daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old January 31st, 2016, 05:51 PM   #3001
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

บริษัทในอาเซียนตบเท้าเข้าลงทุนในเวียดนาม

โดย ฐานเศรษฐกิจ - 30 มกราคม 2559

การดำเนินนโยบายต่างประเทศในด้านการค้าอย่างชาติฉลาดของรัฐบาลฮานอย ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศเนื้อหอมสำหรับบริษัทในอาเซียนด้วยกัน บริษัทของไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ตบเท้าตามเกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนในตลาดเวียดนามไม่ขาดสาย

หนังสือพิมพ์เวียดนามนิวส์รายงานอ้างข้อมูลสำนักงานลงทุนจากต่างประเทศ ของรัฐบาล ว่ากระแสการเข้ามาลงทุนในประเทศเวียดนามคึกคักต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว โดยคาดว่าในปีนี้ บริษัทจากประเทศจีนคงต้องเข้ามาลงทุนเพื่อหวังขายตลาดอเมริกา

บริษัทต่างชาติรายล่าสุดที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามที่มีการประกาศกันออกมาในวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา คือสายการบินออลนิปปอนแอร์เวย์ส ของญี่ปุ่นซึ่งเข้าไปซื้อหุ้นบริษัทเวียดนามแอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติจำนวน 8.8 % โดยนาย ฟามง๊อกมิง (Pham Ngoc Minh) ซีอีโอ ของสายการบินเวียดนามฯ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า การซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนปีนี้

ก่อนหน้านั้น บริษัทเมเปิ้ลของสิงคโปร์ ได้ใบอนุญาตสร้างโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูปมูลค่าลงทุน 110 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,960 ล้านบาท) ที่นิคมอุตสาหกรรมเวียดนาม-สิงคโปร์ที่ตั้งอยู่ตอนเหนือของจังหวัดบั๊กนิญ โดยมีกำลังการผลิต 22 ล้านชิ้นต่อปีโรงงานเปิดดำเนินการในปี 2561


ทางด้านมาเลเซีย มีรายงานว่า บริษัท ยูไนเต็ดมอร์ (United More SDN Bhd) ได้รับอนุญาตลงทุน 21 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 756 ล้านบาท) ทำกรอบและแผ่นพลาสติกครอบจอโทรทัศน์ ตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมไซ่ง่อนไฮ-เทค เริ่มผลิตในไตรมาส 2ปีนี้เริ่มต้นที่ 4 ล้านชิ้นต่อปี

นอกจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แล้ว เวียดนามนิวส์รายงานว่าการลงทุนจากประเทศไทยในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็คึกคักไม่แพ้กันโดยหนังสือพิมพ์ออนไลน์ของรัฐบาล baochinphu.vn รายงานว่าค่ายเบียร์สิงห์ของไทย ลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) ซื้อหุ้น 25% ของ Masan Holdings และ 33% ของ Masan Brewery เจ้าของเบียร์ยี่ห้อสิงโตขาวและเครื่องดื่มอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากเบียร์สิงห์แล้วในช่วงปลายปีที่แล้วบริษัทพาวเวอร์บายฯ ในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลได้เข้าซื้อหุ้น 49% ของบริษัท NKT ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เครือข่ายร้านขายปลีกสินค้าเครื่องไฟฟ้า เหวียนคิม โดยมีรายงานในสื่อออนไลน์ ndh.vn ของรัฐบาลระบุว่า บริษัทของไทยหลายรายย้ายการลงทุนไปเวียดนาม มาเลเซียและสิงคโปร์ เพราะประเทศไทยไม่อยู่ในภาคีเครือข่ายข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)

เวียดนามนิวส์รายงานว่า การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในเวียดนามที่คึกคักในเดือนมกราคมปีนี้เป็นผลมาจากการลงทุนของบริษัทซัมซุงและแอลจีจากเกาหลีใต้ซึ่งใช้เวียดนามเป็นฐานในการผลิตสินค้าหลายชนิด โดยแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์ผู้ผลิตโทรทัศน์อันดับ 2 ของโลกย้ายโรงงานผลิตโทรทัศน์จากไทยไปอยู่เวียดนามตามหลังซัมซุงที่ย้ายโรงงานจากไทยไปเวียดนามเช่นกัน

เวียดนามนิวส์ระบุว่า ก่อนหน้าที่บริษัทจากอาเซียนจะตบเท้าเข้าลงทุนในเวียดนาม บริษัท ซัมซุง บริษัทแคนนอน บริษัทฮุนได บริษัทพอสโค และบริษัทเคปโก โดย 2 บริษัทหลังนี้คือผู้ผลิตเหล็กและไฟฟ้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้ได้ปักหลักลงทุนในเวียดนามไปก่อนหน้านี้แล้ว

นายคันวานลัค (Can Van Luc) ที่ปรึกษาอาวุโสของธนาคารเพื่อการลงทุนแลพัฒนาแห่งเวียดนามและผู้อำนวย การโรงเรียนฝึกอบรม BIDV ให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์ ndh.vn ว่า ในปีนี้นอกจากนักลงทุนจากประเทศไทยแล้วนักลงทุนจากประเทศจีนก็จะหวนกลับมาลงทุนในเวียดนามเนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐกำลังขึ้นดอกเบี้ยและเศรษฐกิจจีนชะลอตัวทำให้เงินทุนต้องแสวงหาที่ลงทุนใหม่

นายโตตรุงธาน (To Trung Thanh) อาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัย เนชันแนลอีโคโนมิคส์ยูนิเวอร์ซิตี้กล่าวว่า ในปีที่แล้วเวียดนามได้ทำสัญญาและข้อตกลงการค้าเสรีกับ 3 กลุ่มการค้าด้วยกันคือประชาคมเศรษฐกิจยูเรเชีย ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป ทีพีพี และประเทศเกาหลีใต้ นอกจากจากเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วยทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามสามารถบูรณาการกับตลาดหลายกลุ่มประเทศได้อย่างรวดเร็ว

ตัวเลขของทางการเวียดนามระบุว่าขณะนี้เศรษฐกิจเวียดนามบูรณาการกับเศรษฐกิจ 55 ประเทศระดับโลกทำให้มีการลดภาษีซึ่งกันและกันเหลือ 0% ในปริมาณถึง 90% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด ทำให้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่าเศรษฐกิจของเวียดนามมีโอกาสขยายตัวในระดับต้นๆ ของอาเซียน สูงกว่า 5.2% ของอินโดนีเซีย 4.5 % ของมาเลเซีย 3.2% ของไทยและ 2.3% ของสิงคโปร์

เวียดนามนิวส์รายงานว่าในปีที่แล้วมีการลงทุนจากต่างประเทศรวม 23,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 828,000 ล้านบาท) และคาดว่าในปีนี้กระแสการลงทุนยังมาแรงไม่แพ้กัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,126 วันที่ 28 – 30 มกราคม พ.ศ. 2559

http://www.thansettakij.com/2016/01/30/28086
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
Old February 2nd, 2016, 06:35 PM   #3002
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

คาด "เวียดนาม" ศก.เติบโตรวดเร็วสุดในเอเชียแปซิฟิก

updated: 01 ก.พ. 2559 เวลา 13:19:37 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คาดประเทศเวียดนาม ศก.เติบโตรวดเร็วสุดในเอเชียแปซิฟิก ขณะที่หลายฝ่ายในพรรคคอมมิวนิสต์ยังกังวลและพุ่งเป้าไปยังการภาคการเงิน-ธนาคาร

สำนักข่าวบลูมเบิร์กมองผลการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนายเหวียน ฟู จ่อง ยังคงนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคอีกสมัย ขณะที่นายเหวียน ชวน ฟุ๊ก รองนายกรัฐมนตรี ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่แทนนายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรี ที่จะพ้นวาระในเดือนกรกฎาคมว่า ทำให้เกิดคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ จะส่งผลต่อการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ รวมทั้งภาคการเงินการธนาคารให้ล่าช้าออกไปหรือไม่

บลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของเวียดนามได้ระบุในพิธีปิดการประชุมประจำปี พรรคคอมมิวนิสต์ว่า เวียดนามจะปรับปรุงและพัฒนาภาคการเงินการธนาคารให้ทันสมัย

อย่างไรก็ดี รศ. เตือง หวู นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยโอเรกอน บอกกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า สิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต้องการคือความมั่นคงของพรรค ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เอื้อต่อการปฏิรูปหรือทำให้การปฏิรูปเร็วขึ้น สิ่งที่ผู้นำชุดใหม่จะทำคือขอให้ประชาชนยังคงวางใจในพรรคคอมมิวนิสต์ แต่พรรคอาจจะหลีกเลี่ยงแนวคิดริเริ่มใหม่ๆ และชะลอการปฏิรูปที่จำเป็นตามเงื่อนไขของข้อตกลงทางการค้าหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก อย่างเช่น การอนุญาตให้มีสหภาพแรงงานที่เป็นอิสระ เป็นต้น

บลูมเบิร์กรายงานด้วยว่า คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตราว 6.7 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศ และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นช่วยให้เวียดนามรับมือกับภาวะปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นและค่าเงิน ขณะที่ปัญหาในภาพรวมทางเศรษฐกิจของเวียดนามคือการขาดดุลการค้า หนี้ภาครัฐ ที่ขยายตัว และความล้มเหลวของรัฐบาลในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจจำนวน 289 แห่ง ตามที่ตั้งเป้าไว้ในปีที่แล้ว

บลูมเบิร์กรายงานอีกว่าในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ผู้นำหลายคนแสดงความเป็นห่วงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าเป้าในช่วงปี 2554 ถึง 2558 ซึ่งนั่นอาจทำให้เวียดนามก้าวไม่ทันประเทศอื่น นอกจากนี้ที่ประชุม ยังได้เห็นชอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะเวลาห้าปีที่กำหนดให้มีการสนับสนุนภาคเอกชนให้มีช่องทางที่เท่าเทียมในการเข้าถึงสินเชื่อ ที่ดิน และปัจจัยอื่นๆ

ทั้งนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าวตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยสูงถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาติต่อประชากรในอัตรา 3,200 - 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2563 จากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ประเมินไว้ที่ 2,170 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน ซึ่งหากทำได้เช่นนั้น เวียดนามก็จะถือเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

รัฐบาลเวียดนามประเมินว่า เวียดนามจะขาดดุลการค้า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมกราคมนี้ หลังจากเมื่อปีที่แล้วขาดดุลโดยรวม 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ ตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454307538
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 4th, 2016, 02:25 PM   #3003
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

สินค้าอินโด-มาเลย์-เวียดนามทะลัก วางเต็มแผงโชห่วย-ขึ้นห้าง"เล่นราคา"ตีแบรนด์ไทย

updated: 04 ก.พ. 2559 เวลา 09:30:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สินค้าอาเซียน "อาหาร-สแน็ก" ทะลักบุกไทย กลุ่มทุนอินโด-มาเลย์-เวียดนาม ลุยเต็มรูปแบบด้วยโครงสร้างต้นทุนผลิตเขย่าราคาสินค้าแบรนด์ไทยได้ไม่ยาก ปูพรมสินค้าครอบคลุมทั้งเทรดิชั่นนอลและโมเดิร์นเทรด "สหพัฒน์" ตั้งการ์ดรับมือ วงการชี้ต้องจับตาหวั่นลูกค้าปันใจ ผู้ประกอบการไทยสบช่องผันตัวเพิ่มบทบาท "ดิสทริบิวเตอร์" นำเข้ามาขาย

ตลาดอาเซียนที่เติบโตและขยายตัวอย่างมหาศาล ไม่เพียงภาพการเคลื่อนทัพของกลุ่มผู้ประกอบการไทยที่ออกไปเปิดตลาดใหม่และกำลังซื้อใหม่ ๆ เท่านั้น ในทางเดียวกัน "กลุ่มทุน" จากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนได้บุกเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า "อาหารและคอนซูเมอร์โปรดักต์" ที่หลั่งไหลเข้ามาสร้างสีสันและชิงส่วนแบ่งตลาด

"อินโดฯ-เวียดนาม-มาเลย์" บุก

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจโมเดิร์นเทรด ทั้งในส่วนร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พบว่าปัจจุบันมีสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาวางจำหน่ายในไทยมากขึ้นจากเดิมโดยเฉพาะในกลุ่มสแน็กและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "อินโดหมี่"จากอินโดนีเซีย, ขนมช็อกโกพาย "โอริออน"จากเวียดนาม, ขนมอบกรอบ "สเน็ค คู" จากมาเลเซีย ซึ่งมีผู้นำเข้าสินค้าทั้งรายใหญ่รายเล็ก อาทิ ซีโน-แปซิฟิค, แมสมาร์เก็ตติ้ง, พิริยพูล อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีพอร์ตสินค้าจากอาเซียนอยู่ในมือ เช่น บริษัท แมสมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่าย กย.15 ที่นำมันฝรั่งทอดกรอบแบรนด์ เฟอร์เฟ็กโต จากมาเลเซีย เข้าไปขายในเซเว่นอีเลฟเว่นบางสาขา เช่นเดียวกับ บริษัท เฮาเหว่ย (ประเทศไทย) จำกัด ที่นำสแน็กจากมาเลเซีย อาทิ เวเฟอร์ สแนคกี้, แครกเกอร์ส ลักชูรี เข้ามาจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่กลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากแบรนด์ อินโดหมี่ จากอินโดนีเซียที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท โดมิเนียน เคมเมท จำกัด ก็พบว่ามีแบรนด์จากสิงคโปร์อย่าง "โคคา" ที่ทางช่องทางจำหน่ายอย่าง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้นำเข้ามาขายในท็อปส์ มาร์เก็ต ทั้งในรูปแบบซองและถ้วย

"สหพัฒน์" ตั้งการ์ดรับมือ

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ฉายภาพกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเปิดเออีซี

กลายเป็นความท้าทายของตลาดสินค้าคอนซูเมอร์โปรดักต์ จากการหลั่งไหลเข้ามาของสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีคุณภาพดีในต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จึงสามารถเข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการในไทยได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องราคาที่ตอบรับกับสภาพกำลังซื้อในปัจจุบัน ทำให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงยิ่งขึ้น

ดังนั้นทิศทางของผู้ผลิตในไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์ รับมือกับการแข่งขันต่อจากนี้ที่จะมีผู้เล่นใหม่ ๆ ทยอยเข้ามาในตลาดมากขึ้น

สอดคล้องกับนายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูลจำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "มาม่า" กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สินค้าจากเพื่อนบ้านหลั่งไหลเข้ามาตามการเคลื่อนย้ายของประชากรที่คาดว่าน่าจะมีคนในกลุ่มอาเซียนที่เดินทางเข้ามาทำงาน หรือท่องเที่ยวในเมืองไทยเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเริ่มมีผู้ประกอบการจากอินโดนีเซียเข้ามาทำตลาดแล้ว

"แม้ว่ารสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากโซนอินโดนีเซีย มาเลเซียที่เข้ามาขายในปัจจุบันอาจจะยังไม่ถูกปากคนไทยมากนัก คาดว่าเพื่อรองรับความต้องการของคนอาเซียนที่เข้ามาในไทยมากกว่า แต่ก็เริ่มมีสินค้าจากเพื่อนบ้านไหลเข้ามาเรื่อย ๆ ก็จับตาดูอยู่ และเราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ เพื่อรับมือกับการแข่งขันทั้งจากแบรนด์ในและต่างประเทศ"

ต้นทุนดีกว่า "เล่นราคา" ตีตลาด

เช่นเดียวกับนายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและซอสปรุงรสภายใต้แบรนด์ "โรซ่า" ที่กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในกลุ่มสินค้าอาหาร พบว่ามีสินค้าจากผู้ผลิตมาเลเซีย อินโดนีเซียที่เข้ามาทำตลาดแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งเวียดนามกลายเป็นผู้เล่นที่มาแรงมากทั้งในตลาดเมืองไทยเองและตลาดซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะในกลุ่มสแน็กและซอสปรุงรสอาหาร

โดยสามารถทำราคาสินค้าได้ถูกกว่าเนื่องจากได้เปรียบในเรื่องต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงการผลิต ขณะที่คุณภาพของสินค้าก็ใกล้เคียงกัน สอดรับกับสภาพกำลังซื้อของลูกค้าคนไทยเวลานี้ โดยมีการนำสินค้าผ่านตามตะเข็บชายแดนเข้ามาทางภาคอีสาน ขายเข้าเทรดิชั่นนอลเทรดอย่างร้านโชห่วย ตลอดจนห้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่

"ไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจของผู้ผลิตต่างประเทศทั้งในและนอกอาเซียน อย่างในกลุ่มปลากระป๋องเองก็เห็นแนวโน้มที่จะมีแบรนด์โลคอลของเวียดนามที่เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ผลิตไทยบางรายที่ไปลงทุนสร้างโรงงานในเวียดนามแล้วนำเข้าสินค้าเข้ามา"

ผันตัวสู่ "ดิสทริบิวเตอร์"

เช่นเดียวกับนายรุจ ทองเป้า ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เยเนอรัลแคนดี้ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายลูกอมฮาร์ทบีท ที่กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นอกจากการสร้างแบรนด์สินค้าเองแล้วนั้น บริษัทยังเดินหน้านำเข้าขนมจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำหน่ายเพื่อเสริมพอร์ตในกลุ่มสินค้าที่บริษัทยังไม่มี ซึ่งมีแผนจะนำมาจำหน่ายเพิ่มเติมอีก 4-5 แบรนด์ จากปัจจุบัน

ที่นำเข้ามาแล้วประมาณ 5-6 แบรนด์ จากมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม อาทิ เลเยอร์เค้กแบรนด์ฟูโด จากมาเลเซีย กลุ่มช็อกโกแลตเวเฟอร์แบรนด์สตาร์สติคจากอินโดนีเซีย วาฟเฟิลแบรนด์ริชชี่จากเวียดนาม ฯลฯ และเน้นกระจายสินค้าในช่องทางเทรดิชันนอลเทรด

"เราอยากจะมีสินค้าในมือมากขึ้น ส่วนพาร์ตเนอร์ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ขนมในอาเซียนก็ต้องการเข้ามาขยายตลาดในไทย เพราะไทยเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อพอสมควร แม้การเติบโตของตลาดขนมในไทยเวลานี้จะไม่สูงแต่ก็เป็นตลาดที่ใหญ่ และหากประสบความสำเร็จในไทย ก็เป็นโอกาสให้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกสเต็ปหนึ่ง"

ด้าน นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มีสินค้าจากเพื่อนบ้านทยอยเข้ามาสักระยะหนึ่งแล้ว มีบริษัทนำเข้ารายเล็กเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มสแน็กจากมาเลเซีย หรือเวียดนามที่มีความแข็งแรงได้การผลิตอาหารกลุ่มนี้ด้วยต้นทุนที่ดีกว่าทำให้มีราคาถูกกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยตอนนี้จะยังไม่ดี แต่การเข้ามาก่อนก็เป็นโอกาสที่จะได้ชิงตลาดก่อน และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องพร้อมรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดนี้

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454509283
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2016, 10:28 AM   #3004
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

อิเหนาหวังผงาดแซงไทยชิงเจ้าตลาดรถยนต์อาเซียน

updated: 05 ก.พ. 2559 เวลา 11:15:49 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เว็บไซต์แชนแนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า สมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ ไกคินโด ของอินโดนีเซีย เชื่อว่าอินโดนีเซียสามารถแข่งขันและช่วงชิงความเป็นเจ้าตลาดผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากไทยได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า หากรัฐบาลอินโดนีเซียสร้างแรงจูงใจที่ถูกต้องในการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ จากความเห็นของนายจองกี สุกีอาร์โต ประธานร่วมของไกคินโด ที่กล่าวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพที่ดีในอาเซียน ภายในไม่กี่ปีนี้อินโดนีเซียจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ ทว่าเป็นที่น่าเสียดายที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างฟอร์ด ได้ถอนตัวออกไปจากอินโดนีเซียเสียก่อน

ทั้งนี้ ฟอร์ด เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา ได้ถอนฐานการผลิตออกจากอินโดนีเซียไปเมื่อปีที่แล้ว หลังจากเจนเนอรัลมอเตอร์สได้หยุดการผลิตไปในปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ประธานร่วมของไกคิโดเชื่อมันการถอนตัวออกไปของฟอร์ดจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซีย ที่ปัจจุบันอินโดนีเซียมีการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศราว 1 ล้านคัน และผลิตเพื่อการส่งออกเพียง 200,000 คันเท่านั้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซียมีกำลังการผลิตต่อปีอยู่ที่ราว 1.9 ล้านคัน ทำให้ยังคงมีขีดความสามารถในการผลิตเหลืออีก 700,000 คัน

ซึ่งไกคินโดมองว่าอินโดนีเซียจำเป็นต้องขยายฐานการผลิตออกไปให้ได้เต็มกำลังที่สุด และทำได้อย่างง่ายๆคือการสร้างแรงจูงใจ เช่น การปรับลดภาษีฟุ่มเฟือยสำหรับรถยนต์ทั้งซีดาน รถอเนกประสงค์และรถปิ๊กอัพ จากขณะนี้ที่เก็บอยู่ในอัตราร้อยละ 30 ให้เหลือร้อยละ 10 โดยไกคินโดได้ยื่นข้อเสนอเหล่านี้ต่อประธานาธิบดีโจโก วิโดโดแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและรัฐบาลกำลังพิจารณาอัตราภาษีที่เหมาะสมสำหรับภาคอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454646011
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2016, 10:31 AM   #3005
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

มองอนาคตเวียดนาม สิ้นยุค "เหงียน ติ๊น สุง"

updated: 04 ก.พ. 2559 เวลา 13:15:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ช่วง 1 ทศวรรษภายใต้การกุมบังเหียนของนายกรัฐมนตรี เหงียน ติ๊น สุง เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว จากแนวนโยบายเชิงปฏิรูป ทั้งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การเข้าร่วมกรอบการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)

นายเหงียน ติ๊น สุง หวังจะขับเคลื่อนประเทศต่อในฐานะเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หลังวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยสองของตนสิ้นสุดลงช่วงกลางปีนี้ แต่แผนดังกล่าวมีอันต้องพับไป เมื่อสมาชิกพรรคลงมติให้ นายเหงียน ฟู่ ตรอง เลขาธิการคนปัจจุบันนั่งเก้าอี้ต่ออีกสมัย

ชัยชนะของ นายเหงียน ฟู่ ตรอง ซึ่งเป็นแกนนำสายอนุรักษนิยมของพรรค ทำให้เกิดความกังวลว่า ความพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองในเวียดนามอาจมีอันต้องชะงักไป แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเวียดนามอย่าง นายแซคคารี อบูซา จากวิทยาลัยเนชั่นแนล วอร์ ในกรุงวอชิงตัน เชื่อว่าจะไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น "ไม่น่าจะมีการกลับลำการปฏิรูป แต่ผู้นำพรรคชุดใหม่ก็คงไม่ผลักดันให้เร็วขึ้นเช่นกัน โดยเน้นการก้าวเดินอย่างระมัดระวัง"

ด้าน นายคริตเตียน เลวิส นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมือง จากยูเรเซีย กรุ๊ป ชี้ว่า สาเหตุที่นายเหงียน ฟู่ ตรอง ยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ เป็นเพราะสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับแกนนำในพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมถึงการได้รับการยอมรับจากคนในรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้การถ่วงดุลอิทธิพลระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น

แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาล แต่แนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามในปีนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับ 6.5-7% ใกล้เคียงกับปี 2558 ที่ขยายตัว 6.7% ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติที่พู่งสูง ทุบสถิติที่ 14,500 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากบริษัทข้ามชาติอย่างซัมซุงและแอลจีเลือกเวียดนามเป็นฮับการผลิตสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์

ปัจจัยหลักที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้าสู่เวียดนาม หนีไม่พ้นค่าแรงที่ต่ำและแรงงานจำนวนมากที่พร้อมรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม บริษัทข้ามชาติหลายแห่งทยอยย้ายฐานการผลิตจากจีนที่มีต้นทุนค่าจ้างสูงขึ้น และแรงงานเริ่มขาดแคลนมาซบอกเวียดนาม จากการประเมินของธนาคารโลกชี้ว่า ประชากรวัยทำงานของประเทศดังกล่าวจะขยายตัว 6.5% ในระยะปี 2558-2573 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน แรงงานในจีนจะลดลง 3%

นอกจากนี้ การเป็นส่วนหนึ่งของกรอบ TPP จะสร้างอานิสงส์มหาศาลให้กับเศรษฐกิจของเวียดนาม โดยเฉพาะการเจาะตลาดสหรัฐซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับต้น ๆ บทวิเคราะห์ของสถาบันจัดอันดับฟิทช์ เรทติ้งส์ระบุว่า "ท่ามกลางสมาชิก 12 ประเทศของ TPP เวียดนามมีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากที่สุด"

ทว่าในอีกแง่หนึ่งการเป็นสมาชิก TPP ทำให้การปฏิรูปเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับเวียดนาม เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีสหรัฐเป็นหัวหอก ไม่ได้เน้นเฉพาะการขจัดอุปสรรคทางการค้าเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการยกระดับมาตรการด้านแรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา การลงทุนของต่างชาติ และสิทธิมนุษยชนด้วย

เวียดนามในฐานะประเทศที่มีระดับการพัฒนาต่ำสุดในบรรดาสมาชิก 12 ชาติ จึงจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้ตามเกณฑ์ที่ TPP กำหนดไว้

หากเวียดนามต้องการใช้ประโยชน์จาก TPP ได้อย่างเต็มที่ มาตรการที่ต้องเร่งขับเคลื่อนคือ การลดขนาดรัฐวิสาหกิจที่อุ้ยอ้าย, เปิดทางให้กลไกตลาดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น, ยินยอมให้ต่างชาติเข้ามาแข่งขัน โดยเริ่มเห็นสัญญาณบวกในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลเวียดนามประกาศรายชื่อ 18 อุตสาหกรรมที่เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ อาทิ ภาคการผลิต อสังหาริมทรัพย์ และการขนส่ง ถ้ารัฐบาลเวียดนามชุดใหม่ยึดถือตามแผนนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาก้อนใหญ่

นอกจากนี้ ในแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ระบุว่า มุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเอกชน โดยอนุมัติให้เอกชนเข้าถึงสินเชื่อ ที่ดิน และทรัพยากรอื่นๆ เท่าเทียมกับรัฐวิสาหกิจ

นายเหงียน ฮุ่ย ซีอีโอบริษัทฮานอย คอนสตรักชั่นมองว่า เป็นเรื่องดีที่ภาครัฐยอมรับถึงความสำคัญของภาคเอกชน "แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่การบังคับใช้จริง"

ในสายตาของต่างชาติใครจะขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์หรือนายกรัฐมนตรีเวียดนามคนต่อไป ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลตราบใดที่เสถียรภาพทางการเมืองยังคงอยู่ และไม่มีการเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ แต่สำหรับคนเวียดนามที่หวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงกลับต้องประสบความผิดหวังเช่นเดิม

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454566425
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2016, 10:32 AM   #3006
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

"ไฮสปีดเทรน"สายแรกของอาเซียน ในอินโดฯ เพิ่งเปิดโครงการ สะดุดแล้ว!

updated: 05 ก.พ. 2559 เวลา 13:40:12 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกของอินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่อเค้าจะต้องหยุดชะงักลงเพียงสัปดาห์เศษหลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ


จาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า หลังกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียปฏิเสธจะออกใบอนุญาตก่อสร้างให้กับบริษัท เคเรตา ซีแพท อินโดนีเซีย ไชน่า ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง 4 รัฐวิสาหกิจอินโดนีเซีย กับไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ชนะประมูลโครงการโดยอ้างปัญหาด้านเอกสาร

ด้านเว็บไซต์นิเคอิเอเชียน รีวิว รายงานว่า กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียสั่งระงับการให้ใบอนุญาตก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระยะทางรวม 142 กม.จากกรุงจาการ์ตาไปถึงเมืองบันดุง ที่ทำสัญญาร่วมกับบริษัทจีนชั่วคราวจนกว่าจะมีจะมีการประเมินระยะเวลาใช้งานของโครงข่ายทางรถไฟรวมถึงการประเมินความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว โดยถึงแม้ว่าโครงการรถไฟนี้จะผ่านการพิจารณาจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมมาได้ในด้านการวางแผนเส้นทาง แต่ทางกระทรวงคมนาคมก็ยังไม่ออกใบอนุญาตธุรกิจและใบอนุญาตก่อสร้างให้กับบริษัทของทั้งจีนและอินโดนีเซียที่เป็นหุ้นส่วนโครงการร่วมกันทำให้บริษัทเหล่านี้ยังกระทำการก่อสร้างไม่ได้

จาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า รถไฟความเร็วสูงสายกรุงจาการ์ตา-เมืองบันดุง ก็ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ เมื่อ ส.ส.อินโดฯ ขัดขวางไม่ให้กองทัพอากาศส่งมอบพื้นที่ให้กับโครงการดังกล่าว

โครงการไฮสปีดเทรนจำเป็นต้องใช้พื้นที่ของฐานทัพอากาศฮาลิมเปอร์ดานากุสุมา ในจาการ์ตาตะวันออก เพื่อสร้าง 1 ใน 4 สถานีรับ-ส่งผู้โดยสาร แต่คณะกรรมาธิการกลาโหมและการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรขอให้รัฐบาลทบทวนแผนการ

"ฐานทัพอากาศเป็นส่วนสำคัญของระบบป้องกันประเทศ เป็นที่จอดเครื่องบินรบ เครื่องบินลำเลียง และเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี จึงเป็นเรื่องน่ากังวลที่พื้นที่บางส่วนจะถูกตัดแบ่งไป" นายทีบี ฮาซันนุดดิน หนึ่งในคณะกรรมาธิการกล่าว

นายฮาซันนุดดิน ยังเตือนด้วยว่า สิ่งก่อสร้างเชิงพาณิชย์ที่จะมาพร้อมกับตัวสถานีรถไฟจะเป็นภัยคุกคามต่อจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร "ฐานทัพอากาศต้องมีพื้นที่กันชนเพื่อรักษาความมั่นคง การมีโรงแรมหรือศูนย์การค้าตั้งอยู่ใกล้เคียง เพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงทั้งในด้านอาวุธและบุคลากร"

ส่วนโฆษกของฐานทัพฮาลิม เสนอทางออกด้วยการยกที่ดินบริเวณอื่นซึ่งอยู่ในความครอบครองของฐานทัพฮาลิมแต่ตั้งอยู่ห่างจากตัวฐานทัพให้แทนถ้าบริษัทเคเรตาฯรับข้อเสนอ ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการก่อสร้างและอาจกระทบต่อภาพรวมของโครงการ อีกทั้งมีความเสี่ยงที่เสร็จล่าช้ากว่ากำหนดในปี 2562

โครงการไฮสปีดเทรนมูลค่า 5,500 ล้านดอลลาร์ ระยะทาง 142 กม. ระหว่างกรุงจาการ์ตากับนครบันดุง เมืองหลวงของจังหวัดชวาตะวันออก เกิดกระแสดราม่าตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง หลังรัฐวิสาหกิจรถไฟของจีนเฉือนเอาชนะตัวเต็ง "ชินคันเซ็น" จากญี่ปุ่นไปแบบพลิกความคาดหมายในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อนจะมีพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคุ้มค่าของโครงการ จนทำให้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ต้องออกมาบอกว่าพร้อมรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างราบรื่น

ทั้งนี้ รถไฟความเร็วสูงในอินโดฯ เป็นเดิมพันครั้งสำคัญของจีน ที่จะแสดงถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีของแดนมังกร และหากทำสำเร็จก็มีโอกาสจะไปปักธงที่สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งกำลังมีแผนจะก่อสร้างไฮสปีดเทรนเช่นกัน

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454654253
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2016, 12:31 PM   #3007
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

12 ชาติลงนามร่วมข้อตกลง”ทีพีพี” ทลายกำแพงภาษีในแปซิฟิก

วันที่: 4 ก.พ. 59 เวลา: 19:20 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่าสมาชิก 12 ชาติของกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ได้ลงนามร่วมกันในหนึ่งในข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา ที่เมืองอ๊อคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังการเจรจายาวนานถึง 5 ปี ก่อนที่จะสามารถลงนามกันได้

โดยต่อจากนี้ภายในเวลา 2 ปี สมาชิกของทีพีพีจะต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบันในประเทศของตัวเอง ก่อนหน้าที่จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป โดยนายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวในพิธีลงนามว่า การลงนามร่วมกันถือเป็นก้าวสำคัญ แต่ข้อตกลงเหล่านี้ก็จะยังคงเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวหรือกว่า 16,000 แผ่น จนกว่าจะมีการนำไปบังคับใช้จริง ซึ่งจะมีการผลักดันให้ทุกประเทศผ่านกระบวนการให้สัตยบันในประเทศเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทั้งนี้ สมาชิก 12 ประเทศของทีพีพีได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ลงนามร่วมกันในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ที่มีขึ้นเพื่อทลายกำแพงภาษีในกลุ่มประเทศสมาชิก ด้วยเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศต่างๆ ซึ่งมีปริมาณการค้าและการลงทุนคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจโลก

http://www.matichon.co.th/news/25904
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 6th, 2016, 06:51 PM   #3008
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

เวียดนามปฏิวัติ "พลังงาน" ดูดต่างชาติลงทุน FDI คึกคัก

updated: 06 ก.พ. 2559 เวลา 17:54:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เมื่อปีก่อน เวียดนามประกาศแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วประเทศ เพื่อป้อนพลังงานในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ พร้อมลดนำเข้าไฟฟ้าจากจีน เพราะความเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำให้ราคาไฟฟ้าที่นำเข้าปรับเพิ่มเป็น 5.1 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี 2552 และ 6.08 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี 2555

ความเคลื่อนไหวล่าสุด เวียดนามเตรียมยกเลิกแผนการผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ โดย นายเหงียน ติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีของเวียดนามประกาศว่าจะยุติโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ทั้งหมด โดยจะมุ่งสู่การลงทุนระบบพลังงานสะอาดแทน

อีโค-บิสซิเนส รายงานว่า กลุ่มองค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศอย่าง "กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" กล่าวแสดงความยินดีว่า "หนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้มาจากความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของกลุ่ม องค์กรสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในเวียดนาม" ในขณะที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรท้องถิ่น พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามเตรียมการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดการพึ่ง พิงโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน

คำประกาศของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ที่แสดงความประสงค์ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการเริ่มใช้พลังงานสะอาด ยิ่งกว่านั้นยังมีการเร่งรัดการลงทุนในภาคพลังงานทดแทนอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเวียดนามได้กำหนดแผนการที่มุ่งมั่นสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งจะมีกำลัง ผลิตไฟฟ้ารวมกันมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 44 จิกะวัตต์ (หรือเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ 70 โรง) และอีก 17 จิกะวัตต์อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

อารีฟ ฟิยานโต ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงาน เผยว่า "การตัดสินใจของรัฐบาลเวียดนามเป็นผลมาจากข้อตกลงในที่ประชุมสุดยอดการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงปารีส เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการลงนามข้อตกลงร่วมกันกับผู้แทนทั้ง 195 ชาติทั่วโลก"

ข้อตกลงดังกล่าวเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส จากระดับ "ยุคก่อนอุตสาหกรรม" โดยหลายประเทศมุ่งมั่นที่จะหันไปพึ่งพาพลังงานทดแทน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

โดยนายเหงียน ติ๊น สุง ให้คำมั่นในระหว่างการประชุมที่กรุงปารีสว่า จะเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8% ภายในปี 2573 และจะยึดเป้าหมายที่ 25% ภายใต้การสนับสนุนของนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม งวย ถิ คั้ญ กรรมการบริหาร จากกลุ่มสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น "GreenID" กล่าวว่า "หากรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะก้าวออกจากการพึ่งพิงพลังงานถ่านหิน เราหวังว่ารัฐบาลจะมีการทบทวนอย่างครอบคลุมถึงโรงงานถ่านหินทั้งหมด ทั้งโรงงานถ่านหินที่มีอยู่ในปัจจุบันและอยู่ระหว่างก่อสร้าง ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการควบคุมมลพิษและมาตรฐานด้านประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และสอดรับกับวิถีการปฏิบัติของนานาชาติ"

ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถูกพูดถึงอย่างมาก ตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีก่อน กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำงานร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น เครือข่ายพันธมิตรเพื่อพลังงานยั่งยืนในเวียดนาม (VSEA) และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ชี้ชัดถึงผลกระทบต่อสุขภาพ โดยการศึกษาครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ยังใช้งานอยู่ใน เวียดนาม เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 4,300 คนในปี 2554 และมีแนวโน้มว่า จะเพิ่มขึ้นปีละ 25,000 คน หากรัฐบาลมีการอนุมัติให้ขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อเนื่อง

หรือกรณีเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน ที่เกิดเหตุอุทกภัยครั้งเลวร้ายสุดในรอบ 40 ปี ใน จ.กว่างนิง ทางภาคเหนือของเวียดนาม ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของสารพิษจากเหมืองถ่านหิน ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้านใกล้เคียง

"การเคลื่อนไหวของประชาชนที่กังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากเชื้อ เพลิงฟอสซิล ทำให้เกิดการปฏิวัติพลังงาน และมีความจำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น แต่การประกาศนโยบายพลังงานดังกล่าวเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น" ฟิยานโตกล่าว

เห็นได้ชัดว่า ภูมิภาคเอเชียกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เพราะไม่เพียงแต่เวียดนามที่กำลังลดละเลิกเสพติดถ่านหิน จีนหนึ่งในประเทศผู้บริโภคถ่านหินใหญ่ที่สุด มีแผนสั่งปิดเหมืองถ่านหินราว 4,300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อมุ่งเป้าหมายลดมลพิษทางอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งยังห้ามในการสร้างเหมืองถ่านหินแห่งใหม่เป็นเวลา 3 ปี

ขณะเดียวกัน การนำเข้าถ่านหินในประเทศอินเดียยังมีแนวโน้มลดลง 15% ปีต่อปี (ช่วงระหว่างเดือน เม.ย.-ธ.ค.) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านั้นด้วย

กระแสการปฏิวัติภาคพลังงานของเวียดนามเริ่มคึกคักและเป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงคาดการณ์ว่า ภาคพลังงานจะเป็นแม่เหล็กดูดเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มากที่สุดในปีนี้ โดยขณะนี้มีการลงทุนอย่างน้อย 4.5 พันล้านดอลลาร์ สำหรับโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ 2 โรง ซึ่งสูงกว่าเม็ดเงินลงทุนในโครงการพลังงานและก๊าซของปีก่อน ที่ 2.8 พันล้านดอลลาร์โดย 1 ใน 2 โครงการคาดว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ลงทุนโดยบริษัทญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ด้วยมูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในไตรมาสแรกนี้ นักลงทุนจะยื่นใบขออนุญาตการลงทุนกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดแทงฮว้า ส่วนอีกโครงการซึ่งจะสร้างขึ้นที่จังหวัดนามดิ่ญ มีกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์เช่นกัน ลงทุนโดยบริษัทจากซาอุดีอาระเบียและเกาหลีใต้ คาดว่าจะได้รับใบอนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าภายในปีนี้

เวียดนามวางแผนจะพัฒนาโรงไฟฟ้า 86 แห่งในระหว่างปี 2554-2563 โดยมีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน 18 แห่งถูกกันไว้ให้กับนักลงทุนต่างชาติ จนถึงขณะนี้มี 6 แห่งจาก 18 แห่งได้รับใบอนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าไปแล้ว

การวางแผนด้านพลังงานอย่างบูรณาการไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างทั่ว ถึงแล้ว ยังจะหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามให้บรรลุตามเป้าหมาย ซึ่งนานาชาติยังประเมินว่า อนาคตเศรษฐกิจเวียดนามมีโอกาสสูงที่จะขยายตัวในระดับต้น ๆ ของอาเซียน

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454756101
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 10th, 2016, 02:24 PM   #3009
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 13,917
Likes (Received): 2929

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 | เปิดดู 43 ครั้ง
6 ชาติก่อตั้งห่วงอนาคตอียู
World News
6 ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งพัฒนามาเป็นสหภาพยุโรปหรืออียูในภายหลังเปิดเผยว่า กังวลต่อสถานะโครงการของอียู และเรียกร้องให้สมาชิกอียูละผลประโยชน์ส่วนตน หันมาแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น ปัญหาการก่อการร้ายและผู้อพยพ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ประชุมกันเมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) ที่กรุงโรม อิตาลี ซึ่งเคยเป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญากรุงโรม ก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป เมื่อปี 2500 พร้อมออกแถลงการณ์รวมยืนยันความเชื่อมั่นในอียู ระบุว่า วิกฤตผู้ลี้ภัยถือเป็นความท้าทายใหญ่ที่สุดประการหนึ่งที่อียูกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
ในโอกาสนี้ นายเปาโล เจนติโลนี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ได้เรียกร้องให้ชาติสมาชิกอียูนำการตัดสินใจร่วมกันของอียูไปปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตผู้อพยพ โดยระบุว่าการส่งเสริมให้นโยบายผู้อพยพร่วมของอียูถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่จะตัดสินใจถึงการสร้างโครงการอื่นๆ ของอียูในอนาคต
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความแตกแยกของสมาชิกทั้ง 28 ประเทศ เรื่องวิธีการจัดการผู้อพยพหลายแสนคนที่หนีสงครามในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ทะลักเข้ามาในยุโรป โดยในสัปดาห์นี้ฮังการีและออสเตรีย เรียกร้องให้สร้างรั้วกั้นบริเวณพรมแดนมาซิโดเนียและบัลแกเรียกับกรีซ และระหว่างออสเตรียกับสโลวีเนีย ส่วนอีกหลายประเทศเรียกร้องให้ตั้งคำถามกับข้อตกลงเชงเก้นที่อนุญาตให้ประชากรในอียูเดินทางได้อย่างเสรี


http://www.now26.tv/view/68958
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old February 10th, 2016, 07:44 PM   #3010
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

ขุมทองที่ดินสถานีรถไฟ 70 บริษัทต่างชาติ-ท้องถิ่นแห่เข้าย่างกุ้งแย่งสัมปทาน

โดย ฐานเศรษฐกิจ - 10 กุมภาพันธ์ 2559 416

นักลงทุนในประเทศ-ต่างประเทศ กว่า 70 รายรุมประมูลแย่งที่ดินรอบ ๆ สถานีรถไฟกลางย่างกุ้ง 160 ไร่ เพื่อนำไปพัฒนาทำคอมเพล็กซ์อาคารสำนักงานคอนโดมิเนียมโรงแรมและศูนย์การค้า

หนังสือพิมพ์ออนไลน์เมียนมา อีเลฟเว่นอ้างแหล่งข่าวในการรถไฟเมียนมาว่า ขณะนี้คณะกรรมการกลางคัดเลือกผู้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินรอบ ๆ สถานีรถไฟกลางย่างกุ้งกำลัง คัดเลือกผู้ที่ผ่านการตรวจสอบโดยจะมีการประกาศรายชื่อภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนนี้โดยมีนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสนอตัวเข้ามาถึง 70 ราย

รายงานข่าวระบุว่า การรถไฟเมียนมา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคมทางราง ได้เปิดให้มีการประมูลทำประโยชน์ที่ดินซึ่งมีพื้นที่รวม 63.622 เอเคอร์ (ประมาณ 160 ไร่) โดยกำหนดให้สร้างเป็นอาคารสำนักงานโรงแรมและพื้นที่เพื่อการพาณิชย์

ที่ดินดังกล่าวมีการเปิดประมูลไปแล้วครั้งหนึ่งในช่วงต้นปี 2558 แต่ได้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลอีกครั้งในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว


บริษัทที่เข้าร่วมประมูลในครั้งแรกมีบริษัทจากต่างชาติเข้าร่วมประมูลจำนวนมาก อาทิ บริษัท มาเลเซียนรีสอร์สเซสคอร์ป ของมาเลเซีย บริษัท ล็อตเต้แอสเซทของเกาหลีใต้ บริษัท ออเรดูเมียนมา จากตะวันออกกลาง บริษัท ยูนนานคอนสตรัคชันฯ และ บริษัท ไชน่าฮาร์เบอร์เอ็นจิเนียริ่งจากจีน บริษัทมิตชูบิชิคอร์ปและฟอร์จูนอินเตอร์เนชั่นแนลจากญี่ปุ่น

นอกจากบริษัทต่างชาติแล้ว มีบริษัทในประเทศที่เข้าร่วมในการเปิดประมูลครั้งแรกด้วยอาทิ บริษัท อเยยาร์ฮินทาคอนสตรัคชันฯ และบริษัท ฉ่วยทานวินกรุ๊ปฯ โดยบางรายเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัทต่างประเทศ

เมียนมาอีเลฟเว่นระบุว่าผู้เข้าร่วมประมูลในรอบแรกเป็นบริษัทต่างชาติและท้องถิ่นรวม 34 บริษัท โดยบริษัทต่างชาติมาจากประเทศมาเลเซีย อิตาลี เกาหลีใต้ กาตาร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ แคนาดา และเวียดนาม โดยคาดว่าบริษัทเหล่านี้จะเข้าร่วมประมูลในรอบที่ 2 ด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,130 วันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

http://www.thansettakij.com/2016/02/10/30347
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 11th, 2016, 06:19 AM   #3011
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 13,917
Likes (Received): 2929

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 | เปิดดู 67 ครั้ง
อาเซียนประกาศแผนท่องเที่ยวร่วมกัน
ASEAN Plus
http://www.now26.tv/view/69003
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old February 11th, 2016, 08:45 PM   #3012
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

อินโดฯคลายกฎการลงทุนของต่างชาติ

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศการผ่อนคลายกฎระเบียบ สำหรับการลงทุนของต่างชาติ ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 0:05 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี รายชื่ออุตสาหกรรมหลายภาค ที่จะมีการผ่อนคลายกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการลงทุนของต่างชาติ มาตรการส่วนหนึ่งที่ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวว่า เป็นการเปิดเสรีแบบ "ยกเครื่องครั้งใหญ่" สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเแียงใต้

อินโดนีเซียผ่อนคลายกฎเกณฑ์สำหรับบริษัทนานาชาติ ในหลายภาคส่วน รวมถึง การเกษตร สถานพยาบาล ภัตตาคารร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ การประกาศครั้งนี้นับเป็นการปรับกฎระเบียบรายชื่อภาคอุตสาหกรรมเพื่อการลงทุน ที่จำกัดสำหรับชาวต่างชาติ ที่เรียกว่า Negative Investment List เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557

อย่างไรก็ตาม การประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ไม่ใช่การเปิดกว้างอุตสาหกรรมทั้งหมดของอินโดนีเซีย มีการเพิ่มอุตสาหกรรมใหม่เข้าในบัญรายชื่อ 20 ภาค รวมถึงการก่อสร้างที่ใช้เทคโนโลยีต่ำ

ภาคอุตสาหกรรมที่เปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียได้ 100 % ประกอบด้วย ถนนเก็บเงินค่าผ่านทาง, ภัตตาคาร, บาร์, การผลิตภาพยนตร์, การจัดจำหน่ายภาพยนตร์, โรงภาพยนตร์ (ต้องฉายภาพยนตร์อินโดนีเซียอย่างน้อย 60 % ของเวลาฉายทั้งหมด), ห้องแช่เย็น, อุตสาหกรรมยางพารา และการบริหารจัดการขยะไร้สารพิษ

การถือหุ้นส่วนใหญ่ของต่างชาติ - สถานพยาบาล รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ (67 %), เครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมและการบริการ (67 %), คลังสินค้า (67 %), บริการที่ปรึกษาด้านการก่อสร้าง (67 % ของมูลค่าโครงการที่มากกว่า 10,000 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 26,231,400 บาท)

ภาคที่เกิดให้เข้าไปลงทุนได้เป็นครั้งแรก - การติดตั้งเสาส่งวสายไฟแรงสูง (49 %), การขนส่งทางบก (49 %) สถานรักษาพยาบาล รวถึงอุปกรณ์การแพทย์ (67 %) อุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมถึง การจัดจำหน่าย (100 %).

http://www.dailynews.co.th/foreign/379114
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 11th, 2016, 08:47 PM   #3013
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

อินโดฯโดนเวียดนามแย่งทุน รัฐมนตรีอิเหนาระบุต่างชาติหนีไปลงทุนที่เวียดนาม

โดย ฐานเศรษฐกิจ - 5 กุมภาพันธ์ 2559

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อินโดนีเซียระบุ เวียดนามกลายเป็นคู่แข่งดึงนักลงทุนต่างชาติไปหมดเผยอำนาจต่อรองสู้ไม่ได้หลังจากเวียดนาม ทำสัญญาการค้าเสรีกับยุโรปและเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ

จาการ์ตาโพสต์ รายงานระบุว่านายโทมัส เลมบอง (Thomas Lembong) รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์อินโดนีเซียพูดถึงเวียดนามว่าเป็น เวียดนามกลายเป็นคู่แข่งสำคัญ ของอินโดนีเซียในด้านการค้าและลงทุนหลังจากที่เวียดนามประสบความสำเร็จในการทำข้อตกลงกับประชาคมยุโรปและทีพีพี

นายโทมัส กล่าวว่า เวียดนามได้ทำข้อตกลงเอฟทีเอ กับประชาคมยุโรปต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วและขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรับรอง โดยข้อตกลงดังกล่าวมีการลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าทั้งหมด โดยเวียดนามจะเปิดเสรีทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 10 ปีส่วนยุโรปจะลดภาษีให้กับสินค้าทั้งหมดภายใน 7 ปี

นอกจากข้อตกลงทางภาษีแล้ว ยังมีการตกลงกันในเรื่องสิ่งกีดขวางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีเกือบทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการประมูลของรัฐ กฎระเบียบภายในประเทศ การแข่งขัน บริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

จาการ์ตาโพสต์อ้างตัวเลขของกรรมาธิการยุโรป ระบุว่ามูลค่าการส่งออกของเวียดนามไปประชาคมยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มจาก 18,600 ล้านยูโร (ประมาณ 706,000 ล้านบาท) ในปี 2555 เป็น 22,200 ล้านยูโร (ประมาณ 864,000 ล้านบาท) ขณะที่การส่งออกของอินโดนีเซียไปประชาคมยุโรปซึ่งมี 28 ประเทศลดลงจาก 15,500 ล้านยูโร (ประมาณ 600,000 ล้านบาท) ในปี 2555 เป็น 14,400 ล้านยูโร (ประมาณ 544,733 ล้านบาท) ในปี 2556 และ 2557

นอกจากนี้เวียดนามยังมีโอกาสที่ดีในการขายสินค้าเข้าสู่ประเทศสมาชิกทีพีพี 12 ประเทศคือ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการรับรองข้อตกลงทีพีพีในอนาคตอันใกล้

จาการ์ตาโพสต์ระบุว่า อินโดนีเซียและเวียดนามเป็นคู่แข่งที่สูสีกันมากในการส่งออกสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยตลาดหลักของทั้ง 2 ประเทศ คือสหรัฐอเมริกาดังนั้นเมื่อเวียดนามเข้าตลาดสหรัฐฯ ได้ง่ายกว่าภายใต้ข้อตกลงทีพีพี ก็จะมีโอกาสครองสัดส่วนตลาดได้มากกว่าสินค้าของอินโดนีเซีย

ผู้เชี่ยวชาญระบุสัดส่วนของสินค้าเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามในตลาดประเทศสหรัฐอเมริกาอาจจะเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 35% ได้ โดยหอการค้าอเมริกัน-เวียดนามได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า การลดภาษีภายใต้ข้อตกลงทีพีพีจะทำให้มีการโยกย้ายแหล่งผลิตสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มครั้งใหญ่มาที่เวียดนาม
รัฐมนตรีการค้าอินโดนีเซียให้สัมภาษณ์ว่า อินโดนีเซีย จะต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อตามเวียดนามให้ทัน โดยจะต้องมีการปฏิรูปเศรษฐกิจและนโยบาย โดยรัฐบาลจะพยายามเร่งเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงทางการค้าในกรอบระหว่างสหภาพยุโรปและอาเซียน เพื่อเปิดช่องให้เอกชนส่งสินค้าออกไปได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,128 วันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

http://www.thansettakij.com/2016/02/05/29277
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 11th, 2016, 08:49 PM   #3014
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

'อินโดนีเซีย' เล็งถกอียูให้ลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559

"อินโดนีเซีย" เตรียมเจรจากับอียู ให้ลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรซึ่งครองสัดส่วน 8-12% ของสินค้าเกษตรที่อินโดนีเซียส่งไปทั่วโลก


นายโทมัส ตรีกาชีห์ เลมบง รัฐมนตรีเกษตรอินโดนีเซียกล่าวว่า อัตราภาษีนำเข้าของสหภาพยุโรป (อียู) ในขณะนี้ทำให้สินค้าเกษตรอินโดนีเซียเสียเปรียบความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่เสียภาษีในอัตราต่ำกว่า สินค้าเกษตรที่อินโดนีเซียจะเจรจากับอียูได้แก่ น้ำมันปาล์มดิบ โกโก้ ไม้ และผลิตภัณฑ์จากไม้ คาดว่าต้องใช้เวลาเจรจานาน 2 ปี นอกจากนี้อินโดนีเซียยังส่งออกสิ่งทอ รองเท้า อาหารและเครื่องดื่มไปยังอียูด้วย

อินโดนีเซียและอียูได้เริ่มเจรจาข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมตั้งแต่ปี 2554 มูลค่าการค้าสินค้าทวิภาคีในปี 2554 อยู่ที่ 23,500 ล้านยูโร (ราว 938,000 ล้านบาท) อินโดนีเซียถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ 29 ของอียู แต่หากเทียบเฉพาะประเทศในอาเซียนถือเป็นอันดับ 4 ของอียู

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/686319
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 12th, 2016, 05:52 PM   #3015
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

สหรัฐเตือนพลเมือง เลี่ยงเดินทางไปแขวงไซสมบูนของลาว หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายครั้ง

วันที่: 12 ก.พ. 59 เวลา: 19:56 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ สหรัฐอเมริกาออกประกาศเตือนชาวอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังแขวงไซสมบูนทางภาคกลางของลาว ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย หลังเกิดเหตุวางระเบิดและโจมตีด้วยปืนอย่างรุนแรงหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุดเพิ่งเกิดเหตุซุ่มโจมตีข้างถนนเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไป 3 ราย

ประกาศเตือนของสถานทูตสหรัฐในกรุงเวียงจันทน์ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการก่อเหตุยิงโจมตีหลายครั้งในช่วงปลายปีที่แล้ว

“สถานทูตสหรัฐในกรุงเวียงจันทน์ได้สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ของตนไม่ให้เดินทางไปยังแขวงไซสมบูน และเรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยแบบเดียวกัน” ประกาศเตือนการเดินทางของสถานทูตระบุ

เมื่อเดือนที่แล้ว สื่อของทางการจีนรายงานไว้ว่า มีชาวจีนเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน จากการโจมตีที่คาดว่าจะเป็นการวางระเบิดในแขวงดังกล่าว โดยไม่มีการระบุคาดเดาถึงแรงจูงใจ หนึ่งในผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเป็นพนักงานของบริษัทเหมืองแร่ในมณฑลยูนนานของจีนที่มีชายแดนติดกับลาว

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนลงทุนเป็นจำนวนมากในลาว ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์เหมือนกัน และกลายเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในลาวเมื่อปี 2557 โดยได้ผลประโยชน์เป็นทรัพยากรธรรมชาติทั้งน้ำและป่าไม้

นอกจากนี้ ประกาศเตือนการเดินทางของสถานทูตสหรัฐระบุเตือนนักท่องเที่ยวด้วยว่า ยังคงมีการพบซากวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่ห่างไกลในชนบททั่วประเทศลาว ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดที่เครื่องบินรบของสหรัฐนำมาทิ้งไว้มากกว่า 2 ล้านตันทั่วประเทศลาวในระหว่างช่วงสงครามเวียดนาม เป็นความพยายามเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงของกองทัพเวียดนามเหนือ โดยมีวัตถุระเบิดที่ไม่ทำงานราว 30 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้เสียชีวิตจากซากวัตถุระเบิดตกค้างเหล่านี้ราว 50,000 รายแล้วนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเป็นต้นมา ซึ่งนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ประกาศไว้ในการเดินทางเยือนลาวเมื่อเดือนที่แล้วว่า สหรัฐกำลังพิจารณาเพิ่มงบประมาณสนับสนุนลาวในเรื่องนี้จากเดิม 15 ล้านดอลลาร์ ให้มากขึ้นอีก

http://www.matichon.co.th/news/35660
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 14th, 2016, 07:14 PM   #3016
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

เวียดนามกังวลแรงงานฝีมือไหลออกเหตุค่าแรงอยู่อันดับ 8 ในอาเซียน

โดย MGR Online

14 กุมภาพันธ์ 2559 19:26 น.

แฟ้มภาพเอเอฟพีเดือนต.ค. 2558 แรงงานชาวเวียดนามทำงานอยู่ในสายการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ในโรงงานที่ตั้งอยู่ชานกรุงฮานอย ทางการเวียดนามระบุว่าด้วยอัตราค่าแรงของประเทศต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยถูกจัดอยู่ในอันดับ 8 ในอาเซียน คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้แรงงานฝีมือคุณภาพสูงของประเทศย้ายไปทำงานในประเทศที่ค่าแรงสูงกว่ามากขึ้น และมากกว่าที่แรงงานจะไหลเข้าประเทศอีกด้วย. -- Agence France-Presse/Hoang Dinh Nam.


เวียดนามเน็ต - การแข่งขันแย่งชิงแรงงานคุณภาพสูงจะยิ่งดุเดือดมากขึ้นนับตั้งแต่ตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และด้วยค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำของเวียดนาม ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 8 ในอาเซียน แนวโน้มของการเคลื่อนย้ายแรงงานจากเวียดนามไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาจเกิดขึ้น ตามการระบุของรองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ของกระทรวงแรงงาน ผู้ทุพพลภาพ และกิจการสังคม ของเวียดนาม

ห่า ถิ มีง ดึ๊ก รองผู้อำนวยการกล่าวว่า สำหรับแรงงานมีฝีมือและมีคุณภาพสูงนั้น การเคลื่อนย้ายแรงงานในหมู่ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้เกิดขึ้นแล้ว

"แรงงานคุณภาพต่ำจะประสบกับความกดดันมากยิ่งขึ้น เพราะคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ของเรายังไม่ดีนัก ผมเชื่อว่าการไหลออกของแรงงานจากเวียดนามไปยังชาติอื่นๆ ในอาเซียนจะเพิ่มมากขึ้นกว่าการไหลเข้าเพราะค่าแรงของเวียดนามอยู่ในอันดับ 8 ในอาเซียน" รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าว

ก่อนหน้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามประกาศว่า รายได้เฉลี่ยของแรงงานชาวเวียดนามในปี 2558 อยู่ที่ 79.3 ล้านด่งต่อคน เท่ากับ 3,657 ดอลลาร์ (ประมาณ 130,000 บาท) แม้ผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับปี 2557 และช่องว่างเมื่อเทียบกับประเทศอื่นจะแคบลงก็ตาม แต่ค่าแรงของเวียดนามยังคงอยู่ในระดับต่ำ

และเมื่อเทียบกันด้วยอำนาจซื้อ ในปี 2548 ผลิตภาพแรงงานของสิงคโปร์สูงกว่าเวียดนาม 29.2 เท่า แต่ช่องว่างลดลงเหลือ 18 เท่าในปี 2556 ส่วนมาเลเซียช่องว่างลดลงจาก 10.6 เท่า เหลือ 6.6 เท่า เมื่อเทียบกับไทย ช่องว่างจาก 4.6 เท่า ลดลงเหลือ 2.7 เท่า ขณะที่ฟิลิปปินส์จาก 3.1 เท่า เหลือ 1.8 เท่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกันที่จีดีพีต่อคนทำงาน ช่องว่างระหว่างเวียดนามและประเทศอื่นๆ ในอาเซียนยังคงกว้าง โดยเฉพาะสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นจาก 62,052 ดอลลาร์ ในปี 2537 เป็น 92,632 ดอลลาร์ ส่วนมาเลเซียเพิ่มขึ้นจาก 21,142 ดอลลาร์ เป็น 30,317 ดอลลาร์ ไทยเพิ่มขึ้นจาก 7,922 ดอลลาร์ เป็น 9,311 ดอลลาร์ ขณะที่เวียดนาม มีจีดีพีต่อคนทำงานเกือบ 4,000 ดอลลาร์ในปี 2558

ผู้อำนวยการกรมค่าแรงของกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าผลิตภาพแรงงานต่ำยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับแรงงานเวียดนาม เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตั้งขึ้น แรงงานคุณภาพสูงจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคจะเคลื่อนย้ายกันมากขึ้น และจะแข่งขันโดยตรงกับแรงงานเวียดนาม

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9590000016264
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 15th, 2016, 01:45 PM   #3017
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

‘เมียนมา’ผลิตรถไฟใช้เอง คันแรกจะเสร็จใช้ได้ในปีนี้

วันที่: 15 ก.พ. 59 เวลา: 11:22 น.

การรถไฟแห่งเมียนมากำลังจะผลิตรถไฟดีเซลได้ในปีนี้

เว็บไซต์กระทรวงข้อมูลของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งเมียนมากำลังจะผลิตรถไฟดีเซลเพื่อใช้ในประเทศได้ในปีนี้ด้วยความช่วยเหลือทั้งทางด้านการเงินและด้านเทคนิคจากประเทศจีน การรถไฟแห่งเมียนมา ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการขนส่งทางราง ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากโรงงานผลิตรถไฟ Insein และโรงงาน Ywahtaung จำนวน 56 คน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา เพื่อไปอบรมที่ CNR Dalian Locomotive และที่ Rolling Stock Co. ที่เมือง Dalian มณฑล Liaoning ประเทศจีน

คณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าว นำโดยวิศวกรอาวุโส U Myint Naing จะได้รับการอบรมทักษะใหม่ในกระบวนการผลิตรถไฟ เพื่อให้มีความสามารถกลับมาผลิตเองได้ในประเทศในโรงงานแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ที่เมืองเนย์ปิดอว์ การผลิตจะเริ่มในปีหน้าด้วยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน โดยคาดว่าจะสามารถผลิตรถไฟได้ 20 ขบวน ซึ่งช่วยลดความต้องการที่จะต้องซื้อรถไฟจากต่างประเทศได้

โรงงานดังกล่าวจะมีศักยภาพในการผลิตรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2,000 แรงม้า สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

http://www.matichon.co.th/news/37705
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 17th, 2016, 09:16 PM   #3018
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

"นิสสัน" เล็งผลิตรถยนต์ในพม่าครั้งแรกปีนี้

โดย MGR Online

17 กุมภาพันธ์ 2559 22:38 น.

บรรยากาศการจราจรบริเวณสี่แยกแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง ของพม่า นับตั้งแต่พม่าปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ เปิดการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายรายแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดที่มีประชากร 51.5 ล้านคนแห่งนี้ รวมทั้ง นิสสัน ที่ระบุว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ในพม่าเป็นครั้งแรกในปีนี้.-- Agence France-Presse/Soe Than Win.


เอเอฟพี - นิสสัน บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นจะเริ่มประกอบรถยนต์ในพม่าเป็นครั้งแรกในปีนี้ ตามการเปิดเผยของบริษัท ในการขยายการปรากฎตัวยังหนึ่งในชายขอบทางเศรษฐกิจแห่งสุดท้ายของเอเชีย

บริษัทต่างชาติหลายบริษัทได้เข้าร่วมลงทุนในพม่านับตั้งแต่การปฏิรูปเริ่มต้นขึ้นในปี 2554 ด้วยความกระตือรือร้นที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากลูกค้าที่มีศักยภาพ 51.5 ล้านคน

นิสสันกล่าวว่า การผลิตจะเริ่มในโรงงานซึ่งบริหารโดยหุ้นส่วนมาเลเซีย บริษัท Tan Chong Motor Group ก่อนที่จะย้ายไปยังโรงงานแห่งใหม่ในพะโค ที่อยู่ห่างจากนครย่างกุ้ง ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ราว 80 กิโลเมตร

บริษัทญี่ปุ่นได้ประกาศแผนของบริษัทที่จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่าเมื่อ 3 ปีก่อน

พนักงาน 200 คน จะได้รับการฝึกอบรมในมาเลเซียสำหรับโรงงานประกอบในพม่า ที่มีเป้าหมายจะผลิตรถ 10,000 คัน ตามคำแถลงของนิสสัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่ารถทุกคันมีปลายทางสำหรับตลาดภายในประเทศหรือส่งออกต่างประเทศบางส่วน

"นิสสันมีความยินดีที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของรถยนต์ในพม่า" โทรุ ฮาเซกาวา รองประธานบริษัทนิสสัน

อัตราภาษีนำเข้ามหาศาลและการคว่ำบาตรจากนานาชาติที่มุ่งเป้ากับรัฐบาลชุดก่อนหน้า ทำให้ยานพาหนะมีราคาแพงเกินไปสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ แต่การเปลี่ยนแปลงเมื่อไม่นานนี้ทำให้ได้เห็นความต้องการรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

นิสสันเริ่มขายรถยนต์ในพม่าเมื่อปี 2556 สองปีหลังรัฐบาลกึ่งพลเรือนดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองที่ทำให้มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกยกเลิก เปิดประเทศสู่การค้าและการลงทุนต่างชาติหลังอยู่ภายใต้การปกครองของทหารเกือบ 5 ทศวรรษ

นักลงทุนกำลังคาดหวังว่าเศรษฐกิจของพม่าจะยังเติบโตภายใต้การนำของรัฐบาลชุดใหม่โดยพรรคของอองซานซูจีที่มีกำหนดตั้งขึ้นในเดือนหน้า

การขยายตัวเข้าสู่พม่าของผู้ผลิตรถยนต์มีขึ้นหลังบริษัทรายงานความต้องการอ่อนตัวลงในไทยและอินโดนีเซีย ที่เป็นศูนย์กลางการผลิต 2 รายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ผลกำไรของบริษัทยังคงเพิ่มขึ้นในปีก่อนหลังยอดจำหน่ายในอเมริกาเหนือยังแข็งแกร่งและสัญญาณของรถกระบะในตลาดจีน

ส่วนค่ายซูซูกิของญี่ปุ่นได้เริ่มการผลิตในพม่าแล้ว ขณะที่ฟอร์ดมอเตอร์ของสหรัฐฯ เปิดโชว์รูมในนครย่างกุ้งแล้วเช่นกัน.

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9590000017578
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 17th, 2016, 09:21 PM   #3019
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

เวียดนามนับร้อยรวมตัวรำลึกเหตุการณ์สงครามชายแดนจีน

โดย MGR Online

17 กุมภาพันธ์ 2559 14:31 น. (แก้ไขล่าสุด 17 กุมภาพันธ์ 2559 15:16 น.)


นักเคลื่อนไหวต่อต้านจีนชูป้ายที่มีข้อความเขียนว่า " 17 ก.พ. 2522 - ประชาชนของเราจะไม่มีทางลืม" ระหว่างการชุมนุมอย่างไม่เป็นทางการในวันครบรอบ 37 ปี สงครามชายแดนระหว่างจีนและเวียดนาม ที่บริเวณอนุสาวรีย์กษัตริย์ลี้ท้ายโต๋ ในกรุงฮานอย วันที่ 17 ก.พ. -- Agence France-Presse/Hoang Dinh Nam.


เอพี - ชาวเวียดนามมากกว่า 100 คน รวมตัวกันในกรุงฮานอยวันนี้ (17) เพื่อร่วมรำลึกวันครบรอบการเริ่มต้นของสงครามชายแดนกับจีน

เมื่อ 37 ปีก่อน ทหารจีน 600,000 คน ได้บุกมาทางเหนือของเวียดนามเพื่อที่จะ “สั่งสอนบทเรียนให้แก่เวียดนาม” จากการขับไล่เขมรแดงที่ปักกิ่งให้การสนับสนุนในกัมพูชา และจีนได้ถอนกำลังออกหลังจากผ่านไป 1 เดือน

ชาวเวียดนามร่วมกันจุดธูป วางดอกไม้ และพวงมาลาที่อนุสาวรีย์กษัตริย์ลี้ท้ายโต๋ ในพิธีเฉลิมฉลองที่กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พวกเขาร้องตะโกนต่อต้านผู้รุกราน และกล่าวถึงฮว่างซา เจื่องซา ซึ่งเป็นคำที่เวียดนามใช้เรียกหมู่เกาะสแปรตลีย์ และพาราเซล ในทะเลจีนใต้

เวียดนาม จีน และไต้หวัน ต่างอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะพาราเซล ขณะที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ ถูกอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทั้งหมด และบางส่วนโดยทั้ง 3 ประเทศ พร้อมกับฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน

งานรำลึกที่คนจำนวนมากรวมตัวกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการมักถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าห้ามปราม แต่งานรำลึกถึงสงครามครั้งนี้ไม่มีการจัดขึ้นโดยรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แต่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และรัฐบาลมักจัดงานฉลองชัยเหนือฝรั่งเศส และสหรัฐฯ แต่พวกเขา “ดูเหมือนจะลืมเกี่ยวกับสงครามชายแดนกับจีน และวันที่จีนเข้าครอบครองฮว่างซา และเจื่องซา” ผู้เข้าร่วมงานรำลึก กล่าว

เหวียน ฮิว เหิบ ผู้เข้าร่วมงานรำลึก กล่าวว่า เขาอาสาเดินทางไปชายแดนต่อสู้กับจีน แต่หน่วยของเขากลับถูกให้ประจำการในกรุงฮานอยแทน และคนหนุ่มจำนวนมากจากละแวกบ้านของเขาจบชีวิตในสงครามครั้งนั้น

หลังจากจีนถอนกองกำลังออกไปแล้ว แต่การสู้รบยังเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวต่อไปอีก 10 ปี ก่อนเพื่อนบ้านคอมมิวนิสต์จะฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตสู่ระดับปกติ ในปี 2534

จีนในเวลานี้เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม แต่ความสัมพันธ์ตกต่ำลงหลังจีนเคลื่อนแท่นขุดเจาะน้ำมันเข้าใกล้หมู่เกาะพาราเซล ในเดือน พ.ค.2557 นับแต่นั้น สองประเทศพยายามที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้วยการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง แต่ความตึงเครียดยังคงมีอยู่เหนือหมู่เกาะดังกล่าว.

http://manager.co.th/IndoChina/ViewN...=9590000017360
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2016, 09:32 PM   #3020
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 61,904
Likes (Received): 2748

เปิดศักยภาพเศรษฐกิจกัมพูชาโต 7% กว่า 10 ปี

18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:51 น.

กัมพูชา ถือเป็นประเทศที่นักธุรกิจต่างชาติต้องการเข้าไปแสวงหาการลงทุน ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวมากกว่าร้อยละ 7 ติดต่อกันมากว่า 10 ปี โดยเฉพาะธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนกัมพูชา แต่ธุรกิจนี้ก็มีโอกาสเติบโตสูงในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

http://news.voicetv.co.th/business/328158.html
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:41 PM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2016, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu