daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old September 15th, 2010, 08:28 PM   #12441
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,941
Likes (Received): 152

Quote:
Originally Posted by pon View Post
เค้าใช้คำว่า "แห่งที่ 3" แล้วมันสับสนชอบกลอยู่นะครับ
น่าจะใช้คำว่าอาคาร 1 อาคาร 2 ก็ว่ากันไป เพราะจริงๆมันก็อยู่อาเขตนั่นแหละใช่ไหมครับ แถม 11 ไร่ก็เล็กมากเลย กลัวว่าจะมีคนสับสนและคิดไปว่าขนส่งใหม่แห่งที่ 3 ของเชียงใหม่อยู่ไหน ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละใช่ไหมครับ
สรุป แถวนั้นจะมี 4 ศูนยเลย อาเขต 2 - อาเขต 3 - นครชัย - สมบัติทัวร์
งั้นตึกเก่า เมลเขียวยึดเลย นะน่าถ้าย้ายไปกันหมด

แล้วพอสร้างใหม่ จะมีที่เหลือให้ รถสองแถวท้องถิ่นมาใช้ได้ไหม
อยากให้ย้าย ท่ารถสายตะวันออก พวก สันกำแพง แม่โจ้ สันทราย ดอยสะเก็ด
จากแถวกาดหลวง มาจอดแถวนี้ให้หมด

อีกอย่างทำทั้งที่ อย่าลืมเตรียม Inter' termainal ไว้ด้วยนะ ไว้รองรับรถไป หลวงพระบางและเชีนงรุ้ง
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ

Last edited by Nevadaboy; September 15th, 2010 at 08:34 PM.
Nevadaboy no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old September 16th, 2010, 07:37 AM   #12442
Anawinn
Registered User
 
Anawinn's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: ฺฺBangkok - Hat Yai
Posts: 192
Likes (Received): 0

"ลองสเตย์"เชียงใหม่พ่ายมาเลย์ เอเยนซี่ญี่ปุ่นแนะพี.อาร์.-บินตรง

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4245 ประชาชาติธุรกิจ



ตลาด ลองสเตย์เชียงใหม่ปวดหัวหนัก ระบุปัญหาการขยายตลาดเกิดจากขาดการประชาสัมพันธ์ ความยุ่งยากและขั้นตอนที่เข้มงวดในการออกวีซ่า ขาดเที่ยวบินตรง ด้านเอเยนซี่ระบุ คนญี่ปุ่นนิยมภูเก็ตมากกว่า ขณะที่มาเลเซียผงาดเบอร์หนึ่ง ชาวแดนปลาดิบแห่พำนักระยะยาวเกือบ 1 หมื่นคน เอกชนร้องรัฐหนุนช่วยด่วน หลังปล่อยให้ลงทุนรอหน้าแห้ง



นายเซน ตะ ชิโมกุเบะ ผู้จัดการบริษัท คิงกิ นิปปอน ตัวแทนนำเที่ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่น กล่าวหลังร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานโตเกียว สำรวจศักยภาพด้านการพักอาศัยระยะยาว (longstay) ของเชียงใหม่ว่า ความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมของเมือง แหล่งศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมิตรของผู้คน มีที่พักอาศัย สถานพยาบาล และแหล่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เหมาะสมที่จะรองรับทั้ง นักท่องเที่ยวทั่วไป และกลุ่มผู้พำนักระยะยาวหลังเกษียณอายุ ซึ่งมีจำนวนกว่า 1.3 ล้านคนในญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมาเชียงใหม่ยังเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับภูเก็ต

หาก เชียงใหม่ต้องการเป็นศูนย์กลาง การพำนักระยะยาว หรือต้องการให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นขยายตัว จะต้องผลักดันให้มีเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงใหม่กับญี่ปุ่นก่อน เพราะคนญี่ปุ่นนิยมการท่องเที่ยวและเดินทางที่สะดวกสบาย

นางสาวไอโกะ โฮซากะ ตัวแทนจากบริษัท เอ แอนด์ เอ ตัวแทนนำเที่ยวรายเดียวของ Royal Orchid Holiday ในญี่ปุ่น กล่าวว่า ยังไม่เคยทำตลาดนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาว หากเชียงใหม่ต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ควรมีแพ็กเกจเฉพาะเจาะจงออกมาขาย แก่นักท่องเที่ยว และควรมีข้อมูลพร้อมสำหรับการตัดสินใจซึ่งจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์อีกมาก ที่สำคัญจะต้องมีเที่ยวบินตรงจากญี่ปุ่นเช่นเดียวกับที่ภูเก็ต

น.ส.เบญจวรรณ สุเนตรวรกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงโตเกียว กล่าวว่า ปกติมีชาวญี่ปุ่น เดินทางมาไทยปีละประมาณ 1 ล้านคน แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง คือปี 2550 มี 1.3 ล้านคน ปี 2551 ลดเหลือ 1.1 ล้านคน และปี 2552 เหลือ 1.05 ล้านคน สำหรับ 7 เดือนของปีนี้มีเพียง 5.4 แสนคน ปัจจัยลบสำคัญคือการเมืองในประเทศ แต่ยังคงตั้งเป้าในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้เชียงใหม่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเต็ม ที่ ที่จะรองรับกลุ่มลองสเตย์ ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยระยะยาวในเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นคน เป็นชาวญี่ปุ่นมากที่สุดกว่า 3,000 คน และยังมีความต้องการเข้ามาพักอาศัยเพิ่มเติมปีละกว่า 1,000 คน

อย่าง ไรก็ตามยังคงมีอุปสรรคในการขยายตัวของตลาดผู้พักอาศัยระยะยาว เช่น ปัญหาการออกวีซ่าสำหรับการพำนักระยะยาวแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลไทยกำหนดเวลาให้เพียงครั้งละ 1 ปี และต้องมีเงินฝากประจำในบัญชีคนละ 8 แสนบาท และต้องมีหลักฐานรายได้คนละไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6 หมื่นบาท ขณะที่ต่างประเทศ เช่น มาเลเซียให้วีซ่าถึง 10 ปี

"รัฐบาลควรพิจารณาทบทวนเงื่อนไข เหล่านี้เพื่อกระตุ้นตลาดให้ขยายตัว เนื่องจากเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่มีการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวโดยทั่ว ไป และที่สำคัญที่สุดต้องผลักดันให้มีการเปิดเที่ยวบินตรงเชียงใหม่กับเมือง ต่าง ๆ ไม่เช่นนั้นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการพำนัก ระยะยาว และศูนย์กลางการรักษาพยาบาลก็จะล้มเหลว"

ปัจจุบันมีชาว ญี่ปุ่นพำนักระยะยาวหรือเกิน 3 เดือนในเอเชีย 2.9 แสนคน อยู่ในจีนมากที่สุด 1.27 แสนคน ไทย 4.6 หมื่นคน สิงคโปร์ 2.3 หมื่นคน ไต้หวัน 2 หมื่นคน และที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วคือ มาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน ภายใต้โครงการมาเลเซียบ้านหลังที่สอง เสนอสิทธิประโยชน์มากมาย ให้วีซ่าโดยไม่กำหนดเงื่อนไขอายุ ขณะที่ไทยกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ในปี 2551 มีคนญี่ปุ่นพำนักระยะยาวในมาเลเซีย 9 พันคน อยู่ในอันดับ 1 ของเอเชีย เติบโตอย่างรวดเร็วจาก 8 ปีก่อนหน้าอยู่ในอันดับสุดท้าย

หน้า 23
Anawinn no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 07:55 AM   #12443
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488


เอเย่นรายนี้ใจร้อนจริงๆ เค้าก็พึ่งประชุมกันไปใจคอจะไม่รอหน่อยเลยหรอนิ ใจเย็นๆได้เข้ามาเที่ยวกันแน่นอนแต่ขอปรับหน้าบ้านก่อนซักพัก ใจร้อนจริงๆลองสเตย์คนสูงอายุแท้ๆ ปัญหารับทราบหมดแล้วแต่ขอเวลาแก้ไขนิดหนึ่ง

Quote:
Originally Posted by kenos View Post
ลองสเตย์ตลาดหอมหวนเชียงใหม่ปั้นเงินสะพัด


ประเทศญี่ปุ่นมีกลุ่มวัยเกษียณปีละ 6 ล้านคนจึงสามารถที่จะมาพักอาศัยในระยะยาวที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ โดยขณะนี้ตัวเลขข้อมูลคนญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในเชียงใหม่มีประมาณ 3,200 คน สำหรับการท่องเที่ยวในระยะยาวจะมีความมั่นคงกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น เนื่องจากพอเกิดสถานการณ์ทางการเมืองการท่องเที่ยวแบบอื่นไม่สามารถเดินทาง มาได้แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในระยะยาวแล้วเค้าจะไม่หนีไปไหน ซึ่งจะเป็นรายได้ที่ยั่งยืนและความสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือคนเชียงใหม่กับคนญี่ปุ่นมีความรู้สึกใกล้ชิดผูกพันกัน

ตลาดการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวหรือลองสเตย์นั้นปัจจุบันมีเมืองท่องเที่ยวหลายจังหวัดต่างจับจ้องกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่เนื่องจากรายได้ที่เข้ามานั้นตายตัวและยั่งยืนไม่ต้องไปลุ้นให้เสียเวลา โดยจังหวัดเชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวหน้าด่านของภาคเหนือก็โดดเข้ามฮุบตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณอายุชาวญี่ปุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเนื่องจากนิยมเดินทางมาพำนักระยะยาวอยู่จำนวนมาก

นายสมชัย ใหม่จันทร์แดง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าจังหวัดเชียงใหม่มีชาวญี่ปุ่นพำนักระยะยาว 3 พันคนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษียณอายุทำงาน ขณะที่เชียงใหม่มีศักยภาพพร้อมรองรับทั้งระบบสาธารณูปโภค สถานพยาบาล แหล่งท่องเที่ยวประเพณีและวัฒนธรรม โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้คณะจากเชียงใหม่จะโรดโชว์ไปส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นด้วยทั้งนี้ตามตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีคู่แข่งจำนวนมากจึงต้องทำตลาดและประชาสัมพันธ์ให้เข้มแข็ง เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมและความชอบของชาวญี่ปุ่นจึงจะประสบความสำเร็จในการทำตลาด ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดโครงการเชียงใหม่ลองสเตย์ซิตี้โดยเป็นโครงการที่กลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจของจังหวัดที่ทางหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้เสนอแผนงานและโครงการที่จะทำงานในกลุ่มคลัสเตอร์รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นโดยใช้งบประมาณในส่วนนี้ 5 ล้านบาทแต่ก็จะเป็นการตั้งงบประมาณต่อเนื่องหากมีกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการในปีถัดไป นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาตลาดไมซ์สู่สากล การอบรมบุคลากรและการจัดทำแผนแม่บท โครงการพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งโดยรวมทั้งหมดตั้งงบประมาณไว้ 32 ล้านบาท

ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ด้านนายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่าความจริงแล้วโครงการเชียงใหม่ลองสเตย์ซิตี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะเคยมีการเสนอให้เชียงใหม่เป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในสมัยที่ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ เป็นผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานบอร์ดททท. สมัยนั้นได้เสนอเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อนซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดเชียงใหม่ สุโขทัย กาญจนบุรี หนองคายและหัวหิน-ชะอำ ต่อมาเรื่องลองสเตย์นี้ทางททท.ไม่ได้รับผิดชอบซึ่งจะมีคณะกรรมการบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์จำกัดเป็นผู้ดำเนินการและทางหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้ผลักดันโครงการนี้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เกษียณอายุแล้ว “เรื่องเชียงใหม่ลองสเตย์จึงเป็นที่รับรู้ของชาวต่างประเทศค่อนข้างสูงเพราะคนที่จะมาพำนักระยะยาวหรือมาอยู่แบบลองสเตย์นั้นจะต้องมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก การรักษาพยาบาล มหาวิทยาลัยรวมไปถึงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ค่อนข้างมีความพร้อมในเรื่องนี้และโครงการนี้ทางกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ก็เห็นว่าเชียงใหม่มีความเหมาะสมและสนับสนุนด้วย” ผอ.ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวและว่านอกจากชาวญี่ปุ่นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักแล้ว ก็ยังมีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียซึ่งสนใจที่จะเข้ามาพำนักระยะยาวในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ส่วนประเทศในแถบยุโรปยังน้อยอยู่ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายหลักที่อยู่ใน 10 อันดับที่เข้ามาท่องเที่ยวในเชียงใหม่และมีการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวค่อนข้างสูงด้วย จึงเป็นเรื่องที่ดีที่จังหวัดเชียงใหม่จะผลักดันโครงการนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ขณะที่ นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงการเชียงใหม่ลองสเตย์ซิตี้ กล่าวว่าในปี 2554 นี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติแผนงานที่จะใช้งบประมาณจากงบไทยเข้มแข็ง สำหรับผลักดันโครงการเชียงใหม่ลองสเตย์ซิตี้ โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักเนื่องจากในปีนี้มีชาวญี่ปุ่นที่เริ่ม เกษียณอายุแล้วเฉลี่ยปีละประมาณ 6 ล้านคนและคนเหล่านี้ต้องการที่อยู่อาศัยระยะยาว ประกอบกับชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี มีแผนการใช้จ่ายเงินดี คนญี่ปุ่นที่อยู่ในเชียงใหม่คนหนึ่งมีการใช้จ่ายเงินเฉลี่ย 30,000-50,000 บาทต่อคนต่อหัวแต่ก็ถือว่ามาอยู่เชียงใหม่แล้วคุ้มค่ามาก ที่ผ่านมาคนญี่ปุ่นยังรู้จักเชียงใหม่ไม่มากนักถ้าถามถึงประเทศไทยคนจะนึกถึงกรุงเทพฯเป็นหลัก น้อยคนนักที่จะรู้จักเชียงใหม่และในหนังสือหรือวารสารท่องเที่ยวจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับเชียงใหม่น้อยมากเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นทางหอการค้าฯซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของจังหวัดจึงได้เสนอแผนงานนี้ให้ทางจังหวัดเพื่อมาทำด้านลองสเตย์นี้โดยเฉพาะ “ตอนนี้ในจังหวัดเชียงใหม่มีชาวญี่ปุ่นอาศัอยู่ประมาณ 3,000 คนและเพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณ 30% เพราะฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำโครงการลองสเตย์ซิตี้ ซึ่งจะมีกิจกรรมหลักอยู่ 3 ส่วนคือ การทำศูนย์ขับเคลื่อนลองสเตย์เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง กิจกรรมการพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะคนที่ทำอาชีพลองสเตย์พอไปถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ โดยเฉพาะคู่แข่งอย่างมาเลเซียซึ่งถือเป็นคู่แข่งหลักเพราะสังเกตจากการออกบูธต่างประเทศบูธของมาเลเซียจะได้รับความสนใจอย่างมาก ขณะที่บูธของไทยแทบไม่มีคนรู้จักเพราะฉะนั้นเชียงใหม่ลองสเตย์ซิตี้จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการจัดการท่องเที่ยวเพราะโดยปกติขณะนี้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเชียงใหม่จะพำนักเฉลี่ยอยู่ประมาณ 3 วันแต่ลองสเตย์จะทำให้คนเหล่านี้อยู่ได้ถึง 30 วันและอาจจะต่อเนื่องต่อไปกลายเป็นแหล่งพำนักระยะยาวได้” ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่กล่าวและว่าอีกส่วนที่จะเน้นหนักในปีนี้คือการทำประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะให้กับชาวญี่ปุ่น ซึ่งเราได้ทำวารสารลองสเตย์ไกด์และได้นำไปแจกในช่วงที่ไปออกงานนิทรรศการที่ญี่ปุ่นซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมาก รวมทั้งจัดทำเวบไซต์ลองสเตย์ไกด์ดอทคอมเพราะชาวญี่ปุ่นต้องการข้อมูลมากโดยเฉพาะการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเราหวังที่จะสร้างกระแสและความรับรู้ผ่านช่องทางนี้ "ขณะนี้ต้องเรียนว่าโครงการเชียงใหม่ลองสเตย์การประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสำนักงานท่องเที่ยวนครโตเกียวของประเทศญี่ปุ่นที่ได้คัดสรรผู้ประกอบการสื่อมวลชนที่มีศักยภาพมาเยือยนเชียงใหม่และสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างกัน 1 ในนั้นก็คือเลขธิการของสมาคมลองสเตย์ฟาร์เบกัลของญี่ปุ่นซึ่งมีสมาชิกอยู่ 24,000 ครอบครัว ทั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นมีกลุ่มวัยเกษียณปีละ 6 ล้านคนจึงสามารถที่จะมาพักอาศัยในระยะยาวที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ โดยขณะนี้ตัวเลขข้อมูลคนญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในเชียงใหม่มีประมาณ 3,200 คน สำหรับการท่องเที่ยวในระยะยาวจะมีความมั่นคงกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น เนื่องจากพอเกิดสถานการณ์ทางการเมืองการท่องเที่ยวแบบอื่นไม่สามารถเดินทางมาได้แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในระยะยาวแล้วเค้าจะไม่หนีไปไหน ซึ่งจะเป็นรายได้ที่ยั่งยืนและความสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือคนเชียงใหม่กับคน ญี่ปุ่นมีความรู้สึกใกล้ชิดผูกพันกัน"

คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวพำนักระยะยาวแห่งชาติได้กำหนดให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดหลักที่สำคัญตลาดหนึ่งในกลุ่มตลาดหลัก 4 ตลาด (ยุโรป สแกนดิเนเวีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น) ทั้งนี้เพราะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก (ปี พ.ศ.2544 มีประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไปถึง 48.2 ล้านคน) ประชากรสูงอายุของญี่ปุ่นในปัจจุบันนิยมเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศและส่วนหนึ่งก็นิยมระยะยาวในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะที่รัฐฮาวาย ในออสเตรเลียโดยเฉพาะที่รัฐควีนสแลนด์และในเอเชียโดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และไทย รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็สนับสนุนให้ชาวญี่ปุ่นเข้าไปพำนักระยะยาวซึ่งรวมถึงการเข้าไปอยู่อาศัยแบบแถวถาวรในต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ เพราะว่าประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่กำจำกัด (มีพื้นที่ 377,800 ตารางกิโลเมตร หรือติดเป็น 73.5 % ของพื้นที่ประเทศไทย แต่มีประชากรถึง 127 ล้านคน) และด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักของญี่ปุ่นในระยะนี้ประกอบกับค่าครองชีพที่สูงมากทำให้ผู้เกษียณอายุชาวญี่ปุ่นใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากขึ้นด้วยเงินบำเหน็จบำนาญที่ได้รับอยู่ ดังนั้นผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากจึงเริ่มให้สนใจที่จะไปพำนักระยะยาวในต่างประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำกว่าแต่อาศัยได้ด้วยความสะดวกสบายและปลอดภัย

ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีสำหรับประเทศไทยที่จะส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวพำนักระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่มีรายได้และมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวพำนักระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่มีรายได้และมีความประสงค์ที่จะเข้ามาพำนักในดินแดนที่มีภูมิอากาศและมีสภาพภูมิประเทศตรงกับความต้องการของญี่ปุ่น อีกทั้งมีประชากรที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันและมีมิตรไมตรีต่อชาวต่างชาติซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาวจากญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวพำนักระยะยาวชาวญี่ปุ่นทั้งที่เข้าไปท่องเที่ยวและที่ไปอยู่อาศัยแบบถาวรในต่างประเทศนั้น จากการสำรวจของมูลนิธิการพำนักนะยะในต่างประเทศของญี่ปุ่นพบว่ากลุ่มผู้พำนักระยะยาวชาวญี่ปุ่นได้ให้ความสนใจการพำนักอยู่ในต่างประเทศเป็นจำนวนมากขึ้นและเป็นระยะเวลายาวนานมากขึ้น ซึ่งในระยะแรกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสนใจไปพำนักในทวีปยุโรปและอเมริกา แต่เนื่องจากค่าครองชีพในประเทศเหล่านั้นสูงขึ้นกลุ่มผู้เกษียณอายุชาวญี่ปุ่นจึงได้หันมาให้ความสนใจประเทศแถบเชียมากขึ้นโดยเฉพาะประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย จากการสำรวจถึงปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเข้ามาพำนักระยะยาวในต่างประเทศของชาวญี่ปุ่น พบว่าชาวญี่ปุ่นให้คามสำคัญในเรื่องต่อไปนี้ 1.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ความสนใจทั้งในเรื่องภัยธรรมชาติและสิติอาชญากรรมรวมทั้งภาวะสงครามด้วย 2.ความเป็นอยู่มีความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยการใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่มีให้ ตลอดจนความสามารถในการสื่อสารเป็นภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน 3.การรักษาสุขภาพมีโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานรวมทั้งมาตรฐานของแพทย์และพยาบาลที่จะให้บริการ 4.การทำกิจกรรมต่างๆผู้นำนักระยะยาวชาวญี่ปุ่นจะให้ความสนใจต่อกิจกรรมต่างๆที่จะสามารถทำได้ในขณะที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เหงาและไม่ให้เกิดอาการคิดถึงบ้านกิจกรรมที่ชาวญี่ปุ่นสนใจได้แก่การพัฒนาตนเอง จากการเรียนรู้เพิ่มเติมสิ่งใหม่ รวมทั้งการเข้าร่วมทำงานอาสาสมัครในแขนอาชีพต่างๆ การมีโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองได้สัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น การมีโอกาสท่องเที่ยว พักผ่อนและการฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย การมีโอกาสผจญภัย เช่น การเดินป่า เป็นต้น นอกจากจะให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ดังกล่าวแล้วการศึกษาวัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นยังพบข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมถึง

1.ผู้สูงอายุญี่ปุ่นจะให้สำคัญกับการแต่งงานของหลาน แม้จะอยู่ต่างประเทศแต่เมื่อหลานแต่งงานจะต้องกลับไปร่วมงานในประเทศญี่ปุ่นด้วย 2.ผู้สูงอายุต้องการจะกลับไปตายที่ญี่ปุ่นหากเกิดเสียชีวิตในต่างแดนจะต้องส่งศพกลับไปญี่ปุ่น ดังนั้นการกลับบ้านได้สะดวกจึงเป็นปัจจัยที่จะต้องพิจารณาด้วย 3.ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นยังคงให้ความเชื่อถือผู้นำ ตัวอย่างเช่น การที่สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเดินทางไปพักผ่อนและชมโบราณสถานที่จังหวัดสุโขทัย ก็มีส่วนเป็นอย่างมากที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจังหวัดสุโขทัยมีความปลอดภัยและน่าสนใจ 4.ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นชอบไปศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่นเดียวกับชาวฝรั่งเศส ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั้งหลายจึงเป็นที่สนใจของผู้สูงอายุญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

กลยุทธ์การเข้าตลาดกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาวชาวญี่ปุ่นนั้นอาจจำแนกออกได้หลาย ตลาด แต่ในที่นี้จะมุ่งเฉพาะตลาดผู้สูงอายุ (50 ปีขึ้นไป) ที่มีโอกาสจะเข้ามาพักผ่อนระยะยาวในประเทศไทย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายตลาดเป้าหมายเช่นเดียวกัน ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะตลาดผู้สูงอายุที่มีศักยภาพสูง ซึ่งได้แก่ ตลาดผู้บริโภคหรือตลาดผู้เดินทางอิสระ ,ตลาดองค์กรหรือตลาดธุรกิจ ตลาดผู้สูงอายุที่ยังคงทำงานประจำอยู่เป็นตลาดที่สามารถจะใช้เวลาพำนักอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน จึงเป็นตลาดประเภท Stay-Longer เป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสจะเป็น Long stay ในระยะต่อไปถ้าสามารถทำให้เขาเกิดความพึงพอใจได้ สำหรับตลาดผู้ประกอบการอาชีพอิสระหรืออาชีพส่วนตัวนั้น มีโอกาสจะพำนักได้ในระยะยาวกว่า 1 เดือนหรืออาจพำนักอยู่ได้ตลอดฤดูหนาวถ้าสามารถนำงานเข้ามาทำในเมืองไทยได้จึงเป็นตลาด Long stay ได้ ตลาดผู้สูงอายุที่หย่าร้าง มีโอกาสเป็นลูกค้า Long stay ได้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เงินบำนาญของฝ่ายชายที่แปงครึ่งกันไปแล้วนั้น ยังเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตในเมืองไทยจึงมีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร สำหรับฝ่ายหญิงนั้นแม้จะพำนักอยู่ในญี่ปุ่นได้โดยไม่ลำบากเพราะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็มีโอกาสที่เป็นลูกค้า Long stay ได้เพราะนิยมออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศหลังการหย่าร้างและสามารถพำนักอยู่ได้นานๆในประเทศที่พึงพอใจ ตลาดผู้เกษียณอายุทั่วไปสำหรับตลาดผู้บริโภคนั้นเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากมีรายได้สูงพอที่จะเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศได้โดยสะดวก ดังนั้นจึงเกิดชมรมเกี่ยวกับการพำนักระยะยางในต่างประเทศขึ้นหลายชมรม ทั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจไปพำนักระยะยาวในต่างประเทศ

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวคือ กรุงเทพฯ อยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตพัทยา นักท่องเที่ยวคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักค่อนข้างอ่อนไหวกับเหตุการณ์ที่มีผลต่อความไม่ปลอดภัยเนื่องจากอาศัยอยู่ในประเทศที่เป็นเกาะและในอดีตเคยปิดประเทศและมีสงครามกับหลายๆประะเทศทำให้เชื่อว่าประเทศตนเองปลอดภัยที่สุด ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบการเดินทางที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆและหากมีญี่ปุ่นรวมอยู่ในประวัติศาสตร์จะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ การท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกกำลังเป็นที่นิยมมากในตลาดญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวที่มีความละเอียด มีขั้นตอนการปฎิบัติ เพราะฉะนั้นการทำหนังสือคู่มือนำเที่ยวสำหรับตลาดญี่ปุ่นจึงมีลักษณะพิเศษที่ละเอียดกว่าสำหรับตลาดอื่นๆ นักท่องเที่ยวมีการเลือกเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความแปลกใหม่นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่นิยมเดินทางไป เช่น มาเก๊า ตุรกี ดูไบ ยุโรปตะวันตก อเมริกาใต้และประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางไปยังที่ที่มีนักท่องเที่ยวแออัดนักท่องเที่ยวจำนวนมากแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่ยังมีความเป็นเอกลักษณ์เข้าถึงชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 08:03 AM   #12444
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488

Quote:
Originally Posted by pon View Post
เค้าใช้คำว่า "แห่งที่ 3" แล้วมันสับสนชอบกลอยู่นะครับ
น่าจะใช้คำว่าอาคาร 1 อาคาร 2 ก็ว่ากันไป เพราะจริงๆมันก็อยู่อาเขตนั่นแหละใช่ไหมครับ แถม 11 ไร่ก็เล็กมากเลย กลัวว่าจะมีคนสับสนและคิดไปว่าขนส่งใหม่แห่งที่ 3 ของเชียงใหม่อยู่ไหน ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละใช่ไหมครับ
คงต้องใส่ชื่อไปแบบนั้นเพราะในไทยเข้มแข็งใช้ชื่อโครงการว่าแบบนั้นด้วยแหละครับ ถ้าไปเปลี่ยนชื่อไปอะไรเดียวตรวจสอบกันมาแล้วจะมีปัญหาทีหลังอีก เจ้าภาพสร้างและเจ้าของหลังสร้างเสร็จก็สวนทางกันสุดๆครับ อาเขตตึกเก่าเป็นของเทศบาลนครงบจะปรับปรุงก็ต้องเป็นของเทศบาล ตึกใหม่เป็นของ สนข. ที่สร้างก็อยู่ตรงที่ว่างฝั่งตรงข้ามหน้าอาเขตนั่นแหละครับ เหลือแต่ว่าหลังสถานีขนส่งใหม่นี้เสร็จแล้วเทศบาลจะปรับปรุงตึกเก่าที่เป็นของเทศบาลยังไงเท่านั้นเองครับ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 10:58 AM   #12445
Pastel
Casual User
 
Pastel's Avatar
 
Join Date: Sep 2008
Location: ChiangMai || Bangkok
Posts: 761
Likes (Received): 1

"บูติครีสอร์ต" เชียงใหม่ ศิลปะล้านนาในอ้อมกอดธรรมชาติ
วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4245 ประชาชาติธุรกิจ
คอลัมน์ ทริปเที่ยวไทย


ภาย ในเวลาเพียงไม่กี่ปี วิวัฒนาการลงทุนก่อสร้าง "บูติครีสอร์ต" กระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ 22 อำเภอ ในจังหวัดเชียงใหม่ เมืองในอ้อมกอดธรรมชาติขุนเขารายล้อมอารยะ ศิลปะ สถาปัตยกรรมอาณาจักรล้านนา เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและนานาประเทศทั่วโลกมุ่งหน้าเดินทางหลั่ง ไหลเข้ามาเพื่อค้นหาคุณค่าแห่งชาติอันงดงามที่มีมายาวนานนับพันปี

ใน แต่ละอำเภอมีเอกลักษณ์ความเป็นล้านนาคล้ายคลึงกัน หากความหลากหลายเป็นมนต์เสน่ห์แตกต่างกันไปตรงการออกแบบ "สถานที่พัก" เพื่อรองรับการท่องเที่ยวตามพื้นที่ต่าง ๆ ใน 22 อำเภอ ให้อารมณ์ความรู้สึกไปคนละแบบ อำเภอเมือง เป็นศูนย์รวมสีสันโบราณสถานและวัดกว่า 200 แห่ง อำเภอแม่ริม สะเมิง จอมทอง แม่แจ่ม สันป่าตอง แม่อาย ดอยเต่า เวียงแหง ไชยปราการ แม่วาง กิ่งอำเภอแม่ออน อมก๋อย และพร้าว เป็นเมืองธรรมชาติการเกษตร ปกคลุมด้วยความเขียวขจี ส่วนอำเภอหางดง แม่แตง สารภี สันกำแพง ดอยสะเก็ด เชียงดาว สันทราย ฝาง และฮอด เป็นถิ่นหัตถกรรมไม้และดินแดนแห่งสุขภาพ


ปัจจุบัน ในเชียงใหม่มีบูติครีสอร์ตขนาดไม่เกิน 80 ห้อง และมากกว่า 80 ห้อง กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกอำเภอและพร้อมจะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยว อย่างอบอุ่นทุกฤดูการเดินทาง

บูติครีสอร์ตในเมืองอย่าง "ระรินจินดา" เรือนไม้ออกแบบเป็นที่พัก แต่ละห้องอลังการงดงาม มีไม่ถึง 40 ห้อง อยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับ "ห้องสปา" เพื่อสุขภาพ บริการด้วยอุปกรณ์ไฮเทคและธรรมชาติบำบัด "ศิริปันนา แกรนด์ รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า" ในบรรยากาศริมแม่น้ำกกซึ่งเน้นสถาปัตยกรรมงานไม้

บริเวณ ท่าแพมี "โรงแรมยู" เด่นเป็นสง่า ลัดเลาะออกไป แถวสันผีเสื้อจะพบ "เทียนนา การ์เด้น วิลเลจ" หรือบนถนนนิมมานเหมินท์ ละลานตาด้วยบูติคสไตล์ อาทิ ยันตรศรีรีสอร์ต เยสเทอร์เดย์ เดอะ วิลเลจ

เขตพื้นที่เนินเขาไต่ ระดับขึ้นสู่หางดง ลองเลือกประสบการณ์ ใหม่สักแห่ง อาทิ ธาราบุรี รีสอร์ต แอนด์ สปา เดอะฟิลล์วิลเลจ วีรันดา เชียงใหม่ เดอะไฮรีสอร์ต บุหลันบุรีรีสอร์ต ฟ่อนคำ รีสอร์ต INSDA เดอะ ลักชัวรี่ไพรเวตเฮาส์ แถวเชียงดาวต้องยกให้ มาริษารีสอร์ตแอนด์สปา


แถบ แม่ริมมีทั้งความสงบและเป็นส่วนตัวรออยู่มากมาย สไตล์ที่พักภายใต้หุบเนินเขาอย่าง เมืองกุฎีลอดจ์ ม้งลอดจ์ แม่สาวัลเลย์ บ้านคันนา คันทรี รีสอร์ต

"เชียงใหม่" ในวันนี้นอกจากจะเป็นเมืองเก่าแก่แห่งอารยธรรมล้านนาแล้ว ยังเป็นดินแดนแห่งบูติครีสอร์ต เหมาะจะท่องเที่ยว จะคุ้มค่าเงิน
Pastel no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 01:09 PM   #12446
russarun
สุดขั้วทั่วไทย
 
russarun's Avatar
 
Join Date: Nov 2009
Location: Kingdom of Thailand
Posts: 4,515
Likes (Received): 30

ซ้ำล่าง
__________________
ร้อยแก่นสารสินธุ์
russarun no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 01:09 PM   #12447
russarun
สุดขั้วทั่วไทย
 
russarun's Avatar
 
Join Date: Nov 2009
Location: Kingdom of Thailand
Posts: 4,515
Likes (Received): 30



ผมว่า บูติครีสอร์ต เหมาะกับเชียงใหม่คับ

บรรยากาศดี น่าพัก และได้กลิ่นไอธรรมชาติ ดีกว่าอยู่บนตึกมากมาย

เชียงใหม่ฮิตติมลมบน แต่บ้านผมพึ่งมีเองอะ อยากมีสวยๆเหมือนเชียงใหม่ แต่บรยากาศไม่ให้
__________________
ร้อยแก่นสารสินธุ์
russarun no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 01:32 PM   #12448
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488


ค่าห้องส่วนใหญ่จะแพงกว่าโรงแรมธรรมดาทั่วไปในระดับหนึ่งอยู่นะครับ แต่แลกมาด้วยบรรยากาศของความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆเหมือนอยู่บ้านของตัวเองจะว่ายน้ำไรก็มีสระส่วนตัวหมดไม่ต้องไปใช้รวมใคร

///////////////////////////////////////////////////////

แจ้งจากกรมอุทกฯภาคเหนือ จ.เชียงใหม่

ที่ลุ่มแม่น้ำปิงต่อไปนี้เตรียมตัวนะครับ อ.เมือง อ.สารภี จ.เชียงใหม่และที่ลุ่แม่น้ำปิงต่อไปทางตอนใต้อีกเรื้อยๆ แม่น้ำปิงคาดว่าจะขึ้นสูงสุดที่ 3.20 เมตรจากจุดล้นตลิ่งที่ 3.70 เมตรในวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีัฝนตกล่างเขื่อนบริเวณ อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.สันทราย เพิ่มน้ำก็จะขึ้นระดับสูงสุดไม่เกินนั้น แต่ถ้าเกินก็รอฟังประกาศเจือนภัยได้จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นของท่านนะครับ แต่พื้นที่ในเขต P1 โซนที่ 1 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ระดับน้ำจะเริ่มล้นตลิ่งเข้าบ้านของท่านที่ 3.60 เมตร ก็เก็บของชั้นล่างขึ้นไปไว้ข้างบนได้ก็ดีนะครับ กันไว้ดีกว่าแก้ ตามนั้นครับ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 01:59 PM   #12449
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488

เชียงใหม่ฤกษ์ดีปลายกันยาเปิดถนนไร้สายไฟฟ้าหลังดำเนินการ 7 ปี

ฤกษ์ดีปลายเดือนกันยายนนี้ ทำพิธีเปิดถนนไร้สายไฟฟ้าของเชียงใหม่หลังจากใช้เวลาดำเนินการมานานถึง 7 ปี นายกเทศมนตรีนำคณะออกตรวจความเรียบร้อยพอใจงานส่วนใหญ่เสร็จสิ้นเหลือเพียงการปรับปรุงพื้นที่หลุมบ่อบนทางเท้าที่เกิดจากการรื้อถอนเสาไฟฟ้าเท่านั้น มั่นใจเสร็จทันก่อนพิธีเปิดแน่นอน

โครงการถนนไร้สายไฟฟ้าของเชียงใหม่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของเทศบาล ร่วมกับ พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ออกตรวจความเรียบร้อย โครงการวางท่อร้อยสายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคลงใต้ดินที่ถนนท่าแพและถนนช้างคลานซึ่งได้ดำเนินการนำสายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคลงใต้ดินเสร็จสิ้นตามโครงการแล้ว พร้อมกับทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าและเสาโทรศัพท์ออกจากสองข้างถนนตลอดสาย พร้อมนำเสาไฟฟ้าส่องแสงสว่างแบบลดภาวะเรือนกระจกแบบเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นใช้มาปักแทนทำให้ภูมิทัศน์ของถนนทั้งสองสายสวยงาม ไม่มีสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ รวมทั้งสายเคเบิ้ลพาดขึงรกรุงรังบนเสา

นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่างานทุกอย่างใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ คงเหลือแต่การปรับปรุงทางเท้าบนถนนทั้งสองสายให้มีความเรียบร้อยมากขึ้น เนื่องจากในจุดที่มีการรื้อถอนเสาไฟฟ้าออกจะต้องปรับพื้นให้เรียบไม่เป็นหลุมบ่อประชาชนจะได้สัญจรสะดวก โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้และได้หารือเห็นชอบร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 ภาคเหนือว่าจะทำพิธีเปิดใช้โครงการถนนไร้สายไฟฟ้าอย่างเป็นทางการทั้งสองสาย ในวันที่ 25 กันยายนนี้ โดยจะมีการเชิญผู้ว่าการ-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนี้ด้วย

นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการวางท่อร้อยสายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคลงใต้ดินแบบเจาะอุโมงค์ ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลจำนวนทั้งสิ้น 230,000,000 บาท (สองร้อยสามสิบล้าน) ดำเนินการบนถนนท่าแพ ตั้งแต่เชิงสะพานวรัฐถึงข่วงประตูท่าแพ ระยะยาว 1,100 เมตร และถนนช้างคลานตั้งแต่สี่แยกอุปคุตถึงสี่แยกแสงตะวัน ระยะยาว 880 เมตร ใช้เวลาดำเนินการนานถึง 7 ปี เนื่องจากมีอุปสรรคและปัญหาต่างๆมากมาย ทำให้ต้องเสียเวลาล่าช้าไปมาก ขณะนี้เทศบาลนครเชียงใหม่ กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 ภาคเหนือ จึงเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ 2553 สิ้นเดือนกันยายนนี้ เมื่อเปิดใช้ถนนตามโครงการแล้วจะเป็นถนนไร้สายไฟฟ้าแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ที่อยู่ในตัวเมืองมีภูมิทัศน์สวยงามน่าดู

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

แม่เจ้า!!! เดินสายไฟใต้ดินแบบเจาะอุโมงค์ล่อเข้าไปกิโลละร้อยล้านไม่แปลกใจว่าทำไมถนนสายต่อไปห้วยแก้วถึงได้งบตั้ง 300 ล้าน พ่อคู๊ณ!!! เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ยเปิดหน้าดินแล้วฝั่งแบบที่อื่นเค้าทำกันเถอะทำกันตั้งหลายกิโลราคายังไม่เท่าเชียงใหม่ทำ 1 กิโลเลย อันนี้พูดจากใจจริงๆถ้าเรามองข้ามปัญหาหม้อแปลงที่จะยังทำให้ไฟดับอยู่ไม่เหมือนแบบเจาะอุโมงค์ที่จะไม่มีปัญหาไฟดับอีกเลย ถ้าเราไม่ทำแบบเจาะอุโมงค์แต่มันก็ได้ผลตอบแทนเรื่องทัศนียภาพอยู่นะครับ ใช้เงินภาษีร่วมกันอย่างคุ้มค่าครับ 100 ล้านต่อกิโลมันมากไปเอาไปทำแบบขุดฝั่ง 100 ล้านนี้ได้ถนนหลายสายเลยในเชียงใหม่
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 02:34 PM   #12450
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488

จังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ รศ. ตู้ เจี๋ย ( Ms.Du Jie ) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิตส์จีน


นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ รศ. ตู้ เจี๋ย ( Ms.Du Jie ) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิตส์จีนประจำคณะภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีนและผู้บริหารคณะนักศึกษาจากคณะภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2553 เวลา 11.00 น.
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 02:47 PM   #12451
Patt_fly
Land_Of_Smile
 
Patt_fly's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Location: Chiangmai
Posts: 236
Likes (Received): 7

Quote:
Originally Posted by Anawinn View Post
"ลองสเตย์"เชียงใหม่พ่ายมาเลย์ เอเยนซี่ญี่ปุ่นแนะพี.อาร์.-บินตรง

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4245 ประชาชาติธุรกิจ



ตลาด ลองสเตย์เชียงใหม่ปวดหัวหนัก ระบุปัญหาการขยายตลาดเกิดจากขาดการประชาสัมพันธ์ ความยุ่งยากและขั้นตอนที่เข้มงวดในการออกวีซ่า ขาดเที่ยวบินตรง ด้านเอเยนซี่ระบุ คนญี่ปุ่นนิยมภูเก็ตมากกว่า ขณะที่มาเลเซียผงาดเบอร์หนึ่ง ชาวแดนปลาดิบแห่พำนักระยะยาวเกือบ 1 หมื่นคน เอกชนร้องรัฐหนุนช่วยด่วน หลังปล่อยให้ลงทุนรอหน้าแห้ง



นายเซน ตะ ชิโมกุเบะ ผู้จัดการบริษัท คิงกิ นิปปอน ตัวแทนนำเที่ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่น กล่าวหลังร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานโตเกียว สำรวจศักยภาพด้านการพักอาศัยระยะยาว (longstay) ของเชียงใหม่ว่า ความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมของเมือง แหล่งศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมิตรของผู้คน มีที่พักอาศัย สถานพยาบาล และแหล่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เหมาะสมที่จะรองรับทั้ง นักท่องเที่ยวทั่วไป และกลุ่มผู้พำนักระยะยาวหลังเกษียณอายุ ซึ่งมีจำนวนกว่า 1.3 ล้านคนในญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมาเชียงใหม่ยังเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับภูเก็ต

หาก เชียงใหม่ต้องการเป็นศูนย์กลาง การพำนักระยะยาว หรือต้องการให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นขยายตัว จะต้องผลักดันให้มีเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงใหม่กับญี่ปุ่นก่อน เพราะคนญี่ปุ่นนิยมการท่องเที่ยวและเดินทางที่สะดวกสบาย

นางสาวไอโกะ โฮซากะ ตัวแทนจากบริษัท เอ แอนด์ เอ ตัวแทนนำเที่ยวรายเดียวของ Royal Orchid Holiday ในญี่ปุ่น กล่าวว่า ยังไม่เคยทำตลาดนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาว หากเชียงใหม่ต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ควรมีแพ็กเกจเฉพาะเจาะจงออกมาขาย แก่นักท่องเที่ยว และควรมีข้อมูลพร้อมสำหรับการตัดสินใจซึ่งจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์อีกมาก ที่สำคัญจะต้องมีเที่ยวบินตรงจากญี่ปุ่นเช่นเดียวกับที่ภูเก็ต

น.ส.เบญจวรรณ สุเนตรวรกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงโตเกียว กล่าวว่า ปกติมีชาวญี่ปุ่น เดินทางมาไทยปีละประมาณ 1 ล้านคน แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง คือปี 2550 มี 1.3 ล้านคน ปี 2551 ลดเหลือ 1.1 ล้านคน และปี 2552 เหลือ 1.05 ล้านคน สำหรับ 7 เดือนของปีนี้มีเพียง 5.4 แสนคน ปัจจัยลบสำคัญคือการเมืองในประเทศ แต่ยังคงตั้งเป้าในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้เชียงใหม่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเต็ม ที่ ที่จะรองรับกลุ่มลองสเตย์ ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยระยะยาวในเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นคน เป็นชาวญี่ปุ่นมากที่สุดกว่า 3,000 คน และยังมีความต้องการเข้ามาพักอาศัยเพิ่มเติมปีละกว่า 1,000 คน

อย่าง ไรก็ตามยังคงมีอุปสรรคในการขยายตัวของตลาดผู้พักอาศัยระยะยาว เช่น ปัญหาการออกวีซ่าสำหรับการพำนักระยะยาวแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลไทยกำหนดเวลาให้เพียงครั้งละ 1 ปี และต้องมีเงินฝากประจำในบัญชีคนละ 8 แสนบาท และต้องมีหลักฐานรายได้คนละไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6 หมื่นบาท ขณะที่ต่างประเทศ เช่น มาเลเซียให้วีซ่าถึง 10 ปี

"รัฐบาลควรพิจารณาทบทวนเงื่อนไข เหล่านี้เพื่อกระตุ้นตลาดให้ขยายตัว เนื่องจากเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่มีการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวโดยทั่ว ไป และที่สำคัญที่สุดต้องผลักดันให้มีการเปิดเที่ยวบินตรงเชียงใหม่กับเมือง ต่าง ๆ ไม่เช่นนั้นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการพำนัก ระยะยาว และศูนย์กลางการรักษาพยาบาลก็จะล้มเหลว"

ปัจจุบันมีชาว ญี่ปุ่นพำนักระยะยาวหรือเกิน 3 เดือนในเอเชีย 2.9 แสนคน อยู่ในจีนมากที่สุด 1.27 แสนคน ไทย 4.6 หมื่นคน สิงคโปร์ 2.3 หมื่นคน ไต้หวัน 2 หมื่นคน และที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วคือ มาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน ภายใต้โครงการมาเลเซียบ้านหลังที่สอง เสนอสิทธิประโยชน์มากมาย ให้วีซ่าโดยไม่กำหนดเงื่อนไขอายุ ขณะที่ไทยกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ในปี 2551 มีคนญี่ปุ่นพำนักระยะยาวในมาเลเซีย 9 พันคน อยู่ในอันดับ 1 ของเอเชีย เติบโตอย่างรวดเร็วจาก 8 ปีก่อนหน้าอยู่ในอันดับสุดท้าย

หน้า 23
แหม่นานๆ มาโพสต์ทีนะครับ คุณAnawin มากับข่าวร้ายเลยเหรอครับ แต่ผมก็ยังเชื่อในศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ครับ
Patt_fly no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 03:06 PM   #12452
Anawinn
Registered User
 
Anawinn's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: ฺฺBangkok - Hat Yai
Posts: 192
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by Patt_fly View Post
แหม่นานๆ มาโพสต์ทีนะครับ คุณAnawin มากับข่าวร้ายเลยเหรอครับ แต่ผมก็ยังเชื่อในศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ครับ

ข่าวร้ายกลายเป็นดีเยอะแยะไป ใช่ไหม ยังไงก็รักชาวเชียงใหม่ และเมืองเชียงใหม่นะ แล้วเจอกันปลายปีนี้
Anawinn no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 03:06 PM   #12453
jaysyzanaz
Registered User
 
Join Date: May 2010
Posts: 31
Likes (Received): 0

ถ่ายเล่นๆครับ อิอิ











jaysyzanaz no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 03:17 PM   #12454
kapiak
Registered User
 
kapiak's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: ubonratchathani
Posts: 4,057
Likes (Received): 213

Quote:
Originally Posted by Patt_fly View Post
แหม่นานๆ มาโพสต์ทีนะครับ คุณAnawin มากับข่าวร้ายเลยเหรอครับ แต่ผมก็ยังเชื่อในศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ครับ
ก็คงเรียกข่าวร้ายได้ไม่เต็มปากนะครับ ในข่าวเล่นเปรียบเทียบระหว่างเชียงใหม่ซึ่งเป็นจังหวัดกับประเทศมาเลเซีย
เล่นเอาจังหวัดเปรียบเทียบกับประเทศเลย อย่างน้อยก็แสดงว่าเชียงใหม่ศักยภาพมีเยอะ(รัฐมนตรีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของมาเลเซียยังต้องบินมาถึงเชียงใหม่เลย) และจะได้เอาคำติมาแก้ไขให้ดีขึ้น
__________________
ฉันชอบกินตำแตงและตำถั่ว ^_^
kapiak no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 03:46 PM   #12455
sirapong
Registered User
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 76
Likes (Received): 0

เปิดถนนแล้ว รีบจัดระเบียบป้าย กันสาด แล้วนำ ต้นไม้มาปลูก แขวง วางให้เป็นระเบียบ ด่วน
sirapong no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 04:22 PM   #12456
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488

@jaysyzanaz

หามุมถ่ายาพในโรงบาลสวนดอกได้แจ่มดีครับ ใครขึ้นไปบนดอยตอนนั้นคงได้เห็นทะเลหมอกเวอร์ชั่นหมอกฝนพร้อมละอองน้ำกันไปเต็มๆ ถ้าแม่ฮ่องสอนไปขึ้นลิขสิทธิ์เมืองสามหมอกไว้นี้เราไปขอเค้ามาจะได้มั้ยนิ

//////////////////////////////////////////////////////////////////////

มีคนสงสัยอีกแล้วว่าเสาไฟฟ้าส่องแสงสว่างแบบลดภาวะเรือนกระจกที่เชียงใหม่เอามาติดที่ถนนบริเวณที่เอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินไปแล้วเป็นยังไง ผมก็อธิบายหลักการทางวิทย์ไม่ถูกเหมือนกันแต่สีของไฟมันจะไม่ใช่สีส้มแบบที่เห็นกันทุกนี้น่ะครับ มันจะเป็นขาวออกโทนเขียวนิดหน่อยแต่ความสว่างเท่ากันครับ เดียวจะเทียบภาพมุมสูงของเมืองนอกให้ดูนะครับ



ภาพนี้คือ ชิคาโก สหรัฐอเมริกา แสงไฟที่เห็นจะเป็นสีส้มก็คือแบบไฟที่เราเห็นตามถนนหนทางกันทกวันนี้แหละครับ ซึ่งเค้าบอกว่ามันมีการไปกระตุ้นตัวก๊าซอะไรก็ไม่รู้ที่จะไปทำปฎิกิริยากับชั้นโอโซนให้เกิดภาวะโลกร้อนครับ



ภาพนี้คือ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แสงไฟที่เห็นจะเป็นโทรขาวออกเขียวนี้แหละครับแบบไฟที่เราซื้อมาติดที่ถนนท่าแพกับช้างคลาน ซึ่งใจจริงอยากให้เปลี่ยนในถนนทุกสายเลยอันเก่าที่มีอยู่ก็มากมายนี้ขายมือสองต่อให้ที่อื่นไปจะได้มีเงินมาซื้อแล้วของบอุดหนุนอีกซักหน่อยไม่มากมายอะไร
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 05:14 PM   #12457
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488

สอบถามความคิดเห็นนะครับ

- คิดเห็นกันยังไงถ้าจะมีการทยอยปรับอัตราค่าแรงขึ้นต่ำของจังหวัดเชียงใหม่จากวันละ 171 บาทขึ้นไปเป็น 220 บาทภายในปลายปีหน้าเงินเดือนตามวุฒิก็ขึ้นด้วยเช่นกันแน่นอนว่าค่าครองชีพขึ้นแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าจะขึ้นเท่าไหร่ เพื่อรองรับแรงงานบุคลากรด้านไมซ์ที่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครอยากจะมาทำงานที่เชียงใหม่เพราะได้ค่าแรงต่ำ ถ้าเราไม่ขึ้นค่าแรงเราก็จะไม่มีบุคคลากรมาซัพพอร์ตกลุ่มไมซ์ที่เราจะเปิดตลาดในปีหน้ากันนี้แล้ว รวมไปถึงการดันค่าครองชีพขึ้นก็จะเป็นการดึงรายจ่ายจากกลุ่มไมซ์ได้มากขึ้นในการจับจ่ายอีกเช่นกัน ในส่วนของเชียงใหม่วูดยังไม่พูดถึงเพราะเริ่มเปิดตลาดในปี 55 ซึ่งในปีหน้านี้จะเป็นการเปิดตลาดไมซ์ก่อนเพราะถ้าเรามีบุคลากรด้านนี้รองรับไม่พอการลงทุนในตลาดไมซ์ที่เราลงทุนไปมันจะเสียหายได้ในระดับพันล้านเลย

- การขอตั้งจังหวัดฝางปัญหาในตอนนี้คือจังหวัดเชียงใหม่เราจะไปข่มเค้าไว้ตลอดไม่ให้ตั้ง สาเหตุเพราะเรายังอิงตลาดการท่องเที่ยวเป็นตัวหลักอยู่ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าพื้นที่ทางเหนือของเชียงใหม่นั้นมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่มากมายทั้งที่ค้นเจอและยังค้นไม่เจอ แต่ในเมื่อตอนนี้เราก็ประกาศกันโตงๆไปแล้วว่าเชียงใหม่จะไม่พึ่งเพียงแต่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวอีกต่อไปเพราะศักยภาพเราสามารถที่จะทำเม็ดเงินได้ในทุกด้านไม่เฉพาะแต่การท่องเที่ยวอย่างเดียว เราควรจะปล่อยให้เค้าตั้งจังหวัดกันได้แล้วหรือยังหรือจะรอให้สถานะเรามั่นคงจนไม่ต้องพึ่งการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวก่อนแล้วถึงค่อยปล่อย

- เสนอให้พื้นที่ทางตอนใต้ของเชียงใหม่แยกตั้งจังหวัดด้วยอีก 1 จังหวัด เพื่อให้การบริหารเชียงใหม่ทำได้ง่ายขึ้นและรวดเร็ว เรืองของเรื่องคือเราจะได้บริหารกันได้ง่ายคล่องและสะดวกขึ้นเพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราก็เสียเวลาและเสียเงินไปมากในระดับหนึ่งกับในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นขนาดใหญ่ของเชียงใหม่ไปพอสมควร บางครั้งบางปีเราเสียเงินในด้านนี้ไปมากกว่าเอามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตที่ราบที่มีคนอยู่อาศัย มันไม่ใช่ว่าเราจะตัดปัญหาในการดูแลพวกนี้นะครับ เพียงแต่เราน่าจะตั้งให้เป็นจังหวัดใหม่โดยมีผู้ว่าราชการมาดูแลซึ่งการดูแลน่าจะเป็นไปได้ดีกว่าทุกวันนี้ที่เราต้องดูแลทั้งหมดเลยกว่าสองหมืนตารางกิโลเมตร ในส่วนของประชากรถ้าแยกตั้งใหม่ก็จะสามารถดูแลได้ครอบคลุมมากขึ้น

- คุณคิดว่าเชียงใหม่เรายังสามารถใช้ศักยภาพด้านไหนดึงให้เราเป็นศูนย์ของอาเซียนได้อีก อันนี้เราไม่มองตรงภาพเห็นแก่ตัวนะเพราะยังไงถ้าเราไม่เป็นที่อื่นเค้าก็เป็นซึ่งก็จะอ้างศักยภาพอาเซียนกันทั้งนั้น ดังนั้นอะไรที่พัฒนาให้เป็นได้เราก็พัฒนาให้เป็นส่วนอันไหนที่ฉกจากที่อื่นมาได้ก็ฉกเพราะกฏบัตรอาเซียนไม่ได้ห้ามเราไปฉกศูนย์ของอาเซียนจากใครมา

Last edited by kenos; September 16th, 2010 at 05:22 PM.
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 06:03 PM   #12458
pon
Registered User
 
pon's Avatar
 
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,807
Likes (Received): 1334

Quote:
Originally Posted by kenos View Post
สอบถามความคิดเห็นนะครับ

- คิดเห็นกันยังไงถ้าจะมีการทยอยปรับอัตราค่าแรงขึ้นต่ำของจังหวัดเชียงใหม่จากวันละ 171 บาทขึ้นไปเป็น 220 บาทภายในปลายปีหน้าเงินเดือนตามวุฒิก็ขึ้นด้วยเช่นกันแน่นอนว่าค่าครองชีพขึ้นแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าจะขึ้นเท่าไหร่ เพื่อรองรับแรงงานบุคลากรด้านไมซ์ที่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครอยากจะมาทำงานที่เชียงใหม่เพราะได้ค่าแรงต่ำ ถ้าเราไม่ขึ้นค่าแรงเราก็จะไม่มีบุคคลากรมาซัพพอร์ตกลุ่มไมซ์ที่เราจะเปิดตลาดในปีหน้ากันนี้แล้ว รวมไปถึงการดันค่าครองชีพขึ้นก็จะเป็นการดึงรายจ่ายจากกลุ่มไมซ์ได้มากขึ้นในการจับจ่ายอีกเช่นกัน ในส่วนของเชียงใหม่วูดยังไม่พูดถึงเพราะเริ่มเปิดตลาดในปี 55 ซึ่งในปีหน้านี้จะเป็นการเปิดตลาดไมซ์ก่อนเพราะถ้าเรามีบุคลากรด้านนี้รองรับไม่พอการลงทุนในตลาดไมซ์ที่เราลงทุนไปมันจะเสียหายได้ในระดับพันล้านเลย
>>>>>>>>ผมเห็นด้วยครับในขั้นนี้ แต่ผมไม่มีข้อมูลอะไรเลยว่าเชียงใหม่มีรายได้จากด้านต่างๆเท่าไรกันบ้าง
สมมุติว่ารายได้จากการผลิตมีมาก ก็ต้องเตรียมรับกับราคาสินค้าที่จะส่งออกไปขายยังต่างจังหวัดให้ดี เช่น เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์เชียงใหม่ เพิ่มคุณภาพและดีไซน์ที่เป็นตัวของตัวเองและมีstory ที่แข่งกับจังหวัดอื่นที่มีสินค้าคล้ายๆกันได้
แต่ถ้างานบริการนำโด่ง ก็ไม่น่ากังวลเท่าไร เพราะกรุงเทพและภาคใต้ยังต้องจ่ายแพงกว่าเชียงใหม่อยู่มากเหมือนกัน


Quote:
Originally Posted by kenos View Post
- การขอตั้งจังหวัดฝางปัญหาในตอนนี้คือจังหวัดเชียงใหม่เราจะไปข่มเค้าไว้ตลอดไม่ให้ตั้ง สาเหตุเพราะเรายังอิงตลาดการท่องเที่ยวเป็นตัวหลักอยู่ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าพื้นที่ทางเหนือของเชียงใหม่นั้นมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่มากมายทั้งที่ค้นเจอและยังค้นไม่เจอ แต่ในเมื่อตอนนี้เราก็ประกาศกันโตงๆไปแล้วว่าเชียงใหม่จะไม่พึ่งเพียงแต่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวอีกต่อไปเพราะศักยภาพเราสามารถที่จะทำเม็ดเงินได้ในทุกด้านไม่เฉพาะแต่การท่องเที่ยวอย่างเดียว เราควรจะปล่อยให้เค้าตั้งจังหวัดกันได้แล้วหรือยังหรือจะรอให้สถานะเรามั่นคงจนไม่ต้องพึ่งการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวก่อนแล้วถึงค่อยปล่อย

- เสนอให้พื้นที่ทางตอนใต้ของเชียงใหม่แยกตั้งจังหวัดด้วยอีก 1 จังหวัด เพื่อให้การบริหารเชียงใหม่ทำได้ง่ายขึ้นและรวดเร็ว เรืองของเรื่องคือเราจะได้บริหารกันได้ง่ายคล่องและสะดวกขึ้นเพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราก็เสียเวลาและเสียเงินไปมากในระดับหนึ่งกับในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นขนาดใหญ่ของเชียงใหม่ไปพอสมควร บางครั้งบางปีเราเสียเงินในด้านนี้ไปมากกว่าเอามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตที่ราบที่มีคนอยู่อาศัย มันไม่ใช่ว่าเราจะตัดปัญหาในการดูแลพวกนี้นะครับ เพียงแต่เราน่าจะตั้งให้เป็นจังหวัดใหม่โดยมีผู้ว่าราชการมาดูแลซึ่งการดูแลน่าจะเป็นไปได้ดีกว่าทุกวันนี้ที่เราต้องดูแลทั้งหมดเลยกว่าสองหมืนตารางกิโลเมตร ในส่วนของประชากรถ้าแยกตั้งใหม่ก็จะสามารถดูแลได้ครอบคลุมมากขึ้น
>>>>>>>>อันนี้2จิตสองใจครับ การตัดเหนือและใต้ออกไปเป็นอีก2จังหวัดข้อดีก็อย่างที่บอกคือจัดการง่ายขึ้น นำงบมาเน้นพื้นราบได้มากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจมุ่งมั่นและศักยภาพที่จะพัฒนาพื้นที่ทางเหนือและใต้ให้มีผลผลิตมากกว่าปัจจุบันได้ ถ้าทำได้ก็ไม่จำเป็นต้องสนับสนุนให้แยกจังหวัด ทำพื้นที่เหล่านั้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เป็นแหล่งเกษตรมูลค่าสูงๆ หรือแม้แต่ถ้าเราคิดว่ายิ่งหลากหลายยิ่งมีโอกาสในการคิดกลยุทธ์พัฒนาจังหวัดได้มากกว่าก็ไม่น่าแยกครับ ดีกว่าที่เชียงใหม่เหลือส่วนกลางจังหวัด อนาคตหากพื้นที่ทางเหนือใต้มีศักยภาพในด้านอื่นๆการจะทำอะไรก็ต้องเป็นการประสานงานถึงจะนำประโยชน์มาสู่ตัวจังหวัดได้ แต่หากคงเป็นจังหวัดเดียวกันภายใต้ผู้ว่าคนเดียวกัน การจัดการก็จะคล่องตัวกว่าไม่ต้องหารือต่อรองมากนัก หากจะทำสิ่งที่เป็นนโยบายของผู้ว่าเอง

Quote:
Originally Posted by kenos View Post
- คุณคิดว่าเชียงใหม่เรายังสามารถใช้ศักยภาพด้านไหนดึงให้เราเป็นศูนย์ของอาเซียนได้อีก อันนี้เราไม่มองตรงภาพเห็นแก่ตัวนะเพราะยังไงถ้าเราไม่เป็นที่อื่นเค้าก็เป็นซึ่งก็จะอ้างศักยภาพอาเซียนกันทั้งนั้น ดังนั้นอะไรที่พัฒนาให้เป็นได้เราก็พัฒนาให้เป็นส่วนอันไหนที่ฉกจากที่อื่นมาได้ก็ฉกเพราะกฏบัตรอาเซียนไม่ได้ห้ามเราไปฉกศูนย์ของอาเซียนจากใครมา
>>>>>>>ศักยภาพในเชิงตำแหน่งที่อยู่ใกล้จีนพี่เบิ้มในภูมิภาคครับ ควรต้องรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับพม่าและลาวไว้ รวมกลุ่มเพื่อให้กลายเป็นกลุ่มพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของเอเซียตอนใต้ (ไม่ใช่แค่ศูนย์กลางของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้) การเป็นเมืองกึ่งกลางระหว่างการออกทะลของจีนใต้ผ่านไปทางพม่า การเชื่อมต่อจากอ่าวเบงกอล/เมาะตะมะ ไปทะเลจีนใต้ ซึ่งต้องผสานกับภาคเหนือตอนล่างของไทย อีสาน+ลาว ด้วย และก็ควรใช้ความที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันระหว่างล้านนา ล้านช้าง เชียงตุงในพม่า และสิบสองปันนา
ผมว่าน่าจะมีการศึกษาจุดแข็งของสวิตเซอร์แลนด์ที่อยู่ระหว่างวัฒนธรรมภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสว่าเป็นยังไงบ้าง เป็นประโยชน์ยังไงบ้าง
pon no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 07:20 PM   #12459
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,941
Likes (Received): 152

ตอบตรงๆ เลยละกัน
-ขึ้นค่าแรงเป็นไปไม่ได้ ที่จะขั้นขนานั้น (50 บ) ไม่มีที่ไหนในโลกเค้าทำกันแน่ยกเว้นประเทศที่ไม่มีขือแป
ในมุมมองของคนได้ประโยชน์ อะไรมันก็ดี แต่ถ้ามุมมองคนที่เสียประโยชน คงไม่มีใครยอม

อีกอย่างเชียงใหม่เป็นเพียงหน่วยงานมราเสนอค่าแรง ส่วนคนที่ตัดสินคือ คนที่ กทม ดังนั้นยากคับที่จะทำได้
เพราะทุกอย่างมันมีหลักเกณการคิดอยู่แล้ว


- ตั้งจังหวัดใหม่ เป็นไปไม่ได้เช่นกันถ้าใช้เกณท์ปัจจุบันตัวฝางเองพร้อมทุกอย่างความเจริญศูนยราชการ
แต่ข้อที่ติดคือ จำนวนอำเภอ ที่ไม่พอ ยังไงก็ไม่พอ
เพราะถ้าสามอำเภอตั้ง จ ใหม่ได้ อนาคตประเทศไทยคงมี เกิน 100 จ

อีกอย่างผมไม่เชื่อว่าเชียงใหม่จะขวางการตั้ง จ ฝาง
สังเกต จ ที่จะตั้งใหม่ ถ้าตัวจังหวัดใหม่ไม่ไดเจริญกว่าตัวจังหวัดเก่าจะไม่มีการคัดค้าน (ถ้ามีก็คือ คนจากอำเภอที่อยู่กึ่งกลางระหวางตัวจังหวัดใหม่และจังหวัดเก่า จะไม่ยอมย้ายเพราะอยู่ที่เดิทก็ดีอยู่แล้ว ex เชียงดาว หรือพร้าว)
เช่นที่เห็นคือ หนองคาย vs บึงกาฬ อุดร-หนองบัว

แต่ที่มักจะโดนค้านไม่ให่แยก มักจะเป็นกรณีที่ ตัวจุงหวัดใหม่จะเจริญกว่าตัวจังหวัดเก่า (เพราะรายได้ของจังเก่าจะหายไปมาก)
ที่เห็นคือ ประจวบ-หัวหิน ตาก-แม่สอด หรือ สุวรรณภูมิ-ปราการ

แต่ข้อยกเว้นมักจะเกืดจากเหตุผลทางการเมืองเสมอ

คุณคิดว่า ชม-ฝาง น่าจะเหมือน ข้อไหน

- ศูนย์กลางอาเซียน เป็นไปไม่ได้เลย
ขนาดเอาไทยเองยังตอบไม่ได้เลยว่าเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางประเทศด้านใดบ้าง แล้วจะเป็นในระดับใหญ่กว่าได้ไง
เรื่องที่ตั้งยิ่งไม่เกี่ยวเอาง่ายๆ (ศูนย์กลางไม่ใช่แค่ตรงกลางในแผนที่) เที่ยวบินตรงจาก ชม ไปยังเมืองหลวงประเทศ asean+3 มีถึงครีงยัง ถ้ายัง ความเหมาะสม?
ยื่งสำนักงานอะไรนั่น ผมไม่เคยเห็นข่าวว่าจะตั้งที่เชียงใหม่ หรือความเคลือนไหวไรเลย

ที่เป็นไปได้ มากที่สุด คือศูนย์กลาง ของ 5 เชียง หรือ 4 เหลี่ยมเศษฐกิจ นั่นแหละเหมาะสมจริงๆ เพราะน่าจะเจริญสุดแล้วในเขตนี้
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ

Last edited by Nevadaboy; September 16th, 2010 at 07:29 PM.
Nevadaboy no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2010, 08:27 PM   #12460
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,748
Likes (Received): 488

@Nevadaboy

- การปรับค่าแรงขั้นต่ำเรามีเวลาที่จะปรับทั้งหมด 15 เดือนครับ ไม่ได้ปรับขึ้นทีเดียว 50 บาท คณะกรรมการค่าจ้างกลาง เคยบอกไว้ว่าถ้าจังหวัดไหนจะเสนอขอปรับพิเศษให้ทำเรื่องชี้แจงไปที่คณะกรรมการได้ซึ่งกรณีตัวอย่างของจังหวัดที่เคยใช้สิทธิ์ในการขอปรับอัตราพิเศษมาแล้วคือ จังหวัดเชียงราย ขึ้นทีเดียว 11 บาท แต่ในกรณีของจังหวัดเชียงใหม่ภายในเวลา 15 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไปจนถึงธันวาคมปีหน้าจะเสนอขอเป็นกรณีพิเศษครับ โดยจะใช้เอกสารประกอบการประุชุม 3 ฝ่าย ซึ่งภาคประชาชนมีประชาชนร่วมขับเคลื่อนอนู่ประมาณสองแสนคนการเสนอขอพิเศษจะใช้วิธีขอรายชื่อทีละห้าหมืนคนประกอบไปในการขอปรับพิเศษ ไม่ได้ใช้เพียงแต่เอกสารทางราชการส่งอย่างเดียวหากไม่ได้รับคำตอบก็จะยืนผ่าน สส เพื่อนำเข้าสู่สภาเพื่อถามต่อรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพราะจำนวนรายชื่อสามารถทำได้ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญครับ เราปรับขึ้นกันภายใต้กรอบกฏหมายล้วนๆครับไม่ได้ใช่กฏหมู่ไปข่มขู่รัฐมนตรีหรือหน่วยงานใด คิกคิก ไม่สงวนสิทธิ์ครับถ้าจังหวัดไหนจะทำเรพาะมันคือสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญให้ล้วนๆ

- จังหวัดเชียงใหม่ฮึดฮัดมาโดยตลอดครับ ถ้าตัดโซนทางเหนือออกไปสิ่งที่หายไปคือสถานที่ท่องเที่ยวที่หน้าไฮทำรายได้ให้เชียงใหม่ได้เป็นกอบเป็นกำ ยังไม่รวมถึงด่านชายแดนชั่วคราวที่เปิดอีกอย่างบ้านท่าตอนเห็นเปิดชั่วคราวไม่ได้เปิดถาวรแต่มูลค่าการค้าก็เยอะพอสมควรนะครับ อันที่จริงถ้ามองกันตรงจำนวนประชากรมันก็ตั้งไม่ได้อยู่แล้วแต่มันไม่ได้สำคัญตรงนั้นทรัพยากรทางการท่องเที่ยวต่างหากครับที่ยังมีใช้ได้อีกมากครับ ตัดออกไปโชกเมื่อไหร่จาก 4-5 หมืนล้านที่เชียงใหม่ทำได้ในแต่ละปีหายไปเยอะนะครับ ซึ่งมันก็จะมีผลต่อการของบประมาณในแต่ละปีของเชียงใหม่ครับ อันที่จริงถ้าเรามานั่งคิดกันไปแล้วปัญหาการโตเดี่ยวภายในจังหวัดเชียงใหม่เองก็น่าจะแก้ไขมากครับ ต้องยอมรับว่าเราดูดทรัพยากรจากอำเภอทางตอนเหนือกับใต้มาใช้ในเมืองเยอะมากๆ

- ถ้าตามแผนรัฐบาลก็จะให้เป็นไมซ์ซิตตี้กับเมดดิคัลครับ แต่รัฐบาลยังงงกับชีวิตอยู่ว่าจะเอายังไงจะไปทางไหนดีเนื่องจากตัวรัฐบาลเองสถานะก็มั่นคงมากๆ โดยพรรคร่วมฟาดเข้าใส่หน่อยเดียวก็เดินเป๋แบบมึนๆไปหลายวันอยู่ แต่ถ้าที่เป็นอยู่ในตอนนี้คือ ศูนย์สารนิเทศด้านดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ครับ ทำหน้าที่ควบคุมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับดาราศาสตร์ประเทศไทยทั้งท้องฟ้าจำลองและหอดูดาวทั่วประเทศ แต่เชียงใหม่ดันไม่มีท้องฟ้าจำลองให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษากัน ส่วนศูนย์ลุ่มน้ำโขง 5 เชียงนี้ต้องยอมรับความจริงครับว่าเชียงใหม่ไปฉกจากเชียงรายมา ส่วน ASEAN+3 Macroeconomic Office จะมีการประชุมร่วมของกลุ่มอาเซียนเพื่อนุมัติในเดือน พฤษภาคม 2554 ที่ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ครับโดยจะมีศูนย์วิจัยอยู่ที่สิงคโปร์ทำหน้าทีเป็นศูนย์วิจัยทั้งหมดก่อนส่งข้อมูลมาเก็บที่เชียงใหม่ ฉะนั้นหน่วยงานที่จะทำการวิเคราะห์หรือวิจัยจริงๆอยู่ที่สิงคโปร์ส่วนที่เก้บข้อมูลคือเชียงใหม่ เช่น ถ้าจะมีการประชุมหรือจะมีการกู้ยืมอะไรต่างๆเกิดขึ้นต้องมาที่เชียงใหม่ ส่วนถ้าคุณต้องการข้อมูลการค้าความเสี่ยงต่างๆในอาเซียนไปที่สิงคโปร์ ไม่ต้องมาเชียงใหม่เพราะเชียงใหม่จะเป็นที่เก็บข้อมูลวิจัยกับตัวพันธบัตรของกองทุนเฉยๆ สถานที่ตั้งถึงได้ไปอยู่กลางดงค่ายทหารนั่นแหละครับ

ส่วนการเปิดเที่ยวบินตรงเคยเจรจากับการบินไทยไปเป็นแต่การบินไทยบอกว่าซัพพายเชียงใหม่ไม่สูงเท่าภูเก็ต เลยไปเปิดฮับที่ภูเก็ตแทนซึ่งที่เชียงใหม่เสนอคือการส่งต่อหรือทรานเฟอร์ครับ จำนวนผู้โดยมันไม่ได้นับแต่เข้าเข้าหรือออกอย่างเดียวแค่ลงมาแวะทรานเฟอร์มันก็นับแล้ว ตอนนี้เชียงใหม่เลยเปิดเจรจาอยู่กับ 2 สายการบินคือ ไชน่าอีสเทิร์น กับ สิงคโปร์แอร์ไลน์ โดยขายน่านฟ้าเชียงใหม่ให้ไปเลยคุณทำในรูปแบบของการเอาผู้โดยสารมาทรานเฟอร์เฉยๆก็ได้หรือจะบินภายในประเทศก็บินไปเพราะเดียวปี 58 น่านฟ้าเสรีอาเซียนก็เปิดฉากแล้ว
kenos no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
chiang mai, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 04:38 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu