daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile



Reply

 
Thread Tools
Old March 9th, 2014, 06:49 PM   #1041
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,509
Likes (Received): 485

Quote:
Originally Posted by Chulio View Post
Can someone explain the Italy part?
Just before WWII, we have ordered the cruiser HTMS Naresuan and HTMS Taksin to serve our Navy from Italy but Italy has slapped the condition that they can used those cruisers if the war has Trieste base in Italy - both cruiser has become Vesuvius and Etna and both had been sunk by allied forces ... It take many years to get our money back which has been paid to Italy in Pound Sterling.
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old March 9th, 2014, 11:06 PM   #1042
Chulio
Most badass member
 
Chulio's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Location: Thailand, North America
Posts: 33
Likes (Received): 50

Quote:
Originally Posted by Thailand92 View Post
อิตาลีนี่ สมัยสงครามโลกเลยหรอคับ ?
Yes

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
Just before WWII, we have ordered the cruiser HTMS Naresuan and HTMS Taksin to serve our Navy from Italy but Italy has slapped the condition that they can used those cruisers if the war has Trieste base in Italy - both cruiser has become Vesuvius and Etna and both had been sunk by allied forces ... It take many years to get our money back which has been paid to Italy in Pound Sterling.
Thanks, didnt know anything about this
__________________
I hate my username, I wanna change it :(


I cant find 2 girls 1 cup video...

I am not allwed to be a doctor...:(
Chulio no está en línea   Reply With Quote
Old March 10th, 2014, 05:07 PM   #1043
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

จับทหารรบพิเศษลพบุรี พกอาวุธอื้อคาด่านใกล้สวนลุมฯ - “ผบ.พล1” ยอมรับหนักใจ มีทหารรับงาน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.วริศร์ สอนแก้ว สวป.สน.บางนา พ.ต.ต.โศจิกรณ์ จำเริญมา สวป.สน.ลุมพินี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บางนา และสน.ลุมพินี ตั้งด่านความมั่นคงร่วมบนถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ สีดำ 4 ประตู หมายเลขทะเบียน 2 กน-5117 กทม. ขับมาจากแยกชิดลมมุ่งหน้าแยกสารสินด้วยท่าทางมีพิรุธ ภายในมีส.ต.ณัฐวุฒิ เชิดสูงเนิน อายุ 23 ปี และส.อ.พิษณุ เฟื่องรุ้ง อายุ 25 ปี ทั้งสองนายสังกัด ร.31 พัน 2 รอ.รบพิเศษ ลพบุรี นั่งมาในรถ จึงขอเรียกตรวจค้น

จากการตรวจค้นพบกล่องเหล็กบรรจุกระสุนปืน สีเขียวลายพราง 2 กล่องวางอยู่ที่พักเท้าด้านหลังเบาะข้างคนขับ อาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 1 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนสั้นยี่ห้อคิมเบอร์ รุ่นคัสทอม ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 30 นัด ซองปืนเอ็ม 16 ขนาด 30 นัด 1 อัน และขนาดขนาด 20 นัด 1 อัน กระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 7 นัด กระสุนปืน ขนาด 5.56 แบบธรรมดา จำนวน 1,022 นัด กระสุนปืน ขนาด 5.56 แบบนำวิถี หัวแดง จำนวน 954 สนับมือ 1 อัน มีดพก 1 เล่ม แก๊สน้ำตา 2 ลูก อุปกรณ์ปืนสั้นคิมเบอร์ และกระเป๋าสะพาย จึงยึดไว้ก่อนคุมตัวมาสอบปากคำ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สมนึก น้องคง รอง ผบก.น.5 และพ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี ได้เดินทางมาสอบสวนทหารทั้ง 2 นายด้วยตัวเอง โดยทั้งคู่ยังไม่ให้การใดๆ ต้องรอนายทหารพระธรรมนูญสอบปากคำร่วมด้วย

เบื้องต้นทหารทั้งสองนายขอให้การชั้นศาลเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ,ร่วมกันพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและอาวุธมีด เข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ,ร่วมกันฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนนำตัวส่งพ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พงส.ผนพ.สน.ลุมพินี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านพล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล 1 รอ.) ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจด่านความมั่นคงบนถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน แล้วจับกุมส.อ.พิษณุ เฟื่องรุ้ง และ ส.ต.ณัฐวุฒิ เชิดสูงเนิน ทหารจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31พัน2 รอ.) จ.ลพบุรี พร้อมอาวุธปืนพกสั้น 11 ม.ม.และปืน M-16 ปืน M-4 A1 พร้อมกระสุนเกือบ2 พันนัด ที่ซุกซ้อนอยู่ในรถกระบะ ฟอร์เรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน 2 กน 5117 กทม. ว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่จะเป็นการรับจ้างส่วนตัวหรือไม่ ต้องรอผลการสอบสวนอีกครั้ง ยอมรับว่าหนักใจ มีทหารไปรับงานแบบนี้ ที่ผ่านมามีการกวดขันเรื่องการปฏิบัติตัวของทหารตลอด ขอยืนยันว่าหากทำผิดจริงก็จะไม่ปกป้อง อย่างไรก็ตามต้องส่งนายทหารพระธรรมนูญไปร่วมการสอบสวนกับทางตำรวจตามระเบียบกระทรวงกลาโหม

พล.ต.วราห์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น อาวุธปืนที่เห็นน่าจะเป็นปืนเอ็ม 16 เอ 1 ตัดพันท้ายปืนสั้น ไม่มีใช้ในกองทัพ ก็ต้องตรวจหาที่มาที่ไปอีกครั้ง เพราะอาจลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดนก็เป็นไปได้ หลังจากนี้ก็จะสืบสวนประวัติของนายทหารทั้ง 2 นายว่ามีพฤติกรรมอย่างไร โดยได้รายงานให้ผบ.ทบ.ทราบแล้ว ท่านให้ดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ขออย่าได้โยงกองทัพไปเกี่ยวข้องทางการเมือง เพราะทหารมีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

มีรายงานว่า ทางกองทัพบกได้สั่งการให้กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ตรวจสอบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้พ.อ.กันต์ชัย ประจวบอารีย์ ผบ.ร.31 รอ. เดินทางไปราชการที่สหรัฐอเมริกา และได้สั่งการให้รอง ผบ.ร.31 รอ. ตรวจสอบข่าวดังกล่าว และหากมีความผิดจริงก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย ทางหน่วยจะไม่ปกป้อง

ด้านพล.ท.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะอาวุธปืนชนิดเอ็มโฟ (M 4 A1) ของกลางที่ตำรวจยึดได้นั้น เป็นของหน่วยรบพิเศษหรือไม่ อย่างไร ต้องตรวจสอบรายละเอียดกับผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากระดับผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต้นสังกัด ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะน่าจะเป็นการรับจ้างส่วนตัว จึงขอให้สังคมอย่าเข้าใจผิดจนมาพาดพิงถึงหน่วยงานต้นสังกัด และยืนยันว่าหน่วยงานมีใช้เฉพาะปืนเอ็ม 16 และปืนทราโว่ ไม่มีปืนเอ็มโฟ ล่าสุดทหารพระธรรมนูญเข้าไปดูเรื่องกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และได้สั่งให้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายให้เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอาวุธปืนเอ็มโฟ (M4 A1) มีใช้ในหลายหน่วย อาทิ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ / หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(ฉก.90) และ หน่วยบัญชาอากาศโยธิน(อย.) แต่ไม่ได้มีประจำการใน ร.31 ลพบุรี ต้นสังกัดที่ทหารทั้งสองนายถูกจับกุมแต่อย่างใด

http://www.khaosod.co.th/view_newson...PQ==&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 11th, 2014, 02:20 PM   #1045
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

“ผบ.พล.1 รอ.”ส่ง2ทหารขังคุก“มทบ.11”นครปฐม สอบปลายทาง“ปืนเอ็ม16 – กระสุน”

วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:26:19 น.


เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผผบ.พล.1 รอ.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านความมั่นคงสวนลุมพินี จับกุม ส.อ.พิษณุ เฟื่องรุ้ง และ ส.ต.ณัฐวุฒิ เชิดสูงเนิน ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.)เนื่องจากตรวจพบอาวุธปืนเอ็ม-16 และ กระสุนกว่า 2,000 นัด ว่า ได้ส่งทหารทั้ง 2 นาย ไปฝากขังที่เรือนจำศาลทหารของมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) จ.นครปฐม หลังจากที่ได้มีการสอบถามในเบื้องต้นแล้ว โดยทหารทั้งสองนายไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากนัก คงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนต่อไป ส่วนปลายทางอาวุธที่ทหารทั้ง 2 นายจะนำไปส่งที่ไหน อย่างไร คงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสอบสวน

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกรณีนี้ยังถือเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ระหว่างการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและ เจ้าหน้าที่ทหารในการไปสอบสวน โดยฝ่ายทหารเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ ขณะเดียวกันกองทัพได้สั่งการให้หน่วยรับผิดชอบในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และ วินัยควบคู่ไปด้วย ซึ่งกองทัพยืนยันว่าหากพบว่ามีความผิดก็ไม่ปกป้อง

http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=1905
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 13th, 2014, 01:21 PM   #1046
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,411
Likes (Received): 513

In Pics: “โอบามา” พบ “นายกฯยูเครน” ที่ทำเนียบขาว – พบ “กองทัพแดง” ของปูตินเคลื่อนไหวครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนยูเครน


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มีนาคม 2557 17:23 น.
เอพี/เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ประกาศจะปกป้องยูเครนหากรัสเซียยังดื้อดึงใช้กำลังทหารกับยูเครนต่อ ในการพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรียูเครนรักษาการ อาเซนี ยาตเซนยูก ที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้(12) ในขณะที่พบการเคลื่อนไหวผิดสังเกตของกองทัพรัสเซียของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน จำนวนมากตามแนวชายแดนยูเครน หวั่นอาจใช้กำลังเข้ายึดยูเครน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯบารัค โอบามา ได้ประกาศที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องยูเครน หลังจากที่เขาได้พบกับ อาเซนี ยาตเซนยูก นายกรัฐมนตรียูเครนรักษาการ อดีตผู้นำการประท้วงยูเครน ซึ่งเป็นการพบกันเป็นครั้งแรกที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้(12)

โดยโอบามาได้ชี้ถึงการที่รัสเซียได้ใช้กำลังทหารรุกรานไครเมียนั้นขัดกับกฎหมายต่างประเทศ ว่ารัสเซียจะต้องได้รับถึงผลที่จะตามมาหากยังไม่ถอนทหารออกไป โดยสหรัฐฯและประชาคมนานาชาติจะใช้ทุกอย่างเพื่อหยุดความก้าวร้าวของรัสเซีย ในขณะที่ยาตเซนยูกได้กล่าวว่า ยูเครนจะไม่ยอมก้มหัวให้กับการรุกรานยูเครน ซึ่งในก่อนหน้านี้มีรายงานว่า รัฐบาลยูเครนประกาศจะไม่ใช้กำลังทหารขัดขวางไครเมียที่คิดแยกตัวเป็นอิสระ

และโอบามายังย้ำว่า จะยืนอยู่เคียงข้างยูเครนเพื่อให้มั่นใจว่าเขตแดนของยูเครนนั้นจะไม่ถูกรุกราน

นอกจากนี้แหล่งข่าวจากทางการอังกฤษได้เปิดเผยว่า มีรายงานความเคลื่อนไหวของกองทัพรัสเซียขนาดมโหฬารตามบริเวณพรมแดนยูเครนตั้งแต่วันอังคาร( 11) โดยพบว่ามีทหารรัสเซียจำนวนถึง 80,000 นายเคลื่อนไหวอยู่ตามชายแดน รวมไปถึงขบวนรถถังและที่ยิงขีปนาวุธ ซึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในความมั่นคงยูเครนกล่าวว่า หากรัสเซียเข้าบุกยูเครนจริง จะใช้เวลาเพียแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้นบุกมาถึงกรุงเคียฟ

ซึ่งหน่วยข่าวกรองอังกฤษไม่มั่นใจว่า การเคลื่อนไหวทางกำลังพลของรัสเซียครั้งนี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการควบรวมไครเมีย การเตรียมพร้อมเพื่อบุกยูเครน หรือเป็นแค่การเตรียมพร้อมทางการรบ โดยพบว่าการเคลื่อนไหวทางทหารของรัสเซียในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โอบามาพบกับยาตเซนยูกที่ทำเนียบขาว และนาโตจัดซ้อมรบในโปแลนด์


แผนภาพแสดงการเคลื่อนไหวกำลังพลของรัสเซียล่าสุดในสัปดาห์นี้


พื้นที่ซึ่งคาดว่ารัสเซียอาจเข้ายึดนอกเหนือจากไครเมีย

ทางด้าน แอนดรี พารูไบย์ เลขาของสภาความมั่นคงยูเครนได้ให้ความเห็นว่า แม้แต่กรุงเคียฟก็ไม่ปลอดภัยจากการรุกรานของรัสเซีย โดยพารูไบย์ที่อ้างว่า มีความเคลื่อนไหวของทหารกองทัพแดงของปูตินจำนวน 80,000 นาย รวมไปถึงรถถังอีก 270 คัน รถหุ้มเกราะ 180 คัน ระบบต่อสู้อากาศยานทางอากาศจำนวน180 ระบบ ระบบการยิงมิสไซล์หลากระยะจำนวน 18 ระบบ เครื่องบินรบ 140 ลำ เฮลิคอปเตอร์ในการโจมตี 90 ลำ เรือรบและเรือคัตเตอร์อีก 19 ลำ

และพารูไบย์เสริมว่า ความตรึงเครียดไม่ได้อยู่เฉพาะที่ไครเมีย แต่ได้ลามไปถึงตามชายแดนของภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งตามจริงแล้วกองทัพของปูตินสามรถบุกทะลวงมาถึงกรุงเคียฟได้ภายใน 2-3 ชม.

ด้าน Andrey Illarionov อดีตที่ปรึกษาปูตินได้คาดในสัปดาห์นี้ว่า นอกเหนือจากไครเมียแล้ว ปูตินยังมีแผนที่จะรวมเมืองใหญ่อืนๆของยูเครนเข้าร่วมกับสหพันธ์รัสเซีย รวมถึง คาร์เคียฟ โดเนตสค์ ดเนโปรเปโตรฟสค์ ลูแกนสค์ ซาโปโรซีห์ เคอร์สัน และโอเดสซา



http://www.manager.co.th/Around/View...=9570000028956
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 13th, 2014, 11:23 PM   #1047
Equario
TerAzure
 
Equario's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: Irpin|Kyiv
Posts: 3,637
Likes (Received): 3491


More detailed and accurate map



https://www.facebook.com/photo.php?f...type=1&theater
__________________
Follow EuroMaidan:

In Ukrainian: https://www.facebook.com/EuroMaydan
In English: https://www.facebook.com/emaidanua

napoleon liked this post
Equario no está en línea   Reply With Quote
Old March 13th, 2014, 11:32 PM   #1048
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ย้อนอ่านกันอีกครั้ง "ยุทธการรุมยิงนกในกรง" บทความเก่าที่ยังทันสมัย โดย พล.อ.อดุล อุบล

วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 13:15:30 น.

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 7-13 มีนาคม 2557

ฝากไว้ ให้ตราตรึง

พล.อ.อดุล อุบล

ยุทธการ "รุมยิงนกในกรง"

ผมขออนุญาตอีกครั้งหนึ่งครับ ด้วยที่ผมคงต้องเขียนอะไรแรงๆ ลงไปในตอนนี้ เนื่องจากความรู้สึกที่อดสูและสมเพชในบุคคลหลายคนที่ไม่ควรจะเป็นได้ถึงตำแหน่งเหล่านั้น

มันเป็นเรื่องที่พวกเราคงทราบดีกันแล้วจากสื่อเป็นเรื่องที่ hot ที่สุดเรื่องหนึ่งในสังคมตอนนี้ และจะเป็นเรื่องที่มีผลในทางคดีความกันไปอีกนาน และอาจจะเป็นความแตกแยกภายในชาติอีกระดับหนึ่ง ถ้าแก้ไขกันไม่ถูกต้อง

ผมไม่ได้รับหนับสือเสนาธิปัตย์มาเป็นปี ทั้งๆ ที่จ่ายเงิน (โดนหักโดยอัตโนมัติ) มาตลอด ก็ไม่ทราบเรื่องราวอัปยศเช่นนี้ มาทราบก็ต่อเมื่อมีการออกมาวิจารณ์กันทางสื่อเรียบร้อยแล้ว และก็มีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องโทรศัพท์มาถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

ทั้งพี่และน้องเหล่านั้นพูดเหมือนกันว่า "มันเป็นทหารกันหรือเปล่าวะ" สามารถออกคำสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้อาวุธสงครามที่จัดหามาจากภาษีอากรของประชาชน สังหารประชาชนมือเปล่า

แล้วยังมีหน้ามาวิเคราะห์บทเรียนจากการปฏิบัติการนั้นว่าสำเร็จอย่างเลอเลิศสรรเสริญและชื่นชมกันราวกับ"วีรบุรุษสงคราม" ผู้พิชิตชัยชนะในสงครามเต็มรูปแบบกับประชาชน ภายในชาติของตนเองที่มีแต่มือเปล่า และเต็มไปด้วยเด็ก ผู้หญิง และคนแก่

ผมอยากจะทราบว่า ถ้าผู้ที่มาร่วมชุมนุมเหล่านั้นถืออาวุธมาจากบ้าน อย่างน้อยปืนสั้นหรือปืนยาวคนละกระบอกพร้อมกระสุนตามมีตามเกิด ภาพมันจะเป็นอย่างนี้ไหม



บางคนบอกว่า การวิเคราะห์ "บทเรียนจากการกระชับวงล้อม" (ในหนังสือเสนาธิปัตย์) ผู้วิเคราะห์ถูกสั่งให้กระทำเพื่อเป็นการเอาใจ (มันก็ประจบสอพลอนั่นแหละวะ) ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะถูกกระทำขึ้นเพื่อเป็นการเอาใจ หรือเพื่อการเป็นการนำไปใช้ฝึกและศึกษา หรือเป็นองค์ความรู้ทางวิชาการ หรือเพื่อเป็นการอยากจะบอกความจริงของผู้วิเคราะห์ก็ตาม มันก็เป็นประวัติศาสตร์อัปยศของกองทัพอยู่ดี

ผมอยากจะรู้ว่าเราจะเอาประสบการณ์ องค์ความรู้ หรือ ผลแห่งความสำเร็จนี้ไปอวดใครที่ไหน

อย่าว่าแต่กับประชาชนภายในชาติเลย ต่อให้ทหารต่างชาติและสังคมโลก เขาคงจะต้องสมเพชกองทัพไทยแน่

ผมมีความภาคภูมิใจมากในอดีตที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ทั้ง 2 หน่วยนี้ คือ อาจารย์อำนวยการส่วนวิชายุทธวิธี รร.เสนาธิการทหารบก

และก่อนหน้าที่จะเป็นพลเอกนี้ ผมเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นตำแหน่งที่เขาขนานนามกันว่า "ครูใหญ่ของกองทัพบก"

ผมไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าหน่วยที่ผมภาคภูมิใจจะทำเอกสารทางวิชาการออกมาได้แบบนี้



ผมอยากจะถามว่า พวกท่านมีความรู้สึกเป็นวีรบุรุษและมีความภาคภูมิใจมากนักหรือกับความเป็นจริงเหล่านี้

1. ท่านใช้กำลังทหาร 4 กองพล ซึ่งเท่ากับ 1 กองทัพน้อย (corps) ที่กองทัพ US ใช้เป็น Main effort (ME) ในการขับไล่กองทัพอิรักออกจากการยึดครองประเทศคูเวต แต่พวกท่านเอามาใช้ล้อมปราบประชาชนที่ไม่มีอาวุธ และเต็มไปด้วยเด็ก ผู้หญิง และคนแก่

2. ท่านใช้พลซุ่มยิงทั้งกองทัพ รุมยิงเป้าหมายผู้ชุมนุมที่ถูกล้อมอยู่ ดุจดัง ยิงนกในกรง

3. ท่านประกาศว่าเป็นการทำสงครามเต็มรูปแบบกับประชาชนภายในชาติด้วยกำลังรบผสมเหล่า ทั้งทหารราบ ทหารม้ายานเกราะ หน่วยบิน พลซุ่มยิง หน่วยรบพิเศษ หน่วยส่งทางอากาศ ขาดแต่อาวุธปืนใหญ่ นี่ยังไม่นับหน่วยข่าวกรองอีกจำนวนมาก

4. ท่านมีความภาคภูมิใจว่ามีการวางแผนประณีตมีการซักซ้อมกันมาเป็นอย่างดี

5. ท่านให้ข้อมูลที่ทำให้แน่ใจได้ว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารเป็นอย่างดี เพราะทั้งรัฐบาลและกองทัพมีความเป็นเอกภาพ มีการสั่งและควบคุมการปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์แบบตามลำดับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command)

6. ท่านชี้ให้เห็นถึงการใช้กระสุนจริงเป็นผลดีต่อขวัญและกำลังใจของทหาร โดยเฉพาะมีการประกาศเขตใช้กระสุนจริงใน down town ของ กทม.



แค่นี้ผมก็อยากจะอ้วกแล้วครับ

ผมคิดว่าท่านกำลังจะทำให้นายทหารรุ่นหลังๆ เข้าใจผิดไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นบทบาทและหน้าที่ของทหารของชาติอย่างแท้จริง หรือก็เพราะไอ้ชัยชนะแบบนี้เองหรือเปล่าที่ทำให้หลงคิดว่ารบเก่งกันทั้งกองทัพอยู่ทุกวันนี้

เคยคิดในมุมมองอื่นกันบ้างหรือไม่ว่าเหตุการณ์นี้ต้องทำบทเรียน (Lesson Learn) แน่นอน

แต่ทำอีกด้านหนึ่งคือวิจารณ์ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อีก

และถ้ามันเริ่มมีอาการเราจะหยุดอาการเหล่านั้นตั้งแต่แรกอย่างไร

จะดับเหตุแห่งความขัดแย้งในสังคมตั้งแต่แรกได้อย่างไร

เมื่อถึงขั้นที่การควบคุมจะเป็นไปไม่ได้แล้วใครจะเป็นฝ่ายเสียสละระหว่างประชาชนส่วนใหญ่หรือรัฐบาล

บทวิเคราะห์ของ ยศ.ทบ. กรณีนี้ไม่ได้อะไรแก่สังคมนอกจากการขยายช่องว่างของความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมไทยให้มากขึ้นไปอีก และได้คิดกันบ้างหรือเปล่าว่าข้อเท็จจริง (Facts) ที่ท่านเอามาเป็นหลักฐานในการวิเคราะห์นั้น มันจะกลับมาเป็นพยานหลักฐานว่าบรรดาฝ่ายการเมืองและผู้นำทหารกล่าวเท็จกับสาธารณชนไว้อย่างไรบ้าง แล้วมันจะนำไปฟ้องเป็นคดีความกันได้มากน้อยขนาดไหน

ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ มันเป็นการยอมรับกับผู้ชุมนุมว่ารัฐบาลไม่เคยมีความมุ่งหมายในการเจรจานอกจากการสลายการชุมนุมเท่านั้น

จึงเท่ากับส่งสัญญาณให้ฝ่ายชุมนุมตระหนักว่าในการชุมนุมครั้งต่อไป ไม่ว่าจะชุมนุมด้วยความสงบและปราศจากอาวุธหรือไม่ พวกเขาจะต้องถูกปราบปรามด้วยความรุนแรงและด้วยกำลังทหารแน่นอน

ดังนั้น จะเป็นอะไรไปถ้าพวกเขาจะนำอาวุธประจำบ้านตามมีตามเกิดติดตัวมาด้วยเพื่อป้องกันตนเอง แล้วอะไรมันจะเกิดขึ้น

ผมไม่อยากนึกถึงภาพเลย (เขียนเมื่อ 30 มิถุนายน 2554)



ปฏิบัติการ "ป้ายร้าย - ใส่สี"

ผมได้อ่านบทความเรื่อง บทเรียนจากการปฏิบัติการข่าวสาร กรณี ปปส. ในเมือง (มีนาคม-พฤษภาคม 2553) ที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือเสนาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากบทเรียนยุทธการกระชับวงล้อม อดไม่ได้ที่จะต้องเขียนมาเสนอความเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆ และบุคคลทั่วไปครับ

ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจที่มาที่ไปของเหตุการณ์ มีนาคม-พฤษภาคม 2553 และรู้ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมากมายปานใด มันส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือในสถาบันต่างๆ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม สถาบันการเมืองการปกครอง และสถาบันความมั่นคงของประเทศ (ทหาร, ตำรวจ) อย่างไร

และที่สำคัญที่สุดคือ ความแตกแยกของพลเมือง (country men) ทุกหัวระแหงอย่างที่ผมไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต จนกระทั่งวันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับไปเหมือนเดิมได้อีกหรือไม่

เห็นไหมล่ะครับว่าการใช้กำลังทหารซึ่งเป็นของทุกคนภายในชาติไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด สีใด ยากดีมีจนเพียงใด ออกมาจัดการกับประชาชนภายในชาติอีกฟากหนึ่ง ซึ่งตรงข้ามกับผู้มีอำนาจในประเทศมันมีแต่ผลเสียเกินกว่าที่จะคาดคิดนัก

เพราะเหตุว่าในท้ายที่สุดแล้ว มันจะไม่มีฝ่ายใดชนะ มันจะมีแต่ความพ่ายแพ้ของทุกฝ่ายอย่างถาวร



เมื่อนำทหารถืออาวุธออกมา ความตึงเครียดของทุกฝ่ายย่อมทวีขึ้นแน่นอน เมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นจะส่งผลสำคัญให้ฝ่ายที่สูญเสียโกรธ เกลียด ชิงชัง เคียดแค้น ความต้องการหาความยุติธรรมให้ฝ่ายตนด้วยการแก้แค้นทุกวิถีทางก็จะเกิดขึ้น

สำหรับฝ่ายที่ทำให้สูญเสียจะเกิดความกลัวความผิดจากการกระทำของตนเองก็จะต้องป้องกันทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องพ้นความผิด

สถานการณ์เช่นนี้จะจบลงเมื่อใดและอย่างไรคงยากที่ผู้ใดจะตอบได้เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องแสดงให้ทุกฝ่ายได้เห็น

บรรดาประเทศที่ศิวิไลซ์เขาจึงต้องกันกองทัพประจำการของชาติของเขาไว้ไม่ให้ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพื่อประกันไม่ให้กองทัพต้องตายไปจากหัวใจของประชาชนพี่น้องร่วมชาติ

เมื่อเรานำกองทัพถืออาวุธออกมาและสถานการณ์ได้พัฒนาตัวของมันเองไกลออกไปจนเกิดความรุนแรง กองทัพก็ต้องนำวิธีการทางทหารทุกประการออกมาใช้เพื่อให้ได้ชัยชนะ

โดยไม่ได้คิดว่าตามปกติแล้ววิธีการทางทหารนั้นเขาใช้กับข้าศึกที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชนและประเทศชาติของเรา



เช่นเดียวกับการที่กองทัพ และ ศอฉ. ได้นำการปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation) หรือ IO มาใช้ในการสนับสนุนการสลายมวลชนใน มีนาคม-พฤษภาคม 2553 IO นั้นเป็นกระบวนการทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง ใช้ทั้งความดีและความชั่วร้าย ใช้ทั้งความจริงและการโกหกหลอกลวงที่ฝ่ายเรากระทำต่อข้าศึกเพื่อให้ได้ผลทั้งทางกายภาพและทางจิตวิทยา โดยเฉพาะต่อข้าศึก ทำให้ข้าศึกตกเป็นเบี้ยล่างของฝ่ายเราในทุกด้านของการปฏิบัติการทางทหาร

เมื่อฝ่ายเรากระทำต่อข้าศึกมันไม่เป็นอะไรหรอกครับเพราะฝ่ายข้าศึกเขาก็ยอมรับกฎกติกาในเรื่องนี้ของการทำสงครามซึ่งฝ่ายเขาก็จะทำกับฝ่ายเราซึ่งเป็นข้าศึกของฝ่ายเขาเช่นกัน

เมื่อเสร็จสิ้นสงครามไม่ว่าฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะก็จบกันไปไม่ได้มาเกี่ยวข้องกันหรือมีความสัมพันธ์กัน ต้องอยู่ด้วยกันในฐานะคนร่วมชาติเดียวกัน

แต่เมื่อฝ่ายกองทัพ และ ศอฉ. นำเรื่องของ IO ตามที่กล่าวมาแล้วมาใช้กับประชาชนซึ่งเป็นพี่น้องร่วมชาติ อะไรมันจะเกิดตามมาเมื่อจบเหตุการณ์แล้ว

และยิ่งไปกว่านั้น ผู้มีอำนาจของฝ่าย ศอฉ. ยังขยายความเจ็บแค้นต่อไปอีกด้วยการสั่งให้ฝ่ายตนเองวิเคราะห์บทเรียนแห่งความสำเร็จจากการหลอกลวงประชาชน ให้สังคมได้รับทราบอย่างภาคภูมิและมีเกียรติยิ่ง

มันเป็นเรื่องของเกียรติยศและน่าภาคภูมิใจมากนักหรือกับการที่ท่านป้ายความชั่วร้ายให้แก่อีกฝั่งฟากหนึ่งด้วยข้อหาร้ายกาจสุดโต่งที่ไม่ต้องการพิสูจน์และไม่ต้องมีหลักฐานและกับการที่ใส่สีสัน เพิ่มความรุนแรงน่ากลัวของสถานการณ์ลงไปด้วยการตัดต่อภาพนิ่งและภาพวิดีโอ (ตามที่ท่านได้ยอมรับไว้ในเอกสาร) เพื่อสร้างความเลวร้ายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนในชาติยอมรับความจำเป็นในการปราบปราม



เนื่องจากสอนใน รร.เสนาธิการทหารบกมาหลายรุ่น ผมเข้าใจและรู้ว่าปัจจัยแห่งการได้รับชัยชนะในการทำสงครามนั้นประการสำคัญประการแรกคือ ความชอบธรรม (Legitimacy) ในการทำสงคราม

และสาเหตุแห่งความชอบธรรมนั้นมันสร้างกันได้ และบางครั้งก็ต้องสร้างขึ้นมาเองด้วย

ผมก็สอน นทน.รร.สธ.ทบ. ไปหลายรุ่น แต่ผมไม่เคยหวังให้พวกเขาเหล่านั้นนำมาใช้กับเพื่อนร่วมชาติ

ทหารในกองทัพชาติจะต้องเป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ดี เป็นที่พึ่งของชนในชาติ ไม่มีวันที่พวกเขาจะโกหกพี่น้องร่วมชาติเพื่อความชอบธรรมได้ พวกเขาจึงจะสามารถประทับอยู่กลางใจมหาชน ไม่ใช่ตายไปแล้วจากหัวใจของประชาชนเหมือนบางคนทุกวันนี้ (เขียนเมื่อ 4 กรกฎาคม 2554)

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 14th, 2014, 06:12 PM   #1049
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ญาติเหยื่อ 6 ศพวัดปทุมฯ ยื่นฟ้อง “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ฐานร่วมกันสั่งฆ่าผู้อื่น

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 17:50:40 น.

ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายขาล ศรีรักษา ญาติของนายสุวรรณ ศรีรักษา ผู้เสียชีวิต และนางสุนันทา สมอาษา มารดาของนายอัฐชัย ชุมจันทร์ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ศพวัดปทุมวนารามฯ จากกรณีรัฐบาลมีคำสั่งกระชับพื้นที่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 พร้อมด้วยนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

นายโชคชัย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ศพวัดปทุมฯ ซึ่งศาลได้ระบุชัดเจนว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ทหารในการเข้าขอคืนพื้นที่ตามคำสั่งของรัฐบาล วันนี้จึงมาขอความเป็นธรรมต่อศาลอาญาโดยยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ แต่การที่โจทก์ยื่นฟ้องในครั้งนี้เป็นการฟ้องแยกกับสำนวนของอัยการ โดยฟ้องต่างกรรมต่างวาระกันไปเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงขอให้ศาลพิจารณาคดีเป็นรายกรณีไป โดยตามกระบวนการขั้นตอนศาลจะต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อนถึงจะมีคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่ต่อไป

ด้านนายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวว่า ขณะนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งชันสูตรพลิกศพกรณีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 18 ราย โดยเฉพาะกรณีของนายอัฐชัยที่ญาติเป็นโจทก์ยื่นฟ้องในวันนี้ถือว่าศาลมีคำสั่งชัดเจนมากที่สุด โดยระบุว่าเสียชีวิตจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ยิงมาจากแนวบริเวณถนนพระราม1 ส่วนญาติผู้เสียชีวิตคนอื่นๆก็จะยื่นฟ้องเป็นกรณีไป ส่วนกรณีที่นายสุเทพอ้างว่ามีชายชุดดำนั้นศาลก็ได้สรุปในสำนวนแล้วว่าไม่มีชายชุดดำแต่อย่างใด นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ทางกลุ่มนปช.ได้นัดรวมพลที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกปปส. รวมทั้งบทบาทในการคัดค้านต่อต้านองค์กรอิสระที่เข้ามาก้าวก่ายอำนาจของฝ่ายบริหาร และตนเชื่อว่าการเมืองไทยจะไม่เกิดภาวะสูญญากาศเพราะนายกฯจะต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะได้ครม.ชุดใหม่ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่ามีความพยายามจากบางกลุ่มที่พยายามจะปฏิวัติในรูปแบบต่างๆทั้งในการใช้อาวุธและการใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือ

ขณะที่นางอัญชลี สาริกานนท์ พี่สาวของนายอัฐชัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าใครเป็นคนฆ่าและใครต้องรับผิดชอบ ซึ่งครอบครัวของตนดีใจที่ได้รับความยุติธรรมและคดีคืบหน้ามาจนถึงวันนี้ โดยต้องการให้นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และตนไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ถึงแม้จะได้รับเงินเยียวยาแต่ก็ไม่สามารถทดแทนการเสียชีวิตของคนในครอบครัวได้

http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=1905
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 16th, 2014, 07:03 AM   #1050
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,411
Likes (Received): 513



OPLOT-M ทบ.ไทย คันแรกที่ติดแผ่นบังด้านข้างเรียบร้อยแล้ว...ลายพรางดิจิตอลสวยดี..
https://www.facebook.com/photo.php?f...type=1&theater


Last edited by wwc234; March 19th, 2014 at 02:44 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 19th, 2014, 04:49 AM   #1052
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,411
Likes (Received): 513

แถวนี้เรดาร์ไทยเจ๋งสุด ฝรั่งเชื่อจับโบอิ้ง 777 มาเลย์ชัดแจ๋วตลอดเส้นทาง


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2557 01:35 น.



แผนภูมิที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันทางอากาศจัดทำขึ้นแสดงให้เห็นรัศมีตรวจการณ์ของระบบเรดาร์แจ้งเตือนระยะไกลของกองทัพไทยทั้ง 3 สถานีในภาคใต้มีระยะตรวจการณ์เหลื่อมกันเป็นตาสับปะรดและยังเหลื่อมเข้าไปในระยะตรวจการณ์ของเรดาร์แจ้งเตือนระยะไกลของมาเลเซียที่ตั้งอยู่บนเกาะปีนัง มาเลเซียกล่าวว่าสถานีเรดาร์แห่งนั้นตรวจจับโบอิ้ง 777 ลำที่สูญหายได้ ซึ่งพิกัดดังกล่าวอยู่ใกล้กับสถานีเรดาร์บนเกาะภูเก็ตของไทยมากกว่า หากพิจารณาจากระยะตรวจการณ์ของสถานีเรดาร์ที่กูเก็ตและสงขลาก็จะพบว่า เรดาร์ของไทยสามารถจับการเคลื่อนไหวของเที่ยวบิน MH370 ได้ตลอดเส้นทางเลยทีเดียว.


ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- สำนักข่าวกลาโหมหลายแห่งได้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับระบบเรดาร์ที่ติดตั้งในภาคใต้ของไทยในภารกิจป้องกันประเทศ โดยเชื่อว่าข้อมูลที่ระบบเรดาร์ของไทยบันทึกเอาไว้จะช่วยไขความลี้ลับเกี่ยวกับเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200ER ลำที่สูญหายได้ เนื่องจากมีข่ายในการครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางที่สุด ละเอียดที่สุดในย่านนี้และยังประสานกันเป็น "เสมือนตาสับปะรด" ยากที่วัตถุบินต่างๆ จะเล็ดลอดไปได้

เรดาร์ของไทยที่ติดตั้งใน 3 จุดทางตอนใต้ของประเทศย่อมสามารถบันทึกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายตั้งแต่ต้นจนกระทั่ง "ลับตา" ไป ซึ่งจะช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับทิศทางบินของโบอิ้งลำนี้ได้ และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการค้นหา แต่ปัญหาก็คือกองทัพไทยจะยินดีเปิดข้อมูลเรดาร์ที่กล่าวถึงนี้หรือไม่ เพราะว่าการเปิดเผยย่อมหมายถึงการเปิดตัวเองและค่อนข้างจะเป็นอันตรายต่อการป้องกันในอนาคต

จนถึงวันอังคาร 18 มี.ค.นี้นับเป็นเวลา 10 วันพอดี ตั้งแต่เที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียขาดการติดต่อกับสถานีควบคุมการสัญจรทางอากาศในตอนเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 8 ขณะที่บินอยู่เหนือทะเลอ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งไม่กี่วันมานี้หลายฝ่ายได้วิจารณ์รัฐบาลมาเลเซียว่าปกปิดข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลผิดๆ ซึ่งทำให้เสียเวลาค้นหาแบบหลงทิศหลงทางตลอดมา

อย่างไรก็ตามหลายวันต่อมาทางการมาเลเซียได้เปิดเผยข้อมูลจากเรดาร์ของฝ่ายทหารที่บ่งชี้ว่า โบอิ้ง 777 ที่บินขึ้นจากท่าอากาศยานกรุงกัวลาลัมเปอร์พร้อมผู้โดยสารกับลูกเรือ 239 คนมุ่งสู่ท่าอากาศยานกรุงปักกิ่งของจีนนั้นได้เปลี่ยนเส้นทางแบบหักข้อศอก บินข้ามแหลมมะลายูไปยังบริเวณช่องแคบมะละกา ก่อนจะหักหัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดยังคงเป็นความลี้ลับหรื้ออาจจะไม่มีข้อมูลอื่นใดนอกจากนี้ก็เป็นได้

เจ้าหน้าที่ของสายการบินมาเลเซียกล่าวว่าถ้าหากมีการเปลี่ยนทิศทางบินดังกล่าวโบอิ้ง 777 ก็จะหมดเชื้อเพลิงลงในย่านอ่าวเบงกอล แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นยังไม่มีฝ่ายใดทราบเส้นทางบินอันแท้จริงของเที่ยวบิน MH370 หลังจากเรดาร์ของฝ่ายทหารมาเลเซียจับได้ขณะอยู่ไม่ไกลจากเกาะปินัง

เรดาร์ของมาเลเซียที่ตั้งอยู่บนเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตรในปินังสามารถจับภาพสุดท้ายของเที่ยวบิน MH370 เอาไว้ได้เมื่อเวลา 02.15 น.วันเสาร์ที่ 8 มี.ค.2557 ตามเวลาในท้องถิ่น ขณะบินในความสูง 29,500 ฟุต ห่างจากปินังไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 200 ไมล์ทะเล (ราว 370 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เที่ยวบิน MH370 ปรากฎให้เห็นในทางอิเลกทรอนิก

เป็นที่ทราบกันดีว่าของกองทัพมาเลเซียนั้นเป็นเรดาร์แจ้งเตือนระยะไกล RAT-31 DL ผลิตโดยบริษัท SELEX Sistemi Integrati ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Finmeccanica SpA กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการบินและการอวกาศในอิตาลีที่มีผลงานมากมาย ข้อมูลจากแหล่งผลิตระบุว่า RAT-31DL มีระยะตรวจการณ์ไกลถึง 400 กม.
.


เที่ยงคืนกับ 21 นาที (เช้าตรูวันเสาร์ 8 มี.ค.) เที่ยวบิน MH370 ขึ้นจากกัวลาลัมเปอร์ ต่อมา 01.21 น.ติดต่อสถานีภาคพื้นดินครั้งสุดท้ายก่อนหันหัวกลับโดยไม่ทราบสาเหตุ มุ่งสู่ช่องแคบมะละกา ก่อนจะเชิดขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือและเรดาร์บนเกาะปินังตรวจพบเมื่อเวลา 02.15 น. ขณะมุ่งหน้าไปยังบริเวณหมู่เกาะอันดามันของพม่า ยังไม่มีรายละเอียดอื่นใดอีกหลังจากนั้นแต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเรดาร์ของไทยมีคำตอบ.


รัศมีครอบคลุมของสถานีเรดาร์มาเลเซียบนเกาะปินังซึ่งอยู่บนยอดสูง 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเรดาร์แจ้งเตือนระยะไกลที่มีประสิทธิภาพสูงทีเดียว แต่ยังแพ้ทางระบบเรดาร์ของไทย 2 สถานีที่ประสานกันเป็นตาสับปะรด.

สถานีเรดาร์ของไทยใน จ.สงขลา ยุคสมัยเปลี่ยนไปทำให้ไม่มีความลับใดๆหลงเหลืออยู่อีก แต่การเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ย่อมเป็นการเปิดตัวเองให้อริมองเห็นมากยิ่งขึ้น.

สถานีเรดาร์ของไทยใน จ.สงขลา ยุคสมัยเปลี่ยนไปทำให้ไม่มีความลับใดๆหลงเหลืออยู่อีก แต่การเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ย่อมเป็นการเปิดตัวเองให้อริมองเห็นมากยิ่งขึ้น แต่กองทัพไทยยินดีที่จะคายข้อมูลลับหรือไม่?

แต่พิกัดสุดท้ายที่เรดาร์มองเห็นเที่ยวบิน MH370 นั้นอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตของไทยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพียง 70 ไมล์ทะเลหรือประมาณ 130 กม.เท่านั้น ซึ่งเป็นระยะทางที่เรดาร์ของไทยสามารถจับภาพได้อย่างชัดแจ๋ว เช่นเดียวกับอีก 2 สถานีที่อยู่ไกลออกไปใน จ.สงขลา และที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีที่มีระยะตรวจการณ์ครอบคลุมไปถึง (โปรดดูภาพที่ 1 ประกอบ)

การบินกลับทิศทางของโบอิ้ง 777 ไม่ว่าจะถูกจี้บังคับหรือบินโดยความสมัครใจของนักบินเอง และไม่ว่าจะด้วยแรงจูงใจเช่นไร ย่อมจะไม่พ้นสายตาของเรดาร์กองทัพไทยอย่างแน่นอน เว็บไซต์เอเชียดีเฟ้นซ์ด็อทคอมกล่าว ซึ่งไม่ต่างกันกับความเห็นของนักวิเคราะห์ด้านกลาโหมอีกหลายคนในช่วง 2-3 วันมานี้

ต่างไปจากของกองทัพมาเลเซีย ระบบเรดาร์ของกองทัพไทยยังคงเป็นความลับไม่มากก็น้อย เพราะอย่างน้อยที่สุดแม้จะทราบกันดีว่าเป็นเรดาร์แจ้งเตือนระยะไกล AN/FPS-130X ที่ผลิตโดยบริษัทนอร์ธร็อบกรัมแมน (Northrop Grumman) แห่งสหรัฐ แต่ก็ไม่ทราบรุ่นที่กองทัพไทยเลือกใช้ และทราบกันแต่เพียงว่าทั้งสามสถานีรวมอยู่ในระบบป้องกันในภาคใต้ที่เรียกว่า RTADS (Royal Thai Air Defense System) เฟสที่ 3

เรดาร์ของไทยทั้งที่สงขลาและภูเก็ตและสมุยมีระยะตรวจการณ์ที่สามารถจับเหตุการณ์ได้ตลอดเส้นทางที่เที่ยวบิน MH370 บินผ่านตามข้อมูลของกองทัพมาเลเซีย เรดาร์ของไทยทั้ง 3 สถานีต่างครอบคลุมพื้นที่เหลื่อมกันและยังเหลื่อมเข้าไปในเขตตรวจการณ์ของเรดาร์มาเลเซียด้วย (โปรดดูภาพที่ 3 ประกอบ) ซึ่งเป็นพิสัยที่สามารถจับความเคลื่อนไหวใดๆ ในอาณาบริเวณดังกล่าวได้ทั้งหมด

คำถามก็คือกองทัพไทยยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้หรือไม่?

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9570000031005
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 19th, 2014, 02:15 PM   #1053
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,411
Likes (Received): 513













SR4 4ระบบ เป็น ๑ กองร้อย รถฐานยิง ๔ คน รถโหลดกระสุน ๔คัน รถToyota Prado2คัน เป็นรถ Command&Control โดยเป็นรถ RV คันนึง และอีกคัน เป็นรถ Battery Post(ที่บังคับการกองร้อย)





Last edited by wwc234; March 19th, 2014 at 02:31 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 22nd, 2014, 04:56 PM   #1054
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,411
Likes (Received): 513

http://www.aewa.org/gallery2/main.ph...serialNumber=1




ชมภาพ Airbus A400M เครื่องบินลำเลียงทางทหารรุ่นล่าสุด เยือนไทยเป็นครั้งแรกวันนี้


19 เมษายน 2555 - วันนี้แอร์บัส มิลลิทารี่ เอ400เอ็ม เครื่องบินขนส่งทางการทหารรุ่นใหม่ของ Airbus Military ได้บินเยือนประเทศไทยครั้งแรก เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับกองทัพอากาศไทยเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีการบินของบุพการีทหารอากาศ

การเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทัวร์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคครั้งแรกของ เอ400เอ็ม โดยเครื่องบินได้ร่อนลงจอดที่ประเทศมาเลเซีย ต่อไปยัง กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย เชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเป็นลำดับสุดท้าย ก่อนเดินทางกลับสู่ยุโรป

เครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติการทัวร์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค มีชื่อว่า กริสลี่ 4 (Grizzly 4) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าเครื่องบินที่ได้รับการพัฒนาด้านศักยภาพแล้ว

กริสลี่ 4 เหินฟ้าสู่ประเทศไทยไปลงยังกองบิน 41 เชียงใหม่เป็นที่แรกในเวลาราว 11.00 น. เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับกองทัพอากาศไทยเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีการบินของบุพการีทหารอากาศ ก่อนออกเดินทางอีกครั้งพร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บริหารระดับสูงของกองทัพอากาศสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ในเวลาราว 15.00 น. ซึ่งทางหน่วยงานรัฐบาลและแขกจากกองทัพอากาศ ร่วมให้การต้อนรับและเยี่ยมชมเครื่องบินอย่างใกล้ชิด

มร.อิกนาซิโอ อลอนโซ่ รองประธานอาวุโสด้านการสื่อสาร กลยุทธ์ และอุตสาหกรรมสัมพันธ์ประจำภูมิภาคเอเชียของแอร์บัสมิลลิทารี่ กล่าวถึงความสัมพันธ์กับประเทศไทยว่า “เรามีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมายาวนาน โดยประเทศไทยได้นำเครื่องบินลำเลียงทางการทหารลำเล็กของพวกเราไปใช้ปฏิบัติภารกิจและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี” มร.อิกนาซิโอ ยังกล่าวอีกว่า “เมื่อปีที่แล้ว เครื่องบินรุ่น ซี295ของเรา ได้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดนครสวรรค์ ในครั้งนี้เรายินดีอย่างยิ่งที่นำเครื่องบิน แอร์บัส เอ400เอ็ม มาเยือนอีกครั้ง เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับกองทัพอากาศ ในโอกาสครบรอบ 100 ปีการบินของบุพการีทหารอากาศและเพื่อแสดงศักยภาพอันหลากหลายของเครื่องบินลำเลียงรุ่นใหม่นี้โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากองทัพอากาศไทยจะนำ เอ400เอ็มไปใช้ในอนาคต”

แอร์บัส เอ400เอ็ม เป็นเครื่องบินทางทหารรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกองทัพอากาศทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วยความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี เครื่องบินจึงบินได้สูงขึ้น เร็วขึ้น และ ไกลขึ้น ขณะเดียวกันก็คงความคล่องตัวสูง ความเร็วต่ำ สามารถลงจอดและขึ้นบินจากลานบินที่สั้น อ่อนนุ่มและขรุขระได้ ปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธีพิสัยใกล้ตรงไปยังจุดปฏิบัติการ การปฏิบัติการวางแผนเชิงกลยุทธ์ระยะไกลหรือการลำเลียงกำลังพลและเป็นเครื่องบินบรรทุกเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่สำหรับภารกิจด้านการทหารและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยบรรเทามหันตภัยต่างๆ พร้อมยังช่วยลำเลียงสิ่งจำเป็นไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างทันท่วงที

แอร์บัส เอ400เอ็ม เป็นเครื่องบินลำเลียงทางทหารสมัยใหม่ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบพรอพ 4 เครื่องยนต์ที่สามารถใช้ทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่าที่มีเทคโนโลยีที่เกิดมานานแล้วอย่าง C-130 ที่มีดีไซน์ตั้งแต่ยุค 50 ทำการบินครั้งแรกตั้งแต่ปี 2497 C-17 ดีไซน์ยุค 80 ทำการบินครั้งแรกตั้งแต่ปี 2534 หรือ An-124 ที่ดีไซน์มาตั้งแต่ยุค 70 ทำการบินครั้งแรกตั้งแต่ปี 2525 ซี 130 ยังมีห้องลำเลียงที่กว้างโดยสูง 3.85 เมตร และกว้าง 4 เมตรทำให้สามารถลำเลียงสัมภาระได้มากถึง 340 ลูกบาศก์เมตร ในขณะเดียวกันนั้นขนาดก็มีความคล่องตัวที่จะสามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย ทั้งลำเลียงอุปกรณ์ทางทหาร รถถัง เฮลิคอปเตอร์ หรือดัดแปลงเป็นเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ

แอร์บัส เอ400เอ็ม สามารถมีเพดานบินได้สูงถึง 40000 ฟุต มีความเร็วในการเดินทางได้ 0.68 มัค หรือความเร็วสูงสุดที่ 0.72 มรรค และยังมีพิสัยที่ไกล โดยสามารถทำการบินได้ไกลสุดถึง 8700 กิโลเมตร เมื่อไม่มีการบรรทุกสัมภาระ หรือ หากบรรทุกของหนัก 20 ตันก็จะสามารถบินได้ไกลถึง 6400 กม. ซึ่งหากเทียบกับเครื่องบินแบบซี-130 แล้วหากมีการบรรทุกของหนัก 20 ตัน ซี-130 จะมีพิสัยเพียง 3000 กม. หรือหากฝูงบินหนึ่งใช้ซี-130 18 ลำในการปฏิบัติการ หากมาใช้แอร์บัส เอ400เอ็มจะใช้เพียง 8 ลำ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเดียวกัน ซึ่งจะสามารถประหยัดลูกเรือและค่าซ่อมบำรุงลงได้มาก

ห้องนักบินของแอร์บัส เอ400เอ็ม ยังพัฒนามาจากห้องนักบินของแอร์บัสเอ380 ใช้เทคโนโลยีทันสมัย Fly-by Wire ซึ่งสามารถทำการบินได้โดยใช้นักบินเพียงแค่ 2 คนแต่สามารถใส่ option เพิ่มสำหรับนักบินคนที่ 3 ได้

แอร์บัส เอ400เอ็ม มีคำสั่งซื้อจากกองทัพของประเทศต่าง ๆ แล้ว 174 ลำจาก 8 ประเทศ โดยฝรั่งเศสจะเป็นประเทศแรกที่ได้รับมอบในต้นปี 2556 สำหรับในเอเชียมาเลเซียเป็นประเทศเดียวที่ได้มีคำสั่งซื้อไปแล้วโดยสั่ง 4 ลำจะได้รับมอบในปี 2558






http://www.hflight.net/forums/topic/...8%87%E0%B8%97/








http://fly-news.es/wp-content/uploads/A400M51.jpg







http://www.eleconomista.es/blogs/and...bina-A400M.jpg



















http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1335177805

Last edited by wwc234; March 31st, 2014 at 05:40 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 22nd, 2014, 08:00 PM   #1055
komen_wing
Registered User
 
Join Date: Apr 2012
Location: Trang City
Posts: 168
Likes (Received): 33

^
เหมือนเอาC-130มาผสมกับC-17เลยครับ
komen_wing no está en línea   Reply With Quote
Old March 23rd, 2014, 10:36 AM   #1056
lookma
Registered User
 
lookma's Avatar
 
Join Date: Oct 2009
Posts: 483
Likes (Received): 38

กบนอกกะลา ตอน Cobra Gold 2014





lookma no está en línea   Reply With Quote
Old March 23rd, 2014, 02:23 PM   #1057
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ดีเอสไอสรุปสำนวนดี6ศพวัดปทุมฯ-ชาติชาย ซาเหลา สั่งฟ้องมาร์ค-สุเทพ อีกกระทง

วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:41:21 น.

วันที่23 มีนาคม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี2553จำนวน99ศพว่า ในวันจันทร์ที่ 24 มีนาคม เวลา 10.00 น. มอบหมายให้ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองผู้บัญชาการสำนักปฏิการคดีพิเศษภาค นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่138/2553 และพยานหลักฐานในคดี รวม 7 แฟ้ม ซึ่งเป็นคดีการเสียชีวิตของนายชาติชาย ซาเหลา จากการกระชับพื้นที่ชุมนุม เพื่อส่งให้กับอธิบดีอัยการ ณ สำนักงานคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก เพื่อพิจารณารวมสำนวนกับการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง ดช.คุณากร ศรีสุวรรณ และการบาดเจ็บของนายสมร ไหมทอง

สำหรับคดีการเสียชีวิตของประชาชนจำนวน 6 ศพ พื้นที่วัดปทุมวรานาม ตนได้ลงนามในสำนวนกาสอบสวน เพื่อส่งอัยการสั่งฟ้องผู้ถูกล่าวหาทั้ง 2 ราย คือนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)เช่นเดียวกับคดีของนายพัน คำกอง ที่ดีเอสไอสรุปสำนวนสั่งฟ้องบุคคลทั้งสองไปก่อนหน้านี้ คาดว่าในสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวนจะนำสั่งให้พนักงานอัยการตามขั้นตอน

http://www.khaosod.co.th/view_newson...Q==&sectionid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 25th, 2014, 06:08 PM   #1058
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งการเสียชีวิตนายนรินทร์ ศรีชมภู มาจากกระสุนปืนฝั่งทหารไม่ทราบใครผู้ยิง

วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 10:16:22 น.


ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ ช.2/2556 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายนรินทร์ ศรีชมภู ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณทางเท้าหน้าคอนโดมิเนียมบ้านราชดำริ ถนนราชดำริ ใกล้แยกสารสิน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ(นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 โดยศาลพิเคราะห์มีคำสั่งว่า ผู้ตายเสียชีวิตโรงพยาบาลตำรวจช่วงเวลากลางวัน โดยถูกยิงที่ศีรษะ ด้วยอาวุธปืนความเร็วสูง กระสุนปืนทำลายสมอง โดยกระสุนปืนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ขอคืนพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ตามคำสั่ง ศอฉ.จากแยกศาลาแดงมุ่งราชดำริ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง ทั้งนี้จะมีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อนำไปประกอบสำนวนในคดีต่อไป

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 26th, 2014, 02:59 AM   #1059
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,411
Likes (Received): 513

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งการเสียชีวิตนายนรินทร์ ศรีชมภู มาจากกระสุนปืนฝั่งทหารไม่ทราบใครผู้ยิง

วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 10:16:22 น.


ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ ช.2/2556 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายนรินทร์ ศรีชมภู ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณทางเท้าหน้าคอนโดมิเนียมบ้านราชดำริ ถนนราชดำริ ใกล้แยกสารสิน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ(นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 โดยศาลพิเคราะห์มีคำสั่งว่า ผู้ตายเสียชีวิตโรงพยาบาลตำรวจช่วงเวลากลางวัน โดยถูกยิงที่ศีรษะ ด้วยอาวุธปืนความเร็วสูง กระสุนปืนทำลายสมอง โดยกระสุนปืนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ขอคืนพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ตามคำสั่ง ศอฉ.จากแยกศาลาแดงมุ่งราชดำริ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง ทั้งนี้จะมีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อนำไปประกอบสำนวนในคดีต่อไป

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
โพสให้ถูกหมวดดิ
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 26th, 2014, 12:33 PM   #1060
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ศาลชี้ศพ16 โดนปืนฝั่งจนท.ปี53 ผลไต่สวนมัด"มาร์ค-เทือก"อีก เหยื่อ19พค.ถูกยิงถนนราชดำริ

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 08:21 น. ข่าวสดออนไลน์


ในเหตุการณ์เดียวกับ"ฟาบิโอ" ยกฟ้อง 5แดงเหนือคดีฉุกเฉิน

ศาลชี้อีกศพ "นรินทร์ ศรีชมภู" เหยื่อปืน 19 พ.ค.53 ตายด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง วิถีมาจากทางด้านเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง "ศอฉ." ขณะเข้าควบคุมพื้นที่จากแยกศาลาแดงมุ่งหน้าไปทางแยกราชดำริ นับเป็นศพที่ 16 แล้ว ที่ตายด้วยกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ พ่อเหยื่อปืนพอใจผลไต่สวน ขณะที่ทนายชี้แม้ไม่ทราบว่าผู้ใดกระทำ แต่ก็ดำเนินคดีเอาผิด "ผู้สั่งการ" ได้ ด้านศาลเชียงรายพิพากษายกฟ้อง 5 เสื้อแดงฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สมัย "มาร์ค-เทือก" ชี้ชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธ ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ



เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำสั่งคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายนรินทร์ ศรีชมภู อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 9 ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณทางเท้าหน้าคอนโดมิเนียมบ้านราชดำริ ถนนราชดำริ ใกล้แยกสารสิน กทม. ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 เพื่อมีคำสั่งว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด ถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150



ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ระหว่างวันที่ 12 พ.ค.2553 ถึงวันที่ 19 พ.ค.2553 มีการชุมนุมของกลุ่มนปช. บริเวณถนนราชดำริ ข้างสวนลุมพินี มีการกางเต็นท์ และตั้งบังเกอร์ไม้ไผ่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง พร้อมมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผอ.ศอฉ. เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 นายสุเทพมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ 1 จำนวน 300 นาย พร้อมอาวุธปืนลูกซองและปืนเอชเค 33 เข้าควบคุมพื้นที่สวนลุมพินีบริเวณแยกสารสินและแยกราชดำริ



ใน วันดังกล่าว เวลาประมาณ 10.00 น. ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 3 กองพลทหารม้าที่ 2 จำนวน 120 นาย เข้าควบคุมพื้นที่ตามคำสั่ง โดยเคลื่อนย้ายกำลังไปยังแยกศาลาแดง กลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผายางรถยนต์ เจ้าหน้าที่ทหารจึงเข้าดับเพลิง และรื้อถอนรั้วของผู้ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารกระจายกำลังเต็มหน้ากระดาน พร้อมเคลื่อนกำลังไปยังแยกราชดำริ และยิงปืนเข้าหากลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ บริเวณหน้าตึกสก. ร.พ.จุฬาลงกรณ์



นาย นรินทร์ ผู้ตาย พร้อมผู้ชุมนุมคนอื่น และผู้สื่อข่าว ต่างวิ่งหนีจากแยกราชดำริไปยังแยกราชประสงค์ โดยผู้ตายยืนติดกำแพงใกล้ต้นไม้บริเวณหน้าอาคารบ้านราชดำริ ขณะนั้นมีเสียงปืนจากเจ้าหน้าที่ทหารดังมาเป็นระยะ นายภัสพล ไชยพงษ์ อยู่บริเวณต้นไม้และชะโงกหน้าไปดูก็ถูกยิงที่ต้นคอ ห่างจากผู้ตายประมาณ 2 เมตร โดยพบว่าผู้ตายถูกยิงบริเวณศีรษะ มีผู้ร่วมกันนำตัวส่งร.พ. ต่อมาถึงแก่ความตายที่ร.พ.ตำรวจ จากเอกสารชันสูตรพลิกศพ พบบาดแผลกระสุนบริเวณหน้าผาก และมีบาดแผลทะลุตามเนื้อสมองบริเวณศีรษะด้านขวาส่วนบน มีทิศทางการยิงจากหน้าไปหลัง ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ



คดี นี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า เหตุและพฤติการณ์แห่งการตายเป็นอย่างไร การไต่สวนได้ความจากนายสามารถ นุชน้อย นางยุพิน นุชน้อย นายภัสพล ไชยพงษ์ นายอุดร วรรณสิงห์ และนายวัฒนชัย เอี่ยมนาค ซึ่งเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มนปช. ว่า พยานทั้งหมดอยู่บริเวณสามแยกราชดำริ เจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนกำลังมาจากแยกศาลาแดงและยิงปืนใส่กลุ่มผู้ชุมนุม โดยนายภัสพลหลบอยู่หลังต้นไม้ใกล้อาคารบ้านราชดำริ ได้ชะโงกหน้าออกไปดูเหตุ การณ์ก็ถูกยิงเข้าที่ต้นคอ พยานปากนายภัสพลเห็นผู้ตายและได้ยินเสียงปืนจากฝั่งทหารยิงมาเป็นระยะ โดยขณะที่นายภัสพลถูกยิงที่ต้นคอ ผู้ตายถือโทรโข่งมาดูพยาน และถูกยิงที่ศีรษะ



ศาลระบุต่อว่าพยานทั้งหมดถึงแม้จะเป็น กลุ่มผู้ชุมนุมนปช. และยืนยันว่าผู้ตายถูกยิงมาจากเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ผู้ร้องมีพยานปาก นายมิเชล มาสส์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ และไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด เบิกความสนับสนุนว่าขณะยืนอยู่บริเวณแยกราชดำริ พยานเห็นเจ้าหน้าที่ทหารมาจากศาลาแดงเคลื่อนมาทางแยกราชดำริ และพกพาอาวุธปืน พยานเห็น ผู้ชุมนุมวิ่งหนี และได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร พยานจึงวิ่งตามพร้อมโทรศัพท์รายงานข่าวไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างรายงายข่าว พยานก็ถูกยิงบริเวณอาคารบ้านราชดำริ



นอก จากนี้ยังมีพยานปาก น.ส.ธัญญธร สารสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร เบิกความสอดคล้องกับพยานดังกล่าวข้างต้นว่า พยานอยู่ทางด้านหลังฝั่งทหารบริเวณแยกศาลาแดง กลุ่มทหารเข้ากระชับพื้นที่โดยปิดล้อมผลักดันไปทางถนนราชดำริ เมื่อมีจังหวะหยุดตามจุดต่างๆ พยานเห็นทหารยิงไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ มีพยานปาก พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ ผอ.สำนักตรวจสถานที่เกิดเหตุ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบิกความว่าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจวิถีกระสุนปืนและรอยกระสุนปืน พบรอยกระสุนปืนที่ป้ายจราจรตั้งแต่แนวแยกราชดำริ หน้าอาคารบ้านราชดำริ หน้าสมาคมกรีฑาสโมสร โดยมีวิถีกระสุนจากแยกราชดำริไปยังแยกราชประสงค์ กระสุนมีตั้งแต่ระดับต่ำไม่ถึง 1 เมตร จนถึงระดับสูงเกิน 2 เมตร เห็นว่าจากคำให้การของพยานบุคคลดังกล่าว ประกอบกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุ น่าเชื่อว่าวิถีกระสุนที่ผู้ตายถูกยิงมาจากแยกศาลาแดงไปยังแยกราชดำริ



ด้าน พยานปาก พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบ.สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ ผู้ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย เบิกความว่าจากการตรวจสภาพศพพบบาดแผลกระสุนปืนบริเวณหน้าผาก ชิดแนวกลางลำตัว บาดแผลทะลุตามเนื้อสมอง ทะลุกะโหลกศีรษะด้านขวาส่วนบน ทิศทางการยิงจากหน้าไปหลัง จากซ้ายไปขวา จากล่างขึ้นบน โดยถูกยิงในระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตายเกิดจากกระสุนทำลายสมอง



ขณะ ที่พยานปาก พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวิถีกระสุนปืน เบิกความว่าบาดแผลทางเข้ากระสุนปืนมีขนาด 0.5 ซ.ม. คูณ 0.3 ซ.ม. ส่วนบาดแผลทางออกมีขนาด 5 ซ.ม. คูณ 4 ซ.ม. พยานมีความเห็นเป็นไปได้ว่าจะถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง พยานทั้ง 2 ปากดังกล่าวเป็นผู้เชี่ยวชาญ เมื่อได้ชันสูตรศพและตรวจรายงานการชันสูตรพลิกศพแล้ว ต่างเบิกความไปทำนองเดียวกันว่าบาดแผลเกิดจากกระสุนปืนความเร็วสูง



ส่วน พยานปาก พ.อ.จิรศักดิ์ พรรังสฤษฎ์ จ.ส.อ.ณรงค์ เกตุศรี และ พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ เบิกความทำนองเดียวกันว่าการปฏิบัติการของทหารที่เข้าไปนั้น มีอาวุธประจำกายคือปืนลูกซองและปืนเล็กยาว เอชเค 33 โดยปืนลูกซองจะใช้กระสุนยางและกระสุนจริง ส่วนปืนเอชเค 33 ใช้กระสุนซ้อมรบ เห็นว่าจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุมีร่องรอยกระสุนที่ยิงทะลุวัตถุที่เป็น โลหะ เช่น เสาไฟฟ้า ป้ายต่างๆ จึงไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากกระสุนปืนลูกซองที่เป็นลูกปราย หรือกระสุนซ้อมรบ น่าจะเกิดจากกระสุนปืนจริงที่มีความเร็วสูง



ศาลอ่านคำสั่ง ต่อว่า เมื่อพิจารณาจากกระสุนปืนที่นายมิเชล มาสส์ ถูกยิงในบริเวณดังกล่าว และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับผู้ตาย เป็นหัวกระสุนปืนความเร็วสูง สามารถใช้กับปืนเอ็ม 16 และเอชเค 33 สอดคล้องกับบาดแผลของผู้ตาย ในการไต่สวนไม่ปรากฏว่าทางด้านศาลาแดง มีบุคคลอื่นใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 หรือเอชเค 33 ในที่เกิดเหตุมีแต่ เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนเอชเค 33 จากการประเมินหลักฐานต่างๆ แล้วจึงน่าเชื่อว่า ผู้ตายถูกยิงด้วยกระสุนปืนจริงจากทางด้าน เจ้าหน้าที่ทหาร ขณะเคลื่อนกำลังเข้าควบคุมพื้นที่จากทางแยกศาลาแดงมุ่งหน้าไปยังแยกราชดำริ สืบเนื่องจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ



จึง มีคำสั่งว่า ผู้ตายคือ นายนรินทร์ ศรีชมภู ถึงแก่ความตายที่ ร.พ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 เวลากลางวัน เหตุและพฤติการณ์แห่งการตาย สืบเนื่องมาจากถูกยิงบริเวณศีรษะ กระสุนปืนทำลายสมองด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง วิถีกระสุนปืนมาจากทางด้าน เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ในการเข้าควบคุมพื้นที่จากแยกศาลาแดงมุ่งไปทางแยกราชดำริ ตามคำสั่งของศอฉ. โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ



นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ศาลมีคำสั่งในคดีนาย ฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณแยกราชดำริ และนายถวิล คำมูล ที่เสียชีวิตบริเวณศาลาแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 โดยระบุว่า กระสุนมาจากฝั่งทหาร เช่นเดียวกับนายนรินทร์ เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดต่อเนื่องกัน สำหรับพยานหลักฐานในคดีนี้มีประจักษ์พยานคือนายภัสพล ไชยพงษ์ ที่ถูกยิงบาดเจ็บอยู่ใกล้กับจุดที่นายนรินทร์ถูกยิง จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุก็พบร่องรอยกระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ โดยใช้อาวุธปืนเอชเค 33 ที่ใช้กับกระสุนขนาด .223 สอดคล้องกับบาดแผลของผู้ตาย แม้ศาลจะระบุว่าไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำ แต่ก็สามารถดำเนินคดีเอาผิดกับผู้สั่งการได้



ส่วนนายเลิศชัย ศรีชมภู บิดาของนายนรินทร์กล่าวว่า รู้สึกดีที่ศาลมีคำสั่งแล้วว่าลูกชายเสียชีวิตจากฝ่ายใด แต่อยากให้หาตัว ผู้กระทำมาลงโทษให้ได้ ที่ผ่านมาไม่ทราบมาก่อนว่าลูกไปร่วมชุมนุมด้วย เพราะไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่พอเพื่อนลูกบอกว่าถูกยิงเสียชีวิต ก็เสียใจมาก อยากถามคนกระทำว่าทำได้อย่างไร ส่วนคนที่มีอำนาจสั่งการก็ไม่นึกถึงความสูญเสียของคนอื่น ถ้าเป็นลูกหลานเขาโดนแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร



ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สำหรับนายนรินทร์ ศรีชมภู นับเป็นศพที่ 16 ที่ศาลมีคำสั่งผลไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร ส่วน 15 ศพก่อนหน้านี้ที่ศาลมีคำสั่งไปแล้วเช่นกัน ประกอบด้วย 1.นายพัน คำกอง ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2553 หน้าคอนโดฯ ไอดีโอ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ถนนราชปรารภ, 2.นายชาญณรงค์ พลศรีลา ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2553 หน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ถนนราชปรารภ, 3.นายชาติชาย ชาเหลา ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2553 หน้า อาคารอื้อจือเหลียง ถนนพระราม 4, 4.ด.ช. คุณากร หรืออีซา ศรีสุวรรณ อายุ 14 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ถนนราชปรารภ



5.พลฯ ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553 หน้าอนุสรณ์สถาน ถนนวิภาวดีรังสิต, 6.นายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค. บริเวณถนนราชดำริ, 7.นายรพ สุขสถิต, 8.นายมงคล เข็มทอง, 9.นายสุวัน ศรีรักษา, 10.นายอัฐชัย ชุมจันทร์, 11.นายอัครเดช ขันแก้ว, 12.น.ส.กมนเกด อัคฮาด โดยรายที่ 7-12 ถูกยิงเสียชีวิตในวันปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553, 13.นายจรูญ ฉายแม้น, 14.นายสยาม วัฒนนุกูล โดยทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ และ 15.นายถวิล คำมูล ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 บริเวณป้ายรถแท็กซี่ข้างรั้วสวนลุมพินี ถนนราชดำริ



วัน เดียวกัน ที่ศาลจังหวัดเชียงราย ศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดีที่นายอรรถกร กันทไย อดีตผอ.สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง คลื่นเอฟเอ็ม 107.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย นายทรงธรรม คิดอ่าน ผู้ดำเนินรายการสถานีวิทยุ นางพิมพ์นารา หนองหารพิทักษ์ นายธนิต บุญญนิลนีเกษม และนายวิทยา ตันติภูวนาถ ตกเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน



สำหรับคดีดังกล่าวสืบ เนื่องจาก จำเลยที่ 1 และ 2 จัดรายการวิทยุชุมชนชวนให้ประชาชนไปร่วมชุมนุมที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2553 ในช่วงที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ ส่วนจำเลยอีก 3 คน นำมวลชนเสื้อแดงออกมาชุมนุม และเคลื่อนขบวนไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือต่อทางจังหวัดให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อคนเสื้อแดง ภายหลังจำเลยทั้ง 5 ถูกดำเนินคดี และให้การปฏิเสธ โดยระบุว่าไปชุมนุมอย่างสันติ และไม่ใช้ความรุนแรง เป็นการชุมนุมเพื่อต้องการให้เหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ สงบ ไม่มีการทำร้ายประชาชน



จากนั้นศาลอ่านคำพิพากษาให้ยกฟ้อง จำเลยทั้ง 5 คน โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1 และ 2 ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าใช้ถ้อยคำบิด เบือน เพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ มีการชุมนุมที่กรุงเทพฯ มีการใช้อาวุธ และมีผู้เสียชีวิตจริง ส่วนจำเลยที่ 3-5 ก็ไปชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเสรีภาพในการชุมนุม รวมทั้งกระทำไปโดยมุ่งไม่ให้มีการทำร้ายประชาชน

http://www.khaosod.co.th/view_newson...Q==&sectionid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:05 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu