daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old March 29th, 2015, 03:37 PM   #1341
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,656
Likes (Received): 1968

แชร์ว่อนเน็ต!! บอดี้การ์ด"พระสุเทพ"พกปืนกลอูซี่-ทราโว่

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558 เวลา 16:29 น. ข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในโลกออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ได้มีการแชร์ภาพของพระสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. หรือม็อบนกหวีดที่เคยชัตดาวน์กรุงเทพฯ เดินทางไปเปิดตัวหนังสือที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้

แต่ที่เป็นเรื่องฮือฮาก็ตรงที่ด้านหลังพระสุเทพมีบอดี้การ์ดรายล้อม และพบว่ามีบอดี้การ์ดอย่างน้อย 2 รายพกปืนกลอูซี่ และปืนทราโว่ จนเกิดกระแสในโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ เพราะเห็นว่าตอนนี้บ้านเมืองมีกฎอัยการศึก แต่ทำไมการ์ดของพระสุเทพถึงพกปืนได้ และทำไมพระต้องมีบอดี้การ์ดพกอาวุธสงคราม

โดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ"บก.ลายจุด" ได้ทวีตภาพบอดี้การ์ดของพระสุเทพดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า "ภาพบอดี้การ์ดพระสุเทพ กับปืนในมือ กระฉ่อนทั่วเน็ตตอนนี้"

http://www.khaosod.co.th/view_newson...Q==&sectionid=

__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old March 29th, 2015, 04:32 PM   #1342
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

ไปโพสไทย ฟอรั่มแชทรูม ไป๊!!!!!!!!!!
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old March 29th, 2015, 04:33 PM   #1343
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

ข้อมูลรายละเอียดของเรืออู Type XXI   Electroboat (Type XXI) ได้รับการพัฒนา มาจากเรือต้นแบบ Walter U – Boat ซึ่งมีการทดสอบ อยู่หลายปี ประดิษฐ์โดยศาสตราจารย์ชาวคีล ชื่อ Helmuth Walter ซึ่งคิดพลังขับเคลื่อนโดยอาศัยการแตกตัวของ Hydrogen Peroxide (H2 O2) ตัว Peroxide หรือ Superoxide แตกตัวโดยอาศัยตัวกระตุ้นปฏิกิริยาทำให้
เกิด Oxygen และน้ำ สำหรับใช้ในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเจ็ท ของจรวดหรือเป็นแหล่งผลิตกำลังขับเคลื่อนของเครื่อง เทอร์ไบน์ (The Walter Turbine) ศาสตราจารย์ Walter เกิดความคิดในการสร้าง เทอร์ไบน์ชนิดนี้ ผลิตไอน้ำขึ้นมาโดยอาศัย Hydrogen Peroxide เพื่อใช้สำหรับเรืออู ยังผลให้เรืออูขณะที่ดำไม่ จำเป็นต้องอาศัยอากาศบริสุทธิ์จากภายนอก ทำให้เรดาร์
ข้าศึกไม่สามารถจับเป้าได้ และเรืออูสามารถดำอยู่ใต้น้ำ ได้เป็นเวลายาวนาน ก๊าซ CO2 ที่เกิดขึ้นถูกผสมกับน้ำทะเล ขณะที่ปล่อยออกมานอกตัวเรือไม่ทำให้เกิดฟองอากาศ เสียงที่เกิดจากเครื่องยนต์เงียบมากจนทำให้ยากต่อการ

ตรวจจับ และด้วยเครื่องเทอร์ไบน์แบบ Walter ประกอบ กับการออกแบบตัวเรือให้มีพื้นที่หน้าตัดเป็นวงรีคล้าย ของปลา ทำให้แล่นใต้น้ำด้วยความเร็วสูง ในการทดลอง ปลายปี ค.ศ.๑๙๔๒ สามารถทำความเร็วใต้น้ำได้ถึง ๒๘ นอต โดยสรุปแล้ว Walter U - Boat เปรียบเสมือน
เรือในจินตนาการ (ในสมัยนั้น) อย่างไรก็ตามเรือต้นแบบนั้น คุณค่าของมันเป็นเพียงเรือทดลองเท่านั้น โดยเฉพาะ วิธีการขับเคลื่อนยังไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก อัตราการใช้ น้ำมันในเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์สูงมากเป็นพิเศษ ระบบยังมีอันตรายที่สามารถเกิด ระเบิดได้ง่าย ดังนั้น เรืออูชนิดนี้ ซึ่งเป็นแค่เรือทดลองนั้นมีจำนวนน้อยมาก จากประสบการณ์ที่ได้รับนี้ ในปื ค.ศ.๑๙๔๒ Doenitz สั่งให้ต่อเรือ Type XXVII (Walter U - Boat ขนาดเล็ก) เพื่อใช้สำหรับปฏิบัติการในน่านน้ำใกล้ฝั่ง และชั้น XXVI
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เพื่อใช้สำหรับในแอตแลนติก แต่ใน ที่สุดแล้วการทดลองเกี่ยวกับ Walter U - Boat คงเป็น แค่ความฝันในอนาคตเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการ ทดลองที่สูญเปล่า ศาสตราจารย์ Walter กล่าวว่า “ผลพลอยได้จากการทดลองสำหรับใช้กับเรืออูนั้น ไปเกิดประโยชน์อย่างมากต่อเครื่องยนต์ของจรวด ทั้งหมดและหน่วยพลังขับเคลื่อนของเครื่องบินขับไล่” ในขณะที่มีการชะลอโครงการ “เรืออูสำหรับพรุ่งนี้” ศาสตราจารย์ Walter ได้พัฒนาท่อหายใจ (Schnorchel) โดยได้รับแนวคิดมาจากพวกดัตช์ ขั้นต่อไปก็คือการ พยายามรวมเอารูปร่างของตัวเรือแบบ Walter U - Boat

เข้ากับระบบการขับเคลื่อนใหม่ หากสามารถแก้ไขปัญหา พื้นที่ภายในเรือได้ เครื่องยนต์ดีเซลยังคงไว้แบบเดิม แต่ระบบก๊าซดีสำหรับเครื่องยนต์แก้ด้วย Schnorchel ระบบแบตเตอรี่ ปรับปรุงให้มีสมรรถนะสูงเป็น ๓ เท่า เรืออูแบบเก่า (Type VII) ก็สามารถพัฒนาให้เข้าใกล้เคียง กับเรืออูรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงซึ่งกำลังจะเริ่มผลิต หรือที่เรียกกันว่า Electroboat แม้เรือชั้นใหม่นี้ไม่เร็ว เท่าเรือ Walter U - Boat ก็ตามแต่ก็ยากต่อการค้นหา และตรวจจับ เร็วมากพอที่จะหลบหนีขณะดำจากการโจมตี ใน ๑๓ สิงหาคม พ .ศ .๑๙๔๓ D o e n i tz สั่งให้อู่ต่อเรือมุ่งเน้นต่อ Electroboat พร้อมกับสั่งให้
ต่อถึง ๓๐๐ ลำ ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่สงคราม
ไม่ได้หยุดรอ แต่เพื่อลดเวลาให้การสร้างสั้นลง เรืออู
Type XXI ถูกสร้างเป็นส่วน ๆ แยกเป็น ๘ ส่วน
ใช้โรงงานในส่วนต่าง ๆ ของเยอรมนีถึง ๓๐ โรงงาน

(รวมทั้งใน Silesia ด้วย) เนื่องจากแต่ละส่วนมีขนาดใหญ่ และหนัก จึงต้องขนส่งทางน้ำแล้วประกอบเป็นตัวเรือ บริเวณตามชายฝั่งทะเล ใช้โรงงานเพื่อติดตั้งอาวุธถึง ๑๒ โรงงาน ส่วนอู่ต่อเรือสุดท้ายที่ประกอบให้เป็นเรืออูที่ สมบูรณ์อยู่ที่ Hamburg Bremen และ Danzig ในฤดูร้อนของปี ค.ศ.๑๙๔๔ ใช้เวลารวมในการต่อเรือ ๘๐ วัน แต่มีความพยายามให้ลดเวลาให้เหลือสั้นลง ซึ่งทำได้ถึง ๗๑ วัน การต่อเรือและการติดตั้งอุปกรณ์ใช้ เวลา ๕๐ วัน อีก ๔ วัน สำหรับการเชื่อมส่วน ต่าง ๆ เข้าด้วยกันบนคานเรือจนถึงการปล่อยเรือลงน้ำ อีก ๖ วันใช้สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ขั้นสุดท้าย มีการทดสอบที่อู่ต่อเรืออีกราว ๑ สัปดาห์ แล้วจึงมอบ ให้กองทัพเรือ กล่าวกันว่าเมื่อเรือถูกปล่อยลงน้ำไป ได้เพียง ๒ - ๓ ชั่วโมงเท่านั้น กระบวนการต่อไปสำหรับ

เรือลำใหม่เริ่มต้นทันที ราวกับว่าการผลัดเปลี่ยน กันนอน บนเตียงของทหารประจำเรือในเรืออูเตียงอุ่น อยู่ตลอดเวลา (จำนวนเตียงน้อยกว่าจำนวนคน) เรืออูชั้น XXI มีเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้กำลังถึง ๔,๐๐๐ แรงม้า เ ห ตุ ผ ล ห นึ่ง ที่ ชั้ น X X I ถู ก เ รี ย ก ว่ า Electroboat เ พราะ มี มอเตอร์ไฟฟ้า ถึง ๖ ตัวสามารถให้พลัง ขั บ เ ค ลื่ อ น ไ ด้ ร า ว

๔,๒๐๐ แรงม้า Schnorchel ทำให้ เรือชั้นนี้ไม่ต้องอาศัยอากาศ จากภายนอก แม้ขณะที่เดินเครื่องยนต์ ดีเซล แต่อาศัยอากาศโดยผ่าน ท่อหายใจ (Schn orchel) สามารถออกฉุกเฉิน ภายในเวลาเพียง
๑๘ วินาที ตามทฤษฎีดำได้ลึก ๒๕๐ เมตร แต่ในทางปฏิบัติสามารถ ดำได้ลึกราว ๔๐๐ เมตร ระวางขับน้ำราว ๑,๖๐๐ ตัน ทำความเร็วใต้น้ำได้ราว ๑๘ นอต บรรทุกตอร์ปิโด ๒๐ ลูก ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด ๓๐ มิลลิเมตร แท่นคู่ ทหารประจำเรือ ๕๗ นาย กล่าวกันว่านับตั้งแต่รูปร่าง ของตัวเรือ ตลอดจนเครื่องประกอบบางอย่างกลายเป็นต้น แบบของเรือดำน้ำนิวเคลียร์ในปัจจุบัน

http://www.rtni.org/th/ebook/9407/008.pdf


U - Boat Type

Type XXI U - boats, หรือเรียกว่า"Elektroboote"คือเรือดำน้ำแบบแรกที่ออกแบบมาเพื่อทำงานในน้ำทั้งหมด แทนที่จะเป็นเรือพื้นผิวที่สามารถดำน้ำชั่วคราวเพื่อหนีการตรวจจับหรือทำการโจมตี
การปรับปรุงที่สำคัญใน Type XXI คือเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมากของแบตเตอรี่ เป็นประมาณสามเท่าของ Type VIIC ขณะที่เรือลำนี้อยู่ในช่วงใต้น้ำจะมีระยะทำการสูงมากและลดลงอย่างมากเมื่ออยู่บนพื้นผิวน้ำ มันสามารถเดินทางใต้น้ำที่ความเร็วประมาณ 5 knots (9 km/h) ได้สองหรือสามวันก่อนชาร์ตแบตเตอรี่ใหม่ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าห้าชั่วโมง โดยยังสามารถดำต่อไปได้ด้วยน้ำมันโดยใช่ท่ออากาศ (snorkel)
Type XXI ยังเงียบมากกว่า VIIC ทำให้ยากต่อการตรวจสอบเมื่อดำ Type XXI และระบบ Hydro-dynamically ได้รับการออกแบบให้มีความคล่องตัวและความเร็วสูง ความสามารถในการวิ่งเร็วกว่าเรือพื้นผิวในขณะที่ดำร่วมกับการดำน้ำได้นานทำให้มันยากจะไล่ล่าและทำลายมัน Type XXI มีสิ่งอำนวยความสะดวกดีกว่ารุ่นก่อนรวมถึงตู้เย็นเพื่อเก็บอาหาร (รุ่นก่อนเอาแขวนเพดาน) ลูกเรือมีห้องอาบน้ำและอ่างล้างหน้า ลูกเรือบนเรืออื่นๆ อยู่ทั้งสัปดาห์โดยไม่ได้อาบน้ำหรือโกนหนวด Type XXI มีระบบไฮดรอลิตอร์ปิโดโหลดที่สามารถโหลดตอร์ปิโดทั้ง หกท่อที่อยู่ในหัวเรือได้พร้อมกัน และโหลดได้อย่างรวดเร็วกว่า Type VIIC ที่สามารถโหลดได้ที่ละท่อ Type XXI ยิงตอร์ปิโดได้ 18 ลูก ใน 20 นาที บรรทุกได้มากสุด 23 ลูก ปกติที่ 17 ลูกและทุ่นระเบิด 12 ลูก และยังมี Type XXI featured sonar ที่เป็นระบบขั้นสูงในการเล็งตอร์ปิโดโดยไม่ใช้กล้องส่องทำให้ซ่อนตัวได้ดีขึ้น

ช่วงระหว่าง 1943 และ 1945
Type 118 ลำประกอบโดย Blohm & Voss of Hamburg, AG Weser of Bremen, และ F. Schichau of Danzig
ตัวเรือสร้างเป็น 8 ส่วนสำเร็จรูปและนำประกอบกันที่อู่ต่อเรือ วิธีการใหม่นี้ใช้เวลาหกเดือนในการสร้างและต่อเรือ แต่ในความเป็นจริงในการประกอบเรือ มีปัญหาคุณภาพอย่างรุนแรงที่ต้องทำงานหลังการผลิตเพื่อแก้ไข เหตุผลหนึ่งก็คือส่วนที่ทำโดย Inland companies (ผลของการตัดสินใจของ Albert Speer) เนื่องจากพวกเขาจะมีประสบการณ์น้อยในการต่อเรือ
ผลคือจากการประกอบ Type XXI 118 ลำ มีเพียงสี่ลำพร้อมสำหรับการรบก่อนสงครามในยุโรปสิ้นสุด
Type XXI มีเพียง U - 2511 และ U - 3008 ที่ได้ออกลาดตระเวนในสงครามและยังไม่สามารถจมเรือลำใดได้

เรือสายการผลิตครับ (หมายเลขเรือ)
U-2501 - U-2531 - U-2533 - U-2536 - U-2538 - U-2546 - U-2548
U-2551 - U-2552 - U-3001 - U-3035 - U-3037 - U-3041
U-3044 - U-3501 - U-3530

มาดูความสามารถกันบ้าง
สร้างทั้งหมด 188 ลำ
ลักษณะทั่วไป
ชนิด เรือดำน้ำ
น้ำหนัก 1,621 ตัน 2,100 ตันที่เต็มพิกัด
ความยาว 76.7 เมตร (251 ฟุต 8 นิ้ว)
ความสูง 8 เมตร (26 ฟุต 3 นิ้ว)
ความกว้าง 5.3 เมตร (17 ฟุต 5 นิ้ว)
เครื่องยนต์
ดีเซล 2× MAN M6V40/46KBB supercharged 6-cylinder diesel engines, 4,000 แรงม้า (2.9 MW)
ไฟฟ้า 2× SSW GU365/30 double acting electric motors, 5,000 แรงม้า (3.7 MW) และ 2× SSW GV232/28 silent running electric motors, 226 แรงม้า (0.166 MW)
ความเร็ว ผิวน้ำ
15.6 KN (28.9 km/h) ดีเซล
17.9 KN (33.2 km/h) ไฟฟ้า
ดำน้ำ
17.2 KN (31.9 km/h) ไฟฟ้า
6.1 KN (11.3 km/h) มอเตอร์เก็บเสียง
ระยะทำการผิวน้ำ
15,500 ไมล์ทะเล (28,700 km) at 10 KN (19 km/h)
340 ไมล์ทะเล (630 km) at 5 KN (9.3 km/h)
พลประจำเรือ 57 คน
สรรพาวุธ 6 ท่อตอร์ปิโด (ช่องตอปิโดหน้าหมด) บรรจุตอปิโดสูงสุด 23 ลูก
4 x Flak 30 2ป้อม หน้า หลัง
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; March 29th, 2015 at 04:43 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 12:05 PM   #1344
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

DTI-1G ทดสอบยิง (UPDATED IV) PDF Print E-mail
Written by Administrator
Saturday, 06 February 2010 22:41

30/03/2558 18.00 น. ThaiArmedForce.com - DTI ทำการทดสอบการยิงระบบจรวดหลายลำกล้อง DTI-1G

เพจของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เผยแพร่ภาพการทดสอบการยิงจรวดหลายลำกล้องแบบ DTI-1G ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาจรวดหลายลำกล้องต่อจาก DTI-1 โดยเพจกล่าวว่าการยิงประสบความสำเร็จไปด้วยดี

การยิงประกอบไปด้วยการยิงแบบ 1 นัด และการยิงต่อเนื่อง 4 นัด ตามข้อมูลระบุว่าจรวดตกสู่เป้าหมายทุกนัดตามที่คำนวณไว้ โดยตัวจรวดมีระยะยิงไกล 150 กิโลเมตร ทั้งนี้ ภาพที่เผยแพร่มามีจุดสังเกตุคือตัวรถยิงนั้นต่างจากรถยิงของ DTI-1 และมีการติดเกราะเรียบร้อยแล้วในขณะยิง

สำหรับจรวด DTI-1G นั้น DTI จะทำการส่งมอบให้กับกองทัพบกจำนวน 3 ระบบภายในปี 2560 โดยการดำเนินการพัฒนาจรวดหลายลำกล้อง DTI-1G นั้นจะแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 เป็นการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมิตรประเทศผ่านการฝึกอบรมในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น เทคโนโลยีการออกแบบระบบนำวิถี การส้รางต้นแบบรถฐานยิงจรวดและรถบรรทุกจรวด การประกอบรวมลูกจรวด การฝึกอบรบการใช้งาน การปรนนิบัติบำรุง การยิงทดสอบ และการตรวจรับเอกสารคู่มือทางเทคนิคต่าง ๆ ส่วนในระยะที่ 2 นั้น เป็นการจัดหา Chasis และการออกแบบสร้างเกราะป้องกันห้องโดยสาร (Amour Cabin) เพื่อนำไปพัฒนาต้นแบบรถฐานยิงจรวดและรถบรรทุกจรวด การพัฒนาโรงงานประกอบรวมต้นแบบลูกจรวด (GAT) การจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อเตรียมทำวิศวกรรมย้อนกลับ เพื่อดำเนินการส่งมอบจรวดหลายลำกล้อง DTI-1G ให้กับกองทัพบกจำนวน 3 ระบบภายในปี 2560 ต่อไป


http://www.thaiarmedforce.com/taf-mi...e-program.html
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 03:22 PM   #1345
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

สารพัน วันละนิด

“Nowhere to be seen but present everywhere” เป็นเสมือน Motto หนึ่งของเรือดำน้ำ กำลังรบทางเรือที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติใต้สมุทร ในการซ่อนพรางตนเอง และจัดเป็นอาวุธทางเชิงรับทางยุทธศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ประเทศต่างๆ ที่มีอาณาเขตทางทะเล พยายามหากำลังรบทางเรือชนิดนี้เข้าประจำการ ถ้าตามที่บุคคลทั่วๆไป ที่มิใช่ทหารเรือคิดภาพของเรือดำน้ำ ก็มักจะตีความไปว่า การมีเรือดำน้ำนั้น จะเป็นประโยชน์คือการนำใช้ในการปราบเรือดำน้ำข้าศึก (Anti-Submarine Warfare) แต่ผมอยากใช้เพจของผมนี้ให้เกิดประโยชน์คือ เรือดำน้ำนั้นหากเราคิดเพียงจะนำมาปราบเรือดำน้ำข้าศึก เท่ากับเรามองเหรียญเพียงด้านเดียว และไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เลยเพราะการปราบเรือดำน้ำ ทำได้หลากหลายวิธีกว่ามาก และ การ โจมตีเรือดำน้ำที่แหลงกำเนิด หรือ Attack at source ย่อมให้ผลดีกว่ามากครับ ดังนั้นในคอลัมน์นี้ขอยกประเด็นเรื่องคุณค่าทางยุทธการของเรือดำน้ำมาเอ่ยสักหน่อย เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจกันมากขึ้น

ทำไมเรือดำน้ำจึงสำคัญกับกำลังทางเรือ เพราะส่วนหนึ่งในการปฏิบัตการของเรือดำน้ำนั้น ทำให้ข้าศึกต้องกังวลอยู่ตลอดเวลา หากเรือดำน้ำเราอยู่ในทะเล เพราะข้าศึกจะไม่มีทางทราบได้เลย ว่าเรือดำน้ำเราอยู่ ณ ตำบลที่ใดกันแน่ นอกจากนั้น เรือดำน้ำเป็นอาวุธที่ดีอย่างหนึ่งในการควบคุมทะเล เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่ต้องการของฝ่ายเราให้เกิดประโยชน์ และยังสามารถปฏิเสธการใช้ทะเลของข้าศึกได้ อีกด้วย สามารถป้องกันพื้นที่ฝ่ายเราด้วยการวางกำลังอยู่ตามจุด Choke point การใช้เรือดำน้ำในการปิดอ่าว และ การต่อต้านการปิดอ่าว ก็สามารถกระทำได้ครับ โดยขอยกตัวอย่างการใช้เรือดำน้ำในการควบคุมทะเล ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ในสงครามฟอล์กแลนด์ เรือดำน้ำราชนาวีอังกฤษจำนวน 2 ลำ ได้รับคำสั่งให้เดินทางเข้าอยู่ในพื้นที่ที่ขัดแย้ง ทันที โดยเดินทางออกไปก่อนการบุกเกาะฟอล์กแลนด์ของฝ่ายอาร์เจนติน่าด้วยซ้ำ โดยเดินทางล่วงหน้าก่อนกองเรือส่วนใหญ่ ต่อมามีการประกาศเขต MEZ ของฝ่ายอังกฤษ และแจ้งเตือนหากมีเรือของชาติอาร์เจนตินาล่วงล้ำเขตนี้ อาจโดนจมด้วยเรือดำน้ำ

หลังจากนั้นไม่นานได้ยกระดับเป็น TEZ และห้ามเรือและอากาศยานของทุกประเทศล่วงล้ำเข้าเขตนี้โดยเด็ดขาด หลัวจากนั้น 2 วัน HMS Conqueror ได้แสดงให้เห็นว่า การประกาศเขต TEZ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นโดยการจมเรือ ARA General Belgano ซึ่งหลังจากนั้น กำลังทางเรือของฝ่ายอาร์เจนตินา เดินทางกลับเข้าฐานทัพ และไม่มีบทบาทในการยุทธอีกเลย นับเป็นการควบคุมทะเล และ ปฏิเสธการใช้ทะเล อย่างสมบูรณ์ด้วยเรือดำน้ำ ครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ

เรือดำน้ำไปก่อน ... เพราะเหตุใด เพราะการไปของเรือดำน้ำ ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถตรวจการณ์ด้วยสายตาได้ การจะค้นหาต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ นอกจากการควบคุมทะเล และปฏิเสธการใช้ทะเลในลักษณะ เป็น Hunter – Killer กองเรือฝ่ายตรงข้ามแล้ว เรือดำน้ำถูกยกให้เป็นพาหนะในการวางทุ่นระเบิดทางรุกได้ดีที่สุดอีกด้วยครับ โดยเฉพาะสนามนั้น ต้องการให้เป็น สนามทุ่นระเบิดทางรุกแบบปกปิด การใช้งานเรือดำน้ำ ควบคู่กับทุ่นระเบิด อาจจะทำให้ศักย์ของสงครามเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตรงข้ามมีขีดความสามารถในการต่อต้านทุ่นระเบิดน้อย ฝ่ายเราย่อมสามารถใช้ประโยชน์จากทะเลได้นานขึ้นอย่างแน่นอน

มาถึงขั้นตอนนี้แล้ว หลายท่านย่อมสงสัยว่า เรือดำน้ำของประเทศเพื่อนบ้านเรา มีขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดหรือไม่ และมันต้องใช้อุปกรณ์ดัดแปลงพิเศษหรือเปล่า ขอตอบดังนี้ครับ ว่า เรือดำน้ำสามารถวางทุ่นระเบิดได้แทบทุกแบบ โดยไม่ต้องดัดแปลงตัวเรือ เพียงมีทุ่นระเบิดที่วางด้วยเรือดำน้ำ เพราะการวางทุ่นระเบิดของเรือดำน้ำจะวางผ่านท่อตอร์ปิโด เพียงเท่านั้น ก็สามารถปฏิบัติการได้ อย่าง Package เล็กๆ เช่นเรือดำน้ำชั้น Challenger ของ ทร.สิงคโปร์ ที่บรรทุกทุ่นระเบิดมาวางได้น้อยที่สุดในเรือดำน้ำของอาเซียน หนึ่งลำ ก็จัดทุ่นระเบิดให้ได้ 24 ลูกแล้วครับ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรือชั้นอื่นๆ เลยทีเดียว

บางคนยังสงสัย ว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากเรือดำน้ำ ... ลองคิดเล่นๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่มีขีดความสามารถในการต่อต้านทุ่นระเบิด (ขอใช้เป็นประเทศส้ม) เมื่อมีวิกฤติการณ์อะไรก็แล้วแต่ เราสามารถส่งเรือดำน้ำ ไปอย่างปกปิดเข้าไปอยู่ใกล้พื้นที่ขัดแย้ง และเมื่อเกิดเหตุการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็นำเรือดำน้ำฝ่ายเราเข้าวางทุ่นระเบิดทางรุก กีดขวางหน้าฐานทัพเรือสำคัญฝ่ายตรงข้าม หรือ วางกั้นเส้นทางตามจุด Choke Point และประกาศสนามทุ่นระเบิด เท่านี้ กำลังทางเรือข้าศึก ก็ไม่สามารถออกทะเลได้ในเวลาอันสั้น ซึ่ง ณ ตอนนั้น กำลังทางเรือฝ่ายเราคงชิงความได้เปรียบในการใช้ทะเลอย่างมหาศาลไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง เรือดำน้ำ และกำลังทางเรือ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของชาติอย่างแน่นอนครับ

By Admin Nav634

https://www.facebook.com/NavyForLife...type=1&theater




http://www.thaifighterclub.org/webbo...E0%B8%AD-.html
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:40 PM   #1346
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

สารพัน วันละนิด
สวัสดีเช้าวันจันทร์สุดท้ายของเดือนมีนาคมครับ และเตรียมยินดีต้อนรับเดือนเมษายนครับ หลายๆ ท่านที่เป็นข้าราชการ ก็จะต้องวนเข้าถึงวาระการโยกย้ายในห้วงครึ่งปีงบประมาณ ซึ่งก็ต้องมีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวัง แอดมินก็ขอแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้ในโอกาสเดียวกันนี้ครับ
วันนี้แอดมินขอนำเสนอเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นหลักของกองทัพเรือ ที่เป็นที่กล่าวถึงกันอยู่ไม่เว้นวัน กับ โครงการจัดหาเรือดำน้ำ ที่ได้รับไฟเขียวมาจากหลายระดับ และมีแนวโน้มที่จะได้การอนุมัติงบประมาณในการจัดหามากขึ้นทุกที ซึ่งในประเด็นนี้แอดมินเองเคยแนะนำเรือดำน้ำไปหลากหลายชั้น หลากหลายแบบ รวมทั้งเคยเสนอความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเรือดำน้ำ ไปบ้างแล้วด้วย แต่วันนี้ครับ แอดมินขอเริ่มเรื่องเบาๆ โดยการจะแนะนำให้ทุกๆ ท่านได้รู้จักกับเรือดำน้ำสำหรับปฏิบัติการในพื้นที่น้ำตื้น ใกล้ฝั่ง ขนาดกะทัดรัด ชั้น Andrasta Class Submarine จากบริษัท DCNS ประเทศฝรั่งเศส กันบ้างครับ
โครงการ SSK Andrasta Class Littoral Submarine ได้รับการประกาศขึ้นในระหว่างปี 2008 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ต้องการเรือดำน้ำที่สามารถปฏิบัตการในพื้นที่ใกล้ฝั่ง (น้ำตื้น) ได้ดี และรวมถึงมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการในพื้นที่ห่างจากฝั่ง (น้ำลึก) ได้ดีในระดับหนึ่ง ในโอกาสเดียวกัน ภายใต้ชื่อโครงการ Andrasta อันเป็นชื่อเรียกเทพเจ้าแห่งสงครามของชาวเซลติก และ มี ความหมายว่า “Invincible” ในภาษาอังกฤษนั่นเอง แปลเป็นไทยว่า “ผู้ที่ไม่มีใครชนะได้” นั่นเองครับ
การพัฒนาของโครงการนี้เริ่มต้นโดยการนำโครงการเรือดำน้ำชั้น Scorpene มาพิจารณาปรับปรุง โดยมีการใช้แนวความคิดเดียวกับเรือด้ำชั้น scorpene ไปถึง 70% แต่ส่วนที่แตกต่างกันชัดเจนที่สุดคงจะเป็นด้านขนาดของเรือ โดยเมื่อเปรียบเทียบเป็นระวางขับน้ำ เรือดำน้ำชั้น scorpene มีระวางขับน้ำ ราวๆ 1800 – 2000 ตัน แต่ Andrasta Class นั้นมีระวางขับน้ำเพียง 855 ตัน (ขณะลอยอยู่ที่ผิวน้ำเท่านั้น) ซึ่งนั่นทำให้เรือดำน้ำรุ่นใหม่ปฏิบัติการในพื้นที่ใกล้ฝั่งได้ดีกว่านั่นเองครับ แต่ถึงจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ในด้านคุณสมบัติในการลดค่าการตรวจพบ ยังคงมีการใช้วัสดุตัวเรือที่มีคุณสมบัติ Stealth รวมถึงระบบเดินเรือที่ดีไม่แพ้กันครับ
คุณสมบัติคร่าวๆ นั้น เรือมีระวางขับน้ำ (ผิวน้ำ) 855 ตัน ยาว 18 เมตร กำลังพลประจำเรือ 19 นาย (ไม่รวมชุดปฏิบัติการพิเศษ 6 นาย) สามารถปฏิบัติการได้ที่ความลึกไม่เกิน 100 เมตร มีความเร็วปฏิบัติการ 4 นอต มีรัศมีทำการ 3000 ไมล์ และ ที่ความเร็วปฏิบัติการ 8 นอต รัศมีทำการ 1800 ไมล์ ปฏิบัติการดำน้ำต่อเนื่อง 5 วัน ระบบอาวุธคร่าวๆนั้น จะประกอบด้วยท่อยิงตอร์ปิโดจำนวน 6 ท่อยิง ซึ่งสามารถรองรับ การวางทุ่นระเบิด และ อาวุธปล่อยนำวิถีใต้น้ำ สู่ พื้น (Underwater to Surface Missile : USM) แต่คุณสมบัติเหล่านี้ทางบริษัท DCNS ได้เสนอเป็น Optional ให้กับลูกค้า สามารถเรียกความต้องการอื่นๆ ให้กับเรือดำน้ำชั้นดังกล่าวได้อีกด้วย
ภารกิจที่รองรับสำหรับ SSK Andresta Class นั้น ไม่แตกต่างอะไรจากเรือดำน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยสามารถปฏิบัติการในสาขา Anti-Surface Warfare (ASuW) Anti Submarine Warfare (ASW) การปฏิบัติการด้านการข่าว การวางทุ่นระเบิด การสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ การปฏิบัติการร่วมกับกองเรือ หรือ การปฏิบัติการแบบลำพัง ก็สามารถกระทำได้เช่นกัน สำหรับการปฏิบัติการพิเศษ ถึงแม้เรือดำน้ำชั้นนี้จะไม่มียานดำน้ำขนาดเล็ก แต่จะใช้ห้อง Chamber ในการรับ – ส่ง ชุดปฏิบัติการพิเศษแทนครับ
ถึงแม้ว่าเรือดำน้ำขนาด 855 ตัน จะไม่ใช่สิ่งที่ กองทัพเรือเล็งไว้ แต่ ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรสำหรับเจ้า Andresta Class Submarine เลยใช่ไหมครับ
By Admin Nav634

http://airgroup2000.com/gallery/albu...1/PA226012.JPG

https://www.facebook.com/NavyForLife...43859485651947
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 06:16 PM   #1347
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

กว่าจะมีเรือดำน้ำ

ภายหลังจากที่ สภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติ พระราชบัญญัติบำรุงกำลังทางเรือ พ.ศ. 2478 และอนุมัติงบประมาณ จำนวน 18 ล้านบาท โดยจ่ายจากงบประมาณประจำปี ปีละ 1 ล้านบาท เป็นเวลา 6 ปี นอกนั้นจ่ายจากเงินคงคลัง กองทัพเรือก็ได้ทำการจัดหาเรือดำน้ำตามความต้องการทันที

โดยโครงการที่ได้เสนอไปนั้น กองทัพเรือมีความต้องการเรือดำน้ำ จำนวน 6 ลำ ประมาณราคาในขั้นต้นไว้ลำละ 2.3 ล้านบาท และต้องการในเบื้องต้น 3 ลำ ซึ่งจะเห็นว่าโครงการนี้ สอดคล้องกับ รายงานเรื่อง เรือ ส. ของ สมเด็จพระบรมราชชนก (ร.ท. กรมขุนสงขลานครินทร์) ที่พระองค์ทรงเสนอ แด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยแบ่งขั้นการดำเนินการออกเป็น 2 ตอน ตอนละ 2 ขั้น คือ
ตอนที่ 1 ขั้นที่ 1 ต้องใช้เรือ ส. 2 ลำ ขนาดระวางขับน้ำเหนือน้ำ 190 ตัน ใต้น้ำ 230 ตัน ความเร็วเหนือน้ำ 15 น็อต ความเร็วใต้น้ำ 9.5 น็อต รัศมีทำการ 450 ไมล์ มีตอร์ปิโดขนาด 4.5 ซ.ม. 2 ท่อยิง (หัว,ท้าย) และคนประจำเรือ 20 คน เรือ ส. ทั้ง 2 ลำนี้ จะมีไว้เพื่อป้องกันปากแม่น้ำทั้ง 4 คือ แม่น้ำเจ้าพระยา , ท่าจีน , แม่กลอง และบางปะกง
ตอนที่ 1 ขั้นที่ 2 ต้องใช้เรือ ส. แบบเดียวกับในขั้นที่ 1 อีก 2 ลำ เพื่อขยายแนวป้องกันออกไปจนถึง เกาะจวง , เกาะสัตกูด , เขาสามร้อยยอด
ในตอนที่ 2 นี้ พระองค์ทรงแบ่งการดำเนินการเป็น 2 อย่าง คือ อย่างเล็ก กับ อย่างใหญ่ เรียกเป็น ก. กับ ข.
ตอนที่ 2 ขั้น ก. (เล็ก) ขยายอาณาเขตไปจนถึงเกาะสมุย เพิ่มเรือดำน้ำขนาดใหญ่ขึ้น อีกจำนวน 3 ลำ
ตอนที่ 2 ขั้น ข. (ใหญ่) ขยายอาณาเขตไปจนถึงสิงคโปร์ และเพิ่มเรือดำน้ำขนาดใหญ่ มีระวางขับเหนือน้ำ 800 ตัน ใต้น้ำ 1,000 ตัน ความเร็วเหนือน้ำ 18.5 น็อต ใต้น้ำ 15.5 น็อต รัศมีทำการ 2,500 ไมล์ทะเล ตอร์ปิโด 4 ท่อยิง (หัว 2 ท้าย 2) ปืนใหญ่ขนาด 76/25 มม. 2 กระบอก จำนวน 2 ลำ
นอกจากใน รายงานเรื่อง เรือ ส. แล้ว ยังมีแนวทางการจัดกำลังเรือ ส. ของสมเด็จพระบรมราชชนก อีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสมุดแบบฝึกหัดส่วนพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงลิขิตไว้เป็นภาษาเยอรมัน เรื่อง ร่างโครงการสร้างกองเรือรบ (Flottenbauplan) ในโครงการนี้มีความต้องการเรือ ส. 4 ลำ ขนาดระวางขับน้ำเหนือน้ำ 230 ตัน ความเร็วเหนือน้ำ 14 น็อต ใต้น้ำ 10 น็อต มีตอร์ปิโดขนาด 53 ซม. 2 ท่อยิง และจะใช้เกาะสีชัง เป็นฐานปฏิบัติการ
กองทัพเรือได้จัดตั้ง คณะกรรมการพิจารณาโครงการบำรุงกองทัพเรือ โดยมี นายนาวาเอก พระยาวิจารณ์จักรกิจ (ต่อมาเป็น พลเรือตรี) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการทหารเรือ ในสมัยนั้น เป็นประธาน ในการจัดหาเรือดำน้ำ เมื่อกองทัพเรือ กำหนดคุณสมบัติของเรือดำน้ำ (สมัยนั้นเรียกว่าเรือดำน้ำแล้ว) ที่ต้องการแล้ว ก็ได้เรียกประกวดราคาสร้างเรือดำน้ำในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2478 และได้มีประเทศต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอดังนี้


ประเทศอิตาลี มีตอร์ปิโดหัวเรือ 4 ท่อ ท้าย 2 ท่อ ไม่มีปืนใหญ่ , ลูกปืน และลูกตอร์ปิโด ราคา 3 ลำรวม 3,747,420 บาท ถ้า 4 ลำเป็นเงิน 4,970,640 บาท


ประเทศญี่ปุ่น มีตอร์ปิโดหัวเรือ 2 ท่อ ท้าย 2 ท่อ มีปืนใหญ่และลูกปืน แต่ไม่มีลูกตอร์ปิโด โดยแบ่งตามขนาดของระวางขับน้ำ และจำนวนลำ ดังนี้
ขนาด 345 ตัน 3 ลำ ราคา 2,390,330 บาท 4 ลำ ราคา 3,161,290 บาท
ขนาด 370 ตัน 3 ลำ ราคา 2,479,355 บาท 4 ลำ ราคา 3,280,000 บาท
ขนาด 380 ตัน 3 ลำ ราคา 2,606,601 บาท 4 ลำ ราคา 3,447,742 บาท
ประเทศเดนมาร์ค 4 ลำ (ไม่ทราบรายละเอียด) ราคา 5,688,468 บาท

ประเทศอังกฤษ เฉพาะตัวเรือและเครื่องจักร 3 ลำ ราคา 4,023,630 บาท 4 ลำ ราคา 5,241,036 บาท

ประเทศฮอลันดา มีปืนใหญ่พร้อมลูก และตอร์ปิโดพร้อมลูก 3 ลำ ราคา 5,012,976 บาท 4 ลำ ราคา 6,571,386 บาท ถ้าไม่มีลูกปืนและลูกตอร์ปิโด 3 ลำ ราคา 4,188,159 บาท 4 ลำ ราคา 5,471,811 บาท

ประเทศฝรั่งเศส ไม่มีลูกปืน ไม่มีลูกตอร์ปิโด ราคาลำละ 3,262,773 บาท

ซึ่งในที่สุด คณะกรรมการได้ตกลงใจเลือก เรือดำน้ำขนาด 370 ตัน ของประเทศญี่ปุ่น และก็ได้เจรจาซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมจากญี่ปุ่นอีก เช่น ถังหนีภัย และอุปกรณ์การหนีภัยจากเรือดำน้ำ ตลอดจนการฝึกกำลังพลประจำเรือดำน้ำ
และแล้ว เรือดำน้ำสัญชาติไทยคู่แรก คือ ร.ล.มัจฉานุ และ ร.ล.วิรุณ ก็ได้วางกระดูกงู เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 และทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2479 โดยมี พระมิตรกรรมรักษา อัครราชฑูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น ในขณะนั้น เป็นประธานในการปล่อยเรือลงน้ำ และเรือได้สร้างเสร็จบริบูรณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2480
พิธีปล่อย ร.ล.มัจฉานุ ลงน้ำ

http://www.fleet.navy.mi.th/submarin.../index.php/111
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by wwc234; Yesterday at 06:25 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 09:27 AM   #1348
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 6,707
Likes (Received): 1543

เห็น คอลัมนิสต์ ใน นสพ.ยักษ์ใหญ่ วิพากษ์วิจารณ์ การจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการ ใน ทร. แล้วเพลีย ...... กว่า 60 ปี มาแล้ว ที่ราชนาวีไทย เคยมีเรือดำน้ำเข้าประจำการถึง 4 ลำ และได้ปลดประจำการไปตามกาลเวลา แต่ในปัจจุบัน กองทัพเรือจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพราะภัยคุกคามด้านความมั่นคง ทางทะเลเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยมีสาเหตุหลัก คือ ในความขัดแย้งเรื่องเขตแดนทางทะเล และการแสวงหาทรัพยากรทางทะเล ซึ่งมีมูลค่ากว่า 12 ล้านล้านบาท แยกเป็น การประมง 2.34 แสนล้านบาทต่อปี เชื้อเพลิง 9.3 แสนล้านบาทต่อปี การคมนาคมขนส่ง 10.26 ล้านล้านบาทต่อปี และ การท่องเที่ยว 6.3 แสนล้านบาทต่อปี ในอนาคตเรือดำน้ำจะเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อการรักษาสมดุลของกำลังทางเรือของชาติต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมทั้งจะเสริมสร้างขีดความสามารถในการสนับสนุน
การปฏิบัติการทางเรือของชาติที่มีเรือดำน้ำประจำการได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากการลาดตระเวนสอดแนมความเคลื่อนไหวของประเทศเพื่อนบ้านและการป้องปราม ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ กองทัพเรือจะพยายามสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่าย ให้ตระหนักว่าเรือดำน้ำมีความจำเป็นคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะเรือดำน้ำเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่เด็ดขาดในการป้องปรามภัยคุกคาม
และรักษาสมดุลของกำลังทางเรือในภูมิภาคนี้ การเลือกเรือดำน้ำมือสองมีเหตุผลทางด้านงบประมาณ อีกทั้งการเริ่มต้นวิทยาการด้านเรือดำน้ำ ซึ่งหยุดไปกว่า ๖๐ ปี ไม่จำเป็นจะต้องใช้เรือดำน้ำใหม่ที่มีราคาสูง
การจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการ ควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้เพราะขั้นตอนต่าง ๆ นับตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ การพิจารณาเลือกแบบ จนถึงการสั่งต่อ ซึ่งกว่าจะได้เรือดำน้ำมานั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๕ ปี แม้ว่ากองทัพเรือจะส่งนายทหารไปศึกษาวิชาการเรือดำน้ำจากต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา แต่การจัดตั้งกองเรือดำน้ำในสังกัดของกองเรือยุทธการนั้น จำเป็นต้องอาศัยการเตรียมการในด้านต่าง ๆ
ทั้งด้านกำลังพลที่ต้องเข้ารับการอบรมการเดินเรือดำน้ำและยุทธวิธีของเรือดำน้ำ รวมถึงการซ่อมบำรุง
การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ท่าเทียบเรือ อู่ซ่อมเรือ เพื่อรองรับการซ่อมบำรุง โดยเรือดำน้ำที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับประเทศไทย ควรมีขนาดประมาณ ๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ ตัน ซึ่งเป็นขนาดที่ประเทศอาเซียน
คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียใช้อยู่
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:36 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu