daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old October 21st, 2009, 10:12 AM   #6061
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by kitti View Post
[IMG]http://******************/iv/3936826622_4e4b15b521_b.jpg[/IMG]

ชอบตัวอาคารนี้ครับ สวยดี ดูเป็นล้านนา


ตั้งอยู่ริมน้ำยิ่งสวย
ครับ อาคารนี้เป็นอาคารจอดรถของตลาดวโรรสครับ
warmup no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 21st, 2009, 10:26 AM   #6062
kitti
Registered User
 
kitti's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: @BKK
Posts: 2,504
Likes (Received): 8




ออกแบบได้สวยมากครับ
__________________
C__U
kitti no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 10:35 AM   #6063
kitti
Registered User
 
kitti's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: @BKK
Posts: 2,504
Likes (Received): 8



วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ยี่เป็งเชียงใหม่จอง รร.ขยับ ททท.มั่นใจสะพัดกว่า500ล.

เชียงใหม่ - ททท.เชียงใหม่ ฟุ้งประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ อัตราจองห้องพักพุ่งกว่า 70% เชื่อหยุดยาว 5 วันเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท คาดนักท่องเที่ยวเข้าเชียงใหม่วันละไม่ต่ำกว่า 30,000 คน ขณะที่ อบจ.เชียงใหม่ ชูพลุชุดใหญ่อลังการกว่า 2,000 ดอก
นายเฉลิมศักดิ์ สุระนันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 2552 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. ในส่วนของ ททท.เชียงใหม่ ได้บรรจุไว้ในปฏิทินเป็นงานท่องเที่ยวประจำปีระดับนานาชาติ ซึ่งได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปแล้วทั่วโลก ทั้งในสำนักงานการท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งจะมีให้ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรวบรวมข้อมูลในเว็บไซต์ www.loikrathong.net เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

สำหรับงานประเพณียี่เป็งในปีนี้ คาดว่าจะได้ความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มจะมีทิศทางและแนวโน้มที่สดใสมากขึ้น ประกอบกับความมีเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ เรื่องศิลปวัฒนธรรม จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวงานดังกล่าว ประกอบกับช่วงเวลาจัดงานเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่มีวันหยุดติดต่อกัน คาดว่าเศรษฐกิจในเชียงใหม่ช่วงดังกล่าวจะคึกคักเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 4-5 ดาวในจังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดวานนี้ (19 ต.ค.) พบว่ามีอัตราจองห้องพักกว่า 70% ซึ่งมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีและมั่นใจว่าช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการจัดงานอัตราการจองห้องพักน่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับประมาณการรายได้ในการจัดงาน คาดว่าจะมีเงินสะพัดวันละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งตลอดระยะเวลาช่วงวันหยุด 5 วัน จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่เฉลี่ยวันละ 30,000 คน

นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ 3 ไตรมาสแรกของปี 2552 ไม่ค่อยดีนักจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่ในไตรมาสสุดท้ายเชื่อว่าจะกระเตื้องขึ้นโดยสังเกตจากอัตราจองห้องพักในประเพณียี่เป็ง ซึ่งถือเป็นเทศกาลต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สำหรับประมาณการรายได้ตลอดทั้งปีคาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรืออาจจะบวกลบเล็กน้อยโดยในปี 2551 จังหวัดเชียงใหม่มีรายได้จากการท่องเที่ยว 38,000 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวจำนวน 5 ล้านคน โดย 70% เป็นคนไทย

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ กล่าวว่า อบจ.เชียงใหม่ ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานประเพณียี่เป็ง โดยในส่วนของ อบจ.เชียงใหม่ จะอยู่ที่การตกแต่งเมืองเชียงใหม่ทั้ง 4 ด้วยดอกไม้ให้สวยงาม นำประติมากรรมรูปสัตว์ในโบราณคดีทั้ง 25 ตัวมาประจำทุกจุดน้ำพุรอบคูเมืองเชียงใหม่ รวมถึงการสร้างโคมลอยยักษ์ครอบครัวหมีแพนด้า จำนวน 3 ตัว "พ่อช่วงช่วง แม่หลินฮุ่ย และหลินปิง" โดยจะมีการปล่อยขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมกัน ในวันที่ 2 พ.ย. เวลา 09.00 น. หลังจากพิธีบวงสรวงเจดีย์ขาวขอขมาพระแม่คงคา

พร้อมกันนี้ ยังมีการจุดพลุกว่า 2,000 ดอก ซึ่งเป็นพลุที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ โดยได้ผู้เชี่ยวชาญจากการทำพลุในงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีนมาดูแลทั้งหมด โดยจะใช้เวลาในการปล่อยประมาณ 15 นาที ที่ข่วงประตูท่าแพ ในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อให้คนไทยและต่างชาติได้เห็นความงาม และความมีเสน่ห์ของจังหวัดเชียงใหม่

http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29677314
__________________
C__U
kitti no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 10:53 AM   #6065
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

กอ.รมน.จว.ชม.จัดเวทีประชาคมแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เสี่ยง 3 อำเภอ


กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ จัดเวทีประชาคมในพื้นที่ อำเภอแม่แตง โดยเน้นการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอ กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แตง โดยมีกลุ่มพลังมวลชน อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหารกองหนุนรวมทั้งวิทยุชุมชน จำนวนกว่า 100 นายเข้าร่วมในการจัดงานครั้งนี้


พล.ต.อรรคเดช ทรงวิทย์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ (ฝ่ายทหาร) เปิดเผยว่า กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดเวทีประชาคมแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แตง ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เสี่ยง 3 อำเภอ ประกอบไปด้วย อำเภอแม่แตง อำเภอไชยปราการและ อำเภอฮอด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในการป้องกันและการปราบปรามปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ของตนเอง รวมทั้งเป็นเครือข่ายด้านการข่าวร่วมกับ กอ.รมน. จังหวัดเชียงใหม่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ (ฝ่ายทหาร) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2552 กอ.รมน. จังหวัดเชียงใหม่ยังได้กำหนดการจัดเวทีประชาคมครั้งที่ 3 ในวันที่ 26 ตุลาคม 2552 ณ ที่ว่าการอำเภอไชยปราการ และครั้งที่ 4 ในวันที่ 29 ตุลาคม 2552 ณ ที่ว่าการอำเภอฮอด อีกด้วน หลังจากนั้น กอ.รมน. จังหวัดเชียงใหม่จะได้นำผลการดำเนินการจากการจัดเวทีประชาคมทั้ง 4 ครั้งมาใช้ในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสำเร็จของการดำเนินงานต่อไป

ข่าวโดย : นางสาว สุกัญญา แสนคำ
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 10:54 AM   #6066
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ต้อนรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ประเดิมต้อนรับผู้โดยสารต่างชาติชุดแรกที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่


นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเชียงใหม่ Time to Moving in Chiang Mai เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เชิงรุก ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ให้มีความคึกคัก ณ อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยได้ต้อนรับแขกชุดแรกเป็นผู้โดยสารที่มาจากประเทศ อินเดีย และสิงคโปร์ ด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ และร่มพื้นเมืองขนาดจิ๋ว พร้อมสาวงามฟ้อนรับผู้โดยสาร สร้างความประทับใจและสีสันการท่องเที่ยวเชียงใหม่อย่างมาก กิจกรรมดังกล่าวเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชียงใหม่ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมิตรไมตรี โดยฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังเริ่มต้นนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีกิจกรรมรองรับมากมาย เช่น งานประเพณียี่เป็ง งานเชียงใหม่ Count Down 2010 งานกุหลาบเหมันต์ งานฤดูหนาวและงานกาชาด งานร่มบ่อสร้าง งานไม้แกะสลักบ้านถวาย งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ งานของดีอำเภอต่าง ๆ งานศิลปวัฒนธรรมล้านนา งานประเพณีบูชาเสาอินทขีลและงานสงกรานต์
ปี 2549 มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเชียงใหม่ กว่า 5 ล้าน 5 แสนคน มีรายได้รวมทั้งปีกว่า 39 ล้าน7 แสนบาท ปี 2550 มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกว่า 5 ล้าน 3 แสนคน รายได้รวมกว่า 38 ล้าน 8 แสนบาท ขณะที่ปี 2551 มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกว่า 5 ล้าน 3 แสนคน รายได้กว่า 38 ล้าน 1 แสนบาท ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 1-4 ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและโรคระบาด ปีนี้ทุกหน่วยงานได้พร้อมใจกันกู้ภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม เมืองแห่งวิถีชีวิต และเมืองแห่งความรักสามัคคี ที่มีธรรมชาติที่งดงาม ร่ำรวยศิลปวัฒนธรรมล้านนา


ข่าวโดย : ธนวันต์-ณมรรษพล สวท.เชียงใหม่
หน่วยงาน : สวท.เชียงใหม่
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 10:55 AM   #6067
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

คำสั่งซื้อโคมยี่เป็งหมู่บ้านเมืองสาตร เชียงใหม่พุ่งคาดรายได้สะพัด 15 ล้านบาท

[img]http://******************/in/mnewsimages_119732.jpg[/img]

เชียงใหม่ 10 ต.ค.- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใกล้ถึงช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ช่างประดิษฐ์โคมยี่เป็งล้านนา ในหมู่บ้านเมืองสาตร ตำบลหนองหอย ในตัวเมืองเชียงใหม่ แหล่งผลิตโคมขนาดใหญ่ของเมือง เร่งประดิษฐ์โคมยี่เป็งล้านนา ที่ใช้ในงานประเพณียี่เป็งหรืองานลอยกระทงตามประเพณีปฏิบัติ เพราะมีลูกค้าทุกภาคส่วนได้สั่งจองล่วงหน้ากว่า 500,000 ชิ้น ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบทุกขนาด ราคาตั้งแต่ชิ้นละ 12 บาทถึง 1,500 บาท ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งหมู่บ้าน เช่นเดียวกับโคมลอย โคมไฟก็มียอดสั่งจองกว่า 100,000 ชิ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าต่างจังหวัด โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวในภาคใต้

นอกจากนี้ ยังมีผางประทีปที่ใช้จุดบูชาในเทศกาล มียอดสั่งจองให้ผลิตกว่า 100,000-200,000 ชิ้น คาดว่าช่วงยี่เป็งจะมีเงินสะพัดในหมู่บ้านเมืองสาตรแห่งนี้ ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่ามีอัตราการจองห้องพักช่วงเทศกาลยี่เป็งใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15-20 คาดว่าจะมีรายได้สะพัดวันละมากกว่า 100 ล้านบาท.

-สำนักข่าวไทย
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 11:01 AM   #6068
kenzo007
BANNED
 
Join Date: Jun 2009
Location: kk ud cm
Posts: 290
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by kenos View Post
พื้นที่เฉพาะตัวศูนย์การค้าทั้งหมด 290,000 ตารางเมตรครับ ถ้ารวมโรงแรมกับอ๊อฟฟิตบิวดิ้งและโรงละครกาดเธียเตอร์แล้วหน้าจะอยู่ที่ไม่เกิน 5-6 แสนตารางเมตรครับ โรงแรม โลตัส ปางสวนแก้ว มี 2 ฝั่งครับ ฝั่งสุเทพวิง จะเป็นโซนห้องพักที่คุณวอมอัพเอารูปมาลงนั่นแหละครับ ฝั่งห้วยแก้ววิง จะเป็นโซนศูนย์ประชุมไม่ว่าจะเป็น บ้านล้านตอง ที่ใส่คนได้มากที่สุดตอนนี้แบบยืนได้ 7-8 พันคน แบบจัดที่นั่งได้ 6 พันที่นั่งแต่ถ้าเสริมสแตนที่นั่งด้านหลังแบบพารากอนจะใส่ได้เพิ่มไปอีก รวมไปห้องเล็กอย่างบ้านแสนตอง สันปันน้ำ และห้องต่างๆอีกกว่า 15 ห้องรายการสำคัญๆจะมาออดิชั่นที่นี้แหละครับฝั่งห้วยแก้ววิง อ๊อฟฟิตบิวดิ้งจะอยู่ที่ชั้น 7-10 ครับตอนนี้ CKA เจ้าของโครงการ CNX Movie World เหมาพื้นที่อยู่ที่ 80% จากทั้งหมดทำสตูดิโออยู่ครับส่วนที่เหลือก็จะเป็นอ๊อฟฟิตสาขาภูมิภาคของ ช่อง 3 กับ 9 ครับละก็สำนักงาน บริษัท กาดศิลป์ บริษัทลูกของกาดสวนแก้วครับดูแลโรงละครกาดเธียเตอร์อยู่ ซึ่งโรงละครกาดเธียเตอร์หลายๆคนก็คงจะทราบนะครับว่าใหญ่แค่ไหนพื้นที่ของโรงละครจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 4 - 8 ของกาดสวนแก้วครับโดย เวทีการแสดง อยู่ที่ชั้น 5 ส่วนที่นั่งคนดูจะเรียงขึ้นไปตั้งแต่ชั้น 5 - 8 โดยชั้น 4 จะเป็นพื้นที่ใต้เวทีเป็นที่พักของนักแสดงกับหลุมออเครสต้าสเตจครับถ้าหากว่าเปิดเวทีด้านหน้าออกตามมาตราฐานโรงละครระดับโลกครับผมเคยเขียนกระทู้ไปละว่ามีละครเวทีบอร์ดเวย์เรื่องไหนมาเล่นที่นี้บ้างลองย้อนๆอ่านดูเอาก็แล้วกันนะครับ

ทุกวันนี้กาดสวนแก้วจะมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ครับเพราะพื้นที่มีมากแต่การจัดวางร้านค้าต่างๆไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่โดยเฉพาะโซนหลังๆอย่างโซน B กับ C ครับเห็นมีปัญหามาโดยตลอดก็ยังหวังอยู่ลึกๆนะครับว่าเค้าจะปรับปรุงเพราะถ้าทำได้รับรองต่อให้เซ็นทรัลเข็นสาขามาเปิดแข่งอีกกี่ที่ก็ไม่มีทางที่จะชนะกาดสวนแก้วได้ครับเพราะทำเลดีกว่าเห็นๆ
ใหญ่มาก ใหญ่กว่าเซ็นทรัลแอร์พอร์ตอีกเหรอครับเนี่ย
kenzo007 no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 12:40 PM   #6070
kitti
Registered User
 
kitti's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: @BKK
Posts: 2,504
Likes (Received): 8



สวยมากครับ
__________________
C__U
kitti no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 01:48 PM   #6071
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

เชียงใหม่หนาวมาก


ช่วงนี้ในกรุงเทพฯ แม้ฝนจะยังตกอยู่ แต่ช่วงเช้าๆ ถ้าได้ยืนอยู่นอกชานบ้าน ท่านผู้อ่านหลายคนคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของ “ฤดูหนาว” ที่กำลังจะมาเยือน

ส่วนตัว เมื่อกล่าวถึงฤดูหนาว ผมมักจะนึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ เหตุเพราะตั้งแต่เป็นนักเรียนใส่กางเกงขาสั้น จนกระทั่งทำงานเป็นนักข่าว ทุกๆ ปี ผมจะได้มีโอกาสไปเยือนเมืองเชียงใหม่ ปีละหลายๆ ครั้งเสมอ ทั้งด้วยภารกิจทางหน้าที่การงานและภารกิจส่วนตัว โดยในความผูกพันกับเมืองหลวงของภาคเหนือแห่งนี้นอกจากเรื่องงานแล้ว ในแง่มุมของครอบครัว ภรรยาของผมยังเป็น “ลูกช้าง” หรือ “ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่” อีกด้วย

ทว่า ในช่วงหลังมานี้ ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่เข้ามากระทบกับความรู้สึกบางประการ ทำให้ตัวผมเองไม่ได้กลับไปเยือนเชียงใหม่มา 3-4 ปีแล้ว

ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศจีนกับรุ่นพี่ร่วมอาชีพผู้กว้างขวางด้านการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นนักธุรกิจท้องถิ่นที่ผูกพันอยู่กับเมืองเชียงใหม่มาเกือบทั้งชีวิต

“ยังโชคดีที่ได้หมีแพนด้ามาช่วยเอาไว้ แต่ถ้ายังขืนปล่อยไว้แบบนี้ คนเชียงใหม่ตายแน่” รุ่นพี่ผู้นั้นกล่าวถึงปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

ในทางการเมืองที่มีผู้พยายามแบ่งสี-แบ่งค่ายให้เป็นสีเหลืองและสีแดง เป็นที่ทราบกันดีว่า เมืองเชียงใหม่นั้นนอกจากจะเป็นถิ่นฐานสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้หลบหนีโทษจำคุก 2 ปีของศาลฎีกาแล้ว เชียงใหม่ยังถือเป็นเมืองหลวงของ “คนเสื้อแดง” ด้วย

ความรุนแรงหลายครั้งที่คนเสื้อแดง เชียงใหม่ก่อขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ “กลุ่มรักเชียงใหม่ 51” เข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนที่สนามบินเชียงใหม่ จนได้รับบาดเจ็บหนัก อีกทั้งยังมีการเข้าปิดล้อมหมู่บ้านระมิงค์นิเวศน์ ที่ตั้งของบ้านแกนนำพันธมิตรฯ เชียงใหม่ และกลุ้มรุมทำร้ายนายเชษฐา เจียมกิจวัฒนา บิดาของนายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา พันธมิตรฯ เชียงใหม่ และเจ้าของสถานีวิทยุชุมชมวิหคเรดิโอจนเสียชีวิต

รวมไปถึงกรณีความรุนแรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเดือนเมษายน 2552 และเหตุการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงได้ทำการปิดล้อม สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ (สภ.ภูพิงค์) จนทำให้เกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงเพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวคนเสื้อแดงที่ถูกจับเนื่องจากพกพาอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความรุนแรงและการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไร้กระบวนของกลุ่มเสื้อแดงผู้จงรักภักดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมดได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งคนเชียงใหม่ เมืองเชียงใหม่ และที่สำคัญคือ ธุรกิจการท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงปากท้องผู้คนของนครเก่าแก่แห่งนี้

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีความพยายามจากกลุ่มนักธุรกิจ-หอการค้า-นักวิชาการที่ต้องการผลักดันให้มีการจัดแถลงข่าวและจัดเวทีให้กลุ่มคนเสื้อเหลือง กับ เสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ มาจับมือกัน เพื่อหวังว่าภาพดังกล่าวจะช่วยแก้ปมปัญหาการท่องเที่ยวและธุรกิจของเชียงใหม่ได้

หากจะกล่าวไป ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันว่า เหตุใด “เชียงใหม่” จึงเป็นจังหวัดท่องเที่ยวเพียงแห่งเดียวที่ออกมาป่าวประกาศว่าได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องสีเหลือง-สีแดง มากที่สุด

ทั้งๆ ที่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การท่องเที่ยวในพื้นที่/จังหวัดอื่นๆ อย่างเช่น ในเขตภาคใต้-ภาคตะวันออก ที่มีการรวมตัวของคนเสื้อเหลืองอย่างเป็นกลุ่มก้อน เช่น หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หรือกระทั่ง ชลบุรี-พัทยา ที่คนเสื้อแดงเดินทางไปล้มการประชุมอาเซียนเมื่อเดือนเมษายน 2552 และสร้างภาพลบให้เมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคตะวันออกอย่างใหญ่หลวง กลับได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองแต่ในระยะสั้นเท่านั้น และเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวมาได้สักพักหนึ่งแล้วตามสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ด้วยเหตุนี้ คำถามจึงมาตกอยู่ที่ว่า ในการแก้ไขปัญหาความตกต่ำทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ เพื่อให้ทันฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เทศกาลลอยกระทง ต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2553 ด้วยวิธีการเปิดแถลงข่าว โดยเอาเสื้อเหลืองและเสื้อแดงมาจับมือกันนั้นตรงจุดหรือไม่?

นอกจากนี้ คำถามที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวที่ถูกต้องหรือไม่?

จริงๆ คำตอบของคำถามแรกนั้น ผมเชื่อว่า หลายท่านคงทราบอยู่แก่ใจแล้วจากเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มาว่า ปัจจัยชี้ขาดความสมานฉันท์และความสงบสุขจะเกิดขึ้นแก่เชียงใหม่หรือไม่นั้นมิได้อยู่ที่กลุ่มเสื้อเหลืองที่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยในเชียงใหม่ และแสดงออกทางการเมืองอย่างสงบสันติมาตลอด แต่อยู่กับกลุ่มเสื้อแดงที่มีพฤติกรรมและประวัติในการใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในจุดนี้ ก็มีผู้จับตาดูอยู่ว่า ปัจจัยเสริมอย่าง นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่สายพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งขึ้นมาจะเข้ามากระพือเพลิงความขัดแย้งให้ลุกโชนขึ้น หรือช่วยบรรเทาความรุนแรงให้เบาบางลงกันแน่

ส่วนคำตอบของคำถามที่สองนั้น ผมเชื่อมั่นว่า ปัจจัยที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวนั้นตกอยู่ในความรับผิดชอบของชาวเมืองเชียงใหม่เองว่า จะปล่อยให้นักการเมืองเอาเกมการเมืองระดับชาติ หยิบยกเอาเรื่องการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ของพวกพ้องตัวเอง โดยใช้วิธีเกณฑ์คนต่างถิ่น/นอกพื้นที่ก่อความรุนแรง เข้ามามีอำนาจเหนือตนเองในการกำหนดชะตากรรมของคนเชียงใหม่ และอนาคตทางเศรษฐกิจของคนเชียงใหม่ทั้งหมดหรือไม่

หากคนเชียงใหม่ไม่รีบตัดสินใจ ไม่ลงมือทำและไม่เริ่มแก้ไขตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าหน้าท่องเที่ยว ช่วงเทศกาล หรือฤดูหนาวของปีนี้หรือปีไหนๆ ก็คงยากที่เชียงใหม่จะดึงคนให้กลับไปเที่ยวได้เหมือนเดิมอีก

astv ผู้จัดการ
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 01:51 PM   #6072
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

สัพพัญญูลิ่วรอบ32ขนไก่วิคเตอร์เชียงใหม่

เจ้าไบท์" สัพพัญญู อวิหิงสานนท์ ขนไก่หนุ่มจากรอยัลสตาร์ ยังไร้เทียมทานลงบู๊นัดแรกในรอบสองสอยเด็กรัตนบัณฑิต นพรัตน์ หิริพงศธร สบาย 2 เกมรวด ลิ่ว 32 คนสุดท้ายไปพบกับ ชัชวาล ธีระเธียรประภา จากเอฟวายซี ขณะที่เต็ง 1 "เจ้าไอซ์" สิทธิชัย วิบูลสิน รองแชมป์ชายเดี่ยวกีฬาชาติ ยังเฉียบเปิดสนามทุบ อดุลย์ สิทธิสม มือดีจากสิงห์ เอชเอชกระจุย 2-0 เกมลอยลำเข้ารอบสามได้เช่นกัน ศึกขนไก่รุ่นทั่วไป แบดมินตัน วิคเตอร์ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ โอเพ่น 2009 วันที่ห้า


การแข่งขันแบดมินตัน วิคเตอร์ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ โอเพ่น 2009 ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันวันที่ห้า โดยไฮไลต์รุ่นทั่วไป ประเภทชายเดี่ยว เปิดฉากวันแรกสุดเข้มข้น มือเต็ง 1 และ 2 ยังเอาตัวรอดลอยลำเข้ารอบต่อไปได้

โดย "เจ้าไบท์" สัพพัญญู อวิหิงสานนท์ จากรอยัลสตาร์ รองแชมป์เก่ารุ่นโอเพ่น และแชมป์รุ่นจำกัดมือปีก่อน รวมถึงล่าสุดเพิ่งไปคว้าแชมป์ชายเดี่ยวในกีฬาแห่งชาติ "ตรังเกมส์" มาสดๆ ร้อนๆ แต่ทว่ารายการนี้ได้เป็นมือวาง 2 ของรายการ เปิดสนามนัดแรกในรอบสอง พบกับ นพรัตน์ หิริพงศธร นักตบความหวังจากม.รัตนบัณฑิต ปรากฏว่า สัพพัญญู ยังโชว์ฟอร์มได้เฉียบคมเอาชนะไปไม่ยาก 21-19, 21-14 ลอยลำเข้ารอบสาม หรือรอบ 32 คนสุดท้ายไปพบกับ ชัชวาล ธีระเธียรประภา จากเอฟวายซี ที่เอาชนะ พฤกษ์ ถิรพงศ์พัฒนา จากธนบุรี 21-14, 21-11

ขณะที่มือวาง 1 "เจ้าไอซ์" สิทธิชัย วิบูลสิน จากศิริภูล ดีกรีรองแชมป์ชายเดี่ยวกีฬาแห่งชาติ "ตรังเกมส์" ล่าสุด ไม่น้อยหน้านัดแรกเค้นฟอร์มเหนือชั้นเอาชนะ อดุลย์ สิทธิสม มือดีจากสิงห์เอชเอช 21-10, 21-9 ทำให้ผ่านเข้ารอบสามได้เช่นกันโดยจะไปพบกับ ธีรภัทร คงดี จากทหารอากาศ ที่เอาชนะ ฐิติพงค์ เนตรโสภณ จากเอ็มซีพี 21-17, 21-11 ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้ รุ่นทั่วไป ชายเดี่ยว รอบแรก รชต จันดาวรรณ (ที.ไทยแลนด์) ชนะ ธีรภัทร สิงห์สุวรรณ (เอช พี เชียงราย) 21-15, 21-9, ธนัญชัย สุขสมบัติเสถียร (เสนานิคม) ชนะ พีรณัฐ ร้อยถิ่น (ธนบุรี) 21-16, 19-21, 21-18, ศิริวัฒน์ มาตยานุมัติ (ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ชนะ ปัณณวิชญ์ พุทธวรรณ (ม.ธรรมศาสตร์) 21-14, 21-16, ปิติพัฒน์ ธาราวงศ์สถิต (บอยคลับ) ชนะ จิรพัฒน์ ฉั่นพัฒนพงศ์ (เทศบาลนครพิษณุโลก) 21-17, 22-20

สุเมธ วิริยชัยฤกษ์ (ราชพฤกษ์) ชนะ ปพน ธนาวุฒิกร (ศิริกรณ์ เชียงราย) 21-5, 21-5, มฆวาน เสริมดำรงค์ศักดิ์ (ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น) ชนะ คณิศร อุ่นจิตติกุล (เอ็มซีพี) 19-21, 21-14, 21-15, พลวัต บุญปาน (ภคภัทร์) มือวาง 3 ชนะ สามารถ ใจเตี้ย (แบดมินตันลำพูน) 21-6, 21-17, ณรงค์ชัย สุววรณพรม (จามเทวี) ชนะ ฐากูร วัฒนาวนิชย์ (แบดมินตันจ.ตาก) 21-12, 21-10, ปิติวัฒน์ รัศมีกิจธรรม (สิงห์ เอชเอช) ชนะ ธันย์ นิวัฒนุวงศ์ (ธนบุรี) 21-17, 21-16, พีรวุฒิ สำเร็จผล (ที.ไทยแลนด์) ชนะ เกียรติพงศ์ วิเศษพันธ์พงศ์ (ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) 21-13, 21-18, ภาดร รักท้วม (เอ็มซีพี) ชนะ สัณฐิติ เพ็งดิษฐ์ (รอยัลสตาร์) 21-7, 21-8, พงศธร ประภากร (เอ.เอส.เค) ชนะ สมศักดิ์ เทพทองดี (รพ.เพชรบูรณ์) 21-12, 21-12, เตวิช หัตถวานิชากรกุล (ดิลก) ชนะ เรืองวิทย์ ธุระมาลย์ (ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น) 21-14, 21-12, รัฐศาสตร์ นารอง (มทบ.11) ชนะ ธารา เรืองศักดิ์วิชิต (ที.ไทยแลนด์) 18-21, 21-15, 21-17, ทรงวุฒิ จันทร์คำ (เสนานิคม) ชนะ สิทธิพงศ์ คล่องแคล่ว (ม.แม่ฟ้าหลวง) 21-15, 21-7, พิงค์ โพธิอาศน์ (เชียงใหม่) ชนะ ชนานันท์ อุตมัง (รอยัลสตาร์) 21-14, 18-21, 21-10, อุปถัมภ์ เพชรรักษ์ (จามเทวี) ชนะ ถิรวุฒิ กฤติการักษ์ (แบดมินตันจ.ตาก) 21-7, 15-21, 21-9, ณัฐพล สารวัลย์ (บอยคลับ) ชนะ ศรัณยู วสุวัต (ม.เชียงใหม่) 21-15, 21-12, พีระศักดิ์ วิริยะผดุงพงษ์ (ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ชนะ สิทธิชน วงศ์อักษร (ธนบุรี) 21-10, 21-9, ตะวัน หวนสุริยา (ต้นกล้าตะวัน) มือวาง 4 ชนะ สุรเชษฎ์ ปกครองสกุล (ม.เชียงใหม่) 21-4, 21-17

สารินทร์ ทองประดิษฐ์ (ม.เชียงใหม่) ชนะ ณัฐดนัย อุ่นใจ (เอ็มซีพี) 21-17, 21-11, จตุพล ชัยทองวงศ์วัฒนา (บ้านทองหยอด) ชนะ ไพลิน ลิ้มสกุล (ทหารอากาศ) 21-13, 18-21, 23-21, ธนวันต์ วีระสกุล (ม.เกษตรศาสตร์) ชนะ เอกพงศ์ วิเศษพันธ์พงศ์ (ธนบุรี) 21-11, 21-14, ธเนศ โตเจริญบดี (ที.ไทยแลนด์) ชนะ เจนรบ เจนจิตรานนท์ (บอยคลับ) 21-19, 21-15, ธนยศ สอนดี (ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ชนะ ชัยรัตน์ มิคะ (ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น) 21-11, 21-16, การย์รัณเอก ทับทิมดง (ม.เกษมบัณฑิต) ชนะ ณัฐดล หาญภักดีปฎิมา (เอ็มซีพี) 13-21, 24-22, 21-16

รุ่น 13 ปี คู่ผสม รอบ 32 คู่ กิตตินุพงษ์ เกตุเรน-พุธิตา สุภจิรกุล (สิงห์ เอชเอช) มือวาง 1 ชนะ อดุลรัชต์ นามกูล-ณัฐธิดา พรพิภาค (สิงห์ เอชเอช-ลานนาเชียงใหม่) 24-22, 21-9, บุริมสิทธิ ปราโมช ณ อยุธยา-ศิรประภา วงศ์เสนา (เชียงใหม่) ชนะ ไกรพิชย์ ชอบผล-สวิตา ชาญเพราะ (แม่สาย-สุโขทัย) 21-17, 21-6, ปัณณ์ เทพกุณหนิมิตต์-รวิมน เอี่ยมรัตนเมธีกุล (บ้านทองหยอด) ชนะ ณภัทร ขระเขื่อน-กัณฐิกา เต็งศิริวัฒนานนท์ (ลำปาง) 21-7, 21-7, วรากร หลงเจริญ-ณัชชา วงศ์ชนะชาติ (บ้านทองหยอด-เอฟวายซี) ชนะ อัฑฒ์ เชียงหว่อง-ธันยธร คุณาอนุวิทย์ (ทริปเปิล วี) 21-6, 21-16

สยามสปอต
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 01:52 PM   #6073
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

อลังการงาน “Chiangmai Flora Blossom Celebration

[img]http://******************/i2/iq7109115e5bec458af973d5ecc8a59515.jpg[/img]

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดงาน “Chiangmai Flora Blossom Celebration” เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ณ บริเวณชั้น G ลานวีดีโอวอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โดยได้รับเกียรติจากผู้มีชื่อเสียงหลากหลายวงการ อาทิ คุณสมศักดิ์ ชลาชล (Hair Hero of APEC), คุณสกุล อินทกุล (นักจัดดอกไม้ชื่อดังของเมืองไทย), ลานนา คัมมินส์, และกงสุลกิตติมศักดิ์จากประเทศต่างๆ กว่า 8 ประเทศ อาทิ
1. กงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศฝรั่งเศส ประจำจ.เชียงใหม่ มิสเตอร์โตมา โบ้ด
2. Deputy Head of Mission แห่งสถานทูตเปรู ประจำประเทศไทย มิสเตอร์อาตูโร่ อาซีเนก้า
3. กงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจ.เชียงใหม่ คุณจู้ เหวิน หมิ่น
4. กงสุลใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ คุณจุนโกะ โยะโคะตะ
5. กงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศอังกฤษ ประจำจ.เชียงใหม่ มิสเตอร์เบน สวัสดิวัฒน์ ทอมป์สัน
6. ผู้แทนกงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศออสเตรเลีย ประจำจ.เชียงใหม่ มิสเตอร์เดวิด ฮาคาสเติ้ล
7. กงสุลใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำจ.เชียงใหม่ มิสเตอร์ไมเคิล เค มอร์โรว์
8. กงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศกรีซ ประจำจ.เชียงใหม่ ดร.จอร์จ ซีโอริส

พร้อมด้วยนางแบบกิตติมศักดิ์ สิรินทร์ และ ฉัตรา โบ้ด บุตรสาวท่านกงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศฝรั่งเศสประจำ จังหวัดเชียงใหม่ ดารารับเชิญ โฬม พัชฎะ+เอมี่ มรกต และพิธีกรรับเชิญ พรหมพร ยูวะเวส ร่วมสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย...

ThaiPR.net
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 01:59 PM   #6074
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

อธิบดีกรมอาเซียน" แถลงยันความพร้อมประชุมอาเซียน

เมื่อเวลา 15.30 น. นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน และน.ส.วิมล คิดชอบ ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมของการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ว่า การจัดการประชุมก็มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน อาทิ สถานที่การจัดการประชุม ที่พัก ความสะดวกต่างๆ ระบบการจราจร ที่ได้เปิดใช้อาเซียนเลนแล้ว ด้านศูนย์ข่าวฯ ก็ได้ทดสอบถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง ส่วนความพร้อมด้านการแพทย์ ก็มีหน่วยแพทย์และพยาบาลมาประจำการ ซึ่งเรียกว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ขณะที่ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมฯ คาดว่าจะมีประมาณ 3,000 คน

ด้านนายวิทวัส กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (21 ต.ค.) ได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน และในช่วงเย็น การประชุมในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส จาก 5 กลุ่ม ประกอบด้วย ระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่อาวุโสเสาสังคมและวัฒนธรรม อธิบดีกรมอาเซียน และคณะกรรมการทูตถาวรของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อหารือในรอบสุดท้าย ในประเด็นสำคัญๆ อาทิ มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่พหุภาคีที่จะเพิ่มวงเงินกองทุนเป็น 1.2 แสนล้านดอลล่าร์ และการก่อตั้งคลังสำรองข้าวฉุกเฉินประจำภูมิภาคอาเซียนเป็นต้น รวมทั้งตรวจสอบกำหนดการต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนที่จะนำเข้าสู่ระดับการประชุมในระดับผู้นำ

นายวิทวัส กล่าวว่า ในวันที่ 23 ต.ค. คาดว่าจะมีผู้นำ 2 ประเทศไม่สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนอย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 15 ได้ ได้แก่ ประธานาธิบดีอินโดเซีย เนื่องจากติดภารกิจเข้าร่วมพิธีสาบานตน และนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่ต้องกล่าวถ้อยแถลงของบประมาณจากรัฐสภา ไม่สามารถเดินทางมาร่วมเปิดประชุมฯ ได้ทัน แต่เชื่อว่า ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ จะเดินทางมาเข้าร่วมในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการอาเซียนของผู้นำอาเซียน ในวันที่ 24 ต.ค. ได้อย่างแน่นอน

ส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา จะถูกยกยอดไปจัดต่อจากการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากมีผู้นำหลายประเทศที่เกี่ยวข้องเดินไปร่วมประชุมเอเปคอยู่แล้ว โดยประเทศฟิลิปปินส์ จะเป็นผู้ประสานงานกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยก็ยังคงเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้เช่นเดิม เพียงแต่ใช้ไปประเทศสิงคโปร์เป็นสถานที่จัดการประชุมเท่านั้น ทั้งนี้ การเลื่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ที่ประเทศสิงคโปร์ ไม่มีเหตุผลใดแอบแฝง เพียงแต่ถือความสะดวกของผู้นำเป็นสำคัญ

breakingnews.nation
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 02:00 PM   #6075
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

น้ำซึมเข้าเรือวิดไม่ทันล่มสังเวย 3 ราย

พ.ต.ท.สืบ เงินคำคง สารวัตร สภ.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ รับแจ้งว่าเกิดเหตุเรือล่มกลางลำน้ำขอด มีผู้เสียชีวิตหลายราย หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้าว-วังหิน พร้อมแพทย์เวร รพ.พร้าวรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุริมฝั่งน้ำขอดซึ่งเป็นลำน้ำสาขาย่อยหัวเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล พบชาวบ้านหลายคนกำลังช่วยกันเร่งงมหาร่างของลูกบ้านที่ประสบอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำ เบื้องต้นมีผู้สูญหายเบื้องต้น 3 ราย ใกล้กันนั้นมีเรือหางยาว 1 ลำสำหรับหาปลาที่ชาวบ้านนั่งมาก่อนเกิดเหตุจอดเทียบท่าอยู่

ทราบชื่อต่อมาคือนายสันต์ ปาละกา อายุ 62 ปี นายไพรักษ์ วันดี และนายอินทร ปัญญา อายุประมาณ 40 ปีเศษ เป็นชาวบ้าน ต.เขื่อนผากซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกัน

จากการสอบสวนนายธีระศักดิ์ วันดี อายุ 30 ปี คนขับเรือให้การว่า ก่อนเกิดเหตุญาติและเพื่อนบ้านรวม 9 คนซึ่งทุกคนประกอบอาชีพเป็นชาวสวนได้พากันลงเรือล่องมาจากทิศตะวันออกจากบ้านห้วยทรายเพื่อมุ่งหน้าจะไปทำสวน แต่หลังล่องมาได้เพียง 200 เมตร ปรากฏว่ามีน้ำเข้าเรือมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งน่าจะเกิดจากลำเรือมีรอยรั่ว ด้วยความตกใจคนในเรือต่างพากันวิดน้ำออกแต่ไม่ทันเรือรับน้ำไว้มากจึงได้เกิดพลิกคว่ำจมลงกลางลำน้ำ คนที่ว่ายน้ำไม่เป็นประกอบกับไม่ได้สวมเสื้อชูชีพจึงช่วยตัวเองไม่ได้และจมลงไปใต้น้ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำขึ้นสูงเนื่องจากฝนตกติดต่อกันมาหลายวันจึงเสียชีวิตดังกล่าว

พ.ต.ท.สืบ เงินคำคง สารวัตร สภ.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เรือพบว่าเป็นเรือเหล็ก พบรอยรั่วบริเวณด้านหน้าลำเรือเป็นแนวยาว สอบปากคำผู้รอดชีวิตให้การว่านั่งมาได้ไม่นานก็รู้สึกว่ามีน้ำท่วมขึ้นมาบนลำเรืออย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ตั้งตัวเรือก็จมลงต้องกระโดดน้ำหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นอาจต้องแจ้งดำเนินคดีกับคนขับในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตหลายราย

breakingnews.nation
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 02:02 PM   #6076
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,747
Likes (Received): 484

Quote:
Originally Posted by warmup View Post
เชียงใหม่หนาวมาก


ช่วงนี้ในกรุงเทพฯ แม้ฝนจะยังตกอยู่ แต่ช่วงเช้าๆ ถ้าได้ยืนอยู่นอกชานบ้าน ท่านผู้อ่านหลายคนคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของ “ฤดูหนาว” ที่กำลังจะมาเยือน

ส่วนตัว เมื่อกล่าวถึงฤดูหนาว ผมมักจะนึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ เหตุเพราะตั้งแต่เป็นนักเรียนใส่กางเกงขาสั้น จนกระทั่งทำงานเป็นนักข่าว ทุกๆ ปี ผมจะได้มีโอกาสไปเยือนเมืองเชียงใหม่ ปีละหลายๆ ครั้งเสมอ ทั้งด้วยภารกิจทางหน้าที่การงานและภารกิจส่วนตัว โดยในความผูกพันกับเมืองหลวงของภาคเหนือแห่งนี้นอกจากเรื่องงานแล้ว ในแง่มุมของครอบครัว ภรรยาของผมยังเป็น “ลูกช้าง” หรือ “ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่” อีกด้วย

ทว่า ในช่วงหลังมานี้ ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่เข้ามากระทบกับความรู้สึกบางประการ ทำให้ตัวผมเองไม่ได้กลับไปเยือนเชียงใหม่มา 3-4 ปีแล้ว

ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศจีนกับรุ่นพี่ร่วมอาชีพผู้กว้างขวางด้านการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นนักธุรกิจท้องถิ่นที่ผูกพันอยู่กับเมืองเชียงใหม่มาเกือบทั้งชีวิต

“ยังโชคดีที่ได้หมีแพนด้ามาช่วยเอาไว้ แต่ถ้ายังขืนปล่อยไว้แบบนี้ คนเชียงใหม่ตายแน่” รุ่นพี่ผู้นั้นกล่าวถึงปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

ในทางการเมืองที่มีผู้พยายามแบ่งสี-แบ่งค่ายให้เป็นสีเหลืองและสีแดง เป็นที่ทราบกันดีว่า เมืองเชียงใหม่นั้นนอกจากจะเป็นถิ่นฐานสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้หลบหนีโทษจำคุก 2 ปีของศาลฎีกาแล้ว เชียงใหม่ยังถือเป็นเมืองหลวงของ “คนเสื้อแดง” ด้วย

ความรุนแรงหลายครั้งที่คนเสื้อแดง เชียงใหม่ก่อขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ “กลุ่มรักเชียงใหม่ 51” เข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนที่สนามบินเชียงใหม่ จนได้รับบาดเจ็บหนัก อีกทั้งยังมีการเข้าปิดล้อมหมู่บ้านระมิงค์นิเวศน์ ที่ตั้งของบ้านแกนนำพันธมิตรฯ เชียงใหม่ และกลุ้มรุมทำร้ายนายเชษฐา เจียมกิจวัฒนา บิดาของนายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา พันธมิตรฯ เชียงใหม่ และเจ้าของสถานีวิทยุชุมชมวิหคเรดิโอจนเสียชีวิต

รวมไปถึงกรณีความรุนแรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเดือนเมษายน 2552 และเหตุการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงได้ทำการปิดล้อม สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ (สภ.ภูพิงค์) จนทำให้เกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงเพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวคนเสื้อแดงที่ถูกจับเนื่องจากพกพาอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความรุนแรงและการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไร้กระบวนของกลุ่มเสื้อแดงผู้จงรักภักดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมดได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งคนเชียงใหม่ เมืองเชียงใหม่ และที่สำคัญคือ ธุรกิจการท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงปากท้องผู้คนของนครเก่าแก่แห่งนี้

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีความพยายามจากกลุ่มนักธุรกิจ-หอการค้า-นักวิชาการที่ต้องการผลักดันให้มีการจัดแถลงข่าวและจัดเวทีให้กลุ่มคนเสื้อเหลือง กับ เสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ มาจับมือกัน เพื่อหวังว่าภาพดังกล่าวจะช่วยแก้ปมปัญหาการท่องเที่ยวและธุรกิจของเชียงใหม่ได้

หากจะกล่าวไป ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันว่า เหตุใด “เชียงใหม่” จึงเป็นจังหวัดท่องเที่ยวเพียงแห่งเดียวที่ออกมาป่าวประกาศว่าได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องสีเหลือง-สีแดง มากที่สุด

ทั้งๆ ที่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การท่องเที่ยวในพื้นที่/จังหวัดอื่นๆ อย่างเช่น ในเขตภาคใต้-ภาคตะวันออก ที่มีการรวมตัวของคนเสื้อเหลืองอย่างเป็นกลุ่มก้อน เช่น หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หรือกระทั่ง ชลบุรี-พัทยา ที่คนเสื้อแดงเดินทางไปล้มการประชุมอาเซียนเมื่อเดือนเมษายน 2552 และสร้างภาพลบให้เมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคตะวันออกอย่างใหญ่หลวง กลับได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองแต่ในระยะสั้นเท่านั้น และเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวมาได้สักพักหนึ่งแล้วตามสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ด้วยเหตุนี้ คำถามจึงมาตกอยู่ที่ว่า ในการแก้ไขปัญหาความตกต่ำทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ เพื่อให้ทันฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เทศกาลลอยกระทง ต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2553 ด้วยวิธีการเปิดแถลงข่าว โดยเอาเสื้อเหลืองและเสื้อแดงมาจับมือกันนั้นตรงจุดหรือไม่?

นอกจากนี้ คำถามที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวที่ถูกต้องหรือไม่?

จริงๆ คำตอบของคำถามแรกนั้น ผมเชื่อว่า หลายท่านคงทราบอยู่แก่ใจแล้วจากเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มาว่า ปัจจัยชี้ขาดความสมานฉันท์และความสงบสุขจะเกิดขึ้นแก่เชียงใหม่หรือไม่นั้นมิได้อยู่ที่กลุ่มเสื้อเหลืองที่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยในเชียงใหม่ และแสดงออกทางการเมืองอย่างสงบสันติมาตลอด แต่อยู่กับกลุ่มเสื้อแดงที่มีพฤติกรรมและประวัติในการใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในจุดนี้ ก็มีผู้จับตาดูอยู่ว่า ปัจจัยเสริมอย่าง นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่สายพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งขึ้นมาจะเข้ามากระพือเพลิงความขัดแย้งให้ลุกโชนขึ้น หรือช่วยบรรเทาความรุนแรงให้เบาบางลงกันแน่

ส่วนคำตอบของคำถามที่สองนั้น ผมเชื่อมั่นว่า ปัจจัยที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวนั้นตกอยู่ในความรับผิดชอบของชาวเมืองเชียงใหม่เองว่า จะปล่อยให้นักการเมืองเอาเกมการเมืองระดับชาติ หยิบยกเอาเรื่องการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ของพวกพ้องตัวเอง โดยใช้วิธีเกณฑ์คนต่างถิ่น/นอกพื้นที่ก่อความรุนแรง เข้ามามีอำนาจเหนือตนเองในการกำหนดชะตากรรมของคนเชียงใหม่ และอนาคตทางเศรษฐกิจของคนเชียงใหม่ทั้งหมดหรือไม่

หากคนเชียงใหม่ไม่รีบตัดสินใจ ไม่ลงมือทำและไม่เริ่มแก้ไขตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าหน้าท่องเที่ยว ช่วงเทศกาล หรือฤดูหนาวของปีนี้หรือปีไหนๆ ก็คงยากที่เชียงใหม่จะดึงคนให้กลับไปเที่ยวได้เหมือนเดิมอีก

astv ผู้จัดการ


มาจากตูดทีวีนี้เอง(มันแปลไทยได้แบบนี้จริงๆ) เชียงใหม่เริ่มเจ๊งตั้งแต่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิละครับไม่ได้เริ่มเจ๊งเอาตอนหลังๆมานี้นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตอนนี้เชียงใหม่ถึงสายการบินต่างประเทศบินตรงมาลงเลยซึ่งตอนนี้ฐานการบินที่สำคัญเชื่อมเชียงใหม่กับทั่วโลกก็มีแล้ว 4 เส้นทางคือ เชียงใหม่ - สิงคโปร์ ลงที่สนามบินชางฮีเลยมีเที่ยวบินไปทั่วโลกเหมือนกันเข้าออกเชียงใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านสนามบินสุวรรณภูมิอีกต่อไป เชียงใหม่ - เกาหลี ลงที่อินชอน และ เชียงใหม่ - ไตหวัน กับ เชียงใหม่ - มาเลเซีย ซึ่งผมเองเวลาเดินทางไปต่างประเทศเดียวนี้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ผ่านสุวรรณภูมิแล้วครับแต่จะนั่งไปลงชางฮีแล้วทรานเฟอร์เครื่องที่นั่นเลย ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลงเพราะการเข้าพักโรงแรมน้อยลงใคร่อยากจะให้มาวิเคราะห์ตรงที่จำนวนห้องพักเมื่อช่วงก่อนปี50 กับ หลังปี50 ดูนะครับท่านผู้เขียนคอลัมตูดทีวีก็จะพบกับตัวเลขของการโอเวอร์ซัพพายที่เกิดขึ้นและที่สำคัญยอดการเข้าพักโรงแรมไม่ได้เป็นตัววัดจำนวนนักท่องเที่ยวนะครับเพราะเท่าที่ทราบคือตัวเลขโอเวอร์ซับพายเกิดขึ้นทั้งที่ เชียงใหม่ และ กรุงเทพมหานคร ห้องพักมากขึ้นนักท่องเที่ยวเ่ท่าเดิมหรือลดลงยกตัวอย่างนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาทรานเฟอร์เครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิตลอดแต่ตอนนี้ไม่มีเลยท่าน ผอ.ทอท. ตอบคำถามตรงนี้ได้ และท่านผู้เขียนคอลัมตูดทีวีเรียนจบทางสือสารมวลชนมาต้องรู้จักวิเคราะห์นะครับเขียนมาแบบนี้อย่าได้มาป่าวประกาศเชียวว่าจบจากมหาวิทยาลัยอะไรเดียวอธิการกับท่านอื่นๆที่จบมาร่วมสถาบันมาจะเสียหน้าเอา
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 02:03 PM   #6077
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

ทีวีไทยรับรางวัลสารคดีดีเด่น

[img]http://******************/ix/591619.jpg[/img]

[img]http://******************/ix/591619.jpg[/img]


ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยและผู้ผลิตรายการพันแสงรุ้ง เข้ารับรางวัลสารคดี ดีเด่น ประจำปี 2552 จัดโดยสื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย

สื่อมวลชนทุกสาขาอาชีพกว่า 500 คน เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลสื่อมวลชนดีเด่น ครั้งที่ 9 ประจำปี 2552 ที่จัดโดยสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่โดยนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และนางนิรมล เมธีสุวกุล ผู้ผลิตและผู้ดำเนินรายการพันแสงรุ้ง เข้ารับรางวัล สารคดีดีเด่น จากรายการพันแสงรุ้ง ซึ่งออกอากาศทางทีวีไทย

สำหรับรายการพันแสงรุ้ง เป็นรายการที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงาม จากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งในประเทศไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่แท้จริงจากพื้นที่ โดยอาศัยข้อมูลจากงานวิจัย ทางวิชาการและข้อมูลในชุมชน

นอกจากนี้ยังเสนอปัญหาต่างๆ ที่กลุ่มชาติพันธุ์กำลังเผชิญอยู่ รายการพันแสงรุ้ง เป็นรายการที่มุ่งให้เกิดการเรียนรู้ของผู้คนที่แตกต่างกันทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกัน

www.thaipbs.or.th/
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 02:05 PM   #6078
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by kenos View Post


มาจากตูดทีวีนี้เอง(มันแปลไทยได้แบบนี้จริงๆ) เชียงใหม่เริ่มเจ๊งตั้งแต่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิละครับไม่ได้เริ่มเจ๊งเอาตอนหลังๆมานี้นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตอนนี้เชียงใหม่ถึงสายการบินต่างประเทศบินตรงมาลงเลยซึ่งตอนนี้ฐานการบินที่สำคัญเชื่อมเชียงใหม่กับทั่วโลกก็มีแล้ว 4 เส้นทางคือ เชียงใหม่ - สิงคโปร์ ลงที่สนามบินชางฮีเลยมีเที่ยวบินไปทั่วโลกเหมือนกันเข้าออกเชียงใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านสนามบินสุวรรณภูมิอีกต่อไป เชียงใหม่ - เกาหลี ลงที่อินชอน และ เชียงใหม่ - ไตหวัน กับ เชียงใหม่ - มาเลเซีย ซึ่งผมเองเวลาเดินทางไปต่างประเทศเดียวนี้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ผ่านสุวรรณภูมิแล้วครับแต่จะนั่งไปลงชางฮีแล้วทรานเฟอร์เครื่องที่นั่นเลย ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลงเพราะการเข้าพักโรงแรมน้อยลงใคร่อยากจะให้มาวิเคราะห์ตรงที่จำนวนห้องพักเมื่อช่วงก่อนปี50 กับ หลังปี50 ดูนะครับท่านผู้เขียนคอลัมตูดทีวีก็จะพบกับตัวเลขของการโอเวอร์ซัพพายที่เกิดขึ้นและที่สำคัญยอดการเข้าพักโรงแรมไม่ได้เป็นตัววัดจำนวนนักท่องเที่ยวนะครับเพราะเท่าที่ทราบคือตัวเลขโอเวอร์ซับพายเกิดขึ้นทั้งที่ เชียงใหม่ และ กรุงเทพมหานคร ห้องพักมากขึ้นนักท่องเที่ยวเ่ท่าเดิมหรือลดลงยกตัวอย่างนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาทรานเฟอร์เครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิตลอดแต่ตอนนี้ไม่มีเลยท่าน ผอ.ทอท. ตอบคำถามตรงนี้ได้ และท่านผู้เขียนคอลัมตูดทีวีเรียนจบทางสือสารมวลชนมาต้องรู้จักวิเคราะห์นะครับเขียนมาแบบนี้อย่าได้มาป่าวประกาศเชียวว่าจบจากมหาวิทยาลัยอะไรเดียวอธิการกับท่านอื่นๆที่จบมาร่วมสถาบันมาจะเสียหน้าเอา
ใครไม่เห็นด้วยกับเค้า ผิดหมดแหละครับ ผู้จัดกวน
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 02:31 PM   #6079
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0


ฤดูกาลเที่ยวเชียงใหม่เริ่มขึ้นแล้ว ชาวเชียงใหม่ยินดีต้อนรับ ทุกท่านที่มาเยือน ซึ่งมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เลือกชมมากมาย และนี่คือ 9 โปรแกรมที่เราคัดเลือกมานำเสนอ ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึง ต้นเดือนมกราคม ..ขอให้ทุกท่านเที่ยวในบ้านของเราอย่างมีความสุข



ประเพณีลอยกระทงของไทยนั้น เป็นประเพณีหนึ่งที่รู้จักกันดีของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ตรงกับวันขึ้น 15ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ (เดือน 2) ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา คำว่า ‘ยี่เป็ง’ จึงมีความหมายว่าวันเพ็ญเดือนสองนั่นเอง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 2 พฤศจิกายน มาเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านๆมา


อย่างไรก็ตามประเพณีการลอยกระทงของแผ่นดินล้านนาสันนิฐานว่า ได้รับอิทธิพลการลอยประทีปมาจากภาคกลางในสมัยของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในช่วงประมาณ พ.ศ.2460 – 2470 แล้วหลังจากนั้นชาวบ้านก็นิยมทำตามๆกันมาจนกระทั่งเมื่อพ.ศ.2460 ได้มีการจัดงานอย่างคึกครื้นเพื่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่ มีการเฉลิมฉลองบนถนนท่าแพ โดยเฉพาะบริเวณหน้าพุทธสถาน และงานเริ่มเป็นจริงเป็นจังขึ้นเมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาตั้งสำนักงานที่เชียงใหม่เมื่อ พ.ศ.2512 และริเริ่มให้มีการจัดงานลอยกระทงแบบกรุงเทพฯแต่ผสมผสานความเป็นล้านนา คือให้จัดมีการลอยกระทงสองวันคือ วันเพ็ญเดือนยี่จะลอยกระทงเล็ก วันถัดมาเป็นการลอยกระทงใหญ่ และมีการะประกวดด้วย โดยเริ่มงานที่บริเวณหน้าเทศบาลเมืองเชียงใหม่แล้วไปสิ้นสุดที่สะพานนวรัฐ


ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปนำพาความเปลี่ยนแปลงของประเพณีมาด้วย ทำให้รูปแบบของประเพณีการลอยกระทงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากจะมีกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่นลอยกระทง และการประกวดขบวนแห่กระทงเป็นประจำทุกปีแล้ว ยังมีกิจกรรมที่นิยมทำกันจนกลายเป็นประเพณีในวันลอยกระทง ก็คือการปล่อยโคมลอย ซึ่งโคมลอยนี้ยังแบ่งออกได้เป็นสองประเภท คือ โคมควันที่ปล่อยตอนกลางวัน และโคมลอยที่ปล่อยตอนกลางคืน

โคมลอย หรือโคมกลางคืนนี้ น่าจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวและคนทั่วไป นิยมใช้กระดาษสีขาวเพื่อให้โปร่งแสงดูสวยเมื่อลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในเวลากลางคืน มีหลากหลายขนาด ลักษณะทั่วไปเป็นทรงเหลี่ยม หรือทรงกระบอก


ส่วน โคมควัน ว่าวควัน หรือโคมกลางวันนั้น มีรูปร่างทรงลูกบาศก์คล้ายลูกเต๋า (บางท้องถิ่นทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆด้วย เช่นในพม่าทำเป็นรูปม้า ช้าง เป็นต้น) ทำด้วยกระดาษหลากหลายสีสัน และมีขนาดใหญ่มาก เพื่อให้เห็นได้ชัดเมื่อลอยอยู่บนท้องฟ้า ช่องควันมี


ขนาดเล็กเพื่อให้โคมกระดาษขนาดใหญ่นั้นลอยได้นาน โดยชาวล้านนาจะปล่อยว่าวควันขึ้นฟ้าในตอนสาย แล้วจุดประทีปโคมไฟไว้ตามบ้านเรือน เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว

การปล่อยโคมให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นใช้หลักการรมควันให้เต็มโคม เมื่อได้ที่แล้วจึงปล่อย มักจะเพิ่มสีสันด้วยการใส่ลูกเล่นต่างๆ เช่น สำหรับโคมควัน หรือโคมกลางวัน ก็จะใส่ประทัด ติดหางโคมด้วยกระดาษสี ใส่ควันสี ตุ๊กตาโดดร่ม บางที่ก็ใส่เหรียญเงินไปกับตุ๊กตาโดดร่มด้วย ส่วนโคมกลางคืนก็ติดประทัด หรือดอกไม้ไฟระยิบระยับในขณะที่โคมกำลังลอยขึ้นสู่ฟ้า


ตามคติความเชื่อของชาวล้านนาการปล่อยโคมขึ้นสู่ฟ้านี้ ชาวล้านนาถือเป็นการบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พร้อมกับเป็นการลอยทุกข์ ลอยเคราะห์ทิ้งไป จึงมีความเชื่อว่าเมื่อโคมลอยไปตกบนหลังคาบ้านใคร หมายความว่าบ้านนั้นจะมีเคราะห์ ผู้คนจึงจะไม่ค่อยชอบกันนักเมื่อโคมลอยตกลงบนหลังคาบ้านตน (บางทีเกิดอัคคีภัยได้ถ้าไฟยังไม่มอดก็จะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี) และในอดีตการปล่อยโคมจะปล่อยกันแต่เฉพาะในวัดเท่านั้น จึงค่อนข้างน่าเป็นห่วงถึงการเบี่ยงเบนความหมายของประเพณีที่มีมาแต่บรรพบุรุษ เนื่องจากในระยะหลังๆ มานี้ การปล่อยโคมกลายเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลอยกันตลอดทั้งปี ไม่เฉพาะแต่ในช่วงเทศกาลเท่านั้น โดยไม่สนใจความหมายของการลอยแม้แต่น้อย นอกจากความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ทำให้ในช่วงเทศกาลลอยกระทง จำนวนโคมลอยจึงมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทางจังหวัดต้องขอความร่วมมือให้จำกัดการปล่อยโคมลอยในช่วงเวลาก่อนสามทุ่ม และรณรงค์ให้ปล่อยโคมในจำนวนน้อยๆ เพราะมีโคมลอยจำนวนมากที่ลอยไปตกบนรันเวย์สนามบิน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มปริมาณขยะและมลพิษทางอากาศอีกด้วย


ดังนั้น ในปีนี้ COMPASS จึงขอชวนเชิญให้ทุกท่านปล่อยโคมอย่างมีสติ ไม่เอาแต่ความสนุกอย่างเดียว เพราะการปล่อยทุกข์โศกของตนเองไปให้กับผู้อื่นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เป็นสิ่งที่ผู้เจริญแล้วไม่ควรกระทำ แม้นว่าการงด ละ หรือเลิกปล่อยโคม จะทำให้เราเห็นความสวยงามของโคมลอยบนท้องฟ้าไม่มากนัก แต่ก็ใช่ว่าประเพณีการลอยกระทงจะจืดชืดลงไป เพราะความงามของแสงในคืนวันเพ็ญยังพบเห็นได้จาก ซุ้มประตูป่า ที่ทำด้วยก้านมะพร้าว ต้นกล้วย ดอกไม้ และโคมกระดาษที่ชาวล้านนานำมาจัดตกแต่งเป็นซุ้มประตูตามบ้านเรือนในยามค่ำคืน ซึ่งมีทั้งโคมไฟ ผางประทีป ที่จุดบูชาไว้ในแต่ละบ้าน ตามประเพณีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ นั่นก็โรแมนติกเสียยิ่งกว่าการปล่อยโคมที่ไม่รู้ความหมาย และเต็มไปด้วยอันตราย...มิใช่หรือ


อีกทั้งการปฏิบัติดีเช่นนี้ก็น่าที่จะได้อานิสงส์อิ่มบุญจากพรของพระแม่คงคา พระเกตุแก้วจุฬามณี และเทพยดาอารักษ์ที่มองเห็นว่า ผู้ใดคือผู้ที่สมควรจะได้รับพรอันประเสริฐให้คำอธิฐานสำเร็จผลดังปรารถนา เพราะมันเริ่มต้นมาจากความประสงค์ดีต่อผู้อื่น...เป็นเบื้องต้น

compass magazine
warmup no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2009, 02:33 PM   #6080
warmup
Registered User
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0



มาเที่ยวเชียงใหม่แล้วไม่เข้าวัดก็ถือว่ายังมาไม่ถึง และถ้ามีเวลาน้อยก็ควรไปสักวัดใดวัดหนึ่งในสองวัดที่จะแนะนำดังต่อไปนี้ เริ่มจากนอกเมืองที่วัดต้นเกว๋น ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง วัดนี้เป็นวัดโบราณ สมาคมสถาปนิกสยามประกาศให้เป็น อาคารอนุรักษ์ดีเด่น และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ความงามของวัดเริ่มตั้งแต่ทางเดินเข้าที่มีต้นตาลเรียงราย ความโดดเด่นที่ทำให้ต้องมนต์ของวัดนี้คือพระวิหาร และมณฑปที่สร้างโดยการเข้าสลักไม้ ไม่ใช้ตะปูซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของช่างล้านนา ภายในบริเวณวัดยังมีลานทรายตามคติความเชื่อที่ว่าเปรียบเหมือนท้องทะเลรองรับวิหารที่เป็นเหมือนเขาพระสุเมรุ ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วในวัดอื่น


สำหรับในเมืองควรไปวัดสำคัญของชาวเมืองเชียงใหม่นั่นคือวัดพระสิงห์ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ ศิลปะเชียงแสนอันงดงาม วิหารลายคำที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์นี้เป็นวิหารทรงพื้นเมือง โดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ภายในยังมีภาพลายทองพื้นแดง ด้านหลังพระประธานมีภาพจิตรกรรมเขียนเรื่องสังข์ทอง พบเพียงแห่งเดียวที่นี่ ส่วนโบสถ์ด้านข้าง มีซุ้มโขงที่สวยงาม บริเวณด้านหน้าของวัดจะมีหอไตรที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้




ปลายฝนต้นหนาวดินแดน ณ ยอดดอย เป็นสถานที่ยอดฮิตอีกแห่งที่คุณไม่ควรพลาด ด้วยความเขียวขจีจากปลายฤดูฝน และอากาศเย็นพอดีก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาวแบบจริงจัง โดยเฉพาะถ้าใครที่ชอบความเย็นจัดๆต้องไม่พลาดอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย บนนั้นมีอากาศหนาวเย็นตลอดปีบางเดือนถึงกับติดลบ 8 องศาเซลเซียส บนภูสูงอันสลับซับซ้อนมีระบบนิเวศวิทยาอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในย่านนี้ ด้วยพรรณไม้ที่หลากหลาย รวมไปถึงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่หาดูที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ที่เดียว


สำหรับดอยที่ไปกี่ครั้งก็ยังสวยนั่นก็คือ ดอยอ่างขาง นอนลงบนพื้นหญ้ายอดดอย และมองดวงดาวที่เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมที่ระดับความสูง 1.400 เมตรจากน้ำทะเล เป็นดินแดนอันทรงเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้และพืชผลไม้เมืองหนาว ประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคมจะมีเกล็ดน้ำแข็งที่เรียกว่าแม่คะนิ้งให้ได้ตื่นตาตื่นใจ ทางขึ้นเขาค่อนข้างลาดชันต้องเตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง


สำหรับดอยยอดฮิตที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่นัก ทุกปีจะกลายเป็นสีชมพูทั่วทั้งดอย คือ บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน อยู่ถัดจากพระตำหนักภูพิงค์ฯเพียงสามกิโลเมตร ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมดอกของต้นนางพญาเสือโคร่งหรือที่เราเรียกว่าซากุระเมืองไทยจะบานสะพรั่งเต็มสองข้างทาง สามารถเดินทางไปกลับวันเดียวได้อย่างสบายๆ แต่ทางคดเคี้ยวลาดชันและแคบ รถวิ่งสวนทางกันค่อนข้างยาก ซึ่งกลายเป็นข้อดีที่ทำให้ที่แห่งนี้ยังคงมีสภาพความสมบูรณ์ของต้นไม้นานาพรรณ


compass magazine
warmup no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
chiang mai, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 09:18 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu