|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#23961 | |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
พรอมเมนาด้าเริ่มเปิดตัวสู่สังคมเชียงใหม่และภาคเหนืออย่างจริงจังแล้วครับ
แต่อีกเจ้ายังใจเย็นอยู่เลย อย่าคิดว่าสนามเชียงใหม่เป็นของตายนะครับ![]() Quote:
![]() ![]()
Last edited by north11; December 23rd, 2011 at 05:23 AM. |
|
|
|
|
|
|
#23962 | |
|
Registered User
Join Date: Dec 2010
Posts: 1,328
Likes (Received): 118
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#23963 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,575
Likes (Received): 255
|
นางระวิวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่าสภาพอากาศและ การจัดมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โดยในช่วงสามเดือนที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกเฉลี่ยวันละ 10,000 คน หรือเดือนละกว่า 300,000 คน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 9,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่วันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้การบินไทยได้เพิ่มเที่ยวบินพิเศษในวันที่ 29 -30 ธ.ค. 54 และ 2-3 ม.ค. 55 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้โดยสารและเพื่อให้สอดคล้องกับวันหยุดราชการที่รัฐบาลได้ประกาศ นอกจากนี้เที่ยวบินตรงอินชอน-เชียงใหม่ ยังเพิ่มจาก 2 วัน เป็น 4 วันต่อสัปดาห์ ส่วนในเที่ยวบินเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลท์มีการติดต่อจากสายการบินของจีนจำนวนมากโดย เฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน แต่เนื่องจากหลังวันที่ 1 ม.ค. ท่าอากาศยานเชียงใหม่จะเริ่มต้องปรับปรุงทางขับทางวิ่งและต้องปิดทำการระหว่าง 00.00 - 07.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งอาจกระทบ การเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลท์โดยขณะนี้กำลังพูดคุยเพื่อทาทางปรับเวลากันอยู่เพื่อไม่ให้กระทบต่อการท่องเที่ยว ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่จะมีขึ้น ในวันที่ 16 ม.ค. 55 ว่าท่าอากาศยานเชียงใหม่จะเสนอแผนงบลงทุนในการพัฒนาสนามบินด้วยการ จัดทำไพรเวทเจ็ทเทอร์มินอลและขยายพื้นที่ลานจอดเนื่องจากท่าอากาศยานเชียงใหม่มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 8 ล้านคน ส่วนท่าอากาศยานแห่งที่สองถือเป็นเมกกะโปรเจคซึ่งจะเป็นการกำหนดนโยบายของบริษัทท่า อากาศยานไทย แต่โดยส่วนตัวมองว่าขณะนี้ท่าอากาศยานแห่งที่สองยังไม่เจำเป็นเพราะท่าอากาศยานเดิม ยังขยายได้และการลงทุนในสนามบินแห่งที่สองต้องคำนวนความคุ้มค่าทางธุรกิจ |
|
|
|
|
|
#23964 | |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
Quote:
![]() ท่าอากาศยานนานาชาติล้านนา(เชียงใหม่-ลำพูน)คงยังไม่เกิดในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่อีก 10 ปีข้างหน้าอาจเป็นไปได้ครับ |
|
|
|
|
|
|
#23965 |
|
Minato Tomoka Ro Kyu Bu
Join Date: Nov 2009
Location: ウドーンターニー
Posts: 1,672
Likes (Received): 29
|
http://www.bloggang.com/viewdiary.ph...p=104&gblog=27
ติดใจภาพนี้ ![]() super highway สมัยนั้นท่าทางจะกว้างมาก แต่ก็ดูกว้างจริงๆ น่าจะเต็มระยะห่างระหว่างเสาไฟฟ้าเลย 4 เลนด้วยใช่มั้ยนั่น
__________________
THAILAND ❤ JAPAN http://up.40ch.net/swf/view.php?id=000644 My DIY Wallpaper
http://imageshack.us/photo/my-images/89/akibatan.png/ |
|
|
|
|
|
#23966 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
![]() ถนนในภาพนั้นไม่ใช่ซูปเปอร์ไฮเวย์ครับ แต่เป็นถนนห้วยแก้ว หลังรถสองแถวคิดว่าเป็นสี่แยกรินคำ ขวามือที่เห็นหลักขาวดำ คิดว่าเป็นถนนซูปเปอร์ไฮเวย์ ซ้ายมือเป็นถนนนิมานเหมินทร์แต่ก็ไม่่แน่ใจว่าตอนนั้นถนนนิมมานฯตัดหรือยัง
|
|
|
|
|
|
#23967 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2010
Location: 치앙마이 - 람푼
Posts: 1,152
Likes (Received): 100
|
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จัดทัพเทเลเซลส์บุกเชียงใหม่สยายปีกยึดหัวเองเหนือS$Pยกชั้นน่าเชื่อถือฝ่าวิกฤติโลก ![]() แบงก์สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด บุก เทเลเซลล์ เชียงใหม่ พุ่งเป้าสบายปีกบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินเดือน บริการบัตรเครดิต บริการสินเชื่อทั้งบุคคลและเอสเอ็มอี เผยตัวเลขลูกค้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมโชว์ศักยภาพเอสแอนด์พียกระดับความน่าเชื่อถือเป็นแหล่งสินทรัพย์สภาพคล่องสูง-คุณภาพ นางลิน ค็อก กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังจากนำคณะกรรมการบริหารของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาเชียงใหม่ ว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ทางธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ให้ความสำคัญที่สุดในภาคเหนือ เนื่องจาก จ.เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางสำคัญในด้านเศรษฐกิจของภาคเหนือ โดยเป็นจังหวัดที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต่างเห็นศักยภาพของจ.เชียงใหม่ จึงมีการดำเนินการขยายสาขาเป็นจำนวนมาก "จากการสำรวจผลว่าความต้องการของผู้บริโภคในพิ้นที่ โดยเฉพาะด้านสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน ตลอดจนบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต มีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าในเขตหัวเมืองภาคเหนือ จากปัจจัยดังกล่าวธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาเชียงใหม่ จึงเปิดบริการเทเลเซลล์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันที่เชียงใหม่เรามีพนักงานและทีมเทเลเซลล์ 98 คนที่มีประสบการณ์ในการให้บริการและนำเสนอจุดแข็งของธนาคาร ซึ่งเรามีการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าเกิดความเบื่อหน่าย หรือรู้สึกลำคาญเมื่อได้รับโทรศัพย์จากทีมเทเลเซลส์ ซึ่งไม่ใช่การหว่านแหแต่เรามีข้อมูลหรือกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนที่สอดรับกับแคมเปญของธนาคาร" นางลินยอมรับว่า ธนาคารสแตนดาร์ดฯ อาจเป็นธนาคารใหม่ในสายตายของคนภาคเหนือ ทว่าเราเป็นสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง มีสาขาทั่วโลก และได้เปิดให้บริการในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญในยามวิกฤตการเงินโลกธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฯ เอสแอนด์พี กลับประกาศปรับระดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จาก A+ เป็น AA เนื่องจาก งบดุลทางการเงินที่เข้มแข็ง ความสามารถ ในการบริหารจัดการความเสี่ยง และกลยุทธ์การตลาดในการรุกในตลาดที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตในภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลางธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นับเป็นหนึ่งในธนาคารระหว่างประเทศไม่กี่แห่งที่ได้รับการปรับยกระดับความน่าเชื่อถือโดยเอสแอนด์พี ในขณะที่สถาบันการเงินอื่นๆ ถูกปรับลดเครดิต นับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการบริหาร ทั้งในเรื่องของความเสี่ยงและระบบวินัยทางการเงิน" นางสิน กล่าว ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ |
|
|
|
|
|
#23968 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2010
Location: 치앙마이 - 람푼
Posts: 1,152
Likes (Received): 100
|
ซีซั่น แฟชั่นมอลล์ เชียงใหม่'เมียงดง'เมืองไทย ![]() ถือเป็นข่าวดีสำหรับสาวกไทยคอเกาหลี เมื่อซีซั่น แฟชั่นมอลล์ ตลาดนัดสไตล์เกาหลี พร้อมเปิดให้บริการแล้ว... ซีซั่น แฟชั่นมอลล์ ภายใต้สโลแกน "สวย เริ่ด เชิ่ด ถูก" แตกต่างด้วยดีไซน์และบรรยากาศสุดฮิป และได้รวมร้านค้าแฟชั่นอินเทรนด์มากมาย รายล้อมไปด้วยร้านอาหารสุดเก๋ อร่อย เสมือนตลาดเมียงดงในประเทศเกาหลี โดยที่นี่ได้รวมร้านเสื้อผ้าและร้านอาหารกว่า 250 ร้านค้า บนพื้นที่ 7 ไร่ จากแยกหนองประทีป ถนนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางสะดวก ห่างจากสนามบินเพียง 15 นาที เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมอย่างยิ่งใหญ่ โดยนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ทัศนัย บูรณุปกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ ภัทริน ซอโสตถิกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัท รีโนวา ลานนา จำกัด เป็นแม่งานให้การต้อนรับ พร้อมเซเลบริตี้เชียงใหม่ร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ แก้วก๊อ ณ เชียงใหม่ บุตรสาวเจ้าเยาวพรรณ ณ เชียงใหม่ ปรางค์-ฉัตรา โบ๊ด บุตรีท่านกงสุลฝรั่งเศสกิตติมศักดิ์ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ปายปณิดา ตุวานนท์ เจ้าของร้านเดอะสลัดคอนเซ็ปต์ โฉม-ศรสวรรค์ ปินะกาสัง นางแบบสุดฮอตของเชียงใหม่ อภิรักษ์ โกฏธิ หนุ่มหล่อสไตล์เกาหลี มาร์ค-วิทวัส ท้าวคำลือ แห่งบ้านเอเอฟ 7 ปอ-ศิววงศ์ พงศ์พนาไกร ศิลปินวง Raccoon's Party พร้อมการเดินแบบของดาวเดือนมหาวิทยาลัยในเชียงใหม่ทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย ม.เชียงใหม่ ม.พายัพ ม.แม่โจ้ และ ม.เทคโนโลยีราชมงคลวิทยาลัยเขตภาคพายัพ ตามด้วยมินิคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง เบล สุพล หนุ่มเท่เสียงดีมาสร้างความประทับใจ ภัทริน ผู้บริหารโครงการ ซีซั่น แฟชั่นมอลล์ เชียงใหม่ กล่าวว่า "...ซีซั่น แฟชั่นมอลล์ เป็นศูนย์แฟชั่นสไตล์โคเรียน-ล้านนา ซึ่งเราเลือกที่จะเรียนรู้บางมุมจากกระแสเกาหลี คือเน้นส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่กล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ในด้านแฟชั่น และสไตล์การแต่งตัวแบบมิกซ์แอนด์แมตช์ เหมือนกับสโลแกน "สวย เริ่ด เชิ่ด ถูก" ซึ่งวัยรุ่นไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าราคาแพง แต่สามารถแตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบเฉพาะตัว เพราะซีซั่นฯ มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความเป็นตัวของตัวเองในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ฉลาดเลือก และฉลาดซื้อในงบประมาณที่สมเหตุผล" ซีซั่น แฟชั่นมอลล์ ภายในโครงการประกอบไปด้วย โซนแฟชั่นฮอลล์ ร้านค้าแฟชั่นจำหน่ายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเมคอัพแบรนด์ดังจากเกาหลีและญี่ปุ่น มีให้เลือกหลากหลาย ราคาไม่แพง โซนเอาท์ดอร์ รวมร้านอาหารเก๋ เมนูโดน บรรยากาศ ชิลๆ อาทิ แม่มารวยก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ชิซูกะเย็นตาโฟฟองดูหม้อไฟ ก๋วยเตี๋ยวซุปลำไย สเต็กคั่วหอมทานคู่กับกาแฟสด โทมิซูชิ มิสเตอร์ไข่เจียว I'm blue เครปผลไม้เย็น ไอศกรีมไอซ์โคซี่ เป็นต้น นอกจากนี้ โครงการยังมีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง บริเวณโซนอีเวนท์ ฮอลล์ เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงทักษะความสามารถในด้านต่างๆ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมถึงต่อยอดความเป็นมืออาชีพในทักษะความสามารถที่ตัวเองถนัด อาทิ ประกวดซีซั่น สมาร์ท เกิร์ล เฟ้นหาสาวสวยทันสมัย ฉลาดเลือก และฉลาดแต่งตัว พร้อมก้าวสู่วงการแฟชั่น และ ซีซั่น มิวสิก ชาลเลนจ์ ชวนคนรุ่นใหม่เสียงใสประชันการร้องเพลง รวมถึงมินิคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังทุกเดือน ปีใหม่ปีนี้ หากยังไม่มีคิวไปไหน ก็ลองแวะไปที่เมียงดงเมืองไทย ซีซั่น แฟชั่นมอลล์ นะเจ้า ที่มา ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง |
|
|
|
|
|
#23969 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
สวนสัตว์เชียงใหม่จัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสต์ นำแพนด้าน้อยหลินปิงออกสู่ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว สวนสัตว์เชียงใหม่ โดยโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย จัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสต์ในเดือนธันวาคม มีการประดับตกแต่ง ส่วนจัดแสดงกลางแจ้งหรือสวนหลังบ้านของครอบครัวแพนด้าด้วยบรรยากาศคริสมาสต์ พร้อมลุงซานตาครอสและกล่องของขวัญ โดยได้นำแพนด้าน้อยหลินปิงออกมารับอากาศหนาวเย็นด้านนอก นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทยกล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเพื่อเสริมพัฒนาการในการอาหารและการปีนป่ายของแพนด้าน้อยหลินปิงและสร้างความสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ในเทศกาลส่งความสุข หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยให้ครอบครัวแพนด้าเป็นสื่อกลางโดยได้ตกแต่งสถานที่รองรับอย่างสวยงาม เตรียมรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเข้าสวนสัตว์ไม่ต่ำกว่าวันละพันคน จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ดูแลอย่างเพียงพอ และหากจำเป็นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ก็จะจัดรอบให้เหมาะสม แพนด้าน้อยหลินปิงขณะนี้อายุ 2 ปี 7 เดือนน้ำหนัก 100 กิโลกรัม กินอาหาร 12 กิโลกรัมต่อวัน มีพี่เลี้ยง 9 คนดูแลตลอด 24 ชั่วโมงกินไผ่ ใบไผ่ ผลไม้ และแอปเปิ้ลเป็นอาหาร อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์ จนกว่าอายุ 4 ปี ครึ่ง ข่าวโดย : ธนวันต์-นริศรา-อังคณา-กาญจนาพร-อนุสรา หน่วยงาน : สวท.เชียงใหม่ |
|
|
|
|
|
#23970 | |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,575
Likes (Received): 255
|
Quote:
เดียวถ้าเราพัฒนาไปตามแผนที่มีอยู่ทั้งหมดตาม vission 2020 ของเชียงใหม่ รับรองว่าเดียวก็จะไปโลดละครับ ประเทศจีนจะลงทุนในเชียงใหม่อีกหลายรายการครับ ขนส่งมวลชนเค้าก็สนใจจะมาลงทุนให้ แต่ระยะแลกสัมปทานค้อนข้างจะนานเกินไปครับ ที่สำคัญก็คือมันจะเป็นเชิงพาณิชย์ที่จะต้องได้กำไร การเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่จะแพงครับ |
|
|
|
|
|
|
#23971 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
![]() จีนสนใจขนส่งมวลเชียงใหม่หรอครับ เป็นข่าวใหม่สำหรับผมเลย ในเมื่อใครก็ไม่กล้าทำ รัฐบาลก็ไม่กล้าลงทุน เทศบาลก็ไม่อยากเอา ก็ลองให้จีนทำดูจะไปเป็นไรไปล่ะครับ เย็นวันนี้วันศูกร์แห่งชาติอีกแล้วครับท่าน ขับหนีไปเส้นไหนเป็นติดไปหมด ดูก็ป้ายทะเบียนรถเชียงใหม่ทั้งนั้นแหละครับ ก็อยากให้ขนส่งมวลชนเกิดเร็วๆ
|
|
|
|
|
|
#23972 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,575
Likes (Received): 255
|
![]() ผมคิดว่าเรื่องระบบขนส่งมวลชนควรจะให้รัฐบาลหรือท้องถิ่นเราทำเองดีที่สุดละครับ ถ้าให้จีนมาทำเค้าจะคิดถึงกำไรอย่างเดียวมันจะไม่ตอบโจทย์ว่าต้องทำเพื่อให้ประชาชนได้รับตามขั้นพื้นฐาน ถึงจะขาดทุนยังไงก็ต้องอุ้มให้ระับบมี แล้วยิ่งระยะเวลาสัมปทานที่ขอมาทีร่วม 50 ปี ผมว่ามันเวอร์จนถึงเวอร์ที่สุดครับ ภายในระยะเวลา 50 จีนจะทำอะไรได้หมด เกิดอีก 20 ปีข้างหน้าระบบมันมีกำไรแล้ว อยู่ๆประกาศขึ้นราคาเป็น 50-80 บาทตามระยะทางขึ้นมา ใครหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้เลยครับเพราะมันเป็นสิทธิ์สัมปทานของจีน คล้ายกับค่าทางด่วนกรุงเทพฯนั่นแหละครับขนาดเอกชนไทยยังแท้ๆยังโขกกันขนาดนั้น ต่างชาติผมคิดว่าเค้าคงไม่มาสนใจหรอกครับ สุดท้ายมันก็จะวนกลับเข้าสู่วังวนใช้รถส่วนตัวเพราะมันถูกกว่าขนส่งมวลชนแบบเดิม |
|
|
|
|
|
#23973 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
![]() ก็คงอย่างงั้นล่ะครับ แต่ผมก็อยากให้ขนส่งมวลชนเกิดเร็วๆครับ ขนส่งมวลชนเชียงใหม่เป็นอะไรที่ยิ่งกว่าปัญหาโลกแตก ทำไมถึงเกิดได้ยากเย็นขนาดนี้นะครับ
|
|
|
|
|
|
#23974 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,141
Likes (Received): 422
|
โห... ถ้าอย่างนั้นอย่าเลยครับสัมปทาน50ปี ผูกมัดเกินไป
เราทำเองดีกว่า จริงๆปัญหามันไม่ใช่เราไม่มีปัญญาทำหรอกถ้าคิดจะทำจริง ว่าแต่...อ่านข่าวเทเลเซลล์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์แล้วเพลียเลย นสพ.หลุดมากเกินไปแล้วกับการสะกดคำว่า "ลำคาญ" และ "โทรศัพย์" |
|
|
|
|
|
#23975 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2011
Location: Chiang Mai
Posts: 212
Likes (Received): 13
|
เห็นด้วยครับ ขนส่งมวลชนใช่ว่าเราจะทำเองไม่ได้ จริงๆ มันก็ไม่ได้แพงขนาดที่ว่าจ่ายไม่ไหวแต่มันมีผลประโยชน์ร่วมกันเยอะครับ ต่างฝ่ายต่างก็จ้องจะกินเค้กกัน ไม่ได้มองที่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ที่สำคัญที่สุด ยังมีกลุ่มรถที่มีอิทธิพลเหลือเกิน ไม่สามารถไปยุ่งกับพวกเค้าได้ คือถ้าจะทำขนส่งมวลชนจริงๆ ก็ต้องเจรจากับพวกเค้าก่อน ถ้าเค้าไม่เห็นด้วย รับไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะได้เกิดครับ |
|
|
|
|
|
#23976 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 962
Likes (Received): 218
|
![]() ![]() ยิ่งลักษณ์ ทำพิธีต้อนรับ รองประธานาธิบดีจีน พร้อมเจรจาบรรลุข้อตกลง 6 ฉบับ เน้นกระชับสัมพันธ์ การพัฒนาประเทศ ร่วมทุนสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เวลา 17.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีต้อนรับนายสี่ จิ้น ผิง รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ด้วยการเดินตรวจแถวกองเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายสี่ จิ้น ผิง ถือเป็นผู้แทนประเทศจีนสูงสุดคนแรกที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยนับตั้งแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ เข้ารับตำแหน่ง ก่อนที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายสี่ จิ้น ผิง จากนั้น ในเวลาต่อมา นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ และนายสี่ จิ้น ผิง ได้มีการหารือร่วมกัน และได้ลงนามความตกลงระหว่างไทย-จีน 6 ฉบับ เพื่อเป็นการร่วมกันพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-จีน และกระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน โดยความตกลงระหว่างไทย-จีน ทั้ง 6 ฉบับ ประกอบด้วย 1.หนังสือรับมอบความช่วยเหลืออุทกภัย 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืนไทย-จีน แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ 1) ความร่วมมือในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่ และระบบรางอื่น ๆ 2) การพัฒนาระบบบริหารการจัดการน้ำอย่างครบวงจร 3) การวิจัยพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน 4) การพัฒนาด้านการศึกษา และพัฒนาด้านทรัพยากรณ์บุคคลในประเทศไทย3.สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องหาตามคำพิพากษา เป็นการขอโอนและการรับโอนตัวผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาระหว่างไทยกับจีน 4.แผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างปี 2554- 2556 ครอบคลุมถึงกิจกรรมและทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน ที่จะทำงานในช่วง 3 ปีข้างหน้า 5.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางทะเล เป็นความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยด้านสมุทรศาสตร์ และระบบนิเวศวิทยา 6.ความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงิน ตราแบบทวิภาคี ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับธนาคารกลางจีน เป็นสัญญาที่แลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวน และเงินบาท ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกลางของประเทศจีน เพื่อช่วยส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน และการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มีอายุเวลา 3 ปี และมีวงเงินในการจัดทำ 7 หมื่นล้านหยวน หรือ 3.2 แสนล้านบาท มติชนhttp://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0100 คมชัดลึกhttp://www.komchadluek.net/detail/20...%E0%B8%99.html |
|
|
|
|
|
#23977 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 962
Likes (Received): 218
|
![]() สายการบินไทย ลำแรก กระหึ่มทั่วโลก หลังทำการบินด้วย เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ โดยมีแผนการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (Bio Jet Fuels) กับเที่ยวบินพาณิชย์ในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 22 ธ.ค.54 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้นำสายการบินแรกในภูมิภาคเอเชียที่ทำการบินด้วยเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในเที่ยวบินพาณิชย์ โดยเครื่องบินที่ ทีจี 104ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 เส้นทางจากกรุงเทพมาลงยังท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้โดยสารจำนวนกว่า 309 คนมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศรวมถึงบรรดาเด็กนักเรียน อาจารย์ จากโครงการ”พาน้องท่องฟ้า”ร่วมเดินทางมากับเครื่องบินลำแรกของเอเชียที่ใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพนี้ด้วยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ในฐานะสายการบินแห่งชาติที่ตระหนักถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม และจะเป็นกลไกหนึ่งของสังคมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ โดยมีแผนการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (Bio Jet Fuels) กับเที่ยวบินพาณิชย์ในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน โดยจะเป็นผู้นำการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการบินไทยจะนำร่องทำการบินด้วยเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในเที่ยวบินพาณิชย์ เส้นทางบินภายในประเทศเป็นสายการบินแรกในภูมิภาคเอเชีย (The First Passenger Biofuels Flight In Asia)ในวันนี้เที่ยวบินที่ ทีจี 104 เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 – 200 โดยอุตสาหกรรมการบินถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ จากการเผาไหม้น้ำมันฟอสซิล ซึ่งเป้นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดาภวะโลกร้อน โดยทั่วโลกต่างตื่นตัวและหามาตราการรับมือปัญหาดังกล่าวอีกทั้งกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะแหล่งน้ำมันดิบ การขนส่งการกลั่น รวมทั้งการนำมาใช้ จะเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก และยังเป็นการปล่อยธาตุคาร์บอน จากแหล่ง กักเก็บใต้พิภพอีกด้วย และจากการที่อุตสาหกรรมการบินเติบโตอย่างต่อเนื่อง สมาคมขนส่งทางอากาศระวห่างประเทศ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5 เปอร์เซ็นและเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยปีละ 3 เปอร์เซ็น บริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในกลยุทธ์ของแผนยุทธศาสตร์ปี 2554-2560 คือการบริหารเชื้อเพลิงอากาศยาน รวมทั้งการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจการบิน โดยการบินไทยได้กำหนดกลยุทธ์ Travel Green เพื่อใช้เป้นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในฐานะสายการบินแห่งชาติของไทย เราจึงมีแนวคิดพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ(Biofuel) เพื่อนำมาเป็นทางเลือก จากปัจจุบันใช้เฉพาะน้ำมัน JET A-1 ที่มาจากน้ำมันดิบ เพราะว่าการใช้Biofuel ซึ่งผลิตมาจากพืชนั้นเป็นแนวทางที่สำคัญทมี่สุดในการทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศลดลงอย่างยั่นยืน เราจึงพัฒนาเทคโนโลยีในการกลั่นและกระบวนการทางเคมี ทำให้ได้นำมัน Biofuel ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำมัน JET A-1 ทุกประการ แล้วนำไปทดสอบกับเครื่องยนต์เครื่องบิน รวมทั้งทำการบินทดสอบกับเครื่องยนต์เครื่องบิน รวมทั้งทำากรบินทดสอบโดยสารการบินหลายสาย พบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้นี้ สามารถใช้กับเครื่องบินได้ โดยไม่ต้องมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ใดๆของเครื่องบินหรือเครื่องยนต์เลย เราจึงนำมาใช้กับเครื่องบินพาณิชย์ และในอนาคตการบินไทยมีแผนจะใช้ Biofuel ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้นำการใช้ Biofuel ในอุตสาหกรรมการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ http://www.chiangmainews.co.th/page/?p=62647 |
|
|
|
|
|
#23978 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 962
Likes (Received): 218
|
![]() หอคำหลวง |
|
|
|
|
|
#23979 | ||
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
Quote:
ปริมาณรถก็มากขึ้นทุกวัน แต่ขนส่งมวลชนยังล้าหลัง จะปี 2012แล้วแต่ขนส่งมวลชนยังใช้รถกระบะขนคนกันอยู่เลยครับ![]() Quote:
แต่ในเมื่อจีนอยากสร้าง เราก็คว้าไว้ก่อนครับ อยากให้โครงการเกิดขึ้นให้ได้ เชียงใหม่และเมืองต่างๆในภาคเหนือจะพัฒนาไปไกลแน่ๆ เมืองเชียงใหม่มีศักยภาพมากพอครับ รัฐบาลต้องกล้าแล้วล่ะครับตอนนี้ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ไปไหนกันซักที
|
||
|
|
|
|
|
#23980 |
|
Registered User
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,099
Likes (Received): 398
|
จากห้องเชียงราย คุณบุญธรรมครับ
ททท.จัดอันดับ10แหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางสอบถามมากที่สุด นายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า ททท.จัดอันดับ 10 แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักเดินทาง พบว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับการสอบถามและค้นหามากที่สุด สาเหตุที่คนไทยสอบถามการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เข้ามามากสุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสียงสอบถามเข้ามามากที่สุดได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 120 สาย โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ถามถึง คือ ดอยอ่างขาง, ดอยอินทนนท์, ดอยสุเทพ-ดอยปุย, ออบหลวง, ห้วยน้ำดัง และดอยม่อนแจ่ม เป็นต้น รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร , ชลบุรี , นครราชสีมา , เชียงราย และประจวบคีรีขันธ์ ด้านสถิติการจัดเก็บจำนวนคนที่เข้าชมเว็บไซต์ ททท. tourismthailand.org ภาษาไทย ปีนี้ พบว่า จังหวัดที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและเข้าดูข้อมูลมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่, ชลบุรี, กาญจนบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เชียงราย, เพชรบุรี, ราชบุรี และจันทบุรี โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่นั้น เป็นจังหวัดที่ติดอันดับมีคนเข้ามาดูข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ททท. มากที่สุดเกือบทุกเดือน นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า ปี 2555 ได้สั่งการให้ ททท.สำนักงานในประเทศ ทั้ง 37 แห่ง ศึกษาและรวบรวมแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น ในแต่ละช่วงตั้งแต่เดือน มกราคม-ธันวาคม เพื่อจัดเก็บเป็นข้อมูล ในการโปรโมทให้คนไทยเกิดการกระจายตัวในการเดินทาง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี และจะเป็นการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถรวบรวมแล้วเสร็จและดำเนินการได้ในต้นปี 2555 ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ |
|
|
|
![]() |
| Tags |
| berd: ), chiang mai, cnx, mice, thailand |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|