daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Closed Thread

 
Thread Tools
Old March 24th, 2010, 10:15 AM   #381
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

เรามาดูข่าวอะไรๆ เกี่ยวกับกีฬาเยาวชนแห่งชาติให้เข้าใจกันดีกว่าน่ะค่ะ

เมืองลับแล"จ.อุตรดิตถ์เตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆในการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 27 ในปี 54 กำหนดวันแข่งลงตัว 20-31 มี.ค.54 พร้อมใช้ชื่อ"อุตรดิตถ์เกมส์"พร้อมใช้สัญลักษณ์นำโชคเป็น เด็กถือคบเพลิง ซึ่งสื่อความหมาย เป็น"เด็กชายจ้อย" หรือ พระยาพิชัยดาบหักในสมัยที่เป็นเด็ก ด้านชนิดกีฬายังไม่ชัดเจนแต่คาดจะใช้สนามแข่งกว่า 30 แห่งทั่วเมือง ด้านสมาคมกีฬาจังหวัดพะเยา เร่งดำเนินการพัฒนาด้านการกีฬาในจังหวัดให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ โดยทางจังหวัดอัดงบหนุนเต็มที่

นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้ประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ที่จ.อุตรดิตถ์ รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในปี พ.ศ. 2554 ที่ประชุมได้หารือถึงกำหนดการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ได้ข้อยุติว่า จะจัดการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 20-31 มีนาคม 2554

ส่วนสัญลักษณ์การแข่งขันและสัญลักษณ์นำโชค ได้ตกลงใช้สัญลักษณ์ที่ชนะการประกวด โดยสัญลักษณ์การแข่งขัน จะมีชื่อ"อุตรดิตถ์เกมส์" และ รูปพระยาพิชัยดาบหัก อยู่บนตัวเลข 27 ซึ่งเป็นครั้งที่จัดการแข่งขัน ส่วนสัญลักษณ์นำโชคจะใช้ เด็กถือคบเพลิง ซึ่งสื่อความหมาย เป็นเด็กชายจ้อย หรือ พระยาพิชัยดาบหักในสมัยที่เป็นเด็กทั้งได้กำหนดคำขวัญในการแข่งขันว่า “มิตรภาพและน้ำใจคือหลักชัยแห่งการกีฬา”

สำหรับกีฬาที่จะจัด การแข่งขัน สมาคมกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ จะไปประชุมหารือคณะกรรมการถึงความเหมาะสมของกีฬาชนิดต่าง ๆ โดยคาดว่าจะใช้สนามการแข่งขันประมาณ 30 แห่ง ทั้งในเขตอำเภอเมืองและอำเภอใกล้เคียงด้วย โดยได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการทุกแห่ง ได้จัดทำป้ายเผยแพร่การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ด้วย

ในขณะเดียวกันทางสมาคมกีฬาจังหวัดพะเยา ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2551 โดยมีนางสาวเรืองวรรณ บัวนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะนายกสมาคมกีฬาจังหวัดพะเยา เป็นประธาน สำหรับในการประชุมประกอบด้วยวาระการดำเนินการของสมาคมกีฬาเพื่อให้ได้มาซึ่งงบประมาณของการกีฬาแห่งประเทศไทยที่จะมีระเบียบปฏิบัติให้การสนับสนุนงบประมาณตามศักยภาพและขั้นตอนต่างๆที่เป็นตัวชี้วัด โดยในที่ประชุมได้มีการขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งดำเนินการและพัฒนากีฬาต่างๆที่รับผิดชอบสู่ความเป็นเลิศ และขอให้แต่ละชนิดกีฬาทำโครงการเสนอ เพื่อจะได้พิจารณาการสนับสนุนงบประมาณในด้านต่างๆต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแถลงผลการดำเนินงานของสมาคมกีฬาจังหวัดพะเยา ในปี 2551 และการเสนอแผนปฏิบัติงานของสมาคมในปี 2552 ทั้งนี้ สมาคมกีฬาจังหวัดพะเยา จะทำพิธีจัดส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 25 กาญจนบุรีเกมส์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 26 มีนาคม 2552 ในวันที่ 12 มีนาคมนี้

อุตรดิตถ์เกมส์


โยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ พ่อเมืองลับแล ยืนยันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 มี 32 กีฬาและ 2 กีฬาสาธิตให้ชิงชัย ยึดรูปลายเส้นพระยาพิชัยดาบหักเป็นสัญลักษณ์การแข่งขัน ใช้ เด็กชาย "จ้อย" ชื่อจริงพระยาพิชัยดาบหักวัยเด็กเป้นมัสคอต "อุตรดิตถ์เกมส์" ครั้งนี้


นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการประชุมเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ( พ.ศ. 2554) "อุตรดิตถ์เกมส์" โดยมี นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการแข่งขัน, นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์, นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์, นายสกล วรรณพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. และคณะกรรมการเข้าร่วมการประชุม ที่ห้องประชุมศิลาอาสน์ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2553 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

นายโยธิน กล่าวว่า ตามที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับมอบหมายจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้จัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 20-31 มี.ค. 2554 นั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดการแข่งขันใน 32 ชนิดกีฬา และ 2 กีฬาสาธิต ได้แก่ กรีฑา, กอล์ฟ, กาบัดดี้, ลีลาศ, เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ, คาราเต้-โด, คริกเกต, จักรยาน,ตะกร้อ, เทควันโด, เทนนิส, เทเบิลเทนนิส, บาสเกตบอล, แบดมินตัน, ฟุตบอล-ฟุตซอล, มวยไทยสมัครเล่น, มวยปล้ำ, มวยสากลสมัครเล่น, ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, ยิมนาสติก, ยูโด, รักบี้ฟุตบอล, เรือพาย, วอลเลย์บอลในร่ม-ชายหาด,ว่ายน้ำ, วูซู, สนุกเกอร์, หมากล้อม, ฮอกกี้ และแฮนด์บอล ส่วนกีฬาสาธิต ได้แก่ บริดจ์ และเนตบอล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ขอให้ กกท. รับชนิดกีฬาฟันดาบสากลไปพิจารณา เพื่อบรรจุเป็นชนิดกีฬาหนึ่ง ที่จะใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย โดยใช้งบประมาณในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กกท. จำนวน 148,071,825 บาท

นายชัยภักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสถานที่ สนามที่ใช้ในการฝึกซ้อมและแข่งขัน ขณะนี้มีความพร้อมแล้ว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายด้านๆ รวมทั้ง การตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้า ในการเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมสนามต่างๆ โดยอาจจะพิจารณาหาแหล่งงบประมาณจากแหล่งอื่นๆ มาสนับสนุนจังหวัด เพื่อให้การดำเนินการเตรียมการจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวัดจะได้งบประมาณในการเตรียมการจัดการแข่งขันในปีงบประมาณ 2554 ซึ่งเกรงว่าอาจจะล่าช้า และในส่วนของสนามกีฬากลาง จะทำการขยายอัฒจันทร์ ปรับปรุงห้อง VIP และติดตั้งเก้าอี้เพิ่มเติม ส่วนสนามฟุตบอล จะทำการปูพื้นหญ้าใหม่ และติดตั้งลู่ยางสังเคราะห์ ซึ่งได้รับงบประมาณจาก กกท. ประมาณ 28,000,000 บาท ในการก่อสร้างดังกล่าว และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2553 รวมทั้งเตรียมพัฒนานักกีฬาในจังหวัด โดยจะนำผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญในระดับประเทศ มาฝึกสอนเพื่อพัฒนานักกีฬาให้มีฝีมือดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พี่น้องชาวอุตรดิตถ์ มีความตื่นตัวในการเป็นเจ้าภาพเป็นอย่างมาก

นายพีระศักดิ์ พอจิตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายกสมาคมกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานที่ที่ใช้ในการจัดการแข่งขันลงตัวทั้งหมดแล้ว สิ่งสำคัญคือ การปรับปรุงสนามที่จะใช้ในการแข่งขันเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ กกท. ส่วนงานทางด้านเทคนิค ได้เตรียมบุคลากรรองรับในส่วนนี้แล้ว เพื่อเตรียมจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐาน ส่วนการเตรียมนักกีฬาในจังหวัดนั้น จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยคาดหวังที่กีฬาเทควันโด, วูซู และมวยไทยสมัครเล่น และตั้งเป้าหมายในการได้เหรียญรางวัล ไว้ไม่ต่ำกว่า 15 เหรียญทอง และจะต้องอยู่อันดับ 1-10 ของตารางการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังเตรียมกระตุ้นนักกีฬาของจังหวัด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้หันมาฝึกซ้อมมากขึ้น โดยการตั้งเงินรางวัลอัดฉีดไว้ที่หลักแสน รวมทั้ง สนับสนุนการเรียน และบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย

การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ( พ.ศ. 2554) "อุตรดิตถ์เกมส์" ใช้สัญลักษณ์การแข่งขันเป็นรูปลายเส้นพระยาพิชัยดาบหักบนตัวเลข 27 และใช้สัญลักษณ์นำโชค ประจำการแข่งขัน (มัสคอต) ได้แก่ เด็กชาย "จ้อย" ซึ่งเป็นชื่อจริงของพระยาพิชัยดาบหักในวัยเด็ก ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น "ทองดี" ซึ่งหมายถึง ความเป็นนักสู้ นักกีฬาที่แข็งแรง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และใช้คำขวัญประจำการแข่งขัน ว่า "มิตรภาพและน้ำใจ คือหลักชัยของการกีฬา"

อุตรดิตถ์เกมส์

กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 "อุตรดิตถ์เกมส์"

กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ใช้ชื่อในการแข่งขันว่า "อุตรดิตถ์เกมส์" ระหว่างวันที่ 20-31 มีนาคม พ.ศ. 2554 (มติ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552)

กำหนดการแข่งขัน
จังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 (พ.ศ. 2554)" อุตรดิตถ์เกมส์ " ในระหว่างวันที่ 20 -31 มีนาคม 2554 โดยทำการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 30 ชนิดกีฬา

ชื่อการแข่งขัน
อุตรดิตถ์ แต่เดิมเป็นเมืองในปกครองของเมืองพิชัยอันเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีตำบลบางโพท่าอิฐ ซึ่งแต่เดิมอยู่ติดแม่น้ำอันเป็นแม่น้ำสำคัญสายเดียวที่ใช้ ้ในการติดต่อค้าขายจากเมืองเหนือถึงกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าตำบลบางโพท่าอิฐเป็นทำเลการค้าอย่างดีริมแม่น้ำน่าน จึงโปรดให้ตั้งเป็นเมืองอุตรดิตถ์ อันหมายถึง เมืองท่า แห่งทิศเหนือ ในปี พ.ศ. 2442 พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้ย้ายศาลากลางเมืองพิชัยไปตั้งบังคับบัญชาที่เมืองอุตรดิตถ ์ เวลานั้นอุตรดิตถ์ได้กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่กว่าเมืองพิชัย และในปี พ.ศ. 2458 จึงโปรดให้เปลี่ยนนาม เมืองพิชัย เป็นเมืองอุตรดิตถ์ เป็นต้นมา เพื่อเกมส์กีฬาระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ ประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้พร้อมใจกัน ร่วมแรง ร่วมใจ แสดงพลัง เพื่อให้เกมส์การแข่งขันเป็นเกมส์ของชาวอุตรดิตถ์อย่างแท้จริง และเป็นเกมส์กีฬาของเยาวชนทั้งประเทศ จึงเป็นที่มาของชื่อ " อุตรดิตถ์เกมส์ "

คำขวัญการแข่งขัน
" มิตรภาพ และน้ำใ จ คือหลัก ชัย แห่งการกีฬา" การจัดการแข่งขันกีฬา เป้าหมายที่สำคัญ คือ การสร้างความสมัครสมานสามัคคี ความมีมิตรภาพของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการ แข่งขัน รวมทั้งการแข่งขันด้วยความมีน้ำใจ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ด้วยแนวคิดดังกล่าว จึงนำมาซึ่งคำขวัญประจำการแข่งขัน

สัญลักษณ์การแข่งขัน
ส่วนสัญลักษณ์การแข่งขันได้ใช้สัญลักษณ์ที่ชนะการประกวด โดยสัญลักษณ์การแข่งขัน จะมีชื่อ"อุตรดิตถ์เกมส์" และ รูปพระยาพิชัยดาบหัก อยู่บนตัวเลข 27 ซึ่งเป็นครั้งที่จัดการแข่งขัน

สัญลักษณ์นำโชค
ส่วนสัญลักษณ์นำโชคจะใช้ เด็กถือคบเพลิง ซึ่งสื่อความหมาย เป็นเด็กชายจ้อย หรือ พระยาพิชัยดาบหักในสมัยที่เป็นเด็ก

สนามกีฬาที่ใช้
สนามกีฬาหลัก สนามกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ (หมอนไม้)

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
http://www.uttaraditgames.com

ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย

[align=center]ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาและแขกผู้มาเยือนนะครับ[/align]
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  

Sponsored Links
 
Old March 24th, 2010, 10:28 AM   #382
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

เจ้าภาพตั้งเป้าท็อปเท็น จัดกีฬาเยาวชนฯ “อุตรดิตถ์ เกมส์

นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการประชุมเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ( พ.ศ.2554) “อุตรดิตถ์เกมส์” โดยมีนาย ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ,นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ , นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ,นายสกล วรรณพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. และคณะ กรรมการฯ เข้าร่วมการประชุม ที่ห้องประชุมศิลาอาสน์ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2553 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

นายโยธิน กล่าวว่า ตามที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับมอบหมายจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้จัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 20-31 มี.ค.2554 นั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดการแข่งขันใน 32 ชนิด กีฬา และ 2 กีฬาสาธิต ได้แก่ กรีฑา,กอล์ฟ ,กาบัดดี้ , ลีลาศ , เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ , คาราเต้โด , คริกเกต , จักรยาน,ตะกร้อ, เทควันโด,เทนนิส,เทเบิลเทนนิส,บาสเกตบอล,แบดมินตัน , ฟุตบอล-ฟุตซอล , มวยไทยสมัครเล่น, มวยปล้ำ,มวยสากล สมัครเล่น,ยกน้ำหนัก,ยิงปืน, ยิมนาสติก,ยูโด,รักบี้ฟุตบอล,เรือพาย,วอลเลย์บอลในร่ม-ชายหาด,ว่าย น้ำ , วูซู, สนุกเกอร์, หมากล้อม,ฮอกกี้ และแฮนด์บอล ส่วนกีฬาสาธิต ได้แก่ บริดจ์ และเนตบอล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ขอให้ กกท. รับชนิด กีฬาฟันดาบสากลไปพิจารณา เพื่อบรรจุเป็นชนิดกีฬาหนึ่ง ที่จะใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วยโดยใช้งบประมาณในการจัดการแข่งขัน ในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กกท. จำนวน 148,071,825 บาท

นายชัยภักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสถานที่ สนามที่ใช้ในการฝึกซ้อมและแข่งขัน ขณะนี้มีความพร้อมแล้ว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายด้านๆ รวมทั้ง การตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้า ในการเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมสนามต่างๆ โดยอาจจะพิจารณาหาแหล่งงบประมาณจากแหล่งอื่นๆมาสนับสนุนจังหวัด เพื่อให้การดำเนินการเตรียมการจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก จังหวัดจะได้งบประมาณในการเตรียมการจัดการแข่งขันฯ ในปีงบประมาณ 2554 ซึ่งเกรงว่าอาจจะล่าช้า และในส่วนของสนามกีฬากลาง จะทำการขยายอัฒจันทร์ ปรับปรุงห้อง VIP และติด ตั้งเก้าอี้เพิ่มเติม ส่วนสนามฟุตบอล จะทำการปูพื้นหญ้าใหม่ และติดตั้งลู่ยางสังเคราะห์ ซึ่งได้รับงบประมาณจาก กกท. ประมาณ 28,000,000 บาท ในการก่อสร้างดังกล่าว และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2553 รวม ทั้งเตรียมพัฒนานักกีฬาในจังหวัด โดยจะนำผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญใน ระดับประเทศ มาฝึกสอนเพื่อพัฒนานักกีฬาให้มีฝีมือดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พี่น้องชาวอุตรดิตถ์ มีความตื่นตัวในการเป็นเจ้าภาพเป็นอย่าง มาก

นายพีระศักดิ์ พอจิตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายกสมาคมกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้ สถานที่ที่ใช้ในการจัดการแข่งขันลงตัวทั้งหมดแล้ว สิ่งสำคัญคือ การปรับปรุงสนามที่จะใช้ในการแข่งขันเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่ได้รับง บประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ กกท. ส่วนงาน ทางด้านเทคนิค ได้เตรียมบุคลากรรองรับในส่วนนี้แล้ว เพื่อเตรียมจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐาน ส่วนการเตรียมนักกีฬาในจังหวัด นั้น จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยคาดหวังที่กีฬาเทควันโด,วูซู และมวยไทยสมัครเล่น และตั้งเป้าหมายในการได้เหรียญรางวัล ไว้ไม่ต่ำกว่า 15 เหรียญทอง และจะต้องอยู่อันดับ 1 - 10 ของ ตารางการแข่งขันฯ นอกจากนี้ ยังเตรียมกระตุ้นนักกีฬาของจังหวัด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้หันมาฝึกซ้อมมากขึ้น โดยการตั้งเงินรางวัลอัดฉีดไว้ที่หลักแสน รวมทั้ง สนับสนุนการเรียน และบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานต่างๆอีกด้วย

การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ( พ.ศ.2554) “อุตรดิตถ์ เกมส์” ใช้สัญลักษณ์การแข่งขันเป็นรูปลายเส้นพระยา พิชัยดาบหักบนตัวเลข 27 และใช้สัญลักษณ์นำโชค ประจำการแข่งขัน (มัสคอต) ได้แก่ เด็กชาย “จ้อย” ซึ่งเป็นชื่อจริงของพระยาพิชัยดาบหักในวัย เด็ก ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “ทองดี” ซึ่งหมายถึง ความเป็นนักสู้ นักกีฬาที่แข็งแรง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และใช้คำขวัญประจำการแข่งขันฯ ว่า “มิตรภาพ และน้ำใจ คือหลักชัยของการกีฬา”





ต่อไปเป็นภาพสนามน่ะค่ะ เรามาดูกันว่าตอนจัดจะดีกว่านี้หรือไม่









-อ่ารูปต่อไปน่ะค่ะ นี่คือสนามในปัจจุบัน เรามาดูกันดีกว่าอัฒจรรย์จะใหญ่ขึ้น หรือจะสร้างอีกอันควบกัน ค่ะเนี่ย



ข้อมูลสนามน่ะค่ะ สนาม เตะ กีฬากลางอุตรดิตถ์สนามมีสองฝั่งจุน่าจะสามพันได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดและ กกท. จะทำให้สนามจังหวัดอุตรดิตถ์เปลี่ยนไปแค่ไหน จะดีกว่านี้รึเหมือนเดิมกันค่ะ
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 10:29 AM   #383
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

ไปแระบาย ตอนนี้อยู่ชลบุรี น่ะค่ะ แม่บอกว่าจะกลับ วันนี้ 27 ค่ะ อิอิเร็วกว่าเดิมที่กลับ 30มีนาคม แล้วว่างๆจะถ่ายรูปอุตรดิตถ์สวยๆมาให้น่ะค่ะ
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 10:58 AM   #384
Bunnie
Registered User
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok
Posts: 114
Likes (Received): 15

สนับสนุนไอเดียคุณเนวาด้าเรื่องแยกวัฒนธรรมนะ

อาจจะเป็นแยกสี่วัฒนธรรมหรือแยกสี่เมืองโบราณ อะไรแนวๆนี้

เลี้ยวขวาไปล้านช้าง เลี้ยวซ้ายไปสุโขทัย ตรงไปไปล้านนา อิอิ

แล้วก็โปรโมตวัฒนธรรมผสมผสานกับธรรมชาติของอุตรดิตถ์ควบคู่กัน

น่าจะทำให้การท่องเที่ยวจังหวัดเรามีศักยภาพมากขึ้น

Last edited by Bunnie; March 24th, 2010 at 11:18 AM.
Bunnie no está en línea  
Old March 24th, 2010, 01:01 PM   #385
jagkrasrisakul
THAILAND
 
jagkrasrisakul's Avatar
 
Join Date: Dec 2009
Location: Trang
Posts: 4,986
Likes (Received): 239



อัฒจรรสนามอุตดิตเหมือนของตรังเลยแปลนเดียวกันแน่ๆ แต่ปัจจุบันของตรังใหญ่กว่าในรูปสงสัยได้ขยายตอนเป็นสนามของเอเชียนเกมส์

ลุ้นกับการเป็นเจ้าภาพของอุตรดิตจริงๆ จะอลังขนาดไหน

__________________
- Trang City ,Thailand -

jagkrasrisakul no está en línea  
Old March 24th, 2010, 04:41 PM   #386
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

อัฒจรรย์สนามอุตดิตเหมือนของตรังเลยแปลนเดียวกันแน่ๆ แต่ปัจจุบันของตรังใหญ่กว่าในรูปสงสัยได้ขยายตอนเป็นสนามของเอเชียนเกมส์

ลุ้นกับการเป็นเจ้าภาพของอุตรดิตจริงๆ จะอลังขนาดไหน


ค่ะเท่าที่เคยผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้เพื่อไปเชียงรายอ่ะน่ะค่ะ สังเกตเห็นว่า ตรงอัฒจรรย์หน้าจะสร้างให้รับคนได้มากขึ้นน่ะค่ะ แต่คงจะสร้างเพิ่มด้านเดียว อีกด้านใช้เป็นที่จัดกีฬาคบเพลงิน่ะค่ะ น่าจะเป็นประมาณนี้แหละค่ะ ส่วนจะอลังการไม่อลังการคงขึ้นอยู่กับงบหละมั้งค่ะอิอิ

สนับสนุนไอเดียคุณเนวาด้าเรื่องแยกวัฒนธรรมนะ

อาจจะเป็นแยกสี่วัฒนธรรมหรือแยกสี่เมืองโบราณ อะไรแนวๆนี้

เลี้ยวขวาไปล้านช้าง เลี้ยวซ้ายไปสุโขทัย ตรงไปไปล้านนา อิอิ

แล้วก็โปรโมตวัฒนธรรมผสมผสานกับธรรมชาติของอุตรดิตถ์ควบคู่กัน

น่าจะทำให้การท่องเที่ยวจังหวัดเรามีศักยภาพมากขึ้น


ค่ะอันนี้ก็น่าสนใจถ้าทำได้ถือเป็นตัวชูโรงสำคัญของจังหวัดที่ทำให้จังหวัดเราพัฒนาได้แน่นอน อาจจะมีคนไหลเข้ามาได้เยอะ แล้วเห็นว่าทางหอการค้าจะทำเมืองเชื่อมรดกโลกด้วยค่ะ ระหว่างหลวงพระบาง- สุโขทัยน่ะค่ะ
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 04:47 PM   #387
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

มาดูข่าวกันต่อดีกว่าค่ะ เว็ปไซต์สภาหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์

http://www.v-cop.net/indust_root/tra...hp?indtl_id=42

หอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์เร่งสานสัมพันธ์ สปป.ลาวเพื่อเปิดด่านภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์และด่านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาวภายในปี 2553

นายทวีศักดิ์ ปึงวงศานุรักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า การเตรียมตัวเปิดด่านถาวร ด่านภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ของเราและการเปิดด่านสากล ระดับท้องถิ่นด่านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรีของ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในเรื่องการเปิด FTA สินค้าหรือการปลอดภาษีในกลุ่มประเทศอาเซียน เราต้องให้มีความชัดเจนในเรื่องสินค้าเกษตรซึ่งเป็นเรื่องที่นำเข้ามาในด่านภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ มากแต่ว่าบ้านเรา เกษตรกรหรือผู้ค้าเราให้ความสำคัญเกี่ยวกับตัวนี้หรือไม่หรือไม่มีความรู้เรื่องดังกล่าว ในประเด็นการเปิดสินค้าปลอดภาษีผ่านแดนยังไม่มีความชัดเจนในระดับรัฐบาลเพราะว่าเงื่อนไขฟรีภาษีแล้วจะนำเข้ามาอย่างไร จะต้องเสียอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าต้องมีค่าภาษี หรือภาษีอื่นมารองรับหรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบและประชาชนเองก็ยังไม่รู้ ทางหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ก็จะเตรียมประชุมหอการค้าใหญ่ประจำปีในวันที่ 10 ก.พ.53 และจะได้เชิญนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มาเป็นองค์ปาถกเรื่องแนวโน้มการค้าชายแดน การค้าในจังหวัดอุตรดิตถ์และจะเรียนเชิญ รองเลขาธิการหอการค้าไทยซึ่งท่านติดตามเรื่องนี้มาโดยตรงท่านมีข้อมูลอย่างมาก ท่านจะมาบรรยายให้ฟังในวันที่ 10 ก.พ.53 เวลาประมาณ 14.00 น. ณ ห้องสีหราชบอลรูม โรงแรมสีหราช อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์และขอเชิญชวนทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ พ่อค้า ประชาชนเกษตรกรผู้สนใจ โดยเฉพาะหน่วยราชการซึ่งเป็นผู้มีข้อมูลอยู่ในมือให้มาพูดให้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะสินค้าถ้าเปิดเสรีขึ้นมาแล้วมีอะไรบ้างที่เข้ามาแล้วเราจะต้องปรับตัว
"ทางฝั่ง สปป.ลาวได้ออกระเบียบมาแล้วว่าสินค้าที่จะต้องขออนุญาตซึ่งเมื่อก่อนไม่มีใครที่จะขออนุญาต แต่ตอนนี้ต้องขออนุญาต สิ่งตัวนี้จะเป็นสิ่งที่กีดกันการค้าตัวหนึ่ง เพราะฉะนั้นต้องรับรู้ว่าสิ่งไหนที่ต้องขออนุญาต ต้องให้พ่อค้า ผู้ค้าชายแดนเรา เกษตรกรของเรารู้ สินค้าเกษตรจะเข้ามาอย่างไรและมีผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง ส่วนนี้เป็นปัญหาตัวหนึ่ง ช่วงนี้สินค้าเกษตรอยู่ในสภาวะราคาดีมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว เรื่องมัน ก็ดีโดยเฉพาะชายแดนก็จะมีสินค้าเฉพาะเรื่องของข้าวโพด ซึ่งเป็นตัวปัจจัยหลัก พืชเกษตรทั้ง 3 ตัวถือเป็นปัจจัยหลักเลยเมื่อเป็นหลักแล้วเวลานำเข้ามา ของเราในจังหวัดเวลานำเข้ามาเราจะต้องเตรียมความพร้อมไว้ระดับหนึ่ง เมื่อก่อน ก่อนที่รัฐบาลจะออกความช่วยเหลือเกี่ยวกับการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ก็ได้เตรียมตัว เมื่อเราทำไม่จบรัฐบาลเข้ามาทำโปรแกรมใหญ่ทั้งประเทศ ตรงนี้ก็ได้รับผลโดยตรงแต่เกษตรกรของได้รับผลกระทบน้อยลงถ้าราคาสินค้าต่ำกว่าราคาค้ำประกัน"
ในส่วนทางฝั่งของ สปป.ลาว ที่เคยจะทำเรื่องกู้เงินจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจของเราไปลงทุนสร้างถนนระยะทาง 28 กิโลเมตรจากช่องภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ไปถึงเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาวเป็นถนนลาดยางนั้นความคืบหน้านั้นตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อ 7 เม.ย.52 ได้มีข้อหนึ่งว่าให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (ส.พ.พ.)มีหน้าที่ดูแลและพิจารณาการให้กู้เงินให้กับ ทาง สปป.ลาวในการสร้างเส้นทางช่องภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ไปถึงเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว เป็นถนนลาดยางระยะทาง 28 กิโลเมตร มติออกมาเมื่อเดือนเมษายน 2552 จนกระทั่งถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด แต่ที่ทราบมาว่า ทาง สปป.ลาวจะให้ทางเอกชนของ สปป.ลาวสร้างเส้นทางเอง โดยเมื่อสร้างเสร็จก็จะมีการเก็บเงินค่าผ่านทาง เมื่อเสียค่าผ่านทางเข้าไปยังฝั่ง สปป.ลาว ก็จะต้องเสียค่าผ่านทางทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งจะต้องเสียตลอดไป ไม่เหมือนความร่วมมือถ้าเป็นความร่วมมือเราจะใช้ถนนฟรีไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง
ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ กับทาง สปป.ลาวนั้นในการให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนนี้ถือเป็นหัวใจหลัก ถ้าเราจะคบค้ากันเราต้องมีความจริงใจต่อกัน การให้นั้นทราบมาว่าเป็นการให้เปล่าส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเป็นการให้กู้เป็นระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ หรืออาจจะไมมีดอกเบี้ยทาง ส.พ.พ.คงจะต้องพิจารณา ถ้ารัฐบาลไทยให้ไปจะเป็นผลดี มากๆ ผลดีทางด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ผลดีในด้านเปิดตลาดการค้าทุกวันนี้ด่านภูดู่ ตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าอยู่ที่ 200 กว่าล้านบาท แต่เมื่อปีที่ผ่านมามีปัญหาในเรื่องพืชผลทางการเกษตรการนำเข้า ข้าวโพดโดยนำมาสวมสิทธิ์ตรงส่วนนั้น ทำให้เกิดปัญหาและทางเราได้มีประกาศชะลอการนำเข้าข้าวโพดจาก ฝั่ง สปป.ลาวเข้ามา ทำให้ ทาง สปป.ลาวไม่ค่อยจะพอใจนัก

"มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนระหว่างประเทศระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาทาง สปป.ลาวไม่เคยเชิญเราไปร่วมประชุม จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ทาง สปป.ลาวได้มีจดหมายเชิญจาก สปป.ลาวให้เชิญนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เชิญตนเองประธานหอการค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง 18 คนไปร่วมประเพณีออกพรรษาลอยกระทงที่ลาว ที่แขวงไชยะบุรี ทางหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ก็ได้ไปเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์และเดินทางไปร่วมงานด้วยกัน"

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในการไปในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีมาก ที่ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ได้มีการพบปะกับผู้นำระดับสูง เช่นท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีการท่องเที่ยว รัฐมนตรีสำนักนายก ท่านเจ้าเมือง ท่านเจ้าแขวงไชยะบุรี เจ้าแขวงหลวงพระบาง หลังจากนั้นเราก็ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนยังหลวงพระบางต่อ โดยใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 วันในครั้งนี้เราได้ความสัมพันธ์กลับมาเยอะมากหลังจากที่เราเหินห่างไปเกือบ 3 ปี ทางเจ้าแขวงไชยะบุรีได้ให้ความสำคัญว่า ปีนี้ยังไงจะพยายามเปิดด่านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรีให้ได้ส่วนของไทยนั้นเป็นด่านภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ในการเดินทางไปในครั้งนี้ทาง สปป.ลาวมีความสนใจในเรื่องการทำโคมลอย ซึ่งทางฝั่ง สปป.ลาวนั้นยังทำไม่เป็น ทางฝั่ง สปป.ลาวอยากจะทำโคมลอยเป็น ทางด้าน นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์มีความยินดีก็จะส่งเสริมให้กับ ทาง สปป.ลาวทำโคมลอยในระยะใกล้ๆทาง ผวจ. อุตรดิตถ์จะได้จัดผู้เชี่ยวชาญไปทำการสอนให้กับทางฝั่ง สปป.ลาว เป็นการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจในอนาคต หลังจากที่เราเสียความสัมพันธ์กับ สปป.ลาวไป

ในปี 2553 เราจะได้มีโอกาสเห็นทาง สปป.ลาวเปิดด่านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี เป็นด่านท้องถิ่นในส่วนด่านของทาง สปป.ลาวจะไม่เหมือนของไทย ด้านของไทยถ้าจะออกโดยพาสปอร์ตต้องเป็นด่านถาวรเท่านั้นแต่ทางฝั่ง สปป.ลาวยกระดับให้เป็นเพียงด่านท้องถิ่นก่อน แต่ในระดับด่านท้องถิ่นของลาว ประชาชนคนไทยสามารถเดินทางเข้าออกได้ โดยใช้พาสปอร์ตหรือใช้บัตรประจำตัวประชาชนก็ดีไปได้ทั่วประเทศของลาวแต่จะออกไม่ได้เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้นแต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่คนของเราจะสามารถเข้าไปได้ก่อนไปทำในเรื่องการค้า จะได้ไปวางรากฐานได้และหลังจากนั้นถ้ามีจำนวนผู้ผ่านหรือผู้ใช้บริการเยอะๆการที่จะปรับเป็นด่านถาวรก็จะไม่ยุ่งยากมากซึ่งทางฝั่งลาวจะเรียกว่าด่านสากลทางเราเรียกด่านถาวรซึ่งใช้ระเบียบคล้ายๆกัน.

หอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์จัดงานหอการค้าอุตรดิตถ์แฟร์ปี 2553 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ


เช้าวันนี้ (4 มีนาคม 2553) ที่ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ นายศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ประชุมหารือกับส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเตรียมการจัดงานหอการค้าอุตรดิตถ์แฟร์ ปี 2553 ที่ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 4 เมษายน 2553
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการขายของบริษัทห้างร้านและสินค้าชุมชนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในงานมีการแสดงสินค้าราคาถูก จากสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศและสินค้าของสมาชิกหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั่งสินค้า OTOP การแสดงกลุ่มรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ประดับยนต์ต่างๆ และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้จะจัด กิจกรรมส่งเสริมการขาย มีการจัดหอการค้าแฟร์ การจัดรายการสินค้าราคาประหยัด อาทิจำหน่ายไข่ใบละ 1 บาท จัดนิทรรศการให้สาระความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหอการค้าร้านค้า รวมทั้งการแสดงบันเทิง เช่น รำวงย้อนยุค มวยไทย มวยสากล สวนสนุก ลานเบียร์ และมหรสพอื่นๆอีกมากมาย
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 04:50 PM   #388
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

รอบเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 การค้าไทย-ลาว จังหวัดอุตรดิตถ์ มีมูลค่าส่งออก-นำเข้าสินค้าร่วม 12,907,505 บาท

นายสุพจน์ แสงชัย พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผย การค้าระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์ กับแขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา พบว่า มีมูลค่าการค้า รวม 12,907,505 บาท โดยมีมูลค่าการส่งออก 6,196,210 บาท มูลค่านำเข้า 6,711,295 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา มีมูลค่าเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 53.57 มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.37 มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 108.82 และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 54.88 มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.58 มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 467.30


สินค้าส่งออกที่สำคัญ เรียงตามมูลค่าการส่งออกได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด, สินค้าอุปโภคบริโภค, อาหารสด อาหารแห้ง, ผลไม้, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, เครื่องตัดหญ้า, อุปกรณ์ก่อสร้างฯ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด, ถ่านไม้, มะขามเปียก, ขี้เลื่อย, เศษเหล็ก, ของเก่า, สมุนไพร เป็นต้น
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 05:13 PM   #389
aon_chiangmai_lanna
BANNED
 
Join Date: Dec 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 458
Likes (Received): 0

ด่ากานเข้าไป บอร์ดนี้ ไม่พอใจก็ไม่ต้องเข้ามา เข้าใจ๋มิ บอร์ดนี้ หาข่าวสารเข้ามา ไม่ใช่มา รีคอมเม้นด่ากาน
aon_chiangmai_lanna no está en línea  
Old March 24th, 2010, 05:16 PM   #390
aon_chiangmai_lanna
BANNED
 
Join Date: Dec 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 458
Likes (Received): 0

เลขบัตรประชาชน กระทรวงมหาดไทย (ภาคเหนือตอนบน)

(ตัวเลขที่ 2-3ของบัตรประชาชน)

เชียงใหม่ 50

ลำพูน 51

ลำปาง 52

อุตรดิตถ์ 53

แพร่ 54

น่าน 55

พะเยา 56

เชียงราย 57

แม่ฮ่องสอน 58

Last edited by aon_chiangmai_lanna; March 31st, 2010 at 07:49 PM.
aon_chiangmai_lanna no está en línea  
Old March 24th, 2010, 05:45 PM   #391
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

ใช่ค่ะทำไมต้องมาวิจารณ์กันแบบนี้ดว้ยเอาไว้หาข่าวสิค่ะ ให้มีความรู้เยอะๆๆดีกว่ามาเถียงว่าตกง อุตรดิตถ์มานจะล่างหรือบน
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 05:53 PM   #392
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

อุตรดิตถ์จงเจริญ อุตรดิตถ์ ล้านนาตะวันออก ภาคเหนือตอนบน ของเรา จงเจริญจร้า
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 06:07 PM   #393
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,945
Likes (Received): 157

เมืองลับแล

เรื่องเมืองลับแล เป็นนิทานพื้นบ้านเล่ากันว่าเป็นเมืองของคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริต โกหกคำเดียวไม่ได้ ลูกเขยเห็นลูกร้องไห้ กล่อมแบบไหนก็ไม่หยุด หลุดปากหลอกลูกว่า แม่มาแล้ว...เท่านั้นแหละ ก็ต้องออกจากเมือง

เกร็ดของเรื่องอยู่ตรงขมิ้นที่เมียจับยัดใส่เต็มย่าม...ระหว่างเดิน เหนื่อยมาก ก็ควักทิ้ง เหลือขมิ้นอยู่แง่งเดียว พอถึงบ้านล้วงขึ้นมาจึงรู้ว่าเป็นทอง

เรื่องเมืองลับแล ทำนองนี้เล่ากันทั่วไป ไปเมืองไหนก็เล่า กระทั่งที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ จังหวัดอุตรดิตถ์ อธิบายคำ “ลับแล” ไว้ว่าที่ซึ่งมองดูไม่เห็น เป็นชื่อเมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ลึกลับซับซ้อน มองจากภายนอกจะมองเห็นเป็นป่า ไม่ค่อยพบเห็นบ้านเรือน คนต่างถิ่นหากหลงเข้าไปก็มักหาทางออกไม่เจอ

บรรยากาศทั่วไปเยือกเย็นยามพลบค่ำ ดวงอาทิตย์ ไม่ทันตกดิน ก็มืดแล้ว เพราะมีดอยม่อนฤๅษีสูงใหญ่เป็นฉากกั้นแสงอาทิตย์ ป่าบริเวณนี้เรียกว่า ป่าลับแลง...

ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นคำว่า “ลับแล”

บริเวณที่เป็นที่มาของชื่อ ลับแล คือห้าตำบลด้านเหนืออำเภอลับแล...ตำบลชัยจุมพล ตำบลศรีพนมมาศ ตำบลฝายหลวง ตำบลแม่พูล ตำบลนานกกก

ชาวลับแลมีอาชีพทำสวนทุเรียน สวนลางสาดบนภูเขา ผู้ชายใช้ชีวิตส่วนใหญ่ดูแลสวน ทิ้งลูกหลานอยู่ที่บ้าน ใครผ่านไป ก็เจอแต่ผู้หญิง นี่ก็คือที่มาของฉายา “เมืองแม่ม่าย”

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า คนเมืองลับแล น่าจะเป็นคนเมืองแพร่ เมืองน่าน...ที่หนีเภทภัย หรือลี้ภัยศึกสงคราม นักประวัติศาสตร์บางท่าน ชี้ว่า ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ มีสงครามระหว่างอยุธยากับเมืองทางเหนือ

แต่ตำนานกำเนิดเมืองลับแล...เล่าและบันทึกกันไว้เป็นหลักฐาน...เมื่อ ประมาณ พ.ศ.1500 หรือเมื่อพันปีที่แล้ว สมัยอาณาจักรโยนกนคร (เชียงแสนปัจจุบัน) เกิดสงครามรบพุ่งกันเนืองๆ ทั้งยังมีโรคระบาด

หนานคำสือและหนานคำแสน เป็นหัวหน้าพาคน 20 ครัวเรือน บรรทุกข้าวของใส่เกวียน มุ่งหน้าลงใต้ โดยบอกว่า เจ้าปู่พญาแก้ววงเมือง (กษัตริย์องค์ที่ 17 โยนกนคร) เข้าฝันบอกทาง

จนมาถึงหุบเขาเมืองลับแล พบน้ำตก ธารน้ำไหล ดินฟ้าอากาศชุ่มชื้น มีภูเขาเตี้ย อุดมด้วยนานาพันธุ์ไม้ เหมือนที่เจ้าปู่เข้าฝัน ก็เลือกเป็นที่ตั้งรกรากปักฐาน

หนานคำสือ เป็นเจ้าแคว้น (กำนัน) หนาน คำแสน เป็นเจ้าหลัก (ผู้ใหญ่) ทำมาหากินอยู่เย็นเป็นสุขสมบูรณ์ 7 ปีต่อมา ก็ชักชวนชาวบ้าน 10 คน บรรทุกข้าวของเดินทางย้อนขึ้นไปเยี่ยมญาติ และได้เข้าเฝ้าฯพระเจ้าเรืองธิราช กษัตริย์ องค์ที่ 21 โยนกนคร กราบทูลถึงถิ่นฐานแห่งใหม่

พระเจ้าเรืองธิราช พระราชทานพระไตรปิฎก และพระสงฆ์ 6 รูป และเครื่องใช้ไม้สอยเกี่ยวกับศาสนพิธีให้ไปสร้างวัดเก้าเง้ามูลศรัทธา (วัดใหม่ ต.ฝายหลวง ปัจจุบัน)

ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองลับแลกับโยนกนคร แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อกษัตริย์โยนกนครขอนางสุมาลี ธิดาเจ้าแคว้นลับแล และนางสุมาลา ธิดาเจ้าหลักเมืองลับแล ซึ่งมีฝีมือในด้านเย็บปักถักร้อย เป็นผู้ประดิษฐ์ซิ่นลายตีนจก ให้เป็นชายาฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารราชบุตร

และโปรดให้ไปเป็นกษัตริย์เมืองลับแล เมื่อ พ.ศ.1513

เจ้าฟ้าฮ่ามมีพระทัยฝักใฝ่ศาสนา เสด็จไปขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ จากดอยตุง มาบรรจุที่สถูปเจดีย์วัดป่าแก้วเรไร (วัดเจดีย์ ปัจจุบัน) ผู้เฒ่าเมืองลับแลเล่าให้ลูกหลานฟังว่า ถึงวันศีลวันธรรม จะมีดวงไฟสุกสว่าง (พระธาตุเสด็จ) ลอยเหนือเจดีย์ อยู่เป็นประจำ

ต่อมาได้เสด็จไปแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ 32 องค์ จากโยนกนคร มาบรรจุไว้ที่สถูปเจดีย์ วัดม่อนธาตุ และต่อมาได้สร้างวัดชัยจุมพล และวัดดอนชัย เมื่อเจ้าฟ้าฮ่ามสวรรคต ราษฎรได้นำพระอัฐิไปบรรจุไว้ที่วัดม่อนอารักษ์ ต.ฝายหลวง ให้ชาวลับแลได้สักการะจนถึงวันนี้.

"บาราย"

http://dek-d.com/board/view.php?id=595081
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
Nevadaboy no está en línea  
Old March 24th, 2010, 06:10 PM   #394
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,945
Likes (Received): 157

ปกิณกะ By Say _ลับแล : เมืองแห่งนิยาย ตำนาน พงศาวดารหรือประวัติศาสตร์

ลับแลในปัจจุบันเป็นอำเภอใหญ่อำเภอหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ถูกจัดว่ามี ฐานะทางเศรษฐกิจดี ประชาชนมีอาชีพ ทำนา ทำสวน ทำไร่ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยลานนา (คนเมือง)เพราะใน 8 ตำบลของอำเภอลับแลเป็นชาวเมืองเหนือ 6 ตำบล คือ ตำบลฝายหลวง ตำบลแม่พูลตำบลนานกกก ตำบลชัยจุมพล ตำบลศรีพนมมาศและตำบลด่านแม่คำมัน มี 2 ตำบลเป็นชาวเมืองเก่าสุโขทัย คือ ตำบลทุ่งยั้งและตำบลไผ่ล้อม การแบ่งแยกดังกล่าวมีภาษาพูดและวิถีการดำเนินชีวิตเป็นเกณฑ์

นามเมืองลับแล

มีกล่าวกันมา (มุขปาฐะ) เป็น 2 นัย คือ นัยที่ 2 ตั้งแต่แรกเมืองลับแลไม่มีผู้คนอยู่เลยเป็นป่าดงดิบท่ามกลางหุบเขาใหญ่ล้อม รอบเต็มไปด้วยสัวต์ร้าย เสือ หมี ผีป่า ดุร้ายชุกชุมเต็มไปด้วยภัยร้ายนานาชนิด ต่อมามีชาวเหนือได้อพยพเข้ามาตั้งที่ทำมาหากินตั้งบ้านเรือนสภาพบ้านเรือน จึงถูกล้อมรอบด้วยขุนเขาลำเนาไพร ตอนเย็น ๆ แสงอาทิตย์ส่องเข้าถึงหมู่บ้านเพียงเล็กน้อยเพราะด้านตะวันตกมีภูเขาม่อน ฤาษี (กั้นเขตกับ อ.ศรีสัชนาลัย สุโขทัย) จะบังไว้จึงเรียกว่าเมืองลับแลง คือ แสงแดดลับตอนเย็น (แลงง = ตอนเย็น) จุดอับแสงที่เป็นเหมือนแอ่ง คือ บ้านลับแลง(บ้านท้องลับแลในปัจจุบัน) จึงสรุปว่าเดิมชื่อ เมืองลับแล

นัยที่ 2 เป็นเรื่องมาจากศาสนาพุทธเล่ากันว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาที่ภูเขาด้านทิศใต้ประทับ นั่ง (วัดพระแท่นศิลาอาสน์) ประทับนอน (วัดพระนอน) และประทับยืน (วัดพระยืนพุทธบาทยุคล) ทั้ง 3 จุดที่ประทับบนเขาเขตตำบลทุ่งยั้งในปัจจุบัน(เมืองกัมโภช) ขณะทรงประทับยืนได้ทรงหันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือทรงทอดพระเนตรหนองน้ำใหญ่จน มีชื่อว่าหนองพระแลในปัจจุบัน และทรงแลไปไกล ๆ ก็เห็นป่าใหญ่รายล้อมรอบมีบ้านเรือนเห็นลับๆ แต่ไม่ชัดเจนในป่าจึงได้ชื่อว่าแลลับต่อมาได้เลื่อนคำเป็นลับแล ในสมัยต่อมาได้มีการกำหนดชื่อเป็น เมืองลับแล ตามนัยที่ 2 จนถึงปัจจุบัน

เมืองลับแลในนิยาย


เรื่องเล่าในนิยายต่อไปนี้จะเกี่ยวเนื่องถึงตำนาน เมืองแม่หม้าย เริ่มจาก ครั้งหนึ่งมีหนุ่มเมืองใต้ (เมืองทุ่งยั้ง) แอบเดินทางหลงป่าไปทางเหนือได้เห็นสาวสวยออกจากเมืองลับแลมาโดยซ่อนกุญแจไว้ ชายหนุ่มจึงแอบขโมยกุญแจไว้และใช้เล่ห์กล มนต์อุบาย เกี้ยวพาราสีจนสาวหลงเชื่อพาไปอยู่กินเป็นสามีในเมืองลับแล ชายหนุ่มได้เห็นความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของเมืองแต่มีแต่ผู้หญิงสาวสวยทั้ง หมด ด้วยเหตุที่เมืองลับแลเป็นเมืองลี้ลับคนภายนอกไม่สามารถจะเข้าไปในเมืองได้ ชาวเมืองลับแลเป็นผู้ยึดมั่นในศีลธรรมผู้คนเคร่งครัดปฏิบัติธรรมเป็นนิจไม่ มีการกล่าววาจาหรือกระทำโกหกหลอกลวงกัน ต่อมาชายหนุ่มกับสาวงามเมืองลับแลได้มีลูกด้วยกันหนึ่งคน วันหนึ่งผู้เป็นไปธุระนอกบ้านชายหนุ่มจึงอยู่กับลูก ลูกเกิดร้องไห้หาแม่ชายหนุ่มจึงพูดโกหกลูกว่า “แม่มาแล้ว” เพื่อให้ลูกหยุดร้องไห้ ชาวบ้านได้ยินคำโกหกของชายหนุ่มจึงขับไล่ชายหนุ่มผู้นั้นออกจากเมืองภรรยา ซึ่งรักสามีก็ไม่อาจช่วยได้ และเกรงว่าสามีจะได้รับความลำบากจึงแอบเอาของสำคัญใส่ย่ามให้สามีโดยกำชับ ว่าเมื่อถึงบ้านให้เอาออกมาดูห้ามเอาออกมาดูระหว่างทาง เมื่อเดินทางพ้นเมืองลับแลชายหนุ่มจึงอยากรู้ว่าภรรยาเอาอะไรใส่ถุงให้เพราะ หนักจึงเอาออกมาดูก็เห็นขมิ้นเต็มถุงย่ามจึงเอาออกขว้างทิ้งเกือบหมดเหลือตก ค้างอยู่เพียงเล็กน้อย ครั้นกลับถึงบ้านจึงเล่าเรื่องราวเมืองลับแลให้เพื่อน ญาติพี่น้องฟังพร้อมกับยืนยันคำพูดด้วยการเอาขมิ้นติดถุงย่ามออกมาอวดปรากฏ ว่าขมิ้นนั้นเป็นทองคำ ด้วยความเสียดายจึงชวนพรรคพวก ญาติพี่น้อง ออกตามไปเก็บขมิ้นที่ขว้างทิ้งระหว่างทางแต่หาทางเก่าไม่พบและไม่เห็นทาง เข้าเมืองลับแล ด้วยเหตุนี้เมืองลับแลจึงเป็นเมืองอาถรรพ์ที่ชายหนุ่มทั้งหลายหวังจะเข้าไป แต่ไม่มีใครเข้าไปได้อีกเลย เป็นแต่เล่าต่อๆกันมาเป็นนิยายปรัมปราจวบจนทุกวันนี้

จากนิยายมาเป็นตำนาน เมืองลับแล

ในสมัยก่อนเมืองลับแลเป็นป่าดงลึกที่มีภูเขาล้อมรอบเต็มไปด้วยสัตว์ป่าชุก ชุม พวกพรานเนื้อผู้กล้าหาญและมีเวทมนต์คาถาจะเดินทางเข้าไปล่าสัตว์ป่าแต่ปรากฏ ว่านายพรานทุกคนที่เข้าไปในป่าเมืองลับแลจะไม่มีใครได้กลับออกมา จึงกล่าวขานกันว่าเพราะผีป่าจำแลงแปลงเพศเป็นสาวงามออกมาเกี้ยวพาราสีนาย พราน ผู้หลงเดินทางเข้าดงลับแลก็จะนิมิตให้เป็นเมืองอย่างสวยงามมีผู้คนเป็นหญิง สาวล้วน ๆ พวกพรานหนุ่มก็พากันหลงกลมายาของพวกนางผีสาวจนตกเป็นอาหารกันหมดไม่มีผู้ใด รอดออกมาได้เลย ต่อมามีชายหนุ่มผู้ขมังเวทย์ชาวเมืองกัมโภช (ทุ่งยั้ง)จำนวน 3 คนชวนกันออกไปล่าสัตว์เดินทางแกะรอยสัตว์จนหลงเข้าใกล้ดงเมืองลับแลแดนผีดุ ร้ายจนถูกอำนาจมืดให้เข้าสู่นครสาวงาม เมื่อพบสาว ๆ หนุ่มทั้ง 3 คนก็หลงเกี้ยวพาราสีเมื่อถึงเวลาค่ำหนุ่ม 2 คนก็ถูกผีแม่กองกอยกินเป็นอาหาร บังเอิญหนุ่มอีก 1 คนโชคดีผีสาวตนหนึ่งได้หลอกพาเขาไปอยู่ในถ้ำและเอาเป็นสามีเมื่อถึงเวลาผี สาวกองกอยจะออกหากินก็จะเอาหินใหญ่ปิดปากถ้ำไว้ทำอยู่อย่างนี้เป็นเวลา 2 ปีกว่าจนมีลูกด้วยกันหนึ่งคน อยู่มาวันหนึ่งเมื่อนางผีสาวออกจากถ้ำแล้วปิดถ้ำไว้บังเอิญลูกเล่นอยู่ตรง ปากถ้ำไปถูกก้อนหินทำให้ก้อนหินปิดปกาถ้ำหล่นลงปากถ้ำก็เปิดออก ชายหนุ่มก็วิ่งออกจากถ้ำไปผีอีกองกอยกลับมาจึงออกวิ่งตามชายหนุ่มจวนตัวจึง หลบลงที่หลุมมันเสา (หลุมหัวมันกินได้) เอาหัวมุดลงหลุมเอาก้นกระดกขึ้นข้างบนผีสาวตามมาทันก็เอามือจับก้นชายหนุ่ม ด้วยความตกใจและกลัวตายหนุ่มก็ผายลมออกมาเสียงดังปุด ๆ ผีสาวก็เอามือมาดมก็ได้กลิ่นเหม็นจึงอุทานว่า “ป้ออี่ฮอม***ต๋ายเสียแล้ว***จะไปเอาถุงม่าบ้าม่าขั่ง (ถุงย่าม) มาหื้อผัว***” เพราะหวังว่าสามีจะได้ไปสู่ที่เจริญมีกินมีอยู่ว่าแล้วผีสาวก็เอาถุงย่ามมา ให้สามีแล้วกลับไปหาลูกสาวในถ้ำ ชายหนุ่มได้จังหวะก็ลุกขึ้นเอาถุงย่ามสะพายบ่าแล้วรีบเดินทางเพื่อกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านจึงดูของในถุงย่ามก็พบว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวเมืองลับแลให้เพื่อนฝูงญาติพี่น้องฟังทุกคนจึงลง ความเห็นว่าเมืองลับแลเป็นเมืองผีกินคน เป็นเมืองแม่หม้าย เมืองมหัศจรรย์ ต่อ ๆ กันมา

จากข้อมูลแห่งตำนาน สภาพต่อมาปรากฏว่าผุ้คนเมืองลับแลจะมีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นหญิงมากกว่าชายและ เป็นหญิงหม้ายเพราะสามีจะเสียชีวิตหมด (ผู้ชายเมืองลับแลจะอายุไม่ยืน) จะสังเกตได้ว่าจนถึงปัจจุบันในวันพระจะมีผู้สูงอายุเป็นหญิงไปทำบุญที่วัด มากกว่าชาย (ประมาณร้อยละ 80 เป็นผู้หญิง) ซึ่งจะมีสาเหตุอื่นประกอบก็เป็นได้จึงทำให้ผู้หญิงมีอายุยืนมากกว่าผู้ชายคง ต้องรอการศึกษาต่อไป

ที่มา: Mabus the Exodus Guilty ซึ่งได้บทความมาจาก http://members.thai.net/myth/main.htm
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
Nevadaboy no está en línea  
Old March 24th, 2010, 06:13 PM   #395
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,945
Likes (Received): 157

เยือนเมืองลับแล แวะชิม "ข้าวแคบทรงเครื่อง"

การทำข้าวแคบของอำเภอลับแลจะมีการทำเกือบทุกหมู่บ้านทุกครัวเรือน สมัยก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อเวลาเดินทางเข้าไปทำสวนลางสาดบนเขาก็นิยมนำ ข้าวแคบติดตัวไปรับประทานเป็นอาหารกลางวันหรือเป็นของทานเล่นในช่วงระหว่าง ที่ทำงาน นอกจากนั้นบางบ้านยังนิยมนำข้าวแคบมาทำกินเป็นกับข้าวมื้อเย็น ซึ่งวิถีชีวิตเช่นนี้ปัจจุบันยังคงพบเห็นได้ที่อำเภอลับแล

เมืองลับแลได้ชื่อว่าเป็นดินแดนปริศนาลี้ลับที่มีตำนานมหัศจรรย์มากมาย บางตำนานกล่าวถึงเมืองแห่งนี้ว่าเป็นเมืองแม่ม่าย นอกจากตำนานที่กล่าวถึงความมหัศจรรย์ของดินแดนลับแลแล้วที่เมืองนี้ยังเป็น ศูนย์กลางวัฒนธรรมประเพณีของคนเมืองที่เก่าแก่และชาวบ้านยังคงอนุรักษ์รักษา วิถีชีวิต วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเหล่านี้เอาไว้

ประเพณีเก่าแก่ของชาวอำเภอลับแลที่ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายสิบปีก็คือ ประเพณีถวายพระเพลิงศพพระพุทธเจ้า ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชาที่บริเวณวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวอำเภอลับแล นอกจากนั้นแล้วที่เมืองลับแลยังมีวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ดำรงอยู่อย่างเรียบ ง่าย หลายคนที่เคยเดินทางเข้ามาเยือนเมืองลับแลคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงในด้านการ ทำข้าวแคบและข้าวพัน หากจะกล่าวว่าในภูมิภาคแถบนี้นอกจากการทำข้าวแคบของคนเมืองล้านนาใน เชียงใหม่ ลำพูนแล้วนั้น การทำข้าวแคบของคนลับแลก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะการทำข้าวแคบทรงเครื่อง ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวลับแลที่เมื่อใครเดินทางมาเยือนจะต้อง ไม่พลาดโอกาสแวะไปชิมอย่างแน่นอน

การทำข้าวแคบของอำเภอลับแลจะมีการทำเกือบทุกหมู่บ้านทุกครัวเรือน สมัยก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อเวลาเดินทางเข้าไปทำสวนลางสาดบนเขาก็นิยมนำ ข้าวแคบติดตัวไปรับประทานเป็นอาหารกลางวันหรือเป็นของทานเล่นในช่วงระหว่าง ที่ทำงาน นอกจากนั้นบางบ้านยังนิยมนำข้าวแคบมาทำกินเป็นกับข้าวมื้อเย็น ซึ่งวิถีชีวิตเช่นนี้ปัจจุบันยังคงพบเห็นได้ที่อำเภอลับแล

ที่หมู่บ้านวัดป่า หมู่ที่ 9 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ชาวบ้านเกือบทุกบ้านจะทำข้าวแคบขึ้นไว้รับประทาน ซึ่งข้าวแคบของที่นี่จะแปลกจากข้าวแคบที่เราเคยพบเห็นในภาคเหนือตรงที่ ข้าวแคบของอำเภอลับแลจะเป็นข้าวแคบที่มีการปรุงรสชาติเรียบร้อยโดยนำเกลือ พริก น้ำตาล ผักชีและงาดำมาปรุงรส ชาวบ้านเรียกว่า "ข้าวแคบทรงเครื่อง" คำปอย ทะปัญญา ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำข้าวแคบทรงเครื่องมานานเกือบ 20 ปีกล่าวว่า การทำข้าวแคบเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนลับแลที่มีการทำมานานแล้ว ตนเองเมื่อโตขึ้นมาก็เห็นพ่อแม่พี่น้องทำข้าวแคบ แต่จะมีการเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำข้าวแคบได้เพราะว่าการทำข้าวแคบนั้นหาก ไม่รู้เทคนิควิธีการก็ยากที่จะทำได้ เช่นการทำให้ข้าวแคบออกมามีแผ่นบางเมื่อเวลานำไปตากแดดให้แห้งแล้วจะใสจนมอง เห็นทะลุได้

การทำข้าวแคบของชาวลับแลจะแตกต่างจากข้าวแคบที่พบเห็นทั่วไปก็คือ ข้าวที่นำมาทำจะต้องเป็นข้าวเจ้าที่แช่น้ำทิ้งไว้ 2 คืนจนข้าวเน่าแล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปโม่ให้ละเอียด หลังจากนั้นก็จะถึงขั้นตอนของการปรุงรสชาติ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะนิยมใส่ พริก เกลือ น้ำตาล ผักชีและงาเพื่อให้รสชาติที่ได้มีรสเผ็ดนิด ๆ เค็มหน่อย ๆ ส่วนรสเปรี้ยวนั้นจะอยู่ในแป้งที่เมื่อแช่น้ำจนเน่าแล้วก็จะออกรสเปรี้ยว ที่สำคัญอยู่ที่การล้างข้าวก่อนที่จะนำมาโม่ถ้าทำไม่สะอาดก็จะทำให้มีกลิ่น ได้

ข้าวแคบทรงเครื่องของลับแลจะมีอยู่ 3 แบบคือ ข้าวแคบทรงเครื่องที่ใส่เกลือ พริก น้ำตาล ผักชี ซึ่งจะได้รสชาติที่อร่อยเรียกได้ว่าสำเร็จรูปมาเลย ส่วนอีกแบบจะใส่เฉพาะเกลืออย่างเดียว ออกรสเค็ม มัน เปรี้ยว และแบบสุดท้ายใส่เฉพาะงาดำซึ่งถือเป็นแบบที่พบเห็นอยู่ทั่วไป แต่ข้าวแคบที่ขึ้นชื่อของอำเภอลับแลก็คือ ข้าวแคบทรงเครื่อง ซึ่งสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสด ๆ ปาดขึ้นจากหม้อกำลังร้อน ๆ คล้ายกับเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือจะรับประทานแบบที่ตากแดดให้แห้งแล้วนำมาจิ้มกับ เครื่องปรุงมีพริกแห้ง น้ำตาล น้ำปลาก็อร่อยไปอีกแบบ

นอกจากการทำข้าวแคบทรงเครื่องที่ขึ้นชื่อแล้ว ที่อำเภอลับแลยังมีการข้าวพันผักซึ่งถือเป็นอาหารที่ทำจากแป้ง กรรมวิธีคล้ายกับการทำข้าวแคบจะแปลกกว่าตรงที่มีการใส่ไข่ ใส่ผัก หากจะว่าไปก็คล้ายกับผัดไทยห่อไข่แต่รสชาติจะอร่อยอีกแบบหนึ่ง ซึ่งป้าหอม ใจศรี ชาวบ้านนอกด่าน ต.แม่พูล อ.ลับแล ซึ่งยึดอาชีพขายข้าวพันมาหลายเล่าว่า เมื่อก่อนก็เคยทำข้าวแคบมาก่อนแต่เมื่อสัก 4 - 5 ปีที่แล้วหันมาขายข้าวพันแทนโดยเปิดร้านขายอยู่ติดถนนในหมู่บ้าน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวบ้านและคนที่เดินทางผ่านเข้าไปเที่ยวน้ำตกแม่พู ลก็จะแวะมารับประทานข้าวพันของตน

ป้าหอม ยังบอกอีกว่าที่ร้านจะขายหลายอย่างทั้งข้าวพันผัก ข้าวพันไม้ มีทั้งแบบใส่ไข่และไม่ใส่ไข่ หากเป็นแบบใส่ไข่ขายราคา 8 บาทส่วนแบบไม่ใส่ไข่ขายราคา 5 บาทเรียกได้ว่าเป็นราคาชาวบ้านแต่อิ่มนาน การทำข้าวพันดูเหมือนจะยุ่งยาก ทว่าเทคนิคอยู่ที่การนึ่งแป้งให้สุก ซึ่งแป้งที่ว่านี้เป็นชนิดเดียวกับที่นำมาทำข้าวแคบคือรสชาติจะออกเปรี้ยว นิด ๆ หลังจากนั้นก็จะนำผักมาใส่ไว้ตรงกลางแป้งซึ่งประกอบด้วย ผักตำลึงหันฝอย กะหล่ำหันฝอยและคะน้า นึ่งพร้อมกับแป้งจนสุก แล้วนำใส่จานโรยด้วยกระเทียมเจียวรับประทานพร้อมกับซอสพริก รับรองอร่อยเด็ด

ปัจจุบันการทำข้าวแคบและข้าวพันของชาวลับแล เริ่มลดน้อยลงเนื่องจากเด็กรุ่นใหม่นิยมออกไปทำงานนอกบ้านการสืบทอด ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาวลับแลจึงไม่ได้รับการสานต่อเท่าที่ควร คงเหลือเพียงคนรุ่นเก่าเท่านั้นที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาชาวบ้านเอาไว้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหนหากว่าคนรุ่นใหม่ยังไม่เห็นค่าของวัฒนธรรมที่ บรรพบุรุษได้สืบทอดไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางเข้าไปเยือน เมืองลับแล ลองหาโอกาสแวะชิมข้าวแคบทรงเครื่องและข้าวพันผักซึ่งมีอยู่หลายร้านตลอดสอง ข้างทางถนน รับรองว่ารสชาติกลมกล่อมอร่อยอย่าบอกใคร

จักรพงษ์ คำบุญเรือง
jakrapong@chiangmainews.co.th
28/2/52
Tuesday, March 3, 2009
http://travel-and-food.blogspot.com/...g-post_03.html
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
Nevadaboy no está en línea  
Old March 24th, 2010, 06:13 PM   #396
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

ทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงอุตรดิตถ์ มีเซเว่นอีเลฟเว่น 2สาขา
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 24th, 2010, 06:28 PM   #397
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

เซเว่นอุตรดิตถ์

อำเภอเมือง

-สาขาเกาะกลาง
-สาขาหน้าโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ปั้ม
-สาขาปั้มปตท. เคเอฟซีเก่า
-สาขาปั้มปตท.ทางไปสุโขทัย
-สาขาหน้าฟรายเดย์
-สาขาสำราญรื่น
-สาขาหน้าวิทยาลัยเทคนิค
-สาขาใกล้โตโยต้ายูสคาร์
-สาขาถนนศรีอุตรานอก
-สาขาทางหลวงหมายเลข 11 สาขา 1
-สาขาทางหลวงหมายเลข 11 สาขา 2
-สาขาถนนเจริญธรรม
-สาขาตำบลงิ้วงาม
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 25th, 2010, 12:33 AM   #398
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 2,945
Likes (Received): 157

5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง กำหนดจัดงาน “เสน่ห์ภาคเหนือตอนล่างสวรรค์ภาคกลางตอนบน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (24/3/2010)


นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลุ่ม ที่ 1 ประกอบด้วย พิษณุโลก, สุโขทัย, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์ และตาก ร่วมกันจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคและโครงการส่งเสริมการ ขาย Roed Show ด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดเชื่อมโยงเส้นทางมรดกโลก ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม “เสน่ห์ภาคเหนือตอนล่างสวรรค์ภาคกลางตอนบน” ในวันที่ 25-27 มีนาคม 2553 ที่ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวรวมถึงเอกลักษณ์ ของ พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไป ท่องเที่ยว จังหวัดภาคเหนือตอนล่างมากยิ่งขึ้น

สำหรับที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จ.อุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย และมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่นภูสอยดาว นอกจากนี้จังหวัดอุตรดิตถ์ยังเชื่อมโยงด้านการค้า การท่องเที่ยวกับแขวงไชยะบุรีและ หลวงพระบางของลาวอีกด้วย


ริพร นศ.ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ข่าว / พิมพ์ 0-5541-2729
24 มีนาคม 2553
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
Nevadaboy no está en línea  
Old March 25th, 2010, 06:40 AM   #399
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

ศิลปะล้ำค่า หลวงพ่อเพ็ชร์แห่งวัดท่าถนน (วังเตาหม้อ) จร้า


หลวงพ่อเพ็ชร์ วัดท่าถนน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
หลวงพ่อเพ็ชร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร วัสดุทองสัมฤทธิ์(สีนาก) ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๒ นิ้วครึ่ง(๑ ศอกเศษ)สูง
จากฐานถึงยอด ๔๑ นิ้ว ศิลปะสมัยเชียงแสน ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อเพ็ชร์ วัดท่าถนน เป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนในเขตจัง
หวัดอุตรดิตถ์ เป็นประพุทธรูปที่ประชาชนทั่วไป ให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง

หลวงพ่อเพ็ชร์องค์นี้ หลวงพ่ออุปัชฌาย์ด้วง เจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ เป็นผู้ค้นพบ เมื่อครั้งที่ไปเป็นอุปัชฌาย์บวชพระที่วัดไผ่ล้อม ต.ไผ่
ล้อม ได้พบจมอยู่ในจอมปลวก จึงได้ช่วยกันนำมาไว้ที่วัดหมอนไม้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๐ และท่านได้นำพระพุทธรูปองค์นั้นไปถวาย
ให้แก่หลวงพ่อเพชรเจ้าอาวาสวัดวังเตาหม้อ (วัดท่าถนน)

ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสร้างวัดเบญจมบพิตรขึ้น และทรงมีพระดำรัสให้จัดหาพระพุทธ รูปหล่อขนาดใหญ่ เพื่อทรงนำมาประดิษฐานเป็นพระระเบียงในวัดเบญจมบพิตร พระพุทธเจ้าหลวงจึงขอพระพุทธรูปสัมฤทธิ์หลวงพ่อ เพ็ชร์ไปอยู่ในวัดเบญจมบพิตร ทำให้หลวงพ่อเพ็ชร์เจ้าอาวาสวัดวังเตาหม้อผู้เป็นเจ้าของหลวงพ่อเพ็ชร์พระสัมฤทธิ์ ท่านเสียใจมาก ถึงกับปฏิญาณว่าจะไม่ขออยู่ที่วัดนี้อีก แล้วท่านก็ได้ออกจากวัดไปอยู่ตามป่าเขา จนถึงแก่มรณะภาพอยู่บนเขานาตารอดแถวบริเวณ บ้านด่านในที่สุด

ซึ่งพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ประดิษฐานในวัดเบญจมบพิตรประมาณ ๑๐ ปี จึงได้ส่งกลับมาอยู่ที่วัดวังเตาหม้ออุตรดิษฐ์ตามเดิม เนื่องจากสมเด็จพระพันปีหลวงได้ทรงมีพระนิมิตรฝันว่าพระพุทธรูปหลวงพ่อเพ็ชร์ เข้าฝันบอกให้ส่งคืนไปไว้ที่เดิมในเมืองอุตรดิตถ์ เพราะพระ องค์ทรงห่วงประชาชนพวกลูกๆ ของท่านในเมืองอุตรดิตถ์ ประชาชนชาวอุตรดิษฐ์ จึงถวายพระนามหลวงพ่อสัมฤทธิ์องค์นั้นว่า "หลวงพ่อเพ็ชร์" แทนองค์เดิมผู้เป็นเจ้าของ

เมื่อครั้งที่เกิดไฟไหม้ตลาดอุตรดิตถ์ถึง ๓ ครั้ง แต่ไฟไม่อาจลุกลามเข้าไหม้วิหารที่ประดิษฐาน หลวงพ่อเพ็ชร์ได้ มีเพียงแค่มีรอย เกรียมดำที่ประตูหน้าต่างด้านที่ไฟไหม้เพียงล็กน้อย ประชาชนจึงเลื่อมใสศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ พระพุทธรูปหลวงพ่อเพ็ชร์องค์นี้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของจังหวัดอุตรดิษฐ์ ชาวอุตรดิตถ์นับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง สามารถบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆได้ ซึ่งทางวัดเปิดให้เข้านมัสการ ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า และปิดเวลา ๖ โมงเย็นเป็นประจำทุกวัน
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓
songuttaradit no está en línea  
Old March 25th, 2010, 06:46 AM   #400
songuttaradit
Uttaradit Capital
 
songuttaradit's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Uttaradit city
Posts: 1,585
Likes (Received): 0

งิงิ
__________________


๏ U ☂ ☂aradiT twin cities of Vancouver The North ประเทศไทย ๏



▓ NOng ๏ s☆nG sanG the M๏st b€autiful S☻uth Eas┯ AsiA ▓

Last edited by songuttaradit; May 30th, 2010 at 04:41 PM.
songuttaradit no está en línea  


Closed Thread

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 08:39 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu