daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old September 4th, 2014, 04:28 AM   #2581
archstudent
not student anymore
 
archstudent's Avatar
 
Join Date: Aug 2003
Location: BKK
Posts: 2,932
Likes (Received): 811

"TRAIN IS MORE FUN IN THE PHILIPPINES"

#comment ใน youtube ได้กล่าวไว้
archstudent no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old September 4th, 2014, 04:59 PM   #2582
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

สนช.มติเอกฉันท์ เห็นชอบร่างตกลงตั้ง ส.วิจัยเศรษฐกิจอาเซียน +3 สมัยรัฐบาล“ปู”

วันที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 17:12 น. ข่าวสดออนไลน์

เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระที่ประชุมบทราบพระบรมราชโอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี จากนั้นพิจารณาเรื่องด่วน ร่างความตกลงเพื่อการจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน +3 (ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี) หรือแอมโร (AMRO) ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เสนอ

โดยแอมโรมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค ผ่านการดำเนินการเฝ้าระวังทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการดำเนินงานของความช่วยเหลือทางการเงินของภูมิภาค ซึ่งมีหน้าที่ติดตาม ประเมินและรายงานผลต่อสมาชิกเกี่ยวกับสถานะเศรษฐกิจมหภาคและความมั่นคงทางการเงินของสมาชิก ระบุความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคและการเงินของภูมิภาคให้สมาชิกทราบ และช่วยเหลือสมาชิกวางแนวนโยบายเพื่อบรรเทาความเสี่ยงหากมีการร้องขอจากสมาชิก สนับสนุนสมาชิกในการดำเนินงานตามความช่วยเหลือทางการเงินของภูมิภาค ดำเนินกิจกรรมอื่นที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของแอมโร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกสนช.ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เป็นห่วงกรณีการให้ข้อมูลซึ่งถือเป็นความลับอาจกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งงบประมาณที่ไทยต้องสนับสนุนในฐานะเป็นสมาชิก นอกจากนี้ยังต้องออกกฎหมายเพื่อรองรับความตกลงดังกล่าวหรือไม่ โดยนายตวง อันทะไชย อภิปรายอยากให้สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างความตกลงดังกล่าว เพื่อให้สมาชิกตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ เสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

ทั้งนี้ ตัวแทนกระทรวงการคลังชี้แจงว่า กระทรวงการคลังจะดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละปีทั้งหมด ส่วนเรื่องข้อมูลที่สมาชิกสนช.เป็นห่วงนั้น แต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล กิจการบริษัทและข้อมูลที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอยู่แล้ว ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 176 ต่อ 0 และงดออกเสียง 4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างความตกลงดังกล่าวค้างมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งร่างข้อตกลงนี้ต้องนำเข้ามาให้ที่ประชุมสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา190 ที่เข้าข่ายเป็นหนังสือระหว่างประเทศ ต้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ แต่เมื่อมีการรัฐประหาร คสช.จึงเสนอให้ สนช.พิจารณาแทน

http://www.khaosod.co.th/view_newson...PQ==&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 5th, 2014, 03:05 PM   #2583
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

อินโดนีเซียขึ้นแท่น 'หัวขบวนประชาธิปไตย'

5 กันยายน 2557 เวลา 13:01 น.

ชี้อินโดนีเซียปักธงประชาธิปไตย แซงหน้าทุกประเทศในภูมิภาค เหตุนักการเมืองยอมรับกติกา กองทัพเคารพหลักพลเรือนเป็นใหญ่ ขณะรัฐบาลขับทหารกลับกรมกอง

เมื่อวันพฤหัสบดี หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เสนอบทวิเคราะห์พัฒนาการทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ว่า อินโดนีเซียกลายเป็นแม่แบบประชาธิปไตยอย่างเหนือความคาดหมาย ใช้เวลาแค่ 16 ปีนับแต่การพ้นอำนาจของเผด็จการซูฮาร์โตที่มีกองทัพหนุนหลัง ก้าวขึ้นยืนแถวหน้าในภูมิภาค

โจโก วิโดโด ผู้ว่าการมหานครจาการ์ตา อดีตเด็กสลัม และช่างไม้ กำลังจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีที่อาคารรัฐสภาในวันที่ 20 ตุลาคม กลายเป็นผู้นำของประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับสี่ของโลก

การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นหมุดหมายสำคัญของประชาธิปไตยในประเทศที่มีประชากร 250 ล้านคนแห่งนี้ มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เกือบ 140 ล้านคน คิดเป็น 75% ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด

แม้ในตอนแรกคู่แข่งของโจโก คือ อดีตนายพล ปราโบโว ซูเบียนโต ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่ามีการโกงอย่างมโหฬารในการเลือกตั้ง แต่เมื่อศาลปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ของเขาเมื่อเดือนที่แล้ว ลูกเขยของซูฮาร์โตผู้นี้ก็ยอมรับคำวินิจฉัย

ซูฮาร์โตครองอำนาจนาน 32 ปี ถูกประชาชนฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยขับไล่จนต้องลาออกเมื่อปี 2541 โจโกกำลังจะเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ไม่ได้มาจากชนชั้นนำยุคซูฮาร์โต ไม่ได้มีภูมิหลังเป็นนายพล และจะเป็นคนแรกที่เข้ารับตำแหน่งนี้โดยมีประสบการณ์เคยบริหารการปกครองมาก่อน



"เวลานี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะนึกฝันเมื่อปี 2541" มาร์คัส เมทซ์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอินโดนีเซีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย บอก

รายงานของนิวยอร์กไทมส์บอกว่า หลายประเทศในภูมิภาคนี้แทบไม่เคยส่งมอบเก้าอี้ผู้นำไปสู่กลุ่มการเมืองปีกตรงข้ามกับผู้ครองอำนาจ ผ่านวิถีทางประชาธิปไตย แม้บางประเทศมีการเลือกตั้ง แต่ยังคงมีปัญหาในระบบการเมืองที่แก้ไม่ตก

ในกรณีประเทศไทย กองทัพโค่นอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยเป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลา 8 ปี ขณะที่มาเลเซียกับกัมพูชามีเหตุวุ่นวายทางการเมืองนับแต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปีที่แล้ว ฝ่ายค้านในประเทศทั้งสองอ้างว่าฝ่ายรัฐบาลเล่นตุกติก

ทั้งมาเลเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์ ไม่เคยผลัดเปลี่ยนฝ่ายค้านขึ้นมาเป็นรัฐบาล สำหรับฟิลิปปินส์นั้น แม้มีการเลือกตั้ง แต่มีการฉ้อโกง มีเหตุรุนแรง ประธานาธิบดีสองคนหลังสุดได้ส่งผู้นำประเทศคนก่อนหน้าตนเข้าคุก



เมียนมาร์กำลังเริ่มสร้างประชาธิปไตย ขณะที่เวียดนามกับลาวยังคงปกครองด้วยระบบพรรคเดียว

ตามรายงานของนิวยอร์กไทมส์ อินโดนีเซียมีพัฒนาการสู่ประชาธิปไตยอย่างรวดเร็วได้ ด้วยเหตุปัจจัยอย่างน้อย 4 ด้าน

นั่นคือ รัฐบาลพลเรือนพยายามกันกองทัพออกไปจากการเมือง ทหารยอมรับว่าพลเรือนต้องเป็นใหญ่ในการปกครองประเทศ พรรคฝ่ายค้านยอมรับกติกาประชาธิปไตย และมีการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองท้องถิ่น

หลังยุคซูฮาร์โต สภาได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกโควต้าที่นั่งทหารในสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้ผู้นำต้องมาจากการเลือกตั้งในทุกระดับ ตั้งแต่ประธานาธิบดีลงไปจนถึงนายกเทศมนตรี

นอกจากนี้ ยังห้ามนายทหารประจำการเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือร่วมเคลื่อนไหวกับพรรคการเมือง และกำหนดให้กองทัพต้องขายทิ้งกิจการในเชิงพาณิชย์

อิกราร์ นูซา บักตี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ สถาบันนานาศาสตร์อินโดนีเซีย ในกรุงจาการ์ตา บอกว่า ตัวแปรหนึ่งที่ประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว คือ กองทัพยอมรับหลักการพลเรือนเป็นใหญ่ "นี่เป็นประเด็นหัวใจเลยทีเดียว"

ขณะเดียวกัน นักการเมืองยอมรับความพ่ายแพ้ตามกติกาแม้กระบวนการสร้างประชาธิปไตยพบอุปสรรคในปีแรกๆก็ตาม เช่น เกิดเหตุประท้วงนองเลือดบนท้องถนน เหตุขัดแย้งระหว่างชนต่างเชื้อชาติศาสนา และเหตุก่อการร้าย

อับดูร์รอฮีม วาฮิด ผู้นำจากการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยคนแรกในช่วงเวลา 4 ทศวรรษ ถูกถอนถอนเมื่อปี 2544 หลังนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีได้ไม่ถึง 2 ปี ด้วยข้อกล่าวหาคอรัปชั่นและไร้ความสามารถ

ในปี 2547 ประชาชนโหวตเลือกประธานาธิบดีโดยทางตรงเป็นครั้งแรก อดีตนายพล สุสีโล บัมบัง ยูโดโยโน มีชัยเหนือเมกาวตี ซูการ์โนบุตรี ประธานาธิบดีในเวลานั้น ผู้เป็นบุตรสาวคนโตของซูการ์โน ผู้ก่อตั้งประเทศ

นางยอมรับความพ่ายแพ้ แล้วก้าวลงจากอำนาจ แม้ไม่ไปเข้าร่วมพิธีสาบานตนของคู่แข่งก็ตาม ปราโบโว ซูเบียนโต นับเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนล่าสุดที่ยอมรับว่าตัวเองแพ้เลือกตั้ง

ตัวแปรสุดท้ายคือ การกระจายอำนาจ หลังจากซูฮาร์โตลาออกได้หนึ่งปี อินโดนีเซียจัดให้มีการกระจายอำนาจอย่างกว้างขวาง ทำให้เมืองหลวงไม่อาจผูกขาดอำนาจไว้ต่อไป ไม่มีกลุ่มการเมืองใดครองอำนาจครอบคลุมทั่วทั้งประเทศได้

นายโจโก วัย 53 ถือเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการกระจายอำนาจ เด็กสลัมริมฝั่งแม่น้ำในจังหวัดชวากลางผู้นี้ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี 2 ครั้ง เขาอาศัยการเลือกตั้งผู้ว่าการจาการ์ตาเมื่อปี 2555 ผลักดันตัวเองขึ้นเป็นผู้นำระดับประเทศ.

http://news.voicetv.co.th/global/116663.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 6th, 2014, 08:30 AM   #2584
archstudent
not student anymore
 
archstudent's Avatar
 
Join Date: Aug 2003
Location: BKK
Posts: 2,932
Likes (Received): 811

รายการ iASEAN ประจำวันที่ 6 กันยายน 2557

โรงแรมไทย แหล่งรวมโอกาสของนักร้องฟิลิปปินส์
- อาจารย์ฟิลิปปินส์ แม่พิมพ์ของเด็กไทย
- เพลงฟิลิปปินส์เพื่อความสามัคคี
- ภาษาอาเซียน อาชีพในภาษาฟิลิปินส์

http://shows.voicetv.co.th/iasean/116739.html
archstudent no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2014, 02:24 PM   #2585
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

เวียดนาม "เสือเศรษฐกิจใหม่" น่าลงทุนอันดับ 2 ในอาเซียน

updated: 07 ก.ย. 2557 เวลา 20:00:36 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความร้อนแรงของเศรษฐกิจในรอบทศวรรษที่ผ่านมา "เวียดนาม" กลายเป็นจุดสนใจจากนักลงทุนทั่วทุกมุมโลก


ด้วยจำนวนประชากรกว่า 90 ล้านคน ซึ่งเพียงพอต่อการเป็นฐานการผลิตแรงงานราคาถูก และขณะเดียวกันกำลังซื้อจำนวนมหาศาลในตลาดที่กำลังเติบโตขึ้นก็เพิ่มเช่นกัน

เวียดนาม เป็นที่หมายปองจากนักลงทุนมาโดยตลอดว่า จะสามารถก้าวกระโดดเป็น "เสือเศรษฐกิจ" ตัวใหม่ของเอเชียได้ โดยมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในเวียดนามตั้งแต่ปี 2551 มีมูลค่าสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวเวียดนาม นิวส์ รายงานว่า จากรายงานการสำรวจของหอการค้าสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ในเวียดนาม กล่าวถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วของประเทศเวียดนาม โดยความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสหรัฐ ใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งรวมถึงกว่า 77 บริษัทสหรัฐ ในเวียดนาม ต่างเห็นพ้องไปทิศทางเดียวกันว่า เวียดนามเป็นประเทศที่นานาชาติคาดหวังและตั้งเป้าว่า จะกลายเป็นประเทศที่มีการขยายตัวทางธุรกิจมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งประเทศเวียดนาม เผยผลการสำรวจจากบริษัทต่างชาติทั่วประเทศว่า ราว 37% ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามมีแผนการเตรียมขยายธุรกิจในเวียดนามในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นรองจากอินโดนีเซียเพียงเล็กน้อยโดยอยู่ที่ 41%

เกินครึ่งหนึ่งของผลการสำรวจ ราว 57% ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามในเวียดนามคาดหวังว่า ภายในปี 2557 จะเห็นอัตราการเพิ่มขึ้นของแรงงานในประเทศที่สูงขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งราว 66% พวกเขาเชื่อว่าจะได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า ราว 82% อย่างแน่นอน

ด้านผู้บริหาร ระดับสูงของหอการค้าสหรัฐ ชี้จุดแข็งของเวียดนามว่า ราว 66% มองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเวียดนามถือเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ดีมาโดย ตลอด ซึ่งอีก 61% ชี้ว่า ข้อดีของเวียดนาม คือ ศักยภาพของแรงงานเวียดนามที่ดีและยังคงมีต้นทุนที่ต่ำ รวมถึงระดับความปลอดภัยของแรงงานที่มีประสิทธิภาพดี และท้ายที่สุด ราว 60% สหรัฐ มองในเรื่องของความมีเสถียรภาพทางการเมืองและระบบการบริหารจัดการประเทศที่ ดีพอ

ขณะที่ผลการสำรวจยังระบุถึงความไม่พึงพอใจเกี่ยวกับกฎหมายและกฎ ระเบียบของเวียดนาม ราว 49% ว่ายังไม่ครอบคลุมและทั่วถึงพอ อีกทั้งอีก 48% ระบุว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงสร้างทางภาษีของเวียดนามต้องปรับปรุงอีกมาก

ทั้งนี้ นางสาวตินห์ เหงียน นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเอชเอสซีบี กล่าวว่า แม้ศักยภาพหลากหลายด้านที่เอื้ออำนวยต่อนักลงทุนต่างชาติ แต่รัฐบาลเวียดนามยังต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้ดียิ่งขึ้น ก่อน อาทิ ระบบการขนส่ง อีกทั้งการเพิ่มทักษะให้กับแรงงานในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองความ ต้องการของนักลงทุนต่างชาติได้ รวมทั้งความสามารถในการเพิ่มเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับบริษัทต่างชาติ ด้วยการบริหารจัดการอย่างทั่วถึงก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มิอาจมองข้าม

โดย น.ส.ตินห์กล่าวเพิ่มว่า การลงทุนจากต่างชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ แต่หากรัฐบาลไม่ตระหนักถึงการเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับคุณภาพภายในก่อน ในอนาคตเวียดนามอาจต้องพึ่งพาเม็ดเงินต่างชาติเพื่อความอยู่รอดในประเทศก็ เป็นไปได้

ด้านเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ระบุว่าแม้เวียดนามจะมีความได้เปรียบในเชิงบรรยากาศของการลงทุนที่แข็งแกร่ง ต่อนักลงทุนต่างชาติ แต่การไม่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศให้ดีอาจสร้างอุปสรรคในการลงทุนได้ ง่าย ซึ่งปัจจัยในเรื่องจำนวนแรงงานเป็นที่ชัดเจนว่าสามารถดึงดูดนักลงทุนต่าง ชาติได้ แต่ประสิทธิภาพในการทำงานนั้นจำเป็นอย่างมากในการเพิ่มมูลค่าการค้า

อย่างไรก็ตาม งบประมาณในการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับเวียดนาม เนื่องจากหากภาคการผลิตในอุตสาหกรรมเวียดนามยังชะลอตัวเช่นหลายเดือนที่ผ่าน มา โอกาสที่เวียดนามจะเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อและหนี้ก้อนโตในอนาคตก็สามารถเกิด ขึ้นได้ง่าย ซึ่งรัฐบาลต้องทำงานหนัก ทั้งเรื่องการจัดสรรงบฯเพื่อการพัฒนา และส่งเสริมขีดความสามารถของแรงงานสู่ตลาดระดับสากลโดยเร็ว

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1410076686
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 11th, 2014, 04:02 PM   #2586
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

อินโดฯเบอร์1ชาติอาเซียนธุรกิจสหรัฐอยากลงทุนสุด

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า ผงาด 3 จุดหมายปลายทางในอาเซียน ที่บริษัทสหรัฐ อยากเข้ามาขยายกิจการในอนาคต

อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า ผงาด 3 จุดหมายปลายทางในอาเซียน ที่บริษัทสหรัฐ อยากเข้ามาขยายกิจการในอนาคต ขณะที่ไทยได้รับความพึงพอใจน้อยลง จากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง โดยปัญหาที่ถูกมองว่า เป็นอุปสรรคสำคัญในเกือบทุกประเทศของภูมิภาคนี้ คือเรื่องทุจริต หรือคอร์รัปชั่น

หอการค้าอเมริกัน สิงคโปร์ และหอการค้าสหรัฐ เผยผลสำรวจความเห็นฉบับล่าสุด "แนวโน้มธุรกิจอาเซียน 2558" ที่ระบุว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศอันดับหนึ่งในอาเซียน ที่บริษัทสหรัฐต้องการเข้ามาขยายกิจการมากสุด แม้จะยังมีอุปสรรคอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน นอกเหนือไปจากเรื่องคอร์รัปชั่น ขาดแคลนบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม การเคลื่อนย้ายสินค้าผ่านด่านศุลกากร ปัญหาด้านกฎหมายและข้อบังคับ ส่วนความพึงพอใจเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคลในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 24% ตั้งแต่ปี 2552

อันดับ 2 ตกเป็นของเวียดนาม โดยมีจุดเด่นในเรื่องที่ชาวเวียดนามมีความรู้สึกในแง่บวกต่อสหรัฐ แรงงานราคาถูก และเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะมีความปลอดภัย ส่วนปัญหาใหญ่สุดของประเทศนี้ ที่ผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 69% รู้สึกไม่พอใจ คือเรื่องทุจริต

ขณะที่ พม่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการเข้าลงทุนจากนักธุรกิจสหรัฐเช่นกัน เพราะมีความพร้อมในเรื่องแรงงานราคาถูก ความปลอดภัยส่วนบุคคล และความรู้สึกแง่บวกต่อสหรัฐ แต่นักธุรกิจสหรัฐที่ทำธุรกิจอยู่ในพม่าเวลานี้ มองว่าพม่ามีความท้าทายในการทำธุรกิจ 11 ข้อจากทั้งหมด 16 ข้อ ปัญหาสำคัญที่ผู้ตอบแบบสอบถามไม่พอใจมากที่สุดคือ ราคาที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน ขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ และค่าเช่าสำนักงานแพง

สำหรับ ไทย ที่ในการสำรวจเมื่อปี 2556 เคยติดอันดับ 3 ที่บริษัทสหรัฐอยากเข้ามาขยายกิจการนั้น ครั้งนี้กลับไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะแม้จะยังมีความแข็งแกร่งเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล และความรู้สึกที่ดีต่อสหรัฐ แต่การที่รัฐบาล และระบบการเมืองไร้เสถียรภาพ รวมถึง ปัญหาทุจริต ทำให้ความน่าสนใจลดลง นอกเหนือไปจากต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 26% ทำให้ความพึงพอใจด้านความพร้อมของแรงงานราคาถูกในประเทศไทยลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552

ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ก็ติดกลุ่มประเทศที่น่าเข้าลงทุนเช่นกัน ส่วนประเทศที่นักธุรกิจสหรัฐ สนใจเข้าลงทุนน้อยสุดในอาเซียน คือ บรูไนและลาว

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%94.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2014, 03:20 PM   #2587
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

มิตซูฯ สร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในอินโดนีเซีย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ป ผุดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในอินโดนีเซีย หวังเพิ่มกำลังการผลิตต่อปีให้ได้มากขึ้น

วันอังคาร 16 กันยายน 2557 เวลา 19:12 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่16ก.ย.ว่ามิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปบริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันอังคารว่าจะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในอินโดนีเซียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตในประเทศแห่งนี้จากเดิม 160,000คันเป็น 240,000คันต่อปีโดยนายโอซามุ มาสุโกะประธานบริหาร กล่าววา มิตซูบิชิจะทุ่มเงินลงทุน 600ล้านดอลลาร์สหรัฐในการสร้างโรงงานผลิตคาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มได้ในเดือนพ.ค.ปีหน้าในเมืองเบกาซีชวาตะวันตก ทางตะวันออกของกรุงจาการ์ตา

โรงงานแห่งนี้จะเริ่มการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ในปี2560นายมาซูโกะเปิดเผยหลังการประชุมกับนายเอ็ม.เอส.ฮีดายัตรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียและระบุว่า แนวโน้มการเติบโตของอินโดนีเซียประเทศที่มีประชากรอันดับ4ของโลกจำนวน 240ล้านคนเป็นเหตุผลหนึ่งในการสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้

http://www.dailynews.co.th/Content/f...B8%B5%E0%B8%A2
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 18th, 2014, 03:02 PM   #2588
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

อินโดนีเซียตั้งเป้าดันตัวเลขเศรษฐกิจโตร้อยละ 7

อินโดนีเซียตั้งเป้า 2 ปีกระชากตัวเลขเศรษฐกิจให้โตได้ที่ร้อยละ 7 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า เป็นเป้าหมายเพ้อฝันที่เกิดขึ้นยาก

วันพฤหัสบดี 18 กันยายน 2557 เวลา 16:51 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่18 ก.ย.ว่ารัฐมนตรีคลังของอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขามีความคิดเห็นในแง่ดีว่าอินโดนีเซียอาจประสบความสำเร็จเศรษฐกิจขยายตัวอย่างแข็งแกร่งได้ที่ร้อยละ7 ในปี2560 แต่ก็เตือนว่านายโจโค วิโดโด ว่าที่ประธานาธิบดีต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในการผลักดันการพัฒนาโครงกสร้างพื้นที่ที่ประเทศกำลังต้องการอย่างมากในขณะนี้ทั้งนี้ เศรษฐกิจของประเทศเบอร์1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวเพียงร้อยละ 5.12ในไตรมาส 2ถึงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ5 ปีซึ่งกลายเป็นปัญหาสำคัญที่รอนายวิโดโดผู้นำสนับสนุนการปฏิรูปเมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนหน้า

ทั้งนี้อินโดนีเซีย และประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ต่างได้รับผลกระทบจากการไหลออกของทุนต่างประเทศตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมาเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดส่งสัญญาณเป็นครั้งแรกว่าอาจผ่อนคลายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจซื้อพันธบัตรจำนวน 85,000ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

นายวิโดโดให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี ให้ได้ร้อยละ 7ต่อปีภายใน 2ปีด้วยการดึงดูดการลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตและผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ เพื่อลดความยุ่งยากแต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่าเป็นเป้าหมายเพ้อฝันที่เกิดขึ้นยาก

http://www.dailynews.co.th/Content/f...%A5%E0%B8%B0+7
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 19th, 2014, 04:33 PM   #2589
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 2,118
Likes (Received): 398

หลังเปิดอาเซียนจังหวัดเศรษฐกิจน่าจะเป็นขอนแก่นและอุดรที่มาแรง
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 no está en línea   Reply With Quote
Old September 19th, 2014, 07:56 PM   #2590
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

เพิ่งดูแผนที่ประเทศไทย หนองคายติดลาวแท้ๆ ทำไมไม่เจริญกลายเป็นอุดรแทน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 20th, 2014, 04:31 AM   #2591
grk-zetsubou
Registered User
 
grk-zetsubou's Avatar
 
Join Date: Sep 2011
Location: saraburi
Posts: 1,310
Likes (Received): 351

ผลจากตอนไทยเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง(ลาวเกือบทั้งประเทศ) เลยต้องย้ายศูนย์ราชการและค่ายทหารจากหนองคายมาตั้งที่อุดรธานี(มณฑลอุดรในสมัยนั้น) ...นี่ล่ะสาเหตุหลัก
__________________
สระบุรี : ที่สุดของเมืองชุมทาง

สระบุรี : ไม่จำเป็นต้องคาดหวังอะไรมาก เดี๋ยวความเจริญก็เข้ามาหาเอง เมืองชุมทางก็งี้แหละ

สระบุรี : อีกหนึ่งนิยาม ของเทศบาลนครในอนาคต

ชุมชนของชาวลพบุรี-สระบุรี เพื่อพัฒนาความเจริญของสองเมืองนี้ในทุกๆด้าน
Lopburi-Saraburi Update [two city of paradise]


https://www.facebook.com/LopburiSaraburiUpdate
grk-zetsubou no está en línea   Reply With Quote
Old September 21st, 2014, 03:57 PM   #2592
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

เวียดนามชะลอสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กันยายน 2557 15:52 น.

แถ่งเนียน - โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของเวียดนามจะยังไม่เริ่มขึ้นตามแผนที่กำหนดไว้ในปลายปีนี้ ตามการระบุของรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ กาว ก๊วก หุ่ง ที่กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมของรัฐสภาเวียดนาม โดยการก่อสร้างจะชะลอไปจนถึงปี 2563 หรือ 2565 เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยสูงสุด

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเตาปฏิกรณ์ 4 เครื่อง จะสร้างขึ้นใน จ.นีงทวน ทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศ โดยบริษัทรอสอะตอม (Rosatom) ของรัสเซีย และเมื่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 1,000 เมกะวัตต์ต่อปี

ด้วยปัญหาการขาดแคลนพลังงานของประเทศ ทำให้เวียดนามวางแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก 7 โรง ภายในปี 2573

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสจากคณะกรรมาธิการด้านพลังงานนิวเคลียร์ที่กล่าวไว้เมื่อต้นปี ระบุว่า เวียดนามหวังที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าผ่านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ได้ 15,000 เมกะวัตต์ หรือ 10% ของขนาดการผลิตรวมทั้งหมดของประเทศภายในปี 2573 ซึ่งในปัจจุบันโครงข่ายพลังงานของเวียดนามพึ่งพาอยู่กับเขื่อนไฟฟ้า และถ่านหิน

ทางการเวียดนาม ตั้งเป้าให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมดของประเทศที่ 75,000 เมกะวัตต์ในปี 2563 โดยการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน จะมีสัดส่วนที่ 48% เขื่อนไฟฟ้า 25.5% ก๊าซ 16.5% พลังงานทดแทน 5.6% โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 1.3% และพลังงานนำเข้า 3.1%

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จากข้อมูลดังกล่าวทำให้การชะลอการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่กระทบต่อการผลิตพลังงานโดยรวมภายในปี 2563.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9570000108537
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 02:53 PM   #2593
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

เวียดนามตัดริบบิ้นเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ทางด่วนสายยาวที่สุดเชื่อมจีน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2557 10:39 น.

เวียดนามตัดริบบิ้นเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ทางด่วนสายยาวที่สุดเชื่อมจีน

นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง (กลาง) ร่วมตัดริบบิ้นในพิธีเปิดใช้งานทางด่วนสายโนยบ่าย-หล่าวกาย ที่เป็นทางด่วนสายที่ยาวที่สุด รวมระยะทางทั้งสิ้น 245 กิโลเมตร ที่จ.หล่าวกาย วันที่ 21 ก.ย.-- Xinhua/Zhang Jianhua.


ซินหวา - เวียดนามเปิดใช้งานทางด่วนสายยาวที่สุดของประเทศอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอาทิตย์ (21) เชื่อมระหว่าง อ.โนยบ่าย กรุงฮานอย ไปยัง จ.หล่าวกาย ติดพรมแดนจีน ที่มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 245 กิโลเมตร

การก่อสร้างทางด่วนสายโนยบ่าย-หล่าวกาย เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2552 จาก อ.โนยบ่าย กรุงฮานอย ตัดผ่าน จ.วิงฟุ้ค จ.ฝูเถาะ จ.เอียนบ่าย บางส่วนของ จ.เตวียนกวาง (Tuyen Quang) ไปสิ้นสุดที่ชายแดนเหนือสุดติดกับจีนที่ จ.หล่าวกาย ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 1,460 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งเงินกู้ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB)

โทโมยุกิ คิมุระ ผู้อำนวยการธนาคาร ADB ประจำเวียดนาม กล่าวในพิธีเปิดทางด่วนสายใหม่ที่จัดขึ้นใน จ.หล่าวกาย เมื่อวันอาทิตย์ว่า โครงการทางด่วนสายนี้จะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางระหว่างกรุงฮานอย และ จ.หล่าวกาย อย่างมาก จากเดิมที่ใช้เวลาเดินทางนาน 10-12 ชั่วโมง จะลดลงเหลือเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากนั้น โครงการทางด่วนยังส่งผลสำคัญต่อการพัฒนาชาติเวียดนาม ที่เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของธนาคาร ADB ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ที่เป็นโครงการแยกส่วนของโครงการระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จากนครคุนหมิง ไปยังกรุงฮานอย สู่ท่าเรือนครหายฟ่อง ซึ่งทางด่วนสายนี้จะเชื่อมต่อกับทางด่วนของนครคุนหมิงในจีน

“เราเชื่อว่าทางหลวงสายโนยบ่าย-หล่าวกาย จะอำนวยความสะดวกในด้านการค้าทวิภาคีระหว่างเวียดนาม และจีน และเปลี่ยนการคมนาคมของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่มีอยู่ให้กลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจที่แท้จริง” เจ้าหน้าที่ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย กล่าว

นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง ของเวียดนาม กล่าวในพิธีเปิดว่า ทางด่วนสายโนยบ่าย-หล่าวกาย เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในด้านเศรษฐกิจ-สังคม การป้องกันและความมั่นคง ที่ไม่เพียงแค่สำหรับจังหวัดต่างๆ ที่เส้นทางตัดผ่านเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือและทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งความร่วมมือในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่ประกอบด้วย กัมพูชา จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9570000108724
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 02:56 PM   #2594
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

พม่าให้ บ.สามโตรกจากจีนซุ่มสำรวจเขื่อนสาละวินบน 7,000 MW ใหญ่ที่สุดในย่านนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2557 07:03 น.

พม่าให้ บ.สามโตรกจากจีนซุ่มสำรวจเขื่อนสาละวินบน 7,000 MW ใหญ่ที่สุดในย่านนี้

ภาพถ่ายเดือน ก.ค.2552 เขื่อนสามโตรกกำลังเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแยงซี บริษัทของรัฐบาลจีนซึ่งเป็นเจ้าของเขื่อนใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ได้รับอนุญาตให้ทำการสำรวจโครงการเขื่อนขนาด 7,000 เมหะวัตต์ กั้นลำน้ำสายหนึ่งทางตอนเหนือของแม่น้ำสาละวินในสรัฐชานของพม่า ซึ่งถ้าหากก่อนสร้างได้ ก็จะกลายเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. -- ภาพแฟ้มหนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี.


ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เพิ่งมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลพม่าได้อนุญาตให้บริษัทที่เป็นเจ้าของเขื่อนสามโตรก (Three Gorges Dam) ของจีน เข้าสำรวจศึกษาเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสาละวินบน (Upper Thanlwin Hydroelectric Dam) ในรัฐชาน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในประเทศเท่านั้น หากยังใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยบริษัทของทางการจีนได้สำรวจความเป็นไปได้ของโครงการเสร็จแล้ว

เรื่องนี้เปิดเผยโดย นายมอ ตาร์ ทเว (Maw Thar Htwe) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานไฟฟ้า ซึ่งตอบกระทู้ผู้แทนราษฎรจากรัฐชานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์อีเลฟเว่นนิวส์รายงาน

บริษัทของรัฐบาลจีนที่เป็นเจ้าของเขื่อนสามโตรก เขื่อนที่ส่งผลกระทบผู้คนมากที่สุดในโลก ได้ร่วมทุนกับหุ้นส่วนในพม่่า ซึ่งเป็นบริษัทของบุตรชายอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งทำการสำรวจ แต่ก่อนจะลงมือสร้างเขื่อนใหญ่ หุ้นส่วนทั้ง 2 ฝ่ายจะทำการประชุมปรึกษาหารือกับทางการท้องถิ่น และประชาชนในเขตเมืองต้น (Mongton) ที่ตั้งของเขื่อนเสียก่อน ทั้งในด้านบวก และด้านลบของโครงการต่อสภาพแวดล้อม และผลกระทบทางด้านสังคม

รัฐมนตรีพม่าเปิดเผยต่อไปว่า เขื่อนสาละวินบนซึ่งจะสร้างกั้นลำน้ำงาวจันคา (Ngawchankha) กำลังจะทำให้น้ำท่วมเป็นเพื้นที่ถึง 262 ตางรางไมล์ (กว่า 678 ตร.กม.) บริษัทดังกล่าว กำลังจัดทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมต่อรัฐบาล ขณะที่อีเลฟเว่นนิวส์ได้รายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าไม้ ได้เลือกบริษัทสโนวอี้เมาน์เทน (Snowy Mountain) จากออสเตรเลีย ให้ดำเนินการศึกษาแยกต่างหาก เพื่อรวบรวมรายเอียดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมของเขื่อนใหญ่เสนอต่อกระทรวง

บริษัทนี้กล่าวว่า เคยเป็นผู้ให้รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนท่าซาง (Tha Sang) กั้นแม่น้ำสาละวิน ทางตอนใต้ของรัฐชาน ซึ่งโครงการนี้ยังไม่สามารถก่อสร้างได้จนบัดนี้ กลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล้อมในรัฐชานเรียก เขื่อนสาละวินบนว่า “เขื่อนท่าซางที่กลับมาเกิดใหม่”

รัฐมนตรีพม่า กล่าวว่า บริษัท IGE ซึ่งเป็นของนายเนออง (Nay Aung) บุตรชายของนายอองตอง (Aung Thaung) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม-1 เมื่อก่อนนี้ ได้รับอนุญาตให้ทำการสำรวจ และศึกษาโครงการเขื่อน จำนวน 8 เขื่อน โดยจะร่วมทุนกับบริษัทจากจีน ซึ่งรวมทั้งเขื่อนหัตจี (Hatkyi) ขนาด 1,300 เมกะวัตต์ กับเขื่อนนองพา (Naungpha) 1,200 เมกะวัตต์ด้วย

ขณะนี้ยังไม่อาจประเมินมูลค่าเขื่อนสาละวินบนขนาด 7,000 เมกะวัตต์ได้ในขณะนี้ จนกว่าจะทำผลการสำรวจศึกษาแล้วเสร็จ และได้รับอนุมัติ แต่เอ็มโอยูที่เซ็นนั้นระบุว่า ฝ่ายเอกชนพม่าจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไร 2% รัฐบาลพม่าได้ 10-15% ที่เหลือเป็นของผู้ลงทุนจากจีน

เขื่อนสามโตรก เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อเสียงในทางเลวร้าย เพราะมีการอพยพราษฎรออกจากพื้นที่กว่า 1.2 ล้านคน น้ำท่วม 13 เมือง 140 อำเภอ กับ 1,350 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมหาศาล ซึ่งนักอนุรักษ์ธรรมชาติกล่าวว่า ความหายนะเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมจะเลวร้ายลงอีกในอนาคต

เมื่อปี 2534 ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ได้ประกาศล้มเลิกการก่อสร้างเขื่อนมี๊ตโสน (Myitsone) มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ของนักลงทุนจีน หลังจากเขื่อนกั้นตอนบนของลุ่มแม่น้ำอิรวดี ถูกคัดค้านอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเกรงจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของลำน้ำสายหลักของประเทศ นอกจากนั้นไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ยังจะส่งกลับไปยังจีนอีกด้วย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานไฟฟ้าพม่า กล่าวว่า เขื่อนสาละวินบนไม่ได้ก่อสร้างกั้นแม่น้ำสาละวิน ที่เป็นลำน้ำสายหลักโดยตรง และไฟฟ้าที่ผลิตได้เกือบทั้งหมดจะใช้ในประเทศ มีเพียงจำนวนน้อยที่จะส่งออก.

http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9570000107745
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 03:04 PM   #2595
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

“สปป.ลาว“ อันดับหนึ่งในอาเซียนด้านดัชนีผลผลิตเชิงสร้างสรรค์

2014-09-16 11:40:07

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ร่วมกับ Economist Intelligence Unit จัดทำดัชนีชี้วัดการเพิ่มผลผลิตเชิงสร้างสรรค์ประจำปี 2014 ใน 22 ประเทศ พบว่า สปป.ลาว ติดอันดับ 9 ถือว่าสูงสุดในหมู่บรรดาประเทศอาเซียนด้วยกัน โดยมีกัมพูชาได้คะแนนมาเป็นอันดับท้ายสุด ติดตามได้ในรายงาน

http://program.springnewstv.tv/25364...B8%84%E0%B9%8C
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:17 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu