daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Reply

 
Thread Tools
Old August 24th, 2014, 04:02 AM   #5361
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 3,608
Likes (Received): 873



wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old August 24th, 2014, 10:04 AM   #5362
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,556
Likes (Received): 610

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
Southern region Chamber of Commerce demand double tracking from Hat Yai to Sugei Golok along with the revival of cross border train service to Tumpat to boost the tourist business across the border - yet many Thai railfans have a lukewarm response as there is only cargo 703/704 (Hat Yai - Sugei Golok) which run once a month in a sporadic manner and even the Federal government of Malaysia seem tn neglect Kelantan - need more regular cross border cargo to justify passenger and cargo train through. They even Southern command to ease the custom regulation along with coming up with duty free to boost even more tourists.
https://www.facebook.com/anwar.deae/..._t=share_reply
http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%99.html
However, the local people of Hat Yai city disagree with Southern Chamber of commerce by giving the following opinions:
1. Track capacity of Southern line from Hat Yai to Sugei Golok (219 km) is not at full potential - so the idea of double tracking is not going to work as Southern Chamber of Commerce expects - it is going to waste of money.
2. Better focus on the Southern line from Hat Yai to Sugei Golok (219 km) is the massive rehab with monoblock concrete sleeper with BS100 welded steel rails and erect of the fence along the 219 km route since the security of the line from Hat Yai to Sugei Golok (219 km) is the real concern which Southern Chamber of Commerce are totally out of touch with the bitter reality.
3. the cross border service to Tumpat (45 km from the Border) is not so high in economic activity as Padang Besar route. Massive double tracking from Hat Yai to Padang Besar (45 km from Hat Yai) should get the first priority instead since the line from Sugei Golok to Tumpat via pasir Mas did not directly pass through major city even though Wakaf Baru is the main dropping point to Kota baru since 1966 after downgrading Paleknang station to stop. The security and the smuggling activities are the major concern that Army would NEVER allow the cross border service to resume unless the line in fully secured while the smuggling have been fully suppressed.
https://www.facebook.com/www.heercha...=share_comment
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2014, 11:51 AM   #5363
Codename B
Detective
 
Codename B's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Location: Copenhagen
Posts: 3,729
Likes (Received): 783

ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์5แสนล.รับรัฐบาลใหม่ คิวร้อนซื้อหัวรถจักร-ต.ค.คิกออฟรถไฟฟ้า-ทางคู่
updated: 25 ส.ค. 2557 เวลา 15:55:15 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



เปิดโผบิ๊กโปรเจ็กต์คมนาคม ตั้งแท่นรอรัฐบาลใหม่เซ็นประทับตราและอนุมัติโครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 4.8 แสนล้านบาท ครบถ้วนทั้งรถไฟฟ้าหลากสี รถไฟทางคู่ ซื้อหัวรถจักร ขยาย 3 สนามบิน ถนน 4 เลน ซื้อรถเมล์ใหม่ คิกออฟ ต.ค. นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจปี"58

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสำรวจโครงการใหม่ของกระทรวงคมนาคมทั้งที่เป็นงบประมาณประจำปีและโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เปิดประมูลแล้วและจะขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะจัดตั้งรัฐบาลในเดือน ก.ย.นี้ พบว่ามีหลายโครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 487,644 ล้านบาท (ดูตาราง) ทั้งรถไฟฟ้า, ทางคู่, หัวรถจักร, รถเมล์ใหม่ และสนามบิน

ปี"58 งบฯลงทุนใหม่กว่าแสนล้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากโรดแมปของ คสช.จะตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือนก.ย.นี้ ทางกระทรวงมีโครงการใหม่ที่ประมูลแล้วและพร้อมจะเสนอ ครม.ชุดใหม่อนุมัติให้แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.นี้เพื่อเริ่มต้นก่อสร้างปี 2558 โดยเฉพาะโครงการลงทุนตามงบประมาณประจำปีที่จะเปิดประมูลในเดือนต.ค.นี้ทันทีที่งบประมาณผ่านการพิจารณา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ในปี 2558 กระทรวงได้รับงบฯโดยรวม 146,781 ล้านบาท ในนี้เป็นงบฯลงทุน 108,845 ล้านบาท และมีโครงการยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งไทย (2558-2565) 19,438 ล้านบาท ที่จะใช้ดำเนินการโครงการเร่งด่วนในปี 2558 เช่น ถนน 4 เลน, เวนคืนรถไฟทางคู่ อีกทั้งมีโครงการที่เตรียมขออนุมัติโครงการจาก ครม.ใหม่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) เงินลงทุน 56,691 ล้านบาท, สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) เงินลงทุน 110,117 ล้านบาท, รถไฟทางคู่ 2 สาย คือ จิระ-ขอนแก่น เงินลงทุน 26,007 ล้านบาท และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร เงินลงทุน 18,146 ล้านบาท ซื้อรถเมล์ NGV จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท รวมถึงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เช่น บมจ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ ทอท.จะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารในประเทศสนามบินสุวรรณภูมิ ขยายดอนเมือง และภูเก็ต

ก.ย. ยื่นซองรถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้ รฟม.เดินหน้าประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ระยะทาง 18.7 กม. หลังจากที่แผนงานล่าช้ามาหลายเดือนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยจะให้ผู้รับเหมาทั้ง 31 รายที่ซื้อเอกสารประกวดราคายื่นซองราคาในวันที่ 30 ก.ย.นี้ คาดว่าจะเซ็นสัญญาภายในเดือน ธ.ค.นี้และเริ่มก่อสร้างต้นปี 2558 จะใช้เวลาก่อสร้าง 1,350 วัน ตามแผนจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการกลางปี 2561

ทั้งนี้การประมูล แบ่งเป็น 4 สัญญา วงเงิน 26,642 ล้านบาท (ยังไม่รวมค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด) แยกเป็น 1.งานโยธา (หมอชิต-สะพานใหม่) 11.4 กม. และสถานี 12 สถานี วงเงิน 14,201 ล้านบาท 2.งานโยธา (สะพานใหม่-คูคต) 6.8 กม.และสถานี 4 สถานี วงเงิน 6,125 ล้านบาท 3.งานศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดแล้วจร 2 แห่ง วงเงิน 3,708 ล้านบาท และ 4.งานวางระบบราง 2,608 ล้านบาท

จ้างเดินรถสายสีเขียวไปปากน้ำ

นอกจากนี้ บอร์ดยังให้ รฟม.จ้างเอกชนมาเดินระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) วงเงิน 9,555 ล้านบาท โดยให้ รฟม.เป็นผู้จัดหาระบบรถเอง จำนวน 39 ตู้ เป็นโมเดลเดียวกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่จ้าง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอสซีเดินรถบีทีเอสส่วนต่อขยาย เนื่องจากรถไฟฟ้าสายนี้ไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯตั้งแต่แรก จึงต้องใช้วิธีการจ้างระยะยาวแทน หลังจากนี้ รฟม.จะเร่งรัดเสนอเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อนำเสนอให้ ครม.ชุดใหม่พิจารณาโดยเร็วให้ทันทดสอบระบบต้นปี 2560 และเปิดบริการปลายปีหรือต้นปี 2561

ส่วนการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่อขยาย (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) วงเงิน 22,231 ล้านบาท บอร์ดให้ดำเนินการแบบ PPP Gross Cost และมอบนโยบายว่าให้การเดินรถต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายเดิมที่ บมจ. รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอลรับสัมปทานอยู่ ซึ่ง รฟม.จะแจ้งให้คณะกรรมการมาตรา 13 ทราบต่อไป เพื่อเปลี่ยนมาเจรจากับบีเอ็มซีแอลแทน

หลังคณะกรรมการมีมติจะให้เปิดประมูลใหม่ เพื่อให้การเดินรถทันกับงานก่อสร้างจะเสร็จในปี 2560 ที่ รฟม.จะทยอยเปิดบริการไปก่อนตามความพร้อม

รถไฟงานรอเซ็นสัญญาเพียบ

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ได้อนุมัติให้ ร.ฟ.ท.เซ็นสัญญาจัดซื้อโบกี้รถบรรทุกสินค้า 308 คัน วงเงิน 770 ล้านบาทกับบริษัท สยามโบกี้ จำกัด และจัดหารถโดยสารใหม่สำหรับเชิงพาณิชย์ 115 คัน วงเงิน 4,668 ล้านบาทกับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีซี หลังคณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ (คตร.) อนุมัติแล้ว

อีกทั้งเร่งเปิดประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย ระยะทาง 106 กม. วงเงิน 11,348 ล้านบาท จำนวน 2 สัญญาตามเดิม เนื่องจากหากยุบรวมเป็น 1 สัญญาตามที่ คตร.ให้ดำเนินการ ทำให้เสียเวลาออกไปอีก 8 เดือนเพราะต้องปรับทีโออาร์ใหม่และทำให้วงเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 300-400 ล้านบาท เพราะต้องปรับราคากลางให้เป็นปัจจุบันก่อนเปิดประมูลใหม่ จะชี้แจงให้ คตร.รับทราบต่อไป คาดว่าจะเคาะราคาได้อีก 2-3 เดือนนี้ อีกทั้งให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้บริหารโครงการแอร์พอร์ตลิงก์เปิดประมูลซ่อมใหญ่รถไฟฟ้า 9 ขบวน วงเงิน 385 ล้านบาท

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการรอประมูลอีกหลายงาน เช่น จัดซื้อหัวรถจักร 50 คัน วงเงิน 6,563 ล้านบาท จะประกาศทีโออาร์เดือน ต.ค.นี้ หลังทบทวนราคากลางและร่างทีโออาร์เสร็จแล้วตามคำท้วงติงของ คตร. ที่ให้เพิ่มคุณสมบัติในการตรวจสอบความมั่นคงของผู้เสนอราคาให้ดูงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี ส่วนการซ่อมบูรณะรถจักรอัลสตอม 56 คันที่ คตร.ให้เปลี่ยนจากซ่อมเป็นซื้อใหม่ ซึ่งจะซื้อ 39 คัน วงเงินเท่าเดิม 3,360 ล้านบาท และมีซื้อรถแอร์พอร์ตลิงก์ 7 ขบวน วงเงิน 4,800 ล้านบาทที่จะเปิดประมูลเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

จ่อประมูลถนน 3 พันธสัญญา

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมเปิดประมูลงานที่ตกค้างของปี 2557 เสร็จเรียบร้อยแล้ว เช่น สาย ฉ ตามผังเมืองนครราชสีมา วงเงิน 1,700 ล้านบาท งบฯปี 2558 จำนวน 40,596 ล้านบาท เป็นงบฯลงทุน 32,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีโครงการใหม่จะเปิดประมูลกว่า 26,000 ล้านบาท จำนวน 3,000 สัญญา วงเงินต่อสัญญาเริ่มต้น 10 ล้านบาทถึง 700-800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรีวิวแบบก่อสร้างใหม่ เมื่อร่าง พ.ร.บ. งบประมาณได้รับอนุมัติ พร้อมจะเปิดประมูลได้ทันทีตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป

นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างประมูลโครงการใหญ่ที่ค้างในงบประมาณปี 2557 จำนวน 27 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากได้ผู้รับเหมาจะนำเสนอให้ ครม.ใหม่อนุมัติต่อไป ส่วนโครงการในงบประมาณปี 2558 กรมได้รับจัดสรรงบประมาณ 61,378 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้มีงบฯลงทุนใหม่กว่า 3 หมื่นล้านบาท มีจำนวน 40 โครงการ

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1408949762
__________________
With imitations they profane, it is anathema to us.

-noblesse oblige-

Thailand | World Bank 2013
GDP (nominal): 387,252 | GDP (PPP): 964,281 | HDI 2014: 0.722 (High)
GDP Per Capita (nominal): 5,779 | GDP Per Capita (PPP): 14,390 | GNI Per Capita: 13,510

napoleon liked this post
Codename B no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2014, 12:00 PM   #5364
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,556
Likes (Received): 610

TPI has ordered 8 locomotives for SRT to run cement trains from CSR Ziyang (中国南车股份有限公司) - contract signed in September 2013 but the delivery will take time though.
http://www.csrgc.com.cn/tabid/725/so...2/Default.aspx
http://www.csrgc.com.cn/g981/s2889/t60116.aspx
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:28 AM   #5365
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 3,608
Likes (Received): 873

ลั่นผุดทางรถไฟกระทบชุมชนน้อยสุด สั่งสนข.-รฟท.แก้ปัญหา
โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2557 20:42

คมนาคม ถกตัวแทนชุมชนริมทางรถไฟ แจงสร้างระบบรางทั้งทางคู่สายใหม่ จะกระทบที่อยู่อาศัยให้น้อยสุด ตั้งแต่เริ่มออกแบบ สั่งสนข.-รฟท.แก้ปัญหา จัดหาพื้นที่ใหม่ให้เหมาะสมชัดเจน พร้อมแก้ปมผู้มีอิทธิพล...

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมแก้ปัญหาด้านที่ดิน ว่า ได้หารือกับผู้แทนชุมชนจาก จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และกรุงเทพฯ กว่า 60 คน ซึ่งต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม ที่อาจจะกระทบต่อที่อยู่อาศัย เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สาย จิระ-ขอนแก่น โดยได้ทำความเข้าใจร่วมกันว่า จะแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากนี้ ยังรับข้อคิดเห็นในส่วนของโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ขนาดราง 1.435 เมตร จาก จ.หนองคายลงมา ซึ่งอยู่ระหว่างการทบทวนแบบ โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการโดยใช้หลักการเดียวกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดิน ซึ่งหมดวาระตามรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้แก้ปัญหาชุมชนริมทางรถไฟไปแล้วหลายแห่ง ไม่ว่าจะเข้ามาอยู่อาศัยโดยถูกต้องหรือไม่ ภายใต้หลักการได้รับชดเชย หรือให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดพื้นที่ใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงและทำสัญญาเช่าอายุ 30 ปี อัตราค่าเช่า 20 บาทต่อตารางเมตรต่อปี โดยมีการพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพ ส่วนชุมชนที่ตกลงเช่าที่ดินแล้ว แต่เข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะมีผู้มีอิทธิพล อาทิ ชุมชุมโครงการรถไฟสายสีแดง ชุมชนเขารูปช้าง 2 ชุมชนรถไฟเชียงใหม่-หัวหนอง และชุมชนโรงปูนฝั่งตะวันออก มักกะสัน เป็นต้น ซึ่งต้องเร่งแก้ปัญหา

สำหรับหลักการพัฒนาระบบราง จะต้องกระทบชุมชนน้อยที่สุด และมีการเวนคืนน้อยที่สุด ซึ่งทาง รฟท.ต้องจัดการเรื่องพื้นที่ให้เหมาะสมและคำนึงถึงการดำเนินโครงการระบบรางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงต้องมีการร่วมมือกันจัดสัดส่วนที่ดินใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน และอัตราค่าเช่าและสัญญาเช่าต้องชัดเจน.


http://www.thairath.co.th/content/445725
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old Yesterday, 06:03 AM   #5366
sf_alpha
Registered User
 
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 3,065
Likes (Received): 136

นาทีทองแล้ว ไล่วันนี้ ทหารช่วยไล่นะ
__________________
จงใช้ สติ ปัญญา เหตุผล ... อย่าใช้อคติ

thanyakij, jompaul liked this post
sf_alpha no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 09:11 AM   #5367
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 3,608
Likes (Received): 873

คมนาคมระดมความเห็นพัฒนารถไฟทางคู่ รองรับรถไฟความเร็วสูง


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2557 13:56 น.



นายชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง "การพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน Standard Gauge ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับระบบรถไฟความเร็วสูงในอนาคต" ว่า เป็นการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทย จะพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่า ในอนาคตจะสามารถปรับระบบรางมารองรับระบบรถไฟความเร็วสูงในอนาคตได้หรือไม่ เบื้องต้นด้านงานโยธาก่อสร้าง กระทรวงคมนาคมได้มีการออกแบบคำนวณแนวเส้นทาง รวมถึงรูปแบบในการก่อสร้างรองรับระบบรถไฟความเร็วสูงไว้แล้ว ส่วนระบบอาณัติสัญญาณ เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา
ทั้งนี้ ภายในงานสัมมนาได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งมาร่วมสัมมนา ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาดการณ์ปริมาณการขนส่งมาชี้แจงถึงความต้องการด้านการขนส่งทางรางของประเทศไทย โครงสร้างทางรถไฟ Conventional standards rail และการพัฒนาเป็นระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย จากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแนวเส้นทางรถไฟ และผู้แทนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบรางของเกาหลีใต้ และในทวีปยุโรป และได้นำตัวอย่างการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ รองรับระบบรถไฟความเร็วสูง และระบบรถไฟที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากแผนระยะเร่งด่วนในการพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐานแนวทางใหม่ ประกอบด้วยเส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กิโลเมตร และเส้นทางเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กิโลเมตร เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า ซึ่งทั้ง 2 เส้นทาง สามารถเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านและจากจีนตอนใต้ สอดคล้องกับแผนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนมายัง ประเทศลาว และในอนาคตประเทศไทยจะมีการพัฒนารถไฟทางคู่ไปยังปาดังเบซาร์ และจะเชื่อมโยงกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor)


http://www.manager.co.th/Home/ViewNe...=9570000098062



สนข.เตรียมจ้างศึกษาปรับไฮสปีดเป็นทางคู่ เผยจีนยังสนใจเจรจาลงทุนตามข้อตกลงเดิม


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2557 15:00 น.




คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น




สนข.ระดมความเห็นปรับการศึกษารถไฟความเร็วสูง 250 กม./ชม.เป็นรถไฟทางคู่ ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ความเร็ว 180 กม./ชม. เตรียมจ้างที่ปรึกษาเดินหน้ารถไฟทางคู่ 2 สายใหม่วงเงิน 350 ล้านใน ต.ค.นี้ พร้อมรูปแบบลงทุนที่เหมาะสม เผยจีนยังสนใจสานต่อข้อตกลงเดิมเสนอลงทุนความเร็วสูงซึ่งต้องอยู่ที่นโยบาย

นายชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “การพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน Standard Gauge ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับระบบรถไฟความเร็วสูงในอนาคต” วานนี้ (27 ส.ค.) ว่า เบื้องต้นการออกแบบแนวเส้นทางและงานโยธาการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเดิมมีการเผื่อรัศมีโค้งและความลาดชันไว้แล้ว ส่วนระบบอาณัติสัญญาณและการบำรุงรักษาเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งมาประกอบ ทั้งด้านการคาดการณ์ปริมาณการขนส่งทางรางของประเทศไทย ด้านโครงสร้างทางรถไฟ Conventional standards rail และด้านการพัฒนาเป็นระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย ซึ่งมีหลายประเทศสามารถพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ให้รองรับระบบรถไฟความเร็วสูงได้เช่นในยุโรป และเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ระบบรางของไทยมุ่งเน้นขนส่งทั้งคนและสินค้า ซึ่งแผนระยะเร่งด่วนในการพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐานแนวทางใหม่ ประกอบด้วย เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กิโลเมตร วงเงิน 392,570 ล้านบาท และเส้นทางเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กิโลเมตร วงเงิน 348,890 ล้านบาท ดำเนินงานปี 58-64 ซึ่งทั้งสองเส้นทางสามารถเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านและจากจีนตอนใต้สอดคล้องกับแผนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนมายัง สปป.ลาว และในอนาคตประเทศไทยจะมีการพัฒนารถไฟทางคู่ไปยังปาดังเบซาร์ และจะเชื่อมโยงกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor

ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า การปรับรูปแบบการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงความเร็ว 250 กม.ต่อ ชม. มาเป็นการพัฒนารถไฟทางคู่รางมาตรฐานความเร็ว 180 กม.ต่อ ชม.จะประหยัดงบประมาณลงส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะค่าตัวรถที่ต่างกัน และจะทบทวนในเรื่องเทคนิค ตัวรางซึ่งเบื้องต้นไม่มีปัญหา โดย สนข.อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะที่ 2 ช่วง พิษณุโลก-เชียงใหม่ เป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวมาประกอบการจัดทำโครงการรถไฟทางคู่รางมาตรฐานใน 2 เส้นทางใหม่ ซึ่งภายใน 2 เดือนนี้ สนข.จะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาในด้านความคุ้มค่าการลงทุนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และรูปแบบการลงทุน วงเงินรวม 350 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี

โดยรูปแบบการลงทุนนั้นต้องนำการตั้งกรมการขนส่งทางรางมาร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งตามแผนกรมรางจะเป็นผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยอาจจะใช้ได้ทั้งงบประมาณ เงินกู้ หรือเงินจากกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการเดินรถจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัทเอกชนก็ได้ ส่วนข้อตกลงความร่วมมือกับจีนเดิมที่สนใจจะเข้ามาลงทุนรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางหนองคาย-โคราช ซึ่งจะเชื่อมกับรถไฟจากจีนผ่านมาทางเวียงจันทน์ สปป.ลาว นั้น อยู่ที่ระดับนโยบาย ซึ่งล่าสุดทูตพาณิชย์จีนได้เข้าพบนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือถึงความร่วมมือเดิมแล้ว


http://www.manager.co.th/iBizChannel...=9570000098120

Last edited by wwc234; Today at 12:14 PM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old Today, 09:14 AM   #5368
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 3,608
Likes (Received): 873

ถามหน่อยถ้าอัพเป้นความเร้วสูงจะเอารถไฟขนสินค้าไปทางไหนครับ
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:51 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu