daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities



Reply

 
Thread Tools
Old March 4th, 2014, 02:02 PM   #4701
Appleich
Appleich
 
Appleich's Avatar
 
Join Date: Apr 2011
Location: BKK
Posts: 1,011
Likes (Received): 311

ข่าวดี! ทางคู่แปดริ้ว-แก่งคอย

วันอาทิตย์ที่ 02 มีนาคม 2014 เวลา 20:14 น.

ร.ฟ.ท.ปิดรับฟังความเห็นทีโออาร์คลองสิบเก้า-แก่งคอยรอบที่ 3 ก่อนเปิดประมูลช่วงหลังสงกรานต์นี้ งบกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เชื่อมโยงแก่งคอย-แหลมฉบังสะดวกยิ่งขึ้นด้วยอุโมงค์เพิ่มอีก 1 เส้นทาง คาดใช้ระยะเวลา 6 เดือนได้ตัวผู้รับจ้างพร้อมเซ็นสัญญาช่วงปลายปีนี้ บิ๊ก ร.ฟ.ท.คาดผู้รับเหมารายใหญ่แห่ร่วมแข่งประมูลเพียบแน่

นายจเร รุ่งฐานีย วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าขณะนี้ได้ปิดการประกาศรอบที่ 3 กรณีเปิดรับฟังความเห็นประชาชนโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอยตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 อนุมัติให้ร.ฟ.ท.ดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อให้เชื่อมโยงกับช่วงศรีราชาแหลมฉบังที่เปิดให้บริการได้แล้วในปัจจุบันนี้

สำหรับการประกาศรอบที่ 3 นี้มีขอบเขตและรายละเอียดของงานที่ต้องการจ้างเป็นการก่อสร้างทางรถไฟคู่ขนานเส้นทางเดิม ไม่รวมช่วงอุโมงค์บริเวณเขาพระพุทธฉายจากสถานีฉะเชิงเทราถึงสถานีวิหารแดง ระยะทาง 78 กิโลเมตร และจากสถานีบุใหญ่ถึงสถานีแก่งคอย ระยะทาง 19 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 97 กิโลเมตร รวมทั้งงานก่อสร้างทางคู่เลี่ยงเมืองอีก 3 แห่งคือที่สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา แก่งคอย และบ้านภาชี รวมระยะทางประมาณ 7.1 กิโลเมตร พร้อมงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมตลอดแนวเส้นทาง งานก่อสร้างสะพานรถไฟคอนกรีตเสริมเหล็ก 57 แห่ง รวมความยาว 4,763 เมตร งานก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 แห่ง รวมความยาวประมาณ 212 เมตร งานก่อสร้างท่อและการระบายน้ำ และงานก่อสร้างอื่นๆที่เกี่ยวข้องตามแบบคิดเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านบาท

นายจเรกล่าวอีกว่าหลังจากนี้คณะกรรมการประกาศร่างทีโออาร์จะพิจารณาว่ามีข้อสังเกตหรือความเห็นอะไรที่ต้องแก้ไขอีกหรือไม่ หากไม่มีการแก้ไขแล้วก็จะนำเสนอนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.พิจารณานำเสนอเพื่อประมูลต่อไป คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงหลังสงกรานต์นี้ "โดยปกติการประกวดราคาโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์จะมีการประกาศขายเอกสารประกวดราคา และขายเอกสารประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นจึงจะจัดประชุมหน้างานเพื่อชี้แจงผู้ซื้อเอกสาร และให้สอบถามข้อสงสัยต่างๆ การลงพื้นที่จริง ต่อจากนั้นจึงให้กลับไปจัดทำเอกสารประกวดราคาเพื่อยื่นข้อเสนอประมาณ 45 วัน ถึง 2 เดือน จากนั้น ร.ฟ.ท.จึงจะพิจารณาเอกสารโดยจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ต่อเนื่องด้วยการเคาะราคา การเจรจาต่อรอง คาดว่าประมาณ 6 เดือน จึงจะได้ลงนามในสัญญา แต่หากมีการร้องเรียนในช่วงใดช่วงหนึ่งกระบวนการนี้ก็จะขยับออกไปอีก"

สำหรับรูปแบบอุโมงค์ที่จะเกิดขึ้นในโครงการนี้ยังจะมีระยะห่างจากอุโมงค์เดิมพอประมาณที่จะไม่กระทบต่ออุโมงค์เดิม ช่วงการก่อสร้างจะไม่มีการปิดเดินรถในเส้นทางอุโมงค์ที่มีอยู่เดิม เมื่อแล้วเสร็จจะทำให้การขนส่งผู้โดยสารและสินค้าสะดวกรวดเร็วขึ้น หรือหากมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินรถจากอุโมงค์ใดอุโมงค์หนึ่ง อุโมงค์ที่เหลือก็จะสามารถใช้งานได้ทดแทนไปก่อน โดยอุโมงค์ใหม่ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร "การเปิดประมูล ร.ฟ.ท.เปิดกว้างอย่างเต็มที่ คาดว่าจะมีผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีผลงานก่อสร้างทางรถไฟอย่างกลุ่มอิตาเลียนไทย กลุ่ม ช.การช่าง หรือการรวมกลุ่มกับต่างประเทศของบริษัทรายอื่นที่มีคุณสมบัติตามที่ ร.ฟ.ท.กำหนดเข้าร่วมแข่งประมูลแน่ๆ เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ในช่วงปี 2557 นี้ก็ว่าได้ ส่วนการจะนำเสนอให้ครม.ในรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาคงจะเป็นขั้นตอนการนำเสนอผลการพิจารณาในท้ายที่สุดก่อนอนุมัติให้มีการเซ็นสัญญาเท่านั้น ซึ่งยังมีเวลาเพียงพอ คาดว่าจะเป็นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ส่วนปี 2558 อาจจะเริ่มการก่อสร้าง"

http://www.thanonline.com/index.php?...8#.UxXImPmSySo
__________________
会計学と日本語を習います。
Appleich está en línea ahora   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old March 4th, 2014, 04:57 PM   #4702
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

ข่าวจากเพจ Logistic thailand Forum
https://www.facebook.com/pages/Logis...4283552?ref=hl <<<<< เข้าไปกดไลค์เพื่อตามข่าวสาร บนเฟสบุ๊กกันได้



TRAIN With ชัชชาติ ขึ้นรถไฟไปเทรนกับชัชชาติ (ชมคลิป)

กระแสแรงดีไม่มีตก สำหรับรัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เน็ตไอดอลตัวจริง...

นิสิต นักศึกษา จากหลายสถาบัน รวมตัวในฐานะกลุ่ม “สภาหน้าโดม” และ “New Culture” ส่งเทียบเชิญ อ.ชัชชาติ ขึ้นรถไฟไป “เทรน” หรือสอนให้เด็กๆ เรียนรู้โลกกว้าง และเรียนรู้ระบบคมนาคมขนส่งในบ้านเราแบบใกล้ชิด

เด็กๆ เหล่านี้ รู้จัก รมต.ชัชชาติ ผ่านโซเชียลมีเดีย พวกเขามองว่า บุรุษผู้นี้น่าค้นหาและอยากจะสัมผัสตัวเป็นๆ เอ้ย! ตัวจริง เสียงจริง สักครั้ง!!! ขณะที่รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ก็มีเป้าประสงค์ให้โซเชียลมีเดียเป็นพลังบวก ผลักดันให้คนรุ่นใหม่เป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงประเทศ โอ้...มันดูยิ่งใหญ่มาก

เมื่อใจตรงกัน การเดินทางร่วมทริป “TRAIN With ชัชชาติ” จึงเริ่มขึ้น

6.40 ตรงเป๊ะ รถไฟเปิดหวูดพร้อมแล้ว ออกเดินทางไปยัง อ.หนองแซง จ.สระบุรี ทันทีที่รถไฟแล่นออกจากสถานี มวลสมาชิกกว่า 50 ชีวิต ก็กรูกันเข้าห้อมล้อม อ.ชัชชาติ โดยพลัน

ยิงคำถามเป็น ชุด ชุด ชุด !!!

ต้องบอกว่าน้องๆ นักศึกษาเหล่านี้ แปลงกายเป็นเจ้าหนู “จำไม” ถาม ถาม และถาม แต่ขอชมนะคะ ทำการบ้านกันมาอย่างดี

ก่อนลงรถไฟยังมีการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่ง น้องๆ นักศึกษา ของัดข้อกับ อ.ชัชชาติดูสักครั้ง จริงๆ ผลออกมายังไงแทบไม่ต้องบอกนะคะว่าใคร “ชนะ” แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ก็น้ำหนักร่วม 100 กิโลกรัม แถมออกกำลังกายทุกวัน...ไม่แข็งแกร่งให้รู้ไป

เผลอแป๊บเดียวรถไฟพาเราไปถึง อ.หนองแซงแล้ว…

รถไฟจอดปุ๊บ ปั่นต่อทันที งานถนัดของผู้แข็งแกร่ง ทุกคนจับจองจักรยานเรียบร้อยและเริ่มภารกิจ “ปั่น” เป้าหมายแรกมุ่งหน้าสู่ Clean Farm ทีมงานบอกว่าระยะทาง 7 กิโลเมตร (โอ้...มาย ก๊อด) ไม่เท่านั้น รมต.ชัชชาติ ผู้พิชิตทุกเส้นทางไม่หยุดปั่นตามแผนที่วางไว้ (อีกแล้ว!) และมุ่งหน้าสู่เกษตรปลอดสารพิษเป็นจุดต่อไป

ที่นี่เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า การทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ พืชผักได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ชนิดที่ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แถมใช้น้ำหมักชีวภาพซึ่งมีวัตถุดิบเป็นนมสด!! ทำให้ผักเจริญเติบโตปราศจากสารพิษที่สำคัญรสชาติหวานกรอบแบบไร้สารปนเปื้อน

นิสิตนักศึกษาเห็น รมต.ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เคี้ยวผักอย่างเอร็ดอร่อย ก็คว้าเข้าปากตามบ้าง เพราะเชื่อว่า กินผักแล้วแข็งแกร่ง

ตะลุยบ้าน “ป้าหม้อ”

จากเกษตรปลอดสารพิษ นิสิตและนักศึกษาที่ร่วมทริปนั่งรถโดยสาร “หนองแซงสไตล์!!” ตาม ไอดอลมุ่งหน้าสู่บ้านป้าหม้อ!!! ป้าหม้อก็คือ ต้นแบบของชาวบ้านที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ที่นี่ทุกคนได้เรียนรู้หลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ป้าเลี้ยงไก่เอง เก็บไข่กิน และปลูกพืชผักสวนครัว แถมบริเวณบ้านยังติดกับทุ่งนา

ป้าหม้อไม่ต้องออกไปซื้อกับข้าวเหมือนคนอื่นๆ ก็มีกินมีใช้แบบสบายๆ เลย ที่บ้านป้าหม้อแห่งนี้ทำให้หลายคนได้เรียนรู้ว่า หากปราศจากการยึดติดต่อค่านิยมหรือความโลภ ก็สามารถดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายและแสนสุขได้อย่างแน่นอน

ถึงเวลาพัก-คุยต่อ

ท้องร้องกันซะแล้ว แต่ต้องปั่นต่อ จนถึง “บ้านไร่กาแฟ” เมื่อ อ.ชัชชาติบอกหิวแล้ว เป็นสัญญาณว่าทุกคนจะได้หยุดพัก รับประทานอาหารอร่อยๆ กันแล้ว ไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่าจริงๆ สำหรับน้องๆ ไฟแรงกลุ่มนี้ พักทานข้าวแป๊บเดียว ตั้งวงเสวนาต่ออีก หัวข้อชื่อว่า "วาดฝันประเทศไทย"

รมต.ผู้แข็งแกร่งตอบคำถามเรื่องงบ 2 ล้านล้านบาท น้องๆ ถามว่า มากไปหรือไม่ คำตอบ คือน้อยไปต่างหากสำหรับ 7 ปีที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบคมนาคมและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ที่การคมนาคมจะเข้าถึง

เมื่อถามถึงงบประมาณและหนี้ที่พวกเขาจะต้องชดใช้ในอนาคต ซึ่งทุกคำถามก็ได้รับคำตอบถึงอนาคตการคมนาคมของไทยว่ามีความเป็นไปได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ รมว.ชัชชาติ ก็จะมีผู้มาสานต่อ

ตลอดการเสวนาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและสาระจากผู้ที่ถูกเรียกว่า "อาจารย์ชัชชาติ" ตลอดการพูดคุยทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

กิจกรรม "ดำนาที่ไม่ธรรมดา"

ยังๆ ไม่จบค่ะ ทริปนี้แน่นและมาเต็มจริงๆ ทุกคนที่ร่วมทริปนี้ รวมทั้งทีมข่าว “ไทยรัฐออนไลน์” ต้องลงไปลุยโคลนในทุ่งนา “หลังสู้ฟ้าหน้าสู้โคลน” ร้อนแสนร้อน แต่เพื่อให้แข็งแกร่ง ต้องลงไป “ดำนา”

อ.ชัชชาติ สวมชุดเก่งลงนาแบบไม่กลัวร้อน บอกกับเราว่า การดำนาในครั้งนี้ทุกคนได้เรียนรู้หลักการดำนาพื้นฐานอย่างสนุกสนาน รวมทั้งเหตุผลการเดินถอยหลัง ก็เพื่อจะได้ไม่เหยียบกล้าที่ปลูกไว้แล้วนั่นเอง

หวังสร้างพลังบวกในโลกโซเชียล

เวลาหนึ่งวันกับรัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ผ่านไปเร็วจริง จริ๊ง!! เรียนรู้กันครบรสจริงๆ พูดเลย!! เมื่อลงจาก TRAIN แล้ว มาเทรนกันต่อกับวิถีชีวิตในหลากหลายแง่มุม แถมได้สนทนาวิชาการอีก น้องๆ บอกงานนี้ คุ้มสุดๆ

อย่างน้องปราบ เลาหะโรจนพันธ์ ผู้ประสานงาน New Culture บอกว่า อ.ชัชชาติเป็นแบบอย่างของการใช้ประโยชน์จากสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการสื่อสาร 2 ทาง ทำให้พวกเขาได้ติดตามการทำงานและได้เห็นผลกระทบรวมถึงปัญหาต่างๆ ที่ได้รับการแก้ปัญหาถูกจุดมากขึ้น

วิทยา เจริญศรีสมบูรณ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ยิ้มอย่างภูมิใจกับการเดินทางค้นหาคำตอบเกี่ยวกับระบบขนส่งของไทย และการสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียงที่สงบและแสนสุขด้วย

รุ่ง ภัทร บูรณดิลก บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประทับใจที่สุดกับการ “ดำนา” ครั้งแรกในชีวิต เพราะรู้สึกว่า ได้ฝึกสมาธิและฝึกความอดทนเป็นอย่างดี

ปิดจ๊อบ ด้วยบทพิสูจน์เล็กๆ ว่า รถไฟไทยไม่ 2 มาตรฐาน แม้จะเป็นรัฐมนตรีก็ยังเจอรถไฟ “ดีเลย์” หรือเสียเวลาไป 2 ชั่วโมง โดยระหว่างรอรถขากลับ เสียเวลาไปบ้างอะไรบ้าง แต่น้องๆ นิสิต นักศึกษาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุก เพราะได้ใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นไอดอล พร้อมกับพกพาเอาคำตอบและแรงบันดาลใจกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม

ส่วน อ.ชัชชาติ ก็เป็นปลื้มกับการร่วมทริปนี้ เพราะ “สมหวัง” กับความหวังที่อยากให้เด็กๆ ได้ต่อยอดจากพลังด้านบวกในโลกโซเชียล และหวังด้วยว่า กระแสตอบรับของกลุ่มนิสิต นักศึกษาร่วมครึ่งร้อย จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับ "อนาคตของชาติ" ได้พัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม

http://www.thairath.co.th/content/life/407443

https://www.facebook.com/photo.php?f...type=1&theater
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old March 7th, 2014, 04:28 AM   #4703
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 2,417
Likes (Received): 514


ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามในสัญญาซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า น้ำหนักกดลงเพลาสูงสุด 20 ตันต่อเพลา จำนวน 20 คัน โดยกำหนดส่งรถจักรคันแรกภายใน 15 เดือน (สิงหาคม 2557) ส่วนที่เหลือจัดส่งภายใน 24 เดือน (พฤษภาคม 2558) ซึ่งไทยจะเริ่มมีรถจักรใหม่มาให้บริการตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 เป็นต้นไป
https://www.facebook.com/10739817599...type=1&theater
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old March 11th, 2014, 04:20 PM   #4705
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,521
Likes (Received): 485


Repairing the track from Lampang to Lamphun - Photo by เอกรัตน์ ปัญญะธารา
Khun Ratchasak (ex Thai railway man) are writing about Thai railway in Thai version of National Geographic Society - March 2014 - Here some photo as a part of the story
http://www.ngthai.com/ArticleDetail....5#.Ux6BlcQW31V
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old March 11th, 2014, 08:03 PM   #4706
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 13th, 2014, 01:18 PM   #4707
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,521
Likes (Received): 485



Andy Paterson on the Railway Man the Movie - leasing the whole Kanchanaburi route and C56 set to run the movie at 1 Billion Baht
http://www.thaipr.net/entertain/533318
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old March 13th, 2014, 04:21 PM   #4708
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

ศาลปค.สั่งเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโต ที่ให้ “คมนาคม-รฟท.”ชดใช้ค่าโง่11,888 ล้านบาท ให้กับ“โฮปเวลล์”

วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 19:00:15 น.

ศาลปกครองสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโต ที่ให้ “คมนาคม-รฟท.”ชดใช้เงินค่าโง่กว่า 11,888 ล้านบาท ให้กับ “โฮปเวลล์” กรณียกเลิกสัญญาก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟและทางยกระดับ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ที่ห้องพิจารณาคดี 8ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ในข้อพิพาทหมายเลขดำ119/2547 และ 44/2550 ระหว่าง กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) กับ บริษัทโฮปเวลล์ประเทศไทย จำกัด คู่สัญญาสัมปทานระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกทม. เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 51 และ 15 ต.ค. 51 ที่อนุญาโตชี้ขาดให้คมนาคมและรฟท.ต้องชดใช้เงินค่าเสียหายรวมจำนวนกว่า 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับโฮปเวลล์ กรณีบอกเลิกสัญญาสัมปทานระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกรุงเทพมหานคร และการใช้ประโยชน์จากที่ดินของรฟท.

โดยคดีนี้ คมนาคมและรฟท. ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองรวม 3 สำนวน คือ คดีหมายเลขดำ107/2552 , 2038/2551 , 1379/2552 เพื่อให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโต ซึ่งกรณีสืบเนื่องจากคมนาคมและรฟท. ได้ทำสัญญาสัมปทานระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกทม. และการใช้ประโยชน์จากที่ดินของรฟท. กับโฮปเวลล์ ลงวันที่ 9 พ.ย. 33 หลังจากสัญญาดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้วได้มีการเร่งรัดให้โฮปเวลล์ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง แต่การก่อสร้างล่าช้ามาก คมนาคมจึงได้เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเห็นควรบอกเลิกสัญญาสัมปทานเนื่องจากโครงการนี้ได้ใช้เวลาในการดำเนินการมาประมาณ 6 ปี แต่ผลการดำเนินงานก่อสร้างต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนงานมาก และคาดหมายได้ว่าโฮปเวลล์ไม่สามารถดำเนินการตามแผนงานให้แล้วเสร็จได้ ซึ่งครม.ได้มีมติเห็นชอบการบอกเลิกสัญญาสัมปทานดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 41 คมนาคมจึงได้แจ้งบอกเลิกสัญญาและห้ามมิให้โฮปเวลล์เข้าไปเกี่ยวข้องในพื้นที่โครงการ ซึ่งโฮปเวลล์ได้มีหนังสือโต้แย้งการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 41 ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 47 โฮปเวลล์จึงได้ยื่นเรื่องให้คณะอนุญาโตวินิจฉัยเป็นคดีหมายเลขดำที่ 119/2547 ขณะที่คมนาคมและรฟท.ได้ยื่นคำคัดค้านและยื่นข้อเรียกร้อง เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 48 ขอให้โฮปเวลล์ชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 59,581,788,026.15 บาท และขอให้อนุญาโตตุลาการยกคำขอของโฮปเวลล์

ศาลปกครองกลางพิพากษาว่า อนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจรับข้อพิพาทของทั้งสองฝ่ายไว้พิจารณาเพื่อชี้ขาดได้ การที่คณะอนุญาโตตุลาการรับข้อพิพาทดังกล่าวไว้พิจารณากระทั่งมีคำชี้ขาดวันที่ 30 ก.ย.51และ 15 ต.ค. 51 จึงเป็นกรณีที่มีคำวินิจฉัยเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามมาตรา40 วรรค3 (2) (ข) และมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ศาลปกครองกลางจึงพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการทั้งสองฉบับทั้งหมด และมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.51 ที่วินิจฉัยให้คมนาคมและรฟท.ชำระเงินคืนให้โฮปเวลล์ 11,888 ล้านบาท และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดแก่คมนาคมและรฟท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกฎหมายคู่ความทั้งสองฝ่ายสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ขณะที่นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้มีเพียงผู้แทนของคู่ความทั้งสองฝ่ายเดินทางมาฟังคำสั่ง ซึ่งปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ เนื่องจากผู้บริหารของโฮปเวลล์ได้สั่งกำชับว่าห้ามให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยระบุเพียงว่าจะนำผลของคำพิพากษาให้ผู้บริหารโฮปเวลล์พิจารณาว่าจะใช้สิทธิใดๆทางกฎหมายในการยื่นอุทธรณ์หรือไม่

http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=1905
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 18th, 2014, 11:18 AM   #4709
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

ร.ฟ.ท.ยืนยันรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางเดินหน้าแน่นอน

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 15:29:13 น.


ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ร.ฟ.ท.ได้ศึกษาและออกแบบโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทางเสร็จเรียบร้อบร้อยแล้ว คือ 1.สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร 2.สายนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร 3.สายลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กิโลเมตร4.สายนครราชสีมา-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร และ5.สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) เมื่อผ่านการพิจารณาจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่อนุมัติเพื่อดำเนินการก่อสร้างทันที

ทั้งนี้ในส่วนของการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่จำนวน 20 คัน จะเริ่มรับมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนครบทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ โดยหัวรถจักรดังกล่าวจะมีขนาดใหญ่เพื่อนำไปใช้ในการขนส่งสินค้า จากนั้น ร.ฟ.ท.จะนำหัวรถจักรเก่าที่ใช้ขนส่งสินค้าในปัจจุบันมาใช้ขนส่งผลโดยสารแทน ซึ่งจะช่วยให้มีหัวรถจักรมาให้บริการผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

นายประภัสร์ กล่าวว่า สำหรับการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่อีก 57 คัน เพื่อนำมาให้บริการผู้โดยสารนั้น จะเริ่มขายเอกสารประกวดราคาในเดือนมีนาคมนี้ จากนั้นจะเปิดประกวดราคาได้ประมาณไตรมาส 3 เมื่อได้บริษัทชนะการประมูลแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะรับมอบหัวรถจักรใหม่มาให้บริการได้ ส่วนการซ่อมหัวรถจักรเก่าที่มีอยู่แล้วเพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก 56 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะซื้อใหม่หรือซ่อม เพราะหากซื้อใหม่จะใช้เงินประมาณ 100 ล้านบาทต่อคัน ได้หัวรถจักรใหม่40 คัน แต่หากซ่อมจะใช้เงิน 50 ล้านบาทต่อคัน และได้หัวรถจักร 56 คันเท่าเดิม ซึ่งก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดถึงความคุ้มค่าของการลงทุนอีกครั้ง

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตนั้น ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนที่ต้องปรับแบบเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เช่น สถานีกลางบางซื่อ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาวงเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้นหลังจากมีการปรับแบบการก่อสร้างใหม่ให้รองรับไฮสปีดเทรนก่อน หากก่อสร้างตามแบบเดิมซึ่งไม่รองรับไฮสปีดเทรนแล้วต้องรื้อใหม่เมื่อมีการก่อสร้างในอนาคตจะต้องใช้งบลงทุนเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 18th, 2014, 11:32 AM   #4710
Api_dew
Registered User
 
Join Date: May 2013
Posts: 39
Likes (Received): 21

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ช่วงบางซื่อ-รังสิตนั้น ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนที่ต้องปรับแบบเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เช่น สถานีกลางบางซื่อ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาวงเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้นหลังจากมีการปรับแบบการก่อสร้างใหม่ให้รองรับไฮสปีดเทรนก่อน หากก่อสร้างตามแบบเดิมซึ่งไม่รองรับไฮสปีดเทรนแล้วต้องรื้อใหม่เมื่อมีการก่อสร้างในอนาคตจะต้องใช้งบลงทุนเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก

http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
คิดได้ดังนี้ก็ดี เพราะเมืองไทยทำอะไรไม่ชอบวางแผน ชอบทำแล้วทุบแล้วก็สร้างใหม่อยู่ร่ำไป
Api_dew no está en línea   Reply With Quote
Old March 18th, 2014, 07:51 PM   #4711
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

ร.ฟ.ท.จัดกิจกรรมฉลองก้าวสู่ปีที่ 117 ประมูลเก้าอี้จากไม้หมอนชุดสุดท้าย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มีนาคม 2557 16:32 น.

ร.ฟ.ท.จัดกิจกรรมงาน “สัปดาห์รถไฟ 117 ปี” เฉลิมฉลองวันครบรอบวันสถาปนากิจการรถไฟ ระหว่างวันที่ 23-28 มีนาคม 2557 จัดเดินขบวนรถนำเที่ยวพิเศษรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพฯ-อยุธยา, เสวนา “ทิศทางรถไฟในอนาคต” นำเสนอแนวติดของพนักงานรถไฟรุ่นใหม่ จัดประมูลเก้าอี้จากไม้หมอนรถไฟชุดสุดท้าย 117 ตัว

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากิจการรถไฟ 26 มีนาคม 2557 ซึ่งเป็นปีที่กิจการรถไฟก้าวสู่ปีที่ 117 ปี รถไฟจึงได้จัดกิจกรรมงาน “สัปดาห์รถไฟ 117 ปี” ระหว่างวันที่ 23-28 มีนาคม 2557 ภายในสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยรูปแบบกิจกรรมเป็นการนำเสนอประวัติการกำเนิดกิจการรถไฟและคุณูปการที่การรถไฟฯ ได้สร้างไว้ให้แก่ประเทศ อีกทั้งยังจะนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ๆ ของการรถไฟฯ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การเสวนา “ทิศทางรถไฟในอนาคต” นิทรรศการภาพถ่าย กิจกรรมการฉายภาพยนตร์เก่า การเดินแบบโดยคนรถไฟ การประมูลเก้าอี้ไม้หมอนรถไฟชุดสุดท้ายที่ใช้ในกิจการ กิจกรรม Walk trough Museum กิจกรรมนั่งรถไฟไปปั่น การแสดงดนตรีโดยคนรถไฟ เป็นต้น โดยสามารถเลือกชมกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจได้ ดังนี้

วันที่ 23 มีนาคม 2557 Theme : The Glory of Steam Day จัดเดินขบวนรถนำเที่ยวพิเศษรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพฯ-อยุธยา “นั่งรถจักรไอน้ำเที่ยวรอบเกาะเมืองอยุธยา” พร้อมนิทรรศการย่อยที่เกี่ยวข้องกับกำเนิดเส้นทางรถไฟและการเดินรถเที่ยวปฐมฤกษ์ ที่สถานีรถไฟอยุธยา

วันที่ 24 มีนาคม 2557 Theme : A way Forward พิธีเปิดสัปดาห์รถไฟ 117 ปี โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และมีการเสวนา “ทิศทางรถไฟในอนาคต” โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแล ผู้บริหารรถไฟ ลูกค้า นักเดินทาง และสื่อมวลชน

วันที่ 25 มีนาคม 2557 Theme : Meet the New Generation เป็นการเดินแบบในแนวคิด “SRT New GEN” เพื่อนำเสนอคนรถไฟในช่วงวัยต่างๆ ที่มีเรื่องราวและมุมมอง พร้อมศักยภาพที่น่าสนใจ และนำเสนอภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญจากโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ พนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานระดับหัวหน้าจากสายงานวิศวกรรม สายปฏิบัติการและสายสนับสนุน รวมทั้งการเสวนา “รถไฟกับคนรุ่นใหม่” โดยผู้ร่วมสนทนาจะประกอบด้วย พนักงานรุ่นใหม่ที่เป็นผู้เดินแบบและตัวแทนกลุ่มคนรักรถไฟ แฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย นักเดินทางที่ชื่นชอบรถไฟ และผู้ดำเนินรายการที่เป็นคนรุ่นใหม่

วันที่ 26 มีนาคม 2557 Theme : Ceremony and Fund Raising กิจกรรมร่วมแสดงความยินดี เนื่องในวันครบรอบวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟ ครบ 117 ปี กิจกรรมฉายภาพยนตร์เก่า กิจกรรม Walk trough Museum และกิจกรรมประมูล เก้าอี้ไม้หมอนรถไฟ จากไม้หมอนรถไฟชุดสุดท้าย จำนวน 117 ตัว จัดทำพิเศษ ณ โถงกลาง สถานีหัวลำโพง

วันที่ 27 มีนาคม 2557 Theme : Music Station กิจกรรมการแสดงดนตรี โดยพนักงานรถไฟและวงสวนพลูคอรัส

วันที่ 28 มีนาคม 2557 Theme : Railway and Beyond กิจกรรมนั่งรถไฟไปปั่น แถลงข่าวโครงการ ตั้งชื่อหัวรถจักรใหม่ 20 คัน ที่การรถไฟฯ กำลังดำเนินการจัดซื้อจากประเทศจีน และกิจกรรมเสวนา สารคดีรถไฟในนิตยสาร และเปิดตัวหนังสือการ์ตูนชุด ความรู้รถไฟ

นายประภัสร์กล่าวว่า การรถไฟฯ จะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระผู้ทรงก่อกำเนิดกิจการรถไฟ ซึ่งปัจจุบันสังคมหันมาให้ความสนใจกับการขนส่งระบบรางมากขึ้น รวมทั้งภาครัฐที่ได้แสดงเจตจำนงในการพัฒนาระบบรางให้เจริญรุดหน้า เพื่อยังประโยชน์ต่อสังคมและประเทศในหลากหลายมิติ การรถไฟฯ ในฐานะหน่วยงานที่ให้บริการระบบรางมาอย่างยาวนานถึง 117 ปี แสดงถึงภารกิจของการรถไฟฯ ที่มุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ การพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศชาติและศักยภาพของบุคลากร

http://www.manager.co.th/iBizchannel...=9570000030774
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 18th, 2014, 08:07 PM   #4712
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

คมนาคมเกลี่ยใหม่โปรเจ็กต์ 2 ล้านล. "รถไฟฟ้า-รางคู่" สายสีชมพู-ส้ม-เหลืองสะดุดยาว

updated: 18 มี.ค. 2557 เวลา 21:00:50 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คมนาคมเกลี่ยใหม่โปรเจ็กต์ 2 ล้านล้าน หลัง พ.ร.บ.กู้เงินล่ม จัดโผโครงการเร่งด่วนของบฯปี"58 ทั้ง 4 เลน ซ่อมทาง ปรับปรุงรางรถไฟ ศูนย์ขนส่งเชียงของ ส่วนรถไฟฟ้า มอเตอร์เวย์ ทางคู่ โยกใช้เงินกู้-ดึงเอกชนลงทุน PPP เผยรถไฟสายใหม่ส่อแววสะดุดยกแผง ทั้ง "ชมพู-ส้ม-เหลือง-แดง ช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์ ส่วนต่อขยายสายสีม่วง และแอร์พอร์ตลิงก์" เลื่อนสีเขียว "หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต" ตอกหมุดปีหน้า แตะเบรกไฮสปีดเทรน โหมโรงทางคู่ 5 สายแทน



แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กระทรวงจะจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่หลังไม่มีเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งฯ ขัดรัฐธรรมนูญ โดยจะนำโครงการซึ่งได้จัดลำดับความสำคัญว่าเป็นโครงการที่เร่งด่วนและพร้อมประมูลก่อสร้างไปบรรจุไว้ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558

จัดโผถนน-ระบบรางของบฯปี 58

ได้แก่ 1.ด้านถนน เช่น ขยาย 4 เลน บูรณะถนนสายหลัก มอเตอร์เวย์ 2.ระบบราง เช่น ซ่อมทางรถไฟ ติดตั้งเครื่องกั้น อาณัติสัญญาณ ส่วนรถไฟทางคู่ 5 สาย รอการพิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) นอกจากนี้มีศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย จะเร่งสร้างรองรับการเปิดใช้สะพานข้ามโขงแห่งใหม่

"ต้องรอดูรัฐบาลใหม่ และการบังคับใช้งบประมาณปี"58 จะเร็วหรือช้า แต่มีแนวโน้มว่ากว่าจะเริ่มต้นโครงการใหม่ได้ น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี"

ส่วนที่คาดว่าจะชะลอยาวคือรถไฟฟ้าสายใหม่ เช่น สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) สีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) สีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และรถไฟชานเมืองสายสีแดง 5 เส้นทาง เช่น ต่อขยายแอร์พอร์ตลิงก์ (สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง) สายสีแดง (รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์)

หวั่นรถไฟฟ้าใหม่ดีเลย์ยาว

"โครงการเหล่านี้ แม้พร้อมประมูล แต่ต้องรอแหล่งเงินทุนที่ชัดเจน เพราะใช้เงินลงทุนสูงร่วม 4-5 แสนล้านบาท รวมถึงสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ที่ไม่อยู่ใน 2 ล้านล้านบาท แผนเดิมรถไฟฟ้า 10 สายจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2562 คาดว่าจะล่าช้าไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี หรือปี 2565 เป็นต้นไป สำหรับรถไฟความเร็วสูง 4 สายจะพิจารณาละเอียดอีกครั้ง อาจเลือกบางสายที่พร้อมก่อสร้างก่อน จากเดิมจะสร้างทั้ง 4 สาย เพื่อเชื่อมทั้ง 4 ภูมิภาค จะมุ่งเน้นรถไฟทางคู่เป็นหลักก่อน"

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ได้แบ่งรถไฟฟ้าเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาคือกลุ่มที่กำลังก่อสร้าง 3 สาย คือสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) สีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) และสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) การเปิดใช้บริการยังอยู่ในปี 2560 แม้มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินกู้จ่ายให้ผู้รับเหมา

หมอชิต-คูคต ตอกหมุดสิ้นปี

กลุ่มที่ 2 กำลังเปิดประมูล มีสายเดียวคือสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูตต) วงเงินกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท จะยื่นซองประมูล 11 เมษายนนี้ หากมีรัฐบาลใหม่ ตามกำหนดการจะได้ตัวผู้รับเหมาเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ คาดว่าจะเซ็นสัญญาและก่อสร้างได้ปลายปีนี้ แต่หากการเมืองยืดเยื้ออาจเลื่อนเป็นปี 2558 เปิดบริการปี 2561

กลุ่มที่ 3 กำลังขออนุมัติ มีสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) สีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) และกลุ่มที่ 4 กำลังออกแบบ มีสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) จะชะลอยาว เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลใหม่และแหล่งเงินทุน

ส่วนนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า จะนำโครงการทั้งหมดใน 2 ล้านล้าน เงินลงทุนกว่า 1.2 ล้านล้านบาท เสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาเป็นแพ็กเกจเพื่อขอคำยืนยันว่าจะให้เดินหน้าอีกครั้ง เพราะมองว่าทุกโครงการเร่งด่วนเพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแข่งขันกับต่างประเทศได้

เร่งทางคู่-เวนคืนรถไฟสายใหม่

ที่จะของบฯปี 2558 เป็นโครงการที่โยกมาจากเงินกู้ 1.76 แสนล้านบาท จากมติ ครม.เดิมอนุมัติปี 2553 แต่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เหลือกรอบวงเงินอยู่ 1.4 แสนล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าทางคู่ 5 สาย รวม 797 กิโลเมตร วงเงิน 118,034 ล้านบาท ได้แก่ สายลพบุรี-ปากน้ำโพ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร อยู่ระหว่างทำอีไอเอ หากได้รับการอนุมัติจะเปิดประมูลทันที รถไฟสายใหม่จะขอเงินค่าเวนคืนสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และบ้านไผ่-นครพนม รวมถึงค่าศึกษาทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 สาย เช่น สายหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า มีโครงการ 2 ล้านล้าน เสนอของบฯปี 2558-2560 ได้แก่ 1.ถนน 4 เลน 16 โครงการ 2.8 หมื่นล้านบาท เช่น สาย 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย 2.ซ่อมบำรุงทางสายหลัก 9 โครงการ 3,500 ล้านบาท เช่น สาย 4 ปราณบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ 3.ถนนเชื่อมโยงระหว่างประเทศ 7 โครงการ 8 พันล้านบาท เช่น สายเลี่ยงเมืองแม่สอด

มอเตอร์เวย์ได้สร้างแค่สายเดียว

นอกนั้นมีส่วนค่าเวนคืนมอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด 1,800 ล้านบาท ส่วนค่าก่อสร้างใช้เงินกองทุนค่าธรรมเนียม ใช้เงินลงทุนทั้งโครงการ 16,000 ล้านบาท ส่วนสายบางปะอิน-โคราช และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี จะใช้เงินกู้และให้เอกชนลงทุน PPP

ขณะที่นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระบุว่า กรมมีโครงการเสนอขอวงเงินรวม 7,800 ล้านบาท เริ่มปี 2558-2560 อาทิ ถนนรอยัลโคสต์ ถนนเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง สะพานข้ามแยกรถไฟ ค่าเวนคืนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก

อสังหาฯฟันธงราคาที่ดินตก

ด้านนายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า จากที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้การนับหนึ่งเริ่มโครงการล่าช้าออกไป ราคาที่ดินตามจังหวัดหัวเมืองน่าจะทรงตัวและเริ่มปรับลดลง โดยเฉพาะแปลงที่มีผู้ซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร เพราะการซื้อขายที่ดินน่าจะชะลอตัว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจหลายจังหวัดเริ่มชะลอตัวจากปัญหาชาวนายังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ราคาที่ดินจึงมีโอกาสปรับลดลงมาเท่าช่วง 2 ปีก่อน โดย 2 ปีที่ผ่านมา หัวเมืองหลักบางจังหวัด โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขอนแก่น อุดรธานี ฯลฯ ขยับขึ้น 40-100% จาก 4-5 หมื่นบาท เป็น 8 หมื่น-1 แสนบาท/ตร.ว.

เช่นเดียวกับที่นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย และนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มองว่า จากนี้ไปราคาที่ดินในจังหวัดที่มีแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงและอยู่ใกล้สถานีจะทรงตัวอีกนาน เนื่องจากการซื้อขายชะลอตัว หลัง 2 ปีที่ผ่านมา บางจังหวัดปรับขึ้น 100-300% เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา อุดธานี ฯลฯ

สศค.แนะทำงบฯปี 57 เพิ่ม

ส่วนมุมมองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังจำเป็น แม้กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทจะไม่ผ่าน เงื่อนไขสำคัญสุดที่จะผลักดันลงทุนต่อได้คือต้องมีรัฐบาล หากมีรัฐบาลใหม่ภายในปีงบฯ 2557 นี้ มี 2 วิธีทำได้ทันที คือ 1) จัดทำงบประมาณเพิ่มเติม (งบฯกลางปี) ขาดดุลเพิ่มจากเดิมที่ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท แม้การจัดเก็บรายได้จะไม่เกินเป้าก็ทำได้ 2) การกู้เงินไม่เกิน 10% ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ

หากไม่จัดทำงบฯกลางปี ในปีงบฯ 2557 ก็ต้องใส่ไว้ในงบฯรายจ่ายประจำปี 2558 โดยเพิ่มสัดส่วนงบฯลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น กระทบเป้าหมายจัดทำงบฯสมดุลในปี 2560ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบการจัดทำงบฯ
ขาดดุลไม่เกิน 20% ของงบฯรายจ่ายประจำปี บวกกับไม่เกิน 80% ของงบฯชำระหนี้เงินต้น แต่เป้าเดิมที่จะลงทุนใน 7 ปีคงไม่ทัน ขณะเดียวกัน ต้องจัดลำดับความสำคัญโครงการใหม่ เลือกที่คุ้มค่าเกิดประโยชน์มาดำเนินการก่อน รถไฟความเร็วสูงอาจล่าช้าออกไป

เพิ่มสัดส่วนลงทุนร่วมรัฐ-เอกชน

นอกจากนี้ ต้องผลักดันเพิ่มการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (PPP) และจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) ระดมเงินมากขึ้น สศค.ประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3.1% หากมีรัฐบาลใหม่ แต่ถ้ายังไม่มีอาจขยายตัวต่ำกว่า2% ซึ่งได้ปรับสมมติฐานการเบิกจ่ายงบฯลงทุน 2 ล้านล้านบาท รวมถึงงบฯลงทุนระบบน้ำออกแล้ว เป้าหมายการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ช่วยให้เศรษฐกิจโตเพิ่มปีละ1% ไม่มีแล้ว

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า การจัดทำงบฯรายจ่ายเพิ่มเติม หรืองบฯกลางปี มีเงื่อนไขต้องมีสภาผู้แทนราษฎร มีรัฐบาลใหม่ก่อน และต้องมีเวลาเบิกจ่ายใช้เงินอย่างน้อย 3 เดือน ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ และต้องอยู่บนหลักการรัฐบาลเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายหากเก็บรายได้ไม่เข้าเป้าทำลำบาก

ส่วนปีงบฯ 2558 สามารถจัดทำงบฯขาดดุลได้สูงสุดถึง 5 แสนล้านบาท เพิ่มจากปีงบฯ 2557 ที่ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท แต่ก็ขึ้นกับนโยบายรัฐบาล และอยู่บนเงื่อนไขต้องมีรัฐบาลใหม่ สภาผู้แทนราษฎรก่อน

นักเก็งกำไรที่ดิน ตจว.ซึมราคาวูบ

สำหรับความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด นายกฤช หิรัญกิจ ประธานที่ปรึกษาสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลัง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ถูกชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนมาก การลงทุนจะซบเซาลง ราคาที่ดินที่กว้านซื้อเก็งกำไรตกลงทันที อาจต้องปล่อยขายราคาต้นทุน นอกจากนี้ยอดขายอสังหาฯในพื้นที่ก็ชะลอตัวลง 20% จึงเตือนให้ชะลอการลงทุนปีนี้ไว้ก่อน

นายไพจิตร มานะศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลังคาซ่า จำกัด นักลงทุนอสังหาฯรายใหญ่ จ.นครราชสีมา มองว่า จากก่อนหน้านี้ที่ดินในตัวเมืองนครราชสีมาปรับตัวสูงขึ้นถึง 1.5 แสนบาท/ตร.ว.หลังโครงการ 2 ล้านล้านชะงัก ราคาจะตกลง 15-20% นักลงทุนจะชะลอลงทุน แต่เชื่อว่ารถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่จะดำเนินการต่อ อาจใช้งบฯปกติ หรือออก พ.ร.บ.กู้เงินอื่นทดแทน แต่จะล่าช้าหลายปี

ขณะที่นายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรมนวนคร นครราชสีมา ชี้ว่า นักลงทุนที่ซื้อที่ดินโดยรอบโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง-รถไฟรางคู่ ตั้งแต่ จ.สระบุรีจนถึงเมืองนครราชสีมาจะกระทบหนัก และอสังหาฯจะหยุดเติบโต เช่นเดียวกับการลงทุนอุตสาหกรรม

ส่วนนายบุญชู ภุชงค์ประเวศ ประธานหอการค้า จ.นครปฐม กับนายจิรศักดิ์ ฉันทวิลาศ กรรมการผู้จัดการ บจ.ฉันทวิลาศ (2002) ผู้รับเหมาและให้บริการขนส่งหิน ดิน ทราย งานก่อสร้างในนครปฐม มองว่ากรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการลงทุนในไทยในระยะยาว จะเริ่มเห็นสัญญาณชะลอการลงทุนชัดเจนปลายปีนี้ นอกจากนี้พื้นที่หัวเมืองใหญ่ ราคาที่ดินจะปรับลดลงรวดเร็ว อสังหาฯ ค้าปลีก และธุรกิจที่ต่อเนื่องจะชะลอตัวด้วย

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1395151343

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 18th, 2014, 11:21 PM   #4713
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

ร.ฟ.ท.ลุยรีสอร์ตรุกที่ดินรถไฟจ.กาญจน์

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2014 เวลา 13:18 น.

การรถไฟเดินหน้าแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ปัดฝุ่นที่ดินแปลงนอกแนวแผนพัฒนารถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรน เล็งพื้นที่กว่า 1 พันไร่ที่กาญจนบุรี บริเวณสถานีน้ำตก ชี้เป็นทำเลไม่อยู่ในแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟ หลังมีผู้บุกรุกสร้างรีสอร์ตท่องเที่ยวหลายราย บิ๊กทรัพย์สินร.ฟ.ท.เร่งใช้แนวพิกัดดาวเทียมตรวจสอบ ด้าน "ประภัสร์" ยันผู้บุกรุกต้องออกจากพื้นที่

ไพศาล ทรัพย์รุ่งโรจน์ไพศาล ทรัพย์รุ่งโรจน์ นายไพศาล ทรัพย์รุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแผนพัฒนาพื้นที่ดินเชิงพาณิชย์ที่ไม่อยู่ในแนวเส้นทางตามแผนพัฒนารถไฟทางคู่ของร.ฟ.ท.และรถไฟความเร็วสูงของกระทรวงคมนาคม เพื่อหารายได้ในปี 2557 นี้ ที่ได้ตั้งเป้าไว้จำนวน 2,000 ล้านบาทจากการจัดเก็บค่าเช่า ค่าธรรมเนียมการใช้พื้นที่แปลงต่างๆนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแปลงที่ดินนำมาพัฒนาพื้นที่โซนตะวันตก

โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งร.ฟ.ท.มีพื้นที่ยังไม่ได้มีการพัฒนาจำนวนประมาณ 1,070 ไร่ โดยปัจจุบันมีผู้บุกรุกสร้างรีสอร์ตจำนวนมากจึงต้องเร่งขับไล่ผู้บุกรุกให้ออกจากพื้นที่เพื่อนำที่ดินไปพัฒนาสร้างรายได้ให้ร.ฟ.ท.ซึ่งนโยบายของนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการร.ฟ.ท. ให้ขับไล่ออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว เนื่องจากเป็นการครอบครองอย่างไม่ถูกต้องโดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารทรัพย์สินไปตรวจหาพิกัดทางดาวเทียมให้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับได้แจ้งให้ผู้บุกรุกทราบแล้วหลายราย

ประการสำคัญพื้นที่กาญจนบุรีโดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานีน้ำตกไทรโยคน้อยและไทรโยคใหญ่ในเส้นทางรถไฟสายมรณะจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ได้มีการพัฒนาที่เป็นเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่มานานจึงมีแนวคิดปัดฝุ่นแต่ละสัญญาเพื่อหารายได้ให้ร.ฟ.ท.เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับพบว่ามีผู้บุกรุกจำนวนมากและครอบครองพื้นที่มานานทั้งการสร้างรีสอร์ต ที่อยู่อาศัยจึงต้องเร่งดำเนินการและเชิญผู้บุกรุกเข้าชี้แจงเพื่อให้เร่งย้ายออกจากพื้นที่โดยเร็วต่อไป

อย่างไรก็ดีล่าสุด ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกเข้าไปดำเนินงานในพื้นที่แล้วพร้อมกับเตรียมจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษาเส้นทางนี้ทั้งสายโดยแนวคิดผู้ว่าการร.ฟ.ท.ต้องการพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ไม่แบ่งย่อยอีกต่อไป ปัจจุบันศูนย์เทคนิค ร.ฟ.ท.ดูแลพื้นที่แต่เนื่องจากบุคลากรมีจำนวนน้อยจึงดูแลไม่ทั่วถึง ดังนั้นในปีนี้เมื่อมีนโยบายให้หารายได้เพิ่ม จึงต้องนำที่ดินแต่ละแปลงกลับมาตรวจสอบเพื่อเดินหน้าพัฒนาเชิงพาณิชย์หารายได้

โดยเส้นทางภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงทั้งสิ้น จึงเหลือเพียงเส้นทางตะวันตกเท่านั้นที่น่าจะนำไปพัฒนาได้ ประกอบกับช่วงปีที่ผ่านมารายได้หายไปมากจากการไม่อนุญาตให้มีการต่อสัญญาเพราะต้องกันพื้นที่ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจึงต้องไปหาชดเชยจากที่ดินแปลงที่สามารถนำไปพัฒนาโดยเฉพาะแปลงที่ถูกบุกรุกที่กาญจนบุรีซึ่งมีพื้นที่กว่าพันไร่โดยตั้งเป้าว่าปีนี้รายได้ต้องเพิ่ม 5% โดยเฉพาะรายได้จากการต่อสัญญาเช่าที่จะระดมตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ต่อเรื่องนี้ แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรีสอร์ตรายหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีกล่าวให้ความเห็นว่า ร.ฟ.ท.อาจจะไม่รื้อทิ้ง หากตรวจสอบพบว่ามีรายใดบุกรุกมานานแล้ว แต่อาจจะเจรจาให้ผู้ประกอบการรายนั้นเช่าพื้นที่ประกอบการรีสอร์ตต่อไปได้ พร้อมกับคิดชดเชยสำหรับงบประมาณการลงทุนของภาคเอกชนเอาไว้ด้วยโดยอาจจะชดเชยด้านระยะเวลาการเช่า สิ่งสำคัญผู้ประกอบการก็จะไม่เดือดร้อนจากรายได้ที่ขาดหายไป ร.ฟ.ท.ก็มีรายได้กลับคืนและสามารถกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ชัดเจนต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดสัญญาค่อยมาว่ากันใหม่อีกที

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการร.ฟ.ท.กล่าวถึงเรื่องนี้ว่ายังยืนยันว่าผู้บุกรุกจะต้องย้ายออกไปก่อนเพราะหากมีการปล่อยให้เช่าต่อไปก็จะเป็นบรรทัดฐานให้ผู้บุกรุกรายอื่นกระทำตามได้ เพื่ออ้างสิทธิ์ว่าลงทุนไปแล้วจำนวนมากทั้งๆที่เป็นการได้มาซึ่งที่ดินอย่างไม่ถูกต้อง จึงเป็นไปไม่ได้ว่าผู้บุกรุกอ้างไม่ทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของใคร เพราะสำนักงานที่ดินในพื้นที่ให้คำตอบได้เป็นอย่างดี

"ต้องให้มีการย้ายออกไปทั้งหมดเพื่อให้พื้นที่ชัดเจนแล้วจึงค่อยทำแผนการพัฒนาว่าจะให้เป็นไปในรูปแบบใดบ้าง ไม่จำเป็นว่าจะต้องสร้างรีสอร์ตอย่างเดียวเท่านั้น โดยเตรียมลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงในเร็วๆนี้ พร้อมกับจะเปิดโอกาสให้ผู้บุกรุกเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับร.ฟ.ท.โดยเร็วต่อไป"

แหล่งข่าวระดับสูง ร.ฟ.ท.กล่าวว่าสำหรับที่ดินแปลงอื่นๆทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด อาทิ หาดใหญ่ อยุธยา เชียงใหม่ ปราจีนบุรี หากไม่อยู่ในแนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟทางคู่หรือรถไฟความเร็วสูงก็จะเร่งต่อสัญญาใหม่ได้ในปี 2557 นี้

"โดยเมื่อปี 2553 ศูนย์เทคนิค ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีแสดงพื้นที่ที่ดินของร.ฟ.ท.โดยการตรวจสอบและประเมินที่ดินที่มีอยู่ในการครอบครองและถือกรรมสิทธิ์จำแนกออกเป็นพื้นที่ที่เป็นเขตทาง เขตย่านสถานี(วางราง) เขตบ้านพัก/ที่ทำการและพื้นที่อื่นๆ(เพื่อทำประโยชน์เชิงพาณิชย์) ปัจจุบันร.ฟ.ท.มีที่ดินทั้งหมดจำนวน 2.3 แสนไร่ จำแนกเป็นการใช้เพื่อการเดินรถ 1.98 แสนไร่ และพื้นที่เพื่อทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ 3.6 หมื่นไร่"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,931 วันที่ 16 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

http://www.thanonline.com/index.php?...9#.Uyi3zPmSxqU
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 21st, 2014, 06:26 PM   #4714
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

กิตติรัตน์ ลั่นไม่ถอดโครงการรถไฟทางคู่

วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 22:00 น. ข่าวสดออนไลน์

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กถึงโครงการ 2 ล้านล้านบาทว่าจริงหรือไม่ที่รัฐบาลยกเลิกโครงการรถไฟทางคู่ของรัฐบาลชุดที่แล้วเพื่อรอ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าถ้ารัฐบาลดำเนินการในระบบปกติหลายโครงการคงสำเร็จลุล่วงไปมากกว่านี้ อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ที่มีแผนแม่บทออกมาในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณ 176,000 ล้านบาท แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลก็มีมติให้ยุติการใช้เงินงบประมาณเพื่อรอใช้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทำให้เสียเวลาไปกว่า 2 ปี

สำหรับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ 176,000 ล้านบาท เป็นยอดรวมในแผนแม่บทรถไฟทางคู่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยมีระยะทางเพียง 767 กิโลเมตรเท่านั้น ทั้งๆ ที่ควรต้องสร้างทั้งสิ้น 4,000 กิโลเมตร นอกจากนั้น การจัดสรรงบประมาณแต่ละปีเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพิจารณาในแต่ละปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีการจัดสรรทั้งงบประมาณและเงินกู้มียอดรวมกัน 5,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ ยืนยันไม่เคยมีการพิจารณาของครม. ปัจจุบัน ที่ไปปฏิเสธหรือไปทำให้งบประมาณที่เคยถูกจัดสรรไว้เลิกไป

http://www.khaosod.co.th/view_newson...PQ==&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 20th, 2014, 08:08 PM   #4715
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,482
Likes (Received): 1034

รฟท.ปรับปรุงสายใต้ครั้งใหญ่ฉลอง 100 ปี

รถไฟ จัดทุ่ม 6,000 ล้าน ปรับปรุงรถไฟสายใต้ครั้งใหญ่รอบ 100 ปี ตั้งแต่หัวหิน -ประดังเบซาร์ คาดใช้เวลาดำเนินการ 3 ปีเสร็จ

วันอาทิตย์ 20 เมษายน 2557 เวลา 16:52 น.


นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ได้จัดสรรงบประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายใต้ครั้งใหญ่สุดในรอบ 100 ปี มีระยะเวลาปรับปรุงตามแผนประมาณ 3 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค.57 เป็นต้นไป สำหรับการปรับปรุงจะมีการเสริมดิน เปลี่ยนไม้หมอนเป็นคอนกรีต เปลี่ยนรางที่เก่าชำรุดขนาด 60-80 ปอนด์ เป็นขนาดมาตรฐาน 100 ปอนด์ ตลอดทางรถไฟสายใต้ เริ่มต้นจากสถานีหัวหิน ถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส รวมถึงสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลาอีกด้วย

ทั้งนี้หลังจากปรับปรุงเสร็จคาดว่าจะช่วยลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากรถไฟในภาคใต้ได้ เช่น ปัญหาการตกราง เหมือนกับที่เคยซ่อมในภาคเหนือ ซึ่งช่วยสถิติอุบัติเหตุได้มาก ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มความเร็วของการเดินรถไฟได้ด้วย เพราะปกติภาคใต้บางช่วงวิ่งได้ความเร็วแค่ 20-25 กม.เท่านั้น เพราะต้องมีการลดความเร็วให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทาง แต่หากปรับปรุงแล้วจะช่วยให้รถวิ่งได้ไวขึ้นกว่าปกติมาก

อย่างไรก็ตามในการซ่อมครั้งนี้ อาจไม่ปิดซ่อมใหญ่ทั้งหมดเหมือนภาคเหนือ เพราะเกรงว่าหากปิดซ่อมใหญ่ อาจกระทบการใช้งานของผู้โดยสารในภาคใต้ได้ เพราะรถไฟสายล่องใต้มีผู้ใช้สัญจรมากกว่าสายอื่น โดยในต้นเดือนพ.ค.57 ตนและทีมงานจะเดินทางไปลงสำรวจเส้นทางในแต่ละจุดอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ารางระยะไหนควรปรับอย่างไร ให้ระยะเวลาซ่อมรางเสร็จเร็วมากขึ้นไม่ต้องนานถึง 3 ปี โดยจะดูมีความเหมาะสมจะปิดซ่อมใหญ่เหมือนรางภาคเหนือหรือไม่ เพราะยอมรับการซ่อมแซมรางรถไฟมีเวลาให้ลงมือปรับปรุงจริงได้วันละไม่กี่ชั่วโมง แถมบางพื้นที่อย่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นจุดเสี่ยง ทำให้การซ่อมแซมทำได้เฉพาะช่วงเช้าและกลางวันเท่านั้น หากเป็นกลางคืนจะไม่ปลอดภัย

http://www.dailynews.co.th/Content/e...B8%9B%E0%B8%B5
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 20th, 2014, 08:16 PM   #4716
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,521
Likes (Received): 485

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
กิตติรัตน์ ลั่นไม่ถอดโครงการรถไฟทางคู่

วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 22:00 น. ข่าวสดออนไลน์
ถอดไม่ได้เด็ดขาด - เพราะ ถ้าถอด ก็ไม่ต่างอะไรจากการ เชือดคอตัวเองทางการเมือง โดยแท้

อ่า ถือเสียว่า rehab phase 4 เวอร์ชันใหม่ แม้ไม่ดีสมกะ rehab 1-2-3 ด้วยเงินกู้ไจก้า ขั้นต่ำที่สุด ก็ทุ่งสง - หาดใหญ่ - สุไหงโกลก และ หาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ นอกเหนือจากการ เอาราง 100 ปอนด์ ไปเปลี่ยนให้สายกังนตัง - นครศรีธรรมราช - คีรีรัฐนนิคม
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; April 20th, 2014 at 08:25 PM. Reason: Addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2014, 01:16 PM   #4717
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,611
Likes (Received): 533

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
รฟท.ปรับปรุงสายใต้ครั้งใหญ่ฉลอง 100 ปี

รถไฟ จัดทุ่ม 6,000 ล้าน ปรับปรุงรถไฟสายใต้ครั้งใหญ่รอบ 100 ปี ตั้งแต่หัวหิน -ประดังเบซาร์ คาดใช้เวลาดำเนินการ 3 ปีเสร็จ

วันอาทิตย์ 20 เมษายน 2557 เวลา 16:52 น.
น่าจะเป็นโครงการเสริมความมั่นคงของทางที่ประมูลไปเมื่อปีที่แล้วล่ะครับ
ผมก็นึกว่าผู้รับเหมาเข้าทำงานตั้งแต่ต้นปีแล้วเสียอีก เพราะได้ผู้รับเหมาตั้งนานแล้ว

แต่ผู้ว่าให้ข่าวว่ามีเสริมดิน อย่างกะจะrehab แต่ดูแล้วคงได้งานมาตรฐานเดียวกับ
งานปรับปรุงทางสายเหนือที่มีการเสริมดินเป็นบางจุด ไม่ได้ถึงขั้นrehabอย่างสายบัวใหญ่-แก่งคอย บัวใหญ่-ถนนจิระ บัวใหญ่-หนองคาย หรอก
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2014, 04:05 PM   #4718
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,521
Likes (Received): 485

^
มีเหตุต้อง rehab ก็เพราะ จะได้เอา Blue Tiger ของ KTMB ทำขบวนรถคอนเทนเนอร์ข้ามแดน 721/722 (หรือ รถคอนเทนเนอร์ 781/782) ได้หนะครับ
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old April 22nd, 2014, 06:03 AM   #4719
Appleich
Appleich
 
Appleich's Avatar
 
Join Date: Apr 2011
Location: BKK
Posts: 1,011
Likes (Received): 311

ร.ฟ.ท. เร่งปั้นผู้โดยสารเพิ่ม
ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2014 เวลา 12:59 น.

บอร์ดร.ฟ.ท.ชี้การรถไฟฯ ต้องเร่งปรับโครงสร้างองค์กร "บุญสม" ย้ำชัดเน้นการเดินรถให้มีประสิทธิภาพ เร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง กำชับการปรับปรุงทางตามกรอบงบประมาณที่ได้รับโดยเร็ว

รศ.ดร.บุญสม เลิศหิรัญวงศ์ ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ทิศทางการดำเนินงานของ ร.ฟ.ท.จากนี้ไปจะมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริการด้านการเดินรถ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักให้ผู้ใช้บริการได้รับความพึงพอใจสูงสุด เพราะที่ผ่านมาประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นโดยเฉพาะความปลอดภัย และการตรงต่อเวลา อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับขบวนรถและความเร็วการเดินรถจากการปรับปรุงราง และไม้หมอน ทำให้เห็นภาพการให้บริการเดินรถของร.ฟ.ท.ในภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น สำหรับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ปี 2553 นั้นยังคงผลักดันต่อไป โครงการรถไฟทางคู่จึงเข้ามาเสริมในหลายจุดและเห็นสมควรที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อให้การเดินรถตรงต่อเวลา เร่งจัดซื้อหัวรถจักรที่มีประสิทธิภาพ

ในเดือนมิถุนายนนี้จะได้รับหัวรถจักรคันใหม่ 20 หัวมาใช้งาน ภาคการขนส่งจะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนหัวรถจักรอื่นๆอยู่ในขั้นตอนการเร่งรัด เช่นเดียวกับการซ่อมบำรุงรักษาทาง ราง ไม้หมอน และระบบอาณัติสัญญาณ-โทรคมนาคมต้องเร่งดำเนินการตามกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมกับความสะดวกสบายของผู้โดยสารทั้งการเข้าถึงสถานีต้องสะดวกสบาย ปลอดภัย การรถไฟฯจึงต้องเร่งสร้างพันธมิตร อาทิ ประสานงานกับผู้ประกอบการรถตู้ รถแท็กซี่ รถสองแถว ฯลฯ ให้เข้ามาเป็นระบบฟีดเดอร์ป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบให้มากขึ้น

"ต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเดินรถ การบำรุงรักษาต้องเร่งยกระดับมาตรฐาน อีกทั้งยังต้องทำป้ายบอกทางให้มีหลายภาษาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ท้ายที่สุดแล้วการร่วมมือกับภาคเอกชนยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวต่างๆซึ่งทั้งหมดนี้การรถไฟฯต้องยกระดับคุณภาพและบริการให้เกิดความมั่นใจให้ได้เสียก่อนโดยเน้นเส้นทางหลักให้เกิดผลเป็นรูปธรรมก่อนขยายไปสู่เส้นทางอื่นๆต่อเนื่องกันไป"

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.กล่าวว่าปัจจุบันผู้ใช้บริการรถไฟมีประมาณวันละ 9.5 หมื่น- 1 แสนเที่ยวคนต่อวัน ในปีที่ผ่านมารวมประมาณ 40 ล้านคน โดยช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม 2557 ที่ผ่านมาทะลุ 9.5 หมื่นเที่ยวคน ปัจจุบันเพิ่มเป็นกว่า 1 แสนเที่ยวคนขึ้นไป คาดว่าจะยังเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนปริมาณการขนสินค้าได้กว่า 11 ล้านตัน ซึ่งสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือจะมากกว่า โดยช่วงเทศกาลแต่ละเส้นทางปริมาณจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีแนวคิดดึงดูดความสนใจให้หันมาใช้บริการรถไฟเดินทางอย่างต่อเนื่องมากขึ้นในทุกเส้นทาง

"ปีนี้ยังเห็นภาพความล่าช้า จากกรณีการปรับปรุงทางในหลายช่วง แต่หลังจากช่วงครึ่งปีแรกไปแล้วคงจะเริ่มเห็นการให้บริการที่รวดเร็วและตรงต่อเวลามากขึ้นในเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพราะการซ่อมทางแล้วเสร็จเป็นส่วนใหญ่ ผู้ใช้บริการน่าจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5%"

http://bit.ly/1rgZ991

--------------------------------------------------------------------------

น่าเป็นห่วงว่างานปรับปรุงทางหลายช่วงยังล่าช้าอยู่มาก โดยเฉพาะช่วงคลองไผ่-อุบลราชธานี ที่สัญญาหมดอายุลงตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม แต่มีความคืบหน้าช้ามาก ไม่รู้ว่าผู้รับเหมา (บ.เสริมสงวนก่อสร้าง) ทิ้งงานไปแล้วหรือยัง รางหลีกของหลายสถานียังไม่ได้ทำการเปลี่ยนเป็นหมอนคอนกรีตโมโนบล็อก+ราง 100 ปอนด์ บางสถานีประกอบชุดประแจหมอนคอนกรีตชุดใหม่ที่จะเอามาเปลี่ยนกับของเก่าไว้จนครบปีแล้วก็ยังไม่มท่าทีว่าจะได้เปลี่ยนในเร็ววัน

ส่วนการประมูลรถโดยสารเชิงพาณิชย์รุ่นใหม่ 115 คันที่ว่าจะดำเนินการในเดือนเมษาฯนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววเช่นกัน
__________________
会計学と日本語を習います。
Appleich está en línea ahora   Reply With Quote
Old April 22nd, 2014, 07:20 AM   #4720
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,521
Likes (Received): 485

^
คงหวังจะได้ผู้โดยสารกลับมาอยู่ที่ 87 ล้านคนเหมือนปี 2535 กระมัง
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 07:22 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu