|
|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities |
| Global Announcement |
|
SkyscraperCity needs your help to do some house cleaning! please click here for more info! |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#2341 |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,694
Likes (Received): 65
|
ถึงยามจะโหดไปหน่อยก็เถอะ
|
|
|
|
|
|
#2342 |
|
BoZR
Join Date: Jul 2006
Location: Bangkok
Posts: 1,097
Likes (Received): 36
|
|
|
|
|
|
|
#2343 | |
|
Come on people!
Join Date: Jan 2006
Posts: 927
Likes (Received): 23
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#2344 | |
|
Love Urban Train
Join Date: Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 255
Likes (Received): 14
|
Quote:
บีทีเอสได้หารือกับ กทม.ในการจะให้ผู้โดยสารอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้บริการในอัตราค่าโดยสารครึ่งราคาจากค่าโดยสารปกติ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้ โดยจะเริ่มทดลองในวันหยุดราชการ และวันเสาร์-อาทิตย์ และนอกช่วงเวลาเร่งด่วนในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 09.00– 16.00 น. และ 20.00–24.00 น. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้บริการระบบขนส่งมวลชน. << จะต้องทดลองทำไมกับการลดครึ่งราคาให้ผู้สูงอายุ ก็ให้ผู้สูงอายุซื้อบัตรจากเคาน์เตอร์อยู่แล้ว จะถ่วงเวลาน่ะสิ ไม่จริงใจจริงก็อย่าลดสิ ถ้าไม่มี พรบ. มาค้ำคอก็คงไม่ลดหรอก |
|
|
|
|
|
|
#2345 |
|
Registered User
Join Date: Jan 2010
Location: Nonthaburi
Posts: 278
Likes (Received): 13
|
Construction site for N17 station was changed back to the original location (Bang Khen district's office) due to EIA issue. According to the news, they have to spend a couple of months in redesign and 6 months for new EIA. So the earliest could be beginning of next year. IF there are no more political fights btw BMA and MRTA (under MoT)
|
|
|
|
|
|
#2346 | |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: Tokyo
Posts: 770
Likes (Received): 115
|
Quote:
อีก 2 เดือน กทม ก็จะบอกว่า ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่ ให้ไปศึกษาใหม่ 2 เดือน แล้วก็รอทำ EIA อีก 6 เดือน สรุป ก็ไปกลับมาสามรอบแล้วถ้าจำไม่ผิด เอวังประเทศไทย ชาตินี้จะได้สร้างไหมครับ ![]()
|
|
|
|
|
|
|
#2347 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 226
Likes (Received): 3
|
ลองอ่านสัญญาใหม่คร่าวๆ มาแล้วครับ (มีลงในนสพ.กรุงเทพธุรกิจวันนี้) สรุปได้ดังนี้
![]() รายละเอียด ผมยก ณ วันสิ้นสุดสัญญา (พ.ศ. 2585) มาเลยละกัน เพราะ้ต่อ่านมาไม่มาก สายสุขุมวิท - จำนวนโบกี้ต่อรถ [ 6 โบกี้/1 ขบวน ] - ความถี่ช่วงเวลาเร่งด่วน [ 2.55-3.10 นาที ต่อขบวน (เท่าเดิม) ] - ความถี่ช่วงเวลาปกติ [ 5.55-7 นาทีต่อขบวน (เท่าเดิม) ] สายสีลม - จำนวนโบกี้ต่อรถ [ 4 โบกี้/1 ขบวน ] - ความถี่ช่วงเวลาเร่งด่วน [ 2.55-3.10 นาที ต่อขบวน (เท่าเดิม) ] - ความถี่ช่วงเวลาปกติ [ 5.55-7 นาทีต่อขบวน (เท่าเดิม) ] กว่าจะได้เห็น 6 โบ ก็แก่กันพอดี
|
|
|
|
|
|
#2348 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2003
Posts: 10,512
Likes (Received): 229
|
^หัวข่าวไหนครับ?
__________________
BKK Mass Transit Expert |
|
|
|
|
|
#2349 |
|
Samutprakan
Join Date: Oct 2010
Location: BKK
Posts: 713
Likes (Received): 33
|
6โบกี้จะเกิดหรอ 4โบกี้สายสุขุมวิทยังรอเหงือกแห้ง+ปลากระป๋องนรก แล้วเลยอ่ะ ถ้า6โบกี้จริง ชราภาพพอดี
__________________
ขึ้นชื่อว่าคนไทยให้จนแค่ไหนก็ไม่มีอด |
|
|
|
|
|
#2350 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 2,928
Likes (Received): 80
|
6 โบกี้ไม่ได้แปลว่ารอนานนี่ ? ปีหน้าก็เป็น 4 โบกี้แล้วนะ แถมรถเยอะเท่าเดิม
ตอนนั้น 6 โบกี้ เผลอ ๆ เยอะกว่านี้อีกนะ และเร่งด่วนอาจจะมีถี่เท่าปัจจุบันที่เป็นอยู่ ซึ่งถี่กว่า สิงคโปร์มาก
__________________
จงใช้ สติ ปัญญา เหตุผล ... อย่าใช้อคติ |
|
|
|
|
|
#2351 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 49,001
Likes (Received): 391
|
"คีรี กาญจนพาสน์" เปิดใจ ทุกรัฐบาลแปลก...ไม่เคยเรียกใช้บีทีเอส
กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง สำหรับเจ้าพ่อบีทีเอส "คีรี กาญจนพาสน์" พลันที่อภิดีลสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้ากับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร(กทม.) ผ่านฉลุยด้วยมูลค่า 1.87 แสนล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี จนกลายเป็นประเด็นร้อน ! เพราะสังคมเริ่มจับจ้องถึงการเร่งรีบและรวบรัด ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนนำไปสู่การโต้ตอบของนักการเมือง 2 พรรคใหญ่ ระหว่าง "ประชาธิปัตย์" ต้นสังกัดผู้ว่าฯกทม. "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" และ "เพื่อไทย" ฝ่ายรัฐบาลที่คุมเมกะโปรเจ็กต์ของประเทศ ที่สำคัญมีการขยายผลยื่นดีเอสไอให้ตรวจสอบสัญญาฉบับนี้ด้วย เพราะอาจเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่งตัว "คีรี" เองก็ไม่คาดคิด ว่าการเซ็นสัญญาเมื่อเย็นวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 ที่น่าจะ "วิน-วิน" ทั้ง กทม.และบีทีเอสนั้น จะเกิดเรื่องบานปลายจนต้องมานั่งชี้แจงผ่านสื่ออีกครั้งในรอบ 20 ปี - สัมปทานเดิมยังเหลือ 17 ปี ทำไมไม่รอให้หมดก่อน การเซ็นสัญญาฉบับนี้ เท่ากับว่า กทม.เห็นคุณค่าเราถึงให้รางวัล ซึ่งบีทีเอสเดินรถให้คนกรุงเทพฯมาถึง 13 ปี และเราลงทุนเอง 100% ช่วงเกิดวิกฤตภาระหนี้เพิ่มขึ้น เคยตกเหวมาแล้ว ไม่มีใครมาช่วยเรา นอกจากตัวเราเอง จริง ๆ เรื่องนี้คุยกับ กทม.มากว่า 2 ปีแล้ว ไม่ได้เพิ่งมาปุ๊บปั๊บ มีปัญหาเรื่องความแออัดของผู้โดยสารเนื่องจากขบวนไม่พอ เราจะต้องวางแผนให้พร้อมว่าจะต้องสั่งรถไฟฟ้าอีกกี่ขบวนมาแก้ปัญหาตรงนี้ การสั่งรถจะต้องใช้เวลา 3 ปี ต้องมีการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ที่ผ่านมา กทม.จ้างเราแบบรายปี ผมรับไม่ได้ให้ซื้อปีต่อปี เพราะทำให้ต้นทุนสูงมาก มีทั้งค่าไฟฟ้า เพิ่มพนักงาน เงินเดือนพนักงานที่ปรับขึ้นทุกปี ราคาซื้อรถไฟฟ้าต่อขบวนอยู่ที่ 200-300 ล้านบาท แต่หากมีการวางแผนระยะยาวจะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถูกลง แต่บอกไม่ได้ว่าลดลงเท่าไหร่ ทุกอย่างรวมอยู่ในวงเงิน 1.87 แสนล้านบาท อย่างน้อยรถไฟฟ้าจะต้องสั่งเป็นลอตใหญ่ ราคาจะถูกลงแน่ ๆ และเมื่อเร็ว ๆ นี้เพิ่งเซ็นบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ผลิตรถไฟฟ้ายี่ห้อ CRC ที่เซี่ยงไฮ้ไว้แล้ว ให้ยืนราคาเดิมไว้ รอจำนวนรถที่ชัดเจนจะสั่งเท่าไหร่ การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสัมปทาน ของเดิมที่เหลือ 17 ปียังไงก็ยังอยู่อย่างนั้น เพียง กทม.จ้างเราเดินรถไฟฟ้าให้ เพื่อให้ทั้งระบบเชื่อมโยงกันได้ ประชาชนจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนระบบบ่อย ๆ ถามว่าทำไมต้องเป็นบีทีเอส หากจ้างรายอื่นมาจะต้องลงทุนใหม่ ซื้อรถใหม่ สร้างศูนย์ซ่อมใหม่ จะมีใครกล้ามาลงทุนและกล้ามาในเส้นทางของผม ส่วนผมเองก็ไม่กล้าวิ่งเข้าไปในสีอื่นหรอก ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน - กลัวรัฐบาลจะเข้ามาฮุบถึงต้องรีบ ไม่เกี่ยว เราไม่ยุ่งกับการเมืองแน่ ๆ ใครจะตรวจสอบใครให้ไปตรวจสอบกันเอง ไม่อยากพูดแทน กทม. ยืนยันทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกระบวนการทุกอย่าง ทุกขั้นตอน สภา กทม. และบอร์ด บีทีเอส ถ้าไม่ถูกต้องคงไม่อนุมัติให้เราลงทุน ใครอยากได้อะไรก็คุยกับเราได้ เวลานี้เราไม่ได้เป็นเจ้าของโครงการคนเดียว เพียงแค่รับสัมปทานเดินรถ 30 ปีเท่านั้น - คมนาคมจะขอโอนบีทีเอสมาดูแลเอง ใครจะมาเป็นเจ้าของโครงการก็มาเถอะ จะโอนไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ที่ผ่านมาเราพร้อมถ้ารัฐบาลต้องการความร่วมมือ เข้ามาคุย ทั้งค่าโดยสาร ยกเว้นการซื้อโครงการ ผมไม่เคยคิดจะขาย กระทรวงคมนาคมเคยเรียกเราไปครั้งเดียว สมัยคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการ มีคุณประภัสร์ จงสงวน เจรจาขอซื้อบีทีเอส แต่ผมไม่ขาย ทุกรัฐบาลแปลกมาก ไม่รู้จักใช้บริษัทบีทีเอส ถ้ารู้จักใช้เรา เพราะเรามีศักยภาพ มีโนว์ฮาว ศักยภาพการเงิน คอนเน็กชั่นในการซื้อรถ มีทุกอย่างไม่น้อยหน้าใครในตลาดสากลแบบนี้สู้ผมอยู่เฉย ๆ ดีกว่า - ทำไมต้องเป็นช่วงผู้ว่าฯ กทม.ใกล้หมดวาระ ทุกอย่างต้องแพลนแต่เนิ่น ๆ ทั้งเรื่องดีไซน์ เงินลงทุน เพราะต้องสั่งผลิตจากโรงงานที่ต่างประเทศ จะเซ็นปีหน้าก็ได้ แต่อย่างที่บอก เราคุยกันมากว่า 2 ปีแล้ว ทุกอย่างลงตัวแล้ว ถ้ามีเวลาพอจะเลือก ผู้ผลิตได้ ถ้าเราทำอะไรที่มัดมือชกตัวเอง ราคาของจะสูงขึ้น เคยเกิดปัญหามาแล้ว - สรุปวงเงิน 1.87 แสนล้านมีค่าอะไรบ้าง ซื้อรถไฟฟ้าอีก 306 ตู้ เงินลงทุนเป็น 10,000 ล้านบาท เพิ่มพนักงาน ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ค่าซ่อมบำรุงแต่ละปี บริษัทจะมีกำไรบ้าง เป็นปกติ อยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุน - ค่าโดยสารจะปรับขึ้นไหม ถ้าตามสัญญาสัมปทานควรจะปรับนานแล้ว ราคาที่ กทม.กำหนดเพดานไว้อยู่ที่ 56 บาท แต่บริษัทเก็บอยู่ที่ 40 บาท ใช้วิธีจัดโปรโมชั่นเข้ามาช่วย แต่วินาทีนี้ ตอนนี้ยังไม่มีแผน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะปรับ - เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองกลัวกระทบสัญญาไหม ถ้าการเมืองเข้ามายุ่ง ผมอาจจะขอกู้เงินไม่ได้ และไม่มีแผนสำรอง คิดว่าทุกอย่างทำถูกต้องแล้ว http://www.prachachat.net/news_detai...d=07&subcatid= |
|
|
|
|
|
#2352 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 49,001
Likes (Received): 391
|
เอกชนจวกกทม.เซ็นเอื้อ "บีทีเอส" ชี้อนาคตมีอำนาจต่อรองได้มากกว่า
วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2555 เวลา 07:43 น. จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยบริษัทกรุงเทพธนาคม หรือเคที ได้ลงนามสัญญาว่าจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซีผูกขาดเดินรถไฟฟ้าล่วงหน้า 30 ปี วงเงินเกือบ 1.9 แสนล้านบาท แหล่งข่าวจากวงการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ส่อเจตนาไปทางเอื้อให้บีทีเอสซีได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ในขณะที่เหตุผลชี้แจงโดยเฉพาะเรื่องสาเหตุที่ต้องรีบลงนามในสัญญาว่าจ้างก่อนที่สัญญาสัมปทานเดิมจะหมดหลายปีนั้นฟังไม่ขึ้น แถมทำให้ กทม.เสียประโยชน์อีกต่างหาก เพราะราคาที่ว่าจ้างนี้ กทม.ได้ราคาที่ถูกจริงหรือไม่ และที่สำคัญทำไมต้องรีบเซ็นก่อนหมดอายุสัมปทานถึง 17 ปี ถ้าเซ็นหลังจากนี้จะแพงมากหรือยังไง เพราะแทบไม่เคยเห็นการเซ็นจ้างล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาสัมปทานนานขนาดนี้ หาก กทม.รอถึงช่วงใกล้หมดอายุสัมปทานแล้วค่อยทำการเจรจาว่าจ้างบีทีเอสซีมาเดินรถจะทำให้ กทม.มีอำนาจต่อรองสูงกว่า เพราะในช่วงนั้นจะมีโครงข่ายรถไฟฟ้ามากกว่าในปัจจุบันมาก อย่างน้อย ภายใน 4-5 ปีนี้จะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สายสีม่วง บางใหญ่–บางซื่อ สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ หัวลำโพง-บางแค หรือสายสีเขียวส่วนต่อขยาย แบริ่ง-สมุทรปราการ หมอชิต-สะพานใหม่ หากรอเจรจาในตอนนั้น กทม. จะมีอำนาจต่อรองสูงกว่าแน่นอนเพราะมีโครงข่ายที่จะมาสนับสนุนโครงข่ายของบีทีเอสซีโดยเฉพาะปริมาณผู้โดยสารที่จะสูงขึ้นมาก ขณะที่บีทีเอสซีจะหมดสัญญาสัมปทานไม่มีงานทำแล้วด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังจะมีบริษัทที่เข้ามาแข่งขันมากขึ้น เพราะจะมีบริษัทที่มีความสามารถเดินรถได้มากกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งตามหลักการสากลการเปิดการประมูลย่อมเป็นผลดีด้านราคาว่าจ้างแก่ภาครัฐมากกว่าอยู่แล้วเพราะมีการแข่งขันกันด้านราคาและความสามารถอยู่แล้ว ส่วนเหตุผลที่ กทม. อ้างว่าเซ็นจ้างตอนนี้จะเป็นการประกันว่าบีทีเอสซีจะต้องมีการเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้าในอนาคตและจะต้องรักษาสภาพรถให้อยู่ในสภาพดีตลอดอายุว่าจ้าง 30 ปีนับจากนี้ หากเซ็นตอนหมดอายุสัมปทานอีก 17 ปี รถไฟฟ้าก็จะอยู่ในสภาพไม่ดีนั้น เท่าที่ทราบมาการลงนามสัญญาสัมปทานที่ผ่านมานั้นเป็นระบบ บีโอที (Build-Operate-Transfer) บีทีเอสซีมีหน้าที่ต้องเพิ่มจำนวนรถตามปริมาณผู้โดยสาร และถึงเวลาหมดอายุสัญญาสัมปทานก็จะต้องส่งมอบตัวรถไฟฟ้าที่อยู่ในสภาพใช้งานได้อยู่แล้ว และที่ผ่านมาตอน กทม.เซ็นว่าจ้างบีทีเอสซีเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางตากสิน-วงเวียนใหญ่ กับอ่อนนุช-แบริ่ง ก็ได้ให้เหตุผลของภาระที่จะต้องซื้อรถไฟฟ้าเพิ่มเพื่อมาวิ่งบริการส่วนนี้ จึงบวกค่าซื้อรถไฟฟ้าอยู่ในค่าจ้างเดินรถด้วย เท่ากับเป็นการผลักภาระค่าซื้อรถให้กับ กทม.ไปด้วย ส่วนประเด็นที่ กทม.บอกว่า ป้องกันการที่รัฐบาลกลางจะมาฮุบกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอสในอนาคตนั้นก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน เพราะการที่รัฐบาลจะมาฮุบกิจการในช่วงนี้นั้นก็ต้องเจรจาเรื่องราคาหุ้นของบีทีเอสซี ซึ่งหากรัฐบาลให้ผลประโยชน์ไม่ตรงกับความพอใจของบีทีเอสซี ทางบริษัทฯ ก็ย่อมไม่ขายกิจการให้รัฐ รัฐบาลจะไปบังคับภาคเอกชนได้อย่างไร ดูแล้วเรื่องนี้ กทม.มีเจตนาเอื้อประโยชน์ต่อบีทีเอสซี อย่างชัดเจน และยังให้เคทีมีอำนาจลงนามว่าจ้างบริษัทเอกชนมาดำเนินกิจการแทน กทม. ได้ และยิ่งบอกว่าเตรียมการมาแล้วถึง 2 ปี ก็ยิ่งพลอยชี้ให้เห็นว่า มีเจตนาจ้างบีทีเอสซีโดยไม่รอให้มีการเปิดประมูลแข่งขันในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้จะสร้างปัญหาให้กับ กทม. ตลอดไปจนถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นต้นสังกัดของผู้ว่าฯ กทม. เพราะมีอย่างที่ไหน กทม.ลงทุนเองในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า ภาครัฐก็ลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้าอื่น ๆ มาเชื่อมต่อในอนาคตทุกอย่าง โดยที่บีทีเอสซีไม่ลงทุนแล้ว แต่พอมีกำไรถึง 3 แสนล้านบาท บีทีเอสซีรับไปคนเดียวเกือบ 2 แสนล้านบาท มันยุติธรรมหรือไม่” แหล่งข่าวจากวงการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่กล่าว. http://www.dailynews.co.th/thailand/114347 |
|
|
|
|
|
#2353 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 49,001
Likes (Received): 391
|
กทม.-เคทีแจงต่อสัญญาจ้างบีทีเอส30ปีเป็นการยืนยันไม่ต่อสัมปทาน
วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:40:12 น. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ร่วมแถลงข่าวกรณีที่ กทม.มอบให้เคทีลงนามต่อสัญญาจ้าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เดินรถไฟฟ้าระยะเวลา 30 ปี โดยมีที่ปรึกษากฎหมายของกทม.และเคที รวมทั้งผู้บริหาร กทม.ร่วมแถลงข่าว นายธีระชนกล่าวว่า การจ้างบีทีเอสซีเดินรถไฟฟ้า 30 ปี เป็นการยืนยันว่า กทม.จะไม่ต่อสัญญาสัมปทานกับบีทีเอสซี เนื่องจากหากมีการให้ต่อสัญญาสัมปทานบีทีเอสซีจะได้สัมปทานทันทีโดยไม่มีคู่แข่ง ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา และในระยะยาวหากบีทีเอสซีได้บริหาร กทม.จะไม่มีอำนาจในการควบคุมอัตราค่าโดยสาร และการที่ กทม.จ้างเคทีก็สามารถทำได้ มีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร รองรับ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความแล้วว่า กทม.มีอำนาจตัดสินใจในการว่าจ้างบริษัทเอกชนมาดูแลทรัพย์สิน โดยการต่อสัญญาในครั้งนี้ได้มีการศึกษารวมถึงผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร ดังนั้น การต่อสัญญาครั้งนี้เพื่อที่ให้ กทม.มีอำนาจในการควบคุมดูแลระบบรถไฟฟ้า รวมถึงการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้บริการในระยะยาว "การจ้างเดินรถครั้งนี้ไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะการจ้างเป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร มาตรา 89 (8) ที่กทม.จ้างเคทีเพื่อเป็นเอกชนว่าจ้างบีทีเอสซี เว้นแต่บีทีเอสซีประสงค์จะต่อสัญญาสัมปทาน ซึ่งต้องแจ้ง กทม.ล่วงหน้า 5 ปี หรือไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนสัญญาจะสิ้นสุด ซึ่งกรณีนี้ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาสัมปทานข้อ 27 ซึ่งไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะผู้ว่าฯกทม.ไม่ต่อสัญญาสัมปทาน" นายธีระชนกล่าว http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#2354 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2009
Posts: 376
Likes (Received): 20
|
ผมว่าถึงจะให้บ.กรุงเทพธนาคม ทำสัญญาจ้างเดินรถกับบีทีเอสซี โดยปราศจากการแข่งขัน
มันก็เสมือนเอื้อประโยชน์โดยตรงให้กับบีทีเอสซีนั่นละ (กลายเป็นว่าบีทีเอสซี เป็นเสือนอนกิน ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาการให้บริการประชาชน เพระาบีทีเอสซีอาจมองว่าไม่ปรับปรุงการให้บริการก็ไม่เป็นไร ยังไงตัวเองก็ได้เดินรถอีกยาว) ทางที่ดีที่สุด คือ ประกวดราคาใหม่ เปิดโอกาสให้บริษัทอื่นๆได้แข่งขันกัน ใครเสนอราคา+ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุด บริษัทนั้นก็ได้เดินรถไป |
|
|
|
|
|
#2355 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 2,928
Likes (Received): 80
|
ประเด็นที่ว่า BTS อาจจะได้เป็นเสือนอนกินนี่ มันก็มีอยู่ แต่ถ้า โดยรวมแล้ว ผลประโยชน์จะตกกับ กทม. และ ประชาชนมากกว่า การไปประกวดราคาใหม่ มันก็ต้องมาคิดดูเหมือนกัน แต่ปัญหาคือ จะกลายเป็นว่าไม่มีอำนาจต่อรองให้ BTS ลดราคาหรือสั่งรถเพิ่มเติม เพราะ BTS ก็จะอ้างว่า อนาคตไม่แน่นอน จะทำตามทำไม
__________________
จงใช้ สติ ปัญญา เหตุผล ... อย่าใช้อคติ |
|
|
|
|
|
#2356 |
|
Samutprakan
Join Date: Oct 2010
Location: BKK
Posts: 713
Likes (Received): 33
|
เอิ่ม.. ไม่รู้ว่าผมหูฝาด หรือผมตกข่าวนะ
วันนี้ผมขึ้นรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท จากแบริ่ง ไปลง หมอชิต ถ้าผมไม่ได้หูฝาด เสียงประกาศสถานีพญาไท เสียงประกาศมันเปลี่ยนไปหรือเปล่า ? เหมือนเค้าพูดใหม่ จาก แอร์พอร์ตลิงค์ เป็น แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ผมฟังเพลงใส่หูฟัง ผมฟังไม่ถนัด ตอนแรกนึกว่ารถมันพังแล้วพนักงานประกาศแทน นอกจากเพิ่มคำว่า เรล เค้าพูดอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าครับ ผมฟังเสียงแล้วผมขำอะ เสียงมันแหลมมากๆๆ แอ๊ ผ๊อต เรว หริ๊งงงง ![]() ![]() แต่พอเข้าจอดสถานีพญาไท เสียงคำว่า "พญาไท" เป็นเสียงเดิม
__________________
ขึ้นชื่อว่าคนไทยให้จนแค่ไหนก็ไม่มีอด |
|
|
|
|
|
#2357 |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,694
Likes (Received): 65
|
ถ้าจำไม่ผิดมันจะพูดว่า (ก่อนถึงพญาไท)"สถานีต่อไป พญาไท ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปแอร์พอร์ตเรลลิงค์ได้ที่สถานีนี้" "Next Station Phaya thai interchange with Airport rail link" (ใส่สำเนียงตรง Airport rail link สุดๆ) ![]() พอถึงสถานีแล้วมันจะพูดว่า "พญาไท" |
|
|
|
|
|
#2358 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2011
Location: Bangkok-Chachoengsao
Posts: 474
Likes (Received): 19
|
ใช่ครับ เค้าเพิ่มไป และเน้นต้องเรล มาก 555
|
|
|
|
|
|
#2359 |
|
Samutprakan
Join Date: Oct 2010
Location: BKK
Posts: 713
Likes (Received): 33
|
แล้วเค้าจะเพิ่มคำว่า เรล ทำไมเนี่ย
ของเก่าก็ดีอยู่ หรือถ้าเปลี่ยนใหม่ทั้งที เพิ่มคำว่า รถไฟ ไปด้วยเลย พากย์ภาษาไทย ตัดคำว่า เรล ออก ภาษาภาษาอังกฤษ ใส่คำว่าเรลไป สถานีต่อไป พญาไท ท่านสามารถเปลี่ยนเส้นทางไป รถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ ได้ที่สถานีนี้ ![]() Next Station Phaya thai interchange with Airport rail link เปลี่ยนเสียงทั้งทีน่าจะเปลี่ยนเสียงทั้งสายไปเลย มาเปลี่ยนตรงแอร์พอร์ตลิงค์ เสียงประหลาดมากๆๆๆๆๆ อย่างกับคนละคน
__________________
ขึ้นชื่อว่าคนไทยให้จนแค่ไหนก็ไม่มีอด |
|
|
|
|
|
#2360 |
|
Registered User
Join Date: May 2010
Location: Thawiwattana
Posts: 765
Likes (Received): 11
|
อยากได้ เสียง พี่นานา เหมือนเดิม
__________________
PHUTTHAMONTOL SAI 2 RD. (79) Ratchaprasong-Phutthamontol sai 2 rd. It's My Life |
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|