daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old July 13th, 2009, 11:25 AM   #1
Humble NK
Registered User
 
Humble NK's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Bueng Kan
Posts: 660
Likes (Received): 171

What does the name of your province or district mean?

I am interested in the names of places in Thailand, especially its history. I would like to invite you all to share what you know about the meaning or probably history of your province or district name.

ผมเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับที่มาของชื่อสถานที่แต่ละแห่งครับว่ามีที่มาอย่างไร เพราะแต่ละสถานที่ย่อมมีที่มาของมัน ไม่ใช่เรียกกันมาลอยๆ ที่ห้องนี้ก็รวบรวมคนจากทุกภาคของประเทศไทย ก็เลยอยากจะถามว่าชื่อจังหวัดหรืออำเภอของคุณว่ามีที่มาจากอะไร เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน



เอาหนองคายก่อนนะครับ
หนองคายมีที่มาจากชื่อหนองน้ำแห่งหนึ่งครับที่ตั้งอยู่ภายในเขตอำเภอเมือง ชื่อว่าหนองบงคาย ตราประจำจังหวัดหนองคายยังเป็นรูปหนองน้ำพร้อมกับกอไผ่ครับ บงคายเป็นชื่อไผ่ชนิดหนึ่งครับ หน่ออ่อนมักจะมีขนทำให้เกิดการระคายเคืองกับผู้สัมผัสได้ ซึ่งอาการดังกล่าวภาษาอีสานเรียกว่า “คาย” หรือ “คันคาย” ครับ ทำให้ไผ่ชนิดนี้เรียกว่า ไผ่บงคาย

อำเภอโพนพิสัย หนองคาย
อำเภอนี้เพี้ยนมาจาก พวนพิสัย ครับ แปลว่าที่อยู่ของชาวพวน หรือชาว ไทพวน

อำเภอโซ่พิสัย หนองคาย
อำเภอนี้มีที่มาเหมือนกับอำเภอโพนพิสัยครับ คือ มาจาก โส้พิสัย ที่แปลว่าถิ่นที่อยู่ของชาวโส้ หรือ ไทโส้

อำเภอปากคาด หนองคาย
มีที่มาจากอำเภอนี้ตั้งอยู่ที่ห้วยคาดบรรจบกับแม่น้ำโขง ตรงที่ลำน้ำบรรจบกันจะเรียกว่าปากครับ เช่นปากน้ำโพ
ตรงนั้นก็เลยเรียกว่าปากคาดครับ ห้วยคาดก็มีที่มาจากต้นคาดครับที่มีมากมายในบริเวณนั้น

อำเภอบึงกาฬ หนองคาย
บึงกาฬเพี้ยนมาจากบึงกานซึ่งเป็นหนองน้ำแห่งหนึ่งด้านตะวันตกของตัวอำเภอ มีลักษณะคล้ายใบกานพลูชาวบ้านก็เลยเรียกสั้นๆว่าบึงกาน(พลู) ต่อมาเขียนเพี้ยนเป็น บึงกาฬที่แปลว่าบึงสีดำ

อำเภอบุ่งคล้า หนองคาย
บุ่ง เป็นภาษาอีสานมีความหมายประมาณว่าที่ที่มีน้ำขัง ชื้นแฉะตลอดปี แต่น้ำไม่เยอะเหมือนหนอง บึง ทะเลสาบ หรือห้วย ใกล้เคียงกับคำว่าพรุในภาคใต้ มักใช้คู่กับคำว่าทาม แต่ทามหมายถึงที่ริมน้ำที่มีน้ำท่วมถึงทุกปี คล้าก็คือพืชชนิดหนึ่งในตระกูล Calathea ภาคเหนือเรียกว่าต้นแหย่งขึ้นอยู่ริมน้ำ อำเภอบุ่งคล้าเป็นเพียงไม่กี่ที่ในประเทศไทยที่มีคล้าอยู่อย่างชุกชุม ซึ่งชาวบ้านนำมาสานเป็นกระติบข้าว กระติบข้าวแถวนั้นจึงเป็นติบข้าวคล้า ส่วนที่อื่นในภาคอีสานจะทำมาจากไม้ไผ่

อำเภอบึงโขงหลง
มีที่มาจากหนองน้ำที่ชื่อ บึงโขงหลง เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่จนชาวบ้านคิดว่าเป็นบึงที่แยกออกมาจากลำน้ำโขง
Humble NK está en línea ahora   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old July 13th, 2009, 12:32 PM   #2
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

นครพนม แปลว่า เมืองแห่งภูเขาครับ
คือว่า สมัยก่อน นครพนมมีอาณาเขตถึงภูเขาฝั่งลาว ที่เห็นเป็นวิวจากเมืองนครพนมในปัจจุบันอ่ะครับ
สมัยก่อนยุคล่าอาณานิคม ส่วนนั้นเป็นของไทยครับ

__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 04:22 PM   #3
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 6,312
Likes (Received): 1555

สุราษฎร์ธานี = เมืองคนดี (สุ = ดี, ราษฎร์ = คน, ธานี = เมือง)
ไชยา มีที่มาหลายที่ แต่แปลรวมๆ ก็คือ ชัยชนะ
กาญจนดิษฐ์ ชื่อเดิมคือ ท่าทอง
นครศรีธรรมราช = เมืองแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม หมายถึงองค์พระเจ้าจันทรภาณุ หรือพ่อจตุคามรามเทพนั่นเอง
ภูเก็ต มาจากคำว่า บูกิต แปลว่าภูเขา
__________________
พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว
W E T H E K I N G B H U M I B H O L

เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....
marut no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 04:41 PM   #4
69Ketchup
BANNED
 
Join Date: Apr 2009
Location: Edmonton
Posts: 1,266
Likes (Received): 5

ปทุมธานี เมืองเเห่งดอกบัว
นครราชสีมา เมืองที่มีสิงโตมา
สมุทรปราการ ป้อมปราการกลางทะเล
สิงห์บุรี เมืองสิงโต
69Ketchup no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 04:47 PM   #5
sunday2008
Registered User
 
Join Date: Mar 2008
Posts: 122
Likes (Received): 21

เรื่องชื่อหมู่บ้านชื่อเมืองในอีสานที่เพี้ยนเสียงเพี้ยนพยางค์ไปจากของเดิม ส่วนใหญ่ก็เกิดมาจากทางราชการเปลี่ยนคำจากที่เป็นภาษาลาว มาเป็นคำที่เสียงพ้องกันซึ่งมีในภาษาไทยแทน ซึ่งหลายๆ ชื่อความหมายก็เปลี่ยนไปเลยและไม่สอดคล้องกับภาษาท้องถิ่น ตัวอย่างชื่อที่น่าเสียดายคือ แม่น้ำมูน (แปลว่า มรดก,ทรัพย์สมบัติ) ก็ไปเปลี่ยนเป็น แม่น้ำมูล (แปลว่า สิ่งปฏิกูล) และมีชื่ออีกจำนวนมากที่ถูกเปลี่ยนเป็นคำในภาษาไทย รวมถึงตามชายแดนในภาคต่างๆด้วย ก็ถูกเปลี่ยนชื่อไปเยอะแยะมากมาย พูดไปก็น่าเสียดายนะ
sunday2008 no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 04:47 PM   #6
Pivra
el ประชาธิปัตย์ista
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 375
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by 69Ketchup View Post
ปทุมธานี เมืองเเห่งดอกบัว
นครราชสีมา เมืองที่มีสิงโตมา
สมุทรปราการ ป้อมปราการกลางทะเล
สิงห์บุรี เมืองสิงโต
ผมว่า ราชสีห์ ที่แปลว่าสิงโตมันสะกด แบบนี้นะครับ ส่วน สีมา แปลว่าขอบเขตครับ ...​ราชสีมา แปลว่าขอบเขตของพระราชอาณาจักร มากกว่า เพราะว่า เลยโคราชไปก็เป็นวัํฒนธรรมแบบล้านช้างแล้ว


ส่วน โคราชผมว่าน่าจะหมายถึง พระศิวะนะครับ เพราะ โคราชแปลว่า ราชาแห่งโค ... ชื่อแบบ ฮินดูก็ มี โคบาล (Gopal) ที่แปลว่า พระกฤษณะ (เพราะว่าท่านเป็นเด็กเลี่ยงวัว)


ผม มีนบุรี เมืองแห่งปลาครับ
Pivra no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 04:55 PM   #7
69Ketchup
BANNED
 
Join Date: Apr 2009
Location: Edmonton
Posts: 1,266
Likes (Received): 5



เข้าใจผิดมาตั้งนาน

เเล้ว จังหวัดเลย เเปลว่า เลย หรือเปล่า..
69Ketchup no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 04:58 PM   #8
konrakfon
User of Thailand
 
Join Date: Oct 2008
Location: Samut Sakhon - Korat
Posts: 330
Likes (Received): 0

บ้านผมนะครับ

สมุทรสาคร = เมืองงามแห่งทะเลและแม่น้ำ
__________________
" SAMUT SAKHON PROVINCES "
konrakfon no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 05:06 PM   #9
anyamanee
Blythe addict
 
anyamanee's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Nakhon Ratchasima35
Posts: 274
Likes (Received): 142

ชื่อโคราช และ นครราชสีมา จาก wikipedia ค่ะ

Quote:
จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า มีชุมชนโบราณซึ่งเป็นร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินใหม่ต่อเนื่องมาถึงยุคโลหะกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมา ครั้นถึงสมัยประวัติศาสตร์ ก็มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองเสมา (Sema) ตั้งอยู่บริเวณอำเภอสูงเนินในปัจจุบัน เป็นเมืองใหญ่เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของรัฐศรีจนาศะ ต่อมาในสมัยขอมพระนครมีการสร้างเมืองโคราช(Angkor Raj) หรือ นครราช อยู่ในบริเวณเดียวกัน และ มีเมืองพิมาย(อำเภอพิมายในปัจจุบัน)เป็นเมืองสำคัญของขอมในบริเวณนี้

มีผู้เสนอว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่ เมืองนครราช คือเมืองเดียวกันกับ เมืองราด ของ พ่อขุนผาเมือง เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเมืองพระนครหลายประการ นอกจากนี้รูปสลักกองทัพชาวสยามบนระเบียงด้านหนึ่งของ นครวัดอาจเป็น ชาวสยามจากลุ่มแม่น้ำมูลที่เกี่ยวข้องกับเมืองนครราช และยังมีการกล่าวถึงเมืองนครราชสีมาในพงศาวดารของกัมพูชาหลายครั้งด้วย

อย่างไรก็ตามมีผู้เสนอว่า "นครราชสีมา" นั้นเป็นคำไทยเป็นคำใหม่ แยกเป็นคำได้คือ นคร+ราช+สีมา แปลได้ตรงตัวว่า "เมืองใหญ่ (นคร)", "อันเป็นขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักร (ราช+สีมา)"

ส่วนคำว่า " โคราช " (สำเนียงถิ่น: โค-หฺราด , ไทยกลาง: โค-ราด, เขมร: โก-เรียช ) นั้น น่าจะเพี้ยนมาจาก นครราช [Angor Riaj หรือ อังกอร์เรียจ ต่อมาลดรูปเป็น กอร์เรียจ และเพี้ยนเป็นโคราช ในที่สุด] (อ่านตามสำเนียงว่า คอน-หฺราด ซึ่งเป็นคำเรียกนครราชสีมาแบบย่อ ๆ ของชาวบ้าน) มากกว่าที่จะเพี้ยนมาจาก โคราฆปุระ (Gorakhpur) ที่เป็นชื่อเมืองสมัยใหม่ในแคว้นเดียวกับเมือง อโยธยา (Ayodhya)ในอินเดีย ตามข้อสันนิษฐานของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ


เนื่องจากตั้งอยู่เป็นบริเวณที่เป็นชายขอบระหว่างรัฐที่มีอำนาจ หรือในความหมายของ รัฐกันชน ในปัจจุบัน นครราชสีมา จึงมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับความขัดแย้งระหว่างรัฐอยู่เสมอ เช่น ระหว่างสยามกับกัมพูชา หรือ ระหว่างสยามกับล้านช้าง หรือ ในบางครั้งได้มีความพยายามที่จะตั้งตัวเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นกับผู้ใด เฉกเช่นเดียวกับบรรดาเมืองใหญ่อื่นๆ
anyamanee no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 05:22 PM   #10
69Ketchup
BANNED
 
Join Date: Apr 2009
Location: Edmonton
Posts: 1,266
Likes (Received): 5

โคหราด colard เท่โคตร
69Ketchup no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 05:22 PM   #11
Pivra
el ประชาธิปัตย์ista
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 375
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by 69Ketchup View Post
โคหราด colard เท่โคตร
แค่ประวัติศาสตร์​เบื้องหลังชื่อขนาดนั้นก็เท่ห์จนแบบทานไม่หมดแล้วครับ
Pivra no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 05:55 PM   #12
bomcom
Registered User
 
Join Date: Jan 2008
Posts: 413
Likes (Received): 40

อุบลราชธานี

นามนี้คงต้องแปลตามที่มา

อุบล=ใช้ชื่อว่า อุบล เพื่อระลึกถึงเมืองหนองบัวลุ่มภูหรือนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน(หนองบัวลำภูในปัจจุบัน) ถิ่นฐานเดิมที่ได้ลี้ภัยมา

ราชธานี= ตั้งเพื่อให้เกียรติเจ้าเมืองคนแรก(พระปทุมวรราชสุริยวงศ์(เจ้าคำผง))ซึ่งเป็นราชวงศ์เชียงรุ้ง
bomcom no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 06:20 PM   #13
Gaia
Registered User
 
Gaia's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,604
Likes (Received): 108

ทฤษฎีใหม่ในทางประวัติศาสตร์บอกว่า โคราช (Korat) น่าจะมีที่มาจากคำว่า Angkor Raj (แปล :Angkor = นคร, Raj = ราชา:-ราชอาณาเขต) หรือสำเนียงขอม = "โนโกร์เรียช" โดยคำว่า โนโกร์เรียช >> นั้นตรงกับการออกเสียงของสำเนียงไทยเมืองกรุงว่า 'นครราช' (ถ้าอ่านออกเสียงแบบสำเนียงพื้นถิ่นจะออกเสียงว่า น่ะคอนหร่าด) >> ไม่ว่าจะออกเสียงอย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็กร่อนเสียงจนกลายมาเป็น โคราช ในที่สุด ต่อมามีการเติมคำว่า เสมา หรือ สีมา เข้าไป ในสมัยภายใต้การปกครองของสมัยอยุธยา จนกลายเป็น นครราชสีมา ในที่สุด ...

Angkor Raj นอกจากเป็นชื่อเรียกเมือง โคราช ในพงศาวดารของเขมรในอดีต แล้ว คำนี้บังเอิญยังเป็นคำเดียวกับที่เรียกชื่อเพลงชาติ ของราชอาณาจักรกัมพูชาในปัจจุบันด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมและลองฟังเพลง Angkor Raj ที่นี่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%...B8%B2%E0%B8%8A

ปล. ตามภาษาราชการ นครราชสีมา คือชื่อของเมืองอย่างเป็นทางการ ที่ออกเสียงยาวถึง 6 พยางค์ แต่คนทั่วประเทศ และชาวต่างชาติ ถนัดเรียกชื่อที่ไม่เป็นทางการ ที่เรียกว่า โคราช มากกว่า เพราะสะกดสั้นๆ เรียกเพียง 2 พยางค์และจำง่าย เหมือน กรุงเทพมหานคร ถูกต่างชาติเรียกว่า Bangkok น่ะแหล่ครับ




หลักฐานที่แสดงว่า โคราช เป็นชื่อเรียก ที่มีการใช้แพร่หลายอย่างเป็นทางการ



แผนที่ปี 1693 ในบันทึกของเดอ ลาลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส ระบุเมืองที่ชื่อ เมืองโคราชสีมา (Corazema) แสดงให้เห็นว่าชื่อในยุคนั้นมีการเรียก โดยเติมคำว่า 'สีมา' ต่อท้ายแล้ว

ภาพจาก wiki อ่านเพิ่มเติม
__________________
KORAT BOI: The Board Of Investment and Business Promotion For Korat
NCC: Nakhon Ratchasima Chamber Of Commerce
72hrs Amazing Thailand :KhaoYai and Korat Travel Guide

Last edited by Gaia; July 16th, 2009 at 07:50 AM.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 07:45 PM   #14
mbokudake
Valde Carus Meus Nichkhun
 
mbokudake's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hong Kong/ Pathum Thani/ Bangkok
Posts: 1,078
Likes (Received): 22

ไม่ใช่จังหวัดตัวเอง แต่ขอเสนอ

สตูล

ชื่อ “สตูล” นั้นเป็นคำเพี้ยนมาจากคำว่า “สโตย” ในภาษามลายูซึ่งแปลว่า “กระท้อน” หรือต้นกระท้อนก็น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด เพราะสมเหตุสมผลและนักค้นคว้าภาษาศาสตร์ ก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่าไม่มีคำอื่นใดที่น่าจะให้ความชัดเจนกว่านี้ ชาว-มาเลย์เองทั้งสมัยก่อนและสมัยปัจจุบันก็เรียกจังหวัดสตูลว่า “นัครีสโตย” เช่นกัน

http://www.sttc.ac.th/index.php?opti...d=16&Itemid=32

ปัตตานี

ตำนานเรื่องหนึ่งกล่าวถึงกษัตริย์เมืองโกตามะลิฆัย พระนามว่าพญาตู นักปา (Tu Nakpa) เสด็จมาล่าสัตว์บริเวณป่าแถบชายทะเลปัตตานี แล้วทรงเห็นว่าเป็นที่เหมาะสมที่จะสร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่ที่นี่ จึงสั่งเกณฑ์ผู้คนจากโกตามะลิฆัยมาสร้างเมืองและพระราชวังขึ้น แล้วสั่งย้ายผู้คนมาอยู่ที่เมืองใหม่แห่งนี้ ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นที่อาศัยของชายชราชาวมลายูชื่อเอนชิค ตานี (Encik Tani) แต่คนทั่วไปเรียกกันว่าปะตานี หรือเจ๊ะ ตานี เมืองนี้จึงตั้งชื่อขึ้นตามชาวประมงชราผู้นี้

บางสำนวนก็ว่า พญาตู นักปา ติดตามรอยเท้าสัตว์มาถึงชายทะเล ผู้ติดตามทูลว่ารอยเท้าสัตว์ได้หายไปที่หาดแห่งนี้ คำว่า "หาดแห่งนี้" ตรงกับภาษามลายูว่า "ปะตานี" เพี้ยนมาจาก "ปันตัยอินี"

เรื่อง "หาดแห่งนี้" ยังปรากฏสำนวนแตกต่างออกไปอีก คือพระองค์มหาวังษา (พระเจ้ากรุงโรม) ทรงแต่งตั้งให้พระราชโอรสไปครองเมืองต่างๆ เหลือแต่พระธิดาที่ยังหาเมืองไม่ได้ จึงเสี่ยงทายด้วยการใช้ช้างศักดิ์สิทธิ์ ขี่ไปหาเมืองใหม่ ขณะมาถึงชายหาดแห่งหนึ่งก็เห็นกระจงเผือกวิ่งผ่านหน้าแล้วหายไป พระธิดาจึงสั่งให้ทหารออกติดตาม เมื่อทรงถามว่ากระจงหายไปทางไหน เหล่าไพร่พลก็ชี้มือไปทางชายหาด แล้วทูลพร้อมกันว่า "ปันตัยอินี" (หาดแห่งนี้)

ตำนานเมืองปัตตานียังมีอีกหลายสำนวนที่ว่าด้วยที่มาของคำนี้ นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานที่มาของ "ปัตตานี" ในทางภาษาอีกหลายๆ ทาง เช่นมาจาก "ธานี" หมายถึงเมืองใหญ่ริมสมุทร "ปะฏานี" ในภาษาอาหรับ ที่หมายถึงนักปราชญ์ "ปตานี" ในภาษาบาลี สันสกฤต หมายถึงหญิงครองเมือง และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าอาจจะมาจากภาษามลายู "ปะตานี" หมายถึงชาวนา

http://www.kananurak.com/mcontents/m...=87622&Ntype=3
__________________
"NO.1にならなくてもいい
もともと特別なOnly one"

SMAP
"ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้แค่เป็นหนึ่งเดียว"

Last edited by mbokudake; July 13th, 2009 at 07:50 PM.
mbokudake no está en línea   Reply With Quote
Old July 13th, 2009, 09:59 PM   #15
Humble NK
Registered User
 
Humble NK's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Bueng Kan
Posts: 660
Likes (Received): 171

ขอเพิ่มเติมนะครับ
ต้นยางนาเป็นที่มาของชื่อจังหวัด อำเภอ และหลายหมู่บ้านในภาคอีสานเลยทีเดียว

โดยต้นยางนาจะให้ผลผลิตชนิดหนึ่งเรียกว่ายางกราด ลักษณะเป็นยางไม้ข้นเหนียว ติดไฟง่าย คนในสมัยก่อนจึงนำมาทำเป็นคบไ้ฟให้แสงสว่างที่เรียกว่าไต้ ยางกราด ได้เพี้ยนเสียงไปเป็นยางตลาด ซึ่งเป็นชื่ออำเภอหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์

ในอีกภาคหนึ่งที่มีการเก็บยางกราดกันมาก ยางกราด หรือกราดก็ยังได้เพี้ยนเสียงเป็น ตราด ซึ่งเป็นชื่ออีกจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออก
Humble NK está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 14th, 2009, 05:31 AM   #16
H_I_P
Let's Move !!
 
H_I_P's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Khonkaen Bangkok
Posts: 2,362
Likes (Received): 28

ขอน-แก่น เพี้ยนมาจากขาม-แก่น แปลว่าตอต้นมะขามที่เคยถูกโค่นแต่ไม่ตาย สุดท้ายกลับงอกงามยืนต้นขึ้นมาได้อย่างทรนง (ฟังแล้วมงคลดีจัง) ต่อมาเรียกเพี้ยนไปมา จนกลายเป็นขอนแก่น ในปัจจุบัน เป็นชื่อจังหวัดที่ตรงๆ ง่ายๆ แปลกแหวกแนวที่สุด
H_I_P no está en línea   Reply With Quote
Old July 14th, 2009, 10:23 AM   #17
Dek_Phuket
Registered User
 
Dek_Phuket's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Si racha & Bangkok
Posts: 1,097
Likes (Received): 4

ประวัติความเป็นมาของภูเก็ต มีหลายกระแส บ้างก็ว่าภูเก็ตเป็นเกาะ ที่ค้นพบโดยชาวประมง แต่เดิมเรียกว่า “บูกิต” ซึ่งเป็นภาษามลายูแปลว่าภูเขา เพราะเมื่อมองจากทะเล จะเห็นเหมือนมีภูเขา โผล่ขึ้นกลางน้ำ แต่บางกระแส ก็ว่าภูเก็ตมาจากคำว่า “ภูเก็จ” แปลว่าภูเขาที่มีค่า ซึ่งคำว่าภูเก็จนี้มีบันทึก ในเอกสารเมืองถลางว่า ใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2328 มีฐานะเป็นเมือง ที่ขึ้นตรงต่อเมืองถลาง ซึ่งต่อมาคำนี้ได้เปลี่ยนเป็น “ภูเก็ต” โดยไม่ทราบสาเหตุ ดังมีปรากฏอยู่ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2450 เป็นต้นมา โดยเริ่มเป็นที่รู้จักกัน ในฐานะ มณฑลภูเก็ต ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต ในเวลาต่อมา




สำหรับการเรียกขานภูเก็ตของชาวต่างประเทศ ในอดีตนอกจากจะมี ีปรากฎในบันทึก เมื่อปี พ .ศ.700 ของนักเดินเรือ คลอดิอุส ปโตเลมี ที่เรียกผืนดินในบริเวณนี้ว่า " แหลมตะโกลา " แล้ว ได้มีปรากฎหลักฐานการกล่าวถึงผืนดินในบริเวณนี้อีกครั้ง จากบันทึก และแผนที่การเดินเรือมาเอเชียตะวันออกของชาติยุโรป ระหว่างพ .ศ.2054-2397 เรียกผืนดินนี้ว่า " จังซีลอน" นอกจากนี้ ได้มีหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกขานผืนดินนี้ของชาวทมิฬ์ในปี พ.ศ.1568 ว่า " มณิคราม " หมายถึง เมืองแก้ว ซึ่งมีความหมายตรงกับชื่อ " ภูเก็จ " ที่ปรากฎในจดหมายเหตุเมืองถลาง ฉบับที่ 1 ในปีพ . ศ .2328 และได้มีการเรียกขานเรื่อย ๆ จนกลายเป็น " ภูเก็ต " ซึ่งได้ปรากฎในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ พ . ศ .2450 เป็นต้นมา

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ชื่อของจังหวัดภูเก็ตที่ได้มีการกล่าวขานตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันนั้น ประกอบด้วย แหลมตะโกลา มณิคราม จังซีลอน ภูเก็จ และภูเก็ต ซึ่งในบางครั้งได้มีการเรียกขานว่า สิลัน ถลาง และทุ่งคาร่วมด้วย

คำว่า “ภูเก็ต” นั้นเชื่อว่าเพี้ยนมาจากภาษามลายูคือ “บูกิ๊ต (Bukit)” ซึ่งแปลว่าภูเขา ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยตัวเมืองอยู่ที่ถลางซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองถลางเดิมมีขุนนางไทยคอยดูแลรักษาผลประโยชน์เพราะฝรั่งชาติฮอลันดามารับซื้อสินค้าจำพวกแร่ ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๑ พระเจ้ากรุงอังวะยกกองทัพเข้ามารุกรานหัวเมืองฝ่ายตะวันตกแถบชายทะเลของไทยในปี พ.ศ.๒๓๒๘ โดยแบ่งกองทัพยกไปตีเมืองกระ ระนอง ชุมพร ไชยา ตลอดลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนั้นกองทัพกรุงเทพฯ ยังติดพันการศึกที่กาญจนบุรียกมาช่วยไม่ทัน พม่าส่งแม่ทัพชื่อยี่หวุ่น ยกทัพเรือมาตีได้ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า แล้วเลยไปตั้งค่ายล้อมเมืองถลางไว้ ขณะนั้นพระยาถลางถึงแก่กรรมยังไม่ได้ตั้งเจ้าเมืองใหม่ ภริยาเจ้าเมืองถลางชื่อจัน กับน้องสาวชื่อมุก จึงคิดอ่านกับกรรมการทั้งปวงตั้งค่ายใหญ่ขึ้น ๒ ค่าย ป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ พม่าล้อมเมืองอยู่เดือนเศษเมื่อหมดเสบียงก็เลิกทัพกลับไป

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องยศให้วีรสตรีทั้งสองเป็นท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นที่น่าภาคภูมิใจแก่ชาวเมืองตลอดมา เกาะถลางหรือเมืองถลางได้เปลี่ยนชื่อเป็นเกาะภูเก็ต หรือเมืองภูเก็ตในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
Dek_Phuket no está en línea   Reply With Quote
Old July 14th, 2009, 02:04 PM   #18
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,825
Likes (Received): 28



ไม่รู้ว่าผมเข้าใจถูกป่าวนะ?

เมืองถลาง นี่เป็นอดีตเมืองใหญ่ที่สุดในเกาะ แต่เมื่อมีการค้นพบดีบุก เมืองภูเก็ตก็เกิดขึ้นในเวลานั้น ความเจริญหลายๆ อย่างก็เริ่มไหลจากถลางไปภูเก็ต จากตอนแรกที่เมืองภูเก็ต ขึ้นกลับเมืองถลาง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเมืองถลางที่ขึ้นกับภูเก็ต และสุดท้ายก็เปลี่ยนฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต

ผมไม่มั่วใช่ไหมครับ ท่านเจ้าเมืองภูเก็ต?
__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote
Old July 14th, 2009, 02:13 PM   #19
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,825
Likes (Received): 28

ชื่อ ชลบุรี ผมไม่แน่ใจครับ
งั้้นเอาพนัสนิคม ละกัน

เมืองพนัสนิคมโบราณ สันนิษฐานว่าเดิมชื่อเมืองพระรถ ซึ่งเป็นเมืองขอมโบราณ

แต่เมืองพนัสนิคม ยุคใหม่ เกิดในสมัย รัชกาลที่ ๓ จากการกวาดต้อนชาวลาวจากนครเวียงจันทร์มาอยู่ระหว่างเมืองชลบุรี และเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นป่ารกร้าง จึงได้ชื่อว่า "พนัส(ป่า)+นิคม(ชุมชน)" เป็นชุมชนที่อยู่ในป่า (ชาวป่านั่นเอง 555+ )

เชื้อชาติของคนพนัสส่วนใหญ่ในเมืองจะเป็นจีน-ไทย-ลาว ซะเยอะ สำเนียงเลยแปล่งๆนิดๆ พอน่ารัก
__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote
Old July 14th, 2009, 02:20 PM   #20
Pivra
el ประชาธิปัตย์ista
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 375
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by NiShiiZ View Post
ชื่อ ชลบุรี ผมไม่แน่ใจครับ
งั้้นเอาพนัสนิคม ละกัน

เมืองพนัสนิคมโบราณ สันนิษฐานว่าเดิมชื่อเมืองพระรถ ซึ่งเป็นเมืองขอมโบราณ

แต่เมืองพนัสนิคม ยุคใหม่ เกิดในสมัย รัชกาลที่ ๓ จากการกวาดต้อนชาวลาวจากนครเวียงจันทร์มาอยู่ระหว่างเมืองชลบุรี และเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นป่ารกร้าง จึงได้ชื่อว่า "พนัส(ป่า)+นิคม(ชุมชน)" เป็นชุมชนที่อยู่ในป่า (ชาวป่านั่นเอง 555+ )

เชื้อชาติของคนพนัสส่วนใหญ่ในเมืองจะเป็นจีน-ไทย-ลาว ซะเยอะ สำเนียงเลยแปล่งๆนิดๆ พอน่ารัก
ชล แปลว่าน้ำครับ
Pivra no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:08 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu