daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old October 16th, 2010, 04:42 PM   #13361
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

คลัง-สนข. เร่งเครื่องรถไฟความเร็วสูง





คลัง-สนข. เร่งเครื่องเชิญนักลงทุนต่างชาติแสดงความคิดเห็นลงทุนรถไฟความเร็วสูงปลายเดือนพ.ย.นี้ เผยเหลือแค่ 2 เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ระยอง มูลค่าโครงการ ร่วม 3 แสนล้านบาท โดยจะเปิดเวทีเต็มที่ให้ต่างชาติคอมเมนต์แจ้งเกิดหรือดับฝัน
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงความคืบหน้าของโครงการเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศและคนไทย เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น (มาร์เก็ตซาวด์)
เพื่อลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงในลักษณะรัฐร่วมทุนกับภาคเอกชน หรือพีพีพี (Public Private Partnership ) ว่าล่าสุดดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สคร.)ได้เข้าพบนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)เพื่อหารือในเรื่องนี้แล้ว และได้ร่วมกันวางแผนเตรียมการเพื่อเดินหน้าโครงการดังกล่าวโดยสนข.จะเป็นหน้าที่ในการจัดเตรียมเอกสาร พรีเซนเตชัน ตลอดจนถึงนำเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุน ที่จะนำมาแสดงให้นักลงทุนนำไปประกอบการพิจารณา
"ส่วนกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ในการเชิญนักลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วม ซึ่งเบื้องต้นกำหนดในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้แต่ก็ต้องเช็กกำหนดการกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าว่างหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ ท่านนายกฯจะเป็นประธานในการประชุม คาดว่าจะเชิญผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คนทั้งจากสถาบันการเงิน นักลงทุน หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม"
แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ถือว่าเหลืออยู่เพียง 2 เส้นทางเท่านั้นคือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่และกรุงเทพฯ-ระยอง ส่วนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคายและ กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์นั้นจะเป็นการร่วมทุนระหว่างไทยกับจีนที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยรายละเอียดของเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มีระยะทาง 745 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 209,396 ล้านบาท ผลการศึกษาพบว่าถ้ารัฐลงทุน 100% จะได้ผลตอบแทนด้านการเงิน 0.93%
แต่ถ้าเอกชนลงทุนแบบที่ 1. เฉพาะขบวน คิดเป็นวงเงิน 14,560 ล้านบาท ผลตอบแทนด้านการเงิน 23.53% แบบที่ 2 เอกชนลงทุน 50% หรือ 108,261 ล้านบาท จะได้ผลตอบแทนด้านการเงิน 2.25% และแบบที่ 3 เอกชนลงทุน 30% หรือ 70,780 ล้านบาท ผลตอบแทนทางการเงินจะอยู่ที่ 4.66% ในขณะที่ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจทั้ง 4 รูปแบบเท่ากันคือที่ 14.55%
ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยองระยะทาง 221 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 56,601 ล้านบาท ในกรณีรัฐลงทุน 100% จะได้ผลตอบแทนด้านการเงิน 0.14% แต่ถ้าเอกชนลงทุนแบบที่1 เฉพาะขบวนรถคิดเป็นวงเงิน 3,360 ล้านบาท จะได้รับผลตอบแทนด้านการเงิน 22.49% แบบที่ 2 ลงทุน 50%หรือ 28,973 ล้านบาทจะได้ผลตอบแทนด้านการเงิน 3.25% และแบบที่ 3 ลงทุน 30% หรือ 18,728 ล้านบาทจะได้ผลตอบแทนด้านการเงิน 5.54% ในขณะที่ทั้ง 4 แบบจะได้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ 15.40%
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเ ผยว่าหลังจากได้วันที่แน่นอนแล้ว จะเร่งร่างจดหมายถึงกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ช่วยแจ้งไปยังสถานทูตต่างประเทศในไทย เพื่อเชิญชวนนักลงทุนดังกล่าว ซึ่งในการประชุมจะเปิดกว้างให้ ผู้สนใจแสดงความคิดเห็นเต็มที่ว่า
ประเด็นแรกต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ประเด็นต่อมา เรื่องของรูปแบบการลงทุนว่าเห็นควรจะดำเนินการในลักษณะเช่นไร และ ประเด็นสุดท้าย คือ เขาสนใจที่จะเข้ามาลงทุนหรือไม่ และมีเงื่อนไขอะไร โดยจะเป็นการเปิดกว้างให้นักลงทุนแสดงความคิดอย่างเต็มที่ เพื่อที่กระทรวงการคลังจะได้นำกลับมาพิจารณา ทั้งนี้จะให้ความสนใจไปยังประเทศที่มีรถไฟความเร็วสูงอยู่แล้ว อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี และจีน ฯลฯ



ปล.ผมให้เวลากับเรื่องนี้ 10 ปีเป็นอย่างน้อยที่พอจะได้ใช้เป็นทางเลือกในการเดินทางของคนเชียงใหม่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,574 14-16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Last edited by north11; October 17th, 2010 at 01:38 AM.
north11 no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 16th, 2010, 04:50 PM   #13362
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,750
Likes (Received): 495

"เชียงใหม่แกรนด์วิว" ทุ่ม 220ล. ผุดศูนย์ประชุมจุ 2.5 พันคน


โรงแรม "เชียงใหม่แกรนด์วิว" ทุ่มงบกว่า 220 ล้านบาท สร้างศูนย์ประชุม เผยจุคนได้กว่า 2.5 พันคน พร้อมเปิดให้บริการ 1 ธ.ค. นี้

นายภูณัช ธนาเหล่าพานิช กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว เปิดเผยว่า โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ได้ใช้งบประมาณกว่า 220 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารศูนย์ประชุมนานาชาติ บนพื้นที่ด้านหลังของโรงแรม ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ -ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมือง โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่กลางปี 2552 ที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 1 พ.ย. นี้และทางโรงแรมมีแผนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ธ.ค. นี้

สำหรับศูนย์ประชุมนานาชาติ มีห้องประชุมสัมมนาและจัดนิทรรศการขนาดใหญ่จำนวน 1 ห้องสามารถจุคนได้มากถึง 2,500 คนและห้องประชุมสัมมนาขนาดเล็กอีก 6 ห้องและจอดรถได้กว่า 500-600 คัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันรองรับการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการระดับนานาชาติได้

"เชื่อว่าหลังจากศูนย์ประชุมก่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ จะช่วยกระตุ้นให้โรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากรายได้จากการเข้าพักของนักท่องเที่ยว แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าใดเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายด้านจึงต้องวิเคราะห์ตลาดอีกครั้งหลังเปิดให้บริการระยะหนึ่ง "

เขากล่าวว่า การก่อสร้างศูนย์ประชุมฯมีเป้าหมายรองรับการผลักดันให้ จ.เชียงใหม่ เป็น "ไมซ์ซิตี้" ซึ่ง จ.เชียงใหม่ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) แม้ว่าจะมีการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขึ้นใน จ.เชียงใหม่ ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบหรือแย่งตลาดกันเพราะการมีสถานที่จัดประชุมสัมมนาหลายแห่งช่วยให้ผู้จัดการมีตัวเลือกมากขึ้น รวมทั้งอยู่ที่การทำตลาดของแต่ละแห่งว่าเน้นกลุ่มเป้าหมายใด

####################################################

ถ้ายังจำกันได้ที่ผมลงเรนเดอร์ไปคราวก่อน ตอนนี้สร้างเสร็จแล้วเสร็จพร้อมๆกับ เชียงใหม่ฮอลล์ ของเซ็นเลยงานนี้ บ้านล้านตอง ของกาดงานเข้าเบาๆอยู่

kenos no está en línea   Reply With Quote
Old October 16th, 2010, 05:17 PM   #13363
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

ศูนย์ประชุมทั้งในโรงแรมและนอกโรงแรมในเชียงใหม่ตอนนี้ ผุดกันขึ้นยังกะดอกเห็ดเพื่อรองรับการเป็น ไมซ์ซีตี้ของเชียงใหม่ ทั้งเชียงใหม่ฮอลล์ของกลุ่มเซนฯ ศูนย์ประชุมของดีเอ็มเพลส ศูนย์ประชุมของเชียงใหม่แกรนด์วิว และก็ยังมีในกาดฯ ศูนย์ประชุมนานาชาติอีก เราลองมาดูกันต่อไปว่าการทำตลาดของแต่ละแห่งใครมันจะแน่กว่ากัน ทาง สสปน.ก็ต้องทำการบ้านเพื่อเชียงใหม่ให้หนักขึ้นอีกล่ะครับ ไม่งั้นคงมีการเจ็บตัวกันบ้างล่ะครับงานนี้ หุหุหุ
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 16th, 2010, 06:04 PM   #13364
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,750
Likes (Received): 495


ถ้า มช ของบมารีโนเวตหอประชุม มช ใหม่ยกระดับให้เป็น ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกเมื่อไหร่ผมว่างานเข้าตรึมเลยขึ้นชื่อว่าศูนย์ประชุมในย่านนิมมานเลย ส่วนหอศิลป์กับโรงละครในหอศิลป์ถ้า มช รีให้ดีๆอีกซักหน่อยไม่ต้องขนาดกาดเธียเตอร์ก็ได้ผมคิดว่าได้อีกหลายงานเลย
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old October 16th, 2010, 11:47 PM   #13365
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับสมาชิกใหม่อีกครั้งเป็นลูกกระทิง
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับสมาชิกใหม่อีกครั้งเป็นลูกกระทิง ตั้งชื่อว่า จั๊บ ซึ่งเป็นภาษาจีนที่แปลว่า 10 เนื่องจากเกิดในวันพิเศษ 10-10-10 พร้อมนำออกแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา

ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดเผยว่า เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับสมาชิกใหม่จากครอบครัวตัว จ คือ จั๊บ ลูกกระทิงเพศเมีย ที่เกิดจากแม่ แจ๋ว และพ่อ จ้อน วัย 10 ปี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา หรือวันมงคลตามคริสตศักราชคือ 10-10-10 จึงได้ตั้งชื่อ จั๊บ ซึ่งเป็นภาษาจีน แปลว่า 10 นั่งเอง โดยแม่แจ๋วและพ่อจ้อนนับเป็นสมาชิกกระทิงคู่แรกที่เข้ามาอยู่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และได้ให้กำเนิดสมาชิกลูกกระทิงมาแล้วถึง 6 ตัว เป็นเพศผู้ 3 ตัว และเพศเมีย 3 ตัว คือ โจอี้ เจอราจ เจนนี่ จูน ก๊วยเจ๋ง และจั๊บ
ปัจจุบัน ครอบครัวกระทิงทั้งหมดได้อาศัยอยู่ร่วมกัน ณ ส่วนแสดงซาวันนาซาฟารี เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และเป็นหนึ่งใน Big Five หรือสัตว์ขนาดใหญ่ 5 ชนิด แห่งเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่ได้นำออกมาจัดแสดงความน่ารักให้เยาวชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัส เริ่มจากกิจกรรมห้องเรียนมีชีวิตที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โทรศัพท์ 0-5399-9000 ต่อ 1064 หรือ 089-1560166 หรือที่เว็บไซต์ www.chiangmainightsafari.com
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 12:11 AM   #13366
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

การท่าฯเชียงใหม่กำหนดเวลาปล่อยโคมลอยงานยี่เป็ง




การท่าฯเชียงใหม่กำหนดเวลาปล่อยโคมลอยงานยี่เป็ง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขอความร่วมมือปล่อยโคมลอยอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลยี่เป็ง โดยขอให้ปล่อยหลังเวลา 21.30 น. เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับการบินนางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ใกล้ถึงเทศกาลยี่เป็ง หรือเทศกาลลอยกระทงแล้ว ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือการปล่อยโคมลอยจำนวนมาก เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา รวมทั้งมีการประกวดโคมลอยของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุอันอาจจะเกิดขึ้นกับอากาศยาน จึงขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปล่อยโคมลอยช่วงเทศกาลยี่เป็งในเขตพื้นที่ความปลอดภัยทางเดินอากาศ โดยหากชุมชนหรือหน่วยงานใดจะทำการปล่อยโคมลอย ขอให้แจ้งท่าอากาศยานเชียงใหม่ทราบล่วงหน้าที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-5392-2274 0-5392-2319 โทรสาร 0-5327-7284 (ในเวลาราชการ) เพื่อจะได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้นักบินทราบต่อไป และขอให้ปล่อยหลังเวลา 21.30 น. ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยดี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการปฏิบัติและกำหนดมาตรการเสริมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการปล่อยโคมลอย เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจจะกระทบต่อการบินและอากาศยาน สำหรับปี 2553 โดยขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้โคมลอยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย 1.โคมลอยที่ปล่อยต้องมีปริมาตรไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร และทำจากวัสดุธรรมชาติ 2.โคมลอยส่วนที่เป็นตัวโคม ต้องทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กระดาษ ส่วนตัวโครงของโคมทำจากไม้ไผ่ และต้องไม่ติดอุปกรณ์หรือวัสดุตกแต่งใด ๆ ที่มีคุณสมบัติติดไฟหรือเกิดประกายไฟลุกไหม้ได้ง่ายไว้กับโคมลอย 3.ส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงทำจากระดาษชุบเทียน ขี้ผึ้ง หรือพาราฟิน ซึ่งใช้สำหรับจุดไฟให้อากาศร้อนบรรจุในตัวโคม เพื่อให้โคมยกตัวลอยสู่อากาศเองได้ 4.การยึดติดเชื้อเพลิงกับตัวโคม ให้ยึดติดด้วยเชือกทนไฟ เชือกหรือลวดอ่อน เบอร์ 24 เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 มิลลิเมตร จำนวน 2 เส้น แต่ละเส้นความยาวไม่เกิน 30 เซ็นติเมตร 5.โคมลอยขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต้องไม่เกิน 90 เซ็นติเมตร ความสูงต้องไม่เกิน 140 เซนติเมตร น้ำหนักเชื้อเพลิงไม่เกิน 55 กรัม ระยะเวลาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงไม่เกิน 8 นาที สำหรับโคมลอยที่มีขนาดลดลง ให้เป็นไปตามส่วนของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ความสูง น้ำหนักเชื้อเพลิง และระยะเวลาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ดังนั้นเพื่อให้งานเทศกาลยี่เป็งปี 2553 นี้เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมล้านนาด้วยการแต่งกายพื้นเมือง โดยงดเว้นการจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ขอความร่วมมือประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศปล่อยโคมลอยด้วยความปลอดภัยด้วย



ข่าว เชียงใหม่นิวส์

Last edited by north11; October 17th, 2010 at 12:31 AM.
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 12:13 AM   #13367
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

โรงแรมเชียงใหม่เตรียมโกยเม็ดเงิน





โรงแรมเชียงใหม่เตรียมโกยเม็ดเงิน นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือระบุการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ช่วงนี้มีแนวโน้มที่สดใสหลังจากยอดจองห้องพักตามโรงแรมต่างสูงเกินเป้าหมายทะลุ 70% หลังสถานการณ์ที่เป็นปัจจัยลบเริ่มคลี่คลาย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2553 นายภูณัช ธนาเหล่าพานิช นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากโรงแรมที่เป็นสมาชิกสมาคมในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าจนถึงเวลานี้ยังไม่มีการยกเลิกการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ยังคงมีการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามปกติ และจากภาพรวมยังพบด้วยว่ามีแนวโน้มที่จะมีการจองเพิ่มขึ้นอีกราว 10% สำหรับในช่วงไฮซีซันนั้น เดิมคาดหวังว่าในช่วงไฮซีซั่นนี้น่าจะมีอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 65-70% อย่างไรก็ตาม จากการที่ตลอดช่วงที่ผ่านมาแม้จะยังไม่เข้าไฮซีซันก็มีอัตราการจองและเข้าพักอยู่ในระดับประมาณ 50% อยู่แล้ว ประกอบกับการที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยและสบายใจมาขึ้นที่จะเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้น จึงค่อนข้างมีความเชื่อมั่นในช่วงไฮซีซันนี้จะมีนักท่องเที่ยวมากกว่าที่คาดหวังไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนการจัดแนวทางที่จะช่วยดึงดูดใจและกระตุ้นการท่องเที่ยว นายภูณัชกล่าวว่า ด้วยราคาห้องพักที่อยู่ในระดับที่ไม่แพง และเป็นช่วงฤดูหน้าที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่อยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องทำโปรโมชันพิเศษมากนัก แต่สิ่งที่ได้มีการเน้นย้ำ คือ การให้บริการที่ประทับใจ พร้อมสร้างความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจให้แก่นักท่องเที่ยวนอกจากนี้ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวโรงแรมหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ประกาศขายกิจการว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่าเวลานี้ยังไม่มีโรงแรมใดที่ประกาศขายกิจการ แต่ที่พบจะเป็นในลักษณะที่กลุ่มโรงแรมเชนเข้ามาบริหารแล้วไม่ประสบความสำเร็จ จึงถอนตัวออกไปแล้วให้เจ้าของเดิมเข้ามาบริหาร ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลจากสมาชิกของสมาคม มั่นใจว่าภายในช่วงเวลา 2 ปีนี้ ไม่น่าจะมีโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประสบปัญหาจนถึงขั้นต้องขายกิจการอย่างแน่นอน


ข่าวเชียงใหม่นิวส์

Last edited by north11; October 17th, 2010 at 12:29 AM.
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 12:16 AM   #13368
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

สวนสัตว์เชียงใหม่เริ่มเนรมิตไม้เหมืองหนาว






สวนสัตว์เชียงใหม่เริ่มเนรมิตไม้เหมืองหนาว สวนสัตว์เชียงใหม่โกยทะลุเป้ารับเหนาะๆ 103 ล้านบาท เฉพาะรับจากแพนด้า 23 ล้าน รายได้หลักยังมาจากส่วนสัตว์-อควาเลี่ยม ล็อคเป้าใหม่ 136 ล้าน เสริมกิจกรรมอีกเพียบ ทั้งสวนสัตว์เด็ก ที่เน้นๆ คนเที่ยวจะได้สัมผัสสัตว์แบบแนบชิดใกล้มากยิ่งขึ้น ช่วงหนาวจัดไม้เมืองหนาวให้ได้ชมทั้งสวน ทิวลิป ลินลี่ กล้วยไม้นานาพันุ์ กุมภาพันธ์เนรมิตกุหลายกระจายเต็มสวนฯกว่า 10000 ต้น ชูธงปี 56 พบหมีขาว เมื่อวันที่13ตุลาคม นายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ แจงกับ “เชียงใหม่นิวส์” ถึงผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมาว่า ปีงบประมาณ 2553 ที่สิ้นสุดไปสวนสัตว์เชียงใหม่มีรายได้รวมทั้งสิ้น 103 ล้านบาท มากกว่าแผนงานที่เราตั้งไว้ที่ 101 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากสวนสัตว์ทั้งหมดรวมกับซูอควาเลี่ยมประมาณ 80 ล้านบาท อีก 23 ล้านบาทเป็นรายได้ที่มาจากแพนด้า แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองในบางช่วงจะไม่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวก็ตาม สำหรับปีงบประมาณใหม่ 2554 มีการตั้งเป้าหรือกำหนดรายได้รวมไว้ที่ 136 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ “การที่กำหนดเป้าไว้เช่นนี้เรากำหนดจากกิจกรรมที่เราคิดวางแผนไว้สำหรับปี 54 โดยด้านสัตว์เราจะเพิ่มเติมสัตว์เข้ามา จะนำลิงกระรอก ลูกสัตว์เล็กๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ มีการปรับพื้นที่บางส่วนให้เป็นสวนสัตว์เด็ก ซึ่งจะเปิดได้ประมาณเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยเอาความน่ารักของเด็กๆ กับความน่ารักของสัตว์มาผนวกกัน นำสัตว์เล็กๆ เช่น ลิงโลกใหม่ มาโมเส็ก ให้เด็กได้สัมผัสเรียนรู้ รวมถึงเลิฟเบิร์ด สร้างโถงขนาดใหญ่ให้เด็กสามารถเข้าไปเรียนรู้สัตว์ประเภทต่างๆ ด้านวิวัฒนาการ ชื่อลูกสัตว์แต่ละชนิดเรียกว่าอะไรทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มีการให้ป้อนอาหารสัตว์เล็กๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้พฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์ อีกทั้งเด็กสามารถเรียนรู้การอยู่ด้วยกันระหว่างพืชและสัตว์ พร้อมกับมีเสียงสัตว์ต่างๆ ให้เด็กได้ยินและบอกว่าเป็นเสียงสัตว์ชนิดใด ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง” ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวถึงกิจกรรมแรกของปีงบประมาณ 54 กิจกรรมต่อไปสำหรับทุกวัยคือการให้ผู้ที่มีเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์มากยิ่งขึ้น โดยจะจัดให้ผู้มาเที่ยวได้มีโอกาสให้อาหารสัตว์ เริ่มตั้งแต่ยีราฟ โดยเฉพาะนกฟามิงโก้ซึ่งเป็นนกที่คุ้นเคยกับมนุษย์ได้ยากมาก ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝึกการให้อาหารอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากเกิดความเคยชินแล้วจะจัดเป็นทางเดินพิเศษในผู้มาเที่ยวสามารถเข้าไปให้อาหารได้ รวมทั้งเสือ สิงโต จะให้นักท่องเที่ยวเข้าไปมีส่วนในการให้อาหารด้วย อีกกิจกรรมในด้านสัตว์ จะมีแคมป์ช้างซึ่งจะมาเริ่มเดินในสวนสัตว์ นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าว “ด้านพืชได้เตรียมการไว้แล้วสำหรับไม้เมืองหนาว มีทั้งทิวลิป ทั้งลินลี่ กล้วยไม้ตระกูลช้างแดงช้างกระ ช่วงนี้กำลังปรับปรุงพื้นที่คาดว่าเดือนพฤศจิกายนนี้น่าจะลงได้หมด ส่วนในเดือนกุมภาพันธ์เราจะทำให้สวนสัตว์มีกุหลาบทั้งสวน ซึ่งได้เตรียมไว้แล้วกว่า 1 หมื่นต้น กระจายอยู่ทุกพื้นที่ในบริเวณสวนสัตว์ ส่วนมีนาคม เมษายน ก็จะเป็นเรื่องของเอื้องผึ้งซึ่งเป็นกล้วยไม้ประจำถิ่นของเชียงใหม่ซึ่งจะผลิดอกในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะนี้เรากำลังบำรุงเพื่อให้ทันออกในช่วงดังกล่าว เรื่องพืชเรื่องไม้ดอกต่างๆ แต่ละฤดูจะมีการเสริมเข้ามาแตกต่างกันตามฤดูกาล ซึ่งจะมีการเตรียมการล่วงหน้าก่อนฤดูกาลนั้นๆ จะมาถึงตลอดทั้งปี เชื่อว่าผู้มาเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งสัตว์ทั้งความงามของดอกไม้-พืชในสถานที่แห่งเดียว” ผอ.สวนสัตว์ กล่าว กรณีหมีขาวยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะนำเข้ามาได้ประมาณปี 2556 ขณะนี้กำลังประสานงาน โดยเจรจากับทั้งแคนนาดา และรัสเซีย โดยเฉพาะประเทศรัสเซียกำลังประสานไปยังสถานทูต เตรียมการหาข้อมูลเพื่อจะขอไปพบท่านทูต ซึ่งจะมาพร้อมกับทีมเพนกวิน ที่จะเปิดใหม่ซึ่งจะเปิดในเดือนธันวาคม คือ กรงนกใหญ่ จะมีนกอยู่ 3 ระดับ ทั้งที่หากินกับพื้น ระดับกลาง และนกใหญ่ ที่เตรียมไว้เช่นเบิร์ดพาราไดซ์ เทอร์โลโค่ เป็นประเภทนกสวยงาน อยู่ในระหว่างจัดส่ง ส่วนนกบ้านเราที่เตรียมไว้คือ นกพญาไฟ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนกที่หายาก รวมทั้งสิ้นประมาณ 200 ชนิดกว่า 3,000 ตัว “ลักษณะพื้นที่จัดแสดงเป็นกรงใหญ่กรงเดียว เลือกเอาชนิดที่อยู่ร่วมกันได้มาอยู่รวมกัน เพื่อมิให้มีการจิกตีกัน ภายในกรงก็จะมีการปรับภูมิทัศน์ มีทั้งน้ำตกระดับต่างๆ เป็นชั้นๆ จัดสถานที่ให้เหมาะสำหรับเป็นที่อาศัยของนก ที่สนใจมากขณะนี้คือนกกระจาบ ในหน้าทำรังจะทำรังได้สวยอยากเป็นในกรงนกใหญ่มีรังนกกระจาบอยู่เต็ม โดยเราจะมีการปลูกข้าว ปลูกหญ้า ต้นปาล์ม ซึ่งใบสามารถนำไปทำรังได้ ก็เป็นการปลูกที่มีสภาพเป็นธรรมชาติมากที่สุดสำหรับให้นกดำรงชีวิต ส่วนกรงมีพื้นที่กว่า 6 ไร่ น่าจะเพียงพอต่อจำนวนนกที่จะนำเข้ามาไว้” นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าว ส่วนความคืบหน้าเรื่องของแพนด้า นายธนภัทร พงษ์ภมร กล่าวว่า คงต้องคุยกับทางจีนขณะนี้ผู้ใหญ่ดำเนินการอยู่ แนวโน้มน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ยังไม่มีคำตอบจากทางจีน เป็นการคุยกันในเรื่องของหลินปิงก่อน ซึ่งตามข้อตกลงจะอยู่กับเราได้อีกประมาณ 8 เดือน


Last edited by north11; October 17th, 2010 at 12:23 AM.
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 12:49 AM   #13369
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

โลว์คอสต์ฉุดยอดรถไฟวูบ50 เปอร์เซนต์





สารพัดปัญหารุมเร้าสหภาพฯจี้รัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา

รายได้รถไฟวูบกว่า 50% เหตุคนหันไปใช้โลว์คอสต์ วงในแจง รายได้รถไฟ 9 เดือนปีนี้ยังไม่ถึงครึ่งของ ปี 2552 ยังดีที่มีแอร์พอร์ตลิงค์ช่วย ด้าน “สาวิตร” สารพัดปัญหารุมรถไฟ ทั้งสภาพ รถที่เก่า หัวรถจักรเสียกว่า 50% ทุจริตใน องค์กร ทำให้รายได้ลดคนไม่นิยมเดินทาง จี้รัฐจริงใจแก้ปัญหา มั่นใจหากหัวรถจักรเพียงพอกิจการขนส่งสินค้ารุ่ง

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันรายได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รายได้ของร.ฟ.ท.ในปี 2553 เมื่อเปรียบเทียบ กับปี 2552 แล้วลดลงอย่างมาก โดยในปี 2552 ร.ฟ.ท.มีรายได้รวม 6,390,087,232.45 แยกเป็นรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร 4,308,064,844.45 บาท รายได้จากการขนส่งสินค้า 2,053,450,702 บาท รายได้จากการเช่ารถเสบียง 28,571,686 บาท

ส่วนรายได้ในปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา รถไฟมีรายได้รวม 5,673,845, 948.73 บาท แยกเป็นรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร 3,722,296,283.45 บาท โดยรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารดังกล่าวเป็นการขนส่งผู้โดยสารโดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ Express Line 1,208,000 บาท และรถ

City Line 7,539,415 บาท รายได้จากการขนส่งสินค้า 1,929,159,554.28 บาท และรายได้จากการเช่ารถเสบียง 22,390,111 บาท ดังนั้นจะเห็นว่า รายได้จากผู้โดยสารถ้าไม่นับรวมแอร์พอร์ตลิ้งค์แล้ว 9 เดือนผ่านไปได้น้อยมากยังไม่ถึง 50% ของรายได้ผู้โดย สารในปี 2552 เลย

“การที่รายได้รถไฟน้อยลง เนื่องจากคนหันไปขึ้นเครื่องบินกันมากขึ้น เพราะสะดวกสบายกว่า รวดเร็วกว่า ที่สำคัญราคา ตั๋วเครื่องบินโลว์คอสต์ถูกลงมาใกล้เคียงกับค่าโดยสารรถไฟ บางโปรโมชั่นหั่นราคาลงต่ำกว่าตั๋วรถไฟอีก คนก็หันไปขึ้นเครื่องบินกันมากขึ้น ใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าเพียง

ชั่งโมงเศษถึงแล้วมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ ขณะที่เดินทางโดยรถไฟต้องใช้เวลาไม่ต่ำว่า 14-16 ชั่วโมงกว่าจะถึง ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสียก็ต้องเสียเวลานั่ง

รออีกนาน ความสะดวกสบายก็สู้เครื่องบินไม่ได้ หากรัฐบาลไม่เร่งพัฒนาปรับปรุงกิจกรรมรถไฟโดยเร็ว อีกไม่นานการรถไฟฯ เจ๊งแน่”ทั้งนี้หากเปรียบเทียบราคาค่าโดยสาร รถไฟกับสายการบินโลว์คอสต์ต่อคน ในเส้นทางเดียวกันรายละเอียด มีดังนี้

เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ค่าโดย สารรถไฟชั้น 1 นั่ง และนอนปรับอากาศรวมค่าธรรมเนียมแล้ว เตียงบน 1,253 บาท เตียงล่าง 1,453 บาท ชั้น 2 นั่งและนอนปรับอากาศรวมค่าธรรมเนียมแล้ว เตียงบน 771 บาท เตียงล่าง 841 บาท ส่วนค่าโดย สารเครื่องบินโลว์คอสต์ หากจองวันนี้อีก 1 สัปดาห์ค่อยเดินทาง ค่าโดยสารรวมค่าธรรมเนียมแล้วอยู่ที่ 1,665 บาท
เส้นทางกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช อัตราค่าโดยสารรถไฟ ชั้น 1 นั่งและนอนปรับอากาศรวมค่าธรรมเนียมแล้ว เตียงบน 1,272 บาท เตียงล่าง 1,472 บาท ชั้น 2 นั่งและนอนปรับอากาศรวมค่าธรรมเนียมแล้ว เตียงบน 758 บาท เตียงล่าง 828 บาท ขณะที่ค่าโดยสารเครื่องบินโลว์คอสต์ จองวันนี้อีก 1 สัปดาห์ค่อยเดินทางอยู่ที่ 1,555 บาท ทั้งนี้หากยิ่งจองแต่เนิ่นๆ และเผื่อเวลาเดินทางออกไปไกลๆ ค่าโดยสารจะยิ่งถูกลงกว่านี้อีก
ด้านนายสาวิตร แก้วหวาน ประธานสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า สาเหตุสำคัญที่ประชาชนโดยสารรถไฟน้อยลง เนื่องมาจาก 1.สภาพรถไฟที่ย่ำแย่ อายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 20 ปี 2.หัวรถจักรที่มีอยู่ประมาณ 800 หัว ใช้งานจริงได้เพียง 200 กว่าหัวที่เหลือต้องเข้าโรงซ่อมกว่า

50% จึงไม่เพียงพอต่อการให้บริการ 3.รางที่เก่าไม่มีความสมบูรณ์ เกิดการชำรุดบ่อยครั้ง 4.ความไม่ตรงต่อเวลา เดินทางรายได้ของการรถไฟฯ ลดลงจริงยอมรับ 4.การนำรถไปให้บริการฟรี

5.ขาดพนักงานในการบริการ เนื่องจากมติครม.ที่ห้ามรถไฟรับพนักงานในหลายปีที่ผ่านมา 6.มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในองค์กร ทำให้การรถไฟฯ ไม่สามารถเก็บรายได้จากการใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฯ ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และประเด็นสุดท้าย 6.รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาการรถไฟ และการพัฒนาระบบรางอย่างแท้จริง ทำให้การพัฒนาไม่มีความต่อเนื่อง

ซึ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของการถดถอยของกิจการรถไฟไทย อย่างไรก็ตามในส่วนของการขนส่งสินค้านั้น ตนมองว่า หากมีหัวรถจักรที่เพียงพอต่อความต้องการของภาคเอกชน เชื่อว่าเอกชนจะเข้ามาใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน



/////////////////////*******************

ปล นี่ก็คงเป็นอีกสาเหตุที่ต้องรีบศึกษาความเป็นไปได้ของรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ - เชียงใหม่หรือเปล่า แต่ว่าจะสู้โลคอสได้หรือเปล่านี่ต้องติดตามกันต่อไปในอนาคตอันไกลโน้นเลย


Last edited by north11; October 17th, 2010 at 12:58 AM.
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 02:28 AM   #13370
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

ข่าวทางโคราชน้ำกำลังท่วม แต่เชียงใหม่เช้านี้เริ่มเย็น ซะงั้น จะเข้าต้นหนาวเสียที
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 05:28 AM   #13371
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

ฤดูกาลท่องเที่ยวเชียงใหม่เริ่มขึ้นจริง ๆแล้วครับเมื่อวานเห็นรถชอปเปอร์ขับกันเต็มเมืองเลยแถวสันป่าข่อยครับ คิดว่าน่าจะเป็นของนักท่องเที่ยวมีทั้งป้ายทะเบียนไทยและต่างชาติครับ
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 07:31 AM   #13372
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,945
Likes (Received): 157

Quote:
Originally Posted by kenos View Post

กรุ๊ปจีนเค้าจะชอบแนวใหญ่ๆแสงสีๆครับ อันเนื่องมาจากบ้านเค้าวัฒนธรรมยิ่งใหญ่แล้วกับกลุ่มจีนเชียงใหม่จะเน้นขายการท่องเที่ยวแมนเมทให้ แต่กลุ่มจีนจะเป็นกลุ่มที่เชียงใหม่ไม่เน้นให้เป็นลองสเตย์เพราะเป็นกลุ่มท่องเที่ยวที่คุณภาพยังไม่สูงพอครับ อย่างคนญี่ปุ่นที่คิดจะมาอยู่ลองสเตย์เชียงใหม่ได้นี้ไม่ใช่ว่าใครจะมาอยู่ก็อยู่ได้นะครับเพราะเชียงใหม่กำหนดเลยว่าคุณต้องมีฐานเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า 8 แสนเยนและมีการหมุนเวียนของเงินภายในบัญชีตลอด ถ้าใครไม่อยู่ในกลุ่มตรงนี้ก็ไม่สามารถที่จะขออยู่ลองสเตย์ในเชียงใหม่ได้ครับ จุดนี้เชียงใหม่เองก็เคร่งพอสมควรไม่ได้เปิดประตูใครอยากจะมามาเลยคือเอายอดนักท่องเที่ยวเป็นว่าแต่หากลุ่มคุณภาพจริงๆไม่ค่อยจะได้
งงครับมีกฎนี้ด้วยเหลือ เพราะผมเห็นฝรั้งตังหมดอยู่เชียงใหม่ตั้งเยอะ
ประเภทเที่ยวหมด ก็มาสมัครเป้นครูสอนภาษา พอมีตังเก็บก็ซื้อตั๋วกลับประเภทมันไป

ยิ่งประเทศรวยๆ ด้วยแล้วประเทศไทยเวลคัม with out visa requirment
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
Nevadaboy no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 08:53 AM   #13373
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,750
Likes (Received): 495


ขอยากอยู่นะครับตามความเป็นจริง ประชุมสัมนาเรื่องลองสเตย์เชียงใหม่ไปคราวก่อนชมรมลองสเต์ญี่ปุ่นในเชียงใหม่เค้าก็ยังขอให้แก้ตรงนี้เลยครับมีข่าวลงอยู่นะครับ ละก็ในข่าวที่ลองสเตย์เชียงใหม่แพ้มาเลเซียอีกข่าวนะครับถ้าผมจำไม่ผิด คือผมเองก็ไม่ทราบว่ามันมากไปรึเปล่าจำนวนเท่านั้น แต่ผมไม่สนับสนุนให้ลดจำนวนเงินแต่ถ้าขะยืดเวลาจาก 1 ปีเป็น 3 ปี 5 ปี อันนี้ก็สนับสนุนอยู่ครับ อยู่ได้นานขึ้นจากปกติแค่ 1 ปีแต่ไม่สนับสนุนให้ไปลดข้อบังคับเรื่องพวกนั้นเพราะไม่เคยมีปัญหาญี่ปุ่นหมดตัวเลยในเชียงใหม่เพราะมีระเบียบตรงนี้อยู่ ส่วนประเทศอื่นผมก็ยังไม่รู้เลยว่าข้อบังคับเค้าเป็นยังไงแต่บางครั้งนักท่องเทียวแบบแบกแพคก็พูดยากครับ ขอวีซ่าทีละอยู่ได้นานมาแล้วอยู่กันยาวโดยที่ไม่ขึ้นทะเบียนเป็นลองสเตย์เพราะคุณสมบัติไม่ได้กันเลยมีปัญหาอยู่ตลอดเวลาเพราะแจกให้ทีอยู่ได้ 30-90 วัน ซึ่งบางคนล่ออยู่ซะครบตามจำนวนวันเลยโดยที่ไม่ขึ้นทะเบียนเป็นลองสเตย์ ทั้งที่ลงทะเบียนได้ถ้าเป็นคนประเทศที่มีสถานกงสุลในเชียงใหม่ถ้าไม่มีก็ไปลงทะเบียนที่สถานทูตที่กรุงเทพฯ แต่ก็จะมีระเบียบตามนั้นเลยถ้าจะขออยู่ลองสเตย์ที่เชียงใหม่เพราะเชียงใหม่ใช้ระบบ GNH ขนานกับระบบ GDP ฉะนั้นคนที่จะอยูลองสเตย์ได้นอกจากจะต้องเป็นกลุ่มคุณภาพแล้วเชียงใหม่ยังต้องมั่นใจว่ากลุ่มนั้นจะกระตุ้นการใช้จ่ายได้เดือนต่อเดือนเลย ซึ่งที่ผ่านมาพวกที่สร้างปัญหาคดีต่างๆในเชียงใหม่ไม่เคยมีลองสเตย์แต่จะเป็นพวกที่อยู่นานแล้วไม่ลงทะเบียนซะเป็นส่วนใหญ่

ส่วนฝรั่งที่มาสอนหนังสือในเชียงใหม่ถ้าตามโรงเรียนหรือสถาบันภาษาที่กระทรวงรองรับมั่นใจได้ครับ พวกนี้จบมาจากด้านศึกษาศาสตร์จริงๆเพราะจะต้องมีใบรับรองจากสถานกงสุลหรือสถานทูตถึงจะเข้าทำงานในเชียงใหม่ได้ ถ้ามาสมัครงานโต่งๆแบบไม่มีใบรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลโดนจับแน่นอนรวมทั้งนายจ้างด้วย ตอนนี้เชียงใหม่ก็กำลังไล่บี้ไกด์เถือนอยู่พวกนี้จะเป็นเกาหลีที่ได้วีซ่าอยู่ยาวได้ในประเทศไทยแล้วไปศึกษาข้อมูลอะไรมาดีมาก สุดท้ายมาทำตัวเป็นไกด์เถือนนำเที่ยวคนต่างชาติหรือชาติตัวเองแบบไม่มีใบอนุญาติกสถานกงสุลหรือจากบริษัททัวร์ ล่าสุดรวบได้เป็นแก๊งเลยที่ดอยสุเทพกำลังนำเที่ยวคนเกาหลีด้วยกันเอง นอกจากพวกนี้จะทำให้ไกด์ไทยไม่มีงานทำแล้วยังทำให้เชียงใหม่เสียภาพลักษณ์อีก เช่น เอาของฝากไปขายให้คนชาติเดียวกันเองแต่โกงราคา ต้นทุนซื้อมา 500 บาทเอาไปขายต่อราคา 1500 บาทแล้วก็มาบอกว่าเป็นค่าหัวโน้นนี่นั่นซึ่งทำให้ภาพลักษณ์เชียงใหม่พังยับเลย เชียงใหม่เลยยังไม่มีการผลักดันกลุ่มเกาหลีให้เป็นลองสเตย์คุณภาพเพราะยังถล่มพวกไกด์เถือนเกาหลีพวกนี้ได้ไม่หมด แต่เกาหลีก็ไหลเข้ามากันเองโดยที่เชียงใหม่เองก็ไม่ได้ไปโปรโมทไปโฆษณาลองสเตย์อะไรเลยในเกาหลีใต้ ถ้าจำไม่ผิดระเบียบการควบคุมพวกเกาหลีนี้ยังไม่เป๊ะแบบของญี่ปุ่นด้วยนะครับเลยทำให้อัตราการขยายตัวมาเร็วมากๆ
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 09:18 AM   #13374
pon
Registered User
 
pon's Avatar
 
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,783
Likes (Received): 1382

รถไฟไทยปรับตัวช้าไปหน่อย
จริงๆควรจะปรับปรุงสภาพตัวรถและบริการ รวมถึงเพิ่มจำนวนเที่ยวรถระหว่างกรุงเทพกับต่างจังหวัดให้มากกว่านี้มานานแล้ว เพราะไม่ใช่ไม่มีดีมานด์ ยกตัวอย่างกรุงเทพเชียงใหม่ วันนึงมีแค่ 4-5ขบวนไปกลับนี่ถือว่าน้อยมากๆ น้อยเกินไปจนกลายเป็นความไม่สะดวก ปุบปับอยากจะไปก็ไปไม่ได้เพราะตั๋วเต็ม
ก็ต้องรับสภาพว่าสู้กับโลว์คอลต์แอร์ไลน์ไม่ได้ ไปจนกว่าจะมีรถใหม่ มีรางคู่ หรือแม้แต่มีรถไฟความเร็วสูง รถไฟถึงจะกลับมามีคนเลือกใช้เยอะๆอีกครั้ง
pon no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 09:41 AM   #13375
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

รถไฟไทย แต่ก่อนอย่างไงก็อย่างงั้นล่ะครับ เดินเข้าไปในสถานีรถไฟไทยทุกหนทุกแห่ง ต่อให้ปิดตา แล้วเดินเข้าไปก็รู้แล้วว่าเป็นสถานีรถไฟครับ กลิ่นมันฟ้องครับโดยเฉพาะกลิ่นห้องน้ำในตู้รถไฟยิ่งเสียเวลานี่ไม่ต้องพูดถึงเลยล่ะ เป็นเสียอย่างนี้ก็เลยขาดทุน ตอนนี้ก็มีเครื่องบินโลคอสมาเปิดแข่งอีกก็เลยยิ่งไปกันใหญ่
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 10:02 AM   #13376
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,750
Likes (Received): 495

ศูนย์ประชุมเชียงใหม่งบบานอีก 500ล. ค่าครุภัณฑ์ภายในศูนย์ประชุม


ท่องเที่ยวเตรียม ชง ครม.ของบเพิ่มอีก 500 ล้านบาท จัดซื้อครุภัณฑ์ตกแต่งศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ พร้อมเตรียมประมูลผู้รับบริหารศูนย์ประชุมหลังภาคส่วน องค์กร เอกชนทั้งในและต่างประเทศติดต่อสอบถามจองคิวใช้ล่วงหน้าข้ามปีแล้ว

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กิจการร่วมค้าอีเอ็มซีและเพาเวอร์ไลน์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ ได้จัดทำแผนการจัดซื้อครุภัณฑ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์เทคโนโลยี เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ที่จะนำมาใช้ตกแต่งศูนย์ประชุมมานำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวฯเพื่อยื่นเสนอขออนุมัติวงเงินจัดซื้อจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวงเงินที่จะเสนอขอจัดซื้อครั้งนี้คาดว่าจะราว 500 ล้านบาท

ขั้นตอนต่อไปกระทรวงฯจะเป็นผู้ดำเนินการร่าง TOR เปิดรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ ซึ่งหากกิจการร่วมค้าอีเอ็มซีและเพาเวอร์ไลน์สนใจก็เข้าร่วมประมูลได้ โดยผู้ใดให้ราคาต่ำสุดก็จะชนะการประมูลเช่นเดิม

สาเหตุที่ต้องเปิดประมูลใหม่ เนื่องจากการจัดซื้อครุภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์เพื่อการตกแต่งศูนย์ประชุมจะเป็นคนละส่วนกันกับการก่อตัวสร้างอาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ ต.ช้างเผือก อ. เมือง จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 326 ไร่ พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารรวม 5.5 หมื่น ตร.ม. ล่าสุดได้คาดการว่าก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปลายปี 54 ถึงกลางปี 55 ซึ่งระหว่างนี้นอกเหนือจากการเปิดประมูลจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์แล้ว กระทรวงยังเตรียมดำเนินการเปิดหาเอกชนผู้สนใจเข้ามาบริหารศูนย์ประชุม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปีนี้เพื่อให้แล้วเสร็จต้นปีหน้าพร้อมทำการตลาดเพื่อหาลูกค้าเข้ามาใช้บริการศูนย์ได้ทันทีที่เริ่มเปิดให้บริการหลังภาคส่วน องค์กร เอกชนทั้งในและต่างประเทศติดต่อสอบถามจองคิวใช้ล่วงหน้าข้ามปีแล้ว

สำหรับเงื่อนไขการเลือกผู้เข้ามาบริหารศูนย์จะต้องดูเรื่องของความเป็นมืออาชีพและสัดส่วนการแบ่งรายได้ทางธุรกิจ เป็นต้น รูปแบบการบริหารจัดการจะคล้ายกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมุ่งหวังให้ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ แห่งนี้ มีความสมบูรณ์ ทันสมัย เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพแห่งใหม่ให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มไมซ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลในการมุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่สู่ระดับนานาชาติ

นายชุมพล กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯและรัฐบาลไทย ต้องการผลักดันให้ จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางไมซ์ (Hub of MICE) ของประเทศไทย ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ซึ่งเป็นกลุ่มคุณภาพเข้ามาใช้บริการ เป็นการช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวมได้เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าจำนวนห้องพักในจังหวัดเชียงใหม่มีสูงถึงกว่า 40,000 ห้อง

เกิดโอเวอร์ซัปพลายซึ่งการมีศูนย์ประชุมนี้ขึ้นมาจะก่อให้เกิดการเดินทางได้ตลอดทั้งปี ซึ่งจากนี้ไปรัฐและเอกชนจะร่วมกันทำงานเชิงรุกทั้งในระยะสั้นและยาว นำเสนอ เชียงใหม่ ให้เป็นเดสติเนชั่นของไมซ์ มีเสน่ห์ในเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรมและธรรมชาติที่โดดเด่น

โดยจะนำจุดแข็งเหล่านี้ออกไปใช้เพื่อบิด (Bid) งานใหญ่ระดับนานาชาติเข้ามาจัดที่เชียงใหม่ อาทิ งานมอเตอร์โชว์ งานแสดงสินค้าต่างๆ งานแข่งขันประชุมวิชาการแพทย์เฉพาะทางนานาชาติ งานเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 งานแข่งขันกีฬานานาชาติในร่มนานาชาติ เป็นต้น ซึ่งหากมีงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดเพิ่มมากขึ้นจะทำให้จังหวัดในภาคเหนือโดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดล้านนาได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวด้วย
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 10:09 AM   #13377
kapiak
Registered User
 
kapiak's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: ubonratchathani
Posts: 4,057
Likes (Received): 213

"รายได้รถไฟวูบกว่า 50% เหตุคนหันไปใช้โลว์คอสต์" รถไฟไทยคิดได้ไง ก็ในเมื่อการให้บริการไม่มีการพัฒนา มุ่งเน้นอนุรักษ์เพื่อหวังเข้าชิงมรดกโลก ตามสโลแกน"อนุรักษ์รถไฟไทย มรดกไทย มรดกโลก"
__________________
ฉันชอบกินตำแตงและตำถั่ว ^_^
kapiak no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 10:21 AM   #13378
MiwTH_Love
Registered User
 
MiwTH_Love's Avatar
 
Join Date: Sep 2009
Location: Chiang rai & Chiang mai
Posts: 166
Likes (Received): 0


+1 555
MiwTH_Love no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 10:24 AM   #13379
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 7,654
Likes (Received): 1101

Quote:
Originally Posted by kapiak View Post
"รายได้รถไฟวูบกว่า 50% เหตุคนหันไปใช้โลว์คอสต์" รถไฟไทยคิดได้ไง ก็ในเมื่อการให้บริการไม่มีการพัฒนา มุ่งเน้นอนุรักษ์เพื่อหวังเข้าชิงมรดกโลก ตามสโลแกน"อนุรักษ์รถไฟไทย มรดกไทย มรดกโลก"
ก็ขนาดบ้านพักพนักงานแถวสถานีรถไฟเล็ก ๆ บางแห่งทางาสายเหนือ ผมดูแล้วน่าจะสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 โน้นเลย ไม่อนุรักษ์ได้ไงล่ะครับ
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2010, 10:33 AM   #13380
kenos
Registered User
 
kenos's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,750
Likes (Received): 495

รฟท. ถ้าอยากมีรายได้เพิ่มตอนนี้เฉพาะหน้าระยะสั่น ให้ปรับปรุงสภาพโบกี้หน่อย เช่น รถแดวูหรือที่เรียกกันติดปากว่าสปรินเตอร์สนใจเบาะศรีไทยนวดไฟฟ้าแบบรถทัวร์หน่อยก็ดีนะครับ ใส่ทีวีไปด้วยไม่ถึงขั้นกันต้องพีทีวีส่วนตัวแบบนครชัยแอร์ก็ได้เอาแค่ทีวีดูด้วยกัน ห้องน้ำถ้าเป็นไปได้ขอยกเครื่องใหม่เลยก็ดีนะครับ พูดกันตามตรงว่าภาพลักษณ์เรื่องเวลาของ รฟท. นี้คนไทยเค้ารู้กันทั้งประเทศแล้วว่าคุณชอบแถมเวลาเป็นของขวัญพิเศษแต่ที่ยังมีคนเลือกใช้อยู่มันไม่ได้หมายความว่า รฟท. นั้นเป็นตลาดรากหญ้าของคนไทยเพียงอย่างเดียว คนรวย คนมีฐานะ บางคนก็นั่งรถไฟเหมือนกันเค้าก็รู้และเต็มใจที่จะได้รับเวลาเป็นของแถม นั่นก็คือ รฟท. อาจจะมีการปรับปรุงสภาพโบกี้ของชั้น 2 และ ชั้น 1 ซะใหม่ให้จับกลุ่มลูกค้าได้ทุกระดับไม่ใช่อะไรก็บอกว่า รฟท. ทางเลือกของคนจนทั้งที่โบกี้ของการรถไฟก็มีการแบ่งเกรดผู้โดยสารและราคาจากชั้นที่นั่งอยู่แล้วไม่ต่างจากเครื่องบิน ปรับปรุงโบี้ชั้น 2 และ ชั้น 1 ให้รับกับสภาพของกลุ่มคนที่จะใช้หน่อยตรงนี้ก็น่าจะเพิ่มลูกค้าให้ รฟท. ได้เพราะถ้าไปหวังรถไฟความเร็วสูงหรือรางคู่มันอีกนานกว่าจะได้ เอาเฉพาะหน้าตอนนี้ไปก่อนแต่ก็ไม่ใช่ว่าปรับเฉพะหน้าแล้วไม่เอาระยะยาวแล้วนะครับ
kenos no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
chiang mai, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:28 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu