daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Reply

 
Thread Tools
Old Yesterday, 06:33 AM   #5101
Oasis-Bangkok
Ploy and Palm Family
 
Oasis-Bangkok's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Bangkok
Posts: 4,260
Likes (Received): 3338



By >> no name

From flickr.com

คุณคิดยังไงกับป้ายนี้
Oasis-Bangkok no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old Yesterday, 03:54 PM   #5102
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 6,545
Likes (Received): 1904

สำหรับบางคน (เช่นผม บ้านอยู่ใกล้สถานีรถไฟ) มันก็สะดวกนะครับ

ประหยัด สำหรับคนเดินทางไกลๆ จริงๆ การได้นอนไปในราคาไม่ถึงพัน ก็โอเค ประหยัดดี
หรือจะเป็นคนรายได้ต่ำ นั่งชั้น 3 มันก็ประหยัดได้โขอยู่ (ถ้าเงินในกระเป๋าไม่หมดไปกับเหล้า ซะก่อนถึงปลายทาง)
__________________
พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว
W E T H E K I N G B H U M I B H O L

เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....
marut no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:38 PM   #5103
UbonTrakarn
Registered User
 
UbonTrakarn's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Location: UBP-BKK-HKT
Posts: 1,543
Likes (Received): 415



ส่วน "รวดเร็ว" นี่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกันนะครับ 5555
__________________
เถลิงประเทศชาติไทย ทวีมีชัย ชโย

marut liked this post
UbonTrakarn no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 06:10 AM   #5104
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 3,129
Likes (Received): 764

“คมนาคม” เผยงบปี 58 สรุปที่ 1.46 แสนล้าน กรมทางหลวง-รถไฟได้มากสุด


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2557 08:51 น.

มนาคมเคาะงบปี 58 ที่ 1.46 แสนล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 10.35% โดยเป็นงบลงทุนถึง 1.08 แสนล้าน เตรียมชี้แจง คสช. 29 ก.ค.นี้ “สร้อยทิพย์” เผยการเบิกจ่ายงบปี 57 ล่าสุดได้ 75% เกณฑ์น่าพอใจ

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหัวหน้าหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยสรุปกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี 2558 รวมทั้งสิ้น 146,781.42 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2557 ประมาณ 10.35% โดยแบ่งเป็นงบลงทุน 108,845.87 ล้านบาท (หน่วยงานราชการ 100,687.38 ล้านบาท หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 8,158.49 ล้านบาท) โดยจะประชุมร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 และชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วาระ 1 วันที่ 1 สิงหาคม วาระ 2 วันที่ 1 สิงหาคม-5 กันยายน วาระ 3 วันที่ 9 กันยายน และทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 15 กันยายน

ทั้งนี้ กรมทางหลวง (ทล.) ได้งบประมาณมากที่สุด 61,378.37 ล้านบาท รองลงมาคือ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รับงบ 40,596.73 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้รับ 19,298.21 ล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รับ 9,664.31 ล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รับ 3,500.15 ล้านบาท

“ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนบริหารงานของ คสช. ซึ่งมีประเด็นหลัก เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โดยมอบหมายให้กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จัดทำโครงข่ายถนนที่เชื่อมต่อด่านชายแดนที่กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ ซึ่งจะเพิ่มจาก 18 ด่านในปัจจุบันเป็น 68 ด่านในปี 2558 ซึ่งจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งจะนำเสนอแผนต่อ คสช.ต่อไป รวมถึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเข้ามาพร้อมกับการเปิด AEC ซึ่งต้องเข้มงวดในทุกขั้นตอน ทั้งตัวสถานี ยานพาหนะ และบุคคลที่ผ่านเข้าออก โดยประสานงานร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข” นางสร้อยทิพย์กล่าว

ส่วนงบประมาณปี 2557 ล่าสุดภาพรวมมีการเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 75% แม้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ 95% แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2556 และค่อนข้างพอใจเนื่องจากปี 2556 ถึงปี 2557 ที่มีการชุมนุมต่อเนื่อง โดยในช่วงท้ายปีงบประมาณ 2557 นี้หน่วยงานยืนยันว่าจะเร่งรัดได้มาก เนื่องจากได้มีการเตรียมแผนการก่อสร้างไว้แล้วเมื่อได้รับอนุมัติสามารถดำเนินการได้ทันที พร้อมกันนี้จะเร่งผูกพันในส่วนของงบโครงการต่างๆ ด้วย


http://www.manager.co.th/iBizChannel...=9570000082550

คมนาคมวางกรอบลงทุนปี′58 วงเงิน 1.46 แสนล้าน "ทางหลวง-ทางหลวงชนบท-การรถไฟอู้ฟู่

updated: 21 ก.ค. 2557 เวลา 20:03:35 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ปลัดคมนาคมจี้หน่วยงานราชการเบิกจ่ายงบค้างท่อปี’57 ยังเหลืออีกกว่า 6.9 หมื่นล้าน เผยปี’58 ได้รับงบฯ 1.46 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 10.35% ทางหลวงนำโด่ง 6.1 หมื่นล้าน ทางหลวงชนบทกว่า 4 หมื่นล้าน การรถไฟฯไม่น้อยหน้าทะลุ 1.9 หมื่นล้าน เร่ง 3 หน่วยงาน”บขส.-ขสมก.”เคลียร์พื้นที่ย่านพหลโยธิน ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง”บางซื่อ-รังสิต”


นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้ประชุมติดตามงานในส่วนของหน่วยราชการ เพื่อถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติตามนโยบาย คำสั่ง และประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รวมทั้งติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปี 2557 วงเงิน 133,015.13 ล้านบาท ซึ่งมีผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา จำนวน 63,308.96 ล้านบาท หรือ47.60% โดยการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม จำนวน 8,366.17 ล้านบาท ซึ่งยังเหลืออีกกว่า 69,707 ล้านบาท และคาดว่าถึงสิ้นเดือนกันยายนี้จะเบิกจ่ายได้ถึงประมาณ 70-75% ใกล้เคียงกับเป้าหมายของรัฐบาล

สำหรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 นั้น ทางกระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ วงเงินรวม 146,781.4206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 13,766.2880 ล้านบาท หรือ10.35% โดยแยกเป็น 1.งบประมาณสำหรับส่วนราชการ จำนวน 112,382 ล้านบาท แยกเป็นงบประจำ จำนวน 11,694 ล้านบาทและงบลงทุน จำนวน 100,687 ล้านบาท

โดยหน่วยงานที่ได้สูงสุดได้แก่ กรมทางหลวง(ทล.) จำนวน 61,378 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จำนวน 40,596 ล้านบาท กรมเจ้าท่า(จท.) จำนวน 4,818 ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) จำนวน 2,911 ล้านบาท กรมการบินพลเรือน(บพ.) จำนวน 1,708 ล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) จำนวน 513 ล้านบาทและสำนักปลัดกระทรวงคมนาคม จำนวน 454 ล้านบาท

และ2.งบประมาณสำหรับรัฐวิสาหกิจได้รับจัดสรรอยู่ที่ 34,399 ล้านบาท แยกเป็นงบประจำ 26,240 ล้านบาทและงบลงทุน จำนวน 8,158 ล้านบาท โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ได้รับจัดสรรสูงสุดอยู่ที่ จำนวน 19,298 ล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) จำนวน 9,664 ล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) จำนวน 3,500 ล้านบาท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) จำนว 1,700 ล้านบาท

ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ติดตามการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่จะต้องพัฒนา เช่น ถนน รถไฟ เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาช่องทางเข้า–ออกประเทศในเรื่องการป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารการพัฒนาท่าอากาศยาน ทั้ง 28 แห่งทั่วประเทศ ที่ยังล่าช้า

“จะต่อยอดการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมของวัสดุก่อสร้างผิวทาง โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาภาพรวมของอุตสาหกรรมยางพาราที่ล้นตลาด ตั้งแต่ปี 2558 นี้กรมทางหลวงจะนำมาขยายผลมาใช้งานมากขึ้น“

นางสร้อยทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะผิดกฎหมาย โดยกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดพื้นที่สำนักงานขนส่ง เมื่อวันที่ 19 - 20 กรกฎาคม ที่ผานมา ให้บริการตรวจสอบรถตู้โดยสารที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือไว้ จำนวน 5,549 คัน เพื่อรับสติ๊กเกอร์อนุญาตให้บริการนั้น มีรถตู้ที่ลงทะเบียนมาตรวจสภาพเพื่อรับสติ๊กเกอร์ จำนวน 3,643 คัน มีผ่านเกณฑ์ จำนวน 2,609 คัน ซึ่งรถตู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้วจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องในการเดินรถต่อไป ส่วนรถตู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 1,034 คัน ให้กลับไปแก้ไขในส่วนที่ไม่ถูกต้องและมารับการตรวจสภาพใหม่อีกครั้งตามวันที่กำหนด

ในขณะเดียวกันปลัดกระทรวงคมนาคม ยังได้ติดตามปัญหาการจัดสรรพื้นที่บริเวณย่านพหลโยธินด้วย เพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่จะใช้ที่ดินบริเวณดังกล่าวมาก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ โดยผลสรุปในที่ประชุมให้ 3 หน่วยงาน ได้แก่ การรถไฟฯ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) และขสมก. เร่งจัดทำแผนการย้ายสถานีขนส่งโดยสารที่หมอชิตใหม่ไปยังพื้นที่ใหม่

พร้อมกับ มอบหมายให้สนข. จัดทำแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการจราจร โดยพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อมารองรับการเดินทางในบริเวณดังกล่าวด้วย หลังจากที่ได้มีการย้ายไปยังที่ใหม่แล้ว คาดว่าจะย้ายออกทั้งหมดภายในปี2560 พร้อมกับการเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง

ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่จะทำการก่อสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่ ประกอบด้วย บริเวณเมืองทองธานี ,บริเวณรังสิต และบริเวณดอนเมืองฝั่งซ้าย และฝั่งขวา จะใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 100 ไร่ขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคสช.พิจารณา โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท แยกเป็นค่าซื้อที่ดิน 1,500 ล้านบาท และค่าก่อสร้างสถานีประมาณ 2,500 ล้านบาท


http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1405947955

Last edited by wwc234; Today at 08:05 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 06:32 AM   #5105
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,739
Likes (Received): 719

จริงๆโครงการเปลี่ยนราง1.435 เมตร เท่าที่ตามดูเหมือนจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงสมัยประชาธิปัตย์มาสานต่อ
แต่แก้เขินไม่อยากใช้คำว่ารถไฟความเร็วสูง เพราะกลัวจะโดนวิจารณ์อีกว่าทำไมรัฐบาลทหารทำได้ แต่ยิ่งลักษณ์ทำไม่ได้ เลยใช้คำว่ารถไฟราง1.435 เมตรแทน ซึ่งแน่นอนว่าแฟนคลับอย่างดร.สามารถ ก็ไม่เห็นออกมาวิจารณ์อะไร
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 09:03 AM   #5106
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 3,129
Likes (Received): 764

รฟท.จ่อชงรถไฟรางคู่14สาย-3.6แสนล. วิพากษ์‘รถไฟความเร็วสูง’ทำคุ้ม-ไม่คุ้ม

ชุลีพร บุตรโคตร ศูนย์ข่าว TCIJ 18 มิถุนายน 2557

ย้อนความเห็นนักวิชาการวิพากษ์รถไฟความเร็วสูง‘คุ้ม-ไม่คุ้ม’ ขณะที่คสช.เบรกโครงการเมกะโปรเจค ให้เดินหน้าแค่รถไฟรางคู่ใน14เส้นทางที่รฟท.เตรียมเสนอในสัปดาห์นี้ก่อน ด้วยงบประมาณ3.6แสนล้าน จาก3ล้านล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ
ในการศึกษาประเด็นรถไฟฟ้าความเร็วสูง สร้างแล้วคุ้มหรือไม่ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงก่อนหน้านี้ว่า อาจจะเดินหน้าโครงการต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศหลังหยุดชะงักมาหลายปี

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาเปิดเผยโร้คแม้ปทางเศรษฐกิจ ซึ่งหนึ่งในแนวทางเดินหน้าทางเศรษฐกิจครั้งนี้ระบุว่า จะมีการนำโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่รัฐบาลเดิมเคยริเริ่มไว้กลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในนั้นคือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่เคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมถึงความคุ้มค่าต่าง ๆ

กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ ต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 3 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครง ระหว่างปี 2558-2565 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ แต่ขอให้ตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกจากแผนไปก่อน

ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมกลับไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะนำใช้ในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และนำกลับมาเสนอให้พล.อ.อ.ประจิน พิจารณาอีกครั้ง ก่อนวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งแผนการใช้เงินต้องมีการระบุรายละเอียดการใช้เงินแต่ละปีชัดเจน

“ที่ประชุมให้ตัดโครงการไฮสปีดเทรนออกไปก่อน เพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นโครงการจำเป็นเร่งด่วน ไม่ต้องรีบทำ โดยหากในอนาคตกระทรวงจะนำเสนอเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าวงเงินโดยรวมมากกว่าวงเงินตาม พ.ร.บ.เงินกู้ของรัฐบาลที่แล้ว เนื่องจากพล.อ.อ.ประจินต้องการให้มีการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ในภาพรวมพร้อมกันทั้งหมด ทั้งทางรถไฟ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งตามพ.ร.บงเงินกู้เดิมไม่มีการลงทุนทางอากาศ ทำให้วงเงินน้อยกว่าแผนที่นำเสนอครั้งนี้” นายสมชัยกล่า;

สำหรับโครงการที่นำเสนอส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่จำเป็น เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า 10 สาย การปรับปรุงทางหลวงแผ่นดิน ถนนลาดยางของกรมทางหลวงชนบท ท่าเทียบเรือและการขุดลอกร่องน้ำ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ประเด็นความคุ้มค่าของไฮสปีดเทรน หรือรถไฟความเร็วสูง มีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเคยออกมาตั้งข้อสังเกต วิเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินกับรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ข่าว TCIJ จึงขอนำข้อมูลของนักวิชาการที่เคยกล่าวถึงประเด็นนี้มาให้อ่านเพื่อกันอีกครั้ง

ทีดีอาร์ระบุสร้างรถไฟรางคู่คุ้มค่ากว่า

สำหรับหน่วยงานที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อประเด็นนี้มาโดยตลอด คือ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่จัดเสวนาระดมความคิดเห็นหลายครั้ง โดย ดร.สุเมธ องคกิตติกุล นักวิชาการอาวุโสทีดีอาร์ไอ ซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ เคยให้ข้อมูลไว้หลายเวที โดยกล่าวถึงโครงการต่าง ๆ ในโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มุ่งใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศว่า การขนส่งพบว่าเป็นการขนส่งทางรางเป็นหลัก นั่นคือการขนส่งทางรถไฟ ที่เชื่อว่าเป็นการขนส่งที่ประหยัดและขนส่งได้ครั้งละมาก ๆ น่าจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งของประเทศได้ในระดับหนึ่ง ในความเป็นจริงข้อจำกัดของระบบรางในบ้านเรา คือมีโครงข่ายระบบรางทั่วประเทศ ประมาณ 4,000 กิโลเมตร ขณะที่เมื่อเทียบกับระบบขนส่งทางถนน เรามีโครงการข่ายถนนมากกว่า 200,000 กิโลเมตร ระบบขนส่งทางรางจึงมีความทั่วถึงไม่มากนัก ด้านการลดต้นทุนคงลดได้บ้าง แต่จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือมีนัยสำคัญกับระบบเศรษฐกิจยังต้องดูกันต่อไป ขึ้นอยู่กับว่า ในพื้นที่ที่ทางรถไฟได้พัฒนาเส้นทางไปนั้นเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน

“การพัฒนาระบบการขนส่งเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบทางคู่ ซึ่งปัจจุบันเป็นระบบรถไฟทางเดี่ยววิ่งสวนกันไม่ได้ ถ้าเป็นทางคู่ก็จะทำให้วิ่งสวนกันได้ ก็จะสามารถขนส่งสินค้าและผู้โดยสารได้จำนวนมากและรวดเร็วยิ่งขึ้น จะสามารถช่วยลดต้นทุนได้ แต่โครงการลักษณะนี้มีสัดส่วนประมาณ 20-25 เปอร์เซนต์ ของเม็ดเงินในการลงทุนเท่านั้น ในขณะที่โครงการที่เกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูง เป็นเม็ดเงินค่อนข้างสูงมากประมาณกว่า 8 แสนล้านบาท หรือ 39 เปอร์เซนต์ของเม็ดเงินที่จะลงทุน 2 ล้านล้านบาท และในส่วนของรถไฟความเร็วสูง ยังมีความไม่ชัดเจนในหลายประการ เช่นจะช่วยเรื่องความเชื่อมโยงกับภูมิภาคได้อย่างไร อีกทั้งรถไฟความเร็วสูงก็ไม่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนมากนัก เพราะเน้นรองรับการขนส่งคนเป็นหลัก เป็นทางเลือกใหม่ของการเดินทางที่มีต้นทุนสูง ซึ่งค่าโดยสารก็น่าจะแพงตามไปด้วย” ดร.สุเมธกล่าว

รถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่ได้ทำเศรษฐกิจดีขึ้นในพริบตา

ทั้งนี้หากจะพิจารณาประเด็นความคุ้มค่าในอนาคต ดร.สุเมธเห็นว่า จะต้องพิจารณาจากรายละเอียดโครงการ หากมีลักษณะอย่างเรื่องของระบบทางคู่ หรือรถไฟฟ้าที่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ค่อนข้างดีระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันในเรื่องรถไฟความเร็วสูง ยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป เพราะการหวังว่าการมีรถไฟความเร็วสูงแล้ว จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินไปตลอดแนวที่รถไฟความเร็วสูงพาดผ่านนั้น ความจริงแล้วกระบวนการพัฒนาที่ดิน พัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ในลักษณะอย่างนี้จำเป็นต้องใช้เวลามาก หลายครั้งที่เราได้ยินการยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากมีรถไฟความเร็วสูงแล้ว ทำให้เศรษฐกิจเขาเติบโตพัฒนา ตรงนี้ต้องเข้าใจภูมิศาสตร์ประเทศเขาด้วยว่า เป็นประเทศที่มีประชากรค่อนข้างหนาแน่น จึงมีปริมาณการใช้งานรถไฟความเร็วสูงค่อนข้างมาก และพื้นที่ก็มีการพัฒนามาเป็นเวลานาน เริ่มจากการพัฒนาตัวรถไฟระบบปกติก่อน เสร็จแล้วจึงมีการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงมาเป็นระยะ ๆ ทีละเส้นทาง


ค่าโดยสารแพง คนอาจใช้บริการน้อยกว่าที่คาดการณ์

ขณะที่ ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวเมื่อครั้งมีการสอบถามความคิดเห็นต่อนโยบายนี้ว่า ไม่มีคำถามสำหรับรถไฟรางคู่ ทุกฝ่ายเห็นด้วย สามารถรองรับการขนส่งสินค้าและสามารถขนได้ด้วยความเร็วประมาณ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่กับรถไฟความเร็วสูงยังมีคำถามหลายข้อที่รัฐบาลยังตอบไม่ได้ในแง่ความคุ้มค่า ทั้งนี้หากพิจารณาในญี่ปุ่นมีประชากรประมาณ 130 ล้านคน ที่มีความหนาแน่นและกระจายตัว แต่ประเทศไทยเป็นเด็กหัวโต กระจุกอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่อยู่ที่หัวเมืองหลัก ๆ ตามภูมิภาคไม่มากและประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในย่านธุรกิจที่มีกำลังซื้อพอจะขึ้นรถไฟความเร็วสูง และหนึ่งขบวนในปีแรก ๆ ต้องมีผู้โดยสารประมาณล้านกว่าคนจึงจะคุ้มทุน ถ้าไม่ถึงหลักล้านก็ขาดทุนแน่นอน และจะกลายเป็นภาระของรัฐบาล

“ถ้ารัฐบาลจะลงทุนเกือบ 8 แสนล้าน แต่ยังไม่มีโมเดลทางธุรกิจดีพอ ว่าจะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการลงทุนที่ใช้เวลานานมากที่จะคุ้มทุน เท่ากับเอาเงินไปจมไว้ สร้างแล้วไม่มีคนขึ้นเพราะมันแพง ถ้าอยากให้คนขึ้น รัฐก็ต้องอุดหนุนค่าตั๋ว”

ดร.พงษ์ชัยกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาท้วงติงเกี่ยวกับความคุ้มค่าโดยระบุว่า จะต้องดูด้วยว่าการคิดความคุ้มค่าของผู้ที่ไม่เห็นด้วยนั้น ได้รวมเอาผลประโยชน์ในแง่การกระจายความเจริญและเม็ดเงินที่ตามมาด้วยหรือไม่ ซึ่งคุ้มไม่คุ้ม อยู่ที่มิติในการคิด ถ้าเอาทั้งสองฝั่งมาชั่ง วิธีการคิดจะอยู่กันบนคนละสมการ การมองของกลุ่มที่มองว่าไม่คุ้มเห็นว่า การลงทุนต้องคุ้มทุนด้วยตัวมันเอง แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการไม่ได้มองในลักษณะนั้น แต่มองตัวคูณอื่น ๆ ที่จะได้ เช่น ถ้ามีรถไฟความเร็วสูงจะช่วยกระจายความเจริญไปสู่ต่างจังหวัด ไม่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ อีกต่อไป ทุก ๆ สถานีที่เป็นที่พักก็จะเกิดย่านธุรกิจ เกิดการจ้างงาน ซึ่งตรงนี้คิดว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยไม่ได้มองในสมการแบบเดียวกัน

“รัฐบาลอาจไม่ได้มองแค่มิติการเดินรถเพียงอย่างเดียว รถไฟความเร็วสูงจึงอยู่ในยุทธศาสตร์ข้อที่ 2 คำว่าคุ้มจึงคุ้มในสมการที่ต่างกัน ต้องย้อนถามว่า ทีดีอาร์ไอคิดไปถึงการเจริญเติบโตที่ได้มาด้วยหรือไม่ แต่ถ้าทีดีอาร์ไอคิดครบแล้ว ก็ต้องคล้อยตามว่าไม่คุ้ม ที่จะดำเนินการ แต่ถ้าคิดแค่เฉพาะว่าจะมีผู้โดยสารมากพอหรือไม่ ผมคิดว่านานเลยกว่าจะคุ้มทุน เพราะว่าบางเส้นไม่มีศักยภาพพอที่จะมีคนใช้ทุกวัน อย่าลืมว่าตารางเดินรถไฟจะมีคนหรือไม่มีคนก็ต้องวิ่งตลอดเวลา”
ใช้ขนสินค้าต้องเพิ่มต้นทุน รองรับน้ำหนักที่เพิ่ม

สำหรับประเด็นการขนส่งสินค้านั้น ดร.พงษ์ชัยกล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะควรจะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและน้ำหนักเบา เพราะหาเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก จะยิ่งทำให้ต้นทุนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประเด็นการเชื่อมระบบรางกับจีน เพื่อให้เกิดการขยายเศรษฐกิจจากจีนมาไทยนั้น ดร.พงษ์ชัยระบุว่า ยังมีคำถามหลายข้อว่า เชื่อมกับจีนแล้วประเทศไทยจะได้อะไร เพราะการตั้งสมมติเพียงว่า จีนมีคนพันกว่าล้านคน ถ้าไทยมีระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมไปถึงจีนได้ คนจีนก็จะเดินทางมาไทย ซึ่งสิ่งที่ทำให้ไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและเจริญขึ้น คือการลงทุนกับการท่องเที่ยว คำถามคือรถไฟความเร็วสูงจะทำให้มีนักลงทุนกับนักท่องเที่ยวมาอย่างที่คิดหรือไม่

“เราพูดถึงคนจีนเป็นพันล้านคน แต่ที่เราเชื่อมคือเชื่อมไปคุนหมิง มีประชากรประมาณ 60-70 ล้านคน กวางสีก็เท่า ๆ กัน คำถามคือถ้าเราเชื่อมกับจีนแล้ว คนจีนมีพฤติกรรมเหมือนคนญี่ปุ่นที่มาเที่ยว มาลงทุนหรือไม่ แล้วคน 2 มณฑลนี้มีศักยภาพสูงเหมือนคนในเซิ่นเจิ้น กว่างโจว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง หรือไม่ ไม่ ความเป็นจริงคือศักยภาพไม่ถึง โอกาสที่จะมีคนเยอะต้องคิดให้รอบคอบ เพราะสมมติฐานเป็นสมมติฐานที่มองในแง่ดีหมด แต่ในความเป็นจริงวันนี้เรามีตัวเลข เราเช็คได้ ว่ามีนักลงทุนที่มาจากคุนหมิง กวางสี เท่าไหร่”

ดร.พงษ์ชัยกล่าวด้วยว่า การที่แต่ละประเทศทำระบบรถไฟไว้ขนสินค้า ย่อมต้องมีนิคมอุตสาหกรรมหรือประตูการค้าชายแดน ถ้าเรามีรถไฟเป็นทางเลือก ราคาถูกกว่า สินค้าก็จะกระโดดขึ้นรถไฟรางคู่วิ่งมาตามนิคมอุตสาหกรรมหรือกรุงเทพฯ ดังนั้นก็ควรจะต้องมีย่านอุตสาหกรรมหรือต่อเชื่อมทางรถไฟไปที่ประตูการค้าจึงจะมีโอกาส

“รถไฟรางคู่เราเข้าใจง่ายครับ แต่รถไฟความเร็วสูงเข้าใจยากมาก มีคำถามเยอะ รถไฟรางคู่เส้นทางสายใต้ ตามแผนจะลากลงมา แล้วขยายรางตรงปาดังเบซาร์ ถามว่าเป็นประตูการค้าหรือไม่ ใช่เลยและตอบโจทย์ด้วย เพราะมันจะทำให้สินค้าจากภาคกลางลงไปภาคใต้ได้ประโยชน์ เส้นถัดไปที่จะเชื่อมไปทางตะวันออกก็ถือว่าตอบสนองประตูการส่งออกของไทย ไม่ว่าจะเป็นแหลมฉบังหรือมาบตาพุด เส้นบางเส้นที่รัฐบาลคิดสร้างต่อจากเด่นชัยไปถึงเชียงของ ก็ไปอยู่ตรงประตูอีกเช่นกัน รถไฟรางคู่ผมจึงเห็นด้วย ไม่มีคำถามอะไรเลยและน่าจะทำมานานแล้ว”
แนะแปรรูปการรถไฟฯ ก่อนเดินหน้าโครงการอื่น

ทว่าปัญหารถไฟของไทยไม่ได้อยู่ที่เฉพาะตัวโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาสำคัญที่ยังไม่มีการแก้ไขในมุมมองของ ดร.พงษ์ชัยคือการบริหารจัดการของการรถไฟแห่งประเทศไทย และแม้ว่าจะมีการพูดถึงการตั้งกรมรถไฟ แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ด้านการบริหารจัดการ เพราะมุ่งหมายเพียงการดูแลผลประโยชน์ด้านที่ดินเท่านั้น

“วันนี้เราลงทุนเพื่ออัพเกรดโครงสร้างพื้นฐาน แต่เรายังไม่รู้เลยว่า จะบริหารอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ของไม่ถูกขโมย หรือสหภาพไม่ประท้วง ถ้าเป็นธุรกิจจะไม่เอาเงินสามสี่แสนล้านลงไปในลักษณะแบบนี้ การบริหารจัดการเราต้องพูดไปด้วยกัน เราเอาทรัพยากรใหม่ใส่ลงไป แต่การบริหารแบบเดิม ท้ายที่สุดก็จะขาดทุนเหมือนเดิม”

ดร.พงษ์ชัยกล่าวว่า ทางออกหนึ่งคือการแปรรูปการรถไฟฯ แต่ก็ขึ้นกับว่ารัฐบาลมีความกล้าหาญเพียงพอหรือไม่ เพราะทุกครั้งที่แตะเรื่องนี้ก็จะถูกกล่าวหาว่าเอาสมบัติของชาติไปขาย โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องประสิทธิภาพ เขายกตัวอย่างว่า รัฐวิสาหกิจรถไฟในหลายประเทศถูกแปรรูปไปหมดแล้ว เจอาร์ไลน์ของญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นแห่งแรก พอแปรรูปแล้วก็แบ่งเส้นทางรถไฟแต่ละเส้นเป็นบริษัทแล้วบริหารจัดการ

ขณะที่แนวคิดของรัฐบาลในขณะนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยอธิบายว่า รัฐบาลไม่ได้มองรถไฟความเร็วสูงเป็นแค่การขนส่งอย่างเดียว แต่มองเป็นเครื่องยนต์ที่ช่วยให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ กระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้สังคมใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ในยุโรป เมืองที่มีรถไฟความเร็วสูงไปถึง การเติบโตจะมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 2.7 มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แล้วก็ไม่ได้มองรายได้จากค่าตั๋วเพียงอย่างเดียว แต่รายได้ส่วนหนึ่งยังมาจากการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลมีคณะทำงานที่กำลังคิดหาวิธีเพิ่มมูลค่าจากรถไฟความเร็วสูง

อย่างไรก็ตาม ภายใต้กรอบวงเงิน 3 ล้านล้านบาท ตามที่คสช.มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเสนอเพื่อดำเนินการรถไฟรางคู่ คือ

โครงการรถไฟรางคู่ 5 เส้นทาง วงเงิน 1.16 แสนล้านบาท ดังนี้ 1.ลพบุรี-ปากน้ำโพ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท 2.มาบกะเบา-นครราชสีมา (ถนนจิระ) วงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท 3.ถนนจิระ - ขอนแก่น วงเงิน 2.6 หมื่นล้านบาท 4.นครปฐม-หิวหิน วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท 5.ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟรางคู่ 6 เส้นทางที่ยังรองบประมาณและศึกษารายละเอียด วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท ได้แก่ 1.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 2.ชุมพร-สุราษฎร์ธานี 3.สุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ 4.ปากน้ำโพ-เด่นชัย 5.ขอนแก่น-หนองคาย 6.ชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี

และยังมีโครงการรถไฟรางคู่สายใหม่อีก 3 เส้นทาง วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ได้แก่ 1.เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 2.บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และ 3.ชุมทางบ้านภาชี-อ.นครหลวง รวมทั้งหหมด 3.6 แสนล้านบาท
http://www.tcijthai.com/tcijthainews/view.php?ids=4399
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 11:44 AM   #5107
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 6,545
Likes (Received): 1904

เอางบมาเพิ่มส่วนการติดระบบไฟฟ้าใน main line ทุกโครงการทางคู่ ก่อนน่าจะดีกว่านะ
__________________
พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว
W E T H E K I N G B H U M I B H O L

เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....

wwc234 liked this post
marut no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 12:48 PM   #5108
หม่องวิน มอไซ
Mongwin
 
หม่องวิน มอไซ's Avatar
 
Join Date: Dec 2009
Location: Songkhla, THAILAND
Posts: 1,013
Likes (Received): 185

ร.ฟ.ท.ชงยกเลิกประมูล 50 หัวรถจักร
วันศุกร์ที่ 18 กรกฏาคม 2014 เวลา 13:35 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ

ร.ฟ.ท.เสนอยกเลิกประมูล 50 หัวรถจักร พร้อมคืนเงินให้ 3 รายที่ซื้อซองเอกสารประกวดราคาให้คตร.ตรวจสอบก่อนเปิดประมูลรอบใหม่ เผย 2 กลุ่มจีนและกลุ่มล็อกซเล่ย์สนใจซื้อเอกสารประกวดราคา แต่ยังไร้เงาป่าไม้สันติที่คว้าประมูล 20 หัวรถจักรไปครองแล้ว เตรียมวางศิลาฤกษ์ 25 ก.ค.ก่อสร้างสะพานเชื่อมเส้นทางรถไฟไทย - กัมพูชาในเส้นทางอรัญประเทศ - คลองลึกเชื่อมสู่ปอยเปตและศรีโสภณ

แหล่งข่าวระดับสูงการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าได้เสนอเรื่องให้มีการยกเลิกประมูลโครงการจัดซื้อหัวรถจักรขนาด 16 ตัน/เพลา จำนวน 50 หัว วงเงิน 6,562 ล้านบาท ให้นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารทรัพย์สิน ในฐานะรักษาการผู้ว่าการร.ฟ.ท.นำเสนอบอร์ดเห็นชอบให้ยกเลิกการประมูลโครงการดังกล่าว เพื่อรอให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.)ตรวจสอบโครงการต่างๆตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะเปิดประมูลรอบใหม่

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวร.ฟ.ท.ได้ประกาศขายเอกสารประกวดราคาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน - 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาปรากฏว่ามีกลุ่มบริษัทจากจีน 2 รายและกลุ่มล็อกซเล่ย์ของไทย สนใจซื้อเอกสารประกวดราคาซึ่งกำหนดเดิมนั้นจะให้ยื่นเอกสารในวันที่ 5 สิงหาคม 2557 และจะประกาศผลในวันที่ 22 กันยายนนี้ แต่เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบจากคตร.ต้องใช้เวลานาน ดังนั้นจึงได้เสนอเรื่องยกเลิกการประมูลโครงการ แล้วคืนเงินจำนวนรายละ 3 แสนบาท ที่ซื้อซองประกวดราคากลับคืนไปก่อน

"แต่ละขั้นตอนจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นโดยเฉพาะขั้นตอนหลังจากเข้าสู่กระบวนการยื่นเอกสารไปแล้วดังนั้นเมื่อระยะเวลาการตรวจสอบจากคตร.ยังไม่ทราบชัดเจนจึงเห็นสมควรนำเสนอให้ยกเลิกการประมูลโครงการ เพื่อรอให้คตร.เห็นชอบก่อนแล้วจึงค่อยดำเนินการจะเหมาะสมกว่า"

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าในวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 นี้มีกำหนดการวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสะพานเชื่อมทางรถไฟสายอรัญประเทศ - คลองลึกโดยนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีร่วมกับผู้แทนจากราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันร.ฟ.ท.ได้รับงบประมาณจำนวนกว่า 800 ล้านบาทก่อสร้างเส้นทางอรัญประเทศเชื่อมไปถึงชายแดน ส่วนพื้นที่ด้านกัมพูชายังขาดช่วงที่จะเชื่อมมาถึงชายแดนอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่กัมพูชาต้องเร่งเคลียร์พื้นที่ให้สามารถเชื่อมโยงถึงเมืองปอยเปตและศรีโสภณต่อไป

"อีก 6 กม.ก็จะเชื่อมโยงชายแดนไทย-กัมพูชาได้แล้วซึ่งพื้นที่ในไทยเริ่มดำเนินการปรับปรุงเกือบแล้วเสร็จเหลือพื้นที่ในจุดบ่อนกาสิโนก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่เท่านั้นซึ่งเป็นแนวเส้นทางเดิม ประกอบกับสะพานผุพังไปแล้วจึงต้องก่อสร้างใหม่รอให้กัมพูชาสร้างเส้นทางมาเชื่อมโยงเท่านั้นก็สามารถเปิดให้บริการระหว่าง 2 ประเทศได้ทันที ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการยกร่างบันทึกความร่วมมือเดินรถระหว่างไทย-กัมพูชาแต่ยังไม่มีการลงนามใด ๆ คาดว่าจะใช้ต้นแบบจากกรณีเดินรถระหว่างไทย-มาเลเซียและไทย-สปป.ลาวมาปรับใช้กับเส้นทางไทย-กัมพูชานี้ต่อไป"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,967 วันที่ 20 - 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
http://www.thanonline.com/index.php?...te-&Itemid=478

__________________

napoleon, satachai liked this post

Last edited by หม่องวิน มอไซ; Today at 12:56 PM.
หม่องวิน มอไซ no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 04:07 PM   #5109
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,739
Likes (Received): 719

6 กม.ดูเหมือนสั้นๆ แต่ถ้าไปดูพื้นที่จริงไม่ง่ายเลยครับ
ไม่ได้ติดแค่บ่อน เลยไปหน่อยก็บ้านคนทั้งนั้น

เรื่องนี้ควรจะเป็นระดับรัฐมนตรี2ประเทศมาคุยกัน ตั้งคณะกรรมการว่าจะเอายังไง
เสร็จแล้วต้องเซ็นสัญญาความตกลงร่วมกัน จะได้ไปปฏิบัติได้
__________________
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 05:15 PM   #5110
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,235
Likes (Received): 576

Now, SRT has to cancel the bidding for 50 new locomotives of 16 ton axle load as Junta has shown the objection why SRT has set the mean price at 130 million Baht per loco even though the 20 ton axle load loco by CSR Qishuya is just 96 million Baht per locos - it should be cheaper or very closed if the special specifications are in need.
http://www.thanonline.com/index.php?...8#.U85-iMQW1cg
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut está en línea ahora   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 09:02 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu