daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old May 18th, 2017, 01:35 PM   #3422
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 20,722
Likes (Received): 4649

รายงานยูเอ็นชี้ "การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอาเซียน มาพร้อมกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ"


สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของปัญหาอาชญากรรมและการก่อการร้าย ซึ่งกำลังบ่อนทำลายความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของประเทศในแถบนี้

สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รายงานว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ช่วยยกระดับโครงสร้างการคมนาคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน รางรถไฟ ท่าเรือ หรือการเดินทางด้วยเครื่องบิน

รายงานของสมาคมอาเซียน ชี้ว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพี ของ 10 ประเทศในอาเซียน อยู่ที่ระดับ 2,550,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว โดย 24% เป็นการซื้อขายสินค้ากันในหมู่ประเทศแถบอาเซียนเอง

แต่การขยายตัวดังกล่าวนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการควบคุมตามแนวพรมแดน และยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันของแต่ละประเทศ ในการจัดการปัญหาอาชญากรรมและการก่อการร้าย

คุณ Aldo Lale Demoz รอง ผอ.ของ UNODC กล่าวต่อที่ประชุมด้านความมั่นคงของอาเซียนเมื่อเร็วๆ นี้ว่า

“การเชื่อมต่อระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับส่วนอื่นๆ ของเอเชียและทั่วโลกมากขึ้นนั้น ถือว่าเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงต่อการค้าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็นำความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยมาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย”

การขยายตัวด้านการค้ายังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์ การฟอกเงิน ยาเสพติด สินค้าปลอมแปลง การลักลอบค้าสัตว์ป่า ตลอดจนผู้ก่อการร้าย ซึ่งอาชญากรรมเหล่านี้สามารถเดินทางจากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่งได้ง่ายขึ้น

UNODC ระบุว่าจำนวนเงินจากอาชญากรรมผิดกฎหมายที่หลั่งไหลเข้ามาในแถบอาเซียนในแต่ละปีนั้น อาจสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งสูงกว่ามูลค่าจีดีพีของบางประเทศในอาเซียนหลายเท่า

นายสมชาย เสียงหลาย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของไทย กล่าวว่า การพัฒนาอย่างรวดเร็วของอาเซียนและความท้าทายด้านความมั่นคง เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือข้ามพรมแดนเพื่อรับมือภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ

“อาชญากรรมข้ามชาติกำลังคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งรวมถึงปัญหาคอรัปชั่น และการบิดเบือนกลไกตลาดเสรี นอกจากนี้ยังคุกคามความมั่นคงของประเทศต่างๆ ด้วย”

ในการประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียนที่กรุงมะนิลาเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ประชุมได้ตกลงกันให้มีความร่วมมือมากขึ้น เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคามอื่นๆ ที่อาจบ่อนทำลายการเจริญเติบโตของประเทศในอาเซียน

คุณ Jeremy Douglas ผู้แทนของ UNODC ประจำเอเชียแปซิฟิก เชื่อว่าการประชุมดังกล่าวได้เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของความร่วมมือเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย ซึ่งรวมถึงการลักลอบขนส่งยาเสพติด ลักลอบค้ามนุษย์ ค้าสัตว์ป่าและของป่าผิดกฎหมาย ตลอดจนการก่อการร้ายข้ามพรมแดน

คุณ Douglas กล่าวด้วยว่า "ประเทศไทยซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของขบวนการค้ายาเสพติด ได้ใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อควบคุมตามแนวพรมแดนทางบก ขณะที่ทางทะเล ก็ได้มีการจัดตั้งหน่วยควบคุมตามท่าเรือสำคัญใน 8 ประเทศของอาเซียน เพื่อตรวจสอบการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายทางเรือ"

ผู้แทนของ UNODC ชี้ว่าการลดความแตกต่างด้านการรักษากฎหมายของแต่ละประเทศ มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ขบวนการอาชญากรรมไม่สามารถอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายของประเทศนั้นๆ ได้

นอกจากนี้ การดูแลจัดการตามจุดผ่านแดนอย่างมีประสิทธิภาพ คือหนึ่งในแนวทางที่ดีที่สุด ในการสร้างชุมชนแห่งความมั่นคงในแถบอาเซียนขึ้นมา


http://www.voathai.com/a/asia-un-security/3854828.html
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 18th, 2017, 01:39 PM   #3423
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 20,722
Likes (Received): 4649

เอเชียแห่ตุนเรือดำน้ำ คาดเพิ่มถึง250ลำภายในเวลา8ปี
19 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:38 น.
ชาติเอเชียแห่ซื้อเรือ ดำน้ำ คาดทะลุ 250 ลำ ภายใน 8 ปี ผู้เชี่ยวชาญชี้เรือที่เงียบกว่าจะชนะ

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้างกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ ว่า จำนวนของเรือดำน้ำในภูมิภาคเอเชียจะเพิ่มขึ้นจาก 200 ลำ เป็น 250 ลำ ภายในเวลาเพียง 8 ปี เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่ระบุว่า การแข่งขันกันสร้างเรือดำน้ำในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ทำให้ความต้องการเรือดำน้ำเทคโนโลยีสูงในเอเชียเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีที่เข้าร่วมงานจัดแสดงอาวุธทางทะเล IMDEX 2017 ที่สิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า เรือดำน้ำที่สามารถปฏิบัติการได้เงียบกว่า รวมถึงมีระยะการโจมตีที่ไกลกว่า คือความท้าทายหลักสำหรับบริษัทผู้ออกแบบเรือดำน้ำเบร็ต รีดด์ เจ้าหน้าที่ของบริษัท ออสตาล บริษัทต่อเรือจากออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันการเพิ่มขึ้นของจำนวนเรือดำน้ำในเอเชียนั้นสูงกว่าทุกภูมิภาคในโลก และกองทัพเรือในเอเชียต่างต้องการเทคโนโลยีที่สามารถค้นหา ตรวจจับ รวมถึงทำลายเรือดำน้ำของข้าศึกได้

ทั้งนี้ สิงคโปร์ คือประเทศล่าสุดที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพเรือของประเทศ หลังประกาศซื้อเรือดำน้ำเพิ่มอีก 2 ลำ จากบริษัท ทิสเซนคลุปป์ ในเยอรมนี เช่นเดียวกับบริษัทซาบ ของสวีเดน และบริษัท ล๊อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐ เตรียมยื่นข้อเสนอให้แก่กองทัพเรืออินเดีย ที่แสดงความสนใจอัพเกรดเทคโนโลยีให้เรือดำน้ำที่ประจำการอยู่ รวมถึงจีนที่วางแผนขยายกองเรือดำน้ำจากที่มีอยู่ 62 ลำ ในปีนี้ ไปเป็น 78 ลำ ภายในปี 2020

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเพิ่งประกาศซื้อเรือดำน้ำลำแรกจากทั้งหมด 3 ลำ จากจีน คิดเป็นมูลค่า 393 ล้านเหรียญสหรัฐ

(ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย เช่นเดียวกับรัฐบาลเมียนมาที่ประกาศว่ามีแผนจะซื้อเรือดำน้ำหากงบประมาณเพียงพอ

.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/world/news/495493


เอเชียแห่ตุน 'เรือดำน้ำ' คาดแตะ 250 ลำใน 8 ปี
19 พฤษภาคม 2560 0
ข้อมูลด้านกลาโหมของสิงคโปร์ชี้ว่า หลายชาติในเอเชียแห่กักตุนเรือดำน้ำเพิ่มขึ้นจาก 200 ลำเป็น 250 ลำภายใน 8 ปีท่ามกลางระแสความตึงเครียดและการแข่งขันด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค
เว็บไซต์ข่าวไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้างกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ว่า จำนวนของเรือดำน้ำในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 50 ลำเป็น 250 ลำภายในเวลาเพียง 8 ปี ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า การแข่งขันกันสร้างเรือดำน้ำในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ทำให้ความต้องการเรือดำน้ำเทคโนโลยีสูงในเอเชียเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
บรรดาบริษัทเทคโนโลยีที่เข้าร่วมงานจัดแสดงอาวุธทางทะเล “อิมเด็กซ์ 2017” (IMDEX 2017) ที่สิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า เรือดำน้ำที่สามารถปฏิบัติการได้เงียบกว่า รวมถึงมีระยะการโจมตีที่ไกลกว่า คือความท้าทายหลักสำหรับบริษัทผู้ออกแบบเรือดำน้ำ เบร็ต รีดด์ เจ้าหน้าที่ของบริษัท ออสตาล บริษัทต่อเรือจากออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันการเพิ่มขึ้นของจำนวนเรือ ดำน้ำในเอเชียนั้นสูงกว่าทุกภูมิภาคในโลก และกองทัพเรือในเอเชียต่างต้องการเทคโนโลยีที่สามารถค้นหา ตรวจจับ รวมถึงทำลายเรือดำน้ำของข้าศึกได้
สิงคโปร์เป็นประเทศล่าสุดที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพเรือของประเทศ หลังประกาศซื้อเรือดำน้ำเพิ่มอีก 2 ลำ จากบริษัททิสเซนคลุปป์ ในเยอรมนี เช่นเดียวกับบริษัทซาบ ของสวีเดน และบริษัท ล๊อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐ เตรียมยื่นข้อเสนอให้แก่กองทัพเรืออินเดีย ที่แสดงความสนใจอัพเกรดเทคโนโลยีให้เรือดำน้ำที่ประจำการอยู่ รวมถึงจีนที่ วางแผนขยายกองเรือดำน้ำจากที่มีอยู่ 62 ลำ ในปีนี้ ไปเป็น 78 ลำภายในปี 2563
ไฟแนนเชียลไทม์สระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเพิ่งประกาศซื้อเรือดำน้ำลำแรกจากทั้งหมด 3 ลำ จากจีน คิดเป็นมูลค่า 393 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13,000 ล้านบาท แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย เช่นเดียวกับรัฐบาลเมียนมาที่ประกาศว่ามีแผนจะซื้อเรือดำน้ำหากงบประมาณเพียงพอ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/755651


สิงคโปร์เตือนระวังเหตุเผชิญหน้าใน 8 ปีข้างหน้า หลังหลายชาติระดมซื้อเรือดำน้ำ
โดย MGR Online
18 พฤษภาคม 2560 11:47 น.

กระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ เตือนว่า จำนวนเรือดำน้ำในฟากตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังจะเพิ่มเป็น 250 ลำ ภายใน 8 ปี ซึ่งจากเวลานี้มี 200 ลำ การที่กองทัพเรือของประเทศเอเชียนำเรือดำน้ำเข้าประจำการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการตีความเจตนาและประเมินขีดความสามารถทางทหารของประเทศอื่นผิดพลาด นำไปสู่การเผชิญหน้า และเหตุการณ์ไม่คาดคิดในท้องทะเล

ทั้งนี้ งานมหกรรมยุทโธปกรณ์สำหรับการป้องกันประเทศทางทะเล ในประเทศสิงคโปร์ สัปดาห์นี้ บรรดาบริษัทผลิตอาวุธและนักวิเคราะห์ ระบุว่า การที่ชาติเอเชียจัดหาเรือที่เคลื่อนไหวอย่างปิดเงียบ ติดอาวุธยิงไกล นับเป็นปรากฏการณ์ที่ท้าทายต่อความพยายามรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ

https://www.manager.co.th/UpToDate/V...=9600000050279

Last edited by wwc234; May 19th, 2017 at 03:59 PM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 18th, 2017, 06:29 PM   #3424
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

เบรกแผนลงทุนอาเซียน "แฟมิลี่มาร์ท" ปรับสูตรสู้ศึกสะดวกซื้อ

updated: 18 พ.ค. 2560 เวลา 22:06:13 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ Market Move

ปีนี้นับเป็นปีที่บรรดาผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อสัญชาติญี่ปุ่นทั้งเซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ทและลอว์สัน ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศที่แข่งขันดุเดือดทั้งกับเพื่อนร่วมชาติและแบรนด์ท้องถิ่นขณะเดียวกันฝั่งตลาดบ้านเกิดยังมีสภาพสังคมสูงวัยที่ทำให้แรงงานขาดแคลนพร้อมกับการใช้จ่ายที่ลดน้อยลงเป็นโจทย์ใหญ่เช่นกัน

ล่าสุดผู้บริหารใหญ่ของ"แฟมิลี่มาร์ท" เช่นร้านสะดวกซื้ออันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศทบทวนแผนลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องและจะหันไปเน้นตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญมากกว่าแทน

โดยสำนักข่าว "รอยเตอร์ส" รายงานว่า "โคจิ ทาคายานากิ" กรรมการผู้จัดการและเจ้าหน้าที่บริหารของแฟมิลี่มาร์ท ยูนี โฮลดิ้ง (FamilyMart UNY Holdings) กล่าวว่า บริษัทกำลังทบทวนแผนลงทุนธุรกิจร้านแฟมิลี่มาร์ทในประเทศไทย เวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งต่างอยู่ในสภาวะขาดทุนต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดไต้หวันและจีนที่เติบโตก้าวกระโดด

"แม้จะต้องการให้ธุรกิจในประเทศเหล่านี้ประสบความสำเร็จมากเพียงใดแต่บริษัทก็ไม่สามารถทุ่มทรัพยากรลงไปให้แบบไม่จำกัดได้"

ด้วยเหตุนี้บริษัทจะหันไปเน้นตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักโดยอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคสร้างกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์อย่าง สินค้าใหม่และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายแม้การใช้จ่ายจะชะลอตัว รวมถึงนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้รับมือปัญหาขาดแคลนแรงงาน

พร้อมกับปรับโครงสร้างจำนวนสาขาใหม่หลังได้เชนร้านสะดวกซื้อเซอเคิลเค (Circle K) และซันคุส (Sunkus) เข้ามาจากการรวมบริษัทกับยูนี โฮลดิ้งเมื่อปีที่แล้ว โดยคาดว่าจะต้องปิดสาขาซึ่งพื้นที่ทับซ้อนกันลงอย่างน้อย 400 สาขา แต่บริษัทจะยังคงเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นด้วยจำนวนสาขากว่า 18,000 สาขาอยู่ และจะมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มจาก 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 8.79 พันล้านเหรียญสหรัฐภายใน 4 ปีตามที่ตั้งเป้าไว้

ทั้งนี้ปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีสาขาร้านสะดวกซื้อ 130 แห่งในเวียดนาม ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงโฮจิมินห์และเมืองข้างเคียง โดยมีแผนขยายเพิ่มให้ถึง 150 สาขาภายในปีนี้ ส่วนในไทยปีนี้ได้ดึงระบบซัพพลายเชนมาบริหารเองเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มให้มากขึ้นรวมถึงทุ่มงบฯ 600-700 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่อีก 100 สาขา จากปัจจุบันที่มี 1,130 สาขา

"ในขณะที่คู่แข่งอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นมุ่งขยายตลาดต่างประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา แต่เราจะขอโฟกัสตลาดบ้านเกิด ซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้ง่ายและแน่นอนกว่า"

นอกจากนี้ หัวเรือใหญ่ของแฟมิลี่มาร์ทยังเปิดเผยว่า มีแผนจับมือกับ 2 กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์หรือ "ซีพี" ของไทย และ "ซิติก" (CITIC Ltd.) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งมีกิจการหลากหลาย อาทิ การเงิน เหมืองแร่ อสังหาฯ โครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ เพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากร้านสะดวกซื้อ

หลังจากนี้ต้องรอดูว่าทิศทางของร้านแฟมิลี่มาร์ทในอาเซียนจะเป็นอย่างไรต่อไปและการหันมาเน้นตลาดญี่ปุ่นจะสร้างรายได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ พร้อมกับลุ้นว่าธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากการจับมือกับกลุ่มธุรกิจใหญ่ของเอเชียจะเป็นธุรกิจอะไรกันแน่

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1495083930
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 18th, 2017, 06:42 PM   #3425
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

อยากอ้างเศรษฐกิจดีต้องให้ได้อย่างเวียดนามเงินนอกไหลเข้าไตรมาสแรกสูงขึ้น 91%

18/5/2560

เศรษฐกิจโลกซึมไม่ใช่ข้ออ้างให้รัฐบาลทำเศรษฐกิจไม่ดี เผยเวียดนามโชว์ผลงานดี เงินต่างประเทศไหลเข้าไตรมาสแรกสูงขึ้น 91% แซงหน้าชาติอาเซียนทั้งหมด

เฉพาะปี 59 เงินเข้าเกือบ 9 แสนล้าน เปิดปมเกาหลีใต้ขนเงินก้อนใหญ่เข้าเวียดนาม ขณะซัมซุงและ LG ขยายโรงงานและการจ้างงาน ส่วนไทยเงินเข้าเพิ่มต่ำหลังปี 58 ส่อแววเศรษฐกิจซึมยาว โดยเฉพาะหากเทียบกับมาตรฐานเพื่อนบ้านที่ดี

http://shows.voicetv.co.th/overview/491083.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 18th, 2017, 07:37 PM   #3426
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

อาเซียนบริโภคขยายตัว ยอดขายรถยนต์พุ่ง14%

18 May 2017

นิตยสารนิกเกอิเอเชียนรีวิว รายงานว่ายอดขายรถยนต์รวมใน 6 ประเทศชั้นนำของอาเซียนเพิ่มขึ้น 14% เป็นการเพิ่มติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 สะท้อนการบริโภคขยายตัวในภูมิภาค

ยอดขายรถยนต์ใน 6 ประเทศอาเซียนเดือนมีนาคมรวมอยู่ที่ 316,736 คัน เพิ่มขึ้น 14 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้วเป็นอัตราเพิ่มที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี

ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็นบวกทั้ง 6 ประเทศโดยประเทศที่มียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลักคือประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ แสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายของประชาชนที่เข้มแข็งขึ้น

นิกเกอิ ระบุว่ายอดขายรถยนต์ในอาเซียนเริ่มกลับมาเป็นบวกในปีที่แล้ว มียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี แต่มีอัตราขยายตัวเพียง 3 % ซึ่งสะท้อนการขยายตัวอย่างช้า ๆ จนกระทั่งต้นปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของยอดขายเริ่มมีอัตราเร่งที่แรงขึ้น

ตลาดที่มียอดขายเพิ่มในอัตราเร่งมากที่สุดคือประเทศไทย โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามียอดขายรถยนต์รวม 84,801 คันเพิ่มขึ้น 17 % เป็นอัตราเพิ่มในอัตราเลข 2 หลักติดต่อกันตั้งแต่ต้นปี โดยรถยนต์นั่งมียอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 40 %

แบรนด์รถยนต์นั่งที่มียอดขายเพิ่มขึ้นมากในตลาดประเทศไทยเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นทั้งหมดคือ ฮอนด้า โตโยต้า นิสสัน มาสด้าและมิตชูบิชิ มียอดขายเพิ่มขึ้นในระดับ 30 % - 70 % ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายรถปิ๊กอัพและรถเพื่อการพาณิชย์อื่น ๆ ที่มียอดเพิ่มขึ้นในระดับต่ำ โดยยอดขายของบางแบรนด์อ่อนตัวลง

รายงานข่าวระบุยอดขายรถปิ๊กอัพ และรถเอสยูวีมียอดขายรวมเพิ่มขึ้น 8 % ในเดือนมีนาคม โดยรถยนต์ในกลุ่มนี้ของโตโยตาและมิตชูบิชิมียอดขายอ่อนตัวลง

ตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของอาเซียนคือตลาดอินโดนีเซียมียอดขายเพิ่มขึ้น 8 % ขายได้เกิน 100,000 คันเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนโดยดาวเด่นเป็นยอดขายรถโลคอสต์กรีนคาร์ มีการเน้นโปรโมทรถยนต์กินน้ำมันน้อยในงานแสดงสินค้ารถยนต์ อินโดนีเซียอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุด

ยอดขายรถยนต์ตลาดมาเลเซียในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 10 % เป็นเดือนที่ 2 ที่มียอดขายเพิ่มในระดับตัวเลข 2 หลัก ฟื้นตัวค่อนข้างเร็วเทียบกับยอดขายที่ทรุดตัวลงในปี 2559

สำหรับยอดขายรถยนต์ไตรมาสแรก ใน 6 ประเทศอาเซียน ปรากฎว่าขายได้รวม 826,545 คัน เพิ่มขึ้น 11 % เมื่อเทียบกับยอดขายไตรมาสแรกปีที่แล้ว โดยมีประเทศฟิลิปปินส์ที่มียอดขายเพิ่มมากที่สุด 20 % ตามด้วยประเทศไทย ที่ 16 %

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

http://www.thansettakij.com/content/150372
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 19th, 2017, 02:20 AM   #3427
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 20,722
Likes (Received): 4649

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
อยากอ้างเศรษฐกิจดีต้องให้ได้อย่างเวียดนามเงินนอกไหลเข้าไตรมาสแรกสูงขึ้น 91%

18/5/2560

เศรษฐกิจโลกซึมไม่ใช่ข้ออ้างให้รัฐบาลทำเศรษฐกิจไม่ดี เผยเวียดนามโชว์ผลงานดี เงินต่างประเทศไหลเข้าไตรมาสแรกสูงขึ้น 91% แซงหน้าชาติอาเซียนทั้งหมด

เฉพาะปี 59 เงินเข้าเกือบ 9 แสนล้าน เปิดปมเกาหลีใต้ขนเงินก้อนใหญ่เข้าเวียดนาม ขณะซัมซุงและ LG ขยายโรงงานและการจ้างงาน ส่วนไทยเงินเข้าเพิ่มต่ำหลังปี 58 ส่อแววเศรษฐกิจซึมยาว โดยเฉพาะหากเทียบกับมาตรฐานเพื่อนบ้านที่ดี

http://shows.voicetv.co.th/overview/491083.html
ทีวีทักษิณชอบบิดเบือนข่าว

Last edited by wwc234; May 19th, 2017 at 04:00 PM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 19th, 2017, 07:31 PM   #3428
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

Quote:
Originally Posted by wwc234 View Post
ทีวีทักษิณชอบบิดเบือนข่าว
ถ้าข้อมูลตรวจสอบเป็นจริง

พวกสาวกแบบ phat คือพวกโง่ บิดเบือนเรื่องจริง
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 19th, 2017, 07:37 PM   #3429
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

จีดีพีมาเลย์ไตรมาสแรกขยายตัว5.6% ส่งออก-บริโภค-ลงทุน ทำขยายตัวเร็วสุดในรอบ2ปี

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 12:47:15 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกลางมาเลเซียเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1 ขยายตัว 5.6% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออก รวมทั้งการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนที่แข็งแกร่งขึ้น

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1495172867
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 19th, 2017, 08:57 PM   #3430
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตแข็งแกร่ง

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตรวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย
จากการเปิดเผยข้อมูลล่าสุดของทางการ โดยเศรษฐกิจขยายตัว 6 % หรือสูงกว่า 7
ไตรมาสติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน

ศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.01 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 6.4 % เมื่อเทียบอัตรารายปี ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้
ซึ่งแม้จะต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย แต่ก็ยังเติบโตรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2
ของภูมิภาค รองจากจีน

นายเออร์เนสโต เพอร์เนีย รัฐมนตรีกระทรวงวางแผนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์
เผยต่อสื่อมวลชนในกรุงมะนิลา เมื่อวันพฤหัสบดี
ว่าฟิลิปปินส์ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุด
ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่สำคัญในเอเชีย

ถึงขณะนี้ เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตในระดับ 6 % หรือสูงกว่า ติดต่อกัน 7
ไตรมาสแล้ว ประเทศอื่นเพียงประเทศเดียวที่เศรษฐกิจขยายตัวรสดเร็วกว่า
ในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2560 คือจีน ซึ่งเติบโต 6.9 %.

https://www.dailynews.co.th/foreign/574769
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 20th, 2017, 06:33 AM   #3431
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 20,722
Likes (Received): 4649

จีน-อาเซียน ตกลงจัดทำ “วาระ 2030” เพื่อพัฒนาคู่หุ้นส่วนเชิงยุทศาสตร์จีน-อาเซียนสู่ระดับก้าวหน้าใหม่
โดย MGR Online
20 พฤษภาคม 2560 11:17 น.


MGR ONLINE กุ้ยหยาง—จีน-อาเซียน ตกลงจัดทำ “วาระ 2030” เพื่อพัฒนาความร่วมมือคู่หุ้นส่วนทางยุทศาสตร์จีน-อาเซียนสู่ระดับก้าวหน้าใหม่ นาย หลิว เจิ้นหมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงต่อผู้สื่อข่าวหลังการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ครั้งที่ 23

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีนครั้งที่ 23 จัดขึ้น ณ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว เมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นาย หลิว เจิ้นหมิน และ เลขาธิการประจำกระทรวงต่างประเทศแห่งสิงคโปร์ นายชี วี เคียง (Chee Wee Kiong) เป็นประธานร่วมในการประชุมฯ

ระหว่างแถลงต่อที่ประชุมข่าว นายหลิวกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า “วาระ 2030” สำหรับคู่หุ้นส่วนเชิงยุทศาสตร์จีน-อาเซียน (ASEAN China Strategic Partnership)นี้ จะกำหนดแผนความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อพัฒนาความร่วมมือไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและครอบคลุมสมบูรณ์มากขึ้น” หลิว กล่าว

ในขั้นตอนต่อไปของการดำเนินการเพื่อผลักดันวาระ2030… เมื่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่ากระทรวงต่างประเทศและผู้นำประเทศของกลุ่มสมาชิกอาเซียน 10 ชาติ รับรอง “วาระ 2030” เจ้าหน้าที่สองฝ่ายก็จะเตรียมการความริเริ่มฯ และประกาศ“วาระ 2030”อย่างเป็นทางการในปีหน้า 2018 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 15 ปี แห่งการจัดตั้งคู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-จีน

หลิวกล่าวว่าจีนมีแผนยกระดับคู่หุ้นส่วนอาเซียน โดยประสานความร่วมมือภูมิภาคอาเซียนกับความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและสร้างความเชื่อมโยงที่ลงลึกมากขึ้น

ในการดำเนินความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง จีนได้ให้ความสำคัญอันดับต้นๆแก่กลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมๆกับสนับสนุนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือ เออีซี (AEC)

ขณะนี้มีสัญญาณลัทธิคุ้มครองทางการค้ากำลังแผ่ขยายอีกครั้ง จีนและอาเซียนจะต้องจับมือกัน สร้างโลกาภิวัตน์ที่แข็งแกร่ง ผลักดันความร่วมมือภายในภูมิภาคที่ลงลึก และบูรณาการภายในภูมิภาคที่ก้าวหน้า

ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ยังได้ทบทวนความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายที่ดำเนินมายาวนานกว่า 25 ปี เมื่อปีที่แล้วมีการฉลองวาระครบรอบ 25 ปีแห่งการจัดตั้งการเจรจาจีน-อาเซียน ขณะนี้ความสัมพันธ์คู่หุ้นส่วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ที่สำคัญวิธีการจัดการข้อแตกต่างต่างๆได้พัฒนาสู่ความมีเหตุมีผลมากขึ้น อันเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในอาณาบริเวณ

ความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ได้ยังผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนในประเทศจีนและกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน รวมประมาณ 2,000 ล้านคน ทั้งนี้การค้าระหว่างจีนและอาเซียนในปี 2016 ทะยานสูง 452,200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค

ด้านนาย ชี วี เคียง ประธานร่วมของการประชุมฯ กล่าวว่า “จีน-อาเซียน ย้ำคำมั่นสัญญาที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่สองฝ่ายได้กำหนดไว้ คือ การขยายการค้าการลงทุน 2 ทาง ให้มีมูลค่าสูง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และ 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับภายในปี 2020

“ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับรองการผลักดันความเชื่อมโยงภายในภูมิภาค (regional connectivity) จะช่วยพัฒนาคู่หุ้นส่วนอาเซียน-จีน ก้าวหน้าไปไกล และมีการถกเถียงถึงการประสานความร่วมมือกับความริเริ่มอื่นๆ อาทิเช่น ความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง บูรณาการเศรษฐกิจอาเซียน และแผนแม่บทสำหรับความเชื่อมโยงอาเซียน (Master Plan for ASEAN Connectivity)

นอกจากนี้ จีน-อาเซียนได้กำหนดให้ ปี 2017 เป็น “ปีแห่งความร่วมมือการท่องเที่ยว อาเซียน-จีน” (ASEAN-China Year of Tourism Cooperation) เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชน

ปีที่แล้ว (2016) กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนและจากกลุ่มประเทศอาเซียน เดินทางไปเยือนและท่องเที่ยวยังดินแดนระหว่างกัน มีจำนวนมากถึง 38 ล้านคน โดยมีนักท่องเที่ยวจีน 27 ล้านคน

กลุ่มเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน ยังได้แสดงความยินดีกับการประชุมสุดยอด หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ (Belt and Road Forum for International Cooperation) ที่เพิ่งผ่านพ้นไป และกล่าวว่าความริเริ่ม หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางนี้ จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือภายในอาณาบริเวณและการพัฒนา ดังนั้นจึงหวังว่าจะมีการผลักดันความริเริ่ม หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง และแผนการพัฒนาอาเซียน ให้มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาใหม่ๆ

ทั้งนี้ อาเซียน มีชื่อเต็มว่า ประชาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวีนออกเฉียงใต้ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1967 โดยปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปี ของการก่อตั้งอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนม่าร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม


http://www.manager.co.th/china/ViewN...=9600000051144
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old May 20th, 2017, 07:14 PM   #3432
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

รัฐมนตรีอาร์เซป นัดถกเปิดเสรีสินค้า0% ก่อนให้ผู้นำอาเซียนเห็นชอบพ.ย.นี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 - 09:00 น.

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาของไทยเปิดเผยว่า นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ของรัฐมนตรีประเทศที่อยู่ในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซป) 16 ประเทศ วันที่ 21-22 พฤษภาคมนี้ ที่เวียดนาม เพื่อสรุปแนวทางการเปิดตลาดสินค้า บริการ และลงทุนทั้งหมด โดยพยายามเปิดตลาดสินค้า 100% ของรายการสินค้าทั้งหมด เพื่อจะนำไปสู่การประกาศความสำเร็จของอาร์เซปในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้


ทั้งนี้ กลุ่มประเทศอาเซียนได้พยายามผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาร์เซปยื่นรายการลดภาษี 90% ของสินค้าทั้งหมด เพื่อลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% ภายใน 15 ปี และทยอยลดที่เหลือซึ่งเป็นสินค้าอ่อนไหวของแต่ละประเทศอีก 10% โดยยังไม่กำหนดกรอบเวลา ซึ่งจะหารือต่อไปในการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า(ทีเอ็นซี) ครั้งที่ 19 ที่อินเดีย ในเดือนกรกฎาคมนี้

https://www.matichon.co.th/news/562576
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 21st, 2017, 04:17 PM   #3433
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

‘แอปเปิ้ล’ เปิดร้านแรกในอาเซียน

21 May 2017

แอปเปิ้ล เปิดร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์แห่งแรกในอาเซียนที่ ถนนออร์ชาร์ด ประเทศสิงคโปร์ เผยใช้ไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ทั้งหมด

หนังสือทูเดย์ในสิงคโปร์รายงานว่าร้านแอปเปิ้ล ออร์ชาร์ด โรดใช้พื้นที่ 4 ชั้นของศูนย์การค้าไนท์บริดจ์มอลล์ที่ถนนออร์ชาร์ด เป็นร้านที่แอปเปิ้ลเปิดขึ้นเองเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ทูเดย์ ระบุว่าการเปิดร้านของแอปเปิ้ลในประเทศสิงคโปร์เป็นข่าวลือกว่า 1 ปีครื่งที่ผ่านมาหลังจากที่ ผู้เช่าพื้นที่เดิมคือศูนย์ฟิตเนสส์ Pure Fitness ประกาศในเดือนตุลาคม 2558 ให้สมาชิกทราบว่าศูนย์กำลังปิดตัวลงโดยจะมีแอปเปิ้ลมาเป็นผู้เช่ารายใหม่ ซึ่งหลังจากข่าวรั่วออกไป แอปเปิ้ลไม่เคยเปิดเผยหรือยืนยันว่าจะเปิดร้านของตัวเองที่ประเทศสิงคโปร์

อย่างไรก็ดีในเดือนพฤศจิกายน 2558 บริษัทซันซีฟกรุ๊ป ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในสิงคโปร์ประกาศว่า ได้รับคำสั่งซื้อไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์จากแอปเปิ้ล เพื่อใช้สำหรับสำนักงานสาขาของแอปเปิ้ลและร้านขายสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของแอปเปิ้ลที่ต้องการให้ธุรกิจของแอปเปิ้ลทั่วโลกใช้พลังงานสะอาดทั้งหมดและเป็นกิจการแรกในสิงคโปร์ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100 %

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,263 วันที่ 21 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

http://www.thansettakij.com/content/152184
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 21st, 2017, 04:25 PM   #3434
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

เวียดนามหัวใสนำเข้าผลไม้ไทยรีแพ็กเกจส่งออกต่อฟันกำไรงาม

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้วิเคราะห์การส่งออกผลไม้ของไทย(ทุเรียน ลำไย มังคุด)ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกไปตลาดเวียดนามเป็นอันดับ 1 แซงหน้าตลาดจีนว่า ส่วนหนึ่งจากเวียดนามนำเข้าไปบรรจุหีบห่อใหม่โดยติดตราเมด อิน เวียดนามเพื่อส่งขายให้จีนที่มีชายแดนติดกัน จากสินค้าทั้ง 3ชนิดเป็นที่นิยมมากในจีน รวมถึงส่งออกไปยังประเทศที่ 3

21 May 2017 http://www.thansettakij.com/content/152786
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 22nd, 2017, 09:36 AM   #3435
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

เศรษฐกิจ "สิงคโปร์" ส่อเดี้ยงยาว ส่งออกลด-รายได้น้ำมันหด

updated: 22 พ.ค. 2560 เวลา 11:25:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"สิงคโปร์" ถือเป็นศูนย์กลางการค้าการส่งออกของภูมิภาค แต่สถานการณ์เศรษฐกิจสิงคโปร์ยังอยู่ในภาวะซบเซา และดูท่าจะยืดเยื้ออีกนาน นับตั้งแต่ที่ประสบมรสุมยอดส่งออกดิ่งตัวจากพิษเศรษฐกิจโลกเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีในปีที่ผ่านมาเติบโตเพียง 1.9%
สิงคโปร์เป็นเมืองท่าใหญ่อันดับ 4 ของโลกรายได้หลักของประเทศมาจากอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน ซึ่งมีโรงงานที่ทันสมัยและใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภาคส่งออกอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งสร้างรายได้อันดับ 2 ถัดจากการส่งออกน้ำมัน

"แชนเนลนิวส์เอเชีย" รายงานสถานการณ์ส่งออกของสิงคโปร์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสิงคโปร์ (IE Singapore) ระบุว่า ยอดการส่งออกของสิงคโปร์ที่ไม่นับรวมน้ำมันดิบในประเทศ (NODX) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2016 นับเป็นการลดลงเดือนแรกหลังจากที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมา 5 เดือนติดต่อกัน ซึ่งถือว่าผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตัวเลขการส่งออกไม่รวมน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นถึง 12.4% นอกจากนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมยังหดตัวถึง 9.0% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัว 4.1%

รายงานระบุว่า สินค้าที่ทำให้ยอดการส่งออกลดลงดังกล่าวมาจากสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนัยสำคัญมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมยา ที่ลดลงมากที่สุดถึง 39.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หลังจากที่ปรับเพิ่มขึ้น 17.7% ในเดือน มี.ค.

นายวิชนู วาราแธน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารมิตซูโฮ กล่าวว่า การลดลงครั้งนี้แม้จะเป็น “ครั้งเดียว” หลังจากที่เติบโตมา 5 เดือน แต่ก็ถือว่าเป็นการปรับตัวลดลงในระดับ "ปานกลาง" โดยได้รับผลกระทบมาจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาทั่วโลกมีการแข่งขันรุนแรง บวกกับวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของสิงคโปร์ลดลง แม้ว่ารัฐบาลจะทุ่มงบประมาณกับการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยามาเป็นเวลา 15 ปี ในโครงสร้างการวิจัยพัฒนาและการผลิตของ Biocluster

ขณะที่การส่งออกสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่หกที่ 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากดีมานด์จากคู่ค้าสำคัญอย่าง "จีน" ยังซบเซา การส่งออกของสิงคโปร์ไปยังจีนขยายตัวเพียง 10.9% ในเดือน เม.ย. ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.ที่ขยายตัวสูงถึง 45.5% โดยนักวิเคราะห์คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลกระทบถึงตัวเลขการส่งออกของสิงคโปร์ในไตรมาส 2 ด้วย

ทั้งนี้ นายฟรานซิส ธัน ผู้อำนวยการธนาคารยูโอบี กล่าวว่า อัตราการเติบโตของภาคส่งออกยังเป็น "ความผันผวนที่น่าห่วง" พิษเศรษฐกิจของสิงคโปร์ที่ชะลอตัวมานานยังคงส่งสัญญาณต่อเนื่องว่ายังไม่ฟื้นง่าย ๆ

"การที่เศรษฐกิจสิงคโปร์ชะลอตัวหนัก ก็เหตุผลเดียวกันกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คือ เศรษฐกิจโลกหดตัวลง ปริมาณการค้าโลกที่ปกติเคยเติบโต 4-5 เท่าของจีดีพีโลก ก็หดตัวลงเหลือประมาณ 1.5 เท่าของจีดีพีเท่านั้น เม็ดเงินหายไปจากตลาดปริมาณมหาศาล และที่สำคัญคือธุรกิจน้ำมันโลกกำลังตกต่ำอย่างที่สุด"

แม้สถานการณ์ล่าสุดที่ นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย และ นายอเล็กซานเดอร์ โนวัก รัฐมนตรีพลังงานรัสเซีย ได้ตกลงขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปจนถึงเดือน มี.ค.ปี 2018 เพื่อลดอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินเพื่อรักษาสมดุลของตลาด

ขณะที่กลุ่มโอเปกและผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มรายสำคัญจะมีการประชุมกันที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกประเทศอื่น จะร่วมในข้อตกลงขยายเวลาลดการผลิตน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม นายเออร์วิน เซียห์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารดีบีเอส มองว่า "การที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อสิงคโปร์ในระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะยาวการที่น้ำมันโลกมีปริมาณที่ลดลง ทำให้ยอดการส่งออกน้ำมันของสิงคโปร์ต้องปรับลงเช่นกัน หมายความว่าจากที่สิงคโปร์เคยส่งออกน้ำมันได้ในปริมาณ 100% อาจลดลงเหลือ 60% เท่านั้น ทำให้ภาพการเติบโตของรายได้เฉลี่ยจากการส่งออกน้ำมันดิบอาจจะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ประกอบกับสถานการณ์ด้านการส่งออกอื่น ๆ ที่ยังฟื้นไม่เต็มที่"

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1495427414
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 22nd, 2017, 08:12 PM   #3436
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

ดูเตอร์เตเยือนรัสเซียพบ“ฮีโร่”ปูติน ย้ำนโยบายตีจากพันธมิตรเก่าอย่างอเมริกา


โดย MGR Online
22 พฤษภาคม 2560 22:47 น.

(ภาพจากแฟ้ม) ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จับมือกันขณะเริ่มการหารือข้างเคียงการประชุมซัมมิตกลุ่มเอเปก ณ กรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2016 ทั้งนี้ดูเตอร์เตกำลังอยู่ระหว่างเยือนรัสเซีย 5 วัน ซึ่งคาดว่าจะกระชับความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสองเพิ่มขึ้นอีก

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ออกเดินทางไปเยือนรัสเซียในวันจันทร์ (22 พ.ค.) เพื่อพบกับวลาดิมีร์ ปูติน ฮีโร่คนโปรด คุยเรื่องอาวุธ และตอกย้ำนโยบายการต่างประเทศในการตีจากอเมริกามหามิตรดั้งเดิมชัดเจนขึ้น

การเยือนเป็นเวลา 5 วันคราวนี้น่าจะกระชับความสัมพันธ์ที่ดีวันดีคืนระหว่างฟิลิปปินส์กับรัสเซีย นับจากที่ดูเตอร์เต เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแดนตากาล็อกเมื่อปีที่แล้ว และเริ่มล่าถอยจากอเมริกา ที่ตัวเขากล่าวหาว่า มือถือสากปากถือศีล และข่มเหงรังแกชาติเล็ก

ผู้นำมะนิลามีกำหนดพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน “วีรบุรุษคนโปรด” ที่ชอบปืนและล่าสัตว์เหมือนกันในวันพฤหัสบดี (25)

เมื่อวันศุกร์ (19) ที่ผ่านมา ดูเตอร์เตเปรยว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญสำหรับการเยือนครั้งนี้คือเพื่อจัดซื้อระเบิดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูงของรัสเซีย มาใช้ปราบปรามนักรบอิสลามิสต์ทางใต้ของประเทศ

การหันไปพึ่งพาอาวุธจากมอสโกมีขึ้นขณะที่ดูเตอร์เตเดินหน้าลดระดับความร่วมมือกับอเมริกา อดีตผู้ปกครองในยุคอาณานิคม รวมทั้งยังเป็นพันธมิตรและผู้ปกป้องฟิลิปปินส์ที่สำคัญที่สุดมายาวนานนับสิบปี

ผู้นำแดนตากาล็อกสั่งลดจำนวนและขอบเขตการซ้อมรบร่วมประจำปีกับอเมริกา ห้ามกองกำลังฟิลิปปินส์ร่วมตรวจการณ์กับนาวีสหรัฐฯในทะเลจีนใต้ รวมทั้งเรียกร้องให้อเมริกาถอนทหารที่มีอยู่ไม่มากนักออกจากฟิลิปปินส์

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้มีขึ้นขณะที่จีนท้าทายอเมริกาออกนอกหน้ามากขึ้นด้วยการขยายกิจกรรมและอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้อย่างก้าวร้าว

แม้การอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมดของปักกิ่งคาบเกี่ยวน่านน้ำที่ฟิลิปปินส์เชื่อว่า เป็นดินแดนของตน แต่ดูเตอร์เตก็ตัดสินใจแน่วแน่ในการย้ายแกนนโยบายการต่างประเทศออกจากอเมริกาและหันไปคบค้ากับจีนและรัสเซียแทน

ดูเตอร์เตเยือนรัสเซียพบ“ฮีโร่”ปูติน ย้ำนโยบายตีจากพันธมิตรเก่าอย่างอเมริกา
(ภาพจากแฟ้ม)ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ขณะเยี่ยมเรือรบลำหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งแวะเยือนกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2017

ส่วนหนึ่งเนื่องจากปักกิ่งและมอสโกสนับสนุนหรืออย่างน้อยก็ไม่วิจารณ์สงครามต่อต้านยาเสพติดของดูเตอร์เต ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และมีเสียงเตือนจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่า ผู้นำฟิลิปปินส์อาจกำลังก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ตรงข้ามกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่วิจารณ์สงครามกวาดล้างยาเสพติดของแดนตากาล็อกอย่างหนัก และถูกดูเตอร์เตตอกกลับเสียๆ หายๆ

ทั้งนี้ ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว ดูเตอร์เตประกาศว่า ฟิลิปปินส์ “แยกขาด” จากอเมริกาแล้ว ขณะเดียวกัน ผู้นำมะนิลาที่ประกาศตัวว่า เป็นนักการเมืองสังคมนิยม พบกับปูตินครั้งแรกในการประชุมรอบนอกของซัมมิตเอเชีย-แปซิฟิกที่เปรูเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ครั้งนั้น ดูเตอร์เตบอกกับประมุขเครมลินว่า เขาได้รู้จักโลกตะวันตกมานานซึ่งก็ดีอยู่ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ที่เขาพบว่า ประเทศเหล่านั้นจำนวนมากกำลังข่มเหงชาติเล็กๆ

นับจากนั้น กองทัพเรือรัสเซียส่งสองกองเรือล่องเยือนมะนิลา และดูเตอร์เตกล่าวขณะเยี่ยมชมเรือพิฆาตติดตั้งจรวดนำวิถี “วาร์ยัค” ที่จอดเทียบท่ามะนิลาเมื่อเดือนที่แล้วว่า “ถ้ามีรัสเซีย ผมก็ไม่กลัวอะไรอีกต่อไป”

ฟิลิปปินส์และรัสเซียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันมา 41 ปี แต่ความสัมพันธ์ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน ปีที่ผ่านมามีการค้าระหว่างกันคิดเป็นมูลค่าเพียง 226 ล้านดอลลาร์ เทียบกับการค้าฟิลิปปินส์-อเมริกา 18,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเนื่องจากก่อนหน้านี้มะนิลายังเป็นพันธมิตรที่จงรักภักดีต่อวอชิงตัน

กระนั้น มาเรีย คลีโอฟี นาติวิแดด ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวระหว่างบรรยายสรุปการเดินทางเยือนรัสเซียของดูเตอร์เตต่อผู้สื่อข่าวว่า การเยือนครั้งนี้จะเป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ฟิลิปปินส์ต้องการพันธมิตรใหม่ๆ

http://manager.co.th/Around/ViewNews...=9600000052034
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 23rd, 2017, 08:22 PM   #3437
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

ไทยเจ้าภาพจัดฉลอง25ปีความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ช่วง 1-4 มิ.ย.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 - 15:13 น.

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2560 เป็นปีที่ครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน-อินเดีย และตรงกับครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและอินเดีย กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมจัดงานครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานฯ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 พร้อมเป็นโอกาสพบปะของผู้บริหารระดับสูงจากรัฐบาลอินเดียและอาเซียน รวมถึงระหว่างนักธุรกิจชั้นนำ ผู้นำเข้า-ส่งออก ในด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม รวมทั้งเสริมสร้างบทบาทความเป็นศูนย์กลางของไทยในภูมิภาค

ทั้งนี้ งาน ASEAN – India Expo and Forum จัดวันที่ 1 – 4 สิงหาคม 2560 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวมทั้งฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและอินเดียอีกวาระหนึ่ง ภายใต้รูปแบบงาน “Strategic Economic Partnership & Connectivity” จะชูสินค้าและบริการที่เน้นครีเอทีฟและดิจิทัล


นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจัดงานครบรอบ 25 ปี ประกอบด้วย กิจกรรมเสวนาวิชาการเรื่องโอกาสการค้าการลงทุน การแสดงสินค้าไทย อินเดีย และอาเซียน รวม 200 คูหา การเจรจาจับคู่ธุรกิจ นิทรรศการความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย อาเซียน-อินเดีย เป็นต้น

https://www.matichon.co.th/news/562422
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 23rd, 2017, 08:50 PM   #3438
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

อสังหาฯสิงคโปร์ฟื้น ราคาบ้านเพิ่ม-ที่ดินพุ่งสูงสุดรอบ5ปี

22 May 2017

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์เริ่มฟื้นตัวหลังจากตกต่ำมา 3 ปี ราคาบ้าน-คอนโดกลับมาเป็นบวก นักพัฒนาที่ดินเริ่มประมูลแย่งซื้อที่ดินและทรัพย์สินเพื่อการพัฒนาดันราคาขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี

สำนักข่าวบลูมเบิร์กอ้างข้อมูลจาก บริษัท คุชแมนแอนด์เวคฟิลด์ รายงานว่ายอดขายที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ในสิงคโปร์เร่งตัวขึ้นหลังจากที่รัฐบาลผ่อนผันมาตรการควบคุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้นักพัฒนาที่เดินเริ่มเข้าร่วมประมูลซื้อที่ดินรัฐที่นำออกประมูลมากขึ้นดันราคาประมูลขึ้นเหนือราคาประเมิน 29 % สูงสุดในรอบ 5 ปี

นายคริสโตเฟอร์ ตัง (Christopher Tang ) ประธานบริหารบริษัท เฟรเซอร์สเซ็นเตอร์พ้อยท์ นักพัฒนาที่ดินใหญ่รายหนึ่งกล่าวว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์ลงถึงจุดต่ำสุดแล้วและกลับมาเป็นขาขึ้น และบริษัทเองก็สนใจสะสมแลนด์แบงก์สำหรับการพัฒนาเช่นเดียวกับบริษัทพัฒนาที่ดินอื่น ๆ

บลูมเบิร์กระบุว่าการประมูลที่ดินขายที่ดินของรัฐในเดือนเมษายนที่ผ่านมามีเอกชนเข้าร่วมประมูล 24 รายโดยมีนักพัฒนาที่ดินจากจีนและมาเลเซียเข้าร่วมด้วย ส่วนประชาชนก็ซื้อห้องคอนโดมีเนียมมากขึ้นอาทิโครงการซีไซด์เรซิเดนซ์ทางฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับความสนใจอย่างมากมียอดขายในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดือนมีนาคมและเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ปี

ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ มีผู้เข้าร่วมประมูลที่ดินรัฐเฉลี่ย 13.3 รายต่อครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2539 ซึ่งมีผู้เข้าประมูลเฉลี่ย 8.3 รายต่อครั้ง โดยในการประมูลครั้งล่าสุดในเดือนเมษายนมีรายงานว่าผู้ชนะการประมูลเป็นบริษัทต่างชาติอาทิบริษัท ไชน่าคอนสตรัคชัน (เซ้าท์แปซิฟิก) ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัท เอสพี เซเตีย อินเตอร์เนชั่นแนลจากมาเลเซีย

ทางด้านราคาที่ผู้ชนะประมูลได้คุชแมนแอนด์เวคฟิลด์ ระบุว่าในการประมูลช่วงครึ่งหลังของปี 2558 นั้นราคาที่ประมูลได้ต่ำกว่าราคาประเมิน 3 % ครึ่งแรกของปี 2559 ต่ำกว่าราคาประเมิน 4 % ครึ่งหลังของปี 2559 สูงกว่าราคาประเมิน 13 % และ 4 เดือนแรกของปีนี้สูงกว่าราคาประเมินถึง 29%

นายเดสมอนด์ ซิม (Desmond Sim) หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ตลาดสิงคโปร์และเอเชียอาคเนย์ บริษัท ซีบีอาร์อีกรุ๊ปให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า ผู้ซื้อในสิงคโปร์มีแรงจูงใจในการซื้อมากขึ้นในขณะนี้ เนื่องจากเชื่อว่าราคาที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์ลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว และนักพัฒนาที่ดินเริ่มนำโครงการออกมาจำหน่ายในช่วงนี้ หลังจากที่หยุดการจำหน่ายโครงการใหม่ในช่วงปลายปีที่แล้วไประยะหนึ่ง

บริษัท คุชแมนแอนด์เวคฟิลด์ แจ้งว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำห้องชุดจำนวน 1,616 หน่วยออกจำหน่ายในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557

อย่างไรก็ดี บลูมเบิร์กอ้างนักวิเคราะห์ระบุว่าแม้ อนาคตตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์กลับเป็นขาขึ้นแล้ว แต่รัฐบาลยังมีนโยบายควบคุมความร้อนแรงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์อยู่โดยเห็นได้จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมธุรกิจอสังหาฯ กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่รัฐบาลยังไม่ผ่อนคลายมาตรการทั้งหมดยังคงบางมาตรการอยู่เพื่อสกัดไม่ให้ตลาดอสังหาฯในสิงคโปร์กลับไปร้อนแรงสุดขีดเหมือนในปี 2558 อีกครั้ง

บลูมเบิร์กระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลสิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการดับความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ทำให้ราคาบ้านลดลงเฉลี่ย 3 % ในปีที่แล้วและมีราคาลดลงต่อเนื่อง 14 ไตรมาสก่อนที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในเดือนที่แล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,263 วันที่ 21 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

http://www.thansettakij.com/content/152177
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 24th, 2017, 12:14 PM   #3439
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

นายกฯ เวียดนามเยือนทำเนียบขาวคุยความร่วมมือ “ทรัมป์” สิ้นเดือนนี้

โดย MGR Online
24 พฤษภาคม 2560 09:21 น. (แก้ไขล่าสุด 24 พฤษภาคม 2560 12:53 น.)

เอเอฟพี - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีเหวียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์หน้า ตามการเปิดเผยของโฆษกผู้นำสหรัฐฯ วานนี้ (23)

การประกาศการเยือนสหรัฐฯ ของผู้นำเวียดนามในวันที่ 31 พ.ค. มีขึ้นขณะที่ทรัมป์ กำลังเดินทางเยือนประเทศในตะวันออกกลาง และยุโรปในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก

“ประธานาธิบดีทรัมป์ เฝ้ารอที่จะได้หารือหนทางในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี และความร่วมมือในระดับภูมิภาคกับหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญของอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ฌอน สไปซ์เซอร์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุในคำแถลงฉบับหนึ่ง

ความสัมพันธ์ระหว่างอดีตศัตรูสงครามแน่นแฟ้นอบอุ่นขึ้นนับตั้งแต่สองประเทศฟื้นความสัมพันธ์สู่ระดับปกติในปี 2538 ในช่วงอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน หลังสิ้นสุดสงครามเวียดนามมา 20 ปี.

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9600000052584
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 24th, 2017, 12:16 PM   #3440
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 70,654
Likes (Received): 4011

อินโดฯ-เวียดนามถกเหตุเรือปะทะกันในน่านน้ำพิพาทเร่งสอบสวนร่วมกัน

โดย MGR Online
24 พฤษภาคม 2560 13:27 น. (แก้ไขล่าสุด 24 พฤษภาคม 2560 15:22 น.)

รอยเตอร์/เอพี - อินโดนีเซีย และเวียดนามจะเริ่มดำเนินการสอบสวนร่วมกันในอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ตามการระบุของเจ้าหน้าที่แดนอิเหนา หลังมีรายงานว่า หน่วยรักษาชายฝั่งเวียดนามได้พยายามที่จะบังคับปล่อยเรือประมง 5 ลำ และลูกเรือที่ถูกฝ่ายอินโดนีเซียควบคุมไว้ ในบริเวณน่านน้ำใกล้หมู่เกาะนาตูนา

รายงานระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ (21) เรือตรวจการณ์ทางทะเลของอินโดนีเซียได้เข้าสกัดเรือประมงเวียดนาม พร้อมลูกเรือ 55 คน หลังเรือประมงดังกล่าวข้ามเข้ามาในเขตน่านน้ำของอินโดนีเซีย บริเวณทางเหนือของหมู่เกาะนาตูนา ที่อยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของอินโดนีเซีย

ขณะที่เรือตรวจการณ์ทางทะเลของอินโดนีเซียกำลังคุ้มกันเรือประมงเวียดนามไปยังฐานบริเวณเกาะบาตัม แต่เรือรักษาชายฝั่งเวียดนามได้เข้าชนเรือประมงลำหนึ่งจนจม ซึ่งฝ่ายอินโดนีเซียระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายตนอยู่บนเรือลำดังกล่าวด้วย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในเวลาต่อมา ฝ่ายอินโดนีเซียต้องถอนกำลังหลังพบว่าเรือรักษาชายฝั่งเวียดนามอีกจำนวนหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาตามที่ปรากฎบนเรดาร์ แต่เรือรบของอินโดนีเซียอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 30 นาที ตามการรายงานของเอพี

“ไม่ว่าจะชนหรือไม่ก็ตาม เราเห็นพ้องกันที่จะสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นนี้ เราตกลงกันที่จะแก้ไขอุบัติเหตุนี้ผ่านวิธีทางการทูต” ริฟกี้ เอฟเฟนดิ ฮาดิจันโต เจ้าหน้าที่จากกระทรวงประมงอินโดนีเซีย กล่าวแถลงข่าว

ฮาร์ดิจันโต ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียบนเรือที่จมลงถูกจับเป็นตัวประกันโดยหน่วยรักษาชายฝั่งเวียดนามเพื่อต่อรองให้ปล่อยชาวประมง แต่ระบุว่า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาชายฝั่งเวียดนาม และจะออกจากเวียดนามโดยเร็วที่สุด เมื่อรัฐบาลอินโดนีเซียจัดการเรื่องการเดินทาง

รัฐมนตรีกระทรวงประมงอินโดนีเซีย ได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตเวียดนาม ในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคาร (23) เพื่อหารือถึงประเด็นปัญหานี้

“ฝ่ายทางการทูตของสองประเทศได้ติดต่อกัน และทำงานร่วมกันเพื่อจัดการต่อปัญหาที่เกิดขึ้นและรับรองว่ากรณีเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกรุงจาการ์ตา กล่าว

ขณะเดียวกัน ฝ่ายอินโดนีเซียได้ขอการรับรองจากเวียดนามว่าจะไม่รุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำของอินโดนีเซียอีก

ฮาดิจันโต กล่าวว่า สองประเทศจะหารือถึงปัญหาพรมแดน เนื่องจากอินโดนีเซียนั้นกำหนดพรมแดนของประเทศบนพื้นฐานของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ขณะที่เวียดนามใช้ไหล่ทวีปเป็นเกณฑ์.

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9600000052709
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:56 PM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2017, vBulletin Solutions Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2017 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2017 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu