daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old June 6th, 2005, 05:41 PM   #101
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by Chad
NOPE...
....so what's the answer?
kuanteen no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old June 6th, 2005, 07:42 PM   #102
Pas
Registered User
 
Pas's Avatar
 
Join Date: May 2003
Location: Bangkok / Perth
Posts: 2,088
Likes (Received): 0

it's some kind of shade that's also function as space for advertising?
Pas no está en línea   Reply With Quote
Old June 6th, 2005, 08:31 PM   #103
Tnop
Registered User
 
Join Date: Mar 2004
Location: Chicago
Posts: 42
Likes (Received): 0

yeah, i think it's just billboard stands along the street.
__________________
Designer VS Decorator
Tnop no está en línea   Reply With Quote
Old June 8th, 2005, 03:33 PM   #104
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

http://www.nationmultimedia.com/2005..._17631322.html

BMA puts green agenda on show

Published on June 08, 2005

In something of a rarity, the Bangkok Metropolitan Administration has joined an environmental exposition to showcase its plans to make Bangkok more liveable.

“We want to let the public know about our plans for water treatment and garbage disposal,” said Bangkok City Clerk Khunying Nathanon Thavisin.

She said the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) would be represented at Entec Pollutech Asia 2005, and would show off its policies and publicise its achievements in the area of environmental preservation. The exhibition began yesterday and continues until Friday at Bitec.

The BMA’s environmental policy, dubbed “Bangkok Agenda 21”, is based on a comprehensive action plan to be taken on by global, national and local organisations under the watchful eye of the United Nations, governments, and major groups in every area in which humanity has an impact on the environment.

Nathanon said the programme was aimed at making the city more liveable thanks to a sound system of urban planning that ensured its development was sustainable. “This is a cause truly worthwhile for everyone,” she said.

The expo would also stand as

testament to Thailand’s ability to host such environmental trade shows, she said, and it would draw large numbers of foreign businesspeople to the Kingdom.

Seminars are scheduled, with speakers from various agencies and groups, such as the Environmental Engineering Association of Thailand, non-governmental organisations and the Environment and the Community Development Association, better known as “Magic Eyes”.
kuanteen no está en línea   Reply With Quote
Old June 20th, 2005, 01:07 PM   #105
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

Hmmm...this thread has been abandoned for a while...

But if you still remember, I made a little proposal about the sidewalk issues...and I found this from the BMA's website little thing

Where it states Mr Kosayothin's official email is apirak@bma.go.th ....Now what should we say?
kuanteen no está en línea   Reply With Quote
Old June 23rd, 2005, 03:32 AM   #106
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

Street vendors face regular checks

A new arrangement for vendors to trade in designated spaces on footpaths will begin on July 1 and the city administration and police are prepared to strictly enforce the regulations.

Bangkok governor Apirak Kosayodhin yesterday held a meeting with police inspector-general Gen Sereepisut Temeeyaves and deputy metropolitan police chief Maj-Gen Montree Chamroon about the new arrangement.

Mr Apirak said a total of 17,244 vendors had registered to trade at 683 designated areas in the capital. The registration was carried out after vendors complained they had been victims of extortion by influential gangs and Pol Gen Sereepisut was assigned by Prime Minister Thaksin Shinawatra to look into the matter.

The governor said the vendors would be informed of the regulations they would have to follow from July 1-3.

From July 4 city inspectors, or thetsakit, would start checking if any of the vendors did businesses outside the designated areas.

Violators would face a 100-baht fine initially and the amounts would go up progressively to a maximum of 2,000 baht with further violations.

Mr Apirak said the city administration was looking for areas for vendors to trade outside the designated areas. Such areas might be near Memorial Bridge, Klong Thom and Yaowarat where trade could be carried out at night only.

Pol Gen Sereepisut, meanwhile, said from July 1 police would strictly enforce the ban on trading outside designated areas.

Bangkok Post - June 23, 05
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 1st, 2005, 03:53 PM   #107
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

ไล่ผู้ว่าฯ!!! ล่า 5 หมื่นชื่อถอน "อภิรักษ์" ผู้ค้าไม่พอใจจัดระเบียบแผง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2548 16:44 น.


จากเหตุการณ์ผู้ค้ารวมตัวชุมนุมประท้วงหลังจากที่ กทม.ได้เข้าจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยทั่วกรุงเทพฯ นั้น ขณะนี้ได้มีการล่ารายชื่อ 5 หมื่นรายชื่อเพื่อถอดถอนผู้ว่าฯ กทม. และก่อนที่จะเกิดเหตุวุ่นวายไปกว่านั้น รองปลัด กทม.จึงเชิญแกนนำ 30 ชีวิตเข้าประชุมหารือหาทางออก สุดท้ายได้ข้อสรุปแต่ผู้ค้าส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่กทม.ได้เริ่มต้นดำเนินการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยทั่วกรุงเทพมหานครตามแนวทางยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับผู้ค้าทั้งในและนอกจุดผ่อนผัน อีกทั้งจะสำรวจแผงค้าที่ได้รับอนุญาตผ่อนผันให้ทำการค้าว่าปฏิบัติตนตามหลักเกณฑ์การจัดระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ เช่น มีพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเดินสัญจรได้สะดวก บาทวิถีสะอาดไม่รกรุงรัง เป็นต้น

ซึ่งคาดว่าในส่วนของจุดผ่อนผันจะเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนได้ภายใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 ก.ค.48 จะเป็นวันแรกของการหยุดเพื่อทำความสะอาดแผงค้า เนื่องจาก กทม. กำหนดให้ทุกวันจันทร์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ เพื่อให้ผู้ค้าได้ร่วมกันทำความสะอาดและคืนทางเท้าให้กับประชาชน

สำหรับผู้ค้านอกจุดผ่อนผันนั้น ในวันที่ 1-3 ก.ค.2548 กทม.ได้จัดตลาดนัดแผงค้า ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ซึ่งเป็นการรวบรวมแผงค้าจากตลาดนัดและตลาดสดในพื้นที่ของ กทม. เอกชน และหน่วยราชการกว่า 6,000 แผง เพื่อให้ผู้ค้านอกจุดผ่อนผันได้มาจับจองพื้นที่ทำการค้าใหม่ โดยในเบื้องต้นนี้เจ้าของตลาดหลายแห่งเปิดโอกาสให้ผู้ค้าสามารถเข้าไปค้าขายได้โดยยังไม่เก็บค่าเช่าแผง หรือบางแห่งจะจัดเก็บค่าเช่าแผงในอัตราพิเศษเฉพาะผู้ค้านอกจุดผ่อนผันเท่านั้น

ซึ่งจะเป็นการช่วยให้ผู้ค้าที่เป็นผู้มีรายได้น้อยได้มีที่ทำกิน อีกทั้งเป็นการทำให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเมื่อมีผู้ค้าในตลาดจำนวนมากก็จะเป็นการจูงใจให้ผู้ซื้อเข้าไปเลือกซื้อสินค้า และเกิดความปลอดภัยในการจับจ่ายซื้อของ ไม่ต้องเสี่ยงกับอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย

นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า กทม.ไม่มีนโยบายในการใช้ความรุนแรงกับผู้ค้า ซึ่งตนได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เทศกิจผู้ปฏิบัติหน้าที่ ให้ใช้หลักของการเจรจาและทำความเข้าใจเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ความถูกต้อง เป็นระเบียบเรียบร้อย ขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ทั้งจากผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ แต่หากผู้ค้านอกจุดผ่อนผันยังประสบปัญหาเรื่องการจัดสรรพื้นที่ ขอให้รวบรวมปัญหาเสนอให้สำนักงานเขตพื้นที่พิจารณา เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือเป็นรายๆ ไป

ส่วนของผู้ค้าที่มาเรียกร้องบริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานครที่มีประมาณ 500 คนซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขตมีนบุรี โดยกลุ่มคนดังกล่าวไม่ใช่ผู้ค้านอกจุดหรือถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปจับปรับ แต่เป็นผู้ค้าที่ต้องการขายจุดเดิมที่ กทม.ต้องการเจรจาให้ย้ายออกและให้เข้าไปขายในตลาดของ กทม. ทั้งนี้ตนได้มอบแนวให้ ผอ.เขตไปจัดการเพื่อจะได้ทราบว่าปัญหาอยู่ที่ใด และเขตจะเป็นผู้เสนอพิจารณาว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย ขณะนี้บรรดาพ่อค้า-แม้ค้าหาบเร่แผงลอยยังคงปักหลักชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงมารับเรื่องและแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ยังคงไร้วี่แววนายอภิรักษ์

นอกจากนี้ทาง กทม.ยังได้ส่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ลงมาพูดคุยแต่ไม่เป็นที่ต้องการเพราะต้องการพบกับผู้ว่าเพียงคนเดียว และจากการปักหลักชุมนุมประท้วงดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบริเวณถนนดินสอต้องปิดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ และล่าสุดได้มีการลงรายชื่อขับไล่นายอภิรักษ์ให้ครบ 50,000 ชื่อ เนื่องจากไม่พอใจต่อการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยดังกล่าว

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ค้าส่วนใหญ่ต้องการค้าขายยังจุดเดิมต่อ ให้เสียค่าปรับอย่างไรก็ยอม เพราะหากไปค้าขายที่ใหม่ที่ กทม.จัดสรรไว้ให้อาจจะทำรายได้ไม่เท่าเดิม และพื้นที่ที่จัดให้ก็ต้องทำสัญญาแพง บางแห่งก็ไม่อยู่ในพื้นที่ที่ประชาชนมีความต้องการจับจ่าย

ด้านนายบูรณิศ ยุกตะนันน์ ผู้อำนวยการสำนักงานตลาด กทม. กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้ว่าฯ กทม.ให้จัดหาที่ว่างในตลาดทั่ว กทม.ทั้งที่เป็นของ กทม.และเอกชนไว้รองรับผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน ซึ่งได้จัดหาไว้แล้วกว่า 6,000 แผง แต่ผู้ค้ากลับยังไม่พอใจโดยอ้างต้องการขายที่เดิม เมื่อเป็นเช่นนี้ กทม.ก็คงต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องหารืออีกครั้ง โดยในความคิดเห็นของตนอยากให้ผู้ค้าลองพิจารณาแผงค้าที่ กทม.จัดไว้ เพราะตลาดต่างๆ นั้นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ครอบคลุม 50 เขต และตลาดเหล่านี้ยินดีคิดราคาค่าเช่าในอัตราพิเศษให้ด้วย

สำหรับกลุ่มผู้มาประท้วง ตนอยากให้ประชาชนมองให้ออกว่าเป็นกลุ่มผู้ค้าที่แท้จริงหรือเป็นเพียงกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากการจัดระเบียบของ กทม. ที่สำคัญตนอยากให้ผู้ค้าทุกคนเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง และพยายามดิ้นรนหาทางออกให้ตัวเองด้วย เพราะไม่เช่นนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่าล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีการเชิญแกนนำกลุ่มผู้ประท้วงประมาณ 30 คนเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือข้อปัญหาและตกลงหาทางออกที่เป็นที่พอใจด้วยกันทุกฝ่าย โดยมีนายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ รองปลัด กทม.เป็นประธานการประชุม

และเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประชุมร่วมระหว่างกรุงเทพมหานครกับกลุ่มผู้ค้าที่ไม่พอใจในนโยบายการจัดระเบียบแผงค้าของกทม. ที่มีนายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ รองปลัด กทม.เป็นประธานการประชุม ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่า กทม.จะให้กลุ่มผู้ค้าไปเจรจาตกลงกันเองภายในกลุ่ม และให้ร่างกฎระเบียบการปฏิบัติของผู้ค้า และนำมาเสนอต่อกทม. ที่ศูนย์อำนวยการร่วมแก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอย ศาลาว่าการกทม.1 ภายในวันที่ 2 กรกฎาคม และกทม.จะพิจารณา เมื่อเห็นชอบในร่างนั้นแล้ว จะทดลองให้ผู้ค้าไปขายเป็นระยะเวลา 1 เดือน และหากผู้ค้าสามารถทำตามกฎระเบียบปฏิบัติที่ร่างขึ้นมาได้ กทม.จะพิจารณาผ่อนผันจุดนั้นๆ ให้เป็นจุดพิเศษเพื่อการค้าขายต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุญาตให้ค้าขายในจุดพิเศษดังกล่าวนั้น จะพิจารณาเป็นจุดๆ ไป

เมื่อแกนนำออกจากห้องประชุมแนะนำข้อเสนอของกทม. ไปพูดคุยหารือกันในกลุ่มผู้ค้าที่เข้าร่วมประท้วงปรากฏว่า ส่วนใหญ่ไม่พอใจในข้อเสนอของกทม. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในห้องประชุม บรรดาแกนนำผู้ค้าต่างก็เห็นชอบในข้อเสนอนี้ ซึ่งผู้ค้าส่วนใหญ่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าจะกลับไปค้าขายที่จุดเดิม ไม่ย้ายไปไหน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกรุงเทพมหานครได้ออกมายืนยันหนักแน่นว่า ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ จะจับและปรับผู้ค้าที่ละเมิดกฎระเบียบข้อบังคับหาบเร่แผงลอยอย่างแน่นอน ไม่มีข้อยกเว้น โดยนายอนันต์ยืนยันว่า "กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย"

นอกจากนี้ในส่วนของม็อบผู้ค้า ล่าสุดได้เคลื่อนจากการปิดถนนดินสอ ไปยังลานคนเมือง เพื่อให้การจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนสามารถเคลื่อนตัวได้ และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ในวันที่ 5 กรกฎาคม จะมารวมตัวที่หน้าศาลาว่าการกทม.ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 1st, 2005, 04:01 PM   #108
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

แม่ค้า กทม.กร้าวไม่ยอมย้าย ม็อบจากทุกสารทิศยกขบวนบุกเสาชิงช้า

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2548 11:21 น.


ผู้ค้านอกจุดผ่อนผันเดินทางไปลงทะเบียนกับ กทม. คึกคัก จำนวนครึ่งหนึ่งไม่ลงทะเบียนแต่ร้องเรียนขอขายที่เดิมพร้อมยอมถูกปรับ ไม่แน่ใจแผงค้าใหม่ที่ กทม.จะจัดหาให้ว่าจะขายของได้ ขณะที่ศาลาว่าการ กทม.(เสาชิงช้า) มีม็อบผู้ค้าหลายร้อยคนจากหลายพื้นที่ยกพลประท้วงนโยบายใหม่ ชี้ชัดถูกรีดไถเก็บค่าหัวคิวเกินใบเสร็จอื้อ ลั่นคุยไม่รู้เรื่อง 4 ก.ค.บุกทำเนียบร้องนายกฯ ด้านรองผอ.สนง.เทศกิจระบุ หากอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถตั้งแผงได้ สามารถนำใบสิทธิไปยื่นกับเขตอื่น เพื่อค้าขายในเขตนั้นๆได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (1 ก.ค.) เป็นวันแรกที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดให้มีการลงทะเบียนผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 683 จุด ที่สนามกีฬาศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งผู้ค้าที่ยังไม่มีแผงทาง กทม.จะจัดสรรแผงเอกชนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ยังว่าง ซึ่งบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีแม่ค้ามาจากทุกเขต และเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ตั้งโต๊ะรับบริการแยกเป็นเขตทั้ง 50 เขต


ส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าลงทะเบียนแล้วจะได้ขายที่เดิม

ทั้งนี้ แม่ค้าจำนวนครึ่งหนึ่งที่มาบอกว่าไม่รู้ว่ามาลงทะเบียนครั้งนี้แล้วจะไม่ได้รับแผงที่ค้าอยู่เดิม แต่เป็นที่ใหม่ เนื่องจากถ้าขายที่เดิมจะถูกปรับ นึกว่ามาลงทะเบียนแล้วจะได้ขายต่อในที่เดิม ส่วนแม่ค้าอีกครึ่งไม่ได้มาลงทะเบียน แต่ต้องการมาร้องเรียนกับทางเขตเพื่อขอให้ได้ที่ค้าตามเดิม แม้จะมีการจับปรับก็ยอม เพราะว่าแผงค้าที่ถูกจัดสรรให้ใหม่ไม่มีคนเดินซื้อของ ต้องไปบุกเบิกใหม่ เช่นเป็นหมู่บ้านที่ห่างไกล

นายบุญเหลือ ยูงต้น อายุ 30 ปี พ่อค้ารถเข็นขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ย่านชิดลม กล่าวว่า ในย่านนั้นมีผู้ค้ากว่า 10 ราย ที่เดินทางมาวันนี้ (1 ก.ค.) เพราะต้องการขายที่เดิม เพราะมีหนี้สิน ไม่รู้เรื่องการให้ลงทะเบียนอะไร ไม่รู้เรื่องตลาดนัดอาชีพทั้งสิ้น

ด้านนางกานดา โพธิ์เทียม อายุ 50 ปี แม่ค้าแผงขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซอยเพชรบุรี 13-15 มี 10 กว่าแผงอยู่นอกจุดผ่อนผัน กล่าวว่า ที่มาเพื่อจะร้องเรียนต่อเขตฯ ขายในที่เดิม ยอมถูกปรับเพราะขายมานับ 10 ปีแล้ว ทุกวันนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมายเพื่อให้ได้ขาย พร้อมนำรูปถ่ายแผงค้าของตนเองมาให้ดูว่าเป็นไปตามระเบียบของ กทม.ทุกอย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้มีพ่อค้ารถเข็นขายของต่างๆ ทั้งเครื่องดื่มและอาหารที่สนามหลวงเดินทางมากันนับ 10 ราย แม้ว่าจะรู้ว่าลักษณะการขายของของตัวเองผิดกฎ โดยอ้างว่าให้คนซื้อใส่ถุง ไม่น่าจะผิดและถูกจับ และมีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมาที่สนามกีฬากันมากขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ รองปลัด กทม. จะนำทีมเจ้าหน้าที่ไปตรวจดูแผงค้าที่ย่านบางแค


สารพัดม็อบบุกเสาชิงช้า!!!

วันเดียวกันที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายปฐมพงษ์ บุญมาก เจ้าของร้านหมูจุ่มชาละวัน แกนนำผู้ค้าบริเวณแยกลำลูกกา ถ.พหลโยธิน ตั้งแต่ กม.25-27 ซึ่งอยู่นอกจุดผ่อนผัน เปิดเผยว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ค้าอยู่ประมาณ 200 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ค้าขายมาเป็นเวลา 10-15 ปีขึ้นไป และเคยหนังสือขอทำเป็นจุดผ่อนผัน แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา ขณะที่บริเวณสะพานใหม่กับสะพานควายยังสามารถให้เป็นจุดผ่อนผันได้ อยากให้ กทม.ให้เหตุผล

"ที่มาวันนี้อยากจะมาขอคำตอบว่าทำไมให้หยุดขายไปเลย พวกเราเดือดร้อนมาก เพราะจำเป็นต้องกินต้องใช้ เราทำมาหากินรายวัน มีลูกต้องใช้เงิน มีค่าใช้ในครัวเรือน ที่ผ่านมาผู้ค้าแต่ละรายได้รับความเดือนร้อนคือมีเทศกิจของเขตสายไหมออกใบเสร็จในการเก็บเงินประจำเดือน 1,000 บาท แต่จ่ายจริง 3,000 บาท ที่หายไป 2 พันบาทก็คงเข้ากระเป๋าส่วนตัว ผมอยากรู้ว่าผู้ว่าฯ รู้เรื่องหรือเปล่า"

"ก่อนหน้านี้ประมาณ มี.ค.2547 ผมได้จ่ายเงินประมาณ 4 หมื่นบาทในการใช้พื้นที่ค้าขาย โดยไม่มีการออกใบเสร็จ และก็มีอีกหลายรายที่โดนแบบนี้ แต่มากน้อยลดหลั่นกันไป ผมขอตั้งขอสังเกตว่าช่วงที่เรียก 4 หมื่นบาท เป็นช่วงที่หัวหน้าเทศกิจใหม่มารับตำแหน่ง พวกผมจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ"

นายปฐมพงษ์กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเปิดให้ลงทะเบียนผู้ค้าที่ได้รับความเดือดร้อนที่ทำเนียบรัฐบาล จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีความคืบหน้าและยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งก็สงสัยเหมือนกันว่าให้ไปลงทะเบียนทำไม
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ค้านอกจุดผ่อนผ่อนบริเวณจตุจักรแถวปั๊ม ปตท.ประมาณ 50 ราย ซึ่งขายบริเวณนี้มาประมาณ 10 กว่าปี ก็ได้เดินทางมาคัดค้านมาตรการดังกล่าวด้วย


แกนนำเผยขอความเป็นธรรม

นายเสถียร สารีดี แกนนำเปิดเผยว่า ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมที่ กทม.จะมาไล่ให้ออกไปจากจุดดังกล่าวและไปลงทะเบียนขายอีกที่หนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน ดังนั้นจึงไม่ต้องการที่จะย้ายไปและขออยู่ที่เดิม เพราะว่าโรงเรียนของลูกอยู่ย่านนี้ สมมติว่าย้ายไปอยู่มีนบุรีก็จะต้องมีปัญหาในเรื่องของการย้ายโรงเรียนอีก

ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เทศกิจพยายามมาให้ไปลงทะเบียน แต่ก็ปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไม่รู้ว่าเป็นพื้นที่ไหน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ใกล้ๆ ก็ยินดีไป

“ทุกวันนี้มีการเรียกเก็บเงินจากเทศกิจ เม็ดเงินก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่มากน้อย แต่เฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 พันบาทต่อราย บางเดือนก็ไม่เขียนบิลให้ ถ้าเขียนก็แค่พันเดียว”

ส่วนตัวแทนของกลุ่มผู้ค้าย่าน ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ประมาณ 20 ราย กล่าวว่า ถูกไล่ที่เหมือนกัน ซึ่งเคยทำเรื่องของผ่อนผันแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการอนุญาต อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจได้นำญาติพี่น้องมาขายทับในพื้นที่ที่เคยขายอยู่ และพยายามไล่ผู้ค้าเก่าออกไปอยู่ที่อื่นแทน ซึ่งญาติพี่น้องของเทศกิจเหล่านี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย ขณะที่ตนเองต้องเสียเดือนละประมาณ 300 บาทและไม่ออกบิลให้

“อยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าทำอย่างนี้แล้วคนจนจะอยู่ได้อย่างไร มันเป็นการตัดช่องทางทำมาหากินชัดๆ แล้วพี่ก็ไปกู้เงินธนาคารออมสินมา เมื่อถูกไล่ที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย”

ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้ค้าประมาณ 20 รายจากเขตวังทองหลาง บริเวณลาดพร้าว 99 หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาลาดพร้าว 99 ก็ให้ข้อมูลว่า ขายของมาประมาณ 10 กว่าปีแล้วในพื้นที่ดังกล่าว และทางธนาคารก็ยินยอมให้ขายได้โดยมีข้อแม้ว่าต้องช่วยกันรักษาความสะอาด แต่ผลของการจัดระเบียบใหม่ ทาง กทม.ได้ทำหนังสือไปที่ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ให้ยกเลิกการยินยอม ซึ่งถ้ายกเลิกก็ไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินอะไร ทั้งนี้ความจริงฟุตบาทในบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร สามารถจัดระเบียบได้และผู้ค้าทุกคนก็ยินยอมที่จะทำตาม

นอกจากนี้ยังมีม็อบผู้ค้าจากเขตบางกอกน้อยได้เดินทางมาประท้วงการจัดระเบียบครั้งนี้ด้วย เพราะถูกไล่ที่และให้ย้ายไปขายในพื้นที่ของเอกชนที่ตลาดบางขุนศรี ซึ่งต้องจ่ายค่าเช่าวันละ 450 บาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ และต้องจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้า 3 เดือน เดือนละ 4,000 บาท ทำให้ได้รับความเดือนร้อนมากเพราะขายของประเภทกิ๊ฟชอป ซึ่งรายได้ก็ไม่ได้มากมายอะไร

อีกกลุ่มเป็นผู้ค้าประมาณ 30 คนที่ได้สิทธิไปขายของที่จตุจักร 2 ก็มาร้องเรียนว่าต้องจ่ายค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท แต่จู่ๆ พอถึงเวลากำหนดให้สิทธิเป็นเจ้าของแผง กลับไม่มีชื่อพวกเขา แต่มีผู้ค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งไปเซ้งทับที่ของเขาในราคา 100,000-200,000 บาท เข้ามาค้าแทนและได้สิทธิตรงนี้ไป ตรงนี้อยากจะให้ดูแลจัดการให้เกิดความเป็นธรรมด้วย

ทั้งนี้ บรรดาม็อบผู้ค้าได้ประกาศออกมาชัดเจนว่า ถ้าหากไม่สามารถตกลงได้ ในวันที่ 4 ก.ค.จะรวมตัวกันและบุกทำเนียบรัฐบาลเพื่อร้องเรียนนายกรัฐมนตรี


บางส่วนเชื่อเจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติ

และเมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศของงานลงทะเบียนผู้ค้า โดยทางกรุงเทพมหานครได้จัดขึ้น ณ ศูนย์เยาวชนไทย - ญี่ปุ่น ซึ่งตามกำหนดจะจัดตั้งแต่วันที่ 1 - 3 ก.ค. นี้ โดยทางกทม.ได้จัดพื้นที่แผงค้าไว้ทั้งหมด 6,500 แผง ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าเป็นจำนวนมาก ที่ต่างก็ทยอยเดินทางมาลงทะเบียน สำหรับแผงค้าในเขตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 เขต คือเขตพญาไท เขตบางแค และเขตบางกะปิ

นอกจากนี้ได้มีผู้ค้าบางส่วนที่ไม่พอใจ และคับข้องใจในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บางส่วน เช่นนางเพ็ญนภา เกิดปทุม แม่ค้าแผงตลาดห้วยขวางกล่าวว่า ได้ค้าขายอยู่ที่แผงภายในตลาดห้วยขวางมากว่า 20 ปี แล้ว แต่ก็ต้องมีปัญหา เนื่องจากตลอดเวลา 20 ปี ที่ค้าขายมานั้น เจ้าหน้าที่ไม่เคยออกใบสิทธิในการค้าแผงขายให้เลย ทำให้ไม่ได้ค้าขายต่อที่เดิม แต่ผู้ค้าแผงด้านข้างๆ กลับได้ขายต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่ออกใบสิทธิให้กับผู้ค้าแผงนั้นอย่างถูกต้องเรียบร้อย

เช่นเดียวกับนางสาวทิพย์มณี เตชะอนันต์พิทักษ์ แม่ค้าาที่ตั้งแผงขายอยู่ที่บริเวณปากซอยเจริญกรุง 23 กล่าวว่าแต่เดิมที่ขายอยู่ที่ปากซอยเจริญกรุง 23 ก็เป็นจุดผ่อนผันอยู่แล้ว ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ ถึงไม่มีสิทธิขาย ทั้งที่แผงค้าทั้งสองข้างที่ขนาบข้างแผงของตัวเองกลับได้ขายต่อ เพราะเจ้าหน้าที่ออกใบสิทธิให้ได้ถูกต้อง และขอใช้โอกาสนี้ตั้งกระทู้ถามผ่านผู้จัดการออนไลน์ว่า เป็นการกระทำที่เลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หรือเปล่า



รองผอ.สนง.เทศกิจเผย ผู้ค้าจำนวนมากเข้าใจผิด

ด้านนายนิคม บุญพิทักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจกล่าวว่า ในงานนี้ยังมีผู้ค้าที่มาลงชื่อที่เข้าใจผิดว่า หากมาลงชื่อแล้วจะสามารถค้าขายที่แผงเดิมและสามารถค้าขายได้ฟรีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตามทางกรุงเทพมหานครได้จัดพื้นที่อื่นๆ ทั้งตลาดกทม.และตลาดเอกชน ที่อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอาไว้รองรับแล้ว และสำหรับเขตที่ไม่มีพื้นที่แผงค้า เช่น เขตดุสิต นั้น ผู้ค้าสามารถนำใบสิทธิไปยื่นที่เขตอื่นเพื่อทำการค้าได้
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 1st, 2005, 05:17 PM   #109
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

กทม.ทุ่มงบฯ 3,800 ล้านบาท ฝังสายไฟ -โทรศัพท์ลงดิน

วันที่ 30 มิถุนายน นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายนิเวศน์ อรุณรัตน์ และนายณรงค์ศักดิ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เพื่อวางแผนจัดระเบียบนำสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ลงดินว่า ขณะนี้ กทม.มีโครงการจะปรับปรุงพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์โดยเก็บสายไฟ สายโทรศัพท์ที่ระโยงระยางลงใต้ดินทั้งหมด คาดว่าต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3,800 ล้านบาท โดยระยะแรก ปรับปรุงรอบพระบรมมหาราชวัง ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยใช้งบฯท่องเที่ยวซึ่งได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลมาดำเนินการก่อน จากนั้นจึงปรับปรุงพื้นที่ในส่วนที่เหลือ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว กทม.จะลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในวันที่ 7 กรกฎาคม และว่า นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2549 กทม.มีแผนปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคอีก 11 โครงการ อาทิ โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจากถนนราชวงศ์-ถนนท่าดินแดง ส่วนต่อขยายบีทีเอส โครงการสร้างถนนพุทธมณฑลสาย 1 เป็นต้น โดยโครงการเหล่านี้จะต้องนำสายไฟ สายโทรศัพท์ลงดินทั้งหมด ซึ่งมีค่าดำเนินการปรับปรุงสูงถึงกิโลเมตรละ 35 ล้านบาท

Matichon - July 1,05
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2005, 12:01 PM   #110
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

Blasted vendors. They should compromise. Its not like the BMA isn't helping them out. But the BMA should do more about sidewalk issues.

Maybe someone somewhere reads our threads.

Hooray for the news you bring, Kalix.
kuanteen no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2005, 12:10 PM   #111
atom
Registered User
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 3,219
Likes (Received): 110

I totally agree with you.
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear,and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old July 2nd, 2005, 04:54 PM   #112
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

กทม.ตั้งศูนย์ปรึกษาผู้ค้า ย้ำ4กค.ห้ามขายนอกจุดผ่อนผัน



นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยผลการประชุม การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ร่วมกับผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต และตัวแทนจากสำนักงานตลาด กทม.ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปโดยมอบหมายให้สำนักงานเขตแต่ละแห่ง จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ตั้งแต่ 14.00 น.ของวันนี้เป็นต้นไป และให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ค้าที่อยู่นอกจุดผ่อนผันทราบ และยืนยันว่า จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์


โดยในวันที่ 1-3 กรกฎาคม จะผ่อนผันให้ขายได้อยู่ แต่หลังจากผ่านพ้นวันที่ 3 กรกฎาคมไปแล้ว พบว่าจุดไหนที่ไม่ได้รับการอนุญาต และเตือนแล้วยังไม่ฟัง ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเขตในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ปัญหาของผู้ค้าแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน หากผู้ค้าที่คิดจะอยากขายที่เดิม กทม.ก็เปิดโอกาสให้ไปรวมตัวกันมาปรึกษากับทางเขตได้ แต่หากเป็นจุดที่เขตเคยวินิจฉัยแล้วว่า ไม่สามารถขายได้ กทม.ก็จะหาพื้นที่ใกล้เคียงไว้รองรับ ซึ่งเขตจะเป็นผู้ตัดสินใจวินิจฉัย


ส่วนกรณีที่มีผู้ค้าเตรียมตัวล่ารายชื่อ 50,000 คน เพื่อถอดถอนผู้ว่าฯ กทม. ออกจากตำแหน่งนั้น นายอภิรักษ์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่ากทม.ยืดหยุ่นมากที่สุดแล้ว เหมือนพบกันคนละครึ่งทาง และหลังจากที่ตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแล้ว คิดว่าผู้ค้าจะเกิดความเข้าใจมากขึ้น เพราะหากปล่อยให้ค้าขายบนบาทวิถี ทำให้คนต้องลงไปเดินบนผิวจราจร ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกรถเฉี่ยวชนได้ จึงต้องการจัดระเบียบก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องวัวหายล้อมคอก

Bangkok Biznews - July 2, 05
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 5th, 2005, 06:45 PM   #113
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

ม็อบหาบเร่แผงลอยสลายตัว หลัง "หล่อเล็ก" ออกโรงกล่อม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2548 19:14 น.





“อภิรักษ์”กล่อมม็อบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยสลายตัว ย้ำให้แต่ละพื้นที่ที่ปัญหาไปหารือกับเขตโดยตรงและเขตจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมให้ผู้ค้าเอง พร้อมเผยมีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาจัดมหกรรมตลาดนัดแผงค้าขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ที่พลาดงานครั้งที่แล้วได้จับจองแผงค้าที่ถูกต้อง

หลังจากม็อบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยปักหลักประท้วงนโยบายการจัดระเบียบของกรุงเทพมหานครตั้งแต่ช่วงเช้า โดยกล่าวปราศรัยโจมตีอย่างรุนแรง กระทั่งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ต้องลงมาเคลียร์ปัญหาด้วยตนเองนั้น ล่าสุด ในเวลา 17.15 น.ผู้ค้าได้สลายตัว ซึ่งผู้ค้าหลายคนเชื่อว่าเรื่องจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามหากเกิดปัญหาก็จะกลับมาชุมนุมกันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในขณะที่มีการเจรจากันว่า นายอภิรักษ์ ได้กล่าวชี้แจงกับผู้ค้าว่า กทม.ตระหนักถึงปัญหาหาบเร่แผงลอยดีว่ามีผลกระทบกับคนหลายฝ่าย ซึ่งการจัดระเบียบในครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อมารังแกผู้ค้าตามที่มีการเขียนป้ายประท้วง นอกจากนี้ไม่อยากให้โยงไปที่ประเด็นทางการเมือง ถึงแม้ว่าป้ายประท้วงบางส่วนจะโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการทำงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากตำรวจ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย รวมทั้งมาเฟียผู้มีอิทธิพลต่างๆ กทม.ก็เพียงแต่รับสนองนโยบายเท่านั้น

ทั้งนี้นายอภิรักษ์ ได้เน้นย้ำแก่ตัวแทนผู้ค้าว่าให้ผู้ค้าแต่ละจุดไปหารือกับเขตโดยตรงเพราะมีข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละเขตจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมให้ผู้ค้าเองสำหรับผู้ค้าที่มีความเดือดร้อนหรือต้องการแสดงความคิดเห็นสามารถส่งจดหมายมาที่ตู้รับเรื่องร้องเรียนที่ตู้ปณ.1555 ถนนราชดำเนินน กทม.10200

นอกจากนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาจัดมหกรรมตลาดนัด แผงค้าขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ที่พลาดงานครั้งที่แล้ว ได้จับจองแผงค้าที่ถูกต้อง ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจสลายตัวไป

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อผู้มาชุมนุมด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่สะสมมานาน จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าฯ กทม.ต้องเข้ามาดูแลในการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้ ตนในฐานะได้รับมอบหมายจากนายกฯให้เข้ามาดูแลและดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 48 คดี จับกุมประมาณ 120 ราย ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจ อดีตผู้อำนวยการเขต และกลุ่มผู้มีอิทธิพล อีกทั้งได้ยึดทรัพย์แล้ว 4 ครั้ง และจะยึดทรัพย์อีก 4 ราย โดยการทำงานนี้จะนำผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีเพราะพวกเหล่านี้เป็นพวกทำนาอยู่บนหลังคน

ส่วนการเพิ่มจุดผ่อนผันอีก 466 จุดนั้น ความจริง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ไม่ต้องการจะอนุมัติ เนื่องจากหากเปิดให้ค้าขายบนทางเท้าทั้งหมด บ้านเมืองก็จะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ตนจึงอย่างให้ทุกคนเข้าใจว่า ผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้พื้นที่ค้าขายไปมากแล้ว ซึ่งพื้นที่ที่นำมาจัดที่ทำกินนั้นเป็นของส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนเป็นตำรวจ การค้าขายบนทางเท้าเป็นเรื่องผิดกฎหมายโดยเฉพาะนอกจุดผ่อนผัน ซึ่งตนจะช่วยกวดขันอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้จะลงพื้นที่ภายหลังการจัดระเบียบแล้วเสร็จ เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการหารือพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษก กทม.ได้ออกไปชี้แจงแก่กลุ่มผู้ค้าที่ยืนรออยู่บริเวณลานคนเมือง และย้ำให้ผู้ค้าแต่ละจุดไปทำข้อตกลงร่วมกับเขตเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

ทั้งนี้ภายหลังการชี้แจงดังกล่าวได้มีแกนนำผู้ค้า ชื่อ ตั้ม ตะโกนเรียกความสนใจจากผู้ค้าโดยกำชับให้ผู้ค้าขายของตามปกติ และให้ขายที่เดิม เนื่องจากผู้บริหารบอกแล้วว่าจะไม่มีการเรียกเก็บเงินแน่นอน พร้อมย้ำให้เชื่อฟังตนเพียงผู้เดียว

อย่างไรก็ตาม ทางกทม.ได้ส่งตัวแทนออกมาโต้แย้งว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขต โดยจะต้องทำตามข้อกำหนดทุกประการ ไม่เช่นนั้นจะให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 5th, 2005, 06:55 PM   #114
Kalix
Aliens exist!
 
Join Date: Apr 2005
Location: Namek
Posts: 751
Likes (Received): 0

Police upset at BMA for only warning vendors



Police yesterday expressed disappointment at the Bangkok Metropolitan Administration's (BMA) decision to let street vendors who trade outside designated areas off the hook with just a warning.

Pol Maj-Gen Montri Chamroon, deputy commissioner of the Metropolitan Police Bureau, said street vending outside designated areas should only be allowed in tourist spots such as Yaowarat and Khao San road or disorder would soon return to city streets.

He said he would make his suggestion to the BMA.

The BMA was to start imposing fines against those trading outside the designated areas yesterday.

However, Bangkok Governor Apirak Kosayodhin backed down following noisy protests from vendors and told district directors to issue warnings first and take action only in serious cases.

City inspectors, meanwhile, said no arrests have been made of street vendors violating the rules so far.

``We don't have the guidelines to follow or decide where the vending should be allowed or banned. All the vendors claim they are in difficulty,'' said a city inspector.

Mr Apirak, who instructed the district officials to set up a centre where the vendors could seek advice and help, said the district directors should use their own judgement because they were familiar with their areas.

However, he said he would consider the police suggestion.

The city administration's three-day traders' fair where 7,000 trading spots were put up for grabs was not as successful as had been expected. Only about 2,000 vendors booked trading spots.

Bangkok Post - July 5, 05
Kalix no está en línea   Reply With Quote
Old July 6th, 2005, 05:00 AM   #115
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

When's the Metropolitan Police going to be incorporated into BMA anyways? At least traffic police. It should be better management that way.

And ขสมก too.
kuanteen no está en línea   Reply With Quote
Old July 6th, 2005, 07:47 AM   #116
Hitesh
Registered User
 
Join Date: Sep 2003
Posts: 1,249
Likes (Received): 0

..

Last edited by Hitesh; November 12th, 2009 at 11:37 AM.
Hitesh no está en línea   Reply With Quote
Old July 6th, 2005, 02:54 PM   #117
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

Whatever happened to that Decentralization Bill?
kuanteen no está en línea   Reply With Quote
Old July 12th, 2005, 04:27 AM   #118
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

นักเรียนสาว ม.6 ก้าวพลาดขาติดฝาท่อระบายน้ำ กทม.

เด็กนักเรียนสาวชั้น ม.6 ตกท่อระบายน้ำริมถนน ขาติดในช่องฝาท่อกว่าชั่วโมง เจ้าหน้าที่ต้องเจาะปูนและใช้เครื่องตัดถ่างเหล็กมาง้างและตัดเหล็กช่วยนักเรียนขึ้นมาได้ โดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และหลังเกิดเหตุ กทม.รีบไปเปลี่ยนฝาท่อในทันที

วันนี้ (11 ก.ค.) เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพวชิรพยาบาล ได้รับแจ้งมีเด็กนักเรียนขาติดอยู่ที่ฝาท่อระบายน้ำ บริเวณหน้าป้ายรถประจำทางหน้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ก่อนถึงสี่แยกเกียกกาย ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. จึงรีบไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ น.ส.จันทิมา จริยธรรมวงศ์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.6/11 ของโรงเรียนโยธินบูรณะ ขาขวาติดอยู่ภายในท่อระบายน้ำขนาด 1x1.5 เมตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้สว่านเจาะปูนบริเวณฝาท่อดังกล่าวให้เป็นช่องว่าง ก่อนจะใช้เครื่องตัดถ่างตัดเหล็กเพื่อนำขาของ น.ส.จันทิมาออกมา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสำเร็จ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการฉีดยาแก้ปวดให้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบางโพ

จากการสอบถาม น.ส.พรเพ็ญ จริยธรรมวงศ์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.6/7 โรงเรียนเดียวกัน และมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ น.ส.จันทิมา ผู้ประสบเหตุกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้ขึ้นรถเมล์สาย 64 จากตลาด อ.ต.ก.3 เพื่อมายังโรงเรียนตามปกติ ขณะลงรถเมล์บริเวณป้ายดังกล่าวแล้ว เห็นว่ารถติดสัญญาณไฟแดพงอยู่จึงก้าวลงจากทางเท้าเพื่อข้ามถนน ซึ่งจังหวะดังกล่าว ปรากฏว่า น.ส.จันทิมาก้าวพลาดขาขวาตกลงไปในช่องท่อระบายน้ำ และติดอยู่ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ภัยนเรนทรมาช่วยเหลือ

ด้าน นายสาธร จริยธรรมวงศ์ อายุ 44 ปี บิดาของ น.ส.จันทิมา กล่าวว่า อยากให้ทาง กทม.มีความรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะฝาท่อระบายน้ำในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยดังกล่าวยังมีอีกหลายแห่ง และเรื่องนี้หากเกิดขึ้นกับลูกหลานของเจ้าหน้าที่ กทม.บ้างจะรู้สึกอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการบาดเจ็บของ น.ส.จันทิมานั้น เป็นแผลถลอกเพียงเล็กน้อย ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก แต่อาจจะมีอาการขาแพลงบ้าง ทั้งนี้ แพทย์โรงพยาบาลบางโพระบุว่าจะต้องให้ น.ส.จันทิมา อยู่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการอีกครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ กทม.ได้รีบนำฝาท่อระบายน้ำอันใหม่ไปเปลี่ยนยังจุดที่เกิดเหตุแล้วในทันที ซึ่งจากเดิมที่เป็นฝาท่อแบบปูนได้ถูกเปลี่ยนเป็นฝาท่อแบบตะแกรงเหล็กแทนแล้ว

Manager Online
kuanteen no está en línea   Reply With Quote
Old July 12th, 2005, 11:00 AM   #119
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,257
Likes (Received): 292

Vendors fall in line with Monday trading ban


SUPOJ WANCHAROEN


The city's ban on streetside trading in Bangkok on Mondays to bring about order and facilitate cleaning took effect yesterday and most vendors complied, though a number of hawkers violated the ban and operated their businesses as usual.


The ban was the result of talks between the Bangkok Metropolitan Administration and Metropolitan Police Bureau as well as public opinion surveys among a number of vendors.

It forms part of the BMA's policy to bring order to roadside trading and clean footpaths after years of non-stop trading.

Bangkok Governor Apirak Kosayodhin said after inspecting several designated streetside trading areas in the capital that most vendors cooperated with the city well though there were some violators in certain areas.

He said he would wait for reports from all 50 Bangkok district offices on violators before applying punitive measures ranging from warnings to arrests and fines.

The ban on streetside trading on Mondays would bring cleanliness to the walkways and also show which parts of the footpaths were in bad condition and needed urgent repairs, he said.

Yesterday, the governor inspected Pak Khlong Talat and Pahurat markets in the morning, and the footpaths opposite Pata Pinklao department store in Bangkok Noi district and Bang Khae fresh market in Bang Khae district in the afternoon.

In many areas of the city, district office staff distributed detergent, sodium hydroxide and brooms to vendors and they worked together to clean walkways.

At Pak Khlong Talat market and on Chakkraphet road, many hawkers avoided breaching the ban by moving to sell their goods next to or in commercial buildings.

A woman vendor at Pak Khlong Talat who asked not to be named said more than 100 flower vendors had agreed to comply with the ban despite anticipating huge losses in income. Many pedestrians hailed the policy, saying it made footpaths clean and convenient to use.

A BMA source said there were violations in several areas such as near pedestrian bridges at Victory Monument and in front of Pata Pinklao department store even during the governor's inspections.

Source : Bangkokpost : Jul 12, 2005
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old July 18th, 2005, 09:08 AM   #120
kuanteen
BANNED
 
Join Date: May 2005
Location: Krungthep
Posts: 277
Likes (Received): 0

Good article from The Nation

Monday ban brings hope to city centre

Published on July 18, 2005

Silom traffic falls 30% in one sweep

Last Monday Bangkok’s downtown district on Silom Road was swept free of chaotic traffic that had plagued it for decades.

The improved flow was not brought on by new roads, expressways or a fancy mega-project that cost taxpayers trillions of baht. Neither did it require drastic measures like an executive decree or bulldozers to clear messy areas.

In one clean sweep, the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) imposed a ban on street vendors that saved hundreds of millions of baht in fuel costs, wasted working hours and lost opportunities, not to mention the positive impact it had on real estate in the city centre.

No rocket science was employed. No special budget or subcommittee had to be mustered. Yet one third of nasty traffic on Silom simply vanished that day.

For years many developers shunned Silom, as did many home-buyers for health reasons. Last Monday’s vendor ban turned around the perception that city living in Bangkok means high stress, putrid smells and total disorder.

Far more can be gained by expelling vendors, and much stands to be lost if they are continued to encroach on public property unchecked.

To be sure, parasitic elements have for years killed property values at many main thoroughfares. The explosion of street vendors destroyed once-thriving shopping centres along Silom when they became impossible to access.

Malls are deserted, and some sections such as Mahesak and lower Suriwong roads feel like ghost towns on some days.

Central’s old headquarters on Silom also suffered over the years because of the vendor-made jams. Once-bustling malls like the Silom Trade Centre and Charn Issara also saw sharp declines in users.

Many major outlets like supermarkets, restaurants and brand-goods shops were forced to close or downsize. Where parking lots were once full, they are now empty when offices shut.

In contrast, land on Sukhumvit jumped threefold from Bt100,000 to Bt300,000 per wah within the past two years while Silom’s prices have been in a flux since the crash of 1997.

Many shops and boutiques have lost business because unruly vendors have blocked their window displays or impeded visitors coming in.

Patpong, one of the most expensive inner-city areas a decade back, is now a shell of its former self. It can’t even really trap tourists, many of whom prefer to avoid bad traffic and packed vendor stalls.

In a recent push to clean up its act, Patpong cleared some areas. While the results are positive, it may have been too little too late for revival.

Once shoppers leave, it is usually a permanent exodus, as behaviour patterns are difficult to repair. This is why very few people want to live in Chinatown today. Nightmares about overcrowded areas, the smell of diesel and clogged drains continue to haunt visitors decades later.

But other areas can be saved. The Monday ban can be extended to cover more days and protect other areas as well.

When vendors leave, they take with them other parasites such as organised beggars, street-children gangs and hooligans who are responsible for many of the petty crimes in the city centre.

Before he September 11 World Trade Centre attack, then New York mayor Rudy Giuliani was most famous for cleaning up the city by banning parasitic groups such as street children and other derelict elements.

Bangkok would do well to imitate his success.

A follow-up action plan could include mandatory fumigation of the inner-city sites. Through years of neglect, the sewers and drains are now in need of a hygienic hosing down to rid them of massive cockroach colonies and a deadly rat population that feeds on the filthy underbelly of the city.

These pests are carriers of deadly diseases and pose serious threats to densely populated urban sectors.

Fumigation is not expensive, and at a time when bird flu threatens to cross over and affect human settlements, developers and city officials have a duty to protect citizens.

Also more can be done to improve the quality of life in other traffic-wrecked sites such as Rama IV, Sukhumvit and Bang Na.

If Klong Toey port and oil refineries were moved out of the city centre promptly, as planned decades ago, the overall effect on Bangkok would be beneficial indeed.

Currently too much money, time and fuel are wasted allowing industrial trucks through the city, where they have no business.

The amount of road repairs caused by overloaded container trucks is staggering.

They also constitute the core reason why highways are jammed and are often involved in terrible accidents.

Not improving the city’s living standards has dire consequences for the real-estate market.

With the new push by government and developers to get more foreigners to buy up the oversupply of expensive properties in Bangkok, luring overseas cash requires that Bangkok first upgrade itself.

The most educated and desirable foreign buyers are the most demanding about the city’s ability to adopt proper civil planning and regulations to control pollution, noise and stress.

Unless Bangkok lifts itself out of its still third-world ambience, it cannot seriously expect to command first-world prices for its properties.

Itthi C Tan

The Nation
kuanteen no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 05:44 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 23.08%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu