ง ขนรกุล กำนัน ต.เกาะช้าง นายวัชระ ขนรกุล เจ้าของช้างทองรีสอร์ท นายจักรกฤณณ์ สลักเพชร นายก อบต.เกาะช้างใต้ นายนิมิต แว่นแคว้น อดีตสมาชิกสภา อบต.เกาะช้าง นายโสภณ จันเดิม สมาชิกสภา อบจ.ตราด เขต อ.เกาะช้าง และชาวเกาะช้างอีกจำนวนหนึ่ง ประชุมหารือเกี่ยวกับการผลักดันให้ภาครัฐแก้ปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินในเกาะ ช้าง แต่ปรากฏว่า ภาครัฐไม่ได้สนใจในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ แม้ทางชาวเกาะช้างจะได้มีการเคลื่อนไหวในการผลักดันตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ก็ยังไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะการพิสูจน์สิทธิที่ดินที่มีผลสรุปออกมาแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการออกมา กระทั่งทหารเรือได้มีการออกที่ดินหลวง (นส.ล.) ทับที่ดินของชาวเกาะช้างใน 3 หมู่บ้าน และยังมีเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างด้วย

นาย โสภณ จันเดิม กล่าวว่า ประชาชนชาวเกาะช้างได้เคลื่อนไหวในเรื่องนี้มานานกว่า 15 ปี แต่ทางราชการทั้งอุทยานฯ เกาะช้าง, ทหารเรือ, กรมธนารักษ์ รวมทั้ง จ.ตราด เคลื่อนไหวแค่ทำการพิสูจน์สิทธิที่ดินของประชาชนเท่านั้น และเมื่อมีผลพิสูจน์สิทธิออกมา โดยยึดภาพถ่ายดาวเทียมปี 2518 เป็นหลัก เมื่อทำเสร็จแล้วฝ่ายทหารกลับไม่เห็นด้วย และกลับมาใช้ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2510 ทำให้ประชาชนเสียเปรียบ ซึ่งปัจจุบันกองทัพเรือได้ออกเอกสารสิทธิที่ดินหลวงไปหมดแล้ว และได้ประกาศทับที่ดินของประชาชนใน 4 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ 500 ไร่

นาย โสภณ จันเดิม กล่าวอีกว่า ชาวเกาะมีมติชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยจะมีการชุมนุมที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ซึ่งจะมีชาวเกาะช้างกว่า 1,000 คนร่วม และพร้อมจะปิดเส้นทางขึ้น อ.เกาะช้าง เพื่อต่อรองให้แก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินของเกาะช้างซึ่งจะเริ่มในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552.

โพสต์ทูเดย์
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 10:40
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old November 9th, 2009, 09:26 AM   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

นายทุนรุกจี้รัฐ แก้ปัญหาที่ดิน ขู่ปิดเกาะช้าง

Posttoday 8/11/2009


ญาติรมต.-นายทุน ขู่ปิดเกาะช้างจี้รัฐแก้ปัญหาสิทธิที่ดิน

นายวันรุ่ง ขนรกุล กำนันตำบลเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ที่ประชุมภาคประชาคมชาวเกาะช้างมีมติประกาศชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง พร้อมกับจะปิดเส้นทางขึ้น อ.เกาะช้าง ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ เพื่อต่อรองภาครัฐให้มีการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินบนเกาะช้าง

ทั้งนี้ สาเหตุของการชุมนุมประท้วง เพราะที่ผ่านมาภาครัฐไม่แก้ปัญหาที่กองทัพเรือได้ออกเอกสารสิทธิ (ที่ดินหลวง นส.ล.) ทับที่ดินของประชาชนใน 4 หมู่บ้าน พื้นที่ 500 ไร่ และภบท.5 อีกหลายร้อยไร่ โดยกองทัพเรือใช้ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2510 ขณะที่ชาวบ้านต้องการให้ยึดภาพถ่ายดาวเทียมปี 2518 เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ภาคประชาคมเกาะช้างที่ร่วมกันออกประกาศดังกล่าว เช่น นายวัชระ ขนรกุล เจ้าของช้างทองรีสอร์ท นายจักร กฤณณ์ สลักเพชร นายกอบ ต.เกาะช้างใต้ นายนิมิตร แว่นแคว้น สมาชิกสภาอบจ.ตราด
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 11th, 2009, 11:44 AM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

"อวนพราย"เวียดนามทะลักตราด อำเภอคลองใหญ่เล็งออกกฎคุมหวั่นสัตว์น้ำสูญพันธุ์

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4157 ประชาชาติธุรกิจ


เครื่องมือประมงพันธุ์ใหม่ "อวนพราย" จากเวียดนามทะลักเข้าไทย ชาวประมงตราดแห่ซื้อใช้แทนอวนลาก ชุดละ 4 หมื่นบาท ชี้ประหยัดน้ำมันและจับปลาได้มาก ด้านอำเภอคลองใหญ่เตรียมออกประกาศล้อมคอกป้องกันสัตว์น้ำสูญพันธุ์


นายไชยยันต์ การสมเนตร ประมงจังหวัดตราด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวประมงเรืออวนลากอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ได้หันไปใช้อวนลากดัดแปลงจากเวียดนาม เรียกว่าอวนพราย อวนตาพราย หรืออวนพริกไทย ซึ่งประหยัดน้ำมันและจับปลาได้ปริมาณมากกว่าอวนลากปกติ เนื่องจากลักษณะปากอวนมีขนาดใหญ่กว้างถึง 40 เมตร และถุงอวนมีขนาดตาอวนเล็กมาก ขนาด 0.3 เซนติเมตรเท่านั้น และเป็นถุงซ้อนกันถึง 3 ชั้น ขณะที่อวนลากปกตินั้นตาอวนมีขนาด 2.5 เซนติเมตร

ปัจจุบันมีทั้งเรือประมงไทยและเรือประมงกัมพูชาใช้เครื่องมืออวนพรายนี้ ทำให้กลุ่มปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินขนาดเล็กถูกจับขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และกำลังเกิดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ระหว่างกลุ่มชาวประมงที่ทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 อีกด้วย เนื่องจากการทำประมงด้วยเครื่องมืออวนลากดัดแปลงไม่สามารถขออนุญาตทำการประมงได้

นายไชยยันต์กล่าวอีกว่า อวนพรายดัดแปลงมาจากอวนลาก ฐานผลิตอยู่ที่เวียดนาม จำหน่ายชุดละ 40,000 บาท เป็นอวนลากขนาดใหญ่ ความยาว 140 เมตร ปากอวนด้านบนกว้าง 40 เมตร เรือลากจะสามารถลากได้เร็วประมาณ 6-8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถจับสัตว์ขนาดเล็กทั้งปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินได้จำนวนมาก เช่น ปลาทู ปลาสีกุน ปลากะตัก ปลาอินทรี หมึกกล้วย หมึกหอม หากปล่อยให้ใช้เครื่องมือชนิดนี้ จะทำให้สัตว์น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว บางชนิดอาจสูญพันธุ์

ขณะนี้จึงได้หาแนวทางควบคุมห้ามชาวประมงใช้เครื่องมืออวนพรายอย่างเร่งด่วน เพราะจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีเรือประมงที่ใช้เครื่องมือนี้ประมาณ 20 ลำแล้ว โดยอำเภอคลองใหญ่ได้เตรียมออกประกาศห้ามใช้เครื่องมืออวนพรายแล้ว และได้ขอนักวิชาการประมง จากกรมประมง ศึกษาผลกระทบการจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือชนิดนี้แล้ว

ด้านนายสมคิด ขันนาค กำนันตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ กล่าวว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่อำเภอคลองใหญ่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากการทำการประมงที่ใช้อวนตาพราย เนื่องจากปลาลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากอำเภอไม่รีบออกประกาศควบคุม สัตว์น้ำขนาดเล็กจะถูกทำลายอย่างรวดเร็วแน่นอน

จากการสำรวจข้อมูลเรือประมงบริเวณท่าเรือทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ตำบลหาดเล็ก พบว่ามีเรือประมงไทยที่มีอวนตาพราย 24 ลำ และเรือประมงของกัมพูชาอีก 36 ลำ ซึ่งทางเวียดนามและกัมพูชาได้ห้ามใช้อวนตาพรายทำการประมงแล้ว เพราะปริมาณ สัตว์น้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างประกาศของอำเภอคลองใหญ่ที่เตรียมออกประกาศเร็ว ๆ นี้มีสาระสำคัญ 3 ข้อ คือ 1) ให้ขยายช่องตาอวนก้นถุงจากอวนตาพริกไทย จากขนาด 0.3-0.5 เซนติเมตร ให้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 2.5 เซนติเมตร 2) เรืออวนลากจากต่างประเทศ เช่น กัมพูชาและเวียดนามที่จะเข้ามาจำหน่ายสินค้าในเขตอำเภอคลองใหญ่ ไม่อนุญาตให้นำอวนดัดแปลง (อวนพราย) บรรทุกมาในเรือด้วย และ 3) ให้ผู้ประกอบการอวนลากและชาวประมงในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามประกาศของอำเภอคลองใหญ่โดยเคร่งครัด

สำหรับบทลงโทษยังไม่มีกฎหมาย บังคับโดยตรง จะมีการปรับจากใบอนุญาต (อาชญาบัตร) เนื่องจากการใช้เครื่องมือดัดแปลงไม่สามารถขออนุญาตได้ ส่วนเรือประมงกัมพูชาเป็นเรือของต่างชาติ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตำรวจน้ำ หน่วยปราบปรามประมงทะเลเกาะช้าง เป็นต้น

หน้า 24
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 12th, 2009, 10:58 AM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

เกาะกูดร้างขรก. สั่งเพิ่มเบี้ยกันดาร

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6923 ข่าวสดรายวัน


ตราด - นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.ตราด กล่าวว่า เกาะกูดเป็นเกาะสุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศ อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 80 ก.ม. ถ้านั่งเรือจากบ้านด่านเก่า ต.วังกระแจะ อ.เมือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นหน้ามรสุมคลื่นลมในทะเลแรง อาจใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง แม้ปัจจุบันการเดินทางสะดวกขึ้น เพราะมีเรือโดยสารและเรือสปีดโบ๊ต แต่ผู้ที่ไม่เคยชินกับการนั่งเรือ ไม่อยากเดินทางกันเพราะกลัวเมาเรือ

นายแก่นเพชร กล่าวว่า ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้เกาะกูดประสบปัญหาไม่ค่อยมีข้าราชการสังกัดหน่วยงานต่างๆ ไปประจำ เช่น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล โรงเรียน จะเหลือเจ้าหน้าที่อยู่ในวันเวลาราชการเพียงไม่กี่คน จึงเห็นว่าสมควรพิจารณาค่าตอบแทนเป็นเงินเพิ่มหรือเบี้ยกันดาร ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบนเกาะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินทางไปทำงานจริงคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนทำงาน และมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการประชาชน

หน้า 28
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 14th, 2009, 05:43 PM   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

กรมชลฯพัฒนาแหล่งน้ำคลองพร้าวแก้ขาดแคลนน้ำจืดที่เกาะช้าง

Thannews วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 เวลา 21:18 น.


นายอนุวงศ์ วิบูลย์วงศ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกาะช้าง จังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักธุรกิจเข้าไปลงทุนและผู้คนอพยพเข้าไปอยู่อาศัยมากมาย ในขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งยังคงยึดอาชีพการเกษตรหาเลี้ยงชีพ ทำให้เริ่ม

เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำจืด กรมชลประทาน จึงได้เข้ามาศึกษาร่วมกับหน่วย ที่เกี่ยวข้อง พบว่าการพัฒนาแหล่งน้ำของเกาะช้างในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นกา
รสร้างฝายขนาดเล็ก เก็บน้ำได้ไม่มากและไม่ยั่งยืน พอเข้าหน้าแล้งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ต้องซื้อน้ำในราคาสูงถึงลูกบาศก์เมตรละ 200-300 บาท ซึ่งหากต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จะต้องสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ซึ่งมีพื้นที่เหมาะสมประมาณ 4-5 แห่ง แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือคลองพร้าว


ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำคลองพร้าว เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุเต็มที่ 2.35 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ซึ่งจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งระบบ ประกอบ ด้วย ตัวเขื่อน อาคารประกอบ ระบบส่งน้ำ และระบบการเตือนภัย กว่า 440 ล้านบาท กรมชลประทานจะเป็นผู้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบส่งน้ำเข้าพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 1,000 ไร่ ส่วนการประปาส่วนภูมิภาค จะลงทุนก่อสร้างระบบส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคครอบคลุมทั่วทั้งเกาะช้าง ซึ่งจะทำให้มีน้ำประปาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพอเพียงในอนาคต
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 07:47 AM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ตราดเล็งต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11576 มติชนรายวัน


นักอนุรักษ์ผวา"กัมมันตรังสี"รั่ว หวั่น"ทรัพยากร-แหล่งเที่ยว"พัง

นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด ให้ความเห็นกรณีกระทรวงพลังงาน เตรียมแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2552-2564 โดยล่าสุดกำหนดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง และสำรวจหาพื้นที่เหมาะสมจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง 2.จ.นครศรีธรรมราช 1 แห่ง 3.ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 1 แห่ง และ 4.จ.นครสวรรค์ 1 แห่งเพื่อคัดเลือกเหลือเพียง 3 แห่ง นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ว่า หากมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในพื้นที่ จ.ตราด จะเกิดปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก จ.ตราด มีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ อีกทั้ง ต.ไม้รูดเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติ มีทรายแก้วมหาศาล มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์

"ผมไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้แน่นอน แม้จะมีเทคโนโลยีระดับไหน แต่ไว้วางใจได้แค่ไหนว่าไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมา โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้น้ำเป็นตัวควบคุม น้ำจากทะเลตราดจะไม่สกปรกหรือ หากรั่วไหลออกมาจะสามารถป้องกันได้ทันท่วงทีหรือไม่ ผมว่าตราด ไม่เหมาะสมกับการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์" นายสมเกียรติกล่าว

นายสนธยา กล่อมสังข์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า ต.ไม้รูดมีประชากรไม่มากแต่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งทรายแก้ว ป่าชายเลน และสัตว์ทะเล หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำให้เกิดความเสียหาย ทาง อบต.ไม้รูด และประชาชนคงไม่ยินยอมแน่นอน

นายเสน่ห์ กุฎีรักษ์ รักษาการพลังงงาน จ.ตราด กล่าวว่า ทางสำนักงานพลังงาน จ.ตราด ยังไม่ได้เตรียมการใด ๆ ในเรื่องนี้ เพราะขั้นตอนยังอยู่อีกไกล ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ต้องมาสำรวจ ตรวจสอบสภาพพื้นที่และสำรวจพื้นที่ทางธุรกิจธรณีวิทยา ดังนั้นทางกระทรวงยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในขณะนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ ทางจังหวัดต้องตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้มาเพื่อรองรับกับสิ่งที่ทางกระทรวงพลังงานที่จะดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนกระทรวงพลังงานคัดเลือกพื้นที่เหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เสนอให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจในเดือนพฤษภาคม 2553

สำหรับการศึกษาความเหมาะสมถูกกำหนดไว้ 5 หัวข้อ 1.การเลือกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2.การเลือกสถานที่ตั้ง 3.การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น 4.การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน 5. การวางแผนพัฒนาบุคลากร

ส่วนปัจจัยหลักในการพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งโครงการมี 3 ประเด็นหลักคือ 1.ด้านความปลอดภัย 2.ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ (กรอบบ่าย)

หน้า 9
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 23rd, 2009, 09:49 AM   #16
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

เขมร ประกาศปิดน่านน้ำทะเลติดกับ จ.ตราด ขอเจรจาค่าสัมปทานจับปลาใหม่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤศจิกายน 2552 15:09 น.


ตราด -กัมพูชาประกาศปิดน่านน้ำทะเลติดกับ จ.ตราด ขอเจรจาค่าสัมปทานทำประมงใหม่ ประธานหอฯตราด ชี้ไม่ใช่มีปัญหาทางการเมือง แต่ปรับค่าสัมปทานและเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯใหม่

จากการที่มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ระบุว่ากัมพูชาประกาศปิดน่านน้ำทะเลด้าน จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่ติดกับ อ.เกาะกูด จ.ตราด นั้น ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ในพื้นที่จังหวัดตราดพบว่า มีความเป็นจริงเนื่องจากสมาคมประมง จ.ตราด และผู้ประกอบการประมงในน่านน้ำทะเล จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ได้ยุติการออกทำประมงในพื้นที่น่านน้ำทะเลเกาะกง ประเทศกัมพูชา และในพื้นที่ทับซ้อน เนื่องจากมีเรือตรวจการณ์ทางทะเลของตำรวจน้ำเกาะกง และกองเรือชายแดนของประเทศกัมพูชาปิดน่านน้ำไม่ให้เรือประมงไทยเข้าไปทำประมงตั้งแต่วันเสาร์-อาทิคย์ ( 21-22 พฤศจิกายน 2552) ที่ผ่านมา

นายฐิติกร โลหะคุปต์ นายกสมาคมประมง จ.ตราด และกรรมการสมาคม การประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องการปิดน่านน้ำทะเลของประเทศกัมพูชาเป็นเรื่องจริง เนื่องจาก ผู้ว่าราชการ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ได้สั่งการให้มีการปิดน่านน้ำด้าน จ.เกาะกง และในพื้นที่ทะเลทับซ้อน เป็นการชั่วคราว เพื่อจัดระเบียบในเรื่องของการทำประมงในพื้นที่ทะเลน่านน้ำ จ.เกาะกงใหม่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิดปกติ แต่เป็นช่วงที่มีการเจรจาเพื่อต่อสัมปทานการทำประมง (ค่าน้ำ) ในพื้นที่ จ.เกาะกง ใหม่

รวมทั้งมีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงใน จ.เกาะกง จึงทำให้มีการปิดน่านน้ำทะเลในพื้นที่ จ.เกาะกงเป็นการชั่วคราว รอจนกว่าจะมีการเจรจาหาข้อสรุปใหม่ ซึ่งในขณะนี้ตนเองยังไม่สามารถหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุมคณะกรรมการเพราะ ทางกัมพูชาได้ประกาศปิดน่านน้ำก่อนที่จะมีการแจ้งให้ทราบ

ในขณะนี้ตนเองยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากกว่านี้ แต่ถ้าหากปิดน่านน้ำเป็นระยะเวลานาน อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำประมงในจ.เกาะกง ของเรือประมงไทยที่มีมากกว่า 200-300 ลำ และมีมูลค่าในการทำประมงมากกว่า 200-300 ล้าน/เดือน

ด้านนายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้า จ.ตราด กล่าวว่า การประกาศปิดน่านน้ำของกัมพูชา เป็นเรื่องจริง โดยมีสาเหตุ 2 ประการคือ 1) มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูงของ จ.เกาะกง คือนายยุทธ ภูทอง ผู้ว่าราชการ จ.เกาะกง คนเดิม ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาที่กรุงพนมเปญ และได้แต่งตั้ง นายบุญเลิด นายอำเภอนาเกลือ หรือ สะแรอัมเปิล จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา เป็นผู้ว่าราชการ จ.เกาะกง คนใหม่เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งสัญญาหรือข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทำไว้ในยุคของผู้ว่าฯ ยุทธ ภูทอง จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนหรือทำข้อตกลงกันใหม่ โดยเฉพาะการให้สัมปทานประมงในน่านน้ำทะเลเกาะกง

2) ที่ผ่านมา การเสียค่าน้ำหรือค่าสัมปทานใน พื้นที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา รายได้ส่วนใหญ่ที่มีมูลค่าเดือนละกว่า 100 ล้านบาท จะถูกแบ่งไปให้ทางรัฐบาลจำนวนไม่มาก ทำให้รัฐบาลเสียประโยชน์จากการทำประมงดังกล่าว จึงจำเป็นจะต้องมีการทบทวนข้อตกลงในเรื่องนี้ใหม่

ďผมขอยืนยันด้วยเกียรติของผมและตำแหน่งประธานหอการค้า ว่าการปิดน่านน้ำทะเลในกัมพูชาครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองหรือความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ เพราะเรือขนส่งสินค้าส่งออกทั้งจาก จ.ตราด และ จ.เกาะกง หรือ ในประเทศเวียดนาม ยังสามารถเดินทางขนสินค้าจากทั้ง 2 ประเทศไปมาหาสู่กันได้ หรือจะเป็นเรือประมงขนาดเล็กที่ทำประมงในพื้นที่ชายฝั่ง ก็ยังสามารถทำประมงได้ ผลกระทบอันนี้มีเพียง ธุรกิจประมงของคนไทยในกัมพูชาเท่านั้น หากสามารถตกลงจ่ายค่าสัมปทานได้ตามปกติ ทุกอย่างก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม"

สำหรับการทำประมงในน่านน้ำทะเลกัมพูชา มีพื้นที่การทำประมงใน 2 จังหวัดคือ จ.กัมโปงโสม (รวมทั้งกรุงพระสีหนุวิลล์) และ จ.เกาะกง มีเรือประมงของประเทศไทยจาก จ.ตราด จากจังหวัด 3 สมุทร จ.ระยอง และ จังหวัดในภาคใต้ที่จะเข้าไปขอสัมปทานและจ่ายค่าน้ำให้กับทางการ (จ.เกาะกง) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการทำประมงใน 2 จังหวัดของกัมพูชา เป็นเวลา 1 ปี โดยแต่ละคู่ (เรืออวนลากคู่ หมายถึงเรือประมง 2 ลำที่ใช้ อวนขึงเรือทั้ง 2 ลำแล้ววิ่งตีคู่ไปกับทะเลเพื่อลากหาปลา) จะเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 1 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมามีการ จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ประมง จ.เกาะกง ตำรวจน้ำเกาะกง ตำรวจ จ.เกาะกง ทหารเรือ จ.เกาะกง และจังหวัดเกาะกง

ในแต่ละส่วนราชการจะนำเงินส่งให้กับทางรัฐบาลกลางตามสัดส่วนที่ได้กำหนดไว้ แต่ผู้ประกอบการประมงคนไทยบางครั้งก็จ่ายไม่ครบหรือเจ้าหน้าที่ของ จ.เกาะกง หรือหน่วยงานของ จ.เกาะกง ส่วนใหญ่จะมีการทุจริต มีการนำเงินส่งราชการน้อย ส่งผลให้เกิดปัญหา และการจับลูกเรือประมงไทยไปเรียกค่าไถ่หรือเป็นตัวประกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการประมงนำเงินไปจ่ายค่าสัมปทาน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 24th, 2009, 10:26 AM   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 15:34:26 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ครม.อนุมัติให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี(ขน.)ใช้งบประมาณกลางปี 2553 สำหรับก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด วงเงิน 1,295.67 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยปี2553 วงเงิน 259 ล้านบาท ปี2554 วงเงิน 432 ล้านบาทและปี 2555 วงเงิน 605 ล้านบาท
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 27th, 2009, 01:31 PM   #18
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

เกาะช้าง กับ
AMARI
EMERRALD COVE RESORT
ชายหาดหน้าโรงแรม



sansano no está en línea   Reply With Quote
Old November 27th, 2009, 02:33 PM   #19
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

ระหว่างทางเข้าห้องนอน







sansano no está en línea   Reply With Quote
Old November 27th, 2009, 02:47 PM   #20
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0













sansano no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:14 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu