daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old December 10th, 2014, 01:52 PM   #11481
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,303
Likes (Received): 1701

Quote:
Originally Posted by mumu View Post

กิจการขาดทุนคงไม่ปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้

คุณถาม ผมก็หาคำตอบให้
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old December 17th, 2014, 11:38 AM   #11482
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 5,239
Likes (Received): 1214

ดีเดย์ 19 ธ.ค.นี้ ลงนามเอ็มโอยูรถไฟไทย-จีน สายหนองคาย-มาบตาพุด 4 แสนล้าน

updated: 17 ธ.ค. 2557 เวลา 14:45:43 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 19 ธันวาคมนี้ เวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลจะมีการบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกันพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร รวมระยะทาง 867 กิโลเมตร วิ่งด้วยความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล

หลังจากนั้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคมปี 2558 เป็นต้นไป จะตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ และเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการร่วมกัน เช่น กฎหมาย วิธีการร่วมลงทุน การสำรวจและออกแบบรายละเอียด้านเทคนิค และงบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด จากเดิมที่ประเมินไว้เบื้องต้นอยู่ที่ ประมาณ 392,570 ล้านบาท

สำหรับรูปแบบการลงทุนมี 3 ทางเลือกที่จะเจรจาร่วมกัน ได้แก่ 1.เป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนรูปแบบ PPP (Public–Private Partnership) ซึ่งเอกชนในที่นี้หมายถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของจีนที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง ทราบว่ามีอยู่ประมาณ 4-5 บริษัทซึ่งไทยมีสิทธิ์จะคัดเลือกบริษัทต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ร่วมลงทุนได้

2.รูปแบบ BOT (Build-Operate-Transfer Contract) โดยจ้างเอกชนลงทุนก่อสร้าง พร้อมให้สัมปทานบริหารและเก็บค่าบริการ จนครบอายุสัมปทานก็จะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับรัฐบาลไทย และ 3.EPC&F(Engineering Procurement Construction and Finace) จีนจะดำเนินการให้ทุกอย่าง จะคล้ายกับวิธีการเทิร์นคีย์ แต่จะไม่เรียกว่าเทิร์นคีย์ ทั้งสำรวจ วางแผนโครงการ จัดหาเงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำ ออกแบบและประมูลก่อสร้าง ส่วนการบริหารโครงการทางรัฐบาลไทยจะดำเนินการพร้อมชำระหนี้คืนในระยะยาว ยังไม่รู้ว่าจะกี่ปี เช่น 30 ปี 50 ปี อยู่ที่การเจรจา

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1418802472
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 04:52 PM   #11483
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,303
Likes (Received): 1701

ดีเดย์เอ็มโอยูไทย-จีน19ธันวาฯ จับมือลงนามพร้อมกัน2ฉบับรวด เดินหน้ารถไฟทางคู่ซื้อขายข้าว/ยาง

วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 20:51:12 น.

"ประจิน"เผย 19 ธันวาคม ไทยเซ็นเอ็มโอยูจีนร่วมลงทุนทำรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน 1.435 เมตร เส้นหนองคาย-แก่งคอย-มาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ ซื้อขายสินค้าเกษตรข้าวและยางพารา ส่วนปริมาณสินค้าจะเป็นเท่าไหร่ต้องตกลงกันอีกครั้ง


พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีนนำคณะเดินทางเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) 6 ประเทศ ครั้งที่ 5 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2557 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ และมีผู้นำระดับนายกรัฐมนตรีของไทย จีน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่าเข้าร่วม ทางรัฐบาลไทยจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลจีน เรื่องโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่รางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทาง 734 กิโลเมตร และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 133 กิโลเมตร จากนั้นกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะทำงาน 2 ฝ่าย และทำกรอบวางแผนงาน ซึ่งภายในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม 2558 จะเชิญฝ่ายจีนมาหารือก่อนอย่างน้อย 2 ครั้ง และไทยจะไปหารือรายละเอียดต่อที่จีนก่อนสรุปรายละเอียด

"จะต้องมีการหารือเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รูปแบบการร่วมทุน เทคนิคในการสำรวจมีอะไรบ้าง และต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เข้ามาช่วยดูรายละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาการสื่อสารผิดพลาด ซึ่งอาจจะเกิดข้อขัดแย้งในภายหลังได้ โดยรูปแบบการลงทุนนั้นขอให้คณะทำงานได้หารือกันก่อน คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนประชุมร่วมกับจีนในเดือนมกราคม 2558แน่นอน" พล.อ.อ.ประจินกล่าว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลไทยจะมีการลงนามเอ็มโอยูกับรัฐบาลจีน 2 ฉบับ คือ ด้านการพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน และด้านสินค้าเกษตรไทย-จีน ซึ่งจีนสนใจที่จะซื้อข้าวและยางพาราจากไทย โดยเอ็มโอยูฉบับแรกจะมี พล.อ.อ.ประจินเป็นผู้ลงนามร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟของจีน ส่วนอีกฉบับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้ลงนามร่วมกับรัฐมนตรีด้านการเกษตรของจีน

นายอาคมกล่าวว่า นอกจากการลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ประเทศไทยไทยยังเตรียมหารือแบบทวิภาคีในด้านความร่วมมือด้านต่างๆ กับ ลาว กัมพูชา และเวียดนามด้วย โดยรายละเอียดของการหารือร่วมกันคงเป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในทุกด้านที่เคยทำร่วมกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

นายอาคมกล่าวว่า สำหรับร่างเอ็มโอยูไทย-จีน ด้านการพัฒนารถไฟ จะเป็นความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวร่วมกัน ส่วนเอ็มโอยูความร่วมมือในด้านสินค้าเกษตรไทย-จีน ซึ่งจีนสนใจที่จะซื้อข้าว และยางพาราจากไทยนั้น เพื่อเป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ที่จะครบรอบ 40 ปีในปีหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะมีการตกลงปริมาณสินค้าเกษตรของไทยที่จีนจะซื้ออีกครั้งว่า จะขายข้าวและยางให้จีนจำนวนเท่าใด

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1418902824
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 05:07 PM   #11484
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 5,239
Likes (Received): 1214

บทความพิเศษ : รถไฟความเร็วสูงคุ้มสำหรับประเทศไทย
18 ธันวาคม 2557 เวลา 19:46 น.
การรถไฟไทยจีนร่วมมือกัน ประเทศไทยได้รับประโยชน์มากกว่า
1. ต่างได้ประโยชน์กำไรทั้งสองฝ่าย ไทยได้รับประโยชน์มากกว่า การรถไฟไทยจีนร่วมมือกัน อยู่ในปริมณฑลความร่วมมือที่เป็นจุดหนักซึ่งผู้นำไทยจีนทั้งสองประเทศร่วมกันผลักดันด้วยตนเอง การริเริ่มและนำสู่การปฏิบัติของความร่วมมือการรถไฟของทั้งสองประเทศจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยให้ดีขึ้น โดยเฉพาะคือโครงสร้างพื้นฐานด้านทางรถไฟ เกิดความสะดวกในการไปมาหาสู่ของประชาชน ยกระดับการไหลเวียนของสินค้า ลดมลภาวะ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาของเมืองใหม่ สร้างงานให้กับท้องถิ่น เสริมความแข็งแรงแก่การพัฒนาเศรษฐกิจ ยกฐานะของไทยที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมในประชาคมอาเชี่ยน กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ในประชาคมอาเชี่ยนและระหว่างประเทศจีนกับประชาคมอาเชี่ยน จะเกิดบทบาทที่เป็นคุณในการติดต่อไปมาหาสู่ของผู้คน
ขณะเดียวกัน การรถไฟไทยจีนร่วมมือกันก็ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟของจีนได้รับประโยชน์ด้วย ตามที่ทั้งสองประเทศได้บรรลุซึ่งการเข้าใจร่วมกัน ประเทศจีนจะสนองเทคโนโลยีแก่การพัฒนาการรถไฟของไทย สนับสนุนด้านการดำเนินการและการเงิน พร้อมกันนั้นทางจีนจะเปิดตลาดการค้าแก่สินค้าการเกษตรของไทยเป็นพิเศษ จะเพิ่มการซื้อสินค้าการเกษตรเช่น ข้าวไทย และยางพาราเป็นต้น มาตรการเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาตึงมือที่รัฐบาลระยะผ่านของไทยกำลังเผชิญอยู่ สร้างความผาสุกแก่ประชาชนไทย กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย รวมความแล้วก็คือ การรถไฟไทยจีนร่วมมือกันเป็นความร่วมมือที่ต่างได้ประโยชน์และกำไรทั้งสองฝ่าย โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยที่ได้รับการปรับปรุงดีขึ้นจะส่งผลดีแก่การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยและประชาชนไทย

2. รถไฟความเร็วสูงของจีนปลอดภัยเชื่อถือได้ ย้อนมองประวัติการพัฒนาการรถไฟของโลก การเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่มีเพียงประเทศจีนประเทศเดียวเท่านั้น การพัฒนาการรถไฟของมหาประเทศ ล้วนเคยเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่มีคนเจ็บคนตายเป็นจำนวนมาก ประเทศเยอรมัน ญี่ปุ่น อังกฤษ อิตาลี สเปน อเมริกาเป็นต้น ล้วนเคยเกิดอุบัติเหตุทางรถไฟมาแล้วไม่น้อยกว่า และไม่เล็กกว่าประเทศจีนมาแล้วทั้งสิ้น สถิติเกี่ยวกับเรื่องนี้ล้วนมีรายงานเป็นหลักฐานสามารถสืบค้นได้ ตราบถึงวันที่ 10 เดือนธันวาคม ปี 2014 รถไฟความเร็วสูงของจีนที่เปิดการเดินรถแล้วมีระยะทาง 13,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศในแต่ละวันมีขบวนรถไฟขนส่งผู้โดยสารจำนวน 2,673.5 คู่ ในจำนวนนี้เป็นรถไฟความเร็วสูง 1,500 คู่ เป็น 60% ของขบวนรถโดยสาร
ในจำนวนนี้ที่ชุกที่สุดคือรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ในแต่ละวันจะเปิดการเดินรถถึง 164 คู่ ถึงขั้นที่ว่าไปถึงเมื่อไรได้ออกเดินทางเมื่อนั้น ปี 2013 รถไฟจีนขนส่งผู้โดยสาร 2,106 ล้านคน/เที่ยว ในจำนวนนี้ที่โดยสารรถไฟความเร็วสูงมี 530 ล้านคน/เที่ยว เป็น 25% ของยอดการขนส่งผู้โดยสาร ปี 2014 “1 ตุลาคม” ช่วงสัปดาห์ทอง การขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟมีจำนวนผู้โดยสารรวม 91,007,000 คน/เที่ยว เฉลี่ยวันละ 9,000,000 คน/เที่ยวขึ้นไป วันที่ 1 ตุลาคมขนส่งผู้โดยสาร 11,726,000 คน/เที่ยว
จากสถิติ การขนส่งทางรถไฟของจีนมีระยะทางคิดเป็น 7% ของโลก มีปริมาณการขนส่งคิดเป็น 25%ของโลก การขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟที่ชุกชุมถี่ยิบนี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากในขอบเขตทั่วโลก หลังเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 23 เดือนกรกฎาคมปี 2011 รถไฟความเร็วสูงของจีนก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุที่มีคนตายเป็นจำนวนมากอีกเลย จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีของจีนนั้นสุกงอม ก้าวหน้า การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพสูง มีระเบียบ ปลอดภัย มีหลักประกัน

3. การเปรียบเทียบราคาตามคุณภาพ รถไฟจีนดีที่สุด จากคำรายงาน “วิเคราะห์ผลกระทบเศรษฐกิจภูมิภาครถไฟความเร็วสูงของจีน” ที่ประกาศในเดือนมิถุนายน 2014 ของธนาคารโลก ได้กล่าวถึงต้นทุนในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนว่า ต้นทุนในการก่อสร้างรถไฟความเร็ว 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยทั่วไปตกกิโลเมตรละ 100 -125 ล้านหยวน แต่รถไฟความเร็วสูงของยุโรป (การออกแบบก่อสร้างรถไฟความเร็ว 300 กิโลเมตรขึ้นไป) ต้นทุนอยู่ที่ 150-240 ล้านหยวน ต้นทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่แคลิฟอร์เนียของอเมริกา (ไม่รวมค่าที่ดิน หัวรถจักรและโบกี้รวมทั้งดอกเบี้ยในระหว่างก่อสร้าง) ต้นทุนสูงถึง 52 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 320 ล้านหยวน) รถไฟความเร็วสูง 4 สายของฝรั่งเศสที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในปี 2013 ต้นทุนก่อสร้างตกกิโลเมตรละ 150-210 ล้านหยวน

ฉะนั้น การรถไฟของจีนในระยะเวลา 6-7 ปี ได้ก่อสร้างโครงข่ายทางรถไฟสำเร็จลุล่วงเป็นระยะทาง 10,000 กิโลเมตร และต้นทุนการก่อสร้างต่อหน่วยถูกกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างมากที่สุดก็แค่ 2 ใน 3 ของประเทศอื่น เรียกว่าทำได้ดีมากความได้เปรียบเรื่องต้นทุนนอกจากค่าแรงต่ำแล้ว สาเหตุอีกประการหนึ่งก็คือ โครงข่ายของรถไฟความเร็วสูงมีขนาดใหญ่โตมาก สามารถทำให้การออกแบบก่อสร้างในส่วนต่าง ๆ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งทำให้การผลิตอุปกรณ์และดำเนินการก่อสร้างมีการแข่งขัน และพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อีกทั้งตัดรายการอุปกรณ์ที่มีราคาแพงออกไป ฉะนั้น ด้วยข้อได้เปรียบและประสบการณ์ในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีน สามารถสนองบริการราคาถูกคุณภาพสูงแก่การก่อสร้างและขนส่งในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของไทย.... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1wOTD2w
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 05:51 AM   #11485
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 5,239
Likes (Received): 1214

ความร่วมมือรถไฟไทย-จีน : ปฏิวัติรถไฟไทยและบทพิสูจน์เทคโนโลยีรถไฟจีน


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
19 ธันวาคม 2557 09:54 น.

จากงานศึกษาวิจัยของศูนย์อาเซียน-จีนศึกษา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เรื่อง “ความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย-จีน” พบว่า ประวัติศาสาตร์การคมนาคมขนส่งทางรางของไทยกำลังจะพลิกโฉมหน้าครั้งสำคัญ เมื่อรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนเตรียมที่จะลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลาง 160-180 กม./ชม. ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (Greater Mekong Subregion-GMS Summit) ระหว่างวันที่ 19-20 ธ.ค. 2557 นี้ ที่กรุงเทพฯ

การลงนาม MOU ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ เป็นรูปธรรมมากขึ้นจาก 2 ครั้งแรก โดยข้อตกลง MOU เมื่อปี 2553 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไทยและจีนได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนรูปแบบรัฐวิสาหกิจ สัดส่วน 51 : 49 มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่หนึ่งแสนล้านบาท โดยฝ่ายจีนจะขอสัมปทานเช่าใช้เส้นทางจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) 50 ปี ซึ่ง MOU ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในมาตรา 190 แล้ว แต่รัฐบาลยุบสภาไปเสียก่อน

ส่วนผลของ MOU สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปี 2555 จีนได้ช่วยเหลือไทยแบบให้เปล่าแก่ประเทศไทย ในการศึกษารายละเอียดโครงการเบื้องต้นในเส้นทางรถไฟสองสาย คือ สายกรุงเทพฯ-หนองคาย กับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วิ่งด้วยความเร็ว 250 กม./ชม. โดยฝ่ายจีนได้ส่งมอบรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ (Pre-Feasibility Study) ของทั้งสองเส้นทางให้แก่กระทรวงคมนาคมไทยในเดือนตุลาคม 2555

ต่อมาเมื่อครั้งที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เดินทางเยือนไทยอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2556 นอกจากเป็นช่วงที่ฝ่ายจีนจัดนิทรรศการเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของจีนแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามใน MOU ว่าด้วยความร่วมมืออีกขั้นหนึ่ง โดยจีนได้จัดฝึกอบรมบุคลากรด้านรถไฟความเร็วสูงให้แก่ฝ่ายไทยรวม 100 คน

สำหรับ MOU ฉบับใหม่ที่จะลงนามระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทยกับประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ในวันที่ 19-20 ธันวาคมนี้ จะนำมาซึ่งโครงการรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร โครงการแรกของประเทศไทย ในเส้นทางหนองคายถึงมาบตาพุด ความยาวรวม 867 กิโลเมตร โดยไทยและจีนจะร่วมกันดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการในปี 2558 และถือเป็นส่วนหนึ่งในวาระฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 40 ปี ทั้งสองฝ่ายยังตั้งเป้าจะเริ่มการก่อสร้างให้ได้ในปี 2559

ความสำเร็จของความร่วมมือนี้ เป็นเพราะทั้งไทยและจีนต่างได้ปรับกระบวนทัศน์ของตนเองใหม่ โดยรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ยอมปรับลดแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน “อภิมหาโปรเจ็ค” ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและประโยชน์ในการใช้งานมากขึ้น

โดยทั่วไปแล้ว รถไฟความเร็วสูงที่วิ่งตั้งแต่ 200 หรือ 250 กม./ชม. ขึ้นไปนั้น มักจะเน้นใช้ขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก ส่วนการขนส่งสินค้าจะกำหนดไว้ที่ราว 120 กม./ชม. ซึ่งการปรับความเร็วของรถไฟไทยให้อยู่ที่ระดับ 160-180 กม./ชม. นั้น ถือเป็นการปรับเพื่อให้รองรับได้ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า อีกทั้งช่วยปรับลดงบประมาณก่อสร้างลงอีกด้วย หากในอนาคตประเทศไทยมีปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าโดยทางรถไฟมากขึ้นเรื่อยๆ รางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตรนี้ ก็สามารถยกระดับเป็นรถไฟความเร็วสูง ถือเป็นการแบ่งเบาภาระการลงทุนให้สมดุลมากขึ้น โดยไม่ต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลในครั้งเดียว จนอาจนำไปสู่ปัญหาการคลังของประเทศ

ในขณะที่ฝ่ายจีนเองก็ปรับตัวเช่นกัน โดยเคารพในปัจจัยภายในของประเทศไทย ทั้งจากปัญหาการเมืองและระดับความพร้อมในการพัฒนาสู่ยุครถไฟความเร็วสูงที่ยังต้องมี “ระยะเปลี่ยนผ่าน” ทั้งเรื่องการจัดสรรงบประมาณ จำนวนผู้โดยสาร การพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น พร้อมทั้งได้แสดงความจริงใจที่จะช่วยเหลือพัฒนาศักยภาพการรถไฟของไทยอย่างแข็งขัน ทั้งการช่วยศึกษาความเป็นไปได้ การจัดฝึกอบรม และให้เงินทุน ตลอดจนสร้างความชัดเจนที่จะไม่ถือครองพื้นที่สองข้างทางรถไฟ อันเป็นประเด็นอ่อนไหวที่หลายฝ่ายจับจ้อง

สาระสำคัญของร่าง MOU
รัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร รวมระยะทาง 867 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล

โดยฝ่ายจีนจะรับผิดชอบการก่อสร้างและพัฒนาระบบรถไฟเส้นทางดังกล่าว สำหรับการสนับสนุนเงินลงทุน และการชำระเงินลงทุนจะมีการหารือกันต่อไป ส่วนฝ่ายไทยตกลงที่จะให้ฝ่ายจีนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการเตรียมการของโครงการฯ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ และจะพยายามให้เริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2559

นอกจากนั้น จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมขึ้นใหม่ชุดหนึ่ง เพื่อกำกับดูแลการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สำหรับไทยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วม สำหรับจีน ให้ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (National Development and Reform Council) เป็นประธานร่วม บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้ 5 ปี นับจากวันลงนาม

รูปแบบความร่วมมือ
การลงทุนภายใต้ MOU ไทย-จีนฉบับใหม่ จะมีรูปแบบความร่วมมือใน 3 แนวทาง (1) การร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (Public-Private Partnership หรือ PPP) ซึ่งเอกชนในที่นี้หมายถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของจีนที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง (2) Build-Operate-Transfer Contract หรือ BOT คือ เอกชนเป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง บริหาร พร้อมให้สัมปทานบริหารและเก็บค่าบริการจนครบอายุสัมปทาน จากนั้นจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับรัฐบาลไทย (3) Engineering Procurement Construction and Finance หรือ EPC&F คือให้เอกชนลงทุนสำรวจออกแบบก่อสร้าง และบริหาร จัดการ จัดเก็บค่าบริการ เพื่อชำระหนี้ โดยในข้อตกลงจีนจะเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินทุนให้ ส่วนไทยจะทำหน้าที่บริหารโครงการและชำระหนี้คืนในระยะยาว

ทั้งนี้ พล.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไทย เคยเปิดเผยว่า "รูปแบบที่ 3 น่าจะดีที่สุด โดยรัฐบาลไทย-จีนจะจัดตั้งบริษัทร่วมกันในรูปแบบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไทยมีสิทธิจะเลือก

รัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งมี 5 บริษัทมาร่วมลงทุน ส่วนการถือหุ้นสัดส่วนยังไม่นิ่ง อาจจะเป็นไทย 80% จีน 20% หรือไทย 85% จีน 15% ขณะที่การพัฒนาพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางรถไฟนั้น จะยังคงเป็นสิทธิของรัฐบาลไทย ทางจีนได้สิทธิแค่การก่อสร้างและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและแรงงานร่วมกันเท่านั้น"

สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองชาติ
โครงการความร่วมมือด้านการรถไฟระหว่างไทย-จีน ที่กำลังจะก้าวสู่ศักราชใหม่นี้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองชาติ มีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของทั้งไทยกับจีน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนนำสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยสามารถสรุปได้ดังตาราง




ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน
พิธีลงนามข้อตกลง MOU เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแห่งศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ จะสำเร็จลุล่วงได้ ยังมีสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องคำนึงถึง

สำหรับฝ่ายจีนนั้น แม้หลายปีมานี้จะพยายามขยายความร่วมมือด้านรถไฟความเร็วสูงกับหลายประเทศทั่วโลก แต่จีนยังไม่เคยมีรูปแบบ “การส่งออก” รถไฟความเร็วสูงแบบครบวงจร คือตั้งแต่กระบวนการสำรวจออกแบบ ก่อสร้าง วางระบบอาณัติสัญญาณ-ระบบรถไฟ จนถึงจัดหาขบวนรถไฟและบริหารการเดินรถ เหมือนยักษ์ใหญ่ในวงการอย่างซีเมนต์ บอมบาร์ดิเอร์ หรือ อัลสตอม ซึ่งหากจีนต้องการให้ครบวงจรดังกล่าว จีนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในรูปแบบพิเศษเฉพาะ ความร่วมมือระหว่างไทย-จีนครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่ารถไฟความเร็วสูงจีน พร้อมแล้วหรือไม่ ที่จะกลายเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าของโลกด้านรถไฟความเร็วสูง

แม้ปัจจุบันจีนจะเป็นประเทศที่มีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เปิดให้บริการระยะทางยาวที่สุดของโลกรวมเกือบ 12,000 กิโลเมตร และที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีกราว 11,000 กิโลเมตร และมีจุดเด่นที่ต้นทุนก่อสร้างถูกที่สุดในโลก กล่าวคือ ต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ยโครงการรถไฟที่วิ่ง 350 กม./ชม. คิดเป็น 125 ล้านหยวนต่อ 1 กิโลเมตร ส่วนรถไฟที่วิ่ง 250 กม./ชม. คิดเป็น 87 ล้านหยวนต่อ 1 กิโลเมตร ขณะที่สถิติจาก International Transportation Forum เมื่อเดือนธันวาคม 2556 ระบุว่า ต้นทุนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในประเทศฝรั่งเศส คิดเป็น 150-210 ล้านหยวนต่อ 1 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบด้านต้นทุนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นนั้น เป็นผลจากปัจจัยภายในประเทศของจีนเอง นั่นคือ ต้นทุนการเวนคืนที่ดินและต้นทุนแรงงานต่ำ ขณะที่มีขอบข่ายการก่อสร้างขนาดใหญ่ ล้วนส่งผลให้จีนก่อสร้างได้เร็วและค่าใช้จ่ายต่ำกว่าชาติอื่น ซึ่งต่างจากสถานการณ์ภายในของไทย เนื่องจากที่ดินของไทยเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ต้องมีกระบวนการเวนคืนที่ดินที่ซับซ้อนกว่าจีน ส่วนต้นทุนแรงงานแม้จะถูกกว่าจีน แต่ศักยภาพและประสบการณ์ก่อสร้างของแรงงานไทยด้านรถไฟสมัยใหม่ด้อยกว่าจีนมาก

ขณะเดียวกัน สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องคำนึงถึงคือ การบริหารต้นทุนการก่อสร้างและหนี้สินที่จะตามมา รวมทั้งแผนการบริหารการเดินรถเพื่อให้เกิดผลกำไร จากผลการศึกษาของธนาคารโลกระบุว่า ความหนาแน่นของประชากรตามแนวรถไฟนั้น ต้องไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน จึงจะคืนทุน นอกจากนั้นแล้ว เนื่องจากระบบรถไฟรางมาตรฐานที่จะสร้างขึ้นใหม่นี้ใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ฉะนั้น ไทยยังต้องคำนึงถึงอุปทานไฟฟ้าที่เพียงพอสำหรับรองรับการเดินรถไฟตลอดเส้นทาง ซึ่งย่อมหมายถึงไทยต้องหาทางเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าและต้องสร้างสถานีจ่ายไฟฟ้าเป็นระยะๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟด้วย

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างไทย-จีนครั้งนี้ ด้านหนึ่งจึงเป็นการปฏิวัติวงการรถไฟครั้งประวัติศาสตร์ของไทย และด้านหนึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีรถไฟที่ทันสมัยของจีนนั้น จะเป็นที่ยอมรับและครองความเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนได้สำเร็จหรือไม่

---------------------------------------------------------
Prof.Dr.Tang Zhimin
อรสา รัตนอมรภิรมย์
ศูนย์อาเซียน-จีนศึกษา
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

http://www.manager.co.th/China/ViewN...=9570000145528



'รถไฟทางคู่' สานสัมพันธ์ไทย-จีน
http://www.now26.tv/view/30225/%E0%B...%E0%B8%99.html

'เอกชน' ประเมินรถไฟทางคู่ไทย-จีน
http://www.now26.tv/view/30227/%E0%B...%E0%B8%99.html

Last edited by wwc234; Today at 07:53 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 02:34 PM   #11486
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 5,239
Likes (Received): 1214

ลงนามแล้วเอ็มโอยูไทย-จีน สร้างทางรถไฟ ซื้อข้าวและยางพารา


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
19 ธันวาคม 2557 19:05 น.

นายกรัฐมนตรี หารือกับประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย เผยเน้นส่งเสริมเชื่อมโยงในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน พร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่ง ต่อมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน บรรลุความตกลง 2 ฉบับ ความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟและด้านการค้าสินค้าเกษตร ไทย-จีน

วันนี้ (19 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหงชาติ (คสช.) หารือ กับนายทาเกฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี โดยภายหลังการหารือ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณ ประธานเอดีบี ที่เข้าใจพื้นฐานและพัฒนาการของประเทศไทย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเงินทุน และงานวิชาการ ทำให้เกิดการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งย้ำว่าไทยกำลังเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพราะก่อนหน้านี้เศรษฐกิจไทยต้องหยุดชะงักไป และรัฐบาลชุดมีนโยบายสำคัญ คือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน จะมีการพิจารณามาตรการลงทุน พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้เกิดกิจกรรมด้านการลงทุน ที่จะมีส่วนเชื่อมโยงในเรื่องการค้าขายพืชผลทางเกษตร รวมถึงการจ้างแรงงานในพื้นที่ และเสริมสร้างความเจริญในภูมิภาคอาเซียนได้ ทั้งนี้ไทยมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนกับต่างประเทศ เช่นหากใครมาลงทุนในประเทศไทยก็จะสนับสนุนให้ไปลงทุนเพิ่มเติมในประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่เรียกว่าไทย บวก 1 อีกทั้งยังเห็นว่า เอดีบีสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเข้ามาพัฒนาสาขาต่างในภูมิภาคนี้ได้ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเชื่อมโยงในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง และอาเซียน และไทยเองก็มีความพร้อมในการที่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางบก รถไฟ และทางทะเล นอกจากนี้นายกฯยังขอให้เอดีบี สนับสนุนการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ ด้วย

ด้านทางประธานเอดีบี ได้กล่าวชื่นชมไทย ที่มีบทบาทสำคัญที่สนับสนุนพัฒนากลุ่มภูมิภาคอาเซียน ทางเอดีบีพร้อมสนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาในกลุ่มภูมิภาคนี้ เพราะไทยมีความโดดเด่นในที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยที่มีสูง และเอดีบียืนยันจะร่วมกับไทย พัฒนาประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมทางการเงิน เทคนิค การวิจัยพัฒนา โดยเฉพาะการให้ความสำคัญการพัฒนาด้านอาชีวะศึกษา

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนาย หลี่ เค่อเฉียง (Mr. Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสหารือทวิภาคีและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง 2 ฉบับ ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมหารือ ประกอบด้วยฝ่ายไทย ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายจีน ได้แก่ นาย Gao Hucheng รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นาย Lou Jiwei รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นาย Wang Yi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Yang Chuantang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นาย Zhou Xiaochuan ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศจีน และนายฉี เจ้าฉื่อ (XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ และนาย Sheng Guangzu ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศจีน ณ ทำเนียบรัฐบาล โอกาสนี้ ร้อยเอกยงยุทธ มัยลาภ ได้กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นการพบปะกันครั้งแรกในประเทศไทย และยินดีที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด (GMS Summit) ครั้งที่ 5 ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ไทยและจีนบรรลุการลงนามความตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ (1) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 และ (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว นายกรัฐมนตรียังเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย - จีน ทั้งในส่วนของการพัฒนาเส้นทางรถไฟและความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร และขอให้คณะกรรมการร่วมฯ เริ่มการประชุมครั้งแรกภายในในต้นปี 2558

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรอบความร่วมมือ GMS เป็นอนุภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในอนุภูมิภาค GMS ทั้งทางถนน ราง และน้ำ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมโยงในเส้นทาง R3A (กรุงเทพฯ - คุนหมิง) เพื่อให้การขนส่งคนและสินค้าเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น ไทย สปป. ลาว และเวียดนาม ยังได้เห็นชอบในหลักการในการพัฒนาเส้นทางหมายเลข R8 และR12 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงไปยังกว่างซีในอนาคต นอกจากนี้ ไทยยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจ ไทยอยู่ระหว่างการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามระเบียงเศรษฐกิจ ในบริเวณชายแดน ซึ่งในอนาคตสามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนที่อยู่ตามระเบียงเศรษฐกิจเดียวกัน เพื่อพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดนต่อไป ส่วนความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติ จีนมีบทบาทสำคัญในการจะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติภายใต้กรอบ GMS โดยเฉพาะการจัดการภัยพิบัติเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ การส่งเสริม Credit Guarantee สำหรับ SMEs ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนจีนเข้ามาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในไทยและอนุภูมิภาค

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่น การลงนามความตกลงทั้ง2 ฉบับ เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ การพัฒนาเส้นทางรถไฟจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมจีน ลาว ไทย จะทำให้มีการเพิ่มพูนปริมาณสินค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวระว่างประเทศในภูมิภาคต่อไปในอนาคต สำหรับความร่วมมือด้านการซื้อสินค้าเกษตร จีนจะพิจารณาเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าเกษตรจากไทยให้มากยิ่งขึ้น เช่น ข้าว และยางพารา ส่วนความร่วมมือในภูมิภาค GMS นั้น จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในการส่งเสริมการพัฒนาในอนุภูมิภาคในทุกมิติ พร้อมที่จะได้มีการร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการเชื่อมโยงเส้นทางถนน เพื่อประโยชน์ในการขนส่งคนและสินค้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยมีเสถียรภาพและความมั่นคง เป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

หลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจีน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565 (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China (PRC) on Cooperation on the Thailand’s Railways Infrastructure Development on The Strategic Framework for Development of Thailand’s Transportation Infrastructure 2015-2022(B.E.2558-2565)泰王国政府和中华人民共和国政府 关于在泰国2015 至2022 年交通运输基础设施发展战略框架下开展 铁路基础设施发展合作的谅解备忘录 ระหว่าง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายฉี เจ้าฉื่อ (XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ

อีกฉบับหนึ่ง คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร Memorandum of Understanding between the Government of the People’s Republic of China (PRC) and the Government of the Kingdom of Thailand for Cooperation on Agricultural Products Trade 泰王国政府和中华人民共和国政府 关于农产品贸易合作的谅解备忘录 โดย พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยและนายฉี เจ้าฉื่อ (XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ

สาระสำคัญของร่างเอ็มโอยูดังกล่าว รัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล สำหรับบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรนั้น จะเป็นการแสดงเจตจำนงของจีนในการซื้อสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะ ข้าวและยางพารา รวมทั้งจะเพิ่มปริมาณการสินค้าเกษตรอื่นจากไทยอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนี้นาย หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเข้าร่วมงานอาหารค่ำ (Gala Dinner) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำที่เข้าร่วมการการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร


http://www.manager.co.th/Politics/Vi...=9570000145954
http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1418991245
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 02:59 PM   #11487
Codename B
Detective
 
Codename B's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Posts: 4,492
Likes (Received): 2083

Thailand, China sign train investment pact
Published: 19 Dec 2014 at 18.55 Writer: Online Reporters

The long wait for new rail system investments ended on Friday after Thailand and China signed an agreement to build new tracks to fulfill Thailand's ambition to improve its hapless train system.


Prime Minister Prayut Chan-o-cha (right) smiles in talks with visiting Chinese Premier Li Keqiang while they witnessed the signing ceremony on the train and agriculture agreements at Government House. (Photo by Chanat Katanyu)

The memorandum of understanding was signed at Government House by Transport Minister Prajin Juntong and Xu Shaoshi, chairman of the National Development and Reform Council of China. The ceremony was witnessed by Prime Minister Prayut Chan-o-cha and Chinese Premier Li Keqiang.

It capped a visit by the Chinese premier who is the most prominent world leader to visit the country since the military seized power on May 22.

Mr Xi will also attend the Greater Mekong Subregion (GMS) summit in Bangkok on Saturday, along with delegates from Thailand, China, Vietnam, Cambodia, Laos and Myanmar.

Under the agreement signed on Friday, China will build the country's first standard-gauge tracks on two routes. The first one will run from Nong Khai province to the Map Ta Phut deep-sea port in Rayong province via Nakhon Ratchasima province and Kaeng Khoi district in Saraburi for 734 kilometres. A second 133-kilometre line will run from Kaeng Khoi to Bangkok.

The project will be carried out on a government-to-government basis with further financial details including the construction cost to be discussed, according to Thai government statement.

The lines will consist of 1.435-metre tracks that will enable trains to run at speeds up to 180 kilometres per hour, and can accommodate high-speed trains up to 250km/h in the future. The State Railway of Thailand currently uses the 1-metre gauge system.

The Xinhua news agency on Thursday estimated the construction cost at US$10.6 billion (350 billion baht).

Construction could start in 2016 and be completed in 2022, according to the agreement.

The two countries agreed that preparation should start as soon as possible. ACM Prajin said early this month that it could begin in February.

Gen Prayut has said that the new system will be built for normal trains only but did not rule out a plan to bring high-speed trains to Thailand in the future.

The train project is in line with plans to improve its rail transport and the country's ambition to be the transport hub linking Southeast Asia with China.

China plans to build another line from its southern border to Vientiane in Laos which will connect to the Thai line in Nong Khai

The train deal will foster economic growth between China and Southeast Asia, Yang Yong of the China Railway Corporation told Xinhua.

Gen Prayut will visit China on Monday and Tuesday. While there, he plans to take a high-speed train ride from Beijing to Tianjin, said government spokesman Yongyuth Mayalarp said.

The two countries also signed another agreement on agriculture under which China would buy more farm products from Thailand. Commerce Minister Chatchai Sarikulya signed the deal on behalf of Thailand.

Gen Prayut said before meeting with Mr Li that China would buy 2 million tonnes of Thai rice but did not specify the timeframe of the purchase.

Chutima Bunyapraphasara, the permanent secretary for commerce, said the two countries would hold talks in the future about deliveries.

http://www.bangkokpost.com/news/tran...n-railway-deal
__________________
What's wrong isn't me. What's wrong is the world!

-noblesse oblige-

napoleon liked this post
Codename B no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 03:30 PM   #11488
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 14,440
Likes (Received): 775





Chinese Premier coming to Thailand to witness MOU on the Thailand - China Railways (Nong Khai - Khorat - Kaeng Khoi - Maptaphut Port with the distance of 734 km and BKK - Kaeng Khoi with the distance of 133 km) - officially known as Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China (PRC) on Cooperation on the Thailand’s Railways Infrastructure Development on The Strategic Framework for Development of Thailand’s Transportation Infrastructure 2015-2022(B.E.2558-2565) (泰王国政府和中华人民共和国政府 关于在泰国2015 至2022 年交通运输基础设施发展战略框架下开展 铁路基础设施发展合作的谅解备忘录 ) - signed by Big Jin and XU SHAOSHI along with the MOU on the purchase of Thai agriculture commodities on 19-20 Dec 2014 and Big Too is coming to China to sign MOUs on the following issue - officially known as Memorandum of Understanding between the Government of the People’s Republic of China (PRC) and the Government of the Kingdom of Thailand for Cooperation on Agricultural Products Trade (泰王国政府和中华人民共和国政府 关于农产品贸易合作的谅解备忘录)signed by Big Chatchai and XU SHAOSHI

1. MOU on the case of balance transaction on Chinese Yuan in Thailand between Bank of Thailand and People Bank of China (National Bank)
2. Extending the bilateral transaction agreement between Chinese Yuan and Baht
3. Fishery cooperation between Irrigation Dept and Ministry of Water Resource
4. Stock market of Thailand and Bank of China on Chinese Yuan transactions

During the Chinese trip, Big Too is going to inspect the traffic control center on High Speed train and testing the ride
http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%9A.html
http://www.thaigov.go.th/en/governme...490-88490.html
http://www.thaicn.net/news/qsxw/2014-12-19/10842.html
https://www.facebook.com/thailandcou...03996109767569

http://www.manager.co.th/Politics/Vi...=9570000145954
http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1418991245
http://www.thaicn.net/news/qsxw/2014-12-19/10842.html
https://www.facebook.com/thailandcou...type=1&theater
https://www.facebook.com/thailandcou...type=1&theater
https://www.facebook.com/thailandcou...type=1&theater

Private sector assessment on Thai - China Railway
http://www.now26.tv/view/30227/%E0%B...%E0%B8%99.html


More issue on Thai - China Railway according to 5 year plan
http://www.manager.co.th/China/ViewN...=9570000145528
http://www.now26.tv/view/30225/%E0%B...%E0%B8%99.html
__________________
BKK Mass Transit Expert

marut liked this post

Last edited by Wisarut; Today at 03:54 PM. Reason: Addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 05:32 PM   #11489
jj777
Registered User
 
Join Date: Apr 2012
Posts: 9
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by wwc234 View Post
ลงนามแล้วเอ็มโอยูไทย-จีน สร้างทางรถไฟ ซื้อข้าวและยางพารา


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
19 ธันวาคม 2557 19:05 น.

นายกรัฐมนตรี หารือกับประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย เผยเน้นส่งเสริมเชื่อมโยงในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน พร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่ง ต่อมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน บรรลุความตกลง 2 ฉบับ ความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟและด้านการค้าสินค้าเกษตร ไทย-จีน

วันนี้ (19 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหงชาติ (คสช.) หารือ กับนายทาเกฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี โดยภายหลังการหารือ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณ ประธานเอดีบี ที่เข้าใจพื้นฐานและพัฒนาการของประเทศไทย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเงินทุน และงานวิชาการ ทำให้เกิดการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งย้ำว่าไทยกำลังเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพราะก่อนหน้านี้เศรษฐกิจไทยต้องหยุดชะงักไป และรัฐบาลชุดมีนโยบายสำคัญ คือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน จะมีการพิจารณามาตรการลงทุน พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้เกิดกิจกรรมด้านการลงทุน ที่จะมีส่วนเชื่อมโยงในเรื่องการค้าขายพืชผลทางเกษตร รวมถึงการจ้างแรงงานในพื้นที่ และเสริมสร้างความเจริญในภูมิภาคอาเซียนได้ ทั้งนี้ไทยมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนกับต่างประเทศ เช่นหากใครมาลงทุนในประเทศไทยก็จะสนับสนุนให้ไปลงทุนเพิ่มเติมในประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่เรียกว่าไทย บวก 1 อีกทั้งยังเห็นว่า เอดีบีสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเข้ามาพัฒนาสาขาต่างในภูมิภาคนี้ได้ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเชื่อมโยงในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง และอาเซียน และไทยเองก็มีความพร้อมในการที่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางบก รถไฟ และทางทะเล นอกจากนี้นายกฯยังขอให้เอดีบี สนับสนุนการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ ด้วย

ด้านทางประธานเอดีบี ได้กล่าวชื่นชมไทย ที่มีบทบาทสำคัญที่สนับสนุนพัฒนากลุ่มภูมิภาคอาเซียน ทางเอดีบีพร้อมสนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาในกลุ่มภูมิภาคนี้ เพราะไทยมีความโดดเด่นในที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยที่มีสูง และเอดีบียืนยันจะร่วมกับไทย พัฒนาประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมทางการเงิน เทคนิค การวิจัยพัฒนา โดยเฉพาะการให้ความสำคัญการพัฒนาด้านอาชีวะศึกษา

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนาย หลี่ เค่อเฉียง (Mr. Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสหารือทวิภาคีและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง 2 ฉบับ ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมหารือ ประกอบด้วยฝ่ายไทย ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายจีน ได้แก่ นาย Gao Hucheng รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นาย Lou Jiwei รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นาย Wang Yi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Yang Chuantang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นาย Zhou Xiaochuan ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศจีน และนายฉี เจ้าฉื่อ (XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ และนาย Sheng Guangzu ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศจีน ณ ทำเนียบรัฐบาล โอกาสนี้ ร้อยเอกยงยุทธ มัยลาภ ได้กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นการพบปะกันครั้งแรกในประเทศไทย และยินดีที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด (GMS Summit) ครั้งที่ 5 ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ไทยและจีนบรรลุการลงนามความตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ (1) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 และ (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว นายกรัฐมนตรียังเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย - จีน ทั้งในส่วนของการพัฒนาเส้นทางรถไฟและความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร และขอให้คณะกรรมการร่วมฯ เริ่มการประชุมครั้งแรกภายในในต้นปี 2558

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรอบความร่วมมือ GMS เป็นอนุภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในอนุภูมิภาค GMS ทั้งทางถนน ราง และน้ำ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมโยงในเส้นทาง R3A (กรุงเทพฯ - คุนหมิง) เพื่อให้การขนส่งคนและสินค้าเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น ไทย สปป. ลาว และเวียดนาม ยังได้เห็นชอบในหลักการในการพัฒนาเส้นทางหมายเลข R8 และR12 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงไปยังกว่างซีในอนาคต นอกจากนี้ ไทยยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจ ไทยอยู่ระหว่างการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามระเบียงเศรษฐกิจ ในบริเวณชายแดน ซึ่งในอนาคตสามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนที่อยู่ตามระเบียงเศรษฐกิจเดียวกัน เพื่อพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดนต่อไป ส่วนความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติ จีนมีบทบาทสำคัญในการจะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติภายใต้กรอบ GMS โดยเฉพาะการจัดการภัยพิบัติเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ การส่งเสริม Credit Guarantee สำหรับ SMEs ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนจีนเข้ามาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในไทยและอนุภูมิภาค

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่น การลงนามความตกลงทั้ง2 ฉบับ เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ การพัฒนาเส้นทางรถไฟจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมจีน ลาว ไทย จะทำให้มีการเพิ่มพูนปริมาณสินค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวระว่างประเทศในภูมิภาคต่อไปในอนาคต สำหรับความร่วมมือด้านการซื้อสินค้าเกษตร จีนจะพิจารณาเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าเกษตรจากไทยให้มากยิ่งขึ้น เช่น ข้าว และยางพารา ส่วนความร่วมมือในภูมิภาค GMS นั้น จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในการส่งเสริมการพัฒนาในอนุภูมิภาคในทุกมิติ พร้อมที่จะได้มีการร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการเชื่อมโยงเส้นทางถนน เพื่อประโยชน์ในการขนส่งคนและสินค้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยมีเสถียรภาพและความมั่นคง เป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

หลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจีน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565 (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China (PRC) on Cooperation on the Thailand’s Railways Infrastructure Development on The Strategic Framework for Development of Thailand’s Transportation Infrastructure 2015-2022(B.E.2558-2565)泰王国政府和中华人民共和国政府 关于在泰国2015 至2022 年交通运输基础设施发展战略框架下开展 铁路基础设施发展合作的谅解备忘录 ระหว่าง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายฉี เจ้าฉื่อ (XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ

อีกฉบับหนึ่ง คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร Memorandum of Understanding between the Government of the People’s Republic of China (PRC) and the Government of the Kingdom of Thailand for Cooperation on Agricultural Products Trade 泰王国政府和中华人民共和国政府 关于农产品贸易合作的谅解备忘录 โดย พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยและนายฉี เจ้าฉื่อ (XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ

สาระสำคัญของร่างเอ็มโอยูดังกล่าว รัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล สำหรับบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรนั้น จะเป็นการแสดงเจตจำนงของจีนในการซื้อสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะ ข้าวและยางพารา รวมทั้งจะเพิ่มปริมาณการสินค้าเกษตรอื่นจากไทยอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนี้นาย หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเข้าร่วมงานอาหารค่ำ (Gala Dinner) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำที่เข้าร่วมการการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร


http://www.manager.co.th/Politics/Vi...=9570000145954
http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1418991245
สิงคโปร์หนาว
jj777 no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 05:38 PM   #11490
meji2011
Registered User
 
meji2011's Avatar
 
Join Date: Jan 2011
Posts: 222
Likes (Received): 23

ทำไปเถอะครับ ถ้าคิดจะเป็นฮับอาเซียน เพราะมันจะช่วยลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์ลงมากๆ ไม่เห็นต้องกังวลอะไร
__________________
=ถึงเราจะแพ้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป=

Last edited by meji2011; Today at 05:43 PM.
meji2011 no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
high speed, railway, train, transport

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:17 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu