search the site
 daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old May 17th, 2008, 01:04 PM   #221
domohisa
Registered User
 
Join Date: May 2008
Posts: 6
Likes (Received): 0

i guess i did it right this time.. Udonthani City








domohisa no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
Old May 17th, 2008, 01:07 PM   #222
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,380
Likes (Received): 133

สิทธารมย์ฯ' บุกอสังหาฯภูธร ประเดิมภูเก&#

"สิทธารมย์ พร๊อพเพอร์ตี้" รุกตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภูธร ประเดิมโครงการแรกที่ภูเก็ต ทั้งอาคารพาณิชย์ โฮมออฟฟิศ และทาวน์เฮาส์ ใจกลางเมืองภูเก็ตเกือบ 500 ล้านบาท ก่อนผุด ต่อบ้านเดี่ยวที่อุดรธานี กว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ

นายสุรศักดิ์ บริสุทธิ์ ผู้จัดการโครงการ [email protected]ของ บริษัท สิทธารมย์
พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ซื้อที่ดินประมาณ 10 ไร่ ใจกลางเมืองภูเก็ต จากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) มาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตภายใต้โครงการ
[email protected] เป็นโครงการแรกในต่างจังหวัดของบริษัท เนื่องจากมองว่าภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาก และตลาดอสังหาฯก็กำลังขยายตัวอย่างมาก เพื่อนำเสนอบ้าน รูปแบบใหม่สำหรับคนภูเก็ต ที่ต้องการมีบ้านที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง

โครงการ [email protected]ประกอบไปด้วย อาคารพาณิชย์ โฮมออฟฟิศ ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท ถึง 6.89 ล้านบาท มีทั้งหมด 99 แปลง จำนวน 111 ยูนิต มูลค่าโครงการ 400-500 ล้านบาท

นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่โครงการเปิดขายมา เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงขณะนี้สามารถขายไปแล้วประมาณ 50 ยูนิต หรือประมาณ 50% ของโครงการ โดยอาคารพาณิชย์และทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยกลุ่มลูกค้า เกือบทั้ง หมดเป็นคนไทย ที่ต้องการบ้านที่อยู่อาศัยในตัวเมืองภูเก็ต เพราะทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต

รวมทั้งรูปแบบของบ้านเป็นรูปแบบที่ทันสมัยตรงต่อความต้องการของลูกค้า และราคาไม่สูงเมื่อเปรียบกับโครง การอื่นๆ เพราะบริษัท สามารถ ซื้อที่ดินได้ในราคาที่ไม่สูงมาก นัก จึงทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีและคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในเร็วๆ นี้
เนื่องจากความต้องการอาคารพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยในภูเก็ตมีสูงมาก

ทั้งนี้ จะเริ่มก่อสร้างภาย ในเดือนมีนาคมนี้ และใช้เวลา ในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเข้าอยู่ได้ และหลัง จากที่ปิดโครงการนี้แล้ว ทางผู้บริหารบริษัทกำลังมอง หาที่ดิน ทำเลดีๆ ในตัวเมืองภูเก็ตมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม หรือโครงการในลักษณะเดียวกับ [email protected] เพราะโครงการแรกเป็นโครงการที่บริษัทต้องการ ให้คนภูเก็ตรู้จักบริษัท และเห็นโครงการที่มีคุณภาพ

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการ ที่ภูเก็ตแล้ว ในต่างจังหวัด บริษัทมีโครงการที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการใหญ่ที่จังหวัดอุดรธานี บนเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ เป็นบ้าน เดี่ยวทั้งหมด พร้อมสิ่ง อำนวยความสะดวกครบครัน มูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท ในเร็วๆ นี้เช่นกัน ส่วนจังหวัดอื่นๆ นั้น กำลังมองตลาดในแต่ละพื้นที่อยู่

"บริษัทไม่เน้นเรื่องของการแข่งขัน แต่จะ พยายามแข่งกับตัวเอง มากกว่าที่จะแข่งขันกับโครงการอื่นๆ ด้วยการสร้างแบรนด์ของตัว เองและโครงการที่มีคุณภาพ ซึ่งจุดนี้คิดว่าจะได้รับการตอบรับ ที่ดีจากลูกค้า" นายสุรศักดิ์ กล่าว
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old May 21st, 2008, 07:20 AM   #223
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 73,594
Likes (Received): 4326

อุดรเนื้อหอมแห่ผุดโรงไฟฟ้า + ลงทุนรวมกว่า3พันล.ชี้ศักยภาพดีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ยันขยะมูลฝอย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2324 22 พ.ค. - 24 พ.ค. 2551


รัฐ-เอกชนแห่ผุดโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในจังหวัดอุดรธานีเพียบ ล่าสุดรวมเงินลงทุนแล้วกว่า 3 พันล้านบาท เผยมีทั้งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พืชเกษตร วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร จนถึงขยะมูลฝอย ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดยันคุมเข้มไม่ได้


นายวิชัย ณัฐรังสี อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า


ขณะนี้มีเอกชนหลายรายเข้ามาลงทุนก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีทั้งโรงงานที่ใช้วัตถุดิบที่เป็นพืชการเกษตร วัสดุการเกษตรที่เหลือใช้ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงการใช้เศษขยะมูลฝอย เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดการลงทุนขนาดต่างๆในพื้นที่ และการจ้างงาน โดยมีเงินลงทุนรวมแล้ว 3,219 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจะต้องเข้มงวดในการไม่ให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนและประชาชน


จากข้อมูลของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สามารถแยกเป็นโรงงานที่ได้รับการอนุญาตและทำการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ที่กำลังก่อสร้าง และที่กำลังยื่นขออนุญาตการตั้งโรงงานอยู่ คือ ส่วนที่ได้รับอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานแล้ว คือ กองทุนโรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม อำเภอไชยวาน ขนาดกำลังผลิต 7.6 เมกะวัตต์ เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท และกองทุนโรงงานน้ำตาลทรายขาวเกษตรผล ตำบลห้วยเกิ้ง อำเภอกุมภวาปี ขนาดกำลังผลิต 8 เมกะวัตต์ เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โรงงานนี้ใช้วัสดุเหลือใช้จากอ้อยเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในโรงงานของตนเอง และบางส่วนจะขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) บริษัท บางกอกโซล่าร์พาวเวอร์ จำกัด ขนาดกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 300-400 กิโลวัตต์/ชั่วโมง โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นตัวผลิต ตั้งอยู่ที่บ้านนาข่า อำเภอเมืองอุดรธานี ในเนื้อที่ 15 ไร่ ใช้แผงโซล่าร์เซลล์จำนวน 7,143 แผง เงินลงทุน 1.98 ล้านบาท กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และขณะนี้ได้มีการส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ส่วนที่กำลังก่อสร้างและอยู่ในระวังการยื่นขออนุญาตมี บริษัท บางกอกโซล่าร์พาวเวอร์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ยาพู อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ริมถนนมิตรภาพสายอุดรธานี - หนองคาย ก.ม.25 ในเนื้อที่ 40 ไร่ โดยใช้แผงโซล่าร์เซลล์ 49,000 แผงเศษ ให้กระแสไฟฟ้าจำนวน 1-76 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 105 ล้านบาท บริษัท อุดรไบโอแมส จำกัด โรงงานตั้งอยู่ที่ ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 9 เมกะวัตต์ ใช้แกลบเป็นวัสดุผลิตปีละ 71,000 ตันต่อปี เงินลงทุน 524 ล้านบาท กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดจะขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งการก่อสร้างกำลังอยู่ในขั้นติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนครึ่งก็จะแล้วเสร็จ


นายวิชัย กล่าวต่อไปอีกว่า ส่วนที่ได้ยื่นขออนุญาตตั้งโรงงานกับทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแล้ว คือ บริษัท สกรีนจัดหาเชื้อเพลิง จำกัด ได้ยื่นขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากเศษพืชการเกษตร ได้แก่ เหง้ามันสำปะหลัง ชิ้นเศษไม้ ฟางข้าวเป็นวัตถุดิบการผลิต มีกำลังผลิต 9.6 เมกะวัตต์ โดยจะใช้ประมาณ 80,000 ตันต่อปี ยื่นขออนุญาตเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2551 เงินลงทุน 600 ล้านบาท


นอกจากนี้ทางเทศบาลนครอุดรธานี ก็มีแผนการโครงการเปลี่ยนขยะชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้เนื่องจากทางเทศบาลนครอุดรธานี ได้ตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่บริเวณหลุมฝังกลบขยะที่ บ้านเม่น ตำบลนาข่า อำเภอเมืองอุดรธานีที่มีพื้นที่ประมาณ 61 ไร่ ใช้งบลงทุนประมาณ 1,094 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้แจ้ง


ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้


นายวิชัย กล่าวเสริมว่า ได้รับทราบจากผู้ลงทุนต่างๆว่า จากการศึกษาแล้วพบว่าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าด้านต่างๆมาก เช่น มีแสงแดดที่ดีที่สุดในประเทศ มีเศษวัสดุเหลือใช้จากพืชการเกษตรมากพอที่จะลงทุนทำโรงงานไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ เพราะมีการปลูกอ้อย มันสำปะหลังมาก
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 22nd, 2008, 04:29 PM   #224
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,380
Likes (Received): 133

เชฟโรเลต ต่อยอดการเรียนรู้ระดับภูมิภ$

เชฟโรเลต ต่อยอดการเรียนรู้ระดับภูมิภาค พร้อมสร้างเครือข่ายการศึกษายานยนต์ในภาคอีสาน จัดตั้ง “โครงการศูนย์การศึกษาเทคโนโลยียานยนต์ในประเทศไทย” จ. อุดรธานี

www.ThaiPR.net -- 3 ชั่วโมง 47 นาทีที่แล้ว
กรุงเทพฯ--22 พ.ค.--เวเบอร์ แชนด์วิค
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างเครือข่ายการศึกษายานยนต์ระดับภูมิภาค พร้อมวางแผนเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยจากทุกวิทยาลัยในภาคอีสาน ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ ASEP Thailand เพื่อยกระดับความรู้ทางเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุดมาตรฐานเดียวกับเชฟโรเลตทั่วโลก ในโอกาสเปิด “โครงการศูนย์การศึกษาเทคโนโลยียานยนต์ในประเทศไทย” หรือ Automotive Service Educational Program in Thailand — ASEP Thailand ณ แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี โดยมี มร.สตีฟ คาร์ไลส์ ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ พันธุ์ศักดิ์ โรจนากาศ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาอุตสาหกรรม ร่วมเปิดโครงการ ASEP Thailand อย่างเป็นทางการ โดยมีคณาจารย์ นักศึกษา สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติกว่า 400 คน ร่วมเป็นสัีกขีพยาน

วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี เป็นหนึ่งในวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งหมด11 สถาบัน ที่เข้าร่วมโครงการ ASEP Thailand โดยในปัจจุบันเปิดสอน9 ภาควิชา ได้แก่ ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างเชื่อมโลหะ ช่างก่อสร้าง การบัญชี การขายการตลาด คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และเทคนิคคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ASEP Thailand นั้น จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุดของเชฟโรเลต ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ จึงนับได้ว่าวิทยาลัยฯ เป็นวิทยาลัยระดับอาชีวะที่มีคุณภาพที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ทั้งนี้ ทางเชฟโรเลต และวิทยาลัยฯ ได้วางแผนที่จะเปิดรับนักศึกษาจากวิทยาลัยอื่นๆ ในภาคอีสาน ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ASEP Thailand ให้เข้าศึกษาที่วิทยาลัย โดยคาดว่าจะสามารถรองรับเยาวชนภาคอีสานที่ต้องการศึกษาในโครงการฯ ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 400 คน
“โครงการสร้างวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาทางยานยนต์ ในภาคอีสานนั้น ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการสานต่อของโครงการ ASEP Thailand ซึ่งนอกจากจะเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยในภาคอีสานได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ ASEP Thailand แล้ว ยังเป็นการช่วยผลิตบุคลากรคุณภาพเพื่อป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลนั้น ถือเป็นรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืนต่อไป” มร.สตีฟ กล่าว
พันธุ์ศักดิ์ โรจนากาศ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาอุตสาหกรรม ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ ASEP Thailand ว่า “โครงการ ASEP Thailand เป็นโครงการที่ส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยียานยนต์ในระดับทวิภาคีระหว่างสถานประกอบการกับสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทยอย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่การผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของชาติอย่างต่อเนื่องสืบไป”
ทั้งนี้ โครงการ ASEP Thailand ภายใต้โครงการ “เชฟโรเลต พัฒนาการศึกษาไทย” จะจัดให้มีการฝึกอบรมความรู้ด้านยานยนต์ชั้นสูงโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคของบริษัทฯ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแก่คณาจารย์จากสถาบันที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 11 สถาบันที่เป็นศูนย์กลางของภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ อุบลราชธานี อุดรธานี มหาสารคาม นครราชสีมา พิษณุโลก นครสวรรค์ ชลบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสงขลา ซึ่งจะถ่ายทอดต่อไปยังนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ตลอดจนมอบรถยนต์รุ่นล่าสุดที่จำหน่ายในประเทศไทย ตลอดจนอุปกรณ์ และเครื่องมือมาตรฐานของเชฟโรเลตรวมมูลค่ากว่า 55 ล้าน คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นหลักสูตรจะมีนักศึกษาที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถเข้าทำงานในธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ มากกว่าร้อยละ 50 และจะสามารถผลิตบุคลากรคุณภาพด้านช่างยนต์ให้กับภูมิภาคและประเทศไทยได้ประมาณปีละกว่า 1,000 คน ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ASEP Thailand จะมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น และมีโอกาสปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นในการทำงานระดับสากล เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับตลาดโลกให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่ง
จากการที่เชฟโรเลต ได้จัดตั้งโครงการ “เชฟโรเลต พัฒนาการศึกษาไทย” เมื่อปี 2547 โดยสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านศึกษา งานวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนา รวมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ด้านยานยนต์และสื่อการเรียนการสอน อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่นัีกเรียนทั่วประเทศกว่า 1 ล้านบาท การจัดสร้างห้องสมุดสำหรับโรงเรียนในท้องที่ห่างไกลใน 15 จังหวัด และการจัดตั้ง “โครงการศูนย์การศึกษาเทคโนโลยียานยนต์ในประเทศไทย” หรือ Automotive Service Educational Program in Thailand — ASEP Thailand ล่าสุด ในโอกาสวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ 116 ปี กระทรวงศึกษาได้ยกย่องเชิดชูเกียรติ จีเอ็ม และ เชฟโรเลต ในฐานะหน่วยงานเอกชนที่ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการในการสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านการศึกษาของประเทศ โดยมอบเข็มที่ระลึก “เสมาคุณูปการ” และประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแ่ก่ประชาชนทั่วไป
มร. สตีฟ คาร์ไลส์ (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบรถยนต์ เชฟโรเลต ออพตร้า เอสเตท ตลอดจนอุปกรณ์ และเครื่องมือมาตรฐานของเชฟโรเลต แก่ วรวิทย์ ศรีตระกูล (ที่ 3 จากซ้าย)ผู้บริหาร วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี โดยวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พันธุ์ศักดิ์ โรจนากาศ (ซ้ายสุด) ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม ชาติชาย สุวรรณเสวก (ที่2 จากขวา) กรรมการอำนวยการบริหาร บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และยศ อุเทนพัฒนันท์ (ขวาสุด) ประธานศูนย์ผู้จำหน่ายเชฟโรเลต อุดรธานี เข้าร่วมในพิธี เมื่อเร็วๆ นี้
นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี ในโครงการ ASEP Thailand สาธิตการใช้เครื่อง Tech II เครื่ื่่่่องมือพิเศษ ที่ใช้การวิเคราะห์และวินิจฉัยรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล่าสุดของเชฟโรเลต แ่ก่ มร. สตีฟ คาร์ไลส์ (ขวาสุด) ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี (ที่ 2 จากซ้าย) ซึ่งแสดงศักยภาพของนักศึกษาที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากรถยนต์และเครื่องยนต์จริง ทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกัีบรถยนต์มากยิ่งขึ้น
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
คุณชาติชาย สุวรรณเสวก
กรรมการอำนวยการบริหาร
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด
ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ประจำภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0-2791-3400 แฟกซ์. 0-2937-0441
อีเมล: [email protected]
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old May 29th, 2008, 06:24 AM   #225
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,620
Likes (Received): 120

บีโอไอชี้อุดรฯเหมาะเป็น”Hub”อุตสาหกรรมอีสานบน
โดย ผู้จัดการรายวัน 28 พฤษภาคม 2551 17:31 น.


อุดรธานี-บีโอไอเผยปี 2600 จ.อุดรธานี ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตฯ เพื่อการส่งออกไปยังสปป.ลาว และศูนย์กลางอุตสาหกรรมโปแตซ มั่นใจอนาคตเป็น Hub อุตสาหกรรม ของภาคอีสานตอนบน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อเร็วๆนี้ นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานการสัมมนาเรื่อง “บีโอไอ ชี้แนะโอกาสและลู่ทางการลงทุน จ.อุดรธานี พร้อมเสนอแนะการจัดตั้งเขต/นิคมอุตสาหกรรม” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด นักธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้สนใจเข้าร่วม 100 คน ที่ โรงแรมเจริญศรีแกรนด์ รอยัล

นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 กล่าวว่า ในปี 2551-2552 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จัดให้เป็นปีแห่งการลงทุนไทย โดยมีมาตรการรวม 8 ข้อ เพื่อจะเร่งฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในด้านการลงทุน เช่น การพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมที่ประเทศมีศักยภาพ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ,การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ,ส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเขตอุตสาหกรรม ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม

ในส่วน จ.อุดรธานี ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการลงทุน ด้วยทำเลที่ตั้งของจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน และอยู่ติดกับ จ.หนองคาย ที่เป็นประตูสู่อินโดจีน อีกทั้งยังมีพื้นที่จำนวนมากเป็นอันดับ 4 ของภาคอีสาน รวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบกลุ่มเมือง ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาให้ จ.อุดรธานี เป็นศูนย์กลางพัฒนาการค้าชายแดน และการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งนับได้ว่ามีความสอดคล้องกันเพื่อที่จะจัดสรรให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมแห่งการลงทุนในอนาคต

“นอกจากนั้นในปี 2600 จ.อุดรธานี ยังถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก คือ เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อการส่งออกไปยังสปป.ลาว และศูนย์กลางอุตสาหกรรมโปแตซ จึงเห็นได้ว่าในอนาคต จ.อุดรธานี สามารถที่จะเป็น Hub อุตสาหกรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนได้”

นายสุพจน์ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เป็นการจัดสรรพื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมให้เข้าไปอยู่รวมกันอย่างมีระบบ ระเบียบ และเป็นกลไกของรัฐบาล ในการกระจายการพัฒนาอุตสาหกรรมออกสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะง่ายต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ โดยมีนิคมอุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือดำเนินการ

จ.อุดรธานี มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เพราะเป็นจังหวัดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นรายได้หลักของจังหวัด ได้แก่ ข้าวเหนียว ยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาและส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร โดยเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องและเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเกษตร รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ทางจังหวัดจึงให้ความสำคัญกับการจัดตั้งนิคมหรือเขตอุตสาหกรรม

นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า เดิม จ.อุดรธานี ได้มีการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมโนนสูง อ.เมือง ก่อตั้งโดยกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นเมื่อปี 2535 ชื่อบริษัท เขตอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด และได้ร่วมทุนกับการนิคมอุตสาหกรรม จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี ตามมติของคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2539 โดยรัฐได้ลงทุนสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานไว้แล้ว ได้แก่ ถนน 4 เลน ระบบไฟฟ้า รวมทั้งภาคเอกชนได้ลงทุนซื้อที่ดินและพัฒนาพื้นที่ไปแล้วรวมกว่า 200 ล้านบาท แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 บริษัทฯ มีภาระหนี้เสียและได้หยุดการดำเนินงานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การสัมมนาในวันนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้รับความรู้ และรับทราบข้อมูลและรูปแบบของการจัดตั้งเขต/นิคมอุตสาหกรรมให้ประสบผลสำเร็จ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการขอรับการส่งเสริมในกิจการเขตอุตสาหกรรม หรือสิทธิประโยชน์จากการจัดตั้งโรงงานในเขต/นิคมอุตสาหกรรม จาก บีโอไอ รวมทั้งการชี้แนะโอกาสและลู่ทางการลงทุนของ จ.อุดรธานี และประเทศเพื่อนบ้านจากวิทยากรผู้ทรงความรู้
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old May 29th, 2008, 07:41 AM   #226
reQuiem4adream
Blow me!
 
reQuiem4adream's Avatar
 
Join Date: Nov 2007
Location: Central of Moron
Posts: 3,851
Likes (Received): 176

Quote:
Originally Posted by Gaia View Post
บีโอไอชี้อุดรฯเหมาะเป็น”Hub”อุตสาหกรรมอีสานบน
โดย ผู้จัดการรายวัน 28 พฤษภาคม 2551 17:31 น.


อุดรธานี-บีโอไอเผยปี 2600 จ.อุดรธานี ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตฯ เพื่อการส่งออกไปยังสปป.ลาว และศูนย์กลางอุตสาหกรรมโปแตซ มั่นใจอนาคตเป็น Hub อุตสาหกรรม ของภาคอีสานตอนบน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อเร็วๆนี้ นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานการสัมมนาเรื่อง “บีโอไอ ชี้แนะโอกาสและลู่ทางการลงทุน จ.อุดรธานี พร้อมเสนอแนะการจัดตั้งเขต/นิคมอุตสาหกรรม” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด นักธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้สนใจเข้าร่วม 100 คน ที่ โรงแรมเจริญศรีแกรนด์ รอยัล

นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 กล่าวว่า ในปี 2551-2552 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จัดให้เป็นปีแห่งการลงทุนไทย โดยมีมาตรการรวม 8 ข้อ เพื่อจะเร่งฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในด้านการลงทุน เช่น การพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมที่ประเทศมีศักยภาพ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ,การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ,ส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเขตอุตสาหกรรม ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม

ในส่วน จ.อุดรธานี ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการลงทุน ด้วยทำเลที่ตั้งของจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน และอยู่ติดกับ จ.หนองคาย ที่เป็นประตูสู่อินโดจีน อีกทั้งยังมีพื้นที่จำนวนมากเป็นอันดับ 4 ของภาคอีสาน รวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบกลุ่มเมือง ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาให้ จ.อุดรธานี เป็นศูนย์กลางพัฒนาการค้าชายแดน และการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งนับได้ว่ามีความสอดคล้องกันเพื่อที่จะจัดสรรให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมแห่งการลงทุนในอนาคต

“นอกจากนั้นในปี 2600 จ.อุดรธานี ยังถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก คือ เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อการส่งออกไปยังสปป.ลาว และศูนย์กลางอุตสาหกรรมโปแตซ จึงเห็นได้ว่าในอนาคต จ.อุดรธานี สามารถที่จะเป็น Hub อุตสาหกรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนได้”

นายสุพจน์ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เป็นการจัดสรรพื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมให้เข้าไปอยู่รวมกันอย่างมีระบบ ระเบียบ และเป็นกลไกของรัฐบาล ในการกระจายการพัฒนาอุตสาหกรรมออกสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะง่ายต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ โดยมีนิคมอุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือดำเนินการ

จ.อุดรธานี มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เพราะเป็นจังหวัดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นรายได้หลักของจังหวัด ได้แก่ ข้าวเหนียว ยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาและส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร โดยเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องและเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเกษตร รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ทางจังหวัดจึงให้ความสำคัญกับการจัดตั้งนิคมหรือเขตอุตสาหกรรม

นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า เดิม จ.อุดรธานี ได้มีการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมโนนสูง อ.เมือง ก่อตั้งโดยกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นเมื่อปี 2535 ชื่อบริษัท เขตอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด และได้ร่วมทุนกับการนิคมอุตสาหกรรม จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี ตามมติของคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2539 โดยรัฐได้ลงทุนสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานไว้แล้ว ได้แก่ ถนน 4 เลน ระบบไฟฟ้า รวมทั้งภาคเอกชนได้ลงทุนซื้อที่ดินและพัฒนาพื้นที่ไปแล้วรวมกว่า 200 ล้านบาท แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 บริษัทฯ มีภาระหนี้เสียและได้หยุดการดำเนินงานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การสัมมนาในวันนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้รับความรู้ และรับทราบข้อมูลและรูปแบบของการจัดตั้งเขต/นิคมอุตสาหกรรมให้ประสบผลสำเร็จ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการขอรับการส่งเสริมในกิจการเขตอุตสาหกรรม หรือสิทธิประโยชน์จากการจัดตั้งโรงงานในเขต/นิคมอุตสาหกรรม จาก บีโอไอ รวมทั้งการชี้แนะโอกาสและลู่ทางการลงทุนของ จ.อุดรธานี และประเทศเพื่อนบ้านจากวิทยากรผู้ทรงความรู้
2600 B.E. You gotta be kidding me with this? Ppl in other country will be already flying out of this planet earth.
reQuiem4adream no está en línea   Reply With Quote
Old June 2nd, 2008, 05:46 PM   #227
domohisa
Registered User
 
Join Date: May 2008
Posts: 6
Likes (Received): 0

ันภาคอีสาน ศูนย์กลางยางอินโดจีน
ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้มายาวนาน แต่ช่วงเวลาไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมา ยางพาราได้เริ่มมีการปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน และมีการส่งเสริมปลูกอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลสมัยพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถึงขั้นมีโครงการส่งเสริมปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ 90 ล้านต้น ระยะเวลาโครงการปี 2547-2549 นับถึงวันนี้ภาคอีสานมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมแล้วทั้งสิ้น 2.2 ล้านไร่ จากพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศ 15 ล้านไร่ และเป็นพื้นที่กรีดยางได้แล้ว 630,000 ไร่ จากพื้นที่กรีดยางทั่วประเทศ 11 ล้านไร่ ได้ผลผลิตรวม 150,000 ตันต่อปี จากผลผลิตรวมทั้งประเทศ 3.2 ล้านตัน ทำให้เกษตรกรภาคอีสานมีรายได้จากการปลูกยางปีละประมาณ 11,000 ล้านบาท

นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ยางพาราภาคใต้นับได้ว่ามีความมั่นคงแล้วเกษตรกรมีความรู้ความสามารถในเรื่องยางพาราเป็นอย่างดี มีตลาดกลางยางพาราเพื่อเป็นศูนย์กลางซื้อขายถึง 4 แห่ง ได้แก่ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชและยะลา มีโรงงานอุตสาหกรรมรองรับผลผลิตที่ออกมา ที่สำคัญวันนี้ชาวสวนขายยางได้กก.ละเกือบ 100 บาท ส่วนยางพาราในพื้นที่ภาคอีสานเรียกได้ว่ากำลังเป็นพืชสร้างอนาคตให้กับคนภาคอีสาน เพราะราคายางที่สูงขึ้นส่งผลให้คนภาคอีสานมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละกว่าหมื่นล้านบาท

จากการเพิ่มพื้นที่ปลูกยางภาคอีสานที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 ล้านไร่ในปี 2554 มีพื้นที่กรีดยางได้เพิ่มเป็น 1.5 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 375,000 ตัน และการเพิ่มผลผลิตต่อไร่อีก 10% จากปัจจุบันผลผลิต 250 กก.ต่อไร่ ทำให้คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าผลผลิตยางภาคอีสานจะมีเพียงพอสำหรับรองรับอุตสาหกรรม ประกอบกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา มีการปลูกมากเช่นเดียวกัน จึงเป็นช่องทางให้ไทยสามารถนำผลผลิตเข้ามาแปรรูปหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางได้ ขณะเดียวกันผลพวงจากการพัฒนาเส้นทางคมนาคมจากจังหวัดมุกดาหาร ผ่านประเทศลาวไปยังเมืองดานังของประเทศเวียดนาม จะเป็นการเชื่อมโยงระบบขนส่งไปยังประเทศจีนผู้ใช้ยางรายใหญ่ของโลกเวลานี้ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

"จากปัจจัยทั้งหมดจึงมีนโยบายที่จะผลักดันให้ภาคอีสานของไทยเป็น "ศูนย์กลางยางพาราภูมิภาคอินโดจีน" และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯจะมีการระดมความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม สำรวจศักยภาพที่ตั้งโรงงาน แต่ในเบื้องต้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก่อนก็คือตลาดกลางยางพารา 2 แห่งซึ่งจะตั้งขึ้นที่จ.บุรีรัมย์ 1 แห่งเพื่อเป็นศูนย์กลางซื้อขายยางพาราของอีสานใต้ และที่หนองคาย 1 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งซื้อขายยางสำหรับพื้นที่ภาคอีสานเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้กลางปีนี้ ส่วนที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมยางคาดว่าจะตั้งที่จังหวัดอุดรธานี" นายธีระชัยกล่าว

สำหรับแนวโน้มความต้องการของตลาดโลกและราคายางพารา นายธีระชัย ชี้ว่า ระหว่างปี 2551-2553 ความต้องการใช้ยางธรรมชาติของโลกจะยังคงขยายตัวในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.5 ต่อปี ส่วนปริมาณการผลิตยางธรรมชาติคาดว่าจะขยายตัวในอัตรามากกว่าร้อยละ 3 เนื่องจากหลังปี 2547 เป็นต้นมาซึ่งราคายางธรรมชาติได้ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกในหลายประเทศโดยเฉพาะทวีปเอเชียเช่นไทย อินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า ฟิลิปปินส์ ลาว นอกจากนี้ยังมีการขยายพื้นที่ปลูกในทวีปแอฟริกา รวมทั้งบางประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้

อย่างไรก็ดีเขาเชื่อว่าราคายางช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง เพราะพื้นที่สวนยางที่ปลูกใหม่ช่วงปี 2547 เป็นต้นมา ยังไม่สามารถให้ผลผลิตได้เต็มที่และการที่ราคาน้ำมันและโภคภัณฑ์อื่นๆ ยังมีราคาสูง ราคายางยังคงรักษาระดับราคาที่สูงต่อไป ขณะที่ระยะยาวถึงปี 2558 เขาระบุโดยอ้างข้อมูลองค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ ที่ได้ประเมินว่าโลกยังมีความต้องการใช้ยางพารามากขึ้น ตามอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน อินเดีย กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลถึงปริมาณการใช้และราคายางธรรมชาติในทิศทางที่สูงขึ้น

ที่มา http://www.thannews.th.com/detialNew...261&issue=2327
domohisa no está en línea   Reply With Quote
Old June 2nd, 2008, 05:50 PM   #228
domohisa
Registered User
 
Join Date: May 2008
Posts: 6
Likes (Received): 0

พีน่าเฮ้าส์ได้ช่อง เอาท์เล็ทมอลล์ ตีฝ่าคู่แข่งธุรกิจ
พีน่า เฮ้าส์ งัดกลยุทธ์ราคา และขยายสาขา พร้อมเพิ่มช่องทางเอาท์เล็ทมอลล์ รักษาระดับยอดขายธุรกิจแฟชั่น หลังการแข่งขันสูง ทุ่มงบ 1,300 ล้าน ลุยอีก 2 เอาต์เลต มั่นใจปี 52 ยอดทะลุ 2,000 ล้าน เล็งหาพื้นที่ใหม่อีก 3 จังหวัดท่องเที่ยว

นายสุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธานกลุ่ม บริษัท พีน่า เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท เอาท์เล็ทมอลล์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาวะการแข่งขันธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น มีความรุนแรงมากขึ้น มีแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก ทำให้ยอดของบริษัทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเติบโต ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายประมาณ 1,200 ล้านบาท

"ปีนี้บริษัทคงจะรักษายอดขายไว้ในอัตราดังกล่าว ซึ่งธุรกิจเสื้อผ้าบริษัทดำเนินมา 25 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีการเติบโตเฉลี่ย 30% ช่วง 4-5 ปีก่อนมีการเติบโตสูงมียอดขาย 1,400-1,500 ล้านบาท เพราะมีแบรนด์ใหม่ๆ ไม่มาก ปีนี้บริษัทคงเน้นการขยายสาขาไปตามศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ เช่น ในกลุ่มเซ็นทรัลที่จะเปิดที่พัทยา ชลบุรี และถ.แจ้งวัฒนะ รวมถึงการเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้ามาด้วย" นายสุพจน์ กล่าวและว่า

ในปีนี้บริษัทจะเพิ่มแบรนด์แรมเพจ (Rampage) เข้ามาผลิตและจัดจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มไมเนอร์เคยนำเข้าแบรนด์ดังกล่าวมาจำหน่ายแต่ยกเลิกไป ปัจจุบันที่มีแบรนด์ไลเซนส์และนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 14 แบรนด์ อาทิ เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอ (XOXO) นาฟนาฟ (NAFNAF) เป็นต้น ส่วนโลคัลแบรนด์ของบริษัทมีอยู่ด้วยกัน 5 แบรนด์ อาทิ พีน่าเฮ้าส์ (Pena House) เทนแอนด์โค (Ten&Co) เป็นต้น

นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า ปีนี้ยังคงเน้นเรื่องกลยุทธ์ราคาเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็มีการขยายช่องทางเอาท์เล็ทมอลล์เพิ่มขึ้น เพื่อรักษายอดขายไว้ได้เท่าเดิม เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าในช่องทางดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น และเอาต์เลตก็ถือเป็นช่องทางในการระบายสินค้าของแบรนด์ต่างๆ ได้ดี เพราะปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ มีความถี่ในการออกสินค้าใหม่มากขึ้น จากเดิมที่เคยออกคอลเลกชันใหม่ทุก 6 เดือน ปัจจุบันออกสินค้าใหม่ทุก 2-3 เดือน

ทางเอาท์เล็ทมอลล์จึงมีการลงทุน ที่จ. ภูเก็ต มูลค่า 1,000 ล้านบาท ที่จะเปิดในช่วงปลายปีนี้ และที่จ.อุดรธานี มูลค่า 300 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเปิดได้ในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งคาดว่าหลังจากเปิดให้บริการแล้วช่วงปี 2552 บริษัท เอาท์เล็ทฯ น่าจะมีผลประกอบการเกิน 2,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีผลประกอบการจาก 3 สาขา ได้แก่ เขาใหญ่, พัทยา และชะอำ รวม 1,400 ล้านบาท ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโต 25% หรือ 1,700 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปิดสาขาล่าสุดที่จ.กระบี่ ซึ่งเป็นโครงการขนาดกลางพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร

โดยโครงการเอาท์เล็ต วิลเลจ อุดรธานี ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ มีพื้นที่ไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร จะมีการก่อสร้างอาคารขนาด 3 ชั้น ชั้นล่างประกอบด้วยส่วนร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ และ 2 ชั้นบนจะเป็นโรงแรมขนาด 120 ห้องระดับ 2-3 ดาว คาดว่าโครงการนี้จะคืนทุนได้ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี และยังจะเป็นต้นแบบของโครงการต่อไปที่บริษัทกำลังหาพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เชียงราย และเชียงใหม่

ส่วนโครงการที่จ.ภูเก็ต เป็นโครงการขนาดพื้นที่ 52 ไร่ เฟสแรกประกอบด้วยพื้นที่แกลเลอรีและลิฟวิ่ง สำหรับจำหน่ายของตกแต่งบ้าน ขนาดพื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ส่วนอินเตอร์ฟู้ด ขนาด 2,000 ตารางเมตร พื้นที่ของเอาต์เลตจำหน่ายสินค้าแฟชั่นกว่า 300 แบรนด์ ขนาด 18,000 ตารางเมตร และซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการรายหนึ่งอยู่ ส่วนในเฟสที่ 2 จะเป็นพื้นที่ของโรงแรมระดับพรีเมียมขนาด 200 ห้อง มูลค่าการลงทุน 400 ล้านบาท ซึ่งในส่วนการลงทุนของโรงแรมนั้น อยู่ภายใต้บริษัท ไอยรา

บิช โฮเต็ล แอนด์พลาซ่า จำกัด ซึ่งในปีที่ผ่านมามีผลประกอบการ 200 ล้านบาท จากการบริหารโรงแรมที่เกาะสมุย

ทีมา http://www.thannews.th.com/detialNew...183&issue=2327
domohisa no está en línea   Reply With Quote
Old June 5th, 2008, 07:22 AM   #229
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,380
Likes (Received): 133

เซ็นทรัลปัดเทคบิ๊กคิงส์-อุดรเจริญศรี 

เซ็นทรัลปัดเทคบิ๊กคิงส์-อุดรเจริญศรี ทุ่ม5พันล.ผุดสาขา2เชียงใหม่
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2551 05:07 น.


ซีพีเอ็นไม่ปรับเป้าลงทุน จำนวนศูนย์ 18 แห่ง ในปี 2553 มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง ล่าสุดทุ่ม 5,000 ล้านผุดสาขาที่เชียงใหม่อีกแห่ง มั่นใจต่อสัญญาสาขาลาดพร้าวได้แน่เตรียมงบ 1,000 ล้านบาทรีโนเวตใหญ่

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า จากภาวการณ์เมืองและเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการชุมนุม ส่งผกระทบต่อธุรกิจเล็กน้อย ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อนั้นมีมานานแล้ว ส่วนค่าครองชีพในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้สูงขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวต่อเนื่อง แต่ภาวะทั้งหมดนั้นโดยเฉพาะน้ำมันเกิดจาก ดีมานด์ซัปพลายของตลาดโลก เพราะว่าบางประเทศในเอเซียได้พัฒนาประเทศเร็วมาก ส่งผลให้มีการบริโภคน้ำมันมากขึ้น

“ตลาดค้าปลีกครึ่งปีแรกถือว่าไปได้ดี บางรายโตมากกว่า 10% แต่เฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% ในระยะยาวแล้วเศรษฐกิจของไทยยังไปได้อีกไกลและมีความมั่นคงมาก”

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงแผนการลงทุนและเป้าหมายเดิมไว้ คือ จะต้องมี ศูนย์การค้าทั้งหมด 18 แห่ง ภายในปี 2553 ด้วยงบลงทุนรวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีศูนย์ฯในการบริหารที่เปิดบริการแล้ว 10 แห่ง และที่ประกาศเปิดโครงการไปอีก 4 แห่งเมื่อปีที่แล้วคือที่ แจ้งวัฒนะ พัทยา, ชลบุรีและขอนแก่นจะทยอยเสร็จในปีหน้า ล่าสุดคือ โครงการเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่ แห่งที่ 2 ด้วยงบลงทุน 5,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่ 15

นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะเพิ่มทุนในกองทุนซีพีเอ็นอาร์เอฟอีก จากเดิมที่มี สาขาพระรามสองและพระรามสาม โดยจะเอาสาขาปิ่นเกล้าและที่เชียงใหม่เข้าร่วมด้วย ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท และสัดส่วนการลงทุนของบริษัทฯ นั้นแบ่งเป็น หนี้สินต่อทุน 0.6 ต่อ 1

แนวทางการพัฒนาโครงการจะมีทั้งการพัฒนาเองและการเข้าเทคโอเวอร์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเทคโอเวอร์โครงการใด พร้อมทั้งปฎิเสธข่าวการเจรจาซื้อขายโครงการศูนย์การค้าของกลุ่มเจริญศรีที่อุดรธานีด้วยว่าไม่ได้มีการเจรจากัน ขณะที่โครงการบิ๊กคิงส์ที่บางใหญ่นั้น ก็ไม่ได้มีการเจรจาซื้อขายกันแต่อย่างใด
นายกอบชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าของโครงการเซ็นทรัลที่ลาดพร้าวนั้น ไม่ได้เป็นผู้เจรจาโดยตรง เป็นเรื่องของทางสำนักงานใหญ่ แต่แนวโน้มไม่น่าจะมีอะไรที่พลิกผัน เพราะกลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้ทำอะไรที่ผิดสัญญา การที่จะต่อสัญญา 20 ปี หรือ 30 ปี ก็รับได้ เพราะคุ้มอยู่แล้ว โดยเตรียมงบประมาณ 1,000 ล้านบาทไว้สำหรับการรีโนเวทใหญ่

ส่วนโครงการที่สวนลุมไนท์บาซ่าร์นั้น คาดว่าจะเริ่มเข้าไปดำเนินการได้ก่อนปลายปีนี้ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการทยอยออกจากพื้นที่ของผู้เช่าเก่าบ้างแล้ว โดยสัญญา 30 ปีนี้จะเริ่มตั้งแต่ทางเจ้าของที่ดินส่งมอบพื้นที่ให้กับบริษัทฯ

สำหรับโครงการล่าสุดคือ เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ ถือเป็นสาขาที่ 2 ที่เชียงใหม่ จากเดิมมี เซ็นทรัลแอร์พอร์ทเชียงใหม่อยู่แล้ว โครงการใหม่นี้ลงทุน 5,000 ล้านบาท พื้นที่ 70 ไร่ พื้นที่ก่อสร้าง 250,000 ตารางเมตร บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ทางตอนบนของเชียงใหม่ มีรูปแบบเป็นโมเดิร์นล้านนา จะผลักดันให้เป็นไลฟ์สไตล์ฮับของภาคเหนือ และมั่นใจว่าจะไม่ซ้ำซ้อนกับสาขาแรกที่มีฐานลูกค้าบริเวณรอบสนามบินเป็นหลัก ซึ่งทำเลของสาขาใหม่เป็นทำเลค้าปลีกมีไฮเปอร์มาร์เก็ตครบทั้ง บิ๊กซี เทสโก้โลตัส คาร์ฟูร์ แม็คโคร เปิดบริการ

สาเหตุที่ลงทุนสาขาที่เชียงใหม่อีก เพราะเป็นเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจดี มีจำนวนประชากรที่ลงทะเบียน 1.6 ล้านคน จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่จริง 2.5 ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 5 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 12,586 บาทต่อเดือน จำนวนที่อยู่อาศัย 6 แสนครัวเรือน แต่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่แค่ 2 แห่งคือ ที่แอร์พอร์ทและกาดสวนแก้ว ขณะที่กรุงเทพฯนั้นมีมากกว่ 34 ศูนย์การค้า ทำให้เชียงใหม่ยังมีตลาดอีกมาก และสามารถรองรับพื้นที่บริวารอีกเช่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย

ส่วนสาขาแรกที่แอร์พอร์ตนั้น ก็มีแผนที่จะปรับใหม่เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เดินเข้าศูนย์วันธรรมดามากกว่า 80,000 คน วันเสาร์-อาทิตย์มากกว่า 100,000 คน และถือเป็นสาขาที่สร้างรายได้ให้อันดับประมาณ 5 หรือ 6 ของบริษัทฯ
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old June 6th, 2008, 12:13 PM   #230
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,380
Likes (Received): 133

ข่าวจากสื่ออื่นๆ บ้าง

http://kelive.kimeng.co.th/kelive/Up...0605_cpn_e.pdf

Central Pattana Plc. (CPN)
Investment in new Chiang Mai project
 Developing a second shopping center in Chiang Mai
Central Pattana (CPN) yesterday announced the investment of Bt5,000mn in a
new shopping center project in Chiang Mai. The company has acquired land and
plans to start construction late this year. This project should be ready for launch by
4Q10. Some of the investment budget for this year has already been included in
the capital expenditure of Bt8,650mn. CPN is expected to revise their 2009
investment budget. However, we expect the company to be able to finance the
projects with internal cash flow, some borrowing and proceeds from the new
property fund issue.
The new project will be the second CPN shopping center in Chiang Mai. We see
growth potential there given the current Chiang Mai project rental space of
76,410sqm achieving 99% occupancy at the end of 1Q08. This second Chiang Mai
center is expected to provide a rental area of 70,000 sqm together with a Central
Department store of 40,000-50,000 sqm.
 Acquisition in Udon Thani near completion
CPN expects to reach a conclusion in the acquisition of an Udon Thani shopping
center soon. The rental area is projected at around 50,000 sqm. The company
should be allowed to carry on current operations, while renovations will be carried
out over the next one and a half years at an approximate cost of Bt1,000mn. We
are likely to make a new earnings revision for CPN to reflect this new investment in
Chiang Mai and Udon Thani once more information is released.
 High growth potential
CPN has sustainable growth driven from current projects with high occupancy
levels and very good rental rates coupled with new upcoming projects. Besides
these two new projects, the company will introduce projects at Chaengwattana,
Pattaya, Choburi and Khon Kaen beginning late this year through next year. The
contract renewal at the Ladprao location is expected to be concluded very soon.
Our BUY recommendation on CPN is maintained with fair value estimate of
Bt32.50.
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old June 6th, 2008, 04:48 PM   #231
domohisa
Registered User
 
Join Date: May 2008
Posts: 6
Likes (Received): 0

so which one is the right one. getting confuse now. ": )
domohisa no está en línea   Reply With Quote
Old June 11th, 2008, 08:25 PM   #232
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,620
Likes (Received): 120

ปรัชญา ตรังคานุกูลกิจ รีโนเวต "St.Mall" อุดรฯ "ไม่เกิน 3 ปีจะเป็นผู้นำตลาด"
ประชาชาติธุรกิจ: รายงาน วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4009 (3209)







ภายหลังจากกลุ่มธุรกิจศรีไทยใหม่รุกธุรกิจวัสดุก่อสร้างและของตกแต่ง โดยทุ่มเงินทุนกว่า 150 ล้านบาท ผุดอาณาจักร "St.Mall Home Department Store" เมื่อปลาย ปี 2549 โดยจับลูกค้าระดับไฮเอนด์และ ในปี 2550 ก็รุกจัดอีเวนต์ร่วมกับผู้ผลิต และผู้ค้าวัสดุก่อสร้าฟงและของตกแต่ง หลากหลาย แบรนด์ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก

"ปรัชญา ตรังคานุกูลกิจ" กรรมการ ผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศรีไทยใหม่ ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้จะรีโนเวต St.Mall (เซนต์มอลล์) กว่า 80% โดยใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้เข้ากับสภาวะตลาด หลัง 1 ปีที่ผ่านมาพบว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากที่สุดคือ เซรามิก จึงได้นำเซรามิกมาเป็นจุดแข็งของห้าง โดยเปลี่ยนสัดส่วนการขายจากเดิมสินค้ากลุ่มเซรามิก 30% เป็น 50% สินค้ากลุ่มห้องน้ำ 30% เป็น 15% สินค้ากลุ่มห้องครัว 30% เป็น 25% และสินค้าเบ็ดเตล็ดจากเดิม 10% ก็ยังคงสัดส่วนเดิมไว้

นอกจากนั้นยังเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอสินค้าในกลุ่มต่างๆ และเพิ่มพื้นที่ขายให้มากขึ้น จากเดิมมีพื้นที่ขาย 3,200 ตารางเมตร ได้ปรับพื้นที่โกดังด้านหลังอีก 1,100 ตารางเมตร รวมเป็นพื้นที่ขายทั้งสิ้น 4,300 ตารางเมตร และเพิ่มดิสเพลย์จาก 60 ห้องเป็น 120 ห้อง และยังเพิ่มจุดดีไซเนอร์ออกแบบตกแต่งและขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม A ลงมายังกลุ่มรองลงมา คือ กลุ่ม B และ C

ปรัชญาบอกเหตุผลที่ลงมาเล่นตลาดระดับรองก็เพื่อต้องการให้ตลาดระดับกลางรับรู้ถึงวัสดุที่ดีขึ้นในราคาที่ไม่แพง เป็นการนำเสนอที่บอกว่าคุณได้เห็นวัสดุที่ดีขึ้นจากเดิมที่ไปซื้อตามร้านทั่วไป และเน้นที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว โดยที่บางครั้งอาจจะหลงลืมเรื่องของคุณภาพไป

การปรับตัวทั้งหมดของ St.Mall นี้เป็นที่มาของการปรับคอนเซ็ปต์ที่ต่อท้ายชื่อห้างจากเดิม St.Mall Home Department Store เป็น St.Mall Ceramic Bathroom and Kitchen เพื่อให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้นในความเป็นมืออาชีพทั้ง 3 ด้าน

ปรัชญากล่าวต่อว่า ภาพรวมการค้า วัสดุก่อสร้างต้องเรียกว่าหดตัว ในขณะที่ คู่แข่งขันมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเยอะขึ้น

โดยผลประกอบการไตรมาสแรกของ ปี 2551 กลุ่มธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างของ ศรีไทยใหม่เติบโตประมาณ 13% ในขณะที่ตลาดรวมไม่โต หากแบ่งเป็นสัดส่วน ค้าส่ง 60%, St.Mall 30% และอีซี่โฮม 10%

ปรัชญาอธิบายถึงสาเหตุที่ให้น้ำหนักกับกลุ่มสินค้าเซรามิกเพิ่มเติมว่า โดยปกติทั่วไปการใช้เซรามิก 4-6 ตารางเมตร/คน/ปี ซึ่งเป็นตัวเลขในกรุงเทพฯ แต่ในภาคอีสานตอนบนจะอยู่ที่ประมาณ 2 ตารางเมตร/คน/ปี ซึ่งดูแล้วยังมีโอกาสที่ตลาดจะเติบโตได้อีกมาก และปัจจุบันความนิยมนำเซรามิกจากในห้องน้ำได้ ขยายมาอยู่ในบ้านแล้ว เช่น ผนังบ้านแทนที่จะใช้วอลเปเปอร์ก็เปลี่ยนมาใช้ เซรามิกแทน เป็นต้น

เมื่อได้ปรับทั้งหมดแล้ว ต่อไปคือการ มุ่งถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาตกแต่งภายในที่ใช้เซรามิกสุขภัณฑ์ 15% และจะมีการขายโปรเจ็กต์ 15% ที่เหลือเป็น end user และบ้านระดับกลาง เชื่อว่าไม่เกิน 3 ปี St.Mall จะเป็น high-professional ธุรกิจนี้อย่างแน่นอน

ในส่วนของอีซี่โฮม เมื่อปลายปี 2550 ได้เริ่มขยายสาขาไปที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย และต้นปี 2551 ได้เปิดสาขาใหม่ที่ อ.ปากคาด จ.หนองคาย ในปี 2551 มีแผนจะเปิดเพิ่มถึง 4 สาขา ใน จ.นครพนม และบุรีรัมย์ ใช้เงินลงทุน สาขาละ 3 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดอีซี่โฮมได้ครอบคลุมถึง 50 สาขา

"อีซี่โฮมจะเป็นร้านที่แก้ปัญหาเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว เหมือนเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งจริงๆ อีซี่โฮมเปิดขึ้นมาเพื่อรองรับตลาดการค้าส่ง หรือการค้าลักษณะเครือข่ายในอนาคต คือต่อไปเราจะปรับร้านค้าวัสดุที่เป็นร้านแบบเก่าๆ ร้านชาวบ้านหรือโชห่วยให้เป็นโมเดิร์นเทรด เพื่อไม่ให้ล่มสลายไปตามกระแสคอนซูเมอร์โปรดักต์ เป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อไม่ให้ร้านเล็กๆ ถูกโมเดิร์นเทรดจากต่างถิ่นกินไป"

ปรัชญากล่าวถึง St.Mall ทิ้งท้ายว่า มั่นใจที่จะลงทุนต่อและไม่ใช่แค่เพียงสาขาเดียว เพียงแต่เราเริ่มต้นถึงวันนี้เพียงแค่ปีเดียว แต่ความคาดหวังของแฟนๆ มาก

หน้า 28
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old June 12th, 2008, 06:47 PM   #233
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,620
Likes (Received): 120

"อควาเรียมหนองคาย "ใกล้เสร็จแล้ว จังหวัดเล็งปรับภูมิทัศน์-จ้างบุคลากร
โดย ผู้จัดการรายวัน 12 มิถุนายน 2551 16:28 น.




การก่อสร้างอควาเรียมหนองคายคืบหน้ากว่า 80 %แล้ว โดยคาดว่าไม่เกินสิงหาคมนี้ จะเสร็จสมบูรณ์


หนองคาย-พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดหนองคายคืบหน้ากว่า 80 % คาดส่งมอบงานได้ในเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่จังหวัดหนองคายเตรียมเดินหน้าปรับภูมิทัศน์ด้านหน้าให้สอดคล้องจำลองระบบนิเวศในหนองคาย แต่ยังห่วงด้านการจัดสรรบุคลากรภายหลังส่งมอบงานแล้ว

นายวีระวัฒน์ สุวรรณาภิรมย์ ผู้อำนวยการโครงการพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บริษัทเลเซอร์เวิร์ลโปรดัคแอนด์กราฟท์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด หรือ อควาเรียมจังหวัดหนองคาย ที่ดำเนินการบริเวณมหาวิทยาลัยขอนแก่นวิทยาเขตหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย แล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 80 ทุกขั้นตอนสามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกไม่มีปัญหาทั้งภายในและภายนอกพิพิธภัณฑ์ คาดว่าจะเสร็จทันกำหนดในเดือนสิงหาคมนี้

ขั้นตอน ขณะนี้ ช่างกำลังเร่งติดตั้งอะคริลิกบริเวณตู้ปลา ส่วนงานสำคัญคือช่วงอุโมงค์ไจแอนต์แทงก์นั้นจะติดตั้งและแล้วเสร็จภายในกลางเดือนนี้อย่างแน่นอน เบื้องต้นมีปลาบึกเลี้ยงที่จะนำมาจัดแสดงประจำภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จำนวน 10 ตัว ร่วมกับปลาน้ำโขงชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดหนองคายเอง มีแผนที่จะให้มีการปรับสภาพภูมิทัศน์ภายนอกพิพิธภัณฑ์ให้สอดคล้องกับด้านในอาคาร โดยอาจมีการวางแผนกำหนดให้จำลองแหล่งน้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำโขง จำลองน้ำตกที่มีในจังหวัดหนองคายและนำปลามาปล่อย ซึ่งจะทำให้เด็กนักเรียนที่มาชมพิพิธภัณฑ์ได้เรียนรู้อย่างครบวงจรในคราวเดียว

ส่วนด้านงบประมาณ ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคายพิจารณาแผนงาน และกำหนดงบประมาณ อาจเสนอให้ทางจังหวัดของบประมาณในคราวเดียวกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดในงบประมาณปี 2552

ด้าน ผศ.วันชัย สุ่มเล็ก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย กล่าวว่า ยังมีความเป็นห่วง หลังจากที่มีการส่งมอบงานจากบริษัทเลเซอร์เวิร์ลโปรดัคแอนด์กราฟให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เพื่อดำเนินการดูแล บริหารจัดการต่อนั้น ขณะนี้ยังประสบปัญหาบุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านประมงที่เพียงพอ ซึ่งจะมีการนำเสนอปัญหานี้ต่อสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อพิจารณากำหนดกรอบอัตรากำลังบุคลากรเจ้าหน้าที่มาประจำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพื่อการบริหารจัดการไม่สะดุด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายเจด็จ มุสิกวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เคยกล่าวในโอกาสตรวจความคืบหน้าในการก่อสร้างเมื่อหลายเดือนก่อนว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคายแห่งนี้จะเป็นสถานที่อนุรักษ์ และจัดแสดงพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขง ตลอดจนเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ของคณะประมง มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย โดยจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ และมีความโดดเด่นที่สามารถดึงดูดประชาชน และนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชม คาดว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้ได้ จะผลักดันให้จังหวัดหนองคายมีผู้เข้ามาเที่ยวและชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้จำนวนมาก

ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดจังหวัดหนองคาย เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 4,840 ตารางเมตร มีสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.หนองคาย และบริษัทพี.คอนสตรั๊คชั่นแอนด์แมทรีเรียล จำกัด เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เริ่มต้นสัญญา 24 สิงหาคม49 สิ้นสุดสัญญา 12 มีนาคม 51 ระยะเวลาก่อสร้าง 720 วัน ราคาค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 179,390,000 บาท
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old June 12th, 2008, 06:59 PM   #234
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,620
Likes (Received): 120

ดีไชน์เก๋าจิงๆ อย่างงี้ต้องไปเทียบงานรุ่นพี่อย่างตึดท้องฟ้าจำลอง ที่กุงเท่ป
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old June 13th, 2008, 09:26 AM   #235
tokedaman
UnitedThailandStand :)
 
Join Date: Jun 2007
Location: Rangsit And Vancouver, WA
Posts: 278
Likes (Received): 0

why is aquarium is so popular to build ?

at first I thought there's only bangkok pattaya and suphan buri has it

but now I realize there's more than these 3 places

nevertheless , I wish the structure that will be popular to build

in the next future is "observation tower" like banhan-jamsai, pattaya park etc.
__________________
ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นั่งนอนสบาย ใช้ความสงบ สยบความวุ่นวาย
tokedaman no está en línea   Reply With Quote
Old June 13th, 2008, 10:59 AM   #236
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 20,304
Likes (Received): 2451

Quote:
Originally Posted by tokedaman View Post
why is aquarium is so popular to build ?

at first I thought there's only bangkok pattaya and suphan buri has it

but now I realize there's more than these 3 places

nevertheless , I wish the structure that will be popular to build

in the next future is "observation tower" like banhan-jamsai, pattaya park etc.
That because it is herder to find fish in the ponds, canal and other natural water sources ... thus aquariums are necessary .... asa a place to study all abtou water creatures to be ready to nurture them for farming or so ...
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old June 13th, 2008, 05:25 PM   #237
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,380
Likes (Received): 133

จังหวัดอุดรธานี เตรียมจัดงานวันต่อต้$

จังหวัดอุดรธานี เตรียมจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิ.ย.51
จังหวัดอุดรธานี เตรียมจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิ.ย.51

ข้อมูลจาก :: ศรีภูมิ มุลชาภิรมย์
โดย ส.ปชส.อุดรธานี กรมประชาสัมพันธ์


จังหวัดอุดรธานี กำหนดจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน 2551 ณ ศาลาอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิดทำความดีตามคำพ่อ



ที่ห้องประชุมคำชะโนด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี วันนี้ ( 13 มิ.ย.51) นายสมบัติ ตรีวัฒนสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมการจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2551จังหวัดอุดรธานี และการเชื่อมโยงข้อมูลการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกับเรือนจำกลางอุดรธานี โดยมีผู้แทนส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมประชุมซึ่งที่ประชุมมีการหารือการจัดเตรียมงานวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2551 ซึ่งที่ประชุมมีมติกำหนดจัดงานวันต่อต้านยาเสพติด ณ ศาลาอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 26 มิถุนายน2551 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 -12.00 น. โดยในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆมากมายอาทิ การอ่านสารของฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สารผู้ว่าราชการจังหวัด การมอบโล่ให้บุคคลที่มีผลงานยอดเยี่ยม พิธีเปิดป้าย “ทำความดีตามคำพ่อ” การจัดบอร์ดนิทรรศการ การอภิปรายให้ความรู้ การจัดลานดนตรี ลานกีฬาต้านยานเสพติด โดยเชิญนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนในพื้นที่ร่วมงาน นอกจากนี้ในวันดังกล่าวยังจัดให้มีกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดในสถาบันการศึกษาทุกแห่ง
ทั้งนี้ภายหลังหารือเรื่องการจัดเตรียมงานวันต่อต้านยาเสพติดโลกแล้ว ที่ประชุมได้หารือการเชื่อมโยงข้อมูลด้านยาเสพติดกับเรือนจำกลางอุดรธานี โดยที่ประชุมได้เสนอให้มีการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการร่วม เพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ทุกฝ่ายร่วมมือในรูปศูนย์ปฏิบัติการต่อสู่เพื่อเอาชนะยาเสพติด เพื่อให้ได้ข้อมูลในการนำไปดำเนินการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2008, 07:09 PM   #238
ak
Registered User
 
Join Date: Dec 2005
Location: Udonthani - Nongkhai
Posts: 671
Likes (Received): 212

บ้านจัดสรรอุดรฯฟุบเขยฝรั่งหันปลูกเอง



นางพรทิพย์ ธนศรีวนิชชัย ประธานชมรมอสังหาริมทรัพย์ จ.อุดรธานี กล่าวว่า โครงการบ้านจัดสรรใน จ.อุดรธานี เกิดขึ้นใหม่เพียง 2-3 โครงการ เพราะความต้องการลดลงและการขอกู้เงินจากธนาคารค่อนข้างมีปัญหา ทำให้การเติบโตลดลงเหลืออยู่ประมาณ 10-20% จากอัตราเติบโตเมื่อปี 2548 ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บูมมากที่สุด

นางพรทิพย์กล่าวว่า เดิมมีลูกค้าชาวต่างชาติ หรือที่เรียกกันว่า เขยฝรั่งประมาณ 20% แต่ช่วงปลายปี 2550 ปัจจุบันลดลงเหลือไม่ถึง 5% เพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบเหมือนประเทศไทย แถมยังเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อบ้านในราคาต่ำกว่าหลังละ 3 ล้านบาท ขณะที่ในอดีตจะซื้อบ้านหลังละกว่า 3-5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนหนึ่งจึงหันไปซื้อที่ดิน แล้วปลูกบ้านเองกว่า 60%

"อุดรธานี มีหมู่บ้านจัดสรรประมาณ 30 โครงการ ตั้งอยู่ตามเส้นทางหลักเข้าสู่ตัวเมือง คือ ถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรฯ เส้นทางอุดรฯ-หนองบัวลำภู เส้นทางอุดรฯ-สกลนคร และเส้นทางอุดรฯ-หนองคาย มีบ้านขนาดต่างๆ ที่พร้อมขายและกำลังก่อสร้างอยู่เกือบ 2,000 หลัง ไม่มีนักลงทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจบ้านจัดสรรหรือบ้านตากอากาศเหมือนกับเมืองท่องเที่ยว เช่น หัวหิน ภูเก็ต พัทยา" นางพรทิพย์กล่าว

ภาพ/ข่าว : นสพ. มติชน
ak no está en línea   Reply With Quote
Old June 19th, 2008, 03:51 PM   #239
ak
Registered User
 
Join Date: Dec 2005
Location: Udonthani - Nongkhai
Posts: 671
Likes (Received): 212

'อุดรธานี' เร่งจัดระเบียบป้ายโฆษณา บดบังทัศนียภาพ...เล็ง 3 ปี เรียบร้อย!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าป้ายโฆษณานั้น มีความสำคัญต่อการค้า การลงทุน และธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ราคาไม่แพง ทนทานอยู่ได้ยาวนาน แต่ป้ายเหล่านี้มีผลเสียตามมาหลายอย่างเช่นกัน ไม่ว่าจะบดบังทัศนียภาพของเมือง บดบังภูมิทัศน์ที่สวยงามทั่ว ๆ ไป และยังส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยการจราจรอีกด้วย

นายธีระเดช วงษ์ราชธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการในการจัดระเบียบป้าย ของ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2550 ที่เห็นชอบเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการในการจัดระเบียบป้าย โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้แต่ละจังหวัดพิจารณาดำเนินการตามมาตรการ และแก้ไขปัญหาให้ได้ภายในปี 2553

ในส่วนของ จ.อุดรธานี เฉพาะในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีจำนวนป้ายที่จดทะเบียน จำนวน 7,755 ป้าย ซึ่งปัญหาของป้ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ การติดตั้งป้ายไม่เป็นระเบียบ บดบังทิวทัศน์ ภูมิทัศน์และทัศนียภาพที่สวยงาม รวมทั้งยังบดบังทัศนวิสัยในการจราจร นอกจากนี้ป้ายโฆษณาบางป้ายที่ฝ่าฝืน กฎหมายควบคุมอาคาร เช่น ป้ายที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ป้ายที่บังทางหนีไฟหรือช่องระบายอากาศ ป้ายไม่มั่นคงแข็งแรง และขาดความปลอดภัย ป้ายที่ใช้ภาพ หรือข้อความที่ขัดและไม่สอดคล้องกับกฎหมายความมั่นคง

รอง ผวจ.อุดร ธานี เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันมีป้ายที่มีการใช้ภาพ หรือข้อความที่สื่อความหมายที่ไม่เหมาะสม มีผลกระทบต่อพฤติกรรมของคน อาจทำให้มีแนวโน้มไปในทางก้าวร้าว หรือส่อไปในทางที่ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคมในอนาคตได้ เนื่องจากกฎหมายเกี่ยวกับป้ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นกฎหมายที่เริ่มจากพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และมีกฎกระทรวงมหาดไทยอีกหลายฉบับ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แต่ป้ายโฆษณาเป็นผลผลิตที่เกิดจากการพัฒนารูปแบบ และวิธีการของการประชาสัมพันธ์ ป้ายโฆษณาจึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบ วิธีการ และวัสดุที่ใช้ในการผลิตป้าย ทำให้กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับป้ายที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมและสอดคล้องกับสถานการณ์

นายธีระเดช เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาควรกำหนดพื้นที่ห้ามติดตั้งป้ายให้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณหรือพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติ ศาสตร์ แหล่งโบราณสถาน แหล่งโบราณคดี แหล่งศิลปกรรม แหล่งธรรมชาติ สถานที่สำคัญทางศาสนา และบริเวณเส้นทางคมนาคมสายหลัก เส้นทางเศรษฐกิจ เส้นทางคมนาคมที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เพื่อป้องกันมลทัศน์และความปลอดภัย

“ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวจึงต้องวางแผนจัดระเบียบป้ายโฆษณาใหม่ และสำรวจป้ายโฆษณาเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมให้มีการปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมการสร้างสำนึกและจรรยาบรรณของผู้ที่เกี่ยวข้องกับป้าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรเอกชน ส่งเสริมสนับสนุนการปลูกฝังความรู้ และค่านิยม เรื่องคุณค่า และคุณภาพของภูมิทัศน์ จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถึงข้อบังคับและกฎหมายการขออนุญาตติดตั้งป้าย โดยเบื้องต้นจะยังผ่อนปรนให้สำหรับป้ายที่ติดตั้งก่อนหน้านี้ โดยจะเข้าไปให้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการเจ้าของป้าย ให้ปรับปรุงแก้ไข ถ้ายังมีการฝ่าฝืนอยู่ก็ต้องใช้ข้อกฎหมายจัดการ” นายธีระเดช กล่าวทิ้งท้าย.

พิชิต วีระชัย

ภาพ/ข่าว นสพ.เดลินิวส์
ak no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2008, 08:28 PM   #240
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 73,594
Likes (Received): 4326

CPN เจรจาเจริญศรี อุดรฯ ลงตัว

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4015 (3215)


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนกระแสข่าวเครือเซ็นทรัลเทกโอเวอร์ศูนย์การค้า เจริญศรีคอมเพล็กซ์ และโรงแรมเจริญศรีแกรนด์รอยัล อุดรธานี มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจทุนท้องถิ่นของตระกูลฑีฆธนานนท์ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2551 แต่ถูกปฏิเสธอย่างหนักแน่นจากผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัลมาตลอด ล่าสุดดีลดังกล่าวน่าจะมีบทสรุปที่ลงตัวแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2551 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความคืบหน้าเรื่องนี้กับนายโกมินทร์ ฑีฆธนานนท์ ผู้บริหารห้างเจริญศรีคอมเพล็กซ์ ได้รับคำยืนยันว่า การร่างสัญญายังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งทีมงานของตนอยู่ที่กรุงเทพฯแล้ว ซึ่งจะแล้วเสร็จและลงนามกันในวันพุธที่ 2 กรกฎาคม 2551 นี้อย่างแน่นอน

นักธุรกิจรายหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีตั้งข้อสังเกตว่า เซ็นทรัลอาจก่อสร้างศูนย์ การค้าบริเวณที่มีการทุบอาคาร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนส่วนบุคคลฑีฆธนานนท์ และสร้างสะพานเชื่อมกับห้างโรบินสัน อุดรธานี เพราะบริเวณดังกล่าวมีใบอนุญาตก่อสร้างอยู่ก่อนแล้ว

ไม่เพียงจังหวัดอุดรธานีเท่านั้น ที่ผ่านมาบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้ประกาศการลงทุนในจังหวัดขอนแก่นไปก่อนหน้านี้ มีมูลค่าในการลงทุน 3,300 ล้านบาท

หน้า 1

Last edited by napoleon; July 2nd, 2008 at 09:05 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off

Related topics on SkyscraperCity


All times are GMT +2. The time now is 09:46 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2017, vBulletin Solutions Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2017 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2017 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu