daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old August 25th, 2016, 03:52 PM   #3161
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

ลาวโอดค่าครองชีพพุ่งทะยาน แต่เงินเดือนยังนิ่ง

วันที่: 25 ส.ค. 59 เวลา: 18:25 น.

เรดิโอฟรีเอเชียรายงานว่า ค่าครองชีพในประเทศลาว หนึ่งในชาติยากจนที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นมาก ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในประเทศยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ (ราว 4,200 บาท) ต่อเดือน ส่งผลให้ลาวส่วนใหญ่เผชิญกับความยากลำบากในการที่จะซื้อหาอาหารและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นในการยังชีพได้

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของลาวระบุว่า ในกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงลาว ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 30 เปอร์เซ็นต์ นับจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา เช่น ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม ราคาปรับเพิ่มจาก 1.05 ดอลลาร์ เป็น 1.50 ดอลลาร์ สูงกว่าในไทยถึงเท่าตัว หรือเนื้อวัวจากกิโลกรัมละ 9.55 ดอลลาร์ เพิ่มเป็น 10.80 ดอลลาร์ สูงกว่าเนื้อวัวที่ขายในไทยถึง 40 เปอร์เซ็นต์

รายงานข่าวระบุว่า ชาวลาวส่วนใหญ่ไม่แปลกใจที่ราคาสินค้าถีบตัวสูงขึ้น เหตุเพราะรัฐบาลควบคุมราคาไม่ได้ ขณะที่สินค้าส่วนใหญ่ในลาวไม่ได้ผลิตเพื่อการบริโภคเอง จึงมักต้องนำเข้าสินค้ามาจากไทย หรือการเข้ามาซื้อสินค้าเองในฝั่งไทย ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ที่เห็นราคาสินค้าอาหารปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่เงินเดือนของพวกเขายังคงนิ่งอยู่กับที่

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในของลาวที่ไม่ขอเปิดเผยตนเองกล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพในประเทศที่สูงขึ้น ซึ่งทางกรมกำลังทำงานร่วมกันหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการกับปัญหานี้อยู่

ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นในอำนาจซื้อของค่าเงินกีบของลาวอีกต่อไป และทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้เงินตราต่างประเทศในการซื้อขายมากขึ้น โดยเฉพาะเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทของไทย

http://www.matichon.co.th/news/262869
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2016, 06:48 PM   #3162
skycover
Registered User
 
skycover's Avatar
 
Join Date: Aug 2011
Posts: 1,451
Likes (Received): 1073

เอาจริงๆติดตามข่าวประเทศนี้ค่อนข้างเยอะ สงสารเค้าจริงๆนะค่าข้าวแพงกว่าเรา ค่าไฟ ค่าน้ำ พอๆกับเรา
ค่าน้ำมันแพงกว่าเรา ถนนแมร่งเก็บค่าผ่านเยอะแยะไปหมด ตอนผมไปเที่ยว ชาวบ้านยินดีที่จะขับรถตัวเองลุยน้ำ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียธรรมเนียมการข้ามสะพาน เงินเดือนข้าราชการก็ออกบ้างไม่ออกบ้าง เงินเดือนมีอยุ่แค่ 3000-6000 ไม่รู้อยู่กันเข้าไปยังไง มิน่าข้ามโขงมาบ้านเราเต็ม ก่อปัญหาให้เราก็มาก
ส่วนเรื่องค่าเงิน เอาเป็นว่า คนลาวอยากจะได้แต่เงินบาททั้งนั้น ไม่มีใครอยากได้กีบ ถ้ารัฐบาลไม่บังคับป่า่นนี้เงินสกุลนี้หายไปแล้ว
__________________

wwc234 liked this post
skycover no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2016, 07:47 AM   #3163
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 16,178
Likes (Received): 3532

เศรษฐกิจลาวโตเอาๆๆๆ แต่ทําไม๊ คนลาวยังจนน้า
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2016, 07:55 AM   #3164
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

Quote:
Originally Posted by wwc234 View Post
เศรษฐกิจลาวโตเอาๆๆๆ แต่ทําไม๊ คนลาวยังจนน้า
ชนชั้นปกครอง มันกดค่าแรงไง
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2016, 08:09 AM   #3165
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 18,489
Likes (Received): 1903

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ชนชั้นปกครอง มันกดค่าแรงไง
ออ สำหรับเมืองลาว ต้องเรียกชนชั้นปกครอง ว่า พรรค - รัฐ จึงจะถูกต้องครับ

Quote:
Originally Posted by skycover View Post
ส่วนเรื่องค่าเงิน เอาเป็นว่า คนลาวอยากจะได้แต่เงินบาททั้งนั้น ไม่มีใครอยากได้กีบ ถ้ารัฐบาลไม่บังคับป่า่นนี้เงินสกุลนี้หายไปแล้ว
แน่หละ ชั้นแต่เงินฝากธนาคารในเมืองลาวต้องมีบัญชีเงินบาทและดอลลาร์ควบคู่กะเงินกีบด้วย - ดูนี่ก็ได้
http://www.bcel.com.la/bcel/product.html?prid=deposits

Quote:
Originally Posted by skycover View Post
ตอนผมไปเที่ยว ชาวบ้านยินดีที่จะขับรถตัวเองลุยน้ำ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียธรรมเนียมการข้ามสะพาน
คดีสัมปทานถนนสาย 16 จากด่านวังเต่าไป เชิงสะพานลาว - ญี่ปุ่นที่ปากเซตั้ง 45 ปีหละสินะ ไปคิด 10000 กีบ กลับคิด 10000 กีบ
http://www.rfa.org/lao/daily/economy...016235523.html
__________________
BKK Mass Transit Expert

skycover, wwc234 liked this post

Last edited by Wisarut; August 26th, 2016 at 08:30 AM. Reason: Addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2016, 12:37 PM   #3166
Jorungsi
Registered User
 
Join Date: Nov 2011
Posts: 448
Likes (Received): 304

Quote:
Originally Posted by wwc234 View Post
เศรษฐกิจลาวโตเอาๆๆๆ แต่ทําไม๊ คนลาวยังจนน้า
เศรษฐกิจไปกระจุกอยู่กับคนรวยไม่กี่คน ส่วนบ้านเรานอกจากไม่โตแล้วเงินก็ยังไปกระจุกอยู่กับคนรายไม่กี่กลุ่มเช่นกัน.......
__________________

wwc234 liked this post
Jorungsi no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2016, 08:59 PM   #3167
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

‘ญี่ปุ่น’ไม่ท้อขยายลงทุนในกัมพูชา

26 August 2559288

สำนักข่าวเกียวโดนิวส์ รายงานว่านักลงทุนญี่ปุ่นแม้บ่นเกี่ยวกับความยากลำบากในการทำธุรกิจในกัมพูชา แต่ยังขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เผย “อิออน” กำลังสร้างศูนย์การค้าแห่งที่ 2 ส่วนโรงแรมแห่งแรกของญี่ปุ่นในพนมเปญเปิดบริการแล้ว


เมื่อสิ้นปี 2558 การลงทุนของญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 3 ในกัมพูชา มีบริษัทญี่ปุ่นเข้าไปลงทุน 250 บริษัท โดยนักลงทุนใหญ่ อันดับ 1 คือจีน มี 1,055 บริษัท ขณะที่เกาหลีใต้อยู่อันดับ 2 มี 278 บริษัท มีรายงานว่าบริษัทญี่ปุ่นที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชาทำธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งส่งออกนำเข้า ท่องเที่ยว โรงงานอุตสาหกรรม ให้คำปรึกษา พัฒนาที่ดิน ไปจนถึงเกษตรกรรมและก่อสร้าง

เกียวโดนิวส์ อ้างข้อมูลจากเจโทร ระบุว่าในปี 2558 มีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจดทะเบียนในกัมพูชา 250 บริษัท ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วมากเมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งมี 179 บริษัทและปี 2553 ซึ่งมีเพียง 19 บริษัท

นายซก เจนดา โซเพี๊ยะ (Sok Chenda Sophea) เลขาธิการสภาเพื่อการพัฒนาแห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์เกียวโดนิวส์ ว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือกัมพูชา ในการฟื้นฟูประเทศ โดยการให้เงินสนับสนุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน สะพาน โรงเรียน โรงพยาบาลและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งกัมพูชารู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง และขณะนี้กัมพูชาอยากให้ญี่ปุ่นเข้ามาทำธุรกิจ ทำกำไรและเป็นแนวหน้าในการขยายการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ


เกียวโดนิวส์ อ้างตัวเลขจากสภาเพื่อการพัฒนาแห่งกัมพูชา ว่ามูลค่าการลงทุนต่างประเทศในกัมพูชาในปี 2557 รวมอยู่ที่ 3,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 140,400 ล้านบาท) ขณะที่ปี 2558 อยู่ที่ 4,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 165,600 ล้านบาท) โดยในปี 2557 การลงทุนจากญี่ปุ่นอยู่ที่ 47.9 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,724 ล้านบาท) และ 56.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,041 ล้านบาท)ในปี 2558 ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้การลงทุนจากญี่ปุ่นยังคึกคัก แม้การลงทุนจากต่างประเทศโดยรวมมีแนวโน้มลดลง

ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีการลงทุนจากต่างชาติในกัมพูชารวม 79 โครงการ มูลค่า 1,870 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 67,320 ล้านบาท) ขณะที่ 6 เดือนแรกปีที่แล้วมีการลงทุน 94 โครงการมูลค่าการลงทุน 3,350 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 120,600 ล้านบาท)

นายจัน สุพาล นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ เกียวโดนิวส์ ว่าการลงทุนของญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลัง อยู่ในภาคบริการ โดยยกตัวอย่างการสร้างศูนย์การค้าอิออนมอลล์แห่งแรกเมื่อ 2 ปีก่อนและโครงการที่ 2 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่โรงแรมโตโยโก อินน์ สูง 23 ชั้นโรงแรมแห่งแรกของญี่ปุ่นในกรุงพนมเปญมีรายงานว่าเปิดกิจการแล้ว

นายจัน กล่าวว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นขยายการลงทุนคือความมั่นคงทางการเมือง อย่างไรก็ดีในปี 2560-2561 จะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทำให้ยังทำนายไม่ได้ว่าการลงทุนญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้จนถึงเลือกตั้งใหญ่ในปี 2561 จะไหลเข้ามาเหมือนเดิมหรือไม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,186 วันที่ 25 – 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

http://www.thansettakij.com/2016/08/26/88396
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 28th, 2016, 09:08 PM   #3168
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

"โรงงานรองเท้า-เสื้อผ้า" กัมพูชา ทยอยปิดตัว 70 แห่ง

updated: 28 ส.ค. 2559 เวลา 12:35:36 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

อุตสาหกรรมรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปในกัมพูชา ถือเป็นหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวและเติบโต ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานผลิตกว่า 1,000 แห่ง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นมากกว่า 754,000 คนด้วย แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวของกัมพูชากำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งจากปัญหาภายในและภายนอก

ซินหวา รายงานว่า โรงงานรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปกว่า 70 แห่งในกัมพูชา จำต้องปิดตัวลงเพราะวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อภาคธุรกิจมานาน ขณะที่มีการเปิดโรงงานใหม่เพิ่มเพียง 2 แห่ง

โดยพบว่ายอดสั่งซื้อรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปของกัมพูชาในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ลดลงเฉลี่ยเกือบ 30% ส่งผลให้โรงงานหลายแห่งต้องมีการปรับลดชั่วโมงการทำงานของแรงงานลงด้วย อันส่งผลให้เกิดการประท้วงจากกลุ่มแรงงานในหลายระลอก

นักวิเคราะห์ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตมองว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวมี 2 สาเหตุหลัก คือ ความขัดแย้งทางการเมืองในกัมพูชา ที่สะท้อนให้เห็นถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมือง

โดยที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวระหว่างนายกรัฐมนตรีฮุนเซนและฝ่ายค้าน นายสม รังสี มาตลอด ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่การแข่งขันของอุตสาหกรรมดังกล่าวก็มีความรุนแรงมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในกัมพูชา (GMAC) ชี้ว่า ปัญหาทางการเมือง การประท้วงของกลุ่มแรงงาน และการแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปประเทศอื่น ๆ เช่น เวียดนาม บังกลาเทศ และเมียนมา เป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชา

ขณะที่โฆษกของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชามองว่าการปิดตัวของโรงงานเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกรวมทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐและการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ทำให้กระทบกับยอดการสั่งซื้อสินค้า

"กัมพูชาเป็นประเทศขนาดเล็กที่พึ่งพาการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ด้วยปัจจัยสำคัญของตลาดส่งออกหลักของกัมพูชาที่มุ่งความสำคัญไปที่อังกฤษ และสหรัฐมาตลอด เมื่อประเทศคู่ค้ามีปัญหา ทำให้ส่งผลกระทบต่อกัมพูชาอย่างหนัก" โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สมาคม GMAC แสดงความกังวลว่า คำสั่งซื้อที่ลดลง 30% มีความเป็นไปได้ที่เกิดจากปัญหาการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไม่มีคุณภาพและยังต่ำกว่ามาตรฐาน รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับปรุง เพราะไม่ใช่แค่กัมพูชาที่มีความสามารถในการผลิต ขณะเดียวกัน "เวียดนาม" ก็ถือว่าเป็น "คู่แข่ง"ที่สำคัญของกัมพูชา

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1472361490
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 29th, 2016, 03:36 AM   #3169
skycover
Registered User
 
skycover's Avatar
 
Join Date: Aug 2011
Posts: 1,451
Likes (Received): 1073

กัมพูชาเริ่มฟุบแล้ว? เห็นว่าอสังหาที่บูมๆอยู่ก็ล้นตลาดไปมาก ขายออกได้แค่ 30%
__________________

wwc234 liked this post
skycover no está en línea   Reply With Quote
Old August 29th, 2016, 04:25 AM   #3170
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 16,178
Likes (Received): 3532

Quote:
Originally Posted by skycover View Post
กัมพูชาเริ่มฟุบแล้ว? เห็นว่าอสังหาที่บูมๆอยู่ก็ล้นตลาดไปมาก ขายออกได้แค่ 30%
เขมรจนวันนี้ยังไม่มีท่าเรือนํ้าลึกที่มีขนาดใหญ่เลย สินค้าส่วนใหญ่ส่งออกผ่านแม่นํ้าไปส่งต่อเวียดนามทั้งนั้นตราบใดที่เขมรยังไม่มีท่าเรือนํ้าลึกขนาดใหญ่แบบไทยเขมรก็ยังจนเหมือนเดิม
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

skycover liked this post
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old August 29th, 2016, 08:52 AM   #3171
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 18,489
Likes (Received): 1903

Quote:
Originally Posted by wwc234 View Post
เขมรจนวันนี้ยังไม่มีท่าเรือนํ้าลึกที่มีขนาดใหญ่เลย สินค้าส่วนใหญ่ส่งออกผ่านแม่นํ้าไปส่งต่อเวียดนามทั้งนั้นตราบใดที่เขมรยังไม่มีท่าเรือนํ้าลึกขนาดใหญ่แบบไทยเขมรก็ยังจนเหมือนเดิม
จริงๆมีท่าเรือที่กำปงโสม (กรุงพระสีหนุ) นะครับแต่ มีปัญหาเรื่องเรือใหญ่ระวางขับน้ำเป็นหมื่นๆ ตัน เอาเข้าท่าเรือกำปงโสมไม่ได้ หนะครับ ตอนนี้พยายามขนข้าวลงตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นรถไฟไปส่งออกทางท่าเรือกำปงโสมหนะ
__________________
BKK Mass Transit Expert

skycover liked this post
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 31st, 2016, 10:21 PM   #3172
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

เวียดนามจ่อแชมป์เหล็กอาเซียน แซงไทยทั้งผลิต – บริโภค – ส่งออก

นโยบายของรัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมพื้นฐานมากขึ้นทั้งปิโตรเคมีและโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กที่วางเป้าหมายไว้ชัดเจน มีการขับเคลื่อนที่รวดเร็ว ดูจากที่ล่าสุดรัฐบาลเวียดนามสามารถดึงบริษัท ฟอร์โมซากรุ๊ปส์ฯ (FORMOSA)ผู้ผลิตเหล็กและปิโตรเคมีรายใหญ่ของไต้หวัน เข้ามาลงทนุ ในอุตสาหกรรมเหล็กได้ โรงงานแห่งนี้อยู่ในพื้นที่เมืองฮาติงห์ (Ha tinh)ตั้งอยู่ระหว่างฮานอยและดานัง สร้างเป็นเมืองอุตสาหกรรมเหล็กในพื้นที่ขนาด 1 หมื่นไร่ วางระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล็กในอนาคตที่จะมีปริมาณสูงถึง 20 ล้านตันต่อปี


ทั้งนี้ ฟอร์โมซา กรุ๊ปส์ ร่วมมือกับ บริษัท ไชน่า สตีลจากจีน ถือหุ้น 30% และบริษัท เจเอฟอี สตีลคอร์ปอเรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้น 5% โดยทุนไต้หวันถือหุ้นใหญ่ที่ขณะนี้เริ่มเดินเครื่องได้แล้วในบางส่วน เบื้องต้นใช้เงินลงทุนไปแล้วราว1.10 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ38,500 ล้านบาท(ตามอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)สำหรับการลงทุนผลิตเหล็กเฟสแรกที่จำนวน 7 ล้านตัน แบ่งเป็นผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนจำนวน 5 ล้านตันและผลิตไวรอตและบิลเล็ต (วัตถุดิบสำหรับผลิตเหล็กเส้น) จำนวน 2 ล้านตัน โดยเริ่มผลิตเหล็กไวรอตได้เมื่อต้นปี 2559 และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เริ่มผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนได้แล้ว

ยอดใช้เหล็กพุ่ง สูงสุดรอบ10ปี

สอดคล้องกับข้อมูลจาก Vietnam Steel Association ที่ระบุว่า ความต้องการใช้เหล็กในเวียดนามเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเมื่อปี 2554 มีความต้องใช้เหล็กทุกชนิดรวมกันอยู่ที่ 10.01 ล้านตัน ปี 2555 เพิ่มเป็น 10.9 ล้านตันและในปี2556 เพิ่มเป็น 11.9 ล้านตัน ต่อมาในปี 2557 เพิ่มเป็น 14.1 ล้านตัน ก่อนที่ปี 2558 จะทุบสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยความต้องการใช้เหล็กทุกชนิดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีปริมาณการใช้เหล็กที่สูงกว่าไทย ซึ่งมีความต้องการใช้เมื่อปี 2558 เพียง 16.7 ล้านตันต่อปีเท่านั้น


จ่อเบอร์ 1 อาเซียนแทนไทย

นอกจากนี้วงการเหล็กต่างวิเคราะห์กันอีกว่าในเร็วๆ นี้ หรือไม่เกินปี2563 เวียดนามจะก้าวขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของอาเซียนในแง่ฐานการผลิตและปริมาณการบริโภคเหล็กภายในประเทศรวมถึงการส่งออก จะเข้ามาแทนที่ประเทศไทยเต็มตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น มาตรการรับมือ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ อีกทั้งเวียดนามได้รับความช่วยเหลือจากจีน โดยที่จีนใช้ฐานการผลิตเวียดนามเป็นประเทศฐานที่นำสินค้าเข้ามาแล้วเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะส่งออกไปยังตลาดอาเซียนแล้วอ้างว่าถิ่นกำเนิดมาจากเวียดนาม เพื่อเลี่ยงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดหรือเอดี

ในขณะที่ประเทศไทยกว่า 10 ปีก่อน ภาคเอกชนกลุ่มเหล็กพยายามเสนอแผนผุดโรงถลุงเหล็กแห่งแรกในไทย โดยจับมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นหลายรายที่เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ในลำดับต้นๆของญี่ปุ่นที่ออกมาแสดงความสนใจเสนอตัวร่วมลงทุนด้วย แต่การลงทุนต้องสะดุดลงด้วยเหตุผลหลายประการ ตั้งแต่รัฐบาลไม่นำร่องโครงสร้างพื้นฐานให้ อีกทั้งไทยเผชิญวิกฤติต้มยำกุ้ง รวมถึงการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยจนทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ผลิตเหล็กไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาการทุ่มตลาดเหล็กอย่างต่อเนื่อง โดยที่มาตรการรับมือจากรัฐบาลออกมาล่าช้ากว่าประเทศอื่น

หากดูข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยระบุว่า เมื่อปี 2558 พบว่ามีความต้องการใช้เหล็กในประเทศรวมทั้งสิ้น 16.7 ล้านตันในจำนวนนี้จะมาจากการนำเข้าสูงถึง 11.4 ล้านตัน และผู้ผลิตไทยส่งออกเหล็กได้เพียง 1.2 ล้านตัน ปี 2559 คาดว่าจะมีความต้องการใช้ในประเทศราว 17.5 ล้านตัน เฉพาะ ช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) มีความต้องการใช้แล้ว 9.9 ล้านตัน ในจำนวนนี้มีการนำเข้ามาแล้วถึง 6.4 ล้านตัน ที่เหลือใช้ในประเทศ ซึ่งผู้ผลิตไทยยังต้องรับศึกหนักจากการนำเข้า ในขณะที่ผู้บริโภค อาจได้รับผลกระทบจากเหล็กไม่ได้มาตรฐาน

เดิน 3 ยุทธศาสตร์ชิงได้เปรียบ

นายกรกฏ ผดุงจิตต์ รองประธานฝ่ายกิจการภายนอก บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม กล่าวว่า หลังจากปี2554 ที่เวียดนามเผชิญปัญหาอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ทำให้กลับมาฟื้นฟูประเทศโดยใช้ยุทธศาสตร์ 3 ทางที่ได้เปรียบกว่าใครในโซนอาเซียน ไล่ตั้งแต่ยุทธศาสตร์แรก คือการ กระตุ้นการลงทุนจากทั่วโลกโดยอาศัยค่าแรงถูกเป็นจุดขาย ยุทธศาสตร์ที่ 2 สนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี ยกตัวอย่างเช่น เดิมทีภาษีขาเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนอยู่ที่ 0% เมื่อโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนเกิดขึ้นในเวียดนาม และพร้อมผลิตขายเชิงพาณิชย์ได้ รัฐบาลจึงออกมาคุ้มครองโดยตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจาก 0% เพิ่มเป็น10% เป็นการคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศ

ตั้งเป้าอุตฯเหล็กชัดเจน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมพื้นฐานที่น่าจับตา เช่น กำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมเหล็กไว้ชัดเจนเพื่อให้เวียดนามมีการผลิตและส่งออกเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดดตลอด 10 ปีข้างหน้า อีกทั้งนำเสนอต่อองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development; OECD) โดยมีเป้าหมายของการผลิตสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดดจาก 13 ล้านตัน ในปี 2558 เพิ่มเป็น 38 ล้านตัน ภายในปี 2568 (ดูตาราง)

นอกจากนี้ ในส่วนของการส่งออก รัฐบาลเวียดนามยังกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า จะเพิ่มสัดส่วนของการส่งออกในปี 2558 ที่มีสัดส่วนคิดเป็น 15% ของการผลิตทั้งประเทศ (เท่ากับปริมาณส่งออก 1.95 ล้านตัน) จะเพิ่มจนมีสัดส่วนเป็น 25% ของการผลิตทั้งประเทศ (เท่ากับปริมาณส่งออก 9.5 ล้านตัน) ซึ่งหมายความว่า ปริมาณการส่งออกสินค้าเหล็กจากเวียดนามจะเพิ่มขึ้นด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยปีละ 17.2% ตลอด 10 ปี

ดังนั้นผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทยต้องปรับตัวเพื่อหนีไปสู่ตลาดเหล็กที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือผลิตเหล็กคุณภาพพิเศษที่เวียดนามยังผลิตไม่ได้ เช่น การผลิตเหล็กเคลือบสังกะสี อะลูมิเนียม และแมกนีเซียม ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวที่ได้รับสิทธิบัตรสินค้าดังกล่าวจากญี่ปุ่น จึงจะแข่งขันได้ โดยใช้จังหวะที่เวียดนามเพิ่งเริ่มก้าวสู่อุตสาหกรรมเหล็กเต็มตัว โดยเริ่มต้นที่ผลิตเหล็กเกรดธรรมดาเป็นส่วนใหญ่

ไทยแหยงเจอจีน-เวียดนามบีบ

ด้านดร.ฐิติกร ทรัพย์บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แอลพีเอ็น เพลทมิล จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะผู้ผลิตในประเทศว่า เวลานี้เหล็กรูปพรรณตัวซี เหล็กทำรางน้ำ จะมีการนำเข้ามาจากเวียดนาม โดยที่เวียดนามนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน เพื่อนำมาผลิตเป็นเหล็กราง เหล็กตัวซีแล้วส่งมาขายในไทยในราคาไม่ต่างจากที่จีนส่งมาขายในไทย นับจากนี้ไป จะยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น เนื่องจากปี 2560 เวียดนามจะผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนได้เอง จะทำให้ผู้ผลิตไทยอย่างกลุ่มทุนสหวิริยา สตีล และกลุ่มจี สตีล รวมถึงกลุ่มแอลพีเอ็น เพลท มิลฯ จะได้รับผลกระทบในแง่การแข่งขัน โดยรับศึกหนักที่แข่งขันกับทั้งจีนและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตไทยจะรับมือได้หรือไม่ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่ที่ มาตรการตอบโตการทุ่มตลาดหรือเอดีจะต้องประกาศใช้ให้เร็วขึ้น อีกทั้งขั้นตอนการนำเข้าจะต้องยากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งแปลว่ารัฐบาลจะต้องเร่งเครื่องในการรับมือให้เร็วกว่านี้ทั้งเรื่องการกำหนดมาตรฐานและมาตรการตอบโต้

จะเห็นว่านโยบายของรัฐบาลเวียดนามมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าทุกชนิดโดยอาศัยความได้เปรียบที่มีทุกด้าน ตั้งแต่ค่าแรงถูก มีแรงงานอายุอยู่ในวัยทำงานเฉลี่ยอายุ 20-30 ปี และมีตลาดบริโภคในประเทศมากกว่า 90 ล้านคน อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบด้านข้อตกลงทางการค้า หลังจากที่เวียดนามได้บรรลุความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ)กับสหภาพยุโรป หรืออียูแล้ว คาดจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ นอกจากนี้เวียดนามยังเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือทีพีพี ที่มีสหรัฐฯเป็นแกนนำ และเป็นตลาดใหญ่สุดในกลุ่ม ซึ่งทีพีพีนี้ 12 ประเทศสมาชิกได้ลงนามความตกลงไปแล้ว

จากความได้เปรียบดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตเหล็กเวียดนาม พร้อมที่จะดำเนินธุรกิจส่งออกด้วยการทุ่มตลาดไปยังตลาดในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคตกำลังจะเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยเฉพาะเหล็กเคลือบทั้งภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยที่จะพ่ายเวียดนามทั้งในแง่ปริมาณการผลิต การบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกที่มีสัดส่วนมากกว่าไทยจึงจับตามองเวียดนาม

ดังนั้นไทยจำเป็นต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดและรับมือให้ได้อย่างเท่าทัน !

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 28 – 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

http://www.thansettakij.com/2016/08/30/90745
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 1st, 2016, 07:13 PM   #3173
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

"อาเซียน" บูมลงทุน R&D สู่ฮับ "วิจัย-นวัตกรรม" อนาคต

updated: 01 ก.ย. 2559 เวลา 20:50:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันล้วนขับเคลื่อนด้วย "นวัตกรรม" ทั้งสิ้น ขณะที่สมาชิกอาเซียนต้องดิ้นรนพัฒนาสร้างจุดแข็งของการเป็น "ตลาดเกิดใหม่" เพื่อช่วงชิงการลงทุนในเวทีการค้าโลกมากขึ้น เนื่องจากลำพังทรัพยากรภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ จึงเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับทุกประเทศในภูมิภาคนี้

หน่วยธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา & วิทยาศาสตร์ (IP & Science) ภายใต้องค์กร "ทอมสัน รอยเตอร์ส" ระบุว่า การเติบโตด้านนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มอาจจะเป็น "ศูนย์กลางทางด้านการวิจัยและนวัตกรรม" ที่รุ่งเรืองในอนาคต ด้วยปัจจัยที่เป็นตลาดเกิดใหม่ และต้องการดึงดูดภาคลงทุนจากต่างประเทศค่อนข้างมาก ทำให้บริษัทข้ามชาติจากทั่วโลกมุ่งเข้ามาช่วยพัฒนาด้านนวัตกรรมไม่ขาดสาย

รายงานการวิจัยฉบับล่าสุดระบุว่ากลุ่มประเทศอาเซียนมีสัดส่วนผลงานทางด้านบทความวิทยาศาสตร์ในโลกเพิ่มขึ้นเกือบ2 เท่า วัดได้จากฐานข้อมูล Web of Science ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยจาก 1.37% ในปี 2549 เป็น 2.43% ในปี 2558

และสำหรับผลิตผลทางด้านงานวิจัยประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่า มีผลงานเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ทั่วโลกมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นประมาณ 50%

สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลทุกประเทศในชาติอาเซียนให้ความสนใจ และมุ่งลงทุนการทำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม ต่างมีผลิตผลทางด้านบทความงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในทศวรรษที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนรวมกันเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 300% ระหว่างปี 2549-2558



ด้วยการลงทุนด้านงานวิจัยที่เพิ่มส่งผลให้ความเคลื่อนไหวด้านการยื่นขอจดสิทธิบัตรในกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีสัดส่วนมากกว่า 40% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนจำนวนการยื่นขอจดสิทธิบัตรทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 9% ในปี 2549 เป็น 12.5% ในปี 2558 แสดงให้เห็นว่า การลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศในแถบอาเซียนเริ่มจะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม หรือกล่าวได้ว่ามีการวิจัยที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์

สำหรับเทคโนโลยีที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนมุ่งให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีที่มีความคล้ายคลึงกันโดยอ้างอิงข้อมูลจากการจดสิทธิบัตรได้แก่ ด้านเคมี เกษตรศาสตร์ และแพทยศาสตร์ แต่ไม่ค่อยเน้นไปที่ด้าน "โทรคมนาคม" มากนัก ขณะที่ประเทศไทยพบว่ามีความแตกต่างเล็กน้อย โดยมุ่งการวิจัยทางด้าน "วิศวกรรมศาสตร์" อีก 1 ประเภท ปัจจัยนี้เองที่เชื่อว่าอาจเป็นข้อได้เปรียบของไทยในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความสามารถ รวมถึงประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีขั้นสูงด้วย

แม้ภาพรวมของการทำวิจัยในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจอย่างไรก็ตามข้อมูลแบบรายประเทศพบว่ายังมีความแตกต่างที่หลากหลาย โดยนายบ๊อบ สเต็มบริดจ์ ประธานการทำวิจัย และ ดร.ซี ดิว เซ็ง ที่ปรึกษาด้านการแก้ปัญหาของทอมสัน รอยเตอร์ส กล่าวว่า "เราแยกคุณภาพของงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของแต่ละประเทศในอาเซียน โดยมีการจัดทำแบ่งเป็น 4 กลุ่มที่มีคุณภาพในระดับใกล้เคียงกัน ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) ไทย มาเลเซีย 3) อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม บรูไน และ 4) เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา"

ทั้งนี้ ผลิตผลงานวิจัยในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มนักวิจัยในสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย คิดเป็น 85% ของบทความงานวิจัยทั้งหมดในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานโลกนั่นเอง

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียนต่างก็มีจำนวนผลิตผลงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก เมื่อเทียบกับสหรัฐ และกลุ่มสหภาพยุโรป (EU)

ความเคลื่อนไหวการอ้างอิงบทความวิจัย รวมถึงการดำเนินการด้านการจดสิทธิบัตร บ่งชี้ว่า ตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับภูมิภาคอาเซียน กำลังพัฒนาในทิศทางที่ถูกต้อง ส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันสมาชิกบางประเทศจำเป็นต้องพิจารณาปัญหา "ความเหลื่อมล้ำ" ด้านนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อให้สามารถเติบโตได้ทันประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1472630462
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 3rd, 2016, 11:54 AM   #3174
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

เวียดนาม-มาเลย์บุกหนักลาว "ไทย" รั้งท้ายอันดับ 5

updated: 02 ก.ย. 2559 เวลา 08:30:00 น.
คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กฤษณา ไพฑูรย์

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางไปเยือน "ลาวใต้" ในฐานะนักเรียนหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง (บสก.) รุ่นที่ 6 ของสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ณ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อศึกษาดูงานส่วนภูมิภาคตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

การเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง ด่านแรกต้องเข้าพบเพื่อทำการคารวะเจ้าของบ้าน คือเจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งปรากฏว่า ท่านติดภารกิจด่วน จึงมอบให้ ท่านบวลีน วงพะจัน รองเจ้าแขวงมาต้อนรับคณะของเราก่อนจะไปศึกษาดูงานสถานีโทรภาพ ประจำแขวง และศึกษาดูงาน บริษัท ซี.พี. ลาว จำกัด ในลำดับถัดไป

การเข้าพบครั้งนี้ทำให้ได้รับทราบข้อมูลแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 8 ของลาว (2559-2563) ซึ่งตั้งเป้าหมายจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 7.5% ของจีดีพี

โดยช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลลาวได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติในการหารายได้เข้าประเทศ ด้วยการดึงดูดนักธุรกิจเข้าไปลงทุนมีการส่งเสริมการลงทุน และให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เปรียบเหมือนกับบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)ของไทย มีการให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุนและทรัพย์สินของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงอนุญาตให้นักลงทุนสามารถเช่าที่ดิน และโอนสิทธิและผลประโยชน์จากการเช่าที่ดินได้

ที่สำคัญ มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อสร้างงาน และสร้างรายได้เข้าประเทศเช่นเดียวกับไทย ส่งผลให้ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้าไปลงทุนใน สปป.ลาวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลของกรมส่งเสริมการลงทุน ณ นครเวียงจันทน์ ระบุว่า ในปี 2558 เวียดนาม ถือเป็นชาติที่เข้ามาลงทุนใน สปป.ลาวมากที่สุดถึง 36.76% รองลงมาเป็นมาเลเซีย มีการลงทุนถึง 33.94% ตามด้วยจีน ลงทุน 7.01% ฮ่องกง ลงทุน 1.46% อังกฤษ ลงทุน 0.32% ไทย ลงทุน 0.18% อินโดนีเซีย ลงทุน 0.04% และญี่ปุ่น ลงทุน 0.02% ขณะที่นักลงทุนลาวเองลงทุนเป็นอันดับ 3 มีประมาณ 20.25%

โดยธุรกิจที่ผู้ประกอบการสนใจเข้าไปลงทุน มี 7 ประเภท ได้แก่ 1.การลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้า (Electricity Generation) มากถึง 44.78% โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยมีหลายโครงการ

2.การลงทุนในธุรกิจเกษตร 36.76% ซึ่งมียักษ์ใหญ่ด้านเกษตรปศุสัตว์ครบวงจรอย่าง ซี.พี. เข้าไปลงทุนด้านพันธุ์สัตว์ ตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และโรงงานแปรรูป นอกจากนี้มีบริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด ในกลุ่มมิตรผล ได้รับสัมปทานในการปลูกอ้อยและก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลจากรัฐบาล สปป.ลาว ที่เมืองอุทุมพร แขวงสะหวันนะเขต และเมืองเซบั้งไฟ แขวงคำม่วน

3.การลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ 14.49% 4.การลงทุนในอุตสาหกรรม และหัตถกรรม 2.89% 5.ธุรกิจบริการ 0.91% 6.ธุรกิจสิ่งทอ 0.11% 7.ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร 0.04%

สอดรับกับข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปัจจุบัน สปป.ลาวเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทยในกลุ่มประเทศอาเซียนใหม่ (CLMV) โดยมีมูลค่าส่งออกของไทยไป สปป.ลาว สูงถึงประมาณ 1.8 แสนล้าน

ในปี 2558 สปป.ลาวมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 25 ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การขยายตัวของเศรษฐกิจ สปป.ลาวในช่วง 2553-2558 มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.8 ต่อปี และในปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 ต่อปี ทำให้ประชาชนลาวมีรายได้สูงขึ้น ขณะที่การผลิตสินค้าใน สปป.ลาว ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่ขยายตัวสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสของไทยในการขยายตลาดสินค้า

โดยสินค้าของไทยที่ได้รับความนิยมในการอุปโภคบริโภคของประชาชนลาวและเป็นโอกาสในการส่งออกของไทยเป็นพวกสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่นผงชูรส สินค้าประเภทน้ำตาล น้ำปลา กะปิ น้ำมันพืชซอสปรุงรส สินค้าอุปโภคที่จำเป็น เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมถึงรองเท้า และผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่าง ๆ อาทิ ครีมบำรุงผิวที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวหน้าแลดูอ่อนกว่าวัย ช่วยลบเลือนริ้วรอย ให้ผิวหน้ากระจ่างใส รวมถึงครีมกันแดด เป็นต้น

นอกจากนี้ สปป.ลาว ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทยเป็นระยะทาง ประมาณ 1,800 กิโลเมตร หรือครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด ทำให้เอื้อต่อการขนส่งสินค้าผ่านทางการค้าชายแดน และการคมนาคมขนส่งระหว่างไทย และ สปป.ลาวมีแนวโน้มคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการเปิดใช้เส้นทางคมนาคมใหม่ ๆ และเปิดสะพานมิตรภาพเชื่อมโยงระหว่างกันถึง 5 จุด

ที่สำคัญ เท่าที่ทราบหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สินค้าอุปโภคบริโภคของไทยถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนลาวมากที่สุด หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียด้วยกัน ดังนั้นนักธุรกิจไทยจะมัวแต่จด ๆ จ้อง ๆ ในการเข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว คงไม่ได้แล้ว เพราะวันนี้ เวียดนาม มาเลเซีย จีน ฮ่องกง อังกฤษ ได้เข้าไปลงทุนแซงหน้าไทยไปแล้ว โดยมีอินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ตามหลัง หายใจรดต้นคอ "ไทย" เพียงนิดเดียว

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1472717356
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 4th, 2016, 07:45 PM   #3175
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 63,929
Likes (Received): 3086

อินเดียเซ็นข้อตกลงเวียดนาม 12 ฉบับ พร้อมจัดวงเงิน $500 ล้าน เสริมความร่วมมือการป้องกัน

โดย MGR Online
4 กันยายน 2559 15:32 น.

รอยเตอร์/เอเอฟพี - นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้เสนอวงเงิน 500 ล้านดอลลาร์ สำหรับความร่วมมือด้านการป้องกันให้แก่เวียดนามเมื่อวันเสาร์ (3) ที่จะช่วยให้เวียดนามยกระดับการป้องปรามทางทหารท่ามกลางความขัดแย้งในทะเลจีนใต้

ข้อตกลงดังกล่าวเป็นหนึ่งในบรรดาข้อตกลงความร่วมมือ 12 ฉบับ ที่ลงนามในกรุงฮานอย ระหว่างผู้นำอินเดีย และนายกรัฐมนตรีเหวียน ซวน ฟุ้ก ในการเยือนเวียดนามครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีแดนภารตะในรอบ 15 ปี

อินเดีย และเวียดนามต่างมีแนวพรมแดน และปริมาณการค้าขนาดใหญ่กับจีน และมีปัญหาติดขัดกับปักกิ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทดินแดนในเทือกเขาหิมาลัย และทะเลจีนใต้ตามลำดับ

ทั้งสองประเทศกำลังเสริมแสนยานุภาพด้านการป้องกันของตนเอง และในกรณีของอินเดีย ที่มีอุตสาหกรรมการป้องกันของประเทศ กำลังส่งเสริมจรวดร่อน “บราห์มอส” ความเร็วซูเปอร์โซนิก ที่อินเดียกระตือรือร้นที่จะขายจรวดดังกล่าวให้แก่เวียดนาม และอีก 4 ประเทศ ตามรายงานของรัฐบาลที่รอยเตอร์ได้รับเมื่อเดือน มิ.ย.

ในการแถลงข่าว ผู้นำอินเดียกล่าวว่า วงเงินดังกล่าวเป็นการอำนวยความสะดวกในความร่วมมือด้านการป้องกันร่วมกัน และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่จะนำไปสู่ความมั่นคง ความปลอดภัย และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

“ผมยินดีที่จะประกาศวงเงินด้านการป้องกันใหม่สำหรับเวียดนาม จำนวน 500 ล้านดอลลาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในความร่วมมือด้านการป้องกันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ผู้นำอินเดีย กล่าวต่อผู้สื่อข่าวหลังการลงนามข้อตกลง

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เวียดนามอยู่ระหว่างการเสริมแสนยานุภาพทางทหารเพื่อการป้องปราม เพื่อรักษาความปลอดภัยของเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะ 200 ไมล์ทะเล ในขณะที่จีนขยายการอ้างกรรมสิทธิ์ในน่านน้ำทะเลจีนใต้

ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เวียดนามอยู่ในตลาดเครื่องบินรบ และระบบจรวดขั้นสูง นอกเหนือไปจากเรือดำน้ำชั้นคิโล 6 ลำ ที่เวียดนามซื้อมาจากรัสเซีย ที่ลำสุดท้ายจะจัดส่งในปลายปีนี้

ข้อตกลง 12 ฉบับที่ลงนามในวันเสาร์ (3) ยังครอบคลุมถึงสาธารณสุข การรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ การต่อเรือ การปฏิบัติการรักษาสันติภาพสหประชาชาติ และการแบ่งปันข้อมูลทางเรือ รวมทั้งข้อตกลง 5 ล้านดอลลาร์ในการสร้างอุทยานเทคโนโลยีใน จ.ญาจาง

เวียดนามกำลังผลักดันที่จะกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในภาคเทคโนโลยีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเวียดนามองไปที่การส่งออกที่แตกต่างหลากหลายนอกเหนือไปจากภาคการผลิต และการเกษตร

ผู้นำทั้งสองประเทศกล่าวว่า ความสัมพันธ์จะพัฒนาขึ้นไปสู่ระดับของความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม และการค้าทวิภาคีจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2563

เวียดนามเป็นผู้นำเข้าอาวุธใหญ่ที่สุดอันดับ 8 ของโลก ระหว่างปี 2554-2558 ตามการระบุของสถาบันศึกษาสันติภาพนานาชาติแห่งสตอกโฮล์ม (SIPRI) ปรับขึ้นจากอันดับ 43 ในช่วง 5 ปีก่อนหน้านั้น

ชาติคอมมิวนิสต์กำลังเพิ่มการมองหาหุ้นส่วนใหม่ๆ เพื่อแทนที่ หรือยกระดับอุปกรณ์ทางทหารยุคโซเวียตให้ทันสมัย รวมทั้งสหรัฐฯ ที่ยกเลิกมาตรการห้ามค้าอาวุธกับเวียดนามเมื่อเดือน พ.ค.

คาร์ล เธอเยอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนาม กล่าวว่า การเยือนเวียดนามของผู้นำอินเดีย เป็นวิธีของเวียดนามในการแสดงให้เห็นว่า เวียดนามมีเพื่อนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9590000088742
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2016, 07:24 AM   #3176
WalkerEmp
Registered User
 
WalkerEmp's Avatar
 
Join Date: Feb 2012
Posts: 934
Likes (Received): 1052

งัดแผนสำรอง "ทีพีพี" ล่ม

ประชาชาติธุรกิจ 8 ก.ย. 2559

แม้ทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะยืนยันเสียงแข็งว่า "ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก" หรือ "ทีพีพี" ยังคงสามารถผ่านความเห็นชอบให้ "สัตยาบัน" รับรองของรัฐสภา ออกมาบังคับใช้ได้ก่อนถึงสิ้นปีนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โอกาสที่จะเกิดขึ้นนับวันยิ่งเรียวลงทุกที

ขณะนี้เป็นช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ไม่เพียงแค่ตัวแทนพรรคที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเท่านั้น ยังรวมถึง ส.ส.และ ส.ว.ทั้งหลายที่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ รัฐสภาอเมริกันจึงเหมือนพักการทำงานไปโดยปริยาย

โอกาสที่จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายใด ๆ อีก ภายในปีนี้มีอีกครั้งหลังเลือกตั้งแล้วเสร็จในวันที่ 9 พฤศจิกายน ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาวกันตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสไปจนหลังปีใหม่ ในช่วงเวลาสั้น ๆ 1-2 สัปดาห์ดังกล่าวอาจมีการประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญ ๆ กันอีกครั้ง แต่ไม่น่าจะใช่การประชุมเพื่อให้สัตยาบัน ความตกลงทีพีพีที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี "บารัก โอบามา" ไปเจรจาทำความตกลงกันไว้กับ 11 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ร่างกฎหมายที่จะผ่านความเห็นชอบในช่วงเวลาอย่างนี้นอกจากจะมีความสำคัญสูงแล้วทั้ง2 พรรคยังจำเป็นต้องให้ความเห็นชอบกับกฎหมายดังกล่าวสูงมาก ตรงกันข้ามกับความตกลง "ทีพีพี" ที่ไม่เพียงแกนนำหลาย ๆ คนของพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วยอย่างมาก แม้แต่สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนไม่น้อยที่คัดค้าน

อ่านต่อ> http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1473230490
__________________

wwc234, skycover, nawat001 liked this post
WalkerEmp no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2016, 08:35 AM   #3177
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 16,178
Likes (Received): 3532

ขอให้แท้งเวียดนามจะได้หงายเงิบ
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2016, 08:39 AM   #3178
skycover
Registered User
 
skycover's Avatar
 
Join Date: Aug 2011
Posts: 1,451
Likes (Received): 1073

Quote:
Originally Posted by WalkerEmp View Post
งัดแผนสำรอง "ทีพีพี" ล่ม

ประชาชาติธุรกิจ 8 ก.ย. 2559

แม้ทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะยืนยันเสียงแข็งว่า "ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก" หรือ "ทีพีพี" ยังคงสามารถผ่านความเห็นชอบให้ "สัตยาบัน" รับรองของรัฐสภา ออกมาบังคับใช้ได้ก่อนถึงสิ้นปีนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โอกาสที่จะเกิดขึ้นนับวันยิ่งเรียวลงทุกที

ขณะนี้เป็นช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ไม่เพียงแค่ตัวแทนพรรคที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเท่านั้น ยังรวมถึง ส.ส.และ ส.ว.ทั้งหลายที่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ รัฐสภาอเมริกันจึงเหมือนพักการทำงานไปโดยปริยาย

โอกาสที่จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายใด ๆ อีก ภายในปีนี้มีอีกครั้งหลังเลือกตั้งแล้วเสร็จในวันที่ 9 พฤศจิกายน ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาวกันตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสไปจนหลังปีใหม่ ในช่วงเวลาสั้น ๆ 1-2 สัปดาห์ดังกล่าวอาจมีการประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญ ๆ กันอีกครั้ง แต่ไม่น่าจะใช่การประชุมเพื่อให้สัตยาบัน ความตกลงทีพีพีที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี "บารัก โอบามา" ไปเจรจาทำความตกลงกันไว้กับ 11 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ร่างกฎหมายที่จะผ่านความเห็นชอบในช่วงเวลาอย่างนี้นอกจากจะมีความสำคัญสูงแล้วทั้ง2 พรรคยังจำเป็นต้องให้ความเห็นชอบกับกฎหมายดังกล่าวสูงมาก ตรงกันข้ามกับความตกลง "ทีพีพี" ที่ไม่เพียงแกนนำหลาย ๆ คนของพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วยอย่างมาก แม้แต่สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนไม่น้อยที่คัดค้าน

อ่านต่อ> http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1473230490
เอาง่ายๆครับ ถ้า trump ขึ้น ล้มแน่ๆ แต่ถ้า ฮิลลารี่ ขึ้น มีสิทธิล้ม 50:50 แนวโน้ม ส่วนใหญ่เห็นว่าควรล้ม แถมล่าสุดตัวเลข ภาคอุตสาหกรรมการผลิต อเมริกา วิกฤตมาก ถ้า trump ขึ้นมาคงไม่สนับสนุน นโยบายแบบให้ย้ายการผลิตออก แล้วกอดกระดาษเก็งกำไรกันเหมือนปัจจุบัน ผมถึงบอกแต่ต้นแล้วว่าอย่าไปตื้นเต้นกับ TPP มันเป็นของเล่น ของอเมริกา ที่จะหาพันธมิตรมากกว่า
__________________

wwc234 liked this post
skycover no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2016, 03:56 PM   #3179
nawat001
Registered User
 
nawat001's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 4,782
Likes (Received): 2055

ถ้าล่มเราจะได้เปรียบจากคู่แข่งทางการค้ามาก
__________________
ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด
เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก
รวมภาพเมืองระยอง >>>
To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

skycover liked this post
nawat001 no está en línea   Reply With Quote
Old September 9th, 2016, 01:51 AM   #3180
skycover
Registered User
 
skycover's Avatar
 
Join Date: Aug 2011
Posts: 1,451
Likes (Received): 1073

Quote:
Originally Posted by nawat001 View Post
ถ้าล่มเราจะได้เปรียบจากคู่แข่งทางการค้ามาก
พวกอุตสาหกรรมที่ย้ายไปๆ คงปวดกระบาล โดยเฉพาะจีนที่ย้ายอุตสาหกรรมสิ่งทอ จากประเทศตัวเองมาลงเวียดนาม หวังใช้สิทธิ TPP ส่งขายประเทศต่างๆคงเซ็ง พวกอุตสากรรมอิเล็กโทรนิค หรือยานยนต์ เห็นแบบนี้คงเบรคไปลงเวียดนามกันหมดแล้ว ถ้ามองระยะยาวยังไงไทยยังได้เปรียบกว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานกับภูมิศาสตร์ ถ้าล่มจริงๆก็น่าสงสารเค้านะ กำลังจะรุ่งหลายรอบเจอตอทุกครั้ง ตั้งแต่ 2008 เจอแฮมเบอร์เข้าไปนี่ไปไม่เป็น เจอเงินเฟ้ออีก รอบนี้กำลังจะรุ่งอุตส่าเอาตัวเองไปอิงอเมริกาเพื่อหวังด้านเศรษฐกิจและลดอิทธิพลด้านเศรษฐกิจกับจีน ดันมาเจอ TPP ล่มอีก ผมว่ารอดูปีหน้าหลังเลือกตั้ง ปธน สหรัฐ ถ้าทรัมป์ขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เวียดนามมีปัญหาแน่นอน GDP ชลอแน่
__________________

wwc234 liked this post
skycover no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:31 PM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2016, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu