daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old February 16th, 2015, 07:54 AM   #2741
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

สศอ.เผยศักยภาพการผลิตไทยอยู่อันดับ3ของอาเซียน

updated: 16 ก.พ. 2558 เวลา 12:43:17 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ศักยภาพการผลิตของไทยยังอยู่ในอันดับต้นของเซียน ซึ่งจากผลสำรวจของ World Economic Forum (WEF) พบว่า ในปี 2014 - 2015 ศักยภาพการแข่งขันของไทย อยู่ในอันดับที่ 31 ดีขึ้นกว่าปีก่อนที่อยู่ในอันดับ 37 หรือ ดีขึ้น 6 อันดับ แต่เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศที่มีศักยภาพการแข่งขันสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับ 2 ของโลก รองลงมาเป็นมาเลเซีย อยู่ในอันดับ 20 ตามมาด้วยไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

ทั้งนี้ นายอุดม กล่าวว่า สาเหตุที่การส่งออกของไทยติดลบต่อเนื่อง นอกจากจะมาจากภาวะเศรษฐกิจโลก และปัญหาการเมืองภายในประเทศแล้ว ยังมาจากปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการเน้นเพียงเรื่องการผลิต โดยหากเพิ่มกลยุทธ์ด้านการตลาด จะสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้มาก ดังนั้นรัฐบาลจึงได้มีนโยบายให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวจากการผลิตเพื่อขายไป สู่การบริหารจัดการด้านการขายมากขึ้น และส่งเสริมให้ไทยเป็นเทรดดิ้งเซ็นเตอร์โดยใช้ความได้เปรียบในการเป็นศูนย์ กลางของอาเซียน โดยการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขยายการค้ารองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน (เออีซี) พร้อมได้ปรับมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขึ้นสูง และมีนวัตกรรมให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตภายในประเทศ

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1424065424
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old February 17th, 2015, 11:33 AM   #2742
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
จีดีพีไทยสูง ก็ปลุกระดม หาว่าปั่น ไม่พอเพียง

ตอนนี้ค่าเฉลี่ยจีดีพีโตแค่ 1% คงชอบใจกัน ดัชนีตวามสุขพุ่ง 100 %


ข่าววันนี้ ไปๆ มาๆ จีดีพีไม่ถึง 1%

วืด! รบ.รับจีดีพีปี 57 โตแค่ 0.7%

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1424131795
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 17th, 2015, 09:09 PM   #2743
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

‘อมตะ’ ทุ่มแสนล้านผุดนิคมไฮฟองแห่งที่ 3

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2015

"อมตะ"จ่อทุ่มโปรเจ็กต์ยักษ์ 1 แสนล้านในเวียดนาม ผุดนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 3 รองรับนักลงทุนญี่ปุ่น ใช้เป็นฐานผลิตสินค้าส่งออกไปจีน หลังท่าเรือน้ำลึกเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า มั่นใจเปิดตัวโครงการได้กลางปีนี้ รอรัฐบาลไฟเขียว ขณะที่นิคมแห่งที่ 2 เตรียมก่อสร้างสาธารณูปโภคได้ต้นปีหน้า พร้อมเปิดรับลูกค้าเข้าพื้นที่ รองรับซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์ป้อนฐานให้ซัมซุง และพัฒนาที่อยู่อาศัย

สมหะทัย พานิชชีวะสมหะทัย พานิชชีวะ นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานคณะกรรมการการลงทุน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลท้องถิ่นในจังหวัดไฮฟองและรัฐบาลกลางของเวียดนาม เพื่อขออนุมัติให้เข้าดำเนินการพัฒนาที่ดิน จัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 3 บนเนื้อที่ประมาณ 1 แสนไร่ ในจังหวัดไฮฟอง

คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ถือเป็นการขยายการลงทุนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ใหม่ หลังจากที่บริษัทได้พัฒนาพื้นที่ทางตอนใต้ ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เบียนหัว เนื้อที่ 4.5 พันไร่ ที่จะปิดทำการขายได้ทั้งหมดราวกลางปีหน้า ขณะที่การพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อโครงการอมตะเอ็กซ์เพลสซิตี้ บนเนื้อที่ประมาณ 8.5 พันไร่ ในจังหวัดดองใน จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณต้นปีหน้า

ทั้งนี้ การตัดสินใจเข้าลงทุนจัดตั้งนิคมทางตอนเหนือของเวียดนามครั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่า เป็นโอกาสที่จะเข้ามารองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ภายหลังจากที่ญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก ที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2560 เพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่ประเทศจีน หลังจากที่ญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานการผลิตที่จีนยังมีข้อจำกัด จะทำให้มีนักลงทุนของญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนผลิตสินค้าส่งไปจำหน่ายยังจีนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่มีการใช้แรงงานค่อนข้างมาก

"ขณะนี้ทางญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับเวียดนามค่อนข้างมาก ที่จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่ำกว่าปีละ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะไม่อยากจะฝากความเสี่ยงไว้ที่ประเทศไทยมากเกินไป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่มีการปรับเปลี่ยน ประกอบกับค่าจ้างแรงงานของเวียดนามถูกกว่าไทยเกือบครึ่งหนึ่ง

ฉะนั้น การที่ญี่ปุ่นผูกสัมพันธ์กับเวียดนามไว้ และมีตลาดอยู่ใกล้กับจีน เมื่อผลิตสินค้าส่งออกไป จะสะดวกรวดเร็วและมีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่ถูก"
โดยบริษัทจะเปิดตัวโครงการนี้ได้ประมาณกลางปีนี้ หลังจากที่มีความชัดเจนในการเจรจากับทางรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวจะแบ่งเป็นการพัฒนาเป็นระยะๆ จะพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมประมาณ 60 % ส่วนอีก 40 % จะพัฒนาเป็นเมืองพาณิชย์ ที่พักอาศัย เป็นต้น

นางสมหะทัย กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าของโครงการอมตะเอ็กซ์เพลสซิตี้ ที่ลอง ธันห์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บท ที่จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งจะทำให้ทราบแผนการลงทุนทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะด้านเงินลงทุน ตำแหน่งที่ตั้งของพื้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมและเมืองพาณิชย์ โดยจะเริ่มก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในต้นปีหน้า ซึ่งจะแบ่งสัดส่วนการใช้พื้นที่เป็น 40 % และ 60 % ตามลำดับ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 400-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงการพัฒนา 10 ปี โดยจะเริ่มก่อสร้างระยะแรกได้ประมาณต้นปีหน้า จากที่วางไว้ทั้ง 10 เฟส

ทั้งนี้ การที่กำหนดสัดส่วนพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเพียง 40 % เนื่องจากว่า พื้นที่ที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับเขตเมือง จากจากนครโฮจิมินห์เพียง 9 กิโลเมตร หากนำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มของที่ดินจะน้อยกว่า เมื่อมาพัฒนาเป็นธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์

เนื่องจากปัจจุบันนครโฮจิมินห์ขยายตัวค่อนข้างมาก ประกอบกับอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติแห่งใหม่เพียง 19 กิโลเมตร ที่รัฐบาลจะอนุมัติการก่อสร้างภายในปีนี้ และกำลังมีแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ดังนั้น พื้นที่พัฒนา อีก 60 % จะมารองรับประชากรเข้ามาอยู่อาศัยได้

ขณะที่เขตอุตสาหกรรม จะกำหนดให้เฉพาะอุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทค ใช้แรงงานน้อย ไม่ก่อมลพิษ เข้ามาตั้ง โดยเฉพาะการรองรับนักลงทุน ที่จะมาป้อนการผลิตชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ให้กับบริษัท ซัมซุงฯ ที่มีแผนจะใช้เงินลงทุนถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจุบันที่ได้มีการใช้เม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง

โดยปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเจรจากับลูกค้าเพื่อเข้ามาใช้พื้นที่บ้างแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สนใจที่จะเข้ามาตั้งโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอังกฤษ สนใจตั้งโรงงานสิ่งทอที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นต้น ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มเปิดขายพื้นที่ในปีหน้าเป็นต้นไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,027 วันที่ 15 - 18 กุมถาพันธ์ พ.ศ. 2558

http://www.thanonline.com/index.php?...8#.VOOQT_mUdqU


Quote:
Originally Posted by napoleon View Post

"ขณะนี้ทางญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับเวียดนามค่อนข้างมาก ที่จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่ำกว่าปีละ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะไม่อยากจะฝากความเสี่ยงไว้ที่ประเทศไทยมากเกินไป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่มีการปรับเปลี่ยน ประกอบกับค่าจ้างแรงงานของเวียดนามถูกกว่าไทยเกือบครึ่งหนึ่ง

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
สถาบันจัดอันดับญี่ปุ่นคงสถานะลบความน่าเชื่อถือไทย

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1424238886
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

Last edited by napoleon; February 18th, 2015 at 10:30 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2015, 07:56 PM   #2744
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

ส.อ.ท.ชงรัฐปลดแอกอุปสรรคส่งออก

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 10:33 น.

42 กลุ่มอุตสาหกรรมในส.อ.ท.เตรียมสรุปประเด็นปัญหา-อุปสรรคต่อการส่งออกปี 58 ชงรัฐเร่งดูแลสนับสนุนด่วน หลังเผชิญปัญหาบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค ถูกตัดสิทธิ GSP-ยุโรป ขณะที่สินค้าราคาถูกจากจีนยังแห่ทุ่มตลาดไม่เลิก แนะรัฐเร่งเจรจา FTAไทยกับอินเดีย และยุโรป ประธาน ส.อ.ท. ชี้อินโดนีเซีย เวียดนาม ถือไพ่เหนือกว่าได้รับสิทธิ GSP ยุโรป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยลั่น ส่งออกเหนื่อยเสียเปรียบ 2 ด้าน "กรุงไทย" ชี้ผู้ประกอบการตื่นตัวมากขึ้นในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

สมาชิกในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)อยู่ระหว่างรวบรวมผลกระทบ ปัญหา อุปสรรคจากการส่งออกปี 2558 เป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม จากที่มีสมาชิกจำนวน 42 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ขณะนี้หลายกลุ่มได้สะท้อนปัญหาออกมาแล้วเช่น กลุ่มเคมี , เครื่องนุ่งห่ม, เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น, เครื่องสำอาง, ต่อเรือ ซ่อมเรือและก่อสร้างเหล็ก, ปิโตรเคมี, พลาสติก, ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ยานยนต์ เพื่อสรุปข้อมูลและข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐหาทางออกร่วมกันในเร็วๆนี้

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมา สมาชิกส.อ.ท. ส่วนใหญ่จะโฟกัสถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในภูมิภาค รวมถึงการสูญเสียตลาดยุโรปหลังจากที่ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP)สินค้าไทยทุกรายการที่ส่งออกไปอียู โดยการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าที่สุดในภูมิภาคเมื่อเทียบกับคู่แข่งทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง ส่วนการตัดสิทธิ GSP ทำให้ต้องเสียภาษีในการส่งออกไปยังยุโรปตั้งแต่ 7-15% แล้วแต่ชนิดสินค้า ทำให้ต้นทุนในการส่งออกสูงขึ้นทันที โดยปัจจุบันไทยพึ่งพาตลาดอียูในสัดส่วน9%

-อุตฯรายกลุ่มสะท้อนปัญหา

สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกในส.อ.ท.กล่าวถึง ข้อเสนอของภาคเอกชนแต่ละกลุ่มมีปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกันไป ไล่ตั้งแต่กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ที่ระบุว่า เวลานี้มีสินค้าจากจีนราคาถูกกว่า เข้ามาตีตลาดในไทย รวมถึงส่งออกไปขายในประเทศที่สามในราคาต่ำกว่า เนื่องจากรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนเรื่องเงินทุนแก่ผู้ส่งออก ในขณะที่มาตรฐานต่างๆของประเทศผู้นำเข้าสูงขึ้นมาก จึงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงาน จะได้แข่งขันกับจีนและประเทศอื่นๆได้ รวมถึงให้การสนับสนุนเรื่องเงินทุนแก่ผู้ส่งออกแบบที่จีนให้การสนับสนุนอยู่ในขณะนี้

ขณะที่อุตสาหกรรมต่อเรือ ซ่อมเรือและก่อสร้างเหล็ก มีอุปสรรคจากมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี) เหล็ก รวมถึงมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น(เซฟการ์ด) สำหรับเหล็กนำเข้า จึงต้องการให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการเอดีและเซฟการ์ด สำหรับเหล็กที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก
ส่วนปิโตรเคมี เป็นกลุ่มที่น่าจับตามองมากที่สุด เนื่องจากเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก มีมูลค่าตลาดส่งออกรวมหลายแสนล้านบาทต่อปี แต่กำลังเสียเปรียบสิงคโปร์ เนื่องจาก สิงคโปร์ดำเนินการเจรจา FTA กับอินเดีย จนบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าไทย และมีผลบังคับใช้ไปแล้ว ทำให้ปริมาณและมูลค่าสินค้าปิโตรเคมีจากสิงคโปร์ส่งไปขายยังประเทศอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว ในขณะที่ของไทยลดลงเล็กน้อย

นอกจากนี้การที่ไทยถูกตัดสิทธิ GSP จากสหภาพยุโรปและประเทศตุรกี รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนของประเทศคู่ค้าเช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย โดยต้นทุนการผลิตของไทยสูงกว่าคู่แข่งส่งผลให้ราคาสินค้าไม่สามารถแข่งขันกับราคาตลาดได้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งจาก North East Asia (จีน เกาหลี ไต้หวัน) ได้ ซึ่ง supply จาก North East Asia และ Middle East เข้ามาในตลาดมากขึ้น รวมถึงสินค้าจากยุโรปทะลักเข้ามาในตลาดเอเชียด้วย กลุ่มปิโตรเคมีจึงเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเจรจาเอฟทีเอไทย-อินเดีย และเสนอให้หาอัตราแลกเปลี่ยนกลางใช้สำหรับกลุ่มที่ประเทศไทยมีข้อตกลงทางการค้าเสรีด้วยกัน และควรมีมาตรการป้องกันการทะลักเข้ามาของสินค้านำเข้าที่มีผู้ผลิตในประเทศอยู่แล้ว เป็นต้น

สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม มีอุปสรรคการส่งออก เนื่องจากการส่งออกจะต้องมีการทดสอบตามมาตรฐาน International Electrotechnical Commission (IEC) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ระหว่างประเทศทางด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในประเทศไทยไม่มีห้องทดสอบที่สามารถทดสอบได้ โดยมีข้อเสนอให้การสนับสนุนภาคเอกชนให้เข้าถึงและมีความเข้าใจมาตรฐานมากขึ้น โดยการเข้าร่วมประชุมร่างข้อกำหนดและร่างมาตรฐานกับ IEC และสนับสนุนให้ห้องทดสอบภาครัฐมีเครื่องมือที่จำเป็น เช่น สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ การส่งออกผ่านทางชายแดนไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ยังมีอุปสรรคในเรื่องการขนส่ง คุณภาพของผู้ให้บริการ ความยุ่งยากที่ด่านและเส้นทางขนส่งหลักในประเทศ CLMV เสนอให้ภาครัฐปรับปรุงเส้นทางสำคัญ และปรับปรุงการอนุญาตให้รถผ่านด่านปอยเปตกัมพูชาได้ง่ายขึ้น แทนที่จะต้องให้คนขนของลงและไปขึ้นอีกฝั่ง ขณะที่กลุ่มยานยนต์มีปัญหาการตัดสิทธิจีเอสพีของยุโรป จึงต้องการให้ภาครัฐเจรจาเขตการค้าเสรีเอฟทีเอไทยอียูโดยเร็ว

-เสียฐานส่งออกปิกอัพไปยุโรป

ต่อเรื่องนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สอบถามไปยัง นายองอาจ พงศ์กิจวรสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ได้รับการชี้แจงว่า การที่สหภาพยุโรปตัดสิทธิ GSP ทำให้การผลิตรถปิกอัพส่งเข้ายุโรปลำบากยิ่งขึ้น และน่าเป็นห่วงฐานการส่งออกรถปิกอัพของไทยที่ส่งไปขายยังตลาดยุโรป ที่เวลานี้มีคู่แข่งที่น่าจับตาคือตุรกีเป็นฐานผลิตที่ได้รับสิทธิ GSP จากยุโรป สามารถใช้ฐานการประกอบรถปิกอัพเชื่อมไปยังตลาดตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ได้ ก็น่าเป็นห่วงว่าในอนาคต ผู้ประกอบการด้านชิ้นส่วนยานยนต์จะเข้าไปผลิตที่ตุรกีมากขึ้น ไทยก็จะเสียโอกาสทางการค้าทั้งในแง่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และประกอบรถปิกอัพเพื่อการส่งออกไปยุโรป

อย่างไรก็ตามเวลานี้ค่ายอีซูซุเข้าไปลงทุนประกอบชิ้นส่วนรถปิกอัพที่ตุรกีแล้ว ได้รับสิทธิGSP จากยุโรปเพื่อเป็นฐานการส่งออกไปขายยังตลาดอียู หลังจากนั้นจะใช้ฐานการผลิตที่ตุรกีส่งออกรถปิกอัพไปยังตะวันออกกลาง กับอเมริกาใต้ อาจทำให้ไทยเสียฐานการส่งออกในโซนตลาดยุโรปได้ โดยจะมีกลุ่มทุนเข้าไปตั้งฐานการผลิตและประกอบรถปิกอัพ ล่าสุดกลุ่มยานยนต์จึงเสนอให้ไทยรีบเปิดเจรจาเขตการค้าเสรี FTA ไทยอียูโดยเร็ว หรือเปิดอาเซียนอียู หรือ FTA ไทย-ตุรกี"

-ปิโตรเคมีอ่วมพ่ายสิงคโปร์

ด้านนายเอกรัตน์ ทองธวัช ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มปิโตรเคมีเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเจรจา FTA ไทย-อินเดีย เนื่องจากปัจจุบันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผู้ผลิตสินค้าปิโตรเคมีแค่ 2 ราย คือไทย กับสิงคโปร์ แต่การเจรจา FTA ไทย-อินเดียที่มีการเจรจากันมายาวนานกลับไม่คืบหน้า เมื่อเทียบกับ FTA สิงคโปร์-อินเดีย ในสินค้าปิโตรเคมี มีความคืบหน้าโดยสิงคโปร์ส่งเข้าไปขายในอินเดียเสียภาษีอากรเข้าเข้า 0% ทำให้ไทยแข่งขันกับสิงคโปร์ไม่ได้ในสินค้าชนิดเดียวกัน ทั้งที่อินเดียเป็นตลาดใหญ่มีบทบาทมากในการค้าโลก มีการบริโภคภายในสูง

จากกรณีดังกล่าวนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดูจากแนวโน้มค่าเงินบาทของไทยต่อค่าเงินยูโรตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2557 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2558 พบว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 21.1% และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรป คือ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าค่าเงินด่อง ค่าเงินริงกิตและค่าเงินรูเปีย ยิ่งไปกว่านั้นทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม ต่างได้รับผลบวกจากการได้รับสิทธิจีเอสพีอีกด้วย ดังนั้นสถานการณ์การส่งออกของไทยในตลาดยุโรปอาจขยายตัวได้ไม่ดีมากนักในปี 2558 หากการเจรจา FTA ระหว่างไทยและยุโรปยังไม่บรรลุผล

-ส่งออกเสียเปรียบ 2 ด้าน

ต่อประเด็นดังกล่าว ดร.เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า จากกรณีค่าเงินบาทผันผวน ผู้ส่งออกไทยจะเสียเปรียบทางการค้าทั้ง 2 ด้านคือ ผู้ซื้อโดยตรงและคู่แข่งขันในภูมิภาค โดยปีนี้เฉพาะสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงอีก 6% จากปีก่อนที่เคยอ่อนค่าถึง 12% ในแง่ความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกของไทยเสียเปรียบแน่นอน เพราะทำการค้าลำบากและเหนื่อย แต่หากเทียบคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย หรือเวียดนาม และมาเลเซีย ผู้ส่งออกไทยก็ยังเสียเปรียบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 0.8% จากปลายปีก่อนแม้จะไม่มากเท่ายูโรหรือเยนก็ตาม เช่น ริงกิตปีก่อนอ่อนค่า 6% ปีนี้อ่อนค่า 3% รูเปียปีก่อนอ่อนค่า 2% ปีนี้อ่อนค่า 3% ขณะที่เวียดนามนั้นมีความยืดหยุ่นนโยบายที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนได้เช่นเวียดนามลดค่าเงินช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นโจทย์ท้าทายในยุโรปส่วนญี่ปุ่นยังเฉลี่ยกับบริษัทของญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยและส่งสินค้าออกไปยังญี่ปุ่น

"เครื่องมือทางการเงินนั้นต้องเห็นใจธปท.ที่ผ่านมาต้องให้เครดิตในการดูแลค่าเงินมีเสถียรภาพ แต่ผู้ส่งออกไทยแข่งขันไม่ได้นั้น หากจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแล้วเงินบาทยังไม่อ่อนตามที่คาดหวังผลที่ได้จะไม่คุ้มเสีย เพราะธปท.ต้องดูแลอย่างรอบคอบว่าจะไม่เกิดปัญหาอื่นตามมาเชื่อหนี้ภาคครัวเรือนหรือฟองสบู่อสังหาฯ เช่นเดียวกับการป้องกันความเสี่ยงเมื่อเงินบาทนิ่งก็ซื้อเฮดจิ้งก็ไม่ช่วยอะไร"

นายรชตพงศ์ สุขสงวน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยความเสี่ยงธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)(บมจ.)กล่าวว่า หากย้อนดูสถิติการส่งออกปี 2549 ค่าเงินบาทแข็งค่าเกือบ 14%ภาคส่งออกเติบโต 17% เศรษฐกิจโลกขยายตัว 5.5% ปี 2550 เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องจากปี 2549เกือบ 9% ส่งออกโต 18% ซึ่งเติบโตต่อเนื่องโดยเศรษฐกิจโลกขยายตัว 5.2% ปี 2553 เงินบาทแข็งค่า 7% ภาคส่งออกโต 27% เศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 5.1% ปี 2556 เงินบาทแข็ง 1.1% ภาคส่งออกหดตัวติดลบ-0.2% เศรษฐกิจโลกลดเหลือ 3.3%และปี 2557 เงินบาทอ่อนค่า 5.6% ภาคส่งออกคาดว่าจะหดตัว-0.3%โดยเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 3.3% ยังไม่ฟื้นตัว โดยค่าเงินบาทแข็งนั้นย่อมกระทบผู้ส่งออกที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ

ขณะที่ผู้ส่งออกมีความตื่นตัวมากขึ้นในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดย(ปีก่อน)วัดจากปริมาณการซื้อล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 4.55% แม้จะน้อยกว่าปี 2556 ซึ่งค่าเงินมีความผันผวนกว่านั้นแต่สะท้อนผู้ส่งออกให้ความสำคัญแบ่งเป็นการทำธุรกรรมล่วงหน้า สัดส่วน 20.4% , สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 75.9% , การซื้อเงินโอนกรณีไปเรียนต่างประเทศ 2% และทำสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ในอนาคตตามราคาและจำนวนที่ตกลงกันไว้ตามสัญญาอีก 1.38%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,027 วันที่ 15 - 18 กุมถาพันธ์ พ.ศ. 2558

http://www.thanonline.com/index.php?...7#.VOTPmvmUdqU
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2015, 05:04 AM   #2745
BTS2MRT
Connecting your real life
 
Join Date: Apr 2012
Posts: 991
Likes (Received): 295

ว้าว เรนเดอร์ MRT Jakarta
ชอบตรงที่ ใช้สะพานขึงตรง 4 แยกลดการปักตอม่อ
ในเส้นเดียวกันมีทั้ง ลอยฟ้า ระดับดิน และใต้ดินอีกด้วย น่าจับตามองมาก
BTS2MRT no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2015, 02:26 PM   #2746
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

เครดิตไทยยังติดลบ! ญี่ปุ่นชี้เศรษฐกิจขยายช้า คนเหลื่อมล้ำสูง จับตาเสถียรภาพการเมือง

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 09:21:42 น.

รายงานข่าวจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า เมื่อ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือบริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&I) หรือ อาร์แอนด์ไอ ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยสกุลเงินต่างประเทศ (Foreign Currency Issuer Rating) ไว้ที่ระดับ BBB+ และสกุลเงินบาท (Domestic Currency Issuer Rating) ที่ระดับ A- นอกจากนี้ยังคงสถานะมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็น "อาจปรับลดลง" (Negative Outlook) รวมถึงยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้รัฐบาลระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ a-2

สำหรับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือไทยในครั้งนี้ อาร์แอนด์ไอ ได้ให้เหตุผลไว้ 4 ประการ คือ 1.ระบบการเมืองของไทยได้เข้าสู่เสถียรภาพนับตั้งแต่กองทัพได้เข้ามา บริหารประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 แต่ อาร์แอนด์ไอ เห็นว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ การบริหารการคลังอย่างระมัดระวังได้จำกัดความเสี่ยงที่ฐานะทางการคลังจะเกิดความถดถอยอย่างรุนแรง ทั้งนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ไปพร้อมกับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศที่ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้

2.อาร์แอนด์ไอยังคงติดตามประเด็นเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลพลเรือนที่จะจัดตั้งในปี2559มาตรการที่รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอาจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคของรัฐบาลพลเรือนดังนั้นอาร์แอนด์ไอจึงยังคงมุมมองความน่าเชื่อถือเป็นลบและจะให้ความสนใจกับนโยบายเศรษฐกิจและการคลังรวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการติดตามผลของการปฏิรูปทางการเมืองที่จะนำไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองได้หรือไม่

3.การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงปี2557ลดลงต่ำกว่า1%โดยอาร์แอนด์ไอ คาดว่า ในปี 2558 อุปสงค์ภายในประเทศจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกยังคงชะลอตัว โดยรัฐบาลได้ประมาณการว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงจะขยายตัวที่ 3.9%′ในปี 2558 ดุลการค้าที่ปรับตัวดีขึ้นน่าจะส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลในปี 2557 โดยอาร์แอนด์ไอ คาดว่า ประเทศไทยจะยังคงเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้ ในอนาคต สัดส่วนหนี้ต่างประเทศรวมต่อจีดีพี ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 40% และมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 2 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น

4.รัฐบาลจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลที่ 2.0% ของจีดีพี และ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2557 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 45.8% ของจีดีพี โดยกระทรวงการคลังประมาณการว่าระดับหนี้สาธารณะ ในอนาคตจะไม่เกิน 50% ของจีดีพี และ อาร์แอนด์ไอ ไม่กังวลในประเด็นหนี้สาธารณะ ต่อจีดีพี ที่อาจปรับสูงกว่า 50% ได้ หากเป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม จากการที่รัฐบาลปัจจุบันได้เร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งอาร์แอนด์ไอ จะติดตามความสามารถในการเบิกจ่ายของรัฐบาลควบคู่ไปกับการควบคุมดุลการคลังให้เป็นไปตามแผนด้วย

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1424312535
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2015, 10:25 AM   #2747
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

เร่งออกฉลากอาหารอาเซียน ปรับโฉมใหม่กำหนดใช้ตราสัญลักษณ์

updated: 19 ก.พ. 2558 เวลา 13:45:44 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

น.ส.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผอ.สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า การทำฉลากจีดีเอที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งจะบอกข้อมูลว่า อาหารชนิดนั้นๆ มีสารอาหารอะไรบ้าง ปีที่ผ่านมา มีความพยายามปรับปรุงฉลากอาหารเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับอาเซียน โดยสร้างเกณฑ์และตราสัญลักษณ์เพื่อให้ผู้ประกอบการที่สามารถผลิตอาหารได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบันประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่ใช้ฉลากที่ปรับเกณฑ์และตราสัญลักษณ์แบบใหม่ โดยไทยอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของ ผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การปรับเกณฑ์และกำหนดตราสัญลักษณ์แบบใหม่ จะแตกต่างจากเดิม ที่ให้เฉพาะข้อมูลเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจเอง การมอบสัญลักษณ์จะบอกถึงผู้ที่ผ่านเกณฑ์เหมาะกับการบริโภค

ผอ.สำนักอาหารกล่าวต่อว่า การหาค่าเฉลี่ยของอาหารแต่ละประเภท ดำเนินการโดยสถาบันโภชนาการ ม.มหิดล วางเป้าหมายไว้ 6 ปี ในการทำเกณฑ์ค่ามาตรฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติได้ด้วย เพราะหากอ้างอิงจากค่ามาตรฐานทางวิชาการเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจะไม่สามารถทำได้เลย

การค่อยๆ ปรับฉลากและการผลิตอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกับการบริโภคจึงต้องค่อยๆ ปรับ แนวคิดการปรับฉลากที่ผ่านมา เช่น การปรับให้เป็นสัญลักษณ์ไฟเขียว ไฟแดง เป็นการให้ข้อมูลผู้บริโภคพร้อมตัดสินว่า ดีหรือไม่ดีไปพร้อมๆ กัน ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไม่ยอมรับ ส่วนฉลากแบบ จีดีเอ เป็นการให้ข้อมูลที่อ่านง่าย ส่วนฉลากรูปแบบใหม่ เหมือนกระตุ้นให้ผู้ประกอบการอยากทำให้สินค้าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ได้เครื่องหมายการค้า ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะใช้สัญลักษณ์อะไร ขณะที่ผู้บริโภคได้รับข้อมูลเพิ่มว่า เป็นสินค้าที่เหมาะต่อการบริโภคหรือไม่ โดยเชื่อว่าภายในปีนี้ เครื่อง หมายตราสัญลักษณ์แบบใหม่จะเริ่มใช้กลุ่มอาหารแช่แข็ง เป็นกลุ่มแรก

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1424326459
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2015, 10:28 AM   #2748
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

ลาวจ่อขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกว่า40% หวังดึงแรงงานไว้ในประเทศ

updated: 19 ก.พ. 2558 เวลา 18:50:56 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

จากรายงานของสำนักข่าวซินหัว นับแต่วันที่ 1 เมษายน ที่จะถึงนี้ ลาวจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในประเทศขึ้นกว่า 43.8 เปอร์เซนต์ เพื่อรับกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น และสร้างแรงจูงใจให้แรงงานอยู่ทำงานภายในประเทศ

โดยค่าจ้างรายเดือนจะปรับขึ้นจาก 626,000 กีบ (ราว2,464 บาท) เป็น 900,000 กีบ (ราว 3,520 บาท) ทั้งนี้จากรายงานของสำนักข่าวลาว

ค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่นี้จะนำไปปรับใช้กับวิชาชีพที่ใช้ทักษะแรงงานต่ำ และต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ 8 ชั่วโมงต่อวัน

นอกจากนี้ในงานที่เสี่ยงอันตรายเช่นต้องใกล้ชิดกับสารเคมีอันตราย, รังสี, โรคติดต่อ, มลพิษทางอากาศ หรือสภาวะใดๆที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นายจ้างยังต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มอีก 15 เปอร์เซนต์อีกด้วย

การปรับเพิ่มในครั้งนี้ได้รับการยืนยันโดยการแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาโดย นายพงเสสัก อินทลัด ผู้อำนวยการใหญ่แผนกจัดการแรงงาน กระทรวงแรงงานของลาว ซึ่งเขากล่าวว่าสาเหตุสำคัญของการปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนี้มาจากกับปรับตัวขึ้นของค่าครองชีพ

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยดึงกำลังแรงงานในตลาดแรงงานของลาวมิให้เดินทางไปหางานที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีชายแดนติดต่อ และมีความสัมพันธ์ทั้งภาษาและวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1424345976
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 23rd, 2015, 04:42 AM   #2749
atom
De omnibus dubitandum est
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 10,745
Likes (Received): 1799

Developing Thailand into an ASEAN Cultural Center



The Ministry of Culture is implementing many projects and activities, under its short-term, medium-term, and long-term plans, in developing Thailand into an ASEAN Cultural Center. Culture Minister Vira Rojpojchanarat said that the plans had been discussed at a recent meeting, which came up with 13 projects and activities to be carried out in 2015, when the ASEAN Community goes into full effect.

Among the projects, an ASEAN Cultural Center will be established at the Ratchadamnoen Contemporary Art Center on Ratchadamnoen Avenue in Bangkok. It will feature exhibits showing ASEAN cultural heritage and way of living. The center will offer various services for searching for information about ASEAN countries. There will be a library and an exhibition site, and cultural products will also be on sale, as well. The center is expected to be officially opened on 8 August 2015, which marks the ASEAN Day Celebration.

The Culture Minister said that a book, Do & Don’t Cultural Practices in ASEAN, will be published to provide better knowledge and understanding about the cultures and identities of various ASEAN countries. A seminar on ASEAN indigenous textiles will be held among various events. From 27 February to 1 March, an ASEAN food festival will take place at the CentralWorld Shopping Complex in Bangkok. The Religious Affairs Department will hold a seminar on the topic “Beliefs, Religions, Virtue, and Ethics in ASEAN” at the National Library on 27-28 March.
http://thailand.prd.go.th/view_news.php?id=7635&a=3
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear.

napoleon liked this post
atom no está en línea   Reply With Quote
Old February 24th, 2015, 09:11 AM   #2750
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

ประเทศเพื่อนบ้านทุ่มลงทุนแอร์พอร์ต เดิมพัน "ฮับ" บินอาเซียน


updated: 24 ก.พ. 2558 เวลา 10:00:33 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นอกเหนือจากในไทยแล้ว ความเคลื่อนไหวการลงทุนสนามบินของชาติอื่น ๆ ในอาเซียนก็คึกคักไม่แพ้กัน

"สิงคโปร์" อาคารผู้โดยสารหลังใหม่แห่งที่ 4 ในชื่อ "Jewel" กำลังถือกำเนิดด้วยเงินลงทุนราว 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอาคารสูงเหนือผิวดิน 5 ชั้น และใต้ดินอีก 5 ชั้น มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดกว่า 1.4 ล้านตารางฟุต

คาดแล้วเสร็จในปี 2561 รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 17.7 ล้านคน เป็นปีละ 24 ล้านคน

ฟากเสือเหลือง "มาเลเซีย" ก็เพิ่งเปิด "Kuala Lumpur International Airport 2" หรือ "KLIA2" สนามบินแห่งที่ 2 เมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว รองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนต่อปี พอ ๆ กับสุวรรณภูมิบ้านเรา

ด้าน "ฟิลิปปินส์" กระทรวงการขนส่งและการสื่อสาร กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ของสนามบินคลาร์ก อินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้งบฯ 27 ล้านเหรียญ และกำลังทบทวนแผนสร้างอาคารผู้โดยสารของสายการบินโลว์คอสต์หลังใหม่เพิ่ม

นอกจากนี้ยังเตรียมพิจารณาสนามบินแห่งใหม่ที่จุดซังเลย์(Sangley Point) บริเวณอ่าวคาวิตและลากูนา เพื่อทดแทนสนามบินนานาชาตินินอย อาคิโนที่แออัด ความแน่นอนของแผนงานน่าจะเห็นในช่วงกลางปีนี้

อีกประเทศที่อุดมด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย "อินโดนีเซีย" ก็กำลังเผชิญปัญหาความแออัดภายในสนามบิน โดยเฉพาะช่วงปี 2558-2562 หลังปริมาณการเดินทางเติบโตพุ่งสูงกว่า 20% ต่อปี คาดว่าภาครัฐอินโดฯจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนกว่า 15.3 พันล้านเหรียญ ในการพัฒนาก่อสร้างสนามบินอย่างเร่งด่วน

อย่างที่สนามบินซูการ์โน ฮัตตา กรุงจาการ์ตา กำลังจะมีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และเตรียมก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 เพิ่มข่าวที่น่าสนใจ คือ รัฐบาลพร้อมอ้าแขนเปิดรับเอกชนที่สนใจเข้าไปลงทุนสร้างสนามบินอย่างเต็มที่

ขยับมาที่ประเทศกลุ่ม CLMV กันบ้าง "เวียดนาม" เองก็มองหานักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อลงทุนสนามบินแห่งใหม่ในหลาย ๆ เมือง เพื่อรองรับการเดินทางภายในประเทศโดยเฉพาะ หลังสายการบินโลว์คอสต์ได้รับความนิยมอย่างมาก

ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการใหญ่ก่อสร้างสนามบิน "ลองแถ่ง" (Long Thanh) ในจังหวัดโด่งนาย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของนครโฮจิมินห์ตอนใต้ ที่เคยวาดแผนไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่ดูเหมือนจะเป็นรูปเป็นร่าง แต่ก็ต้องสะดุดหลังนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจรัฐสภา เมื่อปลายปีที่แล้ว และถูกขอให้จัดทำแผนการลงทุนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ปิดท้ายกันที่ประเทศเนื้อหอม "เมียนมาร์" ซึ่งกำลังจะมีว่าที่สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ "หันตาวดี" (Hanthawaddy) อยู่ห่างกรุงย่างกุ้งออกไปราว 80 กิโลเมตร รองรับการท่องเที่ยวและเดินทางเพื่อธุรกิจ ใช้งบฯลงทุน 1,400 ล้านเหรียญ คาดเปิดใช้ได้ในเดือนธันวาคมปี 2562 รองรับผู้โดยสารได้ 12 ล้านคนต่อปี

โดยวางแผนขยายจนถึงขีดการรองรับที่ 30 ล้านคนในอนาคต เสริมทัพสนามบินย่างกุ้งซึ่งปัจจุบันรองรับได้ราว 3.7 ล้านคนต่อปีเท่านั้น

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ล้วนมีเป้าหมายเพื่อเดิมพันตำแหน่งศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาคทั้งสิ้น !

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1424676010
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 24th, 2015, 10:05 AM   #2751
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 56,332
Likes (Received): 1928

เวียดนามขึ้นเบอร์ 1 ญี่ปุ่นเลือกเป็นแหล่งนำเข้า ไทยที่2 ฐานการ์เมนต์ญี่ปุ่น

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 00:08 น.

เวียดนามขึ้นเบอร์ 1 ญี่ปุ่นเลือกเป็นแหล่งนำเข้า จ้างผลิตและฐานลงทุนสิ่งทอ เพื่อลดพึ่งพาจีน ขณะไทยมาเบอร์2 ร่วมกับอินโดฯ หลังปัจจัยบวก-ลบสูสี ผู้ประกอบการชี้ไทยยังไม่เพลี่ยงพล้ำมาก หลังเทรดดิ้งเฟิร์มรายใหญ่แดนปลาดิบยังใช้เป็นแหล่งจัดหา และแหล่งผลิตป้อน ขณะ 25 กลุ่มบริษัทสิ่งทอ-การ์เมนต์ แห่ปักฐานในเวียดนามแก้เกมขีดแข่งขันวูบ-สร้างทางเลือกคู่ค้า

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เผยว่า ล่าสุดหนังสือพิมพ์ Senken ของญี่ปุ่นได้ทำการสำรวจและรวบรวมความเห็นของบริษัทญี่ปุ่นในแต่ละประเทศเกี่ยวกับระดับความสนใจประเทศต่างๆ ในการใช้เป็น China Plus One (กระแสของการที่บริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งเคยไปลงทุนหรือทำธุรกิจกับจีน แต่พยายามจะลดสัดส่วนการพึ่งพาจีนลง เนื่องจากความไม่มั่นใจในด้านความมั่นคงของความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง 2ประเทศ โดยญี่ปุ่นพยายามหาประเทศอื่นที่สามารถจะทดแทนการพึ่งพาจีนลงได้ ไม่ว่าจะใช้เป็นแหล่งนำเข้า การจ้างผลิต หรือการไปลงทุน) สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้คือ

ลำดับความสนใจของบริษัทญี่ปุ่นในปี 2558 ประเทศที่ญี่ปุ่นให้ความสนใจสูงสุดได้แก่ เวียดนาม ซึ่งได้เคยอยู่อันดับ 2 ในปี 2557 รองจากอินโดนีเซีย และทำให้อินโดนีเซียตกลงมาอยู่อันดับ 2 ซึ่งได้รับคะแนนการประเมินเท่ากับไทย ส่วนอันดับ 4-6 ได้แก่ เมียนมาร์ บังกลาเทศ และกัมพูชา ตามลำดับ

ทั้งนี้การประเมินสถานะรายประเทศ ในส่วนของเวียดนาม แม้ว่าค่าแรงจะเพิ่มสูงขึ้น แต่บริษัทญี่ปุ่นมองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีความมั่นคงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียอื่นๆ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ อีกทั้งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และจากที่เวียดนามได้เข้าร่วมการเจรจาความตกลงการค้าเสรีในกรอบต่างๆ โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(ทีพีพี) จะช่วยสร้างความได้เปรียบสำหรับเวียดนามในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นจุดแข็งของเวียดนามในอนาคต ส่วนกรณีของประเทศไทย จากการประเมินมีจุดแข็งเรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม ความพร้อมของวัตถุดิบและวัสดุ ระบบการค้าการลงทุนที่เอื้ออำนวยต่อทุนต่างชาติ โอกาสในตลาดค้าปลีกในประเทศ

แต่มีจุดอ่อนที่บริษัทญี่ปุ่นมีความกังวลสูงสุดในด้านความมั่นคงทางการเมืองแม้ว่าสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศได้สงบลงแล้วก็ตาม ขณะที่อินโดนีเซียยังมีจุดอ่อนในหลายเรื่อง เช่นต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ปัญหาความมั่นคงทางการเมืองภายใต้ประธานาธิบดีคนใหม่ การขาดแคลนแรงงานในเขตจาการ์ตา มีมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศซึ่งเป็นข้อจำกัดการลงทุน

นายสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการและอดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า จากจุดอ่อนของไทยในเรื่องความมั่นคงทางการเมือง ค่าจ้างแรงงานสูงและขาดแคลนแรงงาน ทางผู้ประกอบการได้มีการปรับแผนโดยออกไปลงทุนตั้งฐานการผลิตนอกประเทศโดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) รวมทั้งในอินโดนีเซีย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันส่วนในการรับคำสั่งซื้อยังใช้ไทยเป็นฐานเพราะมีประสบการณ์ในทำธุรกิจร่วมกันกับคู่ค้า โดยฐานในเวียดนามจะได้รับประโยชน์จากทีพีพีในอนาคต ส่วนในกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี)ส่งออกไปตลาดสหภาพยุโรป

ด้านนายวัลลภ วิตนากร ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ในอดีตญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากจีนสัดส่วนกว่า 90% ปัจจุบันคาดจะลดลงเหลือ 70% ซึ่งไทยยังถือเป็นตัวเลือกสำคัญที่บริษัทการค้าข้ามชาติขนาดใหญ่(เทรดดิ้ง เฟิร์ม)ของญี่ปุ่นหลายบริษัทยังใช้เป็นแหล่งจัดหาสินค้า และเป็นแหล่งผลิต ขณะที่ปัจจุบันผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยหลายกลุ่มบริษัทได้ออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่มากสุดคือ เวียดนาม ที่เวลานี้มีประมาณ 25 กลุ่มบริษัทรวม ประมาณ 35 โรงงานได้ไปตั้งฐานในเวียดนามเพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้า และเป็นส่วนหนึ่งของไชน่า พลัส วัน ที่ญี่ปุ่นเลือก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,029 วันที่ 22 - 25 กุมถาพันธ์ พ.ศ. 2558

http://www.thanonline.com/index.php?...3#.VOwuG_mUdqU
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:47 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu