|
|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile |
| Global Announcement |
|
SkyscraperCity needs your help to do some house cleaning! please click here for more info! |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#2481 |
|
Bangkok-Hatten
Join Date: Apr 2009
Location: Sisaket-Bangkok-Chiang mai
Posts: 1,676
Likes (Received): 210
|
‘2563’ เมื่อ ‘ไทย’ กลายเป็น ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’
__________________
สยามนิยม ............................................................................. 知之為知之,不知為不知 |
|
|
|
|
#2482 | |
|
Registered User
Join Date: Dec 2010
Location: Chiang Mai
Posts: 902
Likes (Received): 48
|
Quote:
1.ประเทศสิงคโปร์ จุดแข็ง • รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงสุดของอาเซียน และติดอันดับ 15 ของโลก • การเมืองมีเสถียรภาพ • เป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ • แรงงานมีทักษะสูง • ชำนาญด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล และธุรกิจ • มีที่ตั้งเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางเดินเรือ จุดอ่อน • พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและขาดแคลนแรงงานระดับล่าง • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจสูง ประเด็นที่น่าสนใจ • พยายามขยายโครงสร้างเศรษฐกิจมายังภาคบริการมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้า 2.ประเทศอินโดนีเซีย จุดแข็ง • ขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ • ตลาดขนาดใหญ่ (ประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) • มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก • มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและจำนวนมาก โดยเฉพาะถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ โลหะต่างๆ • ระบบธนาคารค่อนข้างแข็งแกร่ง จุดอ่อน • ที่ตั้งเป็นเกาะและกระจายตัว • สาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะการคมนาคม และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ประเด็นที่น่าสนใจ • การลงทุนส่วนใหญ่เน้นใช้ทรัพยากรในประเทศเป็นหลัก 3.ประเทศมาเลเซีย จุดแข็ง • รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ในอันดับ 3 ของอาเซียน • มีปริมาณสำรองน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 และก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 2 ของเอเชียแปซิฟิก • ระบบโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร • แรงงานมีทักษะ จุดอ่อน • จำนวนประชากรค่อนข้างน้อย ทำให้ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะระดับล่าง ประเด็นที่น่าสนใจ • ตั้งเป้าหมายเป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว” ในปี 2563 • ฐานการผลิตและส่งออกสินค้าสำคัญที่คล้ายคลึงกับไทย • มีนโยบายพัฒนาการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างจริงจัง 4.ประเทศบรูไน จุดแข็ง • รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน และอันดับ 26 ของโลก • การเมืองค่อนข้างมั่นคง • เป็นผู้ส่งออกน้ำมัน และมีปริมาณสำรองน้ำมันอันดับ 4 ของอาเซียน จุดอ่อน • ตลาดขนาดเล็ก ประชากรประมาณ 4 แสนคน • ขาดแคลนแรงงาน ประเด็นที่น่าสนใจ • มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย • การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศพึ่งพาสิงคโปร์เป็นหลัก • ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารค่อนข้างมาก 5.ประเทศฟิลิปปินส์ จุดแข็ง • ประชากรจำนวนมากอันดับ 12 ของโลก (>100 ล้านคน) • แรงงานทั่วไปมีความรู้-สื่อสารภาษาอังกฤษได้ จุดอ่อน • ที่ตั้งห่างไกลจากประเทศสมาชิกอาเซียน • ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และสวัสดิภาพทางสังคมยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ประเด็นที่น่าสนใจ • สหภาพแรงงานมีบทบาทค่อนข้างมาก และมีการเรียกร้องเพิ่มค่าแรงอยู่เสมอ • การลงทุนส่วนใหญ่เป็นการรองรับความต้องการภายในประเทศเป็นหลัก 6.ประเทศเวียดนาม จุดแข็ง • ประชากรจำนวนมากอันดับ 14 ของโลก (~90 ล้านคน) • มีปริมาณสำรองน้ำมันมากเป็นอันดับ 2 ของเอเชียแปซิฟิก • มีแนวชายฝั่งทะเลยาวกว่า 3,200 กิโลเมตร • การเมืองมีเสถียรภาพ • ค่าจ้างแรงงานเกือบต่ำสุดในอาเซียน รองจากกัมพูชา จุดอ่อน • ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร • ต้นทุนที่ดินและค่าเช่าสำนักงานค่อนข้างสูง ประเด็นที่น่าสนใจ • มีรายได้และความต้องการสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่โตเร็ว 7.ประเทศกัมพูชา จุดแข็ง • มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะน้ำ ป่าไม้ และแร่ชนิดต่างๆ • ค่าจ้างแรงงานต่ำสุดในอาเซียน (1.6 USD/day) จุดอ่อน • ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร • ต้นทุนสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟฟ้า และการสื่อสาร) ค่อนข้างสูง • ขาดแคลนแรงงานมีทักษะ ประเด็นที่น่าสนใจ • ประเด็นขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาอาจบั่นทอนโอกาสการขยายการค้า-การลงทุนระหว่างกันในอนาคตได้ 8.ประเทศลาว จุดแข็ง • มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะน้ำและแร่ชนิดต่างๆ • การเมืองมีเสถียรภาพ • ค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ (2.06 USD/day) จุดอ่อน • ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร • พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและภูเขา การคมนาคมไม่สะดวก ไม่มีทางออกสู่ทะเล ประเด็นที่น่าสนใจ • การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานน้ำ และเหมืองแร่ 9.ประเทศพม่า จุดแข็ง • มีทรัพยากรธรรมชาติ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก • มีพรมแดนเชื่อมโยงจีนและอินเดีย • ค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ (2.5 USD/day) จุดอ่อน • ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร • ความไม่แน่นอนทางการเมือง และนโยบาย ประเด็นที่น่าสนใจ • การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในประเทศเชิงรุก ทั้งทางถนน รถไฟความเร็วสูง และท่าเรือ 10.ประเทศไทย จุดแข็ง • เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรหลายรายการรายใหญ่ของโลก • ที่ตั้งเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางโครงข่ายเชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ • สาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วถึง • ระบบธนาคารค่อนข้างเข้มแข็ง • แรงงานจำนวนมาก จุดอ่อน • แรงงานส่วนใหญ่ยังขาดทักษะ • เทคโนโลยีการผลิตส่วนใหญ่ยังเป็นขั้นกลาง ประเด็นที่น่าสนใจ • ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาเซียนในหลายด้าน อาทิ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และศูนย์กลางการท่องเที่ยว • ดำเนินงานตามแผนปรับตัวสู่ AEC ปี 53-54 ได้ 64% สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของอาเซียนที่ 53% สะท้อนการเตรียมพร้อมอย่างจริงจัง อ่านต่อ: http://www.thai-aec.com/140#ixzz26Ek73eCG
__________________
2020 Miracle Year of Amazing Thailand Asian Beach Games Phuket 2014 Ayuthaya World Expo 2020 Chiang Mai Asian Games 2023 Bangkok Olympic Games 2024 |
|
|
|
|
|
#2483 | |
|
BANNED
Join Date: Aug 2012
Posts: 386
Likes (Received): 0
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
#2484 |
|
BANNED
Join Date: Aug 2012
Posts: 386
Likes (Received): 0
|
กล้านรงค์ อัด เอแบคโพลล์ตั้งคำถามชี้นำ ‘โกงได้ไม่เป็นไรขอให้ได้ประโยชน์’เชื่อคนไทยส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยกับการคอร์รัปชั่น/มินชายกลาง ๆ
นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงผลสำรวจของประชาชนจากเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ออกมาว่า 'ยอมรับได้หากรัฐบาลมีการทุจริตและทำให้ประเทศชาติรุ่งเรืองและตัวเองอยู่ดีกินดี ' ซึ่งการสำรวจความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าวออกมาหลายครั้ง ระหว่าง ปี 2554 - 2555 และล่าสุดตัวเลขผู้เห็นด้วยเป็นตัวเลขที่สูงถึงร้อยละ 65.8 ซึ่งตนมองว่า การตั้งคำถามดังกล่าว ถือเป็นคำถามแบบชี้นำ และขัดกับหลักตรรกะ เพราะหากมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ประเทศชาติก็จะไม่เจริญรุ่งเรืองและหากถามคำถามในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ ตนเกรงว่า จะทำให้ประชาชนเกิดการสับสน และถ้าหากคำว่า 'ถ้า' หายไป จะกลายเป็นว่ารัฐบาลคอร์รัปชั่นทุจริตและทำให้ประเทศรุ่งเรือง ตัวเองอยู่ดีกินดี เป็นเรื่องที่อันตราย และตนเชื่อว่า คนที่ลงคะแนนเห็นด้วยในผลการสำรวจนั้น เพราะไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชั่น แต่ตอบเห็นด้วยเพราะความสับสนของโพลล์ และตนขอเรียนไปยังผู้จัดทำเอแบคโพลล์ โดยขอให้ตั้งคำถามว่า 'เชื่อหรือไม่ว่า ถ้ารัฐบาลมีการทุจริตแล้วจะทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง' ตนเชื่อว่า ประชาชนจะไม่เชื่อ แต่ถ้าหากผลการสำรวจออกมาว่า เชื่อ เป็นจำนวนมาก ตนคิดว่าบ้านเมืองนี้คงไปไม่รอด หากความคิดของประชาชนเป็นเช่นนั้น และขอสะท้อนให้เอแบคโพลล์ พิจารณาในเรื่องดังกล่าว เพราะการตั้งคำถามดังกล่าว เป็นการแสดงถึงความไม่รับผิดชอบและขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพของผู้วิจัย “ผมได้ส่งสัญญาณ ไม่ว่าจะไปพูดที่ไหน ผลโพลล์เป็นอย่างไรก็มีการส่งสัญญาณให้กับสังคมมาโดยตลอด แม้กระทั่งในทางสื่อ ก็มีนักวิชาการ เขียนถึงผลโพลล์ลักษณะนี้ เช่นเดียวกัน ซึ่งผลโพลล์ดั่งกล่าว ผมไม่คิดว่าจะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง แต่ผมมองว่า การตั้งคำถามลักษณะนี้มันขัดแย้งกับความเป็นจริง ซึ่งถ้าหากถามแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะมีการปลูกจิตสำนึกหรือค่านิยมแบบผิดๆ ว่า การคอร์รัปชั่นทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง ” นายกล้านรงค์ระบุ นายกล้านรงค์กล่าวต่อว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือ นิด้าที่ตั้งหัวข้อว่า ‘คนไทยกับปัญหาคอร์รัปชั่น’ โดยมีผลออกมา ร้อยละ 76.63 มองว่าการคอรัปชั่นเป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหากับประเทศชาติและยืนยันจะแจ้งเบาะแสหากพบการคอร์รัปชั่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า โพลล์ทั้งสามมหาวิทยาลัยมีความขัดแย้งกัน ซึ่งตนเองยังเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอรัปชั่น “ผมอยากให้ประชาชนคนไทย นึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านทรงขอร้องคนไทยว่า ขอให้ประชาชนชาวไทยมีความซื่อสัตย์สุจริต และอยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมอยากให้ประชาชนเกิดความรู้สึกตรงนี้ ซึ่งผมมีความเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชั่น ” นายกล้านรงค์กล่าวในที่สุด http://www.facebook.com/photo.php?fb...count=1&ref=nf |
|
|
|
|
#2485 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2011
Location: Bangkok / Hatyai
Posts: 297
Likes (Received): 4
|
อย่าเอาการเมืองมาพูดในนี้ น่าเบื่อที่สุด
|
|
|
|
|
#2486 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2011
Location: Bangkok / Hatyai
Posts: 297
Likes (Received): 4
|
|
|
|
|
|
#2487 |
|
Registered User
Join Date: Sep 2012
Posts: 4
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
#2488 |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: Tokyo
Posts: 770
Likes (Received): 115
|
ผมว่าถ้าเทียบไทยกับมาเลย์ แรงงานไทยยังจะมีทักษะมากกว่า มองจากภาคอุตสาหกรรมรถยนตร์ ผู้ผลิดชิ้นส่วนเค้ายังห่างจากเรา
|
|
|
|
|
#2489 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2010
Location: Sing Buri-Suratthani
Posts: 1,735
Likes (Received): 83
|
![]() มีทักษะดี แต่ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองยืมจมูกเขาหายใจ อย่างน้อย เขาก็มีแบรนด์รถยนต์ที่เป็นสัญชาติเขา แถมยังวิ่งเกลื่อนเมืองไทยอีกต่างหาก
|
|
|
|
|
#2490 |
|
BANNED
Join Date: Aug 2012
Posts: 386
Likes (Received): 0
|
เราไม่ต้องหวังสร้างแบรนด์รถยนต์ของเราเอาเลิกได้แล้ว แค่เรารผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อของเราเองได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว เราควรทุ่มทั้งหมดให้การพัฒนาระบบราง จะดีกว่า เราผลิตเครื่องบินเองรถไฟเองดีกว่า และต้องส่งเสริมพลังงานสะอาดด้วย
|
|
|
|
|
#2491 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2010
Location: Sing Buri-Suratthani
Posts: 1,735
Likes (Received): 83
|
ควรจะดูความเป็นไปได้ด้วยนะ อะไรที่มันใหญ่เกินตัว มันก็ไม่ดี
|
|
|
|
|
#2492 | |
|
Registered User
Join Date: Sep 2012
Posts: 4
Likes (Received): 0
|
Quote:
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ในขั้นแรกแค่เราเข้าใจ และรู้ว่าเรามีจุดแข็งอะไรบ้าง แล้วทำให้มันดีที่สุด มันก็ไม่เสียหายอะไรกับการที่เราจะไม่มี ยี่ห้อรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องบิน(OMG) รถไฟ(OMG) เป็นของตนเอง ไม่รู้ว่าอะไร อย่างไร กับเขาคนนี้ แต่ก็นับว่าน่าสนใจทีเดียว ประเสริฐ อัครศิริกาญจนะ ทำนาแบบผม ไม่จนหรอก http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%81.html |
|
|
|
|
|
#2493 |
|
BANNED
Join Date: Aug 2012
Posts: 386
Likes (Received): 0
|
ขอเกริ่นถึงความล่มสลายทุกด้านของสหรัฐอีกครั้งครับ
ครับ..... ท่านที่แวะเข้ามาอ่าน บทความของผม.... ก่อนอื่นก็ขอบอกกล่าวท่านว่า บทความของผมเป็นเพียง แง่คิด ของผมเท่านั้น ผมคิดออก มาจาก ประสปการณ์ของชีวิต จากการสังเกตุ จากการเรียบเรียงความคิด รวมทั้งการศึกษาจากสิ่งรอบๆตัว ผ่านกาลเวลา. ......ที่ ผมอยากจะนำเสนอ..... .........ท่าน ก็ หนึ่ง ความคิด ..........หนึ่งชีวิต ที่ มีสิทธิคิด.ได้เหมือนผม .......ฉะนั้น แง่คิด ของผมเป็นเพียง หนึ่งความคิด... .....สำหรับ สังคมที่ ดำเนินไปตาม เหตุปัจจัย ของมัน ไปตามห้วงเวลา...... ........ผมหวังเพียงว่า จะก่อเกิดประโยชน์ต่อท่านทั้งหลาย หรือ เป็นเพียงได้แค่ จุดประกายให้กับท่าน ผมก็พอใจและ รู้สึกดี และ คุ้มค่ากับการ ให้เวลา กับตรงนื้ แล้ว ครับ..................... .................นายหิ่งห้อย 555............พฤษภาคม 2555 บทความที่ 2 นักเลงโต(อเมริกา)หมดแรง ถดถอย .อา...เอเชียเรา ทำตัวเป็นชนชาติที่รักสงบ ปล่อยให้ ชาติตะวันตกมารุกราน ครอบครอง กดดัน ข่มขืน(เอ้ย ไม่ใช่ ขืนข่ม) พวกเรามานานเป็น 200กว่าปีมาแล้ว (รู้ได้ไงฟะ?.แหะๆ ไปอ่านมาอะนะ). ........ทำไมครับ คงไม่มีใครตอบได้นะ เพราะคนที่ตอบได้ ตายไปตั้งนานแล้ว ทำไมเรายอมงะ? ........ทีนื้ ชาติตะวันตกก็ขนชิครับ ขนขนทรัพยากร ไปเท่าที่จะขนไปได้....แล้วเอาไปกินไปใช้ ไปพัฒนา..แล้วก็เอามาขายให้เรา และเอามาทำร้ายเรา.........แต่ต่อไปนื้ .......เราชาวเอเชีย จะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว เราจะลุกขึ้นสู้. ( อันแรกเราต้องไม่กัดกันเองก่อนใช่ไหมครับ ) ..การต่อสู้......ของเอเชีย เรา ไม่ธรรมดาครับ .....เราเปลื่ยนแนวรบเฉยเลย... ปัจจุบันได้มีสัญญาณต่างๆมากมายที่เป็นสื่อให้เราได้ มองเห็นได้วิเคราะห์ว่า แนวโน้มในอนาคต ใครคือตัวจริง เสียงจริง เพราะว่าแนวรบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หาใช่การ รบพุ่งด้วยกำลังทหารไม่ แต่กลับเป็นแนว รบ ทางเศรษฐกิจ (เรื่องของปาก เรื่องของท้อง) เพราะว่า กอง ทัพ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องเดินด้วยท้องครับ ผมยังไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินว่า ท้องเดินด้วย กองทัพเลย? ฉะนั้น กองทัพ แม้จะใหญ่แค่ไหน ก็ต้องเป็นรอง เสบียงอาหาร เสมอ ฉะนั้น หากประเทศไหน มี อาหารมากประเทศนั้นได้เปรียบ เอเซีย เรา .......แม้ไม่มีกำลัง รบไม่มีอาวุธดีๆ เรารบไม่ชนะ ......แต่ตอนนี้ เราจะชนะ เพราะเรารบด้วย อาหาร หรือที่เรียกว่า เศรษฐกิจ ครับ.......... เอเชียกำลังพงาด อเมริกา กำลังถดถอย ครับ..นี่คือ โลก ในอนาคตที่ใกล้ตัวพวกเราครับ ผมจะเขียนบทความ เกี่ยวกับสถานณ์การณ์ ของโลกเรา ให้ท่านๆได้ ไปประดับความรู้กัน นะครับ อ่านแบบสนุกๆ ได้สาระ...... ก่อนอื่นในบทนี้ผมจะ พาท่านทั้งหลายย้อนไปดู การเกิด นักเลงโต การเรียงลำดับ การก้าวขึ้นนำของชาติตะวันตกกันก่อนว่า ไปมาอย่างไร และ การถดถอยของพวกเขา มีแนวโน้มเป็นไปอย่างไร แล้วจะก่อเกิดประโยชน์ เกิดผลดีต่อเราอย่างไรกันบ้าง ?? เริ่มต้นที่ ประเทศ อังกฤษเป็นผู้นำโลก โดยมีบริวาร มีลูกคู่ หลายประเทศในช่วงนั้น สมัยล่าอาณานิคมนะครับ มีพวก โปรตุเกต ฮอลันดา ฝรั่งเศส พวกเขาเป็นชนชาติ ที่อดทนเป็นอันมาก รอนแรม นั่งเรือมาบุกบ้านคนอื่น ทั้งๆที่บ้านตัวเองก็ยังมีมากมาย เมื่ออังกฤษถอยแรงลง ประเทศ เกิดใหม่ ที่โตเร็วมา (คงได้อาหารเสริมนะครับ) คือประเทศ สหรัฐอเมริกา เข้ามาแทนที่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีสหภาพโซเวียตเป็นคู่แข่ง เมื่อโซเวียตล่มสลายลงไปในปีค.ศ. 1991 อเมริกาก็กลายเป็นมหาอำนาจเพียงผู้เดียว (โดยจีบเอาอังกฤษเป็นเพื่อน) ทำหน้าที่เป็นนักเลงโต ครองโลกต่อมาได้อีก 20 ปี บัดนี้มีสัญญาณชี้ว่าอเมริกาวิ่งช้าลงอย่างมี นัยสำคัญ (ว้าวภาษาวิชาการเลยครับ ...แต่แปลว่าไรหว่า?) คือว่า เหมือนนักวิ่ง ที่อัตราความเร็วลดลงเรื่อยๆ จนมองเห็นได้ชัดอะครับ เรามาดูๆกันว่า อะไร? สาเหตุใด ที่ บ่งบอก และเป็นสัญญาณว่า อเมริการกำลังถดถอย จริงๆ เรามาวิเคราะห์ กันดังนื้ครับ (นายหิ่งห้อยรวบรวมมาจากการอ่านการศึกษาและไปยืมไทม์แม็ชซีนของโดราเอม่อนนั่งไปดูอนาคต) เลยมีคำตอบดังต่อไปนื้ครับ สัญญาณที่ 1 อเมริกากำลังใช้จ่ายทางทหารเกินกำลัง มีฐานทัพภายในประเทศเป็นพัน ๆ แห่ง ย้ำว่า... เป็นพันๆแห่งครับ ไม่ใช่ร้อยๆ และนอกประเทศอีกราว 700 แห่งใน 38 ประเทศทั่วโลก ค่าใช้จ่ายทางทหารในปีค.ศ. 2008 จึงสูงถึง 700 พันล้านเหรียญสหรัฐ(1เหรียญ = ? บาท เป็นเงินกี่แสนล้านบาทไทยลองคิดกันดู) หรือประมาณร้อยละ 8 ของผลผลิตประชาชาติ อเมริกาสูญเสียเงินโอ้ พระเจ้า.......จอร์จ ช่วยด้วย งบประมาณไปในการรบในอิรักที่เดียวถึง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเงินจำนวนนี้สูงมากแม้เมื่อเทียบกับจำนวนเงินสำรองระหว่างประเทศของจีน ก็ยังมีเพียง 2.5 ล้านเหรียญเท่านั้น( และสูงกว่างบประมาณของ ประเทศไทย นิดหน่อยเอง .5555555555..ต่อ10 ปี นะครับ) สัญญาณที่สอง อเมริกาถูกต่อต้านไปเกือบทั่วโลก เมื่อประธานาธิบดีบูชผู้ลูกเดินหน้าเข้าทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ก็เผชิญกับการคัดค้านของประชาคมโลก มีโพลหลายสำนักที่ชี้ให้เห็น เช่นในปีค.ศ. 2007 สำนักวิจัยทัศนคติระดับโลกของพิว(Pew Global Attitudes -Survey)พบว่าประชาชน 26 ประเทศ จาก 33 ประเทศมีทัศนคติลบต่อสหรัฐ ในปีเดียวกันสำนักวิจัยรีส(Harris Research)พบว่าคนยุโรปนั้นเห็นว่าอเมริกา นั่นแหละคือภัยคุกคามใหญ่สุด..ต่อเสถียรภาพของโลก (หรือบางทีก็เรียกว่า เป็นนักเลงโต..หรือ เป็นตำรวจโลก) สัญญาณ ที่สาม ที่ผมเกริ่นไว้ข้างต้นนะครับว่า กองทัพเดินด้วยท้อง และ อำนาจทางทหารย่อมขึ้นอยู่กับอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจอเมริกาในตอนนี้กำลังแย่ลงเรื่อยๆ เพราะการใช้จ่ายมหาศาลในการทำสงครามในอัฟกานิสถาน- และอิรัก และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤต แฮมเบอร์เกอร์ ในปีค.ศ. 2009 อเมริกาจึงขาดดุลงบประมาณถึงกว่า 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 11.2 ของผลิตภัณฑ์ประชาชาติ ซึ่งเป็นการขาดดุลที่มากที่สุด ในรอบ 60 ปี ในปีค.ศ.2008 อเมริกามีหนี้สาธารณะถึง 5.8 ล้านล้านเหรียญ (เริ่มเละล่ะครับ) คาดว่าในราวอีก 10 ปี ข้างหน้าคือในปีค.ศ. 2019 หนี้สาธารณะดังกล่าวจะพุ่งขึ้นไปถึง 14.3 ล้านล้านเหรียญ (คิดเป็นเงินไทยไม่ได้ครับเพราะว่า ตัวเลขมัน ล้น เครื่องคิดเลขครับ) อเมริกาได้เปลี่ยนฐานะตนเองจากการ เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก กลายมาเป็น ลูกหนี้รายใหญ่ที่สุด เจ้าหนี้รายใหญ่ของอเมริกาคือ จีน ญี่ปุ่น และบรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันแห่งตะวันออกกลาง และขณะนี้เศรษฐกิจของสหรัฐมีความสำคัญลดลงจากเดิมซึ่งมีขนาดเป็นร้อยละ 50 ของโลก เมื่อครั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง บัดนี้เหลื่อเพียงร้อยละ 20 ของโลกเท่านั้น สัญญาณที่ สี่ อเมริกากำลังชะงักหรือถดถอยทาง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี กล่าวกันว่า ตอนนี้เกือบทำคอมพิวเตอร์ไม่ได้ เนื่องจากสูญเสียทักษะไป คือจากเดิมที่เคยส่งออก ต่อมาต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ค่าแรงถูกกว่า อเมริกาซึ่งเป็นคนคิดค้นหนังสืออิเลคทรอนิกส์ (e-Book)แต่ถ้าทำเองจะขาดทุน จึงต้องย้ายไปทำในจีนเสียแล้ว สหรัฐเคยเป็นผู้นำเทคโนโลยีพลังงานลมและแสงแดด แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นผู้นำอีกแล้ว ผู้นำด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมของโลกเวลานี้ก็ไม่ใช่อเมริกา กลับกลายเป็นเกาหลี และขณะนี้อเมริกาได้มอบตำแหน่งผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของโลก ให้แก่เอเชียอย่างเป็นทางการไปแล้ว ไปแล้ว และเป็นที่น่าสังเกตว่าในขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานต่าง ๆ ในอเมริกา กำลังทรุดโทรม จีนกลับมีรถไฟหัวกระสุนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก และมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่ยาวที่สุดในโลก ยาวกว่าประทศใด ๆ ทั้งสิ้น สัญญาณ ที่ห้า เงินดอลลาร์สหรัฐกำลังเสื่อมค่าลง ประเทศต่าง ๆ หันไปถือสกุลอื่น ๆ เช่น เงินเยน เงินยูโร เงินปอนด์สเตอร์ลิง หรือแม้กระทั่งเงินวอนของเกาหลี เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) พบว่าสัดส่วนของเงินดอลลาร์ในการเป็นเงินทุนสำรองของโลกในปีค.ศ. 1999 คิดเป็นร้อยละ 81.1 แต่ครั้นถึงปีค.ศ. 2007 กลับลดลงเหลือเพียงร้อยละ 63.8 มีข้อมูลล่าสุดว่า แม้ขณะนี้อเมริกายังนำหน้าในด้านวิทยาศาสตร์ เพราะยังมีมหาวิทยาลัยวิจัย ชั้นนำอยู่จำนวนมาก และให้เงินอุดหนุนการทำวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ร้อยละ 2.8 ของผลผลิต- มวลรวมประชาชาติ แต่สหภาพยุโรปและเอเชียก็ไล่ตามติดขึ้นมา ตามติดชนิดที่สหรัฐต้องเริ่มหวั่นไหว กล่าวคือเมื่อ 30 ปีก่อนอเมริกาเป็นผู้นำของโลกในการผลิตบทความด้านวิทยาศาสตร์ คือผลิตถึงร้อยละ 40 ของวารสารชั้นนำของโลก แต่ปีที่แล้วผลิตน้อยลงเหลือแค่ร้อยละ 29 เท่านั้น ในขณะที่สหภาพยุโรปผลิตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 33 เป็นร้อยละ 36 เอเชียผลิตเพิ่มขึ้นจากเพียงร้อยละ13กลายเป็นร้อยละ 31 หากคิดเป็นประเทศ อเมริกายังเป็นผู้นำในการผลิตบทความทางวิทยาศาสตร์ของโลก โดยมีจีนตามมาเป็นอับดับสอง ประมาณร้อยละ 11 ของโลก แต่เมื่อสองปีที่แล้วเอเชียเริ่มนำหน้าสหรัฐในการใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาไปแล้ว คือเอเชียใช้จ่ายงบ 387 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อเมริกาจ่าย 384 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสหภาพยุโรปจ่าย 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่เพียงเศรษฐกิจจะถดถอย แต่ความสามารถในการรบของอเมริกาก็ลดลงด้วย (อันนี้ของจริงม๊ากมาก) การศึกในอิรัก และอัฟกานิสถานชี้ว่าอเมริกาซึ่งมีชัยง่ายดายในการทำสงครามปกติ จะด้อยประสิทธิภาพลงทันทีเมื่อเผชิญกับการรบนอกแบบ และยิ่งกว่านั้น ยังมีกำลังทหารไม่เพียงพอในการปฏิบัติภารกิจในโลกหลาย ๆ แห่งพร้อมกันด้วย คือทหารประจำการอยู่ทั่วโลก 1.5 ล้านนายซึ่งไม่เพียงพอแน่นอน แต่ที่กระเทือนต่อกองกำลังสหรัฐมากที่สุดคือเศรษฐกิจชาติที่กำลังทรุดโทรม ทำให้รัฐบาลต้องลดงบประมาณทางทหารลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่อเมริกาเริ่มอิ่มตัวในทางทหาร กองทัพจีน และกองทัพรัสเซีย กลับรุดหน้าขึ้น จีนในเวลานี้ใช้จ่ายทางทหารมากที่สุดในเอเชีย ล้ำหน้าญี่ปุ่นไปแล้ว และใช้จ่ายมาก เป็นอันดับสี่ของโลกทีเดียว แม้อเมริกาจะมีเทคโนโลยีทางทหารที่เหนือกว่า แต่ก็จะต้องเผชิญกับยุทธวิธีของจีนที่หลากหลาย และพลิกแพลง เช่น การใช้ขีปนาวุธระยะไกลยิงเรือรบของอเมริกา และการใช้เรือดำน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้อเมริกาเคลื่อนออกสู่มหาสมุทรได้ง่าย หรือการบ่อนทำลายระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงของอเมริกาให้กลายเป็นอัมพาตทั้งระบบ รวมทั้งการทำลายดาวเทียมสอดแนมของอเมริกาด้วย อนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ จีนประสบความสำเร็จในการแทรกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลาโหม ของอเมริกามาแล้ว สร้างความตื่นตะลึงให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง ที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่อเมริกายิ่งกว่าที่เห็นรัสเซียส่งยานสปุตนิก(Sputnik) ขึ้นสู่อวกาศได้ก่อนตนเมื่อหลายสิบปีก่อน คือ เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดในปีค.ศ. 2007 นั้นเอง ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบิน คิตตี้ฮอก(USS Kitty Hawk) ของอเมริกา พร้อมเรือรบคุ้มกัน12 ลำ และเรือดำน้ำอีกจำนวนหนึ่งกำลังฝึกซ้อมอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น จู่ ๆ ก็ปรากฏเรือดำน้ำของกองทัพเรือจีนโผล่ตัวขึ้นมาในระยะที่จะยิงตอร์ปิโดและขีปนาวุธใส่ได้ ในขณะเดียวกันรัสเซียซึ่งไม่ใช่ตะวันตก และมีเค้าจะเป็นตะวันออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำขีปนาวุธข้ามทวีปที่มีหลายหัวรูปแบบใหม่ได้สำเร็จ (Intercontinental Ballistic Missile-New ICBM) และเมื่อไม่กีปีมานี้ก็ย้ายตราทัพเข้ายึดครองเซาท์ออสเซเทีย (South Ossetia) ของจอร์เจียได้อย่างง่ายดายโดยที่อเมริกาไม่อาจช่วยเหลืออะไร แก่รัฐเล็ก ๆ ผู้เป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดของรัสเซียนี้ได้เลย สัญญาณที่ 6 อเมริกาเริ่มวิ่งช้าลง ในทุกๆด้าน ทุกสนามแข่งขัน เพราะว่า มันหนักครับ อเมริกา วิ่งช้าลง เพราะ คนอเมริกา หนักพุงครับ แต่ละคน พุง ปลิ้น เลยครับ เหมือนกับ ทหาร ของบางประเทศ แถมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไม่รู้ประเทศไรอ่ะ?? ทหารก็รบไม่ค่อยจะชนะเขา เพราะวิ่งไม่ไหว เป็นเพราะ พุง ปลิ้นครับ แต่ ทหารประเทศนี้เขา พุงปลิ้น ไม่ไช่เพราะกินข้าวนะครับ เพราะ เขากินกระดาษไปมากเลยพุงปลิ้นเลย เผลอๆก็กินเครื่องบิน กินรถถังเป็นลำๆเชียวนา .....เอิ้กๆๆๆๆๆๆ) *************************************************** ครับตามที่ผมได้เรียบเรียง เสาะหา สรรหา ถึงสาเหตุหรือสัญญาณของ การถดถอยของอเมริกา ในข้างต้นนั้น เราๆท่านๆเริ่มเห็นกันบ้างแล้ว............ผมขอให้ท่านได้พิจารณาว่า มันเป็นจริงเท็จแค่ไหน? แนวโน้มจะเป็นอย่างนี้จริงหรือเปล่า ท่าต้องหาความรู้เพิ่มเติมได้ครับ ขอบคุณเนื้อหาดีๆของหนังสือ บูรภาวิวัฒน์ ของ อ.ด๊อกเตอร์ อเนกเหล่าธรรมทัศน์ครับ โปรดติดตามตอนต่อไป เรื่อง การขึ้นนำของจีน ในเอเชีย อย่างไร? ............................... โดย นาย หิ่งห้อย 555 ....ท่ามกลางการหลับใหลในค่ำคืนอันมืดมิดของสรรพสิ่ง ยังมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งพยายามเปล่งแสงให้สว่าง...แม้เพียงเล็กน้อย..แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย... http://www.problemclear.com/topic259...%E0%B8%A2.html อินทรีจ้าวโลกกำลังเป็นอินทรีจ้าวโรค! โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 13 เมษายน 2555 17:24 น. สอดแนมการเมือง โดย : ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย ความโลภของคน-ทำให้โลกเปลี่ยนและยังทำให้คนเปลี่ยนด้วย! วันนี้..คนทั้งโลกยอมรับแล้วว่า โลกกำลังตกอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่เสื่อมทรุดอย่างรวดเร็วและรุนแรงตลอดเวลา ความโลภอันชั่วร้ายของมนุษย์นี่เอง ที่เป็นต้นเหตุทำให้โลกทั้งใบร้อนผิดปกติ ส่งปฏิกิริยาลูกโซ่ในด้านลบต่อสุขภาพโลกอย่างหนัก ภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายเร็วขึ้น โลกเกิดแผ่นดินไหวถี่ขึ้น-แรงขึ้น พายุฝนโหมกระหน่ำหนักขึ้น-มากขึ้น น้ำท่วมกินบริเวณกว้างและรุนแรงมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆเกิดขึ้นกับมวลมนุษย์ จนบางโรค..มนุษย์ยังไม่มียารักษาให้หายได้เลย นั่นเป็นเรื่องของมนุษย์โลภมากจำนวนน้อยนิด แต่มีศักยภาพทำร้ายทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง และโลกมาต่อเนื่องยาวนาน! ถ้ามองปัญหาจากโลกสู่ระดับประเทศ จะพบว่า..ระบบทุนนิยมเสรีจอมปลอมก็กำลังป่วยหนัก สหรัฐอเมริกาประเทศมหาอำนาจอันดับ1 ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก เคยเป็นอินทรีจ้าวโลกผู้ทรงพลัง กลับกลายเป็นอินทรีจ้าวโรคไปเสียแล้ว เนื่องจากประเทศอเมริกาผู้มั่งคั่ง ได้กลายเป็นประเทศที่มีหนี้ท่วมหัวกว่า 14.3 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ยิ่งมาเจอวิกฤตอสังหาริมทรัพย์เข้าอีก อินทรีจ้าวโลกก็แทบบินขึ้นฟ้าล่าเหยื่อไม่ไหวเสียแล้ว ขนาดเหยื่อเล็กๆอย่างประเทศอิรัก ที่อเมริกาใช้สื่อมวลชนโหมให้ร้ายป้ายสีว่า อิรักมีอาวุธนิวเคลียร์ซุกซ่อนไว้ทำร้ายโลก จากนั้นอเมริกาก็ส่งกองทัพบุกยึดประเทศอิรัก ตั้งรัฐบาลนอมีนีของตนขึ้น จับซัดดัม ฮุสเซนผู้นำอิรักที่ไม่ยอมสยบต่ออเมริกา ขึ้นศาล-ตัดสินให้แขวนคอต่อหน้าชาวโลก.. อเมริกาขนน้ำมันในอิรักออกมาค้าขาย ทำกำไรนับไม่ถ้วนไปแล้วหลายปี โดยอเมริกายังหาอาวุธนิวเคลียร์สักชิ้นในอิรักไม่ได้เลย สหประชาชาติกับศาลโลกเงียบเฉย โดยไม่แยแสต่อความอยุติธรรมนี้เลย! เพราะทุกประเทศในโลก..ล้วนยึดหลัก ผลประโยชน์ชาติของตนต้องมาก่อน เป็นสรณะไงล่ะครับ! แต่กรรมก็ตามสนอง วันนี้..กองทัพอเมริกา ที่มีอาวุธทันสมัยที่สุดในโลก กลับต้องจมอยู่ในสงครามรุกรานประเทศอื่นหลายสมรภูมิ อย่างประเทศอิรักและอาฟกานิสถาน เป็นต้น เงินจากภาษีชาวอเมริกันมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ถูกใช้ไปในสงครามอิรัก แทนที่เงินมหาศาลเหล่านั้น จะถูกนำมาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวอเมริกัน แถมพลเมืองอเมริกันวัยหนุ่มสาว ยังต้องผละจากประเทศชาติและพ่อแม่ญาติพี่น้องของตน เพื่อออกไปต่อสู้เข่นฆ่ากับมนุษย์ ที่ไม่เคยเห็นหน้า-ไม่เคยรู้จัก-ไม่เคยโกรธเป็นการส่วนตัว การทำสงครามเข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันเอง ไม่เราฆ่าเขา-เขาก็ฆ่าเรา ไม่เราบาดเจ็บล้มตาย-เขาก็บาดเจ็บล้มตาย แถมยังเป็นสงครามที่อเมริการุกรานประเทศอื่น ที่หาชัยชนะอย่างถาวรไม่ได้จนทุกวันนี้ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด..สงครามนี้ มีชนชั้นนำของอเมริการไม่กี่คน ร่ำรวยบนหายนะแห่งชีวิตมนุษย์ชาติ ทั้งที่เป็นชาวอเมริกันและชาวอาหรับอย่างไม่น่าให้อภัย คนรวยอันเป็นคนกลุ่มน้อยนี้ บ้างอยู่ในคณะรัฐบาลอเมริกา บ้างเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้งบริษัทสำรวจน้ำมัน บริษัทค้าน้ำมัน บริษัทค้าอาวุธยุทธภัณฑ์ บริษัทค้าอาหารสำเร็จรูป ที่ใช้ในกิจการทหาร-พลเรือน บริษัทก่อสร้างเป็นต้น บริษัทสัญชาติอเมริกาเหล่านี้ ดาหน้าเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ ด้วยคำว่า..ฟื้นฟูประเทศที่แพ้สงคราม โดยประเทศอิรักและอาฟกานิสถาน ที่ถูกกองทัพอเมริกาถล่มจนย่อยยับ ต้องใช้น้ำมันจ่ายแทนเงินให้กับประเทศ และบริษัทผู้ชนะสงครามไงล่ะครับ แต่ประโยชน์มหาศาลเหล่านี้ ไม่เคยตกถึงมือคนอเมริกันส่วนใหญ่ ที่จ่ายทั้งเงินภาษีและบ้างต้องไปบาดเจ็บล้มตายหากแต่กลับไปเข้ามือคนไม่กี่คน ที่เป็นชนชั้นนำทางการเมืองและเศรษฐกิจในอเมริกา สงครามไม่ได้ก่อเกิดโภคผลที่แท้จริง ต่อพลเมืองของทุกชาติในโลก ยิ่งเป็นสงครามติดหล่มไม่ชนะไม่แพ้ ยิ่งรบยืดเยื้อนานวัน..ก็ยิ่งส่งผลเสีย ต่อสภาพเศรษฐกิจองค์รวมกับชาติที่ก่อสงคราม บวกกับความโลภของชนชั้นนำในอเมริกา ที่แสวงหากำไรจากการปั่นตลาดเงิน-ตลาดหุ้น-ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จนสถาบันการเงินและธนาคารทั้งหลาย หลับหูหลับตาปล่อยสินเชื่อกันอย่างบ้าคลั่ง เมื่อปั่นกำไรกันจนราคาอสังหาริมทรัพย์ พุ่งสูงเกินความจริงไปหลายเท่าตัว สุดท้าย..ฟองสบู่ก็แตกจนเป็นวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ รัฐบาลอเมริกาที่ผิดพลาดครั้งแรก เพราะไม่ได้เข้าควบคุม การปั่นราคา-ปั่นกำไรจนเกินจริงของธุรกิจเหล่านั้น แถมยังตัดสินใจผิดพลาดซ้ำสอง เพราะรัฐบาลอเมริกากลับอัดฉีดเงินมหาศาล เข้าไปอุ้มธุรกิจธนาคาร-สถาบันการเงิน-บริษัทประกันฯ-ตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ เงินภาษีของชาวอเมริกันทั้งชาติ ไม่ต่ำกว่า 1,072,000 ล้านดอลลาร์ ที่รัฐบาลอเมริกาส่งไปอุ้มธุรกิจยักษ์เหล่านั้น กลับถูกเจ้าของกิจการบางแห่งใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย เช่น ไปซื้อเครื่องบินเจ็ตเพื่อการเดินทาง แจกโบนัสถึง 30 เดือนให้กับพนักงาน ขณะที่ชาวอเมริกันผู้ยากจน กลับถูกรัฐบาลอเมริกาตัดงบประมาณสวัสดิการลง! นั่นทำให้ชาวอเมริกันรู้ว่า พรรคการเมืองกับทุนเป็นของคู่กัน ดุจผีกับโลงที่แยกกันไม่ได้ ทุนสามานย์หนุนพรรคการเมือง พรรคการเมืองก็ต้องหนุนทุนสามานย์ นั่นคือ-สัจจธรรมแห่งระบบทุนนิยมสามานย์ปัจจุบัน ชาวอเมริกันที่รู้สัจจธรรมข้อนี้ จึงบุกยึดถนนวอลสตรีทในเมืองนิวยอร์ก เพื่อชุมนุมยืดเยื้อประท้วงรัฐบาลของตน ที่นำเงินภาษีคนอเมริกันทั้งชาติ ไปอุ้มคนรวยไม่กี่คน! การประท้วงรัฐบาลอุ้มคนรวย กระจายไปอีกกว่า 20 มลรัฐ และยังบานปลายไปยังหลายประเทศในยุโรปด้วย เศรษฐกิจประเทศอเมริกาทรุดฮวบ ประเทศในยุโรปก็หนีวิกฤติไม่พ้นเช่นกัน เพราะหลายประเทศในยุโรปกำลังจะล้มละลายทางเศรษฐกิจ! เมื่ออเมริกากับยุโรปป่วยหนักทางเศรษฐกิจ ย่อมส่งผลกระทบกระจายกว้างไปยังประเทศทั่วโลก ญี่ปุ่นที่พัวพันอยู่กับเศรษฐกิจอเมริกา เลยต้องเจอวิกฤติเศรษฐกิจตามไปด้วย ในขณะที่อดีตประเทศผู้นำค่ายสังคมนิยมรัสเซีย ที่เคยมีอิทธิพลพอๆกับอเมริกา แต่ต้องแตกสลายตกต่ำในยุคของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ก็เพิ่งขยับตัวออกสร้างพันธมิตรไปทั่วโลก แต่การจับมือระหว่างจีนกับรัสเซีย ในเรื่องยึดครองพลังงานก๊าสและน้ำมัน ตามภูมิภาคต่างๆของโลกนั้น ทำให้อเมริกาต้องเจอคู่แข่งที่สำคัญเข้าแล้ว เพราะจีนเป็นชาติที่ร่ำรวย และเป็นเจ้าหนี้อันดับหนึ่งของอเมริกา คือ 1.16 ล้านล้านดอลลาร์ เศรษฐกิจจีนโตเป็นอันดับสองแซงโค้งญี่ปุ่นไปแล้ว และคาดการณ์กันว่า..อีกไม่นาน จีนจะครองแชมป์ทางเศรษฐกิจแทนอเมริกาด้วยซ้ำไป จีนเติบโตทางเศรษฐกิจเร็ว เพราะจีนใช้ทั้งระบบสังคมนิยมผสมผสานกับระบบทุนนิยม แต่เป็นทุนนิยมที่ควบคุมได้เพราะจีนทั้งชาติอยู่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ จีนจึงไม่ได้เป็นระบบเสรีนิยมแบบสหรัฐอเมริกา เพราะผู้นำชาติจีนยังมุ่งกระทำเพื่อชาติ มิใช่ทำเพื่อนายทุนใหญ่เพียงไม่กี่คน ระบบทุนนิยมสามานย์ที่ไม่เป็นธรรมโดยคนรวยไม่กี่คนเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ เมื่อดำเนินถึงจุดถูกจับเปลือยล่อนจ้อนผู้คนรู้เท่าทันกลุ่มทุนผูกขาดอำนาจ ทั้งทางเศรษฐกิจ-การเมือง-วัฒนธรรม-สังคม แน่นอน..ทุนนิยมสามานย์แบบนี้ จึงกลายเป็นระบอบที่น่ารังเกียจ-ไม่พึงประสงค์ ของผู้คนทุกประเทศและทั้งโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น วันนี้-ชนชั้นนำไม่กี่คนในอเมริกาที่โลภไม่รู้จักพอ ได้ทำให้พญาอินทรีจ้าวโลกที่เคยยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นพญาอินทรีขี้โรคไปเสียแล้ว วันนี้..ระบบทุนนิยมสามานย์โลภมากแบบแม้ว ก็ทำให้ชาติไทยที่เคยเป็นหนึ่งในอาเซียน กลายเป็นลูกไล่ของชาติเล็กๆอย่างกัมพูชาไปเสียแล้ว ถ้าชาติไทยไม่มีผู้นำบางคนขายชาติ ก็ไม่มีวันที่ประเทศกัมพูชาจะยกทหาร มาบุกยึดดินแดนไทยอย่างหน้าด้านๆได้เลย! ระบบทุนนิยมสามานย์ที่โกงชาติ-โกงประชาชนแบบแม้วนี้ คนทุกประเทศในโลกกำลังโค่นล้มกันอยู่ครับ เพราะรู้ว่า..มันไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง หากแต่เป็นคณา-ธนา-โจราธิปไตยต่างหาก..จริงไหม..แม้ว? http://www.manager.co.th/AstvWeekend...=9550000046265 การเลือกตั้งประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาเจอทางตันไม่ต่างจากประเทศไทย โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์13 กันยายน 2555 14:29 น. การเลือกตั้งประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกามีทุกๆ 4 ปี ประเทศสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีมาทั้งหมด 44 ท่านแล้ว การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 57 จะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2012 พรรคที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีจะเปลี่ยนกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่คือ พรรคเดโมแครตกับพรรคพรรครีพับลิกัน ประธานาธิบดี 3 ท่านที่ผ่านมา คือ ประธานาธิบดีบิล คลินตัน (Bill Clinton) จากพรรคเดโมแครต ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย ระหว่าง 20 มกราคม 1993-20 มกราคม 2001 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช (George W. Bush) จากพรรครีพับลิกันดำรงตำแหน่ง 2 สมัย ระหว่าง 20 มกราคม 2001-20 มกราคม 2009 และประธานาธิบดีบารัก โอบามา (Barack Obama) จากพรรคเดโมแครต ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 1 สมัย ระหว่าง 20 มกราคม 2009 และยังอยู่ในวาระเกิดอะไรขึ้นกับสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายวาระที่ 2 ของประธานาธิบดีบิล คลินตัน (1999-2000) ปี 1999 ได้มีการปรับปรุงดัชนีตลาดหุ้นแนสแดค (Index reformed) ทำให้ดัชนีอ่อนแอลง และถูกโจมตีได้ง่าย ได้เกิดการโจมตีตลาดหุ้นแนสแดค โดยบรรดา Hedge Fund ต่างๆ ทั้งที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง และจากนอกประเทศสหรัฐฯ โดยลากดัชนีแนสแดคให้สูงขึ้นในช่วงแรก โดยสูงขึ้น 245 เปอร์เซ็นต์ในต้นปี 2000 ในช่วงท้ายรัฐบาลประธานาธิบดีคลินตัน แล้วถล่มทุบลงไปต่ำสุดในปี 2002 ตกลงไป 78 เปอร์เซ็นต์ ในสมัยช่วงต้นประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช กราฟ เปรียบเทียบระหว่างดัชนี NASDAQ กับดัชนี DJIA ในช่วงเวลาเดียวกัน (1998-2003) โดยปรับฐานในวันที่ 2 มกราคม 1998 ให้เท่ากับ 100 เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบให้เห็นง่ายด้วยสายตา แสดงให้เห็นว่าดัชนีแนสแดคได้ถูกโจมตีอย่างรุนแรงจริง จะเห็นว่าดัชนีขึ้นและลงแรง กราฟ แสดงให้เห็นช่วงเวลาของการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา 2 รูปแบบ การโจมตีแบบแรกคือการโจมตีตลาดหุ้นแนสแดคเกิดขึ้นในปี 1999 และจบลงในปี 2002 และการโจมตีตึก WTC ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 แล้วสหรัฐฯ ก็ยกกองทัพเรือและกองทหารออกไปโจมตีอิรักเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2003 และเข้าไปในอีกหลายประเทศช่วงต้นวาระที่ 1 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช (2001) วันที่ 11 พฤศจิกายน 2001 ได้เกิดมีผู้ก่อการร้ายการจี้เครื่องบิน บินเข้าชนตึก World Trade Center (WTC) ในกรุงนิวยอร์ก และอาคารเพนตากอน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่อาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ตึก WTC เป็นประหนึ่งเครื่องหมายแสดงการเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการโจมตี WCT ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการโจมตีเชิงสัญลักษณ์ประเทศสหรัฐอเมริกา ในบทความนี้จึงแยกการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกาออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1) การโจมตีตลาดหุ้นแนสแดคระหว่างปี 1999-2002 ใช้เวลาโจมตีโดยต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 4 ปี แต่ไม่ได้มีการป้องกันแก้ไข หรือเอาเรื่องอะไรกับผู้โจมตีแม้แต่น้อย 2) การโจมตีตึก World Trade Center เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงช่วงเช้าของวันดังกล่าว ได้มีการตีโต้เอาคืน โดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐฯ ได้มีการเคลื่อนทัพเรือไปโจมตีประเทศอิรักเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2003 โดยสวมรอยกล่าวหาว่าอิรักว่าอยู่เบื้องหลังผู้ก่อการร้ายที่จี้เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์บินเข้าไปขนตึก WTC และว่าอิรักมีโรงงานสร้างอาวุธนิวเคลียร์ มีผู้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นของประเทศสหรัฐอเมริกาหลังการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดคมูลค่า 7.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ความเสียหายกระจายไปทั่วโลก ตายทั้งเป็นกันทั่วโลก ความเสียหายจากการโจมตีตึกคู่แฝด WTC มีมูลค่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คนตาย 3,000 คน การสงครามทุกวันนี้เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สงครามทางทหาร แม้จะยังมีการก่อสงครามทางทหาร แต่เป็นสงครามที่เชยกว่า การสงครามทุกวันนี้ก้าวหน้าไปไกลแล้ว มันคือสงครามเศรษฐกิจ Real trade war ผลประโยชน์มีเพียงน้อยนิด บ่อน้ำมันที่มีอยู่ตามภูมิภาคของโลก ก็เป็นเรื่องโบราณ อนาคตจะมีการพัฒนาพลังงานทางเลือกมาแทนน้ำมันและถ่านหิน การเดินทางไปดาวอังคารก็ใช้นำมันและถ่านหินน้อยมาก ใช้กันที่พื้นโลกเท่านั้น Paper trade war ให้ผลประโยชน์มหาศาล Apple และ Facebook มีกำไรจาก Real trade ก็จริง แต่คนที่ทำสงครามกับใบหุ้นหรือ Paper trade war ของ Apple และ Facebook มีกำไรมหาศาลกว่า นักการเมืองของประเทศไทยก็มั่งคั่งมหาศาลจากการทำสงคราม Paper trade war เขาขายทิ้งภาคการผลิตจริง มุ่งหน้ามาเล่นภาคกระดาษมากขึ้น อีกประมาณ 3-5 ปี ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นสมบัติของเขาได้ ความแคล่วคล่องเชี่ยวชาญของเขาเหนือกว่าผู้นำของทุกประเทศ เหนือกว่าผู้นำของประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป เขาอาจจะมีพละกำลังการเกเรเหนือประเทศไทยและคนไทย แต่พละกำลังความเกเรของเขาเป็นรองซีไอเอ ตลาดหุ้นนอกจากจะขึ้นลงตามปกติแล้ว ยังถูกสวมรอยปั่นให้ขึ้นลงแบบผิดปกติได้ เมื่อตลาดหุ้นตกหนัก ส่งผลให้ค่าเงินเสียหายเป็นอันดับแรก เป็นต้นเหตุให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อค่าเงินเสียหาย คนและกองทุนโลกต่างๆ ก็ไม่ถือเงินสกุลนั้น ทิ้งเงินสกุลนั้น ทำให้สภาพคล่องระบบของประเทศเสียหาย ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ หรืออีซีบี บางประเทศก็พิมพ์เงินออกมาแทน สภาพคล่องของระบบเสียหายทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมล้มลง ทำให้คนตกงาน ทำให้เกิดหนี้เสีย หรือเพดานหนี้สูงขึ้น หรือหนี้สาธารณะสูงขึ้น สกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใหญ่ในโลก การพังทลายของตลาดแนสแดคระหว่างปี 1999-2002 เทียบได้กับการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 3 โลกทั้งโลกพ่ายแพ้ต่อ Hedge Funds การพังทลายของตลาดแนสแดคดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามลงมาด้วย ทำให้ Hedge Fund และผู้คนที่ชาญฉลาด ไม่ถือเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้เงินเหรียญสหรัฐไหลออกมาท่วมประเทศต่างๆ ทั่วโลก ท่วมยูโรโซน ท่วมญี่ปุ่น ท่วมไทย กราฟ แสดงให้เห็นถึงความเสียหาย (พังทลาย) ของค่าเงินเหรียญสหรัฐตามการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดคระหว่างปี 2000-2008 เช่น เมื่อเทียบกับเงินยูโร (EUR) เงินเยน (YEN) และเงินบาท (BAHT) กราฟ แสดงตลาดหุ้นทั่วโลกสูงขึ้นจากปี 2000 - 2007 ที่เป็นผลจากการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดคและค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 กราฟ แสดงตลาดหุ้นยุโรปสูงขึ้นจากการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดคและค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 แล้วตลาดยุโรปเองก็พังทลายลงรุนแรงในปี 2008 ส่งผลให้กลุ่มยูโรโซนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง กราฟ แสดงให้เห็นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าราคาทองคำ รวมทั้งราคาน้ำมันสูงขึ้นแรง หลังการพังทลายลงของตลาดแนสแดคและค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000ความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ความเสียหายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้เงินไหลออกจากระบบ ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ทำให้เอกชนทั้งภาคการผลิตจริงและภาคการเงินล้มลงทั้งระบบ (Systemic run) แทนที่สหรัฐอเมริกาจะเข้ารับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เหมือนประเทศที่ประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอื่นๆ แต่ก็ใช้วิธีพิมพ์เงินออกมาใช้ในการแก้ปัญหา (Quantitative Easing QE) ปี 2008 QE 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2010 QE อีก 0.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เท่านั้นยังไม่พอ ยังทำการเพิ่มเพดานหนี้สูงขึ้นอีก กราฟ แสดงเพดานหนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดคและค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 จากเพดานหนี้ในปี 2000 ที่อยู่ที่ระดับประมาณ 5.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2012 เพิ่มขึ้นมาสูงกว่า 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เอกชนล้มลง ประชาชนคนอเมริกันตกงานมากเป็นประวัติการณ์ ราคาสินค้าสูงขึ้น เดือดร้อนกันทั้งประเทศ ออกมาเดินขบวนกันทั่วประเทศ (Occupy Wall Street) ทุกวันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็นสมาชิกประเทศยากจนใหม่แล้ว เงินเหรียญสหรัฐเป็นเงินสกุลใหญ่ที่สุดของโลก เรียกว่าเป็นสกุลเงินของโลกได้ ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงไปทั่วทั้งโลก เดือดร้อนกันทั้งโลก มีการเดินขบวนกันทั้งโลก ไม่ว่าคนประเทศยุโรป ที่แอฟริกา ที่ตะวันออกกลาง และเอเชียหลายประเทศเกิดจลาจล เกียรติของผู้นำประเทศ ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ดีมีสุข ไม่ใช่อยู่ข้างทุนนิยมสามานย์และศักดินาสามานย์เป็นหลัก ซึ่งเป็นคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกาดูไปแล้วไม่ต่างอะไรกับประเทศไทยและประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย ที่กลุ่มคนเพียงไม่กี่หยิบมือเข้าตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศ แต่ประชาชนคนทั้งประเทศเดือดร้อน ประเทศไทยไม่มีตัวเลือก ไม่ว่าใครหรือฝ่ายใดขึ้นมาเป็นผู้นำก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะมาโดยการเลือกตั้ง หรือมาโดยรัฐประหาร ไม่แตกต่างกัน แตกต่างก็เฉพาะการโฆษณาชวนเชื่อ เช่นเดียวกัน ประเทศสหรัฐฯ ก็ไม่มีตัวเลือก พรรคใดหรือใครขึ้นมาเป็นผู้นำก็ไม่ต่างจากประเทศไทย ประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาต่างพบกับทางตันแบบเดียวกัน แต่ความใหญ่ของอเมริกานำพาความเสื่อมและความเดือดร้อนมาสู่คนอเมริกันและชาวโลกโดยตรง การหาเสียงเพื่อให้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีแต่ให้ความหวัง เช่นว่าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศสหรัฐอเมริกา แต่แล้วกลับไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น กลับมีการซ้ำเติมประเทศสหรัฐอเมริกาและโลกให้เสื่อมหนักลงกว่าเดิม มีการปฏิบัติการทางทหารต่อประเทศต่างๆ มากกว่าเดิม มีการเพิ่มเพดานหนี้ของประเทศตนเองมากกว่าเดิม บทความนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศของภูมิภาคและของโลก ประเทศสหรัฐอเมริกาแก้ปัญหาแบบผิดทิศทางร้ายแรง ได้มีการกรีธาทัพเรือไปแก้แค้นเอาคืนกับคนเชื่อที่ว่าเข้ามาก่อการร้ายโจมตีตึก WTC ของอเมริกา แต่ไม่มีการแก้แค้นเอาคืนคนที่โจมตีตลาดหุ้นแนสแดคและเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 แต่อย่างใด การคิดที่จะตัดหนี้หรือลดหนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องไปดูว่าต้นเหตุอะไรที่ทำให้เกิดหนี้ การจะแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจได้ ต้องแก้ที่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ต้องคืนสู่สามัญ ต้องยุติบทบาทตลาดหุ้น แล้วโลกจะคืนสู่ปกติได้มาก ********* https://www.facebook.com/suthipong.prachayapruit http://twitter.com/indexthai2 indexthai2@gmail.com |
|
|
|
|
#2494 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2009
Posts: 981
Likes (Received): 5
|
สร้างเครื่องบินเอง ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรอกครับ สมัยก่อนเกื่อบ 100 ีที่แล้ว สยามประเทศก็ผลิตเครื่องบินรพใช้เองเป็นร้อยลำ ปัจจุบัน ทัพเรือก็ผลิตเครื่องบินน้ำสำเร็จและอยู่ในสายการผลิต อัพอากาศก็ผลิตเครื่องบินเล็กสำเร็จแล้ว เหลือเพียงแต่ เงินวิจัย สานต่อ ผมเชื่อว่า ทำได้แน่นอน
|
|
|
|
|
#2495 |
|
Registered User
Join Date: May 2012
Location: Bangkok/huamark
Posts: 43
Likes (Received): 2
|
ผมว่า จีนยังห่างกับอเมริกา เยอะนะ ดูจากรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อหัว ก็ยังน้อยกว่า 10 เท่า สาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของ อเมริกานี่ ครบครัน ทุกรัฐรวยหมด แต่ของจีนเอง กลับรวยแค่ในเมืองใหญ่ๆ ถ้าตามชนบทนี้ แย่กว่าไทยอีก ส่วนกองทัพ ก็ยังห่างจากอเมริกันเยอะ ดูได้จาก งบกระทรวงกลาโหม ของอเมริกัน ปีนึง มีงบกว่า 700,000 ล้านเหรียญ ส่วนจีนนั้น มีงบเพียง 100,000 ล้านเหรียญ แล้วของ Made in China ผมว่ามันก็ขายได้แต่พวกทางฝั่งเอเชียด้วยกันละ แต่ก็ต้องยอมรับว่า จีนนั้น มีอนาคตที่สดใส เกาหลีก็เช่นกัน รวมถึง อาเซียนของเราด้วย ยกเว้น ญี่ปุ่นนะครับ เพราะ ตอนนี้ ญี่ปุ่นกับอเมริกา สภาวะทางเศรษฐกิจก็ไม่ต่างกันเท่าไร
ป.ล นี่คามคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ผิดพลาดอะไรก็ขออภัย
|
|
|
|
|
#2496 | |
|
Vision Thailand
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,223
Likes (Received): 200
|
Quote:
แค่อยู่ในวาระกันอย่างน้อยสัก3ปี-3ปีครึ่งแล้วยุบสภา หรืออยู่ครบ4ปี แล้วค่อยเลือกตั้งเปลี่ยนรัฐบาล สภาพมันก็คงดีกว่านี้มาก และที่สำคัญข้าราชการไทยต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ อันที่จริงพวกข้าราชการผู้ใหญ่ที่ผมเป็นรู้จักที่แวะมาสอนหนังสือก็เก่งๆกันทั้งนั้น แต่สงสัยว่าเหตุใดจึงยังปัญหาในวงการข้าราชการไทยระดับสูงเสมอๆ ทั้งๆที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน เทียบกับญี่ปุ่นที่การเมืองเปลี่ยนบ่อยกว่าไทยแต่ข้าราชการที่นั่นคงจะมีประสิทธิภาพมากบ้านเมืองถึงยังได้เจริญ จะบอกว่านักการเมืองทำพังก็คงไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าข้าราชการเนื้อดีเป็นส่วนใหญ่นักการเมืองที่ไหนจะกล้าไปทำผิด |
|
|
|
|
|
#2497 | |
|
Registered User
Join Date: Nov 2009
Posts: 981
Likes (Received): 5
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
#2498 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,988
Likes (Received): 391
|
เวียดนามเริ่มก่อสร้าง"ศูนย์อวกาศแห่งชาติ" มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์แล้ว
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 11:10:54 น. เวียดนามเริ่มลงมือก่อสร้างศูนย์อวกาศแห่งชาติ ใกล้กับกรุงฮานอยแล้ววานนี้ (19 ก.ย.) ศูนย์อวกาศแห่งชาติเวียดนาม ตั้งอยู่ที่ฮัวลัก ไฮเทค พาร์ค ใกล้กรุงฮานอย ในพื้นที่ 9 เฮคตาร์ โดยจะเป็นความร่วมมือระหว่างเวียดนามและญี่ปุ่นโดยมีมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้นราว 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2018 เมื่อวานนี้ ได้มีพิธีเปิดโครงการก่อสร้างศูนย์อวกาศแห่งชาติในกรุงฮานอยของเวียดนาม นายชอ วาน มินห์ ประธานศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนาม ซึ่งรับผิดชอบโครงการศูนย์อวกาศ กล่าวว่าโครงการดังกล่าว นับเป็นหลักชัยในการพัฒนาประเทศและกล่าวขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้การช่วยเหลือ เวียดนามมีแผนจะใช้โครงการด้านอวกาศ เพื่อส่งดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศ ซึ่งจะเป็นดาวเทียมดวงแรกของประเทศ โดยดาวเทียมดังกล่าวญี่ปุ่นจะเป็นผู้ผลิต มีกำหนดจะปล่อยขึ้นสู่วงโคจรในปี 2017 ส่วนดาวเทียมดวงที่ 2 ทีมวิศวกรของเวียดนามที่กำลังฝึกอบรมอยู่ในญี่ปุ่นจะเป็นผู้ผลิตขึ้นเอง ทั้งนี้ เวียดนามซึ่งมีชายฝั่งทะเลเป็นแนวยาว จึงมักประสบภัยพายุและภัยพิบัติอื่นๆ เป็นประจำ แต่ยังไม่มีดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศไว้ใช้งาน ทั้งนี้ หากการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ เวียดนามจะถือเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีอวกาศมากที่สุด http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0600 |
|
|
|
|
#2499 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,988
Likes (Received): 391
|
จากข่าวข้างบนในอดีตเวียตนามเป็นชาติแรกในอาเซียน ที่ส่งนักบินอวกาศในปี 2523
ประวัติ http://en.wikipedia.org/wiki/Pham_Tuan ภาษาเวีนตนาม http://vi.wikipedia.org/wiki/Ph%E1%BA%A1m_Tu%C3%A2n |
|
|
|
|
#2500 | |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: Tokyo
Posts: 770
Likes (Received): 115
|
Quote:
![]() ![]() ` แหม ไม่อยากคุย ไทยเค้ามีบั้งไฟมาหลายสิบปีแล้วจ้า ![]()
|
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|