|
|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile |
| Global Announcement |
|
SkyscraperCity needs your help to do some house cleaning! please click here for more info! |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#861 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2009
Posts: 981
Likes (Received): 5
|
..
|
|
|
|
|
|
#862 | ||
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 3,076
Likes (Received): 383
|
Quote:
the person who do this graph and data just look at Thailand gdp growth to calculate this graph but they're no anything to proof ![]() Quote:
__________________
ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก รวมภาพเมืองระยอง >>>ClicKเลย Last edited by nawat001; December 29th, 2011 at 11:40 AM. |
||
|
|
|
|
|
#863 |
|
Registered User
Join Date: Apr 2007
Posts: 1,867
Likes (Received): 160
|
the most stupid graph i ever seen.. who did it....it didn't base on the truth...
|
|
|
|
|
|
#864 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2010
Location: Bangkok
Posts: 41
Likes (Received): 0
|
Lol no, its actually based on the truth, check out the website transparency.org (an independent organization measuring corruption)
I also find it weird that Mark calls Mr.T corrupt yet he is ranked lower than him! |
|
|
|
|
|
#865 |
|
Detective
Join Date: Feb 2011
Location: Siam
Posts: 3,434
Likes (Received): 238
|
truth???
![]() They measure Corruption PERCEPTIONS Index "The Corruption Perceptions Index ranks countries/territories based on how corrupt their public sector is perceived to be. A country/territory’s score indicates the perceived level of public sector corruption on a scale of 0 - 10, where 0 means that a country is perceived as highly corrupt and 10 means that a country is perceived as very clean. A country's rank indicates its position relative to the other countries/territories included in the index." http://cpi.transparency.org/cpi2011/...CountryResults
__________________
Driven to err by base desires, t'ward waste and wasting, on they run. -noblesse oblige- Bangkok: The Metropolis of Angels | Bangkok | Public Transport Thai Landscapes | *Thai Archive |
|
|
|
|
|
#866 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2010
Location: Bangkok
Posts: 41
Likes (Received): 0
|
Well yeaa lol so maybe not all factual but its a good index for corruption thats all
|
|
|
|
|
|
#867 |
|
Detective
Join Date: Feb 2011
Location: Siam
Posts: 3,434
Likes (Received): 238
|
Could be that at that time not many people hate Thaksin (yet),
so he was percieved to be less corrupt..
__________________
Driven to err by base desires, t'ward waste and wasting, on they run. -noblesse oblige- Bangkok: The Metropolis of Angels | Bangkok | Public Transport Thai Landscapes | *Thai Archive |
|
|
|
|
|
#868 | |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 3,076
Likes (Received): 383
|
Quote:
![]()
__________________
ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก รวมภาพเมืองระยอง >>>ClicKเลย |
|
|
|
|
|
|
#869 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2010
Location: Bangkok
Posts: 41
Likes (Received): 0
|
hmm yes that could be true...maybe the 'skeleton' is still in the closet
|
|
|
|
|
|
#870 |
|
Detective
Join Date: Feb 2011
Location: Siam
Posts: 3,434
Likes (Received): 238
|
Me too, I liked Thaksin so much back then, but now.. no comment.
__________________
Driven to err by base desires, t'ward waste and wasting, on they run. -noblesse oblige- Bangkok: The Metropolis of Angels | Bangkok | Public Transport Thai Landscapes | *Thai Archive |
|
|
|
|
|
#871 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,993
Likes (Received): 391
|
เปิด′ตัวเลข′ตัดงบปี′55 11หน่วยงานอู้ฟู่ - 19องค์กรติดลบ "กลาโหม"ได้อื้อ 1.68 แสนล้าน !
วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:00:29 น. หมายเหตุ - เป็นเนื้อหาบางส่วนจากรายงานการปรับลด-ปรับเพิ่มร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ.2555 ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ซึ่งรัฐบาลตั้งงบรวม 2,380,000,000,000 บาท แต่ กมธ.ปรับลด 43,429,515,000 บาท ต่อมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ตั้งเพิ่มขึ้นตามจำนวนตามที่ปรับลด โดยเกลี่ยไปลงหน่วยงานใหม่ ขั้นตอนจากนี้ จะเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระ 2 และ 3 รายละเอียดรายการปรับลด(-) ปรับเพิ่ม(+)รายกระทรวง 1.งบกลาง ในความควบคุมของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ (+) ตั้งงบประมาณที่ 420,601,127,400 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 156,000,000 บาท แต่ ครม.ได้ขอตั้งงบเพิ่มจำนวน 1,766,000,000 บาท ทำให้งบกลางหลังการพิจารณามีจำนวน 422,210,127,400 บาท 2.สำนักนายกรัฐมนตรี (-) ตั้งงบประมาณที่ 22,485,567,100 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 687,680,600 บาท แต่ ครม.ได้ขอตั้งงบเพิ่มจำนวน 325,840,000 บาท ทำให้งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีมีจำนวน 22,123,726,500 บาท 3.กระทรวงกลาโหม (+) ตั้งงบประมาณที่ 167,446,209,900 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 896,945,900 บาท แต่ ครม.ตั้งงบประมาณเพิ่มจำนวน 2,118,109,500 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมมีจำนวน 168,667,373,500 บาท 4.กระทรวงการคลัง (+) ตั้งงบประมาณที่ 190,981,390,100 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 412,241,300 บาท แต่ ครม.ได้ตั้งงบประมาณเพิ่มจำนวน 846,010,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงการคลังมีจำนวน 191,415,658,800 บาท 5.กระทรวงการต่างประเทศ (-) ตั้งงบประมาณที่ 7,733,592,500 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 153,780,900 บาท แต่ในส่วนนี้ ครม.ไม่ได้ขอตั้งงบประมาณเพิ่มทำให้งบในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศมีจำนวน 7,579,811,600 บาท 6.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (+) ตั้งงบประมาณที่จำนวน 6,754,235,200 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 167,490,200 บาท ครม.ได้ปรับเพิ่มจำนวน 3,677,800,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีจำนวน 10,264,545,000 บาท 7.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (+) ตั้งงบประมาณที่จำนวน 10,249,781,800 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 209,619,200 บาท แต่ ครม.ได้ขอให้ตั้งเพิ่มจำนวน 170,000,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีจำนวน 10,401,162,600 บาท 8.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 77,993,076,900 บาท กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 2,978,869,500 แต่ ครม.ได้ขอให้ตั้งเพิ่มจำนวน 1,707,000,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจำนวน 77,621,207,400 บาท 9.กระทรวงคมนาคม (+) ตั้งงบประมาณจำนวน 81,310,006,900 บาท โดย กมธ.ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 1,579,981,500 บาท แต่ ครม.ตั้งเพิ่มจำนวน 9,122,650,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีจำนวน 88,852,675,400 บาท 10.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 24,611,197,200 บาท กมธ.ขอปรับลดงบประมาณลงจำนวน 536,771,600 บาท ครม.ได้ขอให้ตั้งเพิ่มจำนวน 1,510,532,800 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีจำนวน 24,034,425,600 บาท 11.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (-) ตั้งงบประมาณที่ 3,935,283,100 บาท กมธ.ปรับลดงบประมาณจำนวน 173,638,000 บาท แต่ ครม.ไม่ได้ขอตั้งงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้ ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีจำนวน 3,761,645,100 บาท 12.กระทรวงพลังงาน (-) ตั้งงบประมาณที่ 1,994,607,200 บาท กมธ.ปรับลดจำนวน 143,673,600 บาท แต่ ครม.ไม่ปรับเพิ่ม ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงพลังงานมีจำนวน 1,850,933,600 บาท 13.กระทรวงพาณิชย์ (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 6,995,569,500 บาท กมธ.ขอปรับลด 402,717,800 บาท แต่ ครม.ไม่ได้ขอปรับเพิ่มในส่วนนี้ ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีจำนวน 6,592,851,700 บาท 14.กระทรวงมหาดไทย (+) ตั้งงบประมาณจำนวน 283,875,474,500 บาท กมธ.ปรับลดลงจำนวน 8,848,171,100 บาท แต่ ครม.ตั้งเพิ่มจำนวน 10,227,500,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีจำนวน 285,254,854,400 บาท 15.กระทรวงยุติธรรม (-) ตั้งงบประมาณที่ 18,208,781,200 บาท กมธ. ขอปรับลดจำนวน 262,375,000 บาท ครม.ไม่ขอ ให้มีการตั้งเพิ่มทำให้งบประมาณในส่วนของ กระทรวงยุติธรรมมีจำนวน 17,946,406,200 บาท 16.กระทรวงแรงงาน (-) ตั้งงบประมาณที่ 27,265,036,000 บาท กมธ. ขอให้ปรับลดจำนวน 10,948,937,900 บาท โดย ในส่วนนี้ ครม.ไม่ได้ขอให้ปรับเพิ่ม ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงแรงงานมีจำนวน 16,316,098,100 บาท 17.กระทรวงวัฒนธรรม (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 5,690,860,300 บาท กมธ.ขอปรับลด 232,863,000 บาท ครม.ตั้งเพิ่มจำนวน 10,000,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมมีจำนวน 5,467,997,300 บาท 18.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 8,222,605,300 บาท กมธ.ให้ปรับลดจำนวน 191,710,000 บาท แต่ ครม.ให้ตั้งเพิ่มจำนวน 21,400,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีจำนวน 8,052,295,300 บาท 19.กระทรวงศึกษาธิการ (+) ตั้งงบประมาณรายจ่ายจำนวน 418,616,322,200 บาท กมธ.ปรับลดจำนวน 2,730,459,600 บาท แต่ ครม.ตั้งเพิ่มจำนวน 4,604,170,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการมีจำนวน 420,490,033,600 บาท 20.กระทรวงสาธารณสุข (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 93,056,779,600 บาท กมธ.ปรับลดลงจำนวน 1,149,311,700 บาท แต่ ครม.ตั้งเพิ่มจำนวน 89,340,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีจำนวน 91,996,807,900 บาท 21.กระทรวงอุตสาหกรรม (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 6,297,055,500 บาท กมธ.ปรับลดจำนวน 559,623,000 บาท ครม.ไม่ได้ขอตั้งเพิ่มทำให้งบประมาณในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมมีจำนวน 5,737,432,500 บาท 22.ส่วนราชการไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 89,619,763,200 บาท กมธ.ขอปรับลดจำนวน 398,753,500 บาท แต่ ครม.ให้ตั้งเพิ่มจำนวน 236,000,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของส่วนราชการไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง มีจำนวน 89,457,009,700 บาท 23.หน่วยงานของรัฐสภา (+) ตั้งงบประมาณจำนวน 5,829,213,800 บาท กมธ.ให้ปรับลดจำนวน 267,500,000 บาท แต่ ครม.ให้ตั้งเพิ่มจำนวน 695,400,900 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของหน่วยงานของรัฐสภามีจำนวน 6,257,114,700 บาท 24.หน่วยงานของศาล (+) ตั้งงบประมาณจำนวน 15,049,112,100 บาท กมธ.ขอปรับลดจำนวน 10,000,000 บาท ครม.ให้ตั้งเพิ่มจำนวน 129,470,400 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของหน่วยงานของศาลมีจำนวน 15,168,582,500 บาท 25.หน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 11,669,334,700 บาท กมธ.ขอปรับลดจำนวน 49,179,000 บาท แต่ ครม.ให้ตั้งเพิ่มจำนวน 22,291,400 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของหน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญมีจำนวน 11,623,448,100 บาท 26.งบประมาณรายจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 18,170,000,000 บาท กมธ.ขอปรับลดจำนวน 368,000,000 บาท แต่ ครม.ไม่มีการตั้งเพิ่มทำให้งบประมาณในส่วนของงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีจำนวน 17,802,000,000 บาท 27.งบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจ (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 133,151,631,800 บาท กมธ.ขอปรับลดจำนวน 5,468,718,600 บาท แต่ ครม.ให้มีการตั้งเพิ่มจำนวน 1,425,000,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจมีจำนวน 129,107,923,200 บาท 28.สภากาชาดไทย (-) ตั้งงบประมาณจำนวน 4,572,941,000 บาท กมธ. ขอปรับลดจำนวน 105,074,800 บาท แต่ ครม.ไม่มีการตั้งเพิ่มทำให้งบประมาณในส่วนของสภากาชาดไทยมีจำนวน 4,467,866,200 บาท 29.กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน (+) ตั้งงบประมาณจำนวน 163,704,492,600 บาท กมธ.ขอปรับลดจำนวน 3,339,481,700 บาท แต่ ครม.ให้มีการตั้งเพิ่มจำนวน 4,725,000,000 บาท ทำให้งบประมาณในส่วนของกองทุนและเงินทุนหมุนเวียนมีจำนวน 165,090,010,900 บาท ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย โฆษก กมธ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 หลังจากการทำงานนานกว่า 7 สัปดาห์ ขณะนี้การพิจารณางบประมาณปี 2555 ในขั้นตอน กมธ.แล้วเสร็จ และส่งให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุเป็นวาระการประชุมในวันที่ 4-5 มกราคมนี้แล้ว โดย กมธ.ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 43,429,515,000 บาท โดยงบประมาณกระทรวงแรงงานถูกปรับลดมากที่สุดคือ 10,948,000,000 บาท ซึ่งอยู่ในส่วนของสำนักงานประกันสังคมจำนวน 10,000,000,000 บาท แต่จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา มีการพิจารณาแปรญัตติเพิ่มโดยผ่านเข้ามาทาง ครม. ในจำนวนเท่ากับที่ กมธ.ปรับลดลง โดยกระทรวงมหาดไทยได้รับการแปรเพิ่มมากที่สุด จำนวน 10,277,000,000 บาท โดยในจำนวนนี้เป็นงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมากที่สุด เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ สำหรับการแปรเพิ่มงบประมาณของกระทรวงต่างๆ เพื่อใช้ในการซ่อมแซม บูรณะฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม อย่างกระทรวงกลาโหมที่ได้รับแปรเพิ่ม 2,118,000,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณในการขุดลอกคูคลองแหล่งน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย มีงบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์รายการเดียวคือโครงการจัดซื้อยานยนต์สาย สพ.ที่สอง จำนวน 400,000,000 บาท ส่วนกระทรวงคมนาคมที่ได้รับการแปรเพิ่มจำนวน 9,122,650,000 บาท เป็นการเพิ่มในส่วนของกรมทางหลวงชนบท จำนวน 4,839,000,000 บาท และกรมทางหลวง 4,283,000,000 บาท เป็นการซ่อมแซมถนนหลังน้ำท่วม (ที่มา : มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 29 ธันวาคม 2554) http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#872 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,993
Likes (Received): 391
|
ขรก.-ลูกจ้าง 6.5 แสนรายเฮ รับเงิน 15,000 บาท เป็นของขวัญปีใหม่ ต่ำกว่าป.ตรีได้ด้วย มีผล1ม.ค.นี้
กระทรวงการคลังเตรียมประกาศปรับรายได้ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป รับเงินเดือนบวกเงินเพิ่ม ต้องไม่ต่ำกว่า 15,000 ต่อเดือน กลุ่มที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ก็ได้ปรับด้วย เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2554 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลเรื่องการปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาตรีเมื่อเข้าทำงานในระบบราชการควรมีรายได้ขั้นต่ำอย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือน นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอร่างระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ล่าสุดได้มีการยืนยันร่างระเบียบดังกล่าว ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ซึ่งคาดว่ากระทรวงการคลังจะประกาศให้มีผลบังคับใช้ตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายไว้อย่างแน่นอน โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ถือเป็นการให้ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บุคลากรภาครัฐที่จะได้รับการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม 5 กลุ่ม จำนวนกว่า 649,323 คน คือ 1. ข้าราชการ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ 2. ลูกจ้างประจำ 3. ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ 4. ทหารกองประจำการ และ 5. พนักงานราชการ โดยเงินที่จ่ายจะเป็นเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (พชค.) กำหนดเงื่อนไขไว้ 2 ลักษณะคือ กลุ่มที่บรรจุในตำแหน่งที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะว่าต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ถ้าได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ให้รับเงิน พชค. เพิ่มจนถึง 15,000 บาท และกลุ่มที่บรรจุในตำแหน่งที่ใช้วุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ถ้าได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 12,285 บาท ให้รับเงิน พชค. เดือนละ 1,500 บาท แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 12,285 บาท หรือถ้ารวมกันแล้วไม่เกิน 9,000 บาท ก็ให้อีกจนถึง 9,000 บาท และทหารกองประจำการที่รับเงินเดือน ระดับ พ.1 ถ้ารับเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงประจำตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมแล้วไม่ถึงเดือนละ 9,000 บาท ให้ได้รับเงิน พชค. เพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงกลาโหมจะกำหนดต่อไป แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน เดือนละ 9,000 บาท “ปัจจุบันข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานราชการ ที่บรรจุในวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปมีจำนวน 346,365 คน งบประมาณที่ใช้ จำนวน 1,589 ล้านบาทต่อเดือน ที่ต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 164,943 คน ทหารกองประจำการ จำนวน 138,015 คน 2 กลุ่มนี้จะใช้เงินงบประมาณ จำนวน 455 ล้านบาทต่อเดือน รวมใช้งบประมาณ 2,044 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ระยะเวลา 9 เดือนจะใช้เงินจำนวน 18,396 ล้านบาท ด้านระบบเงินเดือน ทางกรมฯ ได้เตรียมการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อกฎหมายประกาศ ก็สามารถจ่ายเงินได้ตามเวลาที่กำหนดทันที สำหรับการเยียวยาข้าราชการที่ทำงานมานานแล้ว และได้รับผลกระทบการปรับค่าครองชีพในครั้งนี้ ทางสำนักงาน ก.พ. กำลังดำเนินการ และคาดว่าจะมีผลในวันที่ 1 มกราคา 2555 เช่นกัน” นายรังสรรค์กล่าว http://www.prachachat.net/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#873 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,993
Likes (Received): 391
|
เอฟทีเออนุมัติงบปลุกหอมแดงไทยสู้
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2554 เวลา 16:12 น. กองทุน เอฟทีเออนุมัติงบ 16 ล้าน ปลุกหอมแดงไทยสู้ หอมแดงจีน อินเดียไล่ตีตลาด พัฒนาการผลิตและการตลาดหอมแดงครบวงจร หวังพัฒนาคุณภาพสู้การค้าเสรี วันนี้(29 ธ.ค.) นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวภาคการผลิตและภาคการบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า หรือกองทุนเอฟทีเอ กระทรวงพาณิชย์ ได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มวิสาหกิจเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง จังหวัดศรีสะเกษวงเงิน 16 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการวิจัยพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิต การเก็บรักษา และการตลาดหอมแดง สำหรับรองรับการเปิดตลาดการค้าเสรีของไทยกับต่างประเทศ ทั้งนี้ที่ผ่านมาหอมแดงได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยผลด้านบวก ไทยสามารถส่งออกไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น แต่กลับถูกหอมแดงจากจีนและอินเดียเข้ามาตีตลาด รวมถึงต้องแข่งขันกับประเทศในอาเซียนที่ส่งออกหอมแดง ได้แก่ พม่า กัมพูชา เวียดนามและฟิลิปปินส์ “ปัจจุบันศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่ผลิตหอมแดงคุณภาพดีและมีปริมาณการผลิตมากที่สุดในไทย คิดเป็นสัดส่วน 60% ของการผลิตทั้งประเทศ แต่ที่ผ่านมา มักจะมีปัญหาราคาตกต่ำ รัฐบาลต้องเข้าไปแทรกแซงตลอด แม้เกษตรกรจะรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจเกษตรผู้ปลูกหอมแดงศรีสะเกษแล้ว แต่การดำเนินการก็ยังขาดประสิทธิภาพ กองทุนเอฟทีเอจึงเข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงการพัฒนาพันธุ์ การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา การแปรรูป และพัฒนาตลาดเชิงรุกเพื่อให้แข่งขันได้ สามารถต่อสู้กับการเปิดเสรี และใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีได้” นายสุรศักดิ์ กล่าว นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้ความช่วยเหลือของกองทุนเอฟทีเอ กระทรวงพาณิชย์ ต้องการพัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกพันธุ์ พัฒนาสายพันธุ์ และยกระดับการเพาะปลูกให้ได้มาตรฐานการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ช่วยพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์รับซื้อหอมแดง และห้องเย็น โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ และช่วยพัฒนาการแปรรูปหอมแดง เพื่อให้เก็บรักษาได้นาน เช่น หอมดองบรรจุขวด หอมเจียวบรรจุขวดหรือถุงพลาสติก และหอมแดงฮาลาล นอกจากนี้ จะช่วยทำตลาดเชิงรุก ด้วยการให้ความรู้ด้านการตลาด การพัฒนาแบรนด์ การหาลูกค้า กฎระเบียบการส่งออก ขณะเดียวกันช่วยรณรงค์การบริโภคหอมแดง และจัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายในงานไทยเฟ็กซ์ การจัดงานในห้างสรรพสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนำคณะผู้ผลิตไทยที่มีศักยภาพไปเจรจาจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่มีชาวมุสลิมเป็นจำนวนมาก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซียและบรูไน http://dailynews.co.th/businesss/5269 |
|
|
|
|
|
#874 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,993
Likes (Received): 391
|
ยอดลงทุนผ่านบีโอไอปี 54 พุ่ง 6.6 แสนล้าน
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2554 เวลา 14:37 น. "บีโอไอ"ปลื้มยอดลงทุนตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุนไทย-ต่างประเทศ หลังยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนปี 54 สูงถึง 663,600 ล้าน วันนี้(29ธ.ค.)นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว. อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ช่วงเดือนม.ค. - วันที่ 23 ธ.ค. 54 มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,847 โครงการ เพิ่มจากปี 53 ทั้งปี 21% มูลค่าเงินลงทุน 663,600 ล้านบาท เพิ่ม 61% เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยแม้ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะเผชิญกับภัยธรรมชาติก็ตาม จนทำให้การลงทุนอาจชะลอลงบ้าง แต่โดยภาพรวมการลง ทุนในประเทศไทยยังสามารถขยายตัวได้ดี “เป้าในปีนี้ทั้งปีอยู่ที่ 500,000 ล้านบาทแต่ตัวเลขล่าสุดสูงกว่าเป้าแล้ว 32% และคาดว่าทิศทางการเติบโตของการลงทุนจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 55 ซึ่งรัฐบาลจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดทั้งปี ซึ่งงานแรกจะเริ่มด้วยการจัดงานบีโอไอแฟร์ 2011 ที่จะมีผู้บริหาร และซีอีโอบริษัทต่างประเทศเข้าร่วมงาน ซีอีโอฟอรั่มเพื่อรับฟังทิศทางและนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งแนวทางการรับมือกับความท้าทายและภาวะเศรษฐกิจโลก” รมว.อุตสาหกรรมกล่าวและว่า สำหรับกิจการ ที่มีมูลค่ายื่นขอรับส่งเสริมารลงทุนสูงสุด ได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 401 โครงการ เงินลงทุน 251,100 ล้านบาท โดยมูลค่าเพิ่ม 80% รองมาเป็นกิจการ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 478 โครงการ เงินลงทุน 130,500 ล้านบาท มูลค่าเพิ่ม 130% กิจการ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า จำนวน 259 โครงการ เงินลงทน 86,700 ล้านบาท มูลค่าเพิ่ม 34% , กิจการ เคมี กระดาษ และพลาสติก มีจำนวน 227 โครงการ เงินลงทุน 84,000 ล้านบาท มูลค่าเพิ่ม 105% กิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร มี 307 โครงการ เงินลงทุน 67,000 ล้านบาท มูลค่าเพิ่ม 10% , กิจการเหมืองแร่ เซรามิก และโลหะขั้นมูลฐาน มีจำนวน 52 โครงการ เงินลงทุน 29,300 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน และกิจการอุตสาหกรรมเบา 123 โครงการ เงินลงทุน 15,300 ล้านบาทมูลค่าเพิ่ม 25% นพ.วรรณรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ มีจำนวน 1,019 โครงการเพิ่ม 18% มูลค่าเงินลงทุน 390,920 ล้านบาท เพิ่ม 67% โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนสูงสุด อยู่ที่ 543 โครงการเพิ่ม 50% เงินลงทุน 187,750 ล้านบาทเพิ่ม 82% รองลงมาเป็นจีน 34โครงการ เงินลงทุน 28,447 ล้านบาท, สิงคโปร์ จำนวน 51 โครงการ เงินลงทุน 23,706 ล้านบาท, ฮ่องกง จำนวน 32โครงการ เงินลงทุน 13,261 ล้านบาท เป็นต้น http://dailynews.co.th/businesss/5253 |
|
|
|
|
|
#875 |
|
ผู้ใช้ลงทะเบียน
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok/Chiang Mai
Posts: 1,105
Likes (Received): 0
|
I think, We have the specific thrend to discuss around these topics.
Let's get back to "Thailand Economic News 2011" Oh! Will the topic name be changed chronologically ? or start a new 2012 thrend ?
__________________
acta exteriora indicant interiora secreta เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา |
|
|
|
|
|
#876 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,213
Likes (Received): 483
|
เพิ่งรู้ว่าสภากาชาดไทยก็ได้เงินภาษีประชาชนไปใช้ด้วย....
|
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|